โครงงานเร่อื ง เครปเคก้ ผกั (Vegetables Crepe Cake)
คณะผจู้ ดั ทา เดก็ หญงิ กนกวรรณ แกว้ ลอย
ครูทป่ี รกึ ษา นางสาววรรณษา ขนุ ทา
นางสาววราภรณ์ สดุ ใจ
นางสาวเกศราพรรณ แกว้ พนิ จิ
นางสาววริ ยิ า ศริ วิ าลย์
บทคดั ยอ่
เน่อื งจากปัจจุบนั เดก็ สว่ นมากมกั ไม่ชอบรบั ประทานผกั เพราะมรี สชาตขิ มและไม่อรอ่ ย ทาให้
รา่ งกายไมแ่ ขง็ แรง เจบ็ ป่วยไดง้ า่ ยและ ไมม่ ภี ูมคิ มุ้ กนั ทด่ี ี เน่อื งจากในผกั มวี ติ ามนิ และเกลอื แร่ทเ่ี ป็น
สารอาหารทม่ี คี วามจาเป็นต่อรา่ งกาย ซ่งึ สารอาหารเหล่าน้รี า่ งกายของเราไม่สามารถสรา้ งไดเ้ อง ตอ้ ง
ไดร้ บั จากอาหารธรรมชาติ จนปัจจุบนั มกี ารขายอาหารเสรมิ และวติ ามนิ ขายในทอ้ งตลาดเป็นจานวน
มาก ทงั้ ยงั มรี าคาแพง ซง่ึ กล่มุ ของพวกเรามคี วามสนใจในดา้ นอาหารและการทาขนม จงึ มคี วามคดิ ทจ่ี ะ
นาผกั มาผสมกบั ขนม โดยลองนามาผสมกบั เครปเคก้ โดยใชส้ จี ากผกั แทนสผี สมอาหาร และเน้อื จากผกั
บางส่วนแทนปรมิ าณแป้ง เพอ่ื ใหผ้ กั มรี สชาตทิ ด่ี ี น่ารบั ประทาน ทงั้ ยงั ไดข้ นมทล่ี ดปรมิ าณแป้งลงและมี
คณุ คา่ ทางโภชนาการจากผกั อกี ดว้ ย เพ่อื ใหเ้ ดก็ ๆ หนั มารบั ประทานผกั มากขน้ึ และชว่ ยลดปัญหาเดก็
ขาดสารอาหาร จากการไมช่ อบรบั ประทานผกั ได้
Abstract
Nowadays most of children often do not eat vegetables because the taste is not good
and bitter. Children who do not eat vegetables will be unhealthy. Our group is interested in
cooking. So we decide to do “Vegetables Crepe Cake” project in order to attract the children to
eat more vegetables.
สารบญั หน้า
ก
เร่อื ง ข
1. บทคดั ย่อ 1
1
2. สารบญั 1
1
3. บทท่ี 1 บทนา 1
3.1 ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน
3.2 วตั ถุประสงค์ 2
3.3 สมมตฐิ าน 2-7
3.3 ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้ 7-9
3.3 ประโยชน์ทค่ี าดวา่ น่าจะไดร้ บั 9-11
11-12
4. บทท่ี 2 เอกสารและโครงงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
13
4.1. ผลกระทบของการไมก่ นิ ผกั 13-15
4.2. การขาดสารอาหาร 16-17
4.3. วติ ามนิ และเกลอื แร่
4.4. สารจากผกั 19-20
4.5. การทาเครปเคก้ 20
20
5. บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนนิ งาน 20
5.1 ขนั้ ตอนในการดาเนินโครงการ 20
5.2 ขนั้ ตอนในการทาเครปเคก้ ผกั 21
6. บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา
7. บทท่ี 5 สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ
7.1 สรุปผลการศกึ ษา
7.2 ปัญหาและอปุ สรรค
7.3 ขอ้ เสนอแนะ
7.4 ส่อื สารและนาเสนอ
7.5 บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8. บรรณานุกรม
บทท่ี1
บทนา
1.ท่ีมาและความสาคญั
เนือ่ งจากปัจจุบนั เด็กส่วนมากมักไม่ชอบรบั ประทานผกั เพราะมรี สชาติขมและไมอ่ ร่อย ทาใหร้ ่างกาย
ไม่แข็งแรง เจบ็ ปว่ ยไดง้ ่ายและ ไมม่ ีภมู ิคุม้ กนั ที่ดี เนอื่ งจากในผักมีวิตามินและเกลือแร่ท่ีเปน็ สารอาหารทมี่ ี
ความจาเป็นต่อร่างกาย ซงึ่ สารอาหารเหล่าน้รี า่ งกายของเราไม่สามารถสร้างไดเ้ อง ต้องได้รับจากอาหาร
ธรรมชาติ จนปัจจบุ ันมีการขายอาหารเสริมและวิตามินขายในท้องตลาดเปน็ จานวนมาก ท้งั ยงั มีราคาแพง
ซึ่งกลมุ่ ของพวกเรามีความสนใจในดา้ นอาหารและการทาขนม จงึ มคี วามคดิ ทจี่ ะนาผกั มาผสมกับขนม แทน
สีผสมอาหารที่เป็นอันตรายตอ่ ร่างกาย ทงั้ ยงั ช่วยทาให้ผกั มรี สชาติท่ดี ี นา่ รบั ประทาน มีคุณคา่ ทางโภชนาการ
ทาใหเ้ ด็กๆ หันมารับประทานผกั มากขน้ึ และชว่ ยลดปัญหาเด็กขาดสารอาหารจากการไม่ชอบรับประทานผกั ได้
2.วตั ถุประสงคข์ องการจดั สรา้ งโครงงาน
2.1.เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาเด็กไม่ชอบรบั ประทานผกั
2.2.เพือ่ ทดลองนาผักมาแปรรปู เปน็ ขนมเครปเคก้ ท่มี ีส่วนผสมจากผัก
3.สมมติฐาน
ผกั +เครปเค้ก เดก็ ท่ีไมร่ บั ประทานผกั
สามารถรบั ประทานผกั ได้
4.ขอบเขตการดาเนนิ งาน
ทาขนมเครปเค้กผัก โดยใช้ผักกะหล่าปลมี ่วง มะเขอื เทศ บร็อคโคลี แครอท ฟกั ทอง และอญั ชัน
5.ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ ได้รับ
5.1.สามารถช่วยใหเ้ ด็กท่ไี ม่รบั ประทานผักหนั มารับประทานผักมากขนึ้
5.2.ไดน้ าผกั มาแปรรปู ใหเ้ ป็นขนม ใชแ้ ทนสีผสมอาหาร สามารถนาไปพัฒนาตอ่ ยอดกบั ขนมชนดิ อ่ืน
หรือพัฒนาเปน็ ผลิตภณั ฑ์ หรืออาชีพได้
บทที่ 2
เอกสารท่ีเก่ียวข้อง
ในการศกึ ษาคน้ ควา้ เร่อื งเครปเคก้ ผกั (Vegetables crepe cake) คณะผจู้ ดั ทาไดท้ าการศกึ ษา
คน้ ควา้ ขอ้ มูลดงั น้ี
1. ผลกระทบของการไมก่ นิ ผกั
2.การขาดสารอาหาร
3. วติ ามนิ และเกลอื แร่
4. สารจากผกั
5. การทาเครปเคก้
1.ผลกระทบของการไมก่ ินผกั
ผลวจิ ยั เผยใหท้ ราบไดว้ า่ คนไทยกนิ ผกั -ผลไม้ ไม่ถงึ 400 ก./วนั ซ่งึ นบั วา่ ต่ากวา่ เกณฑ์
มาตรฐานโลก เสย่ี งป่วยเป็นโรคเรอ้ื รงั ทงั้ มะเรง็ และหวั ใจ รศ.ดร.วสิ ฐิ จะวะสติ ผอ.สถาบนั โภชนาการ ม.
มหดิ ล เผยวา่ จากรายงานโครงการศกึ ษาวจิ ยั แผนการลงทนุ ดา้ นสขุ ภาพ ในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ
สงั คมแหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 10 (พ.ศ. 2550-2554) พบวา่ คนไทยมากกวา่ รอ้ ยละ 75 บรโิ ภคผกั -ผลไม้ ต่ากวา่
เกณฑม์ าตรฐานทอ่ี งคก์ ารอนามยั โลกกาหนดไวอ้ ย่างน้อย 400 ก./วนั ทงั้ น้ี สอดคลอ้ งกบั ผลการสารวจ
สภาวะสขุ ภาพอนามยั ของประชาชนไทย โดยการตรวจรา่ งกายครงั้ ท่ี 4 พ.ศ. 2551-2552 พบว่า คนไทย
อายุ 15 ปี ขน้ึ ไปรอ้ ยละ 76.2 บรโิ ภคผกั เฉลย่ี ตอ่ วนั ต่ากวา่ ขอ้ แนะนามาตรฐานทใ่ี หบ้ รโิ ภควนั ละ 3 สว่ น
และรอ้ ยละ 71.8 บรโิ ภคผลไมเ้ ฉลย่ี ต่าวนั ต่ากวา่ ขอ้ แนะนามาตรฐานทใ่ี หบ้ รโิ ภควนั ละ 2 สว่ น
ดงั นนั้ การบรโิ ภคผกั -ผลไมน้ อ้ ย จงึ เป็นสาเหตุของการเกดิ โรคในอนั ดบั ตน้ ๆ กอ่ ใหเ้ กดิ การสญู เสยี
ทางสขุ ภาพ สง่ ผลตอ่ การเกดิ โรคไมต่ ดิ ต่อเรอ้ื รงั เชน่ โรคเบาหวาน โรคหวั ใจ หลอดเลอื ดและโรคมะเรง็
ซ่งึ การศกึ ษาวจิ ยั จานวนมากแสดงใหเ้ หน็ วา่ การบรโิ ภคผกั -ผลไมอ้ ยา่ งน้อย 400 ก./วนั สามารถลด
ความเสย่ี งต่อการเกดิ โรคหวั ใจไดร้ อ้ ยละ 33 และลดความเสย่ี งตอ่ การเกดิ โรคมะเรง็ ไดร้ อ้ ยละ 50 เมอ่ื
เทยี บกบั คนทบ่ี รโิ ภคผกั -ผลไมน้ ้อยกวา่
2.การขาดสารอาหาร
2.1 การขาดสารอาหาร คอื โรคทเ่ี กดิ จากภาวะโภชนาการบกพร่องทาใหร้ า่ งกายขาด
สารอาหารบางชนดิ มสี าเหตดุ งั น้ี
1).รบั ประทานอาหารไมเ่ พยี งพอ ซง่ึ ไม่มอี ะไรทดแทนในการป้องกนั โรคอาจเน่อื งมาจากความ
ยากจนหา่ งไกลความเจรญิ และแหล่ง อาหาร
2).รบั ประทานอาหารไม่ถกู ตอ้ ง อาจเน่อื งมาจากการขาดความรู้ ในการเลอื กกรบั ประทาน
อาหารทถ่ี กู หลกั โภชนาการรบั ประทานอาหารไม่ถตู อ้ ง หรอื มคี วามเชอ่ื ผดิ ๆ เกย่ี วกบั การรบั ประทาน
อาหารจากผลวจิ ยั พบวา่ ขาดธาตเุ หลก็ มผี ลกระทบไม่เฉพาะเดก็ หญงิ เท่านนั้ เพราะธาตเุ หลก็ ทาใหม้ ี
สมาธใิ นการเรยี น
3).มคี วามผดิ ปกตขิ องร่างกาย เชน่ มโี รคประจาตวั
2.2.สาเหตขุ องโรคขาดสารอาหาร
เกดิ จากพฤตกิ รรมและนสิ ยั สว่ นตวั ในการกนิ อาหารและดว้ ยปัจจยั ทางดา้ นเศรษฐกจิ (ยากจน)
จงึ ทาใหเ้ ดก็ ตอ้ งกนิ อาหารเทา่ ทพ่ี ่อแมจ่ ะหามาไดก้ ารดูแลเรอ่ื งการกนิ อาหาร (โภชนาการ) ของเดก็ ใน
วยั เรยี นเหลา่ น้ี จะเหน็ วา่ เดก็ ไม่ไดก้ นิ ตามหลกั โภชนาการ แตก่ นิ เพยี งเพอ่ื ใหอ้ ม่ิ ทอ้ งและอยูร่ อดเทา่ นนั้
ส่วนมากคนทม่ี คี วามสาคญั ทต่ี อ้ งคอยดแู ลในเรอ่ื ง โภชนาการของเดก็ คอื พอ่ แมห่ รอื ผเู้ ลย้ี งดู (ญาต)ิ ท่ี
ไมค่ อ่ ยมเี วลา หรอื ตระหนกั ถงึ ความสาคญั ในเรอ่ื งน้ี จงึ ทาใหเ้ ดก็ เกดิ โรคขาดสารอาหารโดยไมร่ ตู้ วั
โรคขาดสารอาหารเป็นปัญหาทส่ี าคญั ของประชากรและเป็นสาเหตใุ หเ้ ดก็ มอี ตั ราการเสยี ชวี ติ ท่ี
สงู ขน้ึ หากไมถ่ งึ กบั เสยี ชวี ติ รา่ งกายกจ็ ะแคระแกรน็ ไมเ่ จรญิ เตบิ โต ทงั้ ทางดา้ นพฤตกิ รรมและสงั คม
การแกไ้ ขปัญหาโรคขาดสารอาหารทเ่ี กดิ กบั เดก็ ทาไดโ้ ดยการทาใหป้ ระชาชนตระหนกั ถงึ การเลย้ี งลกู
ดว้ ยน้านมแม่ เพราะน้านมแมม่ สี ารอาหารทส่ี มบรู ณ์และดที ส่ี ุด สาหรบั ใชเ้ ลย้ี งทารกหากเป็นไปไดค้ วร
ใหเ้ ดก็ ไดด้ ม่ื นมววั หรอื นมถวั่ เหลอื งดว้ ย
สาหรบั คนทม่ี รี ายไดน้ ้อยโดยการกนิ อาหารทใ่ี หโ้ ปรตนี จากพชื แทนโปรตนี จากเนอ้ื สตั วท์ ม่ี รี าคา
แพง โปรตนี จากพชื เรยี กวา่ “โปรตนี เกษตร” มลี กั ษณะคลา้ ยเน้อื สตั วแ์ ละใหค้ ุณคา่ ทางโภชนาการ
(โปรตนี ) ไม่น้อยไปกวา่ เน้อื สตั ว์ ในราคาทไ่ี มแ่ พงนกั การนาโปรตนี เกษตรมาประกอบอาหารใหเ้ ดก็ เลก็
กนิ จะชว่ ยใหเ้ ดก็ ไดร้ บั โปรตนี ซง่ึ เป็นสารอาหารทส่ี าคญั ในการเจรญิ เตบิ โตของเดก็
โดยสรปุ กค็ อื ตอ้ งมคี วามรทู้ างโภชนาการรจู้ กั การเลอื กกนิ อาหารใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถว้ น และ
ในปรมิ าณทเ่ี พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการของร่างกายในแต่ละวนั หากสารอาหารทจ่ี าเป็นมรี าคาแพง เชน่
เน้อื สตั วก์ ห็ าสง่ิ ทม่ี าทดแทน (โปรตนี เกษตร) เพ่อื ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั สารอาหารทจ่ี าเป็น ครบถว้ นและไมเ่ ป็น
โรคขาดสารอาหาร.
โรคขาดธาตุเหลก็ เหลก็ เป็นส่วนประกอบของฮโี มโกลบนิ ในเมด็ เลอื ดแดง เพอ่ื นาไปใชใ้ นการ
สรา้ งเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดง โดยปกตทิ วั่ ไปหญงิ มคี รรภ์ และหญงิ ทม่ี ปี ระจาเดอื นตอ้ งการธาตเุ หลก็ มากกวา่
ชาย เพราะสูญเสยี เลอื ดมากกวา่ ทาใหเ้ ป็นโรคโลหติ จางกนั มาก และเป็นไดท้ ุกวยั โรคน้พี บมากใน
ภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื สาเหตุเกดิ จากการขาดธาตุเหลก็ กนิ อาหารทม่ี เี หลก็ ไมพ่ อหรอื
รา่ งกายเสยี เลอื ดมาก หรอื เป็นโรคพยาธลิ าไส้ นอกจากน้อี าจเน่อื งจากขาดโปรตนี วติ ามนิ บี 12 และ
กรดโฟลคิ โดยเฉพาะในหญงิ มคี รรภแ์ ละทารก และเดก็ ทารกและเดก็ เป็นโรคน้ไี ด้ โดยเฉพาะทารกท่ี
คลอดจากมารดาทเ่ี ป็นโรคเลอื ดจาง และในทารกทค่ี ลอดกอ่ นกาหนด หญงิ มคี รรภ์และวยั รนุ่ ซง่ึ ตอ้ งการ
เหลก็ มากกวา่ ปกติ อาจเป็นโรคเลอื ดจางไดง้ า่ ย
โรคเหนบ็ ชา เป็นผลจากการขาด วติ ามนิ บี 1 ซง่ึ ทาหน้าท่ี เรง่ ปฏกิ ริ ยิ าในการ เผาผลาญ
คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี และไขมนั เม่อื รา่ งกายขาดวติ ามนิ บี 1 จะทาใหก้ ารทางานของระบบทางเดนิ
อาหารแปรปรวนไปจากปกติ เป็นโรคทพ่ี บบอ่ ยในหญงิ มคี รรภ์ ผใู้ ชแ้ รงงาน ทารกและ ผดู้ ม่ื สรุ าเป็น
ประจา เกดิ จากการรบั ประทานอาหารทม่ี วี ติ ามนิ บี 1 ไม่เพยี งพอกบั ความ ตอ้ งการของรา่ งกายและการ
ขาดความรู้ อาการ เบอ่ื อาหาร อ่อนเพลยี ชาตามมอื และเทา้ ปวดกลา้ มเนอ้ื บรเิ วณน่อง แขน-ขาลบี ไม่มี
แรงเดนิ เปะปะ หายใจลาบาก หวั ใจบวมโต ถา้ ไม่รกั ษาอาจถงึ แก่ชวี ติ ไดด้ ว้ ยโรคหวั ใจวาย การป้องกนั
โรคเหนบ็ ชาไมใ่ ชโ่ รคทเ่ี กดิ จากความอดอยากหากแต่เกดิ เพราะการรบั ประทานอาหารไมถ่ ูก สดั ส่วนการ
ป้องกนั อาจทาไดโ้ ดยส่งเสรมิ ใหก้ นิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ บี๑ สูง เชน่ เน้อื หมู ถวั่ เหลอื ง ผทู้ ด่ี ม่ื น้าชาหรอื
เคย้ี วใบเมย่ี งเป็นประจา ถา้ เลกิ ไดเ้ ป็นการดที ส่ี ดุ ถา้ ทาไมไ่ ดก้ ด็ ม่ื น้าชาหรอื เคย้ี ว ใบเมย่ี งใหน้ ้อยลง และ
ควรทาในระหวา่ งมอ้ื อาหาร ผทู้ ช่ี อบกนิ ปลารา้ ดบิ ควรเปลย่ี นเป็นต้มให้ สกุ เสยี กอ่ น เลกิ ด่มื เหลา้ เป็น
ประจาเวลาเกดิ การเจบ็ ป่วยกไ็ ม่อดของแสลง ทงั้ ๆ ทอ่ี าหารเหลา่ นนั้ มคี ณุ คา่ ทางโภชนาการ การหุงตม้
ทกุ ชนดิ ควรใชน้ ้าแตพ่ อประมาณ เชน่ ควรหุงขา้ วแบบไม่เชด็ น้าสง่ เสรมิ ใหก้ นิ ขา้ วซอ้ มมอื และรฐั ควร
วางมาตรฐานการสขี า้ วของโรงสตี า่ งๆ เพ่อื สงวนคณุ คา่ ของวติ ามนิ บ๑ี ไว้
โรคขาดสารอาหารทส่ี าคญั และพบเหน็ บ่อยในประเทศไทยมดี งั น้ี
1).โรคขาดโปรตนี และแคลอรี
โรคขาดโปรตนี และแคลอรเี ป็นโรคทเ่ี กดิ จากร่างกายไดร้ บั สารอาหารประเภทโปรตนี
คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั ทม่ี คี ุณภาพดไี มเ่ พยี งพอ เป็นโรคทพ่ี บบ่อยในเดก็ ท่ีมอี ายุต่ากวา่ 6 ปี
โดยเฉพาะทารกและเดก็ กอ่ นวยั เรยี น อนั เน่อื งมาจากการเลย้ี งดทู ไ่ี มเ่ อาใจใส่เรงิ่ การกนิ อาหารหรอื ไมม่ ี
ความรทู้ างโภชนาการดพี อ ลกั ษณะอาการของโรคมี 2 รูปแบบ คอื ควาซอิ อรก์ อร์ ( Kwashiorkor )
และมาราสมสั ( Marasmus )
ควาชอิ อรก์ อร์ เป็นลกั ษณะอาการทเ่ี กดิ จากการขาดสารอาหารประเภทโปรตนี อยา่ งมาก มกั
เกดิ กบั ทารกทเ่ี ลย้ี งดว้ ยนมขน้ หวาน นมผงผสม และใหอ้ าหารเสรมิ ประเภทขา้ วหรอื แป้งเป็นสว่ นใหญ่
ทาใหร้ ่างกายขาดโปรตนี สาหรบั การเจรญิ เตบิ โตและระบบต่าง ๆ บกพร่อง ทารกจะมอี าการซดี บวมท่ี
หน้า ขา และลาตวั เสน้ ผมบางเปราะและร่วงหลดุ ง่าย ผวิ หนงั แหง้ หยาบ มอี าการซมึ เศรา้ มคี วาม
ตา้ นทานโรคต่า ตดิ เชอ้ื ง่าย และสตปิ ัญญาเสอ่ื ม
มาราสมสั เป็นลกั ษณะอาการทเ่ี กดิ จากการขาดสารอาหารประเภท โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต
และไขมนั ผทู้ เ่ี ป็นโรคน้จี ะมอี าการคลา้ ยกบั เป็นควาชอิ อรก์ อรแ์ ตไ่ มม่ อี าการบวมทท่ี อ้ ง หน้า และขา
นอกจากน้รี า่ งกายจะผอมแหง้ ศรษี ะโตพุงโร ผวิ หนงั เหย่ี วยน่ เหมอื นคนแก่ ลอกออกเป็นชนั้ ได้ และ
ทอ้ งเสยี บอ่ ยอยา่ งไรกต็ าม อาจมผี ปู้ ่วยจานวนไมน่ ้อยทม่ี ลี กั ษณะทงั้ ควาชอิ อรก์ อร์ และมาราสมสั ในคน
เดยี วกนั ได้
จากการสารวจพบวา่ ทารกและเดก็ กอ่ นวยั เรยี นในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือเป็นโรคขาด
โปรตนี และแคลอรมี ากทส่ี ดุ นอกจากน้จี ากรายงานสถานภาพโภชนาการในประเทศไทยของกอง
โภชนาการ กรมอนามยั ยงั พบอกี วา่ ในหญงิ มคี รรภแ์ ละหญงิ ใหน้ มบตุ รโดยเฉพาะในชนบทมภี าวะ
โภชนาการไม่ดตี งั้ แตก่ ่อนตงั้ ครรภ์ มอี าการตงั้ ครรภ์ตงั้ แต่อายุยงั น้อย และขณะตงั้ ครรภง์ ดกนิ อาหาร
ประเภทโปรตนี เพราะเชอ้ื วา่ เป็นของแสลงทาใหไ้ ดร้ บั พลงั งานเพยี งรอ้ ยละ 80 และโปรตนี รอ้ ยละ
62 – 69 ของปรมิ าณทค่ี วรไดร้ บั
การขาดสารอาหารประเภทโปรตนี เป็นปัญหาสาคญั อยา่ งหน่งึ ของประเทศไทย โดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ ในกลมุ่ เดก็ ตงั้ แต่วยั ทารกจนถงึ วยั รนุ่ ดว้ ยเหตุน้เี พ่อื แกไ้ ขปัญหาดงั กลา่ วจงึ ไดม้ กี ารสง่ เสรมิ ให้
เลย้ี งทารกดว้ ยนมมารดามากขน้ึ และส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ ดม่ื นมววั น้านมถวั่ เหลอื งเพม่ิ ขน้ึ เพราะน้านมเป็น
สารอาหารทส่ี มบูรณ์ทส่ี ุดเน่อื งจากประกอบดว้ ยสารอาหารต่าง ๆ ครบทงั้ 5 ประเภท
นอกจากน้ใี นปัจจบุ นั ยงั มหี น่วยงานหลายแหง่ ไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ หาวธิ กี ารผลติ อาหารทใ่ี หค้ ุณคา่
โปรตนี แตม่ รี าคาไมแ่ พงนกั ใหค้ นทม่ี รี ายไดน้ ้อยไดก้ นิ กนั มากขน้ึ สถาบนั คน้ ควา้ พฒั นาผลติ ภณั ฑ์
อาหาร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาตรไ์ ดค้ น้ ควา้ ทดลองผลติ อาหารโปรตีนจากพชื เพอ่ื ทดแทนโปรตนี จาก
สตั ว์ เชน่ ใชผ้ ลติ ภณั ฑจ์ ากถวั่ เหลอื งทเ่ี รยี กวา่ โปรตนี เกษตร ทผ่ี ลติ ในรปู ของเน้อื เทยี ม และโปรตนี
จากสาหร่ายสเี ขยี ว เป็นตน้
2).โรคขาดวติ ามนิ
นกั เรยี นคงไดท้ ราบมาแลว้ วา่ นอกจากรา่ งกายจะตอ้ งการสารอาหารประเภทโปรตนี
คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั แลว้ ยงั ตอ้ งการสารอาหารประเภทวติ ามนิ ( และแร่ธาตุ ) อกี ดว้ ยเพอ่ื ชว่ ยทา
ใหร้ า่ งกายสมบูรณ์ขน้ึ คอื ชว่ ยควบคมุ ใหอ้ วยั วะตา่ ง ๆ ทาหน้าทไ่ี ดต้ ามปกตถิ งึ แมร้ า่ งกายจะตอ้ งการ
สารอาหารประเภทน้ใี นปรมิ าณน้อยมาก แต่ถา้ ขาดไปจะทาใหร้ ่างกายไม่สมบรู ณแ์ ละเกดิ โรคต่าง ๆ ได้
โรคขาดวติ ามนิ ทพ่ี บในประเทศไทยสว่ นมากเป็นโรคทเ่ี กดิ จากการขาดวติ ามนิ เอ วติ ามนิ บหี นง่ึ วติ ามนิ
บสี อง และวติ ามนิ ซี ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
โรคขาดวติ ามนิ เอ เกดิ จากอาหารทม่ี ไี ขมนั ต่าและมวี ติ ามนิ เอน้อยคนทข่ี าดวติ ามนิ เอ ถา้ เป็น
เดก็ การเจรญิ เตบิ โตหยุดชะงกั สขุ ภาพออ่ นแอ ผวิ หนงั หยาบแหง้ มตี มุ่ สาก ๆ เหมอื นหนงั คางคก
เน่อื งจากการอกั เสบบรเิ วณกน้ แขน ขา ขอ้ ศอก เขา่ และหน้าอก นอกจากน้จี ะมอี าการอกั เสบใน
ชอ่ งจมูก หู ปาก ต่อมน้าลาย เย่อื บตุ าและกระจกตาขาวและตาดาจะแหง้ ตาขาวจะเป็นแผลเป็นท่ี
เรยี กวา่ เกลด็ กระด่ี ตาดาขนุ่ หนาและอ่อนเหลวถา้ เป็นรนุ แรงจะมผี ลทาใหต้ าบอดได้ ถา้ ไม่ถงึ กบั ตา
บอดกอ็ าจจะมองไม่เหน็ ในทส่ี ลวั หรอื ปรบั ตาในความมดื ไม่ได้ เรยี กวา่ ตาฟาง หรอื ตาบอดกลางคนื
การรกั ษาและป้องกนั โรคขาดวติ ามนิ เอ ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทม่ี ไี ขมนั และอาหารจาพวกผลไม้ ผกั
ใบเขยี ว ผกั ใบเหลอื ง เชน่ มะละกอ มะม่วงสุก ผกั บงุ้ คะน้า ตาลงึ มนั เทศ ไข่ นม สาหรบั ทารก
ควรไดก้ นิ อาหารเสรมิ ทผ่ี สมกบั ตบั หรอื ไขแ่ ดงบด
โรคขาดวติ ามนิ บหี น่งึ เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ บตี ่าและกนิ อาหารทไ่ี ปขดั ขวางการดูด
ซมึ วติ ามนิ บหี น่งึ คนท่ขี าดวติ ามนิ บหี น่งึ จะเป็นโรคเหนบ็ ชาซง้ึ จะมอี าการชาทงั้ มอื และเทา้ กลา้ มเน้อื
แขนและขาไม่มกี าลงั ผปู้ ่วยบางรายอาจมอี าการบวมร่วมดว้ ย ถา้ เป็นมากจะมอี าการใจสนั่ หวั ใจโตและ
เตน้ เรว็ หอบ เหน่อื ย และอาจตายไดถ้ า้ ไมไ่ ดร้ บั การรกั ษาทนั ท่วงที
การรกั ษาและป้องกนั โรคขาดวติ ามนิ บหี น่งึ ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ บหี น่งึ ใหเ้ พยี งพอ
และเป็นประจา เชน่ ขา้ วซ้อมมอื ตบั ถวั่ เมลด็ แหง้ และเน้ือสตั ว์ และควรหลกี เลย่ี งอาหารทท่ี าลาย
วติ ามนิ บหี น่งึ เชน่ ปลารา้ ดบิ หอยดบิ หมาก เมย่ี ง ใบชา เป็นตน้
โรคขาดวติ ามนิ บสี อง เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ บี สองไมเ่ พยี งพอ คนทข่ี าดวติ ามนิ บี
สองมกั จะเป็นแผลหรอื รอยแตกทม่ี ุมปากทงั้ สองขา้ งหรอื ซอกจมกู มเี กลด็ ใสเลก็ ๆ ลน้ิ มสี แี ดงกวา่ ปกติ
และเจบ็ หรอื มแี ผลทผ่ี นงั ภายในปากรสู้ กึ คนั และปวดแสบปวดรอ้ นทต่ี า อาการเหล่าน้เี รียกวา่ เป็นโรค
ปากนกกระจอก คนทเ่ี ป็นโรคน้จี ะมอี าการ ออ่ นเพลยี เบอ่ื อาหาร และอารมณ์หงดุ หงดิ การรกั ษาและ
ป้องกนั โรคขาดวติ ามนิ บสี อง ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ บสี องใหเ้ พยี งพอและเป็นประจา เชน่
นมสด นมปรุงแต่ง นมถวั่ เหลอื ง น้าเตา้ หู้ ถวั่ เมลด็ แหง้ ขา้ วซอ้ มมอื ผกั ผลไม้ เป็นตน้
โรคขาดวติ ามนิ ซี เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ ซไี มเ่ พยี งพอ คนทข่ี าดวติ ามนิ ซมี กั จะ
เจบ็ ป่วยบอ่ ย เน่อื งจากมคี วามตา้ นทานโรคต่า เหงอื กบวมแดง เลอื ดออกงา่ ย ถา้ เป็นมากฟันจะโยก
รวน และมเี ลอื ดออกตามไรฟันง่าย อาการเหลา่ น้เี รยี กวา่ เป็น โรคลกั ปิดลกั เปิดการรกั ษาและป้องกนั
โรคขาดวติ ามนิ ซี ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทม่ี วี ติ ามนิ ซใี หเ้ พยี งพอและเป็นประจา เชน่ สม้ มะนาว
มะขามป้อม มะเขอื เทศ ฝรงั่ ผกั ชี เป็นตน้
จากทก่ี ล่าวมาจะเหน็ ไดว้ า่ โรคขาดวติ ามนิ ส่วนมากมกั จะเกย่ี วกบั วติ ามนิ ประเภทละลายไดใ้ น
น้า เชน่ วติ ามนิ บี วติ ามนิ อี และวติ ามนิ เค มกั จะไมค่ ่อยเป็นปัญหาโภชนาการ ทงั้ น้เี พราะวติ ามนิ
เหลา่ น้บี างชนดิ ร่างกายของคนเราสามารถสงั เคราะหข์ น้ึ มาเเองได้ เชน่ วติ ามนิ ดี ผทู้ อ่ี อกกาลงั กาย
กลางแจง้ และไดร้ บั แสงอาทติ ยเ์ พยี งพอ รงั สอี ลั ตราไวโอเลตจากแสงอาทติ ยส์ ามารถเปลย่ี นสารทเ่ี ป็น
ไขมนั ชนดิ หน่งึ ใตผ้ วิ หนงั ทเ่ี ป็นวติ ามนิ ดไี ด้ วติ ามนิ เค รา่ งกายสามารถสงั เคราะหไ์ ดจ้ ากแบคทเี รยี ใน
ลาไสใ้ หญ่
3.โรคขาดแรธ่ าตุ
แรธ่ าตุนอกจากจะเป็นสารอาหารทช่ี ว่ ยในการควบคุมการทางานของอวยั วะต่าง ๆ ในร่างกาย
ใหท้ าหน้าทป่ี กตแิ ลว้ ยงั เป็นสว่ นประกอบทส่ี าคญั ของร่างกายอกี ดว้ ย เชน่ เป็นส่วนประกอกบของ
กระดูกและฟัน เลอื ด กลา้ มเน้อื เป็นตน้ ดงั ทก่ี ลา่ วแลว้ ดงั นนั้ ถา้ ร่างกายขาดแร่ธาตกุ อ็ าจจะทาให้
การทาหน้าทข่ี องอวยั วะผดิ ปกติ และทาใหเ้ กดิ โรคต่าง ๆ ได้ ดงั น้ี
โรคขาดธาตุแคลเซยี มและฟอสฟอรสั เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี แี คลเซยี มยมและฟอสฟอรสั ไม่
เพยี งพอ คนทข่ี าดแคลเซยี มและฟอสฟอรสั จะเป็นโรคกระดูกออ่ น มกั เป็นกบั เดก็ หญงิ มคี รรภแ์ ละ
หญงิ ใหน้ มบตุ ร ทาใหข้ อ้ ตอ่ กระดกู บวม ขาโคง้ โก่ง กลา้ มเน้อื หย่อน กระดกู ซโี ครงดา้ นหน้ารอยต่อนูน
ทาใหห้ น้าอกเป็นสนั ทเ่ี รยี กวา่ อกไก่ ในวยั เดก็ จะทาใหก้ ารเจรญิ เตบิ โตชา้ โรคกระดกู อ่อนนอกจากจะ
เกดิ จากการขาดแรธ่ าตทุ งั้ สองแลว้ ยงั เกดิ จากการไดร้ บั แสงแดดไม่เพยี งพออกี ดว้ ยการรกั ษาและ
ป้องกนั โรคขาดธาตแุ คลเซยี มและฟอสฟอรสั ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทม่ี แี คลเซยี มและฟอสฟอรสั ให้
มากและเป็นประจา เชน่ นมสด ปลาทก่ี นิ ไดท้ งั้ กระดกู ผกั สเี ขยี ว น้ามนั ตบั ปลา เป็นตน้
โรคขาดธาตเุ หลก็ เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี ธี าตุเหลก็ ไมเ่ พยี งพอหรอื เกดิ จากความผดิ ปกตใิ น
ระบบการยอ่ ยและการดูดซมึ คนทข่ี าดธาตเุ หลก็ จะเป็นโรคโลหติ จาง เน่อื งจากรา่ งกายสรา้ งเฮโมโกลบนิ
ไดน้ ้อยกวา่ ปกติ ทาใหร้ ่างกายออ่ นเพลยี เบอ่ื อาหาร มคี วามตา้ นทานโรคต่า เปลอื กตาขาวซดี ลน้ิ
อกั เสบ เลบ็ บางเปราะ และสมรรถภาพในการทางานเสอ่ื การรกั ษาและป้องกนั โรคขาดธาตเุ หลก็ ทาได้
โดยการกนิ อาหารทม่ี ธี าตเุ หลก็ และโปรตนี สูงเป็นประจา เชน่ ตบั เครอ่ื งในสตั ว์ เน้อื สตั ว์ ผกั สเี ขยี ว
เป็นตน้
โรคขาดธาตุไอโอดนี เกดิ จากการกนิ อาหารทม่ี ไี อโอดนี ต่าหรอื อาหารทม่ี สี ารขดั ขวางการใช้
ไอโอดนี ในรา่ งกาย คนทข่ี าดธาตไุ อโอดนี จะเป็นโรคคอพอก และต่อมไทรอยดบ์ วมโต ถา้ เป็นตงั้ แต่เดก็
จะมผี ลต่อการพฒั นาทางร่างกายและจติ ใจ รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตชา้ เตย้ี แคระแกรน็ สตปิ ัญญาเสอ่ื ม
อาจเป็นใบห้ รอื หูหนวกดว้ ย คนไทยภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จะเป็นโรคน้กี นั มาก บางที
เรยี กโรคน้วี า่ โรคเออ๋ โรคขาดธาตุไอโอดนี ทาไดโ้ ดยการกนิ อาหารทะเลใหม้ าก เชน่ กงุ้ หอย ปู
ปลา เป็นตน้ ถา้ ไม่สามารถหาอาหารทะเลไดก้ ค็ วรบรโิ ภคเกลอื อนามยั ซง่ึ เป็นเกลอื สมทุ รผสมไอโอดนี
ทใ่ี ชใ้ นการประกอบอาหารแทนได้ นอกจากน้คี วรหลกี เลย่ี งอาหารทม่ี สี ารขดั ขวางการใชไ้ อโอดนี เชน่
พชื ตระกูลกระหล่าปลี ซง่ึ กอ่ นกนิ ควรตม้ เสยี กอ่ น
โดยกลา่ วสรปุ การขาดสารอาหารประเภทใดประเภทหน่งึ หรอื หลาย ๆ ประเภท นอกจากจะมี
ผลทาใหร้ ่างกายไม่สมบรู ณแ์ ขง็ แรงและเป็นโรคต่าง ๆ ไดแ้ ลว้ ยงั ทาใหก้ ารดารงชวี ติ เป็นไปดว้ ยความ
ยากลาบาก อกี ทงั้ ยงั มผี ลกระทบกระเทอื นตอ่ สุขภาพของประชากรโดยตรง ซง่ึ จะมผี ลตอ่ การพฒั นา
ของประเทศในทส่ี ดุ ดงั นนั้ จงึ จาเป็นอย่างยง่ิ ทท่ี กุ คนควรเลอื กกนิ อาหารอยา่ งมคี ณุ ภาพ ซ่งึ ไม่
จาเป็นตอ้ งเป็นอาหารทม่ี รี าคาแพงเสมอไป แตต่ อ้ งการกนิ อาหารใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถว้ นในปรมิ าณท่ี
พอเพยี งกบั ร่างกายตอ้ งการในแต่ละวนั นนั่ คอื กนิ ใหด้ ี แลว้ กจ็ ะสง่ ผลถงึ สุขภาพความสมบรู ณ์แขง็ แรง
ของรา่ งกาย ซ่งึ กค็ อื อยดู่ ี ดว้ ย
3.วิตามินและเกลือแร่
3.1 วติ ามนิ และแรธ่ าตคุ อื อะไร ทาไมจงึ สาคญั
เม่อื พดู ถงึ วติ ามนิ สง่ิ แรกท่เี รานึกถงึ สว่ นใหญ่คอื เมด็ ยา ทงั้ ในรูปแบบเมด็ แคปซูลหรอื ผง
ละลายน้า จงึ ทาใหบ้ างคนเกดิ ความสบั สนระหวา่ งยาทใ่ี ชร้ กั ษาโรคกบั วติ ามนิ ในความเป็นจรงิ แลว้
วติ ามนิ ไมใ่ ชย่ ารกั ษาโรค อธบิ ายงา่ ยๆ วา่ วติ ามนิ คอื สารอนิ ทรยี ท์ จ่ี าเป็นตอ่ ชวี ติ มคี วามสาคญั ตอ่ การ
ทาหน้าทต่ี ามปกตขิ องรา่ งกายเรา และร่างกายไมส่ ามารถสรา้ งหรอื สงั เคราะหว์ ติ ามนิ ขน้ึ เองได้ วติ ามนิ
จงึ ไดม้ าจากการรบั ประทานอาหารหรอื ผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ อาหารเทา่ นนั้
เม่อื พดู ถงึ วติ ามนิ สงิ่ แรกทเ่ี รานึกถงึ สว่ นใหญ่คอื เมด็ ยา ทงั้ ในรูปแบบเมด็ แคปซูลหรอื ผง
ละลายน้า จงึ ทาใหบ้ างคนเกดิ ความสบั สนระหวา่ งยาทใ่ี ชร้ กั ษาโรคกบั วติ ามนิ ในความเป็นจรงิ แลว้
วติ ามนิ ไมใ่ ชย่ ารกั ษาโรค อธบิ ายงา่ ยๆวา่ วติ ามนิ คอื สารอนิ ทรยี ท์ จ่ี าเป็นตอ่ ชวี ติ มคี วามสาคญั ต่อการ
ทาหน้าทต่ี ามปกตขิ องรา่ งกายเรา และรา่ งกายไม่สามารถสรา้ งหรอื สงั เคราะหว์ ติ ามนิ ขน้ึ เองได้ วติ ามนิ
จงึ ไดม้ าจากการรบั ประทานอาหารหรอื ผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ อาหารเทา่ นนั้
วติ ามนิ ไม่สามารถทดแทนโปรตนี หรอื สารอาหารอน่ื เชน่ เกลอื แร่ ไขมนั คารโ์ บไฮเดรต น้าหรอื
แมแ้ ต่ทดแทนกนั เองได้ คณุ ไม่สามารถรบั ประทานแตว่ ติ ามนิ แลว้ เลกิ รบั ประทานอาหารอน่ื ๆ เพอ่ื หวงั
ใหม้ สี ขุ ภาพทด่ี ไี ดเ้ พราะวติ ามนิ และแร่ธาตเุ ป็นสารอาหารรอง (Micronutrients) ไมไ่ ดเ้ ป็นตวั ทใ่ี ห้
พลงั งานกบั เราโดยตรง เหมอื นสารอาหารหลกั (Macronutrients) เชน่ โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั
ปรมิ าณของสารอาหารหลกั และสารอาหารรองทค่ี ุณตอ้ งการเพ่อื คงไวซ้ ่งึ สุขภาพดนี นั้ แตกตา่ งกนั แต่
ลว้ นมคี วามสาคญั ไมย่ งิ่ หย่อนไปกวา่ กนั ดงั เชน่ ร่างกายจะคงอยไู่ มไ่ ดห้ ากปราศจากวติ ามนิ ทจ่ี าเป็นทกุ
ชนดิ
วติ ามนิ สว่ นใหญ่ถูกตงั้ ตามตวั อกั ษร แมว้ า่ จะมชี อ่ื ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ตไ่ มเ่ ป็นทน่ี ิยมในการจดจา
วติ ามนิ ตอ่ ไปน้เี ป็นทร่ี จู้ กั กนั ในปัจจุบนั คอื วติ ามนิ A (เรตนิ อล แคโรทนี ) วติ ามนิ B ไดแ้ ก่ B1(ไทอะมนี )
B2 (ไรโบฟลาวนิ ) B3 (ไนอะซนิ ) B4 (อะดนี ีน ) B5 (กรดแพนโทเทนิก) B6 (ไพรดิ อ็ กซนิ ) B10 B11
(สารกระตนุ้ การเจรญิ หรอื โกรธ๊ แฟ็กเตอร)์ B12 (ไซยาโนโคบาลามนิ ) B13 (กรดออโรตกิ ) B15 (กรด
แพงเกมกิ )B17 (อะมกิ ดาลนิ ) BC (กรดโฟลกิ ) BT (คารน์ ทิ นี ) BXหรอื PABA (กรดพารา-แอมโิ นเบนโซ
อกิ ) วติ ามนิ C (กรดแอสคอรบ์ กิ ) วติ ามนิ D (แคลซเิ ฟอรอล ไวออสเตอรอล เออรก์ อสเตอรอล) วติ ามนิ
E (โทโคฟีรอล) วติ ามนิ K (เมนาไดโอน)
วา่ ดว้ ยเร่อื งของแร่ธาตุ แมว้ า่ ร่างกายตอ้ งการแรธ่ าตทุ ร่ี จู้ กั กนั ประมาณ18 ชนิด ในการรกั ษา
สภาพและควบคุมการทางาน แตป่ รมิ าณสารอาหารทแ่ี นะนาใหบ้ รโิ ภค (RDA: Recommended Dietary
Allowance) ไดก้ าหนดไวเ้ พยี ง 7 ตวั คอื แคลเซยี ม ไอโอดนี แมกนีเซยี ม ฟอสฟอรสั ซลี เี นยี ม เหลก็
และสงั กะสี
ไม่วา่ วติ ามนิ จะมคี วามสาคญั เพยี งใด แต่วติ ามนิ จะไมส่ ามารถทางานและไม่สามารถถกู ดูดซมึ
ไดเ้ ลยหากปราศจากแร่ธาตุ ถงึ แมว้ า่ ร่างกายจะสงั เคาะหว์ ติ ามนิ บางตวั ไดเ้ อง แต่กลบั ไม่สามารถผลดิ แร่
ธาตไุ ดเ้ ลยสกั ตวั ยกตวั อยา่ งแร่ธาตทุ ช่ี ว่ ยเสรมิ การทางานใหว้ ติ ามนิ ทางานไดม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ เชน่
วติ ามนิ A ทางานร่วมกบั แร่ธาตอุ ย่าง แคลเซยี ม แมกนีเซยี ม ฟอสฟอรสั ซลี เี นนียม และสงั กะสี ไดด้ ี
ทส่ี ุด วติ ามนิ B ต่างๆทางานรว่ มกบั แร่ธาตุกลมุ่ ดงั กลา่ ว รวมถงึ โคบอลต์ ทองแดง เหลก็ แมงกานสี
โพแทสเซยี ม และโซเดยี มดว้ ย
วติ ามนิ C ทางานร่วมกบั แร่ธาตแุ คลเซยี ม โคบอลต์ ทองแดง เหลก็ และโซเดยี ม สาหรบั วติ ามนิ ดี ไดแ้ ก่
แคลเซยี ม ทองแดง แมกนีเซยี ม ซลี เี นียม และโซเดยี ม และสาหรบั วติ ามนิ E ทางานไดด้ หี ากไดร้ ว่ มกบั
แรธ่ าตุ แคลเซยี ม เหลก็ แมงกานสี ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม ซลี เี นยี ม โซเดยี ม และสงั กะสี เป็นตน้
จากการทแ่ี ร่ธาตุชว่ ยสง่ เสรมิ ใหว้ ติ ามนิ มปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ น้ี จะสงั เกตไุ ดว้ า่ ในผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ อาหาร
จะมสี ว่ นประกอบของวติ ามนิ และแร่ธาตรุ ่วมดว้ ยเสมอ
3.2.วติ ามนิ มแี หลง่ ทม่ี าจากอะไร แตกตา่ งกนั อย่างไร
วติ ามนิ แบ่งออกเป็นวติ ามนิ ธรรมชาตแิ ละวติ ามนิ สงั เคราะห์ ทงั้ 2 ชนดิ จะใหป้ ระสทิ ธผิ ล
เชน่ เดยี วกนั แตส่ งิ่ ทแ่ี ตกตา่ งกนั คอื วติ ามนิ ธรรมชาตจิ ะใหป้ ระโยชน์ทห่ี ลากหลายกวา่ วติ ามนิ สงั เคราะห์
ถงึ แมว้ า่ โครงสรา้ งทางเคมขี องวติ ามนิ ทงั้ 2 ชนดิ จะเหมอื นกนั แตว่ ติ ามนิ ธรรมชาตมิ ี ส่วนประกอบท่ี
มากกวา่ เชน่ วติ ามนิ C สงั เคราะหม์ เี พยี งกรดแอสคอรบ์ กิ เทา่ นนั้ แต่วติ ามนิ C ธรรมชาตจิ ะ มไี บโอฟ
ลาโวนอยด์ ซคี อมเพลก็ ซท์ งั้ กล่มุ เพม่ิ ขน้ึ มา จงึ สง่ ผลใหว้ ติ ามนิ C ทางานไดม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา่
นายแพทยเ์ ธรอน จแี รนดอลฟ์ แพทยผ์ ูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นภูมแิ พใ้ หค้ วามเหน็ วา่ “สารทส่ี งั เคราะห์
อาจทา ใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ยิ าแพใ้ นคนทม่ี แี นวโน้มวา่ จะแพง้ ่าย ถงึ แมว้ า่ สารทม่ี โี ครงสรา้ งทางเคมแี บบ
เดยี วกนั จาก ธรรมชาตจิ ะไมท่ าใหเ้ กดิ การแพแ้ ตอ่ ย่างใด”
เม่อื เรารบั ประทานสารอาหารไมพ่ อกจ็ ะเกดิ การขาดอาหารซง่ึ อาการและอาการแสดงค่อนขา้ ง
ชดั แต่การขาดวติ ามนิ หรอื เกลอื แรจ่ ะวนิ จิ ฉยั ยาก การขาดวติ ามนิ บางชนิดอาจจะอนั ตรายถงึ กบั เสยี ชวี ติ
นอกจากนนั้ การไดร้ บั วติ ามนิ มากไปกม็ ผี ลเสยี ต่อสุขภาพ เชน่ วติ ามนิ เอ
รา่ งกายตอ้ งการวติ ามนิ และเกลอื แร่ปรมิ าณไมม่ าก เรยี กวา่ micronutrient แตเ่ ป็นสารอาหารทม่ี ี
ความจาเป็นต่อร่างกาย เพ่อื ใหร้ ่างกายทางานอยา่ งสมดลุ สารเหล่าน้เี ราไม่สามารถสรา้ งเองตอ้ งไดร้ บั
จากอาหารธรรมชาติ
ปัจจุบนั มอี าหารเสรมิ และวติ ามนิ ขายในทอ้ งตลาดเป็นจานวนมาก อาหารเสรมิ บางชนดิ มกี าร
ผสมวติ ามนิ และสมุนไพรโดยอา้ งวา่ สามารถทดแทนอาหารท่ีเรารบั ประทาน แต่ความจรงิ อาหารจาก
ธรรมชาตจิ ะมคี ณุ ค่าทางอาหารสูงกวา่
4.สารจากผกั
4.1 แครอท (Carrot) ชว่ ยบารุงสายตา เพราะในแครอทมสี ารเบตา้ แคโรทนี ซ่งึ เป็นหน่งึ ใน
วติ ามนิ ทร่ี ่างกายตอ้ งการ อกี ทงั้ มปี ระโยชน์ทช่ี ว่ ยในเรอ่ื งของการบารุงสายตาของเราดว้ ย โดยเฉพาะ
เน้อื เยอ่ื ชนั้ ในของดวงตา หรอื ทเ่ี รยี กวา่ เรตนิ ่า ซ่งึ การทไ่ี ดร้ บั ประทานแครอทบ่อย ๆ ยงั ชว่ ยถนอม
ดวงตาใหส้ ามารถมองเหน็ อยา่ งปกตไิ ปไดอ้ กี นาน
4.2 บรอ็ กโคลเ่ี ป็นผกั ทม่ี ปี ระโยชน์ มคี ุณคา่ ทางอาหารสูง อดุ มไปดว้ ยเบตา้ แคโรทนี
(betacarotene) เสน้ ใยอาหาร วติ ามนิ ซี รวมไปถงึ สารอาหารตา่ งๆ อกี หลากหลายชนดิ มสี ารซลั โฟ
ราเฟน (sulforaphane) ซง่ึ เป็นตวั ชว่ ยทาใหต้ บั ขบั สารพษิ สง่ เสรมิ ระบบภูมคิ มุ้ กนั และยบั ยงั้ การเจรญิ
ของเนอ้ื งอก อกี ทงั้ ยงั มคี ณุ สมบตั พิ เิ ศษในการต่อตา้ นมะเรง็ คอื สามารถป้องกนั อนุมูลอสิ ระทเ่ี ขา้ ไป
ทาลายเซลลแ์ ละทาลาย ดเี อน็ เอ ซง่ึ เป็นสาเหตขุ องการเกดิ มะเรง็ ไดล้ กั ษณะภายนอกของบรอกโคลี จะมี
ใบกวา้ งสเี ขยี วเขม้ ออกเทา รมิ ขอบใบเป็นหยกั ทรงพมุ่ ใหญ่เกง้ กา้ ง ลาตน้ ใหญ่และอวบ ดอกอย่รู วมกนั
เป็นกลมุ่ ชอ่ หนาแน่นดเู ป็นฝอย ๆ สเี ขยี วเขม้ ดอกมขี นาดใหญ่ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 16
เซนตเิ มตร โดยทวั่ ไปนยิ มกนิ ตรงส่วนทเ่ี ป็นดอกและลาตน้ จะนยิ มรองลงมา แต่ในดา้ นคุณคา่ ทางอาหาร
โดยเฉพาะวติ ามนิ ซี กลบั มอี ยู่มากในสว่ นของลาตน้ ดง้ นนั้ หลงั จากเกบ็ บรอกโคลไี วน้ านพบวา่ ดอก
กลายเป็นสเี หลอื ง อยา่ เพงิ่ ทง้ิ นาสว่ นของลาตน้ มาทาอาหารรบั ประทานไดแ้ ละดกี วา่ ดว้ ย บรอกโคลมี รี ส
หวาน กรอบ จงึ เป็นทน่ี ิยมกนั มากขน้ึ เรอ่ื ย ๆ
4.3 มะเขอื เทศราชนิ ีมสี ารจาพวกไลโคพนี (Lycopene) ทง่ี านวจิ ยั ระบาดวทิ ยาหลายชน้ิ ชแ้ี นะวา่
ผทู้ ม่ี ปี รมิ าณไลโคพนี ในเลอื ดสงู จะลดความเสย่ี งต่อการเกดิ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจได้ การศกึ ษาระดบั ไล
โคพนี ในซรี มั่ ผปู้ ่วยโรคหลอดเลอื ดหวั ใจตพี มิ พใ์ นสหรฐั อเมรกิ าปี พ.ศ. 2544 พบวา่ มคี ่าเฉลย่ี ต่ากวา่
ระดบั ทพ่ี บในคนทวั่ ไปในพน้ื ทเ่ี ดยี วกนั ปรมิ าณไลโคพนี ในซรี มั่ มคี วามสมั พนั ธผ์ กผนั กบั ความหนาของ
หลอดเลอื ดแดงคาโรตดิ และงานวจิ ยั ในยโุ รปในปี พ.ศ. 2540 พบวา่ ปรมิ าณไลโคพนี ในไขมนั อะดโิ พส
สะสมของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการป้องกนั การเกดิ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจอยา่ งเป็นอสิ ระ แต่การศกึ ษาในกลุม่
เสย่ี งเพศหญงิ ปี พ.ศ. 2546 พบวา่ ความสามารถในการลดความเสย่ี งโรคหลอดเลอื ดหวั ใจมี
ความสมั พนั ธก์ บั ปรมิ าณการกนิ มะเขอื เทศมากกวา่ กบั ปรมิ าณไลโคพนี ในซรี มั่ ผทู้ ก่ี นิ มะเขอื เทศสปั ดาห์
ละ 7 ครงั้ ขน้ึ ไปลดความเสย่ี งตอ่ โรคดงั กล่าวไดม้ ากทส่ี ดุ
4.4 ดอกอญั ชนั มสี ารทช่ี ว่ ยทาหน้าทเ่ี สมอื นสารตา้ นอนุมลู อสิ ระทต่ี า้ นการออกซเิ ดชนั่ ของไขมนั
ทาใหช้ ะลอการเกดิ โรคทม่ี าจากคอเลสเตอรอล ภาวะอดุ ตนั ในหลอดเลอื ด โรคหวั ใจ โรคความดนั และ
โรคหลอดเลอื ด อกี ทงั้ ยงั ชว่ ยลดการแขง็ ตวั ของเกลด็ เลอื ด ป้องกนั การอดุ ตนั ของลมิ่ เลอื ด กระตนุ้ การ
เรยี นรแู้ ละการจดจา ตา้ นการอกั เสบ ขบั ปัสสาวะ และทาใหก้ ลา้ มเน้อื เกดิ ความผอ่ นคลาย สรรพคุณทาง
ยาทน่ี ่าสนใจของ ดอกอญั ชนั ทน่ี ามารบั ประทาน ภายในดอกจะมสี ารพเิ ศษทร่ี จู้ กั กนั ในชอ่ื วา่ "แอนโท
ไซยานิน (Anthocyanin)" เป็นสารทช่ี ว่ ยเพม่ิ ความสามารถในการมองเหน็ กระตนุ้ การทางานของดวงตา
ใหด้ ขี น้ึ ชว่ ยลดภาวะเสอ่ื มสภาพของดวงตา ลดอาการตามวั ตาฟาง ป้องกนั การเกดิ ภาวะเบาหวานขน้ึ
ตา ป้องกนั ความเสย่ี งโรคตอ้ หนิ และโรคตอ้ กระจก กระตนุ้ ระบบไหลเวยี นโลหติ ชว่ ยใหเ้ ลอื ดนา
ออกซเิ จนไปเลย้ี งส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกายไดอ้ ยา่ งเตม็ ทด่ี อกอญั ชนั ช่วยเพม่ิ ภมู ติ า้ นทานใหก้ บั ร่างกาย
ชะลอการเกดิ รว้ิ รอย บารงุ สมอง ลดความเสย่ี งในการเกดิ โรคมะเรง็ ลดระดบั น้าตาลในเลอื ดของผปู้ ่วย
โรคเบาหวาน ชว่ ยขบั ลา้ งสารพษิ ออกจากรา่ งกาย บรรเทาอาการเหน็บชาตามมอื และเทา้ และแกอ้ าการ
ฟกชา้
4.5 ผดั สลดั หรอื ผกั กาดหอม มคี ุณคา่ ทางโภชนาการ คอื ประกอบดว้ ยวติ ามนิ บี วติ ามนิ ซี
เบตา้ แคโรทนี และลูเทยี น (lutein) มยี าง (latex) ชอ่ื แลคทูคาเรยี ม (lactucarium) ซง่ึ มรี ะดบั สงู มาก
ขณะออกดอก นอกจากนนั้ ยงั มวี ติ ามนิ บสี ูงดว้ ย เรดครอรลั จะชว่ ยลา้ งผนงั ลาไส้ กาจดั พวกไขมนั และ
อนุมลู อสิ ระทเ่ี กาะตามผนงั ลาไส้ อนั เป็นสาเหตขุ องการเกดิ โรคมะเรง็ ในลาไสไ้ ด้
4.6 กะหล่าปลมี ว่ ง (Red cabbage) เป็นผกั ทอ่ี ยูใ่ นตระกูลเดยี วกบั ผกั คะน้า ผกั กาดขาว มถี นิ่ กา
เนนิ อยใู่ นแถบเมดเิ ตอรเ์ รเนียน ถงึ แมว้ า่ จะแตกตา่ งกบั กะหล่าปลเี พยี งแค่สี ทผ่ี กั ชนิดน้มี รี สชาตทิ ข่ี ม
กวา่ และมกั ถกู ใชเ้ พอ่ื การตกแตง่ จานมากกวา่ ทงั้ ทม่ี คี ณุ คา่ ทางสารอาหารไม่น้อยกวา่ ผกั ชนิดอ่นื ๆ เลย
คณุ ค่าทางโภชนาการของกะหลา่ ปลีม่วง กะหล่าปลมี ่วง 100 กรมั ใหพ้ ลงั งาน 31 แคลอรี มคี ณุ ค่า
ทางโภชนาการ ดงั น้ี โปรตนี 1.43 กรมั คารโ์ บไฮเดรต 7.37 กรมั ใยอาหาร 2.1 กรมั ไขมนั 0.16 กรมั
น้าตาล 3.83 กรมั แคลเซยี ม 45 มลิ ลกิ รมั ฟอสฟอรสั 30 มลิ ลกิ รมั โพแทสเซยี ม 243 มลิ ลกิ รมั
โซเดยี ม 27 มลิ ลกิ รมั วติ ามนิ ซี 57 มลิ ลกิ รมั วติ ามนิ A 1,116 I.U. วติ ามนิ K 38.2 ไมโครกรมั โฟ
เลต 18 ไมโครกรมั
ประโยชน์กะหล่าปลมี ว่ ง ชว่ ยลดความอว้ น กะหล่าปลมี ว่ งมแี คลอรตี ่า มใี ยอาหารสงู และยงั มี
โปรตนี อกี เลก็ นอ้ ย เมอ่ื ทานเขา้ ไปแลว้ จะทาใหร้ สู้ กึ อม่ิ ทอ้ ง จงึ ชว่ ยในการลดน้าหนกั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ลด
ความเสย่ี งโรคอลั ไซเมอร์ กะหล่าปลมี ว่ งมสี ารแอนโทไซยานนิ และวติ ามนิ เค ทช่ี ว่ ยบารุงสมอง ป้องกนั
ประสาทถกู ทาลาย และลดความเสย่ี งการเป็นโรคอลั ไซเมอร์ บารงุ ผวิ ในกะหล่าปลมี ว่ ง มซี ลั เฟอร์
(กามะถนั ) ทช่ี ว่ ยสรา้ งคอลลาเจนและเคอราตนิ ใหก้ บั ผวิ หนงั ซง่ึ จะป้องกนั การเกดิ รว้ิ รอยต่างๆ ได้
นอกจากน้ยี งั มสี ารแอนโทไซยานนิ ทช่ี ว่ ยป้องกนั ผวิ หนงั สญู เสยี อลิ าสตกิ อกี ดว้ ย ป้องกนั มะเรง็ จากการ
วจิ ยั พบวา่ กะหล่าปลมี ่วงมสี ารกลูโคซโิ นเลท และสารตา้ นอนุมูลอสิ ระอกี หลายชนดิ เชน่ แอนโทไซยา
นนิ และ อนิ โดล ทม่ี ฤี ทธใิ์ นการตอ่ ตา้ นมะเรง็ และป้องกนั การเกดิ โรคหวั ใจได้ รกั ษาแผลในกระเพาะ
กระหล่าปลมี ่วงมสี าร เอส -เมทลิ เมไธโอนลี หรอื วติ ามนิ ยู ทช่ี ว่ ยสมานแผลในกระเพาะ ทาใหน้ ้ายอ่ ย
หลงั่ เป็นปกติ บรรเทาอาการปวดทอ้ งจากโรคกระเพาะไดเ้ ป็นอยา่ งดี และยงั ชว่ ยกระตนุ้ ใหเ้ ลอื ด
ไหลเวยี นไปเลย้ี งบรเิ วณกระเพาะอาหารมากขน้ึ เสรมิ สรา้ งภูมติ า้ นทานใหแ้ ขง็ แรง กะหล่าปลมี ว่ ง มี
วติ ามนิ ซมี ากกวา่ กะหล่าปลธี รรมดาถงึ สองเทา่ จงึ ชว่ ยเสรมิ สรา้ งภมู ติ า้ นทานใหแ้ ขง็ แรงได้ และชว่ ย
ป้องกนั การเกดิ ไขห้ วดั รวมถงึ การตดิ เชอ้ื ตา่ งๆ ในรา่ งกาย บารงุ กระดกู และฟัน แคลเซยี มและ
ฟอสฟอรสั ในกะหล่าปลมี ่วง ชว่ ยในการบารงุ กระดูกและฟันใหแ้ ขง็ แรง และยงั ชว่ ยลดความเสย่ี งโรค
กระดกู พรนุ เมอ่ื เขา้ สวู่ ยั ทองไดอ้ กี ดว้ ย
4.7 ฟักทอง เป็นพชื ตระกูลมะระ ชนิดไมเ้ ถาขนาดใหญ่ ผวิ มลี กั ษณะขรุขระ เน้อื ในสเี หลอื งนมิ่
มเี มลด็ สขี าวแบน ๆ ตดิ อยู่ ซ่งึ แต่ละสว่ นของ "ฟักทอง" มสี รรพคุณทางมากมาย คอื เน้อื ฟักทอง มี
วติ ามนิ เอสงู รวมทงั้ ฟอสฟอรสั แคลเซยี ม วติ ามนิ ซี แป้ง และทจ่ี ะลมื ไปไมไ่ ดเ้ ลยกค็ อื "เบตา้ แคโรทนี "
ซ่งึ เป็นสารตา้ นอนุมลู อสิ ระอย่ใู นเน้อื สเี หลอื งของฟักทอง สามารถชว่ ยลดการเกดิ มะเรง็ โรคหลอดเลอื ด
หวั ใจ และโรคหวั ใจได้ แถมเบตา้ แคโรทนี ยงั ชว่ ยตา้ นความชรา ป้องกนั โรคผวิ หนงั บรรเทาอาการปวด
เมอ่ื ยของขอ้ เขา่ และบนั้ เอวไดเ้ ป็นอย่างดี
4. การทาเครปเค้ก
สว่ นประกอบเครปเคก้ (15 แผน่ )
1. แป้งเคก้ 390 กรมั
2. ไข่ 6 ฟอง
3. MITTE FLAVOURED SYRUP กลน่ิ ละ 30 มล.(กลนิ่ บลูเบอรร์ ,ี กลน่ิ บลูซติ รสั , กลนิ่
เจแปนนิส เมลอน, กลนิ่ มะมว่ ง, กลนิ่ สตรอวเ์ บอรร์ )ี
4. เกลอื 1 ชช.
5. นมสด 960 กรมั
6. เนยสด รสจดื 60 กรมั
ส่วนประกอบวปิ ป้ิงครมี
1. วปิ ครมี 2 ถว้ ยตวง
สว่ นประกอบซอสสตรอวเ์ บอรร์ ี
1. สตรอวเ์ บอรร์ แี ชแ่ ขง็ 150 กรมั
2. MITTE FLAVOURED SYRUP 30 มล.(กลน่ิ สตรอวเ์ บอรร์ )ี
STEP 1 : เตรยี มแป้งเครปนาแป้งเคก้ มารอ่ นใหเ้ รยี บรอ้ ย กอ่ นนาเกลอื และไขต่ ใี หเ้ ขา้ กนั จากนนั้
เตมิ นมทลี ะนดิ แลว้ ตสี ว่ นผสมใหเ้ ขา้ กนั กอ่ นใสเ่ นยละลาย แลว้ นาไปกรองใหเ้ นอ้ื แป้งเนียน แลป็ และพกั
แป้งเครปในตเู้ ยน็ อยา่ งนอ้ ย 30 นาทขี น้ึ ไปเมอ่ื ครบเวลาในการพกั แป้งแลว้ นาแป้งมาแบง่ ในถว้ ย 5 ใบ
ใหเ้ ท่าๆ กนั จากนนั้ เตมิ MITTE FLAVOURED SYRUP กลน่ิ ตา่ งๆ ลงไป แลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั
Tip. ถา้ ตอ้ งการเกบ็ เครปเคก้ ไวใ้ นตเู้ ยน็ หลายวนั ควรเปลย่ี นจากเนยสดเป็นน้ามนั พชื จะชว่ ยให้เน้อื แป้ง
ไมแ่ ขง็ เป็นไตTip. ควรพกั แป้งก่อนนาไปทอดเป็นเวลาอยา่ งน้อย 30 นาทขี น้ึ ไป เพ่อื ใหเ้ นอ้ื แป้งเซตตวั
เวลาทอดเน้อื แป้งจะเนียนมากขน้ึ
STEP 2 : เตรยี มวปิ ครมี ระหวา่ งพกั แป้ง เรามาตวี ปิ ครมี ฆา่ เวลากนั ดกี วา่ วนั น้ขี อใชเ้ ทคนิค
งา่ ยๆ แบบตดี ว้ ยตะกรอ้ มอื สาหรบั คนทไ่ี มม่ ตี ะกรอ้ มอื ไฟฟ้านะคะ อนั ดบั แรกควรนาตะกรอ้ มอื อ่างผสม
ทใ่ี ชต้ ี แชต่ เู้ ยน็ ใหเ้ ยน็ จดั ๆ กอ่ นนามาตวี ปิ ครมี เพอ่ื ใหว้ ปิ ครมี เซตตวั เรว็ ขน้ึ ประหยดั แรงไดด้ ว้ ย
Tip.นาอา่ งผสมทใ่ี ส่วปิ ครมี ซอ้ นบนอา่ งผสมทใ่ี ส่น้าแขง็ แลว้ ตวี ปิ ครมี ดว้ ยตะกรอ้ มอื ชว่ ยใหว้ ปิ ครมี เซตตวั
เรว็ ขน้ึ
STEP 3 : เตรยี มซอสสตรอวเ์ บอรร์ นี าสตรอวเ์ บอรร์ แี ชเ่ ยน็ มาพกั ไวใ้ หน้ า้้แขง็ ละลาย กอ่ น
นามาบใ้ี นตะแกรง จากนนั้ เตมิ MITTE FLAVOURED SYRUP กลน่ิ สตรอวเ์ บอรร์ ี ลงไปและคนใหเ้ ขา้
กนั พกั ไวเ้ พอ่ื เสริ ฟ์ คกู่ บั ซอส
Tip. นาสตรอวเ์ บอรร์ แี ชเ่ ยน็ เขา้ ไมโครเวฟใหร้ อ้ นกอ่ นนามาบใ้ี นตะแกรงกท็ าใหไ้ ดเ้ น้อื สตรอวเ์ บอรร์ มี าก
ขน้ึ ลดเวลาในการนาสตรอวเ์ บอรร์ ไี ปตม้
STEP 4 : ทอดแป้งเครปนากระทะเทปลอ่ นตงั้ บนเตา เปิดไฟอ่อนและทาเนย รอใหก้ ระทะรอ้ น
ไดท้ เ่ี สยี ก่อน จากนนั้ ใชถ้ ว้ ยตวงขนาด 1/4 ถว้ ยตวงตดั แป้งเครปลงในกระทะ และเอยี งกระทะใหแ้ ป้งทวั่
กระทะ รอใหแ้ ป้งสกุ (สงั เกตุจากฟองอากาศทด่ี นั ขน้ึ มาบนแป้งเครปและขอบแป้งเครปเรม่ิ หลดุ จาก
กระทะ) เม่อื แป้งสกุ นาแป้งพกั ไวบ้ นจาน ทาจนครบทุกสแี ลว้ นาแป้งเครปพกั ใหเ้ ยน็ กอ่ นนาไปปาดครมี
Tips. ถา้ ตอ้ งการใหแ้ ป้งเครปขนาดเทา่ กนั ทกุ แผน่ กน็ าพมิ พก์ ลมมาวางบนแป้งเครปแลว้ ใชม้ ดี ตดั เพยี ง
เท่าน้กี ไ็ ดแ้ ผน่ เครปทส่ี วยงามและขนาดเท่ากนั ทกุ แผน่ แลว้ จา้
STEP 5 : ปาดครมี นาแป้งเครปวางลงบนกระดาษรองเคก้ จากนนั้ นาวปิ ครมี (STEP 2) ทาให้
ทวั่ ทงั้ แผน่ ใหค้ วามหนาเท่าๆ กนั จากนนั้ นาแป้งเครปชน้ิ ต่อมาพบั ครง่ึ เพอ่ื ใหข้ อบแป้งเท่ากนั กอ่ นวาง
ลงบนวปิ ครมี และทาต่อไปจนครบทุกสี เม่อื ไดเ้ ครปเคก้ เรนโบวแ์ ลว้ นาไปแชต่ เู้ ยน็ อย่างน้อย 1 ชวั่ โมง
เพอ่ื ใหว้ ปิ ครมี เซตตวั กอ่ นนามาตดั ชน้ิ เสริ ฟ์ ใหก้ บั คณุ แม่ของเรา พรอ้ มกบั ซอสสตรอวเ์ บอรร์ หี วานฉ่า
Tips.ถา้ ตอ้ งการใหว้ ปิ ครมี เทา่ กนั ทกุ ชนั้ เม่อื ปาดครมี และวางแป้งเครปเสรจ็ นาถาดกลมๆมากดลงบน
แป้งเครป
บทท่ี3
วิธีการดาเนินงาน
ในการศกึ ษาคน้ ควา้ เร่อื ง เครปเคก้ ผกั (Vegetable crepe cake) คณะผจู้ ดั ทาไดด้ าเนนิ การ
ตามลาดบั ขนั้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1.ขนั้ ตอนในการดาเนินงาน
1.1 กาหนดปัญหา โดยเลอื กจากปัญหาทค่ี ณะผจู้ ดั ทาสนใจ และออกแบบวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหา
1.2 ทาการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากอนิ เทอรเ์ นต็ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และแบง่ ปัน
ความรกู้ นั ภายในกลมุ่ โดยการสรา้ งกลุม่ ใน Facebook ส่งไฟลแ์ ละทางานรว่ มกนั ผา่ นทาง Facebook
และส่งงานครผู า่ นทาง Google Classroom
1.3 ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยศกึ ษาวธิ กี ารและทดลองทาเครปเคก้ โดยศกึ ษาจาก
Youtube และ เวบ็ ไซตส์ อนทาอาหาร จากนนั้ ประยุกตท์ ดลองนาผกั มาใส่แทนสผี สมอาหาร
1.4 ทดลองชมิ และทาการปรบั ปรุงแกไ้ ข
1.5 หลงั จากปรบั ปรงุ แกไ้ ขจนไดส้ ูตรทล่ี งตวั แลว้ จงึ ทดลองนาไปใหเ้ ดก็ ทไ่ี มร่ บั ประทานผกั ลอง
รบั ประทาน
2.ส่วนผสมและขนั้ ตอนในการทาเครปเค้กผกั
2.1 ส่วนผสม แป้งเครปเคก้ ผกั
1) แป้งเคก้
2) น้าตาลทราย
3) ไขไ่ ก่
4) เนยละลาย
5) นมสด
6) ผกั (บที รทู แครอท อญั ชนั บลอ็ กโคล่ี มะเขอื เทศราชนิ ี)
2.2. ส่วนผสม วปิ ป้ิงครมี
1) ผงวปิ ป้ิงครมี
2) น้าเยน็
2.3. วธิ ที าเครปเคก้ ผกั
1) ลา้ งผกั และปอกเปลอื กใหส้ ะอาด หลงั จากนนั้ หนั่ เป็นชน้ิ เลก็ ๆ นาผกั ไปลา้ งน้าอกี ครงั้
หลงั จากนนั้ นาผกั แต่ละชนิดมาตม้ ใหน้ ่ิม
2) นาผกั แต่ละชนิดมาปัน่ กบั นม โดยแยกปัน่ ทลี ะชนิด แลว้ นาไขไ่ กม่ าตี ใส่น้าตาล ค่อยๆใส่
เนยละลายลงไป ใสแ่ ป้งแลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั นาแป้งแบง่ ใส่ชาม นาผกั แต่ละชนิดมาผสมกบั แป้งใหเ้ ขา้ กนั
3) นาแป้งไปทอดในกระทะใหบ้ าง แลว้ นาไปพกั ใหเ้ ยน็
4) นาผงวปิ ป้ิงครมี มาตกี บั น้าเยน็ ใหต้ งั้ ยอดอ่อนๆ หลงั จากนนั้ นาวปิ ป้ิงครมี มาปาดกบั แป้งเครป
เป็นชนั้ ๆ และรอบๆแลว้ นาไปแชต่ เู้ ยน็
บทท่ี 4
ผลการดาเนินงาน
ในการศกึ ษาคน้ ควา้ เร่อื ง เครปเคก้ ผกั (Vegetables Crepe Cake) คณะผจู้ ดั ทาไดน้ าเครปเคก้ ท่ี
มสี ว่ นผสมของผกั ไปใหเ้ ดก็ ทไ่ี ม่รบั ประทานผกั ลองรบั ประทาน ผลปรากฏวา่ ผทู้ ไ่ี ม่รบั ประทานผกั
สามารถรบั ประทานเครปเคก้ ผกั ไดท้ ุกคน และคณะผจู้ ดั ทาไดท้ าการสมั ภาษณ์ และรวบรวมขอ้ มลู
คณุ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากผกั ชนิดตา่ งๆ ดงั น้ี
ผกั +เครปเคก้ รสชาติ คุณประโยชน์
เครปเคก้ ฟักทอง
จดื ไดก้ ลน่ิ ของ ฟักทองม“ี เบตา้ แคโรทนี ” และกากใย
ฝักทองนดิ นงึ สูง มวี ติ ามนิ เอสงู รวมทงั้ ฟอสฟอรสั
แคลเซยี ม วติ ามนิ ซี คารโ์ บไฮเดรต
และคอลลาเจน
เครปเคก้ มะเขอื เทศ ไม่ไดก้ ลน่ิ มะเขอื เทศ มี "ไลโคปีน" ซง่ึ เป็นสาร
เครปเคก้ กะหล่าปลมี ว่ ง มะเขอื เทศ ชนิดหน่งึ ทช่ี ว่ ยตอ่ ตา้ นอนุมลู อสิ ระ มวี ิ
หวานเลก็ น้อย ตามซิ ี วติ ามนิ เอ วติ ามนิ และโฟเลตใน
เครปเคก้ แครอท รสชาตคิ ่อนขา้ ง ปรมิ าณ
อร่อย ทส่ี งู
หวานกาลงั ดี มี กะหล่าปลมี ่วงมสี าร เอส-เมทลิ เมไธ
กลนิ่ กะหล่า โอนลี หรอื เรยี กอกี อย่างวา่ วติ ามนิ ยู
เลก็ น้อย เน้อื ไม่ มสี ารอนิ ไทบนิ คอยกรดโฟลกิ วติ ามนิ
ค่อยละเอยี ด ซี โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต ใยอาหาร
น้าตาล แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั
โพแทสเซยี ม วติ ามนิ A และ K
รสชาตหิ วาน แครอท มสี ารเบตา้ แคโรทนี วติ ามนิ
กาลงั ดี หอม เอ วติ ามนิ บ1ี วติ ามนิ บ2ี วติ ามนิ ซี
วติ ามนิ อี ธาตุแคลเซยี ม ธาตุ
อรอ่ ย โพแทสเซยี ม ธาตฟุ อสฟอรสั ธาตุ
เหลก็ และยงั มสี ารสาคญั คอื สาร “ฟอล
คารนิ อล”
ผกั +เครปเคก้ รสชาติ คุณประโยชน์
เครปเคก้ ผกั กาดหอม
มกี ลนิ่ เหมน็ ผกั กาดหอมมสี ารตา้ นอนุมูลอสิ ระ
เครปเคก้ บรอ็ กโคร่ี เขยี ว หลายชนิด อดุ มไปดว้ ยธาตุเหลก็
เลก็ น้อย นอกจากน้ใี นผกั กาดหอมยงั มี
เครปเคก้ อญั ชนั
พอกนิ ได้ คารโ์ บไฮเดรต เสน้ ใย วติ ามนิ เอ
ยงั ไมค่ ่อยอรอ่ ย วติ ามนิ บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 9 วติ ามนิ
ซี วติ ามนิ อี วติ ามนิ เค แคลเซยี ม ธาตุ
เหลก็ แมกนีเซยี ม ฟอสฟอรสั
โพแทสเซยี ม โซเดยี ม และสงั กะสี อกี
ดว้ ย
ไดก้ ลนิ่ เหมน็ บรอ็ กโครม่ี สี ารตา้ นอนุมูลอสิ ระ มี
เขยี วนิดนงึ โปรตนี ไขมนั คารโ์ บไฮเดรต เสน้ ใย
แคลเซยี ม เหลก็ แมกนเี ซยี
ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม โซเดยี ม
สงั กะสี วติ ามนิ C,ไทอะมนี มโฟเลต,
วติ ามนิ B-6, B-12,วติ ามนิ A,วติ ามนิ
E ,วติ ามนิ D และวติ ามนิ K
หวาน อรอ่ ย อญั ชนั มสี ารตา้ นอนุมลู อสิ ระ มี
มาก ส่วนประกอบของแอนโทไซยานนิ
ฟลาโวนอยด์ สเตยี รอยด์ และไตร
เตอรป์ ิอยด์
เครปเคก้ เรนโบว์ (สตู รรวม) อรอ่ ยมาก ไม่ คณุ ประโยชน์จากมะเขอื เทศ แครอท
รสู้ กึ ถงึ รสชาติ ฟักทอง บรอ็ คโครี กะหล่าม่วง
ของผกั และ ผกั กาดและอญั ชนั แป้งสาลี ไข่ เนย
ไม่ได้ และนม
กลน่ิ เหมน็ เขยี ว
บทที่ 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ
ในการศกึ ษาคน้ ควา้ ครงั้ น้ี มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาเดก็ ไม่ชอบรบั ประทานผกั โดยทดลอง
นาผกั มาแปรรปู เป็นขนม เพ่อื ทาใหเ้ ดก็ ทไ่ี มก่ นิ ผกั ไดร้ บั ประทานผกั ไดง้ า่ ยยงิ่ ขน้ึ เพอ่ื จะไดร้ บั
สารอาหารจากผกั โดยสรา้ งสรรคอ์ อกมาในแบบของเครปเคก้ ทม่ี สี ่วนผสมของผกั ใหม้ ปี ระโยชน์และ
น่าสนใจมากยงิ่ ขน้ึ ซง่ึ สรุปผลการศกึ ษาและมขี อ้ เสนอแนะ ดงั น้ี
1.สรปุ ผลการศึกษา
ในการจดั ทาโครงงานครงั้ น้ี ผจู้ ดั ทาโครงงานได้ทดลองทาเครปเคก้ โดยมสี ว่ นผสมของผกั แทนสี
ผสมอาหารและกากใยจากผกั แทนปรมิ าณแป้งบางส่วน โดยทดลองใชผ้ กั กะหล่าปลมี ่วง มะเขอื เทศ แค
รอท บรอ็ คโคลี ฟักทอง ผกั กาดหอมและอญั ชนั จากนนั้ ทดลองใหผ้ ทู้ ไ่ี ม่รบั ประทานผกั ไดล้ อง
รบั ประทาน ทลี ะชนดิ ผลปรากฏวา่ ผทู้ ไ่ี มร่ บั ประทานผกั สามารถรบั ประทานได้ บางชนดิ อรอ่ ยถงึ อรอ่ ย
มากอยา่ งเชน่ มะเขอื เทศ แครอท อญั ชนั แตผ่ กั บางชนิดอยา่ งเชน่ ผกั กาดหอม ยงั คงมกี ลนิ่ เหมน็ เขยี ว
เลก็ น้อย แต่สามารถรบั ประทานได้ แตเ่ มอ่ื นาเครปเคก้ ทท่ี าจากผกั ทกุ ชนดิ มารวมกนั และทาเป็น
เครปเคก้ ผลปรากฏวา่ เดก็ ทไ่ี ม่กนิ ผกั ส่วนใหญ่บอกวา่ อรอ่ ยมาก เน่อื งจากกลน่ิ เหมน็ เขยี วมเี พยี ง
เลก็ น้อยและถูกดบั ดว้ ยความหอมจากวปิ ป้ิงครมี การนาผกั มาเป็นส่วนผสมในเครป ทาใหก้ ารกนิ ขนม
เครปเคก้ ไดค้ ณุ คา่ ทางโภชนาการครบทงั้ 5 หมู่ ซ่งึ ปกตแิ ลว้ จะไดเ้ พยี งแค่สารอาหารประเภท
คารโ์ บไฮเดรตจากแป้ง โปรตนี จากนมและไข่ และไขมนั จากเนยและวปิ ป้ิงครมี แต่เมอ่ื นามาทาเป็นเคร
ปเคก้ ผกั แลว้ ทาใหไ้ ดว้ ติ ามนิ และเกลอื แร่ กากใยและสารอาหารต่างๆทม่ี ปี ระโยชน์ตอ่ ร่างกายเพมิ่ เขา้ มา
ซ่งึ ผกั แต่ละชนิดทค่ี ณะผจู้ ดั ทาไดล้ องนามาทาเครปเคก้ มคี ุณประโยชน์ ดงั น้ี
1.1. มะเขอื เทศ มี "ไลโคปีน" ซง่ึ เป็นสารชนดิ หน่งึ ทช่ี ว่ ยต่อตา้ นอนุมูลอสิ ระ และจาเป็นในทุก
ชว่ งอายขุ องคนเรา การรบั ประทานมะเขอื เทศเพ่อื ใหไ้ ดป้ ระโยชน์สูงสดุ ตอ้ งทาใหม้ ะเขอื เทศสกุ
เสยี กอ่ น เน่อื งจากมะเขอื เทศทผ่ี า่ นความรอ้ นแลว้ จะทาใหไ้ ลโคปีนกบั เนอ้ื เยอ่ื ของมะเขอื เทศหลุดออก
จากกนั ไดง้ ่าย รา่ งกายจงึ สามารถนาไปใชไ้ ดด้ กี วา่ แบบไมผ่ า่ นความรอ้ น "ไลโคปีน" (lycopene) ทอ่ี ยใู่ น
มะเขอื เทศ เป็นสารอกี ตวั ในกลมุ่ แคโรทนี อยด์ พบมากในผกั ผลไมท้ ม่ี สี สี ม้ สแี ดง ซง่ึ เป็นสารแอนตอ้ี อก
ซแิ ดนท์ ทส่ี ามารถป้องกนั การเกดิ โรคมะเรง็ และชว่ ยชะลอความเสอ่ื มของเซลลไ์ ดอ้ ยา่ งดเี ยย่ี ม การ
รบั ประทานไลโคปีนอย่างน้อย 30 มลิ ลกิ รมั ตอ่ วนั จะชว่ ยป้องกนั โรคมะเรง็ ลาไส้ เพราะในมะเขอื เทศจะมี
ไฟเบอรแ์ ละน้าอยูม่ าก จงึ ชว่ ยในเรอ่ื งระบบขบั ถา่ ยใหเ้ ป็นไปอยา่ งปกติ มะเขอื เทศชว่ ยชะลอความแก่
ลดรว้ิ รอยแห่งวยั บารุงผวิ พรรณใหส้ ดใส ชมุ่ ชน้ื เน่อื งจากมสี ารตา้ นอนุมลู อสิ ระ วติ ามนิ ซี วติ ามนิ เอสูง
ชว่ ยบารงุ สายตา เพราะมวี ติ ามนิ เอสูง วติ ามนิ ซที ส่ี ูงในมะเขอื เทศชว่ ยป้องกนั โรคลกั ปิดลกั เปิดและ
เลอื ดออกตามไรฟัน ชว่ ยกาจดั ไขมนั เลว(LDL) ทาใหล้ ดความเสย่ี งโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด ชว่ ย
ควบคมุ และลดระดบั น้าตาลในเลอื ด ชว่ ยป้องกนั โรคกระดูกพรนุ เสรมิ สรา้ งกระดกู ใหแ้ ขง็ แรง เพราะ
มะเขอื เทศมวี ติ ามนิ เคสงู มโี ฟเลตทส่ี ูงในมะเขอื เทศ ชว่ ยบารุงเลอื ดจากภาวะเลอื ดจางจากสาเหตุ
ขาดโฟเลตได้
1.2 กะหล่าปลมี ่วงมสี าร เอส-เมทลิ เมไธโอนลี (S-methylmethionine) หรอื เรยี กอกี อยา่ งวา่
วติ ามนิ ยู ซ่งึ ทางการแพทยใ์ ชเ้ พอ่ื สมานแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการปวดทอ้ งทเ่ี กดิ จากแผลใน
กระเพาะและชว่ ยใหน้ ้าย่อยหลงั่ เป็นปกติ กะหล่าปลมี ว่ งยงั มสี ารอนิ ไทบนิ คอยกระตนุ้ ใหเ้ ลอื ดหมุนเวยี น
ไปหล่อเลย้ี งระบบยอ่ ยอาหาร อวยั วะตา่ งๆ จงึ ทาหน้าทย่ี ่อยดขี น้ึ มกี รดโฟลกิ ชว่ ยเสรมิ สรา้ งสมอง มี
วติ ามนิ ซี และมสี ารซลั เฟอรช์ ว่ ยบารงุ ระบบประสาทใหน้ อนหลบั งา่ ย นอกจากน้ยี งั มโี ปรตนี
คารโ์ บไฮเดรต ใยอาหาร ไขมนั น้าตาล แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม โซเดยี ม วติ ามนิ A และ
วติ ามนิ K
1.3 แครอท ชว่ ยบารุงสายตา เพราะในแครอทมสี ารเบตา้ แคโรทนี ซง่ึ เป็นหน่งึ ในวติ ามนิ ท่ี
รา่ งกายตอ้ งการ อกี ทงั้ มปี ระโยชน์ทช่ี ว่ ยในเร่อื งของการบารงุ สายตาของเราดว้ ย โดยเฉพาะเน้อื เยอ่ื
ชนั้ ในของดวงตา หรอื ทเ่ี รยี กวา่ เรตนิ ่า ซ่งึ การทไ่ี ดร้ บั ประทานแครอทบอ่ ย ๆ ยงั ชว่ ยถนอมดวงตาให้
สามารถมองเหน็ อยา่ งปกตไิ ปไดอ้ กี นาน เพราะแครอท อดุ มไปดว้ ยวติ ามนิ และแร่ธาตทุ ม่ี ปี ระโยชน์
หลายชนดิ เชน่ เบตา้ แคโรทนี วติ ามนิ เอ วติ ามนิ บ1ี วติ ามนิ บ2ี วติ ามนิ ซี วติ ามนิ อี ธาตุแคลเซยี ม ธาตุ
โพแทสเซยี ม ธาตฟุ อสฟอรสั ธาตุเหลก็ และยงั มสี ารสาคญั คอื สาร “ฟอลคารนิ อล” (falcarinol) ซ่งึ ชว่ ย
ตอ่ ตา้ นเซลลม์ ะเรง็
1.4 บรอ็ คโคล่ี (Broccoli) มสี ารตา้ นอนุมลู อสิ ระ ซลั โฟราเฟน (sulforaphane) ทส่ี ามารถออก
ฤทธติ์ า้ นการเกดิ โรคมะเรง็ ไดห้ ลายชนิดโปรตนี ไขมนั คารโ์ บไฮเดรต เสน้ ใย แคลเซยี ม เหลก็ แมกนี
เซยี ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม โซเดยี มสงั กะสี วติ ามนิ C,ไทอะมนี มโฟเลต, วติ ามนิ B-6, B-12,วติ ามนิ
A,วติ ามนิ E ,วติ ามนิ D และวติ ามนิ K
1.5 ดอกอญั ชนั มสี ว่ นประกอบของแอนโทไซยานิน ฟลาโวนอยด์ สเตยี รอยด์ และไตรเตอร์
ปิอยด์ ซง่ึ เชอ่ื วา่ มคี ณุ สมบตั ชิ ว่ ยรกั ษาปัญหาสขุ ภาพตา่ ง ๆ เชน่ ลดอาการปวดบวมอกั เสบ ขบั ปัสสาวะ
รกั ษาโรคเบาหวาน ตา้ นการแขง็ ตวั ของเลอื ด เป็นตน้ นอกจากน้ี อญั ชนั ยงั มคี ุณประโยชน์ทางยาดา้ น
อ่นื ๆ ซ่งึ มกี ารศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื พสิ จู น์ประสทิ ธภิ าพอยา่ งกวา้ งขวาง ดงั น้ี เสรมิ สรา้ งความจา
หากกลา่ วถงึ คุณประโยชน์ของอญั ชนั แลว้ พชื ชนิดน้ไี ดช้ อ่ื วา่ ชว่ ยเสรมิ สรา้ งความจาและสตปิ ัญญา ดงั
ปรากฏในงานวจิ ยั ทม่ี กี ารศกึ ษาอย่างแพร่หลาย นอกจากน้มี สี ารตา้ นอนุมลู อสิ ระ โดยงานวจิ ยั หลายชน้ิ
ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ดอกอญั ชนั อาจมสี รรพคุณชว่ ยลดความเสยี หายของเซลลท์ เ่ี กดิ จากอนุมูลอสิ ระ และอาจมี
ประโยชน์ในการชว่ ยรกั ษาและป้องกนั ปัญหาสขุ ภาพหลายประการ
1.6 ผกั กาดหอมมสี ารตา้ นอนุมูลอสิ ระหลายชนดิ จงึ ชว่ ยในการป้องกนั และต่อตา้ นมะเรง็ ได้ ชว่ ย
ในการนอนหลบั ทาใหจ้ ติ ใจสงบและผอ่ นคลาย แกอ้ ารมณ์เสยี ง่าย โดย ดร.ดนั แคน (แพทยย์ คุ กลางชาว
องั กฤษ) ระบุวา่ ในใบหรอื กา้ นของผกั กาดหอมจะมสี ารรสขมทม่ี ชี อ่ื วา่ "แลกทูคาเรยี ม" (Lactucarium)
ซ่งึ สารนม้ี คี ุณสมบตั ทิ าใหเ้ กดิ อาการงว่ งนอน ทาใหจ้ ติ ใจสงบและผอ่ นคลาย ผกั กาดหอมอุดมไปดว้ ย
ธาตุเหลก็ ทช่ี ว่ ยเสรมิ การสรา้ งเมด็ เลอื ดหรอื ฮโี มโกลบนิ (Hemoglobin) จงึ เหมาะอยา่ งมากสาหรบั ผทู้ ่ี
เป็นโรคโลหติ จาง และยงั ชว่ ยแกอ้ าการออ่ นเพลยี หรอื มสี มาธสิ นั้ การเรียนรลู้ ดลงได้ นอกจากน้ใี น
ผกั กาดหอมยงั มคี ารโ์ บไฮเดรต เสน้ ใย วติ ามนิ เอ วติ ามนิ บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 9 วติ ามนิ ซี วติ ามนิ อี
วติ ามนิ เค แคลเซยี ม ธาตเุ หลก็ แมกนเี ซยี ม ฟอสฟอรสั โพแทสเซยี ม โซเดยี ม และสงั กะสี อกี ดว้ ย
1.7 ฟักทองเป็นพชื ทใ่ี หพ้ ลงั งานต่า มไี ขมนั น้อย ฟักทองยงั มกี ากใยสูงสามรถชว่ ยระบบขบั ถา่ ย
ไดเ้ ป็นอย่างดี เน้อื ฟักทอง มวี ติ ามนิ เอสูง รวมทงั้ ฟอสฟอรสั แคลเซยี ม วติ ามนิ ซี แป้ง และทจ่ี ะลมื ไป
ไม่ไดเ้ ลยกค็ อื “เบตา้ แคโรทนี ” ซ่งึ เป็นสารตา้ นอนุมลู อสิ ระอย่ใู นเนอ้ื สเี หลอื งของฟักทอง สามารถชว่ ยลด
การเกดิ มะเรง็
โรคหลอดเลอื ดหวั ใจ และโรคหวั ใจได้ แถมเบตา้ แคโรทนี ยงั ชว่ ยตา้ นความชรา ป้องกนั โรคผวิ หนงั
บรรเทาอาการปวดเม่อื ยของขอ้ เขา่ และบนั้ เอวไดเ้ ป็นอย่างดี คารโ์ บไฮเดรตในฟักทอง ชว่ ยรกั ษาและ
บรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหาร และลาไสใ้ นสว่ นบนไดด้ ว้ ย สาหรบั คนทเ่ี ป็นโรคกระเพาะทาน
สามารถนาฟักทองนง่ึ แลว้ ทาน จะชว่ ยบรรเทาอาการปวดทอ้ งใหเ้ บาบางแบบไม่ตอ้ งพง่ึ ยาเลยทเี ดยี ว ใน
ฟักทองมคี อลลาเจนตามธรรมชาติ จงึ ชว่ ยเสรมิ สรา้ ง คอลาเจนใตผ้ วิ หนงั ชว่ ยทาใหผ้ วิ พรรณผอ่ งใส
2.ปัญหาและอปุ สรรค
2.1 การทดลองทาเครปเคก้ ในครงั้ แรกๆประสบปัญหาในเร่อื งของสตู รและการทาวปิ ป้ิงครมี
3.ข้อเสนอแนะ
3.1 การพฒั นานาผกั ชนิดอ่นื มาทาเป็นเครปเคก้
3.2 การนาผกั ไปประยกุ ตท์ าขนมชนดิ อ่นื ๆ
4.ส่ือสารและนาเสนอ
4.1 การนาเสนอดว้ ยรายงานผลการศกึ ษาคน้ ควา้
4.2 การนาเสนอดว้ ยการจดั นทิ รรศการ IS
5.บริการสงั คมและจิตสาธารณะ
5.1 เผยแพร่ความรโู้ ดยการทาแผน่ พบั ใหค้ วามรกู้ บั คนในชมุ ชน โดยเน้นกลมุ่ เป้าหมายไปทเ่ี ดก็
ทไ่ี ม่ชอบกนิ ผกั และบา้ นทม่ี เี ดก็ ๆ
5.1 สรา้ งแรงบนั ดาลใจในการประกอบอาชพี
บรรณานุกรม
คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. 2560. วิตามินและแร่ธาตุ. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/413/วติ ามนิ และแรธ่ าตุ/
สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2561
จวิ๋ หวิ โซ. 2560. วิธีทา "เครปเค้กเรนโบว"์ เมนูขนมหวาน สตู รเอาใจคณุ แม่. (ออนไลน)์ .
แหล่งทม่ี า
https://www.wongnai.com/recipes/rainbow-crepe-cake?ref=ct. สบื คน้ เม่อื 20
กรกฎาคม 2561.
Kanyap. 2561. จิ๋วแต่แจว๋ ! 10 ประโยชน์ของมะเขือเทศราชินี ร้แู บบนี้ ทานไปตงั้ นานแล้ว.
(ออนไลน์).
แหลง่ ทม่ี า https://health.mthai.com/howto/health-care/15676.html.
สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2561.
Kapook. 2561. ฟักทอง เตม็ เปี่ ยมด้วยประโยชน์. (ออนไลน์). แหล่งทม่ี า
https://health.kapook.com/
view16925.html. สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2561.
HONESTDOCS. 2561. กะหลา่ ปลีม่วง (Red cabbage). (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า
https://www.honestdocs.co/red-cabbage. สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2561
Suchada. 2561. ประโยชน์ของผกั สลดั . (ออนไลน์). แหล่งทม่ี า https://health.mthai.com/howto/
health-care/6799.html. สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 22 สงิ หาคม 2561
--------2559. กินผกั น้อย..เส่ียงป่ วยงา่ ย. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า https://kaijeaw.com/กนิ ผกั ไม่
เพยี งพอ/. สบื คน้ เม่อื วนั ท่ี 22 สงิ หาคม 2561