The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายสถาวร ใจจุมปา_ปรัญชาและแนวคิดทางการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by introit2016, 2021-08-07 20:36:20

บทที่ 1 ปรัชญาและแนวคิดทางการศึกษา

นายสถาวร ใจจุมปา_ปรัญชาและแนวคิดทางการศึกษา

Keywords: ปรัชญา ,แนวคิดทางการศึกษา

ปรชั ญาและ
แนวคดิ
ทางการศกึ ษา

นายสถาวร ใจจมุ ปา รหสั 648914045

สาขาวชิ าการบรหิ ารการศกึ ษา

ความรพู ้ นื้ ฐานเกยี่ วกบั ปรัชญาเป็นสาขาหน่ึงที่วา่ ดว้ ยหลกั แห่งความรู้
ปรชั ญาการศกึ ษา และความจริงเกี่ยวกบั ความเป็นไปของโลกจกั รวาล

และสรรพสิ่งในโลก คาวา่ “ปรัชญา” เป็นคาท่ีพระ
เจา้ วรวงศเ์ ธอ กรมหมื่นนราธิปพงศป์ ระพนั ธ์ ทรง

บญั ญตั ิข้ึน เพ่ือใชแ้ ทนคาวา่ “Philosophy” ใน
ภาษาองั กฤษ

ความหมายของปรชั ญา มีผใู้ ห้ ความหมายของปรัชญาการศึกษาหลาย เช่น
การศกึ ษา กีรติ บุญเจือ, สุลกั ษณ์ ศิวลกั ษณ์ , Russell (อา้ งถึงใน สุลกั ษ์
ศิวลกั ษณ์) ,ธารง บวั ศรี และ สุนทร โคตรบรรเทา

โดยสรปุ ได้ว่า ปรัชญาเป็นศาสตรท์ ีว่ ่าด้วยความคิดความ
เชื่อ และวิธีแสวงหาความจริงในความรูแ้ ละคณุ ค่าของสรรพสงิ่ ใน
โลกและจกั รวาล ความรู้ความจริง และคณุ คา่ ของชวี ติ มนษุ ยส์ ิ่งท่ี
มนษุ ยต์ อ้ งเก่ยี วขอ้ งในสงั คม

ความหมายของ มีนกั วิชาการหลายท่าน ไดใ้ หค้ วามหมายของการศึกษา
การศกึ ษา ไวด้ งั น้ี เช่น พระธรรมปิ ฎก และ สุนทร โคตรบรรเทา

กล่าวโดยสรปุ การศกึ ษาเปน็ การถา่ ยทอดความรู้ ทักษะ
และทัศนคติ และเปน็ กระบวนการเรยี นรู้ การพัฒนาคนใหม้ กี าร
เปลยี่ นแปลงพฤติกรรมไปในแนวทางท่ีดี เพื่อใหค้ นบรรลุถงึ ขีด
ความสามารถสูงสุด

ความหมายของปรชั ญา มีนกั วชิ าการหลายท่าน ไดใ้ หค้ วามหมายของปรัชญา
การศกึ ษา การศึกษาไว้ เช่น Good , Kneller, สาโรช บวั ศรี และ วจิ ิตร ศรี
สอา้ น

โดยสรปุ ได้วา่ ปรชั ญาการศึกษาเปน็ ความพยายาม
วิเคราะหแ์ ละทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับการศึกษาสามารถมองเหน็
ปญั หาของการศึกษาไดอ้ ย่างชัดเจนและสามารถกาหนดเปน็
แนวคิดหลักการเพ่ือเป็นแนวทางในการจัดการศกึ ษา ท่แี สดง
ออกมาในรูปของอดุ มการณ์ หรืออุดมคติซึ่งสามารถนามายึดเป็น
หลักในการดาเนินการทางการศกึ ษาเพ่ือใหบ้ รรลจุ ุดมุ่งหมายของ
การศกึ ษา

คณุ คา่ ของปรชั ญา สุนทร โคตรบรรเทา กล่าวถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
การศกึ ษา ปรัชญากบั การศึกษาโดยแสดงใหเ้ ห็นคุณค่าของปรัชญา
การศึกษาที่มีต่อการจดั การศึกษาดงั น้ี

1) ปรัชญาช่วยวางรูปแบบในการจดั การศึกษา
2) ปรัชญาช่วยใหภ้ าพรวมเก่ียวกบั เป้าหมายและวธิ ีการจดั
การศึกษา
3) ปรัชญาช่วยใหก้ รอบในการวเิ คราะห์ความคิดและภาษา
ของการศึกษาเป็นการวเิ คราะห์เก่ียวกบั ความหมายของการศึกษา

คณุ คา่ ของปรชั ญา โดยสรุป ปรัชญาการศึกษาช่วยใหเ้ กิดความเขา้ ใจ
การศกึ ษา (ตอ่ ) แนวคิดและกิจกรรมทางการศึกษาที่เป็นอยชู่ ดั เจน ขจดั ความ
ขดั แยง้ หรือความไม่สอดคลอ้ งตอ้ งกนั ในประเดน็ ต่าง ๆ ใน
วงการศึกษา ช่วยในการวางรูปแบบในการจดั การศึกษาโดยการ
ใหภ้ าพรวมเก่ียวกบั เป้าหมายและวธิ ีการจดั การศึกษา และเสนอ
แนวคิดและแนวทางใหม่เก่ียวกบั กิจกรรมใหก้ บั วงการศึกษา

บทบาทของปรชั ญา มีนกั วชิ าการหลายท่านไดก้ ล่าวไวด้ งั เช่น ศกั ด์ิชยั นิรัญทวี และ
ทิศนา แขมมณี ,วทิ ย์ วศิ ทเวทย,์ ทองปลิว ชมช่ืน, ไพฑูรย์ สินลารัตน์
การศกึ ษาตอ่ การจดั และ
การศกึ ษา
สนุ นทร โคตรบรรเทา โดยสรุปได้วา่ ปรัชญาการศกึ ษา คอื มลี กั ษณะเป็น
การพรรณนาและคาดคะเน มุ่งเน้นการอธิบายและบรรยายให้ทราบแนวคดิ
และความเชื่อของหลักปรชั ญาน้ัน ๆ เพ่อื คาดคะเนหรอื คาดหมายเรอื่ งใด
เรื่องหน่ึงถึงส่วนท่จี ะเกดิ ขึ้น หรอื การกาหนดรูปแบบ มาตรฐานเกีย่ วกับเรอื่ ง
ใดเร่ืองหน่ึงขึ้นมา เพอ่ื เป็นข้อกาหนดในการปฏบิ ตั ิ และการวเิ คราะห์หรอื
การคดิ อยา่ งรอบคอบและมเี หตผุ ล เนน้ ท่ีการทาความกระจ่างการทาความ
เขา้ ใจในเร่ืองของคา ภาษาแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ

ปรชั ญาการศกึ ษา

ปรชั ญาการศกึ ษา

1. ปรัชญาการศึกษาตะวนั ตก

• ปรชั ญาตะวนั ตกส่วนใหญ่เป็ นการศึกษาปรชั ญาในแนวทางทีห่ นึ่งคอื ปรชั ญาการศกึ ษา ทีย่ ึด
เนือ้ หาปรชั ญาท่วั ไปเป็ นแม่บท เพื่อจะนามาใชใ้ นการอธบิ ายการจดั การศกึ ษา

• แนวทางทีส่ อง คอื ปรชั ญาการศกึ ษาทีย่ ึดการศกึ ษาเป็ นแกนกลาง ซงึ่ เนน้ ทจี่ ุดมุ่งหมายของ
การศึกษา ครู และการจดั การเรยี นการสอนโดยนาปรชั ญาแนวคดิ หลาย ๆ แนวทาง มาใชเ้ พื่อ
อธบิ ายปรชั ญาการศึกษา ซงึ่ นักวชิ าการบางกลุ่มจะเรยี กปรชั ญานีก้ ลุ่มนีว้ ่าเป็ น ทฤษฎี
การศกึ ษา

ความสมั พนั ธข์ องสาขาของปรชั ญากบั การศกึ ษา

• ปรชั ญาของกลุ่มประเทศตะวนั ตก มีพนื้ ฐานมาจากปรชั ญากรกี ซงึ่ นักปรชั ญาสมยั นั้นไดแ้ บ่ง
สาขาของปรชั ญา ออกเป็ น 3 สาขา คอื (MCNERGNEY AND MCNERGNEY)

อภปิ รชั ญา : ญาณวทิ ยา : การ คณุ วทิ ยา :
เป็ นการศกึ ษาเกยี่ วกบั ความจรงิ เป็ นการศกึ ษาเกยี่ วกบั ความรูห้ รอื เป็ นปรชั ญาทมี่ ุ่งคน้ หาหรอื วเิ คราะห ์
คณุ คา่ หรอื คา่ นิยมเกยี่ วกบั ความดี ความ
รบั รูส้ งิ่ ต่าง ๆ
งาม

1. ภววิทยา : เป็ นการคน้ หาส่ิงท้งั หลายท่ี พฒั นาความรูโ้ ดยกระบวนการแสวง 1. ดา้ นจริยศาสตร์ : ซ่ึงเป็ นการคน้ หาหรือ
เก่ียวขอ้ งกบั ธรรมชาติหรือส่ิงที่มีอยู่หรือเป็ นอยู่ ความรูท้ างวทิ ยาศาตร ์การหย่งั รู ้ และ วิเคราะห์เกี่ยวกบั คุณธรรมและความประพฤติ

การสมั ผสั

2. จกั รวาลวิทยา : เป็ นปรัชญา ที่ 2. สุนทรียศาสตร์ : เป็ นส่ิงที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความ
งาม
เกี่ยวขอ้ งกบั ธรรมชาติและจุดเริ่มตน้ ของ

จกั รวาล

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพืน้ ฐาน

• ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวทางปรชั ญาพืน้ ฐานทไี่ ดร้ บั การยอมรบั ในการศกึ ษาระดบั สากล และใช ้
เป็ นแนวทางพืน้ ฐานสาคญั ในการจดั การศกึ ษา ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวทางนีอ้ าจจาแนกได ้
เป็ น 4 กลุ่ม

ปรชั ญามโนคตนิ ิยมนิยม

• ปรชั ญามโนคตนิ ิยม : เป็ นปรชั ญาสาขาเกา่ แกท่ สี่ ดุ ปรชั ญากลมุ่ นีจ้ งึ มคี วามสาคญั ของ
จติ แบง่ ออกดงั นี้

อภปิ รชั ญาของมโนคตนิ ิยม ญาณวทิ ยาของมโนคตนิ ิยม คณุ วทิ ยาของมโนคตนิ ิยม

ปรชั ญานีม้ คี วามเชอื่ วา่ ความจรงิ ญาณวทิ ยาเชอื่ วา่ ความรเู ้ ป็ น ความจรงิ ความดี และความงาม
ทง้ั หลายสามารถสรปุ รวมไดเ้ ป็ น อสิ ระจากประสบการณ์ และ ดารงอยใู่ นจกั รวาล และเป็ น
ความจรงิ แทค้ อื จติ เกดิ ขนึ้ ภายในจติ ใจ นิรนั ดร

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพืน้ ฐาน (ต่อ)
ปรชั ญาประจกั ษน์ ิยม

• ปรชั ญาประจกั ษน์ ิยม เป็นปรัชญาที่มีตน้ คิดมาจากปรัชญากรีก ผเู้ ป็นบิดาของปรัชญาสาขาน้ีคือ
ดงั น้ี

อภปิ รชั ญาของประจกั ษน์ ิยม ญาณวทิ ยาประจกั ษน์ ิยม คณุ วทิ ยาของประจกั ษน์ ิยม

โลกถกู สรา้ งขนึ้ จากวตั ถหุ รอื มนุษยเ์ มอื่ แรกเกดิ จติ จะวา่ งเปลา่ ถอื เอากฎของธรรมชาตเิ ป็ น
สสารทเี่ ป็ นจรงิ จบั ตอ้ งไดม้ คี วาม หลงั จากนั้นก็จะเกดิ การรบั รตู ้ า่ งๆ หลกั สาคญั ถา้ รธู ้ รรมชาตขิ อง
เป็ นอสิ ระและอยนู่ อกเหนือจติ ใจ คนและรวู ้ า่ คนจะปฏบิ ตั ติ อ่ กนั
จะเกดิ การเรยี นรคู ้ วามรจู ้ งึ มาจาก อย่างไร จะไดก้ ฎของคณุ ธรรม
การสมั ผสั หรอื มปี ระสบการณ์ ใช ้ จรยิ ธรรม
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ์

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพนื้ ฐาน (ต่อ)
ปรชั ญาประสบการณน์ ิยม

• ปรชั ญาประสบการณน์ ิยม ปรัชญาสาขาน้ีไดต้ น้ เคา้ ความคิดจากปรัชญาประจกั ษน์ ิยมท่ีเกิดข้ึนในองั กฤษใน
คริสตศ์ ตวรรษท่ี ต่อมาในกลุ่มนกั ปรัชญาและจิตวทิ ยาชาวอเมริกนั คือ วลิ เลียม เจมส์ และจอห์นดิวอ้ี นาหลกั การของ
ปรัชญาประจกั ษน์ ิยมไปพฒั นาข้ึนเป็นปรัชญาการศึกษา

อภปิ รชั ญาของประสบการณ์ ญาณวทิ ยาของ คณุ วทิ ยาของประสบการณ์
นิยม ประสบการณน์ ิยม นิยม

ประสบการณน์ ิยมปฏเิ สธ ความรจู ้ ะเกดิ ขนึ้ อยกู่ บั ประสบการณท์ ี่ คณุ คา่ มาจากเงอื่ นไขของบคุ คล
อภปิ รชั ญา โดยกลา่ ววา่ ไดร้ บั ซงึ่ ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ มกี าร และประสบการณต์ า่ ง ๆ ทคี่ นน้ัน
เปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา ประสบอยู่
ความจรงิ คอื ประสบการณข์ อง
แตล่ ะคนบคุ คลไม่สามารถรอู ้ ะไร
ไดห้ ากไม่มปี ระสบการณ์

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพืน้ ฐาน (ต่อ)

ปรชั ญาอตั ภาวนิยม

• ปรชั ญาอตั ภาวนิยม ปรัชญาสาขาน้ีมี เป็นตน้ คิดโดยพยายามอธิบายวา่ ความจริง
ไม่สามารถแยกจากอยเู่ หนือความเขา้ ใจของมนุษย์ แต่ข้ึนอยกู่ บั ความชอบและประสบการณ์ชีวติ ของมนุษย์

อภปิ รชั ญาของอตั ภาวนิยม ญาณวทิ ยาของอตั ภาวนิยม คณุ วทิ ยาของอตั ภาวนิยม

ความสขุ คอื การดารงชวี ติ อยจู่ รงิ บคุ คลจะเรยี นรโู ้ ดยผ่านประสบการณ์ คณุ คา่ ขนึ้ อยกู่ บั การเลอื กและ
การตดั สนิ ใจของบคุ คล บุคคลจะ
ๆ ของ ปัจเจกบคุ คล แตป่ ระสบการณก์ ็มหี ลายระดบั ไม่ยอมตามคา่ นิยมและบรรทดั
ฐานของสงั คม

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพืน้ ฐาน (ต่อ)

ปรชั ญาสมยั ใหม่

• ผูใ้ หก้ าเนิดคอื นักปรชั ญาชาวเยอรมนั FRIEDRICH NIETZSCHE และ MARTIN HEIDEGGER เขาใหค้ วามเห็นวา่ ยคุ
สมยั ใหม่ไดส้ นิ้ สดุ ลงแลว้ ชว่ งนีค้ อื ยคุ หลงั สมยั ใหม่ เขาปฏเิ สธแนวคดิ แบบอภปิ รชั ญา เกยี่ วกบั ความจรงิ
แทส้ มบรู ณแ์ ละนาเสนอปรชั ญาทเี่ รยี กวา่ ปรากฏการณน์ ิยม

สาหรบั การจดั การศกึ ษาตามแนวคดิ หลงั สมยั ใหม่ ตอ้ งสรา้ งผูเ้ รยี นซงึ่ เป็ นคนรนุ่ ใหม่ทมี่ คี วามเป็ นตวั ของ
ตวั เองอยา่ งมวี จิ ารณญาณ กล่าวคอื การรจู ้ กั วเิ คราะหแ์ ยกประเด็น ประเมนิ คา่ แตล่ ะประเด็นแลว้ สงั เคราะห ์
ใหม้ เี ป้ าหมาย ซงึ่ ในทางปฏบิ ตั พิ งึ ยดึ หลกั 3 กลา้ ประกอบดว้ ย การกลา้ เผชญิ ปัญหา การกลา้ ประเมนิ วธิ ี
ปฏบิ ตั ิ และการกลา้ ลงมอื ทาดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ

ปรชั ญากบั การศกึ ษาตามแนวปรชั ญาพืน้ ฐาน

ปรชั ญาการศกึ ษาทยี่ ดึ การศกึ ษาเป็ นแกนกลางไดร้ บั การพฒั นาขนึ้ มาจากการประยกุ ตป์ รชั ญาสาขาใดสาขา
หนึ่งหรอื หลาย ๆ สาขาเพอื่ สรา้ งอธบิ ายถงึ จดุ มุ่งหมายของการศกึ ษา บทบาทของการศกึ ษา หลกั สตู ร และการ
จดั การเรยี นการสอน
• ปรชั ญาสารตั ถนิยม : ยึดถอื เนือ้ หาสาระเป็ นหลกั ในการจดั การศกึ ษา

** การจดจาเนือ้ หาวชิ าทกี่ าหนด การท่องจา และการคดิ เลขในใจ

• ปรชั ญาสารตั ถนิยม : เป็ นปรชั ญาการศกึ ษาทอี่ าศยั หลกั ของปรชั ญาการศึกษาประสบการณน์ ิยม
เป็ นหลกั

• ปรชั ญานิรนั ตรนิยม : เป็ นปรชั ญาการศึกษาสมยั ใหม่ เนน้ ครูเป็ นศูนยก์ ลางการศึกษา ครูคอื ผูร้ ู ้
และเป็ นผูร้ บั ผิดชอบต่อการใหก้ ารศกึ ษาแก่เด็ก

• บูรณนิยม ปรัชญาการศึกษากลุ่มน้ีอาศยั ปรัชญาประสบการณ์นิยมเป็นหลกั ยดึ เชื่อวา่ เป็นหนทางประยกุ ตป์ ฏิรูปเพือ่ สร้างสงั คมใหม่ ยดึ ถือ
การศึกษาเพือ่ ปฏิรูปสงั คม

ปรชั ญา ปรชั ญาการศกึ ษาอสิ ลาม
การศกึ ษา ปรชั ญาจนี
ตะวนั ออก
สานักปรชั ญาเตา๋
ปรชั ญาขงจอื้

ปรชั ญาการศกึ ษาอสิ ลาม

การศึกษาในอิสลามจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์หรือทักษะจากชนรุ่นหน่ึง
ไปยังชนอีกรุ่นหน่ึงแต่ในมุมมองของอิสลามการศึกษาจะมีความหมายที่กว้างครอบคลุมหลาย ๆ ด้าน
กล่าวคือ การศึกษาในอิสลามเป็นกระบวนการอบรมบ่มเพราะสติปัญญาร่างกาย และจิตวิญญาณ เพ่ือ
ผลิตมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ การศึกษาในอิสลามจะมีความหมายครอบคลุมคุณลักษณะดังนี้

1) การอบรมการขัดเกลาจิตใจ
2) การถ่ายทอดความรู้ซ่ึงรวมถึงการความรู้ทางศาสนาและความรู้ทางโลก
3) การอบรมบ่มนิสัย ให้มีคุณธรรม จริยธรรมและมีระเบียบวินัย

ปรชั ญาการศกึ ษาอสิ ลาม

สรุปได้ว่า การศึกษาในอิสลามเป็นกระบวนการอบรมบ่มเพาะ
สติปัญญา ร่างกาย และจิตวิญญาณเพ่ือให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
โดยมีหลักการแนวคิดท่ีครอบครองในทุกมิติ ได้แก่ หลักการแนวคิดท่ี
มีต่อโลกต่อมนุษย์ ต่อสังคม ต่อคุณค่าความรู้ของมนุษย์ และต่อ
จริยธรรม ซ่ึงหลักการเหล่านี้จะเป็นหลักการสาคัญในการจัดการศึกษา
ของอิสลาม

ปรชั ญาจนี

ซปวแปมทสิท่ึสตงน่ีวฏรแ่ิะวายปุษิบตงเาัญัยตทหจกป์นิใญแศะาตรนิยลฝชั่ชาาชมึะกาเงญีวพตจญอแิตโาริาแบดาตจจากลณยร่ีในระซะหมมิงฉเวึ่งโ้ปไตีคเิทะลแปด็นวนนกยต้้าาใปั้นาจกหมหระปตชมส้ดจัชม่าาราาีไะญีงัควชดคยเจจวญาน้ัวอญาีนทา่า้นยากกมจ่ีจไ่าจคับปมสึะงงีนุณ่เรเสงทไรปัรชบวนา่ือจ็นิญทสอใงแึงจนุยขยาขเลแัก่ปาาตอะสเงป็ะนงปจไววมฏจระ็นงัปนนิรบชหสจิตยรุษัต่วาาึังชศกิยไยปคจญมา์สดัญฐะส่ใัาง้วมเชตคจปยธช่นรีนม็นกาา์ัแกทใัตนควลทหุั้งจนะ้สฤหีนทสษงมไี่มจุบนมฎดึีงคทส่ชีจมวุขรออะักาียไยบเถมถดนศ่ากเูส้กอ้นพางเุขมยสทถจ้อ่าอตียี่รปฝทงงิรยงัรนาไว์กใธัรชอแ่นาันรญยเตดรไใป่า่ชาม้นมา็นงตอน่สมปไปะบตรนารรวส่กนาะใััชนจังงกาเญดคตภมว็นมกๆ่วาาา
กสาลน่าัวกถทึงี่มสีกาารระกสลา่าคปวัญรถัชขึงมญองาาปกจทรีนัชี่สเญกุดิดคาขทือ้ึน้ังสสมานอาชงักส้าปานรนาัชักนญโดาแเยลตสะ๋ารมแุปีลสดาะังนสนัาก้ี นตัก่างปรๆัชญเกาิขดงขจ้ึน้ือมากมายซ่ึงแไตด่้

สานักปรชั ญาเต๋า

อขเรรสดหูู้้จจาจอยลััรกกั่ดาด่งากคงวคชจมัันฒวลสีื๊วอีคาซด้อาินตแมว่ึงีนงธตลคาพสกักรา้มวือรัอบรนมุสปเมธสี้หม“ปหุขไราีเนเดรอมขรตหมัช้ีวจอานม๋าาล่าญาะกชเบร่าคกตพเาถาธจสว็สกขตอนื๊รอาีัยงเอิดราเกมคบสปงมีมใ็งมม้อาน็เนา”ุ่งแนงนกปหหลียซใารแัวมหะมึ่ลงะลหา้ปมแเปยะนทยปรนุกรด้ขาศะุะลษตาหอะพเวร์ใยพงล่นาฤง์หหกักณตสตกลาาคันจิตรีีรกกาอธะอนจพสัรนบยัอดิอจร่เาวยกมปนางนู่ทาร็สนขกรค่ณางออศาุมณบุงาปรึกกคแธศสษกลัรมนึกราลารภวรษเงมมคหีครธากส์ิเดตลไรหูลตด่แ่รอาืลนร้แมจลก่าแื๊กอชะาจ่ลสาหร๊ือะตดอลิานักซแร่ึใกงงตหเาช่ปใ้ครีหพ็นน้ ท่ี
ท1)ะเรยู้จอักทตะนยเอานงให้ถูกต้อง 2) ชนะตัวเองให้ดี และ 3) รู้จักคาว่า พอไม่

ปรชั ญาขงจอื้

กแครแคเสชู้จลตอาววื่อักรบาะกดวดมหเตคค่าปาสนุ่ามลกร็นางป้้าอจงาคกปทิรตงชรัญันัรกชี่ขีศใพัชจัญบกึอกอคญแับธงษายือลตราจเ่าาปตะรนทาอง๋มาสรรี่มเเบัแพชน่ีชงตีครเลญ้่ืนาอปวสมะตปกราารเิขปะเมาริมตงระเ็สนใ๋จพาปโหุขขส้ืเอยณฏ้จบนิ่งชใิัีบดทุ้เนคนนพเั่ีวตมคกป์ขตัรฒิีแคลา็นณ่อารลวปนะปตะดาะฏธเรนทามชเริับชนรเี่่ืสปอรอัญตง้นามวรตงิตคดา่ัาชปแนนัทญ้าญรลอใ่ีนใะเะานหยพจเสข่แ้าพครรังงงนิวยาณจคสาะวธ้ือมีทงมทชรมบ่ีเ่รสวีาสปมางง่ว็กนอคทนลอัแบญ่ีดชมุปลีร่กวกสะมัยบลมรใใโมืหนรีนคดนค้คแวยกุษตลนาใา่หอมยะร์้

ปรชั ญาการศกึ ษา

ตามแนวพทุ ธธรรม

คอื การยดึ เอาพทุ ธธรรมเป็ นแนวทาง
ในการจดั การศกึ ษาทสี่ อดคลอ้ งกบั วถิ ี
ชวี ติ ของคนไทย

ตวั อยา่ งเชน่ การพฒั นากระบวนการเรยี นรแู ้ บบพุทธ

ตวั อยา่ งแนวคดิ ของ
ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวพทุ ธธรรม

ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวพุทธธรรม ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวพุทธธรรม ปรชั ญาการศกึ ษาตามแนวพุทธธรรม
ตามแนวทางของพระพรหมคณุ าภรณ์ ตามแนวทางของพระพุทธทาสภกิ ขุ ตามแนวทางของสาโรช บวั ศรี

จดุ ม่งุ หมายของการศกึ ษาเป็ นอนั เดยี วกบั การใหก้ ารศกึ ษาเป็ นไปตามมรรคมอี งคแ์ ปด ชวี ติ ทดี่ ี เรยี กวา่ “บูรณาการ” ความมงุ่ หมาย
จดุ มุ่งหมายของชวี ติ เรยี กวา่ การหลดุ พน้ จงึ จะสามารถทาใหไ้ ดก้ ารศกึ ษา ทเี่ ป็ น ของการศกึ ษาของบุคคลทง้ั หลายคอื บรู ณา
หรอื วมิ ุตติ ไดแ้ ก่ ความปลอดโปรง่ อสิ ระ การศกึ ษาเพอ่ื พฒั นา ใหเ้ ป็ นมนุษยท์ ่ี การชวี ติ บรู ณาการคอื ชวี ติ ทม่ี คี วามเต็ม
สมบรู ณ์ คอื การศกึ ษาทส่ี ามารถดบั ทกุ ข ์ สมบูรณ์ ซงึ่ ย่อมเป็ นชวี ติ ทมี่ คี วามสมดลุ มี
โดยจดุ ม่งุ หมายของการศกึ ษาจาแนกไดเ้ ป็ น รา่ งกายทส่ี มบูรณแ์ ข็งแรง มจี รยิ ธรรมสูง
3 ดา้ น 1) วา่ ดว้ ยประโยชนท์ ซี่ ง่ึ ไดร้ บั และพงึ จติ ใจไดร้ บั การอบรมเรอ่ื งความดี มศี ลี ธรรม
ทาใหเ้ กดิ มี 2) ว่าดว้ ยประโยชนข์ อง และวนิ ัย มหี ิรโิ อตปั ปะ
จดุ มุ่งหมายน้ันเอง และ 3) ว่าดว้ ยคณุ สมบตั ิ
ของผูไ้ ดร้ บั การศกึ ษา

แนวคดิ ในการจดั 1.แนวคิดการจดั การศึกษาในยคุ ปฏิรูปการศึกษา
การศกึ ษาไทย
2. แนวคิดการจดั การศึกษาตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจ
แบ่งออกเปน็ 4 แนวคิด ดังน้ี พอเพียง

3.แนวคิดในการจดั การศึกษาเพือ่ พฒั นาสู่ศตวรรษ 21

4.แนวคิดในการจดั การศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน

• แนวคดิ การจดั การศกึ ษาในยุค
ปฏริ ปู การศกึ ษา

พฒั นาการ 1 การจดั การศกึ ษาในสมยั 2 เรมิ่ ระบบโรงเรยี น
การศกึ ษาของ
โบราณ จัดเกพา่ือรเศขปกึา้ รฏษบั ริารูปเพาปชอื่ รกใะหาเร้คทแนศลมะคี กวาารมรู้
ไทย
เเนพ้นือ่แกลนาะารไคพปณุ ัฒใชธนรใ้ นารคมกนจารรใหดิย้มาธรรคี งรวชมาีวมติ รู้ 4

3 สมยั ประชาธปิ ไตย วกเัตทากรนา่าศรท์ทึกเัน่เีปกษกลดิาบั่ยีขขกนนึ้อาแงรใไปโนเทลปลปกยงลัจตใยี่ นจ้อนุบยงแปุคันปโรสลลับง่ กงผตขาลัวอภใใงหิห้้

กพารฒั จนดั ากเาศรรศษกึ ฐษกาิจกแ็เลปะน็ สไปังคเพมื่อ

แนวทางการจดั การศึกษาหลงั การประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติพ ศ

มแี นวคดิ และแสดงจดุ มุ่งหมายของการจดั การศกึ ษาไดด้ งั นี้

แนวคดิ จากคานิยามคาวา่ “การศกึ ษา”ตามมาตราที่ 4 หมายความถงึ กระบวนการการเรยี นรเู ้ พอื่
ความงอกงามของบคุ คลและสงั คม โดยการเรยี นรู ้ดงั กลา่ ว อาจไดม้ าดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ อนั
จะทาใหบ้ คุ คลสามารถเรยี นรไู ้ ดอ้ ย่างตอ่ เนื่องตลอดชวี ติ

ความม่งุ หมาย เพอื่ พฒั นาคนไทยใหเ้ ป็ นมนุษยท์ ส่ี มบูรณท์ ง้ั รา่ งกาย จติ ใจ สตปิ ัญญา ความรู ้และ
คณุ ธรรม มจี รยิ ธรรม และวฒั นธรรมในการดารงชวี ติ สามารถอย่รู ว่ มกบั ผูอ้ น่ื อยา่ งมี
ความสขุ

การจดั ระบบโครงสรา้ งและ ยดึ หลกั การจดั คอื การเอกภาพดา้ นนโยบายและมคี วามหลากหลาย
กระบวนการจดั การศกึ ษา ในการปฏบิ ตั กิ ารกระจายอานาจสเู่ ขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา สถานศกึ ษา
และองคก์ รปกครองทอ้ งถนิ่ มกี ารกาหนดมาตรฐานและจดั ระบบ
ประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาทกุ ระดบั และประเภท

1.2 แนวทางการจัดการศึกษาหลังการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิการศกึ ษา
แหง่ ชาติพ.ศ. 2542

ความหมายของ หมายถงึ สถานพฒั นาเด็กปฐมวยั โรงเรยี น ศนู ยก์ ารเรยี น วทิ ยาลยั
สถานศกึ ษา สถาบนั มหาวทิ ยาลยั หน่วยงานการศกึ ษาหรอื หน่วยงานอนื่ ของรฐั
หรอื เอกชนทมี่ อี านาจหนา้ ทหี่ รอื มวี ตั ถปุ ระสงคก์ ารจดั การศกึ ษา
การจดั โครงสรา้ งและ (มาตรา 4)
ระบบการบรหิ ารสถานศกึ ษา
อยู่ภายใตแ้ นวคดิ ตามมาตรา 4 ของพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทง้ั 6 ประการ อนั จะทาใหก้ ารบรหิ ารสถานศกึ ษามี
อสิ ระ มมี าตรฐาน มกี ารบรหิ ารระบบ

พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาตพิ .ศ. 2542 มกี ารแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ 2 ระยะ คอื
ในปี พุทธศกั ราช 2545 มกี ารแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ในมาตรา 5 หมวด 6
ในปี พทุ ธศกั ราช 2553 มกี ารแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ สาคญั ในมาตรา 37

1.2 แนวการจัดการศึกษาตามขอ้ เสนอการปฏิรปู การศกึ ษาในทศวรรษทสี่ อง (พ.ศ. 2552-2561)

จากสภาพปัญหา นักเรยี นลดลง สถานศกึ ษาจานวนมากยงั ไม่ได ้
มาตรฐาน ผูเ้ รยี นมผี ลสมั ฤทธติ ์ า่ และกบั คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค ์ มปี ัญหา
ขาดแคลนครู คณาจารยท์ มี่ คี ณุ ภาพ ไม่ไดค้ นเกง่ คนดแี ละคนทมี่ ใี จรกั มาเป็ น
ครู ดงั น้ันในปี 2552 จงึ ดาเนินการปฏริ ปู การศกึ ษาในทศวรรษทสี่ อง โดย
กาหนดเป้ าหมายภายในปี 2561 ใหม้ กี ารปฏริ ปู การศกึ ษาและการเรยี นรอู ้ ยา่ ง
เป็ นระบบการจดั การ เนน้ ประเด็นหลกั 3 ประการ คอื

1) พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษา
2) โอกาสการศึกษาและเรยี นรู้
3) ส่งเสรมิ การมีส่วนร่วมทุกภาคสว่ นในการจดั การศึกษา

1.2 แนวการจัดการศึกษาตามขอ้ เสนอการปฏริ ูปการศึกษาในทศวรรษท่สี อง (พ.ศ. 2552-2561)

กรอบแนวทางการปฏิรูปการศกึ ษา4เพป่ือรใะหก้ปาฏรหริ ปูลกักคารือศกึ ษาและเรยี นรู้อย่างเปน็ ระบบไว้

1. พัฒนาคณุ ภาพคนไทยยคุ ใหม่

ตงั้ แต่ปฐมวยั สามารถเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเองและแสวงหาความรอู ้ ยา่ งต่อเนื่องตลอดชวี ติ สามารถสอื่ สาร คดิ วเิ คราะห ์
แกป้ ัญหา คดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค ์มจี ติ สาธารณะ มรี ะเบยี บวนิ ัย คานึงถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวม

2. พฒั นาคุณภาพครูยคุ ใหม่

มรี ะบบกระบวนการผลติ และพฒั นาครู คณาจารย ์และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ทมี่ คี ณุ ภาพมาตรฐานเหมาะสมกบั
การเป็ นวชิ าชพี ชนั้ สงู

3. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรยู้ ุคใหม่

ใหส้ ามารถเป็ นแหลง่ เรยี นรทู ้ มี่ คี ณุ ภาพทางในการศกึ ษาในระบบ นอกระบบการจดั การศกึ ษาตามอธั ยาศยั

4. พฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่

ม่งุ เนน้ การกระจายอานาจสสู่ ถานศกึ ษา เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาและองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ มรี ะบบการบรหิ าร
จดั การตามหลกั ธรรมาภบิ าล มคี วามโปรง่ ใสเป็ นธรรม ตรวจสอบได ้

แนวปครดิัชกญาารขจอัดงกเศารรศษกึ ฐษกาจิ ตพาอมเพแนยี วงทาง

ความเป็ นมาเศรษฐกจิ พอเพยี งหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เศรษฐกิจพอเพียงเปน็ แนวทางการพฒั นาตามพระบรมราโชวาทของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช เพ่อื เปน็ แนวทางนาความมน่ั คง
แบบยั่งยืนมาสสู่ งั คมไทย ตงั้ อยูบ่ นพ้ืนฐานของความพอเพยี งทัง้ ทางด้านวตั ถุและ
ทางดา้ นจิตใจ ซง่ึ ตอ้ งดาเนนิ ชีวติ ตามทางสายกลาง เพ่ือใหเ้ กิดความสมดุลม่ันคง
และยั่งยืน เปน็ สงั คมแหง่ เก้อื กลู ไมป่ ระมาท โดยคานึงถงึ ความพอประมาณ
ความมีเหตผุ ล การสร้าง ภมู คิ ุม้ กนั ในตวั ทีด่ ี ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ มี
หลักแหง่ คุณธรรมเปน็ ปจั จยั ท่จี ะนาไปส่กู ารบรหิ ารจดั การท่ีประสบความสาเร็จ

หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ ปรัชญาการดารงชวี ติ ให้ดาเนิน
ไปในทางสายกลาง เพื่อใหส้ มดลุ พรอ้ มรองรบั การเปลยี่ นแปลงอย่ไู ด้อย่าง
ม่ันคงและยัง่ ยืน ก้าวทันต่อยคุ โลกาภวิ ฒั น์ทางด้าน วตั ถุ เศรษฐกจิ สังคม
และสง่ิ แวดล้อม โดยมหี ลักสาคัญคือ ดาเนนิ ชีวติ โดยคานงึ ถงึ ความพอเพียง
หมายถงึ ความพอประมาณ ความมเี หตุผล รวมถงึ ความจาเป็นท่ีจะต้องมี
ระบบภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ทด่ี ีตอ่ การมผี ลกระทบใด ๆ อนั เกิดจากการเปล่ียนแปลง
ทั้งภายในและภายนอกทั้งนจ้ี ะต้องอาศัย 2 เงอ่ื นไข นัน้ ก็ คือ มีความรู้และ
คณุ ธรรมมาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทกุ ขั้นตอนและขณะเดยี วกนั
จะตอ้ งเสริมสรา้ งพนื้ ฐานจิตใจของทกุ คนใหม้ ีจิตสานึกในคุณธรรมมคี วาม
ซื่อสัตย์ สจุ รติ และให้มคี วามรอบรูท้ เ่ี หมาะสม ดาเนนิ ชวี ิตด้วยความอดทน
ความเพยี รสติปัญญาและความรอบคอบ

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ดา้ นการศกึ ษา

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเป็นแนวในการพฒั นาการศกึ ษาทหี่ น่วยงาน
ทางการศึกษาทง้ั หลายควรตอ้ งให้ความสนใจและนอ้ มมาประยกุ ต์ใชเ้ พ่ือ
ปลกู ฝงั สรา้ งจติ สานึกแหง่ ความเพยี งพอใหก้ บั เดก็ และเยาวชนของชาติ

การขบั เคลอื่ นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่
สถานศกึ ษา

1.วัตถุประสงค์ เพือ่ ใหส้ ถานศกึ ษานาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมา
ประยกุ ต์ใชใ้ นการจดั การเรยี น การสอน
2.วิสัยทัศน์ กระทรวงศึกษาธิการม่งุ พัฒนาสถานศกึ ษาในการนาหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งไปจดั การศึกษาอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล
3.เป้าหมาย ระยะท่ี 1 ปี 2550 กาหนดให้ในสถานศกึ ษาที่สามารถเปน็ แบบอยา่ ง
ในการจดั กระบวนการเรยี นการสอนและการบรหิ ารจัดการตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

ยทุ ธศาสตรแ์ ละ กยาุทรศธกึศษาสาตตรามท์ ป่ี 1รัชกญาราพขัฒองนเศาแรษนวฐทกิจางพกอาเรพจียดั ง
แขนบัวทเคาลงอื่กนาร ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การพฒั นาบุคลากร

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การขยายผลและพฒั นาเครือขา่ ย

ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 กการาพรปฒั รนะาเมกินระผบลวนการตดิ ตามและ

การจดั การศกึ ษาตามแนวทางปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

ชว่ งชน้ั ที่ 1 เนน้ ใหเ้ ด็กพงึ่ ตนเองได ้ หรอื ใชช้ วี ติ พอเพยี งระดบั
บคุ คลและครอบครวั
ชว่ งชนั้ ที่ 2 สอนเด็กใหพ้ อเพยี งระดบั โรงเรยี น หรอื อาจจะให ้
เด็กทาโครงงานก็ได ้ เรมิ่ วเิ คราะหร์ ายจา่ ยของครอบครวั

ช่วงชัน้ ที่ 3 เด็กสามารถประยกุ ต์ใช้กับชมุ ชน มสี ว่ นรว่ ม
ในกจิ กรรมต่าง ๆ ของชมุ ชน

ชว่ งชน้ั ที่ 4 เตรยี มคนใหเ้ ป็ นคนทดี่ ตี อ่ ประเทศชาติ สามารถ
ทาประโยชนใ์ หก้ บั สงั คมได ้

การประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ต้อง
พิจารณาปรบั ใชต้ ามความเหมาะสมสอดคลอ้ งกับเง่ือนไขและบริบทน้ัน ๆ เพ่อื ให้ได้มา
ซึ่งความสาเร็จและการพัฒนาตนเองไดอ้ ยา่ งยงั่ ยืนสกู่ ารดาเนินกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชน์
ตอ่ ชมุ ชนและสงั คมการขับเคล่ือนหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศกึ ษา ควร
เน้นการกระต้นุ เร่งเรา้ การขับเคลอ่ื น รวมท้ังสนับสนุนใหส้ ถานศึกษามคี วามเขม้ แข็งเป็น
แหล่งเรียนรูใ้ นระดบั ชมุ ชน ได้จัดเปน็ กระบวนการเรยี นการสอนเพ่อื ให้ผู้บรหิ าร ครู
บุคลากรทางการศกึ ษา และนกั เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจ ปฏบิ ัตติ นตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงสนับสนนุ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และบูรณาการในการพัฒนา
บุคลากร การพฒั นาหลกั สูตร ตลอดจนการบรหิ ารจัดการเพอื่ ให้การดาเนนิ ไปได้อยา่ งมี
ประสิทธิภาพ

แนวคดิ ในการจดั
การศกึ ษาเพอื่ พฒั นาสู่

ศตวรรษ 21

กรอบแนวคิดเพ่ือการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21

กล่มุ ภาคีเพื่อทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ไดพ้ ัฒนากรอบความคดิ เพื่อการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความตอ้ งการทก่ี าลัง
เปลยี่ นแปลงของสังคม และเปน็ แนวทางจัดการศกึ ษาท่ีสาคญั ย่งิ

กรอบแนวคิดเพอื่ การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ครอบคลมุ แนวคิดหลักที่
เกดิ ขน้ึ ในศตวรรษที่ 21 และอธบิ ายถงึ ทกั ษะทสี่ าคัญ ซึง่ ไดแ้ ก่ ความคิด
สร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตวั ความ
เปน็ ผู้นาและทกั ษะการเรียนรทู้ างวัฒนธรรม ซง่ึ ลว้ นจาเปน็ สาหรับผเู้ รยี นทกุ คน

วิชาแกน

--------- คเปภภภวศกศิทาณลิูมาารรรษษะยปิศษติปวาาาะาศฐัตกศสอสศาศิคาางัตสาสกคารรสตสตอฤัญ์ ตรตรงษข์รแ์รอ์กล์ งาะโรหลอนกา่ ้านทพ่ีศลิลปเมะอื กงารใชภ้ าษา

แนวคดิ สาคญั ในศตวรรษท่ี 21
- จติ สานกึ ตอ่ โลก
- ความรู้พ้ืนฐานดา้ นการเงนิ เศรษฐกจิ ธุรกจิ และการเป็น
ผปู้ ระกอบการ
- ความรู้พื้นฐานดา้ นพลเมือง สขุ ภาพและสิง่ แวดล้อม

ทกั ษะการเรียนรู้และนวตั กรรม
- ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
- ความคดิ เชงิ วพิ ากษแ์ ละการแกไ้ ขปญั หา
- การสื่อสารและการร่วมมอื กันทางาน
-- ทควักาษมะรด้พู ้าืน้ นฐสาานรดสา้นนเทสศารสส่ือนแเทลศะเทส่อืคโแนลโละยเที คโนโลยีสารสนเทศและการ
สือ่ สาร (ไอซที ี)

การทากรอบแนวความคดิ เพือ่ การเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ไปปฏบิ ตั ิ

อเสสปสคหาอรงวฏ231็นคมุปานริ)))มถป์าสูปเแพรงึครากมคถหพหะรดิอ่ื า้กดณุะลลกนัสเรพราสกัักอรธศคอเื่อา้าสกกบึกนา่ บคงกูตาจิแดษนิทคญัราดรลังากักรเวน้าใะใราเาษนหนค้ีรียรมกะีย้เกนวไกคดแานาารดิิดรมอ้หรรู้ นปเสยจศู้่งพาอรศา่าตอื่กะงเนตวปกงสรวร่า็นาอิทรรยรบทรษธเดษคิผร่นีทายีลใวกั่ียห2นาสก456มม1เรงูา)))จสค้ใู่ใรยนหปกรดุดิศะแ์าศ้กัจไกึไบรแมปจตบัปษสตบ็คัยวปนสาอก่ไกรสปู่ฏักคทนรานาเฏิบวษรแรรับรบิัตจปยีลทไสะิใัตนะดรี่นนน2กิะเปน้ อกนุ1าเ็ไารมลามกไะจรนิเ่ใปรกลเะชอครใอยีแ่สชบ่ายี ตบส่ิง้เนพทดดซก่อืี่ว้งีฟาใยรหไ้ ด้

แนวคดิ ในการจดั การศกึ ษาสปู่ ระชาคม
อาเซยี น

วตั ถปุ ระสงคข์ องการ กเท1นั .คแสโลน่งะเโสกลรนั ยิมี ใควนิทวทายมาารศง่เวาศสมรมตษรือฐ์แกแลิจละะสคกวงั าคารมมบชรว่วิหฒัยาเนรหธลรือรซม่ึง
กอ่ ตง้ั อาเซยี นตาม 2.ส่งเสริมสนั ติภาพและความมน่ั คงส่วนภมู ิภาค
ปฏญิ ญากรงุ เทพ

พ3.ฒั เสนราิมกสารรค้าวงคามววามฒั รนุ่งธเรรือรงมทใานงภเศูมริภษาฐคกิจ

เป4็.นสอ่งยเแู่สลระิมคใุณหป้ภารพะชชาีวชติ นทใี่ดนี อาเซียนมีความ

วตั ถปุ ระสงคข์ องการ ก5.ารใฝหึกค้ อวบามรชม่วแยลเะหกลาือรซว่ึจิงกยั นั และกนั ในรูปของ
กอ่ ตง้ั อาเซยี นตาม
ปฏญิ ญากรงุ เทพ 6. เพม่ิ ประสิทธิภาพของการเกษตรกรและอุตสาหกรรม
การขยายการคา้ ตลอดจนปรับปรุงการขนส่งและการ
คมนาคม

7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกบั ประเทศภายนอก
องคก์ ารความร่วมมือแห่งภมู ิภาคอ่ืน ๆ

การก่อต้งั ประชาคมอาเซียน

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเป็นตัวอย่าง
ของการรวมตัวของกลุ่มประเทศท่ีมีพลังต่อรองในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศทาให้สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปล่ียนผ่านจากสภาวะแห่งความตึง
เครียดและการเผชิญหน้าในยุคสงครามเย็นมาสู่ความมีเสถียรภาพ ความมั่นคง ผู้นาอาเซียน
ได้ตกลงให้มีการจัดต้ังประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นเป็นภายในปีพ.ศ. 2015 (พ.ศ.
2558) รวมทั้งจัดโครงสร้างองค์กรของอาเซียนรองรับภารกิจและพันธกิจเพื่อสร้างและ
พัฒนาหลักสูตรการเป็น “นิติบุคคล” ซ่ึงเป็นที่ท่ีมาของการนาหลักการนี้ไปร่างเป็น “กฎ
บัตรอาเซียน” ซ่ึงทาหน้าที่เป็น “ธรรมนูญ”การบริหารปกครองกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง10
ประเทศซึ่งผนึกกาลังเป็นหน่ึงเดียวกันดังปรากฏตามสโลแกนที่ว่า “สิบชาติหน่ึงอาเซียน”

อาเซียนได้จัดทาแผน ก5าปรจี ดดั า้กนากรศารกึ ศษกึ าษในาขออาเงซอียานเซยี น (2554 – 2558)

โคใกรกรนกะารว----งรดาระาเกกกกะรศมรทบั าาาาเดียกึรปสรรรรตบันษวสสจสรรรงปาิมะัดง่นง่ ะศคเเรถสทบัหสสกึะรมราสรรนษถู้าวคิมมิแนกัมางยัู่มกใลุนคแธศหอืยะากิปใลวึก้มอรหบุทาาะรษพกีามม้รุคธะคาเาัฒศตีกถลา่ซแรารานมาียนลจสระกศยินาดัะจหตรมกึศเมมัดขพรนษรักัธมุ์ททอ่ือ่วักยายองี่ามสเภม1กาหแร่งาศเี่ยลละเซพสึกวะหกัยี รขษกมสวนิมอบัาัธา่ตูใกงงยนรนอานมอรักาักศาสเเเซึกรรซยีษ้าียียนงานน ยคุทุณธศภาาสพตแรลท์ ะ่ี โ2อกาสทางการศึกษาประกอบด้วย

ยุทธศาสตร์ท่ี 2.1 การเสริมสรา้ งโอกาสในการไดร้ บั
การศึกษาในระดบั ประถมและมัธยมศึกษา เพ่ือบรรลุ
เป้าหมายการจัดการศกึ ษา
ยุทธศาสตร์ท่ี 2.2 การเพม่ิ คุณภาพการศึกษา การจัด
มาตรฐานศกึ ษา การศกึ ษาตลอดชีวิต และการพฒั นาอาชีพ
สง่ เสรมิ การจัดการศกึ ษาทง้ั ในระบบโรงเรยี นและนอกระบบ
โรงเรียนอย่างมคี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาทกี่ าหนดไว้
อย่างชัดเจน และมผี ลตอบแทนทีม่ ผี ลงานเป็นเลิศ


Click to View FlipBook Version