The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

- พรบ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sobmoei.sw, 2022-09-22 13:40:14

- พรบ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม - พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

- พรบ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

โรงเรยี นสบเมยวิทยาคม
สานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษามัธยมศกึ ษาแม่ฮอ่ งสอน

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

พระราชบญั ญัติ
การศึกษาแหง่ ชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒
แกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

เปน็ ปที ่ี ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบนั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศวา่

โดยทีเ่ ป็นการสมควรให้มกี ฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแห่งชาติ

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง
มาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทาได้โดยอาศัย
อานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
รฐั สภา ดงั ต่อไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตินีเ้ รยี กวา่ “พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ๒1[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เปน็ ต้นไป

1[๑] ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๑๖/ตอนที่ ๗๔ ก/หนา้ ๑/๑๙ สงิ หาคม ๒๕๔๒

มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคาสั่งอื่นในส่วนท่ีได้
บัญญตั ไิ ว้แลว้ ในพระราชบัญญตั ิน้ี หรอื ซ่ึงขดั หรอื แย้งกับบทแห่งพระราชบญั ญัตนิ ้ี ใหใ้ ช้พระราชบญั ญัตนิ แ้ี ทน

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ินี้
“การศึกษา” หมายความวา่ กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม
โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้า
ทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้
บุคคลเรยี นร้อู ย่างต่อเนือ่ งตลอดชีวติ
“การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน” หมายความวา่ การศกึ ษากอ่ นระดบั อดุ มศึกษา
“การศึกษาตลอดชวี ติ ” หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษา
ในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพ่ือให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเน่ือง
ตลอดชีวิต
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย
สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอานาจหน้าท่ีหรือมี
วตั ถปุ ระสงค์ในการจดั การศึกษา
“สถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน” หมายความว่า สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
“มาตรฐานการศึกษา” หมายความวา่ ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ ที่พึงประสงค์
และมาตรฐานท่ีต้องการให้เกิดข้ึนในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพ่ือใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสาหรับการ
สง่ เสริมและกากับดแู ล การตรวจสอบ การประเมนิ ผล และการประกนั คุณภาพทางการศกึ ษา
“การประกันคุณภาพภายใน” หมายความว่า การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดย
หนว่ ยงานต้นสังกัดท่ีมหี น้าท่กี ากบั ดูแลสถานศกึ ษาน้ัน
“การประกันคุณภาพภายนอก” หมายความว่า การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
คุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สานักงานดังกล่าวรับรอง เพื่อเป็นการประกันคุณภาพ
และให้มกี ารพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
“ผ้สู อน” หมายความวา่ ครูและคณาจารย์ในสถานศกึ ษาระดับต่าง ๆ
“ครู” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพซึ่งทาหน้าท่ีหลักทางด้านการเรียนการสอนและการ
สง่ เสริมการเรยี นรขู้ องผ้เู รียนด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ ในสถานศึกษาทั้งของรฐั และเอกชน

“คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซ่ึงทาหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยใน
สถานศึกษาระดับอุดมศกึ ษาระดับปรญิ ญาของรฐั และเอกชน

“ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษา
แต่ละแหง่ ทัง้ ของรฐั และเอกชน

“ผ้บู ริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพท่ีรับผิดชอบการบริหารการศึกษานอก
สถานศึกษาตงั้ แต่ระดบั เขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาขึน้ ไป

“บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมท้ัง
ผู้สนับสนุนการศึกษาซ่ึงเป็นผู้ทาหน้าท่ีให้บริการ หรือปฏิบัติงานเก่ียวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการ
สอน การนเิ ทศ และการบรหิ ารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาตา่ ง ๆ

“กระทรวง”2[๒] หมายความว่า กระทรวงศึกษาธกิ าร
“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรีผูร้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้

มาตรา ๕3[๓] ให้รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมี
อานาจออกฎกระทรวง ระเบยี บ และประกาศ เพื่อปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัตนิ ี้

กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับ
ได้

หมวด ๑
บททั่วไป
ความมุ่งหมายและหลกั การ

มาตรา ๖ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย
จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
อย่างมคี วามสุข

๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ 2[๒] มาตรา ๔ นิยามคาว่า “กฎกระทรวง” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่
3[๓] มาตรา ๕ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ๗ ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสานึกท่ีถูกต้องเก่ียวกับการเมืองการ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าท่ี
เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักด์ิศรคี วามเป็นมนษุ ย์ มคี วามภาคภูมใิ จในความเป็นไทย
รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การ
กีฬา ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วย
ตนเองอยา่ งตอ่ เน่อื ง

มาตรา ๘ การจดั การศึกษาให้ยดึ หลกั ดงั น้ี
(๑) เป็นการศึกษาตลอดชวี ิตสาหรับประชาชน
(๒) ให้สงั คมมีสว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษา
(๓) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เปน็ ไปอยา่ งตอ่ เน่อื ง

มาตรา ๙ การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจดั การศกึ ษา ใหย้ ึดหลกั ดังนี้
(๑) มีเอกภาพดา้ นนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏบิ ตั ิ
(๒) มีการกระจายอานาจไปสู่เขตพ้ืนท่ีการศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิน่
(๓) มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและ
ประเภทการศึกษา
(๔) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และการ
พัฒนาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
(๕) ระดมทรพั ยากรจากแหล่งตา่ ง ๆ มาใช้ในการจัดการศกึ ษา
(๖) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวชิ าชีพ สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สังคมอน่ื

หมวด ๒
สิทธแิ ละหน้าทท่ี างการศึกษา

มาตรา ๑๐ การจัดการศึกษา ตอ้ งจดั ใหบ้ คุ คลมีสทิ ธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา
ขนั้ พืน้ ฐานไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ สองปีท่ีรฐั ตอ้ งจดั ให้อย่างทัว่ ถึงและมีคุณภาพโดยไมเ่ กบ็ ค่าใชจ้ า่ ย

การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์
สังคม การส่ือสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้
หรอื ไมม่ ีผู้ดแู ลหรอื ดอ้ ยโอกาส ต้องจดั ให้บคุ คลดงั กลา่ วมีสทิ ธแิ ละโอกาสไดร้ บั การศึกษาขนั้ พื้นฐานเป็นพิเศษ

การศึกษาสาหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสีย
ค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับส่ิงอานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทาง
การศกึ ษา ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซ่ึงมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสมโดย
คานงึ ถงึ ความสามารถของบคุ คลนัน้

มาตรา ๑๑ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซ่ึงอยู่ในความดูแล
ได้รับการศึกษาภาคบังคับตามมาตรา ๑๗ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอดจนให้ได้รับการศึกษา
นอกเหนือจากการศึกษาภาคบงั คับ ตามความพร้อมของครอบครวั

มาตรา ๑๒ นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว
องคก์ รชมุ ชน องค์กรเอกชน องค์กรวชิ าชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน มีสิทธิใน
การจดั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ทงั้ น้ี ใหเ้ ป็นไปตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๓ บดิ า มารดา หรอื ผปู้ กครองมสี ทิ ธิไดร้ บั สิทธิประโยชน์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) การสนบั สนุนจากรฐั ให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเล้ียงดู และการให้การศึกษา
แก่บุตรหรือบุคคลซง่ึ อยู่ในความดแู ล
(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐสาหรับการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของบุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความ
ดูแลทค่ี รอบครวั จดั ให้ ท้ังน้ี ตามท่กี ฎหมายกาหนด
(๓) การลดหยอ่ นหรือยกเว้นภาษีสาหรับคา่ ใชจ้ ่ายการศึกษาตามทกี่ ฎหมายกาหนด

มาตรา ๑๔ บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน
ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งสนับสนุนหรือจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิ
ประโยชน์ตามควรแกก่ รณี ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุคคลซ่ึงอยู่ในความ
ดูแลรบั ผิดชอบ

(๒) เงินอุดหนนุ จากรฐั สาหรับการจัดการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานตามทกี่ ฎหมายกาหนด
(๓) การลดหยอ่ นหรอื ยกเว้นภาษีสาหรบั คา่ ใช้จ่ายการศกึ ษาตามท่ีกฎหมายกาหนด

หมวด ๓
ระบบการศกึ ษา

มาตรา ๑๕ การจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอัธยาศยั

(๑) การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาท่ีกาหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร
ระยะเวลาของการศกึ ษา การวัดและประเมินผล ซึง่ เป็นเงอ่ื นไขของการสาเรจ็ การศกึ ษาทีแ่ นน่ อน

(๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาท่ีมีความยืดหยุ่นในการกาหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ
วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซ่ึงเป็นเง่ือนไขสาคัญของการสาเร็จ
การศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของ
บุคคลแตล่ ะกลมุ่

(๓) การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ
ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่ง
ความรูอ้ ่นื ๆ

สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรปู แบบใดรปู แบบหนง่ึ หรอื ทงั้ สามรูปแบบกไ็ ด้
ใหม้ กี ารเทียบโอนผลการเรียนท่ีผเู้ รยี นสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้
ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมท้ังจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย
การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณก์ ารทางาน

มาตรา ๑๖ การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และการศึกษา
ระดับอุดมศึกษา

การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานประกอบด้วย การศกึ ษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา
การแบง่ ระดบั และประเภทของการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ใหเ้ ปน็ ไปตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง

การศึกษาระดับอุดมศกึ ษาแบง่ เป็นสองระดับ คอื ระดบั ตา่ กว่าปรญิ ญา และระดับปริญญา
การแบง่ ระดับหรือการเทยี บระดับการศกึ ษานอกระบบหรอื การศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไป
ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๗ ให้มีการศึกษาภาคบังคับจานวนเก้าปี โดยให้เด็กซ่ึงมีอายุย่างเข้าปีท่ีเจ็ด เข้า
เรียนในสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่สอบได้ช้ันปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
หลักเกณฑ์และวธิ ีการนับอายุให้เป็นไปตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘ การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาข้ันพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา
ดังต่อไปนี้

(๑) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อน
เกณฑ์ของสถาบันศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการและเด็กซ่ึงมีความต้องการพิเศษ
หรอื สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ทีเ่ รยี กชอื่ อยา่ งอนื่

(๒) โรงเรียน ไดแ้ ก่ โรงเรยี นของรัฐ โรงเรยี นเอกชน และโรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนา
หรอื ศาสนาอนื่

(๓) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล
ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบนั ทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสงั คมอน่ื เป็นผู้จดั

มาตรา ๑๙ การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือ
หน่วยงานท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายเก่ียวกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา กฎหมายว่า
ด้วยการจดั ต้งั สถานศกึ ษาน้ัน ๆ และกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ ง

มาตรา ๒๐ การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ
สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ
ท้ังนี้ ให้เปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชีวศกึ ษาและกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง

มาตรา ๒๑ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษา
เฉพาะทางตามความต้องการและความชานาญของหน่วยงานนั้นได้ โดยคานึงถึงนโยบายและมาตรฐาน
การศึกษาของชาติ ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

หมวด ๔
แนวการจดั การศึกษา

มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา
ตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศกั ยภาพ

มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษา ท้ังการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา
ตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสาคัญท้ังความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม
ของแต่ละระดบั การศึกษาในเร่อื งต่อไปนี้

(๑) ความรู้เร่ืองเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว
ชมุ ชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกบั ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมือง
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ

(๒) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและ
ประสบการณ์เร่ืองการจัดการ การบารุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างสมดลุ ย่งั ยืน

(๓) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้
ภมู ิปญั ญา

(๔) ความรู้ และทักษะดา้ นคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เนน้ การใชภ้ าษาไทยอยา่ งถูกตอ้ ง
(๕) ความรู้ และทกั ษะในการประกอบอาชีพและการดารงชวี ติ อยา่ งมีความสุข

มาตรา ๒๔ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดาเนินการ
ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย
คานึงถงึ ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล

(๒) ฝึกทกั ษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชญิ สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มา
ใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหา

(๓) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็น ทา
เปน็ รักการอา่ นและเกิดการใฝร่ อู้ ย่างต่อเนอ่ื ง

(๔) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน
รวมท้ังปลกู ฝงั คณุ ธรรม ค่านิยมท่ดี งี ามและคุณลักษณะอนั พึงประสงคไ์ วใ้ นทกุ วชิ า

(๕) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ส่ือการเรียน และ
อานวยความสะดวกเพ่ือใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมท้ังสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหน่ึงของ
กระบวนการเรยี นรู้ ท้งั นี้ ผู้สอนและผู้เรยี นอาจเรียนรไู้ ปพรอ้ มกนั จากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการ
ประเภทต่าง ๆ

(๖) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานท่ี มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา
ผ้ปู กครอง และบุคคลในชุมชนทกุ ฝ่าย เพอ่ื ร่วมกันพฒั นาผู้เรยี นตามศักยภาพ

มาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริมการดาเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุก
รูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยาน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกฬี าและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อ่ืนอย่างพอเพียง
และมีประสทิ ธิภาพ

มาตรา ๒๖ ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน
ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียน
การสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา

ใหส้ ถานศึกษาใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ และให้นาผลการ
ประเมินผเู้ รียนตามวรรคหนง่ึ มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองท่ีดีของชาติ การดารงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพ่ือ
การศกึ ษาตอ่

ให้สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีหน้าท่ีจัดทาสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่งใน
ส่วนทีเ่ ก่ียวกับสภาพปญั หาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือเป็นสมาชิกท่ี
ดขี องครอบครัว ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ

มาตรา ๒๘ หลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ รวมท้ังหลักสูตรการศึกษาสาหรับบุคคลตาม
มาตรา ๑๐ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี ต้องมลี ักษณะหลากหลาย ท้ังน้ี ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่
ละระดับโดยมงุ่ พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของบคุ คลให้เหมาะสมแก่วยั และศักยภาพ

สาระของหลักสูตร ท้ังที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้าน
ความรู้ ความคดิ ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสงั คม

สาหรบั หลกั สูตรการศกึ ษาระดบั อุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่ง และวรรคสอง
แล้วยังมีความมุ่งหมายเฉพาะท่ีจะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพช้ันสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้
และพฒั นาสังคม

มาตรา ๒๙ ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน
สง่ เสริมความเขม้ แข็งของชุมชนโดยจดั กระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม
มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพ่ือพัฒนาชุมชนให้
สอดคลอ้ งกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปล่ียนประสบการณ์การ
พัฒนาระหว่างชุมชน

มาตรา ๓๐ ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนท่ีมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการ
ส่งเสรมิ ให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพอื่ พัฒนาการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรยี นในแต่ละระดับการศึกษา

หมวด ๕
การบรหิ ารและการจัดการศกึ ษา

สว่ นที่ ๑
การบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐ

มาตรา ๓๑4[๔] กระทรวงมีอานาจหน้าที่เก่ียวกับการส่งเสริม และกากับดูแลการศึกษาทุก
ระดับและทุกประเภท กาหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากรเพ่ือการศึกษา
ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม
ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาและราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของ
กระทรวงหรือสว่ นราชการทส่ี งั กดั กระทรวง

มาตรา ๓๒5[๕] การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักท่ีเป็นคณะบุคคล
ในรูปสภาหรือในรูปคณะกรรมการจานวนสี่องค์กร ได้แก่ สภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นหรือให้คาแนะนา
แกร่ ัฐมนตรี หรือคณะรฐั มนตรี และมีอานาจหน้าทีอ่ ื่นตามที่กฎหมายกาหนด

มาตรา ๓๓6[๖] สภาการศกึ ษา มหี น้าที่
(๑) พจิ ารณาเสนอแผนการศึกษาแหง่ ชาตทิ บี่ ูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับ
การศึกษาทุกระดบั
(๒) พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาเพ่ือดาเนินการให้เป็นไปตามแผน
ตาม (๑)
(๓) พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนบั สนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา
(๔) ดาเนินการประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษาตาม (๑)

4[๔] มาตรา ๓๑ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
5[๕] มาตรา ๓๒ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
6[๖] มาตรา ๓๓ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๕) ให้ความเห็นหรือคาแนะนาเก่ียวกับกฎหมายและกฎกระทรวงท่ีออกตามความใน
พระราชบัญญตั ิน้ี

การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อ
คณะรฐั มนตรี

ให้คณะกรรมการสภาการศึกษา ประกอบด้วย รัฐมนตรีเป็นประธาน กรรมการโดยตาแหน่ง
จากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ
พระภิกษุซ่ึงเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น
และกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ ซง่ึ มีจานวนไมน่ ้อยกว่าจานวนกรรมการประเภทอน่ื รวมกนั

ใหส้ านกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา เป็นนติ บิ ุคคล และใหเ้ ลขาธกิ ารสภาเป็นกรรมการและ
เลขานกุ าร

จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกกรรมการ วาระการดารง
ตาแหนง่ และการพ้นจากตาแหนง่ ให้เป็นไปตามทกี่ ฎหมายกาหนด

มาตรา ๓๔7[๗] คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย
แผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ การสนับสนุนทรพั ยากร การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการ
จดั การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน

คณะกรรมการการอาชีวศึกษามีหน้าท่ีพิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและ
หลักสูตรการอาชีวศึกษาทุกระดับ ท่ีสอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และแผนการศึกษาแห่งชาติ การส่งเสริมประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนุน
ทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการอาชีวศึกษา โดยคานึงถึงคุณภาพและความเป็น
เลศิ ทางวิชาชีพ

คณะกรรมการการอุดมศกึ ษา มีหนา้ ทีพ่ จิ ารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการ
อุดมศึกษาท่ีสอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษา
แห่งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
โดยคานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถานศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายว่าด้วย
การจดั ตงั้ สถานศึกษาแต่ละแหง่ และกฎหมายทีเ่ กี่ยวข้อง

7[๗] มาตรา ๓๔ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ๓๕ องค์ประกอบของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔ ประกอบด้วย กรรมการโดย
ตาแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้แทนองค์กร
วิชาชพี และผู้ทรงคณุ วุฒิซงึ่ มจี านวนไม่น้อยกวา่ จานวนกรรมการประเภทอืน่ รวมกัน

จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและ
กรรมการ วาระการดารงตาแหน่งและการพ้นจากตาแหน่งของคณะกรรมการแต่ละคณะ ให้เป็นไปตามที่
กฎหมายกาหนด ท้ังนี้ ให้คานึงถึงความแตกต่างของกิจการในความรับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ละคณะ
ดว้ ย

ให้สานักงานคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔ เป็นนิติบุคคล และให้เลขาธิการของแต่ละ
สานกั งานเปน็ กรรมการและเลขานกุ ารของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๖ ให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล และอาจ
จัดเปน็ สว่ นราชการหรอื เปน็ หน่วยงานในกากบั ของรฐั ยกเว้นสถานศกึ ษาเฉพาะทางตามมาตรา ๒๑

ให้สถานศึกษาดังกล่าวดาเนินกิจการได้โดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบบริหาร และการ
จัดการท่ีเป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกากับดูแลของสภา
สถานศึกษา ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการจัดต้งั สถานศกึ ษานั้น ๆ

มาตรา ๓๗8[๘] การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้ยึดเขตพ้ืนที่การศึกษาโดย
คานึงถึงระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวนสถานศึกษา จานวนประชากร วัฒนธรรมและความเหมาะสม
ด้านอ่นื ด้วย เว้นแตก่ ารจัดการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชวี ศึกษา

ให้รัฐมนตรีโดยคาแนะนาของสภาการศึกษา มีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนด
เขตพื้นท่ีการศึกษาเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน แบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
และเขตพ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา

ในกรณที ่สี ถานศึกษาใดจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานท้ังระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา
การกาหนดให้สถานศึกษาแห่งน้ันอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษาน้ันเป็น
สาคัญ ทง้ั นี้ ตามท่รี ัฐมนตรีประกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน

ในกรณีทเ่ี ขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาไม่อาจบริหารและจัดการได้ตามวรรคหนึ่ง กระทรวงอาจจัดให้มี
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานดงั ต่อไปนีเ้ พอื่ เสริมการบริหารและการจดั การของเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษากไ็ ด้

8[๘] มาตรา ๓๗ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

(๑) การจดั การศึกษาข้ันพ้ืนฐานสาหรบั บคุ คลทม่ี ีความบกพรอ่ งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
อารมณ์ สงั คม การสอื่ สารและการเรยี นรู้ หรือมรี า่ งกายพกิ ารหรือทุพพลภาพ

(๒) การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ีจัดในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตาม
อธั ยาศยั

(๓) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับบคุ คลทม่ี ีความสามารถพิเศษ
(๔) การจดั การศกึ ษาทางไกล และการจัดการศกึ ษาท่ีใหบ้ ริการในหลายเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา

มาตรา ๓๘9[๙] ในแต่ละเขตพื้นท่ีการศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษามีอานาจหน้าท่ีในการกากับดูแล จัดต้ัง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานในเขตพื้นที่
การศึกษาประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประสานและส่งเสริม
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริม
และสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน
ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สังคมอืน่ ทจี่ ัดการศึกษาในรปู แบบทหี่ ลากหลายในเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา

คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรเอกชน
ผแู้ ทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหาร
การศกึ ษา ผแู้ ทนสมาคมผูป้ กครองและครู และผ้ทู รงคณุ วุฒิดา้ นการศกึ ษา ศาสนา ศลิ ปะ และวัฒนธรรม

จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและ
กรรมการ วาระการตารงตาแหนง่ และการพน้ จากตาแหนง่ ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

ใหผ้ ้อู านวยการสานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการ
เขตพื้นที่การศกึ ษา

ในการดาเนินการตามวรรคหนึ่งในสว่ นทเ่ี กย่ี วกบั สถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินว่าจะอยู่ในอานาจหน้าท่ีของเขตพื้นท่ีการศึกษาใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกาหนดโดย
คาแนะนาของคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน10[๑๐]

มาตรา ๓๙11[๑๑] ให้กระทรวงกระจายอานาจการบริหารและการจัดการศึกษา ท้ังด้าน
วิชาการ งบประมาณ การบรหิ ารงานบคุ คล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ และสานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาโดยตรง

9[๙] มาตรา ๓๘ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
10[๑๐] มาตรา ๓๘ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการกระจายอานาจดงั กล่าว ใหเ้ ปน็ ไปตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๐12[๑๒] ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ระดับต่ากว่าปริญญา และสถานศึกษาอาชีวศึกษาของแต่ละสถานศึกษาเพื่อทาหน้าที่กากับและส่งเสริม
สนับสนุนกิจการของสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นท่ี
และผทู้ รงคุณวฒุ ิ

สถานศึกษาระดับอุดมศกึ ษาระดบั ต่ากวา่ ปริญญาและสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาอาจมีกรรมการ
เพิ่มขนึ้ ได้ ทัง้ น้ี ตามที่กฎหมายกาหนด

จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและ
กรรมการ วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่ง ให้เป็นไปตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

ใหผ้ ู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษา
ความในมาตรานไี้ มใ่ ช้บงั คบั แกส่ ถานศกึ ษาตามมาตรา ๑๘ (๑) และ (๓)

สว่ นท่ี ๒
การบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ

มาตรา ๔๑ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุก
ระดบั ตามความพรอ้ ม ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น

มาตรา ๔๒ ให้กระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัด
การศึกษาขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น และมหี น้าทใี่ นการประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้สามารถจัดการศึกษา สอดคล้องกับนโยบายและได้มาตรฐานการศึกษา รวมทั้งการเสนอแนะการจัดสรร
งบประมาณอุดหนุนการจดั การศึกษาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ

11[๑๑] มาตรา ๓๙ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
12[๑๒] มาตรา ๔๐ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

ส่วนที่ ๓
การบรหิ ารและการจดั การศึกษาของเอกชน

มาตรา ๔๓ การบริหารและการจดั การศึกษาของเอกชนใหม้ คี วามเป็นอิสระ โดยมีการกากับ
ติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากรัฐ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมิน
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเชน่ เดียวกับสถานศกึ ษาของรฐั

มาตรา ๔๔ ให้สถานศึกษาเอกชนตามมาตรา ๑๘ (๒) เป็นนิติบุคคล และมีคณะกรรมการ
บริหารประกอบด้วย ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาเอกชน ผ้รู ับใบอนุญาต ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทน
ครู ผู้แทนศิษยเ์ กา่ และผู้ทรงคณุ วฒุ ิ

จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและ
กรรมการ วาระการดารงตาแหนง่ และการพน้ จากตาแหน่ง ใหเ้ ป็นไปตามท่กี าหนดในกฎระทรวง

มาตรา ๔๕ ใหส้ ถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภท การศึกษาตามที่
กฎหมายกาหนด โดยรัฐต้องกาหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมของเอกชนในด้าน
การศึกษา

การกาหนดนโยบายและแผนการจัดการศึกษาของรัฐของเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ใหค้ านึงถึงผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของเอกชน โดยให้รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการ
เขตพนื้ ท่กี ารศึกษา หรอื องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรับฟังความคิดเห็นของเอกชนและประชาชนประกอบการ
พจิ ารณาด้วย13[๑๓]

ให้สถานศึกษาของเอกชนท่ีจัดการศึกษาระดับปริญญาดาเนินกิจการได้ โดยอิสระ สามารถ
พัฒนาระบบบริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้
การกากับดูแลของสภาสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าดว้ ยสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน

มาตรา ๔๖ รัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน การลดหย่อนหรือการยกเว้นภาษี และ
สิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ในทางการศึกษาแก่สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม รวมท้ัง
ส่งเสริมและสนับสนนุ ด้านวชิ าการใหส้ ถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐานและสามารถพง่ึ ตนเองได้

13[๑๓] มาตรา ๔๕ วรรคสอง แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

หมวด ๖
มาตรฐานและการประกนั คุณภาพการศกึ ษา

มาตรา ๔๗ ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
การศกึ ษาทกุ ระดบั ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกนั คณุ ภาพภายนอก

ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กาหนดใน
กฎกระทรวง

มาตรา ๔๘ ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้อง
ดาเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
และเปดิ เผยต่อสาธารณชน เพื่อนาไปสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพ่ือรองรับการประกัน
คณุ ภาพภายนอก

มาตรา ๔๙ ให้มีสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็น
องค์การมหาชนทาหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทาการประเมินผลการจัด
การศกึ ษาเพ่อื ให้มีการตรวจสอบคณุ ภาพของสถานศึกษา โดยคานงึ ถึงความม่งุ หมายและหลักการและแนวการ
จัดการศกึ ษาในแต่ละระดับตามท่กี าหนดไว้ในพระราชบัญญตั นิ ้ี

ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งคร้ังในทุกห้าปี
นับตั้งแตก่ ารประเมนิ คร้งั สดุ ท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ งและสาธารณชน

มาตรา ๕๐ ใหส้ ถานศกึ ษาให้ความรว่ มมือในการจดั เตรยี มเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ท่ีมีข้อมูล
เกย่ี วขอ้ งกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมท้ังผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วน
เก่ียวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนท่ีพิจารณาเห็นว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของ
สถานศึกษา ตามคาร้องขอของสานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือ
หน่วยงานภายนอกท่ีสานักงานดังกล่าวรับรอง ท่ที าการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศกึ ษาน้นั

มาตรา ๕๑14[๑๔] ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตามมาตรฐานที่
กาหนด ให้สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา จัดทาข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไข
ต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพ่ือให้สถานศึกษาปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาท่ีกาหนด หากมิได้ดาเนินการ
ดังกล่าว ให้สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อดาเนินการให้มีการปรับปรุง
แก้ไข

หมวด ๗
ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา

มาตรา ๕๒ ใหก้ ระทรวงสง่ เสริมใหม้ ีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์ และ
บุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพช้ันสูง โดยการกากับและ
ประสานให้สถาบันท่ีทาหน้าท่ีผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ รวมท้ังบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อม
และมคี วามเขม้ แขง็ ในการเตรียมบคุ ลากรใหมแ่ ละการพัฒนาบุคลากรประจาการอย่างต่อเนอ่ื ง

รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดต้ังกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
อยา่ งเพียงพอ

มาตรา ๕๓ ใหม้ ีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา มีฐานะเป็น
องค์กรอิสระภายใตก้ ารบริหารของสภาวิชาชีพ ในกากับของกระทรวง มอี านาจหนา้ ที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพ
ออกและเพิกถอนใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ กากบั ดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
รวมทั้งการพัฒนาวชิ าชพี ครู ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาและผู้บรหิ ารการศึกษา

ให้ครู ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา ผู้บริหารการศกึ ษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ท้ังของรัฐและ
เอกชนต้องมีใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพตามที่กฎหมายกาหนด

การจัดให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการ
ศกึ ษาอื่น คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวธิ ีการในการออกและเพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามที่
กฎหมายกาหนด

14[๑๔] มาตรา ๕๑ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่บุคลากรทางการศึกษาท่ีจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
สถานศึกษาตามมาตรา ๑๘ (๓) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นท่ีการศึกษาและวิทยากรพิเศษทาง
การศกึ ษา

ความในมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาใน
ระดบั อดุ มศกึ ษาระดับปริญญา

มาตรา ๕๔ ให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยให้ครูและบุคลากร
ทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเป็น
ข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยยึดหลักการกระจายอานาจการ
บริหารงานบุคคลส่เู ขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา และสถานศกึ ษา ทง้ั นี้ ให้เปน็ ไปตามทกี่ ฎหมายกาหนด

มาตรา ๕๕ ใหม้ ีกฎหมายวา่ ดว้ ยเงนิ เดอื น ค่าตอบแทน สวัสดกิ าร และสทิ ธิประโยชน์เกื้อกูล
อืน่ สาหรบั ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาเพอ่ื ใหม้ รี ายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคม
และวิชาชีพ

ให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุน
งานริเร่ิมสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ท้ังน้ี
ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๖ การผลิตและพฒั นาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนา มาตรฐาน
และจรรยาบรรณของวิชาชีพ และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสถานศึกษา
ระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายท่ี
เกีย่ วข้อง

มาตรา ๕๗ ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการ
จัดการศึกษาโดยนาประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชานาญ และภูมิปัญญาท้องถ่ินของบุคคลดังกล่าวมาใช้
เพื่อให้เกดิ ประโยชน์ทางการศึกษาและยกยอ่ งเชดิ ชผู ้ทู ี่ส่งเสรมิ และสนับสนุนการจดั การศึกษา

หมวด ๘
ทรัพยากรและการลงทุนเพ่ือการศกึ ษา

มาตรา ๕๘ ให้มีการระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน
ท้ังจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนเอกชน องค์กรเอกชน องค์กร
วชิ าชีพ สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสงั คมอืน่ และต่างประเทศมาใชจ้ ัดการศึกษาดังนี้

(๑) ใหร้ ฐั และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยอาจจัดเก็บภาษี
เพ่ือการศกึ ษาได้ตามความเหมาะสม ท้งั น้ี ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กฎหมายกาหนด

(๒) ให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเอกชน องค์กร
เอกชน องคก์ รวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน ระดมทรัพยากรเพ่ือการศึกษา
โดยเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สินและทรัพยากรอ่ืนให้แก่สถานศึกษา และมี
ส่วนร่วมรบั ภาระค่าใชจ้ ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจาเปน็

ท้ังนี้ ให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ส่งเสริมและให้แรงจูงใจในการระดมทรัพยากร
ดังกล่าว โดยการสนับสนุน การอุดหนุนและใช้มาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี ตามความเหมาะสมและ
ความจาเป็น ทัง้ น้ี ให้เป็นไปตามท่กี ฎหมายกาหนด

มาตรา ๕๙ ให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอานาจในการปกครอง ดูแล บารุงรักษา
ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ท้ังท่ีเป็นท่ีราชพัสดุ ตามกฎหมายว่าด้วยท่ีราชพัสดุ
และท่เี ป็นทรัพยส์ นิ อ่นื รวมทั้งจัดหารายไดจ้ ากบรกิ ารของสถานศกึ ษา และเกบ็ คา่ ธรรมเนียมการศึกษาท่ีไม่ขัด
หรอื แยง้ กบั นโยบาย วตั ถุประสงค์ และภารกจิ หลักของสถานศึกษา

บรรดาอสงั หารมิ ทรพั ย์ทีส่ ถานศึกษาของรัฐท่ีเป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการ
ซ้อื หรอื แลกเปลย่ี นจากรายได้ของสถานศกึ ษา ไมถ่ ือเป็นทีร่ าชพสั ดุ และให้เปน็ กรรมสิทธิข์ องสถานศึกษา

บรรดารายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐท่ีเป็นนิติบุคคล รวมท้ังผลประโยชน์ท่ี
เกิดจากที่ราชพัสดุ เบ้ียปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบ้ียปรับท่ีเกิดจากการผิดสัญญาการซื้อ
ทรัพย์สินหรือจ้างทาของท่ีดาเนินการโดยใช้เงินงบประมาณไม่เป็นรายได้ท่ีต้องนาส่งกระทรวงการคลังตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยเงินคงคลังและกฎหมายวา่ ดว้ ยวธิ กี ารงบประมาณ

บรรดารายไดแ้ ละผลประโยชนข์ องสถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล รวมท้ังผลประโยชน์
ที่เกิดจากท่ีราชพัสดุ เบ้ียปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบ้ียปรับท่ีเกิดจากการผิดสัญญาการซื้อ

ทรพั ยส์ ินหรอื จา้ งทาของทด่ี าเนินการโดยใช้เงินงบประมาณให้สถานศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการ
จัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษานนั้ ๆ ได้ตามระเบียบทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนด

มาตรา ๖๐ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษาในฐานะที่มีความสาคัญสูงสุด
ตอ่ การพัฒนาที่ยั่งยนื ของประเทศโดยจดั สรรเป็นเงินงบประมาณเพอ่ื การศกึ ษา ดังนี้

(๑) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษาภาค
บังคบั และการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานที่จดั โดยรัฐและเอกชนให้เทา่ เทยี มกนั

(๒) จัดสรรทนุ การศกึ ษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนท่ีมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย
ตามความเหมาะสมและความจาเป็น

(๓) จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาอ่ืนเป็นพิเศษให้เหมาะสม และ
สอดคล้องกับความจาเป็นในการจัดการศึกษาสาหรับผู้เรียนที่มีความต้องการเป็นพิเศษแต่ ละกลุ่มตามมาตรา
๑๐ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ โดยคานึงถึงความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาและความเป็นธรรม
ทงั้ น้ี ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

(๔) จัดสรรงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายดาเนินการ และงบลงทุนให้สถานศึกษาของรัฐตาม
นโยบายแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และภารกิจของสถานศึกษา โดยให้มีอิสระในการบริหารงบประมาณ
และทรัพยากรทางการศกึ ษา ทั้งนี้ ให้คานงึ ถึงคณุ ภาพและความเสมอภาคในโอกาสทางการศกึ ษา

(๕) จัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐท่ี
เปน็ นติ ิบุคคล และเป็นสถานศึกษาในกากับของรฐั หรอื องคก์ ารมหาชน

(๖) จัดสรรกองทนุ ก้ยู ืมดอกเบี้ยตา่ ใหส้ ถานศึกษาเอกชน เพ่อื ใหพ้ ึง่ ตนเองได้
(๗) จดั ตงั้ กองทนุ เพอื่ พัฒนาการศกึ ษาของรฐั และเอกชน

มาตรา ๖๑ ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาท่ีจัดโดยบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน
องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน ตามความเหมาะสม
และความจาเป็น

มาตรา ๖๒ ให้มีระบบการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักการศึกษา แนวการจัดการศึกษาและคุณภาพ
มาตรฐานการศึกษา โดยหน่วยงานภายในและหน่วยงานของรฐั ทม่ี ีหนา้ ทตี่ รวจสอบภายนอก

หลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบ ติดตามและการประเมิน ให้เป็นไปตามที่กาหนดใน
กฎกระทรวง

หมวด ๙
เทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษา

มาตรา ๖๓ รฐั ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนาและโครงสร้างพ้ืนฐานอื่นที่จาเป็นต่อการส่ง
วิทยกุ ระจายเสยี ง วิทยโุ ทรทัศน์ วทิ ยุโทรคมนาคม และการสอ่ื สารในรูปอ่ืน เพื่อใช้ประโยชน์สาหรับการศึกษา
ในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความ
จาเปน็

มาตรา ๖๔ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตารา หนังสือ
ทางวชิ าการ ส่อื ส่ิงพมิ พ์อ่ืน วัสดุอปุ กรณ์ และเทคโนโลยเี พ่อื การศกึ ษาอื่น โดยเรง่ รดั พฒั นาขีดความสามารถใน
การผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึ กษา
ท้ังนี้ โดยเปดิ ใหม้ กี ารแข่งขนั โดยเสรีอยา่ งเป็นธรรม

มาตรา ๖๕ ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้
มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และ
ประสทิ ธิภาพ

มาตรา ๖๖ ผเู้ รียนมสี ทิ ธไิ ด้รบั การพัฒนาขีดความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา
ในโอกาสแรกท่ที าได้ เพ่ือใหม้ คี วามรแู้ ละทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในการแสวงหาความรู้
ดว้ ยตนเองได้อยา่ งตอ่ เนื่องตลอดชวี ติ

มาตรา ๖๗ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ
การศึกษา รวมท้ังการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพ่ือให้เกิดการใช้ที่
คุม้ ค่าและเหมาะสมกบั กระบวนการเรยี นรขู้ องคนไทย

มาตรา ๖๘ ให้มีการระดมทุน เพ่ือจัดต้ังกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงิน
อดุ หนุนของรฐั ค่าสัมปทาน และผลกาไรท่ีได้จากการดาเนินกิจการด้านส่ือสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ
และโทรคมนาคมจากทกุ ฝ่ายทเี่ ก่ยี วขอ้ งท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมท้ังให้มีการลดอัตรา
คา่ บริการเปน็ พิเศษในการใชเ้ ทคโนโลยดี งั กล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสงั คม

หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการจัดสรรเงินกองทุนเพ่ือการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ
การศึกษา ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๙ รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทาหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน ส่งเสริม
และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมท้ังการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและ
การใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗๐ บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคาสั่งเกี่ยวกับ
การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ทใ่ี ชบ้ งั คบั อย่ใู นวนั ท่พี ระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป
จนกว่าจะได้มีการดาเนินการปรบั ปรงุ แกไ้ ขตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่
พระราชบญั ญัตนิ ี้ใช้บงั คับ

มาตรา ๗๑ ให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานการศึกษา และสถานศึกษาที่มีอยู่ในวันท่ี
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงมีฐานะและอานาจหน้าท่ีเช่นเดิม จนกว่าจะได้มีการจัดระบบการบริหารและ
การจัดการศึกษาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซ่ึงต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้
บงั คบั

มาตรา ๗๒ ในวาระเร่มิ แรก มใิ ห้นาบทบัญญัติ มาตรา ๑๐ วรรคหน่งึ และมาตรา ๑๗ มาใช้
บังคับ จนกว่าจะมีการดาเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ซ่ึงต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจกั รไทยใชบ้ งั คับ

ภายในหน่ึงปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ดาเนินการออกกฎกระทรวงตาม
มาตรา ๑๖ วรรคสอง และวรรคส่ี ให้แล้วเสรจ็

ภายในหกปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กระทรวงจัดให้มีการประเมินผล
ภายนอกคร้ังแรกของสถานศกึ ษาทุกแห่ง

มาตรา ๗๓ ในวาระเริ่มแรก มิให้นาบทบัญญัติในหมวด ๕ การบริหารและการจัดการศึกษา
และหมวด ๗ ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มาใช้บังคับจนกว่าจะได้มีการดาเนินการให้เป็นไป
ตามบทบัญญัติในหมวดดังกล่าว รวมท้ังการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ และ
พระราชบัญญตั ิระเบยี บข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ซงึ่ ตอ้ งไม่เกนิ สามปีนับแต่วันทพ่ี ระราชบัญญตั ินีใ้ ช้บังคบั

มาตรา ๗๔ ในวาระเร่ิมแรกท่ีการจัดตั้งกระทรวงยังไม่แล้วเสร็จ ให้นายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย รักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
และให้มีอานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ท้ังน้ี ในส่วนที่
เก่ยี วกบั อานาจหน้าท่ขี องตน

เพ่ือให้การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ีในส่วนที่ต้องดาเนินการก่อนที่การจัดระบบบริหาร
การศึกษาตามหมวด ๕ ของพระราชบัญญัตินี้จะแล้วเสร็จ ให้กระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัยและ
คณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ ทาหน้าทใี่ นสว่ นทีเ่ กี่ยวข้องแลว้ แต่กรณี15[๑๕]

มาตรา ๗๕ ให้จัดต้ังสานักงานปฏิรูปการศึกษา ซ่ึงเป็นองค์การมหาชนเฉพาะกิจที่จัดต้ังขึ้น
โดยพระราชกฤษฎกี าทอี่ อกตามความในกฎหมายวา่ ด้วยองค์การมหาชนเพือ่ ทาหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี้

(๑) เสนอการจัดโครงสร้าง องค์กร การแบ่งส่วนงานตามท่ีบัญญัติไว้ในหมวด ๕ ของ
พระราชบัญญัตนิ ี้

(๒) เสนอการจัดระบบครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาตามท่ีบัญญัติไว้ในหมวด ๗
ของพระราชบัญญัตินี้

(๓) เสนอการจัดระบบทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษาตามท่ีบัญญัติไว้ในหมวด ๘
ของพระราชบัญญัติน้ี

(๔) เสนอแนะเก่ียวกับการร่างกฎหมายเพ่ือรองรับการดาเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ต่อ
คณะรัฐมนตรี

(๕) เสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ และคาสั่งท่ีบังคับ
ใช้อยู่ในส่วนที่เก่ียวข้องกับการดาเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้ต่อ
คณะรฐั มนตรี

(๖) อานาจหนา้ ที่อืน่ ตามที่กาหนดในกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
ทง้ั น้ี ใหค้ านึงถึงความคิดเหน็ ของประชาชนประกอบดว้ ย

15[๑๕] มาตรา ๗๔ วรรคสอง แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ๗๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารสานักงานปฏิรูปการศึกษาจานวนเก้าคน
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการ ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ความสามารถ มี
ประสบการณ์และมีความเช่ียวชาญด้านการบริหารการศึกษา การบริหารรัฐกิจ การบริหารงานบุคคล
การงบประมาณ การเงินและการคลัง กฎหมายมหาชน และกฎหมายการศึกษา ทั้งน้ี จะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึง
มิใชข่ ้าราชการหรอื ผู้ปฏบิ ตั ิงานในหน่วยงานของรัฐรวมอยู่ดว้ ย ไม่น้อยกวา่ สามคน

ให้คณะกรรมการบริหารมีอานาจแต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิเป็นท่ีปรึกษา และแต่งต้ัง
คณะอนกุ รรมการ เพ่อื ปฏบิ ัติการตามท่ีคณะกรรมการบริหารมอบหมายได้

ให้เลขาธิการสานักงานปฏิรูปการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะ
กรรมการบริหาร และบริหารกิจการของสานักงานปฏิรูปการศึกษาภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการ
บริหาร

คณะกรรมการบริหารและเลขาธิการมีวาระการดารงตาแหน่งวาระเดียวเป็นเวลาสามปี เม่ือ
ครบวาระแล้วให้ยบุ เลิกตาแหนง่ และสานักงานปฏิรูปการศกึ ษา

มาตรา ๗๗ ใหม้ ีคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการบริหารสานักงานปฏิรูปการศึกษาคณะ
หนึ่งจานวนสิบห้าคน ทาหน้าท่คี ัดเลือกบคุ คลทีส่ มควรได้รบั การเสนอช่อื เปน็ คณะกรรมการบริหารจานวนสอง
เท่าของจานวนประธานและกรรมการบรหิ าร เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรพี จิ ารณาแต่งตง้ั ประกอบด้วย

(๑) ผู้แทนหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องจานวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัด
ทบวงมหาวิทยาลัย เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และ
ผู้อานวยการสานกั งบประมาณ

(๒) อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนท่ีเป็นนิติบุคคล ซ่ึงคัดเลือกกันเอง
จานวนสองคน และคณบดีคณะครุศาสตร์ ศกึ ษาศาสตร์ หรอื การศึกษาท้ังของรัฐและเอกชนท่ีมีการสอนระดับ
ปริญญาในสาขาวิชาครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ซ่ึงคัดเลือกกันเองจานวนสามคน ในจานวนน้ี
จะตอ้ งเป็นคณบดคี ณะครุศาสตร์ ศกึ ษาศาสตร์ หรือการศกึ ษาจากมหาวิทยาลัยของรฐั ไม่นอ้ ยกวา่ หนง่ึ คน

(๓) ผู้แทนสมาคมวิชาการ หรือวิชาชีพด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งคัดเลือกกันเอง
จานวนห้าคน

ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหน่ึง เป็นประธานกรรมการ และเลือก
กรรมการสรรหาอกี คนหนึง่ เปน็ เลขานุการคณะกรรมการสรรหา

มาตรา ๗๘ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสานักงานปฏิรูป
การศึกษา และมอี านาจกากับดแู ลกิจการของสานกั งานตามที่กาหนดไวใ้ นกฎหมายวา่ ดว้ ยองคก์ ารมหาชน

นอกจากที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ พระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสานักงานปฏิรูป
การศึกษา อย่างน้อยตอ้ งมีสาระสาคัญ ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) องค์ประกอบ อานาจหน้าท่ี และวาระการดารงตาแหน่งของคณะกรรมการบริหารตาม
มาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖

(๒) องค์ประกอบ อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการสรรหา หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และ
การเสนอแต่งตงั้ คณะกรรมการบรหิ าร ตามมาตรา ๗๗

(๓) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามรวมทั้งการพ้นจากตาแหน่งของคณะกรรมการบริหาร
เลขาธกิ าร และเจา้ หนา้ ที่

(๔) ทุน รายได้ งบประมาณ และทรัพย์สนิ
(๕) การบริหารงานบคุ คล สวสั ดิการ และสทิ ธปิ ระโยชน์อ่นื
(๖) การกากับดูแล การตรวจสอบ และการประเมินผลงาน
(๗) การยุบเลกิ
(๘) ขอ้ กาหนดอนื่ ๆ อนั จาเป็นเพื่อให้กจิ การดาเนินไปไดโ้ ดยเรยี บร้อยและมปี ระสิทธิภาพ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภยั
นายกรฐั มนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
กาหนดให้รัฐต้องจดั การศกึ ษาอบรม และสนบั สนนุ ให้เอกชนจัดการศกึ ษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้
มกี ฎหมายเกีย่ วกบั การศกึ ษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาใหส้ อดคล้องกับความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและ
สังคม สร้างเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสานึกท่ีถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปวิทยาการต่าง ๆ เร่งรัดการศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ิน ศิลปะ
และวัฒนธรรมของชาติ รวมท้ังในการจัดการศึกษาของรัฐ ให้คานึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ และเอกชน ตามทกี่ ฎหมายบัญญัติและให้ความคุ้มครองการจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพและ
เอกชนภายใต้การกากับดูแลของรัฐ ดังนั้น จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นกฎหมาย
แมบ่ ทในการบริหารและจัดการการศึกษาอบรมให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยดังกลา่ ว จงึ จาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญตั ินี้

พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕16[๑๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบ
ราชการ โดยให้แยกภารกจิ เก่ียวกับงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ไปจัดต้ังเป็นกระทรวงวัฒนธรรม และโดยที่
เป็นการสมควรปรับปรุงการบริหารและการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบกับสมควรให้มี
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาทาหน้าท่ีพิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรการ
อาชีวศึกษาทุกระดับที่สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการ
ศึกษาแห่งชาติ สนับสนุนทรัพยากร ติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการอาชีวศึกษาด้วย จึง
จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญัตนิ ้ี

พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓17[๑๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีระบบการบริหารและการจัดการศึกษา
ของท้ังสองระดับรวมอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ทาให้การบริหารและการจัด

16[๑๖] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๑๙/ตอนที่ ๑๒๓ ก/หนา้ ๑๖/๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๕
17[๑๗] ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๒๗/ตอนท่ี ๔๕ ก/หนา้ ๑/๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓

การศึกษาข้ันพ้ืนฐานเกิดความไม่คล่องตัวและเกิดปัญหาการพัฒนาการศึกษา สมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษา
ออกเป็นเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารและการจัด
การศกึ ษามปี ระสิทธภิ าพ อนั จะเป็นการพฒั นาการศกึ ษาแก่นกั เรียนในชว่ งชัน้ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้
สัมฤทธผิ ลและมีคณุ ภาพยิง่ ข้นึ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญตั ินี้

โรงเรยี นสบเมยวทิ ยาคม
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษามธั ยมศึกษาแมฮ่ อ่ งสอน

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

พระราชบัญญตั ิ
ระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

พ.ศ.๒๕๔๖ (ฉบับอพั เดท)

โรงเรียนสบเมยวทิ ยาคม

สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนพครณะระกำชรรบมัญกญำรตักิฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ระเบยี บบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำพ.ศ. ๒๕๔๖สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
สำนกั งำนคณะกรรใมหก้ไำวร้ กณฤษวฎนั ีกทำี่ ๓ กรกฎำคมสำพน.กัศง.ำ๒น๕คณ๔ะ๖กรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สเปำน็นกั ปงีทำนี่ ๕คณ๘ะใกนรรรชัมกกำำรลกปฤัจษจฎบุ ีกนัำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนพกั รงำะนบคำณทะสกมรเรดม็จกพำรรกะฤปษรมฎีกินำทรมหำภูมิพลสอำดนลุกั ยงำเดนชคณมะพี กรระรมบกรำมรรกำฤชษโอฎงีกกำำรโปรดเกลำ้ ฯ
ให้ประกำศว่ำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

โดยทีเ่ ปน็ กำรสมควรให้มีกฎหมำยวำ่ ดว้ ยระเบยี บบริหำรรำชกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

จึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้ตรำพระรำชบัญญัตขิ น้ึ ไว้โดยคำแนะนำและยินยอม
สำนกั งำนขคอณงระฐั กสรภรมำกดำรงั กตฤอ่ ษไปฎนีกำี้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนมกั ำงำตนรคำณ๑ะกรพรมรกะำรรำกชฤบษฎัญีกญำ ัตินี้เรียกว่ำส“ำพนกัรงะำรนำคชณบะัญกรญรมัตกิรำะรกเบฤีษยฎบีกบำริหำรรำชกำร

สำนกั งำนกคระณทะรกวรรงมศกึกำษรำกธฤกิ ษำฎรีกพำ .ศ. ๒๕๔๖”สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนมกั ำงำตนรคำณ๒ะก๑รรพมรกะำรรกำฤชษบฎัญีกญำ ัตินี้ให้ใช้บังคสำับนตกั ั้งงแำนตค่วณันะถกัดรจรำมกกวำรันกปฤรษะฎกีกำำศในรำชกิจจำ
นเุ บกษำเปน็ ต้นไป

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๓ ให้ยกเลกิ

สำน(กั๑ง)ำนพครณะระำกชรรบมญั กญำรัตกริฤะษเฎบีกียำบกำรปฏบิ ตั ิรสำำชนกกั ำงรำขนอคงณทะบกวรรงมมกหำำรวกิทฤยษำฎลีกัยำ พ.ศ. ๒๕๒๐

(๒) พระรำชบัญญัติระเบียบกำรปฏิบัติรำชกำรของทบวงมหำวิทยำลัย (ฉบับท่ี ๒)
สำนกั งำนพค.ศณ.ะ๒ก๕รร๓ม๗กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๓) พระรำชบญั ญตั ิคณะกรรมกำรกำรประถมศกึ ษำ พ.ศ. ๒๕๒๓
สำน(กั๔ง)ำนพครณะระำกชรรบมญั กญำรัตกิคฤณษฎะีกกำรรมกำรกำรปสรำะนถกั มงำศนกึ คษณำะก(ฉรบรมับกทำ่ีร๒ก)ฤษพฎ.ศีก.ำ๒๕๓๕

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษ(๕ฎ)ีกพำ ระรำชบัญญสัตำิคนณกั งะำกนรครณมะกกำรรรกมำกรำศรกึกฤษษำฎแีกหำง่ ชำติ พ.ศ. ๒ส๕ำ๓น๕กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
บรรดำกฎหมำย กฎ ข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระรำชบัญญัตินี้

หรือซ่ึงขดั หรอื สแำยน้งกั กงบัำนบคทณบะญักรญรมัตกแิ ำหรง่กพฤรษะฎรีกำำชบญั ญัติน้ี ใหส้ใำชน้พกั รงะำนรคำชณบะกัญรญรมัตกินำี้แรทกฤนษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษมฎำีตกำรำ ๔ ให้นำกสฎำหนมกั ำงำยนวค่ำณด้วะกยรรระมเบกำียรบกบฤรษิหฎำีกรำรำชกำรแผ่นดสินำนแกั ลงะำกนฎคณหมะกำรยรวม่ำกดำ้วรยกฤษฎีกำ

กำรศึกษำแห่งชำติมำใช้บังคับแก่กระทรวงศึกษำธิกำรโดยอนุโลม เว้นแต่ในพระรำชบัญญัติน้ีจะได้

บญั ญตั ิไวเ้ ป็นอสยำน่ำงกั องื่นำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑ รำชกิจจำนเุ บกษำ เลม่ ๑๒๐/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้ำ ๑/๖ กรกฎำคม ๒๕๔๖

- ๒ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรีกำำ๕ กระทรวสงำศนึกกั ษงำำนธคิกณำะรกมรีรอมำกนำำรกจฤหษนฎ้ำีกทำ่ีตำมกฎหมำสยำวน่ำกั ดง้ำวนยคกณำะรกศรึกรมษกำำรกฤษฎีกำ

แห่งชำติ และกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๖๒ ให้จดั ระเบียบรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร ดังนี้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษรฎะีกเำบยี บบริหำรรสำชำนกกั ำงรำในนคสณ่วะนกกรลรำมงกำรกฤษฎีกำ

ส((๓๒ำน))กั รรงะะำเนเบบคียยี ณบบะบบกรรริหริหมำำกรรำรรรำำกชชฤกกษำำฎรรีกเใขนำตสพถื้นำนทศกี่ ำึกรษศำกึ สขษำอนำงกัรงัฐำทน่ีจคัดณกะำกรรศรมึกกษำำรรกะฤดษบั ฎปีกรำิญญำท่ีเป็น

สำนกั นงิตำนิบคุคณคะลกรแรตม่ไกมำ่รรวกมฤษถฎึงกีกำำรจัดกำรศึกษสำำทนี่กอั งยำู่ในนคอณำะนกำรจรหมกนำ้ำรทกี่ขฤอษงฎกีกรำะทรวงอ่ืนท่ีมสีกำฎนหกั งมำำนยคกณำะหกนรรดมไกวำ้ รกฤษฎีกำ
เปน็ กำรเฉพำะ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๗ กำรกำหนดตำแหน่งและอตั รำเงินเดือนของข้ำรำชกำรในกระทรวงศึกษำธกิ ำร

สำนกั ใงหำ้คนำคนณึงะถกึงรครุณมกวำฒุ รกิ ปฤรษะฎสีกบำกำรณ์ มำตรฐสำำนนกัวงิชำำนชคีพณละกักรษรณมกะำหรนก้ำฤทษค่ีฎวีกำำมรับผดิ ชอบ แสำลนะกัคงุณำนภคำณพะขกอรงรงมำกนำรกฤษฎีกำ

แล้วแตก่ รณี สกำำนรกั บงรำนรคจุณและกะรกรำมรกแำตร่งกตฤ้ังษบฎุคีกคำลให้ดำรงตำแสำหนนกั ่งงหำนนค้ำณทะี่รกำรชรกมำกรำตร่ำกงฤษๆฎใีกหำ้เป็นไปตำม

กฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้น สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๘คณใะหกร้รรัฐมมกนำตรกรฤีวษ่ำกฎีกำรำกระทรวงศึกสษำนำธกั ิกงำำนรครณักษะกำรกรำมรกตำำรกมฤพษรฎะีกรำำชบัญญัตินี้
และให้มีอำนำจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกำศเพื่อปฏิบัติตำมพระรำชบัญญัติน้ี รวมทั้งให้มี
สำนกั องำำนนคำณจตะกีครวรำมมกแำลรกะฤวษินฎิจีกฉำัยช้ีขำดปัญหสำำอนันกั เงกำี่ยนวคกณับะกกรำรรมปกฏำิบรกัตฤิกษำฎรีกอำ ำนำจหน้ำที่ขสอำนงกัผงู้ดำำนรคงณตะำกแรหรมนก่งำรกฤษฎีกำ
หรือหน่วยงำนตำ่ ง ๆ ตำมทก่ี ำหนดไว้ในบทเฉพำะกำลของพระรำชบัญญตั ินี้

สกำฎนกกั งรำะนทครณวะงกรรระมเบกำียรบกฤแษลฎะีกปำ ระกำศน้ัน เสมำื่อนไกั ดง้ปำนรคะณกะำกศรใรนมรกำำชรกกฤิจษจฎำีกนำุเบกษำแล้ว
ให้ใช้บังคบั ได้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

หมวด ๑
สำนกั งำนคณะกกำรรรจมัดกรำะรเกบฤยีษบฎบีกรำิหำรรำชกำรใสนำนสกั่วงนำกนลคำณงะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำส่วนที่ ๑ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
บททั่วไป

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๙คณใะหก้จรดัรมรกะำเบรกียฤบษบฎรีกิหำำรรำชกำรในสสำว่ นนกั กงำลนำคงณดะงั กนรี้ รมกำรกฤษฎีกำ
(๑) สำนกั งำนปลดั กระทรวง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษสฎว่ีกนำรำชกำรท่มี หี สวั ำหนนกั ้ำงสำ่วนนครณำะชกกรำรรมขกึน้ ำตรกรงฤตษ่อฎรีกัฐำมนตรีว่ำกำรกสรำะนทกั รงวำงนศคึกณษะำกธริกรำมรกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒ มำตรำ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนับคทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำร๕ก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๓ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑๐๓ กำรแบ่งส่วนรำชกำรในส่วนกลำงของกระทรวงศึกษำธิกำรให้เป็นไป

สำนกั ตงำำนมคพณระะกรรำรชมบกัญำรญกฤัตษินฎี้ ีกโดำยให้มีหัวหนส้ำำสน่วกั นงำรนำคชณกะำกรรขรึ้นมตกรำรงกตฤ่อษรฎัฐีกมำนตรีว่ำกำรกรสะำนทกั รงวำงนศคึกณษะำกธริรกมำกรำรกฤษฎีกำ

ดังน้ี

ส(๑ำน)กั สงำำนนคักณงำะนกรรัฐรมมกนำตรรกีฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๒) สำนกั งำนปลดั กระทรวง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษสฎำีกนำกั งำนเลขำธิกสำำนรสกั ภงำำนกคำณรศะกกึ รษรำมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส((๔๕ำน))กั สสงำำำนนนคกัักณงงำำะนนกคครรณณมะะกกกำรรรกรรฤมมษกกฎำำีรรกกกำำำรรอศำกึ ชษวี ำศขึก้นั ษพสำ้ืนำนฐกัำงนำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกสฤ่วษนฎรีกำำชกำรตำม (๒สำ)น(ก๓ั ง)ำน(๔ค)ณแะกลระรม(ก๕ำ)รกมฤีฐษำฎนีกะำเป็นนิติบุคคลสำแนลกั ะงำเปนค็นณกะรกมรตรมำกมำรกฤษฎีกำ
กฎหมำยวำ่ ด้วยระเบยี บบรหิ ำรรำชกำรแผ่นดิน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑๑ กำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยในส่วนรำชกำรตำมมำตรำ ๑๐ ให้ออกเป็น

สำนกั กงฎำนกครณะะทกรรวรงมแกลำระกใฤหษ้รฎะีกบำุอำนำจหน้ำทสี่ขำนอกังแงำตน่ลคะณสะ่วกนรรรมำกชำกรำกรฤไษวฎ้ในีกำกฎกระทรวงวส่ำำดน้วกั ยงำกนำครณแะบก่งรสร่วมนกำรกฤษฎีกำ

รำชกำรดงั กล่ำว สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑๒ กระทรวงศึกษำธิกำรมีรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรเป็น
สำนกั ผงู้บำนังคคณับบะกัญรชรมำกขำ้ำรรกำฤชษกฎำีรกแำละกำหนดนโสยำบนำกั ยงำเนปค้ำณหะมกำรยรมแกลำะรผกลฤสษัมฎฤีกทำ ธิ์ของงำนในกสรำนะทกั งรำวนงคศณึกษะกำรธริกมำกรำรกฤษฎีกำ

ให้สอดคล้องกับนสโำยนบกั ำงยำนทค่ีคณณะะกรรัฐรมมนกำตรรกแี ฤถษลฎงีกไำว้ตอ่ รัฐสภำ หสรำอื นทกั ีค่งำณนะครณัฐะมกนรตรมรกีกำำรหกนฤดษหฎีกรือำ อนุมตั ิ โดย
จะให้มีรัฐมนตรีชว่ ยว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรเป็นผู้ชว่ ยสง่ั และปฏิบัติรำชกำรก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีที่มีรัฐมนตรชี ่วสยำนวกั่ำกงำำนรคกณระะทกรรรวมงศกำึกรษกำฤธษกิ ฎำีกรำกำรส่ังหรือกำสรำปนฏกั ิบงำัตนิรคำณชะกกำรรรขมอกงำรกฤษฎีกำ
รฐั มนตรีช่วยว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร ใหเ้ ปน็ ไปตำมท่รี ฐั มนตรีวำ่ กำรกระทรวงศกึ ษำธกิ ำรมอบหมำย

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑๓๔ ในกรณีที่สภำกำรศึกษำ คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน และ

สำนกั คงณำนะคกณระรกมรกรำมรกกำรำกรฤอษำชฎีวีกศำึกษำ เสนอคสวำำนมกั เงหำ็นนหคณรอื ะคกรำรแมนกะำนรกำฤตษ่อฎรัีฐกมำ นตรีว่ำกำรกสรำะนทกั รงวำนงศคึกณษะกำธรริกมำกรำรกฤษฎีกำ

แล้ว ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรนำควำมเห็นหรือคำแนะนำมำประกอบกำรพิจำรณำ
เพอื่ ให้เหมำะสมกสบั ำนกกัำรงำศนึกคษณำะขกอรงรชมำกตำิรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรำีกำ๑๔ ให้มสี ภำสกำนำรกั ศงำกึ นษคำณมะหีกรนร้ำมทก่ี ำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส(๑ำน)กั พงำิจนำครณณะำกเรสรนมกอำแรผกนฤษกฎำีกรำศึกษำแห่งชำสตำิทนี่บกั งูรำณนคำณกำะกรรศรำมสกนำรำกศฤิษลฎปีกะำวัฒนธรรม
และกฬี ำกบั กำรศกึ ษำทกุ ระดับ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษฎพีกิจำำรณำเสนอนสโยำนบกั ำงยำนแคผณนะกแรลระมมกำำตรกรฤฐษำฎนีกกำำรศึกษำเพ่ือดสำำเนนกั ินงำกนำครณใหะ้เกปร็นรมไกปำรกฤษฎีกำ

ตำมแผนตำม (๑)

ส(๓ำน)กั พงำิจนำครณณะำกเสรรนมอกนำโรยกบฤษำยฎแีกลำะแผนในกำรสสำนนับกั สงำนนนุ คทณระพั กยรรำมกกรำเพรกื่อฤกษำฎรีกศำึกษำ

(๔) ดำเนินกำรประเมนิ ผลกำรจัดกำรศกึ ษำตำม (๑)

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๓ มำตรำ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕ส๖ำน๒กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๔ มำตรำ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๔ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

(๕) ให้ควำมเห็นหรือคำแนะนำในเร่ืองกฎหมำยและกฎกระทรวงท่ีเกี่ยวกับกำรศึกษำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤำษรฎเสีกนำอนโยบำย แสผำนนกักงำำรนศคึกณษะกำรแรหม่งกชำรำกตฤิ ษแฎลีกะำมำตรฐำนกำรสศำนึกกัษงำำนใคหณ้เสะกนรอรตม่กอำรกฤษฎีกำ

คณะรัฐมนตรี

สนำอนกกั งจำำนกคหณนะ้ำกทรร่ีตมำกมำวรรกรฤคษหฎนีก่ึำง ให้สภำกำรศสำึกนษกั ำงมำนีหคนณ้ำะทกี่ใรหร้คมวกำำมรกเหฤษ็นฎหีกรำือคำแนะนำ

แก่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรหรือคณะรัฐมนตรี และมีอำนำจหน้ำท่ีอื่นตำมที่กฎหมำย
สำนกั กงำำหนคนณดะหกรรรอื มตกำำมรทก่รีฤัฐษมฎนีกตำ รวี ่ำกำรกระทสำรนวกังงศำกึ นษคำณธะิกกำรรรมมอกบำรหกมฤำษยฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ตำแหน่งจำกหน่วสยใำหงนำ้คกนั ณงทำะ่ีเนกกคี่ยรณวระขมก้อกรงำรมรผสกู้แภำทรำนกกอฤำงษรคฎศ์กีกึกรำเษอำกชปนระผกู้แอทบนสดอำ้วนงคยกั ์กงรำรัฐนปมคกนณคตะรกรอรีเงปรสม็นว่ กนปำทรรกะ้อฤธงษถำน่ินฎีกกผำรู้แรทมนกอำงรคโด์กยร

สำนกั วงิชำนำชคีณพะพกรรระมภกิกำษรกุซฤึ่งษเปฎีก็นำผู้แทนคณะสสงำฆน์ กัผงู้แำทนนคณคณะกะรกรมรกรมำรกกำฤรษกฎลีกำำงอิสลำมแห่งปสำรนะกั เทงำศนไคทณยะกผรู้แรทมนกำรกฤษฎีกำ
องค์กรศำสนำอ่นื และกรรมกำรผู้ทรงคุณวฒุ ซิ ง่ึ มจี ำนวนไม่น้อยกวำ่ จำนวนกรรมกำรประเภทอนื่ รวมกนั

สจำำนนกั วงำนนกครณระมกกรรำมรกคำรุณกฤสษมฎบีกัตำิ หลักเกณฑส์ แำนลกัะงวำิธนีกคำณระสกรรรรมหกำำรกกำฤรษเฎลีกือำกกรรมกำร

วำระกำรดำรงตำแหนง่ และกำรพน้ จำกตำแหน่งของกรรมกำรใหเ้ ปน็ ไปตำมที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤษ้สฎำีกนำักงำนเลขำธสิกำำนรกั สงำภนำคกณำะรกศรึกรมษกำำทรกำฤหษนฎ้ำีกทำี่รับผิดชอบงสำำนนเกั ลงขำนำคนณุกะำกรรขรมอกงำรกฤษฎีกำ

สภำกำรศึกษำและมีอำนำจหน้ำที่ตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงว่ำด้วยกำรแบ่งส่วนรำชกำรตำม
มำตรำ ๑๑ โดยมสีเลำนขกัำงธำกิ นำครณสะภกำรกรำมรกศำึกรกษฤำษทฎำีกหำน้ำท่เี ปน็ กรรมสกำนำกรั แงำลนะคเลณขะำกนรรุกมำกรำขรอกงฤสษภฎำีกกำำรศึกษำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรีกำำ ๑๕ ให้มีคสณำนะกักงรำรนมคกณำะรกกรรำมรกศำึกรกษฤำษขฎ้ันีกพำ ื้นฐำน มีหนส้ำำทนกัี่พงิจำนำครณณะำกเรสรนมกอำรกฤษฎีกำ

นโยบำย แผนพสัฒำนนกั ำงำมนำคตณระฐกำรรนมกแำลระกฤหษลฎักีกสำูตรแกนกลำสงำกนำกั รงำศนึกคษณำะขกั้รนรพมื้กนำฐรำกนฤษทฎ่ีสีกอำดคล้องกับ
แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ และแผนกำรศึกษำแห่งชำติ กำรสนับสนุนทรัพยำกร

สำนกั กงำำนรคตณิดตะกำรมรตมรกวำจรสกฤอษบฎแีกลำะประเมินผลกสำำนรกัจงัดำกนำครณศะึกกษรรำมขกั้นำพรก้ืนฤฐษำฎนีกแำละเสนอแนะสในำนกกั ำงรำอนอคกณระะกเรบรียมบกำรกฤษฎีกำ

หลกั เกณฑ์ และประกำศทเี่ ก่ียวกบั กำรบริหำรงำนของสำนักงำน

สนำอนกกั งจำำนกคหณนะก้ำรทรี่ตมำกมำรวกรฤรษคฎหีกนำึ่ง ให้คณะกรสรำนมกักงำำรนกคำณระศกึกรรษมำกขำั้นรกพฤื้นษฐฎำีกนำมีหน้ำที่ให้

ควำมเห็นหรือให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรหรือคณะรัฐมนตรี และมีอำนำจ

สำนกั หงนำน้ำคทณอี่ ะนื่ กตรำรมมทกำี่กรฎกหฤมษำฎยีกกำำหนดหรือตำสมำนทกัีร่ งัฐำมนนคตณระวี กำ่ รกรำมรกกำรรกะฤทษรฎวงีกศำึกษำธิกำรมอสบำหนมกั ำงำยนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ประกอบด้วย กรรมกำรโดยตำแหน่งจำก
หน่วยงำนท่ีเกี่ยวสขำ้อนงกั งผำู้แนทคณนอะกงรคร์กมรกเำอรกกชฤนษฎผีกู้แำทนองค์กรปกสำคนรกั องงำสน่วคนณทะก้อรงรถมิ่นกำผรู้แกทฤษนฎอีกงำค์กรวิชำชีพ

และกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงมจี ำนวนไม่น้อยกวำ่ จำนวนกรรมกำรประเภทอืน่ รวมกัน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกจฤำษนฎวีกนำกรรมกำร คสุณำนสกั มงบำนัตคิ ณหะลกักรเรกมณกำฑรก์ แฤษลฎะีกวำิธีกำรสรรหำสกำนำรกั เงลำนือคกณปะรกะรธรมำกนำรกฤษฎีกำ

กรรมกำรและกรรสมำนกกัำงรำนวำครณะะกกำรรรดมำกรำงรตกำฤแษหฎนีกำ่งและกำรพ้นจสำำกนตกั งำำแนหคนณง่ ะขกอรงรกมรกรำมรกกฤำษรใฎหีกเ้ ำป็นไปตำมท่ี
กำหนดในกฎกระทรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤ้ษสำฎนีกักำ งำนคณะกรรสมำนกกัำงรำกนำครณศะึกกษรำรขมั้นกำพรืน้กฐฤำษนฎีกทำำหน้ำที่รบั ผิดสชำอนบกั งงำำนนคเลณขะำกนรรกุ มำกรำรกฤษฎีกำ

ของคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน และมีอำนำจหน้ำที่ตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงว่ำด้วยกำร

แบ่งส่วนรำชกำรสตำำนมกั มงำำนตครณำะ๑กร๑รมโดกำยรมกีเฤลษขฎำีกธำิกำรคณะกรรสมำกนำกั รงำกนำครณศึกะกษรำรขม้ันกำพร้ืนกฤฐษำนฎีทกำำหน้ำท่ีเป็น

กรรมกำรและเลขำนกุ ำรของคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑๖๕ (ยกเลกิ ) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๕ มำตรำ ๑๖ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร (ฉบับท่ี ๓)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๕ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรีกำำ๑๗ ให้มีคณสำะนกกั รงรำมนคกณำระกกรำรรมอกำำชรีวกศฤษึกฎษีกำำมีหน้ำท่ีพิจำสรำณนกัำงเสำนนคอณนะโกยรบรมำกยำรกฤษฎีกำ
แผนพฒั นำมำตรฐำน และหลกั สูตรกำรอำชีวศกึ ษำทุกระดับ ท่ีสอดคล้องกบั แผนพัฒนำเศรษฐกิจและ
สงั คมแห่งชำติแลสะำแนผกั นงำกนำครณศึกะกษรำรแมหก่งำชรกำฤตษิ กฎำีกรำส่งเสริมประสสำำนนงกั ำงนำนกคำณรจะัดกรกรำมรกอำำรชกีวฤศษึกฎษีกำำของรัฐและ
เอกชน กำรสนับสนุนทรัพยำกร กำรติดตำม ตรวจสอบ และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำอำชีวศึกษำ

สำนกั โงดำยนคคำณนะงึ กถรงึรคมุณกำภรำกพฤษแฎลีกะำควำมเป็นเลิศสทำำนงกั วงชิ ำำนชคพี ณะแกลระรเมสกนำอรกแฤนษะฎใีนกำกำรออกระเบสียำบนกัหงลำักนเคกณณะฑกร์ รแมลกะำรกฤษฎีกำ
ประกำศท่ีเกี่ยวกบัสเำพกนำ่ือกัรปงบำรรนะิหคโำยณรชะงนกำรน์ใรนขมกอกำงำรสรพกำนฤิจษกัำฎรงำณีกนำำนโยบำย แผสนำนพกั ัฒงำนนำคณแะลกะรมรำมตกรำรฐกำฤนษกฎำีกรำอำชีวศึกษำ

สำนกั รงะำดนับคณปะรกิญรญรมำกำใหรก้คฤณษฎะกีกำรรมกำรกำรอสำำชนีวกั ศงึกำนษคำณพะิจกำรรรณมกำำใรหก้สฤอษดฎคีกลำ้องกับนโยบำสยำนแกั ผงนำนพคัฒณนะกำรแรมลกะำรกฤษฎีกำ
เปน็ ไปตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำระดับอดุ มศึกษำของคณะกรรมกำรกำรอุดมศึกษำ
สนำอนกกั จงำำนกคหณนะ้ำกทรี่ตรมำกมำวรรกรฤคษหฎนีก่ึงำ ให้คณะกรรมสำกนำกัรงกำำนรคอณำะชกวี รศรึกมษกำำรมกีหฤนษ้ำฎทีก่ีใำห้ควำมเห็น
หรือให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรหรือคณะรัฐมนตรี และมีอำนำจหน้ำท่ีอื่น

สำนกั ตงำำมนคทณก่ี ฎะกหรมรำมยกกำรำกหฤนษดฎหีกรำอื ตำมทรี่ ฐั มนสตำรนวี กั ำ่ งกำนำรคกณระะกทรรรมวงกศำรึกกษฤำษธฎิกีกำำรมอบหมำย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ให้คณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำ ประกอบด้วย กรรมกำรโดยตำแหน่งจำก

หน่วยงำนท่ีเกี่ยวสขำ้อนงกั งผำู้แนทคณนอะกงรคร์กมรกเำอรกกชฤนษฎผีกู้แำทนองค์กรปกสำคนรกั องงำสน่วคนณทะก้อรงรถมิ่นกำผรู้แกทฤษนฎอีกงำค์กรวิชำชีพ
และกรรมกำรผ้ทู รงคณุ วฒุ ิซ่ึงมจี ำนวนไม่นอ้ ยกวำ่ จำนวนกรรมกำรประเภทอ่ืนรวมกัน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกจฤำษนฎวีกนำกรรมกำร คสุณำนสกั มงบำนัตคิ ณหะลกักรเรกมณกำฑรก์ แฤษลฎะีกวำิธีกำรสรรหำสกำนำรกั เงลำนือคกณปะรกะรธรมำกนำรกฤษฎีกำ
กรรมกำรและกรรสมำกนำกั รงำวนำครณะกะกำรรรดมำกรำงรตกำฤแษหฎนีก่งำ และกำรพ้นจสำำนกกตั งำำแนหคนณ่งะขกอรงรคมณกำะรกกรฤรษมฎกีกำำร ให้เป็นไป
ตำมท่กี ำหนดในกฎกระทรวง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤ้ษสฎำนีกัำกงำนคณะกรสรำมนกกั ำงรำกนำครณอะำกชรีวรศมึกกำษรำกฤทษำฎหีกนำ้ำที่รับผิดชอบสงำำนนกั เงลำขนำคนณุกะำกรรขรมอกงำรกฤษฎีกำ
คณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำ และมีอำนำจหน้ำท่ีตำมท่ีกำหนดในกฎกระทรวงว่ำด้วยกำรแบ่งส่วน
รำชกำรตำมมำตสรำำน๑กั ง๑ำนโคดณยะมกีเรลรขมำกธำิกรกำฤรษคฎณีกะำกรรมกำรกำสรำอนำกัชงีวำศนึกคษณำะกทรำรหมนก้ำำรทกี่เฤปษ็นฎกีกรำรมกำรและ
เลขำนุกำรของคณะกรรมกำรกำรอำชีวศกึ ษำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๑ ๘ ๖ สภำกำรศึกษำ คณ ะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน และ
คณะกรรมกำรกสำำรนอกั ำงชำีนวศคณึกษะกำรรอมำกจำแรกตฤ่งษตฎั้งีกคำณะอนุกรรมกสำำนรกัหงรำืนอคคณณะะกทรรำมงกำำนรเกพฤ่ือษพฎีิกจำำรณำเสนอ

ควำมเห็นในเร่ืองหน่ึงเรื่องใด หรือมอบหมำยให้ปฏิบัติกำรอย่ำงหนึ่งอย่ำงใด อันอยู่ในอำนำจหน้ำท่ี
สำนกั ขงอำนงสคภณำะหกรรรือมคกณำระกกฤรษรฎมีกกำำรก็ได้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๑๙ สำนักงำนรัฐมนตรีมีอำนำจหน้ำที่เกี่ยวกับรำชกำรทำงกำรเมือง

สำนกั มงีเำลนคขณำนะกุกรำรมรรกัฐำรมกนฤตษรฎีซีก่ึงำเป็นข้ำรำชกำสรำกนำกั รงเำมนือคงณเปะก็นรผรู้มบกังำครับกบฤษัญฎชีกำำข้ำรำชกำร แลสำะนรกัับงผำนิดคชณอบะกในรรกมำกรำรกฤษฎีกำ

ปฏิ บั ติรำชกำรของสำนั กงำนรัฐมนตรีซ่ึงหั วหน้ ำส่วนรำชกำรข้ึนตรงต่อรัฐมนตรีว่ำกำร

กระทรวงศึกษำธิกสำำนรกั แงำลนะคจณะะใกหร้มรีผมู้ชกำ่วรยกเฤลษขฎำีกนำุกำรรัฐมนตรสีซำ่ึงนเกั ปง็นำนขค้ำณรำะกชรกรำมรกกำำรกรฤเมษือฎงีกคำนหนึ่งหรือ

หลำยคนเป็นผูช้ ่วยสง่ั หรอื ปฏิบัติรำชกำรแทนเลขำนกุ ำรรัฐมนตรกี ไ็ ด้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๖ มำตรำ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๖ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๒๐ ให้กระทรวงศึกษำธิกำรมีผู้ตรวจรำชกำรของกระทรวง เพื่อทำหน้ำที่

สำนกั ใงนำนกคำรณตะรกวรรจมรกำำชรกกฤำษรฎศีกึกำษำ วิเครำะหสำ์ นวิกจั งัยำนตคิดณตะำกมรรแมลกำะรปกรฤะษเฎมีกินำผลระดับนโยสบำนำกั ยงำเนพค่ือณนะิเกทรศรมใหกำ้ รกฤษฎีกำ

คำปรกึ ษำและแนะนำเพ่อื กำรปรบั ปรุงพฒั นำ

สใำนนรกั ะงดำนับคสณำนะกักรงรำมนกคำรณกะฤษกฎรรีกมำกำรหรือส่วนสรำนำชกั งกำำนรคทณี่เระีกยรกรชมื่อกอำรยก่ำฤงษอฎ่ืนีกใำห้ทำหน้ำท่ี

ตดิ ตำมและประเมินผลนโยบำยตำมภำรกิจ ตลอดจนนเิ ทศ ใหค้ ำปรึกษำและแนะนำเพ่ือปรับปรุงพัฒนำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษระฎดีกับำ เขตพ้ืนที่กำสรำศนึกกั ษงำำนคใหณ้เะปก็นรรกมำกรำศรึกกฤษษำฎวีกิเำครำะห์ วิจัย สนำิเนทกั ศงำตนิดคตณำะมกรแรมลกะำรกฤษฎีกำ

ปเขรตะพเมน้ื ินทผ่กี ลำรกศำึกรบษรสำิหำเนำพกัร่อื งแกำลนำะรคกเณตำระรกียดรมำรกเมนำกินรำรกรบั ำกกรฤำโษดรฎนยีกมเิ ทำุ่งศเนต้นดิ ผตลำสมัมแฤลทสำะธนป์ิขกัรองะงำเหนมนคินณ่วผยละงกจำรำนรกมแหกลนำะ่วรสกยถฤงำำษนนฎศภีกึกำำยษนำใอนกสังกัด

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤำษรดฎีกำเำนินกำรตำมวสรำรนคกั หงำนนึ่งคแณละะกวรรรรมคกสำรำกมฤใษหฎ้มีกีคำณะกรรมกำรสตำนิดกัตงำำมนคตณระวกจรสรอมบกำรกฤษฎีกำ
และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำรและคณะกรรมกำรติดตำม ตรวจสอบ

ประเมินผล และสำนนิเกัทงศำนกคำณรศะกึกรษรมำกขำอรงกเฤขษตฎพีก้ืำนที่กำรศึกษสำำนเปกั ็งนำผนู้รคับณผะกิดรชรมอกบำดรกำฤเนษิฎนีกกำำร สำหรับ

กระทรวงศึกษำธิกำรหรือสำหรับแต่ละเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ ทั้งน้ี จำนวน หลักเกณฑ์ และวธิ ีกำรได้มำ

สำนกั ขงอำนงคคณณะะกกรรรรมมกกำำรรกดฤงัษกฎลีก่ำำวให้เป็นไปตำสมำนทกัี่กงำำหนนคดณใะนกกรฎรมกกรำะรทกรฤวษงฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

กำรดำเนินกำรในเรื่องกำรตรวจรำชกำรและกำรดำเนินกำรของคณะกรรมกำรต่ำง ๆ
ที่กำหนดในมำตสรำำนนกั ี้ใงหำน้เปค็นณไะปกรตรำมมกกำรฎกหฤษมฎำียกำกฎกระทรวสงำรนะกั เงบำนียคบณะขก้อรบรมังกคำับรขกฤอษงฎกีกรำะทรวงหรือ

ส่วนรำชกำร มติคณะรฐั มนตรี หรอื คำสั่งของนำยกรัฐมนตรี๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๒คณ๑ะกใรหร้กมรกะำรทกรฤวษงฎศีกึกำษำธิกำรกำหสนำนดกัหงลำักนคเกณณะกฑร์แรลมกะำวริธกีกฤำษรฎปีกรำะเมินควำม
พร้อมในกำรจัดกำรศึกษำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีหน้ำท่ีในกำรประสำนและส่งเสริม

สำนกั องงำคน์กครณปะกกรครรมอกงำสร่วกนฤทษฎอ้ ีกงถำ่นิ ให้สำมำรถสจำัดนกกั ำงรำนศคึกณษะำกสรรอมดกคำลร้อกฤงกษับฎีนกำโยบำยและไดส้มำำนตกั รงฐำำนนคกณำะรกศรึกรมษกำำรกฤษฎีกำ
รวมท้ังกำรเสนอแนะกำรจดั สรรงบประมำณอุดหนุนกำรจัดกำรศึกษำขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่

สหำลนักกั งเกำนณคฑณ์ ะแกลระรมวิธกีกำรำกรฤปษรฎะีกเมำินควำมพร้อมสำในนกักงำำรนจคัดณกะำกรรศรึกมษกำำรขกอฤงษอฎงีกคำ์กรปกครอง

ส่วนท้องถ่ินใหเ้ ป็นไปตำมท่ีกำหนดในกฎกระทรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๒๒ ในกรณีที่เขตพื้นที่กำรศึกษำตำมมำตรำ ๓๓ ไม่อำจบริหำรและจัดกำร
กำรศึกษำข้ันพื้นสฐำำนนกั บงำำนงคปณระะกเรภรทมกไดำร้ กแฤลษะฎใีกนำกรณีกำรจัดกสำำนรกศั งึกำษนคำรณะะดกรับรอมุดกำมรศกึกฤษษฎำีกรำะดับต่ำกว่ำ

ปริญญำบำงประเภท สำนักงำนปลัดกระทรวงหรือสำนักงำนต่ำง ๆ ตำมที่กำหนดในส่วนที่ ๓ อำจจัด
สำนกั ใงหำ้มนีคกณำระศกึกรรษมำกขำ้ันรกพฤ้ืนษฐฎำีกนำหรือกำรศึกษสำำนระกั งดำับนอคุดณมะกศรึกรษมำกรำะรกดฤับษตฎ่ำีกกำว่ำปริญญำ เพสำื่อนเกัสงรำิมนกคำณระบกรริหรมำกรำรกฤษฎีกำ

และกำรจัดกำรขอสงำนเขกั ตงพำนื้นคทณี่กะำกรรศรึกมษกำำรดกังฤตษ่อฎไีปกำนี้ก็ได้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) กำรจัดกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนสำหรับบุคคลที่มีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย จิตใจ

สำนกั สงตำนปิ คัญณญะำกรอรำมรกมำรณก์ ฤสษังฎคีกมำกำรส่อื สำรแสลำะนกกั ำงรำเนรคียณนะรกู้ หรรรมือกมำรี รำ่ กงฤกษำฎยีกพำิกำร หรือทุพพสลำนภกั ำงพำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๒) กำรจัดกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนที่จัดในรูปแบบกำรศึกษำนอกระบบหรือกำรศึกษำ

ตำมอธั ยำศัย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๓) กำรจัดกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำนสำหรบั บคุ คลทม่ี คี วำมสำมำรถพิเศษ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤ)ษฎกีกำำรจัดกำรศึกษสำำทนำกั งงไำกนลคณแะลกะรกรำมรกจำรัดกกฤำษรฎศีกึกำษำที่ให้บริกำสรำในนกั หงำลนำคยณเขะกตรพรื้นมกทำ่ี รกฤษฎีกำ

กำรศึกษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๗ มำตรำ ๒๐ วรรคหำ้ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระรำชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ำรรำชกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนับคทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๗ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

(๕)๘ กำรจัดกำรศึกษำระดับอุดมศึกษำระดับต่ำกว่ำปริญญำแต่ไม่รวมถึงสถำบัน

สำนกั วงิทำนยคำลณยั ะชกรมุ รชมนกตำรำกมฤกษฎฎหีกมำำยวำ่ ด้วยสถำสบำนนั กั วงิทำนยำคลณัยะชกุมรรชมนกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำหรับสถำนศึกษำของรัฐระดับอุดมศึกษำที่จัดกำรศึกษำระดับต่ำกว่ำปริญญำ

ซึ่งไม่มีฐำนะเป็นนสำิตนิบกั ุคงคำนลคแณละะกมริไรดม้มกีกำรฎกหฤมษำฎยีกอำ่ืนกำหนดหลสักำเนกกัณงฑำน์กคำณรบะกรริหรำมรกงำำรนกฤไวษ้โฎดีกยำเฉพำะ ให้มี

คณะกรรมกำรสถำนศึกษำและผ้อู ำนวยกำรสถำนศึกษำเป็นผู้รับผิดชอบ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤำษรฎจีกัดำตั้ง กำรบริหสำำรนงกั ำงนำนสคัณงกะักดรรแมลกะำรกกำฤรษจฎัดีกปำระเภทของสสถำนำกันงศำนึกคษณำะขกอรรงมรกัฐำรกฤษฎีกำ

รกะำดรดับำอเุนดมินศกึำกรษทำำทสงำ่ีจวนัดิชกั ำกงกำำนำรรศคณึกใหษะกเ้ำปรร็นระมไดปกับำตรตำก่ำมฤกทษวี่กฎ่ำำีกปหำรนิญดญในำกตฎลกอระดสทจำนรนวกัหงงลำนักคเกณณะกฑร์อร่ืนมกในำรกกำฤรษบฎรีกิหำำรงำนและ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส่วนท่ี ๒

สำนกั งำนกคำณระจกดั รรระมเกบำยีรกบฤรษำฎชีกกำำรในสำนักงำสนำปนลกั ดั งำกนรคะณทะรกวรงรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๒๓ กระทรวงศึกษำธิกำรมปี ลดั กระทรวงคนหนึง่ มอี ำนำจหน้ำท่ี ดังนี้
ส(๑ำน)กั รงับำนผคิดณชะอกบรครมวกบำครุมกฤรษำชฎกีกำำรประจำในกสรำะนทกั รงวำนงคแณปะลกงรนรมโยกบำรำกยฤเษปฎ็นีกแำนวทำงและ
แผนปฏิบัตริ ำชกำร กำกับกำรทำงำนของสว่ นรำชกำรในกระทรวงให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิ และประสำนกำร
สำนกั ปงำฏนิบคัตณิงะำกนรรขมอกงำรสก่วฤนษรฎำีกชำกำรในกระทสำรนวกั งงใำหน้มคีณเอะกกภรรำมพกสำรอกดฤษคฎลีก้อำงกัน รวมทั้งสเรำน่งกัรังดำตนิดคณตะำกมรแรลมกะำรกฤษฎีกำ

ประเมนิ ผลกำรปฏสำบิ นัตกั ิรงำำชนกคำณระขกอรงรสมว่กนำรรกำฤชษกฎำีกรำในกระทรวงใหสเ้ำปนน็กั งไำปนตคำณมะแกผรนรงมำกนำรขกอฤงษกฎรีะกทำ รวง
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรของส่วนรำชกำรในสำนักงำนปลัดกระทรวงรอง

สำนกั จงำำนกครณัฐมะกนรตรมรกีวำ่ำรกกำฤรษกฎรีกะำ ทรวงศึกษำสธำิกนำกั รงำนแคลณะะรกับรผรมิดกชำอรกบฤใษนฎกีกำำรปฏิบัติรำชสกำำนรกั ขงอำนงคสณำนะกักรงรำมนกำรกฤษฎีกำ
ปลดั กระทรวง

สใำนนกกั ำงรำนปคฏณิบะัตกิรรำรชมกกำำรรกขฤอษงฎปีกลำัดกระทรวงตสำำมนวกั รงรำคนหคณนึ่งะกใรหร้มมีกรอำรงกปฤลษัดฎกีกรำะทรวงเป็น

ผู้ช่วยส่ังและปฏิบัติรำชกำร และจะให้มีผู้ช่วยปลัดกระทรวงเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติรำชกำรด้วยก็ได้
สำนกั ใงนำนกครณณะีทก่ีรมรีรมอกงำปรกลฤัดษกฎรีกะำทรวงหรือผสู้ชำ่วนยกั ปงำลนัดคณกระกะรทรรมวกงำรหกฤรษือฎมีกีทำั้งรองปลัดกรสำะนทกั รงวำนงคแณละะกผรู้ชร่มวกยำรกฤษฎีกำ

ปลัดกระทรวง ให้รองปลัดกระทรวงหรือผู้ช่วยปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรและ
รับผิดชอบในกำรสปำฏนิบกั ตังำริ นำคชณกะำกรรรรอมงกจำำรกกปฤลษัดฎกีกรำะทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง และผู้ดำรงตำแหน่งท่ีเรียกชื่ออย่ำงอื่น
สำนกั ใงนำสนำคนณักะงกำรนรมปกลำัดรกกรฤะษทฎรีกวำง มีอำนำจหนสำำ้ นทกั ่ตี งำำมนทค่ีปณละกัดรกรรมะกทำรรกวงฤกษำฎหีกนำดหรอื มอบหมสำำนยกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๒๔ สำนักงำนปลัดกระทรวงมีอำนำจหน้ำท่ี ดงั น้ี

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษฎดีกำเำนินกำรเกี่ยวกสับำนรำกั ชงำกนำครปณระะกจรรำมทก่ัวำไรปกขฤอษงฎกีกรำะทรวงและรำชสกำนำรกั ทงำี่คนณคะณระัฐกมรนรมตกรำี รกฤษฎีกำ

มไิ ดก้ ำหนดใหเ้ ป็นหนำ้ ทีข่ องสำนกั งำนใดสำนักงำนหน่ึงในสังกัดกระทรวงโดยเฉพำะ

ส(๒ำน)กั ปงรำนะคสณำนะงกำรนรมตก่ำำงรๆกฤใษนฎกีกรำะทรวง และดสำเำนนินกั งงำำนนคตณ่ำงะกๆรรทมี่มกีลำรักกษฤณษฎะเีกปำ็นงำนท่ีต้อง

ปฏบิ ัติตำมสำยงำนกำรบังคบั บญั ชำอันเปน็ อำนำจหน้ำที่ซงึ่ จะต้องมีกำรกำหนดไวใ้ นพระรำชบัญญตั ิน้ี

สำนกั หงรำนือคกณำหะกนรดรใมนกกำฎรกหฤมษำฎยีกอำน่ื สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๘ มำตรำ ๒๒ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๘ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

(๓) จัดทำงบประมำณและแผนปฏิบัติรำชกำรของกระทรวง เร่งรัด ติดตำม และ
สำนกั ปงรำนะคเมณินะผกรลรกมำกรำปรกฏฤิบษัตฎิรีกำำชกำรในกระทสำรนวกังงใหำน้เปคณ็นะไปกรตรำมมกนำรโกยฤบษำฎยีกแำนวทำง และสแำผนนกั ปงำฏนิบคัตณิระำกชรรกมำกรำรกฤษฎีกำ

ของกระทรวง
ส(๔ำน)กั ดงำำนเนคินณกะกำรรรเมกกี่ยำวรกกับฤษกฎฎีกหำมำยว่ำด้วยกสำำรนศกั ึกงษำนำคแณหะ่งกชรำรตมิทก่ีำมริไกดฤ้อษยฎู่ใีกนำอำนำจของ

สว่ นรำชกำรอื่น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๕ฤ)ษดฎำีกเำนนิ กำรอื่นตำสมำทนี่กกั ำงหำนนคดณในะกกรฎรกมรกะำรทกรฤวษงวฎำ่ีกดำว้ ยกำรแบ่งสว่สนำนรกัำงชำกนำครณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๒ค๕ณะกสรำรนมกั กงำำรนกปฤษลฎัดีกกำระทรวง อำจแสบำนง่ กัสง่วำนนรคำณชะกกำรรรมดกงั ำนรี้กฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษสฎำีกนำกั อำนวยกำรสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) สำนัก สำนักบริหำรงำน หรือส่วนรำชกำรท่ีเรียกชื่ออย่ำงอื่นท่ีมีฐำนะเทียบเท่ำ

สำนักหรือสำนักบสรำิหนำกั รงงำนำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ในกรณีที่มีควำมจำเป็น สำนักงำนปลัดกระทรวงอำจแบ่งส่วนรำชกำรโดยให้มีส่วน

สำนกั รงำำชนกคำณระอกนื่ รนรมอกกำจรำกกฤษ(๑ฎีก) ำหรอื (๒) ก็ไดส้ ำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส่วนรำชกำรตำมวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้มีอำนำจหน้ำที่ตำมท่ีกำหนดไว้ให้เป็น
ของส่วนรำชกำรนสำ้ันนกัๆงำโนดคยณใหะ้มกีผรรู้อมำกนำวรยกฤกษำรฎสีกำำนักอำนวยกำสรำนผกั ู้องำำนนควยณกะำกรรสรมำกนำักรกผฤู้อษำฎนีกวำยกำรสำนัก

บริหำรงำน หรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออยำ่ งอื่นที่มีฐำนะเทียบเท่ำสำนักหรือสำนกั บริหำรงำน
สำนกั หงรำนือคหณัวหะกนรำ้ รสม่วกนำรรกำฤชษกฎำรีกตำำมวรรคสองสเำปนน็ กั ผงำบู้ นังคคณับะบกญั รรชมำกขำำ้ รรกำฤชษกฎำีกรำและรับผดิ ชอบสำปนฏกั ิบงำตั นริ คำณชกะกำรรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๒๖ สำนักอำนวยกำรมีอำนำจหน้ำที่เก่ียวกับรำชกำรท่ัวไปของสำนักงำน

สำนกั ปงลำนดั คกณระะกทรรรวมงกแำรลกะฤรษำฎชีกกำำรทม่ี ิได้แยกใสหำ้เนปกั ็นงำหนนค้ำณทะี่ขกอรงรสมำกนำรักกงฤำษนฎหีกรำอื ส่วนรำชกำรสใำดนโกัดงยำเนฉคพณำะะกโรดรมยกมำี รกฤษฎีกำ

ผ้อู ำนวยกำรสำนกั อำนวยกำรเป็นผ้บู ังคับบญั ชำขำ้ รำชกำรและรับผดิ ชอบในกำรปฏบิ ตั ริ ำชกำร

สสำำนนกั ักงำบนรคิหณำะรกงรำรนมกเปำร็นกสฤ่วษนฎีรกำำชกำรของสำสนำนักกังงำำนนปคณลัดะกกรรระมทกรำรวกงฤซษึ่งฎทีกำำหน้ำท่ีเป็น

หนว่ ยบริหำรงำนท่ัวไปของคณะกรรมกำรที่ทำหน้ำที่กำหนดนโยบำยหรอื ประสำนงำนหรือบริหำรงำน

สำนกั บงคุำนคคลณซะ่ึงกมรรีกมฎกหำมรกำฤยษหฎรีกือำกฎกระทรวงกสำำหนกันงดำในหค้มณีขะ้ึนกตรรำมมกคำวรำกมฤจษำฎเีกปำ็นและสภำพขสอำงนภกั ำงรำกนิจคขณอะงกสรำรนมกักำรกฤษฎีกำ

บริหำรงำนนั้น สสำำนนกั ักงำบนรคิหณำะรกงรำรมนกมำีผรู้กอฤำษนฎวีกยำกำรสำนักบรสิหำนำรกั งงำำนนคคณนะหกนรร่ึงมเปกำ็นรผกฤู้บษังฎคีกับำบัญชำและ

รับผิดชอบงำนของสำนักบริหำรงำนให้เป็นไปตำมนโยบำยหรือมติของคณ ะกรรมกำรที่สำนัก
สำนกั บงรำนหิ คำณรงะำกนรนรมัน้ กเปำรน็ กหฤนษฎ่วยีกธำุรกำรและเปน็สำไนปกัตงำำมนนคโณยะบกำรยรแมลกะำรกกำฤรษสฎั่งกีกำำรของปลดั กรสะำทนรกั วงงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๒๗ ให้มีคณะกรรมกำรส่งเสริมสนับสนุนและประสำนควำมร่วมมือกำรศึกษำ

สำนกั นงอำนกคระณบะบกรแรลมะกกำำรรกศฤึกษษฎำีกตำำมอัธยำศัยในสสำนำนกั ังกำงนำคนณปะลกัดรกรรมะกทำรรวกงฤทษำฎหีกนำ้ำที่เป็นองค์กรสใำหน้คกั ำงำปนรคึกณษะำกแรลรมะกมำี รกฤษฎีกำ

อำนำจหน้ำที่ตำมท่ีกำหนดไว้ในกฎหมำย กฎกระทรวง หรือประกำศกระทรวงว่ำด้วยกำรดังกล่ำว ท้ังนี้

จำนวน หลักเกณฑส์ำแนลกั ะงวำนธิ ีกคำณระไดกร้มรำมขกอำงรคกณฤษะกฎรีกรำมกำรดังกล่ำวสใำหน้เปกั ง็นำไนปคตณำมะกทรี่กรำมหกนำรดกใฤนษกฎฎีกกำระทรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนสคว่ ณนะทกี่ร๓รมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

กำรจดั ระเบียบรำชกำรในสำนกั งำน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๙ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๒๘ ให้สำนักงำนท่ีมีหัวหน้ำส่วนรำชกำรข้ึนตรงต่อรัฐมนตรีว่ำกำร

สำนกั กงรำนะทคณรวะงกศรรึกมษกำำธรกิกฤำษรฎตีกำำมมำตรำ ๑๐สำ(๓นกั)ง(ำ๔น)คแณละะกร(ร๕ม)กมำรีรกัฐฤมษนฎตีกรำีว่ำกำรกระทสรำวนงกัศงึกำษนคำณธิกะำกรรรเปม็กนำรกฤษฎีกำ

ผู้บังคบั บญั ชำข้ำรำชกำรและรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของสำนกั งำน และอำจแบ่งส่วนรำชกำร

ดงั น้ี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๑) สำนักอำนวยกำร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษสฎีกำนำ ัก สำนักบริหสำำนรงกั ำงนำนหคณรือะสกร่วรนมรกำำชรกกฤำรษทฎ่ีีเกรำียกช่ืออย่ำงอื่นสำทน่ีมกั ีฐงำำนนคะณเทะียกบรรเมทก่ำำรกฤษฎีกำ

สนำอนกัจกำหกรือ(๑ส)ำหนรักือสบำร(น๒ิหกั )ำงกำรน็ไงดคำ้๙นณสะกำรนรักมงกำำรนกใฤดษมฎีคีกวำำมจำเป็น อำสจำนแกั บง่งำนส่ควนณระกำรชรกมำกรำใรหก้มฤษีสฎ่วีกนำรำชกำรอ่ืน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกสฤ่วษนฎรีกำำชกำรตำมวรรสคำหนกนั ง่ึงำแนลคะณวะรกรรครสมอกำงรใกหฤ้มษีอฎำีกนำ ำจหน้ำที่ตำมสทำนี่กกั ำงหำนนคดณไวะ้ใกหร้เรปม็นกำรกฤษฎีกำ
ของส่วนรำชกำรนั้น ๆ โดยให้มีผู้อำนวยกำรสำนักอำนวยกำร ผู้อำนวยกำรสำนัก ผู้อำนวยกำรสำนัก

บริหำรงำนหรือหสัวำหนนกั ง้ำำสน่วคนณระำกชรกรำมรกทำร่ีเรกียฤกษชฎ่ือีกอำ ย่ำงอื่นที่มีฐำสนำนะกัเทงำียนบคเณทะ่ำกสรำรนมักกหำรรกือฤสษำฎนีกักำบริหำรงำน

หรอื หัวหนำ้ สว่ นรำชกำรอื่นตำมวรรคสอง เป็นผ้บู ังคับบัญชำขำ้ รำชกำรและรับผดิ ชอบปฏบิ ตั ิรำชกำร

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๒๙๑๐ ให้ส่วนรำชกำรท่ีมีหัวหน้ำส่วนรำชกำรขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่ำกำร
กระทรวงศึกษำธสิกำำนรกัตงำำมนมคำณตะรกำรร๑ม๐กำ(ร๓ก)ฤษ(๔ฎ)ีกแำละ (๕) มีเลขสำำนธิกกั งำำรนซค่ึงณมีฐะกำนรระมเกทำียรบกฤเทษ่ำฎปีกลำัดกระทรวง

เป็ น ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช ำ แ ล ะ รั บ ผิ ด ช อ บ ใน ก ำ ร ป ฏิ บั ติ ร ำ ช ก ำ ร ข อ ง ส่ ว น ร ำ ช ก ำ ร นั้ น ให้ เป็ น ไป ต ำ ม
สำนกั พงรำนะครำณชะบกัญรรญมกตั ำนิ รี้กฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๓คณ๐ะ๑ก๑รรเมลกขำำรกธฤิกษำฎรีซกำึ่งเป็นผู้บังคับสบำัญนกั ชงำำขนคอณงสะ่วกรนรรมำกชำกรกำฤรษตฎำีกมำมำตรำ ๒๘

สำนกั มงีอำนำคนณำจะกหรนร้มำทกำี่ รดกังฤตษ่อฎไีกปำนี้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๑) รับผิดชอบควบคุมรำชกำรประจำในสำนักงำน แปลงนโยบำยเป็นแนวทำงและ

แผนปฏิบตั ิกำร กสำำกนับกั กงำำรนปคฏณิบะกัตริงรำมนกขำอรงกสฤ่วษนฎรีกำำชกำรในสำนักสงำำนนกั ใหงำ้เนกคดิ ณผละกสรัมรฤมทกธำร์ิ รกวฤมษทฎ้ังีกเำรง่ รดั ติดตำม

และประเมินผลกำรปฏิบตั ิรำชกำรของสว่ นรำชกำรในสำนักงำน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษเปฎีก็นำผู้บังคับบัญชำสขำ้ำนรำกั ชงำกนำรคใณนะสกำรนรักมงกำำนรรกอฤงษจฎำกีกรำัฐมนตรีว่ำกำรกสำรนะกัทงรำวนงคศณึกษะกำรธรกิ มำกรำรกฤษฎีกำ

และรับผิดชอบในกำรปฏิบัติรำชกำรของข้ำรำชกำรในสำนักงำน ตลอดจนกำรจัดทำแผนพัฒนำของ
หนว่ ยงำน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้เลขำธิกำรสภำกำรศึกษำรับผิดชอบบังคับบัญชำสำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ
สำนกั ตงำำมนมคำณตะรกำรร๑ม๐กำ(ร๓ก)ฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สใำหน้เกัลงขำำนธคิกณำระกครณรมะกกำรรรกมฤกษำฎรีกกำำรศึกษำข้ันพ้ืสนำฐนำกั นงซำนึ่งรคับณผะิดกชรรอมบกบำัรงกคฤับษบฎัญีกชำ ำสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนตำมมำตรำ ๑๐ (๔) เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำรในสำนักงำนเขต

สำนกั พงื้นำนทค่ีกณำระกศรึกรษมำกหำรรกอื ฤในษสฎถีกำำนศึกษำที่อยใู่ สนำสนงั กั กงัดำนสคำนณักะงกำรนรมเขกตำพรกื้นฤทษี่กฎำีกรำศึกษำด้วย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๙ มำตรำ ๒๘ วรรคหนึ่ง แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบรหิ ำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธกิ ำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑๐ มำตรำ ๒๙ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕ส๖ำน๒กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑๑ มำตรำ ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๐ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้เลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำซ่ึงรับผิดชอบบังคับบัญชำสำนักงำน
สำนกั คงณำนะคกณระรกมรกรำมรกกำำรรกอฤำษชฎีวีกศำึกษำตำมมำตรสำำน๑กั ๐งำน(๕ค)ณเะปก็นรผรมู้บกังคำรับกบฤัญษฎชีกำำข้ำรำชกำรในสสถำำนนกั ศงำึกนษคำณขะอกงรรรัฐมใกนำรกฤษฎีกำ

สังกดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรอำชีวศกึ ษำดว้ ย
สใำนนกกั ำงรำปนฏคณิบัตะกิรรำรชมกกำำรรขกอฤงษเฎลีขกำำธิกำรตำมมำสตำรนำกันงี้ ำในหค้มณีรอะกงเรลรขมำกธำิกรกำฤรษเปฎ็นีกผำู้ช่วยสั่งและ

ปฏิบตั ริ ำชกำร และจะใหม้ ผี ชู้ ่วยเลขำธกิ ำรเป็นผชู้ ว่ ยสง่ั และปฏิบัติรำชกำรดว้ ยก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎรณีกำีที่มีรองเลขำสธำิกนำกั รงหำนรือคณผู้ชะก่วรยรเมลกขำำรธกิกฤำษรฎีกหำรือมีท้ังรองเลสขำนำธกั ิกงำำนรคแณละะกผรู้ชรม่วกยำรกฤษฎีกำ

ปเลฏขิบำัธติกิรำำชรกใำหร้รรอองสงเจำลนำขกกั ำเงลธำนิกขคำำธรณิกหะำรกรือรรผใมหู้ชก้ร่วำอยรงกเเลลฤขขษำำฎธธีกิกิกำำำรรเปผู้ช็น่วผยู้บเลังคขสำับธำบนิกัญกัำงรชำำแนขลค้ำะณรผะำู้ดกชำรกรรำมงตรกแำำรแลกหะฤรนษับ่งฎทผีก่ีิเดรำชียอกบชใื่อนอกยำ่ำรง
สำนกั องืน่ำนในคสณำะนกกัรรงำมนกเำลรขกำฤธษิกฎำีกรำมอี ำนำจหน้ำสทำี่ตนำกั มงำทนี่เลคขณำะธกกิ รำรรมกกำำหรกนฤดษหฎรีกือำมอบหมำย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๓คณ๑ะกสรำรนมักกำอรำกนฤวษยฎกีกำำรมีอำนำจหนส้ำำนทกัี่เกงำี่ยนวคกณับะรกำรชรมกกำำรรทก่ัวฤไษปฎขีกอำงสำนักงำน

และรำชกำรที่มิได้แยกให้เป็นหน้ำท่ีของสำนักงำนหรือส่วนรำชกำรใดโดยเฉพำะ โดยมีผู้อำนวยกำร

สำนกั สงำำนนคักณอำะนกรวรยมกกำำรรเกปฤ็นษผฎู้บีกงั ำคับบัญชำข้ำรสำำชนกกั ำงรำนแคลณะระับกรผริดมชกอำบรกในฤษกฎำรีกปำ ฏบิ ตั ริ ำชกำรสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนักบริหำรงำนเป็นส่วนรำชกำรของสำนักงำนท่ีทำหน้ำที่เป็นหน่วยบริหำรงำนท่ัวไป
ของคณะกรรมกำสรำทนกัี่ทงำำหนนคณ้ำทะก่ีกรำรหมนกดำรนกโฤยษบฎำีกยำหรือประสำนสงำำนนกั งหำรนือคบณระิหกรำรรมงกำนำรบกุคฤคษฎลีกซำึ่งมีกฎหมำย

หรอื กฎกระทรวงกำหนดใหม้ ขี นึ้ ตำมควำมจำเป็นและสภำพของภำรกจิ ของสำนกั บริหำรงำนนน้ั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกสฤำษนฎักีกบำริหำรงำนมีผสู้อำนำนกั งวำยนกคำณระสกำรนรมักกบำรรกิหฤำษรฎงีกำำนคนหน่ึงเป็นสผำู้บนักงั คงำับนบคัณญะชกำรแรมลกะำรกฤษฎีกำ

รับผิดชอบงำนขสอำนงสกั งำำนนักคบณระกิหรำรรมงกำำนรกใฤหษ้เปฎีก็นำไปตำมนโยบสำำนยกัหงรำนือคมณตะิขกอรรงมคกณำระกกฤรษรฎมีกกำำรที่สำนัก
บริหำรงำนน้ันเป็นหน่วยธุรกำร และเป็นไปตำมนโยบำยและกำรสั่งกำรของเลขำธิกำรท่ีเป็น

สำนกั ผงบู้ำนงั คคณับบะกญั รชรมำกขำอรงกสฤำษนฎกั ีกบำรหิ ำรงำนนนั้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๓ค๒ณะกใหรร้มมคี กณำระกกฤรษรฎมีกกำำรส่งเสริมกำสรำศนึกกั ษงำำนพคิเศณษะกใรนรสมำกนำรักกงฤำษนฎคีกณำะกรรมกำร

กำรศึกษำข้ันพื้นฐำนทำหน้ำที่เป็นองค์กรส่งเสริมและให้คำปรึกษำเกี่ยวกับกำรจัดกำรศึกษำสำหรับบุคคล
สำนกั ซงึ่งำนมคีคณวำะกมรบรกมพกำรร่อกงฤทษำฎงีกรำ่ำงกำย จิตใจสำสนตกั ิปงำัญนญคณำะอกรำรรมมกณำร์ กสฤังษคฎมีกกำ ำรส่ือสำร แสลำะนกกั ำงรำนเรคียณนะรกู้ รหรมรือกำรกฤษฎีกำ

มีร่ำงกำยพิกำร หรือทุพพลภำพ หรือบุคคลซึ่งไม่สำมำรถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกำส
และมีอำนำจหน้ำสทำ่ีตนำกั มงำทนกี่ คำณหะนกดรไรวม้ใกนำกรฎกฤหษมฎำีกยำกฎกระทรวงสำหนรกั อื งปำนระคกณำะศกกรรรมะกทำรรวกงฤวษ่ำฎดีก้วำยกำรน้ัน

ให้มีคณะกรรมกำรส่งเสริมกำรศึกษำสำหรับบุคคลซึ่งมีควำมสำมำรถพิเศษในสำนักงำน
สำนกั คงณำนะคกณระรกมรกรมำกรำกรำกรฤศษึกฎษีกำำขั้นพ้ืนฐำนทสำำหนกันง้ำำทนี่คเปณ็นะอกรงรคม์กกรำสรก่งฤเสษรฎิมีกแำละให้คำปรึกสษำนำกัเกง่ีำยนวคกณับะกกำรรรจมักดำรกฤษฎีกำ

กำรศึกษำสำหรับสำบนุคกั คงำลนซค่ึงณมะีคกวรำรมมกสำำรมกำฤรษถฎพีกิเำศษ และมีอำสนำนำกัจงหำนนค้ำณที่ะตกำรมรทม่ีกกำำรหกนฤษดฎไวีก้ใำนกฎหมำย
กฎกระทรวง หรอื ประกำศกระทรวงว่ำดว้ ยกำรนนั้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกจฤำษนฎวีนกำหลักเกณฑ์ แสลำนะกวั ธิงำีกนำครณไดะ้มกำรรขมอกงำครณกฤะษกฎรีกรมำ กำรตำมวรรคสำหนนกั ่ึงงแำนลคะณวระรกครรสมอกงำรกฤษฎีกำ
ใหเ้ ป็นไปตำมท่กี ำหนดในกฎกระทรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

หมวด ๒

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กำรจดั ระเบสยี ำบนบกั รงิหำนำครรณำะชกกรำรมรเกขำตรกพฤนื้ ษทฎี่กีกำำรศึกษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๑ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๓๓๑๒ กำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนให้ยึดเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ
สำนกั โงดำยนคคำณนะึกงถรรึงมรกะำดรับกฤขษอฎงกีกำำรศึกษำข้ันพส้ืนำฐนำกั นงำนจคำณนะวกนรสรถมำกนำรศกึกฤษษฎำีกจำำนวนประชำสกำรนกั วงัฒำนนคธณระรกมรแรมลกะำรกฤษฎีกำ

ควำมเหมำะสมดำ้ นอ่ืนดว้ ย เว้นแตก่ ำรจัดกำรศึกษำข้นั พนื้ ฐำนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรอำชวี ศกึ ษำ
สใำหน้รกั ัฐงมำนนคตณระีวก่ำรกรำมรกกำรรกะฤทษรฎวีกงศำ ึกษำธิกำรโดสยำนคกัำงแำนนะคนณำะขกอรรงมสกภำำรกกฤำษรศฎึีกกำษำมีอำนำจ

ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำกำหนดเขตพื้นท่ีกำรศึกษำเพ่ือกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
สำนกั แงบำนง่ เคปณ็นะเกขรตรพมืน้กำทรก่ีกำฤรษศฎกึ ีกษำำประถมศกึ ษสำำแนลกั งะำเนขคตณพะน้ื กทรี่กรมำรกศำรึกกษฤำษมฎัธีกยำมศึกษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มัธยมศึกษำกำรกสใำำนหนกนกั รงดณำในหีทค้ส่ีสณถถะำกำนนรศรศมึกึกกษษำำรำแกใหฤดษ่งจนฎัดีั้กนกำอำยรู่ศในึกเษขำตขพั้นื้นพสทื้ำนี่กนฐำกั ำรงนศำนึกทคษั้งณรำะใะดกดรับใรหปม้ยกรึดำะรรถกะมฤดศษับึกฎกษีกำำำรแศลึกะษรำะขดอับง
สำนกั สงถำนำคนณศะึกกษรำรมนกั้นำเรปก็นฤษสฎำคีกัำญ ท้ังนี้ ตำมสทำนี่รัฐกั มงำนนตครณีปะรกะรรกมำกศำกรกำฤหษนฎดีกโำดยคำแนะนำสขำอนงกั คงณำนะคกณระรกมรกรมำกรำรกฤษฎีกำ

กำรศกึ ษำขั้นพื้นฐำน
สใำนนกกั รงณำนีทค่ีมณีคะวกำรมรมจกำำเปรก็นฤเษพฎื่อีกปำระโยชน์ในกำสรำนจัดกั งกำำนรคศณึกะษกำรหรมรกือำมรีเกหฤตษุผฎลีกคำวำมจำเป็น

อยำ่ งอ่ืนตำมสภำพกำรจดั กำรศึกษำบำงประเภท คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้นื ฐำนอำจประกำศกำหนดให้
สำนกั ขงยำำนยคกณำะรกบรรรกิมำกรำกรกำฤรศษึกฎษีกำำข้ันพนื้ ฐำนขสอำงนเขกั ตงำพน้นื คทณีก่ ะำกรรศรมกึ กษำำรหกนฤษึ่งไฎปีกใำนเขตพ้ืนที่กำรสศำนึกกัษงำำอนืน่คไณดะ้ กรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๓ค๔ณะกใหรรจ้ มัดกรำะรเกบฤียษบฎบีกรำหิ ำรรำชกำรขสอำนงเกั ขงตำนพค้นื ณทะ่ีกกำรรรศมกึ กษำรำกฤดษังนฎี้ีกำ

(๑) สำนักงำนเขตพนื้ ท่กี ำรศกึ ษำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษสฎถีกำำนศกึ ษำทจ่ี ัดกสำำนรกศั งกึ ำษนำคขณน้ั ะพกร้ืนรฐมำกนำหรกรฤือษสฎ่วีนกำรำชกำรทีเ่ รียกสชำนอ่ื กัองยำ่ำนงคอณืน่ ะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สกำำนรกั แงำบน่งคสณ่วะนกรรำรชมกกำำรรกภฤำษยฎใีกนำตำม (๑) ให้จสำัดนทกั ำงเำปน็นคณปะรกะรกรำมศกกำรรกะฤทษรฎวีกงำและให้ระบุ
อำนำจหน้ำที่ของแต่ละส่วนรำชกำรไว้ในประกำศกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมกำร

สำนกั กงำำรนศคกึณษะำกขรรน้ั มพกืน้ ำรฐกำฤนษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

กำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยในตำม (๒) และอำนำจหน้ำที่ของสถำนศึกษำหรือส่วนรำชกำร

ที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นสำในหกั้เปงำ็นนไคปณตะำกมรรระมเกบำียรบกฤทษี่คฎณีกะำกรรมกำรเขตสพำน้ืนกั ทงำี่กนำครณศึกะกษรำรแมตก่ลำระกเขฤตษพฎีกื้นำที่กำรศกึ ษำ

กำหนด

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤำษรแฎบีกำ่งส่วนรำชกำรสตำำนมกั วงรำนรคคสณอะกงแรรลมะกวำรรรกคฤสษำฎมีกใำห้เป็นไปตำมหสลำนักกั เกงำณนฑคณ์ทะ่ีกกำรหรนมกดำรกฤษฎีกำ

ในกฎกระทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๓๕ สถำนศึกษำทจี่ ัดกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนตำมมำตรำ ๓๔ (๒) เฉพำะที่เป็น
สำนกั โงรำงนเรคยี ณนะกมรีฐรำมนกะำรเปกฤ็นษนฎิตีกบิ ำคุ คล สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สเำมนื่อกั มงีกำนำรคยณบุ ะเกลรกิ รสมถกำำรนกศฤึกษษฎำีกตำำมวรรคหน่งึ สใำหนค้กั วงำำนมคเปณน็ ะกนริตรบิ มุคกคำรลกสฤนิ้ ษสฎดุ ีกลำง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรำีกำ๓๖ ในแต่ละสเำขนตกั พงำ้ืนนทคกี่ ณำะรกศรึกรมษกำำรใหกฤ้มษีคฎณีกะำกรรมกำรและสสำนำกนั งักำงนำคนณเขะกตรพร้ืนมทกำี่ รกฤษฎีกำ

กำรศึกษำ มีอำนำจหน้ำทีใ่ นกำรกำกบั ดูแล จัดต้งั ยบุ รวม หรือเลกิ สถำนศึกษำขนั้ พ้ืนฐำนในเขตพ้นื ที่

กำรศึกษำ ประสสำำนนกัสง่งำเนสครณิมะแกรลระมสกนำรับกสฤนษุนฎสีกำถำนศึกษำเอกสำชนนกั ใงนำนเขคตณพะ้ืนกรทร่ีกมำกรำศรกึกฤษษำฎีกปำระสำนและ

ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สำมำรถจัดกำรศึกษำสอดคล้องกับนโยบำยและมำตรฐำน

สำนกั กงำำรนศคึกณษะกำรสรม่งเกสำรริมกฤแษลฎะีกสำนับสนุนกำรจสัดำกนำกั รงศำนึกคษณำขะกอรงรบมุคกคำรลกฤคษรฎอีกบำครัว องค์กรชสุมำชนนกั งอำนงคคณ์กระเกอรกรมชกนำรกฤษฎีกำ

องค์กรวิชำชีพ สถำบันศำสนำ สถำนประกอบกำร และสถำบันสังคมอ่ืนท่ีจัดกำรศึกษำในรูปแบบท่ี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑๒ มำตรำ ๓๓ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๒ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๕ฤ๓ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๒ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

หลำกหลำยในเขตพื้นที่กำรศึกษำ และปฏิบัติหน้ำท่ีอ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับอำนำจหน้ำท่ีท่ีระบุไว้ข้ำงต้น

สำนกั ทงัง้ำนนคี้ ตณำะมกทรร่กี มำกหำนรดกฤในษกฎฎีกกำ ระทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

วรรคสอง๑๓ (ยกเลกิ )

สวำรนรกั คงสำนำมค๑ณ๔ะก(ยรกรมเลกกิ ำ)รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

วรรคส่ี๑๕ (ยกเลกิ )
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎำรีกดำ ำเนินกำรตำสมำนวกัรงรำคนหคนณ่ึงะใกนรสรม่วกนำทรก่ีเกฤี่ษยฎวกีกำับสถำนศึกษำสเำอนกกั ชงนำนแคลณะะอกงรครม์กกรำรกฤษฎีกำ

กปรกะคทรรอวงงสศ่วกึนษทำ้อธงกิสถำำิ่นนรวปกั ่ำงรจำะนะกอคำยณศู่ใะกนกำอรหรำนมนดกำำโจดรหกยนฤค้ำษำทฎแี่ขีกนอำะงนเขำตขพองื้นคทณ่ีกะำสกรำศรนรึกกั มษงกำำนำใดรคกณใำหะรก้เศปรกึร็นมษไกปำำขตรั้นำกมพฤทษื้น่ีรฎฐัฐีกำมนำน๑๖ตรีว่ำกำร

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๓๗ ให้มีสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ เพื่อทำหน้ำที่ในกำรดำเนินกำร

ให้เป็นไปตำมอำสนำำนจกั หงนำน้ำคทณ่ีขะอกงรครณมกะำกรรกรฤมษกฎำีกรำตำมท่ีกำหนดสำไนว้กใั นงำมนำคตณระำก๓รร๖มกแำลรกะฤใหษฎ้มีกีอำำนำจหน้ำที่

เกี่ยวกับกำรศึกษำ ตำมท่ีกำหนดไวใ้ นกฎหมำยน้ีหรอื กฎหมำยอ่ืน และมอี ำนำจหนำ้ ท่ี ดงั นี้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษอฎำีกนำำจหน้ำทใี่ นกสำำรนบกั รงำิหนำครณและกะรกรำมรกจำดั รกกฤำรษศฎึกีกษำ ำ และพัฒนสำำสนำกั รงะำขนอคงณหะลกักรรสมูตกรำรกฤษฎีกำ

กำรศึกษำให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนของสำนักงำนคณะกรรมกำร
กำรศึกษำขน้ั พื้นฐสำำนนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๒) อำนำจหน้ำที่ในกำรพัฒนำงำนด้ำนวิชำกำรและจัดให้มีระบบประกันคุณภำพ
สำนกั ภงำำนยคในณสะถกำรนรมศกึกำษรกำรฤ่วษมฎกีกับำสถำนศึกษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส(๓ำน)กั รงับำนผคิดณชะอกบรใรนมกกำำรรกพฤิจษำฎรีกณำำแบ่งส่วนรำสชำกนำกั รงภำนำคยณในะสกถรรำมนกศำึกรกษฤำษขฎอีกงำสถำนศึกษำ
และสำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤ)ษปฎีกฏำิบัติหน้ำที่อื่นตสำำมนทกั ง่กี ำฎนหคมณำะยกกรรำมหกนำดรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนักงำนตำมวรรคหนึ่ง มีผูอ้ ำนวยกำรเป็นผู้บังคับบัญชำขำ้ รำชกำรและรับผิดชอบ

ในกำรปฏิบัติรำชสกำำนรกั ขงอำนงสคำณนะักกรงรำมนกใหำร้เกปฤ็นษไฎปีกตำำมนโยบำย แสนำนวกั ทงำำงนคแณละะกแรผรนมกกำำรรกปฤฏษิบฎัตีกำิรำชกำรของ

กระทรวง ในกรณีที่มีกฎหมำยอ่ืนกำหนดอำนำจหน้ำที่ของผู้อำนวยกำรไว้เป็นกำรเฉพำะกำรใช้

สำนกั องำำนนคำณจแะกลระรกมำกรำปรกฏฤิบษัตฎิหีกำน้ำที่ตำมกฎหสมำนำกัยงดำังนกคลณ่ำะวกใรหร้คมกำนำรึงกถฤึงษนฎโีกยำบำยที่คณะรัฐสมำนนกั ตงรำนีกคำหณนะกดรหรมรืกอำรกฤษฎีกำ

อนมุ ตั ิแนวทำงและแผนกำรปฏบิ ัติรำชกำรของกระทรวงดว้ ย
สใำนนสกั ำงนำนักคงำณนะตกรำรมมวกรำรรคกหฤนษฎึ่งจีกะำให้มีรองผู้อำสนำวนยกั กงำำรนเคปณ็นะผกู้บรรังมคกับำบรกัญฤชษำฎขีก้ำำรำชกำรรอง

จำกผอู้ ำนวยกำรเพอื่ ช่วยปฏิบัตริ ำชกำรก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกรฤอษงผฎู้อีกำำนวยกำรหรอื สผำู้ดนำกั รงงำนตคำแณหะกนร่งรทมี่เกรำียรกกชฤื่อษอฎยีก่ำำงอ่ืนในสำนักสงำำนนกั มงำีอนำคนณำะจกหรนรม้ำทกำี่ รกฤษฎีกำ

ตำมท่ีผอู้ ำนวยกำสรำกนำกั หงนำนดคหณรอืะกมรอรบมหกำมรำกยฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๕๕๙ เรื่อง กำรขับส๑เำ๓คนลมกั ่ือำงนตำรกนำำคร๓ณป๖ะฏกริ วรูปรรกรมคำกรสศำอรกึ งกษยฤำกษขเอฎลงีกิกกำโรดะยทผรลวขงศอึกงคษำำสธส่ังกิ ำหำนัวรกัหในงนำภ้ำนมูคคิภณณำะคะรกักรษรำมคกวำำรมกสฤงษบฎแีกหำ่งชำติ ที่ ๑๐/
๑๔ มำตรำ ๓๖ วรรคสำม ยกเลิกโดยผลของคำส่ังหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๑๐/
สำนกั ๒ง๕ำน๕ค๙ณเะรกอื่ งรรกมำกรำขรับกเคฤลษือ่ฎนีกกำำรปฏริ ปู กำรศกึสษำนำขกั องำงนกรคะณทะรกวรงศรมกึ กษำำรธกิกฤำรษใฎนีกภำูมิภำค สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑๕ มำตรำ ๓๖ วรรคสี่ ยกเลิกโดยผลของคำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ที่ ๑๐/
๒๕๕๙ เร่ือง กำรขบั สเำคนลกั ือ่ งนำกนำครณปฏะกิรรูปรกมำกรศำรกึ กษฤำษขอฎงีกกำระทรวงศกึ ษำธสิกำำนรกัในงำภนูมคิภณำคะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๖ มำตรำ ๓๖ วรรคห้ำ เพ่ิมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๒ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๕ฤ๓ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๓ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๓๘ ให้มีคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขัน้ พ้ืนฐำน สถำนศึกษำระดับอุดมศกึ ษำ
สำนกั รงะำดนคับณตะ่ำกกรวร่ำมปกรำริญกญฤษำฎแีกลำ ะสถำนศึกษสำำอนำกั ชงำีวนศคึกณษะำกขรอรมงกแำตร่ลกะฤษสฎถีกำำนศึกษำ เพ่ือทสำำนหกั นง้ำำนทค่ีกณำกะกับรแรมลกะำรกฤษฎีกำ

ส่งเสริมสนับสนุนกิจกำรของสถำนศึกษำ ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กร
ชุมชน ผู้แทนองคส์กำนรกัปงกำนคครณองะสก่วรรนมทก้อำรงกถฤ่ินษฎผีกู้แำทนศิษย์เก่ำขสอำงนสกั ถงำำนนคศณึกะษกำรรผมู้แกทำรนกพฤษระฎภีกำิกษุสงฆ์และ
หรอื ผแู้ ทนองค์กรศำสนำอืน่ ในพน้ื ที่ และผทู้ รงคุณวุฒิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกจฤำษนฎวีกนำกรรมกำร คุณสสำนมกั บงัตำนิ หคลณักะกเกรณรมฑก์ำวริธกีกฤษำรฎสีกรำรหำ กำรเลือสกำปนรกั ะงธำนำนคณกระรกมรรกมำกรำรกฤษฎีกำ
และกรรมกำร วำสรอะำงนกคกัำ์ปงรำดรนำะครกณงอตะบำกแรอหรมำนกนง่ ำำรแจกลหฤะษนกฎ้ำำีกรทพำี่ ห้นจลำักกเตกำณแฑห์นสวำ่งินธใีกกั หงำ้เำรปนสน็ ครไณประหตกำำรมรแทมลก่กี ะำำรจหกำนฤนดษวใฎนนีกกกำฎรกรมระกทำรรวในง
สำนกั คงณำนะคกณระรกมรกรำมรกสำถรำกนฤศษึกฎษีกำำสำหรับสถำนสศำึกนษกั งำำบนำคงณปะรกะรเภรมทกทำี่มรกีสฤภษำฎพีกแำละลักษณะกำสรำปนฏกั ิบงำัตนิงคำนณแะกตรกรตม่ำกงำรกฤษฎีกำ
ไปจำกสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนโดยทั่วไป อำจกำหนดให้แตกต่ำงไปตำมสภำพและลักษณะกำรปฏิบัติงำน
ตลอดท้งั ควำมจำเสปำน็ นเกั ฉงพำนำะคขณอะงกสรถรำมนกศำรึกกษฤำษปฎรีกะำเภทน้ันได้ ทง้ัสนำน้ี ตกั ำงมำนทคก่ี ณำหะกนรดรใมนกกำฎรกกฤรษะฎทีกรำวง

ให้ผู้บรหิ ำรสถำนศึกษำเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำรของคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกคฤวษำมฎใีกนำมำตรำนไ้ี ม่ใชส้บำนังคกั งบั ำแนกคส่ ณถะำกนรพรมฒั กนำรำกเดฤษก็ ปฎีกฐำมวยั และศูนย์กสำำรนเกั รงียำนนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๓ค๙ณะกสรถรำมนกศำรึกกษฤำษแฎลีกะำส่วนรำชกำรตสำำนมกัมงำำตนรคำณ๓ะก๔รร(ม๒ก)ำมรกีอฤำษนฎำีกจำหน้ำท่ีตำมท่ี

กำหนดไว้ให้เป็นหน้ำที่ของส่วนรำชกำรน้ัน ๆ โดยให้มีผอู้ ำนวยกำรสถำนศึกษำ หรือหัวหนำ้ ส่วนรำชกำร
สำนกั ทงเี่ำรนียคกณชะื่อกอรยรม่ำงกอำร่ืนกเฤปษน็ ฎผีกบู้ ำงั คบั บญั ชำขำ้ สรำำนชกั กงำำนรแคลณะะมกีอรรำมนกำำจรหกนฤษำ้ ทฎีี่กดำงั น้ี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส(ำ๑น)กั บงำรนิหคำณระกกิจรกรมำกรำขรอกงฤสษถฎำีกนำ ศึกษำหรือสส่วำนนกัรงำำชนกคำณระใกหร้เรปม็นกำไรปกตฤำษมฎกีกฎำ หมำย กฎ
ระเบียบ ข้อบังคับของทำงรำชกำรและของสถำนศึกษำหรือส่วนรำชกำร รวมทั้งนโยบำยและ

สำนกั วงัตำนถคุปณระะสกงรครม์ขกอำงรสกถฤำษนฎศีกึกำษำหรือส่วนรสำำชนกกั ำงรำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๒) ประสำนกำรระดมทรัพยำกรเพอ่ื กำรศกึ ษำ รวมทง้ั ควบคุมดูแลบคุ ลำกร กำรเงิน

กำรพัสดุ สถำนทส่ี แำนลกัะงทำนรัพคณย์สะกินรอร่ืนมขกำอรงกสฤถษำฎนีกศำึกษำหรือส่วนสรำำนชกั กงำำนรคใหณ้เะปก็นรรไปมกตำำรมกกฤฎษหฎีกมำำย ระเบียบ

และขอ้ บงั คบั ของทำงรำชกำร

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษฎเปีก็นำ ผู้แทนของสสถำำนนกั ศงำึกนษคำณหะรกือรรสม่วกนำรรำกชฤกษำฎรีกใำนกิจกำรท่ัวไปสำนรกวั มงำทน้ังคกณำะรกจรัดรมทกำำรกฤษฎีกำ

นิติกรรมสัญญำในรำชกำรของสถำนศึกษำหรือส่วนรำชกำรตำมวงเงนิ งบประมำณท่ีสถำนศึกษำหรือ
สว่ นรำชกำรได้รบั สตำำนมกั ทงำ่ไี นดคร้ ณบั มะกอรบรอมำกนำรำกจฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๔) จัดทำรำยงำนประจำปีเก่ียวกับกิจกำรของสถำนศึกษำหรือส่วนรำชกำรเพื่อ
สำนกั เงสำนนอคตณอ่ ะคกณรระมกกรำรรกมฤกษำรฎเีกขำตพนื้ ท่ีกำรศึกสษำนำกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส(๕ำน)กั องำำนนคำณจหะกนร้ำรทม่ีใกนำกรกำรฤอษนฎุมีกำัติประกำศนียบสำัตนรกัแงลำะนวคุฒณิบะกัตรรรขมอกงำสรกถฤำษนฎศีกึกำษำให้เป็นไป
ตำมระเบยี บที่คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนกำหนด

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๖ฤ)ษ๑ฎ๗ีกปำฏิบัติงำนอื่นตสำำนมกัทงี่ไำดน้รคับณมะอกบรรหมมกำำยรกจฤำษกฎรัีฐกมำ นตรีว่ำกำรกสรำะนทกั รงวำนงศคึกณษะกำธรริกมำกรำรกฤษฎีกำ

ปลัดกระทรวง เลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ เลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน เลขำธิกำร

คณะกรรมกำรกสำำรนอกั ำงชำนีวคศณึกะษกำรรแมลกะำรผกู้อฤำษนฎวีกยำ กำรสำนักงำสนำนเกัขงตำพนค้ืนณทะ่ีกกำรรรมศกึกำษรกำฤรษวฎมีกทำ ั้งงำนอื่นที่

กระทรวงมอบหมำย

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกสฤถษำฎนีกศำึกษำและส่วนสำรนำกัชงกำนำรคตณำะมกรมรำมตกรำำรก๓ฤษ๔ฎีก(ำ๒) จะให้มีรอสงำผนู้อกั ำงำนนวคยณกะำกรรหรมรกือำรกฤษฎีกำ

รองหวั หน้ำส่วนรำชกำรรองจำกผอู้ ำนวยกำรหรือหวั หน้ำสว่ นรำชกำรเพ่ือช่วยปฏบิ ัตริ ำชกำรกไ็ ด้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๑๗ มำตรำ ๓๙ (๖) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๔ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

สถำนศึกษำและส่วนรำชกำรตำมมำตรำ ๓๔ (๒) ใดท่ียังไม่สำมำรถปฏิบัติงำนบำง
สำนกั ปงรำนะคกณำระตกำรมรมทก่ีกำำรหกฤนษดฎใีนกำกฎหมำยหรือสทำ่ีไนดกั ้รงับำนมคอณบะหกมรรำมยกไดำร้ กอฤำษจขฎีอกำให้สำนักงำนเขสำตนพกั ื้นงำทน่ีกคำณระศกึกรษรมำทกำี่ รกฤษฎีกำ

สถำนศึกษำหรือส่วนรำชกำรน้ันสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงำนเฉพำะอย่ำงให้แทนเป็นกำรช่ัวครำวได้
ทงั้ นี้ ตำมหลกั เกณสฑำน์ วกั ิธงำกี นำครณแะลกะรลรักมษกณำระกขฤอษงฎงีกำำนทจ่ี ะให้ปฏิบสตั ำิแนทกั นงำไนดคท้ ณ่ีกำะหกรนรดมใกนำกรฎกฤกษรฎะทีกำรวง

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนหคมณวะดกร๓รมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สกำำนรกั จงัดำนรคะเณบะยี กบรรบมรกหิรำะำรรดกรับฤำษปชฎรกีญิกำำรญใำนทส่เีถปำ็นนนศติกึ ิบษสคุำำนคขกัอลงงำรนัฐคทณี่จะัดกกรำรรมศกกึำรษกำฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๔คณ๐ะ๑ก๘รรกมำกรำจรกัดฤรษะฎเบีกียำ บรำชกำรในสสำถนำกั นงำศนึกคษณำะขกอรรงมรกัฐำทรี่จกัฤดษกฎำีกรำศึกษำระดับ

ปรญิ ญำที่เปน็ นติ ิบุคคลซึง่ สังกัดกระทรวง ใหเ้ ป็นไปตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรนัน้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๔๑๑๙ (ยกเลกิ ) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๔๒๒๐ (ยกเลิก) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๔ค๓ณ๒ะ๑กร(รยมกกเำลริกก)ฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนหคมณวะดกร๔รมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กำรปฏบิ ัตริ ำชกำรแทน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรำีกำ๔๔๒๒ ให้ปลสัดำกนรกั ะงทำนรควณง ะเกลรขรำมธกกิ ำำรรกสฤภษำฎกีกำำรศกึ ษำ เลขำสธำิกนำกัรงคำณนคะณกระรกมรรกมำกรำรกฤษฎีกำ
กำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน และเลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรอำชีวศึกษำ กระจำยอำนำจกำรบริหำรและ
กำรจัดกำรศึกษำสทำน้ังกัดง้ำำนนวคิชณำะกกำรรรมงกบำรปกรฤะษมฎำีกณำ กำรบริหำรสงำำนนกั บงำุคนคคลณะแกลระรมกกำำรรบกรฤิหษฎำรีกทำ ่ัวไป ไปยัง
คณะกรรมกำรเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ และสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำและสถำนศึกษำโดยตรง ในกรณี

สำนกั ทง่ีำมนีกคฎณหะมกรำรยมกกำำหรกนฤดษใฎหีก้เำป็นอำนำจหนส้ำำนทกั ี่ขงอำนงคปณลัะดกกรรระมทกำรรวกงฤษเลฎขีกำำธิกำรสภำกำสรำศนึกกั ษงำำนคเลณขะำกธริรกมำกรำรกฤษฎีกำ
คณะกรรมกำรกำสรำนศกึักงษำำนขคั้นณพะกื้นรฐรำมนกแำรลกะฤเษลฎขีกำำธิกำรคณะกรสรำมนกกั ำงรำนกคำณรอะำกชรรีวมศกึกำษรกำฤไวษ้เฎปีก็นำกำรเฉพำะ

สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๑๖๘ฤ๒ษมำฎตีกรำำ ๔๐ แก้ไขเพสิ่มำเนติมกั งโดำนยพคณระะรกำรชรบมัญกญำรัตกิรฤะษเบฎียีกบำบริหำรรำชกำรสกำนระกั ทงำรนวงคศณึกะษกำรธริกมำกรำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ส๑ำ๙นมกั ำงตำรนำค๔ณ๑ะกยรกรเลมกิกโำดรยกพฤรษะฎรำีกชำบัญญตั ิระเบียบสบำรนหิ กั ำงรำรนำคชณกำะรกกรรระมทกรำวรงกศึฤกษษำฎธีกกิ ำำร (ฉบับท่ี ๓)
๒๐ มำตรำ ๔๒ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร (ฉบบั ท่ี ๓)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๑ มำตรำ ๔๓ ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัตริ ะเบยี บบริหำรรำชกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร (ฉบับท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๒ มำตรำ ๔๔ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๕ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่ำวมอบอำนำจให้แก่ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำหรือ

สำนกั ผง้อูำนำนคณวยะกกรำรรมสกถำำรนกศฤึกษษฎีกำำแลว้ แต่กรณีสำทน้ังกันงี้ ำในหค้คณำะนกึงรถรึงมคกวำำรมกฤเปษน็ ฎอีกิสำระและกำรบสรำิหนำกั รงงำำนนคทณี่คะลก่อรรงมตกัวำรกฤษฎีกำ

ในกำรจัดกำรศึกษำของสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำและสถำนศึกษำ ภำยใต้หลักกำรบริหำรงำน

กำรศกึ ษำ ดังตอ่ ไสปำนน้ีกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

(๑) อำนำจหน้ำที่ในกำรพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมำณและกำร
สำนกั ดงำำนเนคินณกะำกรรทรมำงกงำบรกปฤรษะฎมีกำณำ ของผู้อำนวยสำกนำกัรงสำำนนคักณงะำกนรเรขมตกพำ้ืนรกทฤ่ีกษำฎรีกศำึกษำหรือผู้อำนสำวนยกักงำำรนสคถณำะนกศรึกรมษกำำรกฤษฎีกำ

รในววมงตเลงนิองดบถปึงหระลมักสำกำณำนรทกั กงไี่ ำดำนรร้ ใคับหณอ้สะนำกุมนรัตักริแมงลกำนำ้วรเกขฤตษพฎื้นีกทำี่กำรศึกษำหรสือำสนถกั ำงำนนศคึกณษะำกมรีอรมำกนำำรจกทฤำษนฎิตีกกิำ รรมสัญญำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษฎหีกลำักเกณฑ์กำรพสิจำำนรกั ณงำำนคควณำะมกดรีครมวำกมำรชกอฤบษฎกีกำำรพัฒนำ และสดำำนเนกั งินำกนำครณทะำกงรวรินมักยำรกฤษฎีกำ
กับครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำโดยสัมพันธ์กับแนวทำงที่กำหนดในกฎหมำยว่ำด้วยระเบียบ

ข้ำรำชกำรครูและสบำนุคกัลงำำกนรคทณำะงกกรำรรมศกึกำษรกำฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

กำรกระจำยอำนำจและกำรมอบอำนำจตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตำมที่กำหนดใน

สำนกั กงฎำนกครณะทะกรรวรงมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ปลัดกระทรวง เลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ เลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้น
พื้นฐำน และเลขสำำธนิกกั ำงรำนคคณณะะกกรรรรมมกกำำรรกกฤำษรฎอีกำำชีวศึกษำ อำสจำกนำกั หงนำนดคใณห้หะกัวรหรมนก้ำำสร่วกนฤรษำฎชีกกำำรในสังกัด

มอบอำนำจในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับภำรกิจที่ตนรับผิดชอบไปยังผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพ้ืนที่
สำนกั กงำำนรคศณึกะษกำรแรมลกะำผรู้อกฤำษนฎวีกยำกำรสถำนศึกสษำนำกัใงนำเนขคตณพะื้นกรทรี่กมำกรำรศกึกฤษษำฎโีกดำยตรงก็ได้ ทสั้งำนนกั้ี ใงหำน้เคปณ็นะไกปรตรมำมกำรกฤษฎีกำ

หลักเกณฑ์ท่ีผู้ดำรสงำตนำกั แงำหนนคง่ ณในะกกรำรรมบกงั ำครบักบฤษัญฎชีกำำสว่ นรำชกำรดสงัำกนลกั ่ำงำวนเปคน็ณผะกูก้ รำรหมนกดำรกฤษฎีกำ
ผู้อำนวยกำรสำนักบริหำรงำนในสังกัดสำนักงำนปลัดกระทรวง และผู้อำนวยกำร

สำนกั สงำำนนคักณบะรกิหรำรรมงกำำนรกในฤษสฎังกีกัำดสำนักงำนคสณำะนกกั รงำรนมคกณำะรกตร่ำรงมกๆำรอกำฤจษมฎอีกบำอำนำจในส่วสนำทน่ีเกั กงี่ยำนวคกณับะภกำรรรกมิจกำรกฤษฎีกำ

ท่ีตนรับผิดชอบ หรือท่ีได้รับมอบหมำยตำมระเบียบข้อบังคับต่ำง ๆ จำกสำนักงำนคณะกรรมกำรต่ำง ๆ

ไปยังผอู้ ำนวยกำรสสำนำนกั งักำงนำคนณเขะตกพรรืน้ มทกี่กำรำกรฤศษึกฎษีกำำหรอื ผอู้ ำนวยสกำนำรกั สงำถนำคนณศะึกกษรำรมหกรำือรกหฤัวษหฎนีก้ำำหนว่ ยงำนท่ี

เรียกช่ืออย่ำงอ่ืนที่มีฐำนะเทียบเท่ำผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำโดยตรงได้ ทั้งน้ี โดยจะต้องไม่ขัดต่อ

สำนกั นงโำยนบคำณยะหกรรรอื มกกำำรรสกง่ั ฤกษำฎรีกขำองกระทรวง หสำรนือกัคงณำนะคกณรระมกรกรำมรกตำ้นรสกฤงั กษดัฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำนค๔ณ๕ะกรอรำมนกำำจรกในฤษกฎำีกรำสั่ง กำรอนุญสำำตนกั กงำำนรคอณนะุมกัตริรกมำกรำรปกฏฤิบษัฎตีกิรำำชกำรหรือ

กำรดำเนินกำรอื่นที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดในพระรำชบัญญัติน้ีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินกำรตำมกฎหมำย
สำนกั รงะำเนบคียณบะกขร้อรบมกังคำรับกฤหษรฎือีกคำำสั่งใด หรือมสตำนิขกัองงำคนณคณะระัฐกมรรนมตกรำีใรนกเฤรษ่ือฎงีกใดำ ถ้ำกฎหมำยสำรนะกัเบงำียนบคณขะ้อกบรังรคมับกำรกฤษฎีกำ

หรือคำสั่งนั้น หรสือำมนตกั ิงขำอนงคคณณะกะรรรัฐมมกนำตรกรฤีในษฎเรีกื่อำงน้ัน มิได้กำหสำนนดกั เงรำ่ือนงคกณำะรกมรอรมบกอำำรนกำฤจษไฎวีก้เำป็นอย่ำงอ่ืน
หรือมิได้ห้ำมเร่ืองกำรมอบอำนำจไว้ ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นอำจมอบอำนำจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติ

สำนกั รงำำชนคกณำระแกรทรนมไกดำร้ กโดฤยษคฎีกำำนึงถึงควำมเปส็นำนอกั ิสงรำนะคกณำะรกบรรรมิหกำำรรกงำฤนษฎทีก่ีคำล่องตัวในกำสรำจนัดกั กงำำนรคศณึกะษกำรขรมอกงำรกฤษฎีกำ

สถำนศึกษำและของสำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำท่ีบัญญตั ใิ นมำตรำ ๔๔ (๑) และ (๒) ดงั ตอ่ ไปน้ี

ส(๑ำน)กั๒๓งำรนัฐคมณนะตกรรรีวม่ำกกำำรรกกฤรษะฎทีกรำวงศึกษำธิกำสรำอนำกั จงมำนอคบณอะำกนรำรมจกใหำร้รกัฐฤมษนฎตีกรำีช่วยว่ำกำร

กระทรวงศึกษำธิกำร ปลัดกระทรวง เลขำธิกำร หัวหน้ำส่วนรำชกำรซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ำ

สำนกั องธำนิกคำรณบะดกีรหรมรือกำผรูว้ ก่ำฤรษำฎชีกกำำรจังหวัด สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๓ มำตรำ ๔๕ (๑) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๖ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

(๒)๒๔ ปลัดกระทรวงอำจมอบอำนำจให้รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง

สำนกั เงลำขนำคธณิกะำกรรรหมัวกหำนรก้ำฤสษ่วฎนีกรำำชกำรซึ่งดำรสงำตนำกั แงหำนนค่งณเทะียกบรรเมทก่ำำอรธกิกฤำษรฎบีกดำี ผู้อำนวยกำรสสำนำนกั งักำงนำคนณเขะตกรพรื้นมทกำี่ รกฤษฎีกำ

กำรศกึ ษำ ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ หรอื ผู้วำ่ รำชกำรจงั หวดั

ส(๓ำน)กั๒๕งำเนลคขณำะธกิกรำรรมอกำำรจกมฤอษบฎอีกำำนำจให้รองเลสำขนำกั ธงิกำนำครณผะู้ชก่วรยรมเลกขำรำกธฤิกษำฎรีกหำ ัวหน้ำส่วน

รำชกำรซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ำอธิกำรบดี ผู้อำนวยกำรสำนัก ผู้อำนวยกำรสำนักบริหำรงำนหรือผู้
สำนกั ดงำำนรงคตณำะแกหรนรม่งกเทำรียกบฤเษทฎ่ำีกผำู้อำนวยกำรสสำำนนักกั งงำำนนคเขณตะพก้ืนรรทม่ีกกำำรรศกฤึกษษฎำีกผำู้อำนวยกำรสสถำำนนกั ศงึกำนษคำณหะรกือรรผมู้วก่ำำรกฤษฎีกำ

รำชกำรจังหวดั ส(๔ำน)กั ผงู้อำนำคนณวยะกกรำรรมสกำำนรักกฤผษอู้ ฎำีกนำวยกำรสำนักสบำรนิหกั ำงรำนงำคนณะหกรรือรผมู้ดกำำรรกงฤตษำแฎหีกำน่งเทยี บเท่ำ

สำนกั องำำนจคมณอบะกอรำรนมำกจำรใกหฤ้ผษู้อฎำีกนำวยกำรสำนักสงำำนนกั เงขำตนพคณื้นทะกี่กรำรรมศกึกำรษกำฤษผฎู้อีกำำนวยกำรสถำนสศำนึกกั ษงำำนหครณือะผกู้ดรรำมรกงำรกฤษฎีกำ
ตำแหน่งเทียบเทำ่

ส(๕ำน)กั ผงู้ำอนำคนณวยะกกรำรรมสกำำนรักกงฤำษนฎเีกขำตพ้ืนที่กำรศึกสษำำนหกั รงือำนผคู้ดณำระงกตรรำมแกหำนร่งกเฤทษียฎบีกเำท่ำ อำจมอบ

อำนำจให้ข้ำรำชกำรในสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ หรือผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำหรือหัวหน้ำ

สำนกั หงำนน่วคยณงะำกนรทรม่ีเรกียำรกกชฤ่ือษฎอีกยำ่ำงอ่ืนในเขตพสำ้ืนนทกั ง่ีกำำนรคศณึกะษกรำรทม่ีตกำนรรกับฤษผฎิดีกชำอบได้ตำมระสเำบนียกั บงำทน่ีเคลณขะำกธริกรมำกรำรกฤษฎีกำ

คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำนกำหนด
ส(ำ๖น)กั ผงำู้อนำคนณวะยกกรรำมรกสำถรำกนฤษศฎึกีกษำำหรือผู้ดำรงสตำนำกัแงหำนนค่งณเทะียกรบรเมทก่ำำรอกำฤจษมฎอีกำบอำนำจให้

ข้ำรำชกำรในสถำนศึกษำหรือในหน่วยงำนท่ีเรียกช่ืออย่ำงอื่นได้ ตำมระเบียบที่คณะกรรมกำรเขต
สำนกั พงนื้ำนทค่กี ณำะรกศรึกรษมำกกำรำกหฤนษดฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ส(ำ๗น)กั ผงำู้ดนำครณงะตกำรแรหมกนำ่งรก(ฤ๑ษ)ฎถีกึงำ (๖) อำจมอสบำนอกัำงนำนำจคณใหะ้บกรุครคมลกำอรื่นกฤไดษ้ตฎีำกมำ ระเบียบท่ี
คณะรฐั มนตรีกำหนด

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤำษรมฎอีกบำ อำนำจตำมมสำำตนรกั ำงนำนี้ใคหณท้ ะำกเปรร็นมหกนำงัรสกฤือษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

คณะรัฐมนตรีอำจกำหนดให้มีกำรมอบอำนำจในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง ตลอดจนกำรมอบ

อำนำจให้ทำนิติกสรำนรมกั งฟำน้อคงณคะดกี รหรรมือกดำรำกเนฤษินฎคีกดำีแทนกระทรวสงำหนกรั ืองำสน่วคนณระำกชรกรมำกรตำรำกมฤมษำฎตีกรำำ ๑๐ หรือ

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีกำร หรือเงื่อนไขในกำรมอบอำนำจให้ผู้มอบอำนำจหรือผู้รับมอบอำนำจตำม

สำนกั วงรำรนคคหณนะึง่กตรรอ้ มงกปำฏริบกฤตั ษกิ ฎ็ไดีก้ำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๔คณ๖ะกเรมรื่อมมกีกำรำกรฤมษอฎบีกอำำนำจตำมมำสตำรนำกั ง๔ำน๕คณโดะยกชรรอมบกแำรลก้วฤษผู้ฎรับีกำมอบอำนำจ
มีหน้ำที่ต้องรับมอบอำนำจนั้น และจะมอบอำนำจน้ันให้แก่ผู้ดำรงตำแหนง่ อื่นต่อไปไม่ได้ เว้นแต่กรณี
สำนกั กงำำรนมคอณบะอกรำรนมำกจำใรหก้แฤกษ่ผฎวู้ีกำ่ ำรำชกำรจังหวสัดำนตกัำมงำมนำคตณระำก๔รร๕มก(๑ำร)ก(ฤ๒ษ)ฎหีกรำือ (๓) ผู้ว่ำรำสชำกนำกัรงจำังนหควณัดะจกะรมรมอกบำรกฤษฎีกำ
อำนำจนั้นต่อไป ตสำำนมกักงฎำหนคมณำยะวกำ่รดรม้วกยำรระกเฤบษียฎบีกบำริหำรรำชกำรสแำผน่นกั งดำนิ นกคไ็ ณดะ้ กรรมกำรกฤษฎีกำ

ในกำรมอบอำนำจของผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดตำมวรรคหนึ่งให้แก่รองผู้ว่ำรำชกำร
สำนกั จงังำหนวคัดณะหกรรือรผมู้ชกำว่ รยกผฤู้วษ่ำฎรีกำำชกำรจังหวดั ใสหำน้ผกัวู้ ง่ำำรนำคชณกะำกรจรรงั มหกวำัดรแกจฤง้ษใฎหีก้ผำมู้ อบอำนำจชสั้นำตนน้ กั ทงำรนำคบณสะว่กนรรกมำกรำรกฤษฎีกำ

มอบอำนำจให้แก่บุคคลอ่นื นอกจำกรองผู้วำ่ รำชกำรจังหวดั หรอื ผู้ช่วยผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดจะกระทำได้
ตอ่ เม่อื ได้รบั ควำมสเำหน็นกั ชงำอนบคจณำะกกผรมู้ รอมบกำอรำกนฤำษจฎชีกน้ั ำตน้ แลว้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๔ มำตรำ ๔๕ (๒) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
(ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕ส๖ำน๒กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

๒๕ มำตรำ ๔๕ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๓ะ)กพรร.ศม.ก๒ำ๕รก๖ฤ๒ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๗ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

มำตรำ ๔๗ ในกำรมอบอำนำจตำมมำตรำ ๔๕ (๑) ถึง (๖) ให้ผู้มอบอำนำจ
สำนกั พงิำจนำครณณะำกถรึงรกมำกรำอรกำฤนษวฎยีกคำวำมสะดวกแสกำ่ปนกรั ะงำชนำคชณนะกครวรำมมกรำวรกดฤเรษ็วฎใีกนำกำรปฏิบัติรำสชำกนำกั รงำกนำครณกะรกะรจรมำกยำรกฤษฎีกำ

ควำมรับผิดชอบตำมสภำพของตำแหน่งของผู้รับมอบอำนำจและผู้รับมอบอำนำจต้องปฏิบัติหน้ำท่ี
ที่ไดร้ บั มอบอำนำสจำตนำกั มงวำนัตคถณปุ ระกะรสรงมคก์ขำอรงกกฤำษรฎมีกอำบอำนำจดงั กสลำ่ำนวกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

เมอื่ ได้มอบอำนำจแล้ว ผู้มอบอำนำจมีหน้ำท่ีกำกับติดตำมผลกำรปฏิบตั ิรำชกำรของ
สำนกั ผงู้รำบันคมณอบะกอรำรนมำกจำแรกลฤะษใหฎม้ีกอีำ ำนำจแนะนำสแำนละกั งแำกน้ไคขณกะำกรปรรฏมบิ กตัำริรกำฤชษกฎำีกรขำ องผูร้ ับมอบอสำำนนำกั จงำไนดค้ ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำหมวด ๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำกนำกัรงรำักนษคำณระำกชรกรำมรกแำทรกนฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๔๘ ในกรณีท่ีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร หรือ

สำนกั มงีแำนตคไ่ มณ่อะำกจรปรมฏกิบำตัรกิรฤำษชฎกีกำรำได้ ให้รัฐมนตสรำีชน่วกั ยงำวน่ำคกณำระกกรระรมทกรำวรงกศฤกึ ษษฎำีกธำิกำรเป็นผู้รกั ษสำำรนำกั ชงกำนำครแณทะกนรรถมำ้ กมำี รกฤษฎีกำ

รัฐมนตรีช่วยว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรหลำยคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมำยให้รัฐมนตรีช่วยว่ำกำร
กระทรวงศึกษำธิกสำำนรกคั งนำในดคคณนะหกนรรึง่ มเปก็นำรผกู้รฤกั ษษฎำีกรำำชกำรแทน ถสำ้ำนไมกั ่มงำีผนู้ดคำณรงะตกรำรแมหกนำ่งรรกฐัฤมษนฎีตกำรชี ่วยวำ่ กำร

กระทรวงศึกษำธิกำร หรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมำยให้รัฐมนตรี
สำนกั คงนำนใคดณคนะกหรนรมงึ่ เกปำ็นรกผฤู้รษักฎษีกำำรำชกำรแทน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มำตรำ ๔๙ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขำนกุ ำรรฐั มนตรี หรอื มแี ตไ่ มอ่ ำจปฏิบัติ

สำนกั รงำำชนกคำณระไดกร้ ใรหม้ผกู้ชำร่วกยฤเษลขฎีำกนำุกำรรัฐมนตรสีเปำน็นกั ผงู้รำนักษคณำระำกชรกรมำรกแำรทกนฤษถฎ้ำีมกำีผู้ช่วยเลขำนุกสำำรนรกััฐงมำนนตครณีหะลกำรยรมคกนำรกฤษฎีกำ
ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรมอบหมำยให้ผู้ช่วยเลขำนุกำรรัฐมนตรีคนใดคนหน่ึงเป็น

ผู้รักษำรำชกำรแสทำนนกั ถง้ำำไนมค่มณีผะู้ชก่วรยรมเลกขำรำกนฤุกษำฎรีกรำัฐมนตรี ให้รัฐสมำนนตกั งรำีวน่ำคกณำระกกรรระมทกรำวรงกศฤึกษษฎีกำธำิกำรแต่งต้ัง

ขำ้ รำชกำรในกระทรวงคนหน่ึงเปน็ ผู้รักษำรำชกำรแทน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๕๐ ในกรณีท่ีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อำจปฏิบัติ
รำชกำรได้ ให้รอสำงนปกั ลงัดำนกครณะะทกรรวรมงเกปำร็นกผฤู้รษักฎษีกำำรำชกำรแทสนำนถกั ้ำงมำนีรคอณงปะกลรัดรมกกรำะรกทฤรษวฎงีกหำลำยคน ให้
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงคนใดคนหน่ึงเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน
สำนกั ถง้ำำนไมค่มณีผะกู้ดรำรรมงกตำรำกแฤหษนฎ่งีกรำองปลัดกระสทำรนวกั งงำหนรคือณมะกีแรตร่ไมมก่อำรำกจฤปษฏฎิบีกำัติรำชกำรได้ สใำหน้รกั ัฐงำมนนคตณระีวก่ำรกรมำกรำรกฤษฎีกำ
กระทรวงศึกษำธิกสำำนรกัแงตำง่นตคั้งณขะ้ำกรรำรชมกกำำรรใกนฤกษรฎะีกทำรวงซึ่งดำรงตสำำแนหกั นงำ่งนไมคณ่ต่ำะกกวรร่ำมเลกขำรำกธฤิกษำฎรีหกำรือเทียบเท่ำ
เป็นผ้รู กั ษำรำชกำรแทน

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๕๑ ในกรณีที่ไมม่ ีผู้ดำรงตำแหน่งเลขำธิกำร หรอื มีแต่ไม่อำจปฏิบัตริ ำชกำรได้

ให้รองเลขำธิกำสรำนเปกั ็นงำผนู้รคักณษะกำรรรำมชกำกรำกรฤแษฎทีกนำ ถ้ำมีรองเลสขำำนธกั ิกงำำนรคหณละกำรยรคมนกำรใกหฤ้รษัฐฎมีกนำ ตรีว่ำกำร

กระทรวงศึกษำธิกำรแต่งต้ังรองเลขำธิกำรคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ดำรง

สำนกั ตงำำนแคหณนะ่งกรรอรงมเกลำขรำกธฤิกษำฎรีกำหรือมีแต่ไม่อสำำจนปกั ฏงำิบนัตคิณรำะชกกรรำมรกไดำร้ กใหฤษ้รฎัฐีกมำนตรีว่ำกำรกรสะำนทกัรงวำงนศคึกณษะำกธริกรมำกรำรกฤษฎีกำ

แต่งตั้งข้ำรำชกำรในสำนักงำนซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ำรองเลขำธิกำร หรือข้ำรำชกำรตำแหน่ง
เล ข ำธิกำรสำนักสหำนรกั ืองผำนู้อคำณนะวกยรกรมำกรำสรำกนฤษักฎหีกรำือ เทีย บ เท่ำขสึ้นำนไกั ปงคำนนคหณนะึ่งกเรปรม็นกผำู้รรกักฤษษำฎรีกำำช กำรแ ท น

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

- ๑๘ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

แต่รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรอำจแต่งตั้งข้ำรำชกำรคนหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ำ

สำนกั รงอำนงเคลณขะำกธรกิ รำมรกหำรรือกฤเทษยี ฎบีกเำท่ำมำเป็นผู้รักสษำนำกัรงำำชนกคำณรแะกทรนรกมไ็กดำ้รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๕ค๒ณะกในรรกมรกณำรีทก่ีไฤมษ่มฎผี ีกู้ดำำรงตำแหน่งผสู้อำนำกันงวำยนกคำณระสกำรนรักมกหำรรกอื ฤมษแี ฎตีก่ไมำ ่อำจปฏิบัติ
รำชกำรได้ ให้รองผู้อำนวยกำรสำนักเป็นผู้รักษำรำชกำรแทน ถ้ำมีรองผู้อำนวยกำรสำนักหลำยคน
สำนกั ใงหำ้นปคลณัดกะกรระรทมรกวำงรหกฤรษือฎเลีกขำำธิกำร แล้วแสตำน่กกรั ณงำีนแคตณ่งะตก้ังรรรอมงกผำู้อรกำฤนษวฎยีกกำำรสำนักคนใดสคำนนกหั งนำ่ึงนเคปณ็นะผกู้รรักรมษกำำรกฤษฎีกำ
รใหำ้ปชกลัำดรกแรทะทนรถว้งำสหไำมนร่กมอืั งเีผลำู้ดนขำคำรณธงกิ ะตำกำรรแรแมตหกง่ นำตร่งั้งกรขฤอ้ำษรงฎำผีชกู้อำกำำนรวในยสกำำนรกั สซำสึ่งนำดนักำกั รงหงำตรนำือคแมณหีแะนกต่งร่ไเรมทม่อียกบำำรจเกทปฤ่ำฏษริอฎบีงกัตผำิรอู้ ำำชนกวำยรกไำดร้
สำนกั สงำำนนคักณคะนกหรนรม่ึงกเำปรก็นฤผษู้รฎักีกษำำรำชกำรแทสนำนใกั นงำกนรคณณีทะี่ไกมร่รมมีผกู้ดำำรรกงฤตษำฎแีกหำ น่งรองผู้อำนสวำยนกกั งำำรนสคำณนะักกรหรมรือกำรกฤษฎีกำ
มีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ให้ปลัดกระทรวงหรือเลขำธิกำร แล้วแต่กรณี แต่งตั้งข้ำรำชกำรในสำนัก
บริหำรงำนหรอื สำสนำกันซกั งึ่งำดนำครณงตะำกแรหรมนกง่ ำเรทกยี ฤบษเฎทีก่ำำรองผูอ้ ำนวยกสำำรนสกั ำงนำนกั คเปณน็ ะกผรู้รรักมษกำำรรำกชฤกษำฎรีกแำทนก็ได้

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรำีกำ๕๓ ในกรณีสทำี่ไนมกั่มงีผำู้นดคำรณงะตกำรแรหมกนำ่งรผกู้อฤำษนฎวีกยำกำรสำนักงำนสเำขนตกั พงำื้นนทคี่กณำะรกศรึกรมษกำำรกฤษฎีกำ
หรอื มีแต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้ ให้รองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำรักษำรำชกำรแทน
ถ้ำมีรองผู้อำนวยสกำำนรกั สงำำนนคักณงำะนกรเรขมตกพำื้นรกทฤี่กษำฎรีกศำึกษำหลำยคนสำในหกั ้เงลำนขคำธณิกะำกรรครมณกะำรกกรฤรษมฎกีกำำรกำรศึกษำ
ขัน้ พ้นื ฐำนแต่งต้ังรองผ้อู ำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำคนใดคนหน่ึงรักษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มี

สำนกั ผงู้ดำนำครณงตะำกแรรหมนก่งำรรกอฤงษผฎู้อีกำำนวยกำรสำนสักำงนำกั นงำเนขคตณพะื้นกทรรี่กมำกรำศรึกกฤษษำฎีหกำรือมีแต่ไม่อำสจำปนฏกั ิบงำัตนิครำณชะกกรำรรมไกดำ้ รกฤษฎีกำ
ให้เลขำธิกำรคณสะำกนรกั รงมำนกคำณระกกำรรรศมึกกษำรำกขฤั้นษพฎีก้ืนำฐำนแต่งต้ังขส้ำำรนำกั ชงกำนำครใณนะเกขรตรมพกื้นำทรกี่กฤำษรฎศีกึกำษำซ่ึงดำรง
ตำแหน่งเทียบเท่ำรองผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำหรือดำรงตำแหน่งไมต่ ่ำกว่ำผู้อำนวยกำร

สำนกั สงถำนำนคณศึกะกษรำรหมรกอื ำตรกำฤแษหฎนีก่งำเทยี บเทำ่ ขน้ึ ไสปำคนนกั ใงดำนคคนณหะนก่งึ รเปรมน็ กผำู้รรักกษฤษำรฎำีกชำกำรแทนก็ได้สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๕ค๔ณะกในรรกมรกณำรีทกี่ไฤมษ่มฎีผีกู้ดำำรงตำแหน่งผสำู้อนำกันงวำยนกคำณระสกถรำรมนกศำึกรษกฤำษหฎรีกือำมีแต่ไม่อำจ

ปฏบิ ัตริ ำชกำรได้ ใหร้ องผอู้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำรักษำรำชกำรแทน ถ้ำมีรองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ

สำนกั หงลำนำคยณคนะกใรหร้ผมู้อกำำรนกวฤยษกฎำีกรำสำนักงำนเขตสพำ้ืนนทกั งี่กำำนรคศณึกะษกำรแรตม่งกตำร้ังกรอฤงษผฎู้อีกำำนวยกำรสถำนสศำนึกกัษงำำคนนคใณดะคกนรหรมนกึ่งำรกฤษฎีกำ

รกั ษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ หรือมแี ต่ไม่อำจปฏิบัติรำชกำรได้
ให้ผ้อู ำนวยกำรสำสนำนักกังงำำนนเคขณตพะกื้นรทรมี่กกำำรรศกึกฤษษำฎแีกตำ่งตั้งข้ำรำชกำสรำในนกั สงำถนำคนณศะึกกษรำรคมนกำใรดกคฤนษหฎนีก่ึงำเป็นผู้รกั ษำ

รำชกำรแทนก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤษ้นฎำีกคำวำมในวรรคหสนำนึ่งกัมงำำในชค้บณังะคกับรกรมับกสำ่วรนกฤรษำฎชีกกำำรท่ีเรียกชื่ออสยำน่ำงกั องำื่นนแคลณะะมกีฐรำรมนกะำรกฤษฎีกำ

เทยี บเทำ่ สถำนศึกสษำนำกัดง้วำยนโคดณยะอกนรโุ รลมมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรีกำำ๕๕ ให้ผู้รักสษำำนรกั ำงชำนกคำรณแะทกรนรตมำกมำรคกวฤำษมฎใีกนำพระรำชบัญญสัตำนินกั ้ีมงีอำนำคนณำจะกหรนร้มำทกำ่ี รกฤษฎีกำ

เช่นเดียวกับผซู้ ง่ึ ตนแทน

สใำนนกกั รงณำนีทคี่ผณู้ดะำกรรงรตมกำแำรหกนฤ่ษงใฎดีกหำรือผู้รักษำรำสชำกนำกั รงแำนทคนณผะู้ดกำรรรงมตกำำรแกหฤนษ่งฎนีกั้นำมอบหมำย

หรือมอบอำนำจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอ่ืนปฏิบัติรำชกำรแทน ให้ผู้ปฏิบัติรำชกำรแทนมีอำนำจหน้ำที่

สำนกั เงชำน่ นเคดณียะวกกรบั รผมู้ซก่ึงำรมกอฤบษหฎมีกำำยหรอื มอบอำสนำำนจกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

ในกรณีที่มีกฎหมำยอื่นแต่งตัง้ ใหผ้ ู้ดำรงตำแหนง่ ใดเปน็ กรรมกำรหรือให้มีอำนำจหน้ำท่ี
อย่ำงใด ให้ผู้รักษสำำรนำกั ชงกำนำครแณทะกนรหรรมือกผำรู้ปกฏฤิษบฎัตีกิรำำชกำรแทนมสีอำำนนกั ำงจำนหคนณ้ำะทก่ีเรปร็นมกกรำรรกมฤกษำฎรีกหำรือมีอำนำจ

สำนกั หงนำน้ำคทณเ่ี ชะ่นกเรดรยีมวกกำรับกผฤู้ดษำฎรีกงตำำแหนง่ นั้นในสกำำนรกั รงักำษนำครณำะชกกรำรรมแกทำนรกหฤรษือฎปีกฏำบิ ตั ิรำชกำรแทสนำดน้วกั ยงำนแคลณ้วแะตกรก่ รรมณกีำรกฤษฎีกำ

- ๑๙ - สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤำษตฎรีำกำ๕๖ กำรเป็นสผำู้รนักกั ษงำำนรคำณชะกกำรรรแมทกนำรตกำฤมษพฎรีกะำรำชบัญญัติน้ีสไมำน่กกัรงะำทนบคกณระะกเรทรือมนกำรกฤษฎีกำ
อำนำจของนำยกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร ปลัดกระทรวงหรือผู้ดำรงตำแหน่ง
เทียบเท่ำปลัดกระสำทนรกัวงงำนเลคขณำะธกิกรำรรมหกรำรือกผฤู้ดษำฎรีกงำตำแหน่งเทียบสเำทน่ำกั เงลำขนำคธณิกะำกรรรซมึ่งกเปำร็นกผฤู้บษังฎคีกับำบัญชำที่จะ
แต่งตั้งข้ำรำชกำรอ่ืน เป็นผู้รกั ษำรำชกำรแทนตำมอำนำจหน้ำท่ที ม่ี อี ยตู่ ำมกฎหมำย

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีที่มีกำรแต่งต้ังสผำนรู้ กัักงษำำนรคำณชะกกำรรรแมทกนำรตกำฤมษวฎรีกรำคหนึ่ง ให้ผู้ดำสรำงนตกั ำงแำหนคนณ่งระอกงรหรมรกือำรกฤษฎีกำ
ผู้ช่วยพ้นจำกควำสมำเนปกั ็นงผำนู้รกัคษณำะรกำรชรมกกำำรรแกทฤนษนฎับีกำแต่เวลำที่ผไู้ ดสร้ ับำนแกั ตง่งำตนั้งคตณำะมกวรรรรมคกหำรนกงึ่ ฤเขษ้ำฎรีกับำหน้ำท่ี

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งบำทนเคฉณพะำกะรกรำมลกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๕๗ ให้โอนอำนำจหน้ำท่ีเกี่ยวกับรำชกำรของสำนักงำนเลขำนุกำรรัฐมนตรี

สำนกั กงรำนะคทณรวะกงศรรึกมษกำำธรกิกฤำษรฎแีกลำะสำนักงำนเสลำขนำกั นงำุกนำครณรัฐะกมรนรตมรกีำทรกบฤวษงฎมีกหำำวิทยำลัย ไปสเำปน็นกั งขำอนงคสณำะนกักรงรมำนกำรกฤษฎีกำ

รัฐมนตรกี ระทรวงศกึ ษำธิกำรทีจ่ ัดต้ังข้นึ ตำมพระรำชบัญญตั ินี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๕๘ ให้โอนบรรดำกิจกำร ทรัพย์สิน หนี้ อัตรำกำลัง ข้ำรำชกำร ลูกจ้ำง
สำนกั แงลำนะคเงณินะงกบรปรมระกมำรำกณฤขษอฎงีกสำำนักงำนเลขำสนำนุกกัำงรำรนัฐคมณนะตกรรี รกมรกะำทรกรฤวงษศฎกึีกษำ ำธกิ ำร และสสำำนนกักั งงำำนนคเลณขะำกนรรุกมำกรำรกฤษฎีกำ

รัฐมนตรี ทบวงมสหำนำกัวงิทำยนำคลณัยะกไรปรเมปก็นำรขกอฤงษสฎำีกนำักงำนรัฐมนตสำรนี กกั รงำะนทครณวะงกศรึกรมษกำำธริกกำฤรษทฎ่ีีจกำัดตั้งข้ึนตำม
พระรำชบญั ญัตนิ ้ี

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

มำตรำ ๕๙ ให้โอนบรรดำอำนำจหน้ำท่ีที่เกี่ยวกับรำชกำรของสำนักงำน

ปลัดกระทรวง กสรำะนทกั รงวำนงศคึกณษะกำรธริกมำกรำรยกกฤเษวฎ้นีกสำำนักงำนศึกษสำำธนิกกั ำงรำนจคังหณวะักดรแรลมะกสำรำกนฤักษงฎำีกนำศึกษำธิกำร

อำเภอ และบรรดำอำนำจหน้ำท่ีของเจ้ำหน้ำที่สำนักงำนปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธิกำร ยกเว้น

สำนกั สงำำนนคักณงำะนกรศรึกมษกำำรธกิกฤำษรฎจีกังำหวัดและสำนสักำงนำกั นงำศนึกคษณำะธกิกรำรมรอกำำรเกภฤอษไฎปีกเำป็นของสำนักสงำำนนกั ปงำลนัดคกณระะกทรรรมวกงำรกฤษฎีกำ

กระทรวงศึกษำธกิ ำร
สใำหน้โกั องนำนบครณระดกำรอรมำกนำำรจกหฤษนฎ้ำีกทำ่ีที่เกี่ยวกับรำสชำนกกั ำงรำขนอคงณกะรกมรรกมำกรำศรกึกฤษษำฎนีกอำ กโรงเรียน

กระทรวงศกึ ษำธิกำร สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำเอกชน กระทรวงศึกษำธกิ ำร และสำนักงำน
สำนกั คงณำนะคกณระรกมรกรำมรกขำ้ำรรกำฤชษกฎำีกรำครู กระทรวงศสึกำนษกัำงธำิกนำครณแะลกะรบรมรกรดำรำกอฤำษนฎำีกจำหน้ำที่ของเจ้ำหสำนน้ำกั ทง่ีกำนรคมณกำะรกศรรึกมษกำำรกฤษฎีกำ

นอกโรงเรียน กรสะำทนรกั วงงำศนึกคษณำะธกิกรรำมรกสำรำกนฤักษงฎำีกนำคณะกรรมกำสรำกนำกั รงศำนึกคษณำเะอกกรรชมนกำกรรกะฤทษรฎวีกงำศึกษำธิกำร
และสำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรครู กระทรวงศึกษำธิกำร ไปเป็นของสำนักงำนปลัดกระทรวง

สำนกั กงรำะนทคณรวะงกศรึกรมษกำำธรกิ กำฤรษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ

สมำำนตกั รงำำน๖คณ๐ะกใรหรม้โอกนำรบกรฤรษดฎำีกกำิจกำร ทรัพยส์สำนินกั หงำนน้ีคอณัตะรกำรกรมำลกัำงรกขฤ้ำษรำฎชีกกำ ำร ลูกจ้ำง
และเงินงบประมำณของสำนักงำนปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธิกำร ยกเว้นสำนักงำนศึกษำธิกำร
สำนกั จงังำหนวคัดณแะลกะรรสมำกนำกั รงกำฤนษศฎึกีกษำำธิกำรอำเภอสำไนปกั เงปำ็นนขคอณงะสกำรนรมกั กงำำรนกปฤลษดั ฎกีกรำะทรวง กระทสรำวนงกั ศงกึ ำนษคำณธิกะำกรรรมกำรกฤษฎีกำ

ให้โอนบรรดำกิจกำร ทรัพย์สิน หน้ี อัตรำกำลัง ข้ำรำชกำร ลูกจ้ำง และเงิน
งบประมำณของกสรำมนกกั ำงำรนศคกึ ณษะำกนรอรกมโกรำงรเกรฤียษนฎกีกำระทรวงศกึ ษำสธำิกนำกั รงำสนำคนณักะงกำรนรคมณกำะรกกรฤรษมฎกีกำำรกำรศกึ ษำ

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ


Click to View FlipBook Version