The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

0000000000001Manual TLS 8001-2020 for Auditor

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paxnoi2541, 2022-03-22 02:58:01

0000000000001Manual TLS 8001-2020 for Auditor

0000000000001Manual TLS 8001-2020 for Auditor

สำหรับผูท้ ำหน้าที่ประเมิน
มาตรฐานแรงงานไทย

ภาครัฐ

สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน
กลมุ่ งานรับรองมาตรฐานแรงงาน



คำนำ

คู่มอื ฉบับย่อสำหรับผทู้ ำหน้าทปี่ ระเมินมาตรฐานแรงงานไทย
ภาครัฐเล่มนี้ เป็นผลงานทางวิชาการในการประเมินตำแหน่งนักวิชาการแรงงาน
ชำนาญการพเิ ศษของนางสาวนงนุช หยดย้อย เพื่อเป็นแนวทางให้แก่หัวหนา้ ผู้ประเมิน/
ผู้ประเมิน ในการทำหน้าที่ในการประเมินตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ ซึ่งแต่ละกระบวนการได้ระบุ
ถงึ แหลง่ ข้อมูลหลักไว้ การใช้แบบต่าง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ งได้อย่างถูกต้อง รวมถึงขอ้ แนะนำและข้อควรระวัง
ในการปฏิบัติงานตามกระบวนการประเมนิ ตามระเบียบกรมสวัสดกิ ารและคุ้มครองแรงงานว่าดว้ ย
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นหน่วยรับรอง หน่วยตรวจ การประเมิน และการรับรอง
มาตรฐานแรงงานไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งออกตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล ISO/IEC 17021-1
ทำใหล้ ดความผิดพลาด สร้างความมัน่ ใจในการปฏิบตั งิ าน และความน่าเชื่อถือต่อสถานประกอบกิจการ
ที่ขอรับการประเมิน ตลอดจนสามารถดำเนินการประเมินได้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกขั้นตอน
ลดประเด็นการทวนสอบ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ทำหน้าที่ประเมิน
มาตรฐานแรงงานไทยภาครัฐในการปฏบิ ัตหิ น้าที่ตอ่ ไป

สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน
กลุ่มงานรบั รองมาตรฐานแรงงาน

ตุลาคม 2564



สารบัญ

คำนำ หนา้
สารบัญ ก
บทนำ ข
1. การดำเนนิ การกอ่ นการประเมิน ค
 วธิ ีการตรวจสอบแบบคำขอการรบั รอง กรร.03 1
 พจิ ารณาบุคคลท่มี ีคณุ สมบตั หิ วั หน้าผปู้ ระเมิน และผูป้ ระเมิน 1
 ช่องทางการตรวจสอบคณุ สมบัติผู้ทำหนา้ ทป่ี ระเมิน 2
 ประชุมคณะผปู้ ระเมนิ วางแผนในการประเมนิ นัดหมายผู้ยืน่ คำขอ 2
 แจง้ แผนการประเมนิ 3
2. การดำเนนิ การระหวา่ งการประเมนิ 5
 การลงชื่อผูเ้ ข้ารว่ มประชมุ 6
 การประชุมเปดิ เพ่ือแจง้ วัตถุประสงคใ์ นการเขา้ ประเมิน 6
 การประเมนิ 7
การตรวจเอกสาร 7
การสัมภาษณ์ 7
การตรวจพืน้ ท่ี และสังเกตสภาพการทำงาน 8
 การบันทึกและสรปุ ผลการประเมิน 9
การเขียนรายงานขอ้ บกพร่อง และข้อสงั เกต 9
 ประชมุ ปิดเพือ่ สรปุ ผลการประเมนิ 10
3. การดำเนนิ การหลงั การประเมนิ 11
 ตดิ ตามผลการแก้ไขขอ้ บกพร่อง 12
 การจดั ทำรายงานการประเมนิ 12
 การบันทึกข้อมูลในระบบผลการปฏิบตั ิงาน 12
 การส่งเอกสารใหก้ รม 14
15



บทนำ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้บริหารการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย
โดยระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็น
หน่วยรับรอง หน่วยตรวจ การประเมิน และการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย พ.ศ. ๒๕๕๙
ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล ISO/IEC 17021-1 เพื่อให้การประเมินและรับรองมาตรฐาน
แรงงานไทยเป็นไปตามหลักสากล มีความโปร่งใส เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยสำนักพัฒนา
มาตรฐานแรงงาน ได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติ ให้มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าผู้ประเมินและ
ผปู้ ระเมินมาตรฐานแรงงานไทยภาครัฐ ตามหลกั สูตรท่ีได้รับความเหน็ ชอบจากกรม

เนื่องจากภารกิจด้านประเมินมาตรฐานแรงงานมีจำนวนไม่ มากเมื่อเทียบกับ
การตรวจแรงงาน ดังนั้น จึงทำให้ผู้ที่จะปฏิบัติภารกิจนี้ขาดความชำนาญ ในบางครั้งมีการดำเนินการ
ท่ีไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือมาตรฐานสากล เกดิ ความสับสนแก่สถานประกอบกจิ การ ทีข่ อการรับรอง
แม้ว่าสำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน จะได้จัดทำคู่มือแบบประเมนิ ตามข้อกำหนด และแบบต่าง ๆ
ที่ใช้ในการประเมิน เพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมินให้แก่ผู้ทำหน้าที่ประเมินหน่วยปฏิบัติไว้แล้ว
อย่างเป็นระบบ แต่เนื่องจากคู่มือดังกล่าวมีความละเอียด และมีเอกสารที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก
ประกอบกับผู้ทำหน้าที่ประเมินในหน่วยปฏิบัติจำนวนมากไม่มเี วลาศึกษาอย่างเพียงพอ ทำให้เกิด
ความสับสน เนื่องจากจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของกรมในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นสำนักพัฒนา
มาตรฐานแรงงาน โดยกลุ่มงานรับรองมาตรฐานแรงงาน จึงได้จัดทำค่มู ือฉบับยอ่ สำหรับผู้ทำหน้าที่
ประเมินมาตรฐานแรงงานไทยขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยจัดทำเป็นข้อแนะนำต่าง ๆ ประกอบด้วย
คุณสมบัติหัวหน้าผู้ประเมิน/ผู้ประเมิน วิธีการดำเนินการตามกระบวนการประเมิน ทุกขั้นตอน
จนแล้วเสร็จ ไปจนถึงการเขียนรายงานการประเมินอนั เป็นขั้นตอนสุดท้ายของผู้ทำหน้าท่ีประเมิน
มาตรฐานแรงงานไทย รวมถึงวิธีการบันทึกข้อมูลในระบบรายงานผลการปฏิบัติงานและการส่ง
รายงานให้กรม โดยแตล่ ะขั้นตอนจะโยงใหเ้ หน็ ถึงแนวปฏิบัติท่ีต้องศึกษา ข้อระวัง หรือแบบตา่ ง ๆ
ที่ต้องใช้ เพื่อให้ผู้ทำหน้าทีป่ ระเมนิ สามารถปฏิบตั ิหน้าที่การประเมินมาตรฐานแรงงานไทยได้ตาม
หลกั มาตรฐานสากล สอดคลอ้ งต่อข้อกำหนดและข้อกฎหมาย สร้างความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ
ของสถานประกอบกิจการ ลดขั้นตอนการทวนสอบข้อมูลเพิ่มเติมของกรม และเป็นที่น่าเชื่อถือ
แก่คณะอนุกรรมการพิจารณารับรองมาตรฐานแรงงานไทยทีเ่ ป็นผ้ตู ดั สินให้การรบั รอง



คมู่ อื ฉบับนี้ อ้างอิงแหล่งขอ้ มลู ดังต่อไปนี้

1. ระเบยี บกรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็น
หนว่ ยรับรองหน่วยตรวจ การประเมิน และการรบั รองมาตรฐาน
แรงงานไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ ซ่งึ สามารถคน้ หาได้จากแหล่งดังนี้

- เวบ็ ไซตส์ พม. ข้อมลู วิชาการ  หลกั เกณฑ์การประเมินและการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย
 มรท.2559

2. การเข้าถงึ แบบต่าง ๆ ทจ่ี ะต้องใช้ในการประเมนิ
- เวบ็ ไซตส์ พม. ข้อมลู วิชาการ  ดาวนโ์ หลด  เอกสารมรท.8001-2563



กระบวนการประเมินมาตรฐานแรงงานไทย

1. การดำเนนิ การก่อนการประเมนิ

 วธิ กี ารตรวจสอบแบบคำขอการรับรอง (กรร.03)

เมื่อสถานประกอบกิจการยื่นแบบคำขอการรับรอง (กรร.03)
ให้ตรวจสอบเอกสาร ให้ครบถว้ น โดย

 มกี ารกรอกข้อมลู ในแบบครบถว้ น
 ต้องระบวุ นั ทขี่ องผูย้ ืน่ คำขอในแบบ
 มีสำเนาหนงั สือรับรองนติ ิบุคคลแนบท้าย
 จนท.ผู้รับคำขอต้องลงลายมือชื่อและระบุวันที่ในช่องรบั เอกสารของจนท.
(หน้า ๒/๒) เพ่อื แสดงวนั ทร่ี บั ทราบ

จนท.ในหน่วยงานทุกคนสามารถลงลายมือช่ือรับแบบคำขอได้

วนั ท่ีรบั แบบคำขอมีผลต่อวนั ท่ีที่จะเข้าประเมิน

การพจิ ารณาแบบคำขอตามระเบียบกรมข้อ 18



 พจิ ารณาบุคคลที่มคี ุณสมบัติหวั หนา้ ผ้ปู ระเมนิ และผู้ประเมนิ

ผูท้ ำหน้าที่ประเมนิ มาตรฐานแรงงานไทยประกอบด้วย
1. หัวหนา้ ผปู้ ระเมิน
2. ผู้ประเมนิ

 หัวหน้าผู้ประเมินและผู้ประเมิน ต้องมีคุณสมบัติและผ่านการอบรม
ตามหลักสูตรที่กรมกำหนด (ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 15
กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.2559 เรื่อง คุณสมบัติผู้ทำหนา้ ทปี่ ระเมนิ มาตรฐานแรงงานไทย)

 ผ้ทู ่รี ่วมในการประเมินทไ่ี มม่ คี ุณสมบตั ิตามข้อ 1 และ 2 จะเปน็ ผูส้ งั เกตการณ์

ต้องมีหวั หน้าผู้ประเมนิ ทกุ คร้งั ทีเ่ ขา้ ประเมนิ

 ชอ่ งทางการตรวจสอบคณุ สมบตั ิผทู้ ำหนา้ ทีป่ ระเมนิ

หากไม่มั่นใจว่าหน่วยงานของท่านมีผู้ใดที่มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าผู้ประเมินหรือผู้ประเมิน
สามารถโทรศัพท์ตรวจสอบได้ที่ กลุ่มงานรับรองมาตรฐานแรงงาน 0 2660 2114 – 16
ซ่งึ ได้จัดทำทะเบยี นประวัติของผทู้ ำหนา้ ทปี่ ระเมินของทกุ หน่วยงานไวอ้ ย่างเป็นปัจจุบนั โดยละเอยี ด

มขี ้อมูลหัวหน้าผู้ประเมินและผู้ประเมนิ ที่เป็นปจั จุบัน

ดำเนินการประเมินโดยผมู้ คี ณุ สมบตั ิเท่านัน้



 ประชุมคณะผปู้ ระเมิน
วางแผนในการประเมนิ นัดหมายผู้ยืน่ คำขอ

ผ้รู ับผดิ ชอบต้อง
 ตรวจสอบแบบคำขอการรบั รอง (กรร.03) ว่ายืน่ ขอการรับรอง
คร้งั แรก หรือรบั รองใหม่ (ตอ่ อายุ)

 กรณีเปน็ การขอการรับรองครงั้ แรก
จะตอ้ งมีการประเมนิ 2 ข้ันตอน โดยข้นั ตอนท่ี 1 ตอ้ งประเมินภายใน 120 วัน
นับจากวนั ทีไ่ ดร้ ับแบบคำขอ ส่วนขน้ั ตอนท่ี 2 พิจารณาว่าขน้ั ตอนที่ 1 สปก.มีการปฏบิ ตั ิค่อนขา้ ง
สอดคลอ้ งตอ่ ขอ้ กำหนดมากนอ้ ยเพยี งใด เม่ือสปก.มีความพร้อมในการให้เขา้ ประเมิน ผปู้ ระเมนิ
สามารถนัดประเมินขัน้ ตอนที่ 2 ได้ (ชว่ งเวลาระหว่างขน้ั ตอนท่ี 1 และข้ันตอนที่ 2 พิจารณาจาก
ความพร้อมและเหตุผลความจำเปน็ ของสปก.เป็นหลัก)
ขนั้ ตอนท่ี 1 จะเข้าไปประเมนิ ในสปก. หรอื ดูเอกสารที่ให้ส่งมาก็ได้ เช่น อาจจะให้ผู้ย่ืนคำขอ
พิมพ์รายงาน กรร.01-08 ส่งมาให้ดู (ให้ดูข้อมูลว่าสอดคลอ้ งต่อข้อกำหนดมากนอ้ ยแคไ่ หนอย่างไร)
ผู้ประเมินต้องเป็นผู้จัดทำรายงาน กรร.01-08 ส่งกรม ห้ามนำรายงานของสปก.ส่งให้กรม
เนื่องจากเป็นหน้าที่ของผู้ประเมินในการจัดทำรายงาน กรร.01-08 ส่งกรม ซึ่งขั้นตอนที่ 1
เปน็ การเตรียมความพรอ้ มของผูย้ ่ืนคำขอ จะไม่มกี ารออกขอ้ พรอ่ ง

ข้ันตอนท่ี 1 สามารถเข้าไปสปก.เพ่อื ประเมนิ หรอื ใชว้ ธิ ี
ตรวจสอบจากเอกสารได้ทางใดทางหนึง่ หากเข้าไปประเมินมี

แบบประเมินขนั้ ตอนท่ี 1 ในเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 2 คือการเข้าไปประเมินเต็มรูปแบบ มีหัวหน้าผู้ประเมินและคณะผู้ประเมิน
มกี ารประชุมเปิด ประชุมปดิ และการออกข้อบกพร่อง (ถ้ามี)

การประเมินข้ันตอนที่ ๒ ตามขอ้ ระเบียบกรม
ข้อ ๑๖ ข้อ ๒๒ ถึง ข้อ ๒๘



 ประชมุ คณะผปู้ ระเมิน
วางแผนในการประเมนิ นดั หมายผู้ยื่นคำขอ (ต่อ)

 กรณเี ป็นการขอรบั รองใหม่ (ตอ่ อายุ)

หากเป็นขอยื่นคำขอเพื่อประเมินรับรองใหม่ (ต่ออายุ) จะต้อง
ประเมินขน้ั ตอนเดียว คอื ขั้นตอนที่ 2 โดยมเี งื่อนไข ต้องทำการประเมนิ และแก้ไข
ข้อบกพร่อง (ถ้ามี) ให้แล้วเสร็จก่อนใบรับรองหมดอายุ ดังนั้น ในการวางแผน
การเข้าประเมินตอ้ งเผ่ือเวลาให้สปก.มีเวลาแก้ไขข้อบกพร่องด้วย

หากมีการแก้ไขข้อบกพร่องแล้วเสรจ็ ภายหลังใบรับรองหมดอายุ
จะไมถ่ ือเป็นการต่ออายุต่อเน่ือง แต่จะได้การรบั รอง ณ วันที่
มีการประชุมพจิ ารณาให้การรับรอง

หากยื่นคำขอภายหลังใบรบั รองหมดอายุ จะถือเป็นการประเมิน
เพือ่ การรับรองครง้ั แรก และจะกระทบกับนโยบายการประเมิน

โดยกรม

 ประชุมทีม เพื่อกำหนดผู้ทำหน้าที่ในการประเมิน ใครเป็นหัวหน้าผู้ประเมิน ผู้ประเมิน
ผู้สังเกตการณ์ และแบ่งหน้าที่ว่าใครจะประเมินข้อกำหนดใด ทำหน้าที่อะไร ในการตรวจเอกสาร
สัมภาษณ์ ตรวจพนื้ ท่ี และสงั เกตสภาพการทำงาน

 นัดหมายกับตัวแทนสปก.ผู้ยื่นคำขออย่างไม่เป็นทางการในเบื้องต้น ว่าพร้อมที่จะให้
คณะเข้าทำการประเมินเมื่อไร เมื่อนัดหมายเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำหนังสือแจ้งแผนการประเมิน
เปน็ ทางการไปยงั สปก.

 ควรนดั หมายลว่ งหนา้ เพื่อประเมนิ ไม่นอ้ ยกวา่ 15 วัน เนือ่ งจากตอ้ งแจ้งแผนการประเมนิ
ให้สปก.และกรมทราบก่อนการประเมินไม่น้อยกว่า 15 วันตามระเบียบ ดังนั้น ผู้ประเมินต้องมี
การวางแผนการประเมินให้ดีไม่ควรนัดกระชั้นชิด กรณีเป็นการรับรองใหม่ (ต่ออายุ) ควรให้สปก.
ยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 เดือน เพื่อท่านจะได้มีเวลาในการวางแผน และเผื่อเวลาให้สปก.
แกไ้ ขขอ้ บกพร่องดว้ ย



 แจ้งแผนการประเมิน

เมื่อดำเนนิ การนัดหมายการเข้าประเมิน
แบบไมเ่ ปน็ ทางการเรียบร้อยแลว้ ใหจ้ ดั ทำ
 หนงั สอื แจ้งแผนการประเมิน ประกอบด้วยหนังสือนำส่งแผน
ซึ่งลงนามโดย สค./ผอ.สรพ. พร้อมแผนการประเมิน และรายการ
เอกสารทต่ี อ้ งจัดเตรียมไว้ใหป้ ระเมิน
 แผนการประเมนิ ใหร้ ะบุรายชอื่ คณะผู้ประเมิน และหน้าท่ี
ของแต่ละคน
 เมื่อทำแผนส่งสปก. เรียบร้อยแล้ว ให้สแกนหนังสือนำส่ง
พรอ้ มแผนการประเมินขา้ งตน้ ส่งกลุม่ งานรบั รองมาตรฐานแรงงาน สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน
ทางอีเมล์ [email protected]

ดูตัวอย่างหนังสอื ส่งแผนในเว็บไซต์สพม.

การแจ้งแผนการประเมินไปยังสปก.และสพม. ให้แจ้ง
ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวนั ประเมนิ ตามระเบียบข้อ 19

กำหนดเวลาประเมิน 09.00-17.00 น.

จำนวนคนในคณะผู้ประเมิน กำหนดจำนวนวันประเมิน และผู้ทำหน้าท่ี
ในการประเมินพิจารณาตามตารางแนบท้ายประกาศกรม

ลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560 (ไม่ควรตำ่ กว่าทีก่ ำหนดในตาราง)

คณะผปู้ ระเมินมีมากกว่ากำหนดในตารางได้ ให้พจิ ารณาว่า
สามารถประเมนิ ไดค้ รอบคลุมทกุ ขอ้ กำหนดหรือไม่



2. การดำเนินการระหว่างการประเมิน

ควรไปถึงสปก.ก่อนเวลานัดหมายไม่น้อยกว่า 15 นาที
ไมค่ วรไปเร็วหรือช้ากว่าน้ัน การประเมนิ ต้องรักษาเวลาให้เปน็ ไปตามแผน
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งไม่ควรไปสาย เนื่องจากการเข้าไปประเมนิ เปน็ การแจ้ง
แผนการประเมินล่วงหน้า (สปก.จะต้องมีการวางแผนรับการประเมิน
เตรียมทีม เตรยี มเอกสาร)

 การลงชื่อผเู้ ข้าร่วมประชมุ

เมื่อถึงห้องประชุมใหผ้ ู้เข้าร่วมประชุมลงช่ือในแบบการเข้าร่วมประชุม (แบบ กรร.11)
ทุกคน โดยให้หัวหน้าผู้ประเมินลงช่ือเปน็ คนแรก ตามด้วยคณะผูป้ ระเมิน โดยให้ระบุเป็นตำแหน่ง
ทางการประเมิน ไม่ต้องระบุตำแหน่งทางราชการ ได้แก่ หัวหน้าผู้ประเมิน ผู้ประเมิน ผู้สังเกตการณ์
จะส่งใหค้ ณะผรู้ บั การประเมนิ ลงชอ่ื ตอ่ จนครบ (ใหล้ งชือ่ เฉพาะช่องประชมุ เปิด ส่วนช่องประชุมปิด
ให้ลงชอ่ื อีกครงั้ เมื่อทำการประชมุ ปดิ ในชว่ งท้ายสุด)

ไมค่ วรลงลายมอื ชื่อพร้อมกันทัง้ ประชุมเปดิ และปิด
ให้ลงลายมอื ชื่อเฉพาะประชุมเปิด โดยลงช่ือทกุ คนในห้อง

ประชุม

คณะผรู้ ับการประเมินให้ใส่ตำแหน่งในการทำงาน
ประธานในการประชุมเปิดคือ ผทู้ ่ตี ำแหน่งสูงสุดในการประชมุ เปดิ

(ตอ้ งระบใุ นรายงานการประเมิน กรร.01-08 สว่ นที่ 2)



 การประชมุ เปดิ เพอ่ื แจ้งวัตถุประสงค์
ในการเขา้ ประเมนิ

เม่อื คณะผปู้ ระเมนิ พร้อมในห้องประชุมลงชื่อเรียบรอ้ ยแล้ว
หัวหน้าผู้ประเมินต้องสังเกตว่าคณะผู้รับการประเมินพร้อมแล้ว
จึงให้หัวหน้าผู้ประเมินทำหน้าที่ประชุมเปิด โดยแจ้งวัตถุประสงค์
ในการเขา้ ประเมิน (ดตู ัวอยา่ งการประชุมเปิด/ปิดในแบบ กรร.12)

ให้พึงระวังไว้เสมอว่า การประเมินมาตรฐานใด ๆ ซึ่งรวมถึงมาตรฐานแรงงานไทยน้ัน
ขั้นตอนการประชุมเปิดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เนื่องจากจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
และเป็นที่เข้าใจ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ทางคณะผู้รับการประเมินจะสามารถเตรียมการ
รบั การประเมินได้ ดังนนั้ ในข้ันตอนการวางแผนการประเมิน จงึ ควรสอบถามความพร้อมของสปก.ด้วย
เช่น หากคณะผู้ประเมินเข้าประเมินพรอ้ มกันหลายคน โดยจะทำการประเมินแต่ละส่วนพร้อม ๆ กัน
ท้งั การตรวจสภาพพื้นที่ และการตรวจเอกสาร หรอื มกี ารสัมภาษณด์ ้วย ตอ้ งดูความพร้อมของสปก.ว่า
มีการจัดทีมรับการประเมินไว้อย่างไร สถานที่สะดวกหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ควรให้สอดคล้องกับ
แผนการประเมนิ ที่แจ้งใหส้ ปก.ทราบ

ประชุมเปดิ ดี การประเมินจะราบรื่นจะเป็นไปตามเวลาทกี่ ำหนด

 การประเมนิ

เมื่อประชุมเปิดเสร็จเรียบร้อย ให้เริ่มดำเนินการตามแผนการประเมิน ซึ่งประกอบด้วย
การตรวจเอกสาร สัมภาษณ์ ตรวจพื้นที่ และสังเกตสภาพการทำงาน โดยจะทำขั้นตอนไหน ก่อน
หลัง อยา่ งไร ก็ได้ แตข่ อให้สามารถได้ขอ้ เทจ็ จริงตามขอ้ กำหนดและขอ้ กฎหมายได้

การตรวจเอกสาร
 ให้เรียกดูเอกสารตามข้อกำหนด เช่น ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ทะเบียนลูกจ้าง

หลักฐานการลงเวลาทำงาน หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง ประกาศวันหยุดตามประเพณี นโยบาย ประกาศ
มาตรการตา่ ง ๆ เอกสารการรายงานผลการดำเนินการเก่ยี วกับความปลอดภัยในการทำงาน เปน็ ต้น



 หลักฐานการลงเวลาทำงาน และหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง
พิจารณาจากเอกสาร 3 เดือนภายใน 1 ปีย้อนหลัง ให้ดูว่าเดือนใด
มีการทำงานลว่ งเวลาสูงสุด หรอื มวี ันหยดุ ตามประเพณี เปน็ ต้น

ควรแบ่งทีมตรวจเอกสาร โดยดเู อกสารตามข้อกำหนด
ดา้ นความปลอดภัย และเอกสารตามข้อกำหนดที่เหลือ

(สอดคลอ้ งกับแผนการประเมนิ ที่แจ้งไว้)

ใหป้ ระเมินตามแบบ Check List ตามข้อกำหนด (ในเว็บไซต)์
และนำข้อมูลที่ได้ ไปเขยี นรายงานในแบบกรร.01-08

การสมั ภาษณ์
 ให้เรียกจำนวนไม่มากและไม่น้อยเกินไป โดยลูกจ้างที่เรียกสัมภาษณ์ให้ครอบคลุม

ขอ้ กำหนด (มีแบบเรยี กสมั ภาษณเ์ ปน็ ตวั อยา่ งอย่ใู นเว็บไซต)์
 ใหส้ ุม่ รายช่ือลูกจ้างจาก คำสั่งคปอ. คำสง่ั คณะกรรมการสวสั ดิการในสถานประกอบกิจการ

กรรมการสหภาพแรงงาน ทะเบียนลูกจ้าง ทะเบียนหญิงตั้งครรภ์ ทะเบียนลูกจ้างพิการ
ทะเบียนรายชื่อรปภ./แมบ่ ้าน (กรณีจ้างจากบรษิ ัทอื่น)

 ลูกจ้างที่จะเรยี กสัมภาษณ์ นอกเหนือจากตำแหน่งในแบบเรียกสมั ภาษณ์ให้เน้นลูกจ้าง
ที่ทำงานในฝ่ายผลิตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี เครื่องจักรเสียงดัง ช่างซ่อมบำรุง โดยให้เน้นที่สามารถ
สอบถามขอ้ มูลตามข้อกำหนด

อยากรขู้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ขอ้ กำหนด/ ข้อกฎหมาย
ข้อใดจากลกู จ้างแผนกใด สามารถวิเคราะห์

และเรียกสัมภาษณ์ได้
(มแี บบสัมภาษณล์ กู จ้างในเวบ็ ไซต์)



การตรวจพื้นท่ี และสังเกตสภาพการทำงาน

 ให้วางแผนการเดนิ จากผงั Lay Out
 วางแผนการเดนิ ใหค้ รอบคลุม จดุ ทม่ี ีลูกจา้ งทำงาน บริเวณท่ีเส่ียง
ในกระบวนการผลิต การใช้งานเคร่ืองจักร เส้นทางหนีไฟ สัญญาณแจง้ เหตเุ พลิงไหม้
ถงั ดบั เพลงิ บริเวณท่เี กบ็ สารเคมี หอ้ งไฟฟา้ แผนกวศิ วกรรม หมอ้ นำ้ ปัม้ น้ำดับเพลิง
ที่อับอากาศ ห้องพยาบาล หรือจุดเก็บปัจจัยปฐมพยาบาล ห้องอาหาร ห้องน้ำ
ห้องส้วม จุดน้ำดื่ม ที่พัก เป็นต้น เพื่อพิจารณาความสอดคล้องต่อขอ้ กำหนดและ
ข้อกฎหมาย
 ให้เกียรติคณะผู้รับการประเมินของสปก.เป็นผู้วางแผน
ว่าจะพาไปตรวจสภาพพ้นื ทต่ี รงบริเวณไหนก่อน-หลงั
 ปฏิบัตติ ามขอ้ ปฏบิ ตั ิของสปก.ในการเดินตรวจสภาพพื้นที่

ไมค่ วรนำโทรศพั ทม์ อื ถือติดตัวไปในขณะการตรวจพืน้ ที่
หากตอ้ งการเก็บภาพใหแ้ จ้งคณะผู้รับการประเมินเป็นผถู้ า่ ย

 การบันทึกและสรปุ ผลการประเมนิ

เม่ือดำเนินการประเมนิ ครบทุกกระบวนการแล้ว ให้
 ประชุมคณะผู้ประเมิน โดยแจ้งต่อผู้รับการประเมินจะเชิญประชุมปิดในเวลาใด
(ระยะเวลาในการประชุมทีม ให้หัวหนา้ ผู้ประเมิน ประเมินจากผลการประเมนิ ระหว่างดำเนินประเมิน
จากคณะ เพอื่ จะได้กำหนดระยะเวลาได)้
 หวั หนา้ ผ้ปู ระเมินสอบถามคณะผปู้ ระเมินว่าพบประเด็นท่ีไม่สอดคล้องตอ่ ขอ้ กำหนด
หรือไมอ่ ย่างไร
 สรุปผลการประเมิน หากพบข้อบกพร่องให้วิเคราะห์ว่าจะเป็นข้อบกพร่องสำคัญ
หรือข้อบกพรอ่ งยอ่ ย

ข้อบกพร่องตามระเบยี บกรมข้อ ๔ (นิยาม) และข้อ 28

๑๐

 การเขียนรายงานขอ้ บกพร่อง และข้อสังเกต
เมอื่ พบวา่ มีการปฏบิ ัตไิ ม่สอดคลอ้ งต่อข้อกำหนดตอ้ งเขียนรายงาน

ขอ้ บกพรอ่ ง (แบบกรร.13) โดย
 รายงานข้อบกพรอ่ งให้เขียนด้วยว่าพบข้อบกพร่องจากอะไร เช่น

จากการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบสภาพพืน้ ท่ี และสัมภาษณล์ ูกจา้ ง พบว่า.......
 แบบกรร.13 ใหแ้ ยกตามขอ้ กำหนดที่ปฏิบตั ไิ มส่ อดคลอ้ ง
 กรณีข้อกำหนดความปลอดภัย ให้แยกตามกฎกระทรวง

ไม่ให้เขยี นทุกกฎกระทรวงรวมในแบบแผ่นเดียวกนั เชน่

ข้อบกพร่อง 1/3 จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ และตรวจสอบเอกสารพบว่า
1. อาคาร 2 ไมม่ ีป้ายบอกทางหนีไฟ 2. อาคาร 1 ไมม่ ีสัญญาณแจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ 3. ไมม่ กี ารฝึกซ้อม
ดบั เพลงิ และอพยพหนีไฟประจำปี 2563

ข้อบกพร่อง 2/3 จากการตรวจสอบเอกสารพบว่าไม่มีการตรวจวัดและวิเคราะห์
สภาวะการทำงานเก่ยี วกับระดบั ความรอ้ น แสงสว่าง และเสยี งประจำปี 2563

ข้อบกพร่อง 3/3 จากการตรวจสอบเอกสาร และสัมภาษณ์ลูกจ้างพบว่ามี
คณะกรรมการสวสั ดกิ ารในสถานประกอบกจิ การ แต่ไม่ไดม้ าจากการเลอื กต้ัง

 กำหนดเลขหน้ามุมบนขวาในแบบกรร.13 ด้วย เช่น หากมี
ขอ้ บกพร่อง 6 ข้อ เป็นข้อบกพรอ่ งสำคญั 4 ข้อ ขอ้ บกพรอ่ งยอ่ ย 2 ข้อ ใหเ้ รยี งขอ้ บกพรอ่ งสำคัญก่อน
ตามด้วยขอ้ บกพรอ่ งยอ่ ย โดยเรียงตามขอ้ กำหนด 1/6, 2/6, 3/6.....6/6

 กรณไี มพ่ บข้อบกพร่อง แตพ่ บเพียงขอ้ สังเกต ให้เขยี นในรายงาน
ขอ้ สงั เกต (แบบกรร.18)

 หัวหนา้ ผ้ปู ระเมนิ ตอ้ งลงลายมือช่ือใบแบบกรร.13 และกรร.18

เขียนขอ้ บกพร่องให้ชัดเจนว่าไมส่ อดคล้องอย่างไร และต้องสามารถ
เข้าใจได้ว่าจะแก้ไขอยา่ งไร และตอ้ งแนบหลกั ฐานใดประกอบ

คณะผูป้ ระเมินทุกคนควรมคี วามสามารถในการเขียนรายงานข้อบกพรอ่ ง
เพื่อจะไดแ้ บ่งกนั เขยี นเพอ่ื ความรวดเร็ว

๑๑

 ประชุมปดิ เพอื่ สรปุ ผลการประเมนิ

เมื่อประชุมคณะผู้ประเมินเสร็จ โดยเขียนรายงาน
ข้อบกพร่องเรียบร้อย หรือไม่พบข้อบกพร่อง ให้รักษาเวลาที่นัดหมายการประชุมปิด
กับคณะผู้รับการประเมิน เพราะเมื่อถึงเวลานัดคณะผู้รับการประเมินจะเริ่มเข้ามา
ในหอ้ งประชมุ เพ่อื รบั ฟังการประชมุ ปดิ
 ให้คณะผู้ประเมินลงชื่อใบแบบเข้าร่วมประชุม (แบบ กรร.11) ในช่องประชุมปิด
และให้คณะผู้รับการประเมินดำเนินการต่อ (ไม่จำเป็นต้องลงชื่อทุกคนที่เข้าประชุมเปิด ใครเข้า
ประชุมเปิด ใครเขา้ ประชมุ ปิด ลงลายมือช่อื ตามความเป็นจริง)
 ดำเนนิ การสรปุ และแจ้งผลการประเมิน (ดตู ัวอย่างการประชมุ เปดิ /ปดิ ในแบบ กรร.12)
 หัวหน้าผู้ประเมินดำเนินการชี้แจงผลการประเมิน โดยจะอธิบายข้อบกพร่อง
ทงั้ หมดเอง หรือจะใหค้ ณะผปู้ ระเมนิ อธบิ ายในส่วนท่ีประเมินก็ได้
 แจง้ ระยะเวลาในการแก้ไขขอ้ บกพร่องสำคัญ และขอ้ บกพร่องยอ่ ย

ขอ้ บกพร่องสำคัญแก้ไขใหม้ ีผลแล้วเสร็จภายใน 180 วัน
ขอ้ บกพร่องย่อยแกไ้ ขโดย เป็นแผนการดำเนินการที่ชัดเจนภายใน 30 วัน

ตามระเบยี บข้อ 28

 แนะนำให้ผู้รับการประเมินทยอยสง่ หลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่อง โดยไม่ตอ้ งรอเสร็จ
ท้งั หมดแลว้ คอ่ ยส่ง เพื่อจะสามารถทยอยตรวจสอบว่าแก้ไขแต่ละข้อบกพรอ่ ง ครบถ้วนหรอื ไม่

 เปิดโอกาสให้ซักถาม หากไม่มีประเด็นอะไรเพิ่มเติม และเป็นท่ียอมรับเข้าใจตรงกนั
ในประเด็นขอ้ บกพรอ่ งให้หวั หนา้ ผู้ประเมินกล่าวขอบคณุ เปน็ อนั จบการประเมนิ

หวั หน้าผู้ประเมนิ ต้องมีความแม่นยำในข้อกำหนดและข้อกฎหมาย

หวั หน้าผู้ประเมนิ ต้องสามารถทำให้บรรยากาศในการประเมิน
เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและราบร่นื

๑๒

3. การดำเนินการหลงั การประเมนิ

 ติดตามผลการแกไ้ ขข้อบกพร่อง

คณะผู้ประเมินต้องติดตามให้ผู้ขอรับการประเมินแก้ไข
ขอ้ บกพรอ่ งตามระยะเวลาทีก่ ำหนด โดย

 ตรวจสอบแบบรายงานข้อบกพร่อง (แบบกรร.13) ว่ามี
การเขียนสาเหตุของปัญหา และแผน/แนวทางการแก้ไขและป้องกนั ให้ครบถว้ นหรือไม่

 แนบหลักฐานการแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งให้ครบถว้ น
 การติดตามแก้ไขข้อบกพรอ่ ง ให้ระบุผลการแก้ไข พร้อมสรุป
และหวั หนา้ ผู้ประเมินลงลายมือชอื่ ลงวันทีใ่ หค้ รบถว้ น

วันท่ีในการแก้ไขข้อบกพรอ่ งแล้วเสร็จสมบรู ณ์ตามทรี่ ะบทุ ้ายแบบ
มผี ลต่อจำนวนระยะเวลาในการแกไ้ ขว่าสอดคล้อง
กับระดับขอ้ บกพร่องหรอื ไม่

 การจัดทำรายงานการประเมิน

ผู้ประเมินจะต้องจัดทำรายงานการประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย
ระดับพืน้ ฐาน (กรร.01-08) โดย

 ขอ้ มูลในรายงานเปน็ รายละเอยี ด ณ วนั ทีเ่ ข้าไปประเมินขนั้ ตอนท่ี 2
 ใส่ขอ้ มูลรางวลั และมาตรฐานที่สปก.ได้รับให้ครบถว้ น
 สว่ นท่ี 2 ของแบบรายงาน ใหใ้ สใ่ หค้ รบถว้ น โดยระบุ

- ประเมินข้นั ตอนที่ 1 /ข้นั ตอนท่ี 2
- ผู้เขา้ ร่วมประชมุ เปิดและประชมุ ปิด นบั เฉพาะคณะผู้รับการประเมนิ
- ประธาน คือ ผู้แทนสปก.ท่ีรับการประเมินที่มีตำแหน่งสูงสุดในการประชุมเปิด
และประชุมปดิ
 หากสปก.แห่งนั้นไม่มีการใช้งานเครื่องจักรชนิดใด ให้ระบุว่าไม่มี และให้ตัด
รายละเอียดออกไม่ต้องใส่ เช่น ไม่มีการใช้หม้อน้ำ ไม่มีสถานที่อับอากาศ ไม่มีการใช้รังสี เป็นต้น
โดยใหต้ ดั รายละเอียดประกอบออก (จำนวนหน้ารายงานจะลดลง อ่านกระชบั ข้นึ )

๑๓

 การจดั ทำรายงานการประเมิน (ตอ่ )

 ให้ใส่รายละเอียดในส่วนที่ 4 เพื่อเป็นการเก็บข้อมลู
เฉพาะการประเมินรบั รองใหม่ (ต่ออาย)ุ

 ใหใ้ ส่รายชอื่ คณะผ้ปู ระเมินให้ครบตามรายชื่อในแบบ
เขา้ รว่ มประชมุ (แบบกรร.11)

 ให้ระบุความเห็นของคณะผู้ประเมินให้ตรงกับ
รายงานขอ้ บกพรอ่ ง (แบบ กรร.13)

 หัวหน้าผู้ประเมินลงลายมือชื่อในแบบรายงาน โดย
ลงวันที่ ณ วันท่ีแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งเรียบร้อย กรณีไม่มีข้อบกพร่อง
ใหล้ งวนั ทท่ี เี่ ข้าประเมนิ ขน้ั ตอนท่ี 2

จัดทำรายงานกรร.01-08 ส่งกรมภายใน 30 วนั
นบั จากวันที่แก้ไขข้อบกพรอ่ งเรยี บร้อย

กรณไี ม่พบข้อบกพร่องในการประเมนิ ให้ทำรายงาน กรร.01-08
สง่ กรมภายใน 30 วัน นับจากวันประเมิน

รายงาน กรร.01-08 เปน็ หน้าที่ของผู้ทำหน้าที่ประเมิน
ในการจดั ทำ ไมใ่ ช่หนา้ ทขี่ องสปก.ผู้ขอการรับรอง

๑๔

 การบันทกึ ขอ้ มลู ในระบบผลการปฏบิ ตั งิ าน

เม่ือจดั ทำรายงานกรร.01-08 เรียบรอ้ ยแล้ว ให้
 บันทึกผลการปฏิบัติงานในระบบคอมพิวเตอร์
ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ขั้นตอนตามคู่มือ
การปฏิบตั งิ านด้านมาตรฐานแรงงาน ประจำปงี บประมาณ)
www.labour.go.th/dlpw/มาตรฐานแรงงาน/ตรวจรบั รอง/TLS4I010
บันทกึ ข้อมูล การตรวจประเมินรับรอง
 เอกสารทต่ี ้องบันทึกในระบบ เปน็ เอกสารไฟล์ PDF
 กรณีเปน็ การประเมนิ คร้ังแรก ใหผ้ ้ปู ระเมนิ บนั ทึกข้อมูลในระบบให้ครบทุกข้ันตอน
และทกุ ข้อความ
 ในขั้นตอนการดำเนนิ การ ตรวจประเมินครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 โดยเฉพาะวันที่
การประเมนิ และวนั ท่ีรบั คำขอตอ้ งมคี วามสอดคล้องและเป็นจรงิ
 การบันทึกในระบบในการตรวจประเมินใหม่ ให้ลงข้อมูลเฉพาะส่วนที่เป็น
การประเมนิ ครัง้ ที่ 2

ปรบั ฐานข้อมูลระบบสถานประกอบกิจการทกุ ครั้งก่อนบนั ทกึ
ในระบบการประเมิน ขอ้ มลู ต้องตรงตามที่เข้าประเมนิ
เชน่ เลขที่ต้งั ประเภทกิจการ และจำนวนลูกจา้ งลูกจ้าง

บันทึกผลการปฏิบตั ิงานในระบบก่อนส่งเอกสารตัวจริงทงั้ หมดใหก้ รม

สสค./สรพ.จะประมวลผลงานได้เมือ่ สปก.ได้รับการรบั รอง
จากคณะอนุกรรมการพจิ ารณาใหก้ ารรบั รอง และกลุ่มงานรับรองมาตรฐานแรงงาน
ได้บนั ทึกเลขท่ีใบรับรองตอ่ จากการบันทึกของสสค./สรพ. ที่ได้บันทึกไวใ้ นระบบ

ดังนน้ั ควรมกี ารวางแผนการดำเนินงานใหส้ อดคล้องกับแผนงาน

๑๕

 การส่งเอกสารให้กรม

เมื่อบันทึกข้อมูลในระบบเรียบร้อยแล้วให้เร่งนำส่ง
เอกสารฉบับจรงิ ใหก้ รม ดังนี้
 แบบคำขอการรับรอง (แบบ กรร.03)
 รายชือ่ ผู้เขา้ ร่วมประชมุ (แบบ กรร.11)
 รายงานข้อบกพร่องการประเมนิ (แบบ กรร.13) (ถา้ ม)ี
 เอกสารยนื ยันข้อมูลที่ใช้ในการออกใบรับรอง (แบบ กรร 16)
 รายงานข้อสังเกต (แบบ กรร.08) (ถา้ ม)ี
 แบบเรยี กสัมภาษณล์ กู จ้าง
 Check List การประเมนิ ตามขอ้ กำหนด
 แบบรายงานการประเมินเพื่อการรบั รอง (แบบ กรร.01-08)

เม่อื กลมุ่ งานรบั รองมาตรฐานแรงงานได้รับเอกสารฉบบั จรงิ
จะทำการทวนสอบและสรุปรายงานก่อน

เตรยี มเข้าท่ีประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาใหก้ ารรับรอง

ตรวจสอบขอ้ มลู ในเอกสารยืนยันข้อมลู ท่ีใชใ้ นการออกใบรับรอง
(แบบ กรร 16) ชื่อ เลขท่ีตั้ง และประเภทกิจการ
ตอ้ งตรงกนั กับข้อมลู ในแบบรายงาน กรร.01-08

๑๖

ผเู้ ขยี น
นางสาวนงนุช หยดยอ้ ย
นกั วชิ าการแรงงานชำนาญการพิเศษ

คณะผู้ร่วมพิจารณากอ่ นเผยแพร่
เจ้าหน้าทก่ี ลุ่มงานรับรองมาตรฐานแรงงาน

ออกแบบและตรวจสอบอกั ษร
นายวชั ระ สถาวรนันท์
นักวชิ าการแรงงาน


Click to View FlipBook Version