The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3 หน่วยที่ 3 (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattapol.ny, 2021-11-05 02:49:48

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3 หน่วยที่ 3 (1)

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3 หน่วยที่ 3 (1)

๓หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

การล่วงละเมดิ ทางเพศ

ตัวช้ีวดั

• บอกวธิ หี ลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมที่นำไปสู่กำรถูกลว่ งละเมิดทำงเพศ
(พ ๒.๑ ป.๓/๓)

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.3

ผังสาระการเรยี นรู้

การลว่ งละเมิดทางเพศ

การล่วงละเมิด
ทางเพศ

การหลีกเล่ยี งและป้องกนั พฤติกรรม สทิ ธิในร่างกาย
ทนี่ าไปสู่การล่วงละเมดิ ทางเพศ สัมผัสทีไ่ มด่ ีและสัมผสั ท่ดี ี

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๑. การล่วงละเมิดทางเพศ

กำรลว่ งละเมดิ ทำงเพศ หมำยถึง กำรกระทำหรือกำร
พูดเกี่ยวกบั เร่ืองทำงเพศทีล่ ำมกอนำจำร หรอื กำรแสดงออก
ทำงเพศต่อผู้อน่ื โดยบุคคลนัน้ ไมย่ นิ ยอม เช่น ใช้คำพูดหรือ
สำยตำแทะโลม กอด จูบ ลูบคลำ ขม่ ขนื ใช้กำลังบงั คับขม่ ขู่
หรือลอ่ ลวงให้มีเพศสมั พันธ์

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.3

คนท่ลี ่วงละเมดิ เรำไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งเปน็ คนแปลกหนำ้ เสมอไป
แต่อำจเปน็ คนรจู้ กั คุน้ เคยก็ได้

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๒. สิทธใิ นร่างกาย สัมผสั ที่ไม่ดีและสมั ผัสที่ดี

เดก็ ๆ ทุกคนมีสทิ ธใิ นรำ่ งกำยตนเอง เรำเป็นเจำ้ ของ
ร่ำงกำย ไม่มีใครสำมำรถมำจับ แตะตอ้ ง สัมผัส ลบู ไลก้ ับ
ร่ำงกำยเรำถำ้ เรำไม่ยินยอม

ไม่ว่ำเพศไหนกอ็ ำจถกู ล่วงละเมิด หรืออำจเปน็ ผู้ละเมดิ

คนอน่ื เสยี เอง ดงั น้นั เรำจงึ ควรเรยี นรเู้ รอื่ ง “สมั ผสั ที่ไมด่ ”ี
หรือ “สัมผสั ที่เรำไม่ต้องกำร” ซ่งึ ไมเ่ หมอื นกบั
“สมั ผัสท่ดี ”ี

สมั ผัสทีไ่ ม่ดี สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.3

“สมั ผสั ทไ่ี มด่ ”ี หรอื สมั ผสั ที่เรำไมต่ ้องกำร เปน็ สมั ผัส
หรือกำรอยู่ใกลเ้ กินไปจนทำใหเ้ รำอดึ อัด เพรำะทำโดยท่เี รำ
ไม่ทนั ตงั้ ตัว ไมข่ ออนุญำตเรำ
กอ่ น หรอื สมั ผสั บำงส่วนใน
รำ่ งกำยทสี่ ่วนตวั มำก ๆ เช่น
อวัยวะเพศ กน้ หนำ้ อก

สัมผสั ทไี่ มด่ ีอำจมำจำกคน
ใกล้ชดิ ก็ได้ ถ้ำทำใหเ้ รำอึดอดั ใจ

สมั ผสั ทีด่ ี สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

“สมั ผสั ทีด่ ”ี เป็นกำรสัมผสั รำ่ งกำยภำยนอกโดยท่ีเรำ
เตม็ ใจ ผทู้ ี่มำสมั ผสั จะหยดุ เมอ่ื เรำไมช่ อบ เชน่ คณุ แม่กอดเรำ
คุณพ่อลูบหวั เรำเบำ ๆ
คุณลุงข้ำงบำ้ นขอหอมแก้ม
โดยถำมควำมเต็มใจ
ของเรำกอ่ น

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

ผู้ใหญ่เองกไ็ มม่ สี ิทธมิ ำบังคบั ใหเ้ รำไปกอดหรอื หอม
ใคร ถำ้ เรำไมต่ อ้ งกำร เรำสำมำรถปฏเิ สธได้ ถำ้ เรำชอบใคร
อยำกอย่ใู กลช้ ิดเขำ อยำกกอดเขำ
ควรขอและรอใหเ้ ขำอนญุ ำตก่อน
เพรำะไม่ใชท่ ุกคนท่จี ะชอบใหใ้ ครมำ
ถกู ตัวหรืออย่ใู กลเ้ กนิ ไป และถำ้ เรำ
เขำ้ ไปถกู ตัวเขำ นน่ั ถอื เป็นกำร
ละเมดิ สิทธริ ่ำงกำยเขำแล้ว

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๓. การหลกี เลย่ี งและปอ้ งกนั พฤติกรรมที่นาไปสู่
การลว่ งละเมดิ ทางเพศ

กำรหลีกเลี่ยงและปอ้ งกันจำกกำรล่วงละเมดิ ทำงเพศ
ทำไดด้ งั น้ี

๑. แต่งกำยเรยี บรอ้ ยและเหมำะสมกับกำลเทศะ
๒. ถำ้ มีใครมำจับ แตะตอ้ ง สัมผัส ลูบไลเ้ นื้อตวั รำ่ งกำย
ของเรำ และเรำไม่เต็มใจ ไม่ชอบใจ เรำสำมำรถพดู ดัง ๆ

ออกมำว่ำ “อยำ่ ” “ไมช่ อบแบบนี้” “ไม่มีสทิ ธิ
มำทำแบบนน้ี ะ”

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๓. ไม่หลงเชอื่ คำชกั ชวนหรือไมร่ ับสิ่งของจำกคนที่ไม่

รจู้ ัก และใชค้ ำพดู ปฏิเสธอยำ่ งสุภำพ เช่น “ไม่ไปคะ่ /
ไมไ่ ปครับ” แล้วรีบ

เดนิ หนไี ปจำกบริเวณนน้ั

กำรใช้คำพูดปฏเิ สธ เม่อื ถกู ชกั ชวนจำกคนแปลกหนำ้

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.3

๔. ไมอ่ ำ่ นหนงั สือหรอื ดสู ื่อลำมก และไมอ่ ยกู่ บั เพอ่ื น
หรือคนตำ่ งเพศสองต่อสองในหอ้ งหรอื ทล่ี บั ตำคน

๕. ไม่ดมื่ เคร่ืองด่ืมทีม่ แี อลกอฮอล์ และไม่เสพสำรเสพติด
๖. เคำรพในสิทธิเนือ้ ตัวร่ำงกำยของผู้อืน่ ไมช่ ักชวนหรอื
บงั คับผอู้ นื่ ให้ทำในสิง่ ท่เี ขำไม่ชอบ ไมแ่ ตะต้องหรือสัมผสั
เนื้อตวั รำ่ งกำยผู้อนื่ โดยที่เขำไมย่ ินยอม

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

การป้องกันตนเองจากบุคคลใกลช้ ดิ ทม่ี าจับตอ้ งรา่ งกายแลว้ รสู้ กึ อดึ อดั
โดยใชห้ ลัก Why No Go Tell (วาย โน โก เทล) ทาไดด้ ังน้ี

Why (วาย) : คิดวา่ ทาไมเขาถงึ มาสัมผัสรา่ งกายของเรา
No (โน) : ปฏิเสธการถูกเน้อื ต้องตวั ท่ไี ม่ชอบหรอื ทาให้

อดึ อดั นัน้
Go (โก) : รีบหนไี ปหาผใู้ หญ่ทไ่ี วใ้ จได้
Tell (เทล) : เลา่ เร่ืองทเี่ กดิ ข้นึ ใหผ้ ใู้ หญฟ่ งั หากผใู้ หญท่ ่ไี วใ้ จ

ยงั ไม่เชื่อ ตอ้ งพยายามจนกวา่ จะพบผใู้ หญ่
ท่เี ช่ือและยอมช่วยเหลอื

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3

แบบพฒั นาทกั ษะในการทาข้อสอบปรนยั
เพ่ือประเมนิ ผลตัวช้วี ัด

ตวั ช้ีวัด

• บอกวธิ หี ลีกเลยี่ งพฤติกรรมท่นี ำไปส่กู ำรถูกล่วงละเมิดทำงเพศ
(พ ๒.๑ ป.๓/๓)

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๑. ข้อใดนาไปส่กู ารลว่ งละเมดิ ทางเพศ
๑ เดินกลับบ้ำนกับเพอ่ื นสนทิ หลงั เลกิ เรียน
๒ ไปเทย่ี วกบั คนแปลกหน้ำท่เี พง่ิ รู้จัก
๓ เลน่ เกมกับเพ่อื นตอนกลำงวนั
๔ ใหพ้ ช่ี ำยช่วยสอนกำรบ้ำน

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๒. ข้อใดกลา่ วถึงการลว่ งละเมดิ ทางเพศได้ถกู ตอ้ ง
๑ กำรกระทำหรอื กำรพดู ทีท่ ำใหผ้ อู้ ื่นเกิด
ควำมปลอดภัย
๒ กำรกระทำหรือกำรพูดท่ที ำใหเ้ สยี ทรัพย์สนิ
ต่อผอู้ ่นื
๓ กำรกระทำหรือกำรพูดทีไ่ มท่ ำให้ผอู้ น่ื เดอื ดรอ้ น
๔ กำรกระทำหรือกำรพดู ทลี่ ำมกอนำจำรต่อผู้อน่ื

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๓. พฤตกิ รรมในข้อใดท่นี าไปสู่การล่วงละเมดิ ทางเพศ
๑ ไม่รบั ของจำกคนแปลกหนำ้
๒ เลกิ เรียนแล้วกลบั บ้ำนทันที
๓ เดินกลับบ้ำนกบั เพื่อนหลำย ๆ คน
๔ อย่ตู ำมลำพังกบั ผอู้ ่นื ในทีล่ ับตำคน

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๔. พฤติกรรมในข้อใดเสย่ี งต่อการล่วงละเมดิ ทางเพศ
มากทีส่ ุด
๑ สวมกระโปรงสน้ั ใสเ่ สือ้ สำยเด่ยี ว
ไปเท่ยี วกลำงคนื
๒ แต่งตัวมดิ ชิดไปเดินห้ำงสรรพสินค้ำคนเดียว
๓ ท่องเท่ยี วกบั ครอบครวั
๔ ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.3

๕. การปฏิบัตติ นในขอ้ ใดช่วยใหป้ ลอดภยั จากการ
ลว่ งละเมดิ ทางเพศ
๑ กลับบำ้ นพรอ้ มพ่อแม่ ผู้ปกครอง
๒ อยกู่ บั ผอู้ ื่นสองตอ่ สอง
๓ ให้คนแปลกหนำ้ มำสมั ผสั รำ่ งกำย
๔ สวมกระโปรงส้นั เพอ่ื ควำมทนั สมยั

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3

๖. สถานการณ์ในข้อใดท่ีนาไปสู่การล่วงละเมดิ
ทางเพศ
๑ เปดิ ประตตู อ้ นรับคนแปลกหนำ้ เขำ้ บำ้ น
๒ ทำรำยงำนกบั เพอื่ น ๆ ในชั้นเรียน
๓ ไปเทย่ี วสวนสัตวก์ บั เพอ่ื น ๆ
๔ ฉลองวันเกดิ กบั ครอบครัว

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๗. ถา้ เพือ่ นชวนไปเทย่ี วกลางคนื
นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ิอย่างไร
๑ ตอบตกลงและไปกับเพื่อนทนั ที

๒ ตอบปฏเิ สธแต่จะไปวนั อื่นแทน

๓ ปฏิเสธทันทแี ลว้ ขอตวั กลับบ้ำน

๔ ตอบตกลงทันทเี พรำะจะได้เจอผคู้ นมำกมำย

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3

๘. เมื่อพบสถานการณ์ทนี่ าไปส่กู ารล่วงละเมดิ ทางเพศ
นักเรียนควรปฏบิ ัติอย่างไร
๑ ปรกึ ษำเพ่อื นตำ่ งเพศ
๒ ปรึกษำครูและพอ่ แม่ ผูป้ กครอง
๓ ปรกึ ษำและขอคำแนะนำจำกเพือ่ นสนิท
๔ ไม่ปรึกษำผู้อื่นเน่อื งจำกเห็นวำ่ เปน็ เรอ่ื งไม่สำคัญ

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๙. ข้อใดเป็นวธิ ีหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมทน่ี าไปสู่
การล่วงละเมิดทางเพศ
๑ ไปเท่ียวกับคนแปลกหน้ำ
๒ ชมภำพยนตรท์ ย่ี ว่ั ยุอำรมณท์ ำงเพศ
๓ ไปเทยี่ วกับเพื่อนทสี่ นทิ สองต่อสอง
๔ ปฏเิ สธกำรไปเทย่ี วตอนกลำงคนื กับเพื่อน

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๑๐. หากตอ้ งกลับบา้ นดึกคนเดยี ว
นกั เรยี นควรปฏบิ ัติอย่างไรถึงจะปลอดภัยมากทส่ี ดุ
๑ เดินร่วมทำงไปกับคนแปลกหนำ้
๒ จำหมำยเลขโทรศัพท์ฉุกเฉนิ 191
๓ ศึกษำสถำนที่ตงั้ ของสถำนตี ำรวจ
๔ ไมเ่ ดนิ ในที่เปล่ยี วคนเดยี ว เลอื กใช้เส้นทำง
ทม่ี คี นมำก ๆ

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.3

๑. ข้อใดนาไปสู่การลว่ งละเมิดทางเพศ
๑ เดินกลับบำ้ นกับเพ่อื นสนทิ หลังเลกิ เรียน

๒ ไปเทีย่ วกบั คนแปลกหน้ำทเ่ี พง่ิ รจู้ ัก

๓ เล่นเกมกบั เพื่อนตอนกลำงวัน

๔ ให้พี่ชำยช่วยสอนกำรบำ้ น

๑. เฉลย ๒ เพราะคนแปลกหนา้ เปน็ บุคคลที่เราไม่รู้จักนสิ ยั ใจคอ
อาจมีความประสงคร์ ้ายซ่งึ นาไปสูก่ ารลว่ งละเมดิ ทางเพศ

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.3

๒. ข้อใดกล่าวถึงการล่วงละเมดิ ทางเพศไดถ้ กู ตอ้ ง
๑ กำรกระทำหรอื กำรพดู ท่ีทำใหผ้ อู้ ืน่ เกิด
ควำมปลอดภัย
๒ กำรกระทำหรอื กำรพดู ทท่ี ำใหเ้ สยี ทรพั ยส์ ิน
ตอ่ ผอู้ นื่
๓ กำรกระทำหรือกำรพดู ทไ่ี ม่ทำใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น
๔ กำรกระทำหรือกำรพูดทีล่ ำมกอนำจำรตอ่ ผูอ้ น่ื

๒. เฉลย ๔ เพราะการลว่ งละเมดิ ทางเพศ หมายถึง การกระทา
หรอื การพดู เกีย่ วกบั เรอ่ื งเพศทล่ี ามกอนาจาร หรือการแสดงออก
ทางเพศตอ่ ผู้อ่ืนโดยบุคคลนั้นไม่ยินยอม

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.3

๓. พฤตกิ รรมในขอ้ ใดทน่ี าไปสกู่ ารล่วงละเมดิ ทางเพศ
๑ ไมร่ บั ของจำกคนแปลกหน้ำ
๒ เลิกเรียนแลว้ กลบั บ้ำนทนั ที
๓ เดินกลบั บ้ำนกับเพื่อนหลำย ๆ คน
๔ อย่ตู ำมลำพังกับผอู้ ่นื ในที่ลับตำคน

๓. เฉลย ๔ เพราะการอยใู่ นท่ีลับตาคนสองต่อสองอาจทาให้
เกิดอารมณ์ทางเพศ ซ่งึ นาไปสกู่ ารล่วงละเมิดทางเพศได้

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๔. พฤตกิ รรมในข้อใดเสีย่ งตอ่ การล่วงละเมิดทางเพศ
มากทส่ี ดุ
๑ สวมกระโปรงสน้ั ใส่เสอื้ สำยเดี่ยว
ไปเที่ยวกลำงคนื
๒ แต่งตัวมดิ ชิดไปเดินหำ้ งสรรพสนิ ค้ำคนเดยี ว
๓ ท่องเท่ียวกบั ครอบครัว
๔ ชอบเก็บตวั อยูค่ นเดียว

๔. เฉลย ๑ เพราะการแต่งกายล่อแหลมไปเท่ยี วกลางคนื เปน็ การ
ยวั่ ยอุ ารมณท์ างเพศ จงึ นาไปสู่การลว่ งละเมิดทางเพศได้

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3

๕. การปฏิบตั ิตนในข้อใดชว่ ยใหป้ ลอดภยั จากการ
ล่วงละเมดิ ทางเพศ
๑ กลบั บ้ำนพร้อมพ่อแม่ ผ้ปู กครอง
๒ อยกู่ บั ผ้อู ่ืนสองตอ่ สอง
๓ ใหค้ นแปลกหน้ำมำสมั ผสั ร่ำงกำย
๔ สวมกระโปรงสั้นเพื่อควำมทนั สมัย

๕. เฉลย ๑ เพราะพอ่ แม่ ผปู้ กครองเป็นบคุ คลที่ไว้ใจได้
ทาให้ปลอดภัยจากการล่วงละเมดิ ทางเพศ

สุขศึกษาและพลศึกษา ป.3

๖. สถานการณใ์ นขอ้ ใดท่นี าไปสกู่ ารลว่ งละเมิด
ทางเพศ
๑ เปิดประตตู อ้ นรบั คนแปลกหนำ้ เข้ำบำ้ น
๒ ทำรำยงำนกับเพอ่ื น ๆ ในชัน้ เรียน
๓ ไปเที่ยวสวนสัตวก์ ับเพอื่ น ๆ
๔ ฉลองวนั เกดิ กับครอบครัว

๖. เฉลย ๑ เพราะคนแปลกหน้าเป็นบคุ คลที่เราไมร่ ูจ้ ัก
ไม่คุ้นเคย ไมค่ วรไวใ้ จ เพราะอาจทาให้เกิดเหตุรา้ ย เชน่
การจ้ปี ล้น การลว่ งละเมิดทางเพศ

๗. ถา้ เพ่อื นชวนไปเทยี่ วกลางคนื สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.3
นกั เรียนจะปฏิบัตอิ ย่างไร
๑ ตอบตกลงและไปกบั เพอื่ นทันที
๒ ตอบปฏเิ สธแตจ่ ะไปวันอื่นแทน
๓ ปฏิเสธทันทแี ล้วขอตวั กลับบำ้ น
๔ ตอบตกลงทนั ทเี พรำะจะไดเ้ จอผคู้ นมำกมำย

๗. เฉลย ๓ เพราะการไปเท่ยี วกลางคืนเส่ียงตอ่ อันตราย
ทางเพศ และไมค่ วรไวใ้ จผ้อู ื่นแม้วา่ เป็นเพอ่ื นกนั
เพราะอาจเกิดอันตรายจากการล่วงละเมดิ ทางเพศ

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.3

๘. เมอื่ พบสถานการณ์ทนี่ าไปสู่การล่วงละเมดิ ทางเพศ
นักเรียนควรปฏิบัติอยา่ งไร
๑ ปรกึ ษำเพอ่ื นตำ่ งเพศ
๒ ปรกึ ษำครูและพอ่ แม่ ผปู้ กครอง
๓ ปรึกษำและขอคำแนะนำจำกเพอื่ นสนิท
๔ ไมป่ รกึ ษำผู้อนื่ เนือ่ งจำกเหน็ วำ่ เป็นเรื่องไม่สำคัญ

๘. เฉลย ๒ เพราะครูหรอื พอ่ แม่ ผูป้ กครองเป็นบคุ คลท่ไี ว้ใจได้
ดงั นน้ั ควรรีบปรึกษาทนั ทีเมอ่ื เกิดเหตกุ ารณล์ ว่ งละเมดิ ทางเพศ
เพ่ือใหท้ า่ นชว่ ยหาทางปอ้ งกันและแก้ไขปญั หา

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.3

๙. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทนี่ าไปสู่
การลว่ งละเมิดทางเพศ
๑ ไปเที่ยวกบั คนแปลกหน้ำ
๒ ชมภำพยนตร์ที่ยว่ั ยอุ ำรมณ์ทำงเพศ
๓ ไปเท่ยี วกับเพอ่ื นทสี่ นิทสองตอ่ สอง
๔ ปฏเิ สธกำรไปเท่ียวตอนกลำงคนื กับเพอื่ น

๙. เฉลย ๔ เพราะการไปเท่ียวกลางคืนอาจมกี ารดม่ื สุรา
ทาให้มึนเมา ขาดสติ และนาไปสกู่ ารลว่ งละเมิดทางเพศ

๑๐. หากต้องกลับบา้ นดกึ คนเดยี ว สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.3
นักเรยี นควรปฏิบตั ิอยา่ งไรถึงจะปลอดภยั มากทสี่ ดุ
๑ เดินร่วมทำงไปกบั คนแปลกหน้ำ
๒ จำหมำยเลขโทรศัพทฉ์ กุ เฉนิ 191
๓ ศกึ ษำสถำนท่ีตัง้ ของสถำนตี ำรวจ
๔ ไม่เดนิ ในทเ่ี ปล่ยี วคนเดียว เลือกใช้เสน้ ทำง
ที่มีคนมำก ๆ

๑๐. เฉลย ๔ เพราะในเวลากลางคืนควรหลกี เล่ียง
สถานทีเ่ ปลยี่ ว ไม่มคี นที่อาจทาใหเ้ กิดอันตรายต่าง ๆ
ควรใชเ้ สน้ ทางทม่ี คี นมาก ๆ เพราะผ้รู ้ายจะไม่กล้า
กระทาความผิด


Click to View FlipBook Version