มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง วทิ ยาศาสตร์
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ญั หาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนและ
เป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู้ การทำงานและ
การแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม
ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ม.2 1. ออกแบบอัลกอริทึมทใี่ ชแ้ นวคิดเชงิ แนวคิดเชงิ คำนวณ
คำนวณในการแกป้ ัญหา หรือการทำงาน การแกป้ ญั หาโดยใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณ
ที่พบในชวี ิตจรงิ
ตวั อยา่ งปัญหา เชน่ การเข้าแถวตามลำดับความสงู
ใหเ้ ร็วทสี่ ดุ จดั เรียงเสอ้ื ผ้าใหห้ าง่ายที่สุด
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมทใี่ ช้ ตวั ดำเนนิ การบลู ีน
ตรรกะ และฟังกช์ นั ในการแก้ปัญหา ฟงั กช์ ัน
การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมกี ารใชต้ รรกะ
3. อภิปรายองคป์ ระกอบและหลักการ
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ และฟังกช์ ัน
เทคโนโลยี การสอื่ สาร เพื่อประยกุ ต์ การออกแบบอลั กอรทิ ึม เพ่ือแก้ปัญหาอาจใชแ้ นวคิด
ใชง้ านหรือ แก้ปัญหาเบ้ืองต้น
เชงิ คำนวณในการออกแบบเพื่อใหก้ ารแก้ปัญหา
มปี ระสทิ ธิภาพ
การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นข้นั ตอนจะช่วยใหแ้ ก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ซอฟต์แวร์ท่ใี ช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch,
python, java, c
ตัวอยา่ งโปรแกรม เช่น โปรแกรมตัดเกรด หาคำตอบ
ท้งั หมดของอสมการหลายตัวแปร
องคป์ ระกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์
เทคโนโลยีการสอ่ื สาร
การประยุกต์ใชง้ านและการแก้ปัญหาเบ้ืองต้น
4. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย โดยเลือก
ปลอดภัยมคี วามรับผดิ ชอบ
สร้างและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพร่ แนวทางปฏบิ ตั ิเมอื่ พบเนือ้ หาที่ไม่เหมาะสม เชน่
ผลงาน
แจง้ รายงานผู้เกย่ี วข้อง ป้องกนั การเข้ามาของ
ขอ้ มูลท่ไี มเ่ หมาะสม ไม่ตอบโต้ ไมเ่ ผยแพร่
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมคี วามรบั ผิดชอบ
เชน่ ตระหนกั ถงึ ผลกระทบในการเผยแพรข่ ้อมลู
การสร้างและแสดงสทิ ธค์ิ วามเป็นเจ้าของผลงาน
การกำหนดสทิ ธกิ ารใชข้ ้อมูล
คำอธิบายรายวชิ า
เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หนว่ ยกิต
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษาแนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วย
แก้ปัญหา รู้จักองค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มคี วามรับผิดชอบในการสร้างและแสดงสทิ ธิในการเผยแพรผ่ ลงาน
โดยใช้กระบวนการแจกแจง การคิดหารูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม การออกแบบขั้นตอนวิธี
เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสทิ ธิภาพ ใช้วงจรการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาหรือเขียน
โปรแกรม ประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้น และเลือกใช้แนวทางปฏิบัติท่ี
เหมาะสมจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวันใช้
ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพแสดง
ความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของ
การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ต่อสิ่งแวดล้อมและต่อบริบทอื่น ๆ และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงาน
หรอื สร้างช้นิ งานตามความสนใจ
รหสั ตวั ชี้วดั
ว 4.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ,ม.2/4
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ชีว้ ัด
โครงสรา้ งรายวิชา
เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1 หน่วยกติ
มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรียน น้ำหนัก
ลำดับที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ และตัวช้ีวดั (ชัว่ โมง) คะแนน
1 แนวคดิ เชิงคำนวณ ว 4.2 ม.2/1 • แนวคิดเชงิ คำนวณ 4 15
• การแกป้ ัญหาโดยใช้แนวคดิ
เชิงคำนวณ
2 การพฒั นาโปรแกรม ว 4.2 ม.2/2 • ตวั ดำเนินการบูลีน 12 30
เพอื่ แกป้ ัญหา
• ฟังก์ชัน
• การออกแบบและเขยี น
โปรแกรม
ท่มี กี ารใชต้ รรกะและฟงั ก์ชัน
• การออกแบบอลั กอริทึม
เพือ่ แก้ปญั หาอาจใช้แนวคดิ
เชงิ คำนวณในการออกแบบ
เพื่อใหก้ ารแกป้ ญั หามี
ประสทิ ธภิ าพ
3 คอมพวิ เตอร์ ว 4.2 ม.2/3 • องคป์ ระกอบและหลักการ 10 15
ทำงาน
ของระบบคอมพวิ เตอร์
• การประยุกตใ์ ช้งาน
และการแกป้ ัญหาเบื้องต้น
4 เทคโนโลยกี ารส่อื สาร ว 4.2 ม.2/3 • เทคโนโลยีการสอื่ สาร 9 10
มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน นำ้ หนกั
ลำดบั ท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ และตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
5 การใช้เทคโนโลยี ว 4.2 ม.2/4 • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 4 10
เผยแพรผ่ ลงาน อยา่ งปลอดภัย โดยเลือก
แนวทางปฏบิ ัตเิ ม่ือพบเน้ือหา 1 20
ทีไ่ มเ่ หมาะสม 40 100
• การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
อยา่ งมีความรบั ผิดชอบ
• การสร้างและแสดงสทิ ธ์ิ
ความเป็นเจ้าของผลงาน
• การกำหนดสิทธิการใช้ขอ้ มูล
สอบปลายภาค
รวมเวลาเรยี น
แผนการจัดการจัดการเรยี นรู้
กล่มุ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหัสวิชา ว22104
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การใชเ้ ทคโนโลยเี ผยแพรผ่ ลงาน เวลาเรยี น 4 ชั่วโมง
เรือ่ ง Creative Commons กบั การสร้างและแสดงสิทธิความเปน็ เจา้ ของผลงาน เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ข้นั ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ
แก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
ตัวช้วี ดั
ว 4.2 ม.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิใน
การเผยแพรผ่ ลงาน
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การกำหนดสัญญาอนุญาต เพื่อแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานโดยมีรูปแบบ
สัญลักษณ์ที่เรียกว่าครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) เพื่อให้เจ้าของผลงานแสดงสิทธ์ิและมีการเผยแพร่
เพอื่ ให้ผู้อื่นสามารถคัดลอก ดัดแปลง โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ต้องทำตาม
เงื่อนไขที่เจ้าของผลงานกำหนดไว้ หากมีการนำไปใช้โดยผิดจากเงื่อนไข เจ้าของผลงานสามารถ
ฟ้องร้องได้ตามกฎหมายลขิ สิทธคิ์ ุม้ ครอง
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับ Creative Commons กับการสร้างและแสดงสิทธ์ิ
ความเป็นเจ้าของผลงานได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรยี นสามารถสรา้ งและแสดงสทิ ธิ์ความเป็นเจา้ ของผลงานได้
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) มีวนิ ัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) มุง่ ม่ันในการทำงาน
4. สาระการเรยี นรู้
1) การกำหนดสัญญาอนญุ าต
5. สมรรถนะสำคญั ของนักเรียน
1) ความสามารถในการคดิ
2) ความสามารถในการสอื่ สาร
3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น(10 นาท)ี
1) ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียนเพื่อสรา้ งปฏสิ ัมพันธท์ ีด่ ีระหว่างครูกบั นักเรยี น
2) ครกู ล่าวถงึ เนื้อหาท่ีจะเรียนและวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอนคาบนี้
3) ครถู ามคำถามประจำหัวขอ้ เพ่อื กระตุ้นความสนใจของนักเรยี นวา่ “ครีเอทีฟคอมมอนส์คืออะไร
ใชง้ านอย่างไร ”
ขน้ั จัดกิจกรรมการเรยี นรู้(40 นาท)ี
1. ครใู ห้นักเรียนศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู Creative Commons กับการสร้างและแสดงสทิ ธิ
ความเปน็ เจ้าของผลงาน จากแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆ อยา่ งหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต
หนงั สอื เรยี น หรอื จากใบความรู้
2. ครูสมุ่ นักเรยี น 2-3 คนออกมาอธิบายเก่ยี วกับ Creative Commons กับการสร้างและแสดง
สิทธิ ความเปน็ เจ้าของผลงาน ตามที่นักเรยี นไดศ้ ึกษา
3. จากน้นั ครอู ธบิ ายสญั ลักษณ์ Creative Commons เพม่ิ เติมเพื่อให้นกั เรียนเข้าใจมากยงิ่ ข้ึน
4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เก่ยี วกับครเี อทีฟคอมมอนส์ ท้ัง 6 แบบ แลว้ รว่ มกบั ตอบวา่ สญั ญา
อนุญาตทั้ง 6 แบบแตล่ ะแบบมีความหมายว่าอย่างไร
สัญลกั ษณ์ แนวคำตอบ
ใหเ้ ผยแพร่ ดัดแปลงได้ โดยต้องระบุ
หรือแสดงท่ีมา
ให้เผยแพร่ ต้องระบหุ รือแสดงทมี่ า
แต่ห้ามดดั แปลงจากเดิมใด ๆ ท้งั ส้ิน
ใหเ้ ผยแพร่ ดดั แปลง โดยต้องระบุหรือ
แสดงทีม่ าแต่ห้ามใช้เพอ่ื การค้าโดย
เดด็ ขาด
สัญลักษณ์ แนวคำตอบ
ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุหรอื
แสดงท่ีมา และต้องใชส้ ญั ญาอนญุ าต
เดยี วกัน
ให้เผยแพร่ โดยต้องระบุหรือแสดงท่ีมา
แต่ห้ามใชเ้ พื่อดัดแปลงและการคา้ โดย
เดด็ ขาด
ใหเ้ ผยแพร่ ดดั แปลง โดยต้องระบหุ รือ
แสดงท่ีมาแต่หา้ มใชเ้ พ่อื การค้าโดย
เดด็ ขาด และตอ้ งเผยแพร่ ดัดแปลง
โดยใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดยี วกนั
5. นกั เรยี นแสกน QR Code เพื่อทำ ใบงาน เร่อื ง Creative Commons กับการสรา้ งและ
แสดงสิทธิความเป็นเจ้าของผลงาน
ข้นั สรุป(10 นาที)
1. นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ เกี่ยวกับ Creative Commons กบั การสรา้ งและแสดงสทิ ธิ
ความเป็นเจา้ ของผลงาน ดังนี้
“การกำหนดสัญญาอนุญาต เพื่อแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของผลงาน โดยมีรูปแบบ
สัญลักษณ์ที่เรียกว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) เพื่อให้เจ้าของผลงานแสดงสิทธิและมีการ
เผยแพร่เพ่อื ให้ผู้อื่นสามารถคัดลอก ดดั แปลง โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจา้ ของลิขสิทธิ์
แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของผลงานกำหนดไว้ หากมีการนำไปใช้โดยผิดจากเงื่อนไข
เจา้ ของผลงานสามารถฟอ้ งรอ้ งไดต้ ามกฎหมายลขิ สิทธ์ิคุ้มครอง”
2. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หัดเพ่ือส่งในคาบถัดไป
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1) ใบงาน เร่อื ง Creative Commons กบั การสร้างและแสดงสทิ ธคิ วามเปน็ เจ้าของผลงาน
2) แบบฝกึ หดั
8. ส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งเรียนรู้
1) เครือ่ งคอมพิวเตอร์
2) หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2
3) ใบความรู้ เร่อื ง Creative Commons กับการสรา้ งและแสดงสิทธิความเปน็ เจา้ ของผลงาน
4) สื่อ Power point เรื่อง Creative Commons กับการสร้างและแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของ
ผลงาน
9. การวดั และประเมนิ ผล
(เครอ่ื งมอื /วธิ กี ารวดั ผล /เกณฑ์การประเมนิ ระบุเกณฑร์ ะดับคุณภาพหรือ rubric)
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
นกั เรียนสามรถอธิบาย 1.การตอบคำถามระหว่าง 1.แบบสงั เกตพฤติกรรม 1.ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
เกย่ี วกบั Creative เรยี น 2.ใบงาน ต้งั แต่ 2 พฤติกรรมขึ้นไป ถอื
Commons กบั การสรา้ ง 2.ตรวจใบงาน ว่า “ผ่าน”
และแสดงสทิ ธคิ วามเป็น 2.สามารถตอบคำถามในใบ
เจา้ ของผลงานได้ (K) งานได้ถูกต้องตามหลักการ
การ อยใู่ นเกณฑ์ 80 % ข้ึน
ไป
นกั เรยี นสามารถสรา้ ง ตรวจแบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัด สามารถทำแบบฝึกหดั ได้
และแสดงสิทธิค์ วามเป็น ถูกต้องตามหลักการ อยใู่ น
เจ้าของผลงานได้ (P) เกณฑ์ 80 % ขึน้ ไป
1) มวี นิ ัย (A) ประเมนิ คุณลักษณะ .แบบประเมินณลักษณะ นักเรยี นไดร้ บั การ
2) ใฝเ่ รียนรู้ (A) อันพึงประสงค์ ประเมินระดับ 2 ขนึ้ ไป
3) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน(A)
แบบบันทึกการสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล
คำชี้แจง: ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรยี นโดยทำเครื่องหมายถูกลงในช่องท่ีตรงกับความเปน็ จริง
พฤติกรรม
ชอ่ื -สกุล ความสนใจ การมีสว่ นร่วม ความรบั ผิดชอบต่อ ผลการสงั เกต
ในการเรยี น แสดงความคดิ เหน็ งานท่ีไดร้ ับ
และตอบคำถาม มอบหมาย
การรับฟังความ
คดิ เห็นของผู้อ่ืน
ผา่ น ไมผ่ ่าน ผ่าน ไมผ่ ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผา่ น
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
เกณฑก์ ารประเมนิ
ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ 2 พฤติกรรมข้ึนไป ถือวา่ “ผ่าน”
ผา่ นเกณฑ์การประเมินน้อยกวา่ 2 พฤติกรรมขึ้นไป ถือวา่ “ไมผ่ ่าน”
ลงช่ือ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชี้แจง: ให้บนั ทกึ ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องนกั เรยี นเป็นรายบุคคล
ท่ี ช่อื -สกุล มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการ รวม สรปุ ผล
ทำงาน การ
ประเมนิ
32103210321 0 9
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตดั สิน
ดี ไดร้ ะดับ 3 ดี ได้ 7 - 9 คะแนน
พอใช้ ได้ระดับ 2 พอใช้ ได้ 4 - 6 คะแนน
ปรบั ปรุง ได้ระดบั 1 ปรับปรงุ ได้ 0 - 3 คะแนน
ลงช่ือ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเด็นการ เกณฑก์ ารให้คะแนน น้ำหนัก
ประเมนิ คะแนน
มีวนิ ัย ดเี ยีย่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0)
ปฏิบัตติ นตาม 3
ใฝ่เรียนรู้ ข้อตกลงได้ดี ปฏบิ ตั ิตนตาม ปฏิบัติตนตาม ไมป่ ฏิบตั ติ นตาม 3
และรบั ผดิ ชอบ
ม่งุ ม่นั ในการ ในงานท่ี ข้อตกลงได้ดี ขอ้ ตกลงได้บาง ขอ้ ตกลง และไม่ 3
ทำงาน มอบหมาย
เขา้ เรยี นตรง รับผิดชอบใน ประเด็น และ รบั ผิดชอบตอ่ 9
เวลาต้ังใจเรียน
เอาใจใสแ่ ละมี งานที่มอบหมาย ไม่รับผิดชอบต่อ งานทมี่ อบหมาย
ความเพียร
พยายามในการ เพียงบางสว่ น งานทม่ี อบหมาย
เรยี นรูแ้ ละเตม็
ใจรว่ มกิจกรรม เขา้ เรียนตรง เข้าเรยี นตรง ไมต่ ั้งใจเรยี น
การเรียนรูท้ ุก
ครงั้ เวลาต้งั ใจเรยี น เวลาตงั้ ใจเรียน
ต้งั ใจและ
รบั ผิดชอบ เอาใจใสแ่ ละ มี เอาใจ
ในการทำงานที่
ได้รบั มอบหมาย ความเพียร ใส่และมีความ
ให้สำเร็จมีการ
ปรับปรุงและ พยายามในการ เพียรพยายาม
พฒั นาการ
ทำงาน เรียนรแู้ ละร่วม ในการเรียนรู้
ให้ดีขึ้นภายใน
เวลาที่กำหนด กจิ กรรมการ และร่วม
เรียนร้บู ่อยครงั้ กจิ กรรมการ
เรียนรบู้ างครั้ง
ต้ังใจและ ต้ังใจและ ไมต่ ัง้ ใจ
รบั ผิดชอบ รบั ผดิ ชอบใน ทำงาน
ในการทำงานท่ี การทำงานไดร้ ับ ที่มอบหมาย
ได้รับมอบหมาย มอบหมายให้
ใหส้ ำเรจ็ มีการ สำเรจ็
ปรับปรงุ และ
พัฒนาการ
ทำงาน
ให้ดขี น้ึ
รวม
10. กจิ กรรมเสนอแนะ
11. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1) สรุปผลการเรียนการสอน
1.1) ดา้ นความรู้ (K)
1.2) ด้านกระบวนการ (P)
1.3) ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
2) ปัญหา/อุปสรรค
3) แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ
ภาคผนวกทา้ ยแผน
ภาระชิ้นงาน
ส่อื การสอน