The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

10 (1)

10 (1)

คํานํ า

พลังงาน(ENERGY)หมายถึง ความสามารถในการทํางานหรือทาํ ให
เกิดงาน ผลการทํางานของแรงนั้นทาํ ใหวัตถุหรือส่ิงใด ๆ เคล่ือนท่ีหรือ
เคล่ือนไหว พลังงานนั้นสามารถจัดเก็บไวได พลังงานไมสามารถ
ถูกทาํ ลายได แตสามารถเปลี่ยนแปลงจากรูปหน่ึงไปเป็ นอีกรูปหน่ึงได
ดังนั้นจึงรวบรวมขอมูลเพ่ือศึกษา ทาํ ความเขาใจเกี่ยวกับการเกิดพลังงาน
แ ล ะ ส า ม า ร ถ นํ า ไ ป ใ ช ป ร ะ โ ย ช น ห รื อ เ รี ย น รู ถึ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ข อ ง ก า ร ใ ช พ ลั ง ง า น

ดงั นัน้ พลงั งานจงึ มีความสาํ คัญตอประเทศชาติทัง้ ดา นเศรษฐกิจการเกษตร
ส่งิ แวดลอมและสาธารณูปโภคเพราะสามารถนําไปแปรรูปหรือเปล่ียนแปลง
สารได เชน ทําใหส ารรอ นข้นึ เกิดการเคล่อื นที่ เปล่ียนสถานะ เป็นตน

ปิยธิดา ยอดอุดม
ชญาดา ศรยี าภัย
30 กันยายน 2563

ENERGY

พ ลั ง ง า น

ปยธดิ า ยอดอุดม
ชญาดา ศรยี าภัย

สารบญั หน า
1
ความหมายของพลังงาน 3
ลักษณะพลงั งาน
แหลงกาํ เนิดพลงั งาน 7
8
-พลังงานความรอ นและแสงจากดวงอาทติ ย 9
-พลังงานจากลม
-พลังงานจากฝน 10
ผลกระทบจากการใชพ ลังงาน 11
-ผลกระทบจากการใชกงั หันลม 12
-ผลกระทบจากการใชพลังน้ําผลิตกระแสไฟฟ า 13
-ผลกระทบจากการใชพ ลงั งานความรอ นใตพภิ พ 14
หนวยของการวดั พลงั งาน 15
สรปุ
บรรณานกุ รม

สารบญั ภาพ หน า

ภาพที่ 1 พลังงาน 1
ภาพที่ 2 ลักษณะพลงั งาน 3
ภาพที่ 3 พลังงานจลน 4
ภาพท่ี 4 พลงั งานกล 4
ภาพที่ 5 การเกดิ ฝนกรด 5
ภาพท่ี 6 ผลกระทบของฝนกรด 6
ภาพที่ 7 แหลงพลงั งานความรอ น 7
ภาพท่ี 8 พลงั งานลม 8
ภาพที่ 9 แหลง พลังงานจากฝน 9
ภาพท่ี 10 ความรอนใตพ ิภพ 10
ภาพที่ 11 แหลง งานจากลม 11
ภาพท่ี 12 แหลงพลังงานจากน้ํา 12

ลักษณะพลงั งาน

ภาพที 2 ลกั ษณะของพลงั งาน
ทมี า : http://ahorroenergeticobiomasa.blogspot.com/2013/05/bioenergias-la-

importancia-de-las.html

พลงั งานทม่ี นษุ ยค น พบถกู นํามาใชป ระโยชนต งั้ แตอ ดตี จนถงึ ปัจจบุ นั
พลงั งานจะมตี งั้ แตพ ลงั งานกล พลงั งานความรอ น พลงั งานจากดวงอาทติ ย ฯลฯ
แหลง พลงั งานแตล ะแหลง ทม่ี อี ยใู นโลกลว นมคี วามแตกตา งเน่อื งจาภมู ปิ ระเทศ
ทแ่ี ตกตา ง สว นประเภทของแหลง พลงั งานจะจาํ แนกออกจากการพจิ ารณา
เชน แหลง กาํ เนดิ การใชง าน การไดม าของพลงั งาน ระยะเวลาของการสะสม
พลงั งานรวมถงึ ผลทางดา นเศรษฐกจิ สว นการประหยดั พลงั งาน แหลง พลงั งาน
จะเป็นแหลง ใดยอ มสง ผลกระทบกลบั มาสผู ใู ชพ ลงั งานไมต รงในทางออ ม
ประชาชนทกุ คนบนโลกจงึ จําเป็นทต่ี อ งถอื เป็นหนาทนี่ นั้ กค็ อื ประหยดั พลงั งานใน
สว นของพลงั งานกลนนั้ แบง ออกเป็น 2 ชนดิ คอื พลงั งานศกั ยแ ละพลงั งานจลน

-3-

ลกั ษณะพลงั งาน

ภาพที 3 พลงั งานจลน์
ทีมาhttps://www.youtube.com/watch?v=EkUXCjMeoJ0 :

ภาพที 4 พลังงานกล
ทีมาhttps://www.youtube.com/watch?v=EkUXCjMeoJ0 :

-4-

ลกั ษณะพลงั งาน
พลังงานภายใน คือ พลงั งานท่ีสภาวะเคล่อื นทต่ี อ เน่ืองตลอดเวลา
สว นพลงั งานความรอนเป็นพลังงานซ่งึ ตอจากทีห่ นี่งไปยงั อกี ทีห่ น่ึง
โดยอณุ หภมู ทิ ี่ตางกนั และพลังงานที่เกดิ จากดวงอาทติ ยท เ่ี กิดจาก
การหมุนของไดนาโมทข่ี บั เคล่ือนโดยการหายตัวของไอน้ําที่ความดนั สูง
ซ่ึงพลังงานทาํ ใหเ กิดปรากฏการณมมากมาย ซ่งึ ทยี่ กมามที ัง้ หมด
3 อยาง คอื   ฝนกรด เป็นฝนทม่ี คี า pH ต่ํากวา 5.6 จะทาํ ปฏิกริ ิยากบั
แกส ซัลเฟอรไดออกไซดและแกสไนโตรเจน ไดออกไซดเ กดิ เป็น
กรดซลั ฟิวรกิ กรดไนตรกิ จะพบฝนกรดพวกนี้มากที่สดุ ในบรเิ วณ
ทีเ่ ป็นตวั ของโรงงานอตุ าหกรรมโรงไฟฟ า ควันพิษจากรถยนต ฯลฯ

ภาพที 5 การเกดิ ฝนกรด
ทมี าhttps://www.youtube.com/watch?v=EkUXCjMeoJ0 :

-5-

ลักษณะพลงั งาน

ภาพที 6 ผลกระทบของฝนกรด
ทมี าhttps://www.youtube.com/watch?v=EkUXCjMeoJ0 :

ซ่ึงบรเิ วณพวกนี้จะมีแกส ซลั เฟอรไดออกไซดและไนโตรเจน
ไดออกไซดอยเู ป็นจํานวนมากซ่งึ ฝนกรดจะพบมากที่ทวปี ยโุ รป อเมรกิ า
และจนี ซ่ึงผลกระทบ คอื พชื ท่ไี ดร บั ฝนกรดในจํานวนมากจะทําใหด ิน
ขาดสารบางชนิดซ่งึ มผี ลตอการเจรญิ เติบโตของพชื สวนเอลนีโญ คอื
ปรากฏการณความแปรปรวนของสภาพอากาศ เกิดลมพดั กลับทิศทาง
จากสภาพปกติเม่อื ลมพดั กลบั ทิศทางกระแสน้ําอุนทางดานตะวนั ตก
ไหลไปตรงขา มกับลมสินคาสง ผลใหระดบั น้ําทะเลและสภาพอากาศ
แปรปรวนไปจากสภาพปกติกอใหเ กิดความแหงแลงในบริเวณเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต และลานีญาเป็นปรากฏกรณในทางยอ นกลับของ
เอลนีโญ ทาํ ใหอุณหภมู ผิ ิวน้ําทะเลยง่ิ สูงข้ึนผิดจากปกติที่เคยมีอณุ หภมู สิ งู
ซ่ึงมฝี นตกในปริมาณท่มี าก

-6-

แหลง กาํ เนิดพลงั งาน
พลังงานความรอ นและแสงจากดวงอาทิตย

ภาพที 7 แหลง่ พลงั งานความร้อน
ทมี า : http://www.thaienergytraining.com/

ดวงอาทติ ยเป็นแหลงพลงั งานธรรมชาตทิ ่ีสําคัญใหพ ลงั งานโดยตรง
เป็นพลังงานความรอนและพลังงานแสง ชว ยใหเกิดความอบอนุ และ
มองเห็นสิง่ ตาง ๆ พลงั งานแสงสามารถเปลี่ยนรปู ไปเป็นพลงั งานความรอ น
และพลังงานไฟฟ าไดพ ลังงานสรุ ยิ ะสามารถเปลีย่ นรูปเป็นพลังงานไฟฟ า
ไดเ ชนกนั โดยการใชแ ผงสรุ ยิ ะซ่ึงประกอบดวยเซลลสรุ ิยะจํานวนมากมาย
รวมอยดู วยกัน เซลลส รุ ยิ ะเหลานี้เปลยี่ นพลงั งานแสงใหเป็นพลังงานไฟฟ า

-7-

แหลงกาํ เนิดพลังงาน
พลังงานจากลม

ภาพที 8 พลังงานลม
ทีมา : https://sites.google.com/site/phlangnganthdthaen07/phlangngan-lm-2

ความรอนจากดวงอาทิตยเ ป็นสาเหตทุ าํ ใหลมพดั ไปยังบรเิ วณตางๆทวั่ โลก
แตไมไ ดพัดอยางคงทส่ี ม่ําเสมอ บางครัง้ กพ็ ดั รุนแรง บางครงั้ ก็พดั แผวเบา
มนษุ ยใชสลี มหรอื กงั หันลมมาเป็นเวลานานแลว ในการปั๊มน้ําและบดขาวโพด
การใชก งั หนั ลมเป็นการเปล่ียนพลงั งานลมใหเ ป็นพลังงานกลกงั หนั ลม
สมยั ใหมจะมีใบพดั ตอ เช่ือมกบั เคร่ืองกาํ เนิดไฟฟ าซ่ึงเป็นเคร่อื งจักร
ทเ่ี ปล่ยี นแปลงพลงั งานกลใหเ ป็นพลังงานไฟฟ าไดด งั นัน้ กังหนั ลมจงึ สามารถ
ผลิตกระแสไฟฟ าไดเ ชนกัน

-8-

แหลง กาํ เนิดพลงั งาน

พลงั งานจากฝน

ภาพที 9 แหลง่ พลังงานจากฝน
ทมี า : https://solarsmileknowledge.com/

ฝนซ่งึ ตกบรเิ วณภเู ขาสามารถรวมรวบและเกบ็ กกั ไวไดในเข่ือนท่ี
มนุษยส รางข้นึ ปริมาณน้ําทีก่ กั เก็บไวน ี้มีพลังงานสะสมอยูม ากภายในเข่อื น
เม่ือปลอยน้ําใหไ ปขับกังหันซ่ึงเป็นการขับเคร่ืองผลิตกระแสไฟฟ าใหท ํางาน
ในกรณีเชนนี้อนั ดับแรกพลงั งานศกั ยทสี่ ะสมอยจู ะถกู เปลี่ยนใหเ ป็น
พลังงานกลตอจากนัน้ จงึ เปล่ียนเป็นพลังงานไฟฟ า ซ่ึงถอื วาไดม าจากพลงั น้ํา
นัน่ เอง

เราสามารถจาํ แนกประเภทของพลังงานตามแหลงกําเนิดของ
พลงั งานออกเป็น 2 ประเภท คอื

1.พลงั งานตนกาํ เนิด พลังงานประเภทนี้มาจากพลังงานธรรมชาติ
2.ไดแก แสงแดด ลม น้ํา น้ํามันดบิ กา ซธรรมชาติ ความรอนใตพ ิภพ

เป็ นตน
3.พลงั งานแปรรูป พลังงานประเภทนี้มาจากการนําพลงั งานตนกาํ เนิด
มาแปรรูปเพ่อื นํามาใชป ระโยชนในลกั ษณะตาง ๆ กนั
ไดแก พลงั งานความรอน พลงั งานไฟฟ า กาซชีวภาพ เป็นตน

-9-

ผลกระทบจากการใชพลังงาน

ผลกระทบจากการใชพ ลังงานความรอ นใตพภิ พ

ภาพที 10 ความร้อนใตพ้ ิภพ
ทมี า : https://hilight.kapook.com/view/117098

ปั ญหาส่งิ แวดลอมจากการใชพลงั งานความรอนใตพิภพ
ถึงแมค วามรอ นใตพ ิภพจะเป็นพลงั งานไดเปลาจากธรรมชาตสิ ามารถ

นํามาผลติ กระแสไฟฟ าท่ีมตี น ทุนต่าํ แตอยา งไรก็ตามการนําพลงั งานชนิดนี้
มาใชงานอาจกอ ใหเกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ดังนี้

สารเคมอี ันตรายทล่ี ะลายปนอยูอ าจปนเป้ือนระบบน้ําบาดาลหรือน้ํา
ผวิ ดนิ เชน สารหนู ปรอท เป็นตน 
มีกา ซอนั ตราย เชน ไฮโดรเจนซัลไฟดและกาซอ่นื ๆ ระเหยออกมาดว ย
กอใหเกดิ ผลกระทบตอระบบหายใจ 
มีไอน้ํารอนทใ่ี ชผ ลิตกระแสไฟฟ าจํานวนมากจะทาํ ใหเ กดิ ความรอ น
ตกคา งในอากาศสง ผลกระทบตอระบบนิเวศท่ีอยูใกลเ คยี ง 
หากเป็นการตัง้ โรงไฟฟ าขนาดใหญอ าจจะกอใหเกิดปัญหาการทรดุ ตัว
ของแผน ดินได

-10-

ผลกระทบจากการใชพ ลงั งาน

ผลกระทบจากการใชกงั หันลม

ภาพที 11 แหลง่ งานจากลม
ทมี า : http://oknation.nationtv.tv/blog/lampang/2009/11/19/entry-1

ผลกระทบจากการใชกังหันลม 
ถงึ แมการใชพ ลังงานลมจะไมก อ ใหเ กดิ มลภาวะรายแรงใด ๆ

ตอสง่ิ แวดลอ มเน่ืองจากพลงั งานลมคอ นขางเป็นพลงั งานบริสุทธิ์
แตในการพฒั นาแหลง พลงั งานชนิดนี้มาใชเ ป็นพลงั งานทดแทนนัน้
ควรไดค ํานึงถึงผลกระทบท่ีอาจเกดิ ข้นึ ได ดงั นี้ 

ผลตอทัศนียภาพเน่ืองจากตองใชกงั หนั ขนาดใหญอาจบดบงั สวนตา งๆ
ของพ้ืนทไ่ี ป 
การเกิดมลภาวะทางเสยี งเม่อื ใบพัดขนาดใหญทํางานจะเกิดเสียงดงั
มากรบกวนผอู ยใู กลเคยี ง 
การรบกวนคล่นื วทิ ยุซ่งึ เกิดจากใบพดั สวนใหญท าํ จากโลหะเม่อื หมุน
ทาํ ใหเ กิดการรบกวนคล่นื วทิ ยแุ ละโทรทัศนในระยะ 1 – 2 กิโลเมตร 
ผลกระทบตอ ระบบนิเวศเม่อื ตดิ ตัง้ กังหันลมขนาดใหญอ าจทําให
สงิ่ มชี ีวติ ใกลเ คียงอพยพไปอยูท่ีอ่ืน

-11-

ผลกระทบจากการใชพลงั งาน

ผลกระทบจากการใชพลงั น้ําผลติ กระแสไฟฟ า

ภาพที 12 แหลง่ พลงั งานจากนํา
ทีมา : https://consumerthai.org/

ผลกระทบจากการใชพ ลังนํ้าผลิตกระแสไฟฟ า 
การใชพลังน้ําเพ่อื ผลติ กระแสไฟฟ าจัดเป็นพลังงานบรสิ ุทธิ์

ไมกอ ใหเ กดิ มลพิษทางอากาศเหมือนกับการใชพ ลงั งานจาก
การเผาไหมเ ช้อื เพลิงและมตี นทนุ ในการผลิตต่ําอยางไรกต็ ามการพฒั นา
พลงั น้ําโดยการสรางเข่ือนกกั เก็บน้ําจะมปี ัญหาสิ่งแวดลอมที่ควรคาํ นึง
เป็นอยางมากในเร่ืองของการสญู เสียพ้ืนท่ีปาไมเพ่ือใชเป็นอา งเกบ็ น้ํา
เหนือเข่ือน ราษฎรในพ้นื ทีน่ ้ําทวมตองอพยพยา ยท่ีตัง้ ถ่นิ ฐานใหมสัตวป า
สูญเสียท่ีอยูอาศัยหรอื อาจสูญพนั ธุไ ปนอกจากนัน้ แรธ าตตุ างๆที่มอี ยู
ในพ้นื ทอี่ าจถูกทงิ้ ใหจมอยูใตน้ํา โดยไมม โี อกาสนําข้ึนมาใชป ระโยชน
ดังนัน้ จึงมีขอ แมวา จะทําการพฒั นาอยา งไรผลกระทบจงึ เกิดข้ึนน อยท่ีสุด
และใหคุมคา กับสิง่ ที่สูญเสยี ไป กรมสงเสรมิ คณุ ภาพสิ่งแวดลอมกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม

-12-

บรรณานกุ รม

ความหมายของพลงั งาน (ม.ป.ป.) สืบคน เม่อื 22 สงิ หาคม 2563
จาก https://www.powermeterline.com/

ผลกระทบจากการใชพลงั งาน (ม.ป.ป.) สืบคนเม่อื 14 กนั ยายน 2563
จาก https://sites.google.com/site/61project1827/phlk-ra-

thb-phlangngan-tx-sing-waedlxm
ลกั ษณะของพลังงาน (ม.ป.ป.) สืบคน เม่ือ 30 สงิ หาคม 2563

จาก https://sites.google.com/site/raengdan/khwam-hmay-
ngan/pra-pheth-kh
แหลงกําเนิดพลงั งาน (ม.ป.ป.) สืบคน เม่ือ  6 กันยายน 2563

จากhttps://sites.google.com/site/patiwatmemeesing36/
haelng-phlangngan-ni-lok
หนวยของการวดั พลงั งาน (ม.ป.ป.) สบื คน เม่ือ 8 กันยายน 2563

จากhttps://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/phlangngan/
khwam-hmay-khxng-phlangngan

ความหมายของพลังงาน

ภาพที 1 พลงั งาน
ทีมา : https://www.google.com/search

ความสามารถในการทํางานหรอื ทําใหเ กดิ งาน ผลการทํางานของแรงนัน้
ทาํ ใหวตั ถุหรือสง่ิ ใด ๆ เคล่ือนท่หี รอื เคล่ือนไหว พลังงานนัน้ สามารถจดั เก็บ
ไวไ ด พลงั งานไมส ามารถถูกทาํ ลายได แตส ามารถเปลีย่ นแปลงจากรปู หน่ึง
ไปเป็นอีกรปู หน่ึงได เชน พลงั งานแสงเป็นพลังงานไฟฟ า พลงั งานไฟฟ า 
เป็นพลงั งานกล หรือ พลงั งานความรอน เป็นตน

มนุษยเรารจู ักกบั พลังงานและนําพลงั งานมาใชใหเ กดิ ประโยชน
กบั ตัวเอง เม่อื ประมาณเกือบ ๆ ลา นปีมาแลวพลังงานทใ่ี ชแ ละคน พบยคุ แรก
คอื พลงั งานจาก “ไฟ” โดยทม่ี นษุ ยโบราณนํามาใชในการใหค วามอบอนุ กบั
ตัวเองและใชในการหุงหาอาหาร ป องกันสัตวรายและในยคุ ตอ ๆ มาประมาณ
พนั กวา ปีกอนชาวอียิปตไ ดเรียนรูท ีจ่ ะประยกุ ตเอาพลงั งานลมมาใชใ น
การเดินเรอื ซ่งึ กเ็ ป็นท่มี าของใบพัดเรือและกังหันวิดน าพลงั งานลม
ตอ มาสกั ประมาณ 200 กวาปีกม็ ีการคนพบพลงั งานรูปแบบตางมากมาย
ไมว าจะเป็นพลงั งานไฟฟ า พลังงานจากน้ํามนั พลังงานน้ํา พลังงานกล

ความสามารถซ่งึ มอี ยใู นตวั ของสงิ่ ทอี่ าจใหแรงงานได หรอื เป็นกาํ ลงั งาน
ท่ีใชใ นชว งเวลาหน่ึงหรือระยะทางหน่ึง มีคาเป็น จลู หรือ Joule ในทางฟิสกิ ส
พลงั งานเป็นหน่ึงในคณุ สมบตั เิ ชงิ ปรมิ าณพ้นื ฐานทอ่ี ธบิ ายระบบทางกายภาพ
หรือสถานะของวตั ถุ พลังงานสามารถเปลย่ี นรปู ไดหลายรปู แบบทแ่ี ตละแบบ
อาจจะชดั เจนและสามารถวดั ไดใ นหลายรูปแบบทแี่ ตกตา งกนั

กฎของการอนรุ ักษพ ลงั งานระบวุ า พลังงานของระบบสามารถเพ่ิมหรือลด
ไดโ ดยการถา ยโอนเขา หรือออกจากระบบเทานัน้ พลงั งานทัง้ หมดของ
ระบบใด ๆ สามารถคาํ นวณไดโ ดยการรวมกนั อยา งงาย ๆ เม่อื มันประกอบดวย
ชนิ้ สว นทไ่ี มม ีการปฏสิ มั พันธท งั้ หลายหรอื มหี ลายรปู แบบของพลงั งานท่แี ตก
ตา งกนั

รปู แบบของพลังงานทวั่ ไปประกอบดว ยพลงั งานจลนของวตั ถุเคล่อื นที,่
พลงั งานที่แผร งั สอี อกมาโดยแสงและการแผร งั สขี องแมเหล็กไฟฟ าอ่นื ๆ
และประเภทตาง ๆ ของพลังงานศกั ย เชน แรงโน มถว งและความยดื หยุน
ประเภททวั่ ไปของการถา ยโอนและการเปลยี่ นแปลงพลงั งานประกอบดว ย
กระบวนการ เชนการใหความรอนกับวัสดุ, การปฏิบตั ิงานทางกลไกบนวตั ถ,ุ
การสรา งหรอื การใชพลังงานไฟฟ า และปฏิกริ ิยาทางเคมีจาํ นวนมาก

-2-

หนวยของการวัดพลงั งาน

หนวยของการวัดพลังงานมักจะถกู กําหนดโดยผา นกระบวนการของ
การทาํ งาน งานท่ีทาํ โดยสง่ิ หน่ึงบนอีกสง่ิ หน่ึงถกู กําหนดไวใ นฟิสิกสวา เป็นแรง
(หนวย SI : นิวตัน) ที่ทําโดยสงิ่ นัน้ คณู ดวยระยะทาง (หนวย SI : เมตร)
ของการเคล่อื นไหวเพ่อื ตอสกู ับแรงที่กระทาํ โดยฝายตรงขา ม
ดงั นัน้ หนวยพลังงานเป็นนิวตัน-เมตร หรอื ท่ีเรียกวา จลู หนวย SI ของกําลงั
(พลงั งานตอ หนวยเวลา) เป็นวัตต หรอื แค จูลตอ วินาที ดังนัน้ จลู เทา กบั วตั ต-
วนิ าที หรอื 3600 จูลสเทา กบั หน่ึงวัตต- ชวั่ โมง หนวยพลังงาน CGS เป็น เอิรก,
และหนวยอมิ พเี รียลและสหรัฐอเมรกิ าเป็น ฟตุ ปอนด หนวยพลังงานอ่ืน ๆ
เชน อเิ ลก็ ตรอนโวลต, แคลอร่อี าหารหรือกโิ ลแคลอรีอณุ หพลศาสตร (ข้ึนอยกู บั
การเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิของน้ําในกระบวนการใหความรอน) และบที ยี ู ถกู ใชใ น
พ้นื ทเี่ ฉพาะของวิทยาศาสตรและการพาณิชย และมีปัจจยั การแปลงหนวย
ทเี่ กีย่ วขอ งใหเป็น จูล

-13-

สรปุ

พลงั งานมีความสามารถในการทํางานหรือทาํ ใหเ กิดงาน ผลการทาํ งาน
ของแรงนัน้ ทําใหว ตั ถุหรือสิ่งใด ๆ เคล่ือนท่หี รือเคล่ือนไหว พลงั งานนัน้
สามารถจดั เก็บไวไ ด พลังงานไมสามารถถูกทาํ ลายได แตส ามารถ
เปลย่ี นแปลงจากรปู หน่ึงไปเป็นอีกรูปหน่ึงได ซ่งึ พลงั งานท่ีมนุษยค น พบ
และถกู นํามาใชประโยชนตัง้ แตอ ดตี จนถงึ ปัจจุบันพลังงานจะมตี งั้ แต
พลงั งานกล พลงั งานความรอ น พลงั งานจากดวงอาทิตย ฯลฯ
แหลงพลังงานแตละแหลงทีม่ ีอยูในโลกลว นมีความแตกตา งเน่ืองจาก
ภมู ปิ ระเทศท่ีแตกตา ง สวนประเภทของแหลง พลังงาน และดวงอาทติ ยเ ป็น
แหลงพลงั งานธรรมชาติที่สําคัญใหพ ลังงานโดยตรงเป็นพลังงานความรอ น
และพลงั งานแสงชวยใหเ กิดความอบอนุ และมองเห็นสิ่งตา ง ๆ พลังงานแสง
สามารถเปลีย่ นรูปไปเป็นพลงั งานความรอนและพลังงานไฟฟ าไดค วามรอน
จากดวงอาทิตยเป็นสาเหตทุ ําใหล มพดั ไปยังบริเวณตา งๆทัว่ โลกแตไมไดพ ดั
อยางคงทส่ี ม่ําเสมอ ซ่งึ ฝนทตี่ กบรเิ วณภูเขาสามารถรวมรวบและเก็บกักไว
ไดใ นเข่อื นทีม่ นษุ ยสรางข้ึน ปริมาณน้ําท่กี กั เกบ็ ไวน ี้มีพลงั งานสะสมอยูมาก
ถึงแมค วามรอนใตพภิ พจะเป็นพลังงานไดเ ปลาจากธรรมชาตสิ ามารถนํามา
ผลิตกระแสไฟฟ าทม่ี ตี น ทนุ ต่าํ แตอยา งไรกต็ ามการนําพลงั งานชนิดนี้มาใช
งานอาจกอ ใหเกดิ ผลกระทบตอสงิ่ แวดลอ ม การใชพลงั น้ําเพ่อื ผลิตกระแส
ไฟฟ าจัดเป็นพลงั งานบริสทุ ธิไ์ มก อใหเ กิดมลพษิ ทางอากาศเหมือนกับ
การใชพ ลังงานจากการเผาไหมเช้อื เพลิงและมีตนทุนในการผลติ

-14-


Click to View FlipBook Version