5. ทฤษฎที ี่เก่ียวข้องกบั การพัฒนาการของมนษุ ย์
2. 3. ทฤษฎพี ฒั นาการทางสตปิ ัญญาของพอี าเจต์
Shafferand Kipp กล่าวคือจากความคิดพื้นฐานดังกล่าวน้ี พีอาเจต์
ได้เสนอทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Piaget four stage of cognitive
development) ขนึ้ โดยแบ่งพัฒนาการออกเป็น 4 ขั้น (stage)
1.ขั้นประสาทสัมผัส อายปุ ระมาณเกิด- 2 ปี
2. ขั้นตอนความคิดดว้ ยเหตผุ ล อายุประมาณ 2-7 ปี
2.1 ระยะกอ่ นมโนมติ(preconceptual thought)
อายุประมาณ 2-4 ปี
2.2 ระยะใกลค้ วามคิดมีเหตผุ ล (intuitive thought)
อายปุ ระมาณ 4-7 ปี
3. ขัน้ ความคดิ ด้วยเหตุเชิงรูปธรรม อายุประมาณ 7-11 ปี
4. ขนั้ ความคดิ ด้วยเหตุผลเชงิ นามธรรม อายุประมาณ 11- 15 ปี
5. ทฤษฎีท่เี กย่ี วข้องกบั การพัฒนาการของมนษุ ย์
4. ทฤษฎพี ฒั นาการทางจริยธรรมของโคลเบริ ์ก
โคลเบิร์ก เช่ือว่าพัฒนาการทางจริยธรรมเป็นผลจากการ
พัฒนาการของโครงสร้างทางความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับ
จริยธรรม นอกจากนั้น โคลเบิร์ก ยังพบว่า ส่วนมากการพัฒนา
ทางจริยธรรมของเด็กจะไม่ถึงขั้นสูงสุดในอายุ 10 ปี แต่จะมีการ
พัฒนาข้นึ อกี หลายขนั้ จากอายุ 11-25 ปี
5. ทฤษฎีท่เี กยี่ วข้องกบั การพัฒนาการของมนุษย์
4. ทฤษฎีพัฒนาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบิร์ก
โคลเบิร์ก ได้ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเยาวชน
อเมริกัน อายุ 10 -16 ปี และได้แบ่งพัฒนาการทางจริยธรรม
ออกเป็น 3 ระดับ ( Levels) แต่ละระดับแบ่งออกเป็น 2 ข้ัน
(Stages) มีดังต่อไปน้ี
ระดับท่ี 1 ระดับก่อนมีจริยธรรมหรือระดับก่อน
กฎเกณฑ์สังคม (Pre - Conventional Level) ระดับน้ีเด็กจะรับ
กฎเกณฑ์และข้อกาหนดของพฤติกรรมท่ี “ดี” “ไม่ดี” จากผู้มี
อานาจเหนือตน เช่น บิดามารดา ครูหรือเด็กโต และมักจะคิดถึง
ผลตามท่ีจะนารางวัลหรอื การลงโทษ
5. ทฤษฎที เี่ ก่ียวข้องกบั การพฒั นาการของมนษุ ย์
4. ทฤษฎพี ฒั นาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบริ ์ก
โคลเบิร์ก ได้ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเยาวชน
อเมริกัน อายุ 10 -16 ปี และได้แบ่งพัฒนาการทางจริยธรรม
ออกเปน็ 3 ระดับ ( Levels) มดี ังตอ่ ไปน้ี
ระดับที่ 1 ระดับก่อนมีจริยธรรมหรือระดับก่อน
กฎเกณฑ์สังคม (Pre - Conventional Level) ระดับน้ีเด็กจะรับ
กฎเกณฑ์และข้อกาหนดของพฤติกรรมที่ “ดี” “ไม่ดี” จากผู้มี
อานาจเหนือตน
พฤตกิ รรม “ดี” คือ พฤติกรรมที่แสดงแลว้ ไดร้ างวลั
พฤตกิ รรม “ไม่ดี” คือ พฤตกิ รรมท่แี สดงแล้วไดร้ ับโทษ
5. ทฤษฎีทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาการของมนุษย์
4. ทฤษฎพี ฒั นาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบิร์ก
ระดับท่ี 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม (
Conventional Level) พัฒนาการจริยธรรมระดับน้ี ผู้ทาถือว่า
การประพฤติตนตามความคาดหวงั ของผู้ปกครอง บิดามารดา
ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมตามหลักการด้วยวิจารณญาณ
หรือระดับเหนือกฎเกณฑ์สังคม ( Post - Conventional Level)
พัฒนาการทางจริยธรรมระดับนี้ เป็นหลักจริยธรรมของผู้มีอายุ
20 ปี ขน้ึ ไป
6. พัฒนาการของมนุษย์กับการจัดการเรียนรู้
มีนักวิชาการ สุณีย์ ธีรดากร, อาร์โนลด์ กีเชลล์
(Arnold Gesell), ลูเอลา โคล (Luella Cole) ได้กล่าว
ว่าในการศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ซ่ึงมีช่วงชีวิต
ค่อนข้างยาว เพ่ือความสะดวกในการศึกษาจึงมีการแบ่ง
ช่วงอายุของมนุษย์ออกเป็นวัย ต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์
ในการศกึ ษาของผศู้ กึ ษา
6. พฒั นาการของมนุษยก์ บั การจัดการเรียนรู้
ไทยอาจแบ่งตามคาโบราณท่กี ลา่ วไว้ ดงั น้ี
1.วัยอาบน้าบ่หนาว เป็นระยะท่ีคนไม่มีทุกข์ร้อน อาบน้าจะ
ไมร่ สู้ กึ หนาว อายปุ ระมาณต้ังแต่เกิด-20ปี
2. วัยเกย้ี วสาวบ่เบอื่ เปน็ วยั ที่สนุกสนานเตม็ ท่ี มคี วามจริงจัง
ในการหาคคู่ รอง 20-30 ปี
3. วัยเสือทุกท่า เป็นระยะท่ีเริ่มทางานอย่างจริงจังเพ่ือก่อ
ร่างสรา้ งตัวอายปุ ระมาณ 30-40 ปี
4. วัยรามือก่อนไก่ เป็นระยะท่ีความกระฉับกระเฉง ความ
คล่องแคลว่ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ อายุประมาณ 40-50 ปี
5. วัยไปนากลับมาทอดหุ่ย เป็นระยะที่กาลังวังชาจะลดลง
มาก อายปุ ระมาณ 50-60 ปี
6. พฒั นาการของมนษุ ย์กบั การจดั การเรียนรู้
6. วัยเป่าขลุ่ยบ่ดัง เป็นระยะเข้าสู่วัยชรา มีความเสื่อมของ
อวยั วะตา่ ง ๆ อายปุ ระมาณ 60- 70 ปี
7. วัยเดินหลังบ่ตรง เป็นระยะท่ีร่างกายจะเสื่อมสมรรถภาพ
ลงมาก อายุประมาณ 70-80 ปี
8. วยั ลงเดินบ่ได้ เป็นระยะที่จะไปไหนมาไหนได้ลาบาก อายุ
ประมาณ 80-90 ปี
9. วัยขี้ไหลบ่ฮู้ เป็นระยะท่ีความสามารถในการควบคุม
ร่างกายและความคิดลดลงมากจนอาจควบคุมไม่ได้ อายุประมาณ
90-100 ปี
10. วยั ไข้ก็ตายบไ่ ขก้ ต็ าย อายุ 100 ปขี ึ้นไป
6. พฒั นาการของมนุษย์กับการจัดการเรยี นรู้
สาหรับในท่ีน้ีจะแบ่งวัยของมนุษย์อย่างกว้าง ๆ ออกเป็น 3
วัย ดังน้ี คอื
1. วยั เดก็ เริ่มตง้ั แตร่ ะยะวยั ทารกถงึ วยั เด็กตอนปลาย
2. วยั รนุ่ เร่ิมตง้ั แตว่ ยั รุ่นตอนตน้ ถึงวัยรุน่ ตอนปลาย
3. วัยผ้ใู หญเ่ รม่ิ ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้นถึงวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย
หรอื วัยชรา
6. พัฒนาการของมนุษยก์ ับการจัดการเรียนรู้
1. พัฒนาการวยั เด็กกบั การจัดการเรยี นรู้
พฒั นาการวยั เดก็ ต่อไปนี้จะแบ่งออกเปน็ 4 ระยะ คอื
1. ระยะวยั ทารก (อายุตง้ั แตเ่ กิด-ประมาณ 2 ป)ี ระยะนี้ เปน็
ระยะท่มี ีร่างกาย
2. ระยะวัยเด็กตอนต้น (อายุประมาณ 3-5 ปี) ระยะน้ี เป็น
ระยะทม่ี กี ารเปลีย่ นแปลงด้านบคุ ลกิ ภาพมากทีส่ ดุ
3ระยะวัยเดก็ ตอนกลาง (อายุ 6-9 ปี) วัยนี้อาจจะเรียกว่าวัย
เขา้ โรงเรยี น
4.ระยะวยั เด็กตอนปลาย (เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 10-12 ปี
เด็กผู้ชายอายุประมาณ 10-14 ปี) วัยน้ีเป็นช่วงต่อระหว่างวัยเด็ก
กับวัยรุ่นเป็นระยะท่ีเตรียมเข้าสู่วัยรุ่นบางครั้งจึงเรียกว่าวัย แรก
รุ่น (puberty)
6. พัฒนาการของมนษุ ย์กับการจัดการเรียนรู้
1.1 แนวทางการจดั การเรียนร้สู าหรบั เดก็ ปฐมวยั
การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กวัยน้ี จะให้ความสาคัญกับ
สถานศึกษาและกลุ่มเพ่ือนร่วมวัย มากข้ึน การจัดการเรียนรู้
ส า ห รั บ เ ด็ ก ป ฐ ม วั ย มุ่ ง เ น้ น ที่ ก า ร เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร้ อ ม ใ น ก า ร
พัฒนาการในข้ันต่อไปท้ังทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และ
สติปัญญา ถ้าเด็กมีความพร้อมจะส่งผลให้พัฒนาการขั้นต่อไป
เป็นไปอย่างราบร่ืนและสมบูรณ์ ในการจัดการเรียนรู้สาหรับเด็ก
วัยน้มี แี นวทางหรือขอ้ ควรคานงึ ดังน้ี
6. พัฒนาการของมนุษย์กับการจัดการเรียนรู้
1.1 แนวทางการจัดการเรียนรสู้ าหรบั เด็กปฐมวยั
1) กิจกรรมการเรียนรู้ควรเป็นการส่งเสริมการเคล่ือนไหว
การทรงตัว การควบคุมกลา้ มเนอ้ื ของอวยั วะต่าง ๆ
2) เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการใช้ภาษาในการส่ือ
ความหมายโดยเฉพาะภาษาพดู ภาษาทา่ ทาง
3) เปน็ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ีช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ในการพ่ึงพา
ตนเองช่วยเหลือตนเอง เช่น การรับประทานอาหาร การขับถ่าย
6. พัฒนาการของมนษุ ย์กบั การจดั การเรยี นรู้
1.1 แนวทางการจดั การเรียนร้สู าหรับเด็กปฐมวัย
4) เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดและรู้จักใช้
ภาษาในการอธิบายสิง่ แวดลอ้ มรอบตวั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
5) เป็นกิจกรรมช่วยสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น การอยู่
รว่ มกับผู้อื่น เชน่ สมาชิกในครอบครวั พี่ น้อง เพอื่ น ๆ เป็นตน้
6) กิจกรรมการเรียนรู้ความเป็นกิจกรรมท่ีช่วยให้เด็กได้
เรยี นร้มู าตรฐานทางสังคม กฎ กตกิ าระเบียบวนิ ัย จรยิ ธรรม ความ
ถูกต้อง ความเหมาะสม ความควรไม่ควร เพ่ือพัฒนาไปสู่ความมี
มโนธรรมความมสี านึกตอ่ ไป
6. พัฒนาการของมนุษยก์ ับการจดั การเรียนรู้
1.2 แนวทางการจัดการเรยี นร้สู าหรับเดก็ วยั ประถมศึกษา
เด็กวัยประถมศึกษา เป็นวัยท่ีอยากรู้อยากเห็น อยาก
เรียนรู้ ถ้าเด็กได้รับการเตรียมความพร้อมจากวัยปฐมวัย
ศึกษามาอย่างเหมาะสม และได้รับการส่งเสริมสนับสนุน
เป็นอย่างดีในวัยน้ี เด็กจะมีพ้ืนฐานท่ีดี ในการท่ีจะพัฒนา
ในข้ันต่อไปใน การจัดการเรียนรู้ควรมีแนวทางหรือข้อควร
คานงึ ดังน้ี
6. พฒั นาการของมนษุ ย์กับการจดั การเรียนรู้
1.2 แนวทางการจัดการเรียนร้สู าหรับเด็กวัยประถมศกึ ษา
1. การเรียนรู้ควรเป็นการสร้างและส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อ
ตนเอง ครอบครัว และเพอ่ื นมนษุ ย์
2. การเรียนรู้ต้องช่วยให้เกิดความสามารถในการปรับตัวให้
เข้ากับเพือ่ นไดท้ ง้ั เพ่อื นเพศเดยี วกนั และเพ่ือนตา่ งเพศ
3. การเรียนรู้เป็นการเรียนรู้บทบาททางสังคมที่เหมาะสม
สาหรับเพศชายและเพศหญิง
4. การเรียนรู้เป็นการพัฒนาทักษะพื้นฐานในการอ่านการ
เขียน และการคดิ คานวณ
6. พฒั นาการของมนษุ ยก์ บั การจัดการเรียนรู้
1.2 แนวทางการจดั การเรียนรสู้ าหรับเดก็ วยั ประถมศกึ ษา
5. การเรียนรู้ต้องช่วยพัฒนาความคิดรวบยอดท่ีจาเป็น
สาหรับชีวติ ประจาวนั
6. การเรยี นรู้ต้องเป็นการพัฒนามาตรฐานทางจริยธรรมมโน
ธรรมและค่านิยม
7 การเรียนรู้ต้องพัฒนาเจตคติต่อสังคมและสถาบันทาง
สงั คม
8 การเรียนรู้ต้องมีความเป็นอิสระ สามารถที่จะทาอะไรได้
ด้วยตนเองอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
6. พัฒนาการของมนษุ ยก์ บั การจดั การเรียนรู้
2. พฒั นาการวยั รุ่นกับการจดั การเรียนรู้
วยั รนุ่ เปน็ วัยหัวเล้ียวหัวต่อของชีวิตระหว่างความเป็นเด็กกับ
ความเป็นผู้ใหญ่ ระยะน้ีเด็กต้องปรับให้เข้ากับการเปล่ียนแปลงท่ี
เกิดข้ึนอย่างมากในทุกด้านท้ังทางกาย อารมณ์ สังคม และ
สติปัญญาการที่วัยรุ่นจะมีการพัฒนาและผ่านระยะไปด้วยดีอย่าง
ราบรื่นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการได้รับความเข้าอกเข้าใจการยอมรับ
ในธรรมชาติของวัยรุ่นและปฏิบัติต่อวัยรุ่นอย่างถูกต้องเหมาะสม
ดว้ ย
6. พัฒนาการของมนุษยก์ ับการจัดการเรียนรู้
2. พฒั นาการวัยรุ่นกบั การจัดการเรยี นรู้
ในการศึกษาทางจิตวิทยาพัฒนา การโคล (Luella Cole
อา้ งใน สุคนธ์ บญุ ทรง) ได้แบ่งการพัฒนาของวัยรุ่นอย่างละเอียด
ออกเป็น 3 ระยะดงั น้ี
ระยะของวยั รุน่ อายรุ ะหว่าง
1. วัยร่นุ ตอนต้น (early adolescence) ผหู้ ญงิ ชาย
2. วยั รุ่นตอนกลาง (middle adolescence)) 13 - 15 ปี 15 - 17 ปี
3. วยั รุ่นตอนปลาย (late adolescence) 15 - 18 ปี 17 - 19 ปี
18 - 21 ปี 19 - 21 ปี
6. พฒั นาการของมนษุ ยก์ ับการจดั การเรียนรู้
3. พฒั นาการวัยผูใ้ หญ่กบั การจัดการเรยี นรู้
ในวัยผใู้ หญ่จะมีชว่ งระยะเวลายาวนานกว่าวัยอ่ืน ๆ ในระยะ
น้ีจะมีการเลือกและเข้าสู่งานอาชีพ การมีความมั่นคงในงาน ใน
หน้าทก่ี ารงาน การมีมิตรสหาย การมีคู่ครอง มีครอบครัว ท้ังหมด
นี้จะเป็นส่ิงแสดงความสาเร็จหรือความไม่สาเร็จในชีวิตด้วย วัย
ผใู้ หญอ่ าจแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 ระยะ คอื
6. พฒั นาการของมนุษยก์ ับการจดั การเรียนรู้
3. พัฒนาการวยั ผู้ใหญ่กับการจัดการเรยี นรู้
1) วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (early adulthood) เริ่มตั้งแต่ผมวัยรุ่น
อายปุ ระมาณ 20 ปจี นถงึ อายุประมาณ 40 ปี
2 ) วั ย ผู้ ใ ห ญ่ ต อ น ก ล า ง ห รื อ วั ย ก ล า ง ค น ( middle
adulthood) อายปุ ระมาณ 40-65 ปี
3) วัยผู้ใหญ่ตอนปลายหรือวัยชรา (late adulthood or
middle age) อายุประมาณ 65 ปี จนถงึ ชวี ิตส้ินสุด
6. พฒั นาการของมนุษย์กบั การจัดการเรียนรู้
สรุป
การศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ เป็นเรื่องท่ีมีขอบข่าย
กว้างขวาง มีความสลับซับซ้อน และมีความเก่ียวเน่ืองกับ
วิทยาการต่าง ๆ มากมายหลายด้าน ผู้ศึกษาจะต้องอาศัยพื้น
ฐานความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับวิชาการสาขาอ่ืน ๆ เช่น ชีววิทยา
จิตวทิ ยา มานุษยวิทยา สังคมวิทยาและแพทยศาสตร์ เข้ามาใช้ใน
การศกึ ษาด้วยซ่งึ จะชว่ ยให้สามารถเขา้ ใจพัฒนาการของมนุษย์
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของมนุษย์มีหลากหลาย
ทฤษฎีและแต่ละทฤษฎีต่างก็มีแนวคิดความเช่ือและจุดเน้น
แตกต่างกัน ซึ่งจะสามารถนาไปใช้ประโยชน์ทางการจัดการศึกษา
ได้ ทฤษฎีพัฒนาการทัง้ 4 ทฤษฎี
Thank
You
• Email
[email protected]