The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wutthichaij2000, 2022-03-24 11:02:54

เครื่องจักสานบางเจ้าฉ่า

บางเจ้าฉ่า ส่ง



คำนำ

เครอ่ื งจกั สานหมายถงึ หตั ถกรรมชนดิ หนึง่ ท่ีชาวบา้ นสรา้ งขนึ้ มาเพอื่ สนองประโยชน์ต่าง ๆ ในการ
ดำรงชวี ิต เคร่ืองจักสานบางชนิดมีคุณสมบตั พิ ิเศษ คือ ความงดงาม ซง่ึ เป็นผลพลอยได้จากการทีไ่ ดส้ รา้ งขึน้
ด้วยฝมี ืออันปราณีตและงดงาม

ชุมชนบางเจ้าฉา่ จึงเป็นชุมชนต้นแบบทีม่ กี ารอนรุ กั ษ์และสบื สานภูมิปญั ญาไทยด้านงานฝีมอื เครือ่ งจัก
สาน สะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ วถิ ชี ีวิต ภมู ิปัญญาและลกั ณะภูมปิ ระเทศที่มคี วามอุดมสมบูรณเ์ ปน็ แหลง่ รวมไปดว้ ย
ศาสตรแ์ ละศลิ ปแ์ หง่ ภมู ปิ ญั ญาชาวบ้านจนกลายเปน็ สินค้าข้นึ ชอื่ ระดับประเทศ

จากข้อความขา้ งต้นจงึ เป็นที่มาของการทำ POCKET BOOKS เครอ่ื งจกั สานบางเจ้าฉา่ สำหรับการ
สรา้ งเสรมิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั พฒั นาการทาดา้ นงานฝีมือ ลักษณะทางสัคมวฒั นธรรม โดยเปน็ เน้อื หา
และสาระสำคญั ของวฒั นธรรมศึกษาเพอื่ การพัฒนา

วฒุ ชิ ยั แจ่มกระจ่าง
18/3/2565



สารบญั

บทที่ หนา้
คำนำ ..................................................................................................................................................................ก
สารบัญ...............................................................................................................................................................ข
1.บทนำ..............................................................................................................................................................1
2.ประวัติเมืองอ่างทอง.......................................................................................................................................2

2.1ประวัตคิ วามเป็นมาจังหวัดอ่างทอง .......................................................................................................2
2.2 ข้อมูลทว่ั ไปและภูมศิ าสตร์จงั หวดั อา่ งทอง ...........................................................................................2
3.ประวัตคิ วามเปน็ มาและขอ้ มลู ท่วั ไปของชุมชนบ้านบางเจา้ ฉ่า...................................................................5
3.1 ประวัตคิ วามเปน็ มา................................................................................................................................5
3.2 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของชมุ ชนบา้ นบางเจ้าฉา่ ...................................................................................................5
4.เคร่ืองจกั สานบางเจา้ ฉา่ .................................................................................................................................7
4.1 ประวัตคิ วามเป็นมาการทำเครื่องจกั สาน..............................................................................................7
4.2 รปู แบบเครือ่ งจกั สานบ้านบางเจา้ ฉ่า ....................................................................................................7
5.การพัฒนารายไดแ้ ละการสร้างผลิตภณั ฑ์.....................................................................................................9
5.1 ภูมปิ ญั ญาชาวบา้ นดา้ นการพฒั นารปู แบบผลิตภณั ฑ์..........................................................................9
5.2 จุดเรม่ิ ต้นการพฒั นาจากเครอ่ื งใช้ภายในครัวเรอื นกลายมาเป็นผลิตภณั ฑใ์ นชมุ ชน..........................9
5.3 รูปแบบสนิ ค้า........................................................................................................................................10
5.4 แหล่งแสดงและจัดจำหนา่ ยสนิ คา้ .......................................................................................................12
5.5 ช่องทางการตดิ ต่อ/จำหนา่ ยสินค้า......................................................................................................12
6.การอนุรกั ษ์และการสืบสาน.........................................................................................................................13
6.1 กลมุ่ การอนรุ ักษ์และการสืบสาน..........................................................................................................13
6.2 ศูนย์การเรียนรู้บางเจา้ ฉา่ ....................................................................................................................13
6.3 การเผยแพร่..........................................................................................................................................13
อ้างอิง ..........................................................................................................................................................14

1

1.บทนำ

ภูมิปัญญาพื้นบ้านดา้ นกระบวนการผลิตงานหัตถกรรมจักสานพบวา่ ด้านประเภทของงานจักสานเปน็
งานที่เกี่ยวกับเครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน ด้านลักษณะของประโยชน์ใช้สอยพบว่า ผลิตเป็นเครื่องใช้สอย
ประดับตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือน ด้านรูปแบบพบว่า ผลิตเป็น กระเป๋า ตะกร้า กล่อง เครื่องใช้ และ
ออกแบบตามความต้องการของลกู คา้ ด้านลวดลายพบวา่ เป็นลายขัด ลายดอกพิกุล ลายรวงขา้ ว ลายขิด และ
ลายมัดย้อม เป็นต้น ด้านวัสดุที่พบ ใช้ไม้ไผส่ ีสุกและผักตบชวา ด้านเครื่องมือทีใ่ ช้ คือ มีดเหลาตอก เรียด และ
หุ่นไม้หรือโฟม ด้านการบำรุงรักษาพบว่า ช่างจักสานจะทำความสะอาดและจัดเก็บดูแล มีดให้มีคมอยู่เสมอ
โดบเฉพะมีดเหลาตอก ด้านการอนุรักษ์และการพัฒนางานจักสานให้ยั่งยืนพบว่า ควรรักษารูปแบบเก่า ๆ ที่มี
เอกลักษณ์ไว้ ให้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ที่สอดคลอ้ งกับความต้องการของลูกค้า ส่งเสริมให้มีการใช้วสั ดุท่ีมี
อยใู่ นท้องถ่นิ หรือใช้เศษวสั ดทุ ี่เหลอื ใชม้ าสรา้ งงาน ถา่ ยทอดวิธีการงานจกั สานใหก้ ับลูกหลานและผ้สู นใจ

2

2.ประวตั เิ มอื งอ่างทอง

2.1ประวตั คิ วามเปน็ มาจังหวดั อ่างทอง
อา่ งทอง ไดช้ อื่ นี้มาจากไหน มกี ารสนั นษิ ฐานเป็น 3 นัย

นัยแรกเชื่อว่า คำว่า “อ่างทอง” น่าจะมาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่นี้ คือเป็นที่ราบลุ่มเป็น
แอ่งคล้ายอ่าง ซึ่งเต็มไปด้วยทุ่งนาที่ออกรวงเหลืองอร่ามเหมือนทอง จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดอ่างทอง และ
ดวงตราของจังหวัด เป็นรูปรวงข้าวสีทองอยู่ในอ่างน้ำ ซึ่งมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ุ
ธัญญาหารและเป็นอูข่ ้าวอ่นู ำ้

นัยที่สองเชื่อว่า อ่างทองน่าจะมาจากชื่อของหมู่บ้านเดิมที่เรียกว่า “บางคำทอง” ตามคำสันนิษฐาน
ของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยา เมื่อครั้งที่กราบทูล
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อย่หู วั ในคราวเสดจ็ ประพาสลำแมน่ ้ำน้อยและลำแม่นำ้ ใหญ่ใน พ.ศ. ๒๔๕๙
ว่า ชื่อของเมืองอ่างทองก็จะมาจากชื่อ บางคำทอง ซึ่งแต่งตัง้ ครัง้ กรุงเก่า ว่าด้วยตามเสด็จพระราชดำเนนิ เมอื ง
นครสวรรค์ของสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชจากกรุงเก่า “ลุถงึ บางน้ำชื่อ คำทอง นำ้ ปว่ นเปน็ ฟอง คว่างควา้ ง”
และบางกระแสก็ว่า อาจเพี้ยนมาจากชื่อของแม่น้ำลำคลองในย่านนั้น ที่เคยมีชื่อว่า “ปากน้ำประคำทอง” ซ่ึง
เป็นทางแยกแม่น้ำหลังศาลากลางจังหวัด และส่วนในเข้าไปเรียกว่า “แม่น้ำสายทอง” ซึ่งปัจจุบันตื้นเขินใช้
ไม่ไดแ้ ล้ว

นัยที่สามเชื่อว่า ชื่ออ่างทองน่าจะมาจากชื่อ บ้านอ่างทอง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
ดำรงราชานุภาพ ทรงกลา่ วไวใ้ นหนังสอื ชมุ นุมพระนิพนธ์เร่ืองสร้างเมืองไว้ตอนหน่ึงว่า “เมืองอา่ งทองดูเหมือน
จะตัง้ เม่ือคร้ังสมเด็จพระนเรศวร เดมิ ช่ือเมอื งว่า วิเศษไชยชาญ ต้งั อยู่ริมแมน่ ำ้ น้อย ทล่ี งมาจากนครสวรรค์ อยู่
มาแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ฤดูแล้งใช้เรือไม่สะดวก ย้ายเมืองออกมาตั้งริมแม่น้ำพระยาที่บ้านอ่างทองจึงเปลี่ยนช่ือ
เป็นเมอื งอ่างทอง”

ถงึ แมว้ า่ ชือ่ ของจงั หวัดอ่างทอง จะได้มาตามนยั ใดกต็ าม ชอ่ื อ่างทองนเี้ ป็นชื่อที่เริ่มมาในสมัยกรุงธนบุรี
หรือสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือ เมื่อประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปในอดีต สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็น
ราชธานีนั้น อ่างทองเป็นที่รู้จักในนามของเมืองวิเศษไชยชาญ ดังนั้นการศึกษาความเป็นมาทางประวัติศาสตร์
ของเมืองอ่างทองนั้น หมายถึงการศึกษาความเป็นมาของดินแดนแถบนี้ย้อนกลับไปกว่า 1 พันปี เป็นสมัยที่
ชื่อเสียงของเมืองอ่างทองยังไม่ปรากฏ แต่มีหลักฐานแน่ชัดว่า มีดินแดนแถบนี้มานานแล้ว และอาจจะสรุปได้
วา่ ดนิ แดนนีม้ ลี ักษณะเด่นชัดอย่างนอ้ ย 2 ประการ คอื ความอุดมสมบูรณท์ เี่ หมาะแก่การทำเกษตรกรรม ทำให้
มีมนุษย์ตั้งหลักฐานอยู่กันมานานนับพัน ๆ ปี และเป็นดินแดนที่มีความสำคัญในแง่การเ ป็นยุทธศาสตร์
โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา
2.2 ข้อมลู ท่ัวไปและภมู ิศาสตร์จงั หวดั อา่ งทอง
ที่ตั้งและอาณาเขต

3

จังหวัดอ่างทองเป็นพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง พิกัดภูมิศาสตร์เส้นรุ้งที่ 14 องศา 35 ลิปดา 12 พิลิปดา
เหนือ เส้นแวงที่ 100 องศา 27 ลิปดา ห่างจากกรุงเทพมหานครมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (บาง
ปะอิน-พยุหะคีรี) ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร และเส้นทางเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาถึงตลาดท่า
เตียน ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร มีรูปร่างลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีส่วนกว้างตามแนวทิศ
ตะวันออกถึงทิศตะวันตก และส่วนยาวตามแนวทิศเหนือถึงทิศใต้ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 40 กิโลเมตร มี
พืน้ ท่ีท้ังหมด 968.372 ตารางกโิ ลเมตรหรือประมาณ 605,232.5 ไร่ และมีอาณาเขตดังน้ี

• ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอค่ายบางระจัน อำเภอพรหมบรุ ี อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี และอำเภอทา่
วงุ้ จังหวดั ลพบุรี

• ทิศใต้ ติดต่อกบั อำเภอผักไหแ่ ละอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช และอำเภอบ้านแพรก จังหวัด

พระนครศรีอยุธยา
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอศรีประจันต์ อำเภอสามชุก และอำเภอเดิมบาง

นางบวช จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
ภูมิประเทศ

จังหวัดอ่างทอง มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินเป็นดิน
เหนียวปนทราย พน้ื ท่ีสว่ นใหญเ่ หมาะแกก่ ารปลกู ข้าว ทำไร่ ทำนา และทำสวน และมแี มน่ ้ำสายสำคัญไหลผ่าน
2 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายแขนงที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง ซึ่งไหลผ่านอำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก
รวมระยะทางที่ไหลผา่ นจงั หวัดอ่างทองประมาณ 40 กิโลเมตร
ภมู อิ ากาศ

ลักษณะภูมิอากาศจัดอยู่ในโซนร้อนและชุ่มชื้น เป็นแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู โดยได้รับอิทธิพลจาก
ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ในชว่ งเดือนพฤศจกิ ายนถึงเดอื นกุมภาพันธ์ ทำใหอ้ ากาศหนาวเย็น และแห้งแลง้
ในช่วงนี้ และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ทำให้มีเมฆ
มากและฝนตกชุกในชว่ งนี้
สญั ลักษณ์ประจำจงั หวดั อ่างทอง

• คำขวญั ประจำจังหวัด พระสมเดจ็ เกศไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วรี ไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววงั
โดง่ ดังจักสาน ถนิ่ ฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

• ตราประจำจังหวัด คือ รูปอ่างทอง ในอ่างมีรวงข้าวและใบข้าว จังหวัดอ่างทองเป็นที่ราบลุ่ม มี
ลักษณะเป็นแอ่งรับน้ำภูมิประเทศเหมาะแก่การเพาะปลูก ดวงตราของจังหวัดจึงเป็นรูปอ่างสีทองซึ่ง
หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัด และในอ่างมีรวงข้าวและใบข้าวซึ่งหมายถึงการทำนา อาชีพ
หลกั ของคนในภมู ิภาคนี้

• ตน้ ไม้ประจำจงั หวดั คือ มะพลบั (Diospyros malabarica)
• สัตว์นำ้ ประจำจังหวัด คือ ปลาตะเพียนทอง (Barbonymus altus)

ตราประจำจงั หวดั อา่ งทอง 4

มะพลบั ต้นไมป้ ระจำจงั หวดั

ทมี่ า : http://www.attc.ac.th/page/about_attc/detail15.php ทม่ี า : https://medthai.com

ปลาตะเพียนทอง สัตวน์ ้ำประจำจงั หวดั

ทม่ี า : http://123.242.159.135/2558/

5

3.ประวตั คิ วามเป็นมาและขอ้ มูลทั่วไปของชุมชนบา้ นบางเจ้าฉา่
3.1 ประวัตคิ วามเป็นมา

หมู่บ้านจักสาน งานฝีมือจักสานอันลือชื่อของ
อ่างทองส่วนมากจะเป็นฝีมือ ของชาวอำเภอโพธิ์ทอง
แทบทุกครัวเรือนที่ตั้งบ้านเรือนเรียงรายอยู่ทั้งสองฟาก
ฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยาในละแวกเดียวกัน มีการจัดตั้งเป็น
กลุ่มการผลิตเครื่องจักสาน เครื่อง หวาย กลุ่มจักสานไม้
ไผ่ เช่น กลุ่มตำบลองครักษ์ กลุ่มตำบลบางเจ้าฉ่า กลุ่ม
ตำบลบางระกำ กลุ่มตำบลพลับ และกลุ่มตำบลอินท
ประมูล แหล่งหัตถกรรมเครื่องจักสาน สำคัญที่ขึ้นชื่อ
ของจังหวัดอ่างทอง คือ “บ้านบางเจ้าฉ่า” ตั้งอยู่หมู่ 8
บ้านยางทอง ตำบลบางเจ้าฉ่า เป็นชุมชนที่มีมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านได้เคยร่วมกับชาว แขวงเมือง
วเิ ศษชัยชาญ และชาวบางระจนั สูร้ บกับพมา่ ณ บ้านบางระจัน โดยมนี าย ฉ่าเปน็ ผู้นำ นายฉ่านัน้ พนื้ เพเปน็ คน
สีบัวทอง ภายหลังการสู้รบยุตแิ ล้ว “นายฉ่า” จึงได้นำชาวบ้านมาตั้งบ้านเรือนเปน็ ที่อยู่อาศัยถาวรขึน้ ในชุมชน
ด้านทิศตะวันตกของ แม่น้ำนอ้ ย แต่เดิมเรียกวา่ “บ้านสร้างสามเรือน” เพราะเริ่มแรกมีเพียงสามหลังคา เรือน
เท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งเป็นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีชื่อ ว่า “บางเจ้าฉ่า” เพราะนำช่ือ
ของนายฉ่ามาตั้งชือ่ ซ่ึงนายฉ่าน้ันเป็นทงั้ ผูน้ ำและเป็นผกู้ อ่ ต้ังหมบู่ า้ น
3.2 ข้อมูลทั่วไปของชมุ ชนบ้านบางเจา้ ฉ่า
ทต่ี ัง้ ของหมบู่ า้ นหรือชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านบางเจ้าฉ่า ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลบางเจ้าฉ่า ตั้งอยู่ห่างจากอำภอโพธิ์ทอง
ไปทางทิศเหนอื 5 กโิ ลเมตรและห่างจากจังหวัดอ่างทองประมาณ 16 กโิ ลเมตร
อาณาเขต

ทศิ เหนือ ติด ตำบลองครกั ษ์ อำเภอโพธท์ิ อง จงั หวดั อ่างทอง
ทิศใต้ ติด ตำบลอา่ งแก้ว อำเภอโพธท์ิ อง จงั หวัดอา่ งทอง
ทิศตะวนั ออก ติด ตำบลบางระกำ อำเภอโพธท์ิ อง จงั หวัดอ่างทอง
ทิศตะวันตก ตดิ ตำบลโคกพทุ รา อำเภอโพธท์ิ อง จัหวดั อา่ งทอง
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพ้นื ท่ตี ำบลบางเจา้ ฉ่า มีลักษณะทางกายภาพส่วนใหญเ่ ปน็ พน้ื ที่ราบลมุ่ พ้ืนทสี่ ่วนใหญใ่ ช้เปน็ ทต่ี ั้ง
ชุมชนและพื้นที่การเกษตรกรรมได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้อากาศชุ่มชื้นไม่ร้อนจัดโดยมี
แหล่งะรรมชาติที่สำคญั ได้แก่ แม่น้ำน้อยที่ไหลผา่ นทางทิศตะวนั ออกของตำบล และมีคลองชลประทานควบคู่
กับถนนสายโพธิ์ทอง - ท่าช้าง ไหลผ่านมาทิศตะวันตกของตำบล พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำ
การเกษตร ทำนา ทำสวน
อาชีพ

6

ราษฎรส่วนหญ่ประมาณร้อยละ 80 ประกอบอาชีพทำการเกษตรกรรมได้แก่การ ทำนาข้าว ทำสวน
และจักรสาน
ประเพณีและงานประจำปี

ชว่ งเดือนเมษายน งานแหพ่ ระและสรงน้ำผู้สงู อายุ
ชว่ งเดอื นพฤศจกิ ายน งานประเพณตี ำขนมจนี
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น
ภมู ปิ ัญญาการจักรสานไม้ไผ่จำหนา่ ย

7

4.เครอ่ื งจกั สานบางเจ้าฉ่า

4.1 ประวตั ิความเปน็ มาการทำเคร่ืองจกั สาน
ชุมชนบางเจ้าฉ่าเป็นชุมชนที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำน้อย ซึ่งคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ

เกษตรกรรม ทำนา ทำสวน และการทำเครื่องจักสานเพื่อนำมาใช้ในครัวเรือน เน่ืองจากภายในชุมชนมีต้นไผ่
และหวายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงนำวัสดุธรรมชาติ อาทิ ไม้ไผ่ หวาย มาประดิษฐ์เป็นเครื่องจักสานซึ่งเกิด
จากภูมิปัญญาและประสบการณ์ของผู้คนในชุมชน ภูมิปัญญาการทำเครื่องจักสานนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่ง
ภูมิปัญญาเหล่านี้ชาวบ้านชุมชนบางเจ้าฉ่าทำเครื่องจักสานกันทุกหลังคาเรือน ต่อมาในปี พ.ศ. 2515
หน่วยงานราชการเริ่มเข้ามามีบทบาทและเล็งเห็นควาสำคัญต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านด้าน
การทำเครื่องจักสาน และมีการพัฒนาจัดตั้งกลุ่มทำเครื่องจักสาน แต่ปัจจุบันวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของ
ชาวบา้ นเปลย่ี นไปตามกาลเวลา จะมบี างส่วนทเี่ ปน็ ผลิตภัณฑม์ งคลเชงิ สัญลักษณท์ ่ไี ดร้ บั เลือกใหใ้ ชใ้ นพระราช
พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร
เป็นการบำรุงขวัญกำลังใจ น้อมนำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของเกษตรกร ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและ
ถกู พฒั นาใช้งานในปัจจุบนั ได้แก่ ตะกร้า กระเป๋า เป็นตน้

4.2 รูปแบบเคร่อื งจักสานบ้านบางเจา้ ฉา่
การทำเครื่องจักสาน ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดย

สมัยก่อนจักสานเป็นภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ตะกร้า กระบุง ป้านน้ำชา ของทีใช้ดักจับสัตว์ ต่อมาได้
ดัดแปลงมาเป็นของใช้ที่ทันสมัย เช่น กระเป๋า กล่อง เครื่องประดับตกแต่ง และออกแบบตามความต้องการ
ของลูกค้า ด้านลวดลายพบว่า เป็นลายขัด ลายดอกพิกุล ลายรวงข้าว ลายขิด และลายมัดย้อม เป็นต้น ใช้
เป็นของกำนัลให้กับผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทในวันสำคัญต่างๆ ทางราชการจึงถือเอาเครื่องจักสานเป็นคำขวัญประจำ
จังหวัด ต่อมาได้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จักสานเป็นรูปทรงอื่นๆ และรูปแบบใหม่ ให้มีความทันสมัย ทำให้
ผลติ ภณั ฑม์ มี ลู คา่ เพ่มิ เปน็ ท่ตี อ้ งการของตลาดทง้ั ในตา่ งประเทศและต่างประเทศ

8

ผลิตภัณฑม์ คี วามประณตี สวยงาม รูปแบบมีการผสมผสานระหว่างภูมิปญั ญากบั เอกลักษณค์ วามเปน็
ไทย ลวดลายมีการปรับประยุกต์โดยนำลายผ้ามาผสมผสานใส่ในตัวผลิตภัณฑ์ ช่วยเพิ่มความแตกต่างและมี
มูลค่าเพม่ิ มากขนึ้ สีสนั มคี วามหลากหลาย ออกไปในแนวคลาสสิก

ทีม่ า : https://www.google.com/

9

5.การพัฒนารายไดแ้ ละการสร้างผลติ ภณั ฑ์

5.1 ภูมปิ ัญญาชาวบา้ นดา้ นการพฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑ์
ภูมิปัญญาชาวบ้านในด้านรูปแบบของงานจักสาน

บางเจ้าฉ่าพบว่า มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากรูปแบบ
ดั้งเดิมที่ใช้ภายในครัวเรือน ให้มีความทันสมัยและ
สอดคล้องกับสมัยปัจจุบันมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงผลิตเครื่อง
จักสานรูปแบบเดิมอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการของ
ผู้บริโภคในทุกช่วงวัยและความต้องการที่ต่างกัน โดยการ
สร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ กระเป๋า ตะกร้า กล่อง เครื่องใช้
และออกแบบตามการสั่งของลูกค้า จักสานด้วยไม้ไผ่และ
หวาย มีความสวยงาม ทันสมัย หลากหลายรูปทรงและ
ลวดลาย ได้แก่ กระเป๋าถือทรงโถทอง ทรงลุกเต๋าดอกพิกุล ทรงคุณหญิง มีการจักสานแบบจักสานพลาสตกิ ศรี
พราน ตำบลศรีพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง และมีรูปแบบของการจักสานแบบผลิตภัณฑ์จักสาน
ผกั ตบชวา กระเปา๋ ตะกรา้ กลอ่ ง เครอื่ งใชแ้ ละออกแบบตามคำสง่ั
5.2 จุดเร่มิ ตน้ การพัฒนาจากเครือ่ งใชภ้ ายในครวั เรอื นกลายมาเปน็ ผลิตภัณฑ์ในชุมชน

จากการเริม่ ต้นการพัฒนาผลิตภณั ฑ์เครอ่ื งจกั สานบ้านบางเจา้ ฉา่ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 4 ยุค ดงั น้ี
1. ยุคแรกเร่มิ
2. ยคุ ปรบั เปลย่ี น
3. ยคุ พฒั นา
4. ยคุ เชงิ ธุรกจิ ทางการตลาด

1.ยุคแรกเริ่ม ชุมชนบางเจ้าฉ่าเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำน้อย พื้นที่อุดมสมบูรณ์ อาชีพของ
ผู้คนส่วนใหญ่ คือ การทำเกษตรกรรม และเนื่องจากชุมชนติดบริเวณริมแม่น้ำน้อยจึงทำให้มีต้นไผ่เหลืองข้ึน
เป็นจำนวนมาก เมื่อชาวบ้านว่างเว้นจากการทำนา ก็จะนำไม้ไผ่เหลืองที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมาทำเป็นเครื่อง
จกั สานเพ่ือเปน็ สิ่งของเคร่อื งใชภ้ ายในครัวเรือน อันเป็นภูมิปญั ญาของคนไทย

2. ยุคปรับเปลี่ยน ชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ก็จะใช้เวลาว่างทำเครื่องจักสานเพ่ือ
นำมาใช้ในครัวเรือนและนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าแทนเงิน เช่น แลกข้าวสาร ผลไม้ หรือสิ่งของที่ต้องการ
ตอ่ มาได้มบี คุ คลภายนอกเห็นฝีมืองานหตั ถกรรมท่มี ีความสวยงามกเ็ กิดความสนใจ จงึ มกี ารสัง่ ซือ้ เครื่องจักสาน
จากนั้นชาวบ้านจึงยึดอาชีพการจักสานเป็นอาชีพเสริมและเกิดการรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2515
โดยปัจจุบันมีทั้งสน้ิ 7 กลุ่ม

3.ยุคการพัฒนา เร่ิมต้นในปี พ.ศ.2538 ได้มีการนำผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานในรูปแบบดั้งเดิม มาปรับ
กรรมวิธีให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสีและลวดลายท่ีมีความทันสมัย โดยการส่งเสริมจากหน่วยงาน
ภาครฐั และเอกชนทีเ่ ล็งเหน็ ความสำคัญและสนบั สนนุ ช่องทางการจัดจำหน่ายจนกลายเปน็ สนิ ค้า OTOP ของดี
จังหวัดอ่างทอง

10

4. ยุคเชิงธุรกิจทาการตลาด เครื่องจักสานบ้านบางเจ้าฉ่า ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการศึกษา
จากผลิตภัณฑ์ชุมชนอืน่ ทีเ่ ป็นเครือข่ายร่วมกันและนำมาพฒั นาต่อยอด โดยเริ่มตั้งแต่วิธีการทำ วัสดุอุปกรณ์ สี
ที่ใช้ในการย้อม ลวดลายและการออกแบบที่มีความทันสมัยแปลกตา สามารถใช้งานได้จริงอย่างมีคุณภาพ
ปจั จบุ นั เคร่อื งจกั สานบา้ นบางเจ้าฉา่ ได้มกี ารจัดจำหน่ายในหลากหลายช่องทางเพ่ือตอบสนอความต้องการของ
กลุ่มผ้บู ริโภค ทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชียและประเทศญป่ี นุ่
5.3 รูปแบบสนิ คา้

ภูมิปัญญาชาวบ้านในด้านรูปแบบของงานจักสานบางเจ้าฉ่าพบว่า มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จาก
รูปแบบดั้งเดิมที่ใช้ภายในครัวเรือน ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสมัยปัจจุบันมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงผลิต
เครื่องจักสานรูปแบบเดิมอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงวัยและความต้องการที่ต่างกัน
โดยการสรา้ งรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ กระเปา๋ ตะกร้า กล่อง เคร่ืองใชแ้ ละออกแบบตามการสั่งของลกู ค้า

ตวั อย่างสินคา้

1,500 บาท 700 บาท

1,500 บาท

1,500 บาท 11

1,400 บาท

1,200 บาท 3,500 บาท

12

5.4 แหล่งแสดงและจดั จำหน่ายสินค้า
1. กลุม่ สานศิลป์บางเจ้าฉ่า บ้านครูออ๊ ด อา่ งทอง 77 หมทู่ ี่ 8 ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอแสวงหา จังหวดั

อ่างทอง 14120
2. ศูนย์กลางชมุ ชนบางเจ้าฉ่า 64 หมทู่ ี่ 8 ตำบลบางเจา้ ฉ่า อำเภอโพธ์ทิ อง จังหวดั อา่ งทอง 14120

5.5 ช่องทางการติดต่อ/จำหน่ายสนิ ค้า
1. Facebook : บ้านครอู ๊อด อ่างทอง
2. Facebook : จักสาน อ่างทอง

13

6.การอนุรักษแ์ ละการสืบสาน

6.1 กล่มุ การอนรุ กั ษแ์ ละการสบื สาน
ชุมชนบางเจ้าฉ่าถือป็นชุมชนต้นแบบแห่งการพัฒนา ที่มีการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านการทำเครื่อง

จักสานอันเป็นสมบตั ิของชาติไวเ้ ป็นอยา่ งดี เนื่องจากในสังคมปัจจุบนั มกี ารเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ไม่ว่า
จะเป็นวิถีชีวิต อาชีพและทางด้านเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ไม่เห็น
ความสำคัญของภูมปิ ัญญาชาวบ้านในการทำเครือ่ งจักสาน ชุมชนบางเจ้าฉ่า จึงได้มีการรวมกลุ่มกันเกดิ ขึ้นเพอื่
ผลิตและจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชยือย่างเป็นทางการ พร้อมกับเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้แก่กลุ่มคนที่มีความ
สนใจในดา้ นงานฝีมอื หัตถกรรมเพื่อใหเ้ กดิ กระบวนการสบื สาน ตอ่ ยอด เรียนรู้และเผยแพร่ต่อไป

6.2 ศูนย์การเรียนรูบ้ างเจา้ ฉ่า
ศูนย์การเรยี นรกู้ ลุ่มเครื่องจักสานชมุ ชนบางเจ้าฉ่า ไดเ้ ปดิ ทำการเพื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับการทำ

เครื่องจักสานแก่กลุ่มหรือบุคคลที่มีความสนใจ เป็นอนุรักษ์ภูมิปัญญาของคนไทยให้สามารถต่อยอดผลงาน
ฝีมืออย่างต่อเน่ืองและเผยแพร่แกบ่ ุคคลทัว่ ไปไดร้ จู้ กั
6.3 การเผยแพร่

เครื่องจักสานบางเจ้าฉ่า เริ่มเป็นที่สนใจแก่ประชาชนทั่วไปจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ
ประชาชนในการช่วยกันผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ท้องตลาดและการเผยแพร่ในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะ
เป็นพิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง งานจัดแสดงของดีเมืองอ่างทอง สินค้า OTOP ระดับจังหวัด ระดับภาค
และระดับประเทศ รวมไปถึงการส่งออกสินค้าสู่ต่างประเทศ การเผยแพร่ผ่าช่องทางสื่อ TV Facebook เพื่อ
เป็นการโฆษณาสินคา้ และยกระดบั ผลคิ ภัณฑส์ ูส่ ากล

14

อา้ งอิง
จักสาน บางเจ้าฉ่า. คน้ หาเม่ือวนั ท่ี 10 มนี าคม 2565 .จากdhttps://angthong.mots.go.th
ชมเครื่องจักสาน แวะชิมผลไม้ ที่บางเจ้าฉ่า. ค้นหาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2565. จาก
https://www.sanook.com/travel/935051/
สืบสานงานศิลป์ ชมหัตถกรรมระดับห้าดาว ณ ชุมชนบางเจ้าฉ่า จังหวัดอ่างทอง.ค้นหาเมื่อ 14 มีนาคม
2565.จากhttps://cbtthailand.dasta.or.th/webapp/reviewTravel/content/6/
เคร่อื งจกั สานบางเจ้าฉา่ .คน้ หาเมื่อ 17 มีนาคม 2565. จากhttps://souvenirbuu.wordpress.com/
ผู้ให้สมั ภาษณ์.//(17 มีนาคม 2565).สัมภาษณ.์ นายพรชัย บุญรน่ื .


Click to View FlipBook Version