WATER HYAFERTILIZER
ปุ๋ยผักตบชวา
คำนำ
หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เรื่องปุ๋ยผักตบชวา เพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้
และวิธีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีซึ่งจะนำมาใช้ในการประยุกต์ใช้กับสิ่งแวดล้อม การจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น
เพื่อศึกษาการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการปนเปื้อนของสารชนิด
ต่างๆในแหล่งน้ำ ดิน อากาศ นอกจากจะส่งผลกระทบทำให้สภาพแวดล้อมมีคุณภาพเสื่อมโทรมลงแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบ
ต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมบริเวณดังกล่าวอีกด้วย การแก้ไขและ/หรือการป้องกันการปนเปื้อนของสารต่างๆ ไม่ว่า
จะเป็นสารอินทรีย์หรือสารอนินทรีย์ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้จากนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆหลายสาขา
เช่น นักเคมี นักชีววิทยา นักจุลชีววิทยา วิศวกร เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีมาผสมผสานและประยุกต์ใช้เพื่อการกำจัด
หรือลดปริมาณการปนเปื้อนสารต่างๆในสิ่งแวดล้อม ของการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( E-Book) เรื่อง ปุ๋ยผักตบฉวา เพื่อ
ให้นักศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้และศึกษาต่อยอดได้
คณะผู้จัดทำ
25 ธันวาคม 2565
สารบัญ 1 การใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาธรรมชาติ
2 เทคโนโลยีสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
3 ขั้นตอนและวิธีการทำปุ๋ยจากผักตบชวา
การใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาธรรมชาติ
การใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาธรรมชาติ
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ ดูแล บำบัด ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และลด
ปัญหามลพิษที่อาจส่งผลกระทบ ต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ หลักการของเทคโนโลยีด้านสิ่ง
แวดล้อม ต้องเป็นเทคโนโลยีที่นำไปใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปได้ เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม
ได้แก่
1.เทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมและบำบัดมลพิษ
2.เทคโนโลยีชีวภาพด้านสิ่งแวดล้อม
3.เทคโนโลยีภูมิปัญญาด้านสิ่งแวดล้อม
4.เทคโนโลยีชีวภาพด้านสิ่งแวดล้อม
5.เทคโนโลยีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
6.เทคโนโลยีด้านพลังงานที่เกี่ยข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและพลังงาน
เทคโนโลยีสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีสัมพันธ์กับพลังงานและสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวกับการนําพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การใช้พลังงานแบบ
ประหยัด และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการปนเปื้อนของสาร
ชนิดต่างๆในแหล่งน้ำ ดิน อากาศ นอกจากจะส่งผลกระทบทำให้สภาพแวดล้อมมีคุณภาพเสื่อมโทรมลงแล้ว ยังได้ส่งผลก
ระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมบริเวณดังกล่าวอีกด้วย การแก้ไขและ/หรือการป้องกันการปนเปื้อนของสารต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นสารอินทรีย์หรือสารอนินทรีย์ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้จากนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆหลาย
สาขา เช่น นักเคมี นักชีววิทยา นักจุลชีววิทยา วิศวกร เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีมาผสมผสานและประยุกต์ใช้เพื่อการ
กำจัดหรือลดปริมาณการปนเปื้อนสารต่างๆในสิ่งแวดล้อม
ขั้นตอนการทำปุ๋ยจากผักตบชวา
ผักตบชวา เป็นวัชพืชที่พบได้ตามแหล่งน้ำคูคลองหรือล่องน้ำตามแปลงเกษตร โดยผักตบชวามีการแผ่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ซึ่ง
หากไม่ควบคุมกำจัดแล้วก็จะปกคลุมแหล่งน้ำขัดขวางการสัญจรทางน้ำและกลายเป็นขยะทำให้น้ำเน่าเสียได้
วิธีการจัดการขยะวัชพืชด้วยการทำปุ๋ยผักตบชวา ที่จะช่วยเกษตรกรไม่ว่าจะเป็น
ช่วยลดต้นทุนเรื่องปุ๋ย
ช่วยเสริมธาตุอาหารหลักให้กับพืชทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย รากพืชเจริญเติบโตได้ดี
เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยหมักผักตบชวาขายสร้างรายได้อีกทาง
ส่วนผสม มูลสัตว์หรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน รำ น้ำสะอาด + ปุ๋ยน้ำ
ผักตชวา
วิธีการทำปุ๋ย
1. คลุกเคล้าอินทรีย์วัตถุกับมูลสัตว์หรือปุ๋ยคอก
2.โรยรำ (ถ้ามี) และปุ๋ยน้ำผสมน้ำ (1/200) คลุกเคล้าให้เข้ากัน แค่พอชื้นๆไม่ต้องแฉะ
3.ปิดคลุมทิ้งไว้ 3 สัปดาห์
4.กลับกองปุ๋ย ทำ 3ครั้ง
5.เมื่อครั้งที่ นำเข้าพักไว้ในที่ร่ม เพื่อคลายความร้อน
อัตราการใช้ปุ๋ยผักตบชวา
ข้าว : ใช้ในปริมาณ 2 ตันต่อไร่ หว่านให้ทั่วพื้นที่ไถกลบก่อนปลูก
พืชไร่ : ใช้ในปริมาณ 2 ตันต่อไร่ โรยตามแนวปลูกพืช แล้วคลุกเคล้ากับดิน
พืชผัก : ใช้ในปริมาณ 4 ตันต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลงปลูกไถ่กลบขณะเตรียมดิน
การดูแลกองปุ๋ยหมักผักตบชวา
กลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 15 วัน เพื่อระบายอากาศ เพิ่มออกซิเจนในกองปุ๋ย และช่วยให้วัสดุคลุกเคล้าเข้ากัน หรืออาจใช้วิธี
ฝังท่อพีวีซีและเจาะรูเพื่อให้ระบายความร้อน ระบายอากาศ และให้เป็นช่องสำหรับการเติมน้ำหมักชีวภาพในระหว่างการ
หมักได้เช่นกัน
รดน้ำกองปุ๋ยหมักเพื่อรักษาความชื่นของกองปุ๋ยอยู่ในช่วง 50-60 %
หากกองปุ๋ยมีกลิ่นเหม็น ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 หรือซุปเปอร์ พด.6 ฉีดพ่นในระหว่างการ
หมักอัตรา 10 ลิตร ทุกวันจนกว่ากลิ่นจะหาย
ใช้ระยะเวลาในการหมัก 45-60 วัน
เก็บรักษาปุ๋ยที่หมักเสร็จแล้วไว้ในโรงเรือนหลบแดดและฝน
โดยปุ๋ยผักตบชวาที่หมักเสร็จสมบูรณ์แล้วเศษพืชจะมีลักษณะยุ่ย มีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ กองปุ๋ยไม่มีกลิ่นเหม็น รวมถึง
อุณหภูมิภายในและภายนอกกองปุ๋ยใกล้เคียงกัน
การใช้ประโยชน์ของผักตบชวา
••สามารถทำเป็นยาแก้พิษในร่างกาย ช่วยขับลม ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ใช้ตำพอกแก้แผลอักเสบได้
••เฉพาะผักตบชวาที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ สามารถนำมารับประทานส่วนของ ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อน โดยนำมาลวก
จิ้มกับน้ำพริก หรือนำมาทำแกงส้ม ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของส่วนที่รับประทานได้ของผักตบชวา ต่อ 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน
30 แคลอรี, น้ำ 89.8%, โปรตีน 0.5 กรัม, ไขมัน 0.1 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 7.5 กรัม, ใยอาหาร 2.4 กรัม
••เลือกใช้ผักตบชวาจากแหล่งน้ำที่ปลอดสารพิษจำพวกยาฆ่าแมลงหรือโลหะหนักเท่านั้น โดยสามารถนำมาเลี้ยงสุกร เลี้ยงไก่ได้ เนื่องจากมี
คุณค่าทางอาหาร โดยพบว่าผักตบชวาแห้งจะมีโปรตีนประมาณ 14-20% ไขมัน 1-2.5% เส้นใย 17-19% สัตว์หลายชนิด เช่น วัว ควาย แกะ
แพะ มักจะกินผักตบชวาที่ขึ้นอยู่ตามริมฝั่ง หรือบางชนิดก็กินผักตบชวาในน้ำ ส่วนหมูก็กินผักตบชวาที่ผู้เลี้ยงนำมาต้มให้กิน โดยสัตว์เหล่านี้จะ
ช่วยกำจัดผักตบชวาให้ลดน้อยลงได้ นอกจากนี้ยังมีการนำผักตบชวาไปแปรรูปใช้เป็นส่วนประกอบของสูตรอาหารสุกรและสัตว์ปีก
••ผักตบชวาสามารถนำมาใช้ทำปุ๋ยหมัก สำหรับการปลูกพืชผักต่าง ๆ เนื่องจากผักตบชวามีโพแทสเซียมอยู่มากเป็นพิเศษ ส่วน
ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนก็มีอยู่พอสมควร หรือนำมาใช้คลุมต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ให้เกิดความชุ่มชื้น เนื่องจากผักชนิดนี้มี
คุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี ผักตบชวาที่ตากแดดจนแห้งดีแล้ว สามารถนำมาเพาะเห็ดฟางเพื่อสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี
••ใช้ทำเป็นกระถางชนิดพิเศษที่เป็นปุ๋ยในตัวเอง โดยต้นกล้าที่จะนำมาเพาะชำในกระถางนี้ เราสามารถขุดหลุมปลูกได้เลย
เพราะกระถางจะย่อยสลายไปได้เองและยังเป็นปุ๋ยให้กับพืชที่ปลูกอีกด้วย
••นำมาใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงแท่งโดยการนำมาผสมกับแกลบอัดเป็นแท่งเชื้อเพลิงได้ โดยไม่มีปัญหาในการอัด ค่าพลังงานความ
ร้อนที่ได้ก็ใกล้เคียงกับแกลบอัด
••มีการนำผักตบชวาแห้งทั้งต้นมาใช้ทำเป็นแอลกอฮอล์และ gas
••ผักตบชวาสามารถขึ้นได้ในทุกสภาพน้ำและสามารถช่วยบำบัดน้ำเสียได้ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกรองของแข็งหรือสาร
แขวนลอยต่าง ๆ ที่ปนอยู่ในน้ำ ด้วยการสกัดกั้นเอาไว้ นอกจากนั้นระบบรากของผักตบชวาที่มีจำนวนมาก ยังช่วยกรองสาร
อินทรีย์ที่ละเอียดและจุลินทรีย์ที่อาศัยเกาะอยู่ที่ราก จึงช่วยดูดสารเหล่านี้ไว้ด้วยอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าหากน้ำเสียนั้นมีสารพิษใน
ปริมาณมากหรือน้ำเสียมาก การใช้ผักตบชวาเพื่อบำบัดน้ำเสียจะให้ผลช้าและอาจทำให้น้ำเน่าได้ จึงควรใช้ผักตบชวาร่วมกับ
การบำบัดน้ำเสียระบบอื่นไปด้วย จึงจะได้ผลดี
••ผักตบชวาสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสานหรือสินค้าอื่น ๆ เช่น กล่องบรรจุภัณ์ กล่องใส่กระดาษชำระ ตะกร้า
กระเป๋า เก้าอี้ เปลญวน รองเท้าแตะ ถาดรองผลไม้ ถาดรองแก้วน้ำ แจกันสาน เสื่อ กระดาษ ฯลฯ
••นอกจากนี้ผักตบชวายังมีประโยชน์ที่ช่วยสะสมพลังงานจากดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย ช่วยลดปัญหาที่
เกิดจากวัชพืชใต้น้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำ ช่วยทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม ฯลฯ
อ้างอิง
https://kasetgo.com/t/topic/504163
https://www.greenpeace.org/thailand/story/1805/nature-compost
/https://www.google.com/search?
=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%
B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81&rlz=1C1FKPE_thTH944TH944&sxsrf=AJOqlz
XldqaHBVTYEK8fjNl0sSfUf69H6Q:1673416153372&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwjnhYj76L78A
hWGU2wGHdLKAgAQ_AUoAXoECAEQAw&biw=1536&bih=656&dpr=1.25#imgrc=OHjK06ObIFZwZM
https://web.facebook.com/ldd.go.th/photos/a.1431453733649427/1487287841399349/?
type=3&_rdc=1&_rdr