The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โหราศาสตร์คืออะไร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natthasest, 2019-11-19 01:56:07

โหราศาสตร์คืออะไร

โหราศาสตร์คืออะไร

๘. ราหู เปน็ ประ อยรู่ าศีสิงห์
- ทำให้นสิ ัยใจคอหยาบชา้ กลา้ แขง็ ไมซ่ ่ือตรงต่อมิตร ดวงตาอาจ
วปิ รติ กวา่ ธรรมดา มีลักษณะหงอยไมส่ งา่

********************************************************************
ดวงอุจ

ดาวทเ่ี ป็นอุจ หมายถงึ ตำแหนง่ ของดาวเคราะหท์ ุกดวงท่สี ถิตอยู่ในตำแหน่ง
สูงสดุ หมายถึง เอาท้ังราศนี นั้ ๆ ซ่ึงดาวอุจได้ครอบครองดว้ ย และหมายถงึ ดาวทุกดวงทกี่ ำลัง
โคจรอยจู่ วนจะเข้าเป็นอจุ ด้วย ถงึ ตวั จะไมเ่ ข้าราศเี ปน็ อจุ หากมีองศาได้ ๒๗ องศาแล้ว แสง
ถงึ เรอื นอุจทั้งนั้น กจ็ ัดว่าเป็นอจุ ไดแ้ ลว้ แต่เมือ่ เข้าไปอยู่ในราศอี ุจ ไม่ตอ้ งได้องศาจำกัดจงึ
จัดเปน็ อจุ ซึ่งมกี ำลงั ออ่ นกวา่ มหาอจุ เช่นดาวอาทิตย์อยรู่ าศมี นี มีองศา ๒๘ องศากำลังโคจร
จะเข้าราศเี มษ อาทิตย์จดั เปน็ อุจไดแ้ ลว้ พอดาวอาทติ ย์เขา้ ราศีเมษ ก็เปน็ อจุ โดยสมบรู ณ์ แต่
ถา้ หากอาทิตย์อยใู่ นราศเี มษ มีองศาเต็มที่ตามจำนวนจำกดั ไว้ ๑๐ องศาในราศีเมษ อาทิตย์
กก็ ลายเป็นมหาอุจทันทีแสดงคณุ ภาพดีเด่นท่ีสดุ

อุจ คอื จุดสูงในทอ้ งฟ้า ดาวที่เป็นอจุ จึงมีอำนาจ ความร้อนแสงสวา่ งความรุ่งโรจน์
โชติชว่ ง และพลังงานทางฟิสิกสต์ ลอดจนความดงึ ดดู และดนั ดีด ยอ่ มเพม่ิ ทวีย่งิ ข้นึ กวา่ ปกติ
ธรรมดา ฉะน้นั ดาวที่เปน็ อจุ จึงมีอำนาจและคุณภาพแตกต่างกัน ดงั น้คี อื

อาทิตย์ เปน็ อุจ อยใู่ นราศีเมษ - เปน็ ผมู้ ีทรพั ย์ เป็นผชู้ นะ
จนั ทร์ เปน็ อุจ
ศตั รู มมี ิตรก็ดี เขม้ แขง็ และซอ่ื สตั ย์ เจริญด้วยศลิ ปวทิ ยา

อยูใ่ นศีลธรรม พอใจในความสงบ น้ำใจเมตตากรณุ า กำลงั

กายเข้มแขง็ ความรูม้ าก มโี ชควาสนาสงู

อย่ใู นราศพี ฤศภ - เปน็ ผู้มีทรัพย์ รปู ร่างสวย

เป็นทรี่ กั ใคร่ของมหาชน จะชำนาญทางวรรณคดี มคี วาม

ขยันขันแขง็ มีอายยุ ืน และมีบตุ รบริวารมาก สมบรู ณ์ด้วย

ทรัพย์

อังคารเป็นอุจ อย่ใู นราศมี ังกร - เปน็ คนกลา้ เจรจาคำคม มโี ทสะ

ร้ายแตห่ ายเร็ว จะมีเกยี รติชอ่ื เสียง เป็นผู้มชี ยั ชนะ โภค

สมบัติสมบูรณ์ สนใจในการศกึ ษาและคน้ คว้า เจา้ ยศเจา้

อย่าง จะเปน็ ไข้อย่างแรงคร้งั หนึ่ง

พธุ เปน็ อจุ อยู่ในราศกี นั ย์ - เปน็ ผมู้ รี ปู สวยรวยทรพั ย์ มวี ิชา

ความรู้ พอใจในการศกึ ษา รา่ เรงิ แจม่ ใส เป็นทนี่ ิยมกับคน

ท่วั ไปและมีโชคดเี สมอ มีบุตลบรวิ าร คู่ครอง และคนรกั

มาก ชวี ติ มคี วามสุข

พฤหัสบดี เปน็ อุจ อยู่ในราศกี รกฎ - เปน็ ผู้มีปญั ญา ความรสู้ งู ทำ

แตค่ ณุ ประโยชน์ ไม่มีคนชงั ผู้ใหญ่และครูบาอาจารย์รกั

ใคร่ ไปสารทศิ ใดมักมีโชคลาภเสมอ ใหอ้ ภยั ไม่พยาบาท

ชว่ ยเหลอื เจอื จานบุคคลสว่ นมาก ระงับโทสะได้งา่ ย มีอดุ ม

คตใิ นอรยิ ธรรม กำลังกายแขง็ แรง

ศกุ ร์ เปน็ อจุ อยู่ในราศีมีน - เปน็ คนมที รพั ย์สมบตั ิ มี

ความรู้ในธรรม กริ ยิ าสภุ าพ วาจาออ่ นหวานไพเราะ มี

นำ้ ใจเมตตากรณุ า อายุยืน มลี กั ษณะและคุณภาพแปลกๆ

ย่อมตกอยใู่ นอิทธิพลของการเงิน

เสาร์ เปน็ อจุ อยใู่ นราศีตุลย์ - เป็นคนมีน้ำใจกลา้ แขง็ มกั มี

อำนาจวาสนา ชนะศตั รู มีอายุยนื นาน ได้บุตรบริวารดี

ได้รับการอุดหนุนเจือจุนเปน็ อย่างดี ยอ่ มเปน็ ใหญไ่ ด้ จะ

ชำนาญในศิลปกรรม (ฝมี อื ดี) มีเมตตากรุณา รา่ งอวบ ถ้า

เปน็ หญิงจงรกั ในสามดี ี จะสมบรู ณ์ดว้ ยโภคสมบัติ

ราหู เป็นอจุ อยใู่ นราศีพิจกิ - จะเจริญดว้ ยทรพั ย์สมบตั ิ

(คณุ ภาพตา่ งๆ เหมอื นเสาร)์

********************************************************************
ดวงมหาอุจ

ดาวเคราะหท์ ่ีเป็นมหาอุจ คือดาวเคราะหท์ ่ีเปน็ อุจอยุ่ในราศีดงั กล่าวมาแล้วข้างต้น
น่นั เอง เมือ่ โคจรอยู่ในราศนี น้ั ๆ มจี ำนวนองศาจำกัด เรียกดาวเคราะห์น้นั วา่ มหาอุจ

มหาอุจ แปลว่า ผยู้ ่งิ ใหญ่ หรือสูงเดน่ ทสี่ ดุ ดาวทเี่ รยี กว่ามหาอุจกม็ าจากดาวที่อยู่ใน

ราศอี ุจนัน่ เอง แต่ดาวน้นั มีองศาเตม็ ทตี่ ามจำกดั จงึ เรยี กว่ามหาอุจ คือดาวท่ีอยู่ในจดุ สูงเดน่

ที่มีความบริสุทธสิ์ งู สดุ ยกย่องของดวงชาตา เวน้ แตเ่ ฉพาะอาทิตยแ์ ละอังคารมกี ฎเกณฑ์

พเิ ศษคือ

๑. อาทิตย์ อย่รู าศีเมษ จะมีก่ีองศาก็ตาม ไม่มีดาวดวงใดร่วมด้วย ให้ถือวา่ อาทิตย์

เปน็ มหาอจุ

๒. อังคาร อยู่ราศมี หาอุจ ถ้ามดี าวเจา้ เรอื นเกษตรเลง็ กนั จัดเปน็ มหาอุจเหมือนกนั

ฉะน้นั ดาวเคราะห์ทุกดวงทเี่ ปน็ มหาอจุ จึงมีจดุ องศาเปน็ จำนวนจำกัด และมอี ำนาจ

คุณภาพตา่ งๆ กนั คอื

อาทิตย์ เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีเมษ - มอี งศาจำนวนจำกดั เตม็ ที่ ๑๐

องศา

- ผู้นนั้ จะเพียบพรอ้ มไปด้วยญาตมิ ติ ร มสี ตปิ ัญญาดี มี

ทรัพยส์ มบัตยิ ิง่ กว่าพน่ี ้อง มียศถาบรรดาศกั ด์ิ

จันทร์ เปน็ มหาอจุ อยู่ในราศพี ฤศภ - ผนู้ ั้นจะมเี งินทองเพชรนลิ

มรกตมาก จะไปปรากฏตัวในทใ่ี ด ยอ่ มเป็นสง่าผา่ เผยใน

ที่นั้น ถ้าเปน็ ขา้ ราชการจะไดต้ ำแหน่งสูงมาก เป็นผู้มี

เสนห่ ใ์ นตัว

องั คาร เป็นมหาอจุ อย่ใู นราศมี งั กร - มีองศาจำนวนจำกัดเต็มท่ี ๒๘

องศา

- ผนู้ น้ั จะมโี ภคสมบตั มิ ากมาย จะมีบริวาร ช้าง มา้ ววั

ควาย และขา้ คน จะไปทใ่ี ดมักมีโชคลาภทุกแหง่ หน ถา้

เปน็ ชายจะมเี มียมาก กล้าหาญเดด็ เดยี่ ว เหมาะทาง

นักรบ

พุธ เปน็ มหาอจุ อยใู่ นราศีกันย์ - มีจำนวนจำกัดเต็มที่ ๑๕ องศา

- ผนู้ ั้นจะมคี วามผาสุกรุ่งเรอื งดี จะไดร้ บั สมบตั มิ ากมาย

ศตั รคู ิดร้ายเขาวนิ าศไปเอง หลกั แหลม เจา้ ปัญญา คารม

เกล้า และมที รวดทรงงาม

พฤหสั บดี เป็นมหาอุจ อยใู่ นราศีกรกฎ- มีองศาจำนวนจำกดั เต็มท่ี ๕ องศา

- ผู้นัน้ จะมีผิวพรรณงาม ตำแหนง่ การงานสูงศักดิ์คงแก่

เรียน ชอบแสวงหาความรู้ เด็ดขาด กลา้ หาญ ทรพั ย์

ศุกร์ เป็นมหาอจุ สมบัติมากเปน็ ท่ีรกั ใครเ่ อ็นดตู ่อผูใ้ หญ่ และครูบา
เสาร์ เป็นมหาอจุ อาจารย์
ราหู เปน็ มหาอุจ อยู่ในราศมี ีน - มอี งศาจำนวนจำกดั เตม็ ที่ ๒๗
องศา
- ผูน้ ั้นจะเปน็ ข้าราชการชน้ั ผู้ใหญ่ รูปรา่ งอันเหมาะสม
เป็นท่ตี อ้ งตาของคนทว่ั ไป และหนักไปในทางเพศตรง
ขา้ ม เจ้าสำราญ
อยูใ่ นราศีตุลย์ - มอี งศาจำนวนจำกดั เต็มที่ ๒๐
องศา
- ผู้น้นั มสี ติปญั ญามากขยันหมน่ั เพียรดี ปราศจากโรคภัย
แตจ่ ะติดดุร้าย ไมเ่ กรงขามกลวั กรรม ชอบรบั ประทาน
ของดีๆ ทรัพย์สมบตั มิ าก ไม่เกรงใจใคร เหมาะในการทำ
สงคราม
อยู่ในราศพี จิ กิ - มีองศาจำนวนจำกัดเตม็ ที่ ๑ องศา

- ผู้นั้นมีทรัพย์สมบัติมาก ววั ควาย ชา้ ง มา้ จะไปท่ใี ดๆ มี
พาหนะรับรองตลอดทาง จติ ใจเปน็ กุศลไม่มกี าร
พยาบาท

หลกั พยากรณ์
(๑)ถ้าดาวที่เป็นมหาอุจต่อมหาอจุ เล็งกันจะถกู หักหลัง
(๒)สำหรบั ดาวเกตุ
ถา้ อยู่กบั ดาวทเี่ ป็นบาปเคราะห์ กพ็ ลอยเป็นบาปเคราะห์ไปด้วย ถ้าอย่กู ับดาวศภุ

เคราะห์ ก็พลอยเปน็ ศภุ เคราะหไ์ ปดว้ ย และจะข้นึ อยกู่ บั ดาวทีม่ อี งศาสงู
เนื่องจากเกตุ จัดเปน็ ดาวพิเศษเพราะเป็นวิญญาณธาตุ ท่านกำหนดโดยไม่จำกดั องศา

ให้เป็นมหาอจุ ได้ ๔ ราศี คอื ราศีมิถุน สิงห์ ธนู และกมุ ภ์ เนือ่ งจากราศีทัง้ ๔ น้ี เปน็ ราศีอันมี
ธาตไุ ม่สมบูรณ์ ซ่ึงจดั เปน็ ราศีธาตุว่างหรอื เรียกว่าราศอี ากาศธาตุ จงึ เป็นการเหมะสำหรับ
เกตุเปน็ วญิ ญาณธาตเุ ข้าไปสถติ ครองอยู่ จึงแสดงความย่ิงใหญย่ อดเย่ียมสูงสุดเปน็ พเิ ศษ

ผลของเกตเุ ปน็ มหาอจุ คือ มักส่งผลใหไ้ ดร้ ับราชการเป็นหลกั ฐานดี มีวญิ ญาณการ
คาดคะเนได้ถกู ตอ้ งอยู่เสมอ ค้มุ ภยั อันตรายไดด้ ีด้วย อายุยนื

(๓) สำหรับดาวมฤตยู
มฤตยู หมายถงึ ส่งิ ลึกลบั ผู้รักษาความลับ ผู้เลน่ ของโบราณ เช่น ลัคนาร่วมมฤตยู

ลคั นาเลง็ มฤตยู ลัคนาเปน็ โยคกับมฤตยู ลคั นาเปน็ ตรโี กณกับมฤตยู ท่านเหลา่ น้ชี อบเล่นของ
เก่า ชอบสะสมของเก่า และรักษาความรับไดด้ ี
********************************************************************

ดวงนิจ
ดาวเคราะห์ท่เี ป็นนจิ คอื ดาวท่ีอยใู่ นราศีตรงข้ามกบั ดวงอจุ และดวงมหาอุจน่ันเอง

นิจ แปลวา่ ต่ำหรอื เบอ้ื งลา่ งตำ่ สุด ดาวทเ่ี ป็นนจิ เปน็ ฝ่ายทใ่ี หโ้ ทษรา้ ย มุ่งผลในดา้ น
ต่ำชา้ และให้โทษตรงข้ามกับอุจและมหาอุจ ดาวท่ีเปน็ นจิ จงึ มโี ทษและความตกต่ำตา่ งๆ กนั
คือ

อาทิตย์ เป็นนจิ อยู่ในราศีตุลย์ - มีองศาจำนวนจำกดั เตม็ ที่ ๑๙ องศา จะไมเ่ ป็นนจิ เม่ือมี
องศาเกนิ กวา่ ๑๐ องศา
- ผนู้ ัน้ จะตกเปน็ ทาสแกต่ นเอง มีมติ รต่ำ อาภัพญาติพนี่ อ้ ง
เปน็ ทเ่ี กลยี ดชงั แก่ญาติพี่นอ้ ง มีศตั รมู ากและคดิ ปองร้าย
ทั้งเบยี ดเบยี นด้วย

จนั ทร์ เป็นนิจ อย่ใู นราศีพจิ ิก - มีองศาจำนวนจำกดั ๓ องศา จะไมเ่ ปน็ นจิ เม่อื มอี งศา
เกินกวา่ ๑๙ องศา
- ผู้นนั้ จะมโี รคภัย และทรพั ย์มักวบิ ตั ิ เพศตรงขา้ มมักกอ่ เหตุ
ขึ้น ยอ่ ม เหลวแหลกในเรอื่ งชสู้ าว (มีเชอ่ื เรยี กจันทรเ์ ปน็ นิจ
ว่า “จันทร์รู”) มีโรคเบียดเบียนประจำตวั ขี้โรค มักได้คู่
เป็นหม้าย

องั คาร เป็นนจิ อยใู่ นราศีกรกฎ- มอี งศาจำนวนจำกัด ๒๘ องศา แตจ่ ะไม่เป็นนจิ เมือ่ มี
องศาเกินกวา่ ๑๒ องศา
- ผูน้ นั้ จะหาทรัพยไ์ ดย้ าก จะเปน็ ผรู้ บั ใช้ แต่มักหยอ่ นตอ่
ศีลธรรม ในทางชสู้ าว มที รัพยเ์ กบ็ ไมอ่ ยู่ บรวิ ารมกั หนีห่าง
พวกพอ้ งมักจะเป็นศัตรู จะวิบตั ิเมื่อแกด่ ้วย

พธุ เปน็ นิจ อยู่ในราศมี ีน - มอี งศาจำนวนจำกัด ๑๕ องศา แตจ่ ะไมเ่ ปน็ นจิ เม่ือมอี งศา
เกิน ๑๕ องศาขึ้นไป
- ผนู้ ัน้ จะมีญาตเิ ป็นผู้รบั ใช้ ทำใหเ้ ป็นพาลหรอื มนี ิสัยเป็น
พาล พดู ไม่มมี รรยาท มกั ขู่เข็ญ และทะเลาะกับญาตติ นเอง
อยู่เสมอ และญาตกิ ลบั เป็นศัตรู

พฤหสั บดี เปน็ นิจ อยูใ่ นราศมี ังกร - มีองศาจำนวนจำกดั ๑๕ องศา แต่
จะไมเ่ ปน็ นจิ เม่ือมีองศาเกนิ กว่า ๑๕ องศาขึน้ ไป
- ผนู้ ั้นมกั พดู จาไม่น่าฟัง จะมโี ทษเพราะปากพล่อย หรือโอฐ
ภัย ทำให้เปน็ ผู้เขลาปัญญา และจะเสยี เพราะนิสยั พูดงา่ ย

ศุกร์ เป็นนิจ อยู่ในราศีกนั ย์ - มีองศาจำนวนจำกดั ๒๗ องศา จะไม่เป็นนจิ เมื่อมอี งศา
เกนิ กว่า ๑๗ องศา
- ผู้นน้ั อาภัพความรักใคร่ อาภพั คูค่ รอง แพ้คู่ และเสอื่ ม
ทรัพย์ ขาดสมรรถภาพ ตอ้ งพง่ึ ผู้อน่ื มอี ำนาจจิตหรือความ
เขม้ แข็งน้อยกวา่ คคู่ รองของตน มักมีบุตรอ่อนแอหรอื บตุ ร
จะตายจากไป

เสาร์ เป็นนิจ อยู่ในราศเี มษ - มีองศาจำนวนจำกัด ๒๑ องศา แต่จะไมเ่ ป็นนิจเมือ่ มอี งศา
เกนิ กว่า ๖ องศา
- ผ้นู ั้นใชจ้ า่ ยเก่ง พ่ึงพาอาศัยญาติไมไ่ ด้ เผ่าพนั ธุม์ ักจากไป
หรอื วบิ ตั ขิ นึ้ จะถกู ใสค่ วามหรอื เข้าใจผิด และเสยี ทรพั ย์
บ่อย

ราหู เปน็ นจิ อยู่ในราศพี ฤศภ - มีองศาจำนวนจำกัด ๑ องศา แตจ่ ะไมเ่ ป็นนจิ เมื่อ
มีองศาเกนิ กว่า ๘ องศา
- ผู้นนั้ เดอื ดร้อนทีอ่ ยู่ เปน็ คดีถ้อยความ อาจได้รับโทษกักขงั
จองจำ ใจน้อย ใจแข็งขลาดตอ่ การสารภาพผดิ มักต้องยา้ ย
ทอ่ี ย่เู สมอ

หมายเหตุ
สำหรับดาวทเี่ ป็นนิจ จะไม่เปน็ นิจได้ ต่อเมื่อถ้าหากว่ามีจำนวนองศาสงู เกนิ กวา่ กำลงั

ของดาวคู่ธาตขุ องตนขึ้นไป ถ้ามอี งศาตำ่ กวา่ ดาวคูธ่ าตกุ ถ็ อื ว่าเปน็ นจิ และมีองศาเทา่ จำนวน
จำกดั ถอื ว่าเป็นนจิ ตำ่ สุดอย่างแท้จริง

ดวงอจุ จาวิลาส

ดาวเคราะห์ที่เปน็ อุจจาวลิ าศ คอื ดาวทก่ี ำลังโคจรจะกา้ วข้ึนไปสอู่ ุจ และมหาอุจนั่นเอง หรือ
เป็นตำแหนง่ ของราศดี วงดาวทจ่ี ะเป็นอจุ และมหาอจุ ซึ่งดาวกำลงั เตรยี มตัวจะเปน็ อจุ และ
มหาอุจ

อุจจาวลิ าศ หมายถึง การไตเ่ ต้าข้นึ ไปจะถึงจดุ ยอดสงู สุด โดยมีตำแหน่งอยถู่ ัดจาก
ดาวทีเ่ ป็นอุจ และมหาอจุ ถัดต่ำไป ๑ ราศี (นับแบบทวนเขม็ นาฬกิ า) เมือ่ ดาวทุกๆ ดวง
เคลื่อนที่ ณ ท่ตี ำแหน่งอจุ จาวิลาสน้ี กเ็ ร่มิ ใหค้ ณุ มพี ลงั กลา้ แขง็ มเี รีย่ วแรงมหาศาลมาก
ทีเดยี ว แต่แสดงอิทธิพลใหค้ ณุ ไปในดา้ นบุญวาสนา และให้คุณดเี ด่นในลกั ษณะทีจ่ ะขยบั
ขยายและเขยิบฐานะสูงข้นึ ไปอีกหน่อย กจ็ ะเปน็ อจุ และมหาอุจ

ดาวเหลา่ น้ีจวนจะเข้าเป็นอุจอยู่แล้ว ถึงตัวยังไม่เขา้ หากมอี งศาได้ ๒๗ องศา แสดง
ถงึ เรือนอุจทง้ั น้ัน จึงมีอิทธิพลจะสง่ เสริมโชคชาตาให้ดเี ดน่ ต่างๆกัน คอื

อาทิตย์ เป็นอุจจาวลิ าศ ในราศมี ีน - ให้คณุ ทางอาชีพ รบั ราชการ
จันทร์ เปน็ อุจจาวิลาศ
อังคาร เปน็ อจุ จาวลิ าศ ทำใหม้ ีตำแหน่งสงู มีความรแู้ ตกฉาน เปน็ ผู้รอบรู้ใน
พธุ เปน็ อุจจาวิลาศ
กจิ การต่างๆ มกั ทำการใดไดส้ ำเร็จผล

ในราศเี มษ - ให้คณุ คือ ทำใหเ้ ปน็ บุคคลท่ี

มีเสนห่ ์รนุ แรง ให้คุณทางเมตตา เหมาะในการสาธารณ

กิจ และมักเจา้ ช้กู รงุ้ กรง่ิ และเป็นทพ่ี ึง่ แกผ่ อู้ น่ื ได้ดว้ ย

ในราศีธนู - ใหค้ ณุ ทางกลา้ หาญ เหมาะ

ท่เี ปน็ ทหาร ตำรวจ นกั รบทีอ่ งอาจสามารถ ชอบทาง

ปกครอง งานบังคับบญั ชา บางทีชอบในทางกสิกรรม

ในราศีสงิ ห์ - ใหค้ ณุ ทางมีชอ่ื เสยี งเกียรติ

คุณ มีทงั้ อำนาจ และทรพั ย์สมบัติ เปน็ ทรี่ ักใครข่ อง

บรรดาญาติพี่นอ้ ง จะร่ำรวย

พฤหัสบดี เป็นอจุ จาวิลาศ ในราศมี ถิ ุน - ให้คุณทางวชิ าความรู้ มี

ความรูค้ วามสามารถสูง เชย่ี วชาญ รบั ราชการจะได้ดี

เหมาะทีจ่ ะเป็นอาจารย์หรอื ราชครู

ศกุ ร์ เปน็ อจุ จาวิลาศ ในราศกี มุ ภ์ - ให้คุณทางรู้หลักธรรม ถ้า

ค้าขายจะมั่งค่ังร่ำรวย ทำราชการจะได้ยศศักดิ์ จะมี

ทรัพย์มาก

เสาร์ เปน็ อจุ จาวิลาศ ในราศีกันย์ - ใหค้ ณุ ทางความขยันขนั แขง็

หมน่ั เพยี รดีมาก รู้จกั เกบ็ ออมทรัพย์สนิ จะมั่งค่งั เดน่

ร่ำรวยในตระกูล

ราหู เป็นอจุ จาวลิ าศ ในราศตี ุลย์ - ให้คณุ ทางเกียรติยศ

ชือ่ เสยี ง จะมชี ื่อเสียงกระเดอ่ื งในความร้วู ชิ าการต่างๆ

เหมาะกบั การเป็นทหาร

ดวงอุจจาภิมุข

ดาวเคราะห์ทเี่ ปน็ อจุ จาภิมุข สบื เนอ่ื งมาจากดวงดาวท่เี ปน็ อุจ และมหาอจุ และอุจจาวลิ าศ
น่ันเอง

อจุ จาภิมขุ แปลวา่ ดวงดาวท่ีอยขู่ า้ งหน้า ข้ึนหน้าล้ำหนา้ หรือเกินหนา้ ออกไป จาก
ตำแหนง่ ดวงอุจ และมหาอจุ ถัดไปขา้ งหน้าราศีหนึง่ หรือเป็นราศดี าวกา้ วลงมาจากตำแหนง่
อจุ และมหาอจุ ซ่งึ โคจรออกไปใหมๆ่ มอี งศานอ้ ยๆ มาก แตแ่ สดงของอจุ และมหาอุจยังไม่
หมดไป ยังให้ผลดอี ยู่

ฉะนนั้ ดาวที่เปน็ อุจจาภิมขุ จึงเปน็ ดาวท่ใี ห้คุณหย่อน เพราะเป็นดาวท่ีอยใู่ นเกณฑจ์ ะ
ลดลงต่ำมา แตก่ เ็ ปน็ ดวงดาวทใี่ ห้คุณอยบู่ า้ ง โดยไม่ตอ้ งสงสัย แต่ก็ให้คุณหยอ่ นๆ ไม่เต็มที่
เหมอื นดวงอุจจาวลิ าศ หรือดวงอจุ และมหาอุจ ดังนนั้ ดวงดาวท่ีเปน็ อุจจาภิมุขจงึ ให้คณุ ใน
ทำนอง “ทุกขลาภ” ก็ได้ และใหค้ ุณตา่ งๆ กัน

อาทติ ย์ เป็นอจุ จาภิมุข ในราศีพฤศภ - สง่ ผลใหเ้ จรญิ รอบรวู้ ชิ าการ

มที รพั ยส์ มบตั ิ และมเี พ่ือนฝูงดี

จนั ทร์ เป็นอจุ จาภิมุข ในราศมี ถิ ุน - ใหค้ ุณทางมีทรพั ยส์ ิน มี

ญาติบรวิ ารมาก เปน็ ทีร่ กั ใคร่ของคนท่วั ไป

อังคาร เปน็ อุจจาภิมุข ในราศีกมุ ภ์ - ให้คุณและส่งผลดใี นทางมี

เกยี รติช่อื เสยี ง ชอบงานใช้อำนาจ ใจร้อน ใจเรว็ จะมี

โภคทรพั ย์ด้วย

พุธ เป็นอุจจาภิมุข ในราศีตลุ ย์ - ให้คุณดใี นทางรูปสมบัติและ

ทรพั ยส์ มบัติ บรวิ ารบุตรหลานดีมาก เปน็ ผ้มู ีมนุษย์

สัมพันธ์ เข้าไหนเข้าได้

พฤหัสบดี เป็นอุจจาภิมุข ในราศีสิงห์ (เทียบเท่ากบั เปน็ อุจ

และมหาอจุ เฉพาะราศีนี้)

- ใหค้ ณุ ทางมผี ู้ใหญ่ชว่ ยเหลอื เป็นผรู้ อบรู้ ฉลาดสามารถ

และมสี ตปิ ญั ญาสูง จะร่ำรวย

ศุกร์ เปน็ อจุ จาภมิ ุข ในราศเี มษ - ให้คุณนกั เปน็ ผู้รอบรู้คดีโลก

เสาร์ เปน็ อจุ จาภมิ ขุ คติธรรม จะมที รพั ยส์ ินเงนิ ทอง รูปร่างทา่ ทางดี
ราหู เปน็ อุจจาภิมุข
เรียบรอ้ ยเป็นสว่ นมาก

ในราศีพจิ ิก - ใหผ้ ลดีทางมที รพั ยแ์ ละมี

อำนาจ เปน็ ทน่ี ยิ มนับถือของคนท่วั ไปด้วย

อยใู่ นราศธี นู - ให้คณุ ทางชนะศัตรู ใจกลา้

หาญมีอำนาจ ปกครอง บังคับบัญชา จะมที รัพย์ด้วย

หลักพยากรณ์
ดวงอจุ จาภิมขุ ถ้าได้สถติ อยู่นำหน้าลคั นาในดวงชาตา คืออยูใ่ นภพกฎุมภะหรอื เป็น

ศูนยพ์ าหนะ ยอ่ มให้คณุ เดน่ ในทางมีอำนาจและรำ่ รวยในโภคทรพั ยส์ มบตั ิ เพราะภพที่ ๒
หมายถึง ทรพั ย์สนิ เงินทองรายได้ และถา้ อย่ภู พที่ ๑๑ คือลาภะ หมายถึง ลาภผลเงินทอง
ดว้ ยเหมอื นกนั ฉะน้นั ดาวท่เี ปน็ อุจจาภิมุข อยู่ภพท่ี ๑๑ กเ็ ปน็ ดวงดาวทใี่ หผ้ ลดอี ยู่
เหมือนกัน

ขอ้ สังเกต

ตำแหนง่ ดาวที่เป็นอุจจาภิมุข ถา้ เล็งกบั ดาวเกษตร จะเกดิ พลังงานทวดี ีขึ้นกว่าปกติ
ธรรมดาทนั ที ความหมายคือดาวทเ่ี ปน็ อจุ จาภมิ ขุ อยูใ่ นเรือนเกษตรใดแล้ว ดาวในเรือน
เกษตรน้ันไปเล็ง หรอื เรยี กวา่ ประเกษตรจงึ ใหค้ ณุ ดเี ดน่ เหมือนกัน ถา้ เล็งกับดาวอืน่ ๆ
นอกจากดาวเกษตรเจา้ เรอื นราศี อุจจาภมิ ุขแล้วยอ่ มถือว่าออ่ นกำลงั ลงทง้ั สิน้ ไม่มีขอ้ ยกเว้น
ใดๆ

สำหรับดวงดาวอุจจาภิมุขคู่ ทีเ่ ล็งตรงกันขา้ มในราศตี า่ งๆ แต่ละคู่ ก็นา่ จะมีอิทธิพล
สงู ขึ้นอีกเปน็ ทวคี ูณ เชน่ กับดวงอจุ จาวิลาศคู่ หรอื ดวงอุจคู่ ท้งั นเี้ พราะตำแหน่งดาวคู่ทีเ่ ล็ง
กันนั้น เป็นดาวค่ธู าตุ คสู่ มพลบ้าง ซึง่ ลว้ นแลว้ ก็ส่งผลสงู ทงั้ ส้นิ

เรือนภพทีด่ ีสำหรบั ดวงดาวอุจจาภิมขุ คอื เรือนภพที่ ๑, ๔, ๕, ๗, ๙, ๑๐, ๑๑ ให้ผลดี
มาก

เทยี บตำแหนง่ ดาวทเี่ ป็น อุจ – มหาอจุ – อุจจาวลิ าศ – อุจจาภมิ ขุ

ดวงมหาจกั ร

ดวงดาวเคราะหท์ ่เี ปน็ มหาจักร เป็นดวงดาวที่ให้คุณแนน่ อนทีส่ ุด
มหาจกั ร แปลวา่ ความเจริญดงี ามอยา่ งใหญ่ ดวงดาวทีเ่ ป็นมหาจักร คือตำแหน่งของ

ดวงดาวทีจ่ ะนำไปส่คู วามเจริญรงุ่ เรือง และรำ่ รวยอันย่ิงใหญ่จรงิ ๆ เป็นตำแหนง่ ดาวทใี่ ห้
คณุ สมบัติอนั ดี สมกบั นามช่ือซ่ึงเป็นมงคลอนั สงู ส่ง ดาวทไ่ี ดต้ ำแหน่งมหาจักรจงึ ใหค้ ณุ ต่างๆ
กนั คือ

อาทิตย์ เปน็ มหาจกั ร ในราศกี รกฎ - ให้คณุ ทางลาภยศ มีหลักฐาน
จันทร์ เป็นมหาจกั ร อำนาจ บงั คบั บัญชา เปน็ หัวหนา้ ใหญ่ จะม่ังคง่ั ร่ำรวย
ดว้ ย
องั คาร เป็นมหาจกั ร ในราศีเมษ - ให้คณุ ทางรูปสวยรวยทรัพย์ มกั ได้
พุธ เป็นมหาจักร ดีเปน็ ใหญ่เปน็ โต มเี กยี รตชิ ื่อเสียง มหี ลกั ฐาน ท่ดี ิน ตึก
อาคาร ถา้ สตรมี กั จะได้สามที ่ีมหี ลักฐานสงู ๆ เสมอ อาจ
เปน็ คุณนาย คณุ หญงิ ทา่ นผ้หู ญิงกไ็ ด้ แมจ้ ะหาบของขาย
แต่เดมิ ก็ยอ่ มให้คณุ อยู่นั่นเอง
ในราศกี นั ย์ - ใหค้ ณุ ทางเปน็ คนใจกลา้ จะรำ่ รวย
ให้ผลดที างอำนาจ เกยี รตชิ ือ่ เสยี ง เด็ดเด่ียว อดทน จะมงั่
มีเงินทองมาก
ในราศสี ิงห์ - ให้คุณเดน่ ในทางมีทรัพยส์ มบตั ิ มี
บรวิ าร คนรักใคร่มาก จะได้รับเกียรติยศช่ือเสียงทาง
วิชาการ เปน็ ผเู้ ชี่ยวชาญดว้ ย

พฤหัสบดี เปน็ มหาจกั ร ในราศีพิจกิ - ให้คณุ ทางความมง่ั คั่งร่ำรวย มี

วชิ าการสูงเดน่ มเี กียรตยิ ศชือ่ เสยี ง และประสบ

ความสำเร็จอนั ยิ่งใหญ่

ศกุ ร์ เปน็ มหาจกั ร ในราศีธนู - ใหค้ ณุ ทางมีโภคทรพั ย์สมบัติพสั

สถานรำ่ รวย มีฐานะดี มคี ุณธรรมสูง มเี กียรติคุณชื่อเสยี ง

โด่งดัง

เสาร์ เปน็ มหาจกั ร ในราศพี ฤษภ - สง่ ผลดที างมีทรัพย์สินเงนิ ทองเปน็

ปึกแผน่ ร่ำรวย รู้จักเกบ็ ออม มหี ลกั ฐานดี ตกึ เรอื น

อาคารดว้ ย

ราหู เป็นมหาจกั ร ในราศมี ังกร - ให้คุณทางอำนาจ มกั มีชื่อเสยี งและ

รำ่ รวยดว้ ย มีอำนาจการปกครองบงั คบั บญั ชาดี มบี รวิ าร

และพรรคพวกมาก มโี ชคชยั ชนะศตั รู

หลักพยากรณ์

ดวงดาวที่เป็นมหาจกั ร เปน็ ดาวทแี่ สดงถึงอทิ ธพิ ลของดวงดาวไปในทางโลดโผน ถือ
วา่ ดี บรสิ ทุ ธ์ิ เป็นไปโดยสม่ำเสมอ ให้คณุ ตามภพ ตามลคั นา จะอย่ใู นภพอริ มรณะ วินาศ มี
ดาวเคราะห์ทถี่ อื เป็นมหาจักรท่ีดเี ด่น คือ

(๑) ดาวจันทร์ สำหรบั ผูช้ ายจะไดท้ ำราชการดี ถา้ สตรจี ะไดส้ ามีดี
(๒) ดาวพุธ จะทำให้บุคคลมีฐานะสงู มาก
(๓) ราหู เป็นมหาจกั ร เป็นคนดื้อมาก

ดวงจุลจกั ร

ดวงดาวเคราะหท์ เ่ี ป็นจลุ จกั ร คือดาวท่ีสถิตอยูใ่ นราศีตรงข้ามกับดวงดาวมหาจักร เป็น
ตำแหนง่ ของดาวเคราะห์ท่ใี หค้ ณุ น้อยกว่าดาวเคราะหม์ หาจักร

ฉะน้นั ดาวเคราะห์ทเ่ี ป็นจลุ จักร จึงเป็นตำแหน่งเด่นเช่นกัน และใหค้ ุณจรงิ ๆ แตต่ อ้ ง
กมุ ลคั นา และมดี าวทเ่ี ป็นเกษตรเรอื นในสนับสนุนอยา่ งแรงดว้ ย และดาวเคราะห์จุลจกั รดวง
นนั้ จึงจะให้คณุ เด่นเปน็ พเิ ศษสงู สุดเท่ากับดาวเคราะหม์ หาจกั รดวงนน้ั ๆ

ดวงราชาโชค

ดาวเคราะห์ที่เป็นราชาโชค หมายความวา่ โชคของพระราชา “โชค” หมายถงึ คราวดคี ราว
ร้าย หรือคราวพรอ้ ง คราวประจวบกไ็ ด้ “ราชาโชค” แปลวา่ คราวดคี ราวรา้ ยอยา่ งใหญ่
ดวงดาวราชาโชคน้ี จึงคลา้ ยกับดวงดาวอจุ จาวิลาศ แต่ส่งผลไปในทางนิยมหรอื เป็นเสนห่ ์
ดึงดูด สบื เนือ่ งมาจากดวงดาวเกษตรและดวงอื่นๆ

ดาวเคราะห์ดวงราชาโชค เป็นดาวเคราะห์ที่มคี ุณสมบัติอย่างแนน่ อนทส่ี ุด ไมย่ กเว้น
ตำแหนง่ ทดี่ าวเคราะห์น้นั ๆ เขา้ ครองเรอื นภพใดๆ ถา้ หากดาวเคราะห์ราชาโชคได้ครอง
ตำแหนง่ ในเรือนกัมมะแก่ลัคนด์ ว้ ยแล้ว จะต้องประเสรฐิ เลิศคนอยา่ งใดอย่างหนึง่ แน่นอน
อิทธพิ ลของดาวเคราะห์ท่ีเป็นราชาโชคมีต่างๆ กันดงั น้ี คอื

อาทติ ย์ เป็นราชาโชค ในราศีมถิ นุ - มีอานภุ าพเปน็ ทีร่ ักของปวงชน มี

ความนยิ มในทางราชการ

จันทร์ เป็นราชาโชค ในราศีกันย์ - มคี วามนยิ มต่อผ้ใู หญท่ ่ัวไป คคู่ รอง

เป็นผมู้ วี าสนา หมายถึงพระนางเจ้าเป็นผู้อปุ ถมั ภ์

องั คาร เปน็ ราชาโชค ในราศพี ฤษภ - มคี วามนยิ มตอ่ ผู้มี

ยศถาบรรดาศกั ด์ิ มีมติ รสหายเปน็ ท่ีพึง่

พุธ เปน็ ราชาโชค ในราศีสงิ ห์ - มีความนิยมต่อนกั ประพนั ธ์และ

ทางธรรม มีสติปัญญาดี เจรจามีศิลป

พฤหสั บดี เป็นราชาโชค ในราศเี มษ - มคี วามนิยมตอ่ นกั ปราชญ์ และครู

บาอาจารย์ ผูท้ รงศีลจะเมตตารักใคร่ และจะเปน็ ผมู้ ี

ความสุขมาก

ศุกร์ เป็นราชาโชค ในราศีกรกฎ - มีความนยิ มตอ่ ประชาชน ทำ

ราชการเจรญิ จะมที รพั ย์สมบตั ดิ ้วย

เสาร์ เป็นราชาโชค ในราศีพจิ ิก - เป็นท่ีนิยมทางการงาน ราชการสูง

เดน่ มีอายุยนื นาน

ราหู เป็นราชาโชค ในราศีตลุ ย์ - เปน็ ที่นิยมของพวกโจร และพวก
นกั เลง มบี รวิ ารมากอาจเปน็ เศรษฐี

ดวงเทวีโชค

ดวงดาวเคราะหท์ เ่ี ปน็ เทวีโชค คอื ดาวท่ีอยู่ในตำแหน่งในราศีตรงข้ามกบั ดวงดาวที่เปน็ ราชา
โชค

ดาวเคราะห์เทวโี ชค ใหค้ ุณนอ้ ยกวา่ ดวงดาวราชาโชค แตถ่ า้ กุมลัคนาแล้ว จึงจะมี
คุณสมบตั ิเดน่ ดีท่สี ดุ ใหค้ ณุ เปน็ พเิ ศษสดุ เทา่ กับดาวน้ันเป็นราชาโชคเชน่ กัน

การผูกดวงชาตาข้ันต้น
ดวงชาตาคืออะไร? ดวงชาตาคือแผนท่ชี วี ิต สำหรบั บุคคลหนงึ่ ๆ ว่าจะมีวถิ ชี วี ติ เปน็
อยา่ งไร จะมีบญุ วาสนา หรอื มีกรรมแค่ไหน จะรงุ่ โรจน์หรือคับแคน้ เปน็ ตน้ ในการผกู ดวง
ชาตาน้ี ท่านทม่ี ีความประสงคจ์ ะเปน็ โหร ต้องมกี ารลงทุนซือ้ ปฏิทนิ โหราศาสตร์มา จะมี
คำอธบิ ายวิธใี ชป้ ฏทิ ินโหราศาสตร์รวมอยู่ด้วยอย่างละเอียดถีถ่ ้วน
วธิ ผี กู ดวงชาตา

ทา่ นใหน้ ับเอาราศีพฤศภ เปน็ ราศที ่ี ๑ ราศีมถิ นุ เปน็ ราศที ่ี ๒ ราศีกรกฎเปน็ ราศที ่ี ๓
ฯลฯ ราศีเมษ เปน็ ราศี ๐ หรอื ราศีที่ ๑๒ ดงั ในแบบ เมอื่ ทราบเชน่ น้ี เราก็มาเปดิ ดใู นปฏิทนิ
โหร ตรวจดวู ่าดาวทุกดวงอยูใ่ นราศที ีเ่ ท่าใด ในนนั้ เขาจะบอกไวใ้ หเ้ สร็จ คอื สว่ นมากช่อง

แรกเขาจะบอกราศี เช่น ๐ คอื ราศี ๐ หรือราศีเมษ เราก็ดตู รงวนั เดอื นปเี กดิ น้นั ถ้าเหน็ ว่า
อาทิตยอ์ ย่รู าศี ๐ เราก็วางอาทิตย์ไวใ้ นราศี ๐ ชอ่ งถดั มากเ็ ป็นองศาลิปดาของอาทิตย์ เราก็
เอามาใส่ตรงชอ่ งกลางดวงเพื่อเอาไว้หาลคั นา ช่องต่อมากเ็ ป็นดาวจันทร์ เรากด็ วู า่ จนั ทร์อยู่
ราศที ่ีเทา่ ใด ก็เอาไปวางไว้ช่องราศที ีเ่ ท่าน้นั เหมอื นกัน ตลอดจนดาวอื่นๆ กว็ ิธีเดียวกัน แต่
ส่วนมากปฏิทินของโหรไทยเรามกั วางดาวอังคารถงึ มฤตยูไว้ในช่องทา้ ย เดือนหรอื สิน้ ปัก
การอา่ นปฏิทนิ ส่วนมากเขาก็อธิบายไว้แลว้ ในตอนตน้ ของปฏทิ นิ ทกุ ๆ เล่ม หรือแตใ่ นตัว
ปฏิทนิ เอง กม็ ีกล่าวไว้ถา้ เราเข้าใจกจ็ ะทราบได้ทนั ที

การวางลคั นา
เมื่อวางดวงดาวตา่ งๆ ตามราศีจนครบ ๑๐ ดวงดาวแล้ว ขน้ั ต่อไป กเ็ ปน็ การวาง
ลัคนา ลคั นาสำเร็จมาจากอนั โตนาฑปี ระจำราศี ดังได้วางให้ดใู นรปู นนั้ แลว้ คือเรม่ิ ตน้ ใหด้ วู ่า
บคุ คลผนู้ ้ันเกิดหลังจากอาทิตย์ไปแล้วก่ีชั่วโมง กีน่ าที แลว้ เอาตงั้ ไว้ มาดูองศาลิปดาของ
อาทิตย์นับถอยหลงั มาวันหนึ่งจากวนั เกิด เช่นวนั เกิดท่ี ๒ กม็ าดวู นั ที่ ๑ มีกี่องศาลิปดา เอา
จำนวนองศาต้ังลง เอาเกณฑ์ ๖๐ คูณ เพ่ือกระจายใหเ้ ป็นลิปดา แลว้ เอาจำนวนลิปดามาบวก
เขา้ ไดผ้ ลลพั ธเ์ ท่าใด เอาไปคูณกบั จำนวนอนั โตนาฑปี ระจำราศีทดี่ าวอาทิตยอ์ ยแู่ ล้วเอา
เกณฑ์ ๑๗๐๐ เป็นตัวหาร เลขจำนวนลัพธก์ เ็ ปน็ เวลาอดตี ทอี่ าทิตยโ์ คจรผ่านมาแลว้ เทา่ น้นั

นาที-วินาที เอาอันโตนาฑปี ระจำราศีท่ีอาทิตย์สถิตตั้งลง เอาผลลพั ธท์ ไ่ี ดใ้ นการเอา ๑๘๐๐
หารมาลบ เหลอื เทา่ ใดกเ็ ป็นจำนวนนาที ท่อี าทิตย์จะเดนิ ตอ่ ไปจนสุดราศีนั้น เอาจำนวน
เวลา ๐๖.๐๐ น. ตง้ั ลง เอาลัพธท์ ่ลี บเหลอื มาบวกเข้าจนถงึ เวลาท่ีคนเกิด ถ้าไมพ่ อกเ็ อาอันดต
นาฑใี นราศีขา้ งหนา้ มาบอกตอ่ ไปจนถึงเวลาเกดิ ถงึ ราศีใด ลัคนาสถติ อยูใ่ นราศีนนั้ แต่
ปัจจุบันน้มี ผี ทู้ ำลคั นาสำเร็จไว้ให้แลว้ จงึ ไมล่ ำบากแก่การคำนวณ

ภาพอันโตนาฑีประจำราศี

สำหรับอันโตนาทีประจำราศตี ่างๆ ในภาพจะเหน็ ว่าในราศมี ิถนุ กบั ราศมี งั กร
ระยะเวลา ราศลี ะ ๗๒ เทา่ กัน คือแคบท่สี ดุ ท่านจะเห็นลำดบั เพ่ิมของจำนวนอนั โตนาที

เพ่ิมข้ึนเปน็ ๒ โคง้ โคง้ บนคือราศีพฤศภ เมษ ถงึ กมุ ภ์ โค้งนแี้ สดงขณะอาทิตย์อยเู่ หนือเส้น
ศนู ย์สูตร และอีกโคง้ ข้างล่างแสดงถงึ ขณะอาทติ ย์อยใู่ ต้เส้นศนู ยส์ ตู ร

อนั โตนาทีประโยชน์สำหรบั ดวู ่า ณ จุดท่เี ราอยู่ไดโ้ คจรไป ณ ส่วนใดในราศตี า่ งๆ
กล่าวคอื ราศีอะไรโผล่มาทางขอบฟ้าตะวันออก ณ จดุ เวลาเกิด ถือว่าจุดเวลานั้นอยทู่ รี่ าศนี ้นั
ซง่ึ ความจริงเราจะคิดถึงราศบี นศรี ษะของเราเป็นหลกั แลว้ มักจะต่างกัน ๙๐ องศากบั ความ
จริง ที่ทำอยา่ งนกี้ ็เพราะราศีอยู่บนศีรษะเรานัน้ โหราจารยถ์ ือวา่ ไมแ่ สดงอทิ ธิพลอะไร ส่วน
ราศีทำมมุ ๙๐ องศา (เสน้ สมั ผัสผิวโลก) กบั เรานน่ั สใิ ห้แรง (ทางแมกคานิกส์ คือแรงมุม
เพราะทำมุม ๙๐ องศากับแกน) เหตุนีจ้ งึ มีการคำนวณอันโตนาฑีเพอ่ื ใชเ้ ปน็ หลักในการ
มองเหน็ ว่า ณ จดุ เวลาเกดิ เราเห็นราศีอะไรก่อนโผล่ขนึ้ มา ก็ถอื ว่าเราเกดิ ณ จุดเวลานัน้ อยู่
ท่รี าศนี ั้น ซึ่งระยะทเ่ี ราเหน็ ราศตี ่างๆ โผล่ทางขอบฟ้าตะวันออกนัน้ เปลี่ยนไปตลอดเวลา
ตามตำแหน่งทพี่ ระอาทิตย์โคจรปดั เหนอื หรอื ปัดใต้

อนั โตนาทีตามจำนวนนาทีในรปู ท่านต้องจำไวเ้ พราะเปน็ ปจั จยั สำคัญในการหาวา่
ณ จุดเวลาเกิดของบคุ คลนั้นอยู่ ณ ท่ีใดในจกั รวาล เรอ่ื งอนั โตนาฑี ท่านตอ้ งอา่ นและเขยี น
รปู ดู หากท่านหาส้มโอมาสักผลหนึง่ ลองตะแคงดูกับแสงไฟ แลว้ ลองหมนุ ดูตำแหนง่ ตา่ งๆ
ท่านจะเข้าใจทันที ในการอธิบายโดยแสดงรูปทรวดทรงน้ัน ทำใหเ้ กดิ การเขา้ ใจยาก
เหลือเกิน เพราะรปู มองเห็นด้านเดียวเทา่ น้ัน

อันโตนาฑคี ืออะไร คือ ระยะเวลาจุหนึ่งบนโลกหมนุ ผา่ นราศีตา่ งๆ แตล่ ะราศีไม่
เทา่ กัน ตามรปู การโคจรของโลกท่านจะเหน็ วา่ เน่ืองจากโลกเอยี งแกนให้ดวงอาทติ ย์นีเ่ อง
จึงเกิดเหน็ ดวงอาทติ ย์ออ้ มเหนือและอ้อมใต้ เกิดฤดูกาลต่างๆ ขึ้น

๑. อาทิตย์อ้อมเหนอื คอื ฉายแสงอยเู่ หนอื เส้นศูนย์สูตรของโลก บริเวณ
ความสว่างจะครอบคลมุ ถงึ บรเิ วณขวั้ โลก ในตอนนี้จะเป็นราวๆ เดือนมีนาคม-สิงหาคม ใน
เมืองไทยซ่ึงอาทติ ย์อยู่เหนือเสน้ ศูนยส์ ตู รก็กลายเปน็ ฤดูรอ้ น เราจะสงั เกตตอ่ ไปว่าเวลา

กลางวันยาวมาก (เวลากลไกน้นั เราถือคงท่จี ากนาฬกิ า) จะเหน็ ว่าเวลา ๑๙.๐๐ น. แลว้ บาง
วนั ยงั ไมม่ ืด และเวลารุง่ อรุณเลา่ ๐๕.๐๐ น. ก็รบี สว่างแล้ว

ถ้าท่านสังเกตภาพจะเหน็ และเขา้ ใจทันทีว่า ขณะอาทิตย์ลอยอยูเ่ หนอื เสน้ ศูนยส์ ตู ร
กบั ขณะอยตู่ รงเสน้ ศูนยส์ ูตรนน้ั กลางวันกลางคืนมรี ะยะตา่ งกนั อยา่ งไร

๒. สำหรับอาทิตย์อยู่ใตเ้ สน้ ศูนย์สูตรกเ็ ช่นเดียวกัน ข้อสำคญั ทางโหราศาสตร์ไทย
เราถือเอาเวลา ๐๖.๐๐ น. เป็นเวลาแรกเหน็ อาทติ ย์ หรอื อาทติ ย์อุทัยเปน็ เกณฑอ์ าทิตย์ท่ีเรา
เห็นเวลา ๐๖.๐๐ น. นน้ั อยู่ตรงตามราศแี ละองศาอาทิตย์ในปฏิทนิ แตเ่ มื่อการเห็นอาทิตย์
เรว็ และช้าไปจาก ๐๖.๐๐ น. ดังกล่าวนี้ จึงได้กำหนดความกว้างของระยะใน ๑ ราศที ่จี ุดหนึ่ง
บนโลก ณ เวลา ๐๖.๐๐ น. ผ่านไปตา่ งๆ กนั แต่ผลรวมสดุ ท้ายจะเท่ากับ ๒๔ ชวั่ โมง อันเป็น
เวลาท่โี ลกหมุนรอบตัวเองน่ันเอง หลกั การในการแบง่ ระยะเวลาในการผ่านราศขี องโลกน้นั
อาศัยเวลาท่โี ลกหมุนรอบตวั เองนนั่ เอง หลักการในการแบง่ ระยะเวลาในการผ่านราศีของ
โลกนัน้ อาศัยการสงั เกต ณ ตำบลอยูเ่ หนอื เส้นศูนย์สตู รเป็นมุมราว ๑๓ องศา คอื ที่กรุงเทพฯ
ประกอบกบั การสงั เกตวิถีโคจรของอาทิตย์ข้ึนเหนอื และใต้เส้นศนู ยส์ ูตร ณ จุดต่างๆ ภายใน
๑ ปวี า่ ทำให้ตำบลกรุงเทพฯ มีการมองเหน็ ดวงอาทิตย์รงุ่ อรุณ ผดิ จากความจริงจากเวลา
๐๖.๐๐ น. ไปเป็นเวลาเทา่ ใด... ฉะน้นั การคำนวณกำหนดอนั โตนาทขี องเรา จงึ นบั วา่ ใชไ้ ด้

เฉพาะกรุงเทพฯ เทา่ นน้ั ส่วน ณ ตำบลอืน่ ๆ ทเ่ี หนือหรือใต้กรุงเทพฯ ไปมากๆ แล้วย่อมมี
ความคลาดเคล่ือนไปจากความจริง

สำหรบั ประเทศไทยเรามีอาณาเขตจากมมุ ๕ องศา ถงึ ๒๐ องศาเหนือเส้นศูนยส์ ูตร
จึงถือเอาอันโตนาทที ี่ทำเฉพาะองศา ๑๓ องศา ใช้โดยทวั่ ไป ฉะนนั้ ในการวางลัคนากำเนิด
ในขณะอาทติ ยอ์ งศาอาทติ ยอ์ ยรู่ าวๆ กลางราศี จะเหน็ ว่าใชก้ ารไดด้ ี หากคนเกดิ องศา
อาทติ ย์อ่อนหรอื แกเ่ กนิ ไปแล้วยอ่ มเกิดความบกพร่องในตำแหนง่ ของลคั นาเป็นอนั มาก
องศาทเ่ี พ่ิมข้นึ ไปทางเหนอื และทางใตจ้ ากกรุงเทพฯ จากการคำนวณไดผ้ ลคอื ผลตา่ งองศา
ละ ๖ นาที ในปจั จบุ ันนี้ มโี หราจารย์หลายท่าน ได้คำนวณอันโตนาทสี ำหรบั ใช้ประจำตำบล
ตา่ งๆ ภายในประเทศของเรา นบั จากเหนือสดุ ถึงใต้สุด เรียกว่าลัคนาสำเร็จ ได้ทดลองใชแ้ ลว้
ปรากฏได้ผลดเี รว็ ทันใจ

ขอ้ ความเข้าใจในการผกู ชาตากำเนดิ
ก่อนที่จะเขา้ ใจถึงการผูกดวงชาตากำเนดิ ท่านตอ้ งเข้าใจในการใชป้ ฏิทนิ เสยี กอ่ น
นักศกึ ษาวิชาโหราศาสตรท์ กุ คนจำเป็นต้องมีปฏทิ ินอดตี จำนวนหลายๆ ปี เพื่อผกู ดวงของคน
ทเ่ี กดิ แล้วลว่ งมาหลายๆ ปี กับต้องมปี ฏิทินปัจจุบันและอนาคต คอื ปฏทิ ินประจำปใี นขณะน้ี
ปฏทิ ินโหราศาสตรม์ ีหลายแบบ ในเล่มนนั้ มีคำอธบิ ายในการดแู ละการใช้ปฏทิ นิ อยา่ ง

ละเอยี ดลออ พรอ้ มกับมหี ลายอย่างทีค่ วรอ่าน ฉะนนั้ เราจงึ ไมอ่ ธบิ ายการดูปฏิทนิ ในตอนน้ี
เพราะปฏทิ ินอดตี ปจั จุบนั และอนาคต ก็อ่านเช่นเดยี วกนั และนกั โหราศาสตร์ทุกทา่ น
จำเปน็ ต้องมอี ยูแ่ ล้ว

บดั น้ี ทา่ นไดม้ าถงึ ความสำคญั ของวิชาโหราศาสตรแ์ ลว้ ในปัจจบุ นั การผูกดวงชาตา
จากปฏิทินโหราศาสตร์งา่ ยเหมือนบวกเลข ใครกส็ ามารถเขา้ ใจ และทำไดร้ วดเร็วเมื่อผูกดวง
ชาตาแลว้ เสรจ็ กด็ ูคล้ายกับเรามองเหน็ บคุ คลนน้ั โดยทะลุปรุโปร่ง

สงิ่ ทีต่ อ้ งทราบ
๑. วนั เกดิ - วนั เกิดอะไร นบั จากพระอาทิตยข์ ้ึนเปน็ วนั ใหม่ (กน่ี าฬิกา) กับตรงกับวนั ท่ี

เทา่ ไร
๒. เดือน - ทางจันทรคติ คอื เดือน อ้าย ย่ี สาม สี่ ถึงเดอื น ๑๒

- ทางสรุ ยิ คติ คอื เดอื น เมษา ถงึ มนี า เราต้องรู้ทงั้ ๒ ประเภท เพื่อสอบให้
ตรงกนั

๓. ข้ึน หรอื แรม กี่ค่ำ – เพ่ือสอบกับวนั ที่
๔. ปี - ปี ชวด ฉลู ถึง กนุ ตรงกบั พ.ศ. เทา่ ใด

๕. เวลาเกิด- ก่นี าฬกิ า เอาเวลา ณ จดุ เวลาที่เด็กเรม่ิ หายใจ เรียกว่าเวลาตกฟาก แล้วลบ
ออก ๑๘ นาที เฉพาะผูท้ ีเ่ กดิ ในจงั หวดั พระนคร และธนบุรี

สำหรบั วัน เดอื น ปี ขึ้น แรม และเวลาเกดิ น้ี จำต้องสอบใหต้ รงกันถกู ตอ้ ง
แน่นอนเสียก่อนจงึ ทำการผกู ดวงชาตาได้ เม่อื ไดด้ วงชาตากำเนิดแล้ว ถือเงาฉายของดวงดาว
ในจกั รวาลลงบนพ้นื ราบ เพ่อื ดตู ำแหน่งสัมพันธ์ทางราบกับจดุ เวลาเกดิ ณ ราศีที่อยู่

เหตุที่ลบออก ๑๘ นาที เพราะการเทียบเวลาในเมอื งไทยเกนิ ไป ๑๘ นาทจี ากเวลา
สากล ทคี่ ดิ ตามจุดต่างๆ บนพ้ืนโลก รายละเอียดที่ตอ้ งลบออก คือผ้ทู ีเ่ กดิ แต่ ๑ เมษายน
พ.ศ. ๒๔๖๓ ขึ้นมาถงึ ปัจจบุ นั และตอ้ งเพม่ิ สำหรบั ผทู้ ่ตี ่ำกว่า ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓ ลงไป
และรายละเอียดที่จะต้องลบออกและเพิ่ม จะเอาไวก้ ล่าวในเรอ่ื งเวลาอตั ราท้องถิ่น

การปฏิบตั ิในเวลาผูกดวงชาตา ต้องวางดวงดาวเคราะหต์ ่างๆ ทุกดวงลงในชอ่ งราศี
ของวันทเี่ กดิ แล้วแต่ดาวดวงใดจะสถติ อยู่ในราศใี ดๆ กต็ าม โดยดูจากปฏทิ นิ โหราศาสตร์
บอกสมผุสไว้เฉพาะวันทายปักษ์ หรือส้นิ เดอื นเท่านน้ั เมื่อวนั เกิดอยู่กลางๆ ปักษข์ องเดอื นก็
ใชก้ ารคำนวณหาผลต่างๆ เพอ่ื ดูสมผุสทแ่ี ท้ ปฏทิ ินของหลวงอรรถ มวี ธิ คี ำนวณประกอบ
ตารางตัวเลขต่างๆ ไว้อย่างละเอยี ด ปฏิทินของอาจารย์ทองเจอื อา่ งแกว้ ท่สี ร้างขึน้ ใหม่มี
สมผสุ ดาวทุกดวงทกุ วนั สะดวกมากกับผ้ใู ช้ ไมต่ อ้ งมาน่ังคำนวณอีก เอาเวลานง่ั คำนวณไว้

คน้ ควา้ หาความรดู้ ีกวา่ เมือ่ เราวางดวงดาวเคราะหเ์ สรจ็ เรยี บร้อยแลว้ กว็ างลคั นาจุดเวลา
เกดิ ลงในดวงน้ัน เสร็จแลว้ กห็ าตนุเศษต่อไป (การหาตนุเศษจะกลา่ วตอ่ ไปในตอนหลงั )

ตัวอยา่ งการผูกดวงชาตา
สมมตุ ิ วนั เกิดของเดก็ ชาย ก. เกิดวันจันทร์ แรม ๕ คำ่ เดือน ๒ ปมี ะแมตรงกบั วนั ที่
๓๐ เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เวลาเกิด ๐๖.๒๐ นาฬิกา
ผูกดวงชาตาสมมตุ ิตามปฏทิ ินของ อาจารย์ทองเจอื อา่ งแก้ว จะได้ตำแหน่ง
ดวงดาวเคราะห์ ดังนี้ คือ :-
อาทติ ย์ อกั ษร อ. เลข ๑. สถติ อยูร่ าศี มังกร
จันทร์ อกั ษร จ. เลข ๒. สถิตอยรู่ าศี กนั ย์
องั คาร อักษร ภ. เลข ๓. สถิตอยรู่ าศี ตลุ ย์
พุธ อักษร ว. เลข ๔. สถติ อยรู่ าศี กุมภ์
พฤหัสบดี อกั ษร ช. เลข ๕. สถติ อยู่ราศี กรกฎ
ศกุ ร์ อกั ษร ศ. เลข ๖. สถติ อยรู่ าศี กุมภ์
เสาร์ อกั ษร ส. เลข ๗. สถติ อย่รู าศี กมุ ภ์
ราหู อกั ษร ร. เลข ๘. สถติ อยู่ราศี เมษ

เกตุ อกั ษร ก. เลข ๙. สถติ อยรู่ าศี ธนู
มฤตยู อกั ษร ม. เลข ๐. สถติ อย่รู าศี สงิ ห์

ลคั นา สถิตราศมี งั กร

ดวงชาตาท่ีผกู เสรจ็ แลว้

ตวั อยา่ งปฏทิ นิ โหราศาสตร์
ของอาจารย์ทองเจอื อ่างแก้ว
มะแม พ.ศ. 2510 จ.ศ. 1328 ปกติมาศ ปกติวาร ปกตสิ ุรทนิ

วธิ อี ่านปฏทิ ินโหราศาสตร์

ปฏทิ ินโหราศาสตรแ์ บบนี้ แบ่งออกเปน็ ๑๐ ชอ่ ง

ช่องที่ ๑แสดงตำแหนง่ ของดาวอาทิตย์ มี ๓ ช่อง คอื ราศี องศา ลิปตา เม่อื เวลา ๒๔.๐๐ น.

ชอ่ งที่ ๒แสดงตำแหนง่ ของดาวจนั ทร์ มี ๓ ชอ่ ง คือ ราศี องศา ลิปดา เม่อื เวลา ๒๔.๐๐ น.

ชอ่ งท่ี ๓บอกเวลาทดี่ าวจันทรย์ ้ายราศี

ช่องท่ี ๔บอกฤกษข์ องดาวจนั ทร์ท่ีผา่ นไปแลว้ และนาทีฤกษ์

ชอ่ งที่ ๕บอกดิถขี องดาวจนั ทร์ที่ผ่านไปแล้ว และนาทดี ิถี

ชอ่ งท่ี ๖บอกวนั ในสปั ดาห์ ใชอ้ กั ษรแทนวัน คอื อ.-อาทติ ย์ จ.-จันทร์ ภ.-องั คาร ว.-พุธ ช.-

พฤหสั บดี ศ.-ศกุ ร์ ส.-เสาร์

ชอ่ งท่ี ๗บอกขน้ึ แรมทางจนั ทรคติแบบไทย

ชอ่ งที่ ๘บอกเดือน ทางจนั ทรคติ

ช่องที่ ๙บอกวันท่ี ทางสรุ ยิ คติ

ช่องท่ี ๑๐ แสดงตำแหน่งของดาวทีย่ า้ ยราศีเวลา ๒๔.๐๐ น. มี ๓ ชอ่ ง คือ

ราศี องศา ลปิ ดา อกั ษรแทนดาว ส่วนเลขขา้ งหลักดาว แสดงเวลาท่ีเขา้ สรู่ าศีนั้น

อกั ษรหลงั เวลา ส.=เสริด ม.=มนท์ พ.=พกั ร ดวงชาตาแสดงตำแหน่งของดาววัน

สิ้นเดอื นตัวเลขแสดงราศี องศา ลปิ ดา ของดาวต่างๆ ในวันสนิ้ เดือน ส่วนเลขแถว
หลงั ดาว คือ ฤกษ์ และนาทีฤกษ์

ข้อควรระวังเมอ่ื ขณะผูกดวงชาตา
๑. ระวงั ดาวจันทร์ จะย้ายเข้าราศีอะไร เวลาเทา่ ไร

- ในวนั ทเี่ กิด ถ้าเกิดกอ่ นเวลาจันทรย์ า้ ย หมายความว่า ผูน้ ้ันยังเกดิ ไมถ่ ึงราศีท่ี
จนั ทรย์ ้ายเข้ามาในราศีนัน้ ๆ
ตวั อย่าง เช่น
- นาย ก. เกดิ วันท่ี ๒๘ ตลุ าคม ๒๔๗๐ เวลา ๐๗.๐๐ น.
- ในปฏทิ ินโหร วนั ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๔๗๐ จนั ทร์อยูร่ าศีที่ ๗ เวลา ๑๓.๐๕ น. น่ี
ก็แสดงว่านาย ก. ยังเกดิ ไม่ถึงเวลา ๑๓.๐๕ น.
- ฉะนั้น ราศที ่ี “จนั ทร”์ ตอ้ งอยู่ในราศีท่ี ๖ กอ่ น
- หากนาย ก. เกิดเวลา ๑๓.๐๕ น. หรือ ๑๓.๑๐ น. ๑๘.๐๐ น. กระทง่ั ถึงเวลา
๑๓.๐๔ น. ของวนั ใหม่ จันทร์จงึ จะอย่รู าศที ี่ ๗
๒. สำหรบั ดวงดาวต่างๆ แตอ่ งั คาร-มฤตยู ก็ตอ้ งดูเวลาของดวงดาวเหล่านน้ั ดว้ ยวา่
ดวงดาวยา้ ยราศแี ล้วหรือยัง เขาจะบอกดาวยา้ ยราศไี ว้

- หากดาวดวงใดย้ายราศี เวลาเท่าใด ผ้ทู ่ีเกิดถา้ เกิดก่อนเวลาของดาวทยี่ า้ ยนั้น
ก็ให้นบั ดาวราศดี วงนัน้ ยังไม่ย้ายราศนี ้ัน
- สมมตุ ิวา่ ดาวอังคาร ย้ายราศี วนั ทเี่ ทา่ ใด เวลาอะไร เช่น ย้ายเวลา ๑๘.๒๒ น.
ของวนั ท่ี ๒๗ มกราคม ๒๔๗๒ ดาวองั คารอยรู่ าศที ี่ ๙ ผู้ท่เี กิด ยังเกดิ ไมถ่ งึ เวลา
ของดาวยา้ ย ต้องคดิ ว่าดาวอังคารยงั อยรู่ าศีท่ี ๘ เดมิ ก่อน

อธิบายการอา่ นปฏิทินโหราศาสตรข์ ณะผกู ดวงชาตา
การผูกดวงชาตาตามปฏทิ ินของอาจารย์ทองเจือ อา่ งแกว้ เม่อื เขาบอกวนั เดือน ปี
เกิด และเวลาเกดิ สถานที่เกิดให้เราทราบแลว้ เรากน็ ำปฏิทนิ มาเปดิ ดูวา่ ปีอะไรอยซู่ ้ายมือ
ตอนบน บอกปี และ พ.ศ. ไว้ ส่วนเดือนบอกไวข้ ้างลา่ งใกลก้ ับดวงทผี่ กู ไว้สน้ิ เดือน สว่ นวนั ที่
อยรู่ มิ ขวามือ ตอ่ จากนน้ั มีช่องเขาเขยี นตวั อกั ษร ด.ไว้ ตอ่ จากนน้ั อีกจะมีบอกอกั ษรไว้ว่า ข.ร.
คือช่องขา้ งข้นึ ขา้ งแรม ต่อมาข้างซ้ายอีก บอกวาร (คอื วนั ) มีอกั ษรวัน อักษร อ. หมายถึง วัน
อาทติ ย์ จ.-จนั ทร์ ภ.-องั คาร ว.-พธุ ช.-พฤหัสบดี ศ.-ศุกร์ ส.-เสาร์ เมอ่ื เทียบวนั เดือนปี
เกดิ ถูกต้องแล้ว ก็ขีดดวงชาตาลงในกระดานหรอื กระดาษ แลว้ แต่จะสะดวก
ตอนซา้ ยมอื สดุ บอกดาวอาทิตย์ เขาขีดชอ่ งไว้ ๓ ชอ่ ง ช่องแรกเป็นราศี อาทติ ยช์ ่อง
ท่ี ๒ เป็นองศาอาทิตย์ ช่องที่ ๓ เปน็ ลิปดาอาทิตย์ ควรเอาไม้บรรทัดวางไว้ใหต้ รงกบั วนั เดือน

ปีเกิด ถ้าช่องซ้ายสุดของอาทิตย์มีอักษรเลข ๐ ไว้เช่นน้ี ใหเ้ อาเลข ๑ คือดาวอาทติ ย์ เขยี นลง
ในราศเี มษ ถ้าชอ่ งซา้ ยสดุ ของอาทิตย์ เขาเขยี นเลข ๑ ไว้ เรากเ็ ขยี นเลข ๑ ดาวอาทิตย์ลงใน
ราศพี ฤศภ ถ้าเขาเขียนเลข ๒ ไว้ เราก็เขียนเลข ๑ ดาวอาทิตยล์ งในราศมี ิถุน ฯลฯ ชอ่ งที่ ๒
เปน็ ช่ององศานั้น เรากด็ ูองศาอาทิตย์เท่าใดและลปิ ดาเทา่ ใด เราก็เขียนลงตรงกลางของดวง
ชาตา เอาองศาไว้บนเอาลปิ ดาไวล้ ่าง องศาอาทติ ยน์ จ้ี ะขาดมไิ ด้ เพราะการหาลัคนา ต้องหา
จากองศาของอาทติ ยน์ ี้ด้วย

ชอ่ งต่อจากอาทิตย์ คือดาวจันทร์ เขาขดี ไว้ ๔ ชอ่ ง มากกว่าอาทิตย์ ๑ ชอ่ ง เนอ่ื งจาก
ดาวจนั ทร์โคจรเร็ว ราศลี ะ ๒ วันคร่งึ ชอ่ งที่ ๑ เปน็ ช่องบอกดาวยกไว้ดว้ ย (ดาวจนั ทร์ยา้ ย
ราศี) จงึ เป็นชอ่ งสำคัญมาก เชน่ จันทรอ์ ยู่ในราศีที่ ๑ แต่ในช่องท่ี ๔ บอกเวลา ๐๑.๐๐ น.
หมายความว่า จันทรย์ ก ย้ายเขา้ ราศที ่ี ๑ เวลาตี ๑ แต่ผู้นน้ั เกิดกอ่ นเวลาตี ๑ กห็ มายความ
ว่าจันทรย์ งั อยู่ในราศเี มษ คือราศี ๐ เพราะเวลาวันเกิดนั้นจันทร์ยังไม่ยก ยา้ ยเขา้ ราศที ี่ ๑
การผกู ดวงชาตาขอให้ถอื ว่าจนั ทร์สำคญั มาก หากผิดพลาดขนึ้ ตน้ ตรงจนั ทร์ย้ายราศีแลว้
การพยากรณผ์ ิดพลาดไปหมด เพราะดาวจนั ทรเ์ ปน็ ของสำคัญรองจากดวงอาทิตย์

ชอ่ งดาวยา้ ยราศี ซ่งึ อยใู่ นช่องขวามอื สดุ น้ัน เป็นของสำคัญมากไม่น้อยเหมอื นกนั
มกั จะเผลอกันบอ่ ยๆ เพราะดาว ๒ ดวงทีย่ ุง่ มาก ประเดีย๋ วเดินเรว็ ประเดี๋ยวเดนิ ช้า นานๆ
จงึ จะเดินปกติ คอื ดาวพุธ และดาวศกุ ร์ ดาว ๒ ดวงนย้ี ุง่ เหมอื นกับตวั ของเราเอง ความหมาย

ของดาวพุธ คือ สติปญั ญา และการแสวงหาเงินทอง ส่วนดาวศกุ ร์หมายถงึ กามารมณ์ คือ
ความสุขสำราญ และลาภผล

ช่องดาวยา้ ยราศีน้ี จะแสดงดาวย้ายราศี นบั แตด่ าวองั คาร, พธุ , พฤหัสบดี, ศุกร,์
เสาร์, ราหู, เกตุ, มฤตยู เช่นเขยี นไวว้ ่า ๐ ๐.๒๐ ภ. ๑๒. ๑๕ หมายความว่า ดาวองั คารย้าย
เขา้ ราศเี มษ เวลา ๑๒.๑๕ น. หากหลังเวลามอี ักษร พ. หมายความวา่ พักรด้วย ถา้ มี ม.
หมายความว่า มนท์ ถ้า ส. หมายความว่า เสรดิ ดาวทัง้ ๘ ดวงน้เี ขาจะมารวมไว้ตอนล่างสดุ
ขวามอื ตรงกับดาวยา้ ยราศี แถวหน้าบนบอกราศีองั คาร ช่องท่ี ๒ บอกองศา ชอ่ งที่ ๓ บอก
ลิปดา ชอ่ งท่ี ๔ บอกชอ่ื ดาว ชอ่ งที่ ๕ บอกฤกษ์ ช่องท่ี ๖ บอกนาที ฤกษ์ที่ดาวนัน้ ๆ ผา่ นฤกษ์
นัน้ ๆ ไปได้กีน่ าทฤี กษ์ เขากรอกเรียงลงไปตามลำดับจนถงึ มฤตยู สำหรบั ดวงที่เขาผูกไว้นัน้ ใน
มมุ ปฏิทินเป็นวนั ส้ินเดอื นของเดอื นน้นั โดยถือเวลา ๒๔.๐๐ น.

สำหรบั ราหู และเกตุ เดนิ นอกแบบ ผิดกับดาวทง้ั หลาย คอื เดินลดองศาลปิ ดาและ
ทวนราศผี ดิ กบั ดาวอ่ืนๆ

การเขียนดาวเคราะห์ลงในราศี เมอ่ื เราทราบตำแหน่งของดาวเคราะห์ทุกๆ
ดวงดาวแล้ว ตลอดทง้ั องศาลิปดาดแี ลว้ วา่ อย่รู าศใี ดบา้ ง ก็เขยี นลงตามชอ่ งราศีน้นั ให้ครบทงั้
๑๐ ดวง แต่การเขียนดาวเคราะห์ มกี ฎเกณฑ์การเขียนท่ถี ูกตอ้ งคือ ดาวเคราะหใ์ ด มีองศา
แต่ ๐-๙ องศา เขยี นเลขดาวเคราะหน์ น้ั ๆ ชิดทางขวาของราศี ถ้าดาวเคราะหใ์ ดมีองศา ๑๐

ถึง ๑๙ องศา เขียนเลขดาวเคราะห์นนั้ ๆ ตรงกลางของช่องราศี และ ๒๐ ถึง ๒๙ องศา เขียน
เลขดาวเคราะหช์ ดิ ซ้าย ท้ังน้ีเพื่อสะดวกการอ่านดวงชาตาพยากรณ์

การวางลคั นา เมื่อผกู ดวงชาตา วางดวงดาวลงในช่องราศถี กู ต้องดแี ลว้ แตย่ ังไมไ่ ด้
วางลคั นา จึงขอแนะนำให้ซ้ือลัคนาสำเรจ็ ของอาจารย์สิงหโ์ ต สนิ สนั ธเ์ิ ทศ ราคาแผ่นละ
๑๐ บาท จะมีคำอธบิ ายวธิ ีใชเ้ ขา้ ใจง่าย และวางลคั นาได้รวดเรว็ ทนั ใจถกู ตอ้ งดี ไม่ควรจะเอา
หวั สมองไปน่ังคำนวณ เอาเวลามาอา่ นตำราดีกว่า

วิธวี างลคั นาโดยใช้ลคั นาสำเรจ็ น้ี เรากค็ วรตรวจดูดวงทเี่ ขียนไวแ้ ลว้ น้นั ใหด้ ทู ี่
ดาวอาทิตยเ์ ป็นเครอื่ งหมายสำคัญคอื เลข ๑ อยใู่ นราศใี ด แล้วหมุนแผน่ ลัคนาสำเรจ็ ไปให้
ตรงกบั เลข ๖ ซึ่งมลี ูกศรแดงในราศีทอ่ี าศัยอยู่ มีเสน้ ซา้ ย-เส้นขวา อาทติ ยอ์ ย่กู ลางเราวางให้
ตรงเสน้ ขวาของอาทิตย์ใหต้ รงกับลกู ศร แลว้ เราไปดูทีด่ วงชาตาทีผ่ ูกไวอ้ งศาอาทติ ยอ์ ยตู่ รง
กลางดวงมจี ำนวนเท่าไร แล้วหมุนไปตามขวามือเทา่ จำนวนองศาของอาทิตย์ มเี ส้นดำรมิ น
อกเลก็ บอกเส้นละองศา พบครบ ๕ องศาจะมขี ีดแดงบอก ราศีหนง่ึ มี ๓๐ องศา ครั้นหมนุ
ครบองศาอาทติ ยแ์ ลว้ กห็ ยดุ ทนั ที ต่อจากนนั้ เราไปดูวา่ เวลาเกดิ เป็นเวลาเท่าใดในแผ่นนอก
ทไี่ ม่หมนุ นั้น เขาบอกเวลาไว้แล้ว ต้ังแต่ ๑ ถงึ ๒๔ คอื ๑ วนั เราจะรู้ได้เวลาเกิดของผู้นนั้ ดู
ราศี แผน่ เล็กท่ีหมุนบอกไวท้ ัง้ ๑๒ ราศี หากเวลาเกิดตรงกับราศีใด กใ็ ห้วางลัคนาลงในราศี

นนั้ และดลู คั นาเวลาเกิดด้วยจะไดก้ ่ีองศา ถือเกณฑก์ ารเขยี นลัคนาแบบเดยี วกับการเขยี น
ดวงดาว และการเขยี นลคั นาท่ถี ูกตอ้ ง ควรเขียน อกั ษร ล.

ตัวอยา่ ง
ลคั นาสำเร็จ

หากว่าลัคนาคาบเส้น เกิดความสงสยั ว่า ลัคนาจะอยรู่ าศีใดแน่
เราต้องเรียนรูถ้ งึ ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในวนั เดอื นทเ่ี กิดนน้ั พระอาทติ ยข์ นึ้ เวลาเท่าใด
เพราะเวลาของนาฬิกาเขาใช้แบบสากล แตโ่ หราศาสตร์ถืออาทิตย์เป็นกฎเกณฑ์ พระอาทิตย์
ข้ึนจึงจะเรียกว่าวนั ใหม่ บางเดอื นบางวันพระอาทิตยข์ ึ้นเวลา ๐๕.๓๐ น. และบางเดอื น บาง
วันพระอาทิตยข์ นึ้ เวลา ๐๖.๔๐ น. เราตัดทอนได้ การวางลัคนาเปน็ ของสำคญั มาก หากเรา
ได้ตรวจสอบทุกๆ ด้าน ความผิดพลาดอาจจะไม่มี หากจะมีบ้างก็เป็นส่วนน้อย ขนั้ แรกๆ
รู้สึกวา่ จะลำบากสกั หนอ่ ย แตต่ อ่ ไปจะได้รับความสะดวกสบายย่ิงขึน้

เม่ือผกู ดวงชาตาวางลัคนาเรยี บรอ้ ยแล้ว ดังตัวอย่างประกอบคำอธบิ ายมานี้ แตก่ ย็ ัง
ไมเ่ รียบรอ้ ยที่จะใชพ้ ยากรณ์ได้ ตอ้ งหาตนเุ ศษอกี

การหาตนเุ ศษ
การหาตนุเศษ คือใหด้ ูวา่ ลัคนาอย่ใู นราศใี ด มดี าวอะไรเป็นเกษตร เริ่มนบั ลัคนา
เป็น ๑ ไปหาดาวตนุลัคน์ของตน (คือดาวเจา้ เรือนเกษตรประจำราศลี ัคนา) นับได้เท่าใดเป็น
จำนวนต้ังลง แล้วเอาราศีท่ดี าวตนุลคั นข์ องตนสถติ อยเู่ ปน็ ๑ นบั ไปหาดาวเจ้าเรือนเกษตรที่
ดาวตนุลัคน์อาศัยอยู่ ได้เท่าใดเอามาคณู แลว้ เอา ๗ หาร เหลือเศษเท่าใดให้ไปกากบาทท่ี
จำนวนเศษน้ันคอื กาลงทีด่ วงดาวท่ีเปน็ จำนวนเศษนัน้ เอง เรยี กวา่ ตนเุ ศษ หากลัคนา อยูใ่ น

ราศที ่มี ีดาวเกษตรเปน็ เจา้ เรอื นประจำอยู่ หรือเรยี กว่าดาวเกษตรกุมลัคนอ์ ยดู่ ้วยแล้ว จะนบั
ได้ ๑ และไมต่ อ้ งนบั ต่อไปอีก ใหถ้ ือว่าเศษ ๑ หรือดาวอาทติ ย์ คอื ๑ เป็นตนเุ ศษ

ถา้ ลคั นาอยู่ราศกี มุ ภ์ให้นับหาเสาร์ ไม่ใชน่ ับหาราหู เพราะราหไู มม่ ีเกณฑเ์ ปน็ ตนุ
เศษ

ตนเุ ศษนี้ ทา่ นกลา่ ววา่ มคี ณุ สมบัติเทียบเทา่ ลคั นา คอื เปน็ ลคั นาได้อกี ตวั หนงึ่ แต่
ตนุเศษ หมายถงึ นสิ ยั หรืออารมณ์ของบคุ คล ดาวอะไรเปน็ ตนเุ ศษ กม็ นี สิ ัยหรืออารมณ์
ตามนัน้

สำหรับคนทีไ่ มร่ ู้เวลาเกดิ หรือเวลาเกิดไม่แนน่ อน ใชด้ าวอาทติ ย์แทนลัคนาดีพอกบั
ลัคนาเหมอื นกัน สำหรบั ดาวจันทร์ ทายแทนลัคนาไดอ้ ีกเช่นกนั สำหรบั คนที่ไม่รเู้ วลาเกดิ

บางคนหาตนเุ ศษ เพื่อทายนสิ ยั หรอื อารมณ์ของดาวต่างๆ อกี คอื ตอ้ งการดูนสิ ยั
เร่อื งเงนิ ทองของตน กจ็ ับเราเรอื นกฎุมพะเป็น ๑ แล้วหาวธิ เี ดียวกนั เท่าท่อี ธิบายมานเ้ี ราก็
คำนวณดวงชะตาตวั อยา่ งได้ถูกต้องโดยสมบรู ณ์ ดงั นี้

เมือ่ ได้ดวงชาตา มีลคั นาสถติ อยู่ ณ ราศีใดแล้ว ใหน้ บั ราศีที่ลคั นานนั้ เป็นเรือนชาตา
หรอื เรยี กวา่ ภพ มีอยู่ ๑๒ เรอื น หรือ ๑๒ ภพ

โดยเฉพาะทีล่ คั นาสถิตอยู่ เปน็ เรอื นชาตาที่ ๑ หรอื ภพท่ี ๑ แล้วนบั ทวนเขม็ นาฬกิ า
หรอื นบั เวียนซ้ายต่อไป เปน็ เรอื นที่ ๒ หรอื ภพที่ ๒ จนถึง ๑๒ เรอื น หรือ ๑๒ ภพ ซงึ่ นับเรยี ง
กันไปดงั นี้

ตนุ กฎุมพะ สหัชชะ พนั ธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ มรณะ ศภุ ะ กมั มะ ลาภะ วนิ าศ รวม ๑๒
เรอื น หรือ ๑๒ ภพ

ความหมายของภพ

ภพ เรยี กตามไทยว่า เรือนชาตา มีอยู่ ๑๒ เรอื น หรอื ๑๒ ภพ เม่ือคำนวณดวงชาตา
วางลคั นาเรยี บร้อยแล้ว ใหถ้ อื เอาภพทล่ี คั นาสถิต เป็นภพท่ี ๑ แลว้ นบั เวยี นซ้ายเรียงลำดับ
กนั ไป ซ่ึงมีความหมายแตล่ ะภพ ดังน้ี

๑. ตนุ แปลวา่ ตัวตน - ได้แก่ รูปร่าง สภาพของบุคคล นิสยั ความประพฤติ จรติ กิริยา

สุขภาพ อนามยั ทอี่ ยู่อาศัย (ตวั ตน หมายถงึ ตงั้ แตศ่ รี ษะจน

จรดเท้า)

๒. กฎมุ พะ แปลวา่ สมบตั ิ - ไดแ้ ก่ ทรัพยส์ ินเงินทอง

ทีอ่ ืน่ ๆ เรียกว่า ศูนย์พาหะคอื ทำให้เกดิ กำลัง หรือหมายถงึ

ครอบครวั ก็ได้


Click to View FlipBook Version