The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3 เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by vilaiwan081098, 2021-10-17 03:18:14

3 เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน (1)

3 เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน (1)

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๒

เสภาเร่ือง ขนุ ชา้ งขุนแผน

ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎกี า

๑. ผ้แู ต่ง : ตอนน้ีไมป่ รากฏนามผ้แู ตง่
๒. ท่ีมาของเรื่อง ขนุ ช้างขุนแผน

๑) เรื่องนี้เชอื่ กนั วา่ เกิดข้นึ จริงในสมยั สมเด็จพระพันวษา แห่ง กรุงศรีอยุธยา
- ตานวนเดิมเลา่ เพียงวา่ มีนายทหารผมู้ ีฝมี ือนายหนึ่ง มีตาแหน่งเป็นขุนแผน ได้ถวาย ดาบฟ้าฟ้ืน

แด่สมเดจ็ พระพันวษา
๒) ต่อมามีการนาเร่ือง ขุนช้างขุนแผน มาแต่งเป็นกลอนสุภาพและใช้ บทขับเสภา โดยใช้กรับเป็น

เคร่ืองประกอบจงั หวะ
- บทขับเสภาที่นิยมมากท่ีสุดคือเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งได้รับการยกย่อจากวรรณคดีสโมสรว่า

เปน็ ยอดของกลอนสุภาพที่มีความไพเราะ ดีเลิศ ทั้งเน้อื เร่อื งและกระบวนกลอน
๓) บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน มีกวีเอกหลายท่านร่วมกันแต่ง สันนิษฐานว่าแต่งต้ังแต่สมัย สมเด็จ

พระนารายณม์ หาราช
- สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ ทรงสนั นษิ ฐานวา่
*ตอน ขุนแผนข้ึนเรือนขุนช้าง และตอน ขุนแผนพานางวันทองหนี เป็นพระราชนิพนธ์

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย
*ตอนขนุ ชา้ งขอนางพมิ และ ตอนขนุ ชา้ งตามนางวันทอง เปน็ พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จ

พระนงั่ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว (เมอ่ื ครงั้ ยังดารงพระอิสรยิ ยศเปน็ กรมหม่ืนเจษฎาบดนิ ทร)์
*ตอน กาเนิดพลายงาม เป็นสานวนของสุนทรภู่

๔) ตอน ขุนช้างถวายฎีกานี้ ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง แต่เป็นหน่ึงใน ๘ ตอนที่ได้รับการยกย่องจาก
สมาคมวรรณคดี (สมยั ร.๗) วา่ แต่งดเี ปน็ เยย่ี ม โดยเฉพาะกระบวนกลอนทส่ี อื่ อารมณส์ ะเทือนใจ

๓. เน้อื เร่อื งย่อ
กล่าวถึงพลายงาม เมื่อชนะคดีความขุนช้างแล้ว ขุนช้างได้พานางวันทองกลับไปอยู่สุพรรณบุรี

สว่ นตวั พลายงามเองก็กลบั ไปอยู่บ้านพร้อมหน้าญาตแิ ละพ่อ ขาดก็แตแ่ ม่ ทาให้พลายงามเกิดความคิดที่จะพา
นางวันทองกลับมาอยู่ด้วยกัน จะได้พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก พอตกดึกจึงไปลอบข้ึนเรือนขุนช้างแล้วพานางวัน
ทองหนีมาอยู่ท่ีบ้านกับตน ตอนแรกนางก็ไม่ยินยอมที่จะมา เพราะกลัวจะเป็นเรื่องให้อับอายว่า คนนั้นลาก
ไป คนน้ีลากมาอีก และเกรงจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จึงบอกให้พลายงามนาความไปปรึกษาขุนแผน เพื่อ
ฟ้องร้องขนุ ชา้ งดกี ว่าจะมาลักพาตวั ไป แต่พลายงามไม่ยอม สุดทา้ ยนางวนั ทองจึงจาต้องยอมไปกับพลายงาม

ฝา่ ยขุนชา้ งนอนฝันรา้ ยกผ็ วาตื่นเอาตอนสาย คร้ันตนื่ ข้นึ มากร็ ้องเรยี กหานางวนั ทอง ออกมาถามบ่าว
ไพร่ก็ไม่มีใครเห็นจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มุ่งมั่นจะตามนางวันทองกลับมาให้ได้ ฝ่ายพลายงามก็เกรงว่าขุนช้าง
จะเอาผิด ถ้ารู้ว่าตนไปพานางวันทองมาจะเพ็ดทูลสมเด็จพระพันวษาอีก แม่อาจจะต้องโทษได้ จึงใช้ให้หม่ืน

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๓

วเิ ศษผลไปบอกขุนชา้ งว่า ตนน้นั ปว่ ยหนกั อยากเห็นหน้าแม่จงึ ใช้ให้คนไปตามนางวนั ทองมาเมื่อกลางดึก ขอให้
แม่อยู่กับตนสักพักหนึ่งแล้วจะส่งตัวกลับมาอยู่กับขุนช้างตามเดิม ขุนช้างโมโหและแค้นยิ่งนักท่ีพลายงามทา
เหมือนข่มเหงไม่เกรงใจตน จึงร่างคาร้องถวายฎีกา แล้วลอยคอมายังเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระพันวษาเพื่อ
ถวายฎีกา ทาให้สมเด็จพระพันวษาพิโรธมาก ให้ทหารรับคาฟ้องมาแล้วให้เฆี่ยนขุนช้าง ๓๐ ที แล้วปล่อยไป
และยังทรงต้ังกฤษฎีกาการรักษาความปลอดภัยว่า ต่อไปข้าราชการผู้ใดที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว
ปลอ่ ยให้ใครเขา้ มาโดยมิไดร้ ับอนญุ าตจะมีโทษมหนั ตถ์ งึ ประหารชีวติ

กล่าวฝ่ายขุนแผนนอนอยูในเรือนกับนางแก้วกิริยาและนางลาวทองอย่างมีความสุข ครั้นสองนาง
หลับ ขุนแผนก็คิดถึงนางวันทองที่พลายงามไปนาตัวมาไว้ที่บ้านจึงออกจากห้องย่องไปหานางวันทองหวังจะ
ร่วมหลับนอนกัน แต่นางปฏิเสธแล้วพากันหลับไป แต่พอตกตึกนางวันทองก็เกิดฝันร้ายตกใจตื่นเล่าความฝัน
ให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนฟังความฝันของนางก็รู้ทันทีว่าเป็นเร่ืองร้ายอันตรายถึงชีวติ แน่นอน แต่ก็แกล้งทานายไป
ในทางดีเสียเพ่อื นางจะไดส้ บายใจ

ฝ่ายสมเด็จพระพนั วษา ครน้ั ทรงอา่ นคาฟ้องของขนุ ช้างกท็ รงกริ้วยิ่งนัก ใหท้ หารไปตามตัวนางวันทอง
ขนุ แผนและพระไวยมาเฝ้าทันที ขนุ แผนเกรงวา่ นางวันทองจะมีภยั จึงเสกคาถาและขผ้ี ึ้งให้นางวนั ทองทาปาก
เพ่ือให้พระพันวษาเมตตา แล้วจึงพานางเข้าเฝ้า เมื่อพระพันวษาเห็นนางวันทองก็ใจอ่อนเอ็นดู ตรัสถาม
เร่ืองราวที่เป็นมาจากนางวันทองว่า ตอนชนะคดีให้ไปอยู่กับขุนแผนแล้วทาไมจึงไปอยู่กับขุนช้างนางวันทองก็
กราบทลู ด้วยความกลัวไปตามจรงิ วา่ ขนุ แผนถูกจองจา ขุนช้างเอาพระโองการไปอ้างให้ฉุดนางไปอยดู่ ้วยเพ่ือน
บ้านเห็นเหตุการณ์ก็ไม่กล้าเข้าช่วยเพราะกลัวผิดพระโองการ สมเด็จพระพันวษาฟังความทรงกร้ิวขุนช้างมาก
ทรงถามนางวันทองอีกว่าขุนช้างไปฉุดให้อยู่ด้วยกันมาตั้ง ๑๘ ปี แล้วคราวน้ีหนีมาหรือมีใครไปรับมาอยู่กับ
ขุนแผน นางวันทองก็กราบทูลไปตามจริงว่า พระไวยเป็นผู้ไปรับมาเวลาสองยาม ขุนช้างจึงหาความว่า
หลบหนี สมเด็จพระพนั วษาทรงกรว้ิ พระไวยทที่ าอะไรตามใจตน นกึ จะข้ึนบ้านใครก็ขึน้ ทาเหมอื นบา้ นเมืองไม่
มีขอ่ื มีแป และวา่ ขุนแผนรเู้ ห็นเปน็ ใจ

สมเด็จพระพันวษาทรงคิดว่า สาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดน้ีเกิดจากนางวันทองจึงให้นางวันทอง
ตัดสินใจวา่ จะอยู่กับใคร นางวันทองตกใจ ประหม่า อีกท้ังจะหมดอายุขัยจึงบันดาลให้พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่า
จะอยู่กับใคร นางให้เหตุผลว่า นางรักขุนแผน แต่ขุนช้างก็ดีกับนาง ส่วนพลายงามก็เป็นลูกรัก ทาให้สมเด็จ
พระพันวษากร้ิวมาก เห็นว่านางวันทองเป็นคนหลายใจ เป็นหญิงแพศยา จึงให้ประหารชีวิตนางวันทองเพื่อมิ
ใหเ้ ปน็ เยยี่ งอย่างแกผ่ ้อู น่ื ตอ่ ไป

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๔

๔. ตัวละคร

๔.๑ นางวันทอง

- มลี กั ษณะนสิ ยั รกั ลกู

ใช่จะอ่มิ เอบิ อาบด้วยเงนิ ทอง มิใช่ของตวั ทามาแตไ่ หน

ทง้ั ผู้คนชา้ งมา้ แลขา้ ไท ไม่รกั ใครเ่ หมอื นกับพ่อพลายงาม

นางวนั ทองกลา่ วว่าไมว่ า่ ทรพั ยส์ นิ เงนิ ทองหรือบรวิ ารใดๆ นางกไ็ มร่ กั ใครห่ รอื ทาให้นางมคี วามสุขได้เหมือนลกู

- ถอื ในศกั ด์ศิ รีและรอบคอบ

เจ้าเป็นถงึ หวั หมน่ื มหาดเลก็ มิใช่เด็กดอกจงฟังคาแมว่ า่

จงเรง่ กลบั ไปคิดกับบิดา ฟอ้ งหากราบทูลพระทรงธรรม์

พระองคค์ งจะโปรดประทานให้ จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน

อันจะมาลกั พาไม่วา่ กนั เชน่ นน้ั ใจแม่มเิ ต็มใจ

นางวันทองไม่ยอมกลับไปกับลูก เพราะไม่อยากถูกครหาว่าร้ายอีกจึงให้ลูกไปปรึกษาขุนแผนเพื่อทูล

ความแก่พระพันวษา ในขณะเดียวกันนางวันทองก็กลัวว่าลูกจะมีคดีติดตัวและมีปัญหาภายหลังเนื่องจากมา

ลักพาตวั แม่ไปอย่างไมถ่ กู ครรลองครองธรรม

๔.๒ พลายงาม, จม่ืนไวย

- น้อยใจ

จึงว่าอนจิ จาลกู มารับ แมย่ งั กลับทัดทานเป็นหนักหนา

เหมอื นไม่มรี กั ใครใ่ นลกู ยา อตุ ส่าหม์ ารบั แลว้ ยังมไิ ป

พลายงามน้อยใจตัดพ้อว่าเหมือนแมไ่ ม่รักใครต่ นแลว้ แม้ตนมารับแลว้ จึงไม่ยอมกลับดว้ ย

- ก้าวรา้ ว

เสยี แรงเป็นลกู ผูช้ ายไม่อายเพ่ือน จะพาแม่ไปเรอื นใหจ้ งได้

แม้นมไิ ปให้งามกต็ ามใจ จะบาปกรรมอยา่ งไรก็ตามที

จะตดั เอาศีรษะของแม่ไป ทิ้งแตต่ วั ไวใ้ หอ้ ยนู่ ี่

แมอ่ ย่าเจรจาให้ชา้ ที จวนแจง้ แสงศรีจะรีบไป

จากบทประพนั ธ์น้ี พลายงามมลี ักษณะนิสยั ก้าวร้าวและด้ือดงึ เมื่อแม่ไมย่ อมไปกบั ตนจึงถึงขน้ั ขู่จะตัด

ศรี ษะมารดาบังเกดิ เกล้าเพือ่ ขู่เข็ญใหน้ างวันทองยอมไปกบั ตนโดยไมก่ ลัวบาปกรรม

๔.๓ สมเด็จพระพนั วษา

เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ยุคนี้เป็นยุคท่ีบ้านเมืองเจริญรุ่งรือง มีความอุดมสมบูรณ์

ราษฎรท้ังหลายอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข บรรดาประเทศใกล้เคียงก็อ่อนน้อมเกรงบารมี สมเด็จพระพันวษามี

นสิ ยั โกรธงา่ ย จะเหน็ ได้จากตอนที่ ให้นางวนั ทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร นางมีความลังเล เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับ

ใคร พระพนั วษาทรงโกรธจึงรบั ส่ังให้ประหารชีวิต แตพ่ ระองค์ก็นับวา่ เป็นพระมหากษัตรยิ ท์ ่ีมีความยตุ ธิ รรมต่อ

พวกทหาร เสนาอามาตย์ และราษฎรพอสมควร เมือ่ มคี ดฟี อ้ งร้องกัน กจ็ ะให้มกี ารไต่สวน และพสิ จู นค์ วามจริง

๔.๔ ขุนแผน

ขุนแผนเดิมชื่อพลายแก้วเป็นบุตรของขุนไกรพลพ่ายและนางทองประศรีมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา

สติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นคนเจ้าชู้และมีคารมคมคาย จึงง่ายต่อการพิชิตใจหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มี

ดาบฟ้าฟ้ืนเป็นอาวุธประจาตัว พาหนะคู่ใจคือม้าสีหมอก ได้บวชเณรและเรียนวิชาที่วัดส้มใหญ่ แล้วย้ายไป

เรียนต่อทีว่ ดั ป่าเลย์ไลยจนสดุ ท้ายไปเป็นศษิ ยส์ มภารคงวดั แค มีความร้ทู างโหราศาสตร์ ปลกุ ผี อยยู่ งคงกระพัน

คาถามหาละลวยทาใหผ้ หู้ ญงิ รักตลอดจนวชิ าจากตารับพชิ ยั สงคราม และตอนบวชยงั เทศนาได้ไพเราะจับใจอีก

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๕

ด้วย ต่อมาสึกจากเณรแล้วแตง่ งานกับนางพิมพาลาไลย ไม่นานก็ถูกเรียกตัวไปเป็นแม่ทัพรบกับเชยี งใหม่ คร้ัน
ได้ชัยชนะกลับมาก็ได้เป็นขุนแผนแสนสะท้าน แต่ต้องมาพบว่านางวันทองแต่งงานใหม่กับขุนช้าง ภายหลัง
ขุนแผนต้องโทษถูกจาคุกถึง ๑๕ ปี จงึ พน้ โทษ และทาสงครามกับเชียงใหม่อีกครง้ั เมื่อชนะกลับมาก็ได้ตาแหน่ง
เป็นพระสรุ นิ ทรฤาไชย เจา้ เมืองกาญจนบรุ ี

๔.๕ ขุนช้าง
ขนุ ช้างมลี กั ษณะรปู ชั่วตัวดาหวั ลา้ นมาแต่กาเนิด นสิ ัยเจ้าเล่ห์เพทบุ ายเป็นบุตรของขุนศรีวิชัยและนาง
เทพทองซ่ึงมีฐานะร่ารวยมาก ขุนช้างแม้จะเกิดมาเป็นลูกเศรษฐี แต่ก็อาภัพถูกแม่เกลียดชังเพราะอับอายที่มี
ลูกหัวล้าน จึงมักถูกแม่ด่าว่าอยู่เสมอและไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็จะเป็นที่ขบขันล้อเลียนของชาวบ้านทั่วไป
เสมอ พอเป็นหนุม่ ก็ได้นางแก่นแก้วเปน็ ภรรยาอยดู่ ว้ ยกนั ได้ปีกว่านางกต็ าย จงึ หนั มาหมายปองนางพิมพลิ าไลย
แตน่ างไม่ยินดดี ว้ ยและได้แต่งงานกับพลายแก้ว แต่ขุนชา้ งกย็ งั ไมล่ ดความพยายามคงใช้อบุ ายจนไดแ้ ตง่ งานกับ
นางสมใจปรารถนา ข้อดีของขุนช้าง คือรักเดียวใจเดียวและเล้ียงดูนางวนั ทองเป็นอย่างดีทาให้นางวนั ทองเริ่ม
เห็นใจขุนช้าง

๕. คุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ ประตลู น่ั มน่ั คงขอบรั้วกน้ั
๕.๑ อปุ มา หมายสาคญั ตรงมาหนา้ ประตู
๏ เหน็ คนนอนล้อมอ้อมเปน็ วง
กองไฟสวา่ งดังกลางวนั

๏ คราวน้ันเม่อื ตามไปกลางป่า หน้าดาเหมือนหนึ่งทามนิ หมอ้ ไหม้
ชนะความงามหนา้ ดงั เทยี นชยั เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลกึ
๕.๒ อติพจน์
เศร้าหมองดว้ ยลูกเป็นหนกั หนา
๏ คราน้ันจึงโฉมเจ้าวันทอง แม่โศกาเกอื บเจียนจะบรรลัย
พ่อพลายงามทรามสวาดขิ องแมอ่ า เรอื งฤทธิล์ ือจบพิภพไหว
สมสนมิ พสิ มัยดว้ ยสองนาง
๏ จะกลา่ วถึงขนุ แผนแสนสนทิ
อยบู่ ้านสขุ เกษมเปรมใจ

๕.๓ สัญลกั ษณ์

๏ เหมือนแมลงวนั ว่อนเคลา้ ท่ีเน่าชั่ว มาเกลือกกลวั้ ปทุมมาลยท์ ห่ี วานหอม

ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านกั แม่จะตรอมระกาใจ

- แมลงวัน,ดอกมะเดอ่ื หมายถึง ขุนช้าง
- ปทุมมาลย์,ดอกพะยอม หมายถึง นางวันทอง

๏ มันเกิดเหตุทั้งน้กี เ็ พราะหญงิ จงึ หึงหวงช่วงชงิ ย่งุ ยิง่ อยู่
จาจะตดั รากใหญ่ใหห้ ลน่ พรู ให้ลกู ดอกดกอยแู่ ตก่ ิ่งเดียว

- รากใหญ่ หมายถึง นางวนั ทอง
- ก่งิ เดียว หมายถงึ ขนุ แผน หรือขนุ ช้างเพียงคนเดยี ว

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๖

๕.๔ ปฏิพากย์ เขาฉุดแม่ใชจ่ ะแกล้งแหนงหนี
เม่อื พอ่ เจ้าเข้าคกุ แมท่ อ้ งแก่ เป็นหลายปีแมม่ าอยู่กับขนุ ชา้ ง

ถึงพอ่ เจ้าเล่าไมร่ ูว้ ่ารา้ ยดี

๖. คณุ คา่ ด้านสังคม

๖.๑ ความเชอ่ื ของบุญบาป

ผิดศีลข้อ ๓ วา่ ด้วยการประพฤตผิ ดิ ในกาม

ถึงตวั ไปใจยังนบั อยู่วา่ ผัว นอ้ งน้ีกลัวบาปทบั เมือ่ ดบั จิต

หญิงเดียวชายครองเปน็ สองมติ ร ถา้ มปิ ลดิ เสียให้เปล้อื งไมต่ ามใจ

๖.๒ ความเชือ่ เกยี่ วกบั เรอ่ื งเวรกรรม

๏ จะกลา่ วถึงโฉมเจ้าพลายงาม เมอื่ เป็นความชนะขุนชา้ งนัน่

กลับมาอยบู่ ้านสาราญครัน เกษมสนั ตส์ องสมภิรมย์ยวน

พรอ้ มญาตขิ าดอยู่แตม่ ารดา นกึ นกึ ตรึกตราละห้อยหวน

โอว้ า่ แมว่ นั ทองชา่ งหมองนวล ไม่สมควรเคยี งคู่กับขุนชา้ ง

เออนเ่ี นื้อเคราะห์กรรมนามาผดิ นา่ อายมติ รหมองใจไม่หายหมาง

ฝ่ายพอ่ มีบุญเป็นขนุ นาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจังไร

๏ โอ้แม่เจา้ ประคุณของลูกเอ๋ย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ

เวรกรรมนาไปไม่ร้งั รอ มพิ อทีจ่ ะตอ้ งพรากก็จากมา

แม่เล้ยี งลกู มาถึงเจด็ ขวบ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่

๖.๓ ความเช่ือเรื่องความฝนั

ความเชือ่ ของคนในสมยั กอ่ นท่ีเชื่อว่าความฝันตา่ งๆจะเป็นลางบอกเหตุทั้งดีและร้าย ซ่ึงในตอนน้ี

เปน็ ตอนทีน่ างวันทองฝันร้าย และเช่ือว่าเป็นลางบอกเหตุรา้ ย

ครานัน้ ขนุ แผนแสนสนทิ ฟังความตามนมิ ติ ก็ใจหาย

ครงั้ นน้ี ่าจะมอี นั ตราย ฝนั ร้ายสาหสั ตัดตารา

พิเคราะห์ดทู ้ังยามอฐั กาล กบ็ นั ดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา

มิรู้ทจ่ี ะแถลงแจ้งกจิ จา กอดเมียเมนิ หน้าน้าตากระเด็น

๖.๔ ความเชือ่ เร่อื งลางสังหรณ์

ปรากฏในเรื่องจะเป็นลางร้าย มากกว่า ลางดี คือ นางวันทองเห็นแมงมุมกาลังทุ่มอกตัวเอง เมื่อ

คราวที่ พลายงามกาลงั จะถูกขุนช้างฆา่ อยู่กลางป่า

สน้ิ ฝันคร้นั ตืน่ ตกประหมา่ หวีดผวากอดผวั สะอนื้ ไห้

เล่าความบอกผัวดว้ ยกลวั ภัย ประหลาดใจน้องฝนั พรนั่ อุรา

ใตเ้ ตยี งเสยี งหนกู ็กุกกก แมงมมุ ทุ่มอกทรี่ มิ ฝา

ยงิ่ หวาดหว่ันพร่ันตวั กลวั มรณา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย

๖.๕ ความเชื่อเก่ียวกับการใช้เวทมนคาถา

จึงร่ายมนตรามหาสะกด เส่อื มหมดอาถรรพณ์ทฝ่ี งั อยู่

ภูตพรายนายขุนชา้ งวางว่ิงพรู คนผ้ใู นบ้านก็ซานเซอะ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๗

๖.๖ ความเชอ่ื เกยี่ วกบั ความเป็นกาลากณิ ีแก่บา้ นเมอื งหรือแผน่ ดิน

เร่งเร็วเหวยพระยายมราช ไปฟันฟาดเสยี ให้มันเปน็ ผี

อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี อยา่ ใหม้ ีโลหิตตดิ ดนิ กู

เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ตกดนิ จะอัปรียก์ าลอี ยู่

ฟนั ใหห้ ญงิ ชายท้ังหลายดู สั่งเสร็จเสด็จสปู่ ราสาทชยั

ถ้าเลือดของหญิงหรือชายช่ัวคนใด แม้จะถูกประหารจนตายแล้ว ก็ห้ามให้เลือดมาแปดเปื้อนพ้ืน

แผ่นดิน เพราะจะทาให้เป็นเสนียดจัญไรหรือกาลกิณีต่อแผ่นดิน ดังตอนท่ี พระพันวษามีรับส่ังให้นานางวัน

ทองไปประหารชีวิต ให้ฟันอกของนางเข้าด้วยขวานไม่ต้องมีความปรานี เมื่อตัดศีรษะก็อย่าให้มีเลือดติด

แผน่ ดินพระองค์ โดยการให้นาใบตองมารองหวั นางวันทอง เพราะถา้ เลอื ดของนางวนั ทองตกถงึ ดนิ จะทาให้เกิด

กาลกิณีตอ่ แผ่นดนิ ของพระองค์ และประหารนางไวใ้ ห้เปน็ ตวั อยา่ งของหญิงชายในบา้ นเมือง รับสงั่ เสร็จกเ็ สด็จ

เข้าสปู่ ระสาททป่ี ระทบั

นอกจากนี้ในเสภาเร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ยังสะท้อนให้เห็นความเชื่อของ คน

โบราณเก่ียวกับหญิงสาวว่า “ผู้หญิงสองใจเป็นกาลกิณี” ใครท่ีได้มาเป็นภรรยาหรือคบค้าสมาคมจะทาให้ชวี ติ

ตกต่า และเป็นกาลกิณีต่อชีวิต ดังตอนท่ีพระพันวษาตรัสว่า นางวันทองเป็นหญิงมากกิเลสตัณหา มีผู้ชายก่ี

คนๆก็ยังไม่พอใจ หญิงชั่วยังสามีคราวละคน ไม่ได้เหมือนนางวันทองที่มีผู้ชายพร้อมกันหลายคน นางวันทอง

จะอย่ใู ห้หนกั แผ่นดนิ ไปเพ่ืออะไร และทรงหันไปตรัสกับจม่นื ไวยซึ่งเป็นลูกของนางวนั ทองวา่ อยา่ ใหน้ ับว่านาง

วนั ทองเปน็ แมจ่ ะอบั อายคนอ่นื เขา ปรากฏดงั เนื้อความวา่

มงึ นีถ่ อ่ ยยงิ่ กว่าถอ่ ยอที ้ายเมอื ง จะเอาเร่ืองไมไ่ ดส้ กั สิง่ สรรพ์

ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน สักร้อยพนั ให้มึงถงึ ใจ

วา่ หญงิ ชวั่ ผวั ยังคราวละคนเดียว หาตอมกนั เกรยี วเหมือนมึงไม่

หนกั แผ่นดินกจู ะอยู่ไย อ้ายไวยมึงอย่านับวา่ มารดา

๖.๗ ความรักระหวา่ งแมก่ ับลกู

ความรักของแม่ท่ีมีต่อลูก จากบทประพันธ์กล่าวได้วา่ ด้วยความที่ลูกรักแม่ จึงไปรับแม่กลับมาจาก

ขุนช้าง

เจา้ พลายงามตามรบั เอากลับมา ทนี ห้ี นา้ จะดาเป็นนา้ หมึก

กาเริบใจดว้ ยเจา้ ไวยกาลังฮึก จะพาแม่ตกลกึ ให้จาตาย

๖.๘ การมีสมั มาคารวะ

พลายงามรู้จักแสดงความเคารพนอบน้อม แม้จะอยู่ในสถานการณ์ขุ่นเคืองใจอยู่ก็ตาม แต่เมื่อเห็น

มารดาก็ยงั ระลกึ ถึงพระคุณแลว้ เขา้ กราบไหว้

จะใครถีบขุนชา้ งท่ีกลางตัว นกึ กลัวจะถูกแม่วันทองน่ัน

พลางนงั่ ลงนอบนบอภวิ ันทน์ สะอน้ื อนั้ อกแค้นน้าตาคลอ

๗. รสในวรรณคดี ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๘
๗.๑ พโิ รธวาทงั
อยา่ เลยจะรับแมก่ ลบั มา ให้อยู่ด้วยบิดาเกษมศรี
พรากให้พ้นคนอบุ าทวช์ าติอปั รีย์ ย่ิงคิดกย็ ิ่งมีความโกรธา
อดั อดึ ฮึดฮัดดว้ ยขดั ใจ เม่ือไรตะวันจะลบั หลา้
เข้าหอ้ งหวนละห้อยคอยเวลา จวนสุริยาเลย้ี วลบั เมรุไกร
เงียบสัตว์จตั ุบททวิบาท ดาวดาษเดือนสวา่ งกระจ่างไข
นา้ คา้ งตกกระเซ็นเยน็ เยือกใจ สงดั เสยี งคนใครไม่พูดจา
๗.๒ เสาวรจนยี ์
ครัน้ เวลาดกึ กาดดั สงดั เงียบ ใบไมแ้ ห้งแกรง่ เกรยี บระรบุ รอ่ น
พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจม่ แจง้ กระจ่างดวง
ดเุ หว่าเรา้ เสียงสาเนียงกอ้ ง ระฆังฆ้องขานแขง่ ในวังหลวง
วนั ทองนอ้ งนอนสนิททรวง จิตง่วงระงบั สูภ่ วงั ค์
๗.๓ สัลลาปงั คพิสยั
จะใครถบี ขนุ ช้างท่ีกลางตัว นึกกลวั จะถูกแมว่ นั ทองนน่ั
พลางน่งั ลงนอบนบอภวิ ันทน์ สะอนื้ อ้ันอกแค้นน้าตาคลอ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๑๙

เนื้อเรอ่ื ง

เสภาขุนชา้ งขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

๏ จะกล่าวถงึ โฉมเจา้ พลายงาม เมื่อเปน็ ความชนะขุนชา้ งน่นั
กลับมาอยู่บ้านสาราญครนั เกษมสันตส์ องสมภิรมย์ยวน
พรอ้ มญาตขิ าดอยู่แตม่ ารดา นกึ นกึ ตรึกตราละห้อยหวน
โอ้ว่าแมว่ นั ทองช่างหมองนวล ไมส่ มควรเคยี งคู่กับขนุ ช้าง
เออนี่เน้ือเคราะห์กรรมมานาผดิ นา่ อายมิตรหมองใจไมห่ ายหมาง
ฝา่ ยพอ่ มีบญุ เป็นขนุ นาง แตแ่ ม่ไปแนบข้างคนจญั ไร
รปู รา่ งวิปรติ ผดิ กว่าคน ทรพลอัปรยี ์ไม่ดีได้
ทั้งใจคอช่วั โฉดโหดไร้ ชา่ งไปหลงรกั ใครไ่ ด้เปน็ ดี
วนั นัน้ แพก้ ูเม่ือดานา้ กก็ ร้วิ ซ้าจะฆา่ ให้เป็นผี
แสนแค้นด้วยมารดายงั ปรานี ให้ไปขอชวี ีขนุ ชา้ งไว้
แคน้ แมจ่ าจะแกใ้ หห้ ายแค้น ไมท่ ดแทนอ้ายขุนช้างบา้ งไม่ได้
หมายจติ คิดจะใหม้ ันบรรลัย ไมส่ มใจจาเพาะเคราะหม์ นั ดี
อยา่ เลยจะรบั แมก่ ลบั มา ใหอ้ ยู่ดว้ ยบดิ าเกษมศรี
พรากให้พน้ คนอบุ าทวช์ าติอปั รีย์ ยง่ิ คิดกย็ ง่ิ มีความโกรธา
อดั อดึ ฮดึ ฮัดดว้ ยขัดใจ เมื่อไรตะวนั จะลับหลา้
เข้าหอ้ งหวนละห้อยคอยเวลา จวนสุรยิ าเล้ียวลบั เมรไุ กร
เงียบสตั ว์จตั ุบททวบิ าท ดาวดาษเดือนสวา่ งกระจา่ งไข
น้าค้างตกกระเซน็ เยน็ เยือกใจ สงัดเสียงคนใครไม่พูดจา
ได้ยนิ เสยี งฆ้องย่าประจาวัง ลอยลมลอ่ งดงั ถงึ เคหา
คะเนนับยา่ ยามไดส้ ามครา ดเู วลาปลอดหว่ งทกั ทนิ
ฟา้ ขาวดาวเดน่ ดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิน้
จึงเซน่ เหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิน้ วา่ นยาเข้าทาตวั

ลงยนั ตร์ าชะเอาปะอก ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๐
เป่ามนตร์เบอื้ งบนชอุ่มมัว
จับดาบเคยปราบณรงค์รบ หยิบยกมงคลขึ้นใสห่ ัว
ลงจากเรอื นไปมิได้ช้า พรายยั่วยวนใจใหไ้ คลคลา
เสร็จครบบรกิ รรมพระคาถา
รบี มาถงึ บา้ นขุนชา้ งพลัน ฯ

๏ เหน็ คนนอนลอ้ มอ้อมเป็นวง ประตลู นั่ มั่นคงขอบรว้ั กน้ั
กองไฟสวา่ งดังกลางวนั หมายสาคัญตรงมาหน้าประตู
จึงรา่ ยมนตรามหาสะกด เส่อื มหมดอาถรรพท์ ่ฝี งั อยู่
ภตู พรายนายขนุ ช้างวางวิง่ พรู คนผใู้ นบ้านกซ็ านเซอะ
ทง้ั ชายหญิงงว่ งงมลม้ หลบั นอนทับคว่าหงายกา่ ยกันเปรอะ
จปี่ ลาคาไฟมนั ไหลเลอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี
ใชพ้ รายถอดกลอนถอนลม่ิ รอยทิม่ ถอดหลดุ ไปจากท่ี
ยา่ งเทา้ กา้ วไปในทนั ที มไิ ดม้ ีใครทักแต่สกั คน
มแี ต่หลับเพ้อมะเมอฝัน ทงั้ ไฟกองป้องกนั ทุกแห่งหน
ผู้คนเงียบสาเนยี งเสยี งแต่กรน มาจนถงึ เรือนเจา้ ขุนชา้ ง
จุดเทยี นสะกดข้าวสารปราย ภตู พรายโดดเรอื นสะเทือนผาง
สะเดาะดาลบานเปดิ หนา้ ตา่ งกาง ย่างเท้าก้าวขึ้นรา้ นดอกไม้
หอมหวนอวลอบบุปผาชาติ เบกิ บานก้านกลาดกิ่งไสว
เรณฟู ูร่อนขจรใจ ยา่ งเท้ากา้ วไปไมโ่ ครมคราม
ข้าไทนอนหลับลงทบั กนั สะเดาะกลอนถอนลั่นถึงช้ันสาม
กระจกฉากหลากสลับวบั แวมวาม อรา่ มแสงโคมแกว้ แววจบั ตา
มา่ นมู่ล่ีมฉี ากประจากนั้ อัฒจันทรเ์ คร่ืองแกว้ กห็ นักหนา
ชมพลางยา่ งเยื้องชาเลอื งมา เปดิ มุ้งเห็นหน้าแมว่ นั ทอง
น่ิงนอนอยบู่ นเตยี งเคียงขุนชา้ ง มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง
เจบ็ ใจดังหวั ใจจะพงั พอง ขยบั จอ้ งดาบง่าอยากฆ่าฟนั

จะใคร่ถบี ขุนชา้ งท่ีกลางตัว ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๑
พลางนัง่ ลงนอบนบอภวิ ันท์
โอแ้ มเ่ จา้ ประคณุ ของลูกเอ๋ย นึกกลัวจะถูกแมว่ ันทองนน่ั
เวรกรรมนาไปไมร่ ง้ั รอ สะอ้นื อ้นั อกแค้นน้าตาคลอ
มนั ไปฉุดมารดาเอามาไว้ ไมค่ วรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
ที่ทาแคน้ กจู ะแทนให้ทนั ตา มิพอทจ่ี ะตอ้ งพรากก็จากมา
เป่าลงด้วยพระเวทวทิ ยา อา้ ยหัวใสขม่ เหงไม่เกรงหนา้
ดาบใสฝ่ กั ไว้ไมเ่ คล่ือนคลาย ขอษมาแม่แล้วก็ขบั พราย
มารดาก็ฟ้ืนต่ืนโดยง่าย
วันทองร้สู กึ กายก็ลมื ตา ฯ

๏ ครานัน้ จงึ โฉมเจ้าวันทอง ตอ้ งมนต์มวั หมองเปน็ หนกั หนา
ต่ืนพลางทางชาเลอื งนยั นต์ ามา เห็นลกู ยานัน้ ยนื อย่รู ิมเตยี ง
สาคญั คิดว่าผรู้ า้ ยใหน้ ึกกลวั กอดผัวรอ้ งดน้ิ จนส้ินเสียง
ซวนซบหลบลงมาหมอบเมยี ง พระหมนื่ ไวยเขา้ เคียงห้ามมารดา
อะไรแม่แซ่รอ้ งทง้ั ห้องนอน ลูกร้อนราคาญใจจงึ มาหา
จะร้องไยใช่โจรผรู้ ้ายมา สนทนาด้วยลกู อยา่ ตกใจ ฯ
ครั้นร้วู า่ ลูกยาหากลวั ไม่
๏ ครานัน้ วนั ทองผ่องโสภา พระหมน่ื ไวยเข้ากอดเอาบาทา
ลุกออกมาพลนั ด้วยทันใด ซบพกั ตรร์ ้องไหไ้ ม่เงยหน้า
วันทองประคองสอดกอดลูกรัก เขารักษาอยู่ทุกแหง่ ตาแหน่งใน
เจา้ มาไยปานนีน้ ีล่ ูกอา พอ่ ชา่ งลอบเขา้ มากะไรได้
ใสด่ าลบา้ นช่องกองไฟรอบ น่ีพ่อใช้ฤๅวา่ เจา้ มาเอง
อาจองทะนงตัวไม่กลัวภัย เขาจะรุกรานพาลข่มเหง
ขนุ ชา้ งตนื่ ข้ึนมิเปน็ การ ฉวยสบเพลงพลาดพล้ามิเป็นการ
จะเกดิ ผดิ แมค่ ิดคะนึงเกรง พ่อจงเลา่ แก่แม่แล้วกลับบ้าน
มธี รุ ะส่งิ ไรในใจเจา้ อย่าหาญเหมือนพอ่ นักคะนองใจ ฯ
มิควรทาเจ้าอย่าทาใหร้ าคาญ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๒

๏ จมื่นไวยสารภาพกราบบาทา ลกู มาผิดจริงหาเถียงไม่

รกั ตัวกลัวผดิ แตค่ ิดไป ก็หักใจเพราะรักแมว่ ันทอง

ทุกวนั นลี้ ูกชายสบายยศ พรอ้ มหมดเมยี ม่ิงก็มีสอง

มีบา่ วไพร่ใช้สอยทง้ั เงนิ ทอง พ่ีนอ้ งขา้ งพ่อกบ็ ริบูรณ์

ยังขาดแต่แมค่ ุณไม่แลเหน็ เปน็ อยกู่ เ็ หมือนตายไปหายสูญ

ข้อนี้ที่ทุกขย์ ังเพ่ิมพนู ถ้าพร้อมมลู แม่ด้วยจะสาราญ

ลูกมาหมายว่าจะมารับ เชญิ แมว่ ันทองกลบั คืนไปบา้ น

แม้นจะบงั เกดิ เหตเุ ภทพาล ประการใดกต็ ามแตเ่ วรา

มาอยู่ไยกบั ไอห้ ินชาติ แสนอุบาทวใ์ จจิตริษยา

ดังทองคาทาเลี่ยมปากกะลา หน้าตาดาเหมือนมนิ หม้อมอม

เหมอื นแมลงวนั วอ่ นเคล้าท่เี น่าช่วั มาเกลอื กกลั้วปทุมาลย์ท่หี วานหอม

ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านักแม่จะตรอมระกาใจ

แม่เลีย้ งลูกมาถงึ เจ็ดขวบ เคราะหป์ ระจวบจากแมห่ าเห็นไม่

จะคดิ ถึงลกู บ้างฤๅอยา่ งไร ฤๅหาไมใ่ จแม่ไม่คดิ เลย

ถา้ คิดเหน็ เอ็นดูว่าลูกเตา้ แมท่ ูนเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย

ให้ลูกคลายอารมณ์ไดช้ มเชย เหมือนเม่ือคร้งั แมเ่ คยเลยี้ งลูกมา ฯ

๏ คราน้นั จงึ โฉมเจา้ วนั ทอง เศรา้ หมองด้วยลูกเปน็ หนักหนา
พ่อพลายงามทรามสวาดขิ องแม่อา แม่โศกาเกอื บเจียนจะบรรลัย
ใช่จะอม่ิ เอบิ อาบด้วยเงินทอง มใิ ชข่ องตัวทามาแต่ไหน
ทง้ั ผคู้ นช้างมา้ แลข้าไท ไมร่ ักใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม
ทกุ วนั นี้ใช่แมจ่ ะผาสุก มีแต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหนบ็ หนาม
ต้องจาจนทนกรรมท่ตี ิดตาม จะขนื ความคดิ ไปกใ็ ชท่ ี
เมือ่ พอ่ เจา้ เขา้ คุกแม่ทอ้ งแก่ เขาฉุดแม่ใช่จะแกลง้ แหนงหนี
ถึงพ่อเจ้าเลา่ ไม่รวู้ ่ารา้ ยดี เปน็ หลายปีแม่มาอยูก่ ับขนุ ชา้ ง

เมือ่ พอ่ เจ้ากลับมาแตเ่ ชียงใหม่ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๓
เมื่อคราวตวั แม่เปน็ คนกลาง
เจ้าเปน็ ถึงหัวหม่นื มหาดเล็ก ไม่เพ็ดทลู สิง่ ไรแตส่ กั อย่าง
จงเรง่ กลับไปคิดกบั บิดา ทา่ นก็วางบทคนื ใหบ้ ดิ า
พระองค์คงจะโปรดประทานให้ มใิ ช่เด็กดอกจงฟังคาแมว่ า่
อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
จะปรากฏยศไกรเฉิดฉนั
เชน่ น้ันใจแม่มิเต็มใจ ฯ

๏ ครานนั้ จงึ โฉมเจ้าพลายงาม ฟงั ความเห็นวา่ แม่หาไปไม่
คดิ บา่ ยเบีย่ งเลย่ี งเลี้ยวเบีย้ วบิดไป เพราะรักไอ้ขนุ ชา้ งกว่าบดิ า
จึงว่าอนิจจาลกู มารบั แม่ยังกลบั ทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไมม่ รี ักใคร่ในลูกยา อตุ สา่ ห์มารับแลว้ ยงั มิไป
เสยี แรงเป็นลูกผชู้ ายไม่อายเพ่ือน จะพาแมไ่ ปเรือนใหจ้ งได้
แมน้ มไิ ปใหง้ ามก็ตามใจ จะบาปกรรมอยา่ งไรก็ตามที
จะตดั เอาศรี ษะของแม่ไป ท้งิ แต่ตวั ไวใ้ ห้อย่นู ี่
แมอ่ ยา่ เจรจาใหช้ ้าที จวนแจ้งแสงศรีจะรบี ไป ฯ

๏ ครานนั้ วันทองผ่องโสภา เห็นลกู ยากดั ฟนั มันไส้
ถอื ดาบฟา้ ฟน้ื ยืนแกว่งไกว ตกใจกลัวว่าจะฆ่าฟัน
จึงปลอบว่าพลายงามพ่อทรามรกั อยา่ ฮึกฮักวา้ วุ่นทาหนุ หัน
จงครวญใครใ่ ห้เห็นขอ้ สาคญั แมน่ ีพ้ รนั่ กลัวแต่จะเกดิ ความ
ดว้ ยเปน็ ข้าลกั ไปไทลักมา เหน็ เบอื้ งหน้าจะองึ แมจ่ งึ ห้าม
ถ้าเหน็ เจ้าเปน็ สุขไม่ลกุ ลาม กต็ ามเถดิ มารดาจะคลาไคล
วา่ พลางนางลุกออกจากห้อง เศรา้ หมองโศกาน้าตาไหล
พระหม่ืนไวยก็พามารดาไป พอรุง่ แจง้ แสงใสก็ถึงเรือน ฯ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๔

๏ จะกล่าวถงึ เจา้ จอมหม่อมขุนช้างนอนครางหลบั กรนอยู่ปน่ เป้ือน

อัศจรรยฝ์ ันแปรแชเชือน ว่าข้ีเรอื้ นขึน้ ตวั ทว่ั ทั้งน้ัน

หาหมอมารักษายาเข้าปรอท มันกนิ ปอดตับไตออกไหลล่ัน

ทั้งไส้นอ้ ยไสใ้ หญ่แลไสต้ ัน ฟนั ฟางกห็ กั จากปากตัว

ตกใจต่นื ผวาควา้ วนั ทอง รอ้ งว่าแม่คุณแม่ช่วยผัว

ลกุ ขึน้ งกงนั ตัวส่ันรัว ใหน้ กึ กลวั ปรอทจะตอดตาย

ลืมตาเหลยี วหาเจ้าวนั ทอง ไม่เหน็ น้องหอ้ งสวา่ งตะวนั สาย

ผา้ ผอ่ นล่อนแกน่ ไม่ติดกาย เห็นม่านขาดเร่ยี รายประหลาดใจ

ตะโกนเรียกในหอ้ งวันทองเอ๋ย หาขานรับเชน่ เคยสกั คาไม่

ทง้ั ข้าวของมากมายกห็ ายไป ปากประตเู ปิดไว้ไมใ่ สก่ ลอน

พลางเรยี กหาข้าไทอยวู่ ้าวุน่ อีอนุ่ อีอ่ิมอีฉมิ อีสอน

อีมีอีมาอีสาคร นิง่ นอนไยหวามาหากู

บา่ วผู้หญงิ ว่ิงไปอยู่งกงนั เห็นนายนน้ั แกผ้ ้ากางขาอยู่

ต่างคนทรุดน่ังบังประตู ตกตะลงึ แลดูไม่เขา้ มา

ขนุ ช้างเหน็ ขา้ ไมม่ าใกล้ ขัดใจลุกข้ึนท้ังแกผ้ ้า

แหงนเถอ่ เปอ้ ปังยนื จงั กา้ ยา่ งเท้ากา้ วมาไมร่ ู้ตัว

ยายจันงนั งกยกมอื ไหว้ น่ันพอ่ จะไปไหนพ่อทนู หัว

ไม่น่งุ ผอ่ นนุ่งผา้ ดนู า่ กลัว ขนุ ช้างมองดตู ัวก็ตกใจ

สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต ใครมาเทศนเ์ อาผา้ กูไปไหน

ใหน้ กึ อดสูหมู่ขา้ ไท ยายจนั ไปเอาผ้าให้ข้าที

ยายจันตกใจเตม็ ประดา เขา้ ไปฉวยผา้ เอามาคลี่

หยิบยืน่ สง่ ไปให้ทันที เมินหนอี ดสไู ม่ดนู าย

ขนุ ชา้ งตวั สน่ั ทาวบอกบ่าวไพร่ วันทองไปไหนอยา่ งไรหาย

เอง็ ไปดใู หร้ ู้ซ่ึงแยบคาย พบแล้วอยา่ วุน่ วายให้เชญิ มา ฯ

๏ ข้าไทได้ฟังขุนชา้ งใช้ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๕
ท้ังห้องนอกห้องในไม่พบพา
เหน็ ประตูรั้วบ้านบานเปดิ กว้าง ต่างเทีย่ วคน้ ดน้ ไปจะเอาหน้า
เสาแรกแตกต้นเปน็ มลทนิ ท่ัวเคหาแล้วไปค้นจนแผ่นดิน
บอกวา่ ได้ค้นควา้ หาพบไม่ ผู้คนนอนสล้างไม่ตืน่ ส้ิน
ขา้ เห็นวปิ รติ ผิดท่าทาง กินใจกลบั มาหาขนุ ชา้ ง
แล้วเลา่ แจ้งเหตุไปส้นิ ทุกอย่าง
ท่ีนวลนางวนั ทองนัน้ หายไป ฯ

๏ คราน้ันขุนชา้ งฟังบ่าวบอก เหง่อื ออกโซมลา้ นกระบานใส
คิดคิดให้แคน้ แสนเจบ็ ใจ ชา่ งทาได้ตา่ งตา่ งทุกอยา่ งจรงิ
สองหนสามหนกน่ แต่หนี พลั้งทลี งไมร่ อดนางยอดหญิง
คราวนน้ั อ้ายขุนแผนมันแง้นชิง นค่ี ราวน้ีหนวี งิ่ ไปตามใคร
ไม่คิดว่าจะเปน็ เหน็ ว่าแก่ ยังสาระแนหลบลีห้ นไี ปไหน
เอาเถดิ เปน็ ไรก็เป็นไป ไม่เอากลับมาไดม้ ิใชก่ ู ฯ

๏ จะกลา่ วถงึ โฉมเจา้ พลายงาม เกรงเน้อื ความนั่งนึกตรึกตรองอยู่
อา้ ยขนุ ช้างสารพัดเปน็ ศัตรู ถา้ มนั รวู้ ่าลกั เอาแม่มา
มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ ไปกราบทูลสมเดจ็ พระพันวษา
ดจู ะระแวงผิดในกิจจา มารดากจ็ ะต้องซึง่ โทษภยั
คิดแลว้ เรยี กหมน่ื วิเศษผล เอ็งเป็นคนเคยชอบอชั ฌาสยั
จงไปบ้านขนุ ช้างดว้ ยทนั ใด ไกล่เกลยี่ เสียอย่าให้มนั โกรธา
บอกวา่ เราจบั ไข้มาหลายวนั เกรงแม่จะไมท่ นั มาเห็นหนา้
เมอื่ คนื นี้ซ้ามีอันเปน็ มา เราใชค้ นไปหาแม่วันทอง

พอขณะมารดามาส่งทุกข์ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๖
จึงรีบมาเรว็ ไวดงั ใจปอง
ไมต่ ายคลายคนื ฟ้นื ขน้ึ ได้ ร้องปลุกเขา้ ไปถงึ ในห้อง
แตพ่ อใหเ้ คลื่อนคลายหลายเวลา รักษาจนแสงทองสวา่ งฟา้
กูขอแม่ไวพ้ อเห็นหน้า
จึงจะสง่ มารดานน้ั คืนไป ฯ

๏ หมื่นวเิ ศษรบั คาแล้วอาลา รบี มาบ้านขนุ ชา้ งหาชา้ ไม่
ครั้นถึงแอบดูอยแู่ ต่ไกล เห็นผูค้ นขวักไขว่ทัง้ เรือนชาน
ขนุ ชา้ งนัง่ เยี่ยมหนา้ ตา่ งเรือน ดูหน้าเฝอ่ื นทีโกรธอยู่งุ่นงา่ น
จะด้อื เดินเขา้ ไปไมเ่ ปน็ การ คิดแล้วลงคลานเข้าประตู ฯ

๏ คราน้นั เจา้ จอมหม่อมขนุ ช้าง น่งั คาหน้าต่างเยยี่ มหน้าอยู่

เหน็ คนคลานเขา้ มาเหลอื บตาดู นี่มาล้อหลอกกูฤๅอย่างไร

อะไรพอสวา่ งวางเข้ามา เดก็ หวาจับถองให้จงได้

ลกุ ขึน้ ถกเขมรร้องเกนไป ทดุ อ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี ฯ

๏ คราน้ันวเิ ศษผลคนว่องไว ยกมอื ขน้ึ ไหว้ไมว่ ิ่งหนี
รอ้ งตอบไปพลันในทันที คนดีดอกขา้ ไหว้ใชค่ นพาล
ข้าพเจ้าเป็นบ่าวพระหมื่นไวย เปน็ ขุนหมนื่ รับใช้อยู่ในบา้ น
ท่านใช้ใหก้ ระผมมากราบกราน ขอประทานคนื นพี้ ระหม่ืนไวย
เจ็บจกุ ปจั จุบันมีอันเป็น แก้ไขกเ็ ห็นหาหายไม่
ร้องโอดโดดดน้ิ เพยี งส้ินใจ จงึ ใชใ้ ห้ตัวขา้ มาแจ้งการ
พอพบท่านมารดามาส่งทุกข์ ขา้ พเจ้าร้องปลุกไปในบ้าน
จะกลับข้ึนเคหาเห็นชา้ นาน ท่านจึงรีบไปในกลางคืน
พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้ คุณอย่าสงสัยว่าไปอนื่
ใหค้ ามั่นส่ังมาวา่ ย่ังยนื พอหายเจ็บแล้วจะคืนไมน่ อนใจ ฯ

๏ ครานนั้ ขุนชา้ งได้ฟงั วา่ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๗
ดบั โมโหโกรธาทาวา่ ไป
การไข้เจบ็ ล้มตายไมว่ ายเวน้ แค้นดงั เลือดตาจะหลง่ั ไหล
ถา้ ขดั สนส่งิ ไรที่ไมม่ ี เราก็ไม่วา่ ไรสดุ แตด่ ี
วา่ แล้วปิดบานหน้าต่างผาง ประจบุ นั อนั เป็นทั้งกรุงศรี
ทอดตวั ลงกับหมอนถอนฤทัย กม็ าเอาทน่ี ี่อยา่ เกรงใจ
เพราะกแู พ้ความจมน่ื ไวย ขุนช้างเดือดดาลทะยานไส้
พ่อลกู แมล่ ูกถกู ทานอง ดดู เู๋ ปน็ ไดเ้ จยี ววนั ทอง
อา้ ยพ่อไปเชยี งใหม่มชี ัยมา มนั จงึ เหิมใจทาจองหอง
อา้ ยลูกเป็นหมน่ื ไวยทาไมมี ถึงสองคร้งั แลว้ เปน็ แตเ่ ช่นนี้
มันจงึ ข่มเหงไม่เกรงใจ ต้ังตวั ดังพระยาราชสหี ์
ขนุ นางน้อยใหญเ่ กรงใจกนั เห็นกนู ี้คนผิดตดิ โทษทัณฑ์
ตามบุญตามกรรมไดท้ ามา จะพง่ึ พาใครได้ทไี่ หนน่นั
ย่ิงคิดเดือดดาลทะยานใจ ถงึ ฟ้องมนั ก็จะปิดให้มิดไป
รา่ งฟ้องท่องเทยี บให้เรียบรอ้ ย จะเฆย่ี นฆ่าหาคิดชีวติ ไม่
ลงกระดาษพับไว้มไิ ด้ช้า ฉวยไดก้ ระดานชนวนมา
วนั น้นั พอพระป่ินนรนิ ทร์ราช ถอ้ ยคาถีถ่ ้วนเปน็ หนักหนา
ขนุ ช้างมาถึงซึ่งวงั ใน อาบน้าผลดั ผ้าแล้วคลาไคล
เสด็จประพาสบัวยังหากลับไม่
ก็คอยจ้องท่ีใต้ตาหนักน้า ฯ

๏ จะกล่าวถงึ พระองคผ์ ู้ทรงเดช เสดจ็ คืนนเิ วศน์พอจวบคา่

ฝีพายรายเล่มมาเต็มลา เรอื ประจาแหนแห่เซง็ แซม่ า

พอเรือพระที่นัง่ ประทับที่ ขุนชา้ งก็รีล่ งตีนท่า

ลอยคอชหู นงั สือดื้อเขา้ มา ผุดโผลโ่ งหนา้ ยึดแคมเรือ

เข้าตรงบโทนอ้นตน้ กัญญา เพอื่ นโขกลงด้วยกะลาวา่ ผีเสื้อ

มหาดเลก็ อยู่งานพัดพลัดตกเรือ ร้องวา่ เสือตัวใหญ่ว่ายน้ามา

ขนุ ชา้ งดงึ ด้ือมอื ยึดเรือ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๘
สูต้ ายขอถวายซึ่งฎีกา
มิใชเ่ สอื กระหม่อมฉานล้านเกศา
แคน้ เหลอื ปญั ญาจะทานทน ฯ

๏ ครานั้นสมเดจ็ พระพนั วษา ทรงพระโกรธาโกลาหล
ทุดอา้ ยจัญไรมิใช่คน บนบกบนฝั่งดังไมม่ ี
ใช่ที่ใช่ทางวางเขา้ มา ฤๅอ้ายช้างเป็นบ้ากระมังนี่
เฮ้ยใครรบั ฟอ้ งของมันที ตีเสียสามสิบจึงปล่อยไป
มหาดเลก็ กร็ บั เอาฟ้องมา ตารวจควา้ ขนุ ชา้ งหาวางไม่
ลงพระราชอาญาตามวา่ ไว้ พระจงึ ใหต้ ง้ั กฤษฎกี า
วา่ ตงั้ แตว่ ันน้สี ืบต่อไป หนา้ ทข่ี องผู้ใดใหร้ ักษา
ถา้ ประมาทราชการไม่นาพา ปล่อยใหใ้ ครเข้ามาในลอ้ มวง
ระวางโทษเบด็ เสร็จเจ็ดสถาน ถงึ ประหารชีวิตเปน็ ผยุ ผง
ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ แล้วลงจากพระทีน่ ง่ั เข้าวังใน ฯ

๏ จะกลา่ วถึงขุนแผนแสนสนิท เรอื งฤทธิฦๅจบพภิ พไหว
อยู่บ้านสุขเกษมเปรมใจ สมสนทิ พิสมยั ด้วยสองนาง
ลาวทองกบั เจา้ แกว้ กิริยา ปรนนบิ ัติวัตถาไม่ห่างข้าง
เพลดิ เพลนิ จาเริญใจไม่เวน้ วาง คืนน้ันในกลางซึ่งราตรี
นางแกว้ ลาวทองท้ังสองหลบั ขุนแผนกลบั ผวาตื่นฟ้นื จากที่
พระจนั ทรจรแจ่มกระจา่ งดี พระพายพัดมาลีตรลบไป
คิดคะนงึ ถงึ มิตรแต่ก่อนเกา่ นิจจาเจา้ เหนิ ห่างร้างพิสมยั
ถึงสองครัง้ ตง้ั แต่พรากจากพไ่ี ป ดังเดด็ ใจจากร่างก็ราวกัน
กกู ็ชวั่ มัวรกั แต่สองนาง ละวางใหว้ ันทองน้องโศกศลั ย์
เมอ่ื ตีได้เชยี งใหม่ก็โปรดครัน จะเพ็ดทลู คราวน้นั ก็คลอ่ งใจ
สารพดั ทจ่ี ะว่าได้ทุกอย่าง อา้ ยขนุ ชา้ งไหนจะโตจ้ ะตอบได้

ไมค่ วรเลยเฉยมาไม่อาลัย ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๒๙
จากจู ะไปสู่สวาดนิ ้อง
คดิ พลางจดั แจงแต่งกายา บัดนี้เล่าเจ้าไวยไปรับมา
ออกจากห้องย่องเดินดาเนนิ มา เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหา
เข้าห้องวันทองในทันใด นา้ อบทาหอมฟุ้งจรุงใจ
ลดตัวลงน่ังข้างวันทอง ถึงเรอื นลกู ยาหาชา้ ไม่
สน่ั ปลุกลุกขึน้ เถิดน้องอา เหน็ นางหลับใหลนง่ิ นทิ รา
เตอื นต้องด้วยความเสนหา
พม่ี าหาแลว้ อย่านอนเลย ฯ

๏ นางวนั ทองตน่ื อยูร่ ู้สึกตัว หมายใจว่าผัวกท็ าเฉย
น่งิ ดูอารมณ์ท่ชี มเชย จะรักจรงิ ฤๅจะเปรยเปน็ จาใจ
แตน่ ิ่งดูกริ ิยาเปน็ ช้านาน หาวา่ ขานโตต้ อบอยา่ งไรไม่
ทงั้ รกั ท้งั แคน้ แนน่ ฤทัย ความอาลยั ปัน่ ปว่ นยวนวิญญาณ์ ฯ

๏ โอเ้ จ้าแก้วแววตาของพี่เอ๋ย เจ้าหลบั ใหลกะไรเลยเป็นหนักหนา
ดังน่มิ น้องหมองใจไมน่ าพา ฤๅขัดเคืองคดิ ว่าพี่ทอดทง้ิ
ความรกั หนักหนว่ งทรวงสวาดิ พไ่ี ม่คลาศคลายรกั แตส่ ักส่งิ
เผอญิ เปน็ วิปริตพีผ่ ดิ จริง จะนอนนิง่ ถอื โทษโกรธอยู่ไย
ว่าพลางเอนแอบลงแนบขา้ ง จบู พลางชวนชิดพสิ มัย
ลูบไลพ้ ิไรปลอบให้ชอบใจ เปน็ ไรจงึ ไม่ฟนื้ ตนื่ นิทรา ฯ

๏ เจ้าวันทองนอ้ งตืน่ จากท่ีนอน โอนอ่อนวอนไหวพ้ ิไรว่า

หม่อมน้อยใจฤๅที่ไมเ่ จรจา ใช่ตัวข้านีจ้ ะงอนค่อนพิไร

ชอบผดิ พ่อจงคิดคะนึงตรอง อนั ตวั น้องมลทนิ หาสิ้นไม่

ประหนึง่ ว่าวันทองนี้สองใจ พบไหนก็เปน็ แต่เช่นนัน้

ที่จริงใจถงึ ไปอยู่เรือนอน่ื คงคิดคืนทห่ี ม่อมเป็นแมน่ มนั่

ด้วยรักลูกรักผวั ยังพวั พัน ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๐
แคน้ คิดด้วยมติ รไมร่ ักเลย
เสียแรงรว่ มทกุ ข์ยากกันกลางไพร คราวน้ันกไ็ ปอยเู่ พราะจาใจ
พอไดด้ มี ีสุขลืมทุกข์ยาก ยามมที ่ีเชยเฉยเสียได้
วา่ นักก็เครื่องเคืองระคาย กนิ ผลไม้ตา่ งข้าวทกุ เพรางาย
กเ็ พราะหากหมอ่ มมีซง่ึ ทห่ี มาย
เอ็นดนู ้องอยา่ ให้อายเขาอกิ เลย ฯ

๏ พ่ผี ดิ จริงแล้วเจ้าวันทองเหมอื น ลมื น้องหลงเลอื นทาเชอื นเฉย

ใช่จะเพลิดเพลินชืน่ เพราะอ่ืนเชย เงยหน้าเถดิ จะเลา่ อย่าเฝา้ แค้น

เมื่อตดิ คกุ ทุกข์ถึงเจา้ ทุกเชา้ ค่า ต้องกลนื กลา้ โศกเศร้านัน้ เหลอื แสน

ซ้าขนุ ช้างคิดคดทาทดแทน มันดแู คลนว่าพน่ี ย้ี ากยับ

อาลัยเจา้ เท่ากบั ดวงชวี ติ พี่ คดิ จะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ

เกรงจะพากนั ผิดเขา้ ตดิ ทบั แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชยี งอนิ ท์

กลบั มาหมายว่าจะไปตาม พอเจา้ ไวยเป็นความก็ค้างสนิ้

หวั อกใครได้แคน้ ในแผ่นดนิ ไมเ่ ดือดด้นิ เทา่ พ่ีกบั วนั ทอง

คิดอยู่วา่ จะทลู พระพนั วษา เหน็ ชา้ กว่าจะได้มาร่วมหอ้ ง

จะเป็นความอิกก็ตามแตท่ านอง จงึ ให้ลกู รบั น้องมารว่ มเรือน

จะเปน็ ตายงา่ ยยากไม่ยากรัก จะฟูมฟักเหมอื นเมื่ออยู่ในกลางเถือ่ น

ขอโทษทพี่ ่ผี ดิ อยา่ บดิ เบือน เจ้าเพือ่ นเสนหาจงอาลยั

พผ่ี ิดพี่กม็ าลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน

ความรกั พย่ี งั รักระงมใจ อยา่ ตัดไมตรีตรงึ ให้ตรอมตาย

วา่ พลางทางแอบเขา้ แนบอก ประคองยกของสาคญั ม่ันหมาย

เจา้ เนอ้ื ทิพหยิบชืน่ อารมณช์ าย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ฯ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๑

๏ ใจน้องมใิ ห้หมองอารมณ์หมอ่ ม ไมต่ ดั ใจให้ตรอมเสนหา

ถา้ ตดั รกั หักใจแลว้ ไม่มา หมอ่ มอย่าวา่ เลยวา่ ฉนั ไม่คืนคิด

ถงึ ตัวไปใจยงั นับอยูว่ า่ ผัว น้องน้กี ลวั บาปทับเมอ่ื ดับจติ

หญิงเดยี วชายครองเปน็ สองมิตร ถ้ามปิ ลดิ เสยี ใหเ้ ปล้ืองไม่ตามใจ

คราวนน้ั เม่อื ตามไปกลางป่า หนา้ ดาเหมอื นหนงึ่ ทามนิ หม้อไหม้

ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เขาฉดุ ไปเหมือนลงทะเลลกึ

เจา้ พลายงามตามรับเอากลบั มา ทนี ห้ี น้าจะดาเป็นน้าหมกึ

กาเริบใจด้วยเจา้ ไวยกาลงั ฮึก จะพาแม่ตกลึกให้จาตาย

มใิ ช่หนุม่ ดอกอย่ากลมุ้ กาเริบรัก เอาความผดิ คิดหักใหเ้ หอื ดหาย

ถ้ารักน้องป้องปิดใหม้ ิดอาย ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน

ไปเพด็ ทูลเสยี ใหท้ ูลกระหม่อมแจ้ง นอ้ งจะแต่งบายศรไี วเ้ ชญิ ขวญั

ไมพ่ ักวอนดอกจะนอนอยู่ดว้ ยกนั ไมเ่ ช่นน้นั ฉันไม่เลยจะเคยตัว ฯ

๏ นิจจาใจเจ้าจะให้พีเ่ จบ็ จติ ร ดังเอากฤชแกระกรีดในอกผัว
เกรงผดิ คิดบาปจึงหลาบกลัว พ่ีนชี้ ั่วเพราะหมนิ่ ประมาทความ
อืน่ ไกลไหนพจี่ ะละเล่า น่เี จ้าว่าดอกจะย้ังไว้ฟังห้าม
เสียแรงมาว่าวอนจงผอ่ นตาม อยา่ หวงห้ามเสนหาใหช้ า้ วนั
วา่ พลางคลงึ เคล้าเขา้ แนบข้าง จบู พลางทางปลอบประโลมขวญั
ก่ายกอดสอดเก่ียวพัลวัน วันทองกั้นกดี ไว้ไมต่ ามใจ
พลกิ ผลักชักชวนใหช้ ่นื ชดิ เบอื นบดิ แบง่ รักหารว่ มไม่
สยดสยองพองเสียวแสยงใจ พระพายพัดมาลยั ตรลบลอย
แมลงภู่เฝา้ เคลา้ ไมใ้ นไพรชัฏ ไม่เบกิ บานก้านกลดั เกสรสรอ้ ย
บันดาลคงคาทิพกะปริบกะปรอย พรมพร้อยท้องฟา้ นภาลัย
อสนคี รืน้ ครน่ั สน่นั ก้อง นา้ ฟ้าหาต้องดอกไม้ไม่
กระเซน็ รอบขอบสระสมุทไท หววิ ใจแล้วก็หลับกบั เตยี งนอน ฯ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๒

๏ ครัน้ เวลาดกึ กาดดั สงัดเงียบ ใบไมแ้ ห้งแกร่งเกรียบระรบุ รอ่ น
พระพายโชยเสาวรสขจายจร พระจนั ทรแจ่มแจง้ กระจา่ งดวง
ดุเหว่าเรา้ เสียงสาเนยี งกอ้ ง ระฆังฆอ้ งขานแขง่ ในวงั หลวง
วันทองนอ้ งนอนสนิททรวง จติ รงว่ งระงับส่ภู วังค์
ฝนั ว่าพลดั ไปในไพรเถอ่ื น เล่อื นเปือ้ นไม่ร้ทู ่จี ะกลับหลงั
ลดเลี้ยวเท่ียงหลงในดงรัง ยงั มีพยัคฆร้ายมาราวี
ท้งั สองมองหมอบอยรู่ มิ ทาง พอนางดนั้ ป่ามาถงึ ท่ี
โดดตะครุบคาดคั้นในทนั ที แลว้ ฉุดครา่ พารี่ไปในไพร
สนิ้ ฝนั คร้นั ตืน่ ตกประหม่า หวีดผวากอดผวั สะอนื้ ไห้
เลา่ ความบอกผัวดว้ ยกลวั ภยั ประหลาดใจน้องฝันพร่ันอรุ า
ใตเ้ ตยี งเสียงหนกู ็กกุ กก แมลงมมุ ทมุ่ อกทีร่ ิมฝา
ยง่ิ หวาดหวั่นพร่นั ตัวกลัวมรณา ดังวิญญาณน์ างจะพรากไปจากกาย ฯ

๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิท ฟงั ความตามนมิ ิตกใ็ จหาย
คร้ังนนี้ ่าจะมีอนั ตราย ฝันร้ายสาหัสตดั ตารา
พิเคราะห์ดูทงั้ ยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเปน็ หนักหนา
มริ ทู้ ่จี ะแถลงแจ้งกจิ จา กอดเมียเมนิ หน้าน้าตากระเด็น
จงึ แกล้งเพทุบายทานายไป ฝันอย่างน้ีมใิ ช่จะเกดิ เข็ญ
เพราะวติ กหมกไหม้จงึ ไดเ้ ป็น เนอ้ื เย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์
พรุ่งน้ีพ่จี ะแกเ้ สนียดฝัน แลว้ ทามงิ่ สง่ิ ขวัญใหเ้ ป็นสุข
มใิ ห้เกดิ ราคกี ลยี ุค อย่าเป็นทุกขเ์ ลยเจา้ จงเบาใจ ฯ

๏ คร้ันว่ารุง่ สางสวา่ งฟา้ สุริยาแย้มเย่ียมเหล่ยี มไศล
จะกล่าวถึงพระองคผ์ ู้ทรงชยั เนาในพระที่นั่งบลั ลังกร์ ัตน์
พร้อมดว้ ยพระกานัลนักสนม หมอบประนมเฝา้ แหนแนน่ ขนัด

ประจาต้ังเคร่ืองอานอย่งู านพัด ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๓
แสนถอ่ ยใครจะถอ่ ยเหมือนมันบ้าง
เวยี นแต่เปน็ ถ้อยความไม่ขา้ มคนื ทรงเคืองขดั ขุนช้างแต่กลางคืน
คราวนั้นฟอ้ งกันดว้ ยวนั ทอง ทกุ อย่างท่ีจะชวั่ อา้ ยหัวลืน่
ดารพิ ลางทางเสดจ็ ยาตรา นา้ ยืนหยง่ั ไม่ถงึ ยงั ดงึ มา
พระสตู รรูดกรา่ งกระจา่ งองค์ นี่มนั ฟ้องใครอิกไอช้ าติข้า
ทั้งหนา้ หลงั เบยี ดเสยี ดเยยี ดยัด ออกมาพระท่ีน่ังจักรพรรดิ
ทอดพระเนตรมาเห็นขุนชา้ งเฝ้า ขุนนางกราบราบลงเปน็ ขนดั
พระหมนื่ ศรีถวายพลันในทันใด หมอบอดั ถัดกันเปน็ หลั่นไป
พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา เออใครเอาฟ้องมนั ไปไวไ้ หน
มันเคย่ี วเขญ็ ทาเป็นอย่างไรกัน รบั ไวค้ ล่ที อดพระเนตรพลัน
ราวกบั ไม่มีหญิงเฝา้ ชงิ กนั ก็โกรธาเคอื งขุ่นหุนหัน
รูปอา้ ยช้างชั่วชา้ ตาแบ้งแบว อวี ันทองคนเดียวไมร่ แู้ ลว้
ใครจะเอาเป็นผัวเขากลวั อาย ฤๅอีวันทองนน้ั มันมแี ก้ว
คราวนั้นเปน็ ความกูถามซัก ไม่เห็นแววท่ีว่ามนั จะรกั
วันทองกูสิให้กบั ไอ้แผน หวั หูดเู หมอื นควายทตี่ กปลัก
จมืน่ ศรไี ปเอาตัวมันมาพลนั ตกหนกั อย่กู บั เถ้าศรีประจัน
ไยแล่นมาอยกู่ ับอ้ายช้างนัน่
๏ ฝา่ ยพระหมื่นศรีได้รับสง่ั ทั้งวนั ทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
ส่งั เวรกรมวงั ในทันใด ถอยหลังออกมาไม่ชา้ ได้
ขนึ้ ไปบนเรือนพระหม่นื ไวย ตารวจในว่ิงตะบึงมาถงึ พลนั
ขุนชา้ งฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์ แจง้ ขอ้ รบั ส่งั ไปขมขี มนั
ให้หาท้ังสามทั่นน้ันเข้าไป ฯ

๏ ครานั้นวนั ทองเจ้าพลายงาม ได้ฟังความคร้ามครน่ั หวั่นไหว
ขนุ แผนเรยี กวันทองเขา้ ห้องใน ไมไ่ ว้ใจจึงเสกดว้ ยเวทมนตร์
สีขีผ้ ้งึ สีปากกินหมากเวท ซ่งึ วเิ ศษสารพัดแก้ขัดสน

น้ามนั พรายนา้ มนั จนั ทน์สรรเสกปน ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๔
แลว้ ทาผงอทิ ธเิ จเขา้ เจิมพักตร์
เสกกระแจะจวงจนั ทน์นา้ มนั ทา เคยคมุ้ ขงั บังตนแต่ไรมา
คนเห็นคนทักรกั ทุกหน้า
เสร็จแลว้ ก็พาวันทองไป ฯ

๏ ครานน้ั ทองประศรผี ู้มารดา คร้ันได้แจง้ กิจจาไมน่ ่ิงได้
เด็กเอย๋ วิง่ ตามมาไวไว ลงบนั ไดงันงกตกนอกชาน
พลายชุมพลกอดกน้ ทองประศรี กูมใิ ชช่ า้ งขี่ดอกลูกหลาน
ลุกขนึ้ โขยง่ โกง้ โคง้ คลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
ครน้ั ถึงย้งั อยปู่ ระตวู ัง ผรู้ ับสัง่ เร่งรดุ ไมห่ ยุดได้
ขนุ แผนวันทองพระหมน่ื ไวย เขา้ ไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ

๏ ครานั้นพระองคผ์ ูท้ รงเดช ป่นิ ปักนัคเรศเรืองศรี
เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานเี หมือนลูกในอุทร
ดว้ ยเดชะพระเวทวเิ ศษประสิทธิ เผอญิ คดิ รักใคร่พระทยั อ่อน
ตรัสถามอยา่ งความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดกู ่อนอีวนั ทอง
เมื่อมึงกลับมาแตป่ า่ ใหญ่ กูสใิ ห้ไอแ้ ผนประสมสอง
ครน้ั กขู ัดใจให้จาจอง ตัวของมึงไปอยูแ่ ห่งไร
ทาไมไม่อยู่กับอ้ายแผน แลน่ ไปอยู่กับอ้ายช้างใหม่
เดมิ มึงรักอ้ายแผนแลน่ ตามไป ครน้ั ยกใหส้ ิเตน้ กลับเลน่ ตัว
อยูก่ ับอ้ายชา้ งไมอ่ ยู่ได้ เกิดรังเกียจเกลยี ดใจด้วยชังหัว
ดูยักใหม่ย้ายเกา่ เฝา้ เปลย่ี นตัว ตกวา่ ชวั่ แล้วมึงไมไ่ ยดี ฯ

๏ ครานนั้ วันทองได้รบั สงั่ ละล้าละลังประนมก้มเกศี
หัวสยองพองพรน่ั ทันที ทูลคดพี ระองค์ผทู้ รงธรรม์
ขอเดชะละอองธลุ บี าท องค์หริรกั ษ์ราชรังสรรค์

เมอ่ื กระหม่อมฉันมาแต่อารัญ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๕
คร้นั อยู่มาขุนแผนต้องจาจอง
อยทู่ เ่ี คหาหน้าวดั ตะไกร ครัง้ นน้ั โปรดประทานขนุ แผนไป
มรี ับสัง่ โปรดปรานประทานให้ กระหม่อมฉนั มีท้องนนั้ เตบิ ใหญ่
ยื้อยุดฉุดคร่าทาสามานย์ ขุนชา้ งไปบอกว่าพระโองการ
ด้วยขนุ ชา้ งอา้ งวา่ รบั ส่ังให้ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ
จนใจจะมิไปกส็ ุดฤทธิ เพ่ือนบ้านจะช่วยกส็ ุดคิด
ใครจะขดั ขนื ไว้กก็ ลวั ผดิ
ชวี ิตอยใู่ ต้พระบาทา ฯ

๏ ครานั้นพระองคผ์ ูท้ รงภพ ฟงั จบกร้ิวขนุ ชา้ งเปน็ หนักหนา
มพี ระสงิ หนาทตวาดมา อา้ ยบา้ เย่อหย่ิงอ้ายลิงโลน
ตกว่ากูหาเป็นเจ้าชีวติ ไม่ มึงถือใจวา่ เปน็ เจ้าท่โี รงโขน
เป็นไมม่ ีอาญาสิทธคิ ดิ ดึงโดน เที่ยวทาโจรใจคะนองจองหองครนั
เลี้ยงมงึ ไม่ได้อา้ ยใจร้าย ชอบแต่เฆ่ียนสองหวายตลอดสัน
แล้วกลับความถามขา้ งวนั ทองพลัน เออเมื่อมันฉดุ คร่าพามึงไป
กช็ า้ นานประมาณไดส้ ิบแปดปี ครัง้ นี้ทาไมมึงจึงมาได้
น่มี ึงหนมี นั มาฤๅวา่ ไร ฤๅว่าใครไปรับเอามึงมา ฯ

๏ วันทองฟังถามให้คร้ามครนั่ บงั คมคลั ประนมกม้ เกศา
ขอเดชะพระองค์ทรงศกั ดา พระอาญาเป็นพ้นลน้ เกล้าไป
คร้งั นจ้ี มืน่ ไวยน้นั ไปรับ กระหม่อมฉันจึงกลับคนื มาได้
มิใชย่ ้อนยอกทานอกใจ ขุนแผนก็มิได้ประเวณี
แตม่ านั้นเวลาสกั สองยาม ขนุ ช้างจึงหาความว่าหลบหนี
ขอพระองคจ์ งทรงพระปรานี ชีวีอยู่ใต้พระบาทา ฯ

๏ ครานนั้ พระองคผ์ ทู้ รงเดช ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๖
อา้ ยหมนื่ ไวยทาใจอหังการ์
จะปรกึ ษาตราสินให้ไม่ได้ ฟงั เหตุขุ่นเคอื งเปน็ หนักหนา
ถา้ ฉวยเกดิ ฆา่ ฟนั กนั ล้มตาย ตกวา่ บา้ นเมืองไมม่ ีนาย
อวี ันทองกใู ห้ไอ้แผนไป จึงทาตามน้าใจเอาง่ายง่าย
ฉุดมนั ขึ้นช้างอา้ งถงึ กู อนั ตรายไพร่เมืองก็เคืองกู
ชอบตบใหส้ ลบลงกบั ท่ี อา้ ยชา้ งบงั อาจใจทาจู่ลู่
มะพรา้ วหา้ วยัดปากให้สาใจ ตะคอกขู่อวี ันทองให้ตกใจ
มงึ ถือวา่ อวี นั ทองเป็นแม่ตัว เฆีย่ นตเี สียใหย้ ับไมน่ บั ได้
ไปรบั ไยไม่ไปในกลางวัน อ้ายหมน่ื ไวยก็โทษถึงฉกรรจ์
มนั เหมือนวัวเคยขาม้าเคยข่ี ไม่เกรงกลวั เว้โวท้ าโมหันธ์
อา้ ยชา้ งมนั ก็ฟ้องเปน็ สองนัย อา้ ยแผนพ่อน้นั ก็เป็นใจ
เป็นราคขี ้อผิดมีตดิ ตวั ถงึ บอกกวู ่าดหี าเช่ือไม่
ถา้ อ้ายไวยอยากจะใคร่ไดแ้ ม่มา วา่ อา้ ยไวยลกั แมใ่ หบ้ ิดา
อัยการศาลโรงก็มีอยู่ หมองมัวมลทนิ อยู่หนักหนา
ชอบทวนด้วยลวดใหป้ วดไป ชวนพ่อฟ้องหาเอาเปน็ ไร
มนั เกิดเหตุท้ังน้กี ็เพราะหญงิ ฤๅว่ากูตดั สนิ ให้ไม่ได้
จาจะตดั รากใหญใ่ ห้หล่นพรู ปรบั ไหมใหเ้ ท่ากบั ชายชู้
อวี ันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว จงึ หงึ หวงชว่ งชิงยุ่งยงิ่ อยู่
ใครจะควรสสู่ มอยู่กลมเกลียว ให้ลูกดอกดกอย่แู ต่ก่ิงเดียว
เฮ้ยอีวนั ทองว่ากะไร ถา้ ตดั โคนขาดแลว้ ก็ใบเห่ยี ว
อย่าพะวงั กงั ขาเปน็ ราคี ให้เดด็ เดีย่ วร้กู นั แตว่ นั นี้
ถา้ รกั ใหม่ก็ไปอยู่กบั อา้ ยชา้ ง มึงตง้ั ใจปลดปลงให้ตรงที่
อย่าเวยี นวนไปใหค้ นมันหม่นิ แคลน เพราะมงึ มผี วั สองกูต้องแคน้
ถ้ารกั เก่าเข้าขา้ งอ้ายขุนแผน
ถ้าแมน้ มึงรกั ไหนให้วา่ มา ฯ

๏ คราน้นั วนั ทองฟงั รับสัง่ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๗
ครน้ั จะทูลกลวั พระราชอาชญา
พระหมื่นไวยใช้ใบใ้ หแ้ มว่ า่ ใหล้ ะล้าละลังเป็นหนักหนา
วนั ทองหมองจติ รคดิ เวียนวน ขุนชา้ งแลดตู ายักค้ิวลน
บุ้ยปากตรงบิดาเปน็ หลายหน
เป็นจนใจนงิ่ อยู่ไม่ทลู ไป ฯ

๏ ครานั้นพระองค์ทรงธรณนิ ทร์ หาได้ยินวนั ทองทูลข้นึ ไม่

พระตรัสความถามซักไปทันใด ฤๅมงึ ไมร่ ักใครให้วา่ มา

จะรักชู้ชังผวั มงึ กลัวอาย จะอยู่ด้วยลูกชายก็ไม่วา่

ตามใจกูจะให้ดงั วาจา แต่น้ีเบอื้ งหน้าขาดเดด็ ไป ฯ

๏ นางวันทองรบั พระราชโองการ ใหบ้ ันดาลบังจิตรหาคิดไม่

อกุศลดลมัวให้ช่วั ใจ ด้วยสน้ิ ในอายุทเี่ กิดมา

คดิ คะนงึ ตะลงึ ตะลานอก ดังตัวตกพระสุเมรุภผู า

ใหอ้ ทุ จั อดั อ้ันตันอุรา เกรงผิดภายหนา้ ก็สุดคิด

จะวา่ รกั ขุนช้างกะไรได้ ท่จี รงิ ใจมไิ ดร้ ักแต่สักหนดิ

รักพ่อลกู ห่วงดงั ดวงชีวติ แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน

อยา่ เลยจะทลู เปน็ กลางไว้ ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน

คดิ แล้วเทา่ น้ันมิทนั นาน นางกม้ กรานแลว้ กท็ ลู ไปฉับพลัน

ความรกั ขุนแผนก็แสนรัก ด้วยร่วมยากมานักไมเ่ ดียดฉันท์

สู้ลาบากบุกปา่ มาดว้ ยกัน สารพนั อดออมถนอมใจ

ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกนั มา คาหนักหาไดว้ ่าใหเ้ คืองไม่

เงินทองกองไวม้ ิให้ใคร ข้าไทใชส้ อยเหมือนของตัว

จมนื่ ไวยเล่ากเ็ ลือดที่ในอก กห็ ยบิ ยกรกั เทา่ กนั กับผัว

ทลู พลางตัวนางระเร่ิมรัว ความกลวั พระอาญาเปน็ พ้นไป ฯ

๏ คราน้นั พระองคผ์ ทู้ รงภพ ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น | ๓๘
เหมอื นดนิ ประสวิ ปลวิ ตดิ กบั เปลวไฟ
จะว่ารกั ขา้ งไหนไม่วา่ ได้ ฟังจบแคน้ ค่ังดงั เพลิงไหม้
ออกนั่นเขา้ น่ีมสี ารอง ดดู เู๋ ปน็ ได้อวี นั ทอง
จอกแหนแพเสาสาเภาใหญ่ น้าใจจะประดงั เขา้ ทั้งสอง
เหมือนมหาสมุทรสุดซ้งึ ซึก ย่งิ กวา่ ทอ้ งทะเลอนั ลา้ ลกึ
อฐิ ผาหาหาบมาทุ่มถม จะทอดถมเท่าไรไมร่ สู้ ึก
อีแสนถ่อยจญั ไรใจทมิฬ น้าลึกเหลือจะหยั่งกระทงั่ ดนิ
รูปงามนามเพราะนอ้ ยไปฤๅ ก็จอ่ มจมสญู หายไปหมดสิ้น
แตใ่ จสตั ว์มันยงั มที ี่นิยม ดังเพชรนลิ เกิดข้ึนในอาจม
มงึ น่ถี ่อยยงิ่ กวา่ ถ่อยอีทา้ ยเมอื ง ใจไม่ซื่อสมศักดิเท่าเสน้ ผม
ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน สมาคมก็แต่ถงึ ฤดมู นั
ว่าหญงิ ชั่วผวั ยงั คราวละคนเดียว จะเอาเร่ืองไม่ได้สักสงิ่ สรรพ์
หนกั แผน่ ดนิ กจู ะอยู่ไย สกั ร้อยพันใหม้ ึงไมถ่ ึงใจ
กูเลย้ี งมึงถึงให้เปน็ หัวหมืน่ หาตามตอมกันเกรยี วเหมอื นมงึ ไม่
อ้ายขุนช้างขนุ แผนทัง้ สองรา อา้ ยไวยมงึ อยา่ นับวา่ มารดา
หญงิ กาลกิณีอีแพศยา คนอ่นื รู้วา่ แม่กข็ ายหน้า
ทร่ี ูปรวยสวยสมมถี มไป กจู ะหาเมยี ให้อย่าอาลยั
เร่งเรว็ เหวยพระยายมราช มันไมน่ ่าเชยชดิ พสิ มัย
อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี มึงตดั ใจเสียเถิดอีคนน้ี
เอาใบตองรองไว้ใหห้ มากิน ไปฟันฟาดเสียให้มนั เปน็ ผี
ฟนั ใหห้ ญงิ ชายท้ังหลายดู อยา่ ให้มโี ลหิตตดิ ดนิ กู
ตกดนิ จะอปั รยี ์กาลอี ยู่
สัง่ เสรจ็ เสดจ็ ส่ปู ราสาทชัย ฯ


Click to View FlipBook Version