The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หากตอนนั้น...ที่เล่าทฤษฎีการเรียนรู้ของB.F.Skinnerผ่านตัวละคร4ตัว ออกมาเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด4เรื่อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PhacharamonMiw, 2020-10-24 13:51:52

หากตอนนั้น

หากตอนนั้น...ที่เล่าทฤษฎีการเรียนรู้ของB.F.Skinnerผ่านตัวละคร4ตัว ออกมาเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด4เรื่อง

บทนํา

-1-

บทนาํ

ณ มหาวทิ ยาลัยแหงหนึ่ง

ในชวงเที่ยงวัน นักศึกษาบางกลุมก็กําลัง
เรียนในหองเรียน บางกลุมก็รอที่จะเขาเรียนในคลาส
ถดั ไป บางกลมุ ก็กําลงั รบั ประทานอาหาร

แตมีกลุมนักศึกษากลุม หนึ่งที่กําลงั พูดคุยกัน
เรื่องสงิ่ ทีไ่ ดเ รียนมาในวนั น้ี

“วันนี้ท่ีอาจารยพูดเร่ืองทฤษฎีของสกิน
เนอรนะ มีใครพอจะอธิบายใหเราฟงไดไหม” กรเอย
ถามเพ่อื นภายในกลมุ ท่นี ่ังอยใู นบริเวณหนา คณะ

“ไดสิกร” โชนกลาวพรอมหยิบสมุดจดของ
ตัวเองออกมาจากกระเปา กอนจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับ
ทฤษฎี

-2-

“ทฤษฎีของสกินเนอรหรือวาทฤษฎีการวาง
เงื่อนไขดวยการกระทาํ ของสกินเนอร ตวั สกนิ เนอรเ นย่ี
นะเขาเชอ่ื วา การเรียนรูจ ะเกดิ ข้ึนไดภายใตเ งือ่ นไขและ
ก็สภาวะแวดลอ มทีเ่ หมาะสม”

“ประมาณวา ถาพฤติกรรมหนง่ึ นํามาซงึ่ ความ
พึงใจของตัวบุคคล พฤติกรรมน้ันก็จะมีเพ่ิมข้ึน แตใน
การกลบั กนั ถาพฤตกิ รรมไหนที่ทําแลวไมไดม าซึ่งความ
พงึ พอใจ พฤติกรรมนนั้ กจ็ ะลดลงจนหายไปเลย”

กรพยักหนาเหมือนกับกําลังบอกวาเขาใจใน
สิ่งที่โชนพูด กอนจะเอยถามตอวา “แลวที่มีการ
เสริมแรง การลงโทษอะไรน้ันคืออะไรเหรอ”

“กร น่ีนายไดเ ขาเรยี นหรอื เปลาเนีย่ ”

-3-

“ดูเขาสิปกรณ เขานะเขาอยูแลว ฉันแคไม
คอยเขาใจเทาไหร เลยมาถามใหเขาใจแบบแจมแจงนี่
ไง”

“จรงิ หรอื เปลา กไ็ มรู เราเห็นนายแอบหลบั ใน
หองอยูหรอกนะ” เจษฎพูดขึ้นแยงขอแกตัวของกรที่
กาํ ลงั เถยี งกับปกรณ

“พอกันท้ังสามคนนั้นแหละ มา เราอธิบาย
ตอจากโชนเอง” อาทิตยรีบตัดบทกอนท่ีท้ังสามคนจะ
เปดศกึ กนั ดว ยการอธิบายเนอ้ื หาของทฤษฎีตอ

“การเสริมแรงก็คือผลที่จะทําใหพฤติกรรม
น้ันมีแนวโมท่ีจะเพ่ิมข้ึน แลวการเสรมิ แรงก็แบงเปน 2
ประเภทคอื การเสรมิ แรงทางบวกและทางลบ”

-4-

“ใช สวนการลงโทษก็คือกลับกันเลย ทํา
เพ่ือใหพฤติกรรมนั้นลดลงหรือวาหายไปเลย แลวการ
ลงโทษก็แบงเปน 2 ประเภทเหมือนกัน คือการลงโทษ
ทางบวกและการลงโทษทางลบ” โชนพูดอธบิ ายตอ

“แลวพอจะยกตัวอยางที่พอจะเขาใจงาย
หนอ ยไดไ หมอะ”

“ยอมรบั เถอะวาหลับในหอ งจริง ๆ นะ ”

-5-

ชยั ชนะเหนือธรรมชาตแิ ละ
เหนือตนเอง แตไ มเ คย
เกีย่ วกับคนอื่น

-B.F. Skinner-

-6-

เร่อื งท่ี 1
-การลงโทษทางลบ-
(Negative Punishment)

-7-

“…หากตอนนนั้ เขาไมพูดแบบน้ัน…”

“ถาเลาเร่ืองมันก็ยังเขาใจงายแลวก็เอาไป
ประยุกตใชตอไดงายกวาไง เจษฎอยามองโลกในแง
รา ยนกั เลย”

“งั้นเรามาเลา เรอ่ื งท่ีพอจะเปนตัวอยางใหกร
ไดก ันดีกวาเนอะ” โชนพดู

“เราเลาเอง” เจษฎขออาสาเลาเรื่องเปนคน
แรกอยางขันแข็ง “ของเรานาจะเปนการลงโทษแบบ
ทางลบนะ”

-8-

“ตอนท่ีเรายังอยูในชวงเตรียมตัวสอบเขา
มัธยมปลายนะ ชวงน้ันเราไมค อยตงั้ ใจเรียนเลย แถมก็
ยังไมร อู กี วา จะเขา เรยี นท่ีไหนดี”

“ชีวิตดรามา เหรอเนย่ี เจษฎ”

“อยาขัดเจษฎสิกร เพื่อนอุตสาหเลาเปน
ตัวอยางใหฟงนะ” อาทิตยพูดปามกร ท่ีกําลังกระเซา
เยา แหยเ จษฎ

“แลวพอใกลช ว งสอบเขา มาเรื่อย ๆ เราก็เร่มิ
จะรูแลวแหละวาเกรดเราคงนอยมากแน ๆ แลวก็มีครู
คนหน่ึงถือใบเกรดของเทอมแรกแลวมาพูดกับเรา
วา ….”

-9-

‘เกรดแคนี้จะไปเขา
ที่ไหนได เจษฎา’

-10-

“หลังจากน้ันเราก็พยายามขยันเรียนข้ึนมา
เลย แบบน้ีก็เปนการลงโทษทางลบ แบบที่ทําในส่ิงท่ี
ตวั บุคคลไมพ ึงพอใจแลว ทาํ ใหพฤติกรรมลดลง”

“เอาเขาจริง ๆ เราก็ไมชอบอะไรแบบน้ี
หรอก ถาตอนนั้นตั้งใจเรียนมาก ๆ เราก็จะไมถูกพูด
แบบนใี้ ส เพราะง้นั กเ็ ลยพยายามต้งั ใจเรียนตลอดเลย”

-11-

เร่ืองท่ี 2
-การลงโทษทางบวก-
(Positive Punishment)

-12-

“หากตอนนน้ั ไมท าํ แบบน”ี้

“แตก็ไมใ ชทกุ คนท่จี ะมแี รงดันผลกั จากคําติ
สักหนอย” กรพูดเม่ือฟง เรอ่ื งของเจษฎจ บ

“ทําไงได กต็ อนนนั้ ไมตง้ั ใจเรยี นจรงิ ๆ”
“แตเราเหน็ ดว ยกับกรนะ ทกุ คนไมไ ดโ อเค
กับคาํ ติ บางทีเขาอาจจะพยายามจนถึงท่ีสุดแลวกไ็ ด”
อาทติ ยก ลา วเห็นดวยกับกรอีกคน พรอ มกบั เพอื่ นๆใน
กลุมกพ็ ลางพยักหนาเห็นดว ย
“ชางเถอะ ยังไงมันก็ชว ยทําใหฉันขยนั ข้ึนมา
จากแตกอ นเยอะเลย”
“งน้ั ฉนั เลาตอ จากเจษฎเ อง” ปกรณอาสา

-13-

“เอาสิ เรอื่ งของปกรณเ ปนการเสริมแรงหรอื
วาการลงโทษละ ” โชนถาม

“เอาจริง ๆ ก็ยงั ไมคอ ยแนใ จเทา ไหร ลองฟง
เรอ่ื งกอ นแลววิเคราะหก ันดีกวา” ปกรณวาเชนนั้น
กอนจะเริม่ เลา เร่ืองของตัวเอง

“ตอนน้ันกอ นท่ีจะถึงชวงท่ีสอบเขา
มหาวทิ ยาลยั นะ ฉันกไ็ มคอ ยจะสนใจเทาไหร หนังสือท่ี
ซอื้ มาสาํ หรบั อานเขา สอบกไ็ มชอบอา น เพราะคดิ วา
เดย๋ี วกเ็ ขา มหาวทิ ยาลยั เอกชนก็ได แตว าครอบครวั
ฉนั นะ สิไมยอม จะใหเขา มหาวทิ ยาลัยรฐั บาลใหไ ด
เลย”

“ฉันเลยตอ งถูกติวเขม และครอบครวั ฉนั ก็
ยงั คอยคุมตอนทอ่ี านหนงั สอื ตลอดดว ย”

-14-

“ตอนนัน้ ติดโทรศพั ทกบั เกมมาก ๆ เลย แตก็โดนส่งั
หามไมใ หเ ลน จะเลนไดก ต็ อ เมอ่ื สรปุ เนื้อหาได 1 บท
บทละ 30 นาทเี ทาน้ัน”

-15-

“พอไดขอตกลงแบบน้ีมา ฉันก็ตองทําตาม
แบบขัดไมไดเลย อยากจะเลนแตก็ตองสรุปเน้ือหา
กอ น”

“นาจะเปนการลงโทษแบบทางบวกนะเรา
วา ” โชนพดู

“คิดเหมอื นกนั เลย เปนการลงโทษทางบวกที่
เอาส่ิงท่ีตัวบุคคลพึงพอใจออก ทําใหพฤติกรรมลดลง
ก็เหมือนกับที่ครอบครัวของปกรณหามไมใหเลน
โทรศัพท พฤติกรรมที่ไมคอยอานหนังสือของปกรณ
เลยลดลง” อาทติ ยพดู เสรมิ

“เปนการลงโทษท่ีดีอยูนะ ก็ถือวาเปนการ
แลกเปล่ียนกันอีกที แถมก็ยังสงผลดีกับตัวนายดวย
ปกรณ” กรพดู เม่ือฟงอาทิตยอ ธบิ ายจบ

-16-

“ ต อ น แ ร ก ฉั น เ กื อ บ เ ข า ใ จ ว า มั น คื อ ก า ร
เสรมิ แรงทางลบซะอกี ” ปกรณเ อย

“มันเหมือนกันก็จริง แตก็ยังมีความแตกตา ง
กันอยู” โชนตอบ

เม่ือกรฟงโชนที่ตอบปกรณจบก็ไดแตขมวด
ค้ิวไมเขาใจ “แตกตางเหมือนกันยังกับเพลงของ
Getsunovaเลย”

-17-

เรอ่ื งที่ 3
-การเสรมิ แรงทางลบ-
(Negative Reinforcement)

-18-

“หากตอนนนั้ รีบอกี หนอย”

“แลวท่ีวาแตกตา ง น่ีมันแตกตางกันตรงไหน
เหรอ” กรถาม

“ท่ีแตกตางแน ๆ เลยก็คือการลงโทษคือลด
พฤติกรรม สวนการเสริมแรงก็เปนการเพิ่มพฤติกรรม
อยางเรอื่ งของเรากับปกรณม นั ก็คอื การลดพฤติกรรมที่
ไมดีของตวั เองดวยการเอาส่ิงที่พงึ พอใจออกไป” เจษฎ
อธบิ ายกรเพ่ิม

-19-

แตส่ิงที่ไดกลับมาคือหนาของกรที่ขมวดค้ิว
ไมเขา ใจ

“ง้ันเราเร่ิมเลาเร่ืองเราเลยดีกวา กรจะได
เขาใจการเสริมแรงทางลบเลย” อาทิตยพูดกอ นจะเริ่ม
เลาเรอ่ื งของตวั เอง

“เราตอนนั้นกําลังอยูในชวงที่งานเยอะมาก
ๆ เลย ทั้งการบาน รายงาน อะไรอีกหลายอยางเลย
แตก็ชอบผัดที่จะทําอยูบอ ย ๆ จนมันเริ่มเยอะข้ึนเร่อื ย
ๆ”

-20-

“จนคิดวาถาไมเร่ิมทําสักที ตองแยแน ๆ เพราะง้ัน
เรากเ็ ลยรบี ทาํ ใหเ สรจ็ ภายในไมถงึ สัปดาหเลย จากที่
ตอนแรกคิดวา เวลานอยแตอยดู ี ๆ กเ็ หลอื เวลาเพียบ
เลย”

-21-

“เพราะแบบน้ันทุกวันนี้เวลามีงานอะไร เรา
ก็จะรีบทําเลยแบบทันที เพื่อที่จะไดมีเวลาเหลือไวทํา
อยา งอน่ื อกี ”

“แบบนี้ถือวาเปนการเสริมแรงทางลบ คือ
การเพ่ิมพฤติกรรม เพื่อใหส่ิงท่ีตัวบุคคลไมพึงพอใจ
ลดลงเหมือนกบั ทอ่ี าทติ ยทํางานเยอะ ๆ เพื่อท่จี ะไดไ ม
มีงาน” โชนอธบิ ายเสริม

“คลาย ๆ กันจริงดวย นี่ถาไปอานเองตอ งงง
มากแนเลย”

-22-

เร่ืองที่ 4
-การเสรมิ แรงทางบวก-
(Positive Reinforcement)

-23-

“หากตอนนั้นกลาอกี หนอย”

“แลวการเสริมแรงทางบวกละ เหมือนกับ
การเสรมิ แรงทางลบหรือเปลา” กรถาม

“การเสริมแรงทางบวกดูงายที่สุดแลว เปน
อะไรท่ีเบสกิ มาก ๆ เลย ตรงไปตรงมามาก” ปกรณพ ูด

“แลวมันเปนยังไงละ ”
“ก็ท้ังสิ่งเราแลวก็พฤติกรรมก็ไปในทางบวก
ท้ังคูไง กร” โชนพูด “ถึงตาเราเลาบางแลว เด๋ียวพอ
เราเลา จบ กรกจ็ ะเขา ใจแบบแจมแจงเลย”

-24-

“เรามีหลานอยูคนหนึ่ง ปกติแลวหลานเรา
เปนคนท่ีขี้อายมาก ๆ ไมคอยจะกลาคุย กลาพูด กลา
ทาํ อะไรสักเทา ไหร”

“เดาวาเปนหลานสาวแน ๆ ขี้อายแบบน้ี”
กรพูด

“ใชเลย เปนหลานสาว แลวพอเปนแบบน้ี
เวลาอยูในหองเรียนก็ย่ิงไมคอยมีสวนรวมกับเพื่อนใน
หอง ท่ีบานเราก็พยายามหาทางวาจะทํายังไงดีให
หลานเราอยา งนอยใหม ีความกลา มาสกั นดิ ”

-25-

“ก็เลยพยายามใหรางวัลหรือวาสิ่งทห่ี ลาน
ชอบทุกครั้งที่ทํากิจกรรมกันที่บาน เวลาสอนทํา
การบานแลวหลานตอบถูก ก็จะชม บางทีก็จะให
ขนม”

-26-

“พอทําแบบน้ีบอย ๆ เขา หลานเราก็เริ่มที่
จะกลาท่ีจะพูดมากขึ้น เหมือนกับวาเขาเขาใจวา ถาพูด
หรอื วา ทําถกู ก็จะไดสง่ิ ทด่ี ตี อบกลบั มา”

“เขา ใจแหละ การเสรมิ แรงทางบวกกค็ ือการ
ใหส่ิงท่ีตัวบุคคลพึงพอใจ ใหพฤติกรรมมันเพิ่มข้ึนแบบ
นี้ถูกไหม”

“ใชเลยกร ปกรณถึงไดบอกวาทางเสริมแรง
ทางบวกนะงายที่สุดไง ตรงไปตรงมาที่สุดใน 4
ประเภทเลย” อาทติ ยพ ูดเสริม

“ฉนั มคี าํ ถามอีกขอ” กรพูด

-27-

“ แ ล ว
แ บ บ นี้ เ ร า ค ว ร
เลือกใชประเภท
ไหนมากกวากัน
ละ”

-28-

บทสรุป

-29-

“หากตอนนนั้ ตอ งเลือก”

“ถาเราตองเลือกใชวิธีไหนสักวิธี เราควรใช
อันไหนมากท่ีสุดละ เอาแบบเห็นผลแบบชะงัดนัก
เลยนะ”

“นั้นนะสิ เราก็คิดแบบกรนะ 4 ประเภทนี้ก็
ไดผลเหมือนกันหมด แตวาเราควรจะใชประเภท
มากกวากันละ” ปกรณพูดเสริมพลางหันไปหาเจษฎท่ี
กําลังทําหนาครนุ คิดอยู

“เราวามันนาจะข้ึนอยูกับบุคคลหรือเปลา”
เจษฎเ สนอ

-30-

“ประมาณวาคน ๆ น้ันเหมาะกับประเภท
ไหนมากกวากนั ”

“เราก็คิดแบบน้ันนะ” โชนพูดกอนจะหันไป
ถามอาทิตยท ่ีน่ังอยขู า ง ๆ “คิดเหมือนกันไหมอาทติ ย”

“เราวาทุกประเภทนาจะสามารถปรับใชได
ในทุกกรณีนะ เราวานาจะขึ้นอยูกับท้ังผูใชและตัว
บุคคลเองดวย” อาทิตยพูดกอนจะวาตอ “แตสําหรับ
เรา เราคอนขางไมเ ห็นดวยกับการลงโทษทางลบนะ”

ทุ ก ค น ต า ง พ า กั น พ ยั ก ห น า เ ห็ น ด ว ย กั บ
อาทิตยท ุกคําพูด

“ใช ฉันเห็นดวยนะ การลงโทษทางลบมัน
คอนที่จะรุนแรงไปท้ังในเรื่องคําพูดก็ดี หรือบางครั้งก็
เกย่ี วกับการใชความรนุ แรงดว ย”

-31-

“อันนี้เราเห็นดวยสุดๆเลยปกรณ ไมใชทุก
คนที่จะรบั สภาพกดดันแบบนัน้ ได”

“ใช มันอาจจะไดผลก็จริง แตอาจจะไม
ไดผ ลกับทกุ คน”

-32-

“ทกุ อยางกต็ องขึ้นอยูก ับความเหมาะสมของ
แตละกรณี อยูท่ีเราจะประเมินมันออกมากกวา
อยางเชนเด็กคนหน่ึงท่ีไมชอบทําการบาน เราก็อาจจะ
ใหส ิง่ เราเปนสง่ิ ชกั จูงใหเ ขาทํา” โชนพดู เสรมิ

“แตวิธีน้ีก็อาจจะไมไดผลกับเด็กอีกคนท่ี
อาจจะทําเปนปกติอยูแลว แตเขาอาจจะมพี ฤตกิ รรมท่ี
ไมด มี ันก็ตองหาวิธท่จี ะลดพฤติกรรมนน้ั ”

“ถาเราอยากท่ีจะลดพฤติกรรมที่ไมดี เราก็
นาจะใชประเภทของการลงโทษ อาจจะใชทางบวก
เพื่อใหเกิดความสรางสรรคมากกวาการใชทางลบ แลว
ถาอยากเพิ่มพฤติกรรมที่ดี ก็ใชเสริมแรง แตการ
เสริมแรงมันก็มคี วามสรา งสรรคทงั้ 2 ประเภท”

-33-

“แบบน้ีเอง มันก็ข้ึนอยูกับท่ีเราจะเลือกใช
ตามความเหมาะสม” กรพูด “แบบน้ีเขาใจขึ้นกวา เดมิ
เยอะเลย ขอบคณุ ทุกคนมาก ๆเลย”

“ไมเ ปนไรเลย แตวา นะเราวากรตอ งโดนการ
ลงโทษแลว แหละ แอบหลบั ในหอ งตลอดไมไ ดน ะ”

“ใหอ ภัยดวยครับบบบ”
“ฮา ฮาฮา ฮาฮา ”

-34-

คุณผูอานทุกทานที่กําลังอานขอความน้ี เรา
หวังวาขอมูลของเราจะสามารถทําใหคุณเห็นผลของ
แงม มุ ตาง ๆ และนาํ ไปประยุกตใ ชไ ด ไมว าคณุ จะดํารง
อยูในสวนไหนของสังคม คุณสามารถนําขอมูลจุดน้ีไป
ใชได ไมวาจะกับนักเรยี นของคุณ หรือแมกระทง่ั ลูก ๆ
ที่บา นของคณุ

หากในวัย
เยาวถูกกระทําแบบ
ผดิ แปลกไป วยั เยาว
จ ะ ไ ม ใ ช ส่ิ ง ที่ น า
จ ด จํ า ข อ ง เ ข า
ตลอดไป

-35-

ผลของการกระทาํ มีผลกระทบตอ โอกาสที่จะเกิดขน้ึ
อีกคร้งั

-B.F. Skinner-

-36-

บรรณานุกรม
ซัยมาร เห็มเอียด. (2558). ทฤษฎขี องสกินเนอร.
สบื คน 12 ตลุ าคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/saimahameaid05
7/
ธีรเดช สะตอื บา. (2560). จติ วทิ ยาสําหรบั ครู. สบื คน
12 ตลุ าคม 2563, จาก
https://yee2539.blogspot.com/2017/
บา นจอมยุทธ. (2543). ทฤษฎีการเรียนรูก ลมุ
พฤติกรรมนยิ ม. สืบคน 13 ตลุ าคม 2563, จาก
https://www.baanjomyut.com/library_3/

-37-

มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . (2559).
จิตวทิ ยาสาํ หรับครู. สบื คน 14 ตุลาคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/psychologybkf1/
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา. (2558). ทฤษฎขี อง
นักจิตวิทยา. สืบคน 14 ตลุ าคม 2563, จาก
https://nukjit.blogspot.com/p/

-38-


Click to View FlipBook Version