The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
สมาชิกในกลุ่ม
น.ส.ชุติมา ไชยหล่อ เลขที่ 6 653080134-2
น.ส.นภัสรา สุทธิรณ เลขที่ 13 653080142-3
น.ส.สิริมนต์ สมหวัง เลขที่ 28 653080157-0
น.ส.กัญญ์วรา นวนันทวงศ์ เลขที่ 35 653080395-4
น.ส.อภิญญา สุขแป เลขที่ 41 653080403-1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirimon.s, 2022-08-16 10:15:48

สรุปยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

สรุปประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
สมาชิกในกลุ่ม
น.ส.ชุติมา ไชยหล่อ เลขที่ 6 653080134-2
น.ส.นภัสรา สุทธิรณ เลขที่ 13 653080142-3
น.ส.สิริมนต์ สมหวัง เลขที่ 28 653080157-0
น.ส.กัญญ์วรา นวนันทวงศ์ เลขที่ 35 653080395-4
น.ส.อภิญญา สุขแป เลขที่ 41 653080403-1

สรุป
ประวัติศาสตร์

ญี่ปุ่น

สมาชิก

ชุติมา ไชยหล่อ เลขที่ 6 653080134-2

นภัสรา สุทธิรณ เลขที่ 13 653080142-3

สิริมนต์ สมหวัง เลขที่ 28 653080157-0

กัญญ์วรา นวนันทวงศ์ เลขที่ 33 653080395-4

อภิญญา สุขแป เลขที่ 41 653080403-1



Paleolithic

Paleolithic (pre – 10,000 BC)

ยุคหินญี่ปุ่นเริ้มต้นขึ้นเมื่อราว 35000 ปีก่อนคริสตการ ไปจนถึงราว 14000 ปีก่อนคริสตการ เมื่อมีมนุษย์
เข้ามาอาศยั อยู่ในเกาะญ่ีปนุ่ ซึ่งยุคน้ีเปน็ ยุคแรกท่ีสุดของอารยธรรมญปี่ ุ่น และเปน็ ยคุ ก่อนประวัติศาสตร์ และ
ไม่มีการคน้ พบตัวอักษรใดๆ เลยในยุคน้ี

ผอู้ ยู่อาศยั กลุ่มแรกของหมู่เกาะ
มนษุ ย์กล่มุ แรกที่อาศยั อย่ใู นหมเู่ กาะนค้ี ือนักลา่ ยุคหินในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงเหนือ การเดนิ ทางในชนเผ่า
เล็ก ๆ และใช้อาวุธปลายหินพวกเขาติดตามฝูงสัตว์ป่าข้ามสะพานบกไปยังญี่ปุ่นซึ่งก่อตัวขึ้นในช่วงยุคน้ำแข็ง
ก่อนสง่ิ ประดษิ ฐ์ยุคหินรวมถึงเครื่องมอื มดี ทีท่ ำขนึ้ อยา่ งประณีตคล้ายกับในไซบเี รียและยเู รเซีย

จดุ เดน่
ยุคหนิ ญีป่ ุน่ มีความพเิ ศษตรงท่ีรวมเอาชุดหนิ บดและเครอื่ งมือหินขดั ที่เก่าแก่ทีส่ ุดชุดหนึง่ ของโลก แม้ว่าจะ
มีการค้นพบเครื่องมือหินบดรุ่นเก่าในออสเตรเลีย เครื่องมือซึ่งมีอายุประมาณ 30,000 ปีก่อนคริสตกาล เป็น
เทคโนโลยีที่เกีย่ วข้องกับส่วนอื่นๆของโลก โดยมีการเริ่มต้นของยุคหนิ ใหม่ประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสตกาล
ไม่มใี ครรูว้ า่ เหตใุ ดเคร่อื งมอื ดงั กลา่ วจึงถูกสร้างขน้ึ ในชว่ งต้นของญป่ี ุน่

เคร่ืองมอื หินขัด

เร่อื งหลอกลวงเกีย่ วกบั ยุคหินของญ่ีป่นุ

ในปีพ.ศ. 2543 ชื่อเสียงดา้ นโบราณคดีของญ่ีปุ่นในยคุ หินได้รับความเสยี หายอยา่ งหนักจากเร่ืองอื้อฉาว ซึง่
กลายเป็นที่รูจ้ ักในนามการหลอกลวงยุคหนิ ของญี่ป่นุ หนงั สือพิมพ์ไมนจิ ิ รายงานภาพถา่ ยที่ ฟจู ิมูระ ชินอิจิ นัก
โบราณคดีในจังหวัด มิยางิ ได้ฝังสิ่งประดิษฐ์โบราณ ที่คามิทาคาโมริ ซึ่งเขา “พบ” สิ่งประดิษฐ์โบราณใน
วันรุ่งขึ้น เขายอมรับในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ สมาคมโบราณคดีญี่ปุ่นได้ปลด ฟูจิมูระ ออกจาก
สมาชิก ทีมสบื สวนพิเศษของสมาคมเปิดเผยว่าส่ิงประดิษฐ์เกือบทัง้ หมดทีเ่ ขาพบคอื สงิ่ ประดิษฐ์ของเขา

縄文Jomon ( )

Jomon (ca 10,000 BC – ca 300 BC)

ยุคโจมงเรม่ิ ขึ้นเม่ือประมาณ 10,000 ปกี ่อนคริสตศกั ราช หลังจากการเปล่ียนแปลงสภาพอากาศ ทำใหภ้ มู ิ
ประเทศและสภาพแวดล้อมน้ำทะเลมสี ตั วน์ ำ้ ที่มเี ปลือกแข็งเกิดข้ึน สามารถเลี้ยงปลา

จดุ เดน่
จดุ เด่นของยุคโจมงคือเครื่องป้ันดินเผาลายเชอื กถัก ซงึ่ เป็นหลักฐานชิ้นสำคญั ของยุคโจมง เครอ่ื งปนั้ ดินเผาโจมง
มีลักษณะเด่นคอื ตรงฐานมีลักษณะเป็นตัววี แต่ต่อมาชว่ งกลางยุคโจมงก็เปลีย่ นเป็นฐานแบนสามารถวางกับพ้นื ได้
เครอ่ื งป้ันดนิ เผาของโจมงมจี ดุ เดน่ อีกอยา่ งคอื ทนความร้อนได้

เครอื่ งป้ันดนิ เผาลายเชือกถัก
การหาอาหาร
การหาอาหารในยคุ โจมง ผู้คนมีการปศสุ ัตว์ ปลูกผัก มหี าอาหารตามป่าบนภูเขา สว่ นการลา่ สัตว์ ชาวโจมงจะใช้
ธนู หอก สำหรับสัตว์บน และใช้เบ็ดสำหรับตกปลาในทะเล ทำให้อาหารของยุคนี้มีความหลากหลาย รวมเข้ากับ
เคร่อื งปัน้ ดนิ เผาที่ทนความรอ้ นไดด้ ีกน็ ำมาประกอบอาหารได้

เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้

การตงั้ ถน่ิ ฐาน และหลุมศพ
ชาวโจมงมีการตงั้ ถิน่ ฐานเป็นจรงิ เป็นจงั มีอาคารขนาดใหญ่ มีเนินสูงไว้ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ มีหินทว่ี างเป็น
วงกลมใหญ่ใชเ้ ป็นอนสุ าวรยี ข์ นาดใหญ่

หลมุ ศพของชาวโจมง เวลามคี นเสยี ชวี ติ เขาจะฝังร่างพร้อมกับ
เครอื่ งป้ันดนิ เผาโจมงไปในหลุมศพด้วย

การประกอบพธิ กี รรม
ชาวโจมงจะมีสง่ิ ประดิษฐท์ ่ีมีลักษณะรปู ร่างคลา้ ย คน สัตว์ หรอื จะเปน็ หินทีม่ ลี ักษณะคลา้ ยดาบ ถูกเชอื่ กันวา่
ของเหล่านีใ้ ช้ประกอบพิธีกรรมเพื่อความเจรญิ พนั ธุ์ หรอื ความปลอดภยั ในการลา่ สตั ว์ หรือจะเปน็ พธิ ีกรรมไวอ้ าลัย
บรรพบรุ ุษ

弥生Yayoi( )

Yayoi (ca 300 B.C. – ca AD 300)

Yayoi หมายถึง เดือนแหง่ การหว่านเมลด็ พนั ธุ์ ยุคยาโยอเิ ร่มิ เมอื่ ประมาณกอ่ นคริสตกาล 900 ถึงปีคริสตศักราช
270 เปน็ อารยธรรมที่ซ้อนทบั กับยุคโจมง หมายถงึ เกิดขน้ึ เมื่อปลายยุคโจมง มีศนู ยก์ ลางอยู่ท่ีบริเวณตอนล่างของ
ญีป่ นุ่ เริม่ จากเกาะคิวชูไปจนถงึ เกาะฮงชู

วัฒนธรรมสำริด
ชาวยาโยอเิ รม่ิ วิวฒั น์ตนเองใหเ้ หนือกว่าชาวโจมงดว้ ยเทคโนโลยีสำรดิ เชน่ ระฆังสำริด (Dotoku) และอาวธุ เชน่
ดาบและเกราะสำริด ต่อมามกี ารพฒั นาเป็นอารยธรรมเหลก็

เคร่ืองมอื เครอ่ื งใชท้ ่ีทำดว้ ยเหล็ก

อีกท้งั ยังมีเสือ้ ผ้าและเครื่องประดับ เชน่ มเี คร่ืองทอหูก เส้ือผ้าทีท่ ำจากปอ และมีการพัฒนาเทคนิคในการทำ
เคร่ืองประดับที่มีช่ือวา่ Magatama เปน็ ลกู ปัดที่มีลกั ษณะคล้ายหยดน้ำ

Magatama
วิถชี ีวิต
ในยุคนี้เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการเกษตรหรือการเพาะปลูกอย่างแท้จริงในญี่ปุ่น เริ่มทำนา ทำแปลงปลูก
ข้าว การทำระบบชลประทานซ่ึงเป็นบ่อน้ำส่วนกลางสำหรบั กักเก็บและปลอ่ ยน้ำเพื่อทำการเกษตร อีกทั้งยังเริ่มมี
การทำปศสุ ตั ว์ จึงทำใหว้ ิถีชวี ติ ของยคุ สมัยน้เี ปลีย่ นไปเปน็ สังคมเกษตรกรรม
เรมิ่ มกี ารสร้างที่อยู่อาศยั และมีการแตง่ ต้ังผูน้ ำ เพอ่ื การไกล่เกล่ยี การทะเลาะวิวาท อีกทงั้ ยังมีการสู้รบเพื่อขยาย
ดินแดนทำให้จากหมู่บา้ นขยายข้ึนเปน็ แควน้ ตา่ ง ๆ

วิถชี ีวติ ยคุ ยาโยอิ
Yamatai
เป็นอาณาจักรโบราณของญ่ีปุ่น มีองค์หญงิ ยามาโตะ โทะโตะ ฮิมโิ กะ เป็นหญงิ ทมี่ อี ำนาจเวทย์มนต์ มีวิชาหมอผี
สามารถดลใจผู้คนได้ เรียกว่า “ผเู้ อ่ยวจนะของพระเจา้ ” ซงึ่ ฮิมโิ กะเป็นผู้ที่ทำหนา้ ท่ีทางศาสนาและเป็นประมุขทาง
การเมือง อีกทั้งยังรวบรวมกลุ่มชน เมืองต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวนั่นคือ Yamatai ซึ่งปกครองเมืองต่าง ๆ กว่า
30 แห่ง

บันทกึ ประวัติศาสตร์ของจีน

▪ บันทกึ Han Shu เป็นบนั ทึกโบราณชองจีนในชว่ งสมยั ราชวงศฮ์ นั่
เรียกญี่ปุ่นว่า Wa หมายถึง ดินแดนแห่งชาวแคระ เนื่องจากก่อนยุคสมัยใหม่ชาวญี่ปุ่นมีรูปร่างไม่สูงใหญ่
มีแคว้นกว่า 100 แคว้น อีกทั้งยังมีการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดน เรียกการสู้รบนี้ว่า “สงครามกลางเมือง
Wa” และญีป่ ุน่ มีการสง่ เคร่อื งบรรณาการให้จนี ผ่านทัพเกาหลอี ยา่ งสม่ำเสมอ

▪ หนังสอื เว่ย เปน็ บันทึกประวตั ศิ าสตร์ Gishiwajinden ของอาณาจักรเวย่ จนี
Yamatai เป็นการรวมตวั ของรฐั เล็ก ๆ กว่า 30 รฐั ซึ่งอยูภ่ ายใตก้ ารปกครองของฮมิ โิ กะและเปน็ อาณาจักร
ทม่ี อี ำนาจมากที่สุด ในปีครสิ ตศักราช 239 ได้สง่ เครื่องบรรณาการไปยงั เมืองเว่ยของจีน
ในปีคริสตศักราช 240 ชาวเว่ยได้ไปเยือนญี่ปุ่น คณะผู้แทนจีน (ทูต) ได้มอบตราประทับหรือตราทองให้
พรอ้ มกระจก 100 บาน และฮมิ ิโกะได้นำกระจกมอบให้กับเมืองที่อยู่ภายใตก้ ารปกครองด้วย

古墳Kofun( )

Kofun (ค.ศ.300-ค.ศ.538)

เม่ือประมาณกลางศตวรรษที่4 ชนเผ่าอิสระกลุ่มต่างๆได้ถูกรวบรวมโดยชนเผ่ายามาโตะ ขณะเดียวกันสุสานที่
มีลักษณะพิเศษเป็นรูปกุญแจก็ถูกสร้างข้ึนทั่วไป

วัฒนธรรม
ชนเผ่ายามาโตะได้ขึ้นไปคาบสมุทรเกาหลีและรับเอาวัฒนธรรมการผลิตเครื่องใช้ของภาคพื้นทวีปมา ต่อมา
ชาวเกาหลีได้นำวิทยาการต่างๆเข้ามาเช่น การผลิตเคร่ืองโลหะ เคร่ืองปั้นดินเผา การทอผ้า การถลุงเหล็ก และ
วิศวกรรมโยธา รวมทั้งมีการเริ่มใช้อักษรคันจิซึ่งเป็นตัวอักษรของจีนเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 6 ลัทธิขงจ๊ือกับศาสนา
พุทธก็ได้แพร่หลายเข้ามาในญ่ีปุ่นเช่นกัน

การฑูต
ในศตวรรษที่ 7 เจ้าชายโชโตกุจัดวางระบบการปกครองโดยรวมอำนาจไว้ท่ีจักรพรรดิตามแบบราชวงศ์สุยกับ
ราชวงศ์ถังของจีนได้สำเร็จเม่ือคร้ังปฏิรูปการปกครองไทกะและมีการส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีจนถึงปลาย
ศตวรรษที่9 ถึงสิบกว่าคร้ัง

飛鳥Asuka( )

Asuka (ค.ศ.593-710)

เป็นช่วงเวลาในประวตั ศิ าสตรข์ องญ่ีปุ่นท่ีเมืองหลวงตง้ั อยู่ในอาสกุ ะบนท่รี าบใกล้นารา กินเวลาต้งั แตก่ ลาง
ศตวรรษท่ี 6 ถึงต้นศตวรรษท่ีแปด แมว้ า่ อาจกล่าวไดว้ ่าคาบเก่ยี วกันกับยุค Kofun

อีกทง้ั ยงั มีการเปลยี่ นชื่อประเทศจาก วะ (倭) เป็น นิปปง (日本) ยุคอะสกุ ะเป็นที่ร้จู ักจากการเปลีย่ นแปลง
ทางศลิ ปะ สงั คม และการเมืองที่สำคญั ซึ่งมีตน้ กำเนิดในช่วงปลายยุคโคฟุน

การปกครอง
รฐั ยามาโตะมวี วิ ฒั นาการอยา่ งมากในสมยั อะสุกะโดยยมื ระบบการจดั องค์กรทางการเมืองและสงั คมจากประเทศ
จนี เพื่อเสรมิ ความแข็งแกรง่ และความชอบธรรมของการปกครอง นำรัฐธรรมนญู มาตราสิบเจด็ ซง่ึ กำหนดหน้าท่ีและ
สทิ ธิของผู้ปกครองรัฐมนตรแี ละประชาชนไวอ้ ยา่ งชดั เจน
ระบบของสถาบันทางสังคม การคลัง และการบริหารซึ่งมีชัยในญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่7 ถึงศตวรรษท่ี10 พุทธ
ศาสนาและลทั ธเิ ตา๋ ไดร้ บั การแนะนำใหร้ จู้ ักกบั ญีป่ ุน่ ในชว่ งยุคอะสกุ ะและในทีส่ ดุ กส็ อดคลอ้ งกบั ความเชอื่ ชนิ โตของ
ญ่ปี นุ่ ในท่สี ุด

ศลิ ปะวัฒนธรรม
มีการรบั พทุ ธศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆเขา้ มาผ่านทางเกาหลี และมีผู้อพยพจากประเทศจีนและเกาหลนี ำ
อิทธิพลทางศลิ ปะและวฒั นธรรมใหมๆ่ มาสู่ญ่ีปุ่น คำว่าสไตล์โทริหลงั จากประตมิ ากร Kuratsutori Tori หลานชาย
ของผู้อพยพชาวจนี มกั ใช้เพ่ืออธิบายศลิ ปะในสมยั Asuka



奈良Nara( )

Nara (ค.ศ.710 – ค.ศ.794)

เมืองนาระในสมัยน้ันมชี ื่อว่า เมืองน้ีเป็นเมืองแห่งแรกของญ่ีปุ่นที่มีการวางผังเมือง และสร้างปราสาทราชวังต่าง
ๆ ขนึ้ อย่างโบราณ โดยถอดแบบมาจากเมืองฉางอาน ซ่ึงเปน็ เมอื งหลวงของจีนในยคุ สมัยราชวงศ์ถงั

วรรณกรรม
ยุคสมัยนาระเริ่มมีการเขียนบันทึกประวัติศาสตร์ข้ึนอย่างเป็นหลักเป็นฐานครั้งแรกด้วยกันสองเล่ม คือ kojik
และ nihonshoki ทั้งสองเล่มถือเป็นบันทกึ ประวตั ิศาสตรญ์ ่ีปนุ่ ยุคโบราณ ซ่ึงถกู นำมาใช้เปน็ หลักฐานในการอ้างอิง
จนถึงทกุ วนั นี้ โดยได้รับอทิ ธิพลและวิธกี ารบันทึกมาจากจีนและเกาหลี

ศาสนา
รูปแบบของการนับถือศาสนาพทุ ธในญป่ี นุ่ มีลักษณะการผสมผสานศาสนาด้ังเดิมและศาสนาพุทธเขา้ ดว้ ยกัน จงึ มี
ความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ ควบคู่ไปกับความเช่ือในหลักคำสอนในศาสนาพุทธ จึงมีกฎเร่ืองของคุณธรรม
ซึ่งกษัตริย์ต้องพึงยึดถือ แม้กษัตริย์จะถืออาญาสิทธิในความเป็นเทวราชาก็ตาม แต่ก็มิอาจใช้อำนาจตามอำเภอใจ
อย่างปราศจากเหตุผลอันควร หลักฐานท่ีสามารถอ้างอิงในการท่ีพระพุทธศาสนาเจรญิ รุ่งเรืองอย่างมากในยุคสมัย
นาระ นอกเหนือจาการก่อสร้างอารามทางศาสนาและพระพุทธรูปขึ้นมากมายแล้ว ก็คือการสร้างพระพุทธรูป
daibutsu ท่ีแปลว่า พระพุทธรูปใหญ่ ซึ่งหลายแห่งก็เริ่มสร้างอย่างมากมายในสมัยนี้ท้ังส้ิน ตัวอย่างเช่น
พระพทุ ธรปู ขนาดใหญ่ท่ตี ้ังอยู่ในวิหาร todaiji

การเมืองการปกครอง

ขุนนางราชสำนักต่างกินสินบน และหาประโยชน์เข้าพกเข้าห่อ สร้างสมอำนาจกันอย่างเอิกเกริก จนเกิดความ
วุ่นวายขึ้นไม่หยุดหย่อน ตระกูล fujiwara น้ันเร่ิมสร้างอิทธิพลข้ึน fujiwara no fuhito ได้พยายามสร้างเสริม
อำนาจของตนให้เข้มแข็ง โดยการผลักดันให้เกิดการแก้กฎหมายต่าง ๆ เพ่ือเอ้ือตระกูล fujiwara ให้มีอำนาจและ
ร่ำรวยขึ้น โดยฝ่ายเจ้าชาย nakaya ก็พยายามขัดขวางความเฟ่ืองฟูของตระกูล fujiwara มาตลอด กระทั่ง
fujiwara no fuhito เสียชีวิตลง เม่ือ ค.ศ.720 เจ้าชาย nakaya หาทางแก้กฎหมายต่าง ๆ เพื่อจะลดอำนาจของ
ตระกลู fujiwara ลง โดยเสนอให้มีการแก้ระเบยี บการสบื ตำแหน่งในสายตระกลู ตามสมกฎหมายศกั ดินาที่สามารถ
สืบตำแหน่งช่ัวลูกชั่วหลานได้ให้มีวาระเพียง 3 รุ่นเท่านั้น พอถึงรุ่นที่ 4 ก็ต้องส่งอำนาจคืนพระราชสำนัก ตระกูล
fujiwara ขูดรีดภาษีประชานชน ชาวนายากจนมาก มีหน้ีสิน ถูกขูดรีดภาษี มีความเหล่ือมล้ำจากชนช้ันสูง ช่วง
หลังเจ้าชาย shiki ข้ึนสืบตำแหน่งกษัตริย์ต่อจึงมีพระนามว่า konin พระองค์พยายามแก้ปัญหาของประชาชนให้
หมดสิ้นโดยการแก้กฎหมายลดทอนอำนาจของขุนนาง และยังพยายามจัดวางนโยบายเพ่ือนำรายได้กลับสู่
ประชาชน แต่หลังจากน้ันกษัตริย์ konin ก็โดนบีบให้สละตำแหน่ง และเจ้าชาย yamabe ข้ึนดำรงตำแหน่งจึง
เปน็ กษตั รยิ ์ญ่ปี ุ่นองค์แรกในประวัตศิ าสตรญ์ ี่ปุน่ ท่มี เี ชอื้ สายเกาหลี




Click to View FlipBook Version