“อศิ รญาณภาษติ ”
(หมอ่ มเจ้าอิศรญาณ)
รายวชิ า ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ผู้สอนครวู ิวฒั น์ ทศั วา
สุภาษติ และสานวนไทย
มปี รากฏอย่ใู นวรรณคดีไทยหลายเร่อื ง
วรรณคดเี รือ่ งหนงึ่ ทเ่ี ป็นท่ีรจู้ กั อย่างแพร่หลายคือ
“อศิ รญาณภาษติ ”
ความเปน็ มาของเร่อื ง
อศิ รญาณภาษิตเปน็ พระนิพนธข์ อง หม่อมเจ้าอศิ รญาณ
กวีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
สมณะฉายาขณะผนวชที่วัดบวรนเิ วศวหิ ารคอื “อิสสรญาโน”
ทรงนพิ นธ์ อศิ รญาณภาษิตในเชงิ ประชดประชัน เสียด
สสี ังคม
ลกั ษณะคำประพนั ธ์
กลอนเพลงยาว
*** เรมิ่ ต้นด้วยวรรค รบั (วรรคทสี่ อง)
มีจดุ มุ่งหมาย เพือ่ สง่ั สอนเตอื นใจใหไ้ ตร่ตรองก่อนท่จี ะทา
สิ่งใด และสอนเกย่ี วกบั การปฏิบัตติ นตอ่ ผอู้ ่ืน
ขึน้ ตน้ ดว้ ยวรรค รับ
เทศนาคาไทยให้เปน็ ทาน อิศรญาณชาญกลอนอกั ษรสาร
......................................
โดยตานานศภุ อรรถสวสั ดี
แสนประเสรฐิ เลศิ ภพจบธาตรี .........................................
ยงั จรลเี ขา้ ส่นู ิพพานเอย
ลงทา้ ยดว้ ยคาวา่ เอย
ฝกึ สมอง ประลองเพลงยาว " "
เอย
ทม่ี าของเรอ่ื ง
จุดมุ่งหมายเพอ่ื ให้เปน็ คาส่ังสอน และใหค้ ติในการดาเนนิ ชวี ิต
เทศนาคาไทยใหเ้ ปน็ ทาน อศิ รญาณชาญกลอนอกั ษรสาร
โดยตานานศุภอรรถสวสั ดี
ชายขา้ วเปลอื กหญิงขา้ วสารโบราณวา่ น้าพ่ึงเรือเสอื พง่ึ ปา่ อชั ฌาสัย
เรากจ็ ิตคดิ ดูเลา่ เขากใ็ จ รกั กนั ไวด้ ีกวา่ ชงั ระวังการ
สัง่ สอนเราในเร่อื งใด
การดาเนนิ เร่อื ง
เร่ิมต้นด้วยการบอกจุดประสงค์ในการแต่งว่าตั้งใจสั่งสอน
อบรมจติ ใจคน เพอ่ื ใหผ้ ูป้ ระพฤตเิ จรญิ ร่งุ เรอื ง
กล่าวส่ังสอนและใหค้ ตสิ อนใจ โดยการยกสานวนมาเปรยี บเทยี บ
ตา่ งกต็ ้องพึ่งพาอาศัยซ่งึ กันและกนั ขอใหน้ ึกถึงใจเขาใจเรา
และรกั กันไว้ดีกว่าเกลียดชังกนั
ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากเรื่อง
เราควรทาดตี อ่ ผู้อื่นแมแ้ ต่ผทู้ ก่ี ระทาผิดก็
อยา่ ไปหกั หาญนา้ ใจหรอื ตัดรอน รจู้ ักประมาณตน
ควรคิดก่อนทา และคอยเดนิ ตามผใู้ หญ่
ทาส่งิ ใดก็ควรระมัดระวัง
ไม่ควรทาอะไรเกินหนา้ ผ้อู นื่
ให้ความสาคัญกับผูอ้ าวโุ ส ควรรจู้ ักยอคนช่ืนชมคน
ควรทาความดไี ว้ อยา่ ให้แหงนหนา้ ดูฟา้ แลว้ ละอายแกเ่ ทวดา
เทศนาคาไทยให้เป็นทาน บทท่ี ๑
อิศรญาณชาญกลอนอกั ษรสาร
โดยตานานศุภอรรถสวัสดี
คาศัพท์ ตานาน หมายถึง คาโบราณ
ศุภอรรถ หมายถงึ ถอ้ ยคาและความหมายทดี่ ี
สวัสดี หมายถึง ความดี ความงาม
ถอดความไดว้ ่า หมอ่ มเจ้าอิศรญาณผู้ทรงเชย่ี วชาญในเชิงกลอน
ทรงนพิ นธ์คากลอนสุภาษิตโบราณ สั่งสอนเตือนใจไว้เพอื่ เปน็ ทาน
สาหรับคนเจือจิตจริตเขลา บทที่ ๒
ต้องหาม้ามโนมัยใหญ่ยาวรี
ด้วยมัวเมาโมหม์ ากในซากผี
สาหรบั ข่ีเปน็ มา้ อาชาไนย
คาศัพท์ เจอื หมายถึง .....................
โมห์ หมายถงึ .....................
อาชาไนย หมายถงึ .....................
ถอดความได้วา่ สาหรบั คนโงเ่ ขลาเบาปัญญาท่ไี ปลุ่มหลงใน ความชว่ั
ต้องฝึกใจให้รูเ้ ท่าทันกเิ ลส คอื เอาใจเปน็ นายบงั คบั ใจตวั เองใหอ้ ย่เู หนอื กเิ ลส เพอื่ จะ
ได้เป็นพาหนะไปสคู่ วามสขุ
บทท่ี ๓
ชายขา้ วเปลอื กหญิงขา้ วสารโบราณวา่ นา้ พึ่งเรือเสอื พง่ึ ปา่ อชั ฌาสัย
เรากจ็ ิตคิดดูเล่าเขากใ็ จ รักกนั ไว้ดกี ว่าชังระวงั การ
คาศัพท์ อชั ฌาสยั หมายถึง .....................
น้าพึ่งเรือเสอื พ่ึงป่า หมายถึง .....................
***สุภาษิตท่เี ก่ียวขอ้ ง
ถอดความไดว้ ่า โบราณเปรยี บวา่ ผชู้ ายเปน็ ข้าวสารท่ีตกท่ีไหน ก็
งอกงาม ส่วนผหู้ ญงิ เปน็ ขา้ วเปลอื กตกที่ใดก็เนา่ แต่ตา่ งคนตา่ งมมี ิตรจติ
มิตรใจ จึงควรรักกันไวด้ ีกว่าเกลยี ดชังกัน
ผใู้ ดดีดตี อ่ อย่ากอ่ กจิ บทท่ี ๔
สิบดีก็ไม่ถงึ กบั ก่ึงพาล
ผ้ใู ดผดิ ผอ่ นพกั อยา่ หกั หาญ
เปน็ ชายชาญอยา่ เพอ่ คาดประมาทชาย
คาศัพท์ ผอ่ นพกั หมายถงึ .....................
เพ่อ หมายถึง .....................
ถอดความได้ว่า ผ้ใู ดทาดีตอ่ เราเราก็ควรทาดีตอบ ผใู้ ดทท่ี าไมด่ ี
ตอ่ เราก็ไม่ควรโกรธหรือตดั รอนจนแตกหกั ทาความดีสบิ คร้งั กไ็ ม่เท่าทา
ความชัว่ ครง่ึ ครง้ั เป็นชายนนั้ ไม่ควรดูถกู ชายด้วยกัน
รกั ส้นั น้ันให้รอู้ ยู่เพยี งส้ัน บทท่ี ๕
มใิ ชต่ ายแต่เขาเราก็ตาย
รกั ยาวน้ันอยา่ ให้เยิ่นเกินกฎหมาย
แหงนดูฟา้ อยา่ ให้อายเทวดา
คาศพั ท์ รักส้นั หมายถงึ .....................
รักยาว หมายถึง .....................
เยิ่น หมายถงึ .....................
ถอดความไดว้ ่า รักจะอยู่ดว้ ยกันส้ัน ๆ กจ็ งทาส่ิงไม่ดตี อ่ ไป แต่ถา้ เราจะอยู่
ด้วยกันนาน ๆ จงทาความดี อย่าทาในสง่ิ ท่ีผิดกฎหมายหรือทาชั่ว ทกุ คนตอ้ งตาย
ด้วยกันท้ังนน้ั จงทาความดไี วเ้ ถดิ เวลาท่ีแหงนดูฟา้ จะได้ไม่อายเทวดา
อย่าดูถกู บุญกรรมว่าทานอ้ ย บทท่ี ๖
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา
น้าตาลย้อยมากเทา่ ไรได้หนกั หนา
สอ่ งดหู นา้ เสยี ทหี นึ่งแล้วจึงนอน
คาศพั ท์ อย่านอนเปลา่ หมายถงึ .....................
ถอดความไดว้ ่า อย่าดถู ูกความดหี รือความชว่ั วา่ ทาเพียงเลก็ นอ้ ย
เพราะมันจะสะสมไปเรือ่ ย ๆ และมากข้นึ ทุกที เวลาก่อนจะนอนให้ สอ่ ง
กระจกดูหนา้ ตนเอง วา่ มสี ่ิงผิดปกตหิ รอื ไม่ เหมือนเป็นการใหส้ ารวจ
จิตใจตนเองอย่เู ป็นนิจ ว่าคิดใฝ่ดีอยหู่ รอื เปลา่ เพ่ือจะได้เตือนตนไว้ไดท้ นั
บทท่ี ๗
เหน็ ตอหลักปกั ขวางหนทางอยู่ พเิ คราะหด์ ูควรทึ้งแลว้ จงึ ถอน
เห็นเตม็ ตาแล้วอย่าอยากทาปากบอน ตรองเสียก่อนแล้วจึงทากรรมท้ังมวล
คาศัพท์ พเิ คราะห์ หมายถงึ .....................
ปากบอน หมายถึง ....................
***สภุ าษติ ทเี่ ก่ียวข้อง
ทง้ึ หมายถงึ ....................
ถอดความได้ว่า เหน็ ส่งิ ใดกีดขวางทางอยู่ จงพจิ ารณาให้ รอบคอบ
ก่อนทจี่ ะเกบ็ เพราะอาจเป็นอนั ตรายได้ และเม่ือไป เห็นการกระทาของใคร อย่า
เที่ยวทาปากบอนไปบอกแก่คนอ่นื ควรคดิ ให้ดกี อ่ น
ค่อยดาเนนิ ตามไตผ่ ไู้ ปหนา้ บทที่ ๘
ใจความวา่ ผู้มีคณุ อยา่ หุนหวน
เอาหลังตากแดดเปน็ นิจคิดคานวณ รถู้ ่ีถว้ นจึงสบายเมอื่ ปลายมอื
คาศัพท์ ผู้ไปหน้า หมายถงึ .....................
หุนหวน หมายถงึ ....................
ปลายมือ หมายถงึ ....................
ถอดความได้ว่า ให้ประพฤติปฏบิ ัติตนตามผู้ใหญ่ เพราะ
ท่านมีความรูแ้ ละประสบการณม์ ากกว่า และอยา่ เปน็ คนอกตัญญู จงมี
ความขยนั หม่นั เพยี รทางานอยเู่ สมอแลว้ จะมคี วามสุขสบายในภายหลัง
เพชรอยา่ งดีมีค่าราคายง่ิ บทที่ ๙
ต่อผู้ดมี ีปญั ญาจึงหารือ
สง่ ให้ลงิ จะรู้คา่ ราคาหรือ
ใหเ้ ขาลอื เสียวา่ ชายน้ีขายเพชร
คาศพั ท์ หารอื หมายถึง .....................
ถอดความไดว้ า่ เพชรเป็นของท่มี คี า่ มีราคา อยา่ นาสิง่ ทม่ี คี า่ ไปใหแ้ กผ่ ู้
ไม่รู้ค่าย่อมไร้ประโยชน์ ฉะน้ันควรไปปรึกษาหารือกับนักปราชญ์ หรอื ผู้รู้ เท่าน้นั
เพอ่ื ใหค้ นเขารา่ ลอื ว่า ตนเองมปี ญั ญาราวกบั มเี พชรมากพอท่ีจะอวดได้
บทที่ ๑๐
ของส่ิงใดเจา้ ว่างามตอ้ งตามเจา้ ใครใดเลา่ จะไมง่ ามตามเสดจ็
จาไว้ทกุ สิ่งจริงหรือเท็จ พริกไทยเมด็ นดิ เดียวเด๋ียวก็ร้อน
คาศัพท์ เจ้า หมายถงึ .....................
ถอดความได้ว่า ของสง่ิ ใดก็ตามทพ่ี ระเจ้าแผน่ ดนิ เหน็ วา่ เปน็ ส่ิงดี
หรือส่งิ ทส่ี วยงาม เราก็ต้องวา่ งามตามไปด้วย ไม่ว่าจะจริงหรือไมจ่ ริงเรา
ไมค่ วรไปคดั คา้ นเพราะทา่ น เป็นผู้มอี านาจเดด็ ขาดอาจกริว้ ได้
เกิดเปน็ คนเชิงดใู หร้ เู้ ทา่ บทท่ี ๑๑
ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องก้มประนมกร ใครเลยหอ่ นจะวา่ ตวั เป็นววั มอ
คาศัพท์ หอ่ น หมายถงึ .....................
วัวมอ หมายถงึ .....................
ถอดความได้ว่า เกดิ เปน็ คนต้องรเู้ ทา่ ทันใจของตนเอง คือต้อง
สอนใจตนเองหรือเตอื นตนเองได้ และถ้าจะขอความช่วยเหลอื ผูใ้ ดเรา
ต้องออ่ นน้อมถ่อมตน เพราะไมม่ ีใครทจ่ี ะคิดวา่ ตนเป็นวัวให้คนอืน่ ใชง้ าน
เปน็ บ้าจีน้ ยิ มชมวา่ เอก บทที่ ๑๒
คนโหยกเหยกรกั ษายากลาบากหมอ
อันยศศกั ดมิ์ ิใชเ่ หลา้ เมาแต่พอ ถา้ เขายอเหมอื นอยา่ งเกาใหเ้ ราคัน
คาศัพท์ บ้าจี้ หมายถงึ .....................
หมายถึง .....................
โหยกเหยก
ถอดความได้ว่า คนบ้ายอชอบให้คนเขานิยมยกยอ่ งเปรียบ
เหมอื นคนไมอ่ ยกู่ ับรอ่ งกบั รอย ซ่งึ แก้ไขไดย้ าก อันว่ายศศักดิน์ ั้นมัน
ไมใ่ ช่เหล้าจงเมาแต่พอควร อยา่ ไปยดึ ตดิ หลงยศหลงตาแหนง่ คายอ
ต่าง ๆ น้นั ถ้าเรา หลงเช่ือ อาจทาใหเ้ ราเดือดรอ้ นได้
บา้ งโลดเลน่ เตน้ ราทาเป็นเจ้า บทท่ี ๑๓
ผีมันหลอกช่างผีตามทมี นั
เป็นไรเขาไมจ่ บั ผิดคิดดขู นั
คนเหมือนกนั หลอกกนั เองกลัวเกรงนกั
คาศัพท์ ทาเป็นเจา้ หมายถงึ .....................
หมายถึง .....................
ขนั
ถอดความไดว้ ่า บางคนทาทีว่าถกู ผีเข้าสิง คอื พวกทรงเจ้าเขา้ ผี
ทาไมไมม่ ใี ครจบั ดูไปก็น่าหัวเราะถา้ เปน็ ผจี รงิ มนั หลอกกช็ า่ งมนั เถดิ
แตน่ ค่ี นมาหลอกกันเองมันนา่ กลวั ท่สี ดุ ฉะนั้นจึงควรแยกแยะใหด้ ี
สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปลม้ บทท่ี ๑๔
คนสามขามีปัญญาหาไวท้ ัก
จะเรยี นคมเรียนไปเถิดอย่าเปิดฝกั
ทไ่ี หนหลกั แหลมคาจงจาเอา
คาศัพท์ คนสามขา หมายถงึ .....................
หมายถึง .....................
เรยี นคม
ถอดความได้ว่า จะสร้างสงิ่ ใดใหส้ งู ก็อยา่ สรา้ งเกินว่าฐานท่ีจะรับนา้ หนัก
ไว้ได้ เพราะจะทาใหล้ ม้ ง่ายจะเรยี นวิชาอะไรใหม้ สี ตปิ ัญญาเฉียบแหลม ก็เรยี น
เถิด แตใ่ ห้เกบ็ ความรูไ้ ว้ใชเ้ มอ่ื ถึงเวลาอนั สมควร คนแก่มีประสบการณ์มากเรา
ควรเชอ่ื ฟงั คาทกั ทว้ ง
เดินตามรอยผู้ใหญห่ มาไมก่ ัด บทที่ ๑๕
ใครทาตงึ แลว้ หย่อนผอ่ นลงเอา
ไปพดู ขัดเขาทาไมขัดใจเขา
นักเลงเก่าเขาไม่หาญพาลนักเลง
คาศพั ท์ นักเลงเกา่ หมายถงึ .....................
หมายถงึ .....................
ทาตงึ
ถอดความได้ว่า ประพฤติตนตามแนวทางทผ่ี ใู้ หญเ่ คยทามา กอ่ น
แล้วยอ่ มปลอดภยั ไม่ควรไปพดู ขดั คอคน เพราะจะทา ให้เขาโกรธไม่พอใจ
ใหร้ ้จู ักผอ่ นหนกั ผอ่ นเบา นกั เลงเก่าเขาไมร่ งั แกหรอื ทาร้ายนกั เลงด้วยกัน
เป็นผหู้ ญิงแมห่ ม้ายที่ไร้ผัว บทท่ี ๑๖
ไฟไหมย้ ังไมเ่ หมือนคนที่จนเอง
ชายมักย่ัวทาเลยี บเทยี บขม่ เหง
ทาอวดเบง่ กับข่อื คาว่ากระไร
คาศพั ท์ ทาเลยี บ หมายถงึ .....................
คนทจ่ี นเอง หมายถึง .....................
ขือ่ คา หมายถงึ .....................
ถอดความได้วา่ ผทู้ ี่เป็นหญงิ หมา้ ยมกั ถกู ผชู้ ายพูดจาแทะโลม เหมือนกบั
ถกู ขม่ เหง คนทจ่ี นเพราะถกู ไฟไหม้ ยังนา่ สงสาร หรอื ดีกว่า ตนเองทีท่ าตวั เองให้จน
(จนเพราะเลน่ การพนัน) และอยา่ อวดเกง่ กับขอ่ื คาท่ีเปน็ เครือ่ งจองจา
บทท่ี ๑๗
อนั เสาหินแปดศอกตอกเปน็ หลัก ไปมาผลักยอ่ ยเขา้ เสายงั ไหว
จงฟงั หไู ว้หคู อยดไู ป เช่ือนา้ ใจดกี วา่ อย่าเชือ่ ยุ
คาศพั ท์ ศอก หมายถึง .....................
หมายถงึ .....................
เช่ือน้าใจ
ถอดความไดว้ า่ แมจ้ ะมัน่ คงดังเสาหินใหญส่ งู แปดศอก แตเ่ มื่อถูกผลกั บอ่ ย
ๆ เข้า เสาน้นั ก็อาจคลอนแคลนไดเ้ ปรยี บ เหมือนใจคนย่อมอ่อนไหวไปตามคาพูด
ของผูอ้ ่นื ได้ ฉะนนั้ จึงควรฟังหไู ว้หู และคดิ ใหร้ อบคอบก่อนที่จะเช่อื ใคร
บทที่ ๑๘
หญงิ เรียกแมช่ ายเรยี กพ่อยอไวใ้ ช้ มนั ชอบใจข้างปลอบไมช่ อบดุ
ทีป่ ิดทชี่ ดิ ไขใหท้ ะลุ คนจกั ษุเหล่หลิ่วไพล่พล้ิวพลิก
คาศพั ท์ ไพล่พล้ิวพลิก หมายถงึ .....................
หลว่ิ หมายถงึ .....................
ถอดความได้วา่ เมอื่ เวลาจะใช้ใครให้ร้จู ักพดู จาโดยใช้ถอ้ ยคาที่ออ่ นหวาน ซง่ึ ใคร ๆ ก็
ชอบ ไมค่ วรใชค้ าดุดา่ วา่ กลา่ ว สง่ิ ใดที่ปลอ่ ยปละละเลย หรอื ฟุม่ เฟอื ยก็ตอ้ งเข้มงวดกวดขันหรอื
ประหยดั ถี่ถว้ นขึ้นส่ิงใดทีเ่ ข้มงวดตระหนี่ถ่เี หนยี วจนเกินไป จะต้องแกไ้ ขทาให้สะดวก หรือคล่องตวั
ข้ึน และจงประพฤตติ นตาม ท่ีคนส่วนใหญเ่ ขาประพฤตกิ นั
เอาปลาหมอเป็นครูดูปลาหมอ บทที่ ๑๙
เขายอ่ มว่าฆา่ ควายเสยี ดายพริก
บนบกหนออุตสา่ หเ์ สือกกระเดอื กกระดกิ
รักหยอกหยกิ ยับทงั้ ตวั อย่ากลัวเลบ็
คาศัพท์ กระเดือกกระดิก หมายถงึ .....................
ฆ่าควายเสียดายพรกิ หมายถงึ .....................
***สภุ าษติ ที่เก่ยี วขอ้ ง
ถอดความได้วา่ จงดปู ลาหมอไว้เปน็ ครูสอนใจเรา แม้ปลาหมอจะถูกปลอ่ ยไวบ้ น
บก มนั ก็ยงั กระเสอื กกระสนเพ่อื จะเอาชีวติ รอด ฉะนั้นคนเราจึงไมค่ วรพ่ายแพแ้ ก่
อปุ สรรค ต้องดนิ้ รนขวนขวายตอ่ สู้ชีวติ ต่อไป
มิใช่เน้อื เอาเป็นเน้ือก็เหลอื ปลา้ บทที่ ๒๐
อนั โลภลาภบาปหนาตณั หาเย็บ
แตห่ นามคาเข้าสกั นดิ กรดี ยังเจ็บ
เมียรูเ้ ก็บผวั รู้กาพาจาเริญ
คาศัพท์ เน้ือ หมายถึง .....................
หมายถงึ .....................
ตนั หา
ถอดความได้ว่า คนเราถา้ ไม่ใชเ่ นื้อคกู่ นั อยูไ่ ปก็เปลา่ ประโยชนอ์ าจจะมี
เร่ืองราวกัน ไมผ่ ิดอะไรกับถกู หนามตาเขา้ นิดเดยี ว กเ็ กดิ อาการเจ็บปวด ความโลภ
เปน็ บาปทาให้เกิดความอยาก สามีภรรยาคู่ใดถ้าภรรยาร้จู กั ออมรู้จกั เก็บสามี ร้จู กั
ทาหากนิ กจ็ ะทาใหช้ วี ติ ท่ีสมบูรณ์
ถงึ รูจ้ ริงจาไว้อย่าไขรู้ บทท่ี ๒๑
ไมค่ วรกา้ เกนิ หนา้ กอ็ ย่าเกนิ
เตม็ ทคี่ รู่เดียวเทา่ นน้ั เขาสรรเสรญิ
อยา่ เพลดิ เพลนิ คนชงั นกั คนรักนอ้ ย
คาศัพท์ กา้ เกนิ หนา้ หมายถงึ .....................
ถอดความไดว้ ่า แม้วา่ เราจะร้จู รงิ เรากไ็ ม่ตอ้ งอวดวา่ เราร้เู ดย๋ี ว
เขากจ็ ะสรรเสริญเอง ไม่ควรทาอะไรเกนิ หนา้ เกินตาคนอนื่ เพราะคน
เกลยี ดเรามีมากกว่าคนรักเรา
วาสนาไมค่ ูเ่ คียงเถียงเขายาก บทที่ ๒๒
ผเี รือนตัวไม่ดผี ีอน่ื พลอย
ถึงมีปากมเี สียเปล่าเหมอื นเตา่ หอย
พูดพลอ่ ย ๆ ไม่ดีปากขรี้ ้วิ
คาศัพท์ ผเี รือน หมายถงึ .....................
หมายถึง .....................
ปากข้รี ิ้ว
ถอดความได้ว่า ถา้ ไมม่ ียศถาบรรดาศกั ด์ิเสมอเขา ไปโต้เถียงกับเขากไ็ ม่มี
ประโยชน์เพราะไม่มใี ครเชือ่ คนในบ้านนนั่ แหละเปน็ ใจช่วยใหค้ นนอกบา้ นเขา้
มาทาความเสยี หาย การพดู พลอ่ ย ๆ โดยไมค่ ดิ เป็นส่งิ ที่ไม่ควรทา
บทท่ี ๒๓
แตไ่ ม้ไผอ่ ันหนึ่งตนั อนั หนง่ึ แขวะ สีแหยะแหยะตอกตะบันเปน็ ควันฉวิ
ชา้ งถบี อยา่ วา่ เลน่ กระเดน็ ปลิว แรงหรือหวิ ชั่งใจดูจะสู้ชา้ ง
คาศัพท์ แหยะแหยะ หมายถงึ .....................
ตะบนั หมายถงึ .....................
ถอดความได้ว่า แมไ้ ม้ไผอ่ ันหนง่ึ ตนั กับอีกอันหน่งึ ผ่าครึง่ ออก เมือ่ นามาสกี ัน
เบา ๆ อาจเกดิ ควันได้ ฉะน้ันจงอยา่ ได้ประมาทการกระทาที่ดเู หมือนจะไมเ่ ป็นพิษ
เปน็ ภัย ชา้ งเปน็ สัตว์ทม่ี พี ลงั เมือ่ มันถีบเรารบั รองว่ากระเดน็ แนน่ อน ฉะน้นั หากจะสู้
กบั ช้างก็ควรประเมนิ กาลังของเราเสยี ก่อนวา่ อยใู่ นภาวะใดมกี าลงั หรอื ออ่ นแรงจะ
เตรยี มสู้ หรือหนี ดูให้เหมาะแก่สถานการณ์
ลอ้ งเู หา่ ก็ได้ใจกล้ากล้า บทท่ี ๒๔
แต่วา่ อย่ายกั เย้ืองเขา้ เบื้องหาง
ต้องว่องไวในทานองคลอ่ งทา่ ทาง ตบหวั ผางเดยี วมว้ นจึงควรล้อ
คาศพั ท์ ยักเย้ือง หมายถึง .....................
หมายถงึ .....................
ตะบัน
ถอดความไดว้ า่ การล้อเลน่ กบั งเู หา่ ซ่งึ เป็นสตั วท์ ีม่ อี ันตรายมากทาได้ แตต่ อ้ ง
เปน็ คนใจกล้า แต่อยา่ ไปเข้าข้างหางเพราะอาจเกิดอนั ตรายได้ และต้องทาด้วย
ความวอ่ งไวอย่างเด็ดขาดทันที จงึ จะไม่ตกอยูใ่ นฐานะท่เี พลยี่ งพล้า
ถึงเพื่อนฝงู ทช่ี อบพอขอกันได้ บทท่ี ๒๕
พอ่ แมเ่ ล้ยี งปดิ ปกเปน็ กกกอ
ถา้ แม้ให้ทกุ คนกลัวคนขอ
จนแลว้ หนอเหมอื นเปรตด้วยเหตุจน
คาศัพท์ ปดิ ปกเป็นกกกอ หมายถงึ .....................
เปรต หมายถึง .....................
ถอดความไดว้ า่ การจะขออะไรกบั เพอ่ื นฝงู ที่ชอบพอกันกส็ ามารถ
ขอกันได้ แตจ่ ะให้ทกุ คนท่ีขอคงไมไ่ ด้ พอ่ แมเ่ ลีย้ งดทู ะนุถนอมมาเป็น
อย่างดี ถา้ หากเปน็ คนจนก็จะเหมือนเปรตทีเ่ ที่ยวขอส่วนบุญ
ถงึ บญุ มีไมป่ ระกอบชอบไม่ได้ บทท่ี ๒๖
บญุ หาไมแ่ ล้วอย่าได้ทะนงตน
ต้องอาศัยคิดดีจงึ มผี ล
ปถุ ชุ นรักกบั ชงั ไม่ยั่งยืน
คาศพั ท์ ทะนง หมายถงึ .....................
ปุถชุ น หมายถงึ .....................
ถอดความไดว้ ่า ถึงมบี ุญวาสนา ไมท่ าการงานใด ๆ ก็ไมด่ ตี อ้ งเป็นผทู้ ่คี ิดดี
ทาดบี ญุ จึงสง่ ผล เม่ือหมดบุญลงแล้วอย่า ทะนงตนวา่ เปน็ ผู้มบี ญุ บารมี ขอให้
คนเราคดิ ว่าความรกั ความชงั นั้นเป็นสิง่ ทไ่ี มจ่ ีรังย่งั ยืนเท่าการทาความดี
สภุ าษติ ที่เก่ยี วขอ้ ง บทที่ ๓-๑๐ กลบั บทท่ี ๑ ๒ ๓ ๔
๕
ชายข้าวเปลอื กหญิงขา้ วสาร ลกู ขุนพลอยพยัก ๖
ลิงได้แกว้ ยื่นแกว้ ใหว้ านร ๗
คนลม้ อย่าข้าม นา้ ทว่ มปาก ๘
คดิ ก่อนพดู แต่อยา่ พูดก่อนคดิ รกั กนั ดีกว่าชังกัน ๙
เห็นดีเห็นงาม รักยาวให้บ่นั รักสนั้ ให้ต่อ
น้าพงึ่ เรือเสอื พึ่งป่า เดนิ ตามผู้ใหญห่ มาไม่กัด ๑๐
จงเตอื นตนด้วยตนเอง มติ รจิตรมิตรใจ
หลงั สู้ฟา้ หนา้ สู้ดิน
สภุ าษติ ที่เก่ยี วข้อง บทที่ ๑๑-๒๖ กลบั บทท่ี ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕
หลงใหลไดป้ ล้ืม เล่นกับคกุ กบั ตาราง เปรตขอส่วนบุญ ๑๖
ฟังหไู ว้หู จับงขู ้างหาง ตนเปน็ ท่พี งึ่ ของตน ๑๗
รู้ยาวร้สู ั้น ๑๘
ปลาหมอแถกเหงือก ผวั หาบเมียคอน พ่ึงลาแข้งตัวเอง ๑๙
ฆ่าควายอย่าเสียดายพรกิ ๒๐
คมในฝกั ๒๑
น้าร้อนปลาเป็นนา้ เยน็ ปลาตาย ๒๒
ไม้ซีกงดั ไม้ซงุ
จงเตือนตนด้วยตนเอง เดนิ ตามผใู้ หญ่หมาไมก่ ดั
เล่นกับคุกกับตาราง บา้ จ้ี
ปลาหมอตายเพราะปาก ผบี า้ นไม่ดีผีป่ากพ็ ลอย
คนรักเทา่ ผนื หนงั คนชงั เทา่ ผืนเสอื่
๒๖ ๒๕ ๒๔ ๒๓
คนล้มอยา่ ขา้ ม
แปลว่า (สา) ก. อย่าดูถูกหรือซ้าเติมคนที่พลาด
พลั้งเผลอ คาพังเพยนี้มาจากคาเต็มว่า “คนล้มอย่า
ข้าม ไม้ลม้ ข้ามได”้
คิดกอ่ นพดู
แปลวา่ (สา) ก. การก่อนจะพูดหรือกระทาส่ิงใด ควร
จะคิดไตร่ตรองให้ถถี่ ้วนเสียกอ่ น
“จับงขู ้างหาง”
หมายถงึ ก. ทาสงิ่ ทเ่ี ส่ียงต่ออันตราย. ชิ้นงาน
สานวนชวนคดิ
บทประพนั ธ์ในอศิ รญาณภาษิต ส่งวนั อังคาร
ท่ี 11 ธ.ค. 61
ล้องูเห่าก็ได้ใจกล้ากล้า แตว่ า่ อยา่ ยกั เยอ้ื งเข้าเบอ้ื งหาง
ตอ้ งว่องไวในทานองคล่องท่าทาง ตบหวั ผางเดียวม้วนจึงควรลอ้
ถอดความ
การลอ้ เล่นกบั งเู ห่ามพี ิษสามารถทาไดห้ ากใจกล้าพอ แต่อย่าเข้าไป
จบั งดู ้านหลงั เพราะงูอาจจะหกั กลับมาฉกได้ ต้องระวังตวั คลอ่ งแคล่วและ
จับตรงหวั งูจึงปลอดภยั