สิทธิหน้าที่
นายจ้าง
ลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงานจังหวัดอุทัยธานี
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
1. เวลาทำงานปกติ 2. เวลาพัก
1.1 กรณีงานทั่วไป 2.1 ระหว่างการทำงานปกติ
เวลาทำงานปกติต้องไม่เกิน วันหนึ่งไม่น้ อยกว่า1ชั่วโมงหลังจากลูกจ้าง
วันละ 8 ชั่วโมง หรือตามที่นายจ้างลูกจ้าง ทำงานมาแล้วไม่เกิน5ชั่วโมงติดต่อกันนายจ้าง
ตกลงกัน แต่ต้องไม่เกินวันละ 9 ชั่วโมง และลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้ าให้มีเวลาพัก
และเมื่ อรวมเวลาทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่ ง ครั้งหนึ่งน้ อยกว่า 1 ชั่วโมงก็ได้แต่รวมกันแล้ว
ต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง วันหนึ่งต้องไม่น้ อยกว่า 1 ชั่วโมงหรือกรณี
ที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดเวลาพัก
1.2 กรณีงานที่อาจเป็นอันตรายต่อ เป็ นอย่างอื่ นข้อตกลงนั้นต้องเป็ นประโยชน์แก่
สุขภาพและความปลอดภััยของลูกจ้าง ลูกจ้าง
ได้แก่ งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ 2.2 ก่อนการทำงานล่วงเวลา
หรือในที่อับอากาศ งานเชื่อมโลหะ งาน
ที่ต้องทำด้วยเครื่องมือหรือเครื่องจักร ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลา
โดยสภาพของงานมีความเสี่ยงอันตราย ทำงานปกติไม่น้ อยกว่า 2 ชั่วโมง นายจ้างต้อง
สูงหรือมีภาวะแวดล้อมในการทำงานเกิน จัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้ อยกว่า 20 นาที
มาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้ใน ก่อนที่ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา
กฎกระทรวง ให้มีเวลาทำงานปกติไม่
เกินวันละ 7 ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลา 2.3 กรณีเป็นงานที่มีลักษณะหรือสภาพ
ทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 42 ของงานต้องทำติดต่อกันไป
ชั่วโมง
นายจ้างอาจจัดให้มีเวลาพักระหว่างการทำงาน
หรือก่อนการทำงานล่วงเวลาแตกต่างจากข้อ
1 และ ข้อ 2 โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
หรือเป็ นงานฉุกเฉินก็ได้
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
3. วันหยุด 4. การทำงานล่วงเวลา
การทำงานในวันหยุด
3.1 วันหยุดประจำสัปดาห์
นายจ้างและอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวัน
สัปดาห์หนึ่งไม่น้ อยกว่า 1 วันและต้องมีระยะ ทำงานได้โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน
ห่างกันไม่เกิน 6 วัน สำหรับงานโรงแรมงาน เป็นคราวๆไป ถ้าลักษณะ หรือสภาพของงาน
ขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองาน ต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน
อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนายจ้างและ หรือเป็นงานฉุกเฉิน อาจให้ลูกจ้างทำงานล่วง
ลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้ าสะสมและเลื่อน เวลาและทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็ นและ
วันหยุดประจำสัปดาห์ไปหยุดเมื่อใดก็ได้แต่
ต้องอยู่ ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน สำหรับกิจกรรมการโรงแรม งานขนส่ง
สถานมหรสพ งานร้านขายอาหารร้าน
3.2 วันหยุดตามประเพณี ขายเครื่องดื่ม สโมสรสมาคม และสถานพยาบาล
ที่อาจทำให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้
ปีหนึ่งต้องไม่น้ อยกว่า 13 วัน โดยรวมวัน
แรงงานแห่งชาติให้พิจารณาจากวันหยุดราชการ การทำงานล่วงเวลาการทำงานในวันหยุดและ
ประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียม การทำงานล่วงเวลาในวันหยุดรวมกันแล้ว
ประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าวันหยุดตามประเพณี สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง
ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยวัน
หยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไปสำหรับงาน
กิจการโรงแรม สถานมหรสพ ร้านขายอาหาร
ร้านขายเครื่องดื่ม ฯลฯ อาจตกลงกันหยุด
วันอื่นชดเชย วันหยุดตามประเพณี หรือจ่ายค่า
ทำงานในวันหยุดให้ก็ได้
3.3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี
ปีหนึ่งไม่น้ อยกว่า 6 วันทำงาน สำหรับลูกจ้าง
ซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพัก
ผ่อนปี ต่อมานายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกัน
ล่วงหน้ าสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อน
ประจำปี ที่ยังไม่ได้หยุดในปี นั้นไปรวมเข้ากับปี
ต่อๆไปได้
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
5. วันลา
5.1 วันลาป่วย
ลูกจ้างมีสิทธิลาป่ วยได้เท่ที่ป่ วยจริงการลา
ป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปนายจ้างอาจให้
ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปั จจุบัน 5.2 วันลากิจ
ชั้นหนึ่ งหรือของสถานพยาบาลของทางรา
ชารได้ หากลูกจ้างไม่แสดงได้ให้ลูกจ้างไม่ ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่ อกิจธุระอันจำเป็ นได้ปี ละ
อาจทำงานได้เนื่ องจากประสบอันตรายหรือ
ไม่น้ อยกว่า 3 วัน
เจ็บป่ วยซึ่งเกิดจากการทำงานหรือวันลาเพื่ อ 5.3 วันลาทำหมัน
คลอดบุตรไม่ถือเป็ นวันลาป่ วย
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิลา
เนื่ องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์
5.4 วันลารับราชการการทหาร แผนปจจุบันชั้นหนึ่ งกำหนดและออกใบรับรอง
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหาร
ในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อ
ฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความ 5.6 วันลาฝึกอบรม
พร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับ
ราชการทหาร ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่ อการฝึ กอบรมหรือพัฒนาความรู้ความ
สามารถเพื่อประโยชน์ต่อการแรงงานงานและสวัสดิการ
5.5 วันลาคลอดบุตร สังคมหรือการเพิ่มทักษะความชำนาญเพื่อเพิ่มประสิทธิภา
ในการทำงานของลูกจ้างตามโครงการหรือหลักสูตร ซึ่งมี
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อ กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนและชัดเจน และเพื่อการสอบวัด
ผางการศึกษาที่ทางราชการจัดหรืออนุญาตให้จัดขึ้น
คลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่ งไม่เกิน ลูกจ้างต้องแจ้งเหตุในการลาโดยชัดเเจ้ง พร้อมทั้งแสดง
98 วัน โดยนับรวมวันหยุด
หลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ให้นายจ้างทราบล่วงหน้ าไม่
น้ อยกว่า 7 วันก่อนลา นายจ้างอาจไม่อนุญาตให้ลาหากใน
ปีที่ลาลูกจ้างเคยได้รับอนุญาต ให้ลามาแล้วไม่น้ อยกว่า
30 วันหรือ 3 ครั้งหรือแสดงได้ว่าการลาของลูกจ้างอาจก่อ
ให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการประกอบธุรกิจของ
นายจ้าง
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
6. ค่าตอบแทนในการทำงาน 6.3 ค่าจ้างในวันลา
6.1 ค่าจ้าง 6.2 ค่าจ้างในวันหยุด จ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระ
จำเป็นปีหนึ่งไม่เกิน 3 วัน
จะต้องจ่ายเป็นเงินเท่านั้น นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับ จ่ายค่าจ้างในวันลาป่ วยปี หนึ่ งไม่
เกิน 30 วันทำงาน
โดยค่าจ้างต้องไม่น้ อยกว่า วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตาม จ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อทำหมัน
จ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อรับ
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่ ประเพณีและวันหยุดพักผ่อ ประจำ ราชการทหารปี หนึ่ งไม่เกิน
60 วัน/ปี
กฎหมายกำหมด ปียกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง จ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร
ตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน
หรือตามผลงานไม่มีสิทธิได้รับค่า 45 วัน
จ้างในวันหยุด ประจำสัปดาห์
6.4 ค่าล่วงเวลาในวัน 6.5 ค่าทำงานในวันหยุด 6.6 ค่าล่วงเวลาในวันหยุด
ทำงาน
สำหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่า ต้องไม่น้ อยกว่า 3 เท่าของอัตรา
ต้องไม่น้ อยกว่า 1.5 เท่า ทำงานในวันหยุดให้จ่ายเพิ่มขึ้น ค่าจ้างต่อชั่วโมงหรือต่อหน่วย
ไม่น้ อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่า ถ้านายจ้างไม่จัดให้ลูกจ้างหยุด
ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง จ้างต่อชั่วโมงหรือต่อหน่วย งาน หรือจัดให้จ่ายค่าทำงานใน
สำหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับ วันหยุดและค่าล่วงเวลาในวัน
หรือต่อหน่วยสำหรับ ค่าทำงานในวันหยุดให้จ่ายเพิ่ม หยุดเสมือนว่าลูกจ้างทำงานใน
ขึ้นไม่น้ อยกว่า 2 เท่า วันหยุด
ลูกจ้าง
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
6.7 ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันทำงาน
และวันหยุด
ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้ าที่ทำการแทนนายจ้างในการจ้าง การให้บำเหน็จ
หรือการเลิกจ้างลูกจ้างทำงานเร่ขาย หรือชักชวนชื้อสินค้าซึ่งได้รับค่า
นายหน้ า ลูกจ้างที่ทำงานขบวนการจัดงานรถไฟและงานอำนวยความ
สะดวกแก่การเดินรถไฟ งานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ
งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ งานดับเพลิง หรืองานป้ องกัน
อันตรายสาธารณ งานที่มีลักษณะหรือสภาพไม่อาจกำหนดเวลาทำงาน
ที่แน่นอนได้ งานอยู่เวรเฝ้ าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่เป็นหน้ าที่
การทำงานตามปกติของลูกจ้าง งานขนส่งทางบก มีสิทธิได้รับค่า
ตอบแทนเป็ นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
ทั้งนี้ นายจ้างอาจตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้
ก็ได้
6.8 หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงาน
จ่ายค่าตอบแทนในการทำงานแก่ลูกจ้างชายหยิงเท่าเทียมกันในงานที่มี
ลักษณะและคุณภาพอย่างเดียวกันและปริมาณเท่ากัน โดยต้องจ่ายค่าจ้าง
เป็นเงินตราไทย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง กรณีจ่ายเป็นตั๋วเงิน หรือเงิน
ตราต่างประเทศ หรือจ่าย ณ สถานที่สถานที่อื่นหรือด้วยวิธีอื่น ต้องได้รับ
ความยินยอมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อลูกจ้างจ่ายไม่น้ อยกว่า 1 ครั้ง/เดือน
กรณีเลิกจ้างให้จ่ายภายใน 3 วันนับแต่วันเลิกจ้าง กรณีนายจ้างเลิกจ้างมิใช่
กรณีตามมาตรา 119 ให้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่
เลิกจ้างตามส่วนที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับกรณีลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง
หรือนายจ้างเลิกจ้าง ให้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมที่
ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
6.9 การหักค่าตอบแทนในการทำงาน
จะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่ได้ ยกเว้น
1. ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ
2. ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน
3. ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออม
ทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับ
ความยินยอมล่วงหน้ าจากลูกจ้าง
4.เป็นเงินประกัน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือ
ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยได้รับความยินยอมเป็ นหนังสือลงลายมือชื่ อลูกจ้าง
5. เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม การหักตามข้อ 2, 3, 4, และ 5
ในแต่ละกรณีต้องไม่เกิน 10% และหักรวมกันได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ของเงินที่ลูกจ้างมี
สิทธิได้รับตามกำหนดเวลาการจ่าย เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
ลูกจ้าง
7. การพักงาน
นายจ้างจะสั่งพักงานลูกจ้างเพื่อสอบสวนความผิดได้ต่อเมื่อได้กำหนดอำนาจพักงานไว้ใน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต้องมีคำสั่งพักงานเป็ น
หนังสือที่ระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงานไม่เกิน 7 วัน โดยต้องแจ้งให้ลูกจ้าง
ทราบก่อนแต่จ่ายเงินไม่น้ อยกว่า 50% ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับ ก่อนถูกพัก
งาน หรือในระหว่างการพักงาน หากผลการสอบสวนเสร็จสิ้นปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด
ให้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ถูกพักงานพร้อมด้วย
ดอกเบี้ย 15% ต่อปีโดยคำนวณเงินที่ที่จ่ายให้ระหว่างพักงานเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
8. การหยุดกิจการชั่วคราว
กรณีนายจ้างจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมด หรือบางส่วน หรือเป็นการ
ชั่วคราวด้วยเหตุผลใดที่สำคัญอันมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการ
ของนายจ้างจนนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ซึ่งมิใช่
เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างที่ไม่น้ อยกว่า 75% ของ
ค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการตลอดระยะ
เวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
9. การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ 9.2 การเลิกจ้าง
9.1 การบอกเลิกสัญญาจ้าง
1. กรณีการจ้างมีกำหนดระยะเวลาสัญญา คือการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและ
จ้างสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุด
จ้างโดยนายจ้างและลูกจ้างไม่ต้องบอก สัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใดหรือการที่ลูกจ้างไม่
กล่าวล่วงหน้ า ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่
2. กรณีการจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
2.1 ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง
- ถ้านายจ้างบอกกล่าวการเลิกจ้างล่วง 9.3 การเลิกจ้าง
หน้ าเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบอย่างน้ อยหนึ่ง ให้ถือว่าเป็ นการเลิกจ้างและได้รับค่าชดเชย
งวดการจ่ายค่าจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่า ตามกฎหมาย โดยแบ่งออกเป็นกรณีดังนี้
ชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด กรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อ
- ถ้านายจ้างไม่บอกกล่าวการเลิกจ้าง บังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง
ล่วงหน้ าเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบอย่าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
น้ อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ให้นายจ้าง ให้ลูกจ้างเกษียณก่อนอายุครบ 60
จ่ายค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าการเกษียณอายุไปเป็นตาม
และเงินที่ลูกจ้างควรจะได้รับค่าจ้างนับแต่วัน ข้อบังคับดกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญาจ้าง
ที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิก หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนั้น
สัญญาจ้างมีผล กรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อ
2.2 ถ้าล๔กจ้างขอลาออกจากงาน ให้ บังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง
ลูกจ้างบอกกล่าวล่วงหน้ าเป็นหนังสือให้นาย หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
จ้างทราบอย่างน้ อยหนึ่งงวด การจ่ายค่าจ้าง ให้ลูกจ้างเกษียณอายุเกินกว่า 60
โดยนายจ้างไม่จำเป้ นจ่ายค่าชดเชยตามอตรา ปีบริบูรณ์ หรือไม่ได้มีการกำหนดการเกษียณ
ที่กฎหมายกำหนด อายุไว้ ลูกจ้างมีสิทธิขอเกษียณอายุโดยแสดง
3. สัญญาจ้างทดลองงานที่ไม่มีการกำหนด เจตนาต่อนายจ้างได้เมื่อมรอายุครบ 60
ระยะเวลาถือเป็ นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนด ปีขึ้นไป และให้มีผลเมื่อครบ 30 วันหลังการ
ระยะเวลา แสดงเจตนานั้น
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
9.4 ค่าชดเชย ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป
ให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400
ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย จะต้องได้รับ วัน หรือไม่น้ อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน
ค่าชดเชย 400 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามแผน
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน ข้อยกเว้นการไม่จ่
ายค่าชดเชย
แต่ไม่ครบ 1 ปีให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้าง
อัตราสุดท้าย 30 วันหรือไม่น้ อยกว่าค่า 1. กรณีนายจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกจ้าง
จ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้ายสำหรับ
ลูกจ้างตามผลงาน การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และ
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีแต่ไม่ เลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ต้องเป้ นการจ้างงาน
ครบ 3 ปี ให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้าง ในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้า
อัตราสุดท้าย 90 วันหรือไม่น้ อยกว่า ของนายจ้างโดยต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด
ค่าจ้างของการทำงาน 90 วันสุดท้าย แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มี
สำหรับลูกจ้างตามผลงาน กำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงานหรือในงานที่
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครับ 3 ปีแต่ไม่ เป็ นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น
ครบ 6 ปีให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้าง ทั้งนี้ งานดังกล่าวนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน
อัตราสุดท้าย 180 วันหรือไม่ 2 ปี
น้ อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 180 วัน
สุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน 2. กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างกรณีหนึ่ง กรณีใด
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครับ 6 ปีแต่ไม่
ครบ 10 ปีให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้าง 1.ทุตจริตต่อหน้ าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดย
อัตราสุดท้าย 240 วันหรือไม่ เจตนาแก่นายจ้าง
น้ อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 240 วัน
สุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน 2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครับ 10 ปีแต่ 3. ประมาทเลินเล่อเป็ นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสีย
ไม่ครบ 20 ปีให้จ่ายไม่น้ อยกว่าค่าจ้าง
อัตราสุดท้าย 300 วันหรือไม่ หายอย่างร้ายแรง
น้ อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 300 วัน 4.ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบคำสั่ง
สุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน
ของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็ นธรรม
และนายจ้างได้ตักเตือนเป้ นหนังสือแล้ว เว้นแต่
กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน ทั้งนี้
หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วัน
ที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
5. ละทิ้งหน้ าที่เป็นเวลา 3 วันทำงาน
ติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม
โดยไม่มีเหตุสมควร
6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่
สุดให้จำคุกในกรณี 6. ถ้าเป้ นความผิดที่ได้
กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ต้องเป็ นกรณีที่เป็ นเหตุให้นายจ้างได้รับ
ความเสียหาย
9.5 ค่าชดเชยพิเศษ
1.กรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการแห่งใดแห่งหนึ่งไปตั้ง ณ สถานที่ใหม่ หรือย้ายไปยังสถาน
ที่อื่นของนายจ้าง นายจ้างต้องปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบกิจการนั้นตั้งอยู่และลูกจ้าง
เห็นได้อย่างชัดเจน ให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้ าไม่น้ อยกว่า 30 วันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ และ
ประกาศนั้นอย่างน้ อยต้องมีข้อความชัดจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ว่าลูกจ้างคนใดจะต้องถูกย้ายไป
สถานที่ใดและเมื่อใด
ในกรณีที่นายจ้างไม่ปิดประกาศสามารถให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้ าไม่น้ อยกว่า 30 วันก่อนวันย้าย
สถานประกอบกิจการนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ าแก่ลูกจ้างที่ไม่
ประสงค์จะไปทำงาน ณ สถานประกอบกิจการแห่งใหม่เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือเท่ากับ
ค่าจ้างการทำงาน 30 วันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
หากลูกจ้างเห็นว่าการย้ายสถานประกอบกิจการดังกล่าวมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตาม
ปกติของลูกจ้างหรือครอบครัวของลูกจ้างคนนั้น และไม่ประสงค์จะไปทำงาน ณ สถานประกอบกิจการ
แห่งใหม่ ลูกจ้างต้องแจ้งให้นายจ้างทราบเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศ หรือนับแต่
วันนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการในกรณีที่นายจ้างมิได้ปิ ด
ประกาศและให้ถือว่าสัญญาจ้างสิ้นสุดลงในวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ โดยลูกจ้างพึงมีสิทธิ
ได้รับตามกฏหมาย
ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ าหรือค่าชดเชยพิเศษกรณีย้ายสถาน
ประกอบกิจการที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้างแจ้งเลิกสัญญาจ้างภายใน 7 วัน นับแต่วันที่สัญญา
จ้างสิ้นสุด
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
หากนายจ้างเห็นว่า การย้ายสถานประกอบกิจการไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง ให้ยื่น
คำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนัง
2. กรณีนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะมีการปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย
หรือการบริการเนื่ องจากการนำเครื่ องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่ องจักรหรือเทคโนโลยีซึ่งเป็ นเหตุ
ให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งวันที่จะเลิกงาน เหตุผลการเลิกจ้างและรายชื่อลูกจ้างต่อ
พนักงาน ตรวจแรงงาน และลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้ าไม่น้ อยกว่า 60 วันก่อนที่จะเลิกจ้างไม่
แจ้งให้ลูกที่จะเลิจ้างทราบล่วงหน้ าหรือแจ้งล่วงหน้ าน้ อยกว่า 60 วัน นอกจากลูกจ้างจะได้รับค่าชดเชย
แล้ว นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน
หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงาน 60 วันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างตามผลงาน กรณีลูกจ้างทำงานติดต่อ
กันเกิน 6 ปีขึ้นไปต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติอีกไม่น้ อยกว่าค่าจ้างของการ
ทำงาน 15 วันสุดท้ายต่อการทำงานครบ 1 ปี สำหรับลูกจ้างตามผลงาน ทั้งนี้ค่าชดเชยพิเศษดังกล่าว
รวมกันแล้วไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 360 วันหรือไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 360 วันสุดท้าย
สำหรับลูกจ้างตามผลงาน กรณีระยะเวลาทำงานไม่ครบ 1 ปี ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมากกว่า
180 วัน ให้นับเป็นการทำงานครบ 1 ปี
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
10.หลักฐานเกี่ยวกับการทำงาน
นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีเอกสารดังต่อไปนี้ปิดประกาศไว้
โดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างทราบโดยสะดวก
10.1 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย
ซึ่งอย่างน้ อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันทำงานเวลาปกติและเวลาพัก
วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการ
ทำงานในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวัน
หยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดวันลา และหลักเกณฑ์การลา วินัยและ
โทษทางวินัย การร้องทุกข์ การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ
การร้องทุกข์อย่างน้ อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตและ
ความหมายของร้อร้องทุกข์การสอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์
กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์และความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง
10.2 ทะเบียนลูกจ้างเป็นภาษาไทย
ซึ่งอย่างน้ อยต้องมีรายการเกี่ยวกับชื่อตัวและชื่อสกุล เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด
หรืออายุ ที่อยู่ปัจจุบัน วันที่เริ่มจ้างตำแหน่งหรืองานในหน้ าที่ อัตราค่าจ้างและ
ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง วันสิ้นสุดของการจ้าง
10.3 เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่า
ล่วงเวลาในวันหยุด
ซึ่งอย่างน้ อยต้องมีรายการเกี่ยวกับวันและเวลาทำงาน ผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้าง
ตามผลงาน อัตราและจำนวนค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลา
ในวันหยุด ซึ่งจะอยู่ในฉบับเดียวกันหรือแยกกันเป็นหลายฉบับก็ได้ ทั้งนี้หลักฐานการ
จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่ นถือเป็ น
เอกสารตามข้อนี้ด้วยนายจ้างต้องเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างและเอกสารเกี่ยวกับการ
จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้ไม่น้ อยกว่า
2 ปี นับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างลูกจ้างแต่ละราย หรือนับแต่วันที่จ่ายเงินดังกล่าวเว้น
แต่มีการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน กรณีนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือมี
ข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือมีการฟ้ องคดีแรงงาน
นายจ้างต้องเก็บรักษาไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
สิทธิหน้าที่
นายจ้างลูกจ้าง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541
10.4 แบบเเสดงสภาพการจ้างและสภาพการ
ทำงาน
นายจ้างจะต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพ
การทำงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน
เดือนมกราคมของทุกปี หากข้อเท็จจริงที่แจ้ง
เปลี่ยนแปลงไปให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็ นหนังสือต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเดือนถัดจากที่มี
การเปลี่ยนแปลง
11. อัตราโทษ
กรณีนายจ้างฝ่ าฝื นหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มี
อัตราโทษต่ำสุดตั้งแต่ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ถึง
สูงสุดคือ ปรับตั้งแต่ 800,000 บาทถึง 2,000,000
บาท หรือจำคุกไม่เกิน2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำซึ่งขึ้นอยู่
กับฐานความผิดแล้วแต่กรณี