โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาอังกฤษ
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
โรงเรยี นบ้านหว้ ยยาง
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต ๑
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
สารบญั
หน้า
- องคป์ ระกอบและคำอธบิ ำยกำรใชส้ อ่ื กำรเรยี นรชู้ ุด New Frontiers 4
- คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 5
- โครงสรำ้ งรำยวชิ ำพน้ื ฐำน ภำษำองั กฤษ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 9
- หลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน พุทธศกั รำช 2551 กลมุ่ สำระภำษำต่ำงประเทศ 21
- สำระ มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั ชนั้ ปี กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3
24
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 ALL ABOUT ME 29
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 FASHION FORWARD 127
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 3 THAT’S ENTERTAINMENT! 229
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 4 IN THE FUTURE 326
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 5 WHAT’S COOKING? 429
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 6 KNOW THE RULES 529
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 7 LET’S GO SHOPPING 623
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 8 AFTER SCHOOL 716
2
คาอธิบายรายวิชา ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
รหสั วิชา อ23101-อ23102 รายวิชาภาษาองั กฤษ 5-6
จานวนหน่วยกิต 1.5 หน่วยกิต เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง/
สปั ดาห์
ปฏบิ ตั ติ ำมคำสงั่ คำแนะนำ และคำชแ้ี จงงำ่ ย ๆ ทฟ่ี ังและอ่ำน อ่ำนออกเสยี งขอ้ ควำม นิทำน บทรอ้ ย
กรอง สนั้ ๆ ถูกตอ้ งตำมหลกั กำรอ่ำน สำมำรถเขำ้ ใจในเน้อื ควำมของบทควำมและลำดบั โครงสรำ้ ง
ประโยคของภำษำองั กฤษและเชอ่ื มโยงกบั โครงสรำ้ งทำงภำษำไทย เลอื ก/ระบุประโยคและขอ้ ควำมให้
สมั พนั ธก์ บั สอ่ื ทไ่ี ม่ใชค่ วำมเรยี ง เลอื กหวั ขอ้ ใจควำมสำคญั และตอบคำถำมจำกกำรฟังและอ่ำนบท
สนทนำ นิทำน และเร่อื งสนั้ สนทนำ แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง กจิ กรรมและสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ
ในชวี ติ ประจำวนั ใชค้ ำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำชแ้ี จงตำมสถำนกำรณ์ พดู และเขยี นแสดงควำมตอ้ งกำร
เสนอใหค้ วำมช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ อย่ำงเหมำะสม
พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังหรอื อำ่ นอย่ำงเหมำะสม พดู
และเขยี นแสดงควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื งตำ่ ง ๆ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ พดู
และเขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบกำรณ์ และสงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั พดู /เขยี นสรุป
ใจควำมสำคญั /แกน่ สำระทไ่ี ดจ้ ำกกำรวเิ ครำะหเ์ ร่อื ง/เหตกุ ำรณ์ทอ่ี ยใู่ นควำมสนใจ แสดงควำมคดิ เหน็
เกย่ี วกบั กจิ กรรมหรอื เรอ่ื งต่ำง ๆ ใกลต้ วั พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ ใชภ้ ำษำ น้ำเสยี ง และ
กริ ยิ ำท่ำทำงเหมำะสมตำมมำรยำทสงั คม และวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ บรรยำยเกย่ี วกบั เทศกำล วนั
สำคญั ชวี ติ ควำมเป็นอย่แู ละประเพณีของเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย เขำ้ ร่วม/จดั กจิ กรรมทำงภำษำและ
วฒั นธรรมตำมควำมสนใจ บอกควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงกำรออกเสยี งประโยคชนิดตำ่ ง ๆ
เปรยี บเทยี บควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งชวี ติ ควำมเป็นอยู่ และวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ
กบั ของไทย คน้ ควำ้ รวบรวมและสรุปขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สำระกำรเรียนรอู้ น่ื และนำมำ
เสนอ/สอ่ื สำรดว้ ยกำรพดู หรอื เขยี น และใชภ้ ำษำตำ่ งประเทศในกำรสอ่ื สำรในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ พรอ้ ม
ทงั้ สบื คน้ คน้ ควำ้ รวบรวมและสรปุ ขอ้ มลู ตำ่ ง ๆ จำกสอ่ื และแหล่งกำรเรยี นรตู้ ำ่ ง ๆ ในกำรศกึ ษำต่อและ
ประกอบอำชพี
อกี ทงั้ สำมำรถประยุกตท์ กั ษะกำรใชภ้ ำษำองั กฤษครบทงั้ หมดเพอ่ื เป็นแนวทำงในกำรเรยี นรู้
ตลอดชพี และเป็นทกั ษะชวี ติ ในกำรตดิ ต่อสอ่ื สำรตำมแนวทำงกำรเรยี นภำษำเพอ่ื กำรสอ่ื สำร
(Communicative Language Teaching) และกำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (21st Century Skills)
ทงั้ หมดน้เี พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น
เกดิ ควำมรู้ ควำมคดิ ควำมเขำ้ ใจ เหน็ คุณค่ำในกำรเรยี นภำษำองั กฤษ สำมำรถใชภ้ ำษำองั กฤษในกำร
สอ่ื สำรไดเ้ หมำะสมกบั บคุ คล สงั คม สถำนกำรณ์และโอกำสตำมวฒั นธรรมของตนเอง รวมทงั้ วฒั นธรรมของ
เจำ้ ของภำษำ
อย่ำงมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนิยมทเ่ี หมำะสม
3
ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/2
รวม 21 ตวั ชี้วดั
4
สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ชี้วดั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมีเหตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏบิ ตั ติ ำมคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำชแ้ี จง และคำอธบิ ำยทฟ่ี ังและอ่ำน
ต 1.1 ม. 3/2 อ่ำนออกเสยี งขอ้ ควำม ขำ่ ว โฆษณำ และบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆ ถูกตอ้ งตำมหลกั กำร
อ่ำน
ต 1.1 ม. 3/3 ระบุและเขยี นสอ่ื ทไ่ี ม่ใช่ควำมเรยี งรปู แบบตำ่ ง ๆ ใหส้ มั พนั ธก์ บั ประโยค และ
ขอ้ ควำม ทฟ่ี ังหรอื อำ่ น
ต 1.1 ม. 3/4 เลอื ก/ระบหุ วั ขอ้ เร่อื ง ใจควำมสำคญั รำยละเอยี ดสนบั สนุนและแสดงควำมคดิ เหน็
เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอำ่ นจำกสอ่ื ประเภทตำ่ ง ๆ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและ
ยกตวั อย่ำง ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดง
ความร้สู ึก
และความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนำและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เรอ่ื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั สถำนกำรณ์
ขำ่ ว เร่อื งทอ่ี ย่ใู นควำมสนใจของสงั คมและสอ่ื สำรอย่ำงต่อเน่ืองและเหมำะสม
ต 1.2 ม. 3/2 ใชค้ ำขอรอ้ ง ใหค้ ำแนะนำ คำชแ้ี จงและคำอธบิ ำยอยำ่ งเหมำะสม
ต 1.2 ม. 3/3 พดู และเขยี นแสดงควำมตอ้ งกำร เสนอและใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ
กำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ อยำ่ งเหมำะสม
ต 1.2 ม. 3/4 พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู อธบิ ำยเปรยี บเทยี บ และแสดงควำมคดิ เหน็
เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังหรอื อำ่ นอย่ำงเหมำะสม
ต 1.2 ม. 3/5 พดู และเขยี นบรรยำยควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื งต่ำง ๆ
กจิ กรรม ประสบกำรณ์ และขำ่ ว/เหตกุ ำรณ์ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลประกอบอย่ำง
เหมำะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขียน
ต 1.3 ม. 3/1 พดู และเขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั ตนเอง ประสบกำรณ์ ขำ่ ว/เหตุกำรณ์/เรอ่ื ง/ประเดน็
ต่ำง ๆ ทอ่ี ย่ใู นควำมสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม. 3/2 พดู และเขยี นสรปุ ใจควำมสำคญั /แก่นสำระ หวั ขอ้ เรอ่ื ง ทไ่ี ดจ้ ำกกำรวเิ ครำะห์
เร่อื ง/ ขำ่ ว/เหตุกำรณ์/สถำนกำรณ์ทอ่ี ย่ใู นควำมสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม. 3/3 พดู และเขยี นแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรม ประสบกำรณ์ และเหตุกำรณ์
พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
5
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และ
นาไปใช้ ได้อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ต 2.1 ม. 3/1 เลอื กใชภ้ ำษำ น้ำเสยี ง และกริ ยิ ำทำ่ ทำงเหมำะกบั บคุ คลและโอกำสตำมมำรยำท
สงั คม และวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ
ต 2.1 ม. 3/2 อธบิ ำยเกย่ี วกบั ชวี ติ ควำมเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี ม และประเพณีของเจำ้ ของภำษำ
ต 2.1 ม. 3/3 เขำ้ ร่วม/จดั กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมตำมควำมสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ำยควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงกำรออกเสยี งประโยค
ชนิดตำ่ ง ๆ และกำรลำดบั คำตำมโครงสรำ้ งประโยคของภำษำต่ำงประเทศและ
ภำษำไทย
ต 2.2 ม. 3/2 เปรยี บเทยี บและอธบิ ำยควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงระหวำ่ งชวี ติ ควำมเป็นอยู่
และวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย และนำไปใชอ้ ยำ่ งเหมำะสม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู ื่น
และเป็นพื้นฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั น์ของตน
ต 3.1 ม. 3/1 คน้ ควำ้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กล่มุ สำระกำรเรยี นรอู้ น่ื
จำกแหลง่ กำรเรยี นรู้ และนำเสนอดว้ ยกำรพดู /กำรเขยี น
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และ
สงั คม
ต 4.1 ม. 3/1 ใชภ้ ำษำสอ่ื สำรในสถำนกำรณ์จรงิ /สถำนกำรณ์จำลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
สถำนศกึ ษำ ชุมชน และสงั คม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบ
อาชีพ และการแลกเปล่ียนเรียนรกู้ บั สงั คมโลก
ต 4.2 ม. 2/1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรสบื คน้ /คน้ ควำ้ รวบรวมและสรุปควำมร/ู้ ขอ้ มลู ตำ่ ง ๆ
จำกสอ่ื และแหล่งกำรเรยี นรตู้ ำ่ ง ๆ ในกำรศกึ ษำต่อและประกอบอำชพี
ต 4.2 ม.2/2 เผยแพร/่ ประชำสมั พนั ธข์ อ้ มลู ขำ่ วสำรของโรงเรยี น ชุมชน และทอ้ งถนิ่
เป็นภำษำต่ำงประเทศ
6
โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน ภาษาองั กฤษ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วดั เวลา น้าหนัก
ที่ (ชวั่ โมง) คะแนน
(เปอรเ์ ซน็ ต์)
1 ALL ABOUT ME ต 1.1 ม.3/1, 2 ต 1.2 ม.3/1 ต 2.1 ม.3/1, 2 14
ต 3.1 ม.3/1 ต 4.1 ม.3/1 ต 2.1 ม.2/1, 2 25
ต 1.1 ม.3/1, 2 ต 1.2 ม.3/1
2 FASHION FORWARD ต 3.1 ม.2/1 ต 4.1 ม.3/1 14 25
Review Unit 1-2 ต 1.1. ม.3/3 ต 1.2 ม.3/2, 3, 4 ต 1.3 ม.3/1 1-
3 THAT’S ต 2.1 ม.3/3 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 14 25
ENTERTAINMENT ต 1.1 ม.3/3 ต 1.2 ม.3/2, 3, 4 ต 1.3 ม.3/1 14 25
ต 2.1 ม.3/3 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.2/1
4 IN THE FUTURE
Review Unit 3-4 ต 1.1 ม.3/4 ต 1.2 ม.3/5 ต 1.3 ม.3/3 1-
ต 2.2 ม.3/1, 2 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 2 100
Mid Term Examination 14 25
ต 1.1 ม.3/1, 2 ต 1.2 ม.3/1 ต 4.1 ม.3/1
5 WHAT’S COOKING ต 2.1 ม.3/1, 2 ต 3.1 ม.3/1
6 KNOW THE RULES 14 25
Review Unit 5-6 ต 1.1 ม.3/1, 2 ต 1.2 ม.3/1 ต 2.1 ม.3/1, 2 1-
7 LET’S GO SHOPPING ต 3.1 ม.3/1 ต 4.1 ม.3/1 14 25
ต 1.1 ม.3/3 ต 1.2 ม.3/2, 3, 4 ต 1.3 ม.3/1
8 AFTER SCHOOL ต 2.1 ม.3/3 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1, 2 14 25
Review Unit 7-8 1-
Final Examination 2 100
A Total Year 120 100
7
โครงสรา้ งรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาองั กฤษ
จาแนกตามหน่วยการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ALL ABOUT ME เวลาเรียน 14
ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้ การวดั และ
(ชม.) การประเมินผล
A Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/1 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรอำ่ นเพอ่ื จบั กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั เรอ่ื งควำมสนใจ 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.1 ม.3/2 ใจควำมจำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นไดถ้ กู ตอ้ ง ของแตล่ ะบุคคล ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู และ กำรอ่ำน
B Speaking 1-3 ต 1.2 ม.3/1 2.ตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ำ่ นได้ ขอใหข้ อ้ มลู แสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั 2.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 2.1 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง เรอ่ื งทอ่ี ำ่ นและส่อื สำรตำมโครงสรำ้ ง ของนักเรยี น
ต 2.1 ม.3/2 3.สรปุ ใจควำมสำคญั จำกเร่อื งทอ่ี ำ่ น ภำษำไดถ้ ูกตอ้ ง 3.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 3.1 ม.3/1 ไดถ้ ูกตอ้ ง Vocabulary: medal, writer, racket, 4.กำรประเมนิ
ต 4.1 ม.3/1 พฤตกิ รรม
1.พดู สนทนำแนะนำตนเองและผอู้ น่ื magic, bat, belt, diary, squash
ต 1.1 ม.3/1 ไดถ้ กู ตอ้ ง Reading: Read about people’s 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.1 ม.3/2 2.ใชส้ ำนวนในกำรพดู เชอ้ื เชญิ และ กำรฟัง
ต 1.2 ม.3/1 ตอบรบั ไดถ้ กู ตอ้ ง interests. 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 2.1 ม.3/1 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/2 กำรรคู้ ำศพั ทท์ ใ่ี ชใ้ นกำรพดู โตต้ อบ พฤตกิ รรม
ต 3.1 ม.3/1 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง และบรรยำยในสง่ิ
ต 4.1 ม.3/1 ทต่ี นเองขอบ ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู ขอและ
ใหข้ อ้ มลู สว่ นตวั ได้ และส่อื สำรตำม
โครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง
Vocabulary: hobby, checkers,
energy, explore, enter, aerobics,
card game, radio/podcast
Speaking: Describe something you
like to do.
C Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/1 1.พดู สนทนำในเร่อื งกำรดำเนินชวี ติ กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กำรดำเนนิ ชวี ติ 1.กำรตอบคำถำม
ต 1.1 ม.3/2 ของแต่ละบุคคลไดถ้ ูกตอ้ ง ของแต่ละบุคคล ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู และ จำกกำรฟัง
ต 1.2 ม.3/1 2.ใชส้ ำนวนภำษำในกำรสอ่ื สำรใน ขอใหข้ อ้ มลู แสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 2.1 ม.3/1 สถำนกำรณ์ทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง เรอ่ื งทอ่ี ำ่ นและสอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/2 ภำษำไดถ้ ูกตอ้ ง พฤตกิ รรม
ต 3.1 ม.3/1 Vocabulary: yoga, relaxed, rugby,
ต 4.1 ม.3/1
quiet, competition, boxing, match,
active
Listening: Listen to descriptions of
people’s lifestyles.
8
เวลา การวดั และ
การประเมินผล
หน่วยย่อย เรยี น ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้
(ชม.)
D Writing 1-3 ต 1.1 ม.3/1 1.ใชไ้ วยำกรณ์ Present Simple กำรรคู้ ำศพั ทท์ ใ่ี ชอ้ ธบิ ำยเร่อื งรำวเกย่ี วกบั 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
Tense และ Present Continuous ตนเอง ช่วยใหส้ ำมำรถพดู ถำมและเขยี น 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.1 ม.3/2 Tense ไดถ้ กู ตอ้ ง บอกขอ้ มลู ได้ และสอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ ง 3.กำรประเมนิ
2.เขยี นประโยคในกำรเขยี นประวตั ิ ภำษำ พฤตกิ รรม
ต 1.2 ม.3/1 หรอื เรอ่ื งรำวเกย่ี วกบั ตนเองไดถ้ ูกตอ้ ง ไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง
Vocabulary: tourist, playmate, 1.กำรเขยี นแผนผงั
ต 2.1 ม.3/1 1.วำงแผนและออกแบบแผนผงั ทน่ี งั่ ท่ี 2.กำรทำแบบฝึกหดั
กำหนดใหไ้ ด้ neighbor, member, profile, foreign, 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/2 2.คน้ ควำ้ รวบรวม สรุปขอ้ มลู และ information, fact พฤตกิ รรม
นำเสนอดว้ ยกำรพดู และกำรเขยี นได้ Grammar and Structures: Present
ต 3.1 ม.3/1
Simple Tense and Present Continuous
ต 4.1 ม.3/1 Tense
Writing: Write personal profiles.
E Project 1-3 ต 1.1 ม.3/1
ต 1.1 ม.3/2 กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั ควำมสนใจของ
ต 1.2 ม.3/1 ตนเองและผอู้ ่นื สำมำรถพดู และเขยี น
ต 2.1 ม.3/1 ส่อื สำร พรอ้ มทงั้ ถำ่ ยทอดขอ้ มลู ไดอ้ ยำ่ ง
ต 2.1 ม.3/2 ถูกตอ้ ง
ต 3.1 ม.3/1 Vocabulary: arrangement, figure out,
ต 4.1 ม.3/1
analyze, code, shuffle,
Project: Make a Seating Arrangement
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 FASHION FORWARD เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยย่อย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.ใช้ used to ในกำรสนทนำได้ การประเมินผล
ถกู ตอ้ ง
A Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/1 2.ใชค้ ำศพั ทเ์ พ่อื ตอบคำถำมจำก กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน ดำ้ นกำร 1.กำรตอบคำถำมจำก
กำรฟังไดถ้ ูกตอ้ ง เปลย่ี นแปลงในเรอ่ื งรสนยิ มและแฟชนั กำรฟัง
ต 1.1 ม.3/2 ชว่ ยสอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำและ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
1.พดู สนทนำและเขยี นโตต้ อบ ตอบคำถำมจำกกำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/1 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง ในสงิ่ ท่เี คย Vocabulary: size, sleeves, tight, พฤตกิ รรม
ชอบไดถ้ ูกตอ้ ง
ต 2.1 ม.3/1 2. ใชค้ ำเชอ่ื ม Linkers and loose, pockets, try on, uniformm, 1.กำรสงั เกตกำรพดู
connectors ในประโยคไดถ้ กู ตอ้ ง magazin ของนกั เรยี น
ต 2.1 ม.3/2 Grammar and Structures : used to 2.กำรทำแบบฝึกหดั
3.กำรประเมนิ
ต 3.1 ม.3/1 and would พฤตกิ รรม
Listening: Listen to discussions
ต 4.1 ม.3/1
about changing tastes in fashion.
B Speaking 1-2 ต 1.1 ม.3/1
ต 1.1 ม.3/2 กำรรคู้ ำศพั ทใ์ นเร่อื งเกย่ี วกบั สง่ิ ท่ี
ต 1.2 ม.3/1 ตนเองเคยชอบ ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู ขอ
ต 2.1 ม.3/1 และใหข้ อ้ มลู ส่วนตวั ได้ และสอ่ื สำรตำม
ต 2.1 ม.3/2 โครงสรำ้ งภำษำไดถ้ กู ตอ้ ง
ต 3.1 ม.3/1 Vocabulary: design, celebrity,
ต 4.1 ม.3/1
brand, fashion, sneakers, skirt,
chain, jewelry
Grammar and Structures : Linker
9
and comectors
Speaking: Talk about things you
used to like.
C Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/1 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรอ่ำนเพอ่ื จบั กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั เร่อื งควำมนิยมแฟ 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.1 ม.3/2 ใจควำมจำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นได้
ต 1.2 ม.3/1 2.ตอบคำถำมจำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นได้ ชนั กำรอำ่ น
ต 2.1 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง
ต 2.1 ม.3/2 3.สรปุ ใจควำมสำคญั จำกเร่อื งทอ่ี ่ำน ในอดตี สำมำรถแสดงควำมคดิ เหน็ และ 2.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 3.1 ม.3/1 ไดถ้ ูกตอ้ ง
ต 4.1 ม.3/1 ตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ่ำนไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง ของนกั เรยี น
1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทแ์ ละ
ต 1.1 ม.3/1 ใชใ้ นประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง Vocabulary: whisper, trend, 3.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.1 ม.3/2 2.เขยี นประโยคเกย่ี วกบั เร่อื งเครอ่ื ง
ต 1.2 ม.3/1 แตง่ กำยของแตล่ ะบคุ คลไดถ้ ูกตอ้ ง popular, expensive, secret, cheap, 4.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/1
ต 2.1 ม.3/2 วเิ ครำะหแ์ ละเขยี นขอ้ มลู เร่อื ง casual, formal พฤตกิ รรม
ต 3.1 ม.3/1 แนวโน้มของกำรเปลย่ี นแปลงใน
ต 4.1 ม.3/1 อนำคตจำกเรอ่ื งทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ Reading: Learn about fashion
ถกู ตอ้ ง
ต 1.1 ม.3/1 trends in the past.
ต 1.1 ม.3/2
D Writing 1-3 ต 1.2 ม.3/1 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน ไวยำกรณ์ และ 1.กำรเขยี น
ต 2.1 ม.3/1
ต 2.1 ม.3/2 โครงสรำ้ งภำษำ ช่วยใหส้ ำมำรถเขยี น 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1 ใหถ้ กู ตอ้ งตำมโครงสรำ้ งภำษำได้ 3.กำรประเมนิ
ถกู ตอ้ ง พฤตกิ รรม
Vocabulary: perfume, outfit, old-
fashioned, pattern, blouse, collar,
lipstick, unusual
Grammar and Structures: Past
Simple Tense and Present Perfect
Tense
Writing: Write a description of
someone’s outfit.
E Project 1-3 กำรรคู้ ำศพั ท์ โครงสรำ้ งภำษำในเรอ่ื ง 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
แนวโน้มของกำรเปลย่ี นแปลงดำ้ นแฟ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ชนั ชว่ ยใหส้ ำมำรถสอ่ื สำรถ่ำยทอด 3.กำรประเมนิ
ขอ้ มลู และอภปิ รำยไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง พฤตกิ รรม
Vocabulary: predict, favorite,
clothing brand, celebrity, outfit,
elementary school, exercise
Project: Predicting Future Trends
10
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 THAT’S ENTERTAINMENT เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้ การวดั และ
A Listening (ชม.) 1.พดู สนทนำเกย่ี วกบั รสนยิ มดำ้ น การประเมินผล
ต 1.1 ม.3/3 ดนตรขี องตนเองและผอู้ น่ื ไดถ้ กู ตอ้ ง กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั รสนยิ มหรอื 1.กำรตอบคำถำม
1-2 ต 1.2 ม.3/2 2.ใชค้ ำศพั ทเ์ พ่อื ตอบคำถำมจำก ประเภทของดนตรี ชว่ ยใหส้ ำมำรถฟัง จำกกำรฟัง
ต 1.2 ม.3/3 กำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง ขอ้ มลู ได้ และส่อื สำรตำมโครงสรำ้ งทำง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ภำษำไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 สนทนำแลกเปลย่ี นเกย่ี วกบั ตนเอง Vocabulary: pop, jazz, dance พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 ในเร่อื งภำพยนตรแ์ ละรำยกำร (EDM), rap (hip hop), rock, classical,
ต 3.1 ม.3/1 โทรทศั น์ทช่ี ่นื ชอบไดถ้ กู ตอ้ ง metal, folk 1.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 4.2 ม.3/1 Grammar and Structures: -ed and ของนกั เรยี น
-ing adjectives 2.กำรทำแบบฝึกหดั
B Speaking 1-3 ต 1.1 ม.3/3 Listening: Listen to people talk 4.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/2 about their tastes in music. พฤตกิ รรม
ต 1.2 ม.3/3 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวนเกย่ี วกบั
ต 1.2 ม.3/4 ภำพยนตรแ์ ละรำยกำรโทรทศั น์ทช่ี น่ื
ต 1.3 ม.3/1 ชอบ ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู และสอ่ื สำรตำม
ต 2.1 ม.3/3 โครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง
ต 3.1 ม.3/1 Vocabulary: talk show, animation,
ต 4.2 ม.3/1 action, documentary, comedy, game
show, horror, drama, fantasy
Grammar and Structures: so and
such
Speaking: Talk about favorite
movies and TV shows.
C Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/3 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรอ่ำนเพอ่ื จบั กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั เร่อื ง blog post 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.2 ม.3/2 ใจควำมจำกเร่อื งทอ่ี ่ำนได้ ช่วยใหส้ ำมำรถอ่ำนขอ้ มลู ส่อื สำร และ กำรอำ่ น
ต 1.2 ม.3/3 2.ตอบคำถำมจำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นได้ แสดงควำมคดิ เหน็ ตำมโครงสรำ้ งภำษำ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ถูกตอ้ ง ไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 3.สรปุ ใจควำมสำคญั จำกเร่อื งทอ่ี ่ำน Vocabulary: fighting, racing, puzzle, พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 ไดถ้ กู ตอ้ ง
ต 3.1 ม.3/1 role-playing, first-person shooter,
ต 4.2 ม.3/1 adventure, side scrolling, online
Reading: Read and respond to a
blog post about video games.
D Writing 1-3 ต 1.1 ม.3/3 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทแ์ ละ กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน ไวยำกรณ์ และ 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ต 1.2 ม.3/2 ใชใ้ นประโยคใหถ้ กู ตอ้ ง โครงสรำ้ งทำงภำษำ ช่วยใหส้ ำมำรถ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/3 2.เขยี นประโยคเกย่ี วกบั ประโยค อธบิ ำยและเขยี นบรรยำยภำพยนตร์ 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/4 และรำยกำรโทรทศั น์ไดถ้ ูกตอ้ ง และรำยกำรโทรทศั น์ไดถ้ กู ตอ้ งตำม พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.3/1 โครงสรำ้ งภำษำ
ต 2.1 ม.3/3 Vocabulary: bored, interested,
ต 3.1 ม.3/1 confused, annoyed, shocked,
ต 4.2 ม.3/1 entertained, amazed, embarrassed
11
E Project 1-3 ต 1.1 ม.3/3 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก Grammar and Structures: -ed and 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ต 1.2 ม.3/2 เรอ่ื งทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/3 2.ตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ำ่ นได้ -ing adjectives 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/4 ถูกตอ้ ง Writing: Describe a movie or TV พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.3/1
ต 2.1 ม.3/3 show.
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1 กำรรคู้ ำศพั ท์ โครงสรำ้ งภำษำ ชว่ ยให้
เขำ้ ใจเน้อื เรอ่ื งเกย่ี วกบั กำรเลอื กสงิ่ ของ
ทจ่ี ะใชใ้ นยำนอวกำศได้ และสำมำรถ
สอ่ื สำร ถ่ำยทอดขอ้ มลู ไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง
Vocabulary: radio, galaxy, USB,
capsule, culture, human
Project: Space Capsule
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 IN THE FUTURE เวลาเรียน 14 ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรอำ่ นเพอ่ื จบั การประเมินผล
ใจควำมจำกเร่อื งทอ่ี ำ่ นได้
A Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/3 2.ตอบคำถำมจำกเรอ่ื งทอ่ี ่ำนได้ กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั สงิ่ ประดษิ ฐท์ ่ี 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.2 ม.3/2 ถกู ตอ้ ง สำคญั ช่วยใหส้ ำมำรถอำ่ นขอ้ มลู สอ่ื สำร กำรอ่ำน
ต 1.2 ม.3/3 3.สรปุ ใจควำมสำคญั จำกเร่อื งทอ่ี ่ำน และแสดงควำมคดิ เหน็ ตำมโครงสรำ้ ง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ไดถ้ กู ตอ้ ง ภำษำไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 Vocabulary: research, technology, พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 1.พดู สนทนำเกย่ี วกบั ภำระหน้ำท่ี
ต 3.1 ม.3/1 ของงำนทท่ี ำในอตุ สำหกรรม invention, data, machine, rare, 1.กำรสงั เกตกำรฟัง
ต 4.1 ม.3/1 เทคโนโลยี device, create ของนกั เรยี น
2.ใชค้ ำศพั ทเ์ พอ่ื ตอบคำถำมจำก Reading: Learn about important 2.กำรทำแบบฝึกหดั
B Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/3 กำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/2 inventions. พฤตกิ รรม
ต 1.2 ม.3/3 1.พดู สนทนำและเขยี นโตต้ อบ
ต 1.2 ม.3/4 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองในเร่อื งท่จี ะทำ กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน ดำ้ นเทคโนโลยี 1.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 1.3 ม.3/1 หรอื คำดเดำในอนำคตไดถ้ กู ตอ้ ง ชว่ ยใหส้ ำมำรถฟังขอ้ มลู ได้ และสอ่ื สำร ของนักเรยี น
ต 2.1 ม.3/3 2.ใช้ Future Simple Tense และ ตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 3.1 ม.3/1 Future Continuous Tense ไดถ้ กู ตอ้ ง Vocabulary: digital, screen, 3.กำรประเมนิ
ต 4.1 ม.3/1 พฤตกิ รรม
12 application, automatic, upload,
C Speaking 1-3 ต 1.1 ม.3/3 decision, download, process
ต 1.2 ม.3/2 Listening: Understand job
ต 1.2 ม.3/3
ต 1.2 ม.3/4 descriptions of people in the tech
ต 1.3 ม.3/1 industry.
ต 2.1 ม.3/3
ต 3.1 ม.3/1 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน เกย่ี วกบั กำรคำด
ต 4.1 ม.3/1 เดำในอนำคต ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู และ
ส่อื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำง
ถกู ตอ้ ง และเขำ้ ใจควำมแตกตำ่ งของ
ไวยำกรณ์ Future Simple Tense และ
Future Continuous Tense และ
นำไปใชไ้ ดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง
Vocabulary: plans, sure, browse,
know, errands, improve, latest, project
Grammar and Structures: Future
Simple Tense and Future
D Writing 1-3 ต 1.1 ม.3/3 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเพอ่ื จบั ใจควำม Continuous Tense 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ต 1.2 ม.3/2 และตอบคำถำมไดถ้ ูกตอ้ ง Speaking: Make predictions about 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/3 2.เขยี นบรรยำยเพอ่ื ใหข้ อ้ มลู ได้ 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/4 ถูกตอ้ ง the future. พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.3/1 3.ใช้ Sequence signal words
ต 2.1 ม.3/3 ไดถ้ ูกตอ้ ง กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ต 3.1 ม.3/1 ทเ่ี กย่ี วกบั กำรเปลย่ี นแปลงของ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 4.1 ม.3/1 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก เทคโนโลยี ใหม่ ๆ ชว่ ยใหส้ ำมำรถ 3.กำรประเมนิ
เรอ่ื งทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง อธบิ ำย เขยี นและตอบคำถำมได้ถูกตอ้ ง พฤตกิ รรม
E Project 1-3 ต 1.1 ม.3/3 2.ใช้ Future Continuous Tense Vocabulary: engineer, able,
ต 1.2 ม.3/2 ไดถ้ ูกตอ้ ง
ต 1.2 ม.3/3 develop, change, area, available,
ต 1.2 ม.3/4 control, access
ต 1.3 ม.3/1 Grammar and Structures:
ต 2.1 ม.3/3
ต 3.1 ม.3/1 Sequence signal words
ต 4.1 ม.3/1 Writing: Write about new and
changing technology.
กำรรคู้ ำศพั ท์ ไวยำกรณ์ โครงสรำ้ ง
ภำษำในเรอ่ื งกำรออกแบบแอปพลเิ ค
ชนั
ช่วยใหส้ ำมำรถสอ่ื สำร ถ่ำยทอดขอ้ มลู
ไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง
Vocabulary: design, application,
artificial intelligence, upgrade
Grammar and Structures: Future
Continuous for Predictions
Project: App Designer
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 WHAT’S COOKING เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยย่อย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรียนรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.ใชค้ ำศพั ทเ์ พ่อื ตอบคำถำมจำก การประเมินผล
กำรฟังไดถ้ ูกตอ้ ง
A Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/4 2.สนทนำเกย่ี วกบั มอ้ื อำหำรท่ี กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั เร่อื งรำวของมอ้ื 1.กำรตอบคำถำมจำก
ตอ้ งกำรจะรบั ประทำนไดถ้ กู ตอ้ ง อำหำรช่วยใหส้ ำมำรถฟังขอ้ มลู ไดแ้ ละ กำรฟัง
ต 1.2 ม.3/5 สอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรพดู สนทนำ ถูกตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/3 เกย่ี วกบั กำรถำมรำยกำรอำหำรตำ่ ง Vocabulary: breakfast, lunch, พฤตกิ รรม
ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ต 2.2 ม.3/1 2.ใชไ้ วยำกรณ์ Quantifiers, too+ dinner, junk food, fast food, main 1.กำรสงั เกตกำรพดู
Adjectives, Adjectives + enough course, side dish, dessert ของนักเรยี น
ต 2.2 ม.3/2 / not + Adjective + enough ได้ Grammar and Structures: would 2.กำรทำแบบฝึกหดั
3.กำรประเมนิ
ต 3.1 ม.3/1 13 rather and would prefer to พฤตกิ รรม
Listening: Listen to people talk
ต 4.2 ม.3/1
about what they want to eat.
B Speaking 1-3 ต 1.1 ม.3/4
ต 1.2 ม.3/5 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ
ต 1.3 ม.3/3 ไวยำกรณ์ เกย่ี วกบั รำยกำรอำหำร ชว่ ย
ต 2.2 ม.3/1 ใหส้ ำมำรถพดู ขอและใหใ้ หค้ ำแนะนำได้
ต 2.2 ม.3/2 และสอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ยำ่ ง
ต 3.1 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง
Vocabulary: sweet, sour, spicy,
C Reading 1-3 ต 4.2 ม.3/1 ถูกตอ้ ง salt, greasy, crunchy, dry, taste 1.กำรตอบคำถำมจำก
Grammar and Structures: กำรอำ่ น
ต 1.1 ม.3/4 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/5 เรอ่ื งทอ่ี ่ำนไดถ้ ูกตอ้ ง Quantifiers, too+ Adjectives, 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/3 2.สรปุ ใจควำมสำคญั ของเรอ่ื งทอ่ี ่ำน Adjectives + enough / not + พฤตกิ รรม
ต 2.2 ม.3/1 ไดถ้ กู ตอ้ ง Adjective + enough
ต 2.2 ม.3/2 Speaking: Ask about things on a
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1 menu.
ต 1.1 ม.3/4 กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั ตำรำอำหำร
ต 1.2 ม.3/5 ลกั ษณะของอำหำรแตล่ ะประเทศ ชว่ ย
ต 1.3 ม.3/3 ใหส้ ำมำรถอำ่ นขอ้ มลู สอ่ื สำร ขอและให้
ต 2.2 ม.3/1 ขอ้ มลู แสดงควำมคดิ เหน็ และสอ่ื สำร
ต 2.2 ม.3/2 ตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง
ต 3.1 ม.3/1 Vocabulary: spoon, fork, knife,
ต 4.2 ม.3/1
plate, roast, bake, curry, omelet
ต 1.1 ม.3/4 Reading: Understand a recipe.
ต 1.2 ม.3/5
D Writing 1-3 ต 1.3 ม.3/3 1.ใชค้ ำศพั ทแ์ ละสำนวนทถ่ี กู ตอ้ ง กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ต 2.2 ม.3/1 เพอ่ื ใชใ้ นงำนเขยี นทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ ทเ่ี กย่ี วกบั กำรขออนุญำต ช่วยให้ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
E Project 1-3 ต 2.2 ม.3/2 ถกู ตอ้ ง สำมำรถอธบิ ำย เขยี นและตอบคำถำม 3.กำรประเมนิ
ต 3.1 ม.3/1 2.เขยี นบรรยำยเพอ่ื ใหข้ อ้ มลู ได้ ไดถ้ กู ตอ้ ง พฤตกิ รรม
ต 4.2 ม.3/1 ถูกตอ้ ง Vocabulary: grilled, fresh, sauce,
3.ใชค้ ำกรยิ ำวลี look +___ ได้ ingredients, fried, chili, smell, garlic 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
ถกู ตอ้ ง Writing: Write about food from your 2.กำรทำแบบฝึกหดั
4.ใช้ must และ must not ได้ country. 3.กำรประเมนิ
ถกู ตอ้ ง พฤตกิ รรม
กำรรคู้ ำศพั ท์ โครงสรำ้ งภำษำ
1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก เกย่ี วกบั กำรทำอำหำร กำรเป็นพ่อครวั
เรอ่ื งทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง ชว่ ยใหส้ ำมำรถวเิ ครำะหแ์ ละถำ่ ยทอด
2.สรุปใจควำมสำคญั ของเร่อื งทอ่ี ่ำน ขอ้ มลู และตอบคำถำมไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง
ไดถ้ ูกตอ้ ง Vocabulary: create, recipe, main
course, curry, sauce, chili, roast,
sour, sweet, forks
Project: Iron Chefs
14
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 KNOW THE RULES เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยย่อย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรยี นรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก การประเมินผล
เรอ่ื งทอ่ี ำ่ นไดถ้ กู ตอ้ ง
A Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/1 2.สรุปใจควำมสำคญั ของเรอ่ื งทอ่ี ำ่ น กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กำรเตรยี มควำม 1.กำรตอบคำถำม
ต 1.1 ม.3/2 ไดถ้ ูกตอ้ ง ปลอดภยั ไวก้ อ่ น ชว่ ยใหส้ ำมำรถอ่ำน จำกกำรอ่ำน
ต 1.2 ม.3/1 และเขยี น สอ่ื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 2.1 ม.3/1 1.พดู สนทนำและโตต้ อบ กำรขอ ได้ 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/2 และใหอ้ นุญำตไดถ้ กู ตอ้ ง อย่ำงถกู ตอ้ ง พฤตกิ รรม
ต 3.1 ม.3/1 2. ใชส้ ำนวนเกย่ี วกบั Asking for Vocabulary: alarm, emergency,
ต 4.1 ม.3/1 permission and responding 1.กำรสงั เกตกำรพดู
problem, careful, avoid, smoke, ของนกั เรยี น
B Speaking 1-3 ต 1.1 ม.3/1 1.ใชค้ ำศพั ทเ์ พอ่ื ตอบคำถำมจำก attention, injured 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.1 ม.3/2 กำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง Reading: Understand safety 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/1 2.สนทนำเกย่ี วกบั กฎ ระเบยี บ และ พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/1 ผลทจ่ี ะตำมมำไดถ้ กู ตอ้ ง precautions.
ต 2.1 ม.3/2 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 3.1 ม.3/1 1.ใช้ Present Continuous Tense กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ กำรฟัง
ต 4.1 ม.3/1 ในกำรบรรยำยประโยคเกย่ี วกบั เกย่ี วกบั กำรขอและใหอ้ นุญำต ชว่ ยให้ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ตนเองทก่ี ำลงั ทำอยแู่ ละอนำคตได้ ส่อื สำรไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ งตำมหลกั 3.กำรประเมนิ
C Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง ไวยำกรณ์ พฤตกิ รรม
ต 1.1 ม.3/2 2.เขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั กำรแจง้ Vocabulary: keep, stay, bother,
ต 1.2 ม.3/1 กจิ กรรมพเิ ศษในโรงเรยี นไดถ้ กู ตอ้ ง 1.กำรเขยี นบรรยำย
ต 2.1 ม.3/1 bring, copy, delay, lend, shut 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 2.1 ม.3/2 1.บอกควำมหมำยของคำศพั ทจ์ ำก Grammar and Structures: may for 3.กำรประเมนิ
ต 3.1 ม.3/1 พฤตกิ รรม
ต 4.1 ม.3/1 permission
Speaking: Ask for and respond to 1.กำรเขยี นใหข้ อ้ มลู
D Writing 1-3 ต 1.1 ม.3/1
ต 1.1 ม.3/2 requests for permission.
ต 1.2 ม.3/1
ต 2.1 ม.3/1 กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั เรอ่ื งของกฎ
ต 2.1 ม.3/2 ระเบยี บ และผลทจ่ี ะตำมมำ ช่วยให้
ต 3.1 ม.3/1 สำมำรถฟังขอ้ มลู ไดแ้ ละสอ่ื สำรตำม
ต 4.1 ม.3/1 โครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ ง
Vocabulary: rules, crime, arrest,
E Project 1-3 ต 1.1 ม.3/1
fine, punish, jail, instructions, trouble
Grammar and Structures: First
Conditional and Zero Conditional
Listening: Understand rules and
consequences.
กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กำรบรรยำย
กจิ กรรมพเิ ศษในโรงเรยี น ชว่ ยให้
สำมำรถบอกขอ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ งตำมหลกั
ไวยำกรณ์ไดถ้ ูกตอ้ ง
Vocabulary: follow, look for, exactly,
find out, place, details, allow, cost
Grammar and Structures: must
and must not
Writing: Write a letter asking for
permission.
กำรรคู้ ำศพั ท์ โครงสรำ้ งภำษำ ชว่ ยให้
15
ต 1.1 ม.3/2 เร่อื งทก่ี ำหนดใหไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง สำมำรถวเิ ครำะหแ์ ละถ่ำยทอดขอ้ มลู 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/1 2.สรุปใจควำมสำคญั ของเร่อื งทอ่ี ่ำน และสำมำรถตอบคำถำมไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/1 ไดถ้ กู ตอ้ ง Vocabulary: complex, follow, พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/2 3.มที กั ษะในกำรคดิ วเิ ครำะหท์ ่ี
ต 3.1 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง arrested, crime, avoid, instructions,
ต 4.1 ม.3/1 jail, emergency, bother, place
punished, logic
Project: Logic Problems
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 LET’S GO SHOPPING เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรยี นรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.ใชค้ ำศพั ทเ์ พอ่ื ตอบคำถำมจำก การประเมินผล
กำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง
A Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/3 2.สนทนำเกย่ี วกบั กำรเลอื กซอ้ื กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั สำนวน 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.2 ม.3/2 สนิ คำ้ เพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู ได้ โครงสรำ้ งภำษำ เกย่ี วกบั กำรซอ้ื สนิ คำ้ กำรฟัง
ต 1.2 ม.3/3 ถูกตอ้ ง ชว่ ยใหส้ ำมำรถพดู และเขยี น สอ่ื สำร 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ตำมโครงสรำ้ งทำงภำษำไดอ้ ย่ำง 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 1.พดู สนทนำและโตต้ อบเกย่ี วกบั ถูกตอ้ ง พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 กำรเปรยี บเทยี บรำคำสนิ คำ้ ได้ Vocabulary: boutique, bookstore,
ต 3.1 ม.3/1 ถูกตอ้ ง
ต 4.2 ม.3/1 2.ใชไ้ วยำกรณ์ Comparatives และ pharmacy, grocery store, display,
ต 4.2 ม.3/2 Intensifiers ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง advertisement, for sale, shop
assistant
1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเดำควำมหมำย Grammar and Structures: need to,
จำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นไดถ้ ูกตอ้ ง
2.ตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ่ำนได้ would like to, and want to
ถกู ตอ้ ง Listening: Understand people
B Speaking 1-3 ต 1.1 ม.3/3 16 talking about shopping. 1.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 1.2 ม.3/2 ของนักเรยี น
ต 1.2 ม.3/3 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ทเ่ี กย่ี วกบั รำคำสนิ คำ้ กำรเปรยี บเทยี บ 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 สนิ คำ้ ชว่ ยใหส้ ำมำรถสอ่ื สำรตำม พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 โครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง และ
ต 3.1 ม.3/1 เขำ้ ใจในกำรใช้ Comparatives
ต 4.2 ม.3/1 adjectives และ Intensifiers ไดถ้ กู ตอ้ ง
ต 4.2 ม.3/2 Vocabulary: price, coupon,
compare, high, low, quality modern,
retro
Grammar and Structures:
Comparatives and Intensifiers
Speaking: Compare items.
C Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/3 กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กำรคำ้ ขำย กำร 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.2 ม.3/2 ตงั้ ตลำดในรปู แบบดงั้ เดมิ ของแตล่ ะ กำรอำ่ น
ต 1.2 ม.3/3 ประเทศ สำมำรถทำควำมเขำ้ ใจและ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 ตอบคำถำมจำกเน้อื เรอ่ื งไดถ้ ูกตอ้ ง 3. กำรประเมนิ พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.3/1 Vocabulary: location, employee,
ต 2.1 ม.3/3
ต 3.1 ม.3/1 customer, goods, spend, trade,
ต 4.2 ม.3/1 bargain, stall
ต 4.2 ม.3/2 Reading: Read about traditional
markets.
D Writing 1-3 ต 1.1 ม.3/3 1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเขยี น ใหข้ อ้ มลู กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวนเกย่ี วกบั คำแนะนำ 1.กำรเขยี นบรรยำย
ต 1.2 ม.3/2 ไดถ้ ูกตอ้ ง ในกำรซ้อื สนิ คำ้ กำรลดรำคำสนิ คำ้ ชว่ ย 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/3 2.ใชส้ ำนวน โครงสรำ้ งประโยค ใหส้ อ่ื สำรตำมโครงสรำ้ งภำษำไดอ้ ย่ำง 3.กำรประเมนิ
ต 1.2 ม.3/4 ถำม-ตอบในเร่อื งกำรซอ้ื ขำยได้ ถูกตอ้ ง พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.3/1 ถูกตอ้ ง Vocabulary: list, receipt, flyer,
ต 2.1 ม.3/3 search, product, secondhand (used),
ต 3.1 ม.3/1 window shop, rent
ต 4.2 ม.3/1 Grammar and Structures: Verbs
ต 4.2 ม.3/2 followed by to-infinitives
Writing: Ask for and give shopping
advice.
E Project 1-3 ต 1.1 ม.2/1 1.ใชค้ ำศพั ทเ์ พ่อื ตอบคำถำมจำก กำรรคู้ ำศพั ทแ์ ละไวยำกรณ์เกย่ี วกบั 1.กำรตอบคำถำมจำก
ต 1.1 ม.2/2 เรอ่ื งทอ่ี ่ำนไดถ้ ูกตอ้ ง เร่อื งทอ่ี ำ่ น ทำใหส้ ำมำรถเขำ้ ใจเน้อื กำรอ่ำน
ต 1.2 ม.2/2 2.วเิ ครำะห์ จำกกำรอ่ำนเน้อื เร่อื ง เร่อื งไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง และสำมำรถ 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.2/4 พรอ้ มตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ำ่ นได้ วเิ ครำะหข์ อ้ เทจ็ จรงิ จำกเร่อื งทอ่ี ่ำนได้ 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.2/1 ถูกตอ้ ง Vocabulary: sales pitches, พฤตกิ รรม
ต 1.3 ม.2/2 convince, persuade, in exchange,
ต 2.1 ม.2/2 technique
ต 2.2 ม.2/2 Project: Sales Pitches
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 8 AFTER SCHOOL เวลาเรยี น 14 ชวั่ โมง
หน่วยย่อย เวลาเรียน ตวั ชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั /สาระการเรยี นรู้ การวดั และ
(ชม.) 1.ใชค้ ำศพั ทเ์ พอ่ื ตอบคำถำมจำก การประเมินผล
กำรฟังไดถ้ กู ตอ้ ง
A Listening 1-2 ต 1.1 ม.3/3 2.สนทนำถำม-ตอบไดถ้ ูกตอ้ ง กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กจิ กรรมเสรมิ 1.กำรตอบคำถำม
ต 1.2 ม.3/2 3.ใชไ้ วยำกรณ์ Tag questions ได้ หลกั สตู ร กำรเขำ้ ชมรม สำมำรถ จำกกำรฟัง
ต 1.2 ม.3/3 ถกู ตอ้ ง สนทนำถำม-ตอบไดถ้ ูกตอ้ ง 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.2 ม.3/4 Vocabulary: volunteer, academic, 3.กำรประเมนิ
ต 1.3 ม.3/1 1. ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเดำควำมหมำย พฤตกิ รรม
ต 2.1 ม.3/3 จำกเร่อื งทอ่ี ่ำนไดถ้ ูกตอ้ ง athletic (sports), language,
ต 3.1 ม.3/1 2.ตอบคำถำมจำกเร่อื งทอ่ี ำ่ นได้ environmental, glee, government, 1.กำรตอบคำถำม
ต 4.2 ม.3/1 ถูกตอ้ ง wildlife 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 4.2 ม.3/2 Grammar and Structures: Tag 3. กำรประเมนิ
17 พฤตกิ รรม
B Reading 1-3 ต 1.1 ม.3/3 questions
ต 1.2 ม.3/2 Listening: Understand
ต 1.2 ม.3/3
ต 1.2 ม.3/4 conversations about extracurricular
ต 1.3 ม.3/1 activities.
ต 2.1 ม.3/3
กำรรคู้ ำศพั ทเ์ กย่ี วกบั กำรอนุรกั ษ์
ธรรมชำตแิ ละกำรสรำ้ งควำม
เปลย่ี นแปลงในสงั คมและประเทศ
สำมำรถทำควำมเขำ้ ใจและตอบคำถำม
จำกเน้อื เร่อื งไดถ้ กู ตอ้ ง
Vocabulary: climate, pollution, air,
C Speaking 1-3 ต 3.1 ม.3/1 1.พดู สนทนำและโตต้ อบเกย่ี วกบั situation, safety, mask, health, 1.กำรสงั เกตกำรพดู
ต 4.2 ม.3/1 ถำ่ ยทอดคำพดู ของผอู้ ่นื ไดถ้ กู ตอ้ ง breathe ของนกั เรยี น
D Writing 1-3 ต 4.2 ม.3/2 2.ใชไ้ วยำกรณ์ Direct reported Reading: Read about students 2.กำรทำแบบฝึกหดั
speech และ Indirect reported 3.กำรประเมนิ
E Project 1-3 ต 1.1 ม.3/3 speech ไดถ้ กู ตอ้ ง trying to make a change. พฤตกิ รรม
ต 1.2 ม.3/2
ต 1.2 ม.3/3 1. ใชค้ ำศพั ทแ์ ละสำนวนเพอ่ื กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ 1.กำรเขยี นบรรยำย
ต 1.2 ม.3/4 นำมำใชใ้ นกำรส่อื สำรสอ่ื สำรได้ ทเ่ี กย่ี วกบั กำรถำ่ ยทอดคำพดู ของผอู้ น่ื 2.กำรทำแบบฝึกหดั
ต 1.3 ม.3/1 ถกู ตอ้ ง ชว่ ยใหส้ ำมำรถส่อื สำรตำมโครงสรำ้ ง 3.กำรประเมนิ
ต 2.1 ม.3/3 2.ใชไ้ วยำกรณ์ Direct reported ทำงภำษำไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง และใช้ พฤตกิ รรม
ต 3.1 ม.3/1 speech และ Indirect reported Direct reported speech และ Indirect
ต 4.2 ม.3/1 speech ไดถ้ กู ตอ้ ง reported speech ไดถ้ กู ตอ้ ง 1.กำรเขยี นบรรยำย
ต 4.2 ม.3/2 Vocabulary: science fair, activity, 2.กำรทำแบบฝึกหดั
1.ใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเดำควำมหมำย 3.กำรประเมนิ
ต 1.1 ม.3/3 จำกเรอ่ื งทอ่ี ำ่ นไดถ้ กู ตอ้ ง hurry, ready, permission, hope, พฤตกิ รรม
ต 1.2 ม.3/2 2.อภปิ รำยในหวั ขอ้ เร่อื งท่ี recommend, require
ต 1.2 ม.3/3 กำหนดใหไ้ ด้ Speaking: Report what others have
ต 1.2 ม.3/4
ต 1.3 ม.3/1 said.
ต 2.1 ม.3/3
ต 3.1 ม.3/1 กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ
ต 4.2 ม.3/1 ทเ่ี กย่ี วกบั กำรใหร้ ำยละเอยี ดและกำร
ต 4.2 ม.3/2 รำยงำนคำพดู ของคนอน่ื (Reported
speech) ช่วยใหส้ ำมำรถสอ่ื สำรตำม
ต 1.1 ม.3/3 โครงสรำ้ งภำษำไดถ้ กู ตอ้ ง
ต 1.2 ม.3/2 Vocabulary: include, belong to,
ต 1.2 ม.3/3
ต 1.2 ม.3/4 check, front/back, earn, enough,
ต 1.3 ม.3/1 empty, agree/disagree
ต 2.1 ม.3/3 Grammar and Structures: Direct
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1 and indirect reported speech
ต 4.2 ม.3/2 Writing: Write a detailed message.
กำรรคู้ ำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งภำษำ
สำมำรถทำใหเ้ ขำ้ ใจเรอ่ื งรำวและ
อภปิ รำยหวั ขอ้ โตว้ ำทที ก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ตำมหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
Vocabulary: debate, discuss,
argument, topic, against, randomly,
carpool, uniforms, separate
Project: Debate Club
18
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
กลมุ่ สาระภาษาต่างประเทศ
ทาไมต้องเรียนภาษาต่างประเทศ
ในสงั คมโลกปัจจุบนั กำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศมคี วำมสำคญั และจำเป็นอย่ำงยง่ิ ในชวี ติ ประจำวนั
เน่อื งจำกเป็นเคร่อื งมอื สำคญั ของชุมชนโลก ช่วยใหต้ ระหนกั ถงึ ควำมหลำกหลำยทำงวฒั นธรรม และ
มุมมองของสงั คมโลก นำมำซง่ึ มติ รไมตรแี ละกำรตดิ ต่อสอ่ื สำร กำรศกึ ษำ กำรแสวงหำควำมรู้ กำร
ประกอบอำชพี
กำรสรำ้ งควำมเขำ้ ใจเกย่ี วกบั วฒั นธรรมและวสิ ยั ทศั น์ ควำมร่วมมอื กบั ประเทศต่ำง ๆ ช่วยพฒั นำผเู้ รยี น
ใหม้ คี วำมเขำ้ ใจตนเองและผอู้ ่นื ดขี น้ึ เรยี นรแู้ ละเขำ้ ใจควำมแตกตำ่ งของภำษำและวฒั นธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณี กำรคดิ สงั คม เศรษฐกจิ กำรเมอื ง กำรปกครอง มเี จตคตทิ ด่ี ตี ่อกำรใช้
ภำษำต่ำงประเทศ
และใชภ้ ำษำตำ่ งประเทศเพอ่ื กำรสอ่ื สำรได้ รวมทงั้ เขำ้ ถงึ องคค์ วำมรตู้ ่ำง ๆ ไดง้ ำ่ ยและกวำ้ งขน้ึ และมี
วสิ ยั ทศั น์ในกำรดำเนินชวี ติ
ภำษำต่ำงประเทศทเ่ี ป็นสำระกำรเรยี นรพู้ น้ื ฐำน ซง่ึ กำหนดใหเ้ รยี นตลอดหลกั สตู รกำรศกึ ษำขนั้
พน้ื ฐำน คอื ภำษำองั กฤษ สว่ นภำษำตำ่ งประเทศอ่นื เช่น ภำษำฝรงั่ เศส เยอรมนั จนี ญป่ี ่นุ อำหรบั บำลี
และภำษำกล่มุ ประเทศเพอ่ื นบำ้ น หรอื ภำษำอน่ื ๆ ใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของสถำนศกึ ษำทจ่ี ะจดั ทำรำยวชิ ำ
และจดั กำรเรยี นรตู้ ำมควำมเหมำะสม
เรยี นร้อู ะไรในภาษาต่างประเทศ
กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ มุ่งหวงั ใหผ้ เู้ รยี นมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ ภำษำต่ำงประเทศ สำมำรถใช้
ภำษำต่ำงประเทศเพอ่ื สอ่ื สำรในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ แสวงหำควำมรู้ ประกอบอำชพี และศกึ ษำต่อใน
ระดบั
ทส่ี งู ขน้ึ รวมทงั้ มคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจในเรอ่ื งรำวและวฒั นธรรมอนั หลำกหลำยของประชำคมโลกและ
สำมำรถถำ่ ยทอดควำมคดิ และวฒั นธรรมไทยไปยงั สงั คมโลกไดอ้ ยำ่ งสรำ้ งสรรค์ ประกอบดว้ ยสำระสำคญั
ดงั น้ี
• ภาษาเพอื่ การสื่อสาร กำรใชภ้ ำษำตำ่ งประเทศในกำรฟัง-พดู -อำ่ น-เขยี น แลกเปลย่ี นขอ้ มลู
ขำ่ วสำร
แสดงควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็ ตคี วำม นำเสนอขอ้ มลู ควำมคดิ รวบยอดและควำมคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตำ่ ง
ๆ
และสรำ้ งควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงบุคคลอย่ำงเหมำะสม
• ภาษาและวฒั นธรรม กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศตำมวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ โดยใหส้ มั พนั ธ์
กบั
ควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงระหว่ำงภำษำกบั วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ ภำษำและวฒั นธรรมของ
เจำ้ ของภำษำกบั วฒั นธรรมไทย และนำไปใชอ้ ย่ำงเหมำะสม
19
• ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุม่ สาระการเรยี นรู้อื่น กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรเชอ่ื มโยง
ควำมรกู้ บั กลุ่มสำระกำรเรยี นรอู้ น่ื เป็นพน้ื ฐำนในกำรพฒั นำ แสวงหำควำมรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
• ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ทงั้ ใน
หอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น ชุมชน และสงั คมโลก เป็นเครอ่ื งมอื พน้ื ฐำนในกำรศกึ ษำตอ่ ประกอบอำชพี
และแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก
จบชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
• ปฏบิ ตั ติ ำมคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำชแ้ี จง และคำอธบิ ำยทฟ่ี ังและอำ่ น อ่ำนออกเสยี งขอ้ ควำม ขำ่ ว
โฆษณำ นทิ ำน และบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆ ถูกตอ้ งตำมหลกั กำรอำ่ น ระบุ/เขยี นสอ่ื ทไ่ี มใ่ ชค่ วำมเรยี งรปู แบบ
ต่ำง ๆ สมั พนั ธก์ บั ประโยคและขอ้ ควำมทฟ่ี ังหรอื อำ่ น เลอื ก/ระบุหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจควำมสำคญั รำยละเอยี ด
สนบั สนุน และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ังและอ่ำนจำกสอ่ื ประเภทตำ่ ง ๆ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผล
และยกตวั อย่ำงประกอบ
• สนทนำและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั สถำนกำรณ์ ขำ่ ว เร่อื งทอ่ี ยู่
ใน
ควำมสนใจของสงั คมและสอ่ื สำรอย่ำงต่อเน่อื งและเหมำะสม ใชค้ ำขอรอ้ ง คำชแ้ี จง และคำอธบิ ำย
ใหค้ ำแนะนำอย่ำงเหมำะสม พดู และเขยี นแสดงควำมตอ้ งกำร เสนอและใหค้ วำมช่วยเหลอื ตอบรบั และ
ปฏเิ สธกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู บรรยำย อธบิ ำย เปรยี บเทยี บ และแสดง
ควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังหรอื อ่ำนอย่ำงเหมำะสม พดู และเขยี นบรรยำยควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็
ของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื งต่ำงๆ กจิ กรรม ประสบกำรณ์ และขำ่ ว/เหตุกำรณ์ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
อย่ำงเหมำะสม
• พดู และเขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั ตนเอง ประสบกำรณ์ ขำ่ ว/เหตกุ ำรณ์/เรอ่ื ง/ประเดน็ ต่ำง ๆ ทอ่ี ย่ใู น
ควำมสนใจของสงั คม พดู และเขยี นสรุปใจควำมสำคญั /แกน่ สำระ หวั ขอ้ เรอ่ื งทไ่ี ดจ้ ำกกำรวเิ ครำะหเ์ รอ่ื ง/
ขำ่ ว/เหตกุ ำรณ์/สถำนกำรณ์ทอ่ี ย่ใู นควำมสนใจ พดู และเขยี นแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรม
ประสบกำรณ์
และเหตกุ ำรณ์ พรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ
• เลอื กใชภ้ ำษำ น้ำเสยี ง และกริ ยิ ำท่ำทำงเหมำะกบั บุคคลและโอกำส ตำมมำรยำทสงั คมและ
วฒั นธรรม
ของเจำ้ ของภำษำ อธบิ ำยเก่ยี วกบั ชวี ติ ควำมเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มและประเพณขี องเจำ้ ของภำษำ
เขำ้ ร่วม/จดั กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมตำมควำมสนใจ
• เปรยี บเทยี บ และอธบิ ำยควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงกำรออกเสยี งประโยคชนิดต่ำง ๆ
และกำรลำดบั คำตำมโครงสรำ้ งประโยคของภำษำตำ่ งประเทศและภำษำไทย เปรยี บเทยี บและอธบิ ำย
ควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงชวี ติ ควำมเป็นอย่แู ละวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย
และนำไปใชอ้ ยำ่ งเหมำะสม
• คน้ ควำ้ รวบรวม และสรุปขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรอู้ น่ื จำกแหล่งกำร
เรยี นรแู้ ละนำเสนอดว้ ยกำรพดู และกำรเขยี น
20
• ใชภ้ ำษำสอ่ื สำรในสถำนกำรณ์จรงิ /สถำนกำรณ์จำลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น สถำนศกึ ษำ ชมุ ชน
และสงั คม
• ใชภ้ ำษำตำ่ งประเทศในกำรสบื คน้ /คน้ ควำ้ รวบรวม และสรุปควำมร/ู้ ขอ้ มลู ต่ำงๆ จำกสอ่ื และแหลง่
กำรเรยี นรตู้ ่ำงๆ ในกำรศกึ ษำต่อและประกอบอำชพี เผยแพร/่ ประชำสมั พนั ธข์ อ้ มลู ขำ่ วสำรของโรงเรยี น
ชมุ ชน และทอ้ งถน่ิ เป็นภำษำต่ำงประเทศ
• มที กั ษะกำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศ (เน้นกำรฟัง-พดู -อำ่ น-เขยี น) สอ่ื สำรตำมหวั เรอ่ื งเกย่ี วกบั ตนเอง
ครอบครวั โรงเรยี น สง่ิ แวดลอ้ ม อำหำร เครอ่ื งด่มื เวลำวำ่ งและนันทนำกำร สขุ ภำพและสวสั ดกิ ำร
กำรซอ้ื -ขำย ลมฟ้ำอำกำศ กำรศกึ ษำและอำชพี กำรเดนิ ทำงทอ่ งเทย่ี ว กำรบรกิ ำร สถำนท่ี ภำษำ
วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยภี ำยในวงคำศพั ทป์ ระมำณ 2,100-2,250 คำ (คำศพั ทท์ เ่ี ป็นนำมธรรมมำก
ขน้ึ )
• ใชป้ ระโยคผสมและประโยคควำมซบั ซอ้ น (Complex Sentences) สอ่ื ควำมหมำยตำมบรบิ ทตำ่ ง
ๆ ในกำรสนทนำทงั้ ทเ่ี ป็นทำงกำรและไมเ่ ป็นทำงกำร
21
สรปุ ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขำ้ ใจและตคี วำมเรอ่ื งทฟ่ี ังและอ่ำนจำกส่อื ประเภทต่ำง ๆ และแสดงควำมคดิ เหน็ อยำ่ งมเี หตผุ ล
ตวั ชี้วดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1. ปฏบิ ตั ติ ำมคำสงั ่ คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำชแ้ี จงงำ่ ย • คำสงั ่ คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำชแ้ี จงในกำร
ๆ ทำอำหำรและเคร่อื งดม่ื กำรประดษิ ฐ์ กำรใชย้ ำ/
ทฟ่ี ังและอำ่ น สลำกยำ กำรบอกทศิ ทำง ป้ำยประกำศตำ่ ง ๆ หรอื
กำรใชอ้ ปุ กรณ์
2.อ่ำนออกเสยี งขอ้ ควำม นทิ ำน และบทรอ้ ยกรอง (poem)
สนั้ ๆ ถกู ตอ้ งตำมหลกั กำรอำ่ น - คำสงั ่ เช่น กำรใช้ must/mustn’t เชน่ You mustn’t
take photos. You must turn right.
I must go.หรอื กำรใชค้ ำกรยิ ำเป็นประโยคคำสงั ่
เช่น Return, please.
- คำขอรอ้ ง เช่น Can/Could you help me,
please?/ Excuse me, could you...? etc.
- คำแนะนำ เช่น You should read everyday./
Think before you speak.
- คำสนั ธำน (conjunction) เช่น and/but/or/so
- ตวั เชอ่ื ม (connective words) เช่น Next,...
Then,...
• ขอ้ ควำม นทิ ำน และบทรอ้ ยกรอง
• กำรใชพ้ จนำนุกรม
• หลกั กำรอำ่ นออกเสยี ง เชน่
- กำรออกเสยี งพยญั ชนะตน้ คำและพยญั ชนะทำ้ ยคำ
- กำรออกเสยี งเน้นหนกั -เบำในคำและกลมุ่ คำ
- กำรออกเสยี งตำมระดบั เสยี งสงู -ต่ำในประโยค
- กำรแบ่งวรรคตอนในกำรอ่ำน
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
3.เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอ้ ควำมใหส้ มั พนั ธก์ บั สอ่ื ทไ่ี มใ่ ช่ • ประโยคหรอื ขอ้ ควำม และควำมหมำยเกย่ี วกบั
ควำมเรยี ง (non-text information) ทอ่ี ำ่ น ตนเอง
ครอบครวั โรงเรยี น สง่ิ แวดลอ้ ม อำหำร เครอ่ื งดม่ื
เวลำ
ว่ำงและนันทนำกำร สขุ ภำพและสวสั ดกิ ำร กำรซอ้ื -
ขำย ลมฟ้ำอำกำศ กำรศกึ ษำและอำชพี กำรเดนิ ทำง
ท่องเทย่ี ว กำรบรกิ ำร สถำนท่ี ภำษำ วทิ ยำศำสตร์
และเทคโนโลยี เป็นวงคำศพั ทส์ ะสมประมำณ 1,400-
1,550 คำ (คำศพั ทท์ เ่ี ป็นรปู ธรรมและนำมธรรม)
• กำรตคี วำม/ถำ่ ยโอนขอ้ มลู ใหส้ มั พนั ธก์ บั สอ่ื ทไ่ี มใ่ ช่
ควำมเรยี ง เช่น สญั ลกั ษณ์ เครอ่ื งหมำย กรำฟ
22
4. ระบหุ วั ขอ้ เร่อื ง (topic) ใจควำมสำคญั (main idea) แผนภูมิ
และตอบคำถำมจำกกำรฟังและอำ่ นบทสนทนำ นิทำน ตำรำง ภำพ สตั ว์ สงิ่ ของ บุคคล สถำนทต่ี ำ่ ง ๆ โดย
และเรอ่ื งสนั้
ใช้
Comparison of adjectives/adverbs
Contrast : but, although Quantity words:
many/much/a lot of/lots of/some/any/a few/
few/a little/little etc.
• บทสนทนำ นทิ ำน เรอ่ื งสนั้ และเรอ่ื งจำกส่อื
ประเภท
ต่ำง ๆ เช่น หนังสอื พมิ พ์ วำรสำร วทิ ยุ โทรทศั น์
เวบ็ ไซต์
• กำรจบั ใจควำมสำคญั เช่น หวั ขอ้ เร่อื ง ใจควำม
สำคญั รำยละเอยี ดสนับสนุนคำถำมเกย่ี วกบั ใจควำม
สำคญั ของเรอ่ื ง เชน่ ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เม่อื ไร
อยำ่ งไร ทำไม ใชห่ รอื ไม่
- Yes/No question
- Wh-question
- Or-question etc.
- Tenses : present simple/present
continuous/past simple/future simple etc.
- Simple sentence/Compound sentence
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะกำรส่อื สำรทำงภำษำในกำรแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ขำ่ วสำร แสดงควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็
อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. สนทนำแลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และ • ภำษำทใ่ี ชใ้ นกำรส่อื สำรระหวำ่ งบคุ คล เช่น
สถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั กำรทกั ทำย กลำ่ วลำ ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย กำร
2. ใชค้ ำขอรอ้ ง ใหค้ ำแนะนำ และคำชแ้ี จงตำมสถำนกำรณ์ พดู
แทรกอยำ่ งสภุ ำพ กำรชกั ชวน ประโยค/ขอ้ ควำมทใ่ี ช้
แนะนำตนเอง เพ่อื นและบคุ คลใกลต้ วั และสำนวน
กำร
ตอบรบั กำรแลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง
กจิ กรรม
สถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ในชวี ติ
• คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำชแ้ี จง
3. พดู และเขยี นแสดงควำมตอ้ งกำร ขอควำมชว่ ยเหลอื • ภำษำทใ่ี ชใ้ นกำรแสดงควำมตอ้ งกำร ขอควำม
ตอบ ช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื
รบั และปฏเิ สธกำรใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ในสถำนกำรณ์ เช่น Please.../..., please./I’d like.../I need... /
23
ต่ำง ๆ อย่ำงเหมำะสม May/Can/Could...?/Yes,../Please do./Certainly./
Yes, of course./Sure./Go right ahead./Need some
4. พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู และแสดงควำม help?/What can I do to help?/Would you like
คดิ เหน็ any help?/I’m afraid.../I’m sorry, but.../Sorry, but...
เกย่ี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ังหรอื อำ่ นอยำ่ งเหมำะสม etc.
5. พดู และเขยี นแสดงควำมรสู้ กึ และควำมคดิ เหน็ ของ • คำศพั ท์ สำนวนภำษำ ประโยค และขอ้ ควำมทใ่ี ชใ้ น
ตนเอง กำรขอและใหข้ อ้ มลู และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
เกย่ี วกบั เร่อื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั กจิ กรรมตำ่ ง ๆ พรอ้ มทงั้ ให้ เร่อื งทฟ่ี ัง หรอื อำ่ น
เหตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบอยำ่ งเหมำะสม
• ภำษำทใ่ี ชใ้ นกำรแสดงควำมรสู้ กึ ควำมคดิ เหน็ และ
ใหเ้ หตุผลประกอบ เชน่ ชอบ ไมช่ อบ ดใี จ เสยี ใจ มี
ควำมสุข เศรำ้ หวิ รสชำติ สวย น่ำเกลยี ด เสยี งดงั ดี
ไม่ดี จำกขำ่ ว เหตกุ ำรณ์ สถำนกำรณ์ใน
ชวี ติ ประจำวนั
เชน่ Nice/Very nice./Well done!/
Congratulations./I like... because.../
I love...because.../I feel... because.../
I think.../I believe.../I agree/disagree.../
I don’t believe.../ I have no idea.../Oh no! etc.
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขำ่ วสำร ควำมคดิ รวบยอด และควำมคดิ เหน็ ในเรอ่ื งต่ำง ๆ โดยกำรพดู และกำรเขยี น
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. พดู และเขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั • ประโยคและขอ้ ควำมทใ่ี ชใ้ นกำรบรรยำยเกย่ี วกบั
ประสบกำรณ์ และสงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ วั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบกำรณ์ สง่ิ แวดลอ้ ม
ใกลต้ วั เชน่ กำรเดนิ ทำง กำรรบั ประทำนอำหำร
2. พดู /เขยี นสรปุ ใจควำมสำคญั /แก่นสำระ (theme) ทไ่ี ด้ กำรเรยี น กำรเล่นกฬี ำ กำรฟังเพลง กำรอ่ำนหนังสอื
จำกกำรวเิ ครำะหเ์ รอ่ื ง/เหตุกำรณ์ทอ่ี ยใู่ นควำมสนใจของ กำรทอ่ งเทย่ี ว
สงั คม
• กำรจบั ใจควำมสำคญั /แก่นสำระ กำรวเิ ครำะห์
3. พดู /เขยี นแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรมหรอื เร่อื ง ควำม/
ต่ำง ๆ ใกลต้ วั พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ
เร่อื ง/เหตกุ ำรณ์ทอ่ี ยใู่ นควำมสนใจ เช่น ประสบกำรณ์
ภำพยนตร์ กฬี ำ เพลง
• กำรแสดงควำมคดิ เหน็ และกำรใหเ้ หตผุ ลประกอบ
เกย่ี วกบั กจิ กรรมหรอื เร่อื งตำ่ ง ๆ ใกลต้ วั
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขำ้ ใจควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงภำษำกบั วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ และนำไปใชไ้ ดอ้ ย่ำงเหมำะสมกบั
กำลเทศะ
ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
24
1. ใชภ้ ำษำ น้ำเสยี ง และกริ ยิ ำทำ่ ทำงสุภำพ เหมำะสม • กำรใชภ้ ำษำ น้ำเสยี ง และกริ ยิ ำท่ำทำงในกำร
ตำม สนทนำตำมมำรยำทสงั คมและวฒั นธรรมของเจำ้ ของ
ภำษำ เช่น กำรขอบคุณ ขอโทษ กำรชมเชย กำรใชส้ ี
มำรยำทสงั คม และวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ หน้ำท่ำทำงประกอบกำรพดู ขณะแนะนำตนเอง กำร
สมั ผสั มอื
2. บรรยำยเกย่ี วกบั เทศกำล วนั สำคญั ชวี ติ ควำมเป็นอยู่ กำรโบกมอื กำรแสดงควำมรสู้ กึ ชอบ/ไมช่ อบ
และประเพณขี องเจำ้ ของภำษำ กำรกลำ่ วอวยพร กำรแสดงกำรตอบรบั หรอื ปฏเิ สธ
3. เขำ้ รว่ ม/จดั กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมตำม • ควำมเป็นมำและควำมสำคญั ของเทศกำล วนั สำคญั
ควำมสนใจ ชวี ติ ควำมเป็นอย่แู ละประเพณขี องเจำ้ ของภำษำ
• กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรม เชน่ กำรเล่นเกม
กำรรอ้ งเพลง กำรเล่ำนทิ ำน บทบำทสมมตุ ิ วนั
ขอบคณุ พระเจำ้ วนั ครสิ ตม์ ำส วนั ขน้ึ ปีใหม่ วนั วำเลน
ไทน์
มาตรฐาน ต 2.2 เขำ้ ใจควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงระหว่ำงภำษำและวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำกบั ภำษำและ
วฒั นธรรมไทย และนำมำใชอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งและเหมำะสม
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1. บอกควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งกำรออก • ควำมเหมอื น/ควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรออกเสยี ง
เสยี ง ประโยคชนิดตำ่ ง ๆ ของเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย
• กำรใชเ้ คร่อื งหมำยวรรคตอนและกำรลำดบั คำ ตำม
ประโยคชนดิ ต่ำง ๆ กำรใชเ้ คร่อื งหมำยวรรคตอน และ โครงสรำ้ งประโยคของภำษำตำ่ งประเทศและ
กำรลำดบั คำตำมโครงสรำ้ งประโยคของ ภำษำไทย
ภำษำต่ำงประเทศ
และภำษำไทย • กำรเปรยี บเทยี บควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำง
2. เปรยี บเทยี บควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำง ระหว่ำงเทศกำล งำนฉลอง วนั สำคญั และชวี ติ ควำม
เทศกำล งำนฉลอง วนั สำคญั และชวี ติ ควำมเป็นอยู่ เป็นอย่ขู องเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย
ของ
เจำ้ ของภำษำกบั ของไทย
สาระที่ 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กลุม่ สาระการเรยี นร้อู ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรเช่อื มโยงควำมรกู้ บั กลุ่มสำระกำรเรยี นรอู้ น่ื และเป็นพน้ื ฐำนในกำรพฒั นำ
แสวงหำควำมรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. คน้ ควำ้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง • กำรคน้ ควำ้ กำรรวบรวม กำรสรุป และกำรนำเสนอ
กบั กลุ่มสำระกำรเรยี นรอู้ ่นื จำกแหล่งกำรเรยี นรแู้ ละ ขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
นำเสนอดว้ ยกำรพดู /กำรเขยี น อ่นื
25
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ทงั้ ในสถำนศกึ ษำ ชุมชน และสงั คม
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1. ใชภ้ ำษำส่อื สำรในสถำนกำรณ์จรงิ /สถำนกำรณ์จำลอง • กำรใชภ้ ำษำสอ่ื สำรในสถำนกำรณ์จรงิ /สถำนกำรณ์
ท่ี จำลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี นและสถำนศกึ ษำ
เกดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี นและสถำนศกึ ษำ
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศเป็นเคร่อื งมอื พน้ื ฐำนในกำรศกึ ษำต่อ กำรประกอบอำชพี และกำรแลกเปลย่ี น
เรยี นรกู้ บั
สงั คมโลก
ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรสบื คน้ /คน้ ควำ้ ควำมร/ู้ • กำรใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรสบื คน้ / กำรคน้ ควำ้
ขอ้ มลู ต่ำง ๆ จำกส่อื และแหลง่ กำรเรยี นรตู้ ำ่ ง ๆ ใน ควำมร/ู้ ขอ้ มลู ต่ำง ๆ จำกส่อื และแหลง่ กำรเรยี นรตู้ ่ำง
กำรศกึ ษำต่อ และประกอบอำชพี ๆ ในกำรศกึ ษำต่อและประกอบอำชพี
26