แบดมินตัน
badminton
นำ เ ส น อ สู่ นำ เ ส น อ โ ด ย
วิชาคอมพิ วเตอร์ นาย.ธรรมกิตติ์ เชิดฉิน
นานาย.วิฐากฤช เฟื่องเกษม
คำนำ
รายงานวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษา ซึ่งข้าพเจ้าได้รวบรวมหลายๆ อย่างซึ่ง
เกี่ยวกับแบดมินตันเอาไว้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ‘ประวัติ’ ‘กติกาในการเล่น’ ฯลฯ ซึ่ง
ข้าพเจ้าได้ค้นหาจากเว็ปไซต์ต่างๆ เพื่อนำมารวบรวมเป็นรูปเล่ม และข้าพเจ้าก็หวังว่า
รายงานฉบับนิ้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาเกี่ยวกับแบดมินตันในขณะนี้โดยตรง
ถ้าข้าพเจ้าได้ทำเอกสารประกอบความรู้ฉบับนี้ผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้
ด้วย ค่ะ
สารบัญ
หน้ า
ประวัตติแบดมินตัน......................................................... 1
ประวัติแบดมินตันในประเทศไทย............................2
คําแนะนําง่าย ๆ สําหรับนักเลนหัดใหม่............. 3
บทที่ 1 ประวัติกีฬาแบดมินตัน Badminton
ประวัติแบดมินตัน
แบดมินตัน (Badminton) เปนกีฬาที่ไดร ับการวิจารณเปน อยางมากเพราะไมมีหลัก
ฐานที่แนชัดถึง ที่ มาของกีฬาประเภทนี้ คงมีแตห ลักฐานบางอยางที่ทําใหทราบวา
กีฬาแบดมินตันมีเลน กันในยุโรป โดยเฉพาะใน ประเทศอังกฤษตอนปลายศตวรรษที่
17 และจากภาพสน้ํามันหลายภาพไดยืนยันวา กีฬาแบดมินตันเลน กันอยาง แพรหลาย
ใน พระราชวงศของราชสํานักตางๆ ในทวีปยุโรป แมว าจะเรียกกันภายใตช ื่ออื่นก็ตาม
ประวัติของกีฬาแบดมินตันบันทึกไดแนน อนในป พ.ศ. 2413 ปรากฏวา มีการเลนกีฬา
ลูกขนไก เกิดขึ้นที่เมืองปูนา (Poona) ในประเทศอินเดีย เปนเมืองเล็กๆ หา งจากเมือ
งบอมเปยประมาณ 50 ไมล โดยไดร วม การเลน สองอยา งเขา ดวยกันคือ การเลนปูนา
ของประเทศอินเดีย และการเลน ไมต ีกับลูกขนไก (Battledore Shuttle Cock) ของ
ยุโรป ในระยะแรกๆ การเลนจะเลนกันเพียงแตในหมูน ายทหารของกองทัพ และ
สมาชิกชนชั้นสูงของ อินเดีย จนกระทั่งมีนายทหารอังกฤษที่ไปประจําการอยูท ี่เมือง
ปูนา นําการเลน ตีลูกขนไกน ี้กลับไปอังกฤษ และ เลน กันอยา งกวางขวาง ณ คฤหา
สนแบดมินตัน (Badminton House) ของดยุคแหง บิวฟอรด ที่กลอสเตอรเชอร ในป
พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูกขนไกเ ลยถูกเรียกวา แบดมินตัน ตามชื่อคฤหาสนข องดยุค
แหง บิวฟอรด ตั้งแตน ั้นมา
กีฬาแบดมินตันเริ่มแพรห ลายในประเทศ
แถบภาคพื้น ยุโรป เพราะเปน เกมที่คลา ย
เทนนิส แต สามารถเลน ไดภ ายในตัวตึก
โดยไมต องกังวลตอ ลมหรือหิมะในฤดู
หนาว ชาวยุโรปที่อพยพไปสูท วีปอเมริกา
ได นํากีฬาแบดมินตันไปเผยแพร รวมทั้ง
ประเทศตางๆ ในทวีปเอเชียและ
ออสเตรเลียที่อยูภายใตอาณานิคมของ
อังกฤษ เนเธอรแลนด ตางนําเกมแบดมิน
ตันไปเลนยังประเทศของตนอยา ง
แพรห ลาย เกมกีฬาแบดมินตันจึง
กระจายไปสูส วนตางๆ ของโลก รวมทั้ง
ประเทศไทยดว ย
บทที่ 2 ประวัติแบดมินตันในประเทศไทย
การเล่นแบดมินตันได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดย
เริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันแบบมี ตาข่าย โดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้
สร้างสนามขึ้นที่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี แล้ว
นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป ส่วนมากเล่นกันตามบ้านผู้ดีมี
ตระกูล วังเจ้านาย และในราชสำนัก การเล่นแบดมินตันครั้งนั้น
นิยมเล่นข้างละ 3 คน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสร
กลาโหมได้เป็นผู้จัดแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก โดย
จัดการแข่งขัน 3 ประเภทได้แก่ ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และ
ประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตันบางขวางนนทบุรี
(โรงเรียนราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท
นอกจากนี้ มีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดีเดินทางไปแข่งขันยังประเทศ
ใกล้เคียงอยู่บ่อยๆ
บทที่ 3 คำแนะนำง่ายๆสำหรับนักเล่นหัดใหม่
1.ขณะตีลูกตัวคุณต้องอยู่หลังลูกขนไก่
วิธีการที่เราจะส่งแรงออกไปนั้น ตัวของเราจะต้องมองเห็นลูกแบดอยู่ด้านหน้าเป็นมุม
45 องศาจากด้านบน ซึ่งหลายๆครั้งที่มือใหม่หลายคนมักจะหงายหลังตีลูก นั่นเป็น
เพราะว่า สเต็ปเท้าในการถีบตัวไปด้านหลัง เพื่อให้ลูกอยู่ด้านหน้านั้นยังไม่เร็วพอ อาจ
จะเสริมด้วยทักษะการสไลด์เท้า หรือสืบเท้าไปด้านหลัง ทำบ่อยๆก็จะคล่องขึ้น
และถ้าฝึกฝนได้จะลดการบาดเจ็บจากการข้อเท้าพลิกได้ด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่เราหงาย
หลังตีนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราเสียสมดุลในการจัดระเบียบร่างกายด้วย
2.ไม่เปิ ดลำตัวไปทางด้านซ้าย
ธรรมชาติของร่างกายเรา ถ้าหากตีลูกและวางร่างกายในแนวระนาบแบบไม่เปิด
ตัว ทำให้ร่างกายของเราไม่มีแรงที่มาจากลำตัวในการส่งลูก เราจะใช้ได้เพียงแรง
ที่หัวไหล่และแขนอย่างเดียว นั่นคือผลที่ทำให้การตีลูกโฟร์แฮนด์ไม่ถึงหลัง
ซึ่งนอกจากการเปิดลำตัวออกไปด้านข้างแล้ว จำเป็นจะต้องถอยหลังด้วยเท้าข้าง
ที่ถนัดและถ่ายน้ำหนักลงไปที่เท้าหลังด้วย 1 ก้าว เพื่อที่จะส่งแรงจากลำตัวและ
หัวไหล่ไปทางด้านหน้ า
3.ขณะที่กำลังตีลูกเหยียดแขนไม่สุด
เมื่อเวลาที่เราเหยียดแขนในการตีไม่สุด นอกจากจะ
ทำให้ลูกไม่แรงแล้ว จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หัว
ไหล่อีกด้วย
บรรณานุกรม
ที่มาจาก
https://kriengkraikks.files.wordpres
s.com/2013/07/e0b981e0b89ae0b
894e0b8a1e0b8b4e0b899e0b895
e0b8b1e0b899_e0b8a1-6.pdf