1. เทคโนโลยที ี่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ตอ้ งผา่ น บคุ คลทส่ี าม (Block Chain)
Blockchain คือ ระบบโครงขา่ ยในการเก็บบญั ชีธุรกรรมออนไลน์ ซง่ึ มลี กั ษณะเป็นเครอื ข่ายใยแมงมมุ ทเี่ ก็บสถิติ
การทำธรุ กรรมทางการเงิน และสนิ ทรพั ย์ชนดิ อื่นๆ อกี ในอนาคต โดยไมม่ ีวกลาง คอื สถาบันการเงนิ หรอื สำนกั
ชำระบญั ชี ระบบ Blockchain จะไม่มีตัวกลางอยา่ งทีเ่ คยเปน็ มา ยกตัวอย่างการทำธุรกรรมดว้ ย Bitcoin จะมีรหัส
Token สรา้ งขึน้ มาเพื่อสื่อสารกับ Blockchain และทำการตรวจสอบว่า Bitcoin นนั้ ๆ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่
ก่อนท่ีจะทำธรุ กรรมใหส้ ำเร็จต่อไป
Blockchain เป็นระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมต่างๆ ซ่ึงตดั ตวั กลางอยา่ งสถาบนั การเงินท่มี อี ยู่ในโลกปจั จุบัน
ออกไป ซึ่งทำใหต้ น้ ทุนการทำธุรกรรมถูกลง และอาจจะสง่ ผลให้สถาบนั การเงนิ ทีเ่ ป็นตวั กลาง รวมไปถงึ สำนกั
ชำระบัญชีตา่ งๆ ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งมอี ีกในอนาคตไดเ้ ลย หากเทคโนโลยีน้เี ขา้ มาแทนทีไ่ ด้อย่างสมบรู ณ์ Blockchain ที่
ใหค้ วามสำคัญกบั ความเป็นส่วนบคุ คลจะกลายมาเป็นตวั ช่วยสำคัญของการใช้งานดังกล่าว โดยลดขน้ั ตอนระบบ
การทำงานให้เรยี บงา่ ยข้นึ มีการยดื หยนุ่ ที่สงู ขน้ึ รวมท้งั การตอบสนองความต้องการของลกู ค้าได้อยา่ งรวดเรว็
แนวคิด Blockchain
เร่ิมกลับมาเป็นกระแสทตี่ อ้ งจับตามมองอีกครงั้ พรอ้ มมีการพฒั นาใหม่ๆ ไปสู่การใช้งานท่ีมากกวา่ การทำ
ธุรกรรม Bitcoin ในอดีตทีไ่ มไ่ ด้รับการยอมรับมากนกั ผนวกรวมกับกระแสการเพมิ่ ข้นึ ของอุปกรณท์ ใ่ี ช้แนวคดิ
อนิ เทอรเ์ น็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) จำเป็นต้องมีการจัดการ ดูแลอยา่ งการรกั ษาความปลอดภัยระหวา่ ง
Blockchain ท่ใี ห้ความสำคัญกบั ความเป็นส่วนบคุ คลจะกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญของการใชง้ านดงั กล่าว โดยลด
ขัน้ ตอนระบบการทำงานให้เรียบง่ายข้ึน มีการยดื หยนุ่ ทสี่ งู ขนึ้ รวมทง้ั การตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ ได้
อย่างรวดเรว็ แต่กระนน้ั ความสำเร็จของ Blockchain จะสามารถพลกิ สถานะการใหบ้ รกิ ารดา้ นการเงินโลก
ดจิ ทิ ัลไดห้ รอื ไม่ การหาพาร์ตเนอร์ทม่ี ีประสบการณใ์ นการทำงานกบั ระบบความซับซ้อน และความหลากหลาย ใน
ทกุ ระดบั การใช้งานไม่วา่ เลก็ หรือใหญ่ เปน็ หัวใจสำคญั ของการจดั การกับปญั หาน้ไี ด้อยา่ งดที ่ีสดุ ซึง่ ถ้ายอ้ นกลับไป
เม่อื 5 ปีท่ีผ่านมาไอเดยี ทางธรุ กจิ เหล่าน้ี ตา่ งเคยถูกมองว่าเปน็ เร่ืองท่ไี ม่นา่ จะเกดิ ขน้ึ ได้จริง หากแตป่ ัจจบุ นั เรื่อง
เช่นนไ้ี ดก้ ลายเป็นตวั กำหนด
2. ธุรกรรมการเงนิ ดิจทิ ัล (Fintech)
Financial Technology คอื การนำเอาเทคโนโลยมี าใช้กบั การเงนิ ในการสร้างนวตั กรรมใหม่ เพ่ือเป็นสนิ คา้ บรกิ าร
การแก้ปญั หาทางการเงนิ รวมถึงเป็นแนวทางในการประกอบธรุ กิจใหม่ ๆ ทำให้การจัดการ และการเขา้ ถึงทาง
การเงินเป็นไปไดง้ ่ายข้นึ ด้วยเทคโนโลยี เทคโนโลยที างการเงนิ มจี ุดเริ่มตน้ จากการนำระบบคอมพิวเตอรม์ าใช้ใน
ระบบงานของธนาคาร เมื่อเทคโนโลยีเติบโตข้ึนพร้อม ๆ กับความสามารถในการเข้าถงึ ของบคุ คลทว่ั ไป โดยเฉพาะ
สมารต์ โฟนทีถ่ ือเปน็ Disrupter แห่งยคุ กท็ ำใหอ้ ำนาจในการทำธรุ กรรมและเขา้ ถึงบริการทางการเงินไม่ถูกจำกัด
อยู่กบั สถาบันการเงนิ อกี ต่อไป เทคโนโลยีทางการเงิน ไดแ้ ตกแขนงออกมาเป็นรูปแบบตา่ ง ๆ กนั เพ่อื ตอบสนอง
ความตอ้ งการทางการเงินของผ้ใู ช้ Fintech มี 7 รปู แบบ
1. Banking Technology การนำเทคโนโลยมี าใช้กบั ระบบธนาคารเปน็ สงิ่ แรกที่คนมักคิดถงึ เม่อื พูดถงึ เทคโนโลยี
ทางการเงิน เพราะหลายคนคุน้ เคยกบั เทคโนโลยีดังกล่าวอยแู่ ลว้ และเช่ือว่าในโทรศพั ท์ของคนวยั ทำงานส่วนใหญ่
จะต้องตดิ ต้งั แอปพลเิ คชนั ธนาคาร ซ่งึ ฟนิ เทคประเภทน้ีคือ Mobile Banking ท่มี ขี ึ้นเพือ่ ให้ลกู คา้ ของธนาคาร
สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ท่เี ป็นการบรหิ ารจดั การเงินของตวั เองได้ดว้ ยตัวเอง ทำงานในฟังกช์ นั เดียวกับท่ธี นาคาร
แบบด้งั เดิมทำ ทั้งเชก็ ยอดบญั ชี โอนเงิน จา่ ยบิล
2. Crowdfunding Platforms เทคโนโลยเี พ่อื การระดมทนุ เปน็ แพลตฟอรม์ ตวั กลาง ระหวา่ ง ผู้ประกอบการ และ
นักลงทุน โดยแพลตฟอร์มที่เกิดขนึ้ มจี ุดประสงค์เพอื่ ใหเ้ กดิ การขอ และให้เงินทนุ แทนท่ีผูป้ ระกอบการจะตอ้ งไป
ขอกสู้ นิ เช่ือจากธนาคาร สามารถระดมทุน จากนักลงทนุ หลายๆคนได้ และนักลงทุน กส็ ามารถเลอื กลงทุนในธุรกจิ
ท่นี ่าสนใจ ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวได้
3. Cryptocurrency สกลุ เงินดิจิทัลทง้ั Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เปน็ การสมมตชิ ดุ ข้อมลู
ขึน้ มาดว้ ยวธิ ีใดวธิ หี น่งึ ในโลกออนไลน์ แลว้ ทำให้ใช้งาน สามารถใชจ้ ่ายได้ รวมถึงเก็งกำไรไดด้ ว้ ย โดยสกลุ เงนิ
ดจิ ิทัลสกลุ แรกทีถ่ ือกำเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และทสี่ นั่ สะเทอื นวงการการเงินล่าสดุ คอื การประกาศเปิดตวั
Libra สกลุ เงินดจิ ทิ ัลของ Facebook ทจี่ บั มอื กบั พาร์ทเนอร์เจา้ ใหญ่ท่วั โลกซ่งึ ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น
Technology Disruptive ท่ีใหญท่ ่ีสุดในอนาคต
4. Payment Technologyระบบการจ่ายเงนิ ทดี่ ำเนินการดว้ ยเทคโนโลยี ประเภทนค้ี อื ระบบตัวแทนการใชจ้ ่าย ท่ี
ผู้ใชต้ ้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใชง้ านได้ ตวั อย่างเช่นระบบ E-Wallet ตา่ ง ๆ เครดติ การ์ด ซึ่ง
ระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงทเ่ี จ้าของแพลตฟอร์มไมใ่ ช่ธนาคาร และให้บรกิ ารเฉพาะการ
ใชจ้ า่ ยเทา่ นนั้
5. Enterprise Financial Software ซอฟต์แวรส์ ำหรบั องคก์ ร อกี หนงึ่ เครื่องมือเทคโนโลยี ท่จี ะช่วยผ้ปู ระกอบการ
ในเร่อื ง การจดั การทางด้านการเงนิ ไม่ว่าจะเปน็ การจัดการบัญชี ระบบจ่ายเงนิ เดือน-ภาษีและการจดั การ
พนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงสวสั ดกิ ารดา้ นการเงนิ โดยเทคโนโลยีดงั กล่าวจะช่วยลดเวลา และทรัพยากรที่ตอ้ งใช้งาน
ทำให้ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการภายในองคก์ รดีข้นึ
6. Investment Management
เทคโนโลยีทจ่ี ะชว่ ยจดั การทางด้านลงทุน ในปจั จบุ ันจะเหน็ ได้ว่า มีแพลตฟอร์มการลงทนุ ทหี่ ลากหลายมากข้นึ ไม่
ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันลงทนุ ใน Private fund, ทองคำ, กองทุนรวม รวมถงึ แพลตฟอร์มทใ่ี ช้ AI ช่วยในการ
วิเคราะหห์ นุ้ หรอื แม้แตก่ ารนำเทคโนโลยอี ยา่ ง Robo Advisor มาช่วยในการจดั พอรต์ การลงทุน (Asset
Allocation)
7. Insurance Technology/ Insurtech
หลายคนมองว่าการซอ้ื ประกนั ภัย ประกนั ชีวติ คอื การลงทนุ รปู แบบหนง่ึ รวมทง้ั ระบบการคำนวณเบี้ยประกนั มี
ความซับซอ้ น การใช้เทคโนโลยที างการเงนิ เขา้ มาช่วยทง้ั ด้านการคำนวณเบี้ยประกนั ผลตอบแทน ความเส่ียง
รวมถงึ อัตราส่วนลดอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล ชว่ ยให้ท้ังผูซ้ ้ือและผู้เสนอขายประกนั ภยั ประกันชีวิตบริหารจัดการ
ระบบประกนั ได้ง่ายขึ้น
3. ระบบเงนิ ดจิ ิทลั สกลุ เงินดจิ ิทัลหรอื ครปิ โทเคอรเ์ รนซี (CryptoCurrency)
Cryptocurrency คือ 'สนิ ทรพั ยด์ ิจติ อล' (Digital Asset) ประเภทหนึ่งที่คนไทยเรียก 'สกุลเงินดิจติ อล' เนื่องจาก
มันไม่ไดม้ รี ปู กายสังขารที่จับตอ้ งได้ ไม่ไดม้ ลี กั ษณะทางกายภาพ อย่างดอลลารส์ หรัฐฯ หรือเงนิ ยูโร โดยท่ัวไป
Cryptocurrency จะไมไ่ ดอ้ ยูภ่ ายใตก้ ารควบคมุ หรอื จัดการโดยหน่วยงานทางการเงินหรือธนาคารใดๆ เหมือน
สกุลเงินแบบด้ังเดมิ แตจ่ ะเป็นการ 'ควบคมุ ดว้ ยตนเอง' ผ่านการใชเ้ ทคนิคการเข้ารหัสทมี่ ีความซบั ซอ้ นและ
หลากหลายรปู แบบ ต้นกำเนดิ ของ Cryptocurrency ทที่ ัว่ โลกยอมรับหรือพอจะสืบกลับไปได้ มนั เริม่ ต้นในปี
2009 การเปดิ ตวั Bitcoin ซึง่ มีลักษณะทเี่ รยี กวา่ Proto-Cryptocurrency ซ่ึงจุดเร่ิมตน้ นน้ั Bitcoin พยายามเสนอ
ตัวเองตอ่ ประชาคมโลกในฐานะทเ่ี ปน็ เพยี ง 'ระบบการชำระเงิน' เทา่ นน้ั (Electronic Payment System)อย่างไร
กต็ าม ยิ่งเม่ือเวลาผ่านไป Bitcoin มูลคา่ มูลคา่ มากขึ้น และไดร้ ับความน่าเชื่อถือมากยงิ่ ขน้ึ ในวงกว้าง สว่ นหนึ่งเป็น
ผลจากความเชอื่ มน่ั และหลักการทีด่ มู อี นาคตขเทคโนโลยี Blockchain และในแงข่ องนักลงทนุ ก็มกี ารเข้ามา
ลงทนุ มากย่งิ ขนึ้ ซ่งึ เปน็ ปัจจัยทผี่ ลักดนั ให้ราคา Bitcoin รวมถึง Cryptocurrency ตวั อืน่ ๆ เพ่ิมสงู ข้ึน คนทวั่ ไปให้
ความสนใจมากย่งิ ขึน้ จนทำใหค้ วามผันผวนเพิม่ สูงขึน้ อยา่ งไม่น่าเชอ่ื แต่ที่น่าทึ่งมากๆ ก็คงเปน็ "ราคา" ที่แพงแสน
แพง เม่อื เทยี บกับจดุ เร่ิมต้นของมัน
สกุลเงนิ ดจิ ิตอลมีอะไรบ้างทส่ี ำคัญๆ
1. Bitcoin
Bitcoin ถกู สร้างขนึ้ ในปี 2009 โดย Satoshi Nakamoto บคุ คลลกึ ลับทไ่ี มย่ อมเปิดเผยตวั ตน Bitcoin เป็นหนว่ ย
เงนิ ใช้ชื่อยอ่ สกลุ เงนิ ว่า BTC ซง่ึ ใช้เครือข่ายบล็อกเชนแบบเปิดในการจดั เก็บขอ้ มลู ทําใหไ้ มม่ ีใครสามารถควบคมุ
หรือแกไ้ ขขอ้ มูลทบี่ นั ทกึ อย่บู น blockchain ได้
2. Ethereum
Ethereum เปน็ ชอื่ ของบลอ็ กเชนหนึง่ ซง่ึ มเี หรยี ญหรอื cryptocurrency ชอื่ Ether(ชอื่ ยอ่ สกุลเงนิ : ETH) ถกู สร้าง
ในปี 2013 โดย Vitalik Buterin โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ชาวรัสเซีย เขาเล็งเหน็ ศกั ยภาพของ crypto และ
blockchain ทมี่ ากวา่ แคเ่ ป็นสกุลเงนิ ดจิ ติ ัล โดย ETH จะเปน็ เหมอื น general purpose blockchain หรอื
blockchain เอนกประสงค์ที่ทำไดห้ ลายอยา่ งทบ่ี ลอ็ กเชนสามารถทำได้
3. Ripple
Ripple ถกู สร้างขนึ้ ในปี 2012 โดยบริษทั Ripple Labs ทม่ี ี Chris Larsen เปน็ ผูถ้ ือหุน้ ใหญ่ สกลุ เงินของ Ripple
ใช้ชอื่ ย่อวา่ XRP ท่มี ไี ว้ใชส้ ําหรับการชำระเงนิ หรือโอนเงินระหว่างสถาบนั การเงนิ และธนาคารทวั่ โลก แพลตฟอร์ม
ของ Ripple จะแตกต่างจากสกลุ เงนิ ตัวอน่ื ๆ เพราะ XRP ใชเ้ ครอื ข่าย RippleNet ซ่งึ เปน็ ระบบปดิ ทีใ่ หใ้ ชง้ าน
เฉพาะธนาคารท่ลี งทะเบียนกบั Ripple เทา่ นนั้ และการยนื ยนั ธรุ กรรมทงั้ หมดนัน้ จะถูกควบคุมโดยบริษทั Ripple
แตเ่ พียงผ้เู ดียว
4. Bitcoin Cash
Bitcoin Cash (ชอ่ื ยอ่ สกลุ เงนิ : BCH) คอื สกลุ เงินท่กี ำเนดิ จากการแยกออกของตวั เหรียญ Bitcoin หรือการทำ
Hard Fork นน่ั เอง ซ่งึ หมายความว่าเครือข่าย Blockchain ของ Bitcoin จะถกู แบง่ ออกเป็นสองสว่ น สว่ นหนึ่งเปน็
ของ BTC และอกี ส่วนเปน็ ของ BCH การเกดิ ข้นึ ของ Bitcoin Cash เปน็ เพราะวา่ Bitcoin (BTC) นนั้ รองรบั ไดแ้ ค่
100 ธรุ กรรมต่อบล็อก หรอื 1MB ซงึ่ ถอื ว่าช้าและมปี ริมาณธุรกรรมที่รอการตรวจสอบเปน็ จำนวนมาก จึงเกิดการ
โตแ้ ยง้ ขนึ้ ระหว่างนกั พฒั นาของท้ังสองกล่มุ สุดท้ายแล้วกลมุ่ ทไี่ มเ่ ห็นด้วยกบั ปัญหาการ Scaling ของ BTC
จำเปน็ ตอ้ งแยกออกมาเปน็ อกี เหรียญ น่นั ก็คอื BCH
4. การทำธุรกิจดิจิทลั บนสอ่ื สังคมออนไลน์
คอื การทำการตลาดรปู แบบหนง่ึ โดยโปรโมทสนิ คา้ หรือบรกิ ารผ่านทางสื่อดจิ ิทลั และสามารถสร้างการมสี ่วน
ร่วมกบั ผู้บรโิ ภค เพอื่ เพิม่ ยอดขายโดยใช้กลยุทธ์ตา่ งๆ ทางสื่อดิจทิ ัล ซ่งึ กำลังเป็นทน่ี ิยมอยา่ งแพรห่ ลายในปจั จบุ ัน
เนอ่ื งจากผู้บริโภคสามารถเข้าถงึ ส่ือเหล่าน้ไี ด้ง่าย และสามารถเข้าถึงไดท้ กุ ทที่ กุ เวลา\n\nนอกจากน้กี ารตลาด
ดิจิทลั คืออกี ทางเลอื กหนง่ึ ของการสร้างการรับรูใ้ ห้เกิดขนึ้ กบั ธุรกจิ แบรนดใ์ หม่ ทำให้การรบั รูใ้ นวงกว้างไม่ใชเ่ รอ่ื งที่
ยากอกี ต่อไป อีกทงั้ ยงั สามารถเขา้ ถงึ กลมุ่ เปา้ หมายทกี่ ำหนดไวใ้ นจำนวนมากได้โดยตรง ธรุ กิจแบรนดใ์ หมจ่ งึ มี
โอกาสที่จะเปน็ ที่รู้จัก และเติบโตได้อย่างรวดเรว็ ช่องทางตา่ งๆของการตลาดแบบดิจิทัล Social Media Marketing
โซเชยี ลมีเดยี จะเปน็ ตัวชว่ ยผลักดันให้เวบ็ ไซต์ของคณุ เป็นทีร่ จู้ กั และขยบั ขน้ึ ไปอยใู่ นอันดบั ท่ีดขี ้ึนในเว็บไซตข์ อง
Google ซ่งึ ข้อดขี องการทำการตลาดบนสงั คมออนไลน์ หรอื โซเชยี ลมีเดยี คือ สามารถเขา้ ถงึ ผู้บริโภคได้ตรงตาม
กลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทนั ใจ และชว่ ยในการประชาสมั พันธ์ เพ่อื ให้เกิดการบอกต่อในหม่มู าก ได้อย่างงา่ ยดาย
ชอ่ งทางทสี่ ามารถใชใ้ นการทำการตลาดผ่านโซเชยี ลมีเดยี ได้แก่
Facebook Twitter Instagram
Snapchat Pinterest Google+
LinkedIn line Whatsapp
5. การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลในอาชพี ของการเป็นพลเมอื งยุคดจิ ิทัล
พลเมอื งดิจิทัล หรือ Digital Citizens เป็นกระแสทแี่ พร่หลายไปทัว่ โลกนับต้ังแต่อินเตอรเ์ นต็ และเทคโนโลยี
สารสนเทศได้เข้ามามบี ทบาทในการดำเนนิ กิจกรรมดา้ นตา่ งๆ ในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยให้ความสำคัญกับ
เรอื่ งดงั กลา่ วอยา่ งจริงจังหลังจากทร่ี ฐั บาลผลักดนั นโยบายเศรษฐกิจดจิ ทิ ลั (Digital Economy) เพ่ือเสรมิ สรา้ ง
ความเขม้ แข็งใหก้ บั ระบบเศรษฐกจิ และเตรียมความพร้อมเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียนในอนาคตอนั ใกล้นใ้ี นยุคปจั จบุ ัน
เทคโนโลยสี ารสนเทศมคี วามเกี่ยวข้องกบั การใชช้ วี ติ ประจำวันอย่างหลกี เลี่ยงไมไ่ ด้จงึ มีความจำเป็นอย่างยิง่ ทที่ ุก
คนควร เสรมิ สร้างศักยภาพการใชเ้ ทคโนโลยีดังกล่าวอย่างชาญฉลาดและกา้ วเขา้ สู่ความเป็นพลเมืองในยุคดิจิตอล
ไดอ้ ยา่ งภาคภมู ิ การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างสมำ่ เสมอและมปี ระสิทธภิ าพเป็นคุณลกั ษณะเบอ้ื งต้นของการ
เปน็ พลเมอื งในยคุ ดจิ ิทลั นอกจากน้บี คุ คลผนู้ น้ั จะต้องมีทกั ษะและความรู้ ทหี่ ลากหลายในการใช้อินเทอรเ์ นต็ ผ่าน
อปุ กรณแ์ ละช่องทางการสื่อสารประเภทต่างๆ เชน่ โซเชียลเน็ตเวริ ก์ (Facebook, Twitter, Instagram, Line)
และอุปกรณ์อเิ ลก็ -ทรอนิกสร์ ูปแบบใหม่ (แท็บเลต็ และมอื ถอื สมาร์ทโฟน) เปน็ ต้น อย่างไรก็ตามมผี ู้ต้ังข้อสังเกตวา่
ทักษะการใชอ้ นิ เทอร์เนตและเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือประโยชน์ในการดำรงชีวติ ประจำวนั ไม่เพียงพอต่อ
คณุ ลกั ษณะของการเป็นพลเมืองดจิ ติ อลทส่ี มบูรณ์ หากแต่บุคคลผนู้ น้ั จะตอ้ งใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ในทางท่ีจะ
กอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อบุคคลอ่ืนและสงั คม เช่น การเคารพสิทธิและหนา้ ทข่ี องผอู้ ่ืนตลอดจนการใช้เทคโนโลยเี พอ่ื
ส่อื สารกับภาครฐั และภาคเอกชนเพื่อก่อให้เกิดการเปลย่ี นแปลงในทางทดี่ ีและถูกต้อง
1. การตระหนกั ถงึ ความสามารถในการเข้าถงึ เทคโนโลยสี ารสนเทศของผู้อนื่
ผูใ้ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศทกุ คนควรตระหนกั ว่าบุคคลมีโอกาสในการเขา้ ถงึ และมศี กั ยภาพใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศทแี่ ตกตา่ งกนั พลเมืองดจิ ติ อลท่ดี ีจึงไมค่ วรเลือกปฏิบัติและดูหม่นิ บุคคลผู้ขาดทกั ษะการใช้เทคโนโลยฯี
หากแตจ่ ะตอ้ งช่วยกนั แสวงหามาตรการตา่ งๆเพอื่ เสรมิ สร้างความเสมอภาคในการเข้าถงึ เทคโนโลยฯี อันจะทำให้
สงั คมและประเทศนน้ั ๆ กา้ วเขา้ สู่ยคุ ดจิ ิตอลได้อย่างภาคภมู ิ
2. การเปน็ ผู้ประกอบการและผูบ้ รโิ ภคทีม่ ีจรยิ ธรรม
เป็นทท่ี ราบกันโดยทวั่ ไปวา่ เทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลีย่ นแปลงระบบตลาดแบบด้งั เดิม (Traditional
Marketplace) ไปสู่ตลาดในระบบอิเลคทรอนกิ ส์ (Electronic-Marketplace) และไดร้ ับความนยิ มอย่าง
แพรห่ ลายดังจะเหน็ ไดจ้ ากความหลายหลายของประเภทสนิ ค้าทส่ี ามารถซ้อื หาได้ในระบบออนไลน์ ตลอดจน
บริการประเภทตา่ งๆ ท่ผี ู้บริโภคสามารถทำธรุ กรรมไดอ้ ยา่ งสะดวก พลเมืองยุคดิจิตอลจะต้องมีความซื่อสตั ย์และมี
ศีลธรรมในการทำนติ ิกรรมและธรุ กรรมทกุ ประเภทบนโลกออนไลน์ เช่น ไมซ่ ้อื ขายและ ทำธุรกรรมท่ผี ิดกฎหมาย
เชน่ การดาวนโ์ หลดสงิ่ ทีข่ ดั ต่อกฎหมาย ตลอดจนการใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยเี พอ่ื หลอกลวงผอู้ ืน่ ใหซ้ ื้อสนิ คา้
และบรกิ ารทไี่ ม่มีคณุ ภาพ เป็นต้น
3. การเปน็ ผู้ส่งสารและรับสารที่มีมรรยาท
รปู แบบการส่อื สารได้มีการพฒั นาและเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งมากในช่วงศตวรรษที่ 21 ดังจะเหน็ ได้จากรปู แบบการ
สื่อสารผ่านอนิ เตอร์เนต็ ทสี่ ะดวก รวดเร็วและมคี วามเช่ือมโยงท่ัวโลก เชน่ อีเมลลแ์ ละโซเชียลมเี ดียหลากหลาย
ประเภทปัจจุบนั มผี ู้ใช้ข้อไดเ้ ปรียบของชอ่ งทางการส่ือสารดังกลา่ วอย่างไมเ่ หมาะสม เชน่ การสง่ สารท่ี มีเจตนา
หมิ่นประมาทผอู้ นื่ และการสง่ สารทีม่ ีเจตนาให้สังคมเกดิ ความแตกแยก ท้งั ทก่ี ระทำไปโดยเจตนาหรือ
รเู้ ท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น พลเมอื งดิจิตอลที่ดจี ะตอ้ งมมี รรยาทและความรบั ผดิ ชอบตอ่ การกระทำของตนในโลก
ออนไลน์ หรอื ทเ่ี รารู้จกั กันดใี นนามของ (Digital Etiquette) ทีจ่ ะเป็นเครือ่ งมือในการย้ำเตอื นสติตลอดจนการ
กระทำท่เี หมาะสมในการส่ือสารทกุ ประเภทในยุคดจิ ติ อล
4. การเคารพตอ่ กฎหมายและกฎระเบยี บ
ปัจจุบันการทำธุรกรรมและนิติกรรมทางอเิ ลคทรอนกิ สอ์ ยู่ภายใต้บังคบั ของกฎหมายและกฎระเบยี บว่าด้วยการทำ
ธุรกรรมทางอิเลคทรอนกิ ส์ซง่ึ มีวตั ถุประสงค์หลกั ในการ ป้องกันและปราบปรามการละเมิด ในรูปแบบต่างๆ ทม่ี ี
ลักษณะเป็นอาชญกรรมทางอเี ลคทรอนิกส์ เช่น การลกั ขโมยและการจารกรรมข้อมลู ประเภทต่างๆ เชน่ ข้อมลู
ทางธรุ กิจและขอ้ มลู ส่วนบคุ คล ตลอดจนมาตรการคุ้มครองเก่ยี วกบั ทรัพยส์ ินทางปญั ญาในรูปแบบต่างๆ
5. การใช้เทคโนโลยใี หม้ คี วามเหมาะสมและไมส่ ่งผลเสยี ต่อสขุ ภาพ
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศท่ขี าดความเหมาะสมอาจส่งผลเสียตอ่ สุขภาพโดยรวม เชน่ ความเครียดต่อสุขภาพ
กายและสุขภาพจติ ตลอดจนการกอ่ ให้เกดิ การสูญเสียสมั พนั ธ์ภาพในสงั คมได้ พลเมอื งยคุ ดจิ ิตอลจะตอ้ งควบคุม
การใชอ้ ปุ กรณ์อิเลคทรอนิกส์ใหม้ คี วามเหมาะสมเพอ่ื ป้องกนั มิให้เกดิ อาการเสพติดต่อ สิง่ ดังกลา่ วจนเกิดผลเสยี ตอ่
สขุ ภาพโดยรวมได้ นอกจากนี้ การลดปรมิ าณการสอื่ สารแบบออนไลนม์ าเป็นรูปแบบการสือ่ สารแบบด้งั เดมิ ในบาง
โอกาสจะก่อใหเ้ กิดผลดตี ่อสมั พันธภาพของบุคคลใกลช้ ิดอีกดว้ ย
6. เรยี นรู้วิธกี ารเสรมิ สร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี
พลเมอื งดิจติ อลนอกจากจะต้องเป็นผู้ทีม่ ีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมปี ระสิทธิภาพแลว้ จะต้องใฝ่รู้และให้
ความสำคญั กับมาตรการเพ่อื ความปลอดภัยและการคมุ้ ครองขอ้ มูลส่วนบคุ คลดว้ ย (Digital Security) เน่อื งจาก
ในยุคดจิ ิตอลน้ันผู้มีเจตนากระทำผดิ และหลอกลวงสามารถใช้เทคโนโลยที ่มี ีความทนั สมัยเพอ่ื หลอกลวงผู้อน่ื ได้
งา่ ยกวา่ กระบวนการสือ่ สารแบบดัง้ เดมิ วิธีการเสรมิ สร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ที่สามารถ
กระทำไดโ้ ดยงา่ ยมหี ลากหลายวธิ ี เชน่ การติดต้งั ระบบปอ้ งกันการจารกรรมและการทำลายข้อมลู ให้กบั อุปกรณ์
การส่ือสารทุกประเภท ตลอดจนร้เู ทา่ ทันต่อรปู แบบและกลอบุ ายของอาชญากรอิเลคทรอนกิ ส์ทีม่ กั มกี ารพฒั นา
รปู แบบของการกระทำผดิ อยเู่ สมอ