ภาควิชาประวัติศาสตร์
อักษรคูนิฟอร์ม
ของชาวสุเมเรียน
เสนอ
อ า จ า ร ย์ ศิ ริ ธ ร น ร สิ ท ธิ์
โดย
นางสาวกานต์สินี เสถียรอินทร์ เลขที่ 37 ม.4/3
นางสาวศิริลักษณ์ กาบทอง เลขที่ 38 ม.4/3
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ (ส31104) โดยมีจุดประสงค์เพื่อการ
ศึกษาความรู้ทีได้จากเรื่องอักษรคูนิฟอร์มของชาวสุเมเรียน ทั้งนี้ในหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาประกอบด้วย
ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของอักษรคูนิฟอร์มของชาวสุเมเรียน ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน
เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของอักษรคูนิฟอร์ม
ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณอาจารย์ ศิริธร นรสิทธิ์ ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศึกษาหวังว่าหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
คณะผู้จัดทำ
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1-3
4
อักษรคูนิฟอร์ม 5
แผ่นดินเหนียวของอักษรรูปลิ่ม 6
ชาวสุเมเรียนคือใคร?
ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาการประดิษฐ์อักษรคูนิฟอร์ม
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
1
อักษรคูนิฟอร์ม
อักษรลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์มชาวสุเมเรียน แห่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
เป็นผู้ประดิษฐ์อักษรขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสต์
ศักราช นับเป็นความสำเร็จทางด้านสติปัญญาของชาวสุเมเรียน ทั้งนี้เกิดขึ้น
จากความจำเป็นของพระตามวัดต่าง ๆ ที่ต้องทำบัญชี
รายรับ-รายจ่าย ของวัดและการควบคุมที่ดิน ผลิตผล และสิ่งต่างๆ
จนมีนักเขียนกล่าวไว้ว่า “ประวัติศาสตร์เริ่มที่ซูเมอร์” คือการบันทึกเรื่องราวในอดีตจากอักษรลิ่มใช้เป็นหลักฐานสำคัญ
ในการศึกษาประวัติศาสตร์โลกได้
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
2
อักษรคูนิฟอร์ม
อักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform) มาจากภาษาละตินแปลว่า ”Cuneus”
แปลว่า ลิ่ม รวมเรียกว่าอักษรลิ่ม ลงบนแผ่นดินเหนียวเปียกจะมีรูปร่างเป็น
เหลี่ยม ๆ มีลักษณะคล้ายกับรอยตีนไก่ เชื่อว่าเขียนด้วยก้านอ้อและกดลงบน
แผ่นดินเหนียวที่อ่อนตัว แล้วนำไปตากแดดหรือ อบแห้ง
ขนาดของแผ่นดินเหนียวเท่าฝ่ามือ ตัวอักษรมีลักษณะคล้ายลิ่ม
ในชั้นแรกอักษรลิ่มใช้แทนวัตถุสิ่งของที่กล่าวถึง ต่อมาค่อยๆเปลี่ยน
เป็นเครื่องหมาย ต่อมาชาวสุเมเรียนได้วิวัฒนาการใช้เครื่องหมายแทนเสียง
ไม่ใช่แทนสิ่งของ
ชาวสุเมเรียนจึงสามารถบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา บทสวดมนต์
ตลอดจนเอกสาร กฎหมาย และสัญญาต่างๆได้ อักษรลิ่มจึงมีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์โลกยิ่งนัก
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
3
อักษรคูนิฟอร์ม
การเขียนตัวอักษรลิ่ม เขียนเป็นสัญลักษณ์ แบ่งเป็นกลุ่มๆ แทนความคิด คำและ
วัตถุ ต่อมา ปรับให้ละเอียดขึ้น มีสัญลักษณ์แทนความหมาย ต่างๆ มากมาย
แต่วิธีการเขียนไม่เอื้ออำนวย ต่อการจดบันทึกหรือการเขียนที่มีขนาดยาวๆ
เพราะแผ่นดินเหนียวแผ่นหนึ่งๆ บรรจุข้อความได้ เพียงเล็กน้อย งานเขียนส่วน
ใหญ่เป็นงานเขียนของ พวกพระหรือนักบวช เนื้อเรื่องจึงมักเกี่ยวกับศาสนา
เช่น คำโคลงสดุดีพระเจ้า เพลงสวด เป็นการแสดง ความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า
ที่ตนนับถือ เพื่อเรียกร้อง ให้มนุษย์เกรงกลัวและจงรักภักดี
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
4
แผ่นดินเหนียวของอักษรรูปลิ่ม
ตัวอย่างเก่าสุดของอักษรในเมโสโปเตเมียเริ่มราว 4,000 ปีก่อนคริสต์
ศักราช พบในบริเวณ อูรุก นิปเปอร์ ซูซา และเออร์ ส่วนใหญ่เป็นบันทึก
เกี่ยวกับการค้าขาย โดยพั ฒนามาจากระบบการนับที่ใช้มาตั้งแต่ 5,000 ปี
ก่อนหน้านั้น แผ่นดินเหนียวเริ่มใช้ตั้งแต่ 8,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช
โดยทั่วไป เป็นรูปทรง 3 มิติ มี 2 ชนิด
1. แบบแผ่นแบน เป็นรูปแบบโบราณ พบตั้งแต่ 8,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในบริเวณกว้าง ตั้งแต่ ตุรกี ซีเรีย อิสราเอล
จอร์แดน อิหร่าน และอิรัก เป็นแบบที่แพร่หลายกว่า คล้ายกับว่าเป็นแบบที่ใช้ในการนับทางเกษตรกรรม เช่น การนับธัญพื ช
2. แบบแผ่นซ้อน เป็นแบบที่ตกแต่งด้วยเครื่องหมาย เริ่มพบในช่วง 4,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ทางภาคใต้ของเมโสโปเตเมีย
ใช้บันทึกเกี่ยวกับสินค้าแปรรูป ซึ่งพบในบริเวณ ที่มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว เช่น สุเมเรียตัวอย่างที่เก่าสุด
พบในวิหารเทพี อินอันนา เทพี แห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์ ของชาวสุเมเรีย ในเมืองอูรุก ซึ่งทางวิหารใช้บันทึกเกี่ยวกับ
การแปรรูปสินค้าของวิหาร
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
5
ชาวสุเมเรียนคือใคร?
ชาวสุเมเรียนหรือชาวซูเมอร์เป็นชนชาติแรกที่สร้างความเจริญขึ้นในบริเวณ
ดังกล่าว เข้ามาอยู่ทางตะวันออกของ แม่น้ำไทกริส เมื่อประมาณ 4000 ปี
ก่อนคริสตกาล บริเวณที่เข้ามาตอนแรกคือ แคว้นซูเมอร์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้
สุดของเมโสโปเตเมียติดกับ อ่าวเปอร์เซียมีลักษณะเป็นนครรัฐ แต่ละนครรัฐ
มีอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เช่น ลากาซ บาบิโลน อูร์ อูรุก นิปเปอร์
ชาวซูเมอร์เป็นชนชาติแรกในเมโสโปเตเมียที่รู้จักการเขียนหนังสือตั้งแต่
3000 ปีก่อนคริสตกาล โดยการประดิษฐ์อักษรรูปลิ่ม หรือที่เรียกว่า
คูนิฟอร์ม (cuneiform) ภายหลังได้ดัดแปลงแก้ไข คิดเครื่องหมายต่าง ๆ
เพื่ อใช้แทนภาพ
2 5 6 3 | ภภาาคควิวชิ ชาาปปรระ ะวัวตัิติศศาาสสตตร์ร์
ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาการประดิษฐ์อักษรคูนิฟอร์ม 6
การคิดประดิษฐ์อักษรลิ่มของชาวสุเมเรียนเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นความเป็น ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
อัจฉริยะ ของมนุษย์ในการคิดสร้างสรรค์สิ่งที่จะช่วยเป็นเครื่องมือในการสื่อ
ความหมาย ระยะเริ่มต้น ตัวอักษรมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์
คนรุ่นหลังได้เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
ในอดีตจากการบันทึก ถ่ายทอดไว้ เมื่อมีการศึกษาค้นคว้าตัวอักษรลิ่ม
ทำให้ได้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง นอกจากทำให้ คนรุ่นหลังรู้เรื่องราวต่างๆ
ยังทำให้ได้ทราบถึงอารยธรรมการใช้ภาษาของกลุ่มที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ
ทั้งนี้เพราะตัวอักษรและภาษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตมนุษย์
เป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันของกลุ่มคน และใช้สร้าง
สัมพั นธภาพที่ดีต่อชาติอื่น ที่เป็นพั นธมิตรด้วย ตัวอักษรและภาษายังเป็น
เครื่องบ่งบอกถึงความเจริญก้าวหน้า ของมนุษยชาติอีกด้วย
บรรณานุกรม
https://sites.google.com/site/socialsiya16/sux-nwatkrrm/sara-prawatisastr/
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/
https://th.wikipedia.org/wiki/sumer
ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์