The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชา โครงงาน 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pathompong.reonchaidee, 2022-06-20 08:44:26

โครงงาน

วิชา โครงงาน 1

วชิ า โครงงาน
(Project)

จดุ ประสงคร์ ายวชิ า เพอ่ื ให้

1. เข้าใจหลักการและขั้นตอนกระบวนการจัดทำโครงงานสร้างและหรือพัฒนางานอาชีพอย่าง
เป็นระบบ

2. สามารถบูรณาการความรู้และทักษะในการสร้างและหรือพัฒนางานในสาขาวิชาชีพตาม
กระบวนการ วางแผน ดำเนนิ งาน แกไ้ ขปญั หา ประเมนิ ผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน

3. มีเจตคติและกิจนิสัยในการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างและหรือพัฒนางานอาชีพด้วยความ
รบั ผิดชอบ มวี นิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ความคิดริเริม่ สร้างสรรค์ ขยนั อดทน และสามารถ
ทำงานร่วมกับผอู้ ื่น

สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เก่ยี วกับหลกั การและกระบวนการจดั ทำโครงงานสรา้ งและหรอื พฒั นางานอาชพี
อย่างเปน็ ระบบ

2. เขยี นโครงงานสร้างและหรือพฒั นางานตามหลกั การ
3. ดำเนนิ งานตามแผนงานโครงงานตามหลกั การและกระบวนการ
4. วิเคราะห์ สรปุ ประเมินผลการดำเนินงานโครงงานตามหลกั การ
5. รายงานผลการปฏบิ ัติงานโครงงานตามรปู แบบ
6. นำเสนอผลงานดว้ ยรูปแบบวิธีการต่างๆ

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการบูรณาการความรู้และทักษะในระดับเทคนิคที่สอดคล้องกับ
สาขาวิชาชีพที่ศึกษาเพื่อสร้างและหรือพัฒนางานด้วยกระบวนการทดลอง สำรวจ ประดิษฐ์คิดค้น
หรือการปฏิบัติงานเชิงระบบ การเลือกหัวข้อโครงงาน การศึกษาค้นคว้าข้อมูลและเอกสารอ้างอิง
การเขียนโครงงาน การดำเนินงานโครงงาน การเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และแปลผล การสรุป
จดั ทำรายงาน การนำเสนอผลงานโครงงาน โดยดำเนนิ การเปน็ รายบุคคลหรือกลุ่มตามลักษณะของ
งานใหแ้ ล้วเสร็จในระยะเวลาท่กี ำหนด

สารบญั
หน่วยท่ี 1 ความร้เู บ้ืองตน้ เก่ียวกับการจัดการเรียนร้แู บบโครงงาน

หนว่ ยท่ี 1
ความร้เู บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั การจดั การเรยี นรแู้ บบโครงงาน

• ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซ้ึง
ที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่สนใจ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล วางแผนการทางานและทา
งานร่วมกับผู้อื่นได้ ตลอดจนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ในหัวข้อการเรียนรู้ตามความสนใจของ
ผู้เรียนเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่ม ลักษณะสำคัญของโครงงานคือการเน้นที่การหาคำตอบให้แก่คำถาม และ
การลงมือปฏบิ ัติกจิ กรรมดว้ ยตนเองของผูเ้ รียนผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างเปน็ ระบบ

• หลักการในการจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน

หลกั การสำคญั เก่ยี วกบั การจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน ซง่ึ สามารถสรุปได้ ดงั น้ี
1. ผู้เรียนศึกษาในเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่ อยา่ งลุ่มลึกลงไปในรายละเอียดของเร่ืองนั้นๆ จนพบคำตอบที่
ตอ้ งการ
2. เร่อื งทีผ่ เู้ รยี นศึกษาเปน็ เรอื่ งที่ผู้เรียนเป็นผูเ้ ลือกเองตามความสนใจ ประเดน็ ท่ีศกึ ษากเ็ ปน็
ประเด็นทผี่ ้เู รียนต้ังคำถามขึ้นเอง
3. มีเปา้ หมายหรือวตั ถปุ ระสงค์ที่ชดั เจน ในการคดิ หาคำตอบเพ่ือตอบคำถามว่าทำอะไร ทำไป
ทำไม และทำเพื่ออะไร
4. มีการวางแผนการทำงานอยา่ งเป็นระบบเป็นขน้ั ตอน ผเู้ รียนต้องรูจ้ กั คดิ ตดั สินใจ เลือกวิธีการ
เรียนรใู้ ห้เหมาะสมกับตวั เองและกล่มุ เพ่ือน โดยมคี รูผสู้ อนคอยให้คำแนะนำปรึกษา
5. ระหวา่ งทด่ี ำเนนิ การศกึ ษาค้นควา้ หากมปี ัญหาเกิดขึ้นระหว่างการดำเนนิ การ ตอ้ งรีบหาสาเหตแุ ละ
แก้ปญั หา เพื่อใหโ้ ครงงานสามารถดำเนินการต่อไปได้
6. บนั ทกึ การศึกษาค้นคว้า ผ้เู รยี นจะตอ้ งนำขอ้ มูลท่ไี ด้มาสรปุ หรอื สร้างความรู้ ดว้ ยตัวเอง โดยทำ
ความเข้าใจ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สมั พนั ธ์ เช่อื มโยง หาแนวโนม้ และลงข้อสรุปผล ของการทำ
โครงงานออกมาเป็นความรู้หรอื ข้อค้นพบที่ไดร้ ับ ซึ่งรวมถงึ วิธกี ารท่ไี ดม้ าและผลท่ีได้ค้นพบ

7. จัดกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ทมี่ งุ่ ให้ผเู้ รยี นไดม้ ีประสบการณต์ รงกับเรือ่ งทีศ่ ึกษาน้ัน โดยการ
เปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนได้สังเกตอย่างใกล้ชดิ จากแหล่งความรู้เบอ้ื งตน้

8. ในการจดั กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ จะใช้ระยะท่ยี าวนานอยา่ งเพียงพอตามความ สนใจของ
ผู้เรียนเพือ่ ที่จะใหผ้ เู้ รียนได้คน้ พบคำตอบ และคล่คี ลายความสงสัยใครร่ ู้

9. จัดกจิ กรรมการจัดการเรียนรใู้ หผ้ ู้เรียนไดป้ ระสบกบั ทั้งความสำเรจ็ และความล้มเหลวในวิธกี าร
แสวงหาความรู้ตามวิธีการของผเู้ รียนเอง

10. เมอ่ื ผเู้ รียนไดค้ ้นพบคำตอบแลว้ ผูเ้ รียนจะนำความรใู้ หม่ทไ่ี ด้นั้นมาเสนอในรูปแบบต่างๆ ตาม
ความต้องการของผู้เรียนเอง อาจจะเปน็ งานเขียน งานวาดภาพระบายสี การสรา้ งแบบจำลอง
การเล่นสมมตุ ิ ละคร การทำหนงั สือ หรอื รูปแบบอื่นๆ

11. ผเู้ รยี นนำเสนอความรูต้ ่อเพ่ือนๆ และคนอื่นๆ อันจะแสดงให้เห็นถึงความสำเรจ็ ของกระบวนการ
ศกึ ษาของตน และเกิดความภาคภมู ใิ นในความสำเรจ็ นน้ั

12. การนำเสนอผลงานการศกึ ษาค้นควา้ จากการทำโครงงานเป็นขั้นตอนที่ผู้เรียน นำเสนอความ
คิดเห็นอยา่ งสร้างสรรค์ เปน็ การแลกเปลยี่ นเรียนรู้และสร้างเสริมต่อยอดหรอื จดุ ประกาย
ความรคู้ วามคดิ ใหผ้ ู้อนื่ ได้รบั รู้

13. การเผยแพรเ่ ปน็ การบอกเล่าใหก้ ับผูท้ ่ีเก่ียวข้องและผูท้ สี่ นใจทั่วไปได้รบั รผู้ ลของ การศึกษาทม่ี ี
ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชน สงั คม หรอื แมแ้ ตป่ ระเทศชาติโดยเผยแพร่หรอื ประชาสัมพนั ธ์ผา่ น ส่อื
ส่งิ พิมพต์ ่างๆ

• ลกั ษณะสำคญั ของโครงงาน

ลักษณะสำคญั ของโครงงาน เปน็ เร่ืองที่ผู้เรยี นมคี วามสนใจ สงสยั ต้องการหาคำตอบ เรยี นรอู้ ย่างมี
กระบวนการ ด้วยวธิ กี ารและแหล่งข้อมลู ที่หลากหลาย บรู ณาการความรู้ ความสามารถหลายด้าน สอดคล้องกับ
ชีวิตจริง สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แบ่งได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ โครงงานตามสาระการเรียนรู้ และ
โครงงานตามความสนใจ เป็นการสอนที่เน้นตัวผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตัวเอง มีขั้นตอน
กระบวนการและการจัดการในกลุ่ม มีการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้เก่าและความรู้ใหม่ และผู้เรียนสามารถ
สรา้ งผลงานไดด้ ว้ ยความภมู ใิ จ ลกั ษณะท่ีสำคัญของโครงงาน มดี ังนี้

1. ม่งุ เน้นไปทีก่ ารเรียนรู้เนอ้ื หามากกว่าเปา้ หมายดา้ นภาษา
2. มีลักษณะมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แม้ครูจะมีบทบาทในการสนับสนุนและเสนอแนะตลอด
กระบวนการ
3. มลี กั ษณะการรว่ มมือมากกวา่ การแบ่งงาน มีการแลกเปลยี่ นการเรียนรู้ประสบการณจ์ ากกนั และกัน
4. นำไปสู่การบูรณาการที่แท้จริง ทั้งด้านทักษะและกระบวนการแสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรยี นร้ตู ่างๆ
ทส่ี ะทอ้ นถงึ ภาระงานในชวี ิต
5. จะส้ินสุดหรอื จบลงด้วยผลงานตอนทา้ ยซ่งึ สามารถให้คนอื่นรับรมู้ สี ่วนรว่ มได้ การทำโครงงานเป็น
ส่ิงที่มจี ดุ ม่งุ หมายทแ่ี ท้จรงิ ทัง้ ยังมีการปรบั กระบวนการในระหวา่ งดำเนนิ การ เป็นการเปิดโอกาสให้ผเู้ รียนเกิด
ความคล่องแคล่ว และความถูกต้อง ชดั เจนในแต่ละชว่ งของการทำโครงงาน
6. เป็นสิ่งที่จูงใจ กระตุ้นท้าทาย มีผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่น การรู้คุณค่าของตนเอง และความ
เป็นอิสระในการดูแลตนเองควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางภาษาการเรียนรู้ เนื้อหาและความสามารถทาง
สตปิ ญั ญาของผู้เรียน

• ประเภทของโครงงาน

4.1) ประเภทของโครงงาน แบง่ ออกโดยใช้หลกั เกณฑ์ ซง่ึ มี 2 ลกั ษณะ คอื
1. หลกั เกณฑข์ อบเขตเน้ือหาของโครงงาน
2. หลักเกณฑว์ ตั ถุประสงค์ของการทำโครงงาน

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงงานใดๆ ก็ตาม จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทั้ง 2 อย่างนี้ทั้งสิ้น อันเนื่องมาจากใน
โครงงานนั้นจะต้องมีทั้ง 2 ลักษณะนี้อยู่ด้วย กล่าวคือ การทำโครงงานต้องมีเนื้อหาที่จะทำ และจะต้องมี
วัตถปุ ระสงคใ์ นการทำ

ดังนั้นผู้เรยี นควรศึกษารายละเอยี ดเก่ียวกบั ประเภทของโครงงาน แบ่งโดยใช้หลกั เกณฑ์ ใหช้ ัดเจน
เพือ่ ให้สามารถทำโครงงานไดอ้ ยา่ งถกู ต้องดังนี้

4.1.1 ประเภทของโครงงานตามขอบเขตของเน้ือหา ซ่งึ ประเภทของโครงงานตามขอบเขตของเนือ้ หา
แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทดว้ ย คือ

1) โครงงานตามสาระการเรียนรู้ คือ การทำโครงงานโดยดูจากขอบเขตของเนื้อหาสาระ
เชน่ โครงงานวิทยาศาสตร์, โครงงานคอมพิวเตอร์ และ โครงงานประวัติศาสตร์ เป็นต้น

2) โครงงานตามความสนใจ คือ การทำโครงงานในเรอื่ งทผี่ ู้เรียนมีความสนใจ โดยไม่ต้อง
สนใจวา่ โครงงานท่ที ำนั้น จะอยู่ภายใต้ขอบเขตเนื้อหาใดๆ หรอื ไม่

4.1.2 ประเภทของโครงงานตามวัตถุประสงค์ซึ่งประเภทของโครงงานตามวัตถุประสงค์นั้นแบ่ง
ออกเปน็ 4 ประเภทดว้ ยกัน คอื

1) โครงงานท่เี ก่ียวกบั การสำรวจรวบรวมข้อมลู อาทิ การสำรวจฐานะทางการเงินของประชากร
ในจังหวัดกรงุ เทพฯ, การสำรวจอาชีพของประชากรในจงั หวดั ใดจังหวัดหนง่ึ และ การสำรวจความคิดเหน็ เรอ่ื ง
ใดเร่ืองหนง่ึ ของประชากรในพื้นที่ เป็นต้น โครงงานประเภทนม้ี วี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อตอ้ งการรู้ถงึ ส่งิ หน่งึ สิ่งใดท่ี
สามารถทำได้ดว้ ยการสำรวจและรวบรวมข้อมูล ซึง่ โครงงานประเภทนจ้ี ะใช้เคร่อื งมือในการทำโครงงาน คอื
แบบสำรวจ, แบบสอบถาม, แบบสงั เกต เปน็ ต้น

2) โครงงานที่เก่ียวกับการทดลอง อาทิ การทดลองปลูกพืชโดยไม่ใชด้ ิน, การทดลองปลูกผัก
ไรส้ ารพษิ , แสงมีผลต่อการเจรญิ เติบโตของผกั เป็นต้น โครงงานประเภทน้ีจะเป็นโครงงานท่ีตอ้ งการทำการ
เปรียบเทียบความเหมอื น ความต่าง หรือตอ้ งการผลลัพธใ์ นทางใดทางหนึ่ง ซ่ึงเกิดขึ้นจากตวั แปรทแี่ ตกตา่ ง
กนั

3) โครงงานทีเ่ ก่ียวกบั สิง่ ประดิษฐ์หรอื การพัฒนา อาทิ การสร้างผลติ ภัณฑ์จากกระดาษ, การ
พฒั นาผลิตภณั ฑจ์ ากพชื ในท้องถน่ิ , การแปรรูปและเพมิ่ มูลคา่ สินคา้ ทางการเกษตร เป็นต้น โครงงานประเภท
นี้เปน็ โครงงานที่มวี ัตถปุ ระสงคใ์ นการสร้างสรรค์สิง่ ใหมๆ่ หรือพฒั นาส่ิงท่ีมอี ยู่ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพหรือผลลัพธ์ท่ี
ดีข้นึ

4) โครงงานทเี่ ก่ียวกบั ทฤษฎีและหลักการ อาทิ การเกษตรตามแนวทางทฤษฎใี หม่, การผลติ
กา๊ ซชวี ภาพจากมูลสัตว์ และ การผลติ เช้ือเพลงิ จากพชื ทางการเกษตร เปน็ ต้น โครงงาน

4.2) ประเภทของโครงงาน แบ่งออกตามอาชีพ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางการศึกษา ที่นำเนื้อหาสาระทาง
วชิ าการงานและอาชพี รวมท้งั วิชาอนื่ ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ งทั้งโดยตรงและโดยออ้ ม ทงั้ ทางดา้ นทฤษฎีและปฏิบตั ิมาจดั เป็น
ระบบ เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รียนได้ฝกึ ปฏบิ ัตงิ านในลักษณะโครงงาน ซึ่งแบง่ ออกไดเ้ ป็นประเภทโครงงานได้ 4ประเภทคอื

4.2.1 โครงงานประเภทพัฒนาผลงาน เปน็ โครงงานท่ีเกดิ จากการได้ศึกษาเน้ือหาวิชาการงาน และ
อาชีพ หรือวิชาสามัญต่างๆ แล้วนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีหรือหลักวิชาดังกล่าว
เชน่ เม่ือไดศ้ ึกษาเรือ่ งสมุนไพร กอ็ าจทำโครงงานการใชย้ าปราบศัตรพู ชื ด้วยสมนุ ไพร กำจดั เพล้ีย หนอน ฯลฯ
เมื่อได้ศึกษาเรื่องการถนอมอาหารก็อาจทำโครงงานการแปรรูปผลผลิต เช่นการทำผักดอง การทำไส้กรอก
ฯลฯ เมือ่ ไดศ้ ึกษาเรื่องการเลย้ี งปลาก็อาจทำโครงงานการเลย้ี งปลาสวยงาม การทำตู้ปลาจำหนา่ ย เป็นตน้

4.2.2 โครงงานประเภทศกึ ษาค้นคว้าทดลอง จดุ ประสงค์สำคัญของโครงงานนีเ้ พือ่ ทดลองค้นคว้า
เพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ ที่ได้ศึกษามาแล้ว หรือต้องการทราบแนวทางเพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์
มากข้ึน ก็อาจทำโครงงานต่างๆ เช่น การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน การทดลองปลูกพืชในน้ำยา หรือโดยไม่ใช้
ดนิ การศึกษาขนมอบตา่ ง ๆ การใชฮ้ อรโ์ มนกบั กง่ิ กหุ ลาบ เป็นตน้

4.2.3 โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นหลังจากได้ศึกษาทฤษฎี หรือพบเห็น
ผลงานของผู้อ่ืนมาแล้ว เกิดความคิดสรา้ งสรรค์ท่ีจะพัฒนาต่อไปจึงประดิษฐ์คิดค้นให้สามารถใช้ ประโยชน์ได้
ดียิ่งขึ้น หรือเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น โครงงานที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้ำในแปลงปลูกผัก การ
ประดษิ ฐข์ องชำร่วย การประดิษฐเ์ ครอื่ งรับวทิ ยุ การออกแบเสอ้ื ผา้ ชายหญิง เป็นต้น

4.2.4 โครงงานประเภทสำรวจข้อมูล จุดประสงค์ที่สำคัญคือเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการ
พัฒนาปรบั ปรงุ หรอื ส่งเสริมให้ผลผลิตหรอื ผลงานมีคณุ ภาพหรือคุณค่ามากย่งิ ข้ึน หรือเพ่อื ใหท้ นั ต่อเหตุการณ์
ยิ่งขึ้น เช่น โครงงานที่เกี่ยวกับการสำรวจราคาผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น การสำรวจแหล่งวิชาการและ
สถานประกอบการในทอ้ งถ่นิ การสำรวจความต้องการของผ้บู ริโภค การสำรวจงานบริการในทอ้ งถน่ิ เปน็ ตน้

• ความสำคัญของโครงงาน

ความสำคญั ของโครงงานอาชพี ในสว่ นของการจดั การเรยี นการสอนและการจดั กิจกรรม มดี ังน้ี
1. ด้านผู้เรียน ก่อให้เกิดคุณค่าต่างๆ ได้แก่ ช่วยสร้างความหวังใหม่ในการริเริ่มงาน สร้างเสริม

ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ได้มีโอกาสทดสอบความถนัดของตนเอง ก่อให้เกิดความรักความ
เข้าใจและความสมั พันธ์อันดภี ายในกลมุ่ พรอ้ มทั้งเกดิ ความรู้ทางวชิ าการท่ีกวา้ งขวางข้ึนและเกิดความ
ภาคภมู ใิ จในความ สำเรจ็ ของงาน
2. ดา้ นสถาบนั และครอู าจารย์ทปี่ รึกษากล่มุ ก่อใหเ้ กดิ คณุ คา่ ทางการประสานงาน โดยเกิดความเข้าใจท่ี
ตรงกันว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันขึ้นอยู่กับการ ปฏิบัติจริงในโครงงานของผู้เรียนมากกว่าที่จะ
เรียนอย่ใู นหอ้ งเรียนเท่านน้ั
3. ดา้ นชมุ ชน / ทอ้ งถนิ่ กอ่ ให้เกดิ คณุ คา่ ทางการเผยแพร่และประชาสมั พนั ธ์ชุมชน อีกท้งั ชุมชนได้มีส่วน
ร่วมในการขยายผลทางความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ให้แก่ผู้เรียนรุ่นต่อไป โดยสร้างนิสัยรักการ
ทำงานเกิดงานอาชีพทีห่ ลากหลายและมีการพัฒนาอาชีพในชุมชนดว้ ย

• ขัน้ ตอนการทำโครงงาน
1. เลอื กหวั ข้อโครงงานทสี่ นใจ
2. ศกึ ษาค้นควา้ เอกสารและแหลง่ ข้อมลู
3. จัดทำเค้าโครงขอ้ เสนอ
4. ลงมือทำโครงงาน
5. เขยี นรายงาน
6. เสนอและแสดงโครงงาน


Click to View FlipBook Version