บทวิเคราะห์ วจิ ารณ์วรรณกรรมรางวลั คารเ์ นกี
เรอ่ื ง จนิ ตนาการไม่รูจ้ บ The Neverending Story
ดว้ ยแนวคิดตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
คณะผู้จัดทำ
นาย ธนาสิน นิลกำแหง เลขที่ 3
นาย สิรภพ เรืองรงุ่ เลขที่ 5
นายชนะชยั เปรมบญุ เลขท่ี 6
นาย กรธวัฒน์ บัวผัน เลขท่ี 10
นาย ชษิ ณพุ งศ์ ฉวางวงศานุกูล เลขที่ 11
นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/11
เสนอ
คุณครู นพดล อถมพรมราช
รายงานการศกึ ษาค้นคว้าเพอื่ การวเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณกรรมรางวัลคาร์เนกี
ด้วยหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ แนวทางการวิเคราะห์และวิจารณ์
ประกอบวชิ าภาษาไทยกา้ วหนา้ ด้วยหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง ท31202
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา2564
โรงเรียนกำแพงเพชรพทิ ยาคม
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศกึ ษากำแพงเพชร
จนิ ตนาการไมร่ ู้จบ ก
คำนำ
รายงานเลม่ น้เี ปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษาค้นควา้ เพอ่ื การวเิ คราะหแ์ ละการวิจารณ์วรรณกรรม รางวัล
คาร์เนกี ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการวิเคราะห์และวิจารณ์ ประกอบรายวิชาภาษาไทย
กา้ วหน้าดว้ ยหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ท31202 โดยมวี ตั ถุประสงค์เพื่อใหผ้ ู้อ่านได้รู้เกี่ยวกับเรื่อง จินตนาการ
ไม่รู้จบ รู้ที่มาและองค์ประกอบของเรื่องนี้ การจัดทำรายงานเล่มนี้ได้ทำการค้นคว้า รวบรวม ข้อมูลจากเว็บไซต์
และหนงั สอื ผูเ้ ขยี นรายงานเลม่ นี้หวงั เป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชนแ์ กผ่ อู้ า่ นตามสมควร
คณะผู้จดั ทำ
สารบัญ จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ ข
เร่ือง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
1
บทท่ี 1 ทีม่ าและความสำคัญของการศึกษา
1. แนวคิดของการศึกษา 6
2. เอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ ง 7-13
2.1 ทฤษฎีองค์ประกอบวัตถุประสงคข์ องวรรณกรรม
2.2 แนวคดิ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 14
15-16
บทที่ 2 เนอื้ เรื่องย่อ
ประวตั ิผแู้ ต่ง 17
18
บทท่ี 3 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการวจิ ารณ์วรรณกรรมเหรยี ญรางวัลคาร์เนกี ค
บทที่ 4 วธิ ีการดำเนนิ งานเเละ หนา้ ที่รบั ผดิ ชอบการศึกษา
บทที่ 5 บทสรุปของการศึกษา และข้อเสนอแนะของการทำรายงาน
อา้ งองิ
จินตนาการไม่รู้จบ 1
บทที่ 1
บทนำ
ท่ีมาและความสำคญั ของการศกึ ษา
จินตนาการไม่รู้จบ หรือ The Neverending Story เป็นนวนิยายแนวแฟนตาซีของ มิชาเอล เอน
เด้ ตีพมิ พ์ครั้งแรกในประเทศเยอรมัน เม่อื ปี ค.ศ. 1979 ฉบบั แปลภาษาองั กฤษโดย ราล์ฟ แมนเฮม ตพี ิมพใ์ นปี
ค.ศ. 1983
ตอ่ มานวนิยายเรื่องนไี้ ดด้ ดั แปลงเปน็ ภาพยนตร์ท้ังหมด 3 ภาค โดยภาคทม่ี ีความใกล้เคยี งตน้ ฉบับมาก
ที่สุดคือภาคแรก ซึ่งได้นำชื่อหนังสือมาใช้เป็นชื่อภาพยนตร์ และได้นำออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1984 กำกับเรื่อง
โดย โวล์ฟกัง ปีเตอร์เซน นอกจากนี้ยังได้มีการดัดแปลงเป็นมินิซีรีส์เมื่อปี ค.ศ. 2001 ซึ่งเนื้อเรื่องมีความ
น่าสนใจเปน็ อย่างมาก ในเรื่องทางแงค่ ิดที่ต้องแยกแยะ การเลือกซึ่งความต้องการของจิตใจ และเพื่อสิ่งที่ควร
ทำแม้จะส่งผลกระทบทั้ง 2 ฝ่าย การนำเสนอตัวละครมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในโลกของความเป็น
จริงทค่ี วรเป็น และ ในโ,กแหง่ จติ นาการทีไ่ ม่รจู้ บน้ี
เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในดินแดนที่ชื่อว่า แฟนตาสติกา (Fantastica) หรือในฉบับภาพยนตร์
เรียกว่า แฟนตาเซีย (Fantasia) ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของยุวจักรพรรดินี ที่มีลักษณะเหมือนเด็ก ซึ่งกำลัง
ประชวรอยู่ และโลกแห่งนี้กำลังถูกทำลายลงด้วย "ความว่างเปล่า" ซึ่งเกี่ยวพันกับอาการประชวรของพระองค์
ยุวจักรพรรดินีจึงขอร้องให้อัทเทรอูไปตามหาคนมาช่วย ซึ่งเรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดได้ถูกอ่านโดย
บาสเตยี นเดก็ ชายจากโลกอันแทจ้ ริง ซงึ่ กำลงั อ่านหนังสือจินตนาการไม่รู้จบอยู่ และได้คน้ พบว่าตัวของเขาเอง
นัน้ ก็เป็นสว่ นหน่ึงของเร่อื งราวในหนงั สือนด้ี ว้ ย
ต่อมาได้แปลเป็นภาษาไทย ซึ่งแปลโดย คุณรัตนา รัตนดิลกชัย และจัดตีพิมพ์ในไทยครั้งแรกโดย
สำนกั พมิ พ์เรไร ปี พ.ศ. 2537 ปจั จุบนั ไดม้ ีการจดั ทำรปู เลม่ ใหมเ่ พื่อให้อ่านไดง้ ่ายข้นึ โดยใชห้ มึกสองสี เพื่อแยก
เรื่องราวระหว่างโลกในจินตนาการกับโลกของความเป็นจริง จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน ปี พ.ศ.
2554
ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษาวรรณเยาวชนแปล 1 ใน วรรณกรรมคลาสสิค ชุด
วรรณกรรม Favorite Books ประกอบไปดว้ ยวรรณกรรมแปลจำนวน เรอื่ ง ได้แก่ จินตนาการไม่รจู้ บ, บรดั เลย์
เดก็ เกเรหลังหอ้ งเรยี น, เบบ๊ หมเู ล้ียงแกะ, ชาร์ลอ็ ต แมงมมุ เพื่อนรัก และ จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ ซ่ึงคณะผู้จัดทำมี
ความสนใจวรรณกรรมเรื่อง ทอม จินตนาการไมร่ ู้จบ เนือ่ งจากมีการดำเนินเรื่องราวท่ีมีความน่าสนสน และอิง
ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์บ้างซึง่ ง่ายต่อการทำการศึกษาตามหลักของการศึกษา ซึ่งทางคณะผู้จัดทำได้
หัวข้อของการศึกษาวรรณกรรมเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างวรรณกรรมโดยยึดหลักการ
แต่งวรรณกรรมท่นี า่ สนใจ อันประกอบไปดว้ ยหลักการ 3 ห่วง 2 เงือ่ นไข 4 มิติ หลักการศึกษาวรรณกรรมด้วย
5W 1H และการสร้างวรรณกรรมพนื้ ฐาน
และทางคณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของการศึกษาจากตัวอย่างประกอบการศึกษา
วรรณกรรมแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากวรรณกรรมเร่ือง ลุงเยน็ คนสามญั และ ชารล์ อ็ ต แมงมมุ เพือ่ น
จินตนาการไม่รจู้ บ 2
รัก รวมถึงการวางโครงเรื่อง และสรุปเนื้อเรื่องเพื่อง่ายต่อการทำการสืบค้นข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ทาง
สมาชิกผ้จู ดั ทำไดต้ งั้ เป้าหมายไว้ ดังนี้
1. แนวคดิ ของการศกึ ษา
1. ทฤษฏแี ละองคป์ ระกอบของวรรณกรรม (องค์ประกอบของวรรณกรรม)
2. แนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง (3 หว่ ง 2 เง่อื นไข 4 มิต)ิ
3. แนวคิดการสร้างวรรณกรรม และการสรุปวรรณกรรมด้วยหลกั 5W 1H
2. หลกั การ ทฤษฎี และเอกสารเพื่อการศึกษา
2.1 ทฤษฎีองค์ประกอบวัตถุประสงค์ของวรรณกรรม
2.2 วิจยั และแนวทางการวิเคราะห์ วจิ ารณ์วรรกรรม
2.3 วจิ ยั และแนวทางการศึกษาวรรณกรรม
2.4 งานเขยี นวิเคราะหว์ รรณกรรม เรื่อง ลงุ เย็น คนสามญั
2.5 หนังสือวรรณกรรมแปล เรอื่ ง จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ
1. รูปแบบ (Form)
วรรณกรรมรอ้ ยแก้ว
เหรียญรางวัลคาร์เนกี ประเภทนวนยิ ายเพีร์ยซ เอ ฟิลิปปา เป็นชาวอังกฤษผู้เขียนหนงั สอื สำหรับเดก็
งานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ time-slip fantasy novel Tom's Midnight Garden ซึ่งได้รับรางวัลปี 1958
คาร์เนกีเหรียญจากสมาคมห้องสมุด เป็นวรรณเยาวชนแปล 1 ใน วรรณกรรมคลาสสิค ชุด วรรณกรรม
Favorite Books ประกอบไปด้วยวรรณกรรมแปลจำนวน เรื่อง ได้แก่ จินตนาการไม่รู้จบ, บรัดเลย์ เด็กเกเร
หลงั หอ้ งเรียน, เบ๊บ หมูเลี้ยงแกะ, ชาร์ล็อต แมงมมุ เพือ่ นรกั และ จนิ ตนาการไม่รู้จบ
2. เนื้อหา (Content)
ผลงานของ มชิ าเอล เอนเด้ มีจดุ เด่นในการอธิบายสง่ิ ปกตธิ รรมดาทเี่ ราพบเจออยู่ทุกวนั แต่ถูกละเลย
และให้ความสำคัญผิดไป โดยใช้เด็กที่ถูกโดดเดียวจากสังคมเป็นตัวเดินเรื่อง หนังสือจะให้เราตั้งคำถามกับ
ตัวเอง ว่าการที่เราอยู่ในโลกทีจ่ ินตนาการเหือดหาย ต้องคอยแข่งขันกับคนอื่นเพื่อรกั ษาภาพลักษณ์ทางสังคม
ของเรานน้ั เปน็ ส่ิงท่ถี ูกต้องแลว้ หรือ หนังสอื จะให้เราฉุกคิดกับสิ่งที่เราหลงลมื ซึ่งเป็นธรรมชาติท่ีแท้จริงของตัว
เรา บอกว่าเราจะอยูใ่ นโลกของความจริงด้วยความรู้สึกลวง ๆ หรือจะค้นหาความปรารถนาท่ีแท้จริงทีซ่ ่อนอยู่
ในจติ ใจเรา
หนังสือจะนำพาเราสู่โลกของจิตใจที่เราเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองตามความปรารถนา แต่ทุกความ
ปรารถนานนั้ มรี าคาเป็นความทรงจำของเราในโลกอันแท้จรงิ หนังสอื จะนำเสนอเร่ืองราวสลบั กนั ไปมาระหว่าง
โลกแหง่ ความจริงและโลกแหง่ จินตนาการ เมอื่ อย่ใู นโลกของความจริงก็จะพดู ถึงการสูญเสียตัวตนไปกบั กระแส
สังคม เมื่ออยู่ในโลกของจินตนาการก็จะพูดถึงการสูญเสียตัวตนไปจากความเป็นจริง หนังสือจะทำให้เราเข้า
ใจความจรงิ ของโลกทัง้ สองด้าน วา่ โลกทั้งสองนนั้ มีความสมั พันธร์ ้อยเรยี งเข้าหากนั เหมือนกบั งูสองตัวท่ีต่างงับ
หางของอกี ฝา่ ย ซงึ่ นน้ั คอื สญั ลกั ษณ์ของออรีนเครอื่ งรางที่เปน็ ตวั แทนของยวุ จักรพรรดินี
จนิ ตนาการไม่รจู้ บ 3
จินตนาการไม่รู้จบ เป็นเรื่องราวการผจญภัย ของบาสเตียน บัทธาซาร์บูกซ์เด็กชายวัยสิบขวบ ร่าง
อ้วน อ่อนแอ และขี้ขลาด ผู้ที่คิดว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการ ของใคร ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ซึมเศร้าและหมกมุ่นอยู่
กบั งาน ตั้งแตแ่ มเ่ สียชวี ิตไป ครูหรอื เพ่ือน การผจญภยั ของเขา เรม่ิ ตน้ ตัง้ แตเ่ ขาได้อ่านหนังสือเรื่อง ตำนานไม่รู้
จบ ทขี่ โมย มาจากรา้ นหนังสือแห่งหน่งึ ในตอนแรกเขารสู้ ึกเหมือน กำลงั อ่านตำนานการผจญภัยของอันเทรอู
เด็กชายผู้กล้า หาญท่ีได้รับภารกจิ สำคัญในการตามหาวธิ กี ารรักษาอาการ ประชวรของยวุ จักรพรรดินีแต่ต่อมา
บาสเตียนไดก้ ลายเป็น ตัวละครสำคัญที่โลดแล่นอยู่ในเรอื่ งเพอ่ื ช่วยอาณาจักร จินตนาการไม่ให้ลม่ สลาย
3. โครงเรอื่ ง (Plot)
โลกของจติ ใจทเี่ ราเป็นผูส้ รา้ งข้ึนมาเองตามความปรารถนา แต่ทุกความปรารถนาน้ันมรี าคาเป็นความ
ทรงจำของเราในโลกอันแท้จริง หนังสือจะนำเสนอเรื่องราวสลับกันไปมาระหว่างโลกแห่งความจริงและโลก
แห่งจินตนาการ เมื่ออยู่ในโลกของความจริงก็จะพูดถึงการสูญเสียตัวตนไปกับกระแสสังคม เมื่ออยู่ในโลกของ
จนิ ตนาการกจ็ ะพดู ถึงการสูญเสยี ตวั ตนไปจากความเป็นจรงิ หนังสอื จะทำให้เราเข้าใจความจรงิ ของโลกท้ังสอง
ด้าน ว่าโลกทั้งสองนั้นมีความสัมพันธ์ร้อยเรียงเข้าหากันเหมือนกับงูสองตัวที่ต่างงับหางของอีกฝ่าย ซึ่งนั้นคือ
สญั ลกั ษณ์ของออรีนเครอ่ื งรางทีเ่ ป็นตัวแทนของยุวจักรพรรดินี
4. แก่นเรอ่ื ง (Theme)
5. ฉาก (Setting)
โลกในความเปน็ จรงิ รา้ นหนังสือ อาณาจักรแฟนตาเซีย โลกแห่งจนิ ตนาการ
6. ตวั ละคร (Character)
บาสเตียน บทั ธาซาร์บูกซ์
7. บทสนทนา (Dialogue)
การใชภ้ าษาของวรรณกรรมเรอ่ื งน้เี ป็นภาษาท่ีเข้าใจง่ายท้งั คำบรรยายและคำพดู แสดงอารมณ์ของตัว
ละครตา่ ง ๆ วธิ เี ลอื กใช้คำมาอธบิ ายและวธิ เี ล่าเรอ่ื งท่ที ำใหเ้ หน็ ภาพและเข้าใจผา่ นมุมมองของตัวละครหลัก ทำ
ให้ผู้อ่านอนิ กบั เนื้อเร่ือง อีกท้ังยงั มีการใชส้ ัญลักษณ์เชื่อส่ือความหมาย เช่น การใชเ้ ครื่องหมายอัศเจรีย์หลังคำ
อุทานหรอื ตกใจ และภาษาท่แี ปลก เพ่ือแบง่ แยกระหว่างจินตนาการกับโลกของความเป็นจริงใหเ้ หน็ ชดั เจน
จนิ ตนาการไม่รจู้ บ 4
ในช่วงต้นเรอ่ื ง และช่วงทา้ ยจะเร่มิ แยกแยะการใช้ภาษายาก เพราะตัวเอกของเรื่องเร่ิมสับสนว่าโลกในคือความ
จรงิ และโลกไหนคอื จินตนาการนน่ั เอง
8. เทคนคิ ในการนำเสนอเรอ่ื ง (Point of View)
นวนิยายเรื่องนี้ได้นำเสนอรูปแบบของการเขียนแบบ “ทวิลักษณ์” ที่ผู้เขียนต้องการสื่ออกมา และมี
เจตนาต้องการใช้ผู้อ่านเรียนรู้ที่จะเลิกยึดติดกับจนิ ตนาการ แล้วเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกของความเป็นจรงิ ที่ควร
เปน็ เหมือนแก่นเร่อื ง และ โครงเร่อื งท่ีไดก้ ำหนดไว้
9. ท่วงทำนองในการแต่ง (Style)
เรื่อง จินตนาการไม่รู้จบ คือ เรื่องราวแนวแฟนตาซี ท่ีนำเสนอผู้อ่านให้ท่องโลกไปในดินแดนของคำว่าจิต
นาการ และตอ้ งคอยแยกแยะระหวา่ งทั้ง 2 โลกเพือ่ การดำเนนิ ชวี ิต ไม่ให้ตอ้ งอยกู่ บั จติ นาการทไี่ มม่ ีทีส่ น้ิ สดุ
10. การปิดเร่อื ง (Ending)
จบเรือ่ งอยา่ งมคี วามสุข ไมม่ ภี าคตอ่
แนวคิดตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. เง่ือนไข 5W 1H
What (อะไร)
บาสเตียน บัทธาซาร์บูกซ์ เด็กชายที่ได้หนังสือเล่มหนึ่งมาจากร้านหนังสือเก่า แล้วได้เข้าไป
เป็นส่วนหน่งึ ของหนังสอื โดยการอ่านแบบไมร่ ู้ตวั วา่ กลายเปน็ ตัวละครตวั หนึ่งในเร่อื งไปแล้ว
Who (ใคร)
บาสเตยี น บัทธาซารบ์ กู ซ์
When (เม่อื ไหร่)
ราวศตวรรษท่ี 20 หรือ ประมาณสงครามโลกครงั้ ที่ 1-2
Where (ท่ีไหน)
รา้ นหนงั สือในโลกความเปน็ จริง และ แฟนตาเซยี โลกจินตนาการ
Why (ทำไม)
บาสเตียน บทั ธาซาร์บกู ซ์ ไม่สามารถแยกแยะระหว่างโลกของความเป็นจริง และจนิ ตนาการ
ออกจากกนั ได้
How (อยา่ งไร)
บาสเตียน บัทธาซาร์บูกซ์ ได้รับการช่วยเหลือจากอัลเทรอู และ ฟาลคอร์ จากคำสั่งของ
จกั รพรรดินี
จินตนาการไมร่ ูจ้ บ 5
2. หลักการ 3 ห่วง 2 เง่ือนไข 4 มติ ิ
หลกั การ 3 ห่วง
พอประมาณ คอื ความพอใจในโลกของความเปน็ จริง
มเี หตผุ ล คอื จินตนาการที่จับต้องไมไ่ ด้ แมจ้ ะไมม่ จี รงิ แตส่ ่งผลตอ่ ความเป็น
จริงได้ ไปจนถึงอนาคต นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ควรละวางจากจิตนาการเพื่อดำเนินชีวิตในโลก
ของของความเป็นจริง
มภี มู คิ มุ้ กัน คือ การแยกแยะระหวา่ งจนิ ตนาการและโลกของความเป็นไปได้ใน
ความเป็นจริงทีค่ วรเปน็
หลกั การ 2 เงอื่ นไข
ความรู้ คือ บาสเตียน บัทธาซาร์บูกซ์ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในโลกของความ
เปน็ จรงิ ได้มากกวา่ การนำตวั เองเข้าไปตดิ อยู่ในจินตนาการ
คณุ ธรรม คอื ส่ิงท่ีบาสเตียน บทั ธาซารบ์ ูกซ์ได้กระทำทั้งตอ่ โลกที่เขามตี ัวตน
และโลกท่ีเขาต้องเข้าไปมีส่วนร่วมโดยไมร่ ู้ตวั
หลกั การ 4 มติ ิ
เศรษฐกจิ คอื มมุ มองของเศรษฐกจิ ในชีวติ ของเอ็นเด้ครั้งสงครามโลก
สังคม คือ สังคมของความเป็นจริงที่วุ่นวายท่ามกลางสงครามโลก และ
ความโกลาหลทเ่ี กิดขึ้นในแฟนตาเซยี และทำให้แยกแยะกนั ไมอ่ อก
ส่ิงแวดล้อม คือ ความเสื่อมโทรมจากสงคราม และ เมืองที่เสื่อมสลายเพราะ
ความอ่อนแอของผปู้ กครอง
วฒั นธรรม คือ วัฒนธรรมของการอ่านหนังสือ ทั้งในโลกของเอ็นเด้ และโลก
ของหนงั สอื ที่บาสเตียน บัทธาซาร์บกู ซ์เป็นคนอา่ น
3. เอกสารทีเ่ กีย่ วข้อง
หนงั สือวรรณกรรมแปล เร่อื ง จินตนาการไม่ร้จู บ
4. ขอบเขตของการศึกษา
เอกสารประกอบการเรียนรู้ตามไฟล์แนบในชัน้ เรียน
5. ประโยชน์ที่ได้รบั จากการศึกษา
1. ได้ทราบรูปแบบและเนอื้ หาของวรรณกรรม เร่อื ง จินตนาการไม่รู้จบ
2. ไดท้ ราบถึงปัญหา และอุปสรรคในการเสนอวรรณกรรม เร่อื ง จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ
จนิ ตนาการไม่รจู้ บ 6
6. วิธีการศึกษา
1. สำรวจและรวบรวม ศึกษา วรรณกรรมแปล เรื่อง จินตนาการไม่รู้จบ ตลอดจนศึกษาข้อมูล ที่
เกย่ี วกบั เรื่องน้ีและองค์ประกอบเพื่อเป็นแนวทางสำหรบั การวิเคราะหร์ ปู แบบและเน้ือหา
2. วิเคราะห์วรรณกรรมแปลเรือ่ ง จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ จำแนกรปู แบบและเน้ือหา
3. วิเคราะหป์ ญั หา อุปสรรคและขอ้ จำกัดของวรรณกรรมแปลเรื่อง จนิ ตนาการไมร่ ู้จบ
4. สรุปผลการศึกษา
จนิ ตนาการไมร่ ู้จบ 7
บทที่ 2
จินตนาการไมร่ ็จบ
เรื่องอันแท้จริงทุกเรื่องก็คือ จินตนาการไม่รู้จบ” เขามองไปยัง หนังสือมากมายซึ่งเรียงรายเต็มผนัง
ร้าน ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ชี้ปลายกล้องยาเส้น ไปด้วยพลางพูดต่อว่า “มีประตูไปสู่อาณาจักรจินตนาการ
มากมายหลายบานนัก เจ้าหนู ยังมีหนังสือวิเศษอื่นๆ อีกมาก เหลือเกิน คนส่วนใหญ่อ่านผ่านไป โดยไม่
สงั เกตเหน็ มนั ขึ้นอยู่กับวา่ ใคร เปน็ คนอ่านหนงั สือน้นั ต่างหาก
เน้อื เรือ่ งโดยย่อ
กล่าวถึงเหตุการณ์ทเี่ กิดข้นึ ในดินแดนทีช่ ่ือว่า “อาณาจกั รจนิ ตนาการ” ซึง่ อยู่ภายใต้การปกครองของ
องค์ยุวจักรพรรดินีซึ่งกำลังทรงประชวรด้วยโรคประหลาดทีห่ าสาเหตุและการรักษามิได้ ในขณะเดียวกัน โลก
แห่งอาณาจักรจนิ ตนาการกก็ ำลังล่มสลายทลายลงด้วย “ความว่างเปล่า” ทแี่ ผ่ขยายกลนื กนิ ดินแดนและสรรพ
ชีวิตต่างๆ ในอาณาจักรให้หายสาบสูญไปอย่างไร้ล่องลอย ด้วยญาณทัศนะขององค์ยุวจักรพรรดินีจึงทรง
มอบหมายภาระกิจสำคัญในการหาทางช่วยเหลือโลกนั้นไว้แด่นักรบหนุ่มผิวเขียวผู้เก่งกล้าที่ชื่อ “อัทเทรอู”
เขาพร้อมกับมังกรนำโชคเพื่อนรักชื่อ “ฟาลคอร์” ได้ออกเดินทาง และผจญภัยอันตรายต่างๆ เพื่อไขปริศนา
เหล่านั้น จนได้มาพบเด็กชายที่มาจากโลกแห่งความจริงที่ชื่อ “บาสเตียน บัลซาร์ บูกซ์” ผู้ซึ่งกำลังอ่านนว
นิยายที่มีชื่อเรื่องเดียวกันกับชื่อหนังสือเล่มนี้ ในขณะที่อ่านหนังสือ เขาสามารถสื่อสารกับตัวละครในหนังสือ
เหล่านั้นได้อย่างมหัศจรรย์ และได้พบว่าสิ่งที่เขากำลังอ่านอยู่นั้นมันกำลังกลายเป็นจริงขึ้นมา เมื่อเขารู้ว่า
ตนเองเป็นผู้ที่สามารถถวายพระนามใหม่แด่องค์ยุวจักรพรรดินีโดยไม่ซ้ำใครในโลกนั้นได้ เพราะเขาเองมีพร
สรรคใ์ นการแตง่ นิทานและเร่อื งราวต่างๆ ทตี่ อ้ งใชส้ รรพนามหลายหลากมากมาย และมนั เปน็ หนทางเดียวท่ีจะ
ช่วยรักษาอาการประชวรของพระองคแ์ ละอาณาจักรจนิ ตนาการใหร้ อดพ้นจากหายนะคร้ังน้ันได้ แม้บาสเตียน
เองจะมีความกลัว ความลังเลใจและขาดความมั่นใจในอัตลักษณ์ของตนเองในช่วงแรก แต่ต่อมาเขาก็ได้
ตัดสนิ ใจข้ามเข้าไปสโู่ ลกแห่งจินตนาการดว้ ยความตัง้ ใจและความปรารถนาลึกๆ ท่ีเต็มเป่ยี มไปดว้ ยจินตนาการ
ของเขาเองโดยพร้อมท่จี ะเผชิญกบั เร่ืองราวแปลกประหลาด และผจญภตู ิภยั อันตรายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือองค์
ยุวจักรพรรดินีและอาณาจักรจินตนาการด้วยความกล้าหาญที่มีอยู่ภายในลึกๆ ที่เขาเองไม่เคยตระหนักรู้มา
ก่อน ซึ่งแตกต่างไปจากชีวิตจริงที่เป็นคนอ่อนแอ ไม่กล้าเผชิญความจริง ชอบแปลกแยกอยู่กับตัวเอง ทำให้
สัมพันธภาพของเขากับพ่อและเพื่อนๆ เปราะบาง แต่หลังจากที่เขาเข้าไปผจญภัยและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่าน
เหตุการณ์และเรื่องราวที่ทำให้เขาได้เป็น “วีรบุรุษ” ในโลกแห่งจินตนาการนั้น สะท้อนให้เขาได้รับรู้ถึง
ความสามารถและความกล้าหาญภายในตนเอง และดว้ ยมติ รภาพจากเพ่ือนแท้ “อัทเทรอู” ทำให้เขาตระหนัก
ถึงความปรารถนาลึกๆ ของตนเอง ที่ต้องการสร้างสัมพันธภาพใหม่กับพ่อ เพื่อนๆ และผู้คนในสังคม จนใน
ท้ายที่สุด เมื่อเขาได้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง สิ่งเหล่านั้นได้หล่อหลอมให้บาสเตียนแปรเปลี่ยนและเติบ โต
เป็นส่วนหนึ่งที่ดีและมีคุณค่าของครอบครัวและสังคมโดยเห็นได้จากความสัมพันธ์กับพ่อของเขาที่ดีขึ้นได้ใน
ตอนจบของเล่ม ____________________________________________________________________
จินตนาการไม่รู้จบ” (อังกฤษ: The Neverending Story; เยอรมัน: Die unendliche Geschichte)
เป็นนวนิยายแฟนตาซีของ มิฆาเอล เอ็นเด้ ตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศเยอรมันเมื่อปี ค.ศ. 1979 แปลเป็น
ภาษาองั กฤษโดย ราล์ฟ แมนเฮม แล้วตีพมิ พ์ในปี ค.ศ. 1983 ต่อมานวนยิ ายเรือ่ งนี้ไดด้ ดั แปลงเป็นภาพยนตร์
จินตนาการไม่รู้จบ 8
หลายเรื่องแต่ไม่สามารถถ่ายทอดคุณค่าและอรรถรสของหนังสือเล่มนี้ได้ทั้งหมด เพราะนำเสนอเพียงครึ่งเล่ม
แรกเท่านั้นที่เป็นเนื้อหาการผจญภัยในหนังสือเรื่อง “จินตนาการไม่รู้จบ” ที่ “บาสเตียน บัลซาร์ บูกซ์”
เด็กชายอ้วน อ่อนแอและขี้ขลาด ที่เป็นตัวละครเอกในหนังสือเล่มนี้และกำลังเป็นผู้อ่านหนังสือชื่อเดียวกันนี้
ส่วนเนื้อหาครึ่งเล่มหลังซึ่งเป็นแก่นสารสำคัญของหนังสือ คือการเดินทางข้ามเข้าไปผจญภัยในหนังสือเรื่อง
“จินตนาการไม่รู้จบ” ที่บาสเตียนกำลังอ่านด้วยตัวเขาเอง หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาทั้งหมด 458 หน้า แบ่งเป็น
บทเกริน่ นำ 1 บท และบทเนอื้ หา 26 บท หากไดอ้ า่ นหนงั สอื เล่มนด้ี ้วยใจอย่างใคร่ครวญ จะพบวา่ หนงั สอื เล่ม
น้ี เป็นเรอื่ งราวแหง่ การเดนิ ทางภายในจิตวิญญาณของมนุษย์ จากพฒั นาการในวัยเดก็ ซง่ึ เป็นตวั ตนแรกสุดของ
ทุกชีวิต หยั่งลึกลงถึงศักยภาพภายในที่มีอยู่แล้วในตัวทุกๆ คน เพียงแต่รอการบ่มเพาะและเติบโต ปราก ฏสู่
ภายนอกผ่านโลกแห่งความจรงิ และโลกแหง่ จนิ ตนาการ ______________________________________
สะท้อนการทบทวนหนงั สือ/ประเดน็ บทบาทตอ่ สังฆะ _________________________________
ขา้ พเจ้าเป็นคนหนึง่ ซ่ึงรักการอ่านหนังสือการ์ตนู มากกวา่ การอา่ นหนงั สือนวนิยายหรือวรรณกรรมใดๆ
ส่วนโอกาสนี้ ถือเป็นครั้งแรกของชีวิตที่ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือวรรณกรรมเยาวชนด้วยความตั้งใจที่ไม่ได้ตั้งใจ
เพราะมีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งในสังฆะของเรา ได้ส่งมอบมันมาใหไ้ ด้อ่านเพื่อนำเสนอในกิจกรรม “สภากาแฟ”
ครั้งนี้ด้วย แม้มีความลังเลสงสัยในช่วงแรกว่า มันจะมีประเด็นบทบาทต่อสังฆะให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้
หรอื ไม่ จึงทำใหเ้ ก็บหนังสือเลม่ น้ีไว้โดยไม่ไดเ้ ร่ิมอ่านในทันที แตเ่ ม่อื ได้ไตร่ตรองภายหลังแล้วพบว่า ประเด็นท่ี
สำคญั กว่าคำถามน้นั คือ การรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างกนั รวมทง้ั ข้าพเจ้าเชื่อใจวา่ มันมีความปรารถนา
ดีและมีคุณค่าบางอย่างในหนังสอื เล่มน้ี ที่ข้าพเจ้าจะต้องค้นหาด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันอาจเป็นการ
เรยี นรู้ท่จี ะเปิดโลกทัศน์ใหม่ด้วยการอ่านหนงั สือท่ไี ม่คุน้ ชนิ และอาจเปน็ การสนทนาผา่ นตัวหนังสือเพื่อสื่อสาร
ระหว่างกันรูปแบบหนงึ่ ขา้ พเจา้ จึงตกลงใจทจ่ี ะอ่านหนงั สือเล่มน้ีในเวลาตอ่ มา ______________________
ช่วงที่กำลังอ่านหนงั สือครึ่งเล่มแรกซึ่งมีเนื้อหาไม่แตกต่างจากการผจญภัยภายนอกทั่วไปๆ จึงต้องใช้
ความจงใจเป็นอย่างมากเนือ่ งจากมันฝืนความสนใจของขา้ พเจ้า แต่พอได้อ่านมาถึงช่วงครึ่งเลม่ หลังที่โลกแห่ง
ความจริงและจินตนาการมาบรรจบพบเจอกัน เกิดเรื่องราวเร้าใจให้ชวนคิดและติดตามต่อเนื่องไปพร้อมกับ
การผจญภัยภายใน ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกผ่อนคลายสบายใจในการอา่ นและอ่านได้อย่างต่อเนื่องจนบางตอนแทบ
วางหนงั สือเล่มน้ีไม่ลง เมื่อได้อ่านหนงั สือเล่มน้ีจบเรียบร้อยแล้วพบว่าต้องขอขอบคุณกัลยาณมิตรท่านน้ันด้วย
ใจจริง เพราะมันมีปรากฏการณ์ทั้งภายนอกและภายในต่างๆ มากมายที่มีคุณค่าแก่การใคร่ครวญอย่างลึกซ้ึง
จงึ ขอนำเสนอบางส่วนที่ได้ทบทวนและถอดบทเรยี นแลว้ เพ่อื แลกเปล่ียนเรยี นรู้ร่วมกันดังต่อไปน้ี
เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านและใคร่ครวญถึงสัมพันธภาพระหว่าง ความจริง และ ความฝัน ระหว่าง ความคิด
เชิงตรรกะ และ จินตนาการ รวมทั้งการให้คุณค่าต่อความสัมพันธ์ของกันและกันในสังคม/สังฆะนี้หรือที่อื่นๆ
พบว่ามีการแบ่งแยก ตีความ และขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง จินตนาการหรือความปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกันใน
สังคม/สงั ฆะอดุ มคตดิ ้วยความรักและความเข้าใจ เปยี่ มไปด้วย ความงาม และ ความดี นัน้ มีความเปน็ ไปได้ แต่
หากเราไม่มีการเรียนรู้ที่จะยอมรับ ความจริง ที่ว่า มันมีข้อจำกัดต่างๆ มากมาย มีความแตกต่าง หลากหลาย
และซับซ้อน ทำให้ไม่สามารถเป็นไปได้ตามปรารถนาเช่นนั้นทั้งหมด ปฏิเสธการเรียนรู้และรับรู้ความจริงที่
ไม่ใช่ความงามหรือความดีตามที่ตนพึงปรารถนา มันก็มีค่าเป็นเพียงความเท็จ เพ้อเจ้อเพ้อฝัน แม้จินตนาการ
จะเป็นส่งิ สำคญั สง่ิ หน่ึงซง่ึ ช่วยหลอ่ เลีย้ งชีวติ เรากไ็ ม่ควรยึดติดกับมนั มากจนเกินไปเพราะจะทำให้เราหลงลมื
จนิ ตนาการไมร่ จู้ บ 9
ตัวตนหรอื ละเลยความจริงของชีวติ สว่ นการยดึ ตดิ อยใู่ นโลกแห่งความเปน็ จริงทว่ี ่า สังคมอุดมคตไิ ม่มีจริงนั้น ก็
ไม่ควรยึดมั่นเช่นเดียวกัน เพราะมันจะทำให้ชีวิตแห้งแล้ง ไร้จินตนาการและไร้ศรัทธาในคุณค่าของความเป็น
มนุษย์ ดังนั้นดุลยภาพในสัมพันธภาพระหว่าง โลกแห่งความจริงและจินตนาการ จึงควรอยู่บนพื้นฐานแห่ง
ความสมดุลระหว่างกันและกัน เพื่อหนุนนำให้ทุกชีวิตและสังคม/สังฆะใดๆ ในโลกนี้ ถึงพร้อมด้วยคุณค่าของ
ความงาม ความดี และความจริงได้อยา่ งถ่องแท้ 8888888888888888888888888888888888
บทสรปุ จากหนงั สอื เล่มน้ี ไดแ้ สดงให้เหน็ ถงึ พลังแห่งจินตนาการอนั เปน็ หนทางในการเยียวยาชีวิตและ
สังคมในเชงิ “ทวลิ กั ษณ์” ของ โลกจรงิ และ โลกสมมตุ ิ หรือทเี่ รียกวา่ โลกแหง่ จนิ ตนาการซ่ึงทับซ้อนเชื่อมโยง
ถึงกันและกัน อาจกลา่ วได้วา่ ความปรารถนาหรือจนิ ตนาการนั้นเปน็ สิ่งจำเป็นเพื่อให้คนเราเติบโตและสามารถ
มองโลกความเป็นจริงภายนอกดว้ ยมุมมองที่แตกต่างออกไปได้ ในทางกลับกันมนั ก็เปน็ ส่ิงจำเป็นท่ีช่วยสะท้อน
กลับมาให้ได้เรียนรู้และมองหารากเหง้าแห่งความงาม ความดี และความจริงแท้ภายในตนเองซึ่งมีอยู่แล้วโดย
ไม่ตอ้ งแสวงหาจากภายนอก เพียงแค่มองย้อนกลบั เขา้ มาแล้วใครค่ รวญตัวเองอย่างลึกซึง้ ยอมรบั ตัวตนทงั้ ข้อดี
ข้อด้อย แปรเปลี่ยนปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งดึงศักยภาพภายในนั้นออกมาแบ่งปันกับผู้คนรอบข้าง
ย่อมทำให้การอยู่ร่วมกนั ในสงั คม/สงั ฆะใดๆ ก็ตาม เปน็ สังคมอดุ มคติตามความปรารถนาได้ไม่มากก็ไมน่ ้อย
จาก สภากาแฟ
จินตนาการไม่รจู้ บ
หนึ่งในนวนิยายเยาวชนแนวแฟนตาซีที่ได้รับการกล่าวขานถึงเสมอมา “จินตนาการไม่รู้จบ” หรือ
The Neverending Story เล่มนี้ เป็นผลงานเขียนของ มฆิ าเอล เอ็นเด้ ตีพิมพค์ ร้งั แรกในประเทศเยอรมันเม่ือ
ปี ค.ศ.1979 เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในดินแดนที่ชื่อว่าแฟนตาสติกา ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของยุว
จักรพรรดินี ที่มีลักษณะเหมือนเด็ก ยุวจักรพรรดินีทรงกำลังประชวรอยู่และดินแดนแฟนตาสติกาแห่งนี้กำลงั
ถูกทำลายลงด้วยความวา่ งเปลา่ ซึง่ เกย่ี วพนั กับอาการประชวรของพระองค์
เพื่อกอบกู้อาณาจักรที่กำลังล่มสลาย ยุวจักรพรรดินีจึงขอร้องให้อัทเทรอูไปตามหาคนมาช่วย ซ่ึง
เรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดนี้ได้ถูกอ่านโดย “บาสเตียน” เด็กชายที่อาศัยอยู่โลกจริงซึ่งกำลังอ่านหนังสือ
จินตนาการไม่รู้จบเล่มนี้อยู่ ซึ่งได้ค้นพบว่าตัวของเขาเองนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในหนังสือนี้ด้วย และ
ความเกี่ยวพนั ซอ้ นทับของเรอื่ งราวนเี้ อง ก็สมกับชื่อเรอ่ื งท่ีวา่ จินตนาการไมร่ จู้ บโดยแท้
นวนิยายเรอ่ื งนถ้ี กู ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 1984 และครองใจผู้ชมมาแลว้ ท่วั โลก แต่กระน้ันก็ตาม
ที นกั อา่ นหลายคนมักจะบอกวา่ หนังสือเล่มนส้ี นุกกว่าการชมภาพยนตรม์ ากนัก ซง่ึ ในขอ้ นี้ เราขอใหค้ ุณพสิ ูจน์
ด้วยตวั ของคุณเองจะเป็นการดีกวา่
หนงั สอื : จินตนาการไม่รจู้ บ / ผู้เขียน : มิฆาเอล เอน็ เด้ / ผูแ้ ปล : รตั นา รตั นดิลกชัย
เพจ Z BOOK แนะนำหนังสอื นา่ อา่ น
จนิ ตนาการไม่รจู้ บ 10
มิคาเอล็ เอ็นเด้ กับจินตนาการไมร่ ูจ้ บ
สิง่ สำคัญทสี่ ดุ ของวรรณกรรมเดก็ แนวแฟนตาซกี ็คอื การสร้าง “โลกแห่งจนิ ตนาการ” สถานท่ีซง่ึ เต็มไป
ด้วยความมหัศจรรย์ สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดพิศดาร การผจญภัยที่ตื่นเต้นอย่างที่เด็กๆ ไม่อาจพบได้ในโลก
จริง
ในบรรดาดินแดนน่าพิศวงเหล่าน้ี ยังมี “อาณาจกั รจินตนาการ” (หรือ “แฟนตาเซยี ”) จากเร่ือง The
Neverending Story อกี แหง่ หน่งึ ดว้ ย
แม้อาณาจักรจินตนาการจะมหัศจรรย์ในระดับไม่ต่างจากเมืองนาร์เนีย โลกพ่อมด หรือเมืองมรกต
ฯลฯ แตส่ ิง่ ที่ตา่ งไปจากวรรณกรรมเยาวชนเร่ืองอนื่ ๆ ก็คอื การอยู่ในดินแดนแห่งนนี้ านเกนิ ไปอาจนำมาซ่ึงการ
สญู เสยี อย่างใหญ่หลวง!
ผู้สร้างอาณาจักรจินตนาการให้เป็นส่วนหนึ่งของ จินตนาการไม่รู้จบ (The Neverending Story) ก็
คือนักเขยี นชาวเยอรมันทช่ี ือ่ มฆิ าเอล็ เอน็ เด้ (Michael Ende) เขาเกดิ เมือ่ วันที่ 12 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1929 ที่
เมืองการม์ ชิ พาเทน็ เคียเชน ในแควน้ บาวาเรีย
เอ็ดการ์ เอ็นเด้ พ่อของเขาเป็นจิตรกรในแนวเหนือจริงที่มีชื่อเสียง แต่สภาพทางเศรษฐกิจของ
ครอบครัวย่ำแย่ลงเมอื่ เอด็ การป์ ฏิเสธนโยบายทางวฒั นธรรมของนาซี จนถกู ส่งั ห้ามทำกิจกรรมทางศิลปะ
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองอุบัติขึ้น เพื่อนหลายคนของเอ็นเด้ถูกเกณฑ์เข้ากองทัพ พวกเขาถูกส่งไป
แนวหนา้ หลังจากเขา้ รบั การฝกึ ได้เพียงวันเดียว และสามคนในน้นั เสียชวี ิตต้งั แตว่ นั แรก
เอ็นเด้โศกเศร้ากับเหตุการณ์น้มี าก ดงั นัน้ เม่ือถึงคราวเขาได้รับหมายเกณฑ์บ้าง เดก็ หนุ่มในวัยสิบหกปี
จงึ ตัดสนิ ใจหลบหนไี ปเข้าพวกกบั องค์กรตอ่ ต้านนาซีทเ่ี มืองมวิ นคิ
หลังจากนั้นเขาเข้าศึกษาต่อด้านการละคร ได้ฝึกฝนการเขียนบทและการแสดง ครั้นเรียนจบเขา
ทำงานด้านการละครอยู่พักหนึ่งก่อนจะสิ้นหวังกับการเป็นนักเขียนบทละครตามแนวทฤษฎีของเบรคชท์
(นักการละครชื่อดังของเยอรมัน ผู้ให้กำเนิดละครแนว Epic theatre)เพื่อนคนหนึ่งจึงชักชวนให้เขามาร่วมทำ
หนังสอื เด็กด้วยกัน
นีจ่ งึ เป็นจดุ เร่มิ ต้นของการเป็นนักเขยี นทีม่ ีช่อื เสียงของเขา
เอ็นเด้ใช้เวลา 10 เดือนในช่วงปลายทศวรรษที่ 50 สำหรับเขยี นวรรณกรรมเยาวชนเรือ่ ง Jim Knopf
and Lukas the Engine Driver (1960) (ชื่อไทยว่า "จิม กระดุมกับลูคัส คนขับหัวรถจักร" พิมพ์โดย สนพ.
แพรวเยาวชน) แต่ตอ้ งใชเ้ วลาอีก 2 ปีกวา่ ผลงานจะไดร้ บั การตีพมิ พ์ ภายหลงั ถกู สำนักพิมพ์นับสบิ แหง่ ปฏิเสธ
ระหวา่ งน้นั เอ็นเดถ้ ูกเจ้าของห้องพักฟ้องร้องเนอื่ งจากค้างค่าเช่านาน 7 เดือน แต่การทีผ่ ลงานเล่มแรก
ของเขาได้รับรางวัลวรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งเยอรมันในปีต่อมาก็ทำให้เอ็นเด้รอดพ้นวิกฤตมาได้ เขา
ไมเ่ พยี งมเี งนิ จ่ายค่าหอ้ ง หากยงั มีสถานะทางการเงนิ ทีม่ น่ั คงพอทจี่ ะดำรงชีพเป็นนักเขียนได้ตลอดไป
จินตนาการไม่ร้จู บ 11
ในปี 1964 เอ็นเด้แต่งงานกับนักแสดงสาวชื่ออิงเงอร์บอร์ก โอฟมันน์ และทำงานเขียนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากเขียนการผจญภยั ครั้งต่อมาของ จิม กระดุม ในเรื่อง Jim Knopf and the Wild 13 (1962) (ชื่อไทย
ว่า "จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน") เขาก็ยังมีงานเรื่อง Momo (1973) (ชื่อไทยว่า "โมโม่") ก่อนจะมาสู่งานชน้ิ
เอกนน่ั กค็ ือ The Neverending Story (1979)
ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่เยอรมันต้องฟื้นฟูประเทศจากการเป็นผู้แพ้สงคราม กระแส
วรรณกรรมเยอรมันคุกรุ่นอยู่กับแนวสมจริง (Realism)ด้วยเหตุนี้เรื่องแนวแฟนตาซีของเอ็นเด้จึงทำให้เขาถูก
วิพากษว์ า่ เปน็ พวกหลบหนีความจรงิ (Escapist) ทง้ั ที่งานวรรณกรรมของเขาแยกไมอ่ อกจากโลกแห่งความเป็น
จริง งานเขยี นแทบทุกช้ินของเขาไม่เพยี งเปี่ยมล้นจนิ ตนาการ หากยังเตม็ ไปด้วยการเสียดสีและวิพากษส์ งั คม –
โดยเฉพาะสงั คมอุตสาหกรรมของตะวันตก
เมอ่ื เขยี นเรอื่ ง The Neverending Story ความคดิ ของเอ็นเด้กล็ ุ่มลกึ มากขน้ึ งานของเขาไม่เพียงเป็น
การวพิ ากษ์สังคม หากยงั ล่วงไปถงึ แนวคิดปรัชญา โดยเฉพาะปรชั ญาตะวันออก
โครงเรื่องแบบเรื่องซ้อนเรื่องในครึ่งเล่มแรกกล่าวถึงบาสเตียน เด็กชายอ้วนผู้อ่อนแอและขี้ขลาดได้
อ่านหนังสือเรื่องจินตนาการไม่รู้จบ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับหายนะในอาณาจักรจินตนาการและอาการประชวร
ของยวุ จกั รพรรดินี สง่ ผลให้ อทั เทรอู เด็กชายตวั เขยี วตอ้ งออกผจญภัยเพือ่ ไขปริศนาดงั กล่าว
ส่วนครึ่งเล่มหลังเป็นการเดินทางมาสู่อาณาจักรจินตนาการของบาสเตียนเอง เขาคือผู้ให้ชีวิตใหม่แก่
อาณาจกั รจินตนาการ แตใ่ นขณะเดียวกัน อำนาจแหง่ ออรนี ที่ได้รบั มาจากยุวจักรพรรดินี (หรือช่ือใหม่ที่เขาต้ัง
ใหพ้ ระองคว์ า่ ธดิ าจันทรา) ก็สบู เอาความทรงจำในอดตี ไปจากเขาท้ังหมด กวา่ จะรตู้ ัวกเ็ กอื บสายเกนิ ไป
เอ็นเดพ้ ยายามชี้ใหเ้ หน็ ถงึ พลงั แห่งจนิ ตนาการ อันเป็นหนทางในการเยียวยาสงั คม แตห่ ากเอ็นเด้หยุด
บทบาทของจินตนาการไว้เพียงเท่านี้ The Neverending Story ก็จะมีปลายทางไม่ต่างจากวรรณกรรมแฟน
ตาซีอนื่ ๆ
แต่เอ็นเด้ไปไกลกว่านัน้
เขาสรา้ งให้เรื่องทัง้ ปวงของหนังสือเล่มนเ้ี ป็น “ทวิลักษณ”์ ของส่ิงสิง่ เดียว ดังจะเห็นได้จากสัญลักษณ์
ของออรีนซึ่งเปน็ รูปงูขาวและงูดำตา่ งงับหางของอีกฝา่ ยไว้ (เมื่อเราลองลากเสน้ ไปตามรปู งูท้ังสองกจ็ ะพบว่ามัน
ไม่มีจุดจบ) งูทั้งสองเป็นตวั แทนของโลกจริงและโลกสมมติ (หรือเรียกอีกอย่างว่าจินตนาการ) ซึ่งแท้ที่จรงิ แล้ว
มนั คือโลกเดยี วกนั หรอื อย่างน้อยกเ็ ปน็ คนละโลกทีใ่ กล้ชิดเชอื่ มโยงกันอย่างมาก
ทั้งสองโลกต่างส่องสว่างและเกื้อกูลกัน ขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนของกันและกัน เมื่อโลก
จินตนาการประสบหายนะ (ยวุ จกั รพรรดินีป่วย อาณาจักรจนิ ตนาการถกู ความว่างเปล่าเขา้ ครอบงำ) โลกจริงก็
อยู่ในสภาวะไร้สมดุล (ความสัมพันธ์ระหวา่ งบาสเตยี นกับพ่อเปราะบางเพราะไม่เข้าใจกัน) การแก้ไขปัญหาจึง
ตอ้ งทำพรอ้ มกันท้ังสองโลก (หมอพยายามรักษายุวจกั รพรรดินี ขณะทพี่ อ่ ก็พยายามซอ้ื ของขวัญให้บาสเตยี น)
จินตนาการไมร่ ู้จบ 12
“...มีหนทางข้ามเส้นแบ่งระหวา่ งอาณาจักรจินตนาการกับโลกมนุษยอ์ ยู่สองทาง ทางหนึ่งถูกและทาง
หนึง่ ผดิ เม่อื ไรทบ่ี ตุ รของมนุษย์ข้ามมาสูโ่ ลกของเราด้วยความต้ังใจของเขาเอง นัน่ เป็นทางทถี่ กู ”
การข้ามจากโลกจริงมาสู่โลกจินตนาการ (ซึ่งอยู่ห่างไกลหากวัดด้วยมิติของระยะทาง แต่ใกล้แสนใกล้
หากวัดด้วยมติ ขิ องความปรารถนา) ก่อใหเ้ กิดศรทั ธาและความกล้าหาญ
เมื่อบาสเตียนเข้ามาสู่โลกจินตนาการ เขาก็กลายเป็น “วีรบุรุษ” ในทางตรงกันข้าม หากชาว
จินตนาการหลุดรอดไปสู่โลกจริง อันเป็นการติดต่อกับโลกมนุษย์ด้วยหนทางที่ผิด จินตนาการเหล่านั้นก็มีค่า
เสมอเป็นเพยี ง “ความเทจ็ ” หรอื ความเพอ้ เจ้อเหลวไหลเทา่ นนั้
จนิ ตนาการคือส่งิ สำคัญ แต่หากไม่ก่อให้เกดิ การเรียนรู้ มันก็คอื ความเท็จ
โดยนัยนี้ การยดึ ตดิ อยู่ในโลกแห่งความเปน็ จริง ยอ่ มทำใหม้ นษุ ย์แล้งจนิ ตนาการ
ขณะเดียวกัน หากจมปลักอยู่กับจินตนาการ เขาก็จะสูญเสียสำนึกแห่งความเป็นจริงไป เช่นเดียวกับ
ผู้คนในเมืองแหง่ อดตี จักรพรรดิ
สมดุลของโลกถูกคานอำนาจกันระหวา่ งความจริงและจนิ ตนาการ “...ความพินาศย่อยยับทง้ั ปวงได้รับ
การยับยั้งไว้ก็ด้วยการท่ีงูทั้งสองยังคงยึดหางของอีกฝ่ายหนึ่งไว้ ซึ่งหากเมื่อใดที่พวกมันปล่อย สรรพสิ่งยอ่ มถึง
กาลล่มสลายอย่างแนน่ อน...”
ตลอดเวลาทผี่ า่ นมา บาสเตียนปรารถนาจะเป็นคนอื่นมากกว่าตนเอง ทกุ ครง้ั ที่เขาใชอ้ ำนาจแห่งออรีน
เพื่อกระทำตามใจปรารถนา เขาก็ต้องสูญเสียความทรงจำบางอย่างในอดีตไป น่าแปลกตรงที่ในหลายๆ คร้ัง
เขาปรารถนาในสิ่งที่ตนมีอยู่แล้วแต่ไม่รู้ เขาต้องสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เขามีอยู่แล้ว เพื่อแลกกับส่ิง
เดียวกนั นนั้ เอง
เพือ่ ทีจ่ ะเป็นคนกล้าหาญในอาณาจักรจนิ ตนาการ เขาตอ้ งแลกกบั ความทรงจำวา่ คร้งั หน่ึงเขาเป็นคนขี้
ขลาดในโลกจรงิ (ท้ังทีพ่ ฤตกิ รรมบางอย่างบ่งช้ีว่าเขามีความกล้าหาญพอตวั ไมว่ ่าจะการเถยี งคณุ โคเรแอนเดอร์
เจา้ ของรา้ นหนังสือผู้กล่าวหาว่าเดก็ ๆ ลว้ นเป็นตัวร้ายกาจ หรอื แม้แต่การต่อสู้กับจิตใจของตัวเองก่อนจะอาสา
เปน็ วรี บรุ ุษผ้ชู ่วยเหลอื อาณาจักรจนิ ตนาการ)
ในตอนท้ายเรื่อง ระหว่างการค้นหาทางกลับสู่โลกมนุษย์ เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เขาต้อง
แลกมันกบั ความทรงจำเกี่ยวกบั บคุ คลแวดลอ้ มในโลกที่เขาจากมาทัง้ หมด
และเพื่อทจี่ ะได้รับความรักจากผ้อู น่ื เขาตอ้ งแลกมนั กับความทรงจำที่มีต่อพ่อและแม่
มคิ าเอ็ล เอน็ เด้ ไดเ้ ห็นชวี ติ และวัฒนธรรมหลากรปู แบบ ปี 1970 เขากับภรรยายา้ ยไปอยู่ท่ีอิตาลีนาน
15 ปี จึงกลับเยอรมนั หลังจากภรรยาเสียชวี ติ
จนิ ตนาการไมร่ ู้จบ 13
เขาไปเยือนญี่ปุ่นหลายครั้ง และภายหลังได้แต่งงานกับมาริโกะ ซาโตะ ผู้แปลงานของเขาเป็น
ภาษาญี่ปุ่น เอ็นเด้จึงมีความเชื่อมั่นในเรื่องกระจกสะท้อนแก่กันระหว่างสองโลกที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เพียง
หมายถึงโลกจริงและโลกจินตนาการเท่านั้น หากยังรวมถึงดินแดนที่มีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรมอีกด้วย
แนวคิดเรื่อง “กระจกสะท้อนแก่กนั ” นี้นอกจากแสดงผ่านสญั ญะจำนวนมากมายในเรื่อง The Neverending
Story แล้ว เขายังมีเขียนรวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่งชื่อ Mirror in the Mirror (1986) เรื่อง Jim Knopf และนิทาน
หลายเร่อื งก็สะท้อนความคิดนี้
ครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมหวังว่าโลกตะวันออกกับยุโรปจะมีการพูดคุยกันอย่างแท้จริงใน
ประเด็นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม...ทงั้ สองต่างลว้ นมีประเพณีท่ียิ่งใหญ่เป็นของตัวเอง ในเม่ือยุโรปนั้นแตกต่าง
จากตะวนั ออก ดงั น้ันการพูดคยุ แลกเปลยี่ นระหว่างกนั จะทำใหเ้ กิดความงอกเงยอุดมสมบูรณ์”
ความโด่งดังและยอดเยี่ยมของ The Neverending Story มีมากจนถึงขนาดมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้าง
เป็นภาพยนตร์ กำกับโดยโวล์ฟกัง ปีเตอร์เซน ซึ่งมีผลงานโด่งดังในเวลาต่อมาอย่างเช่น Air Force One
(1997) Perfect Storm (2000) และ Troy (2004)
แต่น่าเสียดายที่ขณะที่หนังเรื่องนี้ได้ออกฉายในปี 1984 หนังกลับเต็มไปด้วยความอ่อนด้อย ไม่ว่าจะ
ขาดความลมุ่ ลึกของตวั ละคร หรือสรา้ งจากเนื้อหาเพียงครึ่งเล่มแรกเทา่ นนั้ ทงั้ ทสี่ าระสำคัญของเร่ืองขมวดปม
และคล่คี ลายในครึง่ เล่มหลัง
และที่ดูจะร้ายแรงที่สุดก็คือ The Neverending Story ฉบับภาพยนตร์นี้ปล่อยให้อัทเทรอูกับมังกร
นำโชคฟูคัวร์ทะลุมาสู่โลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนพวกเด็กเกเรที่กลั่นแกล้งบาสเตียน มันเท่ากับเป็นการรื้อทิ้งแก่น
ความคิดในฉบับหนังสอื ลงอยา่ งปน่ ปจ้ี นกลายเปน็ เร่ืองแฟนตาซีดาดๆ
เพราะการสรุปเรื่องแบบนี้เท่ากับยิ่งสนับสนุนการหลีกหนีความจริง ทั้งที่ในทัศนะของเอ็นเด้แล้ว
จินตนาการต้องมีเพือ่ ให้คนเราเติบโตขึ้น และมองโลกความเป็นจริงด้วยมุมมองทีต่ ่างออกไป มิหนำซ้ำหากยดึ
ตามที่เอ็นเด้อ้างไว้ในหนังสือ การทะลุมิติครั้งนี้ของอัทเทรอูก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากเป็นเพียง “ความเท็จ”
เท่านัน้
ความไม่พอใจคร้ังนถี้ ึงกบั ทำให้เอ็นเด้ขอใหผ้ สู้ รา้ งถอดช่ือเขาออกจากชือ่ ผู้ประพนั ธ์ รวมไปถึงฟ้องร้อง
บริษัทผผู้ ลิต แตเ่ ขาแพ้คดใี นทีส่ ดุ
มิฆาเอล็ เอน็ เด้ เสยี ชีวติ ด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1995 ในช่วงบ้ันปลายชวี ิตของเขา ยังมี
การนำเรื่อง The Neverending Story มาสร้างเป็นหนังภาคสองและสาม โดยที่ภาคสองหยิบเอาเหตุการณ์
ย่อยๆ บางเหตุการณ์ในหนังสือครึ่งเล่มหลังของเขามาสร้างและร้อยเรยี งใหมจ่ นต่างไปจากเรื่องเดิม ส่วนภาค
สามน้นั คงอาศยั เพยี งชื่อตวั ละครเทา่ นั้น แตเ่ หตุการณ์ทัง้ หมดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกับในหนังสอื เลย
ตามรายงานไม่ได้แจ้งว่าเหตุใดเอ็นเด้ซึ่งผิดหวังจากการที่ผลงานของเขาถูกปู้ยี่ปู้ยำในหนังภาคแรก
กลับยังคงยนิ ยอมให้มีการสรา้ งภาคต่อได้อีก และเขาไดด้ ูมันหรือเปล่า ซ่งึ หากเขาไดด้ ูกค็ งกระอักเลอื ดมากเป็น
สองเทา่ เพราะ The Neverending Story ภาคแรกทว่ี ่าแย่แลว้ สำหรบั สองภาคหลังนนั้ กลบั ยิ่งแย่ไปกนั ใหญ่
จินตนาการไม่รจู้ บ 14
ประวัติผู้แต่ง
มิชาเอ็ล เอ็นเด้ (Michael Ende) (ค.ศ. 1929 - ค.ศ. 1995) เป็นลูกชายของ ศิลปินเซอร์เรียลลิสต์
ชาวเยอรมัน ชอ่ื Edgar Ende และแมเ่ ปน็ นักจติ วิทยาบำ บัด ชอ่ื Luise Bartholomä Ende เขาจึงเติบโต มา
ทา่ มกลางบรรยากาศการอา่ นและศิลปะ เหนือจรงิ เอน็ เด้เป็นนกั เขยี นชาวเยอรมัน ท่มี ีชือ่ เสยี งมากในศตวรรษ
ที่ 20 ผลงาน สว่ นใหญ่ของเขาเปน็ วรรณกรรมเยาวชน แนวแฟนตาซีและได้รับการแปลและพิมพ์ ซำ้ มากมาย
หลายภาษา ผลงานของเขา ท่ไี ด้รบั การแปลเปน็ ภาษาไทยนอกจาก จินตนาการไมร่ ู้จบแล้วยงั มโี มโม่ (Momo),
จิม กระดุม กับลูคัส คนขับ หัวรถจักร (Jim Knopf and Lukas the Engine Drive), จิมกระดุม กับ 13 ป่า
เถ่อื น (Jim Knopf und die Wilde 13) เป็นตน้ เขาเคยพูดถงึ การเขยี นงาน วรรณกรรมเยาวชนไว้ว่า “ผมเล่า
เรื่องราว ต่างๆ เพื่อความเป็นเด็กในตัวผมและใน ตัวทุกคน และนั่นทำ ให้หนังสือของผม เหมาะกับเด็กๆ ที่มี
อายุระหว่าง 80 ปี ถึง 8 ปี” (ดูวิธีการนับตัวเลขของเขาสิช่าง แฟนตาซีจริงๆ) นอกจากเขาจะเป็นนักเขียน
วรรณกรรมเยาวชนแล้ว เอ็นเด้ยังเป็นนัก แสดง นักเขียนบทละคร ผู้จัดการโรงละคร ในเมืองมิวนิค และนัก
วิจารณ์ภาพยนตร์ ของบริษัท Bavarian Broadcasting เขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 65 ปีหลัง จากที่ป่วยด้วย
โรคมะเรง็ มาเปน็ เวลานาน
มิชชาเอล อันเดรอัส เฮ็ลมูท เอ็นเดอ (เยอรมัน: Michael Andreas Helmuth Ende; 12
พฤศจิกายน ค.ศ. 1929 – 28 สิงหาคม ค.ศ. 1995) เป็นนักเขียนชาวเยอรมัน ประเภทจินตนิมิต และบันเทิง
คดีเด็ก มีชื่อเสียงจากมหากาพย์เรื่อง The Neverending Story และเรื่องอื่นที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น
Momo และ Jim Button and Luke the Engine Driver ผลงานของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ
มากกว่า 40 ภาษา และขายได้มากกว่า 35 ล้านเล่ม ยังได้รับการดัดแปลงมาทำเป็นภาพยนตร์ ละคร
เวที อุปรากร และหนังสือเสียงมากมาย เอ็นเดอเป็นหนึ่งในนักเขียนชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียงที่สุดใน
คริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมากแล้วจะเป็นบันเทิงคดีเด็ก แต่เขาก็ไม่ได้เขียนหนังสือเด็กเสมอไป เขายังเขียน
หนังสอื สำหรบั ผู้ใหญ่ด้วย งานเขยี นของเอ็นเดอมสี ว่ นผสมความเหนอื จริงระหวา่ งความเปน็ จรงิ กับจินตนิมิต
จนิ ตนาการไมร่ ู้จบ 15
บทท่ี 3
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการวจิ ารณว์ รรณกรรมเหรยี ญรางวลั คาร์เนกี
เรอื่ ง จินตนาการไมร่ ู้จบ
1. ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงในวถิ ชี ีวิตแบบดัง้ เดิม : ภมู หิ ลัง
การสะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของเรื่องราว และศิลปินท่ีถูกขนานนามด้านการแต่งหนังสือ
ในสมยั สงครามโลกครง้ั ที่ 1 ยาวนานไปจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวศตวรรษที่ 20 ท่ีเยอรมัน ช่ือว่า
“เอนเด้ หรือ มิชชาเอ็ล เอนเด้” กับงานเขียนที่มากมายและ โดยใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็นไม่ได้
หวาดกลัวต่อสงครามโลกแต่อย่างใด ทั้งนี้เอนเด้ก็ยังคงเป็นนักเขียนต่อไป และกลายเป็นนักเขียนที่มี
ผลงานเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ทั้งงานเขียนของเอนเด้ยังได้รับการยกย่อง และได้รับการแปลและ
ตีพิมพ์ในหลายประเทศและหลากหลายภาษา เน่ืองจากงานเขียนของเอนเด้เตม็ ไปด้วยความสขุ และ
จินตนาการที่แม้จะเป็นช่วงสงคราม เอนเด้ก็ยังคงกลบเกลื่อนสภาพปัญหานี้ด้วยการเป็นนักขียนที่มี
คณุ ภาพได้อยา่ งไม่หยดุ หย่อน
2. การกอ่ รา่ งสร้างชวี ิตของตัวละครภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง : ทฤษฎขี ้ันต้นส่กู ารปฏิบัติ
เอนเด้ได้แต่งจินตนาการไม่รู้จบในเร่ืองที่เป็นรูปแบบ “ทวิลักษณ์” ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องราวที่
สนับสนนุ การหลีกหนีจากความเป็นความจริง ทัง้ ทีใ่ นทศั นะของเอน็ เด้แลว้ จนิ ตนาการต้องมีเพ่ือให้คนเรา
เติบโตขึ้น และมองโลกความเป็นจริงด้วยมุมมองที่ต่างออกไป มิหนำซ้ำหากยึดตามที่เอ็นเด้อ้างไว้ใน
หนังสือ การทะลมุ ติ คิ รงั้ น้ีของอทั เทรอกู ็ไม่ใช่ส่งิ อ่นื ใดนอกจากเปน็ เพียง “ความเทจ็ ” เทา่ น้นั
ทั้งนี้เอนเด้จึงใหแ้ นวคิดของการใช้ชวี ติ ที่ควรเป็นในพืน้ ฐานของความเป็นจริงจามที่ควรเป็น และ
นำออกจากโลกของจินตนาการ เพื่อการใช้ชีวิตในความเป็ฯจริงได้อย่างไม่มีความหวาดกลัว และความ
กังวลใดใด เพื่อใหเ้ ดินหน้าต่อได้ในอนาคต แทนทจี่ ะจมปรักอยู่กบั “จนิ ตนาการทไ่ี ม่รจู้ บ”
3. การหลดุ พน้ จากความเปน็ ทาสไปสคู้ วามก้าวหนา้ ดว้ ยหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
กล่าวถึงตัวละครชื่อ “บาสเตียน บัลซาร์ บูกซ์” ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเก่า ที่ได้รับมา
จากร้านหนังสือเก่าในตรอกที่ไร้ผู้คน และไม่สามารถแยกแยะได้ ระหว่าโลกที่ควรเป็ฯตามความเป็นจริง
และโลกของหนังสือที่ถูกจินตนาการขึ้น การถูกครอบงำด้วยความว่างเปล่าในจินตนาการที่ส่งผลต่อโลก
ภายนอก ทำให้บาสเตียนต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในโลกของความเป็นจริง เพื่อการหลุกพ้นจากความว่าง
เปล่าทีถ่ กู กกั ขังไวใ้ นโลกของจนิ ตนาการ
จินตนาการไม่รจู้ บ 16
4. บทสง่ ทา้ ย
ความเป็นจริงคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นมนุษย์จึงเลือกที่จะฝังตัวเองอยู่ในความทรงจำ อดีต
หรือจินตนาการที่ปิดกั้นตัวเองออกจากความผิดหวัง และโลกที่แสนโหดร้ายทั้งปวง แต่ทว่าจินตนาการ
ไมไ่ ดส้ ่งผลต่อความเป็นจรงิ ดงั นนั้ การเรียนร้ทู ่ีจะอยูต่ ามความเป็นจรงิ จึงควรเปน็ เร่ืองท่ีควรเป็น
จินตนาการไมร่ จู้ บ 17
บทที่ 4
วธิ ีการดำเนนิ งาน และ หน้าที่รับผดิ ชอบการศึกษา
วิธกี ารดำเนนิ งาน (ภายใตป้ ัญหายุค COVID19)
1. เลือกวรรณกรรมเพื่อทำการศึกษาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและองค์ประกอบของเรื่องโดยมี
ขน้ั ตอนดำเนนิ งาน ดังน้ี
1.1 แบ่งหน้าที่สมาชิกที่ร่วมรับผิดชอบ ทำหน้าที่ในส่วนประกอบต่างๆของรายงาน โดย
อา่ นนิยายกอ่ นเพอ่ื ทำความเขา้ ใจ
1.2 ในบทที่ 2 โดยแบ่งให้เพื่อนสรุปเนื้อเรื่องที่อ่านจากนิยายจาก 1.1 ให้สั้นลงและ
เข้าใจงา่ ย
1.3 แบ่งหน้าที่ในส่วนของการจัดระบบแบ่งรายงานในการทำหน้าที่หรือในการ
รบั ผิดชอบในสว่ นของตัวเองได้งา่ ยขนึ้
2. ในส่วนของบทที่1 เพื่อนที่ได้รับหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนั้นก็จะคิดในส่วนของหลักเศรษฐกิจ
พอเพยี งในเง่อื นไข 5W 1H และหลกั การ 3 ห่วง 2 เง่อื นไข
3. ในสว่ นบทท่ี 3 เป็นการยกตัวอย่างของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากเร่อื งลงุ เยน็
4. บทท่ี 5 สรุปของการศกึ ษาและขอ้ เสนอแนะของการทำงานและในการศกึ ษาวรรณกรรมแปล
4.1 อีกส่วนของบทที่ 5 ให้นำรายงานของการศึกษาวรรณกรรมที่ตามหลักเศรษฐกิจ
พอเพียงก่อนที่รวบรวมรูปเลม่ ก่อนสง่ งาน
หน้าทรี่ บั ผดิ ชอบของการศกึ ษา
1. นาย ธนาสนิ นลิ กำแหง เลขที่ 3
มหี น้าท่รี บั ผดิ ชอบในการศกึ ษาสว่ นที่ บทท่ี 4
2. นาย สิรภพ เรอื งรงุ่ เลขที่ 5
มีหน้าที่รับผิดชอบในการศึกษาสว่ นท่ี บทท่ี 3
3. นาย ชนะชัย เปรมบญุ เลขที่ 6
มหี นา้ ที่รับผดิ ชอบในการศกึ ษาส่วนท่ี บทที่ 1
4. นาย กรธวัฒน์ บวั ผนั เลขท่ี 10
มีหน้าท่ีรบั ผิดชอบในการศกึ ษาสว่ นท่ี บทที่ 2
5. นาย ชิษณุพงศ์ ฉวางวงศานุกูล เลขที่ 11
มหี นา้ ท่ีรับผดิ ชอบในการศกึ ษาสว่ นท่ี บทที่ 5
จนิ ตนาการไม่รจู้ บ 18
บทที่ 5
บทสรปุ ของการศกึ ษา และ ขอ้ เสนอแนะของการทำรายงาน
บทสรปุ ของการศึกษา
วรรณกรรมแปล เร่อื ง จินตนาการไมร่ จู้ บ เป็นวรรณกรรมทไี่ ด้รบั การยอมรับวา่ เป็นหนังสือเล่มหน่ึงที่ดี
ท่ีสดุ สำหรับเดก็ โดยการนำวรรณกรรมเรอ่ื งนี้มานำเสนอให้สอดคล้องกบั แนวคดิ ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
จากการศึกษาในครั้งนี้เผยให้เห็นถึงแนวคิด การทำงาน ในการดำเนินเรื่องของตัวละครทุกๆ ตัว
เพ่อื ทจี่ ะเป็นคนกล้าหาญในอาณาจักรจินตนาการ เขาต้องแลกกับความทรงจำวา่ ครง้ั หนงึ่ เขาเป็นคนขี้ขลาดใน
โลกจรงิ (ทั้งทีพ่ ฤตกิ รรมบางอยา่ งบ่งชวี้ ่าเขามีความกลา้ หาญพอตัว ไมว่ ่าจะการเถยี งคุณโคเรแอนเดอร์เจ้าของ
ร้านหนังสือผู้กล่าวหาว่าเด็กๆ ล้วนเป็นตัวร้ายกาจ หรือแม้แต่การต่อสู้กับจิตใจของตัวเองก่อนจะอาสาเป็น
วีรบรุ ษุ ผู้ช่วยเหลืออาณาจักรจินตนาการ)
ในตอนท้ายเรื่อง ระหว่างการค้นหาทางกลับสู่โลกมนุษย์ เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เขาต้อง
แลกมนั กบั ความทรงจำเก่ียวกับบคุ คลแวดลอ้ มในโลกทีเ่ ขาจากมาทง้ั หมด
ข้อเสนอแนะ และ คำแนะนำการทำรายงาน
1. คณุ ครู นเรศ ย้มิ โรจน์ มขี ้อเสนอแนะ ดังน้ี
1.1 ใช้ฟอนตแ์ ละทำตัวหนาให้เหมือนกัน
1.2 ขยับเนื้อเร่อื งย่อให้อยูใ่ นบรรทัดเดียวกัน
2. คุณครู วัฒนา กระตา่ ยทอง มีขอ้ เสนอแนะ ดงั นี้
2.1 ชอ่ื ไม่ควรอยู่ห่างจากคำนำหนา้ ต้องใช้ตดิ กนั เท่านั้น
2.2 คำฉกี ควรใหอ้ ยู่ในบรรทัดเดยี วกนั
2.3 ควรจัดยอ่ หนา้ เข้าไปใหต้ รงและสวยงาม ให้ตวั เลขตรงกนั ใหช้ ่อื นามสกลุ ตรงกนั และหน้าท่ตี รงกัน
3. คณุ ครู นพดล อถมพรมราช มขี อ้ เสนอแนะ ดังนี้
3.1 การเรียนรู้และศึกษาโปรแกรม Micro soft word เพื่อการทำรายงานในวชิ าอ่ืนๆ
3.2 ทำความเข้าใจในเรื่องของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ว่ามิได้เน้นเพียงแค่การเกษตร หรือ การเก็บ
ออมเท่านั้น หากแต่ ยังสอนในส่วนต่างๆ ที่ต้องทำความเข้าใจมากถึง 9 หลักการตามทฤษฎีการ
เรียนรู้เรื่องหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติ กล่าวคือ การเรียนรู้ และ
ศึกษาเรื่อง การเข้าใจคนเอง การรู้จักตัวเอง และการดูแลตัวเอง ในเรื่อง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผลในตัวเอง การมีภูมิคุ้มกัน ที่ต้องอยู่ภายใต้ 2 หลักการ คือ คุณธรรม และความดี
และองคป์ ระกอบยอ่ ย คือ สังคมนิยม วัตถนุ ยิ ม วฒั นธรรม และส่ิงแวดลอ้ ม นนั่ เอง
3.3 การใชร้ ะดับของภาษาเพ่ือการเรียบเรียงเนื้อหา ขอ้ มูล จากภาษาทัว่ ไป เป็น กงึ่ ทางการ ไปจนถึง
การเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ ท่ีตอ้ งใชภ้ าษาระดบั ความเปน็ ทางการ
3.4 การประสานงานเพื่อความคืบหน้าของการทำงานกลุ่ม คือ ปัจจัยพื้นฐานที่ควรให้ความสำคัญ
และต้ังเปน็ วัตปุ ระสงคข์ องกล่มุ เพ่ือทำให้สง่ิ ทตี่ ง้ั เป้าหมายไว้ของกลุม่ บรรลไุ ปได้พร้อมๆ กนั
จินตนาการไม่รู้จบ ค
อา้ งอิง
เอ. ฟลิ ิปปา เพยี รซ์ , จนิ ตนาการไมร่ ้จู บ, แปลโดย ธารพายุ, (กรงุ เทพมหานคร: แพรวเยาวชน, 2554)