เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดอุทัยธานี อำเภอบ้านไร่
จัดทำโดย
นางสาวธิดารัตน์ อภิบาลศรี
ชั้นมัธยมศึ กษาปีที่ 6/3 เลขที่ 20
เสนอ
ครูฉัตรชัย นาคทอง
รายงานเล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่ งของการเรียนวิชา
วิชาการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ว33284
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึ กษา 2564
คำนำ
รายงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่ งของ
วิชาการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ว33284
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษา
ความรู้ที่ได้จากเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอ
บ้านไร่ ซึ่งรายงานนี้ มีเนื้ อหาเกี่ยวกับความรู้จากการ
ศึกษาของข้าพเจ้าเกี่ยวกับเรื่อง กลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ ในการทำรายงาน
เนื่ องมาจากเป็นเรื่องที่น่ าสนใจและต้องขอขอบคุณ
กลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง ผู้ให้ความรู้และแนวทางการ
ศึกษาที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดทำหวังว่า
รายงานฉบับนี้ จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์ แก่
ผู้อ่านทุกๆท่าน
ธิดารัตน์ อภิบาลศรี
ก
สารบัญ หน้ า
เรื่อง ก
ข
คำนำ 1
สารบัญ 2
ประวัติความเป็นมา 3
กลุ่มผู้ประกอบการ 4
อัตลักษณ์ /จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ 4
แหล่งจำหน่ ายผลิตภัณฑ์ 5
ความสั มพันธ์กับชุมชน 5
มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ 6
วัตถุดิบและส่ วนประกอบ 8
ขั้นตอนการผลิต 9
อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทอผ้า 9
ขั้นตอนในการทอ ค
เทคนิ ค/เคล็ดลับในการผลิต
บรรณานุกรม
ข
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง
ประวัติความเป็นมา
บ้านผาทั่งเป็นหมู่บ้านหนึ่ งของตำบล หลวงพ่อโต วัดผาทั่ง
ห้วยแห้งในอดีตชาวบ้านผาทั่งได้อพยพมาจาก
เวียงจันทร์ มาตั้งถิ่นฐานประมาณ 200 กว่าปี ผ้าลายพญานาค
โดยหนี ข้าศึกซึ่งเป็นพวกแกะ (ญวน) ที่ได้แยก
มาจาก ทัพทัน ทัพหมัน ทัพผึ้ง ทัพหลวงและ 1
ทัพคล้าย เมื่อทัพต่าง ๆแตก ชาวบ้านได้แยกย้าย
มารวมตัวกันที่ผาทั่ง เมื่อก่อนเป็นทางน้ำไหล
ของน้ำป่า เมื่อน้ำไหลมาจะกระแทกหน้ าผา
ลักษณะกระแทกกระทั่ง จึงเรียกว่า “ผาทั่ง”
ส่วนชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ เป็นชุด
เครื่องนอนที่สตรีสมัยโบราณที่จะแต่งงาน
ต้องทำด้วยมือตั้งแต่ปั่ นฝ้าย ทอเป็นผืนผ้า
แล้วนำมาทำเป็นชุดเครื่องนอนส่ งให้แม่ของ
ชายคนรักพิจารณาว่าจะรับสะใภ้ได้หรือไม่
โดยพิจารณาจากลวดลายสะดุดตา ความ
ประณีตสวยงามของฝีมือการทอ เหมาะสมที่จะ
เป็นแม่ศรีเรือน จะมีผู้สู่ขอแต่งงานถือว่าความ
สามารถในการทำชุดเครื่องนอนของสตรีเป็น
เครื่องพิจารณาในการตัดสิ นใจเลือกคู่ครอง
ของฝ่ายชาย หากพ่อแม่และญาติทั้งสองฝ่าย
ตกลงกันได้เรื่องค่าตัวเจ้าสาว (ค่าดอง) พ่อแม่
ฝ่ายหญิงต้องมอบสิ นสอดอันรวมถึงเครื่องใช้
ในบ้านที่ทำด้วยผ้า ได้แก่ ฟูก หมอนผ้าห่ม
ผ้าคลุม มุ้งผ้าปูฟูก และม่าน จำนวนและ
คุณภาพเครื่องใช้ผ้าเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับค่าตัวเจ้า
สาวและสถานภาพของเจ้าบ่าว หากเจ้าบ่าว
มีฐานะดีหรือสูงค่า ตัวเจ้าสาวตลอดจนสินสอด
เครื่องใช้ ผ้าก็จะสูงตามไปด้วย
ปัจจุบันมีการประยุกต์เป็นของที่ระลึก
สะสมชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ 1 ชุด
ประกอบด้วย
1.หมอนขวานใหญ่
2.ผ้าคลุมเตียงขนาด 6 ฟุต
3.หมอนข้าง
4.หมอนเหลี่ยม
ชุดเครื่องนอน
กลุ่มผู้ประกอบการ
กลุ่มผู้ผลิต : กลุ่มศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณบ้านผาทั่ง
สถานที่ผลิต : 32 หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่
จังหวัดอุทัยธานี 61140
โทรศั พท์ : 056-539157
โทรศั พท์เคลื่อนที่ : 089-2709683
ประธานกลุ่ม : นางทองลี้ภูริผล
สถานที่ตั้งกลุ่ม : 32 หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่
จังหวัดอุทัยธานี 61140
เส้นทางคมนาคม : รถยนต์ จังหวัดอุทัยธานี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ 220 กิโลเมตร จากตัวเมืองอุทัยธานี
ถึงอำเภอบ้านไร่ 80 กิโลเมตร
ศูนย์จำหน่ ายผ้าทอพื้นเมืองบ้านผาทั่ง 2
อัตลักษณ์ /จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
ชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ เป็นผ้าฝ้าย ทอมือผ่านกรรมวิธีการย้อมสี
โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น
สีธรรมชาติที่ใช้ย้อมส่วนใหญ่จะใช้ 5 สี ดังนี้
1.สีเหลืองอ่อน ได้มาจากแก่นขนุน
2.สี ม่วง ได้มาจากแก่นฝาง
3.สี ครีม ได้มาจากเปลือกมะพร้าว
4.สี เขียว ได้มาจากใบหญ้านาง
5.สี น้ำตาล ได้มาจากเมล็ดหมากทั้งอ่อน-แก่
ลวดลายที่ถักผ้าทอเป็นผืนผ้าแต่ละชิ้นใช้ลายพญานาคลอยน้ำ
เพราะคนโบราณนั บถือพญานาคกันมาก ประกอบกับชาวบ้านผาทั่ง
สืบเชื้อสายมาจากลาวเวียงจันทร์ ซึ่งมีความผูกพันและนั บถือพญานาคมาก
หมอนขวานผ้าทอ ผ้าทอลวดลายโบราณ
เสื้ อผ้าทอบุรุ ษ 3ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ
แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์, ช่องทางการจัดจำหน่าย
1.ศูนย์ผ้าทอพื้นเมืองบ้านผาทั่ง ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่
จังหวัดอุทัยธานี
2.โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ
3.โรงแรมเกสรพลาซ่า กรุงเทพฯ
4.ร้านคุณป้อม วัดท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี
5.สนามบิน จังหวัดเชียงใหม่
6.ศูนย์จำหน่ ายผ้าพื้นเมือง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี
7.สถานี วิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
8.ร้านไหมแกมฝ้ายข้างโรงพยาบาลอุทัยธานี
9.ออกร้าน-นิ ทรรศการตามหน่ วยงานราชการ
ความสั มพันธ์กับชุมชน
วัตถุดิบและแรงงานทั้งหมดมาจากชุมชน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
และแบ่งงานกันทำโดยที่ส่วนหนึ่ งจะทำหน้ าที่ทอและตัดเย็บ อีกส่วนหนึ่ ง
ทำหน้ าที่ย้อม บางชิ้นงานก็จะรับซื้อจากชาวบ้านในกลุ่ม รายได้จากการ
จำหน่ ายก็จะมาแบ่งปันกันและไว้เพื่อส่วนกลางเพื่อใช้ในการพัฒนา
ร่วมกัน โดยมีศูนย์จำหน่ ายสินค้าเป็นศูนย์กลางในการรวบรวผลิตภัณฑ์
ผู้สูงอายุเข็นฝ้าย กลุ่มสตรีร่วมเข็นฝ้าย
4
มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ
1.รางวัลชนะเลิศการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/เศรษฐกิจแบบพอเพียง
ปี 2546 มอบให้โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
2.รางวัลชนะเลิศภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับประเทศ ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น
สิ่งทอ ปี 2547 จัดโดยกรมส่งเสริมการเกษตร
3.รางวัลชนะเลิศการประกวดภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านผลิตภัณฑ์และ
การแปรรูปสิ่งทอลายโบราณ(ประเภทผ้าคลุมเตียง) มอบโดยสำนั ก
ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่
4.รางวัลชนะเลิศการประกวดสิ่งทอประเภทผ้าคลุมไหล่ ปี 2547
มอบให้โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วัตถุดิบและส่ วนประกอบ
วัตถุดิบที่ใช้ย้อมฝ้ายด้วยสี ธรรมชาติประกอบด้วย
1.ผงซักฟอก
2.น้ำยาล้างจาน
3.ฝ้ายเกลียว
4.สารส้ ม
5.ปูนแดง
6.ขี้เถ้า
7.ดินลูกรัง
8.เชือกฟาง
9.ตะปู
อุปกรณ์ ประกอบด้วย ฝ้าย
1.กะละมังอะลูมิเนี ยม
2.กะละมังพลาสติก
3.หม้ออะลูมิเนี ยม
4.เตาถ่านหรือเตาแก๊ส
5.ไม้พายด้ามยาว
6.ผ้าขาวบาง
7.ถังน้ำพลาสติก
อิ้วฝ้าย 5
ขั้นตอนการผลิต
ขั้นตอนการย้อมฝ้ายด้วยสี ธรรมชาติ
1.จัดเตรียมวัสดุ ที่จะนำมาสกัดน้ำสี เช่น แก่นขนุน แก่นฝาง เปลือก
มะพร้าว ใบขี้เหล็ก ใบกระถิน ใบหญ้านาง ใบสัก เมล็ดหมากทั้งอ่อน-แก่
2.เตรียมน้ำด่าง น้ำปูนใส น้ำโคลน ไว้เพื่อใช้แช่ผ้าที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ
อีกครั้งหนึ่ ง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อปรับสี
- น้ำด่าง จะให้สีที่ย้อมฝ้ายนวลและเข้มขึ้น สีที่ได้จะใกล้เคียงสีธรรมชาติ
ที่ใช้ย้อมมากที่สุด
วิธีทำ น้ำขี้เถ้า 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 1 ส่วน แช่ทิ้งไว้ค้างคืน
รินแต่น้ำใสๆไว้ใช้
- น้ำปูนใส จะให้สีสดและเข้มขึ้น
วิธีทำ แช่ปูนแดงในน้ำสะอาด ทิ้งไว้ค้างคืน รินแต่น้ำใสๆมาใช้
- น้ำโคลน จะให้สีจางลง นวลเนี ยน
วิธีทำ นำดินลูกรังแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน กรองเอาแต่น้ำไปใช้
- น้ำสารส้ม จะกัดสีให้สีอ่อนจางลงมาก
วิธีทำ แช่ก้อนสารส้มให้ละลายทิ้งไว้ค้างคืน เอานำไปใช้ได้
- น้ำสนิม จะให้สีเข้มมาก สีที่ได้จะเป็นโทนสีดำหรือน้ำตาลเข้ม
วิธีทำ ใช้ตะปูเก่า แช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืนให้เป็นสนิ ม แล้วนำน้ำสนิ มที่ได้
ไปกรองและผสมกับน้ำสี ที่สกัดจากธรรมชาติแล้วจึงใช้ย้อม
3.ต้มแก่นไม้ เปลือกไม้หรือใบไม้ที่เตรียมไว้ทีละอย่าง เพื่อสกัดสีตามที่
ต้องการ ตัวอย่างเช่น
- สีม่วง ใช้แก่นฝาง
- สีเขียว ใช้ใบหญ้านาง ใบสัก ใบกระถิน ใบขี้เหล็ก
- สีเหลือง ใช้แก่นขนุน
- สีครีม ใช้เปลือกมะพร้าว
- สีน้ำตาล ใช้เมล็ดหมากทั้งอ่อน-แก่
เมื่อได้สี เข้มตามที่ต้องการแล้วนำน้ำสี มากรองเอากากหรือเศษใบไม้ออก
ด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปต้มให้เดือดจึงใช้ย้อมฝ้ายได้
6
ขั้นตอนการผลิต
ขั้นตอนการย้อมฝ้ายด้วยสีธรรมชาติ (ต่อ)
4.ฟอกฝ้ายเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ไขมันออกด้วยผงซักฟอกกับน้ำยาล้างจาน
แล้วล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้งในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก
5.นำผ้าที่เตรียมไว้ ลงย้อมในน้ำสี สีใดสีหนึ่ ง หมั่นกลับไปมาและยกให้ฝ้าย
โดนอากาศบ่อยๆเพราะจะทำให้สีติดทนนานมากขึ้น ในการย้อมแต่ละสี
จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่งโมง
6.นำฝ้ายที่ย้อมเสร็จแล้ว ไปล้างทำความสะอาดในน้ำสะอาดหลายๆครั้ง
เพื่อล้างสิ่งสกปรกออก สิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้สีตก เมื่อนำไปทอแล้วสวมใส่
7.ส่วนหนึ่ งนำมาผึ่งให้แห้งในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก อีกส่วนหนึ่ งนำมา
ปรับสีในน้ำด่าง น้ำปูนใส น้ำสารส้มหรือน้ำโคลน สีใหม่ที่ได้จะอ่อน-แก่
แตกต่างกันไป ระยะเวลาการปรับสีให้แช่ฝ้ายในน้ำที่จะปรับสี
นานประมาณ 30 นาที
8.นำฝ้ายที่ปรับสีเสร็จแล้ว ไปล้างทำความสะอาดในน้ำสะอาดหลายๆครั้ง
เพื่อล้างสิ่งสกปรกออก สิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้สีตก เมื่อนำไปทอแล้วสวมใส่
9.ผึ่งให้แห้งในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก แล้วจึงนำมาทอเป็นผืนผ้า
เอกลักษณ์ ของกลุ่ม 7
อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทอผ้า
ประกอบด้วย
1.กี่ มี 2 แบบ คือ กี่พื้นบ้านและกี่กระตุก
2.ฟืม
3.ด้าย
4.ไหมประดิษฐ์
5.กระสวย ใช้เป็นตัวพุงของเส้นด้ายของกี่แบบพื้นบ้าน
6.ไม้เก็บลาย สำหรับเก็บลายขึ้นไว้
7.ไม้กระดาน สำหรับสอดง้างเข้าไปในฝ้าย
8.ไม้ดิ้ว ใช้สำหรับเก็บลวดลาย
9.กง สำหรับเปลี่ยนหลอดด้าย
10.ตัวยืน สำหรับการขึ้นแบบในปั่ นฝ้าย
11.หลอดพุ่ง ใช้ใส่ในกระสวย
12.ไม้ระวิงหรือเขา ใช้สำหรับเหยียบขึ้นและลง
13.เขาใหญ่ สำหรับเก็บลายคู่กับไม้ดิ้ว
14.ไม้ค้ำพั้นใช้หมุนผ้าที่ทอเสร็จแล้วเก็บไว้
15.ไม้ตีนเหยียบ สำหรับขึ้นลง
16.ไม้หามผูก เป็นไม้ที่ติดกับเขา ไม้ระวิง ไว้กันไม่ให้เขาห้อยลง
17.กะวิง ใช้สำหรับเหยียบขึ้นลง
18.ผัง เป็นไม้เก็บลาย
19.หวีหูก เป็นแปรงด้ายเส้นยืน เพื่อไม่ให้ด้ายพันกัน
ในปั่ นฝ้าย 8
ขั้นตอนในการทอ
1.ทำโครงกี่
2.ทำไม้ค้ำพั้น
3.ตัดไม้ตีนเหยียบ
4.ทำกระสวยสำหรับพุ่งด้าย
5.ถักเขา ถักไม้ระวิง
6.ทำเชือกเขา
7.ทำไม้หามผูก
8.เตรียมไม้คิ้ว
9.เตรียมไม้เก็บลาย
10.นำตัวยืนมากรอ
11.ค้นหูกเป็นตัวยืน
12.ใส่ ร้อยรู เขา ผลิตภัณฑ์ผ้าทอลายโบราณ
13.ร้อยใส่ ฟืม
14.ไม้ค้ำพั้น สอดใส่ตรงที่ร้อยรูฟืม
15.เอาด้ายมาพุ่งรอง
16.เริ่มทำผ้าพื้น
17.เริ่มทำลายแต่ง
18.ตีนจก
19.เมื่อทอจกเสร็จ จะได้ผ้าซิ่น 1 ถุง
เทคนิ ค/เคล็ดลับในการผลิต
ผ้าทอบ้านผาทั่งยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่แห่งต้นฉบับได้อย่าง
ครบถ้วน ทั้งความละเอียดอ่อนของลายผ้า สีสัน ซึ่งย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติ
ที่สืบถอดกันมาตั้งแต่ 200-300 ปี จึงทำให้เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติและมีคุณค่า
แตกต่างจากผ้าที่ผลิตจากแหล่งอื่นๆ
9
บรรณานุกรม
สำนั กงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี . 2550.
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง. [ระบบออนไลน์ ].
แหล่งที่มา: https://www.uthailocal.go.th/otop.php?start=4
(16 กุมภาพันธ์ 2565)
อุทัยธานี . 2557. ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง. [ระบบออนไลน์ ].
แหล่งที่มา: http://www.uthaithani.go.th/MainMenu/km/otop.html.
(16 กุมภาพันธ์ 2565)
true. 2550. ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มผ้าทอบ้านผาทั่ง. [ระบบออนไลน์ ].
แหล่งที่มา: https://travel.trueid.net/detail/6ELdAqp9Pbv
(16 กุมภาพันธ์ 2565)
ค