แบบเสนอโครงงาน 1.ชื่อโครงงาน การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 2. ผู้จัดทำโครงงาน 2.1 นางสาวกมลชนก ฉิมมาลีระดับชั้นปวส.2 กลุ่ม สทลธ.21 รหัสนักศึกษา 63302041002 2.2 นางสาวบัวชมพู สงครามรอด ระดับชั้นปวส.2 กลุ่ม สทลธ.21 รหัสนักศึกษา 63302041008 3. ปัญหาและความสำคัญ ในปัจจุบันความวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีทำให้การเชื่อมโยงสื่อสารกันได้ทั่วโลกอย่างไร้ขอบเขต ปริมาณข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบสังคมโลก และสังคมของประเทศมี จำนวนมหาศาลในแต่ละวัน และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีกระบวนการอย่าง ต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ความรู้ถูกสื่อสารแลกเปลี่ยนกันได้ อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสังคมการเรียนรู้ (Learning Society) คือ สังคมที่เห็นคุณค่าของการดำเนิน ชีวิตการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมการศึกษา ตลอดชีวิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อบุคคลในปัจจุบัน แต่ระบบการศึกษายิ่งพัฒนามากขึ้นก็ยิ่งแยกตัว ออกจากงานและวิถีชีวิตจริง การศึกษายิ่งสูงขึ้นยิ่งเรียนรู้เชิงนามธรรมยิ่งขึ้น จากปัญหาและ ความสำคัญที่กล่าวข้างต้นจะเห็นว่า คุณสมบัติที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทาง การศึกษา จึงสนใจที่จะศึกษาการสร้างเว็บแอพพลิเคชันการจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชา คอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์เพราะทำให้สะดวกต่อการนำข้อมูลนักเรียน นักศึกษาไปใช้ใน การทำงาน แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ เปิดสอนในหลักสูตรระดับปวช – ปวส ซึ่งมี จำนวนนักเรียน นักศึกษาจำนวนทั้งหมด 608 คน ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการเช็คจำนวนนักเรียน นักศึกษาในแต่ละห้องในการเข้าร่วมกิจกรรม และการบันทึกข้อมูลการตรวจเครื่องแต่งกาย เนื่องจาก นักเรียนนักศึกษาแต่ละห้องมีจำนวนมากจะเช็คข้อมูลแต่ละครั้งทำให้คณะครู อาจารย์แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ใช้เวลาในการหาข้อมูล ทำให้การทำงานล่าช้า ผู้ดำเนินโครงงานมีแนวคิดที่จะนำแอพพลิเคชั่นมาใช้ในส่วนของการเช็คชื่อเข้าร่วมกิจกรรม และ การบันทึกข้อมูลการตรวจเครื่องแต่งกาย เพื่อความรวดเร็วและง่ายต่อการบริหารจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา
4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพื่อพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 4.2 หาประสิทธิภาพการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนก วิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 5. ขอบเขตของโครงงาน 5.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 5.1.1 ประชากร คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ จำนวน 15 คน 5.1.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์จำนวน 15 คน โดยการ เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sample) 5.2 ตัวแปรที่ศึกษา มีตัวแปรที่นำมาศึกษา ต่อไปนี้ 5.2.1 ตัวแปรต้น คือ การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 5.2.2 ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิภาพการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 5.3 ขอบเขตที่ใช้ในการศึกษา 5.3.1 ล็อกอินเข้าสู่ระบบ 5.3.2 รายชื่อนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 5.3.3 เมนูตรวจเช็คการเข้ากิจกรรมของนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 5.3.4 ตรวจเช็คเครื่องแต่งกายของนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 5.4 ระยะเวลาในการดำเนินโครงาน 1 พฤศจิกายน 2564 – 4 มีนาคม 2565 6. แผนการดำเนินงาน ขั้นตอนดำเนินงาน พ.ย. 64 ธ.ค.64 ม.ค.65 ก.พ.65 มี.ค.65 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1. ขออนุมัติแบบเสนอโครงงาน 2. การดำเนินโครงงาน 2.1 ศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 2.2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
7. งบประมาณค่าใช้จ่ายโครงงาน 7.1 ค่าจัดพิมพ์เอกสารเข้าเล่มโครงงาน 500 บาท 7.2 ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน 300 บาท 7.3 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 100 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 1,000 บาท 8. เครื่องมือและอุปกรณ์ 8.1 ด้านฮาร์ดแวร์ 8.1.1 คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค Acer 1 เครื่อง 8.1.2Printer 1 เครื่อง 8.2 ด้านซอฟต์แวร์ 8.2.1 โปรแกรม WordPress 8.2.2 โปรแกรม Microsoft Office Word 2019 9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 9.1 สะดวกต่อการเช็คจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่มีจำนวนเยอะได้รวดเร็วและทันเวลา 9.2 ช่วยประหยัดเวลาคณะครู อาจารย์ ได้อย่างมาก 10. ปัญหาและอุปสรรค - 2.3 วิธีดำเนินงานโครงงาน (ตัวอย่างชิ้นงาน 25%) 2.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล (ชิ้นงาน 80%) 2.5 สรุปผลการดำเนินงาน (ชิ้นงาน 100%) 3. จัดนิทรรศการประกวดผลงานโครงการวิชาชีพ
11. เอกสารอ้างอิง ครูบอล สอนคอม : การพัฒนาแอพพลิเคชั่น สืบค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2564 http://kruball.rbp.ac.th/ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ : การ พัฒนาแอพพลิชั่น สืบค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2564 https://nuiphen.wordpress.com/ Kru Eyely: เช็คชื่อออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Meet Attendance สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 https://inskru.com/idea/-MaWjiC_zOau7zIsnIht อนุมัติโครงงาน ไม่อนุมัติโครงงาน ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูประจำวิชา ............................................................ ............................................................ (นางสาวพรทิพา พิศเพ็ง ) (นายกิตติ์โภคิน ธนยศจินดารัชต์) หัวหน้าแผนกวิชา ............................................................ (นายกิตติ์โภคิน ธนยศจินดารัชต์)
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญชองปัญหา ในปัจจุบันความวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีทำให้การเชื่อมโยงสื่อสารกันได้ทั่วโลกอย่างไร้ ขอบเขต ปริมาณข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบสังคมโลก และสังคมของ ประเทศมีจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มี กระบวนการอย่าง ต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ความรู้ถูกสื่อสาร แลกเปลี่ยนกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสังคมการเรียนรู้ (Learning Society) คือ สังคมที่เห็นคุณค่า ของการดำเนิน ชีวิตการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทาง สังคมการศึกษา ตลอดชีวิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อบุคคลในปัจจุบัน แต่ระบบการศึกษายิ่งพัฒนามาก ขึ้นก็ยิ่งแยกตัว ออกจากงานและวิถีชีวิตจริง การศึกษายิ่งสูงขึ้นยิ่งเรียนรู้เชิงนามธรรมยิ่งขึ้น จาก ปัญหาและ ความสำคัญที่กล่าวข้างต้นจะเห็นว่า คุณสมบัติที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นนำมาใช้ให้เกิด ประโยชน์ทาง การศึกษา จึงสนใจที่จะศึกษาการสร้างเว็บแอพพลิเคชันการจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชา คอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์เพราะทำให้สะดวกต่อการนำข้อมูลนักเรียน นักศึกษาไปใช้ใน การทำงาน แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ เปิดสอนในหลักสูตรระดับปวช – ปวส ซึ่งมี จำนวนนักเรียน นักศึกษาจำนวนทั้งหมด 608 คน ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการเช็คจำนวนนักเรียน นักศึกษาในแต่ละห้องในการเข้าร่วมกิจกรรม และการบันทึกข้อมูลการตรวจเครื่องแต่งกาย เนื่องจาก นักเรียนนักศึกษาแต่ละห้องมีจำนวนมากจะเช็คข้อมูลแต่ละครั้งทำให้คณะครู อาจารย์แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ใช้เวลาในการหาข้อมูล ทำให้การทำงานล่าช้า ผู้ดำเนินโครงงานมีแนวคิดที่จะนำแอพพลิเคชั่นมาใช้ในส่วนของการเช็คชื่อเข้าร่วมกิจกรรม และ การบันทึกข้อมูลการตรวจเครื่องแต่งกาย เพื่อความรวดเร็วและง่ายต่อการบริหารจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.2.1 เพื่อพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 1.2.2 หาประสิทธิภาพการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนก วิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 1.3 ขอบเขตของโครงการ 1.3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์จำนวน 15 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์จำนวน 15 คน โดยการ เลือก แบบเจาะจง (Purposive Sample) 1.3.2 การพัฒนาระบบจัดการข้อมูลเรียน นักศึกษา เรื่อง การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบ จัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ มีรายละเอียดการ ทำงานดังนี้ 1. ระบบล็อกอิน 2. ระบบข้อมูล 2.1) ตรวจเครื่องแต่งกาย 2.2) เช็คชื่อเข้าร่วมกิจกรรม 3. ระบบรายงานข้อมูล 1.3.3 ตัวแปรการศึกษา 1. ตัวแปรต้น คือ การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 2. ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิภาพการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 1.3.4 ระยะเวลาในการดำเนินโครงาน 1 พฤศจิกายน 2564 – 4 มีนาคม 2565
1.4 ข้อมูลเบื้องต้น ผู้จัดทำโครงการสนใจพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์เท่านั้น 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.5.1 ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้ของบุคคลในทางบวก ความชอบ ความสบายใจ ความสุข ใจต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ หรือเป็นความรู้สึกที่พอใจต่อสิ่งที่ทำให้เกิดความชอบความสบายใจ และ เป็นความรู้สึกที่บรรลุถึงความต้องการ 1.5.2 เว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา หมายถึง ระบบที่พัฒนาขึ้นโดย ใช้ภาษา pho ในการจัดการระบบข้อมูล Mysql ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ข้อมูลของนักเรียนนักศึกษาโดยเป็นทุกแพลตฟอร์ม 1.6 . ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.6.1 สะดวกต่อการเช็คจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่มีจำนวนเยอะได้รวดเร็วและทันเวลา 1.6.2 ช่วยประหยัดเวลาคณะครู อาจารย์ ได้อย่างมาก
บทที่ 2 ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำโครงการในครั้งนี้ ผู้จัดทำโครงงานได้มีการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เรื่อง การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ 2.1 เว็บแอพพลิเคชั่น 2.2 การจัดการฐานข้อมูล 2.3 โปรแกรม WordPress 2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 เว็บแอพพลิเคชั่น 2.2.1 ความหมายของเว็บแอพพลิเคชั่น เว็บแอพพลิเคชั่น คือ คือการพัฒนาระบบงานบนเว็บ ซึ่งมีข้อดีคือ ข้อมูลต่าง ๆ ใน - ระบบมีการไหลเวียนในแบบ Online ทั้งแบบ Local (ภายในวงLAN) และ Global (ออกไปยัง เครือข่ายอินเตอร์เน็ต) ทำให้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการข้อมูลแบบ Real-time ระบบมีประสิทธิภาพ แต่ใช้งานง่าย เหมือนกับท่านทำกำลังท่องเว็บ ระบบงานที่พัฒนาขึ้นมาจะตรงกับความต้องการกับ หน่วยงาน หรือห้างร้านมากที่สุด ไม่เหมือนกับโปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไป ที่มักจะจัดทำระบบในแบบ กว้าง ๆ ซึ่งมักจะไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง ระบบสามารถโต้ตอบกับลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ แบบ Real Time ทำให้เกิดความประทับใจ เครื่องที่ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติม ทั้งสิ้น ตัวอย่างระบบงานที่เหมาะกับเว็บ แอพพลิเคชั่น เช่น ระบบการจองสินค้าหรือบริการ ต่าง ๆ เช่น การจองที่พัก การจองโปรแกรมทัวร์ การจองแผ่น CD-DVD ฯลฯ ระบบงานบุคลากร ระบบงานแผนการตลาด ระบบการสั่งซื้อแบบพิเศษ ระบบงานในโรงเรียน เช่น ระบบงานวัดและ ประเมินผล ระบบงานปกครอง ระบบงานห้องสมุด ระบบการลงทะเบียน เช็คเกรด ฯลฯ ระบบงาน อื่น ๆ ที่ต้องการนำข้อมูลมา Online ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บ แอพพลิเคชั่น ปกติจะใช้วิธีการคำนวณจากขอบเขตของ ระบบงาน และปริมาณของข้อมูลที่ไหลเวียนในระบบ รวมถึงปัจจัยด้านอื่น ๆ ซึ่งทางเว็บ โปรแกรมเมอร์จะคำนวณราคาออกเป็นงาน ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อไปนี้รวมกัน ค่า จัดทำระบบงาน ค่าชื่อโดเมน และ Web Hosting (ในกรณีจะนำระบบออกทางเครือข่าย อินเตอร์เน็ต) ค่าบริการหลังการขาย ค่าHardware และอุปกรณ์ด้านเครือข่าย เพิ่มเติม อื่น ๆ
เว็บแอพพลิเคชั่น (อังกฤษ: Web application) คือโปรแกรมประยุกต์ที่เข้าถึงด้วย โปรแกรมค้นดูเว็บผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต เว็บแอพพลิเคชั่นเป็น ที่นิยมเนื่องจากความสามารถในการอัปเดทและดูแล โดยไม่ต้องแจกจ่าย และติดตั้งซอฟต์แวร์บน เครื่องผู้ใช้ ตัวอย่างเว็บแอพพลิเคชั่นได้แก่ เว็บเมล การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การประมูลออนไลน์ กระดานสนทนา บล็อก วิกิ เป็นต้น ส่วนมากเรามักจะคุ้นเคยกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ติดตั้ง โปรแกรม พวก Microsoft Office ที่ประกอบด้วย Word ที่สำหรับพิมพ์เอกสาร Excel สำหรับสร้างตาราง คำนวณ โปรแกรมพวกนี้เราจะเรียกมันว่า Desktop Application ซึ่งจะติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลเครื่องใครเครื่องคนนั้น หรือโปรแกรมสำหรับงานบัญชี ที่บางหน่วยงานติดตั้งที่เครื่อง คอมพิวเตอร์เป็นลักษณะ Client-Server Application โดยเก็บฐานข้อมูลไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ (Server) และติดตั้งตัวโปรแกรมบัญชีที่เครื่องใช้งาน (Client)ซึ่งตอบสนองความต้องการเพิ่มขึ้นใน ด้าน Multi-User หรือใช้งานพร้อมๆกันได้หลายๆคน โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เก็บฐานข้อมูลไว้ที่ ส่วนกลาง เทคโนโลยีDesktop Application ไม่สามารถตอบสนองความต้องการการบริหาร จัดการได้ โดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลา ข้อมูลมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อตอบสนองภาวะตลาดที่แปรเปลี่ยน ระบบ Client-Server Application ตัวโปรแกรมมีความ ซับซ้อน การแก้ไข การ Upgrade ทำได้ยุ่งยาก อย่างกรณี หากต้องการ Upgrade หรือเพิ่มคุณสมบัติ เพิ่มเติมให้กับ Application ที่ตัวเซิร์ฟเวอร์ต้องหยุดระบบทั้งหมด และเมื่อ Upgrade ที่เซิร์ฟเวอร์ แล้ว ก็จำเป็นต้อง Upgrade ที่ Client ด้วย หากระบบมีผู้ใช้งานจำนวนมาก จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยาก มากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่รวมปัญหาว่า ที่เครื่อง Client มีความหลากหลายและแตกต่างกัน เช่น OS (Operating System) ที่ต่างกัน สเปคเครื่องที่แตกต่างกัน ซึ่งหากการ Upgrade แล้วมีความ จำเป็นต้องใช้สเปคเครื่องที่สูงขึ้นที่ฝั่ง Client จำเป็นต้อง Upgrade ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตามไปด้วย จากตัวอย่างปัญหาเหล่านี้ ถูกจัดการด้วยเทคโนโลยีWeb Application (เว็บแอพพลิเคชั่น) เพราะ Web Application สามารถตอบสนองปัญหาข้างต้นได้เป็นอย่างดี และสามารถ แทนที่ Desktop Application ที่เป็น Client-Server Application ได้เป็นอย่างดี ตัวโปรแกรม ของ Web Application จะถูกติดตั้งไว้ที่ Server คอยให้บริการกับ Client และที่ Client ก็ไม่ต้อง ติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม สามารถใช้โปรแกรมประเภท Brower ที่ติดมากับ OS ใช้งานได้ทันที อย่าง Internet Explorer หรือโปรแกรมฟรี ได้แก่ FireFox, Google Chrome ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถของ Brower ที่หลากหลาย ทำให้ไม่จำกัดว่าเครื่องที่ใช้
เป็น OS อะไร หรืออุปกรณ์อะไร อย่างอุปกรณ์TouchPad หรือ SmartPhone ก็สามารถเรียกใช้ งานได้ ลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่ใช้งานอีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือข้อมูลที่ส่งหากัน ระหว่าง Client กับ Server มีปริมาณน้อย มาก ทำให้เราสามารถย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปอยู่บนเครือข่าย Internet ได้ และสามารถใช้งาน ผ่าน Internet Connection ที่มีความเร็วต่ำๆได้ จุดเด่นนี้ทำให้ สามารถใช้Application เหล่านี้จาก ทุกๆแห่งในโลกได้ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันยังสามารถประยุกต์เพิ่มเติมได้ไปถึงการตั้ง web server ใช้ ภายในหน่วยงาน และให้ภายนอกเรียกใช้งานเว็บแอพพลิเคชั่นผ่านทาง Internet ได้อีกด้วย ทำให้ไม่ ว่าจะเรียกใช้งานจากช่องทางไหนข้อมูลจะถูกบันทึกหรือนำเสนอจากที่ที่เดียวกัน การ Update ข้อมูลจะรวดเร็ว ซึ่งการทำระบบแบบนี้มีค่าใช้จ่ายไม่มากเลย เมื่อเทียบกับความ ต้องการทางธุรกิจ ที่มีการแข่งขันสูง 2.2 การจัดการฐานข้อมูล 2.2.1 ฐานข้อมูล (Database) กลุ่มของข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ โดยมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้บังคับ ว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะต้องเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลเดียวกันหรือแยกเก็บหลาย ๆ แฟ้มข้อมูล 2.2.2 ระบบฐานข้อมูล (Database System) ระบบที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบมี ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ ที่ชัดเจน ในระบบฐานข้อมูลจะประกอบด้วยแฟ้มข้อมูลหลายแฟ้ม ที่มีข้อมูล เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้งานและ ดูแลรักษาป้องกันข้อมูลเหล่านี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนสื่อกลาง ระหว่างผู้ใช้และโปรแกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฐานข้อมูล เรียกว่า ระบบจัดการฐานข้อมูล 2.2.3 องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล 1.ฮาร์ดแวร์ ( Hardware )ในระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพควรมีฮาร์ดแวร์ ต่างๆ ที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกในการบริหารระบบงานฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่า จะเป็นขนาดของหน่วยความจำความเร็วของหน่วยประมวลผลกลาง อุปกรณ์นำเข้าและออกรายงาน รวมถึงหน่วยความจำสำรองที่รองรับการประมวลผลข้อมูลในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.โปรแกรม ( Program )ในการประมวลผลฐานข้อมูลอาจจะใช้โปรแกรมที่ แตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ว่าเป็นแบบใด โปรแกรมที่ทำหน้าที่การสร้างการ เรียกใช้ข้อมูลการจัดทำรายงานการปรับเปลี่ยนแก้ไขโครงสร้าง การควบคุม หรือกล่าวได้อีกอย่าง หนึ่งว่า ระบบจัดการฐานข้อมูล ( Database Management System ) คือโปรแกรมหรือ
ซอฟท์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการฐานข้อมูลโดยจะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรม ประยุกต์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล 3.ข้อมูล ( Data )ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลให้เป็นศูนย์กลางข้อมูล อย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกันได้ ผู้ใช้ข้อมูลในระบบฐานข้อมูล จะมองภาพ ข้อมูลในลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น ผู้ใช้บางคนมองภาพของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในสื่อเก็บข้อมูล จริง ( Physical Level ) ในขณะที่ผู้ใช้บางคนมองภาพข้อมูลจากการใช้งานของ ผู้ใช้ ( External Level ) 4.บุคลากร ( People )ผู้ใช้ทั่วไป เป็นบุคลากรที่ใช้ข้อมูลจากระบบ ฐานข้อมูล เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงได้เช่นในระบบข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินผู้ใช้ทั่วไป คือ พนักงาน จองตั๋วพนักงานปฏิบัติงาน ( Operating ) เป็นผู้ปฏิบัติการด้านการประมวลผล การป้อนข้อมูลลง เครื่องคอมพิวเตอร์นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ ( System Analyst ) เป็นบุคลากรที่ทำ หน้าที่วิเคราะห์ระบบฐานข้อมูล และออกแบบระบบงานที่จะนำมาใช้ผู้เขียนโปรแกรมประยุกต์ใช้ งาน ( Programmer ) เป็นผู้ทำหน้าที่เขียนโปรแกรมประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บการ เรียกใช้ข้อมูลเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ผู้บริหารงานฐานข้อมูล เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่บริหาร และควบคุมการบริหารงานของระบบฐานข้อมูลทั้งหมด เป็นผู้ที่จะต้องตัดสินใจว่าจะรวบรวมข้อมูล อะไรเข้าสู่ระบบ จัดเก็บโดยวิธีใด เทคนิคการเรียกใช้ข้อมูล กำหนดระบบการรักษาความปลอดภัย ของข้อมูลการสร้างระบบข้อมูลสำรอง การกู้ และประสานงานกับผู้ใช้ว่าต้องการใช้ข้อมูลอย่างไร รวมถึงนักวิเคราะห์และออกแบบระบบ และโปรแกรมเมอร์ประยุกต์ใช้งาน เพื่อให้การบริหารการใช้ งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ( Procedures )ในระบบฐานข้อมูลควรมีการจัดทำ เอกสารที่ระบุขั้นตอนการทำงานของหน้าที่การงานต่างๆในระบบฐานข้อมูล ในสภาวะปกติและใน สภาวะที่ระบบเกิดปัญหา( Failure)ซึ่งเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรทุกระดับของ องค์กร 2.3 โปรแกรม WordPress WordPress (เวิร์ดเพรสส์) คือ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้สร้างและจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ ประเภท Contents Management System หรือเรียกย่อๆ ว่า "CMS" ซึ่งเขียนด้วยภาษา PHP และ ใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL โดยมีส่วนประกอบหลักๆ คือ 1. WordPress Core เป็นซอฟแวร์หลัก ใช้จัดการเว็บไซต์ เนื้อหาและบทความต่างๆ 2. Theme เป็นส่วนที่กำหนดดีไซน์หรือรูปแบบการแสดงผล 3. Plugin เป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับ WordPress เช่น ระบบสร้างหน้าเว็บไซต์ ระบบจัดการสินค้า
WordPress มีระบบจัดการบทความ หรือที่เรียกว่า “ระบบหลังบ้าน (Dashboard)” เอาไว้ จัดการข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมาก สามารถใช้สร้างและจัดการ เนื้อหาเว็บไซต์ โดยใช้งานบนอินเตอร์เน็ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งในเครื่อง และผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเอง 2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นางสาว ชุติมา ปาลวิสุทธิ์ (2562) การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนอนุบาลราชบุรี การวิจัยครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนอนุบาลราชบุรี 2) เพื่อศึกษาความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนอนุบาลราชบุรีโดยการเรียนผ่านเว็บแอป พลิเคชัน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนอนุบาลราชบุรีที่มีต่อการ เรียนผ่านเว็บแอปพลิเคชัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ได้แก่นักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ที่สมัครเข้าร่วม ในชมรมคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา 2562 แผนก English Program โรงเรียนอนุบาลราชบุรี อำเภอ เมือง จังหวัดราชบุรี โดยใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 21 คน นายศุภชัยธรรมวงศ์ (2551) ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูล บนเว็บไซต์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์สำนักงานฯให้ เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารกิจกรรมและเป็นเครื่องมือในการทำงานโดยใช้ ภาษาพีเอชพีและโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมายเอสคิวแอลเว็บไซต์แบ่งได้ 2 ส่วนที่สำคัญคือส่วนของ เจ้าหน้าที่และบุคคลทั่วไปและส่วนระบบบริหารจัดการข้อมูลเป็นส่วนของผู้ดูแลระบบและ ผู้รับผิดชอบจากแต่ละหน่วยงานให้บริการข้อมูล ได้แก่ ข้อมูลวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การจองการใช้ งานห้องประชุมรถยนต์เครื่องโปรเจคเตอร์การจัดการข้อมูลประชากรสถานการณ์โรคเอดส์การจัด อันดับสถานการณ์โรคติดต่อต่าง ๆ การจัดการข้อมูลบุคลากรการจัดการไฟล์ดาวน์โหลดการจัดการ อัลบั้มภาพการจัดการข่าวกิจกรรมข่าวประกวดราคาข่าวประชาสัมพันธ์บทความซึ่งผลการประเมิน ความพอใจด้วยแบบสอบถามพบว่า 1) กลุ่มผู้ดูแลระบบมีความพึงพอในระดับดี (ค่าเฉลี่ย 4.35) 2) กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบข้อมูลมีความพึงพอใจในระดับดี (ค่าเฉลี่ย 4.25) และ 3) กลุ่มเจ้าหน้าที่ และบุคคลทั่วไปมีความพึงพอใจระดับดีมาก (ค่าเฉลี่ย 4.75) สรุปได้ว่าเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
นรารัตน์วงศ์ไชยมูล (2553: 8-10) ได้มีการพัฒนาการปรับปรุงเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลวิจัยเพื่อ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อตอบสนองนโยบายของ องค์กรในการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรอำนวยความสะดวกและมีระบบความ ปลอดภัยที่สูงขึ้นโดยพัฒนาให้ระบบสามารถมีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาได้จากคนภายในองค์กรหลาย ฝ่ายเช่นผู้บริหารสถาบันเจ้าหน้าที่ทุกๆฝ่ายเป็นต้นโดยไม่ขึ้นกับเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งและมีการ กำหนดระดับความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลในแต่ละส่วนให้มีความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการ ปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัยและได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนและมีความปลอดภัยมากขึ้นซึ่งผลการ พัฒนาพบว่าระบบมีการบริการจัดการที่ดีขึ้นมีข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพด้านเนื้อหามีความ ปลอดภัยสูงขึ้นและความทันสมัย สนธยา (2554) รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาโปรแกรมระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารการ เรียนการสอนและการวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโปรแกรมระบบฐานข้อมูลและเพื่อประเมินความพึง พอใจผู้ใช้งานโปรแกรมระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารการเรียนการสอนและการวิจัยคณะ เทคโนโลยีการเกษตรเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยผู้วิจัยได้แบ่งออกดังนี้ 1. โปรแกรมระบบฐานข้อมูลและ แบบสอบถามเพื่อหาค่าความพึงพอใจผู้ใช้โปรแกรมระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารการเรียนการสอน และการวิจัยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคืออาจารย์และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตรจำนวน 12 คนผลการวิจัยด้านที่ 1 ด้านการออกแบบโปรแกรมค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.01 ความพึงพอใจอยู่ใน ระดับปานกลางด้านที่ 2 ด้านการใช้งานค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.83 ความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ด้านที่ 3 คู่มือการใช้งานค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 1.83 ความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยแนวทางการ พัฒนาการพัฒนาโปรแกรมระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารการเรียนการสอนและการวิจัยควร ออกแบบโปรแกรมให้ใช้งานให้ครอบคลุมกับเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอการเลือกออกแบบเมนูให้ใช้งาน ง่ายการเขียนคู่มือให้ครอบคลุมเมนูและการใช้งานทั้งหมดของโปรแกรม
บทที่ 3 วิธีดำเนินการ การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการสร้างวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบ จัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ผู้จัดทำได้กำหนดวิธีการดำเนินโครงการเป็น ขั้นตอนดังนี้ 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำโครงการ 3.3 การพัฒนาและหาความพึงพอใจของเครื่องมือโครงการ 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากร คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ จำนวน 15 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะครู อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์ จำนวน 15 คน โดยการเลือกแบบ เจาะจง (Purposive Sample) 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.2.1 เว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ระบบจัดการฐานข้อมูล คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการกำหนดลักษณะข้อมูลที่จะเก็บไว้ ในฐานข้อมูล อำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูล กำหนดผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ฐานข้อมูลได้ พร้อมกับกำหนดด้วยว่าให้ใช้ได้แบบใด เช่น ให้อ่านข้อมูลได้อย่างเดียวหรือให้แก้ไข ข้อมูลได้ด้วย นอกจากนั้นยังอำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูล และการแก้ไขปรับปรุงข้อมูล ทำ ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวกและมีประสิทธิภาพ เสมือนเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับ ฐานข้อมูลให้สามารถติดต่อกันได้
3.2.2 แบบประเมินคุณภาพของพัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศีกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ เป็นแบบประเมินคุณภาพในการพัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ โดยมีเกณฑ์ความพึงพอใจ 5 ระดับ ระดับให้ผู้ตอบเลือก คือ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด 3.2.3 แบบประเมินความพึงพอใจของพัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการ ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ เป็นแบบประเมินความพึงพอใจในพัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการ ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ โดยมีเกณฑ์ความพึงพอใจ 5 ระดับให้ผู้ตอบเลือก คือ 5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด 3.3 การพัฒนาและหาความพึงพอใจของเครื่องมือวิจัย 3.3.1 พัฒนาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนก วิชา คอมพิวเตอร์มีขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ปัญหา (Problem Analysis) ศึกษาข้อมูล รวบรวมข้อมูล ศึกษา จาก เอกสาร ศึกษาหาเครื่องมือที่เหมาะสมในการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน
นักศึกษาและตัดสินใจเลือก การพัฒนาพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและผู้ใช้มีความต้องการสูงสุดจากปัญหาทั้งหมด 2) การออกแบบขั้นตอนสำหรับโปรแกรม (Program Design) ดำเนินการออกแบบ แผนผังการทำงานของโปรแกรม ออกแบบส่วนเชื่อมประสานของโปรแกรมต้นแบบและปรับปรุงและ แก้ไขตามคำแนะนำของครูที่ปรึกษางานวิจัย 3) การทดสอบโปรแกรม (Program Testing) ทดสอบการทำงานของระบบ จัดการ ข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญโดยมีการประเมินคุณภาพของเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการ ข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำให้เรียบร้อย 4) การทำเอกสารประกอบโปรแกรม (Program Documentation) โดยการ จัดทำคู่มือ การใช้งานการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม สำหรับอธิบายการใช้งานโปรแกรมและเพิ่มความสะดวก ต่อการศึกษา เพื่อการแก้ไข ปรับปรุงโปรแกรมได้ง่ายขึ้น 5) การบำรุงรักษา (Program Maintenance) นำข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และ ปรับปรุงหน้า ส่วนต่อประสานให้ดูสวยงาม น่าใช้งานอยู่เสมอ 3.3.2 แบบประเมินคุณภาพของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ การประเมินคุณภาพของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับผู้เชี่ยวชาญ มีดังนี้ 1) นำแบบประเมินความคุณภาพ และชิ้นงานไปให้กลุ่มตัวอย่าง ทำการประเมินเพื่อ หาคุณภาพของเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 2) การประเมินคุณภาพของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ใช้แบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) กำหนด คะแนนเป็นระดับ 5 ระดับ ซึ่งมีค่าคะแนนความคิดเห็น ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด ใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายของข้อมูล ดังต่อไปนี้
4.51 - 5.00 หมายถึง มีคุณภาพในระดับมากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง มีคุณภาพในระดับมาก 2.51 - 3.50 หมายถึง มีคุณภาพในระดับปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง มีคุณภาพในระดับ น้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีคุณภาพในระดับ น้อยที่สุด โดยกําหนดเกณฑ์ในการยอมรับคุณภาพของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบ จัดการ ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีขึ้นไป (หมายความว่า ต้องมี คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51-5.00) 3.3.3 แบบประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศีกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ การประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับนักศึกษา มีดังนี้ 1) นำแบบประเมินความพึงพอใจ และชิ้นงานไปให้กลุ่มตัวอย่าง ทำการประเมินเพื่อ หา ความพึงพอใจของเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 2) การประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ใช้แบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) กําหนด คะแนนเป็นระดับ 5 ระดับ ซึ่งมีค่าคะแนนความคิดเห็น ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด ใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายของข้อมูล ดังต่อไปนี้ 4.51 - 5.00 หมายถึง มากที่สุด 3.51 – 4.50 หมายถึง มาก 2.51 - 3.50 หมายถึง ปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง น้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด โดยกำหนดเกณฑ์ในการยอมรับความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบ จัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีขึ้นไป (หมายความว่า ต้องมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51-5.00)
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1 ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล มีขั้นตอน ดังนี้ 1) รวบรวมข้อมูลหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2) ศึกษาและติดตั้งเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่น 3) กําหนดขอบเขตและเป้าหมายของโครงการ 4) วิเคราะห์และออกแบบโครงการ 5) พัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่น 6) ทดสอบการใช้งานของโปรแกรม 7) ประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 8) ประเมินคุณภาพโดยกลุ่มตัวอย่าง 9) รวบรวมผลการประเมินความพึงพอใจ 3.4.2 ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนตุลาคม 2564 -กุมภาพันธ์2565- 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้ทำการทดลองใช้และประเมินคุณภาพการพัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการ วิเคราะห์คุณภาพการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ โดยการใช้หาค่าคะแนนเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) และหาค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดทำโครงการในครั้งนี้ คือ สถิติเชิงพรรณนาในการวัดค่า ข้อมูล โดยการใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) หรือค่าเฉลี่ย (Mean) และวัดการกระจาย ข้อมูลโดยใช้ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ดังนี้ 3.6.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิตหรือค่าเฉลี่ยจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2554) ̅ = ̅̅̅̅̅ เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉลี่ยเลขคณิต หรือ ค่าเฉลี่ย ΣΧ แทน ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด แทน จำนวนของข้อมูลทั้งหมด
3.6.2 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2554) . . = √ (−) เมื่อ . . แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ̅ แทน ค่าเฉลี่ยเลขคณิต หรือ ค่าเฉลี่ย ΣΧ แทน ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด แทน จำนวนของข้อมูลทั้งหมด 3.6.3 เกณฑ์การยอมรับคุณภาพของการพัฒนาระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ย ของผู้เชี่ยวชาญโดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไป จึงจะยอมรับว่ามีคุณภาพในนำไปใช้งานได้ ในสภาพการทำงานจริง ซึ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ 4 4.51 - 5.00 หมายถึง มากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง มาก 2.51 - 3.50 หมายถึง ปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง น้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด 3.6.4 เกณฑ์การยอมรับความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา เรื่อง การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างโดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไป จึง จะยอมรับว่าระบบสามารถนำไปใช้งานได้ในสภาพการทำงานจริง ซึ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยสามารถแบ่ง ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ 4.51 - 5.00 หมายถึง มากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง มาก 2.51 - 3.50 หมายถึง ปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง น้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการศึกษาครั้งนี้สามารถแสดงผลการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ได้ดังนี้ 1. ผลการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 2. ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 4.1 ผลการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ 4.1.1 หน้าล็อกอินระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ภาพที่ 4-1 การแสดงหน้าล็อกอินของระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์
4.1.2 หน้าหลักของระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ภาพที่ 4-2 การแสดงหน้าหลักของระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 4.1.3 หน้าการแสดงผลข้อมูลของระบบจัดการนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ภาพที่ 4-3 การแสดงผลข้อมูลของระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ 4.1.4 หน้าการค้นหาข้อมูลของระบบจัดการนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ภาพที่ 4-4การแสดงผลหน้าการค้นหาของระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์
4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ตารางที่ 4-1 ผลการประเมินความพึงพอใจของเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ รายการการประเมิน S.D. ระดับความพึงพอใจ 1.ความสวย ความทันสมัย น่าสนใจของหน้าโฮมเพจ 4.28 0.64 มาก 2.การจัดรูปแบบในเว็บไซต์ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน 4.30 0.56 มาก 3.สีสันในการออกแบบเว็บไซต์มีความเหมาะสม 4.15 0.70 มาก 4 เมนูง่ายต่อการใช้งาน 4.53 0.60 มากที่สุด 5.สีพื้นหลังกับสีตัวอักษรมีความเหมาะสมต่อการอ่าน 4.20 0.79 มาก 6.ขนาดตัวอักษร รูปแบบตัวอักษร สวยงาม 4.25 0.67 มาก 7.ภาพกับเนื้อหามีความสอดคล้องกันในระดับใด 4.25 0.74 มาก 8.ภาพรวมความพึงพอใจการออกแบบเว็บในระดับใด 4.20 0.69 มาก 9.ความสะดวกในการเชื่อมโยงข้อมูลภายในเว็บไซต์ 4.25 0.67 มาก 10.ความรวดเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล 4.25 0.87 มาก 11.ความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล 4.38 0.74 มาก 12.ความเหมาะสมของข้อมูลภายในเว็บ 4.25 0.90 มาก 13.มีความพึงพอใจในคุณภาพของเนื้อหาระดับใด 4.23 0.80 มาก รวม 4.27 0.73 มาก จากตารางที่ 4-1 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลการประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ โดยกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน พบว่ารายการที่ได้รับการประเมินสูงสุด คือ เมนูง่ายต่อการใช้งาน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.53 (S.D. มีค่าเท่ากับ 0.60) รายการที่ได้รับการประเมินต่ำที่สุด คือ สีสันในการ ออกแบบเว็บไซต์มีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.15 (S.D. มีค่าเท่ากับ 0.70) รวมค่าเฉลี่ยผล การประเมินความพึง พอใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 (S.D. มีค่าเท่ากับ 0.73) อยู่ในระดับมาก ผลจากการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์นั้น สรุปได้ว่า การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ มีผลการประเมินโดยกลุ่มตัวอย่าง
จำนวน 40 คน พบว่า การประเมินผลการจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ให้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ย 4.27 (S.D. มีค่าเท่ากับ 0.73) ซึ่งแปลว่ามีผลจัดการ การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์อยู่ในระดับมาก
บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ การจัดทำโครงการครั้งนี้เป็นการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์สรุปผลการจัดทำโครงการและอภิปรายได้ตามหัวข้อดังนี้ 5.1 สรุปผล 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผล จากการศึกษาการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์มีการดำเนินงาน ได้ตรงตามเป้าหมายที่ได้คาดหวังไว้ คือ การ พัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ โดยใน การศึกษาและสร้าง ระบบนั้นได้มีการใช้เครื่องมือช่วย คือ แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับกลุ่ม ตัวอย่าง จาก วัตถุประสงค์ของการทำโครงการจึงได้สำเร็จออกมาเป็นการสร้างระบบจัดการข้อมูล นักเรียน นักศึกษา โดยมีความสะดวกและมีคุณภาพในการใช้งาน 5.2 อภิปรายผล จากการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการ คือ การพัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ และ ศึกษาระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างในการใช้งานการพัฒนาแอพพลิเคชั่นระบบจัดการ แอพพลิเคชั่นระบบจัดการนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์อภิปรายผลได้ดังนี้ ผลของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ นั้นสรุปได้ว่า การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ มีผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่ม ตัวอย่างจำนวน 40 คน พบว่า ผลการ ประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบ จัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ เฉลี่ยมีค่าเท่ากับ 4.27 (S.D. มีค่าเท่ากับ 0.73 ) ซึ่งอยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับ งานวิจัยของนิตยา แซ่อึ้งและณัฐวี อุตกฤษฎ์ (2552) เรื่องการพัฒนาระบบบริการจัดการข้อมูล สารสนเทศเพื่อการบริการลูกค้ากรณีศึกษา กิตติชัยทัวร์ ซึ่งงานวิจัยนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศเพื่อการ บริการลูกค้ากรณีศึกษากิตติชัยทัวร์และเพื่อประเมินความพึงพอใจของระบบที่พัฒนาขึ้น ระบบที่
พัฒนาขึ้นมีลักษณะเป็นเว็บแอพพลิเคชั่น (Web Application) โดยใช้ภาษา PHP และภาษา HTML เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ จัดการฐานข้อมูล MySQL และใช้ระบบปฏิบัติการ (Microsoft Windows XP) ทำการประเมินความ พึงพอใจของระบบโดยใช้แบบสอบถาม 4 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านความสามารถทำงานตรงตาม ต้องการของผู้ใช้ ด้านหน้าที่ของระบบ ด้านการใช้ งานของระบบและด้านความปลอดภัยของระบบ จากนั้นนำแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นไปทดสอบการใช้ งานเพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ทั่วไป จำนวน 30 คน ผลการประเมินพบว่าภาพรวมระดับความ พึงพอใจการใช้งานของแอพพลิเคชั่นอยู่ใน ระดับมาก ( = 4.47) 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการ จากการจัดทําโครงการการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์พบว่ามีปัญหาที่น่าสนใจที่ควรจะควบคุมในการจัดทำ โครงการดังนี้ 1) ไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่มีขนาดจอเล็กจนเกินไป เพื่อที่จะได้อ่านหรือดู ระบบการ พัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ ได้ไม่ นักศึกษา แผนก วิชาคอมพิวเตอร์ พบว่ามีปัญหาที่น่าสนใจที่ควรต้องควบคุมในการจัดทำโครงการดังนี้ เต็มประสิทธิภาพ 2) การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์นั้น จะสามารถใช้งานได้ทั้งหมดที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก แต่คุณภาพและ ประสิทธิภาพของการแสดงผลนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ โน้ตบุ๊กของ แต่ละคน 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการจัดทำโครงการครั้งต่อไป การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นระบบจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ควรมีฟังก์ชั่นให้มากกว่านี้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน