ดนตรีแต่ละยุคสมัย
จัดทำโดย
นายจักรวาล พันธ์สอาด
6440115207
นักศึกษาปี 2 สาขาดนตรีศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์นรินทร์ภัส สุขีสนธิ์
คำนำ
หนังสื่อเล่มนี้จัดทำเพื่อให้ผู้ที่
สนใจศึกษาอยากเข้าใจได้ง่าย
เกี่้ยวกับดนตรีแต่ละยุคสมัย โดย
จำแนกทั้งประวัติดนตร เครื่อง
ดนตรี และบทเพลงแต่ละยุค
สมัยนต่างๆ
สารบัญ หน้า
ดนตรีในสมัยสุโขทัย 1-2
ดนตรีในสมัยอยุธยา
3-4
ดนตรีในสมัยรัตนโกสินทร์ ยุคฟื้ นฟู
5
ดนตรีในสมัยรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรื่อง
6-7
ดนตรีในสมัยรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย
8-9
1
ดนตรีสมัยกรุงสุโขทัย
1.ประวัติดนตรีในสมัยกรุงสุโขทัย
นับตั้งแต่ไทยได้มาตั้งถิ่นฐานในแหลมอินโดจีน และได้ก่อตั้งอาณาจักร
ไทยขึ้น จึงเป็นการเริ่มต้น ยุคแห่งประวัติศาสตร์ไทย ที่ปรากฎ หลักฐาน
เป็นลายลักษณ์อักษร กล่าวคือ เมื่อไทยได้สถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้น
และหลังจากที่ พ่อขุนรามคำแหง มหมา,ราช ได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้แล้ว
นับตั้งแต่นั้นมาจึงปรากฎหลักฐานด้าน ดนตรีไทย ที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ทั้งในหลักศิลาจารึก หนังสือวรรณคดี และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ใน
แต่ละยุค ซึ่งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการพิจารณา ถึงความเจริญ
และวิวัฒนาการของ ดนตรีไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นต้นมา
https://www.kroobannok.com/1424
2.เครื่องดนตรีในสมัยสุโขทัย
แตร,สังข์,มโหรทึก,ฆ้อง,กลอง,ฉิ่่ง,
แฉ่ง(ฉาบ), บัณเฑาะว์, พิณ, ซิพุง
ตอ (สันนิฐานว่าเป็นซอสามสาย),
ปี่ ไฉน, ระฆัง, และกังสดาล เป็นต้น
3.วงดนตรีในสมัยสุโขทัย
1. วงบรรเลงพิณ มีผู้บรรเลง 1 คน ทำหน้าที่ดีดพิณและขับร้องไปด้วย เป็นลักษณะของการขับลำนำ
2. วงขับไม้ ประกอบด้วยผู้บรรเลง 3 คน คือ คนขับลำนำ 1 คน คนสี ซอสามสาย คลอเสียงร้อง 1
คน และ คนไกว บัณเฑาะว์ ให้จังหวะ 1 คน
3. วงปี่ พาทย์ เป็นลักษณะของวงปี่ พาทย์เครื่อง 5 มี 2 ชนิด คือ วงปี่ พาทย์เครื่องห้า
อย่างเบา ประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดเล็ก ๆ จำนวน 5 ชิ้น คือ 1. ปี่ 2. กลองชาตรี 3. ทับ (โทน)
4. ฆ้องคู่ และ 5. ฉิ่ง ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ละครชาตรี (เป็นละครเก่าแก่ที่สุดของไทย)
วงปี่ พาทย์เครื่องห้า อย่างหนัก ประกอบด้วย เครื่องดนตรีจำนวน 5 ชิ้น คือ 1. ปี่ ใน 2. ฆ้องวง
(ใหญ่) 3. ตะโพน 4. กลองทัด และ 5. ฉิ่ง ใช้บรรเลงประโคมในงานพิธีและบรรเลงประกอบ การ
แสดงมหรสพ ต่าง ๆ จะเห็นว่า วงปี่ พาทย์เครื่องห้า ในสมัยนี้ยังไม่มีระนาดเอก
2
บทเพลงในสมัยสุโขทัย
จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย เกี่ยวกับเพลงไทย
พบว่าปรากฎการณ์น้อยมากเทียบกับเครื่องดนตรี บทเพลงส่วนใหญ่สัน
นิฐานกันว่าเป็นเพลงพื้นเมืองที่ร้องเล่นเพื่อการขับกล่อม หรือพักผ่อน
หลังจากการทำงาน ไม่มีการแสดงประกอบเป็นเพลงจังหวะ ทำนอง
รวดเร็วและกระฉับกระเฉง เทียบได้กับอัตราจังหวะชั้นเดียว โดยเพลงที่
มีชื่อว่า เทพทอง ถือเป็นบทเพลงที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุ 700 ปี ต่อมาเมื่อ
นำเพลงนี้มาใช้ขับร้องเพื่อปนะกอบการแสดงละคร มีวงดนตรีรับ-ส่ง
จึงได้ชื่อหนึ่งว่า เพลงสุโขทัย
เพลง เทพทอง
-ทํ-- --ทํ-- รทลซ ทลรท -ทํ-- -ทํ-- รทลซ ทลรท
---- ซลทร -ม-ร -ท-ล ---- ทลซม -ร-ม -ซ-ล
ทลซม -ร-ซ ---ล -ทลร -ร-ซ -ล-ท -มรท -ล-ซ
-ร-- -ร-- มรมซ -ล-ท -ร-- -ร-- มรมซ -ล-ท
ทลซม -ร-ซ ---ล ทลรท -ร-ซ -ล-ท -มรท --ลซ
มาเล่นเกมกันเถอะ
ดนตรีสมัยอยุธยา 3
1.ประวัติดนตรีไทยในสมัยอยุธยา
ปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับ ดนตรีไทย ในสมัยนี้ ในกฏมลเฑียรบาล ซึ่ง
ระบุชื่อ เครื่องดนตรีไทย เพิ่มขึ้น จากที่เคยระบุไว้ ในหลักฐานสมัย
สุโขทัย จึงน่าจะเป็น เครื่องดนตรี ที่เพิ่งเกิดในสมัยนี้ ได้แก่ กระจับปี่
ขลุ่ย จะเข้ และ รำมะนา นอกจากนี้ในกฎมณเฑียรบาลสมัย สมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031) ปรากฎข้อห้ามตอนหนึ่งว่า
"...ห้ามร้องเพลงเรือ เป่าขลุ่ย เป่าปี่ สีซอ ดีดกระจับปี่ ดีดจะเข้ ตีโทน
ทับ ในเขตพระราชฐาน..." ซึ่งแสดงว่าสมัยนี้ ดนตรีไทย เป็นที่นิยมกัน
มาก แม้ในเขตพระราชฐาน ก็มีคนไปร้องเพลงและเล่นดนตรีกันเป็นที่
เอิกเกริกและเกินพอดี จนกระทั่งพระมหากษัตริย์ต้องทรงออกกฎ
มลเฑียรบาล
2.เครื่องดนตรีในสมัยอยุธยา
เครื่องดีด จะเข้ กระจับปี่ พิณได้แก่ พินเปี๊ ยะ พินน้ำเต้า
เครื่องสี ซอด้วง ซอสามสาย ซออู้
เครื่องตี กรับพวง กรับคู่ กรับเสภา ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่
ฆ้องคู่ ฆ้องชัย ฆ้องโหม่ง ฉิ่ง ฉาบ มโหระทึก ตะโพน กลอง
ทัด กลองตุ๊ก บัณเฑาะว์ กลองมลายู กลองชนะ
เครื่องเป่า ปี่ ใน ปี่ กลาง ขลุ่ย แตรงอน แตรสังข์
4
3ศส.วรีงอมัดยยุนกธรยตุงารี
การดนตรีในสมัยนี้ เจริญ
กว้างขวางไปกว่าแต่ก่อน
มาก จึงมีการประสมวง
ดนตรีแบบใหม่ขึ้นแบ่ง
ออกได้ดังนี้
1.วงมโหรีเครื่องสี่
2.วงมโหรีเครื่องหก
3.วงเครื่องสาย 4.บทเพลงในสมัย
4.วงปี่พาทย์
อยุธยา
เนื่องจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มมี
การแสดงประเภทโขนละครและหนังขึ้น เพลงในสมัยนี้มีหลักฐานที่จะเชื่อได้
ว่าเป็นเพลงเป็นเพลงที่มีจังหวะปาน
จึงต้องมีการสร้างสรรค์บทเพลง กลางไม่ช้าไม่เร็วเทียบได้กับอัตรา
เพื่อใช้ประกอบการแสดงให้มีความเหมาะสม
จังหวะ 2 ชั้นทั้งนี้
กับท่ารำ และการบรรเลงขับกล่อม
ในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
ยกตัวอย่างเพลง โหมโรงไอยราชูงวง
มาเล่นเกมกันเถอะ
ดนตรีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยุคฟื้ นฟู 5
ประวัติดนตรีสมัยกรุงรัตนโกสิทร์ยุคฟื้ นฟู
1. สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช (รัชกาลที่ 1 ) พระองค์ได้
ทรงฟื้ นฟูศิลปวัฒนธรรมขึ้น โดยทรงพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์และเรื่องดาหลังให้
สมบูรณ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยวรรณคดีทั้ง 2 เรื่อง ใช้ในการ
แสดงโขนและการแสดงละคร จึงนับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บทเพลงต่างๆ ในอดีต
ถูกฟื้ นฟูขึ้นมาอีกครั้ง เพราะละครไทยต้องอาศัยเพลงบรรเลงประกอบ
2.เครื่องดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยุคฟื้ นฟู
เพิ่มกลองทัดขึ้นในวงปี่พาทย์อีกลูกหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมวงปี่พาทย์จะมีกลองทัดเพียงลูกเดียว
ลูกที่เพิ่มขึ้นเสียงต่างออกไป ทำให้เกิดเสียง 2 เสียง คือเสียงสูงตีดัง ต้อม จะเรียกลูกที่มีเสียงสูงว่า ตัวผู้
และลูกเสียงที่มีเสียงต่ำเรียกว่า ตัวเมีย
3.วงดนตรีในสมัยรัตนโกสินทร์ยุคฟื้ นฟู
1.วงปี่ พาทย์ เพิ่ม กลองทัด ขึ้นอีก 1 ลูก ซึ่งแต่เดิม มี 1 ลูกพอมาถึง
สมัยรัชกาลที่ 1 วงปี่ พาทย์ มีกลองทัด 2 ลูก เสียงสูง (ตัวผู้) และ เสียง
ต่ำ (ตัวเมีย) ลูกหนึ่ง
2. วงมโหรี เพิ่มลูกระนาดเอกในวงมโหรี 1 ราง
3. บทเพลงในรัชกาลที่ 1 ไม่มี เนื่องจากเป็นช่วงฟื้ นฟูวัฒนธรรมบทเพลง
ส่วนใหญ่ยังใช้ของเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา
4.บทเพลงในสมัยรัตนโกสินทร์ ยุคฟื้ นฟู
เช่นเพลง บุหลันลอยเลื่อน 2 ชั้น
มาเล่นเกมกันเถอะ
6
ดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรือง
1.ประวัติดนตรีสมัยรัตนโกสิทร์ ยุครุ่งเรือง
เป็นสมัยที่การดนตรีเจริญรุ่งเรืองมากเพราะพระมหากษัตริย์ทรง
สนพระทัยและทรงบำรุงอย่างจริงจัง ถึงแก่ตั้งกรมมหรสพซึ่งมี
กรมบัญชาการ กรมโขนหลวงกลองเครื่องสายฝรั่งหลวง และ
กรมช่างมหาดเล็กสำหรับสร้างและซ่อมแซมสิ่งของเพื่อเป็น
ศิลปะทั้งปวง เครื่องปี่ พาทย์ระดับมุข
2.เครื่องดนตรีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรือง
-เครื่องดีด พิณน้ำเต้า พิณเพียะ กระจับปี่ ซึง จะเข้
-เครื่องสี ได้แก่ ซอด้วง ซออู้ ซอสามสาย ซอล้อ
-เครื่องตีปรเภทไม้ เกราะ โกร่ง กรับ ระนาดเอก
ระนาดทุ้ม เครื่องตีประเภทโลหะ ได้แก่ ระนาดเอก
เหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง ฆ้อง หุ่ย และ
เครื่องตีที่ทำด้วยหนัง กลองทุกประเภท
เครื่องเป่า ขลุ่ย ปี่ แคน แตร สังข์ เป็นต้น
7
ดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรือง
3.วงดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรือง
มีวงปี่ พาทย์ขึ้นมาอีกชนิด 1 โดยนำวงดนตรีของ
มอญมาผสมกับ วงปี่ พาทย์ของไทย ต่อมาเรียก
วงดนตรีผสมนี้ว่า วงปี่ พาทย์มอญ วงปี่ พาทย์
มอญดังกล่าวนี้ ก็มีทั้งวงปี่ พาทย์มอญ เครื่องห้า
เครื่องคู่ และเครื่องใหญ่
เพลงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุครุ่งเรือง
เพลงทางกรอ เช่น
เพลง แขกบรเทศ มาเล่นเกมกันเถอะ
สามชั้น ท่อน 1
- - - ซ - ล ล ล - - - ดํ - ล ล ล - ซ - ซ ร - ดํ - ม ร ด - ท - ล
ซ ม ม ม ซ ด ร ม ล ซ ซ ร ม ล ซ ดํ รํ ล ดํซ ล ม ซ ซ ดํ ล ม
- - - ม - ม ม ม ซ ล ม ซ ร ด ท ล ซ ร ซ ล ท ดํ ท ดํ รํ ดํ ท ล ซ ม
ม ด ร ม ร ซ ล ดํ รํ ซํ ดํ ล ม ซ ร ด ซ ร ม ซ ล ร ซ ม ด
ทท่อน 2 (กลับต้น)
- - - ม - ม ม ม ซ ล ม ซ ร ด ม ร ม ซ ร ด ซ ล ํ รํ ดํ ท ล
ดํ รํ ดํ ล ดํ ซ ม ซ ด ร ม ร ซ ล ดํ รํ ํ ล ดํ ซ ฟ ด ร ม ฟ ซ ม ร
- - - ม - ม ม ม ซ ล ม ซ ร ด ท ล ซ ร ซ ล ท ดํ ท ดํ รํ ดํ ท ล ซ ม
ม ด ร ม ร ซ ล ดํ รํ ซํ ดํ ล ม ซ ร ด ซ ร ม ซ ล ร ซ ม ด
(กลับต้น)
- - ร ฟ ร ซ - - ร ฟ ร ด - ล ดํซ ล ฟ ร ฟ ล ซ - ร - ด
สองชั้น ท่อน 1
- - - ซ - ล ล ล - - - ดํ - ล ล ล - ซ ซ ซ - ล - ซ - - - ม - ม ม ม
ซ ล ซ ม ซ ร ด ท ล ซ ํ ท ดํ ร ม ร ซ ล ม ซ ร ม ล ซ ร ซ ม ด
ท่อน 2 (กลับต้น)
ม ด ร ม ซ ร ด ซ ร ํ รํ ดํ ท ล ดํ ซ ม ร ซ ล รํ ดํ ดํ ซ ล ดํ รํ
ซ ล ซ ม ซ ร ด ท ล ซ ํ ท ดํ ร ม ร ซ ล ม ซ ร ม ล ซ ร ซ ม ด
ชั้นเดียว ท่อน 1 (กลับต้น)
ดํ ล ล ล ดํ ล ดํซ ซ ซ ดํ ล ม ซ ร ด ซ ร ม ซ ล ม ซ ร ด
ท่อน 2 (กลับต้น)
ซมซรมดลซมลซดรซมดซรมซลมซรด
ลูกหมด (กลับต้น)
ดํ ดํ ดํ ดํ - ดํ - ดํ ดํ ดํ ดํ ดํ - ดํ - ดํ ซ ซ ซ ซ - ล - ล ด - ร - ร
- ม ร ด ล ํซ - - ดํ ล ซ ม ร - - ร ม ซ - ม ซ ล - ซ ล ดํ - ล ดํ ร
ดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย 8
1.ประวัติกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย
การดนตรีไทยในสมัยนี้เป็นสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบสมบูรณ
าสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย สมัยนี้ เป็นระยะที่ดนตรีไทยเข้าสู่สภาวะ
มืดมนเพราะรัฐบาลไม่ส่งเสริมดนตรีไทย และยังพยายามให้คนไทยหันไปเล่นดนตรี
สากลแบบตะวันตก ต่อมาก็เกิดรัฐนิยมขึ้น การที่มีรัฐนิยมเกิดขึ้น กล่าวคือ ห้ามการ
บรรเลงดนตรีไทย ด้วยเห็นว่าดนตรีไทยไม่เหมาะสมกับชาติที่กำลังพัฒนา
2.เครื่องดนตรีสมัยกรุงรัตนโกสิทร์ ยุคคลี่คลาย
การนำเครื่องดนตรีของชวา หรืออินโดนีเซีย คือ อังกะลุง มาเผยแพร่ในเมืองไทยเป็นครั้งแรก
โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปะบรรเลง)ทั้งนี้โโยนำมาดัดแปลง ปรับปรุงขึ้นใหม่ ให้มี
เสียงครบ 7 เสียง (เดิมมี 5 เสียง)ปรับปรุงวิธีเล่น โดยถือเขย่า คนละ 2 เสียง ทำให้เครื่อง
ดนตรีชนิดนี้กลายเป็นเครื่องดนตรีไทยอีกอย่างหนึ่ง เพราะคนไทยสามารถทำอังกะลุงได้เอง
อีกทั้งวิธีการบรรเลงก็เป็นแบบเฉพาะของเรา
3.วงดนตรีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย
ขิมของจีน และออร์แกนของฝรั่ง ทำให้วงเครื่องสายพัฒนารูปแบบ
ของวงไปอีกลักษณะหนึ่ง คือ วงเครื่องสายผสม
มาเล่นเกมกันเถอะ
ดนตรีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย 9
4.เพลงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคคลี่คลาย
พระบาทสมเด็จพระปกกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิ
พลเพลงไว้ เช่น คลื่นกระทบฝั่ ง