นริ าศพระธาตุอินทร์แขวน(เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : ก
คำนำ
รายงานเรื่องน้ี เป็นส่วนหน่ึงของวิชาภาษาไทยมีจุดประสงค์เพ่ือศึกษาความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์
วจิ ารณ์นวนยิ าย วรรณกรรมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงซ่ึงรายงานฉบับนีม้ ีเนอื้ หาเกยี่ วกบั การวิเคราะห์
วิจารณ์นวนิยาย เรือ่ ง เจ้าจนั ท์ผมหอมการศึกษาค้นคว้าเร่อื ง วิเคราะห์วิจารณ์เจ้าจันท์ผมหอม เล่มนี้ ข้าพเจ้า
ได้วางแผนการดำเนนิ งานการศึกษาค้นคว้าเป็นกลมุ่ ศกึ ษาจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ อาทิ หนงั สือนวนยิ ายนิราศ
พระธาตุอินทร์แขวนเจ้าจันท์ผมหอม และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์การจัดทำรายงานฉบับน้ีสำเร็จตาม
วัตถุประสงค์ไปด้วยดีขอขอบพระคุณ คุณครูนพดลอถมพรมราชท่ีได้ให้คำแนะนำการเขียนรายงานจนทำให้
รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ในด้านแผนปฏิบัติศึกษาการทำรายงาน การเรียบเรียงเนื้อหา ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
หวังว่าเนื้อหาในรายงานฉบับนี้ท่ีได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี หากมีส่ิงใดในรายงาน
ฉบบั น้จี ะตอ้ งปรับปรงุ ขอน้อมรบั ในข้อชี้แนะและจะนำไปแก้ไขหรือพัฒนาให้ถกู ต้องสมบรู ณ์ต่อไป
คณะผ้จู ัดทำ
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน(เจ้าจนั ท์ผมหอม) : ข
สารบญั หนา้
เร่อื ง ก
ข
คำนำ
สารบัญ 1– 8
9 – 10
บทที่ 1 บทนำ 11 – 12
บทที่ 2 เรือ่ งย่อ 11-12
บทที่ 3 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการวิจารณว์ รรณกรรมทอ้ งถน่ิ
13
เรื่องเจ้าจันท์ผมหอมการสรา้ งปมปัญหาหรือความขัดแยง้ ใหเ้ กิดขน้ึ กับตวั ละคร 14-16
บทท่ี 4 วิธกี ารดำเนินงานและหนา้ ทกี่ ารรบั ผกิ ชอบการศึกษา
บทที่ 5 บทสรุปของการศกึ ษา และ ขอ้ เสนอแนะของการทำรายงาน 17
อา้ งอิง
นริ าศพระธาตุอนิ ทร์แขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 1
บทท่ี1
บทนำ
ทีม่ าและความสำคญั ของการศกึ ษา
เป็นปรัชญาชี้ถงึ แนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตน ของประชาชนในทกุ ระดับต้ังแตร่ ะดับครอบครัวระดับ
ชุมชนจนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนา
เศรษฐกิจเพื่อให้กา้ วทันต่อโลก ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็น
ที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ ท้ังนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความ
รอบคอบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอกและภายในและความระมัดระวังอย่างย่ิง ในการนำวิชาการ
ต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกข้ันตอนและขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของ
คนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐนักทฤษฏีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรมความซ่ือสัตย์
สุจริตและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญา และความรอบคอบ
เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม
ส่งิ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราช
ดำรัสชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2517 จนถึงปัจจุบันได้รับการ
เผยแพร่อย่างต่อเน่ืองถึงความหมาย วิธีการและแนวทางการปฏิบัติจากฝ่ายต่างๆท้ังภาครัฐและเอกชนเพื่อ
ส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้จักการพ่ึงพาตนเองให้พอมีพอกิน รู้จักความพอประมาณ มีเหตุผล มีการสร้างภูมิคุ้ม
กนที่ดีให้กับตนเอง รวมไปถึงความไม่ประมาท และรู้จักการพัฒนาอย่างเป็นลำดับตามขั้นตอนตลอดจนมี
คุณธรรมเปน็ หลักสำคัญในการดำรงชวี ิต
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ ท่ีรู้จกั กันอย่างจริงจงั และเร่ิมมีบทบาทแพร่หลายในสงั คมไทยมากย่ิงขึ้น
ที่สุดในช่วงปี พุทธศักราช 2540 เมื่อประเทศไทยตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจคร้ังรุนแรง อัน
ก่อให้เกิดปญั หาทางโครงสรา้ งเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศอย่างมาก เชน่ ทำใหเ้ กิดช่องวางระหว่างกลุ่ม
นายทุนท่ีเป็นคนร่ำรวยกับกลุ่ม คนยากจนจนเกิดเป็น ความเหลื่อมล้ำท้ังทางด้านรายได้ไปจนถึง
โอกาสและการเข้าถึงทรัพยากรซึ่งถือว่ารุนแรงและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงถือเป็นทางเลือกอีกทางหน่ึงของสังคมไทยในการตอ่ สู้กบปัญหาทางเศรษฐกจิ และ
สงั คม
1. แนวคิดของการศึกษา
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิด ซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดี
ยิ่งขึ้น จนเกิดความยั่งยืน คำว่า พอเพียง คือ การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยต้ังอยู่บนหลักสำคัญสาม
ประการ คือ ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการมภี มู คิ ุ้มกันที่ดี
2. แนวคิดของการศกึ ษา และ เอกสารท่เี ก่ยี วข้อง
2.1 ทฤษฎอี งค์ประกอบวัตถปุ ระสงค์ของวรรณกรรม
วรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีทั้งวรรณกรรมร้อยแกวและร้อยกรอง มีรูปแบบและเนื้อหา
ดงั น้ี
นิราศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจันทผ์ มหอม) : 2
1. รูปแบบ (Form)
การศึกษาวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผู้วิจัยได้แบ่งรูปแบบของวรรณกรรม
วรรณกรรมตามลักษณะการเขียน ซ่ึงสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ วรรณกรรมร้อยแก้วและ
วรรณกรรมร้อยกรอง
1.1 วรรณกรรมรอ้ ยแก้ว
วรรณกรรมรอ้ ยแก้ว หมายถึง บทประพันธ์ที่เขียนขึ้นในรูปความเรียง ไม่มีกำหนดจำนวนคำ
ในวรรคตำแหน่งสัมผัส เสียงสูงต่ำหรือหนักเบาใดๆ เช่น บันเทิงคดี คือวรรณกรรมที่มุ่งให้ความ
เพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน วรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน และวรรณกรรมประเภทการ์ตูนได้แก่
วรรณกรรมประเภทนวนิยาย วรรณกรรมประเภท
1.1.1 วรรณกรรมประเภท นวนิยาย
เปน็ วรรณกรรมบนั เทิงคดีซง่ึ เป็นเร่ืองท่ีแต่งข้ึนจากจินตนาการ ลักษณะสำคัญคือปะ
กอบด้วยเหตุการณ์ท่ีมีความสัมพันธ์กน และดำเนินไปในสถานที่วันเวลา เช่ือมโยงกันเป็น
เรอ่ื งราว นวนิยายจึงเปน็ เรื่องราวทผี่ ู้แตง่ จำลองมาจากชวี ิตจริง
1.1.2 วรรณกรรมประเภทวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน
มีรูปแบบหลากหลายขึ้นอยู่กับนักเขียนสร้างรูปแบบของตนเองโดยเฉพาะ สามารถ
จำแนกได้เป็น นิทานคำกลอน นิทานพื้นบ้านเร่ืองเล่าที่สอนให้รู้จักระเบียบกฎเกณฑ์ในการ
ดำรงชวี ติ เรอ่ื งขบขัน เร่ืองผจญภยั เทพนิยายเรื่องเพอ้ ฝนั และเรือ่ งสั้น
1.1.3 วรรณกรรมประเภทการ์ตนู
เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นในลักษณะต่างๆ โดยเนน้ ลักษณะใดลักษณะหน่ึง ซึ่งในการเขียน
จะเขียนเพียงเส้นหยาบๆ พอให้มองรู้ว่าเป็นอะไรอีกทั้งการ์ตูนยังเป็นวรรณกรรมท่ีถ่ายทอด
ความเข้าใจและความรู้สึกด้วยรูปภาพ มีลักษณะเป็นภาพชวนขันท่ีดูผิดเพ้ียนไปจากความ
เป็นจริง การ์ตูนจึงเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่เข้ามามีอิทธิพลต่อเด็ก โดยการ์ตูนมีทั้งภาษาและ
ภาพประกอบจึงเป็นสิ่งท่ีดึงดูดความน่าสนใจต่อเด็กเป็นพิเศษ ซึ่งการ์ตูนถือได้ว่าเป็นส่ือทาง
วรรณกรรมที่ถือได้วาเป็นการถ่ายทอดและส่งผานความคิดตลอดจนมุมมองต่างๆ เก่ียวกบ
โลกและสังคมใดสังคมหนึ่งผ่านภาษา และรูปภาพ เด็กจึงถือได้ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายของการ
ถูกหล่อหลอมตามระบบความคิดความเชอื่ ของสงั คมเป็นอันดับแรก เพราะเด็กเปรียบเสมือน
ความใสสะอาดที่รอการแตง่ แตม้ หรอื ย้อมทาสีสันจากผใู้ หญ่
วรรณกรรมประเภทการ์ตูนสามารถแบ่งวรรณกรรมการต์ ูนได้ 2 รูปแบบ คือรปู แบบ
เพื่อความบันเทิงทั่วไป เช่น เร่ืองตลกขบขัน เรื่องผจญภัย เรื่องอิงประวัติศาสตร์ เร่ือง
นักเรยี น เรื่องภายในครอบครัว เป็นต้น และรูปแบบเพ่ือคณุ ค่าทางการศึกษา เชน่ เร่อื งเก่ียว
กบการเมือง วรรณคดีประวัติบุคคลสำคัญ วิทยาการและอุตสาหกรรม ประวัติศาสตร์และ
ศาสนา
1.2 วรรณกรรมร้อยกรอง
วรรณกรรมร้อยกรอง หมายถึง บทประพันธ์ที่เขียนขึ้นตามลักษณะบังคับฉันทลักษณ์ มีการ
กำหนดจำนวน คำในวรรค การส่งรับสัมผัส กำหนดเสียงสูงต่ำ ซึ่งในปัจจุบัน ผู้เขียนวรรณกรรมร้อย
กรองตามรูปแบบดังต่อไปน้ี กลอนสุภาพ กาพย์สุรางคนางค์ 28 กลอนแปด กลอนหก กาพย์ยานี 11
กาพยฉ์ บงั 16 และกาพย์สุรางคนางค์ 32
นิราศพระธาตอุ ินทร์แขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 3
นอกจากนี้ วรรณกรรมรูปแบบร้อยกรองสำหรับเด็กจะเน้นลีลาจังหวะ สุนทรียะและความงามของ
ถอ้ ยคำ เปน็ รอ้ ยกรองง่ายๆ ท่เี ดก็ ชอบและพอใจกบฉันทลักษณง์ ่ายๆ ใหภ้ าษาเขา้ ใจไดง้ ่าย
2. เน้ือหา (Content)
เน้ือหาของเรื่อง หรือเหตุการณ์ต่างๆ หลายเหตุการณ์ที่ผู้เขียนนำมาแต่งให้เป็นเร่ืองราวต่อเนื่องกัน
ต้ังแต่ต้นจนจบ ให้รายละเอียดตามที่ผู้เขียนเลือกแล้ว ผู้อ่านได้รู้วามีเหตุการณ์ใดเกิดข้ึนกับตัวละครต่างๆ มี
พฤติกรรมอย่างไรบ้าง เหตุการณ์เกิดข้ึนที่ไหน เม่ือไหร่ ใครพูดกับใครว่าอย่างไรผู้เขียนเล่าเร่ืองโดยละเอียดมี
การบรรยายและพรรณนาความประกอบรวมทั้งแสดงโดยตรงหรือโดยอ้อมให้ผู้อ่านได้เข้าใจตัวละครและ
เหตกุ ารณอ์ ยา่ ง แจม่ แจง้ ตั้งแตต่ น้ จนจบ ซง่ึ ภายในเนือ้ หามอี งค์ประกอบตา่ งๆ ดงั ต่อไปนี้
2.1 โครงเรื่อง (Plot)
โครงเร่ือง คือ เรื่องราวที่ผู้เขียนผูกขึ้น โดยนำประเด็นหรือแก่นของเรื่องที่ตั้งไว้มาสร้างเป็น
เรื่องราวท่ีต่อเน่ือง มีความสัมพันธ์กน มีเหตุผล อาจเสริมแต่งด้วยจินตนาการเพ่ือเสนอให้เห็นปัญหา
และการแกไข้ปัญหาที่เกิดข้ึน โดยมีตัวละครทำหน้าท่ีดำเนินเร่ืองราวเหล่านั้นโครงเร่ืองมี 2 แบบ คือ
โครงเรื่องใหญ่ (Main Plot) เป็นแนวเรื่องสำคัญท่ีผู้เขียนต้องการให้เรื่องดำเนินไปจนจบ และโครง
เรือ่ งย่อย ( Sub Plot) คอื แนวเรื่องทีแ่ ทรกอย่ใู นโครงเรื่องใหญ่ เพ่ือให้เรือ่ งซับซอ้ นและสนกุ สนานใน
เร่ืองหนึ่งเรื่องอาจมีหลายโครงเร่ืองย่อยก็ ได้โครงเรื่องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ
ด้วยกนคือ บทเปิดเรื่อง (Exposition) เป็นบทปูพ้ืนฐานข้อมูลท่ีเก่ียวกบเวลาสถานท่ี เหตุการณ์ ตัว
ละคร การผูกปม (Complication) และการขมวดปม (Rising Action) เป็นเร่ืองราวความยุงยากท่ี
เกิดข้ึนภายในหลงั บทเปิดเรอ่ื ง ทำใหเ้ รื่องดำเนินต่อไป นำไปสู่จุดวิกฤต(Crisis) หรือจุดหักเหของเรื่อง
เม่ือเร่ืองดำเนินมาถึงความตึงเครียดท่ีสุดของเร่ืองจนทำให้เกิดการหักเหครั้งสุดท้ายก่อนจะคล่ีคลาย
ความยุงยากและจบลง ซึ่งเรยี กจุดหักเหน้ีวา จุดสดุ ยอด (Climax) นับเปน็ จุดสูงสดุ ของเรื่องการแก้ปม
(Falling Action) คือตอนท่ีเร่ืองค่อยๆ ลดความตึงเครียดลง ซ่ึงจะนำไปสู่การคลี่คลายปมปัญหาและ
ความขัดแย้งในท่ีสุด องค์ประกอบสุดท้ายคือ การคล่ีคลายเร่ือง ( Resoution ) คือ การคลี่คลาย
ปัญหาและความขัดแย้ง เป็นตอนจบของเร่ืองสำหรับโครงเรอื่ งของวรรณกรรมสำหรบั เด็กมกั เป็นเงือ่ น
ปมของเรื่อง ที่จะคอยคลี่คลายไปสู่ความสำเร็จ ความสมหวังของตัวละคร ตัวเอก หรือบทอวสานของ
ตัวร้าย ลักษณะของโครงเร่ืองจะมีเหตุผลไปตามธรรมชาติ สอดคล้องกับลักษณะสภาพแวด
สิ่งแวดล้อมจะยากง่ายให้ข้ึนอยู่กบวัยของเด็ก โครงเรื่องต้องมีความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐา นกับ
ประสบการณ์ของเด็ก เม่ืออ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ง่าย และสามารถช่วยพัฒนาด้านความสนใจ ให้
ความรู้สึกท่ีดี เป็นเรอื่ งท่ีอยากรู้อยากเห็น เช่น ความรัก ความกลัว ความต่ืนเต้น ประหลาดใจ ความ
โชคดี โชคร้าย ความขยันอดทน เกียจคร้าน หรือเป็นเร่ืองท่ีสอนให้เกิดความรู้สึกนึกคิดไปในตัวใน
ลกั ษณะเปรียบเทยี บเพ่ือให้เห็นประโยชน์ของพฤติกรรมที่ดงี ามและโทษของความช่ัว อีกท้ังโครงเรื่อง
ยงั เต็มไปด้วยความอบอุน่ ความรักในครอบครัว ความยุติธรรม มกั หลีกเลี่ยงเรื่องในลักษณะท่ีโหดร้าย
ทารุณ แต่เป็นเร่ืองท่ีสนุกสนาน หรือแสดงความสุข นอกจากน้ียังเป็นโครงเร่ืองท่ีแสดงความสำเร็จ
ความสขุ สมหวงั ช้ใี ห้เห็นผลของความพยายาม และคุณธรรมของตวั ละคร
2.2 แกน่ เรือ่ ง (Theme)
แก่นเรื่องคือ แนวคิดอันเป็นจุดสำคัญของเรื่อง หรือสาระสำคัญหรือหัวใจของงานเขียนเร่อื ง
ใดเรื่องหน่ึงที่ผู้เขียนสะท้อนหรือแสดงให้ผู้อ่านเห็นและเข้าใจ อาจจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าแก่นเร่ือง
คือ ความหมายที่สรุปได้จากการอ่านงานเขียน ผู้อ่านจะเข้าใจและสรุปความหมายของแก่นเร่ืองได้
นริ าศพระธาตอุ นิ ทร์แขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 4
ตอ่ เมือ่ ไดอ้ า่ นเรอ่ื งราวเหตกุ ารณแ์ ละชวี ิตของตัวละครที่ผูเ้ ขียนแต่งขึ้นตง้ั แต่ตน้ จนจบแล้วเทา่ นน้ั แก่น
เรื่องท่ีผู้อ่านสรุปหาความหมายของเรื่องท่ีอ่านจึงมักจะเป็นข้อความส้ันๆ แกน่ เรื่องมักจะเป็นข้อความ
ที่มีความหมายซ่งึ คนส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วย ไมม่ ีข้อขดั แย้ง เป็นเสมือนความจริงท่เี ป็นทย่ี อมรบั ของคน
ทั่วไป ผู้เขียนสร้างแก่นเร่ืองขึ้นจากสิ่งท่ีคิดว่าเป็นความเป็นจริงในชีวิตของคนในสังคมน่ันเอง แก่น
เรื่องของ นวนิยายมักจะสะท้อนให้เห็น ความคิด ความเชื่อ และค่านิยมต่างๆ ของคน ซึ่งเป็นผลมา
จากอทิ ธพิ ลของสงั คม วฒั นธรรม เศรษฐกจิ และการเมอื ง
2.3 ฉาก (Setting)
ฉาก คือ เวลาและสถานท่ีที่เร่ืองราวและเหตุการณ์ต่างๆ เกิดข้ึนตามเค้าโครงเรื่อง เรื่องราว
เหตุการณ์ ตัวละคร ส่ิงท่ีตัวละครทำ คิดและรู้สึก อาจจะเกิดขึ้นในอดีต ในปัจจุบันหรือในอนาคต
สถานที่ที่ตัวละครเกดิ มชี ีวติ อยตู่ อ่ ส้ปู ัญหาและอุปสรรค มีความสุขหรอื มีความทุกข์ อาจจะเกิดขึ้น ใน
โลกปัจจุบัน ในโลกท่ีมีแต่ในจินตนาการในป่า ในเมืองในถา้ ฉากอาจจะรวมถึงสิง่ ท่ีมีชีวิตและไม่มีชีวิต
ที่ปรากฏอยู่ในสถานที่ท่ีตัวละครมีชีวิตสัมผัสเกี่ยวข้องอยูด้วย ส่ิงเหล่าน้ีทำให้เรารู้จักและเข้าใจตัว
ละครดีข้ึนวา่ ตัวละครแต่ละตัวจะคิด จะพูดและจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเหตุการณ์หรอื ปัญหาต่างๆ ที่
ต้องเผชญิ ฉากถือเป็นอารมณ์ตา่ งๆ ท่ีเกดิ ข้นึ จากประสาทสมั ผสั ทั้ง 5 ดังต่อไปนี้ คือ
1. รูปใดๆ ที่ก่อให้เกิดอารมณ์แก่ตัวละคร ถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของฉาก เช่น เห็นต้น
กล้วยตอนกลางคืน กจ็ ะเข้าใจว่าเป็นผี จงึ เกดิ อารมณ์กลัวหรอื ตกใจ
2. รสเป็นอุปกรณ์ท่ีทำให้เร่อื งมีชวี ิตชีวาข้ึน รสทำให้เรื่องสมจริงทำให้เรื่องดำเนินไป
อย่างสมเหตุสมผล รสทำให้ตัวละครผนั แปรไปต่างๆ เช่น ในสังคมมีการเล้ียงสุรา เพราะสุรา
เป็นรสทผี่ ันแปรอารมณข์ องมนุษย์
3. กล่ิน เช่น นวนิยายลูกทุ่งจะต้องพรรณนาถึงกลิ่นโคลนสาบควายกลิ่นน้ำเน่า ถ้า
แตง่ นวนิยายในเมอื งกรงุ กจ็ ะพรรณนาถงึ น้ำอบ น้ำหอม หรือกล่ินบุหรี่ ถ้าพรรณนาถึงเรอ่ื ง
เศร้าๆก็มักจะกล่าวถึงกล่ินธูป กลิ่นดอกไม้ เป็นต้น ฉะนั้นจึงกล่าวได้วา กล่ินช่วยสร้าง
บรรยากาศไดเ้ ป็นอย่างดี
4. เสยี ง เป็นส่วนประกอบสำคัญอกี อยางหนึ่งของฉาก เสียงอาจเป็นเสยี งดหี รือเสียง
ร้าย กไ็ ด้ เช่น เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ เสียงหวดู รถไฟ เสยี งปนื และเสียงนกแสก เปน็ ตน้
5. สมั ผสั เชน่ ลม นำ้ ค้าง การจับมือ การจูบ ตลอดจนการสวมกอด
2.4 ตัวละคร (Character)
ตัวละครคือ บุคคลที่ผู้เขียนสมมุติขึ้นมาเพื่อให้กระทำพฤติกรรมในเรื่อง คือ ผู้มีบทบาทในเนื้อเร่ือง
หรือเป็นผู้ทำให้เรื่องเคลื่อนไหวดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง ตัวละครตามนัยดังกล่าวน้ี มิได้หมายถึงมนุษย์
เท่านั้น หากแต่รวมถึงพวกพืช สัตว์ และสงิ่ ของดว้ ย ซงึ่ ตวั ละครมี 2 ประเภท ดงั น้ี
1. ตัวละครมิติเดยี ว (Flat Character)
คือ ตัวละครท่ีผู้เขียนเสนอให้ผู้อ่านได้รับรู้เพียงด้านเดียว เป็นตัวละครที่ไม่มีความ
สลับซับซ้อน และไม่มพี ัฒนาการในเรื่องอุปนิสัย ตัวละครประเภทน้ี จะคงลักษณะของตัวเองเอาไว้ไม่
เปลย่ี นแปลงไปตามเหตุการณห์ รือสถานการณ์ ซึง่ ตวั ละครทจี่ ดั เป็นตัวละครมิติเดียว ไดแ้ ก่
1.1 ตัวละครพิมพเ์ ดยี ว (Stereotype)
คือ ลักษณะของตัวละครทล่ี อกแบบมาจากประเภทต่างๆ ของคน ซง่ึ พฤติกรรมและ
อุปนิสัยอันเนื่องมาจากอาชีพ สถานการณ์ทางสังคม หรือเชื้อชาติที่ส่อให้เห็นเป็นแบบฉบับ
นิราศพระธาตุอินทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 5
เหมือนๆ กน เป็นพิมพ์เดียว เช่น ตัวละครแม่ค้าก็จะต้องมีฝี ปากกล้าและด่าเก่ง ตัวละคร
ประเภทแมส่ ามี ลูกสะใภ้ทีจ่ ะตอ้ งทะเลาะเบาะแวง้ กินแหนงแคลงใจกัน เปน็ ตน้
1.2 ตวั ละครเขา้ แบบ (Stock Character)
คือ ลักษณะของตัวละครที่ถูกใช้อย่างซ้ำๆ ในงานวรรณกรรม จนกลายกลายเป็น
เอกลักษณ์ของตัวละครน้ันๆ และผู้แต่งต่างรับรูปแบบใช้ต่อๆกัน มาจนถือเป็นธรรมเนียม
นิยม ตัวอย่างเช่น นางเอกเป็นคนดีและสวย พระเอกรูปหล่อและกล้าหาญ แม่เล้ียงใจร้าย
สามีเจ้าชู้เป็นต้น2. ตัวละครหลายมิติ (Round Character) คือ ตัวละครท่ีผู้เขียนเสนอให้
ผู้อ่านได้รับรู้เก่ียวกับลักษณะนิสัยหลายๆ ด้านเป็นตัวละครท่ีมีความลึก และมีพัฒนาการ
ทางด้านพฤติกรรม อุปนิสัยตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและทัศนคติ ส่วนในแง่
ลักษณะนิสัยของตัวละครผู้แต่งมักไม่บอกตรงๆ ว่าตัวละครเป็นคนอย่างไร แต่ผู้อ่านจะต้อง
ตดั สินเอาเองว่า ตัวละครน้นั ดีหรือไมด่ ีอย่างไรโดยพิจารณาจากเหตกุ ารณ์ท่ีเกิดข้นึ พฤตกิ รรม
ความคดิ และปฏิกิรยิ าตอบโตต้ อบตัวละครตลอดจนดคู วามสัมพันธ์กบตวั ละครอน่ื ๆ
ในวรรณกรรมสำหรับเด็กตัวละครมักจะมีท้ังมนุษย์และสัตว์ เรื่องที่เขียนมักใช้ตัว
ละครเป็นมนุษย์ แต่บางเรื่องผู้เขียนมักใช้สัตว์เป็นตัวละครในกรณีน้ีสัตว์จะต้องคิดและทำ
เหมือนมนุษย์และแม้จะมีตัวละครเป็นมนุษย์อยู่ด้วย ตัวละครที่เป็นมนุษย์นั้นก็เป็นเพียงตัว
ละครรองๆ เท่านั้นชอื่ ตัวละครก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะตั้งให้เหมาะสมกับรปู ร่างหน้าตา
เพศ อาชีพ สภาพสังคมของตัวละครแต่ละตัว เชน่ คนทำสวนไม่ควรตั้งชื่อว่า “อทิ ธิพล”ควร
ให้ช่ือว่า “ทอง” หรือ “บญุ ” เด็กสาวชาวชนบทควรให้ชือ่ ว่า “ลำดวน” มากกวา่ จะใช้ช่ือ
“สาวิตรี” นอกจากนี้ ตัวละครยังเป็นผู้ดำเนินบทบาทตามโครงเรื่องที่วางไว้มี 3ลักษณะคือ
ลกั ษณะแรก ตัวเอก หมายถึง ตัวดำเนินเรอื่ งตามจุดประสงค์ลักษณะที่สอง ตัวร้าย หมายถึง
ตัวขัดขวางให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องและลักษณะท่ีสาม ตัวประกอบ หมายถึง ตัวเสริมให้
เรื่องเด่นข้ึน จะเห็นได้วา ตัวละครในวรรณกรรมสำ หรับเด็กมีตัวละครจำนวนไม่มากเพราะ
จะทำใหเ้ รื่องดำเนนิ อย่างซบั ซ้อนมากเกินไปและยากตอ่ ความเขา้ ใจของเด็ก
2.5 บทสนทนา (Dialogue)
บทสนทนา คือคำพูดของตัวละครท่ีใช้โต้ตอบกนในเรื่อง บทสนทนานับเป็นองค์ประกอบสำคัญ
เพราะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบถึงแนวคิดของผู้เขียน ทราบถึงบุคลิกลักษณะของตัวละคร ข้อขัดแย้งระหว่างตัว
ละคร
ภูมิหลังและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ โดยผู้เขียนไม่ต้องบรรยายหรือพรรณนาความให้ยื ดยาวใน
วรรณกรรมประเภทการ์ตูนยังมีการบรรยายเร่ืองด้วยตัวอักษร เป็นบทสนทนาท่ีผสมผสานระหว่างภาพและ
ถ้อยคำสนทนาเข้าไปเป็นเรื่องเดียวกน มีภาษาเฉพาะ คำพูดหรือบทสนทนาของตัวละครจะมีกรอบ หรือ
วงกลม (Balloon) รอบคำพูดแล้วโยงไปที่ตวั ละครทพี่ ดู เป็นการแสดงวา่ คำพูดน้ันเป็นของตัวละครนั้น ถอ้ ยคำ
และบทสนทนาจะมคี วามกะทัดรัด สั้นแต่กระชับและเข้าใจง่าย เน่ืองจากเน้ือท่ีภายในกรอบหรือวงกลมมีน้อย
ใช้ภาษาฟุ่มเฟือยไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นคำพูดแสดงอารมณ์และเสริมบทบรรยาย อีกทั้งยังมีการใช้สัญลักษณ์เพ่ือ
สอื่ ความหมาย เชน่ การใช้รูปหลอดไฟแสดงถึงปัญญาที่คิดแกไขปัญหาได้ เครือ่ งหมายอัศเจรียท์ ่ีศีรษะแสดงว่า
สงสัย หรือแปลกใจ เป็นต้น นอกจากน้ันยังนิยมใช้ภาษาที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงเปิดประตู เสียงของ
หล่น หรอื ของหนักๆ ปะทะกัน
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 6
2.6 เทคนคิ ในการนำเสนอเร่ือง (Point of View)
เทคนคิ ในการน าเสนอเร่ือง คือ คือวธิ ีท่ผี ู้เขยี นเลือกผู้เลา่ เรอ่ื งมาเปน็ ผู้สะท้อนเร่ืองราวในงานเขียนให้
ผู้อ่านเข้าใจ ซ่ึงมีการเล่าเร่ือง 3 แบบดังน้ี แบบที่หนึ่ง มุมมองบุคคลที่หน่ึง (First Person Point of View)
เป็นการเล่าเรื่องผ่านตัว ละครใดตัวหน่ึง ซ่ึงอาจเป็นตัวละครหลักหรือตัวละครรองก็ได้ โดยผู้เล่าเร่ืองจะใช้
สรรพนามแทนตัวเองหรือสรรพนามบุคคลท่ีหนึ่งตัวละครท่ีเป็นผู้เล่าเรื่องไปตามท่ีเห็น คิด ทำ ตามสภาพภูมิ
หลังและค่านิยมของตัวละครน้ัน เรียกวาสนทนากับผู้อ่านโดยตรงแบบท่ีสอง มุมมองบุคคลที่สามที่มีขอบเขต
จำกัด (Third Person Limited Point of View) ผู้เล่าเป็นบุคคลที่สามท่ีเล่าเรื่องราวตามเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น
และเสนอบทสนทนาของตัวละครในสภาพเหตกุ ารณต์ ่างๆ แต่จะใหค้ วามสนใจท่ีตัวละครหลัก และให้ตัวละคร
หลักแสดงความคิดและความรู้สึก แต่ไม่ได้สนทนากบผู้อ่านโดยตรง เพราะถือวาตัวละครหลักเป็นศูนย์กลาง
ของเร่ืองราว ทั้งหมดที่เกิดขึน้ แบบท่ีสาม มุมมองบุคคลที่สามแบบร้รู อบท่ีผู้เล่าเล่าอยา่ งรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง
(Omniscient Point of View) ผูเ้ ล่าเร่ืองประเภทนีร้ ู้ทุกอยางเก่ียวกบตัวละครและเหตุการณ์ มีอิสรเสรีทจ่ี ะไป
ไหนมาไหนได้ตามความพอใจ จะเปิดเผยบทสนทนา และบทบาทของตัวละครท้ังหมดหรือปิดบังไว้บางส่วนก็
ได้ นอกจากน้ันยังรู้ความคิด ความรู้สึก และเจตนาของตัวละครมุมมองยังเกี่ยวขอ้ งกับเสียง (Voice) คือ เสียง
ตัวละครโดยตรง (Free Direct Speech) หมายถึง เสียงพูดของตัวละครที่ใช้โต้ตอบ สนทนากบตัวละครอ่ืนๆ
ในเร่ือง เสียงพูดของตัวละครโดยตรงจะอยู่ในเคร่ืองหมายคำพูด การโต้ตอบกันโดยตรงของตัวละครดังกล่าว
เป็นการแสดงให้เห็นอำนาจของตัวละครที่จะส่ือความคิดของตนให้ตัวละครอื่นๆ ตลอดจนผู้อ่านได้รับรู้ และ
เสียงตัวละครแบบออ้ ม (Free Indirect Speech) หมายถึง เสียงพูดของตัวละครท่พี ูดสอ่ื ความรู้สึก นึกคิดของ
ตนเองต่อเหตุการณ์ตา่ งๆ แต่ไม่ไดเ้ ป็นบทสนทนาเพื่อโต้ตอบกบตัวละครอ่ืนในเรื่อง เสียงตัวละครแบบอ้อมจึง
ไม่ได้อยู่ในเคร่ืองหมายคำพูดดังเช่นเสียงตัวละครโดยตรง เสียงตัวละครแบบน้ีมีอำนาจน้อยกวาเสียงตัวละคร
โดยตรง และสุดท้าย คำพูดสรุปรวมของผู้บรรยาย (Reported Speech)หมายถึง คำพูดท่ีผู้บรรยายพูดถึงตัว
ละครน้นั ๆ โดยใช้ความเห็นของผู้บรรยายเปน็ หลกั ตวั ละครจึงไม่มีอำนาจใดๆ
2.7 ท่วงทำนองในการแต่ง (Style)
ท่วงทำนองในการแต่ง คือ แบบแผนในการแต่ง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัว เช่น การเลือกใช้คำ
ท่วงทำนองโวหาร นำ้ เสยี งของผแู้ ตง่
2.8 การปิดเรื่อง (Ending)
การปิดเรื่อง คือ ตอนจบของเรื่อง ผู้เขียนจะกำหนดไว้ว่าจะจบเร่ืองอย่างไร ซ่ึงแล้วแต่โครงเร่ืองท่ี
ผูเ้ ขียนวางเอาไว้การจบเรอื่ งมี 4 ลกั ษณะ ดังนี้ ประการแรก การจบเร่ืองแบบสุขนาฏกรรมคือการจบเร่ืองแบบ
ให้ตัวละครเอกสามารถแกปัญหาของตัวเองได้ หรือ ประสบความสำเร็จในการท างานหรือมีความสุขในชีวิต
ประการท่ีสอง การจบเร่อื งแบบโศกนาฏกรรม คอื การจบเรอ่ื งแบบให้ตวั ละครเอกพบกบความผิดหวัง
การสูญเสียสง่ิ ใดส่ิงหน่ึงท่ีเป็นของรกั หรือบางคร้งั อาจจบด้วย ความตายซ่ึงก่อให้เกิดความสะเทือนใจ
แก่ผู้อ่านเป็นอย่างมาก ประการท่ีสาม การจบเรื่องแบบหักมุม หรือพลิกความคาดหมาย คือการจบเรื่องแบบ
ผิดความคาดหมายของผู้อ่าน ท้ังนี้เพราะขณะท่ีอ่านเรอ่ื งอยูนั้น ผู้อ่านคาดหมายวาเรื่องนา่ จะจบอย่างหนึ่ง แต่
เม่ืออ่านเรื่องจนจบแล้ว เร่ืองกลับไปจบลงอีกแบบหนึ่งซ่ึงผู้อ่านไม่เคยคาดฝันมากก่อน และประการสุดท้าย
การจบเร่ืองแบบทิ้งท้ายหรือทิ้งปัญหาใหผ้ ู้อ่านขบคิด คือการจบเรื่องโดยผูแ้ ต่งยังไม่ไดเ้ ฉลยวิธีการแกไขปัญหา
ซ่ึงตนได้ สร้างไว้ในเร่ือง แต่จะปล่อยให้ผู้อ่านคิดหาคำตอบเอาเอง จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและ
องค์ประกอบของวรรณกรรม สามารถทำให้ผู้วิจัยเข้าใจถึงองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ โครงเรื่อง แก่นเรื่อง ฉาก
ตัวละคร บทสนทนา และเทคนิควิธีการน าเสนอของผู้เขียนจากแนวคิดดังกล่าวน้ี ผู้วิจัยสามารถนำไปใช้ใน
นริ าศพระธาตอุ ินทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 7
การศึกษาเพอื่ ทำความเขา้ ใจถงึ รูปแบบและเนื้อหาของวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตลอดจน
การศกึ ษาถงึ ปญั หาอปุ สรรคและขอ้ จำกัดของวรรณกรรมไทยแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไดเ้ ปน็ อย่างดี
2.2 แนวคดิ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. เงอ่ื นไข 5W 1H
What (อะไร)
- อะไรจะเกิดขน้ึ ถ้าปญั หาน้ไี ม่ไดร้ บั การแก้ไข?
- มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
- ผลที่กระทบคอื อะไร?
Who (ใคร)
- ใครคือตน้ เหตุของปัญหา?
- ใครเป็นคนพดู หรือระบุปญั หาน้ี?
- ใครได้รับผลกระทบจากปญั หานี้?
When (เม่ือไหร่)
- ปญั หานีเ้ กดิ ขึน้ เมื่อไร?
- เม่อื ไรทีป่ ัญหาเรมิ่ เกดิ ข้นึ ?
Where (ท่ไี หน)
- ปัญหานเ้ี กิดข้นึ ทไี่ หน?
- ปญั หานเ้ี กิดผลกระทบทไ่ี หน?
Why (ทำไม)
- ทำไมปญั หานจี้ ึงเกิดข้ึน?
How (อย่างไร)
- คนทีอ่ ยกู่ ับปัญหานีร้ ับมอื อยา่ งไร?
- มีกระบวนการหรอื วิธีการแกไ้ ขอย่างไร?
2. หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติ
หลักการ 3 หว่ ง
พอประมาณ หมายถึง พอประมาณในทุกอย่าง ความพอดีไม่มากหรือว่าน้อยจนเกินไปโดย
ตอ้ งไมเ่ บยี ดเบยี นตนเอง หรอื ผูอ้ ื่นให้เดือดรอ้ น
มีเหตุผล คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล
โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ
อย่างรอบคอบ
มีภูมิคุ้มกัน คือ มีภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและ
การเปล่ียนแปลงด้านการต่างๆ ท่ีจะเกดิ ขึ้นโดยคำนึงถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ท่ีคาดว่า
จะเกิดขน้ึ ในอนาคตท้ังใกลแ้ ละไกล
นิราศพระธาตุอินทร์แขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 8
หลกั การ 2 เง่ือนไข
ความรู้ คือ มีความรอบรู้เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆที่เก่ียวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่
จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เช่ือมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังใน
ขน้ั ตอนปฏิบัติ คุณธรรมประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซ่ือสัตย์สุจริต และมีความ
อดทน มีความเพียร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชวี ิต
คุณธรรม คือ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความ
เพียร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชวี ิต
หลกั การ 4 มิติ
เศรษฐกิจ คอื ลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ ใช้ชีวิตอย่างพอควร คิดและวางแผนอย่างรอบคอบ มี
ภมู ิคุ้มกนั ไมเ่ ส่ยี งเกินไป การเผอื่ ทางเลอื กสำรอง
สงั คม คือ ช่วยเหลอื เก้ือกูล รรู้ ักสามัคคี สรา้ งความเข้มแขง็ ใหค้ รอบครัวและชุมชน
ส่ิงแวดล้อม คือ รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้
คา่ และเกดิ ประโยชนส์ ูงสุด ฟน้ื ฟูทรพั ยากรเพือ่ ให้เกดิ ความยง่ั ยืนสูงสุด
วัฒนธรรม คือ รักและเห็นคุณค่าในความเป็นไทย เอกลักษณ์ไทย เห็นประโยชน์และคุ้มค่า
ของภมู ปิ ัญญาไทย ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ รู้จกั แยกแยะและเลือกรบั วัฒนธรรมอน่ื ๆ
3. เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
หนังสือนวนิยายนิราศพระธาตุอินทร์แขวน เจ้าจันท์ผมหอมและไฟล์ตัวอย่างวิเคราะห์วิจารณ์
แนวทางวิเคราะหว์ ิจารณ์ และบทนำ
4. ขอบเขตของการศกึ ษา
ในการศึกษาคร้ัง ได้กำหนดขอบเขตการศึกษา โดยการเลือกวรรณกรรมไทยนวนิยายนิราศพระธาตุ
อินทรแ์ ขวน เจ้าจันทผ์ มหอมท่ีผ้เู ขยี นได้ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ แนวคดิ สำคัญในเขียน ผู้ศึกษา
นำมาวิเคราะห์วิจารณ์ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยอาศัยหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติ ในการ
วิเคราะห์วิจารณ์ ครงั้ น้ี
5. ประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการศกึ ษา
1.ได้ทราบรูปแบบและเน้อื หาของวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในวรรณกรรมไทย
2. ได้ทราบถึงปัญหา อุปสรรคและข้อจำกดในการน าเสนอวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปสู่สงั คมในปัจจบุ นั
6. วิธีการศึกษา
สำรวจ และรวบรวมวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับงานวรรณกรรมและองค์ประกอบของวรรณกรรมเพ่ือเป็นแนวทางสำหรับการวิเคราะห์รูปแบบและเน้ือหา
วรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศึกษาวิเคราะห์งานวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจ
ทั้งหมด และจำแนกรูปแบบและเนื้อหาวรรณกรรมไทยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศึกษาวิเคราะห์ปัญหา
อปุ สรรคและข้อจำกดของวรรณกรรมไทยแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
นิราศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 9
บทท่ี 2
เรื่องยอ่
เรื่องเจ้าจันท์ผมหอมเป็นเร่ืองของเจ้าหญิงเมืองเหนือองค์หนึ่งผู้ผูกพันรกั ใคร่กับเจ้าหล้าอินทะ แต่เจ้า
พอ่ กับเจ้าแม่ของเจ้าจนั ทไ์ ด้ตกลงยกเจ้าจนั ทใ์ หก้ ับพ่อเลี้ยงผมู้ ่ังค่ังคนหน่ึงตอนเป็นเด็ก เจ้าจนั ท์เกิดล้มป่วยเจ้า
พอ่ เจา้ แม่จึงได้บนกับพระธาตุไว้และจะไวผ้ มยาวถวายเพือ่ เป็นพุทธบูชาเจ้าจนั ทเ์ ลี้ยงผมมาเป็นระยะเวลา 5 ปี
ซ่ึงผมของนางมีกล่ินหอมเป็นท่ีตรึงใจแก่ผู้ที่ได้เข้าใกล้ชิดเม่ือถึงกำหนดที่เจ้าจันท์ต้องเดินทางไปแก้บนท่ีพระ
ธาตุอินทร์แขวนและจำต้องเดินทางไปสักการะพระธาตุโดยอาศัยเดินทางไปกับพ่อเล้ียง ไม่เช่นนั้น ก็จะ
เดินทางไม่ได้เพราะต้องใช้ทง้ั ขบวนช้างม้า เดินทางกันเป็นเวลานานซ่ึงต้องอาศัยกำลังทรัพย์จากพ่อเล้ียง และ
ในระหว่างการเดนิ ทางพอ่ เล้ียงน้ันก็ดูแลเจ้าจันท์เป็นอยา่ งดีหวังจะเอาชนะใจเจ้าจันท์ แต่เจ้าจันท์ก็ไม่สามารถ
ทำใจให้รัก พอ่ เล้ียงได้เพราะเธอรักม่ันอยกู่ ับอีกชายหนึ่งแล้วในเรื่องจะมบี ทความพรรณาความในใจความทกุ ข์
ยากลำบากจากการเดนิ ทางการพลัดพรากจากคนท่ีรักระหว่างความรักกบั หนา้ ทที่ ่ีจะต้องประคบั ประคองความ
เป็นปกึ แผ่นของบ้านเมอื งซึง่ ตอ้ งอาศัยพ่อเลี้ยงในท่ีสุดเจ้าจันท์ได้ต้งั จิตบนพระธาตอุ ีกคร้งั หนึ่งว่าหากผมหอมนี้
ปูลอดพระธาตุได้ นางจะกลับไปหาชายคนรักหากปูลอดพระธาตุไม่ได้ นางจะแต่งกับพ่อเลี้ยงสุดท้ายเมื่อผม
ลอดไม่ไดเ้ จ้าจันท์จงึ ได้ปฏสิ ังขรณ์องค์พระธาตุนนั้ และตดั สินใจแตง่ งานกบั ชายท่ีไม่ได้หมายปอง
ประวัติผแู้ ตง่ : มาลา คำจนั ท์
เกิด 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่ ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ปัจจุบันอาศัยอยู่ท่ีบ้านศาลา ตำบลยุหว่า
อำเภอสนั ป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเชียงใหม่ และรับราชการเป็นครู 11 ปี และได้
จบปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท วิชาจารึกภาษาไทย คณะโบราณคดี
มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร เคยเป็นอาจารย์ภาษาไทยทีม่ หาวิทยาลัยหอการคา้ ไทย และมหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ แต่งงานเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 กับนางสาวณัฐยาภรณ์ ไชย
หล้า หรือ "กระถิน" ปัจจุบันมีลูก 2 คน คอื เด็กชาย รักพล มาลาโรจน์ และเด็กหญิง ภิรภรณ์ มาลาโรจน์ เคย
ได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมวรรณศิลป์ ของโรงเรียนศิริมาตย์ฯ ในขณะที่กำลังเรียนอยู่ช้ันมัธยมศึกษาปี
ท่ี 2 ผลงานเขียนชน้ิ แรกที่เขียนยาวคือ นริ าศผาโขง งานช้ินนเ้ี ขยี นกลอนแปดไมไ่ ด้รบั การเผยแพร่
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจันท์ผมหอม) : 10
ผลงาน
เรือ่ งสน้ั และนวนิยาย
ทางทีต่ ้องเดนิ (รวมเรือ่ งส้ัน) 2523, หมบู่ ้านอาบจนั ท์ 2523, เดก็ บา้ นดอย 2524, ไอค้ อ่ ม 2525, ลูกปา่ 2525,
นกแอ่นฟ้า 2526, วิถีคนกล้า 2527, บ้านไร่ชายดง 2528, ลมเหนือและป่าหนาว (รวมเรื่องส้ัน) 2529, ท้าสู้
บนภูสูง (เร่ืองแปล) 2531, เขี้ยวเสือไฟ 2531, หุบเขากินคน 2532, เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์
แขวน หนังสือเล่มน้ีได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเย่ียมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี 2534,สิงหะนา
คะ 2534, เหรียญเวทมนตร์ 2534, แพะขาวแพะดำ (นิทานสำหรับเด็ก) 2534, แมวนอ้ ยตกปลา(นิทานสำหรับ
เด็ก) 2534, ฟ้ากว้างเท่าปากบ่อ (นิทานสำหรับเด็ก) 2534 ดงคนดิบ 2535, ไฟพรางเทียน (รวมเร่ือง
สนั้ ) 2535, ตำนานบรพพชน (เรอื่ งเล่าจากตำนาน) 2537 เรือ่ งเล่าจากดงลึก (เรื่องราวจากคำบอกเลา่ ) 2538,
เมืองลับแล 2539, ใต้หล้าฟ้าหล่ัง 2540 ดาบอปุ ราช 2541, สรอ้ ยสุคนั ธา 2543
สำนักพิมพ์เคล็ดไทย นิราศพระธาตุอินทร์แขวนมาลาคำจันท์ ISBN 978-974-315 586-4 พมิ พ์ครง้ั ที่
1กุมภาพันธ์ 2534 สำนกั พิมพ์เคล็ดไทย 117-119 ถนนเฟื่องนครเขตพระนครกรุงเทพฯ 102211 โทรศัพท์ 1-
222-5516 ถึง 5 โทรสาร 1-2222-515 เจ้าของ: บรษิ ัท สำนกั พิมพ์สยามปริทัศน์ จำกัด
ที่ปรึกษากิตตมิ ศกั ดิ:์ สลุ ักษณ์ศวิ รกั ษค์ ณะกรรมการบรหิ าร: สัจจารัตนโฉมครี, อนันต์วิรยิ ะพินิจ, วนิ ัย
ชาติอนันต์ทิชากรชาติอนันต์, อาสานาถไตรภาพบรรณาธิการ: อรรคภาคเล้าจินตนาครี รูปเล่ม: ชาติอมรอ
มาตยกลุ แบบปก: ทองธชั เทพารักษ์ ประสานงาน: ชานนจงประสพมงคล
นิราศพระธาตุอนิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 11
บทที่ 3
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงใน การวจิ ารณ์วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน เรอ่ื งเจ้าจันท์ผมหอม
การสรา้ งปมปญั หาหรือความขัดแย้งให้เกดิ ขน้ึ กับตัวละคร
คำสัญญาของพ่อเลี้ยงกับเจ้าจันท์ โดยพ่อเลี้ยงได้ให้คำสัตย์ไว้ว่า หากเจ้าจันท์ปูผมลอดพระธาตุได้
สำเร็จตนจะยินยอมให้เจา้ จันท์แต่งงานกบั เจ้าหลา้ ฯ คนรกั ของ เจ้าจนั ท์ด้วยความมนั่ ใจว่าจะปผู มลอดพระธาตุ
ไดเ้ จา้ จันท์ก็ใหส้ ัจวาจาไว้เช่นกันว่าหากตนปูผมลอดพระธาตุไมไ่ ดจ้ ะยอมแต่งงานกบั พ่อเล้ียงเมื่อเดินทางมาถึง
พระธาตุอินทรแ์ ขวน เจ้าจนั ทป์ ูผมลอดพระธาตไุ ม่ไดจ้ งึ ต้องแตง่ งานกบั พอ่ เลีย้ งในท่สี ดุ
พอ่ เลี้ยง วันท่ีข้าแต่งกับเจ้าจันท์ข้าจะเกณฑ์คนเข้าขบวนสักเจ็ดร้อยข้าจะเอาเมือง
เชยี งใหม่ดงั เดือดเล่าลือสามปบี จ่ บ
เจ้าจนั ท์
เรารู้วา่ สูรวย แต่ขอเราปูผมลอดพระธาตแุ ก้บนก่อน แล้วค่อยมาว่ากันเรื่อง
พ่อเล้ียง นี้ใหม่
เจ้าจนั ท์ บ่มีประโยชน์เจ้าจันท์ผมหอมเลี้ยงได้แต่ปูลอดพระธาตุอินทร์แขวนบ่ได้บ่มี
ไผลอดได้เด็ดขาด หินหักหนักล้านติดหน้าผาอย่างน้ัน อย่าว่าแต่เส้นผมเลย สุดแต่
พอ่ เล้ยี ง ลมยังลอดบ่ไดร้ อ้ ยอ่นื หมน่ื แสน บเ่ ช่ือข้าแตเ่ ร่อื งนข้ี อใหเ้ ชอ่ื ขา้ เถอะ
เจ้าจนั ท์ เรอ่ื งของเรา เราเชื่อของเรา สูบส่ มควร
พอ่ เล้ยี ง ก้าวกา่ ยสบู ่มีสิทธว์ิ ่ากล่าวเรือ่ งน้ี พอ่ เล้ียง
เจา้ จนั ท์ แต่เจ้าพ่อรบั เงินของหมัน้ ของหมายข้า
พ่อเลี้ยง แลว้ ซอ้ื เชียงใหม่ได้เกอื บคร่ึงเมอื งด้วยซ้ำ
เจ้าจันท์ พ่อเลยี้ งส่อู อกคุม้ ไป ไปเดี๋ยวนี้
เจ้าจันท์ชังข้านักคำพูดคำจาข้าว่าด้วยซ่ือ จะเคียดข้าก็เคียดเถอะสืบไปม้ือ
หน้าแล้ววันหนึ่งเจา้ จนั ท์จะต้องรักขา้
รอเราตายเสยี กอ่ น พอ่ เล้ียง เกดิ ใหมช่ าตหิ น้า บางทีเราจะรักสู
ชาตนิ ี้แหละ บ่ตอ้ งถงึ ชาตหิ น้า ข้าจะให้เจ้าจนั ทร์ ักข้าใหไ้ ด้
สูออกคมุ้ ไป เดี๋ยวน้ี
ความขัดแย้งที่ 4 เป็นความขัดแย้งภายในจิตใจของเจ้าจันท์ท่ีต้องทำตามหน้าที่ของลูกที่ต้องแต่งงาน
กบั พ่อเล้ียงแต่ใจก็ยังตัดเจ้าหล้าฯคนรักไมข่ าดอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งที่เจ้าหล้าฯมายืนคอยพบหน้าเจ้า
จันท์ ในขณะท่ีเจ้าจันท์ยืนมองเจ้าหล้าฯแต่ไม่สามารถลงไปพบคนรักได้จึงรำพึงถึงเจ้าหล้าฯ ด้วยความทุกข์
ระทม
เจา้ จนั ท์ พระธาตุอินทร์แขวนหมายแทนเอาเป็นสรณะยึดพ่ึงประจำตัว พระธาตุเจ้า
อนิ ทร์แขวนหมายแทนเอามหาเกศแก้วจฬุ ามณีบนสวรรค์ผมหอมข้าได้ตัดปลายบชู า
ดั่งสัตย์ปฏิญาณไว้แล้วอยู่ดีเถอะพระธาตุเจ้าข้าน้อยต้อยต่ำได้ไปไหว้สาแล้ว พระ
ธาตุทรุดโทรมบ่เลาบ่งาม ข้าจะไปสร้างใหม่ให้งามสุกปล่ัง ดังคำลือ เจ้าหล้าอินทะ
นิราศพระธาตุอินทร์แขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 12
อานิสงส์ส่วนบุญน้องถวายเพื่อพี่ จักแต่งจักสร้างอุปฏฐากอุปถัมภ์บูรณะพระธาตุก็
เพอื่ พี่ ชาตหิ นา้ บญุ มเี ราคอ่ ยอยรู่ ่วมกันเถอะเจ้า
ความขัดแย้งที่เป็นผลมาจากความขัดแย้งแรกเป็นระยะ ๆ ได้แก่ความขัดแย้งในใจของเจ้าจันท์ที่ต้อง
แต่งงานกับพ่อเลี้ยงชายท่ีไม่ได้รักเพ่ือรักษาความม่ันคงของบ้านเมือง ความขัดแย้งยังดำเนินไปอย่างต่อเน่ือง
ระหวา่ งเจา้ จนั ทก์ ับพ่อเลี้ยงโดยเจ้าจันทแ์ สดงความชิงชังรังเกียจพ่อเลี้ยงอย่างนอกหนา้ ในขณะท่ีความขัดแย้ง
ระหว่างเจ้าจันท์กับเจ้าหลา้ ฯคนรักของเจ้าจันท์ดำเนินไปในลกั ษณะที่เจ้าหล้าฯไม่เข้าใจเหตผุ ลในการตัดสินใจ
ท่ีจะแต่งงานกับพ่อเล้ียงของเจ้าจันท์และแม้ว่าเจ้าจันท์จะยังรักเจ้าหล้าฯแต่เมื่อการเสี่ยงปูผมลอดพระธาตุไม่
สำเรจ็ เจา้ จนั ท์จึงตัดสนิ ใจแตง่ งานกับพ่อเลยี้ งตามคำสตั ย์ทีต่ นไดใ้ ห้ไว้แทรกบทตลกขบขนั เพื่อดงึ ดดู ความสนใจ
กลวิธีที่ผู้ดดั แปลงเลือกใชเ้ พอื่ ดงึ ดดู ความสนใจจากผู้ชมกลุ่มเปา้ หมายอกี กลวธิ ีหนึ่งคอื การแทรกบทตลกขบขัน
เข้าไปในละคร การแทรกบทตลกขบขัน มีส่วนสำคัญอย่างย่ิงในการดึงดูดความสนใจและติดตามละครของ
เยาวชนอย่างไม่เบ่ือหน่ายตัวละครท่ีสร้างความขบขันภายในเร่ืองคือฟองคำและสีมายผู้ติดตามรับใช้เจ้าจันท์
รวมท้งั หม่องเลยผ์ ตู้ ดิ ตามรบั ใช้พ่อเลยี้ ง สอดแทรกบทตลกขบขันไว
บทสง่ ทา้ ย
ลักษณะเฉพาะของสื่อและเยาวชนซ่ึงเป็นผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย5ลักษณะได้แก่การเรียงลำดับเน้ือหาใน
การนำเสนอตามลำดับเวลาเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย การดำเนินเรื่องด้วยการสร้างความขัดแย้งเป็นระยะ ๆ
เพ่ือเร้าความสนใจท้ังความขัดแย้งระหว่างตัวละครด้วยกันและความขัดแย้งภายในใจของตัวละคร ใช้การร่าย
ร่ำและการขับร้องสร้างความตื่นตาต่ืนใจให้กับผู้ชม แทรกบทตลกขบขันเพื่อดึงดูดความสนใจและแทรก
เหตกุ ารณป์ ัจจบุ ันเขา้ ไปในละครเพอื่ ใหผ้ ู้ชมรูส้ ึกว่าเรือ่ งราวหรือเหตกุ ารณ์ทเี่ กิดขึ้นในละครเป็นเรื่องใกล้ตวั
นริ าศพระธาตอุ นิ ทร์แขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 13
บทที่ 4
วิธีการดำเนินงาน และ หน้าทรี่ ับผดิ ชอบการศกึ ษา
วธิ ีการดำเนนิ งาน (ภายใตป้ ัญหายุค COVID19)
1. แบง่ งานตามหวั ข้อ
2. ปรึกษากนั ผา่ นทางออนไลน์
3. ศึกษาหาข้อมลู ตา่ งๆ
4. รวบรวมข้อมูลตา่ งๆ
หน้าที่รับผดิ ชอบของการศกึ ษา
1. นางสาว ธญั ญารัตน์ มณีพันธ์ุ เลขท่ี 28 มหี นา้ ทร่ี บั ผิดชอบในการศกึ ษาสว่ นท่ี 3
2. นางสาว นราวรรณ อนิ ทรเ์ อย่ี ม เลขท่ี 29 มหี นา้ ทร่ี บั ผิดชอบในการศกึ ษาสว่ นท่ี 5
3. นางสาว รัตติกาล แสงทอง เลขที่ 30 มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการศึกษาส่วนท่ี2 และ อ้างอิง,
สารบญั
4. นางสาว อริสราฟกั กลม่ิ เลขที่ 42 มหี น้าท่ีรับผดิ ชอบในการศึกษาสว่ นที่ 4
5. นางสาว ขวัญกมล แตงอ่อน เลขที่ 44 มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการศึกษาส่วนที่ 1, หน้าปก, คำนำ,
สารบัญ
นิราศพระธาตอุ ินทรแ์ ขวน (เจ้าจันท์ผมหอม) : 14
บทท่ี 5
บทสรปุ ของการศึกษา และ ขอ้ เสนอแนะของการทำรายงาน
บทสรุปของการศึกษา
เรื่องเจ้าจันท์ผมหอมโดดเด่นด้านการตระหนักรู้ในข้อจำกัดของตนเองและการวางตัวที่เหมาะกับ
กาลเทศะการรักษาคำม่ันสัญญาและการเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม นวนิยายเรื่องเวลาถ่ายทอดถึงการ
ตระหนักรู้ในการกระทำของตนเองการเปิดใจกว้างต่อการเรียนรู้ประสบการณ์และข้อคิดที่มีประโ ยชน์ในการ
ดำรงชวี ติ การยอมรับในส่งิ ผดิ พลาดและพร้อมทจ่ี ะแกไ้ ขให้ดีขนึ้
เจ้าจันท์ผมหอมนิราศพระธาตุอินทร์แขวน นวนิยายรางวัลซีไรต์ งานเขียนของ มาลา คำจันท์ท่ี
กล่าวถึงการเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนของ“ เจ้าจันท์ "อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิด(ปีมะเมีย)
ของนาง ซ่ึงจุดประสงค์ การไปสักการะคร้ังน้ีเพ่ือจุดมุ่งหมายหลายประการด้วยกัน ได้แก่ การสักการะเพื่อให้
เกิดสิริมงคลต่อตนเอง การอธิฐานให้“เจ้าอินทะ”ชายคนรัก ของนางหายจากอาการเจ็บป่วย และ
ประการสุดท้ายเพื่อตัดผมของนางเสี่ยงทายโดยหากผมนางสามารถรอดพระธาตุฯ ได้น่ันหมายความว่าเจ้า
จันท์จะได้สมรักกับเจ้าอินทะ แต่หากผมของนางไม่สามารถรอดพระธาตุฯ ได้แล้วนางจะยินยอมแต่งงานกับ“
พ่อเลย้ี ง” พ่อค้าเชอ้ื สายหงสาผู้ม่ังคง่ั ตามความเหน็ ชอบของเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของเจ้าจันท์“ เจ้าจันท์” เปน็ ตัว
ละครท่ีตกอยู่ในภาวะคับข้องใจในหลายๆด้านเช่นเร่ืองผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง ปัญหาความรัก
และปั ญ ห าความม่ัน คงทางสถาน ภ าพ ของตน อันเกิดจากการเป ล่ียน แปลงท างสังคมเป็น ต้น
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าจันท์ก็แสดงออกถึงความสามารถในการยอมรับและเสียสละตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
เช่นการยอมรับคำขอแต่งงานของพ่อเล้ียง เพื่อช่วยดำรงคุ้มของเจ้าพ่อให้อยู่รอดต่อไปได้ด้วยการใช้สติปัญญา
ในการควบคุมความต้องการภายในตนเองได้ดีและแสดงออกอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับแนวคิดความฉลาด
ทางอารมณ์ตามแนวพระพุทธศาสนาของพระธรรมปิฎก ในการใช้ความฉลาดทางอารมณ์ในการกำกับชีวิตว่า
สภาพจิตสามารถโยงไปถึงพฤติกรรมในความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพราะอารมณ์หรือสภาพจิตนั้นอาศัย
พฤติกรรมเป็นช่องทางการแสดงออก เม่ืออารมณ์หรือสภาพจิตได้รับการพิจารณาช้ีช่องนำทางขยายขอบเขต
และความปลดปล่อยด้วยปัญญาให้สื่อสารแสดงออกได้ผลดีด้วยพฤติกรรมทางกายวาจาก็นับว่า ระบบ
ความสัมพันธ์แห่งพฤตกิ รรมจติ ใจและปัญญาเข้ามาประสานบรรจบเป็นองค์รวม ซึ่งเม่ือดำเนินไปอย่างถูกต้อง
กจ็ ะอยู่ในภาวะสมดุลใหเ้ กดิ ผลดที งั้ แก่ตนเองและผู้อนื่ ตลอดจนสงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม ทั้งหมดซึง่ เป็นปจั จัยของ
องค์ประกอบทั้งสามในกระบวนการของไตรสิกขาคือพฤติกรรม (ศีล) จิตใจ (สมาธิ)และปัญญาที่จะต้องมีการ
พฒั นาให้ครบทั้งสามด้าน อาจกลา่ วได้ว่า พืน้ ฐานลักษณะความฉลาดทางอารมณ์ของเจา้ จันทแ์ ละเจา้ อนิ ทะมี
ความคล้ายคลึงกันเน่ืองจากทั้งคู่เติบโตขึ้นมาจากครอบครัวเช้ือสายเจ้านายฝ่ายเหนือ ซึ่งยึดถือใน
ข น บ ธ ร ร ม เนี ย ม ป ร ะ เพ ณี ที่ เค ร่ ง ค รั ด แ ล ะ ม า ร ย า ท ท่ี ง ด ง า ม ท้ั ง พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ส น ท น า แ ล ะ ค ว า ม คิ ด
ตลอดจนการตระหนักถึงคุณค่าและเกียรติยศภายในตนเอง ดังแนวความคิดท่ีกล่าวถึงพื้นฐานความฉลาดทาง
อารมณ์ของ วีรวัฒน์ ปันนิตามัย ที่กล่าวไว้ว่า ลักษณะของความฉลาดทางอารมณ์ท่ีเป็นผลร่วมจากการ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในครอบครัวซึ่งมีบทบาทในการหล่อหลอมพฤติกรรมท่ี
สะท้อนถึง EQ หรือ Ego Development ของบุคคลรวมทั้งบทบาทของสถานการณ์ และวัฒนธรรมหรืออนุ
วัฒนธรรม (Subculture) และความฉลาดทางอารมณ์จะมีการพัฒนาที่เจริญตามวัย (Maturity) เช่นการ
เรียนรู้การควบคุมอารมณ์การรู้จักการรอคอยการเสียสละและความเข้าใจในเหตุผลของผู้อน่ื เช่น เดยี วกับเจ้า
จันท์และเจ้าอินทะท่ีเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเตรียมพร้อมเพ่ือปรับตัว และเสียสละเพ่ือนำไปสู่เป้าหมายท่ี
ดีกว่า ซ่ึงลักษณะโครงสร้างความฉลาดทางอารมณ์ที่โดดเด่นของเจ้าจันท์ ได้แก่ การรอบรู้ในอารมณ์
นิราศพระธาตุอนิ ทร์แขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 15
(Enmotion Literary) ตามแนวคิดของคูเปอร์และสวาฟ (Cooper &Sawat, ) โดยกล่าวว่า เป็นตัวกระตุ้นให้
เกิดการรับรู้การควบคุมตนเองและการมีความเช่ือม่ันในตนเอง ได้แก่ ความซื่อสัตย์ในอารมณ์ (Ernmotion
Honesty) การตระหนักรู้ในอารมณ์ (Emoticorn Awareness) การหย่ังรู้ตนเอง (Intuition) และการรับผล
ย้อนกลับทางอารมณ์ (Feedback) อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าจันท์มีการควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดี แม้มี
ความคับข้องใจ โดยการใช้สติปัญญาในการควบคุมความคิด เพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การสร้าง
พลังอารมณ์ (Ermation Energy) ความรับผิดชอบ (Responsibility) และการสร้างสัมพันธ์เช่ือมโยง
(Connection) ส่วน“ เจ้าอินทะ” คนรักของเจ้าจันท์ชายหนุ่มผู้สืบเช้ือสายเจ้านายฝ่ายเหนือ แต่ด้วยถูก
ลิดรอนอำนาจจากข้าราชการฝ่ายไทยใต้ทำให้ครอบครัวของเจ้าอินทะ ต้องเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง เช่น เดียวกับ
ครอบครัว ของเจ้าจันท์ซ่ึงเจ้าอินทะก็แสดงออกถึงความฉลาดทางอารมณ์ในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
บ้านเมืองที่เปล่ียนแปลงไปและสมัครใจในการทำงานในตำแหน่งเสมยี นปา่ ไม้ โดยมิได้คำนงึ ถงึ ฐานันดรของตน
มากไปกว่าการมองสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความเป็นจริงเพื่อสร้างฐานะให้ม่ันคงและไปสขู่ อเจ้าจันท์ในที่สุดซ่ึง
เป็นความฉลาดทางอารมณ์ที่แสดงออกเช่นเดียวกับที่บาร์ออน (Bar On, 1997) ได้กล่าวถึง ผู้ที่มีความฉลาด
ทางอารมณ์ ไว้ว่าเป็นความสามารถในทักษะส่วนตนด้านอารมณ์ และสังค มของบุคคลที่ปรับตัวให้เข้ากับ
ส่ิงแวดล้อมได้บุคคลผู้นั้นจะต้องตระหนักถึงความรู้สึกของตนและผู้อื่นจนสามารถบริหารและจัดการกับ
อารมณ์ของตนได้ซึ่งคุณลักษณะเด่นของเจ้าอินทะคือการรู้จักปรับตนเมื่ออยู่ในภาวะขับขันความสามารถใน
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมปฏิบัติของ
สังคมไว้ได้เป็นอย่างดี เช่น การส่งเสริมให้เจ้าจันท์ปฏิบัติตนให้ถกู ต้องตามจารตี ประเพณี เป็นต้น จึงอาจกล่าว
ได้ ว่าความงดงามของนวนิยายเร่ือง“ เจ้าจันท์ผมหอม” มิได้มีความงดงามทางด้านวรรณศิลป์เท่านั้น แต่ยัง
เปน็ นวนิยายที่สื่อถงึ การเปน็ แบบอย่างท่ีดีของหนุ่มสาว ท่ใี ชท้ กั ษะความฉลาดทางอารมณ์ในการบรหิ ารจัดการ
อารมณ์ตนเองด้วยโดยยึดขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของสังคมเป็นที่ต้ัง เช่น การเช่ือฟังคำส่ังสอน
ตักเตือนพ่อแม่การเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมการรักษาคำม่ันสัญญาของเจ้าจันท์ความ
ขยันหมั่นเพียรในการทำงานของเจ้าอินทะเพ่ือสู่ขอเจ้าจันท์ตามประเพณีที่ดีงามไม่ชิงสุกก่อนห่าม เป็นต้น
เสมือนเป็นการกล่าวเตือนให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเอาขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอด
มาช้านาน นั้นมาเป็นเครื่องยดึ เหนี่ยวแกต่ นในสงั คมสมัยใหม่เพ่ือหลอ่ หลอมเยาวชนคนรนุ่ ใหม่ได้ใสใ่ จในคุณค่า
ของจติ ใจใหม้ ากกว่าวัตถภุ ายนอกทเ่ี ป็นเช่นทุกวันน้ี
นริ าศพระธาตอุ ินทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 16
ขอ้ เสนอแนะ
1.คณุ ครู สนิ ีนาฎ นลิ สนธิ เสนอแนะ ดงั น้ี
ขอ้ ดี
1. มีการรวบรวมเนื้อหาไดค้ รบถ้วน
2. การจัดรปู แบบเปน็ ข้นั ตอนดี
3. เนอื้ หาน่าสนใจ
ข้อควรปรับปรงุ
1. ในการใส่ตวั เลขควรใหเ้ หมือนกันว่าจะใชเ้ ลขไทยหรอื เลขอารบคิ
2. เขียนภาษาองั กฤษบางคำผดิ
3. ควรปรบั ปรุงการเขียนบรรณานุกรมใหถ้ กู ต้อง
2. คณุ ครู ชลธิลา ยอดกนั ทา เสนอแนะ ดงั นี้
1. เนือ้ หาดี ละเอียด จดั เรยี งเป็นขนั้ ตอน
3. คุณครู พชั ยา สริ วิ ฒั น์ เสนอแนะ ดังน้ี
1. เน้อื เร่ืองน่าสนใจ เนอื้ หาครบถว้ น
2. ภาษาองั กฤษอาจจะมผี ดิ เปน็ บางคำ
นิราศพระธาตอุ ินทร์แขวน (เจ้าจันท์ผมหอม) : 17
อ้างองิ
มาลา คำจนั ท.์ (2555). เจา้ จนั ท์ผมหอม นิราศพระธาตุอนิ ทรแ์ ขวน. พมิ พ์ครง้ั ท่ี 16. กรงุ เทพฯ:
สำนักพิมพ์เคล็ดไทย.
นายวชั ระ พระวเิ ศษ. (2560).นริ าศพระธาตุอินทรแ์ ขวนเจา้ จันท์ผมหอม ความจริง สัจจะ มายา. [ออนไลน์].
เข้าถงึ ไดจ้ าก :http://www.praphansarn.com/home/content/1098 (วันท่ีสืบค้น : 21
สิงหาคม 2564).
ตามรอย 'เจา้ จันทผ์ มหอม' กับ 'มาลา คำจนั ท.์ [ม.ป.ป.] [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก :
https://www.thaipost.net/main/detail/56062 (วนั ทส่ี ืบค้น :21 สงิ หาคม 2564).
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 18
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ท์ผมหอม) : 19
นริ าศพระธาตอุ นิ ทรแ์ ขวน (เจ้าจนั ทผ์ มหอม) : 1