ความระงบั หนี้
ส่วนที่ 1 การชาระหน้ี
ผู้ชาระหน้ี
มาตรา 134 “อนั การชาระหน้ีน้นั ท่านว่าบุคคลภายนอกจะเป็นผชู้ าระกไ็ ด้ เวน้ แต่สภาพ
แห่งหน้ีจะไมเ่ ปิ ดช่องบุคคลภายนกชาระ หรือจะขดั กบั เจตนาอนั คกู่ รณีไดแ้ สดงไว้
บุคคลผไู้ ม่มีส่วนไดเ้ สียดว้ ยในการชาระหน้ีน้นั จะเขา้ ชาระหน้ีโดยขนื ใจลูกหน้ีหาไดไ้ ม่”
อธบิ าย แมห้ น้ีจะเป็นบุคคลสิทธิผกู พนั เฉพาะเจา้ หน้ีกบั ลูกหน้ี แตโ่ ดยทก่ี ารบงั คบั ชาระหน้ี
เจา้ หน้ีไม่สามารถบงั คบั เอาแก่เน้ือตวั ร่างกายของลูกหน้ีได้ คงบงั คบั เอาแก่ทรพั ยส์ ินของลูกหน้ี
ไดเ้ ท่าน้นั ดว้ ยเหตนุ ้ีผูใ้ ดจะชาระหน้ีก็ไม่ใชเ่ ร่ืองสาคญั ขอเพยี งแตเ่ จา้ หน้ไี ดร้ ับชาระหน้ีถูกตอ้ ง
ครบถว้ นตามวตั ถุแห่งหน้ีกเ็ พยี งพอแลว้ มาตรา 134 จงึ ใหส้ ิทธิบุคคลภายนอกชาระหน้ีแทน
ลูกหน้ีได้ เวน้ แต่
1. สภาพแห่งหน้ีไม่เปิ ดชอ่ งใหบ้ คุ คลภายนอกชาระหน้ีได้ หมายความวา่ หน้ีน้นั ลูกหน้ี
จาตอ้ งกระทาการชาระหน้ีดว้ ยตนเอง ซ่ึงในกรณีน้ีมกั ถอื เอาฝีมือของลูกหน้ีกเ็ พราะ
เช่ือถือในฝีมอื ขงลูกหน้ี เป็นส่ิงสาคญั ในการชาหน้ี เชน่ ลกู หน้ีร้องเพลงเกง่ วาดรูปเกง่
หรือเป็นสถาปนิกทีม่ ชี ่ือเสียง การที่เจา้ หน้ีจา้ งลกู หน้ีกเ็ พราะเชือถือในฝีมือของลกู หน้ี
เพราะฉะน้นั ในกรณีน้ีสภาพแห่งหน้ีนะเนเองไม่เปิ ดชอ่ งใหบ้ ุคคลภายนอกชาระหน้ีแทน
ได้ ลูกหน้ีจะตอ้ งชาระหน้ีดว้ ย
2. ขดั กบั เจตนาอนั คกู่ รณีไดแ้ สดงไว้ ถา้ ในสญั ญาน้นั ระบไุ วโ้ ดยเฉพาะเจาะจงวา่ ลกู หน้ี
ตอ้ งชาระหน้ีดว้ ยตนเองแลว้ ก็ตอ้ งเป็นไปตามเจตนาของคกู่ รณี ลูกหน้ีจะใหบ้ ุคคลอืน่
ชาระหน้ีแทนไม่ได้ เพราะการชาระหน้ีแทนน้นั เป็นการขดั ตอ่ เจตนาของคกู่ รณี เจา้ หน้ี
จึงชอบท่จี ะยกเหตนุ ้ขี ้ึนมาบอกปัดการชาระหน้ีน้นั ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งตกเป็นฝ่ายผดิ นดั ตาม
มาตรา 207 กรณีเช่นน้ีแมบ้ ุคคลภายนอกจะสุจริตไม่รูถ้ งึ เจตนาของคกู่ รณีก็ถือวา่ เป็นการ
ชาระหน้ีโดยไมช่ อบ อยา่ งไรกต็ าม เจตนาของคกู่ รณีดงั กลา่ วน่าจะไม่ห้ามผมู้ สี ่วนไดเ้ สีย
ในการชาระหน้ีท่ีจะเขา้ ชาระหน้ีน้นั เพราะผมู้ สี ่วนไดเ้ สียในการชาระหน้ีมสี ิทธิรับชาระ
หน้ีโดยขืนใจลูกหน้ีได้
3. บุคคลภายนอกผูไ้ มม่ ีส่วนไดเ้ สียในการชาระหน้ีโดยขนื ใจลกู น้ีไม่ได้ ตามมาตรา 314
วรรคสองน้นั ถา้ บคุ คลท่ีไมม่ ีส่วนไดเ้ สียเขา้ ชาระหน้ีแทนลกู หน้ีโดยทลี่ ูกหน้ีไมย่ อมให้
ชาระหน้ีแทน กรณีจะไปขืนใจลูกหน้ีไม่ได้ ในทางกลบั กนั ถา้ เขาเป็นบคุ คลผมู้ สี ่วนได้
เสียก็แสดงว่าบคุ คลผสู้ ่วนไดเ้ สียในการชาระหน้ีน้นั อาจจะชาระหน้ีโดยขนื ใจลกู หน้ีได้
ตวั อยา่ ง ก. ยืมเงิน ข. ไป 1,000 บาท โดยมี ค. เป็นผคู้ ้าประกนั เมื่อหนีกาหนดชาระหน้ี ก. ไม่
ยอมชาระหน้ี ค. กอ็ าจจะชาระหน้ีแทน ก. ไดแ้ ม้ ก. จะไม่ยินยอมก็ตาม เพราะ ค. เป็นผคู้ ้า
ประกนั ยอ่ มมสี ่วนไดเ้ สียในการชาระหน้ีของลูกหน้ีช้นั ตน้ ซ่ึง ข. ก็อาจฟ้องเรียกเอาจาก ค. ได้
เช่นกนั
แตถ่ ึงแมจ้ ะไม่มีส่วนไดเ้ สีย แต่ถา้ ไดเ้ ขา้ ชาระหน้ีแทนลูกหน้ีมิไดท้ ว้ ง ก็ถือว่ลูกหน้ียนิ ยอม
ไมไ่ ดข้ ืนใจลูกหน้ี ดงั น้นั หากเจา้ หน้ีปฏเิ สธไมร่ ับชาระหน้ี ยอ่ มตกเป็นตกผผู้ ดิ นดั มาตรา 207
ในกรณีท่ีบุคคลภายนอกซ่ึงไมม่ สี ่วนไดเ้ สียในการเขา้ ชาระหน้ีโดยขนื ใจลูกหน้ีจะเกิดผล
ดงั ต่อไปน้ี
1. ถา้ เจา้ หน้ียอมรับชาระหน้ี หน้ยี อ่ มเป็นอนั ระงบั สิ้นไป เจา้ หน้ีไม่มสี ิทธิเรียกเอาจาก
ลกู หน้ีไดอ้ ีก และผูท้ ไี่ ดช้ าระหน้ีโดยขืนใจลูกหน้ียอ่ มไม่มสี ิทธิไล่เบ้ียจากลูกหน้ีได้
(มาตรา 401)
2. ถา้ เจา้ ไท่ยอมรบั ชาระหน้ี เจา้ หน้ียอ่ มไม่ตกเป็นผผู้ ดิ นดั ตามาตรา 207 เพราะถือเป็นการ
ชาระหน้ีโดยมิชอบ เจา้ หน้ีมีมูลเหตุอนั จะอา้ งกฎหมายได้
ข้อสังเกต การรบั สภาพหน้ีหรือรับสภาพความรับผดิ ตอ้ งกระทาโดยลกู หน้ีเทา่ น้นั การท่ี
บคุ คลภายนอกกระทากไ็ ม่มีผลเป็นรับสภาพหน้ีหรือรบั สภาพความรบั ผิด อยา่ งไรกต็ าม สญั ญา
ทที่ ากนั น้นั บงั คบั กนั ไดฐ้ านเป็นสัญญาประเภทหน่ึง เพราะคสู่ ญั ญากระทาดว้ ยความสมคั รใจ
และไม่ขดั ตอ่ กฎหมาย และเม่อื หน้ีตามสญั ญาน้ีไมม่ กี ฎหมายบญั ญตั ิอายคุ วามไวโ้ ดยเฉพาะก็
ตอ้ งใชอ้ ายคุ วาม 10 ปี
ผู้รับชาระหนี้
1. เจา้ หน้ี มาตรา 315 “อนั การชาระหน้ีน้นั ตอ้ งทาให้แกต้ วั เจา้ หน้ีหรือบคุ คลผมู้ ีอานาจรับ
ชาระหน้ีแทนเจา้ หน้ี การชาระหน้ีทาใหแ้ ก่บคุ คลผไู้ มม่ ีอานาจรับชาระหน้ีน้นั ถา้ เจา้ หน้ี
ใหส้ ัตยาบนั กน็ บั วา่ สมบรู ณ์”
อธิบาย ตามมาตรา 315 น้ี จะเหน็ ไดว้ า่ ผูม้ สี ิทธิในการรบั ชาระหน้ีไมใ่ ชเ่ พยี งแตเ่ จา้ หน้ีเทา่ น้นั ยงั
หมายความรวมไปถึงบคุ คลทม่ี ีอานาจรับชาระหน้ีแทนเจา้ หน้ีได้ ซ่ึงอาจจะเป็นตวั แทนของ
เจา้ หน้ีทเ่ี จา้ หน้ีไดต้ ้งั เอาไว้ หรือในกรณีทเ่ี ป็นผูม้ ีอานาจรบั ชาระหน้ีแทนเจา้ หน้ีไดต้ ามกฎหมาย
เชน่ กรณีทเี่ จา้ หน้ีเป็นผเู้ ยาว์ ผแู้ ทนโดยชอบธรรมมสี ิทธิรับชาระหน้ีแทน หรือในกรณีท่ีเจา้ หน้ี
ถงึ แกค่ วามตาย ผจู้ ดั การมรดกของเจา้ หน้ีกม็ สี ิทธิในการไดร้ บั ชาระหน้ี เป็นตน้
การชาระหน้ีน้นั ถา้ ทาใหแ้ กบ่ ุคคลผูไ้ ม่มอี านาจในการรับชาระหน้ี หน้ีน้นั ก็ไม่ระงบั แต่มี
ขอ้ ยกเวน้ วา่ การชาระหน้ีใหแ้ กบ่ คุ คลผูไ้ มม่ ีอานาจในการรบั ชาระหน้ีน้นั ถา้ เจา้ หน้ีใหส้ ตั ยาบนั ก็
นบั วา่ สมบูรณ์ หมายความว่า หน้ีน้นั ระงบั คาว่า “สตั ยาบนั ” หมายถึง เจา้ หน้ีรบั รองการชาระ
หน้ีน้นั เอง
ตวั อย่าง ก. เป็นหนน้ี ข. ถา้ ก. ไปชาระหน้ีให้ ค. และ ง. ซ่ึงเป็นมารดาและนอ้ งชายของ ข. โดย
ท้งั สองไม่มีอานาจรบั ชาระหน้ีแทน ข. แต่อยา่ งใด เชน่ น้ีโดยหลกั แลว้ หน้ีน้นั ไม่ระงบั แต่ถา้ ใน
เวลาต่อมา ก. แจง้ ให้ ข. ทราบ ข. กไ็ ม่ไดท้ กั ทว้ งโตแ้ ยง้ คดั คา้ น และมไิ ดใ้ ชส้ ิทธิตดิ ตามทวงถาม
อีก กรณีเชน่ น้ีถือวา่ ข. ไดใ้ หส้ ตั ยาบนั ต่อการชาระหน้ดี งั กลา่ วถอื วา่ การชาระหน้ีน้นั สมบูรณ์
หน้ีน้นั ก็ระงบั ไป
2. ผคู้ รอง มาตรา 316 “ถา้ ขาดการชาระหน้ีน้นั ไดท้ าใหแ้ กผ่ ูค้ รองตามปรากฎแหง่ สิทธิใน
มลู หน้ี ทา่ นว่าหารชาระหน้ีน้จั ะสมบูรณก์ ็ต่อเมอื่ บุคคลผูช้ าระหน้ีไดก้ ระทาการโดย
สุจริต”
อธิบาย การทล่ี ูกหน้ีปฏิบตั กิ ารชาหน้ีซ่ึงผมู้ ีผลสมบรู ณ์ตามมาตรา 316 จะตอ้ งประกอบดว้ ย
หลกั เกณฑ์ 2ประการ คือ
(1) บุคคลผรู้ บั ชาระหน้ีน้นั จะตอ้ งเป็นผูค้ รองตามปรากฏแห่งสิทธิในมลู หน้ี และ
(2) ผปู้ ฏิบตั ิการชาระหน้ีตอ้ งกระทาการโดยสุจริต
ตวั อยา่ ง ก. นาตว๋ั เงนิ ฉบบั หน่ึงไปข้ึนเงินที่ธนาคาร ถา้ ธนาคารไดจ้ า่ ยเงนิ ใหแ้ ก่ ก. ไปตามทางคา้
โดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเลอ การชาระหน้ีน้นั ก็ถอื วา่ เป็นอนั สมบรู ณ์ แม้
ปรากฎวา่ ก. ไดต้ ว๋ั เงนิ น้นั มาโดยไม่สุจริตกต็ าม
3. ผูไ้ ม่มีสิทธิไดร้ บั ชาระหน้ี มาตรา 317 “นอกจากกรณีท่ีกล่าวไวใ้ นมาตราก่อน การชาระ
หน้ีแก่บุคคลผมู้ สี ิทธิจะไดร้ ับน้นั ท่านว่ายอ่ มสมบูรณเ์ พียงเทา่ ทีต่ วั เจา้ หน้ีไดล้ าภงอกการ
น้นั ”
อธบิ าย ตามมาตรา 317 หมายความว่า การชาระหน้ีแกบ่ ุคคลผูไ้ มม่ ีสิทธิจะไดร้ บั น้นั มใิ ช่ว่าจะไร้
ผลตามกฎหมายไปเสียทเี ดียว แตก่ ารชาระหน้ีเช่นน้นั กฎหมายกาหนดใหม้ ผี ลสมบูรณเ์ ท่าท่ี
เจา้ หน้ีไดล้ าภงอกจากการชาระหนีน้นั
คาว่า “เจา้ หน้ีลาภงอก” หมายความว่า เจา้ หน้ีไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการชาระหน้ีน้นั เทา่ ใด
การชาระหน้ีกม็ ีผลสมบูรณเ์ พยี งเท่าน้นั เหตทุ ีกฎหมายกาหนดไวเ้ ช่นน้ีกเ็ พราะว่าเมอ่ื เจา้ หน้ี
ไดร้ ับประโยชนจ์ ากการชาระหน้ีไวอ้ ยา่ งไรแลว้ หน้ีน้นั ก็ควรระงบั ส้ินไปท่ีเจา้ หน้ีไดร้ บั
ประโยชนไ์ ว้ เจา้ หน้ีไม่ควรจะไดร้ บั ชาระหน้ีซ้าอีก กล่าวโดยสรุปก็คือ ถา้ ผรู้ บั ชาระหน้ีที่ไดร้ ับ
ชาระหน้ีไปแลว้ นาไปใหเ้ จา้ หน้ี ทาใหเ้ จา้ หน้ีทีแ่ ทจ้ ริงไดร้ ับประโยชนจ์ านวนเทา่ ไร กถ็ ือว่าเป็น
ลาภงอก หน้ีก็ระงบั เทา่ จานวนน้นั
4. ผถู้ ือใบเสร็จ มาตรา 318 “บุคคลผถู้ อื ใบเสร็จเป็นสาคญั ทา่ นนบั ว่าเป็นผูม้ สี ิทธิจะไดร้ ับ
ชาระหน้ี แตค่ วามทีก่ ล่าวน้ีท่านมิให้ใช้ ถา้ บคุ คลผูช้ าระหน้ีรู้วา่ สิทธิน้นั หามีไม่ หรือไม่
รูเ้ ท่าถึงสิทธิน้นั เพราะความประมาทเลินเลอของตน”
อธิบาย ผถู้ ือใบเสร็จ หมายถงึ บุคคลท่ีเจา้ หน้ีใชใ้ ห้ถอื ใบเสร็จของเจา้ หน้ีไปรับชาระหน้ีจาก
ลกู หน้ี แตไ่ ม่ใชผ่ ูม้ ีอานาจรบั ชาระหน้ี เพราะผมู้ อี านาจรบั ชาระหน้ีแทนเจา้ หน้ีน้นั แมไ้ ม่มี
ใบเสร็จกม็ สี ิทธิรับชาระหน้ีจากลูกหน้ีได้ ผูถ้ ือใบเสร็จตามมาตรา 318 มีอานาจรบั ชาระหน้ีได้
โดยอาศยั ใบเสร็จเป็นสาคญั เทา่ น้นั
คาว่า “ใบเสร็จ” หมายถึง เอกสารอนั เป็นหลกั ฐานแสดงวา่ เจา้ หน้ีไดร้ บั ชาระหน้ีแลว้ ซ่ึง
ใบเสร็จตามมาตรา 318 น้ีตอ้ งเป็นใบเสร็จทแ่ี ทจ้ ริง กลา่ วคอื มลี ายเซน็ ของบคุ คลผมู้ อี านาจ
ไดร้ ับชาระหน้ีไวเ้ ป็นสาคญั กฎหมายไม่คมุ้ ครองผทู้ ่ีชาระหน้ีให้แกผ่ ถ็ อื ใบเสร็จปลอม ท้งั จะตอ้ ง
เป็นตน้ ฉบบั ใบเสร็จดว้ ย มิใชเ่ ป็นเพียงสาเนาของใบเสร็จเทา่ น้นั อน่ึงใบเสร็จทแ่ี ทจ้ ริงน้นั แมจ้ ะ
ถูกขโมยไปกต็ าม หากลูกหน้ีชาระหน้ีไปโดยสุจริต ไม่รูว้ ่าผถู้ ือใบเสร็จน้นั ไม่มีสิทธิไดร้ ับชาระ
หน้ี และความไม่รูน้ ้นั ไม่ไมไ่ ดเ้ กิดเพราะประมาทเลินเลอของตนแลว้ ก็ถือว่าเป็นการชาระหน้ีที่
สมบรู ณไ์ ด้ เจา้ หน้ีตอ้ งตดิ ตามเอาคืนจากผถู้ ือใบเสร็จน้นั เอง
ตวั อย่าง ก. ไล่ ข.พนกั งานเก็บเงนิ ออกจากบริษทั ต่อมา ข. ไดน้ าเงนิ ใบเสร็จรับเงินท่แี ทจ้ ริงของ
บริษทั ไปเรียกเกบ็ เงินจาก ค. โดย ค. ไมท่ ราบวา่ ข. ถกู ไล่ออกจากบริษทั แลว้ จงชาระเงนิ ตาม
เสร็จดงั กล่าวไป เชน่ น้ี ค. ไม่ตอ้ งชาระหน้ีใหแ้ ก่ ก. อกี เพราะการชาระหน้ีสมบรู ณ์ ทาใหห้ น้ี
ระงบั ส้ินไปแลว้
แตถ่ า้ ขอ้ เทจ็ จริงปรากฏวา่ ใบเสร็จรับเงนิ ดงั กลา่ วเป็นใบเสร็จปลอม แม้ ค. จะสุจริตไม่รู้วา่
ข. ไมม่ อี านาจรับชาระหน้ีแลว้ และความไม่รู้น้นั ไมไ่ ดเ้ กิดจากความประมาทเลินเลอของตนก็
ตาม ค. ก็ตอ้ งชาระหน้ีให้ ก. ใหมอ่ กี คร้งั หน่ึง
การชาระหน้ีบางส่วนกบั การชาระหน้ีอยา่ งอ่นื
1. การชาระหน้ีบางส่วน มาตรา 320 “อนั จะบงั คบั ให้เจา้ หน้ีรับชาหน้ีแต่เพียงบางส่วน หรือ
ใหร้ ับชาระหน้ีเป็นอยา่ งอืน่ ผิดไปจากทจี่ ะตอ้ งชาระแกเ่ จา้ หน้ีน้นั ท่านว่าหาอาจจะบงั คบั
ไดไ้ ม่”
อธบิ าย ถา้ ในสญั ญามไิ ดร้ ะบุใหช้ าระหน้ีเป็นบางส่วน ลูกหน้ีก็จะตอ้ งใชใ้ หเ้ จา้ หน้ีเตม็ ตาม
จานวน เชน่ ลูกหน้ีเป็นหน้ีอยู่ 1,000 บาท ลูกหน้กี ต็ อ้ งชาระหน้ีเตม็ 1,000 บาท จะมาขอชาระ
หน้ีเป็นสองงวดๆละ 500 บาท ไม่ได้ เจา้ หน้ีมีสิทธิปฏเิ สธไม่ยอมรบั าระได้ โดยไมถ่ อื วา่ เจา้ หน้ี
ผดิ นดั
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม มาตรา 320 น้นั เป็นหลกั ทว่ั ไป ถา้ กรณีใดมกี ฎหมายบญั ญตั ิไวเ้ ป็นพเิ ศษ
ว่าสามารถชาระแตเ่ พียงบางส่วนได้ กต็ อ้ งเป็นไปตามน้นั เช่น จานอง (มาตรา 713) หรือเชา่ ซ้ือ
ยอ่ มถอื ว่าการชาระหน้ีแตล่ ะงวดน้นั เป็นการชาระหน้ีเตม็ ส่วนของงวดน้นั ไมใ่ ช่การชาระหน้ี
บางส่วน หรือถา้ ไม่มกี ฎหมาย แตค่ กู่ รณีตกลงกนั ล่วงหนา้ ใหม้ ีการชาระหน้ีบางส่วนได้ เช่น
การซ้ือขายแบบผอ่ นส่ง เช่น ลูกหน้ีสามารถชาระหน้ีบางส่วนได้
2. การชาระหน้ีเป็นอยา่ งอ่นื มาตรา 321 “ถา้ เจา้ หน้ียอมรบั การชาระหน้ีอยา่ งอื่นแทนการ
ชาระหน้ีที่ไดต้ กลงกนั ไว้ ทา่ นวา่ หน้ีน้นั กเ้ ป็นอนั ระงบั สิ้นไป
ถา้ เพ่อื ท่ีจะทาให้พอแก่ใจเจา้ หน้ีน้นั ลกู หน้รี ับภาระเป็นอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงข้นึ ใหมต่ ่อ
เจา้ หน้ีไซรเ้ มือ่ กรณีเป็นท่ีสงสยั ทา่ นมิใหส้ นั นิษฐานวา่ ลูกหน้ีน้นั ข้นึ แทนการชาระหน้ี
ถา้ ชาระหน้ีดว้ ยออก-ดว้ ยโอน-หรือดว้ ยสลกั หลงั ตว๋ั หรือประทวนสินคา้ ท่านว่าหน้ีน้นั จะ
ระงบั สิ้นไปต่อเมื่อตวั๋ เงินหรือประทวนสินคา้ น้นั ไดใ้ ชเ้ งนิ แลว้ ”
อธิบาย การชาระหน้ีเป็นอยา่ งอ่นื หมายถึง การท่ลี ูกหน้ีขอชาระหน้ีโดยวตั ถแุ ห่งหน้ีผิดสภาพ
หรือผดิ จากคณุ สมบตั ขิ องวตั ถแุ ห่งหน้ีเดิม เชน่ ทาสัญญาขายรถเก๋งทีใ่ ชแ้ ลว้ 5 ปี แต่จะขอส่ง
มอบรถกระบะใหม่เอ่ียมแทรถเก๋งทใ่ี ชแ้ ลว้ 5 ปี น้นั กรณีเช่นน้ีเป็นการผดิ จากท่ีไดต้ กลงกนั ไว้
ถงึ แมว้ า่ รถกระบะใหม่เอ่ียมน้นั จะมรี าคาสูงกวา่ รถเก๋งทใ่ี ชแ้ ลว้ 5 ปี น้นั กต็ าม แต่หากเจา้ หน้ีไม่
ยนิ ยอม ลูกหน้ีกจ็ ะบงั คบั ใหเ้ จา้ หน้ีรรั ถกระบะไวไ้ ม่ได้
อยา่ งไรกต็ าม การชาระหน้ีเป็นอยา่ งอน่ื ไมต่ อ้ งตามความประสงคอ์ นั แทจ้ ริงของมลู หน้ีน้ี
ถา้ เจา้ หน้ียอมรบั ไว้ กฎหมายใหถ้ ือวา่ หน้ีน้นั กเ็ ป็นอนั ระงบั สิ้นไปเชน่ กนั ท้งั น้ีเพราะเป็นไปตาม
ความสมคั รใจของเจา้ หน้ีแลว้ ไมม่ ีการบงั คบั ให้เจา้ หน้ยี อมรับชาระหน้ีอนั เป็นการขืนใจแต่อยา่ ง
ใด
ตัวอย่าง ก. กเู้ งิน ข. 2,000 บาท เมอ่ื หน้ีถึงกาหนดชาระ ก. นาขา้ วสาร 2 ถงั ไปชาระหน้ีแทนเงนิ
2,000 บาท และ ข. ก็รบั เอาไว้ ดงั น้ีถอื ไดว้ ่าหน้ีเงนิ 2,000 บาท น้นั เป็นอนั ระงบั สิ้นไป
อน่ึง ทรัพยส์ ินประเภทซ่ึงตอ้ งทาตามแบบ โดยการทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนตอ่
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี เชน่ อสังหาริมทรัพย์ หรือสงั หาริมทรัพยช์ นิดพิเศษ แมไ้ ม่ไดจ้ ดทะเบียน
โอนกรรมสิทธ์ิมาเป็นของเจา้ หน้ีก็ไม่เป็นโมฆะ เจา้ หน้ีบงั คบั ใหล้ กู หน้ีไปทาการจดทะเบยี น
โอนกรรมสิทธ์ิใหเ้ จา้ หน้ีต่อไปได้
ในกรณีที่ลกู หน้ีเอาทรพั ยส์ ินอ่ืนมาชาระหน้ีแทนหน้ีเดิม ทรัพยส์ ินน้นั อาจมีความชารุด
บกพร่อง หรือการรอนสิทธิเกิดข้ึนได้ บทบญั ญตั มิ าตรา 322 จงึ บญั ญตั ิใหล้ กู หน้ีตอ้ งรับผิดเพื่อ
ความชารุดบกพร่องและเพอ่ื การรอนสิทธิทานองเดียวกบั ผขู้ าย เทา่ กบั เป็นการนาบทบญั ญตั ิ
มาตรา 472-482 มาใชโ้ ดยอนุโลม
แต่ถา้ บุคคลภายนอกเขา้ ชาระหน้ี กรณีน้ีเจา้ หน้ีจะเรียกให้ลูกหน้ีรบั ผดิ ตามมาตรา 322
น้ไั มไ่ ด้ เพราะเป็นการชาระหน้ีโดยขืนใจลกู หน้ี ท้งั จะเรียกเอาจากบุคคลภายนอกกม็ ไิ ด้ เพราะ
บทบญั ญตั ดิ งั กล่าวกาหนดไวโ้ ดยเฉพาะแลว้ ว่าลกู หน้ีเท่าน้นั ทจ่ี ะตอ้ งรบั ผดิ
สาหรับการชาระหน้ีดว้ ยกาออก โอนหรือสลกั หลงั ตว๋ั เงนิ (ตวั๋ แลกเงิน ตวั๋ สัญญาใชเ้ งิน
เช็ค) หรือประเภทสินคา้ ถือเป็นการชาระหน้ีอยา่ งอ่ืน เจา้ หน้ีมสี ิทธิปฏเิ สธไม่รับได้ แต่ถา้ เจา้ หน้ี
ยอมรบั กรณีเชน่ น้ีกฎหมายมิไดบ้ ญั ญตั ิให้หน้รี ะงบั ไปทนั ทกี ต็ ามมาตรา 321 วรรคแรก แตใ่ ห้
บงั คบั ตามมาตรา 312 วรรคทา้ ย คือ หน้ีน้นั จะระงบั สิ้นไปตอ่ เมื่อตวั๋ เงินหรือประทวนสินคา้ น้นั
ไดใ้ ชเ้ งินแลว้ กรณีเชค็ กค็ ือ เมอ่ื ธนาคารจา่ ยเงนิ ตามเชค็ น้นั ให้แกผ่ ทู้ รงนน่ั เอง ท้งั น้ีรวมถงึ กรณี
ทธี่ นาคารปฏเิ สธการจา่ ยเงนิ แลว้ เจา้ หน้ีฟ้องเรียกเงินตามเชค็ ต่อมามกี ารประนีประนอมยอม
ความโดยผูส้ ่ังจา่ ยผ่อนชาระหน้ีเงินใหด้ ว้ ย
ดงั น้นั ถา้ เจา้ หน้ียอมรบั ชาระหน้ีดว้ ยตว๋ั เงิน แต่ถา้ เจา้ หน้ีไม่ไดน้ าตว๋ั เงนิ น้นั ไปเรียกเกบ็
เงิน หน้ีน้นั ยอ่ มไมร่ ะงบั สิ้นไป เพราะยงั ไมม่ กี ารใชง้ าน (ฎ. 2944/2547 , ฎ. 817/2521 (ประชุม
ใหญ)่ ) เจา้ หน้ีฟ้องลูกหน้ีให้ชาระหน้ีตามมูลหน้ีเดิมได้ การไมไ่ ปเรียกเก็บเงินตามตว๋ั เงิน ไม่เป็น
การตดั สิทธิเจา้ หน้ีที่จะฟ้องลูกหน้ีใหช้ าระหน้ีตามมลู หน้ีเดิม
แตก่ รณีท่เี จา้ หน้ีทาตว๋ั หายแลว้ มีผูน้ าไปเรียกเกบ็ เงนิ ได้ ถา้ เจา้ หน้ีมีส่วนผดิ เป็นเหตใุ หต้ วั๋
เงินหายไป ถอื วา่ ตวั๋ เงินน้นั มีการใชเ้ งนิ แลว้ หน้ีตามตว๋ั เงนิ จึงระงบั สิ้นไป (ฎ. 2651/2529) แตถ่ า้
ไม่มีส่วนผดิ เชน่ เก็บตวั๋ ไวอ้ ยา่ งดี ยอ่ มจะถือวา่ มีการใชเ้ งนิ แลว้ อนั จะทาให้หน้ีระงบั ไม่ได้
ส่วนกรณีตามาตรา 321 วรรคสองน้นั เป็นเร่ืองลูกหน้ีรบั ภาระเป็นหน้ีอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง
ข้ึนใหมต่ ่อเจา้ หน้ี เมอ่ื กรณีเป็นทส่ี งสัย กฎหมายมิให้สนั นิษฐานวา่ ลกู หน้ีไดก้ ่อหน้ีน้นั ข้ึนแทน
การชาระหน้ี
ตวั อย่าง ก. เป็นหน้ีเงนิ ข. อยู่ 5,000 บาท เพ่ือจะเอาใจ ข. ดงั น้นั ก. จึงตกลงกบั ข. ว่า ก. จะมา
เก่ียวขา้ วในนาให้ โดยไมม่ ีขอ้ ตกลงกนั วา่ การท่ี ก. จะมาเก่ียวขา้ วให้ ข. น้นั เป็นการทาให้เพอื่
ช่วย ข. หรือเป็นการชาระหน้ีดว้ ยแรงงานแทนเงิน เม่ือกรณีเป็นทส่ี งสยั อยูเ่ ชน่ น้ีจงึ ตอ้ ง
สนั นิษฐานว่ามใิ ช่เป็นการท่ี ก. รับภาะเพื่อการชาระหน้ี
สภาพทรัพย์ทใ่ี ช้ชาระหน้ี
ถา้ วตั ถุแห่งหน้ีเป็นอนั ให้ส่งมอบทรัพยเ์ ฉพาะส่ิง ทา่ นว่าบุคคลผูช้ าระหน้จี ะตอ้ งส่งมอบ
ทรพั ยต์ ามสภาพท่เี ป็นอยใู่ นเวลาทจี่ ะพึงส่งมอบ
ลกู หน้ีจาตอ้ งรักษาทรัพยน์ ้นั ไวด้ ว้ ยความระมดั ระวงั เช่นอยา่ งวิญญชู นจะพงึ สงวน
ทรพั ยส์ ินของตนเอง จนกวา่ จะไดส้ ่งมอบทรพั ยน์ ้นั (มาตรา 323)
สถานทชี่ าระหนี้
มาตรา 324 “เม่อื มิไดแ้ สดงเจตนาไวโ้ ดยเฉพาะเจาะจงจะพึงชาระหน้ี ณ สถานที่ใดไซร้
หากจะตอ้ งส่งมอบทรพั ยเ์ ฉพาะสิ่ง ทา่ นว่าตอ้ งส่งมอบกนั ณ สถานที่ซ่ึงทรัพยน์ ้นั ไดอ้ ยูใ่ นเวลา
เม่ือก่อนให้เกิดหน้ีน้นั ส่วนการชาระหน้ีโดยประการอื่น ท่านว่าตอ้ งชาระ ณ สถานท่ซี ่ึงเป็น
ภมู ลิ าเนาปัจจุบนั ของเจา้ หน้ี”
อธบิ าย
1. ถา้ ไดม้ กี ารกาหนดสถานท่ีชาระหน้ีไว้ กใ็ ห้เป็นไปตามน้นั
2. ถา้ ไมไ่ ดก้ าหนดสถานทช่ี าระหน้ีไว้
-กรณีท่ีเป็นการส่งมอบทรัพยเ์ ฉพาะส่ิง ใหส้ ่งมอบ ณ สถานทีท่ ่ที รัพยน์ ้นั ไดอ้ ยูใ่ นเวลากอ่ หน้ี
-กรณีท่ีเป็นการชาระหน้ีอยา่ งอ่ืน เชน่ การชาระหน้ีเงนิ กู้ การชาระหน้กี ระทาการใหช้ าระ ณ
สถานท่ีซ่ึงเป็นภูมิลาเนาปัจจุบนั ของเจา้ หน้ี
ค่าใช้จ่ายในการชาระหน้ี
เม่ือมิไดม้ ีแสดงเจตนาไวใ้ นขอ้ คา่ ใชจ้ ่ายในการชาระหน้ี ท่านว่าฝ่ายลกู หน้ีพึงเป็นผูอ้ อก
คา่ ใชจ้ า่ ย แต่ถา้ คา่ ใชจ้ า่ ยน้นั มจี านวนเพิ่มข้ึนเพราะเจา้ หน้ียา้ ยภมู ิลาเนาก็ดี หรือเพราะการอนื่ ใด
อนั เจา้ หน้ีไดก้ ระทากด็ ี คา่ ใชจ้ า่ ยเพิม่ ข้นึ เทา่ ใด เจา้ หน้ีตอ้ งเป็นผูอ้ อก (มาตรา 325)
หลกั ฐานการชาระหนี้
บคุ คลผชู้ าระหน้ีชอบทีจ่ ะไดร้ บั ใบเสร็จเป็นสาคญั จากผรู้ ับชาระหน้ีน้นั และถา้ หน้ีน้นั ได้
ชาระสิ้นเชิงแลว้ ผชู้ าระหน้ีชอบที่จไดก้ ารเวนคนื เอกสารอนั เป็นหลกั ฐานแห่งหน้ีหรือใหข้ ีดฆ่า
เอกสารน้นั เสีย ถา้ และเอกสารน้นั สูญหาย บุคคลผูช้ าระหน้ีชอบที่จะใหจ้ ดแจง้ ความขอ้ ระงบั หน้ี
ลงไวใ้ นเอกสารอกี ฉบบั หน่ึงตา่ งหากก็ได้
ถา้ หน้ีน้นั ไดช้ าระหน้ีแตบ่ างส่วนก็ดี หรือถา้ เอกสารน้นั ยงั ให้สิทธิอยา่ งอืน่ ใดแก่เจา้ หน้ีอยู่
ก็ดี ท่านวา่ ลกู หน้ีชอบท่ีจะไดร้ บั ใบเสร็จไวเ้ ป็นคู่มอื และใหจ้ ดแจง้ การชาระหน้ีน้นั ล้ งไวใ้ น
เอกสาร (มาตรา 326)
ข้อสันนษิ ฐานว่าเจ้าหน้ไี ด้รับชาระหน้ี
ในกรณีชาระดอกเบ้ีย หรือชาระหน้ีอยา่ งอืน่ อนั มกี าหนดชาระเป็นระยะเวลาน้นั ถา้ เจา้ หน้ี
ออกใบเสร็จใหเ้ พอื่ ระยะหน่งึ แลว้ โดยมไิ ดอ้ ดิ เอ้ือน ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นว่าเจา้ หน้ีไดร้ บั
ชาระหน้ีเพอื่ ระยะก่อนๆน้นั ดว้ ยแลว้
ถา้ เจา้ หน้ีออกใบเสร็จให้เพ่อื การชาระตน้ เงนิ ทา่ นใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ เจา้ หน้ีไดร้ บั
ชาระดอกเบ้ียแลว้
ถา้ เอกสารอนั เป็นหลกั ฐานแห่งหน้ีไดเ้ วนคนื แลว้ ไซร้ ท่านให้สนั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ หน้ีน้นั
เป็นอนั ระงบั สิ้นไปแลว้ (มาตรา 327)
ลาดับการชาระหน้ี
หลกั เกณฑ์
1. เป็นกรณีท่ีลูกหน้ีตอ้ งผูกพนั ต่อเจา้ หน้ีในอนั จะกระทาการเพ่อื ชาระหน้ี เป็นการอยา่ ง
เดียวกนั โดยมูลหน้ีหลายราย
2. ลูกหน้ีชาระหน้ีน้นั ไมเ่ พียงพอจะเปล้ืองหน้ีสินไดห้ มดทุกราย
3. ถา้ ลูกหน้ีระบุเป็นวา่ การชาระหน้ีสินรายใด ก็ให้หน้สี ินรายน้นั เป็นอนั เปล้ืองไป
4. ถา้ ลกู หน้ีไม่ระบุ ใหจ้ ดั ลาดบั การชาระหน้ีดงั น้ี
ก) หน้ีสินรายท่ีถึงกาหนด ก็ใหห้ น้ีสินรายน้นั เป็นอนั เปล้ืองไปก่อน
ข) กรณีมีหน้ีสินหลายรายถงึ กาหนด ใหห้ น้ีที่มปี ระกนั นอ้ ยท่ีสุด เป็นอนั เปล้ืองไปก่อน
ค) ในระหวา่ งหน้ีสินหลายรายท่มี ปี ระกนั เท่าๆกนั ให้รายที่ตกหนกั ท่สี ุดแก่เจา้ หน้ีเป็น
อนั ไดเ้ ปล้ืองไปกอ่ น
ง) ในระหวา่ งหน้ีสินหลายรายทีก่ หนกั แก่ลกู หน้ีเทา่ ๆกนั ให้หน้ีสินรายเกา่ ทสี่ ุดไดร้ ับ
การเปล้อื งไปกอ่ น
จ) ถา้ มีหน้ีสินหลายรายเกา่ เทา่ ๆกนั ใหห้ น้ีทุกรายเป็นอนั ไดเ้ ปล้อื งไปตามส่วนมากและ
นอ้ ย (มาตรา 328)
การจดั สรรชาระหนี้
ถา้ นอกจากการชาระหน้ีอนั เป็นประธาน ลูกหน้ยี งั จะตอ้ งชาระดอกเบ้ียและเสียค่าฤชา
ธรรมเนียมอกี ดว้ ยไซร้ หากการชาระหน้ีในคร้งั หน่ึงๆ ไมไ่ ดร้ าคาเพยี งพอจะเปล้อื งหน้ีสินได้
ท้งั หมด ท่านใหเ้ อาจดั ใชเ้ ป็นค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อนแลว้ จงึ ใชด้ อกเบ้ีย และในท่สี ุดจึงใชใ้ น
การชาระหน้ีอนั เป็นประธาน ถา้ ลกู หน้ีระบใุ ห้จดั ใชห้ ระการอนื่ ทา่ นว่าเจา้ หน้ีจะบอกปัดไม่
ยอมรบั ชาระหน้ีกไ็ ด้ (มาตรา 329)
วางทรพั ย์
ถา้ เจา้ หน้ีบอกปัดไมย่ อมรับชาระหน้ีก็ดี หรือไมส่ ามารถจะรบั ชาระหน้ีไดก้ ด็ ี หากบุคคลผู้
ชาระหน้ีวางทรัพยอ์ นั เป็นวตั ถุแห่งหน้ีไวเ้ พ่อื ประโยชน์แก่เจา้ หน้ีแลว้ กย็ อ่ มเป็นอนั หลุดพน้ จาก
หน้ีได้ ความขอ้ น้ีท่านให้ใชต้ ลอดถวึ กรณีท่ีบคุ คลผชู้ าระหน้ีไม่สามารถจะหยงั่ รู้สิทธิ หรือไม่
รูต้ วั เจา้ หน้ีไดแ้ น่นอนโดยมิใช่เป็นความผิดของตน (มาตรา 331)
การวางทรพั ยน์ ้นั ตอ้ งวาง ณ สานกั งานวางทรัพยป์ ระจาตาบลที่จะตอ้ งชาระหน้ี (มาตรา
333)
ลูกหน้ีมีสิทธิจะถอนทรพั ยท์ ่ีวางน้นั ได้ ถา้ ลูกหน้ีถอนทรพั ยน์ ้นั ท่านให้ถือเสมอื นวา่ มิได้
วางทรัพยไ์ วเ้ ลย
สิทธิถอนทรพั ยน์ ้ีเป็นอนั ขาดในกรณีต่อไปน้ี
(1) ถา้ ลกู หน้ีแสดงตอ่ สานกั งานวางทรพั ยว์ า่ ตนยอมสละสิทธิทจี่ ะถอน
(2) ถา้ เจา้ หน้ีแสดงต่อสานกั งานวางทรัพยว์ ่าจะรบั เอาทรพั ยน์ ้นั
(3) ถา้ การวางทรพั ยน์ ้นั ไดเ้ ป็นไปโดยคาสง่ั หรืออนุมตั ขิ องศาล และไดบ้ อกกลา่ วความน้นั
แก่สานกั งานวางทรพั ย์ (มาตรา 334)
ส่วนที่ 2 ปลดหน้ี
มาตรา 340 “ถา้ เจา้ หน้ีแสดงเจตนาตอ่ ลูกหน้ีวจะปลดหน้ีให้ ท่านว่าหน้ีน้นั กเ็ ป็นอนั ระงบั ส้ินไป
ถา้ หน้ีมีหนงั สือเป็นหลกั ฐาน การปลดหน้ีกต็ อ้ งทาเป็นหนงั สือดว้ ย หรือตอ้ งเวนคนื
เอกสารอนั เป็นหลกั ฐานแห่งหน้ีใหแ้ ก่ลกู หน้ี หรือขดี ฆา่ เอกสารน้นั เสีย”
ในการปลดหน้ีน้นั เป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของเจา้ หน้ี อาจจะเรียกวา่ นิติกรรมฝ่าย
เดียวกไ็ ด้ ซ่ึงเป็นการทเี่ จา้ หน้ีจะยกหน้ีดว้ ยความเสน่หาโดยไม่มีคา่ ตอบแทนใดๆ แตท่ ้งั น้ีการ
ปลดหน้ีจะตอ้ งมกี ารแสดงเจตนาให้ปรากฎออกมาชดั แจง้ การท่เี จา้ หน้ีน่ิงเฉยไม่เรียกรอ้ งให้
ลูกหน้ีชาระหน้ีจะถือว่าป็นการปลดหน้ีไมไ่ ด้
สาหรบั วธิ ีการปลดหน้ี เจา้ หน้ีสามารถทาไดโ้ ดยแสดงเจตนาตอ่ ลูกหน้ีว่าจะปลดหน้ีใหก้ ็
เป็นการเพยี งพอแลว้ ท้งั น้ีไม่วา่ จะแสดงเจตนาดว้ ยวาจาหรือทาเป็นหนงั สือกไ็ ด้ แตอ่ ยา่ งไรก็
ตามถา้ หน้ีน้นั มหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือ การปลดหน้ีตอ้ งทาเป็นหนงั สืดว้ ยหรือตอ้ งเวนคนื เอกสาร
อนั เป็นหลกั ฐานแห่งหน้ีให้แก่ลูกหน้ี หรือขดี ฆา่ เอกสารเสียอยา่ ใดอยา่ งหน่ึง
หน้ีที่มหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือ หมายความรวมท้งั หน้ีกฎหมายบงั คบั ให้ตอ้ งมีหลกั ฐานเป็น
หนงั สือ หรือทาเป็นหนงั สือ เชน่ สญั ญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ สญั ญาเชา่ ซ้ือ สญั ญากยู้ ืม ฯลฯ และ
หน้ีท่ีกฎหมายมิไดบ้ งั คบั ให้ตอ้ งมหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือ แตค่ ่สู ัญญาไดท้ าเป็นหลกั ฐานเป็น
หนงั สือดว้ ย
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม หน้ีทก่ี ฎหมายบงั คบั ใหต้ อ้ งงมหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือ ถา้ คูส่ ญั ญาไม่ทา
หลกั ฐานเป็นหนงั สือ กรณีย่อมไม่อยใู่ นบงั คบั ตามาตรา 340 วรรคสอง กล่าวคือ เจา้ หน้ีสามารถ
ปลดให้โดยการแสดงเจตนาดว้ ยวาจาไดเ้ ลย
ส่วนท่ี 3 หักกลบลบหน้ี
มาตรา 341 “ถา้ บุคคลสองคนตา่ งมคี วามผกู พนั ซ่ึงกนั และกนั โดยมลู หน้ีอนั มวี ตั ถุเป็นอยา่ ง
เดียวกนั และหน้ีท้งั สองน้นั ถึงกาหนดจะชาระไซร้ ท่านว่าลกู หน้ีฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงยอ่ มจะหลุดพน้
จากหน้ีของตนดว้ ยหกั กลบลบกนั ไดเ้ พยี งเทา่ จานวนที่ตรงกนั ในมลู หน้ีท้งั สองฝ่ายน้นั เวน้ แต่
สภาพแห่งหน้ีฝ่ายหน่งึ จะไม่เปิ ดช่องให้หกั กลบลบกนั ได้
บทบญั ญตั ดิ งั กล่าวมาในวรรคกอ่ นน้ีทา่ นมใิ หใ้ ชบ้ งั คบั หากเป็นการขดั กบั เจตนาอนั
คู่กรณีไดแ้ สดงไว้ แต่เจตนาเช่นน้ีท่านห้ามมใิ หย้ กข้ึนเป็นขอ้ ตอ่ สูบ้ คุ คลภายนอกผูก้ ระทาการ
โดยสุจริต”
องคป์ ระกอบของมาตรา 341 วรรคแรกน้ี แยกออกเป็น 5 ประรา คอื
(1) การหักกลบลบหน้ีเป็นกรณีซ่ึงบุคคลสองคนต่างมีความผกู พนั ซ่ึงกนั และกนั โดยมูลหน้ี
(2) มูลหน้ีซ่ึงบุคคลสองคนมีความผกู พนั ซ่ึงกนั และกนั น้นั มวี ตั ถุแห่งน้ีอยา่ งเดียวกนั
(3) หน้ีท้งั สองรายน้นั ถึงกาหนดชาระหน้ีแลว้
(4) ท้งั สภาพแห่งหน้ีเปิ ดชอ่ งใหห้ ักกลบลบหน้ีกนั ได้
(5) เพยี งฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงแสดงการหกั กลบลบหน้ีเท่าจานวนทตี่ รงกนั ในมลู หน้ีท้งั สองฝ่าย
น้นั
ส่วนในมาตรา 341 วรรคสองน้นั เชน่ ก. เป็นลกู หน้ี ข. อยู่ 100,000 บาท และต่อมา ข.
กลบั เป็นลูกหน้ี ก. 100,000 บาทบา้ ง กรณีเช่นน้ีตามหลกั ทว่ั ไปแลว้ สามารถหกั กลบลบหน้ีกนั
ได้ แต่ถา้ มีขอ้ ตกลงกนั วา่ ท้งั สองคนน้นั จะไมท่ าการหกั กลบลบหน้ีกนั กรณีเชน่ น้ีกจ็ ะทาการหกั
กลบลบหน้ีกนั ไม่ได้ คอื ก. จะตอ้ งชาระหน้ีให้ ข. 100,000 บาท ส่วน ข. ก็ตอ้ งชาระให้ ก.
100,000 บาทเช่นกนั เป็นไปตามขอ้ ตกลงที่ทากนั ไว้
แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วน้นั จะยกข้ึเป็นขอ้ ตอ่ สู้บคุ คลภายนอกผกู้ ระทาการโดย
สุจริตไมไ่ ด้ เชน่ ตามตวั อยา่ งขา้ งตน้ ถา้ การท่ี ก. เป็นลูกหน้ี ข. น้นั มี ค. เป็นผูค้ ้าประกนั กรณีน้ี
ถา้ ค. ไม่รูว้ ่า ก. กบั ข. ไดต้ กลงกนั วา่ จะไมท่ าการหักกลบลบหน้ีกนั การตกลงน้นั กจ็ ะไม่ผกู พนั
ค. คอื ค. ผคู้ ้าประกนั อาจใชส้ ิทธิในการหกั กลบลบหน้ีได้
มาตรา 342 “หักกลบลบหน้ีน้นั ทาไดด้ ว้ ยค่กู รณีฝ่ายหน่ึงแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหน่ึง การ
แสดงเจตนาเช่นน้ีท่านวา่ จะมีเง่ือนไขเง่ือนเวลาเร่ิมตน้ หรือเวลาสิ้นสุดอกี ดว้ ยหาไดไ้ ม่
การแสดงเจตนาดงั กล่าวมาในวรรคกอ่ นน้ี ท่านวา่ มผี ลยอ้ นหลงั ข้นึ ไปจนถงึ เวลาซ่ึงหน้ีท้งั
สองฝ่ายน้นั จะอาจหกั กลบลบกนั ไดเ้ ป็นคร้งั แรก”
การหักกลบลบหน้ีน้นั ยอ่ มมผี ลสาเร็จ เม่อื คูก่ รณีแตเ่ พียงฝ่ายเดียวไดแ้ สดงเจตนาหกั กลบ
ลบหน้ีโดยไม่ตอ้ งไดร้ ับความยนิ ยอมจากอกี ฝ่ายหน่งึ แมจ้ ะเป็นการขืนใจของคกู่ รณีอกี ฝ่ายหน่ึง
กต็ าม เมอ่ื คู่กรณีฝ่ายหน่ึงแสดงเจตนาท่จี หกั กลบลบหน้ีแกอ่ ีกฝ่ายหน่ึงแลว้ กท็ าให้หน้ีน้นั เป็น
อนั ระงบั สิ้นไป ดงั น้นั การแสดงเจตนาหกั กลบลบหน้ีน้นั จงึ บงั คบั จะมเี งอ่ื นไขหรือเง่ือนเวลา
เร่ิมตน้ หรือสิ้นสุดไมไ่ ด้ เพราะหากมเี งอื่ นไขหรือเง่ือนเวลาบงั คบั ไว้ กจ็ ะเกิดความไมเ่ ป็นธรรม
กบั ฝ่ายทไ่ี ม่เต็มใจหักกลบลบหน้ี
ส่วนมาตรา 342 วรรคสองน้นั หมายความวา่ การแสดงเจตนาหกั กลบลบหน้ีตามวรรค
แรกให้มผี ลยอ้ นหลงั ไปจนถงึ เวลาซ่ึงหน้ีของท้งั สองฝ่ายอาจจะหกั กลบลบหน้ีกนั ไดเ้ ป็นคร้ัง
แรก
ตวั อย่าง ก. เป็นลกู หน้ี ข. 30,000 บาท ซ่ึงมกี าหนดชาระวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2552 ตอ่ มา ข. เป็น
ลูกหน้ี ก. 50,000 บาท โดยมกี าหนดชาระวนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2552 เม่อื หน้ีท้งั สองรายถึงกาหนด
ชาระแลว้ กไ็ ม่มฝี ่ายไหนชาระหน้ีต่อกนั พอถึงวนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2552 ข. จงึ แสดงเจตนาหกั
กลบลบหน้ีกบั ก. (หกั กลบลบหน้ีกนั ได้ 30,000 บาท) ซ่ึงการแสดงเจตนาหักกลบลบหน้ีในคร้งั
น้ีจะมีผลต้งั แต่วนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2552 คอื มผี ลยอ้ นหลงั ไปจนถงึ เวลาท่ีหน้ีท้งั สองอาจหักกลบ
ลบหน้ีไดเ้ ป็นคร้งั แรก น้นั กค็ ือ วนั ทห่ี น้ีท้งั สองรายถงึ กาหนดชาระน้นั เอง
มาตรา 343 “การหกั กลบลบหน้ีน้นั ถึงแมว้ า่ สถานท่ซี ่ึงจะตอ้ งชาระหน้ีท้งั สองจะตา่ งกนั
ก็หักกนั ได้ แตฝ่ ่ายผูข้ อหกั กลบลบหน้ีจะตอ้ งใชค้ า่ เสียหายหแก่อกี ฝ่ายหน่ึงเพอ่ื ความเสียหาย
อยา่ งหน่ึงอยา่ งใดอนั เกิดแก่การน้นั ”
มาตรา 344 “สิทธิเรียกรอ้ งใดบา้ งยงั มขี อ้ ตอ่ สูอ้ ยู่ สิทธิเรียกรอ้ งน้นั ทา่ นวา่ หาอาจจะเอามา
หักกลบลบหน้ีไดไ้ ม่ อน่ึง อายคุ วามยอ่ มไม่ตดั รอนการหักกลบลบหน้ี แมส้ ิทธิเรียกร้องขาดอายุ
ความแลว้ แตว่ า่ ในเวลาเดียวท่อี าจจะหักกลบลบกบั สิทธิเรียกรอ้ งฝ่ายอน่ื ไดน้ ้นั สิทธิยงั ไมข่ าด”
อธบิ าย มาตรา 344 น้ี มขี อ้ สาคญั แยกพิจารณาได้ 2 ประการ คือ
(1) สิทธิเรียกรอ้ งใดมีขอ้ ตอ่ สู้อย่ จะยกเอาสิทธิเรียกร้องน้นั ข้ึนมาหักกลบลบหน้ีไมไ่ ด้
เพราะการหกั กลบลบหน้ียอ่ มมผี ลใหห้ น้ีน้นั ระงบั ไปโดยการแสดงเจตนาของคกู่ รณีแต่
เพียงฝ่ายเดียว ถา้ หากกฎหมายไมห่ า้ มเอาไวก้ อ็ าจจะเกดิ ความไม่เป็นธรรมแกอ่ ีกฝ่าย
หน่ึงได้
(2) อายุความยอ่ มไม่ตดั รอนการหกั กลบลบหน้ี แมส้ ิทธิเรียกร้องอกี ฝ่ายหน่ึงขาดอายคุ วาม
ไปแลว้ แตใ่ นเวลาที่อาจจะหกั กลบลบหน้ีกบั สิทธิเรียกร้องฝ่ายอื่นไดน้ ้นั สิทธิยงั ไมข่ าด
การทส่ี ิทธิเรียกร้องของฝ่ายท่ขี กหักกลบลบหน้ีมาขาดอายุความลงภายหลงั หาเป็นการ
ตดั รอน การท่ีฝ่ายน้นั จะขอหกั กลบลบหน้ีไม่
มาตรา 345 “หน้ีรายใดเกิดแตก่ ารอนั มิชอบดว้ ยกฎหมายเป็นมูล ท่านห้ามมใิ ห้ลูกหน้ี
ถือเอาประโยชน์แห่งหน้ีรายน้นั เพื่อหักกลบลบหน้ีกบั เจา้ หน้ี”
อธิบาย คาว่า “หน้ีอนั มชิ อบดว้ ยกฎหมาย” หมายถงึ หน้ีละเมิด ซ่ึงกฎหมายห้ามผทู้ ่ไี ปทา
ละเมดิ นาหน้ีน้นั มาหกั กลบลบหน้ี แต่อยา่ งไรก็ตาม กฎหมายไมห่ า้ มฝ่ายที่ถูกทาละเมิดท่จี ะ
นาหน้ีน้นั มาหกั กลบบลบหน้ีกฎหมายหา้ มเฉพาะฝ่ายทที่ าละเมิดเทา่ น้นั
ส่วนที่ 4 แปลงหน้ีใหม่
มาตรา 349 “เมอ่ื คู่กรณีทเี่ กี่ยวขอ้ งไดท้ าสญั ญาเปลย่ี นสิ่งซ่ึงเป็นสาระสาคญั แหง่ หน้ีไซร้
ท่านวา่ หน้ีน้นั เป็นอนั ระงบั ส้ินไปดว้ ยแปลงหน้ีใหม่
ถา้ ทาหน้ีมเี ง่ือนไขให้หกั กลายเป็นหน้ีปราศจากเง่ือนไขก็ดี เพม่ิ เติมเงอ่ื นไขเขา้ ในหน้ีอนั
ปราศจากเงอ่ื นไขก็ดี เปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ท่านถอื ว่าเป็นอนั เปล่ียนสิ่งซ่ึงเป็นสาระสาคญั แห่งหน้ี
น้นั
ถา้ แปลงหน้ีใหม่ดว้ ยเปลีย่ นตวั เจา้ หน้ี ทา่ นใหบ้ งั คบั ดว้ ยบทบญั ญตั ิท้งั หลายแห่งประมวล
กฎหมายน้ีว่าดว้ ยโอนสิทธิเรียกรอ้ ง”
มาตรา 350 “แปลงหน้ีใหม่ดว้ ยตวั ลูกหน้ีน้นั จะทาเป็นสญั ญาระหวา่ งเจา้ หน้ีกบั ลูกหน้ีคน
ใหม่ก็ได้ แตจ่ ะทาโดยขนื ใจลกู หน้ีเดิมหาไดไ้ ม่”
ส่วนที่ 5 หน้ีเกล่ือนกลืนกนั
มาตรา 353 “ถา้ สิทธิและความรบั ผดิ ในหน้ีใดรายใดตกอยแู่ กบ่ ุคคลคนเดียวกนั ท่านวา่ หน้ี
รายน้นั เป็นอนั ระงบั สิ้นไป เวน้ แตเ่ มือ่ หน้ีน้นั ตกไปอยูใ่ นบงั คบั แห่งสิทธิของบุคคลภายนอก
หรือเมอื่ สลกั ตวั๋ เงนิ กลบั คืนตามความในมาตรา 917 วรรคสาม”