Best Practice : แนวทางการปฏิบัตทิ ี่ดี
เรอื่ ง ยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอเพิ่มรายไดใ้ ห้กบั ชมุ ชน
นายกฤตภาส เพช็ รดี
ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบลบางสะแก
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอบางคนที
สำนักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
จังหวัดสมุทรสงคราม
ก
คำนำ
การจดั ทำนวัตกรรมหรือวิธกี ารปฏบิ ตั ิท่เี ปน็ เลิศ ( Best Practice ) ในครั้งนี้ เป็นการสรปุ และรวบรวม
สาระสำคัญในการดำเนินงานการจัดกิจกรรมการทำยาดมสมนุ ไพรจากเปลอื กส้มโอ ของกศน.ตำบลบางสะแก
และรวบรวมวิธีการดำเนนิ งานในรปู แบบต่างๆในการดำเนินงานอยา่ งต่อเน่ือง
การนำเสนอข้อมูลในครั้งนี้ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์และเป็นแนวทางในการ
พัฒนาการดำเนนิ กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ และสรา้ งอาชีพเสริมให้กับคนในชมุ ชน ของกศน.ตำบลบางสะแก
อันเป็นประโยชน์ สำหรับภาคีเครือข่าย และผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน ในการพัฒนางานให้เกิดประโยชน์ต่อ
กลุ่มเปา้ หมายได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป
ขอขอบคุณ ผู้บริหาร กศน.อำเภอบางคนที บุคลากรทุกท่าน และสำนักงาน กศน.จังหวัด
สมุทรสงคราม ท่ีมอบนโยบาย และจดุ เน้นในการปฏิบตั ิงาน และใหค้ วามชว่ ยเหลือแนะนำ นเิ ทศก์ติดตามการ
จัดกิจกรรมการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโออันจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา
และชุมชนตอ่ ไป
กฤตภาส เพช็ รดี
ครู กศน.ตำบลบางสะแก
สารบญั ข
คำนำ หนา้
สารบัญ ก
ข
ชอ่ื ผลงาน 1
หน่วยงาน/สถานศกึ ษา/กศน.ตำบล 1
คณะทำงาน แนวมางปฏิบตั ิท่ีดี 1
ความสอดคล้อง 1
ทม่ี าและความสำคัญของผลงาน 1
วตั ถปุ ระสงค์ 2
ขัน้ ตอน/วธิ กี ารดำเนนิ งาน 2
ตวั ชี้วัดความสำเรจ็ 3
การประเมินผลและเคร่ืองการประเมนิ ผล 3
ผลการดำเนนิ งาน/ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั 3
บทสรุป 3
กลยทุ ธหรือปัจจยั ทีท่ ำให้ประสบ 8
ความสำเร็จ
ข้อเสนอแนะ 8
การอา้ งอิง 8
ภาคผนวก 8
1
ชือ่ ผลงาน : ยาดมสมุนไพรจากเปลอื กสม้ โอเพ่ิมรายได้ให้กับชุมชน
หนว่ ยงาน / สถานศึกษา : กศน.ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จงั หวดั สมทุ รสงคราม ศนู ย์การศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบางคนที สำนักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัย จังหวดั สมุทรสงคราม
คณะทำงาน : นายกฤตภาส เพช็ รดี ครู กศน.ตำบล
ความสอดคล้อง
สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้น ปี 2563 ของสำนักงาน กศน. : ภารกิจต่อเนื่อง
ข้อที่ 1 ด้านการจดั การศึกษาและการเรยี นรู้ 1.3 การศกึ ษาต่อเนื่อง จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำอย่าง
ยั่งยืน โดยให้ ความสำคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทำในกลุ่มอาชีพ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทาง หรือการบริการ ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความ
ต้องการและศักยภาพของแต่ละพ้ืนที่ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชน โดย จัดให้มีหนึ่ง
อาชีพเด่นตอ่ หน่ึงศูนยฝ์ ึกอาชีพ รวมทงั ใหม้ ีการกำกับ ตดิ ตาม และรายงานผลการจดั การศกึ ษาอาชีพเพื่อการ
มงี านทำอย่างเปน็ ระบบและต่อเน่ือง
ทมี่ าและความสำคญั ของผลงาน
ตำบลบางสะแกอำเภอบางคนทีจังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากอำเภอบางคนที ประมาณ
15 กิโลเมตร อยู่ห่างจากจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 20 กิโลเมตร ตำบลบางสะแกมีเนื้อที่ประมาณ
10.97 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,205 ไร่ ลกั ษณะภูมิประเทศของตำบลบางสะแกมีสภาพพื้นท่ีเป็น
ที่ราบลุ่ม สภาพของดินเป็นดนิ ร่วนหรือดินเหนียวปนทราย มีแม่น้ำลำคลองท่ีสำคัญไหลผ่านได้แก่ คลองแคว
อ้อม และมีลำคลองยอ่ ยๆ ไหลผา่ นในพื้นที่เหมาะแก่การประกอบอาชีพดา้ นการเกษตรพ้ืนสวน และพ้ืนท่ีเป็น
ร่องสวน ดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ประชนชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกร
โดยนยิ มปลกู สม้ โอ ล้นิ จ่ี และมะพรา้ ว เป็นตน้
จากการสำรวจความต้องการของประชาชน จากการทำเวทีประชาคมในตำบลบางสะแก
อำเภอบางคนที พบวา่ ประชาชนมีความต้องการทจี่ ะแปรรูปเปลือกส้มโอท่ีเหลือทิ้งหลังจากการปลอกเอาเน้ือ
ส้มโอไปจำหน่าย เนื่องชุมชนประสบปัญหาการกำจัดขยะเปลือกส้มโอจำนวนมาก แต่หากชุมชนได้รับการ
ส่งเสริมและสนับสนุนวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเปลือกส้มโอ จะทำให้ปัญหาขยะจากเปลือกส้มโอหมดไป
และสามารถสรา้ งงานสร้างรายได้และเป็นทางเลอื กใหม่ในการประกอบอาชพี ให้กับประชาชนในชุมชนได้
กศน.ตำบลบางสะแก จงึ ดำเนนิ การจดั ทำโครงการยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอเพ่ือเพิ่มความรู้และ
ทักษะในการแปรรูปเปลือกส้มโอให้กับนักศึกษาของกศน.ตำบลบางสะแกเพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้และ
สามารถสรา้ งรายได้ให้กบั ชุมชนเป็นอาชพี เสริมสามารถสร้างรายได้ไดจ้ ริง
2
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ให้กลมุ่ เปา้ หมายเดก็ และเยาวชนมคี วามรู้และทกั ษะในการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอ
2. เพอ่ื ให้กลุม่ เป้าหมายประชาชนทวั่ ไปมีความร้แู ละทักษะในด้านการพฒั นารปู แบบของการทำยาดม
สมุนไพรจากเปลอื กส้มโอและสามารถสร้างรายได้ได้จริง
3. เพอื่ ลดปริมาณขยะจากเปลือกสม้ โอในชุมชน
เปา้ หมาย
เชงิ ปรมิ าณ
- เด็กและเยาวชนจำนวน 5 คน
- ประชนชนทัว่ ไปในชุมชนจำนวน 15 คน
เชงิ คณุ ภาพ
- กลมุ่ เปา้ หมายเด็กและเยาวชนมคี วามรู้และทกั ษะในการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอ
- กลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไปมีความรู้และทักษะในด้านการพัฒนารูปแบบของการทำยาดม
สมนุ ไพรจากเปลอื กสม้ โอและสามารถสรา้ งรายได้ได้จริง
วิธดี ำเนนิ การ
1. ครู ประชาชน และผู้นำชุมชนรว่ มกันศกึ ษาสภาพปัญหา ความตอ้ งการ โดยการจดั เวที
ประชาคม จากนั้นนำข้อมลู มาวิเคราะห์ ทำให้ทราบวา่ ชมุ ชนมีภูมิปญั ญาท่ีมคี วามรู้ ความชำนาญด้าน
การประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีการทำสวนส้มโอ จำนวนมาก และชุมชนกำลังประสบปัญหาใน
การกำจดั ขยะจากเปลอื กส้มโอ
2. ครู ผู้เรยี น และชมุ ชน ประชมุ รว่ มกันเพ่ือวางแผนการดำเนินงาน ชี้แจงวัตถุประสงค์ ผลที่
ผ้รู ่วมกิจกรรมจะได้รบั ทำใหม้ ีผสู้ นใจเขา้ ร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน
3. ศึกษาเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพในชุมชน จัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ และ
วางแผนจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ร่วมกับผู้เรียน และวิทยากร
4. ครูและผู้เรียนร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงาน และทำข้อตกลง คือ ต้องมีการนำ
ความรู้ที่รับไปเผยแพร่ให้กับประชาชนในชุมชนให้มีความรู้ในการแปรรูปยาดมสมุนไพรจาก
เปลือกสม้ โอเพอื่ จัดจำหน่าย
5. จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพโดยให้ความรู้เรื่องยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอ และการ
ออกแบบบรรจุภณั ฑ์ โดยการอธบิ ายจากใบความรู้ กระบวนการวธิ ีการผลิต สอ่ื รูปภาพและวีดโิ อ การ
ผลิต การสาธิตการทำ และเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงจนเข้าใจ และชำนาญ เน้นการผลิตที่มี
คุณภาพ รสชาติที่ดี สวยงาม และปลอดภัย
6. ใหผ้ ้เู รียนมกี ารนำความรูไ้ ปเผยแพรแ่ ละสอนให้กับคนในครอบครัวและชมุ ชน
3
7. กศน.อำเภอบางคนที ได้มีนิเทศติดตามการจดั การศึกษาต่อเนื่อง เพื่อติดตาม ประเมินผล
การจัดกิจกรรม และครู กศน.ตำบล ได้มีการติดตามการดำเนินงาน โดยการใช้แบบติดตามผู้เรียน
หลังจบหลกั สูตรการศึกษาตอ่ เนอื่ ง
8. สรุปผลการดำเนินโครงการที่ได้จากการติดตามผู้เรียนหลังจบหลักสูตรการศึกษาต่อเนือ่ ง
เมื่อส้ินสุดโครงการ นำเสนอผลการจัดกิจกรรม และจุดที่ควรพัฒนา รวมทั้งข้อเสนอแนะ และจัดทำ
รายงาน เพ่อื นำเสนอแนวปฏิบตั ทิ ีด่ ี (Best Practice) ดา้ นการศกึ ษาเพอื่ พัฒนาอาชพี
9. เผยแพร่ผลงานแนวปฏิบตั ิทด่ี ี (Best Practice) ด้านการศกึ ษาเพื่อพัฒนาอาชีพ โดย
การนำเสนอผลงานในรปู แบบต่างๆ เชน่ นำเสนอข้อมลู ในศูนยก์ ารเรยี นฯ นำเสนอผา่ น เว็บเพจ กศน.
ตำบลบางสะแก
ตวั ช้ีวดั ความสำเร็จ
1. ร้อยละ100ของเดก็ และเยาวชนมีความรู้และทักษะในการทำยาดมสมุนไพรจากเปลอื กสม้ โอ
2. รอ้ ยละ30ของประชาชนท่ัวไปมคี วามรู้และทักษะในด้านการพฒั นารปู แบบของการทำยาดม
สมนุ ไพรจากเปลอื กสม้ โอและสามารถสร้างรายได้ไดจ้ ริง
การประเมนิ ผลและเคร่อื งมือการประเมินผล
ประเมินผลงานการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอโดยครู กศน.ตำบลประเมินจาก การปฏิบัติจริง
แบบสังเกตการณ์ปฏิบัติงาน ความชำนาญ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และประเมินความรู้ ความเข้าใจจากการ
สอบปากเปล่า
ผลการดำเนนิ งาน
1.ผลทีเ่ กิดกบั เด็กและเยาวชน
- เด็กและเยาวชนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและทักษะการทำยาดมสมุนไพรจาก
เปลือกส้มโอ รวมถึงได้รวบรวมและบันทึกข้อมูลของการทำเก็บไว้เพื่อศึกษาและต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
โดยเด็กและเยาวชนที่ศึกษาอยู่กับ กศน.ตำบลบางสะแก สามารถนำองค์ความรู้ไปนำเสนอและ
ประกวดโครงงานเพือ่ พัฒนาทกั ษะชีวติ ในหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช
๒๕๕๑ ได้
2. ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั ประชาชนทั่วไป
- ประชาชนทวั่ ไปจำนวน 15 คน สามารถพัฒนาสตู รสว่ นผสมการผลติ ยาดมสมนุ ไพรจาก
เปลือกส้มโอทมี่ ีคุณภาพและมีการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ที่สวยงาม
บทสรุป
การจัดการศึกษาต่อเนื่อง (กลุ่มสนใจ) หลักสูตร ยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอที่จัดขึ้นในคร้ังนี้
ดำเนินการ ตามแนวทางวงจรคุณภาพเดมมงิ่ (Deming Cycle : PDCA) ดงั น้ี
4
ดา้ นการวางแผน (P)
1. ศึกษาสภาพปัญหา และวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน และชุมชน
โดย การจัดเวทีประชาคม เพื่อนำมาวางแผนจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพบริบท ศักยภาพของชุมชน
ปัญหา และความตอ้ งการที่แท้จริงของผ้เู รียน
2. วิเคราะห์งานตามบทบาทหน้าที่ และวิเคราะห์ความสอดคล้องที่เกี่ยวข้อง เช่น ยุทธศาสตร์ และ
จุดเน้นการดำเนินงานของ กศน. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ระบบประกันคุณภาพสถานศึกษา ฯลฯ ซึ่ง จากการ
วิเคราะห์งาน จะเห็นได้ว่า เป็นงานตามบทบาทหน้าที่ของครู กศน.ตำบล ที่จะต้องจัด การศึกษาเพื่อพัฒนา
อาชีพให้กับประชาชนในพ้ืนที่ โดยต้องมีความสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพ
ของแตล่ ะพน้ื ที่
3. ค้นหา Best Practice โดยพจิ ารณาประเดน็ ดังนี้
- เป็นเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วข้องกับภารกจิ โดยตรงของบทบาทหน้าท่ี
- สนองนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษา
ตามอัธยาศัย ประจำปีงบประมาณ 2563 ด้านการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมี งานท้าอย่างยั่งยืน โดยให้
ความสำคัญกบั การจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทำในกลุ่ม อาชพี เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม
คหกรรม และอาชีพเฉพาะทาง หรือการบริการ ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความต้องการและ
ศกั ยภาพของแตล่ ะพื้นท่ี
- มีผลผลติ /ความสำเร็จเพม่ิ ขึ้น
- สามารถนำไปใช้เปน็ มาตรฐานการทำงานต่อไปได้
- มีการพัฒนาปรับปรุงต่อไป จากการพิจารณาประเด็นต่างๆ ดังกล่าว เพื่อค้นหา Best Practice
ในการจดั กจิ กรรมท่ี สอดคล้องกบั สภาพปัญหา และความตอ้ งการของคนในชุมชน พบวา่ เป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวข้อง
กับบทบาทหน้าที่ โดยตรงของ ครู กศน.ตำบล และเป็นการดำเนินงานที่สนองนโยบายและจุดเน้นการ
ดำเนินงานของสำนักงาน สง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ประจำปงี บประมาณ 2564
ดา้ นการจัดการศกึ ษา ตอ่ เนอ่ื ง จงึ ได้วางแผนเพื่อดำเนินการตามบทบาทภารกจิ ดงั น้ี
1) ครู ผู้เรียน และชุมชน มีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับ
สภาพ ปัญหา ความต้องการ โดยการประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการดำเนินงาน ชี้แจงวัตถุประสงค์
ผลทผี่ ูร้ ว่ มกจิ กรรมจะได้รับ ทำใหม้ ีผู้สนใจเข้ารว่ มกิจกรรม จำนวน 20 คน
2) ศึกษาเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพในชุมชน จัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ และ
วางแผน จัดกจิ กรรมการเรยี นรูร้ ่วมกับผเู้ รียน และวิทยากร
5
3) ครูและผู้เรียนร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงาน และทำข้อตกลง คือ ต้องมีการนำ
ความรู้ที่รับไปเผยแพร่ให้กับประชาชนในชุมชนให้มีความรู้ในเรื่องการแปรรูปยาดมสมุนไพรจาก
เปลอื กสม้ โอ ไวใ้ ช้บริโภคและเพอ่ี จัดจำหน่าย
4. นำข้อมูลจากการวิเคราะห์และพิจารณาในข้อ 1 – 3 มากำหนดกรอบการดำเนินงานท่ี
พจิ ารณาแลว้ วา่ เปน็ แนวปฏิบัติทีด่ ี (Best Practice) โดยดำเนินการ ดงั นี้
1) กำหนดวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
2) กำหนดตัวช้ีวดั ความสำเรจ็
3) กำหนดวธิ ดี ำเนินการ
4) กำหนดวิธกี ารประเมนิ ผลและเคร่ืองมือการประเมินผล
ด้านการดำเนนิ งาน (D)
จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามที่ได้วางแผนและออกแบบกิจกรรมไว้ โดยการให้ความรู้ และฝึก
ปฏิบตั ิจริง ดงั น้ี
1) จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพโดยให้ความรู้เรื่อง การแปรรูปยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอและ
การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ โดยการอธบิ ายจากใบความรู้ กระบวนการวธิ กี ารผลิต สื่อรูปภาพและวีดิโอ การผลิต
การสาธิตการทำ และเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงจนเข้าใจ และชำนาญ เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ สวยงาม
และปลอดภยั
2) ให้ผู้เรยี นมกี ารนำความรไู้ ปเผยแพร่และสอนให้กบั คนในครอบครัวและชุมชน
ด้านการตรวจสอบและประเมินผล (C)
1. ประเมินผลงานการแปรรูปยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอโดยครู กศน.ตำบลประเมินจาก
การปฏิบัติจริง แบบสังเกตการณ์ปฏิบัติงาน ความชำนาญ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และประเมินความรู้ ความ
เขา้ ใจจากการสอบปากเปลา่
2. กศน.อำเภอบางคนที ได้มีนิเทศติดตามการจัดการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อติดตาม ประเมินผลการจัด
กิจกรรม และครู กศน.ตำบล ได้มีการติดตามการดำเนินงาน โดยการใช้แบบติดตามผู้เรียนหลัง จบหลักสูตร
การศกึ ษาตอ่ เนอื่ ง
3. สรปุ ผลการดำเนินโครงการทไ่ี ดจ้ ากการติดตามผเู้ รียนหลงั จบหลักสตู รการศึกษาต่อเนื่อง เมือ่
ส้ินสุด โครงการนำเสนอผลการจัดกิจกรรม และจุดที่ควรพัฒนา รวมท้ังข้อเสนอแนะ และจัดทำรายงาน เพื่อ
นำเสนอแนวปฏิบตั ิที่ดี (Best Practice) ด้านการศึกษาเพื่อพฒั นาอาชพี
4. เผยแพร่ผลงานแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ โดย การนำเสนอ
ผลงานในรปู แบบต่างๆ เชน่ นำเสนอข้อมูลในศูนยก์ ารเรียนฯ นำเสนอผ่าน เวบ็ เพจ กศน.ตำบลบางสะแก
6
ด้านการปรับปรุงและพฒั นาผลการปฏิบัตงิ าน (A)
นำข้อเสนอแนะของผู้เรียน ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาปรับปรุงรูปแบบ และวิธีการดำเนินงานการ
ส่งเสริมอาชีพ เพื่อเผยแพร่ให้ชุมชนอ่ืนที่มีสภาพบริบทเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ได้นำไปปรับใช้ในการจัด
กิจกรรม สง่ เสริมอาชีพต่อไป
7
การดำเนินงาน
หลักสูตรยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอตามแนวทางวงจรคณุ ภาพของเดมมิ่ง(Deming Cycle :
PDCA) ดังกล่าวสามารถแสดงไดด้ งั ผังงานแนวปฏิบัติที่ดีด้านการส่งเสริมอาชีพ ดังนี้
ผงั งานแนวทางปฏบิ ตั ทิ ีด่ ีดา้ นส่งเสริมอาชีพ ยาดมสมุนไพรจากเปลอื กสม้ โอ
2. ศกึ ษาสภาพปัญหา และความตอ้ งการของชุมชนอย่างมีส่วนรว่ ม
1. ครูรวบรวมและศกึ ษางานตามบทบาทหนา้ ท่ี และภารกจิ
3. วเิ คราะหค์ วาม
สอดคลอ้ งท่ี
เกี่ยวขอ้ ง
4. นาขอ้ มลู จากการวเิ คราะหม์ ากาหนดกรอบการดาเนินงาน
5. จดั กิจกรรมสง่ เสรมิ อาชีพ หลกั สตู ร “ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกสม้ โอ”
6. .ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทายาดมสมนุ ไพรจากเปลอื กสม้ โอจนเกิดความชานาญ
7. ใหม้ กี ารนาความรูท้ ่ไี ดร้ บั ไปเผยแพรใ่ นครอบครวั และชมุ ชน
8. ประเมินผลงานการทายาดมสมนุ ไพรจากเปลือกสม้ โอครู กศน.ตาบลโดย ประเมนิ จากการ
ปฏิบตั ิจรงิ ความชานาญ คณุ ภาพของผลติ ภณั ฑ์ และประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการ
สอบปากเปล่า
9. กศน.อาเภอบางคนที ไดม้ ีนิเทศตดิ ตามการจดั การศกึ ษาต่อเนอ่ื ง เพ่อื ติดตาม ประเมนิ ผลการ
จดั กจิ กรรม และครู กศน.ตาบล ไดม้ กี ารติดตามการดาเนนิ งาน โดยการใชแ้ บบตดิ ตามผูเ้ รยี น
หลงั จบหลกั สตู รการศกึ ษาต่อเนอ่ื ง
10. สรุปผลการดาเนนิ งาน และจดั ทาารูปเลม่ รายงาน
11. เผยแพรผ่ ลงาน
12. นาผลการจดั กจิ กรรม และขอ้ เสนอแนะของผเู้ รียน มาปรบั ปรุงแกไ้ ข เพ่อื วาง
แผนการปรบั ปรุง เนือ้ หา และออกแบบกจิ กรรมของหลกั สตู รใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและ
ความตอ้ งการของ กลมุ่ เปา้ หมายตอ่ ไป P D C A
8
กลยทุ ธห์ รือปัจจัยทท่ี ำให้ประสบความสำเรจ็
1. การมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน และชุมชนในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ท้าให้รู้สภาพ
ปัญหา และความต้องการพฒั นา ให้ไปสู่เปา้ หมายท่ตี ้องการได้
2. การนำเอาวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนทรัพยากรในชุมชน เป็นองค์ความรู้พื้นฐานใน
การตอ่ ยอดความรู้ใหเ้ กิดการพฒั นา
3. หลักสูตร “ยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอ” ดำเนินการตามแนวทางวงจรคุณภาพของ เดมม่ิง
(Deming Cycle : PDCA) ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบได้ในทุกข้ันตอน โดยเริ่ม
ตังแต่การวิเคราะห์สภาพ ปัญหา และความต้องการของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน และชุมชน รวม
ทังการมีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบกิจกรรมของครู ผู้เรียน ชุมชน และภูมิปัญญา ตลอดจนมีการ
ตดิ ตามประเมินผลทกุ ขนั้ ตอน จงึ ทำให้สามารถพัฒนาผู้เรยี นได้บรรลตุ ามตัวชี้วัดความสำเรจ็ ของโครงการ
ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรส่งเสริมให้มกี ารพฒั นาบรรจภุ ัณฑใ์ ห้มีคุณภาพ งา่ ยตอ่ การใช้งาน สวยงาม
2. ควรเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูล วิธีการทำยาดมสมุนไพรจาก
เปลือกสม้ โอ เชน่ เวบ็ ไซต์ของสถานศกึ ษา/หน่วยงานตน้ สังกดั สื่อออนไลน์ ได้แก่ Facebook YouTube ฯลฯ
3. ควรพัฒนาผู้เรียนในเรื่องช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ โดยเรียนรู้จากศูนย์ดิจิทัล
ชุมชน เพือ่ เพ่ิมชอ่ งทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
เอกสารอา้ งอิง
นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564.
[ระบบออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.facebook.com/policy.onie/ (วันที่ค้นข้อมูล 30 เมษายน
2564)
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการวจิ ยั
สำเนาโครงการการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกสม้ โอ
ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรม
ภาคผนวก
ก
บทท่ี 1
บทนำ
ท่มี าและความสำคัญ
ในปจั จบุ นั คนเราน้ันมีอาการวิงเวียนปวดศีรษะคดั จมูกได้งา่ ยกว่าในอดีตเป็นอย่างมากท้ังนี้เป็นเพราะ
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงมีมลพิษมากขึ้นค่อนข้างเป็นสภาวะที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่าง
มากนอกจากนี้ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งคือคนในยุคปัจจุบันเลือกทานแต่อาหา รที่มีประโยชน์และไม่ค่อยออกกำลัง
กายส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและมีอาการดังกล่าวมายาดมจึงจัดเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยบรรเทาและลด
อาการดังกล่าวได้แต่ในยุคปัจจุบันยาดมที่พบทั่วไปตามท้องตลาดนั้นเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาซึ่งมีราคาถูก
กวา่ สารสกัดจากพชื สมุนไพรแตเ่ มือ่ สูดดมมากๆอาจมีฤทธ์ิทำให้ระคายเคืองตอ่ ระบบทางเดินหายใจสมุนไพรจึง
เป็นทางเลือกใหม่ในการนำมาผลิตเป็นยาดมเนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติไม่ใชส่ ถานสงเคราะห์และสามารถหา
ได้งา่ ยในพื้นที่ชมุ ชนตำบลบางสะแก
คณะผู้จัดทำจึงไดท้ ดลองทำยาดมสมนุ ไพรขึน้ โดยมีการเปรียบเทยี บระหว่างยาดมท่ีพบไดท้ ัว่ ไปตาม
ทอ้ งตลาดซึง่ เปน็ แบบใช้สารสงั เคราะห์กับยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอเพ่ือเป็นแนวทางในการสร้าง
ทางเลือกให้กบั ผู้ใช้ยาดมไดเ้ ลือกส่ิงทเ่ี หมาะสมกับตนเองมากขึ้น
สมมุติฐาน
ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอสามารถนำไปใช้แทนยาดมที่พบทว่ั ไปตามท้องตลาดน้ันเป็นสารท่ี
สงั เคราะห์ได้
จุดมงุ่ หมายของการศกึ ษา
1. เพื่อผลติ ยาดมสมุนไพรจากเปลอื กส้มโอที่ชว่ ยบรรเทาอาการวิงเวยี นปวดศรี ษะและคัดจมกู
ตัวแปรการทดลอง
ตัวแปรต้น : ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกสม้ โอ
ตัวแปรตาม : ความพงึ พอใจของผู้ทดลองใช้ยาดมสมุนไพรจากเปลอื กส้มโอ
ขอบเขตการศกึ ษา ผลติ และศกึ ษาความพงึ พอใจต่อยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอทชี่ ่วยบรรเทาอาการ
วงิ เวียนปวดศีรษะและคัดจมูกได้จริง
บทที่2
เอกสารที่เกยี่ วขอ้ ง
ยาดมสมนุ ไพร
ยาดมสมุนไพร เป็นยาแผนโบราณที่ใช้ประโยชน์และสรรพคุณจากกลิ่นของสมุนไพรต่างๆ เพื่อใช้
บรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ เช่น วิงเวียนศรีษะ หน้ามืดตาลาย เป็นลม อาการเมาต่างๆ รวมถึง อาการจุก
เสียด แน่นท้อง และยังสามารถช่วยขับลม ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและสดชื่นขึ้นได้อีกด้วย เนื่องด้วยอากาศของ
ประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าวเกือบตลอดทั้งปี อาจจะทำให้มีอาการเหล่านี้ได้ง่าย ยาดมสมุนไพรจึงเป็นของที่ใคร
หลายคนขาดไม่ได้ มีพกติดตัวกันไว้ตลอดเวลา โดยยาดมสมุนไพรนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละ
ท้องถิ่น อาจจะด้วยความชอบของคนในท้องถิ่นนั้นๆ รวมถึงสมุนไพรที่สามารถหาได้จากในพื้นที่ ทำให้สูตร
ของยาดมแตกต่างกันไปและมีให้เลือกหลากหลายมาก ทำให้หลายคนอาจจะได้ทดลองยาดมสมุนไพร
หลากหลายสูตรท่ีมาจากท้องถิ่นตา่ งๆ เช่น ยาดมสมนุ ไพรจากประเทศต่างๆ อยา่ ง ไทย พม่า จีน หรือ อินเดีย
เป็นต้น โดยกลิ่นนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามสมุนไพรที่นำมาใช้ แต่ทั้งหมดก็จะใช้กลิ่นเพื่อช่วยบรรเทาอาการ
ผิดปกติต่างๆ คล้ายๆกัน จะเห็นได้ว่ายาดมสมุนไพรนั้นมีหลากหลายสูตร ทำให้เราสามารถเลือกใช้ได้ตาม
ความชอบกลิ่นของสมุนไพรต่างๆ แต่สรรพคุณที่ให้นั้นก็จะคล้ายๆกัน เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ที่กล่าว
มาแล้ว โดยสมุนไพรที่ใช้ก็จะสมุนไพรหลักๆ เหมอื นกัน ยกตัวอย่างเช่น พมิ เสน หรอื อาจจะเป็นเมนทอล ก็ได้
ในยาดมสมุนไพรบางตัวอาจจะใช้ทั้ง2อย่าง สมุนไพรทั้ง2อย่างนนี้จะเป็นสารสกัดจากสมุนไพร แต่ก็จะมี
สมุนไพรบางส่วนที่จะทำการอบแห้งและนำมาบดหยาบเพื่อให้ได้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยออกมาจ ากตัว
สมุนไพร โดยสมนุ ไพรสว่ นนมี้ กั จะเปน็ สมนุ ไพรท่ีขึ้นอยู่กบั ความชอบและหาไดจ้ ากแตล่ ะท้องถน่ิ ทำให้กล่ินของ
ยาดมสมุนไพรแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ยาดมสมุนไพรไทยก็มักจะใช้สมุนไพรที่เป็นเครื่องเทศของไทย
เช่น พริกไทย กระวาน ตะไคร้ เป็นต้น เพราะเป็นสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่นและเป็นกล่ินที่คนในท้องถิ่นชอบ
หรืออย่างยาดมสมุนไพรของจีนก็จะใช้สมุนไพรจีน อย่างเชน่ โปย๊ กั๊ก กุ้ยพว้ ย เป็นส่วนประกอบที่จะให้กลิ่นไป
ในอีกรูปแบบนึง แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าสรรพคุณที่ให้ของสมุนไพรเหล่านี้ที่ถึงแม้จะแตกต่างกัน แต่ก็
ตอ้ งการชว่ ยบรรเทาอาการ คลา้ ยๆกนั อาจจะตา่ งกันเพยี งแคก่ ลน่ิ เท่านน้ั เอง
อาการวิงเวยี น ปวดศีรษะ
อาการเวียนศรี ษะเปน็ อาการที่คนสว่ นใหญ่คงเคยเปน็ อาการเวียนศรี ษะอาจจะมีทั้งวิงเวยี นศรี ษะ มึน
ศีรษะ ตามวั ตาลาย หนา้ มืดคล้ายจะเปน็ ลม หรืออาจจะร้สู ึกมนึ หัวเหมือนบ้านหมนุ ได้ อาการเวียนศีรษะเป็น
อาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุมากมาย โดยสาเหตุที่พบได้บอ่ ย ได้แก่ การพักผ่อน
ไม่เพียงพอ ภาวะเครียด วิตกกังวล ปวดศีรษะจากความเครียด ปวดศีรษะไมเกรน ความผิดปกติของสายตา
ชนิดต่างๆ การใช้สายตามากเกนิ ไป ซึ่งภาวะเหล่านี้อาการอาจจะดขี ึน้ หลังจากไดน้ อนพกั ผ่อน หรือทำกิจกรรม
ที่ผ่อนคลายขึ้น หรืออาจจะเกิดได้จากโรคต่างๆ เช่น โรคทางระบบไหลเวียนเลือด โรคทางระบบประสาท
ภาวะโลหิตจางเป็นต้น นอกจากนั้นยังอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ ที่พบไม่บ่อยนัก เช่น โรคหลอดเลือดสมอง
เนื้องอกในสมอง เป็นต้น แต่โรคเหล่านี้มักไม่ดีขึ้นเมื่อนอนพัก และมักมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น มี
อาการอ่อนแรงครึ่งซีก มีอาการชา มีอาการหน้าเบี้ยว หรืออาเจียน เป็นต้น โดยหากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
อาจจะทำให้มีอาการอ่อนแรงอย่างฉับพลัน ส่วนโรคเนื้องอกในสมองมักทำให้อาการค่อยๆเปน็ มากขึ้นเร่อื ยๆ
หรือบางคนอาจจะมีอาการเวียนศีรษะเหมือนบ้านหมุน อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนเปน็ อาการที่มีสาเหตุ
มาจากความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่คอยรับการทรงตัวสมดุลของ
ร่างกายในท่าทางต่างๆ เม่ือเกิดความผิดปกติขึ้นจึงทำให้มีอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่า
สิ่งแวดล้อมหมุนรอบตัวเองหรือตัวเองหมนุ รู้สึกโคลงเคลงท้ังๆ ทต่ี วั เองอยกู่ ับทหี่ รือไม่มีการเคลื่อนไหว ในราย
ที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมี
เสียงในหูร่วมด้วยได้
สาเหตุของอาการวงิ เวียน ปวดศีรษะ
1.เกิดจากการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ หรือนอนดึกเกินไป ซึ่งมีผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่
เพียงพอเลอื ดไหลเวยี นไม่สะดวก ทำให้เกดิ อาการเวยี นศรี ษะได้
2.เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น อาหารที่มีรสหวาน เค็ม เผ็ดจัดเกินไป หรืออาหาร
ประเภทมัน ทอด ปิ้ง ย่าง หรือน้ำเย็น น้ำหวาน น้ำแข็ง น้ำแข็งใส ไอศกรีมมากเกินไป เพราะการรับประทาน
อาหารรสจัด ของปิ้ง ย่าง มัน ทอด หรือน้ำเย็นมากเกินไปทำให้การไหลเวียนของเลือดหนืดข้นไหลเ วียนไม่
สะดวก จึงทำใหเ้ กดิ อาการมนึ หวั เวียนหวั ได้งา่ ย
3.เกิดจากการตรากตรำใช้สมองและรา่ งกายมากเกินไป โดยมากเม่ือเกดิ การใชร้ ่างกายมากเกนิ ไปมักจะเกิด
สภาวะ เครียด คิดมาก วิตกกังวล หรือเกิดอาการเมื่อยล้า ซึ่งเป็นผลให้เกิดภาวะเลือดหนืดข้น เลือดไหลเวยี น
ติดขัดจนทำใหเ้ กดิ อาการปวดศีรษะ หรอื มนึ ศรี ษะได้
4.เกิดจากอารมณ์ เช่น อารมณ์โกรธหรอื โมโหจัด ทำให้เกดิ อาการมึนศรี ษะ หรอื เวยี นศรี ษะได้
5.เกิดจากอายุมาก เนื่องจากการทอี่ ายมุ ากขึน้ ทำให้รา่ งกายเกิดความเสื่อม สภาพรา่ งกายอ่อนแอ ทำให้เกดิ
อาการมึนศรี ษะ หรอื เวียนศีรษะได้
6.เกิดจากมีการบาดเจ็บหรือเสียเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดเลือด หรือเลือดไม่พอเป็นผลให้
เลือดไมพ่ อเลีย้ งรา่ งกายใหค้ รบ ทำให้เกดิ อาการเวยี นศีรษะได้
อาการคดั จมูก
คัดจมูก (Nasal Congestion) เป็นภาวะที่รู้สึกมีสิ่งอุดตันอยู่ภายในจมูกจนทำให้หายใจได้ไม่สะดวก
ส่วนมากเกิดจากการอักเสบและบวมขึ้นของเยื่อบุในทางเดินจมูกและโพรงอากาศข้างจมูก โดยเกิดขึ้นได้เป็น
ปกติทัง้ กับเด็กและผู้ใหญ่ มักไม่รา้ ยแรง เพยี งแตจ่ ะสร้างความรำคาญ ทัง้ น้ีหากเป็นอาการคัดจมูกในทารกนั้น
ตอ้ งระวัง เพราะอาจทำให้เกดิ ปญั หาเกย่ี วกบั การหายใจหรือการให้นมได้
สมนุ ไพรที่นิยมมาทำเปน็ ยาดมเพ่อื บรรเทาอาการ เวยี นศรษี ะ คดั จมุก
ส้มโอ
ส้มโอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางในตระกูลเดียวกับส้ม มีชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ อีกคือ โกร้ยตะลอง (ภาษา
เขมร) มะขุน (เหนือ) มะโอ (เหนือ) ลีมาบาลี (มลายู ยะลา) และ สังอู (กะเหรี่ยง มลายู)[1] มีชื่อสามัญใน
ภาษาอังกฤษว่า Pomelo ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาดัตช์ pompelmoes ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ส้มที่ลูกเท่า
ฟักทอง" [2] แหล่งกำเนิดอยู่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส้มโอจัดว่าเป็นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทย
นยิ มปลกู ทางภาคตะวันตกของประเทศ
ลกั ษณะทางพฤกษาศาสตร์
ส้มโอเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาที่เรือนยอด ลำต้นมีสีน้ำตาล มีหนามเล็ก ๆ สูง
ประมาณ 8 เมตร ใบเป็นแผ่นหนาสีเขียวเข้ม โคนก้านใบมีหูใบแผ่ออกเป็นรูปหัวใจ แผ่นใบเหมือน มะกรูด
คือแบ่งใบเป็น 2 ตอน แต่ขนาดใบใหญ่กว่า ใบหนาแข็ง มีสีเขียวแก่ มีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อสั้นหรือ
ดอกเด่ยี ว ตามบรเิ วณง่ามใบ มสี ีขาว ปลายกลบี มนมี 4 กลบี กลางดอกมี เกสร 20-25 อนั ผลกลมโต บางพนั ธ์ุ
ตรงขั้วมีจกุ สงู ขนึ้ มา ผิวผลเม่อื ยังออ่ นมีสีเขียว เมือ่ แกจ่ ัดเปลี่ยนเป็นสเี ขยี วอมเหลือง ผวิ ของผลไมเ่ รียบ ผวิ ของ
เปลือกผลมีต่อมน้ำมันกระจายทั่วไป ภายในผลเป็นช่อง ๆ มีแผ่นบาง ๆ สีขาวกั้นเนื้อให้แยกออกจากกัน เน้ือ
แต่ละส่วนเรียกว่า "กลีบ" มีรสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดฝังอยู่ระหว่างเนื้อมากกว่า 1 เมล็ด[3] ผลส้ม
โอมเี ปลอื กหนาทำให้สามารถเกบ็ รักษาไดน้ าน มีวิตามนิ ซมี าก
สรรพคณุ และส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ในตำราจีนเปลือกส้มโอใช้เป็นยาแก้ธาตไุ ม่ปกติ ช่วยแก้อาการไอ ผสมในยาหอมกินแล้วทำให้สดช่ืน (เปลือก)
ในตำราไทย เปลือกส้มโอจัดอยู่ในเปลือกส้มทั้ง 8 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย เปลือกส้มโอ เปลือก
สม้ เขยี วหวาน เปลอื กสม้ จีน เปลือกสม้ ซ่า เปลอื กส้มตรงั กานู เปลอื กมะนาว เปลือกมะกรูด เปลอื กมะง่ัน ซึ่งมี
สรรพคณุ แก้ลม แกเ้ สมหะ และใชป้ รงุ เปน็ ยาหอม ช่วยให้เจรญิ อาหาร สม้ โอมวี ติ ามินซสี งู จงึ ชว่ ยปอ้ งกันและ
รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันเปน็ ต้น
โดยสว่ นใหญ่ เรามักนยิ มรบั ประทานส้มโอเป็นผลไม้สด ทำเป็นนำ้ ผลไม้ หรอื จะนำไปประกอบอาหาร
ไม่วา่ จะเปน็ ยำ เม่ียง ส้มตำ ข้าวยำ หรอื ของหวาน ปลือกนอกสขี าวนำไปแปรรูปทำเป็นส้มโอสามรส ส้มโอแช่
อิ่มได้
มะกรดู
มะกรูด เป็นพืชในสกุลส้ม (Citrus) มีถิ่นกำเนิดในประเทศลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ใน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรูดเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุงอาหารหลายชนิด
นอกจากในประเทศไทยและลาวแลว้ ยงั มคี วามนยิ มในกัมพูชา เวยี ดนาม มาเลเซยี และอนิ โดนีเซีย
ลกั ษณะทางพฤกษาศาสตร์
มะกรูดเปน็ ไม้ต้นขนาดเลก็ ถึงขนาดกลางมีความสูงประมาณ 2-6 เมตร เปน็ ไมเ้ น้ือแขง็ บริเวณลำต้น
และกิ่งมีหนามแข็ง แหลมและยาวผิวเปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลอ่อน ลักษณะทรงพุ่มโปร่ง กิ่งก้านใบเป็นใบ
เดี๋ยว มีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อก้านใบ คือ หูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยง
เป็นมนั มีตอ่ มน้ำมนั กระจายอยู่ทวั่ ไป มกี ล่นิ ฉนุ ขนาดใบกว้าง 2.5-5.01 เซนตเิ มตรดอก เปน็ ดอกสมบูรณ์เพศ
ดอกมีกลิ่นหอม ออกจากซอกมุมใบเป็นดอกเดี๋ยวหรือช่อสั้น กลับรองดอกส่วนปลายแยกเป็น 4-5 กลีบ มีขน
ปรกคลุม กลีบดอกมีลักษณะรูปไข่ ปลายแหลมส้นมี 5 กลีบ ยาว 7-11 เซนติเมตร กว้าง 2.5-5.0 เซนติเมตร
รังไข่กลมผด รูปร่างค้อนข้างกลม เป็นชนิดผลเดี๋ยวผิวเปลือกนอกขรุขระเป็นปุ่ม ผลอ่อนสีเขียวแก่ เมื่อผลสุก
จะเปลี่ยนสีเหลืองขนาดของผลเท่ากับผลของมะนาวหรือใหญ่กว่าเล็กน้อยภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก
ประโยชน์
สรรพคณุ และสว่ นทน่ี ำมาใช้เปน็ ยา
ทางด้านอาหาร ใบ กลิ่นหอมใช้ปรุงแต่งกลิ่นดับอาหารน้ำมันมะกรูดยังช่วยถนอมอาหาร ทางด้าน
อาหารสมุนไพรไทย ใบ รสปรำหอ แก้ไอ แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ช้ำใน ผลเนื้อรสเปรี้ยว กัดเสมหะในคอ แก้
นำ้ ลายยาเหนยี ว แกร้ ะดูเสีย ฟอกโลหติ แก้ปวดทอ้ ง ขบั ลมในลำไส้ ผวิ มะกรูดขบั ลมในลำไส้ บำรุงหัวใจ รักษา
โรคเลือดออกตามไรฟัน กำจดั รงั แค ราก แก้ไข แกไ้ อเลือดกำเดา ถอนพษิ แก้พิษฝภี ายในทอ้ ง
กานพลู
ลกั ษณะทางพฤกษาศาสตร์
ตน้ กานพลู เปน็ ไม้ยืนต้นและเป็นสมุนไพรชนดิ หนึ่งทนี่ า่ ใจ มีสรรพคณุ ทางยาหลากหลาย มกี ลิน่ หอมเฉพาะตวั
เปน็ สมุนไพรไทยทมี่ รี สเผ็ด โดยมกี ารเพาะปลูกและเกบ็ เกีย่ วมากท่ีสุดในประเทศอินโดนเี ซยี อินเดยี ปากีสถาน
และศรีลงั กา เปน็ ตน้
เรานยิ มนำมาใชป้ ระโยชน์ได้หลายสว่ น ไม่วา่ จะเป็นดอกตูม ผล ตน้ เปลอื ก ใบ รวมไปถึงนำ้ มันหอมระเหย ใน
บญั ชียาสมนุ ไพร ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติดา้ นยา (ฉบับท่ี 5) มีการใช้กานพลูเปน็ ยารักษาอาการ
ทางระบบไหลเวยี นโลหิต (แก้ลม) โดยปรากฏอยู่ในตำรับยาหลายชนิด ได้แก่ ยาหอมเทพจติ ร ยาหอมนวโกฐ
ซึ่งจะมีส่วนประกอบของกานพลูร่วมกับสมุนไพรชนดิ อื่น ๆ อยู่ดว้ ย มสี รรพคุณชว่ ยแก้ลม วงิ เวียน อาการหนา้
มดื ตาลาย ใจส่นั คลื่นไส้อาเจียน และยงั มีการใช้กานพลเู ป็นยารักษากล่มุ อาการทางระบบอาหาร ซึง่ ประกอบ
ไปด้วย ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู ซง่ึ จะช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟอ้ จกุ เสยี ด อาหารไมย่ อ่ ยเป็นตน้
สรรพคุณและสว่ นท่ีนำมาใช้เป็นยา
ตำรายาไทย ดอก รสเผ็ด กระจายเสมหะ แก้เสมหะเหนียว แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ปวดฟัน ดับ
กลิ่นปาก แก้หืด เป็นยาทำให้ร้อนเมื่อถูกผวิ หนังทำใหช้ า เป็นยาฆ่าเชื้อ แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด แก้ปวดท้อง
มวนในลำไส้ แก้ลม แก้เหน็บชา แก้พิษโลหิต พิษน้ำเหลือง ขับน้ำคาวปลา ทำอุจจาระให้ปกติ แก้ธาตุทั้ง 4
พิการ แก้ปวดทอ้ ง แกท้ ้องอืด อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน แก้จกุ เสยี ด แกท้ ้องเสีย ขบั ผายลม กดลมให้ลงสู่
เบื้องต่ำ แก้สะอึก แก้ซางต่างๆ ขับระดู น้ำมันกานพลู (Clove oil) เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้ปวดฟัน โดยใช้สำสี
ชบุ นำมาอดุ ทีฟ่ ัน ระงบั การกระตุก ตะคริว ขับผายลม แกป้ วดท้อง แก้ทอ้ งอดื ผสมยากลั้วคอ แต่งกล่ินอาหาร
แต่กลนิ่ สบู่ ยาสฟี ัน ดับกลนิ่ ปาก ดบั กลนิ่ เหล้า ไล่ยงุ
ตำรายาไทย: มีการใช้กานพลูในหลายตำรับ ตัวอย่างเช่น ใน ”พิกัดตรีพิษจักร” คือการจำกัดจำนวน
ตัวยาที่มีรสซึมซาบไวดังกงจักร 3 อย่าง มี ผลผักชีล้อม ผลจันทน์เทศ และกานพลู สรรพคุณแก้ลม แก้พิษ
เลือด แก้ธาตุพิการ บำรุงโลหิต ”พิกัดตรีคันธวาต” คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอมแก้ลม 3 อย่าง มี
ผลเร่วใหญ่ ผลจนั ทน์เทศ และกานพลู มสี รรพคุณ แกธ้ าตพุ กิ าร แกไ้ ขอ้ นั เกิดแตด่ ี แกจ้ ุกเสียด
กระวาน
ลกั ษณะทางพฤกษาศาสตร์
ต้นกระวาน จดั เป็นไม้ลม้ ลกุ มีเหงา้ มคี วามสูงประมาณ 2 เมตร โดยมีกาบใบหุ้มซ้อนกนั ทำให้ดคู ลา้ ยลำตน้
โดยตน้ กระวานมักขน้ึ ในท่รี ่มหรือใตร้ ม่ ไม้ที่มีความช้ืนสงู หรือในทท่ี ่ีมฝี นตกชุกและอย่สู งู จากระดบั นำ้ ทะเล
อยา่ งน้อย 800 ฟตุ ขนึ้ ไป โดยมกั จะพบขนึ้ ทว่ั ไปตามไหล่เขาในบริเวณปา่ ดงดิบ
เรานิยมนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน ไมว่ า่ จะเปน็ ดอกตูม ผล ต้น เปลือก ใบ รวมไปถึงน้ำมันหอมระเหย ใน
บญั ชยี าสมุนไพร ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติดา้ นยา (ฉบบั ท่ี 5) มกี ารใช้กานพลูเป็นยารกั ษาอาการ
ทางระบบไหลเวยี นโลหิต (แก้ลม) โดยปรากฏอยใู่ นตำรบั ยาหลายชนดิ ไดแ้ ก่ ยาหอมเทพจติ ร ยาหอมนวโกฐ
ซึ่งจะมีส่วนประกอบของกานพลูรว่ มกบั สมนุ ไพรชนดิ อน่ื ๆ อยดู่ ้วย มีสรรพคณุ ชว่ ยแกล้ ม วิงเวยี น อาการหน้า
มดื ตาลาย ใจสัน่ คล่นื ไสอ้ าเจียน และยังมีการใชก้ านพลเู ป็นยารกั ษากลุ่มอาการทางระบบอาหาร ซ่ึงประกอบ
ไปดว้ ย ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู ซึง่ จะชว่ ยแก้อาการท้องอดื ท้องเฟ้อ จุกเสยี ด อาหารไม่ย่อยเป็นตน้
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใชเ้ ป็นยา
1. เหงา้ ออ่ นของกระวานใชร้ บั ประทานเป็นผกั ได้ ใหก้ ลิน่ หอมและมีรสเผด็ เลก็ นอ้ ย[1]
2. ผลแก่ของกระวานนำมาตากแห้ง สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเทศในการประกอบอาหารได้อย่าง
ปลอดภยั [1],[2]
3. เมล็ดมีกลิ่นหอม ใช้สำหรับแต่งกลิ่นขนมปัง ขนมเค้ก คุกกี้ และยังช่วยแต่งกลิ่นและดับกล่ินคาวของ
อาหารประเภทเนือ้ สตั วไ์ ดอ้ ีกดว้ ย[3]
4. กระวานไทยสามารถนำมาใชท้ ดแทนกระวานเทศได้[3]
5. มีการนำผลกระวานมาแปรรูปทำเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ โดยน้ำมันกระวาน
สามารถนำไปแต่งกลิ่นเหล้า หรือเคร่ืองดื่มตา่ ง ๆ รวมไปถงึ ยังนำมาใชใ้ นอตุ สาหกรรมน้ำหอมอีกด้วย
[3]
6. กระวานเป็นเครือ่ งเทศสง่ ออกของประเทศไทยทส่ี ามารถสร้างรายไดใ้ หแ้ กป่ ระเทศปลี ะนบั ลา้ นบาท[3]
โกฐหวั บวั
ลกั ษณะทางพฤกษาศาสตร์
จัดเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุหลายปี มีความสูงได้ประมาณ 30-80 เซนติเมตร ลำต้นมี
ลักษณะตั้งตรง โคนต้นเป็นข้อ ๆ และมีรากฝอยงอกอยู่ที่ข้อ บริเวณช่วงบนจะแตกกิ่งก้านมาก มีกลิ่นหอม
[1],[5] ขยายพนั ธ์ดุ ้วยการใช้ข้อของลำต้น ชอบอากาศร้อนชน้ื ชอบดนิ หนาและลึก การระบายน้ำดี มีฤทธ์ิเป็น
กลางหรือกรดเล็กน้อย เจริญเติบโตไดด้ ีในที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500-1,500 เมตร มีอุณหภูมิ
เฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซยี ส สงู สุด 34 องศาเซลเซียส และตำ่ สดุ -5 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,200
มลิ ลิเมตร ความช้ืนสมั พัทธ์เฉล่ีย 80% มีอายกุ ารเกบ็ เก่ยี วประมาณ 2 ปี พืชชนดิ นี้มีถิน่ กำเนิดอยู่ในมณฑลเสฉ
วน กุ้ยโจว ยนู นาน หเู ปย่ ของประเทศจนี และไดม้ กี ารนำมาใชใ้ นเครื่องยาไทยทเ่ี รยี กว่า "พิกัดโกฐ
สรรพคณุ และส่วนท่ีนำมาใช้เปน็ ยา
โกฐหวั บัวจะอยใู่ นยารักษากลมุ่ อาการทางระบบไหลเวยี นโลหิตหรือยาแกล้ ม ซงึ่ ได้แก่ ตำรบั "ยาหอม
เทพจิตร" และตำรับ "ยาหอมนวโกฐ" ซึ่งมีส่วนประกอบของโกฐหัวบัวอยู่ในพิกัดโกฐทั้งเก้า ร่วมกับสมุนไพร
ชนิดอื่น ๆ อีกในตำรับ โดยมีสรรพคุณเป็นยาแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย คลื่นเหียน อาเจียน ใจ
สนั่ แก้ลมจุกแนน่ ในทอ้ ง (เหงา้ )
ดอกจนั เทศ
ตน้ จันทน์เทศ มีถ่นิ กำเนิดในหม่เู กาะโมลกุ กะ ประเทศอินโดนีเซยี [7] โดยจัดเป็นไมพ้ ุ่มยืนตน้ ขนาด
กลางถงึ ขนาดใหญ่ ไมผ่ ลัดใบ มคี วามสงู ของต้นประมาณ 5-18 เมตร เปลือกลำตน้ เรยี บเปน็ สีเทาอมดำ เน้อื ไม้
สนี วลหอมเพราะมนี ำ้ มนั หอมระเหย โดยตน้ จนั ทน์เทศสามารถขน้ึ ได้ในดินเกือบทกุ ชนดิ แตด่ นิ ทีเ่ หมาะกับการ
เจริญเติบโตคือดินรว่ นปนทรายท่มี อี ินทรยี ์วัตถุสงู โดยจะเจรญิ เติบโตไดด้ ใี นเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะทางภาค
ตะวนั ออกและทางภาคใตข้ องไทย สามารถข้ึนไดใ้ นพนื้ ท่ีทม่ี ีความสูงจากระดับนำ้ ทะเลประมาณ 900 เมตร
และนิยมขยายพันธ์ุดว้ ยวธิ กี ารเพาะเมล็ด ในปจั จบุ ันพบว่ามีการปลูกทวั่ ไปในเขตเมืองร้อน ในประเทศไทยจะ
พบได้มากทางภาคใตส้ รรพคุณในการแก้ลมวิงเวยี น แก้อาการหนา้ มืด ตาลาย ใจส่นั คลื่นเหยี น อาเจยี น แก้ลม
จกุ แนน่ ในท้องนิยมใชผ้ สมในยาหอม และยาดม
โป๊ยก๊ัก
โป๊ยก๊กั จดั เปน็ สมุนไพรจีน เป็นพชื ท่ีมีถ่ินกำเนิดและเขตการกระจายพนั ธุอ์ ยใู่ นประเทศจนี และเวยี ดนาม โดย
จัดเป็นพชื พ้นื เมืองในแถบเอเชียเขตรอ้ น มีการใช้กันมาอย่างยาวนานในประเทศจีนกวา่ 1,300 ปแี ล้ว โดยสว่ น
ทีน่ ำมาใชป้ ระโยชนก์ ็คอื ส่วนของเมลด็ ของผลแก่ที่มีลกั ษณะคล้ายดาว 8 แฉก และในปจั จุบันจะมีการ
เพาะปลูกโปย๊ กั๊กมากในประเทศจนี ตอนใต้ อินเดีย เวยี ดนาม และประเทศญ่ปี ุน่ สรรพคุณ มีกลนิ่ หอม แกห้ วดั
ขับลมในลำไสช้ ว่ ยบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบนยิ มใชป้ รงุ อาหาร ผสมยาหอม และยาดม
เมลด็ พรกิ ไทยดำ
พริกไทยดำ บำรงุ ธาตุในร่างกาย ช่วยกระตุน้ ระบบประสาท บรรเทาอาการนอนไม่หลบั พรกิ ไทยใช้เป็น
องคป์ ระกอบสำคัญในยาแผนโบราณของจีนและอนิ เดยี ใช้แกห้ วัด ปวดทอ้ ง ท้องเสีย ปวดประจำเดือน
คลนื่ ไส้ อาหารไม่ย่อย
อบเชย
อบเชยมสี รรพคุณทางยา เน่ืองจากมี แทนนนิ สูงท่ีให้รสฝาดจึงนยิ มใชใ้ นยาตำรบั แผนโบราณ เช่น ผสมในยา
หอมต่าง ๆ โดยใชส้ ่วนของเปลือกลำต้น แก้จุกเสยี ด แน่นท้อง หรือใชใ้ นการทำ ยานตั ถ์ุ ใช้สูดดม เพื่อเพ่มิ
ความสดช่ืน ลดอาการอ่อนเพลยี แกโ้ รคทอ้ งร่วงเพราะมีส่วนช่วยตา้ น แบคทีเรยี ในกระเพาะอาหาร ขบั
ปสั สาวะ ชว่ ยในการยอ่ ยอาหาร และสลายไขมัน สว่ นเปลือกลำต้นอายุมากกวา่ 6 ปี หรอื ใบและกิง่ ยังสามารถ
นำมาสกัดนำ้ มันหอมระเหยได้อกี ดว้ ย
พมิ เสน
" พิมเสนธรรมชาติ หรอื พิมเสนแท้ คือ พิมเสนที่ได้มาจากการระเหดิ ของยางจากตน้ ไม้ (ได้จากการกล่นั เน้ือ
ไม)้ ซงึ่ มชี ่ือทางวิ ลกั ษณะของไมช้ นดิ นีเ้ ป็นไม้ยนื ตน้ ขนาดใหญ่ มีความสงู ได้ถงึ 70 เมตร โดยยางท่ไี ด้จากการ
ระเหิดจะมลี ักษณะเปน็ เกลด็ ใส มขี นาดเล็ก เปน็ รูปหกเหล่ียม และเปราะแตกไดง้ ่าย พมิ เสนจะมเี นื้อแน่นกว่า
การบูร ระเหดิ ไดช้ า้ กว่าสรรพคณุ ของพิมเสนพิมเสนมรี สเผ็ดขม มีกลน่ิ หอม เป็นยาเยน็ ออกฤทธิ์ต่อหวั ใจและ
ปอด มสี รรพคุณเปน็ ยาบำรุงหัวใจชว่ ยดบั พษิ ร้อนในรา่ งกาย ชว่ ยกระตนุ้ สมอง กระตุ้นการหายใจ แก้ลม
วงิ เวียนหน้ามดื หัวใจออ่ น ทำให้ชมุ่ ช่นื ใชเ้ ป็นยาระงับความกระวนกระวาย แกห้ ลอดลมอักเสบใชเ้ ป็นยาฆา่
เชื้อโรคผิวหนังตา่ ง ๆบดผงใส่บาดแผล แก้แผลอักเสบ ฟกช้ำ แก้ผดผน่ื คัน เป็นยาแก้ปวดบวม
การบูร
การบรู " คือผลกึ ท่ีแทรกอยู่ในเนื้อไม้ของตน้ การบูร ทมี่ ีอยทู่ ั่วไปทง้ั ต้น ผงการบูรเปน็ เกลด็ กลมเลก็ ๆ สีขาว
แห้ง อาจจบั กันเปน็ ก้อนร่วน ๆ แตกง่าย ทงิ้ ไวใ้ นอากาศ จะระเหดิ ไปหมด มรี สร้อนปรา่ เมา
ประโยชน์ของการบูรน้ำมนั การบูรจะชว่ ยกระตนุ้ ความรสู้ ึกและทำใหจ้ ิตใจโลง่ และปลอดโปร่ง ช่วยบรรเทา
อาการปวดศีรษะและทำใหต้ ื่นตัว ชว่ ยบรรเทาอาการวงิ เวยี นศีรษะ เมารถ เมาเรือการบูรเมอ่ื นำมาวางในหอ้ ง
หรือตเู้ สอ้ื ผา้ จะสามารถช่วยไล่ยุงและแมลง และยังนำมาผสมเป็นตวั ดับกลิ่นอับในรองเท้าได้อีกดว้ ย
เมนทอล
"เมนทอล" (Menthol Crystal)เป็นสารสกดั จากนำ้ มันสะระแหน่ ซงึ่ ได้มาจากพชื Mentha piperita ใช้เป็นยา
ภายนอกเกยี่ วกบั การลดอาการปวดเมื่อย ฆ่าเช้ือ ทำใหผ้ ิวหนังส่วนท่ถี ูกสัมผสั รสู้ กึ เย็นขึ้น เมอื่ นำไปสดู ดมหรอื
ใช้กับผิวหนงั
วัสดอุ ุปกรณ์ บทที่ 3
วิธีดำเนนิ การทดลอง
1. พิมเสน
2. การบูร 100 กรัม
3. เมนทอล 100 กรมั
4. เปลอื กสม้ โอแห้ง 200 กรัม
5. ผวิ มะกรูด 200 กรัม
6. กานพลู 100 กรมั
7. ลกู กระวาน 100 กรัม
8. โกฐหัวบวั 100 กรัม
9. ดอกจันทรเ์ ทศ 100 กรัม
10. อบเชย 100 กรมั
11. โปย๊ กั๊ก 100 กรมั
12. เม็ดพริกไทย 100 กรมั
13. มดี 100 กรมั
14. เขยี งไม้ 1 เล่ม
15. ครกดนิ 100 กรัม
16 .โหลบรรจุยาดม 100 กรัม
1 โหล
ขั้นตอนการดำเนนิ งาน
1. คิดหวั ข้อโครงเรื่องเพอ่ื นำเสนอครูท่ีปรึกษาโครงงาน
2. ศึกษาและค้นคว้าข้อมลู เกยี่ วกบั เร่อื งที่สนใจวา่ มเี นือ้ หามากน้อยเพียงใดและต้องศกึ ษาคน้ ควา้ เพิม่ เติม
เพยี งใดจากเว็บไซต์ตา่ งๆและบนั ทึกเก็บขอ้ มูลท่ีได้ศึกษาและคน้ คว้าจากเว็บไซต์หรือหนงั สือต่างๆไวเ้ พ่ือจดั ทำ
เนอื้ หาตอ่ ไป
3. ศึกษายาดมสมุนไพรจากเปลือกสม้ โอจากเวบ็ ไซตห์ รือหนงั สือต่างๆท่นี ำเสนอเทคนิควธิ กี ารทำยาดม
สมนุ ไพร
4. จดั ทำโครงงานยาดมสมนุ ไพรจากเปลอื กสม้ โอ
5. นำรา่ งโครงงานยาดมสมุนไพรจากเปลอื กส้มโอสง่ ให้ครทู ีป่ รึกษาโครงงานดวู า่ ใชไ่ ด้หรือไม่
6. ทดลองใช้ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอ
7. ปฏิบตั ิการจัดทำโครงงานเร่ืองยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกสม้ โอใหส้ วยงามและนา่ ดู
8. จดั ทำเอกสารรายงานโครงงานยาดมสมุนไพรจากเปลือกสม้ โอแล้วนำมานำเสนอ
9. ประเมินผลการทำโครงงานยาดมสมุนไพรจากเปลอื กส้มโอ
ขัน้ ตอนการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอ
1. นำสมุนไพรทั้งหมด มาหัน่ เป็นชิ้นเลก็ ๆและบบุ เป็นชนิ เล็กๆน้อยq
2. นำพมิ เสน การบรู เมนทอล มาผสมกนั ในถว้ ยแกว้ ใหล้ ะลายเปน็ เน้อื เดยี วกนั
3. จากน้นั นำสมนุ ไพรท่หี ่นั มารวมกบั นำ้ พิมเสนการบูรเมนทอลแลว้ บรรจใุ ส่ขวดแกว้
4. . นำไปทดลองใช้เพ่ือประเมนิ ความพึงพอใจ
บทท่ี 4
ผลการทดลอง
จากผลการศึกษาพบว่าจากการนำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอไปให้กลุ่มตัวอย่างได้ทดลองใช้
จำนวน10คน ผลปรากฏว่าผู้ทดลอง100%ความพึงพอใจอยุ่ในระดับดีมากโดยให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะว่า
หลังจากที่ดมยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอมีความรู้สึกสดชื่นสามารถบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะกระตุ้น
ร่างกายให้สดช่นื และตื่นตัว
ตารางแสดงผลการประเมินความพงึ พอใจต่อยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอ
รายการประเมิน ระดับคะแนน ระดับความพึงพอใจ
เฉลี่ย ร้อยละ
ยาดมสมนุ ไพรจากเปลอื กส้มโอที่ 100 100 ดีมาก
ทา่ นได้รบั มีคุณภาพดมี ากนอ้ ย
เพียงใด
ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอ 100 100 ดมี าก
บรรเทาอาการวงิ เวียนศรษี ะและ
คัดจมูก สามารถตอบสนองความ
ต้องการของทา่ นไดม้ ากนอ้ ย
เพยี งใด
ยาดมสมนุ ไพรจากเปลือกส้มโอมี 100 100 ดมี าก
ประสิทธิภาพเทยี บเทา่ กบั ยาดม
สำเรจ็ รูป ทมี่ ีจำหน่ายอยู่ทั่วไปใน
ปัจจุบันมากน้อยเพยี งใด
ระดับความพึงพอใจโดยรวมของ 100 100 ดีมาก
ท่านตอ่ ยาดมสมุนไพรจากเปลอื ก
ส้มโอ
บทท่ี 5
สรุปและอภปิ รายผลการทดลอง
จากผลการศึกษาพบว่าจากการนำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอไปให้กลุ่มตัวอย่างได้ทดลองใช้
จำนวน10คน ผลปรากฏว่าผู้ทดลอง100%ใช้มีความพึงพอใจอยุ่ในระดับดีมากโดยให้ขอ้ คิดเห็นและเสนอแนะ
ว่าหลังจากที่ดมยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอมีความรู้สึกสดชื่นสามารถบรรเทาอาการวิงเวียนศีร ษะกระต้นุ
ร่างกายให้สดชื่นและตื่นตัว จึงสามารถสรุปได้ว่ายาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโอที่ได้จัดทำขึ้นนั้นสามารถใช้
งานได้จรงิ และมีประสิทธภิ าพเทียบเทา่ กับยาดมสำเรจ็ รปู ทม่ี ีจำหนา่ ยอยทู่ ัว่ ไปในปัจจุบัน
บรรณานกุ รม
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ( 25 ตุลาคม 2556 ). ยาดมสมุนไพร สบื ค้นเม่ือวนั ที่
14 มนี าคม พ.ศ. 2564. จาก: miwkattarin.blogspot.com
เดชา ศริ ิภทั ร ( 5 กรกฎาคม 2556 ). มะกรดู . สบื คน้ เม่ือวนั ท่ี 14 มีนาคม พ.ศ. 2564.
จาก:http//www.doctor.or.th
วกิ พิ ีเดีย ( 3 สงิ หาคม 2556 ). สมุนไพรแกอ้ าการเวยี นศรษี ะและคัดจมุก สืบคน้ เมือ่ วันท่ี 16
มนี าคม
พ.ศ. 2564. จาก: home.kapook.com
วิกพิ ีเดยี ( 5 กนั ยายน 2556 ). มะกรดู . สบื คน้ เมื่อวนั ท่1ี 8 มีนาคมพ.ศ. 2564-. จาก:
http://th.wikipedia.org/wiki/มะกรูด
วกิ พิ ีเดีย ( 27 ตุลาคม 2556 ). พชื สมนุ ไพร สืบคน้ เม่อื วนั ที่ 19 มนี าคม 2564. จาก:
https://th.wikipedia.org/wiki/rn=l,6owr
ศ.เตม็ สมิตนิ นั ทน์ (25 ตุลาคม 2556). สมุนไพรท่ใี ชท้ ำยาดม สบื คน้ เม่ือวนั ที่ 20,
มนี าคม พ.ศ. 2564
จาก: http://www.rspg.or.th/
ภาคผนวก