The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะฯ ชุดที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somchai Thoonmark, 2024-04-02 10:30:44

แบบฝึกทักษะฯ ชุดที่ 2

แบบฝึกทักษะฯ ชุดที่ 2

“หากงานเขียนมีโครงเรื่องดีจะมีชัยเกินกว่าครึ่ง” เป็นคำกล่าวที่หลายคนคุ้นหู ซึ่งเมื่อได้ศึกษาตำราทางวิชาการแล้วจะพบว่า คำกล่าวนี้เป็นความจริง แต่สิ่งที่เป็นปราการ ด่านยากสำหรับนักเขียนเรียงความมือใหม่ คือ จะเขียนโครงเรื่องอย่างไรให้ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นโครงเรื่องที่ดีเพื่อใช้เป็นเข็มทิศให้สามารถเขียนเรียงความได้ดีผู้เขียนจึงนำ มวลประสบการณ์ของการเป็นนักเขียนเรียงความล่ารางวัลมากกว่า 15 ปีมาเรียบเรียงและ สร้างสรรค์เป็นแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยสำหรับพัฒนาความสามารถการเขียนเรียงความของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีความยึดมั่นผูกพันกับการเรียนต่างกัน โดยใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ร่วมกับกระบวนเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (CO – 5 STEPS) แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ชุดที่ 2 How to…เขียนโครงเรื่องเรียงความ ฉบับนี้ ประกอบด้วย คำชี้แจง ใบความรู้ กิจกรรมฝึก คำแนะนำและแหล่งข้อมูลสำหรับค้นคว้าเพิ่มเติม และแนวคำตอบหรือเกณฑ์ การประเมิน เพื่อฝึกฝนและพัฒนานักเรียนให้สามารถเขียนโครงเรื่องเรียงความได้จริง แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ที่เกิดจากพลังแห่งความตั้งใจของผู้เขียน น่าจะปรับมุมมองของนักเรียนที่คิดว่า “เรียงความ คือ ยาขม” เปลี่ยนเป็น “เรียงความ คือ ขนมหวาน” เพราะแบบฝึกทักษะจะช่วยสร้าง ความเข้าใจที่ชัดเจน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติควบคู่ไปพร้อมกัน เพื่อให้ นักเรียนมีความสามารถการเขียนเรียงความที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้สอนที่จะนำไปใช้จัดการเรียนรู้ หรือเป็นแนวทางใหม่สำหรับบุคคลทั่วไป ที่สนใจพัฒนาความสามารถการเขียนเรียงความให้ดียิ่งขึ้น ผู้เขียนขอขอบคุณ ผู้เชี่ยวชาญและทุกท่านที่สนับสนุนให้แบบฝึกทักษะนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี สมชาย ทุนมาก คำนำ


สารบัญ บรรณานุกรม 23 กิจกรรมที่ 1 ความหมายและความสำคัญของโครงเรื่อง 5 กิจกรรมที่ 2 วิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ 9 กิจกรรมที่ 3 การเขียนโครงเรื่องเรียงความ 16 กิจกรรมที่ 4 ภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านฉันกับการสร้างสรรค์ โครงเรื่องเรียงความ 18 แนวคำตอบ/เกณฑ์การประเมิน 19 คำชี้แจง 1 สาระสำคัญและจุดประสงค์การเรียนรู้ 2 ใบความรู้ที่ 1 ความหมายและความสำคัญของโครงเรื่อง 3 ใบความรู้ที่ 2 ลักษณะของโครงเรื่องเรียงความที่ดี 6 ใบความรู้ที่ 3 ขั้นตอนการเขียนโครงเรื่องเรียงความ 13 ประวัติผู้เขียน 24


แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ชุดที่ 2 How to…เขียนโครงเรื่องเรียงความฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนศึกษา หลักการวางโครงเรื่อง และฝึกปฏิบัติการเขียนโครงเรื่องเรียงความ เพื่อให้นักเรียน สามารถใช้แบบฝึกทักษะชุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีคำชี้แจงดังต่อไปนี้ 1. แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ชุดที่ 2 How to…เขียนโครงเรื่องเรียงความ ประกอบด้วย เนื้อหาการเรียนรู้ 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ความหมายและความสำคัญของโครงเรื่อง ตอนที่ 2 ลักษณะของโครงเรื่องที่ดี ตอนที่ 3 ขั้นตอนการเขียนโครงเรื่องเรียงความ 2. เนื้อหาแต่ละตอนจะให้ความรู้แก่นักเรียน มีตัวอย่างประกอบ และมีคำถามกระตุ้นความคิดหรือกิจกรรมฝึกให้นักเรียนได้สรุปองค์ความรู้ ก่อนที่จะเรียนรู้ตอนต่อไป สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรเปิดดูเฉลยก่อนตอบคำถาม หากตอบไม่สอดคล้องกับเฉลยควรกลับไปทบทวนให้เข้าใจอีกครั้ง 3. นักเรียนต้องศึกษาความรู้และทำกิจกรรมตามลำดับที่กำหนดไว้ ในแบบฝึกทักษะ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ สัมพันธ์ต่อเนื่องกัน ซึ่งจะช่วยให้ นักเรียนเข้าใจและเขียนเรียงความได้ดียิ่งขึ้น 4. แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสุโขทัย ชุดที่ 2 How to…เขียนโครงเรื่องเรียงความใช้เวลาเรียนรู้ 2 ชั่วโมง 1


สาระสำคัญ การเขียนโครงเรื่องเป็นการสร้างเค้าโครงของเรียงความที่เกิดจากแนวความคิดสำคัญ ของชื่อเรื่อง การวางโครงเรื่องมีความสำคัญต่อการเขียนเรียงความมาก เพราะโครงเรื่อง เรียงความที่ดีสามารถแสดงจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องได้ ช่วยให้เขียนเรื่องราวตามลำดับ ไม่วกวน โดยผู้เขียนอาจคิดประเด็นโครงเรื่องขึ้นเองหรือนำข้อมูลที่รวบรวมมาจัดหมวดหมู่ เรียงลำดับความคิดให้สัมพันธ์กัน การเขียนโครงเรื่องเริ่มจากการวิเคราะห์ตีความชื่อเรื่อง เพื่อสร้างแนวคิดสำคัญ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล วางโครงเรื่อง เขียนร่าง ทบทวน และเลือก ประเด็นโครงเรื่องที่จะใช้เขียนเรียงความ นักเรียนสามารถเขียนโครงเรื่องเรียงความได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 2


2 3 ใบความรู้ที่ 1 ความหมายและความสำคัญของโครงเรื่อง ความหมายของโครงเรื่อง โครงเรื่องเรียงความ คือ เค้าโครงของงานเขียนเรียงความ เกิดจากการนำประเด็น ความคิดที่เกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องที่จะเขียน มาจัดหมวดหมู่หรือเรียงลำดับก่อน-หลัง เพื่อใช้เป็น แนวทางในการเขียน ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้หรือความคิดอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม ประเด็นสำคัญ และตรงจุดมุ่งหมายของเรื่องที่ต้องการเขียนนำเสนอ เป็นเข็มทิศ หรือ GPS ของการเขียนเรียงความ เพราะช่วยกำหนดกรอบเนื้อหา หรือประเด็นที่เขียน โดยโครงเรื่อง “ทำหน้าที่แสดงจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่อง” ช่วยให้เรียงความมีมุมมองการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเกิดจากการเลือกประเด็นโครงเรื่อง ช่วยให้เขียนเรื่องราวตามลำดับ ไม่วกวน และช่วยป้องกันไม่ให้เขียนออกนอกเรื่อง ความสำคัญของโครงเรื่องเรียงความ 1 2 3


4 ลักษณะของโครงเรื่องเรียงความจะเป็นข้อความ หรือ ประโยคสั้น ๆ ที่เกิดจากความคิด ของผู้เขียนหรือได้มาจากการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้ ลักษณะของโครงเรื่องเรียงความ จุดมุ่งหมาย : ให้ความรู้เรื่อง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอบเขตของเรื่อง : กล่าวถึงความสำคัญของโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัยในฐานะเป็นมรดกโลก 1. คำนำ 2. เนื้อเรื่อง (โครงเรื่อง) 2.1 ความสำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 2.2 เอกลักษณ์ของโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 2.3 แนวทางการปลูกฝังให้เยาวชนภูมิใจและร่วมกันอนุรักษ์ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 3. สรุป ตัวอย่าง จากโครงเรื่องแสดงให้เห็นว่า ส่วนเนื้อเรื่องมี3 ย่อหน้า ส่วนคำนำ 1 ย่อหน้า และส่วนสรุปอีก 1 ย่อหน้า ดังนั้น เรียงความเรื่องนี้ มีความยาวทั้งหมด 5 ย่อหน้า โครงเรื่องเรียงความ เรื่อง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


ความหมายและความสำคัญของโครงเรื่อง กิจกรรมที่ 1 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงอธิบายความหมายของโครงเรื่องเรียงความ (1 คะแนน) _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ 2. โครงเรื่องเรียงความมีความสำคัญอย่างไร (3 คะแนน) _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ 3. หากนักเรียนต้องเขียนเรียงความ เรื่อง “ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น” ควรกำหนด จุดมุ่งหมายตามข้อใด (จงทำเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อความที่เหมาะสมที่สุดเพียง 1 ข้อ) (1 คะแนน) O แนะนำให้ผู้อ่านรู้จักผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น O แนะนำขั้นตอนการทอผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น O อธิบายการเพิ่มมูลค่าให้ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น 5


ใบความรู้ที่ 2 ลักษณะของโครงเรื่องเรียงความที่ดี โครงเรื่องเรียงความที่ดี จะต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญ ดังนี้ โครงเรื่องต้องสามารถแสดงจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องได้ ประเด็นของโครงเรื่อง ต้องไม่มีประเด็นที่อยู่นอกขอบข่ายของเรื่อง โดยแต่ละประเด็น ต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นเรื่องราวเดียวกัน (มีเอกภาพ) ประเด็นของโครงเรื่องเรียงความมีการลำดับความสำคัญ เรียงร้อยได้สัมพันธ์ เกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด (มีสัมพันธภาพ) เมื่อขยายความจะทำให้อ่านเข้าใจง่าย ไม่สับสน (มีสารัตถภาพ) 6 1 2 3 เมื่ออ่านหรือเขียนเรียงความแต่ละเรื่อง จึงควรวิเคราะห์ประเด็นของโครงเรื่อง เรียงความแต่ละย่อหน้าว่าสอดคล้องกับ ลักษณะของโครงเรื่องเรียงความที่ดีหรือไม่ อย่างไร ซึ่งมีหลักการวิเคราะห์ 3 ประการ ดังข้อความข้างต้น


7 อ่านตัวอย่างเรียงความ เรื่อง “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” แล้วพิจารณาตัวอย่าง การวิเคราะห์โครงเรื่อง จะช่วยให้เข้าใจยิ่งขึ้น รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม ตัวอย่างการวิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ “คุณมีฮีโร่ในดวงใจไหม?”เป็นคำถามที่มีมากกว่าล้านคำตอบ แต่หนึ่งในคำตอบที่เด็กทุกคน ตอบเหมือนกัน คือ ทุกคนมีอัศวินคนโปรดในใจเสมอ เฉกเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มชนบทอย่างผม ที่มีอัศวินต้นแบบน่าประทับใจจากการอ่านวรรณกรรมชาดกร่วมสมัยของพระนวมราช เรื่อง “พระมหาชนก” ในครั้งที่กำลังล่องเรือสำเภาไปทำการค้าแล้วประสบกับพายุโหมกระหน่ำจนเรือ อับปาง พระองค์ทรงมีสติรู้ตัวจึงเสวยอาหารจนอิ่มแล้วทรงนำผ้ามาชุบน้ำมันแล้วนุ่งอย่างแน่นหนา ด้วยพระวิริยะที่เปี่ยมด้วยปัญญาธรรมแห่งการรู้คิดอย่างรอบคอบของพระมหาชนกส่งผลให้สามารถ ฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาได้ด้วยดี และในตอนที่ทรงสร้างปูทะเลย์มหาวิชชาลัยให้เป็นสถาบันการศึกษา ทำให้ชาวเมืองมีปัญญา ไม่หลงผิดในโมหภูมิ ยังผลให้บ้านเมืองใต้การปกครองของพระองค์เป็น “เมืองมิถิลาไม่สิ้นคนดี” ฉากสำคัญเหล่านี้ คือประจักษ์พยานยืนยันให้ผมยึดจรรยาปฏิบัติอันดีงาม ของพระมหาชนกเป็นมรรคาของการเป็นบุคคลที่ “รู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม” การรู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 จาก นายกรัฐมนตรีที่มอบให้เป็นของขวัญล้ำค่าแก่เด็กไทย เพราะสอดคล้องกับอมตะธรรมร่วมสมัยจาก เรื่องพระมหาชนกและเป็นแนวปฏิบัติที่มีประโยชน์ต่อการครองชีวิตในทุกช่วงวัย นับว่าเป็นรหัสพัฒนา ใหม่ที่ช่วยเจียระไนเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองดี นำประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ โดยแท้ เนื่องจากเด็กและเยาวชนทุกคนสามารถปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าวได้จริง และก่อประโยชน์มหาศาล ดังนี้ ประการแรก รู้คิด คือ พลังพิชิตความสำเร็จ เพราะการรู้คิดเป็นพื้นฐานของ การมีสติที่ก่อให้เกิดปัญญาอันเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาสู่วงจรการพัฒนาทุกสิ่ง เช่น การที่เด็กและเยาวชนไทยเป็นผู้รู้คิด คือ คิดดีด้วยการใช้สติแก้ปัญหา แล้วพัฒนา ด้วยการคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างกว้างขวาง ฯลฯ ส่งผลให้ประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลแห่งการเรียนรู้ รักการเรียนรู้อยู่เสมอ และพร้อมสำหรับการพัฒนาทุกมิติรอบด้าน


8 ประการที่ 2 ความรอบคอบ คือคำตอบของผู้มีชัย ความรอบคอบเกิดจากการไตร่ตรอง อย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นการคิดขั้นสูงที่ต้องดำเนินควบคู่กับการปฏิบัติจึงจะบังเกิดผลสำเร็จ งดงาม เช่น เด็กและเยาวชนไทยสามารถดำเนินชีวิตวิถีใหม่ คือ จัดสรรเวลาเรียนออนไลน์หลายวิชา สวมหน้ากากอนามัย ใส่ใจล้างมือ ยึดถือระยะห่างระหว่างสังคมอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการคิดวางแผน การดำรงชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถสู้ภัยโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย ฯลฯ อันเป็น ตัวอย่างการคิดรอบคอบอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องตระหนักถึงเหตุและผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำ พร้อมทั้งเตรียมแผนรับมือในทุกสภาวการณ์ได้อย่างทันท่วงที วิกฤติโควิด-19 นี้จึงเป็นโอกาสดี ที่ช่วยให้เด็กไทยได้ฝึกตนเองมีความรอบคอบอันเป็นหัวใจสำคัญของการดำรงชีวิตและประกอบ กิจการงานทั้งปวงให้ลุล่วงด้วยดีต่อไป ประการที่ 3 รับผิดชอบต่อสังคม บ่มเพาะพลังคนดีมีจิตอาสา ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของ คนในสังคม เพราะการรับผิดชอบต่อสังคม คือ การมีสำนึกรักและร่วมดูแลรักษา ตลอดจนพัฒนา สังคมให้ดีงาม ผ่านการแบ่งปันอันเป็นการให้แบบสังฆทาน คือ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งเป็นพลังยิ่งใหญ่ แต่พลังที่ใหญ่ยิ่งกว่า คือ การลงมือทำ ทั้งนี้ ทุกคนสามารถปฏิบัติได้โดยง่าย เช่น การคัดแยกขยะก่อนทิ้งให้ถูกต้อง การร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานของรัชกาลที่ 10 โครงการตู้ปันสุขสู้ภัยโควิด นอกจากนี้ ผมเป็นคนจังหวัดสุโขทัยที่ประสบอุทกภัยทุกปีและผมจะไป ช่วยแจกข้าวแจกน้ำให้กับผู้เดือนร้อน หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการแจกข้าวหรือน้ำ แต่ผมกลับ มองว่าสิ่งนี้คือ น้ำใจที่หยิบยื่นให้แก่กัน สู้ปัญหา ฟันฝ่าอุปสรรค และรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพราะเราคือคนไทย รางวัลของผู้รู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม คือ ความสำเร็จในการครองตน ครองคน และครองงานอย่างมีความสุข ทวีผลให้สังคมไทยผาสุก เพราะมีเด็กและเยาวชนผู้เป็น กำลังสำคัญของชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต เป็นคนดีมีคุณธรรม เพราะคุณธรรม คือ ธรรมที่ให้ คุณแต่ธรรมที่จะให้คุณได้ คือ คุณต้องลงมือทำ ดังนั้นเด็กและเยาวชนทุกคนจึงควรดำเนินชีวิต เฉกเช่นพระมหาชนก ร่วมสร้างวัฒนธรรมการเป็นบุคคลที่รู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม เพราะทุกคนคือฮีโร่ที่ธำรงสังคมไทยเป็นสังคมสันติสุขสืบไปอย่างแท้จริง รางวัลชมเชย ระดับประเทศ ปี 2565 โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผลงานของเด็กชายเสฏฐพงศ์ ทุนมาก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองเชลียง ครูผู้การสนับสนุน นางสาวศุภรดา ไพรสนธ์ และ นายสมชาย ทุนมาก


ผลการวิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ โครงเรื่องเรียงความ เรื่อง รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม ส่วนที่ 1 คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : ( โครงเรื่อง) ย่อหน้าที่ 2 ความสำคัญของการรู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม ย่อหน้าที่ 3 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รู้คิดที่สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ย่อหน้าที่ 4 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รอบคอบที่สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ย่อหน้าที่ 5 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคมที่สร้างประโยชน์ต่อตนเอง และส่วนรวม ส่วนที่ 3 สรุป : ย่อหน้าที่ 6 1. จุดมุ่งหมายของเรื่อง: นำเสนอมุมมองความคิดว่าการรู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่เด็กและเยาวชนสามารถปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและสังคม ขอบเขตของเรื่อง : นำเสนอแนวทางปฏิบัติตนเป็นผู้รู้คิด รอบคอบ และรับผิดชอบต่อสังคม 2. ประเด็นย่อยทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องหรือเป็นเรื่องราวเดียวกัน 3. ประเด็นย่อยมีการลำดับความสัมพันธ์ของเรื่องเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด 3.1 ความสำคัญของการรู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม 3.2 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รู้คิดที่สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 3.3 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รอบคอบที่สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 3.4 แนวปฏิบัติของการเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคมที่สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 9


วิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ กิจกรรมที่ 2 อ่านเรียงความ เรื่อง ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย และวิเคราะห์โครงเรื่อง โดยใช้แนวคิดลักษณะ โครงเรื่องเรียงความที่ดีตามประเด็นที่กำหนดไว้ 10 “มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพระพุทธศาสนา งามตา ผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข” จากคำขวัญที่ยกมา ข้างต้น สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนจก 9 ลายอันเป็นศิลปะแห่ง ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษของคนสุโขทัยได้สั่งสมและสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึง ปัจจุบัน ผ้าซิ่นตีนจกจังหวัดสุโขทัยเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวนหาดเสี้ยว ซึ่งอพยพมาจากเมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามา ตั้งภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ณ บริเวณลุ่มแม่น้ำยม ปัจจุบัน คือ บ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนหาดเสี้ยว จังหวัดสุโขทัยมีชื่อมาจากวิธีการทอที่สร้าง ลวดลายบนผืนผ้า โดยเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วง ๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของ ผืนผ้า เริ่มจากการใช้ไม้ขนเม่นหรือนิ้วมือ ยกซ้อนเส้นด้ายยืนขึ้นแล้วสอดใส่เส้นด้ายพุ่งพิเศษ เข้าไปตามจังหวะของลวดลายหรือเรียกว่า “จก” ผู้มีความชำนาญจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับอาการฉกของงู ผ้าตีนจกของชาวไทยพวนหาดเสี้ยวจะมีลวดลายสีสันหลากหลาย เนื่องจากใช้ด้ายพุ่งพิเศษสีต่างกัน ลวดลายด้านหน้าจะเรียบ ด้านหลังมีรอยต่อเส้นด้ายเป็นปุ่มปม ซึ่งการจกทั้งผืนแล้วนำไปต่อกับตัวและหัวซิ่นจึงเกิดเป็น “ซิ่นตีนจก” ผ้าตีนจก 9 ลาย


ผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนหาดเสี้ยว มีลักษณะพิเศษโดดเด่นที่แตกต่างจากผ้าซิ่นตีนจก ในพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากโครงสร้างของลวดลายบนผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวนั้น เป็นลายหลักแบบโบราณ คือ มีลวดลายหลักเฉพาะ 9 ลาย หรือที่เรียกกันว่า “จกเก้าลายของ ไทยพวนหาดเสี้ยว” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและการเลียนแบบ รูปทรงเรขาคณิต เกิดเป็นลวดลายอันวิจิตรงดงามที่แฝงความเชื่อ พลังศรัทธา และสะท้อนวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชนชาติพันธุ์ไทยพวนหาดเสี้ยวไว้อย่างชัดเจน ณ วันนี้ “ผ้าซิ่นตีนจก” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ควรอนุรักษ์สืบสานไว้ให้คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และชื่นชมความงดงามของเส้นใยและลวดลายบนผืนผ้าแห่งชีวิตที่แฝงความเชื่อและ จิตวิญญาณของคนไทยพวนไว้อย่างเต็มเปี่ยม ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลายจึงเป็นมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น ล้ำค่าที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนสุโขทัยตลอดไป เรียงความ เรื่อง ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย ส่วนที่ 1 คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : ( โครงเรื่องละ 1 คะแนน) ย่อหน้าที่ 2 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 3 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 4 _________________________________________ ส่วนที่ 3 สรุป: ย่อหน้าที่ 5 ผลการพิจารณาโครงเรื่องเรียงความ (3 คะแนน) 11


1. จุดมุ่งหมายของเรื่อง (1 คะแนน):______________________________________ _____________________________________________________________ ขอบเขตของเรื่อง (1 คะแนน): _______________________________________ _____________________________________________________________ 2. ประเด็นย่อยทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องหรือเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือไม่ อย่างไร (2 คะแนน) _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ 3. ประเด็นย่อยมีการลำดับความสัมพันธ์ของเรื่องเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอดหรือไม่ อย่างไร ในกรณี ที่นักเรียนคิดว่าสัมพันธ์กัน จงเขียนประเด็นย่อยที่สัมพันธ์กันมาด้วย (3 คะแนน) _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ _____________________________________________________________ ผลการวิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ (7 คะแนน) 12


ใบความรู้ที่ 3 ขั้นตอนการเขียนโครงเรื่องเรียงความ การเขียนโครงเรื่องเรียงความ คือ การเขียนประเด็นย่อยที่ได้จากการวิเคราะห์ตีความ ชื่อเรื่องเรียงความ โดยมีจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องเป็นเข็มทิศควบคุมแนวทางการเขียน ประเด็นย่อยที่เขียนอาจคิดขึ้นเองหรือค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้ โครงเรื่องเรียงความจะเป็น ตัวกำหนดความยาวและเรื่องราวของเรียงความตลอดทั้งเรื่อง ขั้นตอนของการเขียนโครงเรื่อง เรียงความ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. กำหนดจุดมุ่งหมายของเรื่อง เช่น ให้ผู้อ่านได้รับความรู้เกี่ยวกับอำเภอศรีสัชนาลัย 2. กำหนดขอบเขตของเรื่อง เช่น กล่าวถึงความสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัย 3. รวบรวมข้อมูลที่หลากหลาย แล้วคัดเลือกนำไปเขียนโครงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อเรื่อง เช่น 4. พิจารณาประเด็นย่อยว่าประเด็นใดซ้ำกันและควรรวมเป็นประเด็นเดียวกันได้ เช่น ประเด็นที่ 1 แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอศรีสัชนาลัย ประเด็นที่ 3 สถานที่สำคัญ และ ประเด็นที่ 8 โบราณสถาน ควรรวมเป็นประเด็นเดียวกันว่า “สถานที่สำคัญน่าเที่ยวชม” 5. ตัดสินใจว่าจะเขียนเรียงความโดยใช้โครงเรื่อง กี่ประเด็น เช่น จะเขียนเรียงความเพียง 3 ประเด็น อาจเลือกประเด็นสำคัญและน่าสนใจได้ดังนี้ ✓ ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น ✓ ความสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย ✓ สถานที่สำคัญน่าเที่ยวชม 13 เรียงความ เรื่อง ศรีสัชนาลัยบ้านเกิดที่ฉันภูมิใจ ประเด็นย่อยที่เกี่ยวกับชื่อเรื่อง คือ 1. แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอศรีสัชนาลัย 2. ความสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย 3. สถานที่สำคัญ 4. ประเพณีประจำท้องถิ่นที่แตกต่างจากถิ่นอื่น 5. เขตติดต่อกับอำเภออื่นหรือจังหวัดอื่น 6. ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของท้องถิ่นมีหลากหลายประเภท 7. เส้นทางคมนาคมสะดวกสบาย 8. โบราณสถาน


14 6. นำประเด็นที่ผู้เขียนตัดสินใจจะเขียนมาเรียงลำดับความสำคัญหรือลำดับก่อน – หลัง ว่าประเด็นใดควรกล่าวถึงเป็นอันดับที่ 1 2 และ 3 ดังนี้ 1. ความสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย 2. สถานที่สำคัญน่าเที่ยวชม 3. ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น ตัวอย่างโครงเรื่องเรียงความ โครงเรื่องเรียงความ ศรีสัชนาลัยบ้านเกิดที่ฉันภูมิใจ ส่วนที่ 1 คำนำ ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง (โครงเรื่อง) 2.1 ความสำคัญของอำเภอศรีสัชนาลัย 2.2 สถานที่สำคัญควรเที่ยวชม 2.3 ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น ส่วนที่ 3 สรุป โครงเรื่องจะเป็นตัวกำหนด ทิศทางและความสำเร็จของ เรียงความ ดังนั้น หากวาง โครงเรื่องได้ดี ย่อมสามารถ เขียนเรียงความที่ดีได้ อย่างแน่นอน


15


การเขียนโครงเรื่องเรียงความ กิจกรรมที่ 3 ให้นักเรียนวางโครงเรื่องของเรียงความ เรื่อง “หัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย” ที่กำหนดให้ โดยใช้จุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องที่ตั้งไว้เป็นตัวกำหนดประเด็นย่อย โดยคัดเลือก หรือปรับประเด็นย่อยที่เลือกเขียนลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (5 คะแนน) 16 จุดมุ่งหมาย : กระตุ้นให้ผู้อ่านเห็นคุณค่าและอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ในจังหวัดสุโขทัย ขอบเขตของเรื่อง : กล่าวถึงความสำคัญของงานหัตถศิลป์สุโขทัย ทั้งในแบบดั้งเดิม และแบบประยุกต์ศิลป์ที่สร้างสรรค์ให้ร่วมสมัย และร่วมกันอนุรักษ์ไว้สืบไป ประเด็นย่อยที่กำหนดให้มีดังนี้ 1. ความหมายของงานหัตถศิลป์ 2. ภูมิหลังและความสำคัญของงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย 3. ทองโบราณสุโขทัย 4. เครื่องเงินสุโขทัย 5. ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย 6. ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น 7. เครื่องสังคโลก 8. แนวทางการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัยในฐานะสินค้าร่วมสมัย 9. ผู้ประกอบการกับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย 10. การอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย หัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย


17 ส่วนที่ 1 คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : ( โครงเรื่องละ 1 คะแนน) ย่อหน้าที่ 2 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 3 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 4 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 5 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 6 _________________________________________ ส่วนที่ 3 สรุป: ย่อหน้าที่ 7 โครงเรื่องเรียงความหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม Scan


ภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านฉันกับการสร้างสรรค์โครงเรื่องเรียงความ กิจกรรมที่ 4 ให้นักเรียนเขียนโครงเรื่องของเรียงความที่กำหนดให้ ครอบคลุมทั้งจุดมุ่งหมายของเรื่อง ขอบเขตของเรื่อง และประเด็นย่อยของโครงเรื่องมา 3 หัวข้อให้สัมพันธ์กับจุดมุ่งหมาย และของเขตของเรื่อง (12 คะแนน) 18 จุดมุ่งหมาย : ____________________________________________________________ ____________________________________________________________ ขอบเขตของเรื่อง : ____________________________________________________________ ____________________________________________________________ ส่วนที่ 1 คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : ( โครงเรื่อง) ย่อหน้าที่ 2 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 3 _________________________________________ ย่อหน้าที่ 4 _________________________________________ ส่วนที่ 3 สรุป: ย่อหน้าที่ 5 ศิลปกรรมสมัยสุโขทัย มรดกแห่งความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ


19 1. จงอธิบายความหมายของโครงเรื่องเรียงความ (1 คะแนน) โครงเรื่องเรียงความ หมายถึง เค้าโครงของงานเขียนเรียงความ เกิดจากการนำประเด็น ความคิดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่องที่จะเขียนนั้นมาจัดหมวดหมู่เรียงลำดับก่อนหลัง เพื่อใช้เป็น แนวทางในการเขียน 2. โครงเรื่องเรียงความมีความสำคัญอย่างไร (3 คะแนน) (แบ่งคะแนนออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 1 คะแนน) 1. โครงเรื่องช่วยแสดงจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องได้ 2. ประเด็นของโครงเรื่องช่วยให้แต่ละย่อหน้าของเรียงความเกี่ยวข้องเป็นเรื่องราว เดียวกัน (มีเอกภาพ) ป้องกันการเขียนออกนอกเรื่อง 3. ช่วยให้ผู้อ่านอ่านเข้าใจง่าย ไม่สับสน 3. หากนักเรียนต้องเขียนเรียงความ เรื่อง “ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น” ควรกำหนด จุดมุ่งหมายตามข้อใด (จงทำเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อความที่เหมาะสมที่สุดเพียง 1 ข้อ) (1 คะแนน) O แนะนำให้ผู้อ่านรู้จักผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น O แนะนำขั้นตอนการทอผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น O อธิบายการเพิ่มมูลค่าให้ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น แนวคำตอบ กิจกรรมที่ 1 ✓


20 แนวคำตอบ กิจกรรมที่ 2 (แบ่งคะแนนออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 1 คะแนน) โครงเรื่องของเรียงความ เรื่อง ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย 1. คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 2. เนื้อเรื่อง: ( โครงเรื่อง) ย่อหน้าที่ 2 ภูมิหลังมรดกภูมิปัญญาผ้าซิ่นตีนจก ย่อหน้าที่ 3 ที่มาของผ้าซิ่นตีนจก ย่อหน้าที่ 4 ลักษณะพิเศษของผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย 3. สรุป :ย่อหน้าที่ 5 1. จุดมุ่งหมายของเรื่อง (1 คะแนน) : ให้ความรู้ เรื่อง ผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย ขอบเขตของเรื่อง (1 คะแนน) : กล่าวถึงผ้าซิ่นตีนจก 9 ลายของจังหวัดสุโขทัย 2. ประเด็นย่อยทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องหรือเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือไม่ อย่างไร ใช่ (1 คะแนน) เพราะประเด็นย่อยทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องหรือเป็นเรื่องราว เดียวกัน (1 คะแนน) 3. ประเด็นย่อยมีการลำดับความสัมพันธ์ของเรื่องเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอดหรือไม่ อย่างไร ในกรณี ที่นักเรียนคิดว่าสัมพันธ์กัน จงเขียนประเด็นย่อยที่สัมพันธ์กันมาด้วย ประเด็นย่อยมีการลำดับความสัมพันธ์ของเรื่องเกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด (1 คะแนน) เพราะ ในแต่ละย่อหน้ากล่าวถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องการทอผ้าซิ่นตีนจกของจังหวัดสุโขทัย (1 คะแนน) ประกอบด้วย 1. ภูมิหลังมรดกภูมิปัญญาผ้าซิ่นตีนจก 2.ที่มาของผ้าซิ่นตีนจก และ 3. ลักษณะ พิเศษของผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย (1 คะแนน) ผลการวิเคราะห์โครงเรื่องเรียงความ ผลการพิจารณาโครงเรื่องเรียงความ


ส่วนที่ 1 คำนำ : ย่อหน้าที่ 1 ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : (โครงเรื่องละ 1 คะแนน) ย่อหน้าที่ 2 ภูมิหลังและความสำคัญของงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย ย่อหน้าที่ 3 ทองโบราณและเครื่องเงินสุโขทัย ย่อหน้าที่ 4 ภูมิปัญญาผ้าทอท้องถิ่นสุโขทัย ย่อหน้าที่ 5 เครื่องสังคโลกสุโขทัย ย่อหน้าที่ 6 แนวทางการอนุรักษ์และสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ท้องถิ่นสุโขทัย ส่วนที่ 3 สรุป: ย่อหน้าที่ 7 ย่อหน้าที่ 3- 5 สามารถสลับลำดับกันได้ 21 แนวคำตอบ กิจกรรมที่ 3


22 แบบบันทึกและเกณฑ์การให้คะแนนกิจกรรมที่ 4 รายการประเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ 4 3 2 1 1. ความชัดเจนของโครงเรื่อง 2. การใช้ภาษา 3. การเขียนสะกดคำ รวมคะแนนทั้งหมด ระดับคุณภาพ ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน รวม 4 3 2 1 ความชัดเจน ของโครงเรื่อง แสดงจุดมุ่งหมายและ ขอบเขตของเรื่อง ชัดเจน ประเด็นย่อย ทุกประเด็นสัมพันธ์กับ ชื่อเรื่อง และ เรียงลำดับโครงเรื่อง ได้เหมาะสม แสดงจุดมุ่งหมาย แต่ไม่แสดงขอบเขต ของเรื่อง ประเด็นย่อย ไม่สัมพันธ์กับชื่อเรื่อง หรือเรียงลำดับ โครงเรื่องไม่เหมาะสม 1-2 หัวข้อ แสดงจุดมุ่งหมายและ ขอบเขตของเรื่อง ไม่ชัดเจน ประเด็นย่อย ไม่สัมพันธ์กับชื่อเรื่อง เป็นส่วนใหญ่ และ เรียงลำดับโครงเรื่อง วกวน ไม่มีจุดมุ่งหมายและ ไม่มีขอบเขตของเรื่อง ประเด็นย่อย ไม่สัมพันธ์กันและ ไม่สัมพันธ์กับชื่อเรื่อง ตลอดจนเรียงลำดับ โครงเรื่องไม่ถูกต้อง 4 การใช้ภาษา ใช้คำตรงความหมาย กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย ใช้คำไม่ตรง ความหมาย ไม่กระชับ ไม่ชัดเจน และเข้าใจยาก 1-3 คำ ใช้คำไม่ตรง ความหมาย ไม่กระชับ ไม่ชัดเจน และเข้าใจยาก มากกว่า 3 คำ แต่ ไม่เกิน 5 คำ ใช้คำไม่ตรง ความหมาย ไม่กระชับ ไม่ชัดเจน และเข้าใจยาก มากกว่า 5 คำ 4 การเขียน สะกดคำ เขียนสะกดคำถูกต้อง ทุกคำ มีคำผิด 1-3 คำ มีคำผิดมากกว่า 3 คำ แต่ ไม่เกิน 5 คำ มีคำผิดมากกว่า 5 คำ 4 รวม 12 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ดีมาก = 4 คะแนน คะแนน 10-12 หมายถึง ดีมาก ดี = 3 คะแนน คะแนน 7-9 หมายถึง ดี พอใช้ = 2 คะแนน คะแนน 4-6 หมายถึง พอใช้ ปรับปรุง = 1 คะแนน คะแนน 1-3 หมายถึง ปรับปรุง การผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ระดับ “ดี” ขึ้นไป


บรรณานุกรม 23 จาตุรงค์ โพคะรัตน์ศิริ, และจุฬวดี สันทัด. (2558). คู่มือจัดการท่องเที่ยววัฒนธรรม แหล่งมรดกโลก สุโขทัย: Sukhothai Handbook. ปทุมธานี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. จิรวัฒน์ เพชรรัตน์, และอัมพร ทองใบ. (2562). การเขียนเชิงสร้างสรรค์ Creative Writing. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. บุญชู สาดี, มณีพงษ์ เกษมุติ, ปริศนา มณีวงศ์, ศิริวัฒน์ บุญฉัตรกุล, และน้อมจิตร ประภูชะกัง. (2561). การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย. เชียงใหม่: ไอเดียกรุ๊ป ปริ้นติ้งฯ. ภาสกร เกิดอ่อน, ระวีวรรณ อินทรประพันธ์, ฟองจันทร์ สุขยิ่ง, และกัลยา สหชาติโกสีย์. (2559). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.5 (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. รสริน ดิษฐบรรจง. (2552). การเขียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี. สมชาย ทุนมาก, และศุภรดา ไพรสนธ์. (2557). รวมผลงานเรียงความที่ได้รับรางวัล. สุโขทัย: โรงเรียนเมืองเชลียง. องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2567). Sukhothai Crafts& Folk Art Products for Sukhothai creative city. [image]. สืบค้น 31 มกราคม 2567, จาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=109343034 8752141&set=a.738576350904211


ประวัติผู้เขียน ผู้เขียน: นายสมชาย ทุนมาก (ครูเจย์) ข้าราชการครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ประวัติการศึกษา ปริญญาตรีการศึกษามหาบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง 3.98) สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโท หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เกียรติประวัติ รับพระราชทานรางวัล นักเรียนพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี รับพระราชทานรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติสาขาการศึกษาและวิชาการ ปี 2563 โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รางวัลวัฒนคุณาธร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรมปี 2563 เยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถทั้งด้านการพูด การอ่าน และการเขียน ประจำปี 2562 เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติจากกระทรวงวัฒนธรรม รางวัลและมวลประสบการณ์เกี่ยวกับเรียงความ รางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชน การประกวดเรียงความเนื่องในงาน วันคนพิการครั้งที่ 53 ปี 2565 จากสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศ ประกวดเรียงความระดับอุดมศึกษา ปี 2562 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี รางวัลชนะเลิศประกวด เรียงความประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ จะได้ทุนการศึกษาไปเรียนรู้วัฒนธรรม ณ ประเทศมาเลเซีย จากกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ รางวัลชนะเลิศการประกวดเรียงความ ประเภทนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย เนื่องในวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย จากสำนักนายกรัฐมนตรี ครูผู้ฝึกสอนนักเรียน ได้รับรางวัลเรียงความระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา วิทยากรค่ายเยาวชนนักเขียน และกรรมการตัดสินผลการประกวดเรียงความ


Click to View FlipBook Version