The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการเพาะเห็ดป่า จัดทำโดยเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อไม้ ภายใต้ศูนย์กลางการเรียนรู้ไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2024-04-06 02:12:20

คู่มือการเพาะเห็ดป่า

คู่มือการเพาะเห็ดป่า จัดทำโดยเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อไม้ ภายใต้ศูนย์กลางการเรียนรู้ไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2566

Keywords: เห็ดป่า,การเพาะเห็ดป่า,เห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา,เห็ดแครง,เห็ดหลินจือ,เห็ดเยื่อไผ่

คู่มือการเพาะเห็ดป่า ป่ เรียรีบเรียรีงโดย เครือรืข่าข่ยความร่วร่มมือมืการพัฒพันาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใม่ช่เช่นื้อไม้ (NON-WOOD PRODUCTS) ศูนย์กย์ลางการเรียรีนรู้ไรู้ม้เม้ศรษฐกิจแบบครบวงจร ได้รับรัทุนทุอุดหนุนการทำ กิจกรรมส่งส่เสริมริและสนับสนุนทุนทุวิจัวิยจัและนวัตวักรรม จากสำ นักงานการวิจัวิยจัแห่งห่ชาติ ประจำ ปีงบประมาณ 2566


เรียบเรียง คู่มือการเพาะเห็ดป่า ป่ ดร.บารมี สกลรักษ์ ดร.วินันท์ดา หิมะมาน นางกิตติมา ด้วงแค นายพนิน สินธวารักษ์ นางสาวภรณี สว่างศรี นางสาววราพร ไชยมา นางสาวจิตรา กิตติโมรากุล นางสาวอินทิรา พันธาสุ นางสาวสาวิตรี มังคลาด รศ. ดร.เชิดชัย โพธิ์ศรี ผศ. ดร.เยาวภา อร่ามศิริรุจิเวทย์ อ. ดร.ปิยังกูล เหลืองเจริญกิจ ผศ. ดร.ธารรัตน์ แก้วกระจ่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมป่าไม้ กรมป่าไม้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรณาธิการ ดร.บารมี สกลรักษ์ ผศ. ดร.ธารรัตน์ แก้วกระจ่าง ภายใต้การดำ เนินงาน ศูนย์กลางการเรียนรู้ไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร การปลูก การจัดการ การใช้ประโยชน์และอุตสาหกรรม คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อไม้ (NON-WOOD PRODUCTS) ทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำ นักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) (N74E660110) ที่ปรึกษา ผศ. ดร.กอบศักดิ์ วันธงไชย รศ. ดร.สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ คณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


คู่มือการเพาะเห็ดป่า ป่


เห็ดห็สกุลกุระโ.งก กลุ่มลุ่เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซา


“เห็ดห็ ป่าป่ ” เป็นป็หนึ่งนึ่ในทรัพรัยากรชีวชีภาพที่มีที่คมีวามสำ คัญคัและสามารถนำ มาใช้ปช้ระโยชน์ เพื่อเป็นป็อาหารและยารักรัษาโรคมาอย่าย่งยาวนาน เห็ดห็มีบมีทบาททางนิเนิวศที่แที่ตกต่าต่งกันกั ได้แด้ก่ เห็ดห็ผู้ย่ผู้ อย่ยสลายอินอิทรียรีวัตวัถุ เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซา เห็ดห็ โคน และเห็ดห็ ปรสิตสิซึ่งซึ่เห็ดห็แต่ลต่ะ กลุ่มลุ่ มีวิมีธีวิกธีารเพาะแตกต่าต่งกันกัหนังนัสือสื “คู่มืคู่ อมืการเพาะเห็ดห็ ป่าป่ ” เล่มล่นี้จนี้ะเป็นป็ประโยชน์กัน์บกั ผู้สผู้ นใจเพาะเห็ดห็ ป่าป่มีเมีนื้อนื้หาประกอบด้วด้ยรายละเอียอีดที่สำที่ สำคัญคัและเทคนิคนิการเพาะเห็ดห็ ป่าป่ แต่ลต่ะกลุ่มลุ่ เช่นช่การแยกเชื้อชื้และเก็บก็รักรัษาเชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ การเตรียรีมหัวหัเชื้อชื้การเพาะเห็ดห็เอคโต ไมคอร์ไร์รซา และการเพาะเห็ดห็กลุ่มลุ่ เห็ดห็ผู้ย่ผู้ อย่ยสลายอินอิทรียรีวัตวัถุ ซึ่งซึ่องค์คค์วามรู้แรู้ละเทคนิคนิ การเพาะเห็ดห็ ได้เด้รียรีบเรียรีงจากผู้เผู้ชี่ยชี่วชาญของเครือรืข่าข่ยความร่วร่มมือมืการพัฒนาผลิตลิภัณภัฑ์ ที่ไที่ม่ใม่ช่เช่นื้อนื้ไม้ (Non-wood products) ภายใต้ศูต้นศูย์กย์ลางการเรียรีนรู้ไรู้ม้เม้ศรษฐกิจกิแบบครบ วงจร การปลูกลูการจัดจัการ การใช้ปช้ระโยชน์แน์ละอุตอุสาหกรรม คณะวนศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลั เกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเกษตรศาสตร์ หวังวัเป็นป็อย่าย่งยิ่งยิ่ว่าว่หนังนัสือสืเล่มล่นี้จนี้ะมี ส่วส่นทำ ให้ผู้ห้สผู้ นใจการเพาะเห็ดห็ ป่าป่ ได้รัด้บรัความรู้แรู้ละนำ เทคนิคนิต่าต่ง ๆ ไปใช้ใช้นการเพาะเห็ดห็ ป่าป่ที่ ท่าท่นสนใจ เพื่อการสร้าร้งอาชีพชีสร้าร้งรายได้ต่ด้อต่ ไป คำ นำ (ผู้ช่ผู้วช่ยศาสตราจารย์ ดร.กอบศักศัดิ์ วันวัธงไชย) คณบดีคดีณะวนศาสตร์


ส า ร บั ญ เห็ดและบทบาทความสำ คัญ การแยกและเก็บรักษาเชื้อบริสุทธิ์ การเตรียมหัวเชื้อข้าวฟ่าง การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา การเพาะเห็ดกลุ่มเห็ดผู้ย่อยสลายอินทรียวัตถุ - การเพาะเห็ดแครง - การเพาะเห็ดหลินจือ - การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หน้า 1 หน้า 6 หน้า 12 หน้า 14 หน้า 21


เห็ดห็ (Mushroom) จัดจัเป็นสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิที่อยู่ใยู่น อาณาจักจัรรา (Kingdom of Fungi) เนื่องจากไม่มีม่ มี คลอโรฟิลฟิล์และไม่สม่ามารถสังสัเคราะห์อห์าหารเองได้ ไม่มีม่ มี ระบบเส้นส้ ประสาทหรือรืประสาทสัมสัผัสผั ไม่มีม่อมีวัยวัวะสำ หรับรั การเคลื่อนไหว จึงจึทำ ให้แห้ตกต่างจากสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ ใน อาณาจักจัรพืชพืและสัตสัว์ ราจะเจริญริเติบโตในลักษณะเป็น เส้นส้ ใย (Mycelium) ขนาดเล็กมากอยู่ใยู่นอินทรียรีวัตวัถุ เช่นช่เศษซากพืชพืขอนไม้ ดิน บนเปลือกไม้ ใช้กช้ารหลั่งลั่ เอนไซม์ย่ม์อย่ยอาหารจากภายนอกและดูดดูซับซัอาหารเข้าข้สู่ เซลล์ จากนั้นนั้เมื่อมื่มีสมีภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการ เจริญริพันพัธุ์ เส้นส้ ใยของราจะรวมตัวกันสร้าร้งโครงสร้าร้ง เพื่อพื่ ใช้ใช้นการสืบสืต่อพันพัธุ์ นั่นนั่คือ ดอกเห็ดห็ (Fruiting body) เป็นโครงสร้าร้งขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นห็ ได้ ด้วยตาเปล่า มีหมีน้าที่ในการสร้าร้งสปอร์ (Spore) เมื่อมื่ ดอกเห็ดห็แก่สปอร์ที่ร์ ที่ ถูกถูบรรจุอยู่ภยู่ายในดอกเห็ดห็จะถูกถู ปล่อยออกมา อาจแพร่ไร่ ปตามลม น้ำ หรือรืสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิอื่น ๆ เช่นช่แมลง สัตสัว์ นก หากตกลงในที่ที่มี เห็ดและบทบาทความสำ คัญ บารมี สกลรักษ์ วินันท์ดา หิมะมาน กิตติมา ด้วงแค และพนิน สินธวารักษ์ เห็ดคืออะไร หน้า 1 สภาพแวดล้อมเหมาะสมสปอร์เร์หล่านี้ก็จะงอกเป็น เส้นส้ ใยเจริญริ ไปยังยับริเริวณนั้นนั้ต่อไป เห็ดห็หลายชนิด จึงจึมีสีมีสัสีนสัสวยงาม มีกมีลิ่นเฉพาะตัว เพื่อพื่ล่อแมลง หรือรืสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิอื่นให้เห้ข้าข้มากัดกินและนำ พาสปอร์ไร์ป ยังยัที่ห่าห่งไกล เห็ดห็แบ่งบ่ออกเป็น 2 กลุ่มลุ่โดยใช้ลัช้ ลักษณะ การเกิดของสปอร์ใร์นการแบ่งบ่ดังนี้ 1. เห็ดห็ ในไฟลัมเบสิดิสิ ดิโอไมโคตา (Phylum Basidiomycota) 2. เห็ดห็ ในไฟลัมแอสโคไมโคตา (Phylum Ascomycota)


หน้า 2 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - เห็ดและบทบาทความสำ คัญ 1. กลุ่มลุ่เห็ดในไฟลัมเบสิดิสิ ดิโอไมโคตา (Phylum Basidiomycota) กลุ่มลุ่เห็ดห็ครีบรี (Agarics or Gilled mushrooms) เช่นช่เห็ดห็ระโงก เห็ดห็น้ำ หมาก เห็ดห็แครง กลุ่มลุ่เห็ดห็มันมั ปู (Chanterelles) เช่นช่เห็ดห็มันมั ปู น้อย เห็ดห็มันมั ปูใหญ่ กลุ่มลุ่เห็ดห็ตับเต่า (Boletes) เช่นช่เห็ดห็ตับเต่า เห็ดห็ห้าห้เห็ดห็เสม็ดม็ กลุ่มลุ่เห็ดห็หิ้งหิ้ (Polypores and Bracket fungi) เช่นช่เห็ดห็หลินจือจืเห็ดห็หิ้งหิ้พิมพิาน เห็ดห็ขอน แดงรูเล็ก กลุ่มลุ่เห็ดห็แผ่นผ่หนัง (Leather-bracket fungi) กลุ่มลุ่เห็ดห็หูหหูนู/เห็ดห็วุ้นวุ้ (Jelly fungi) เช่นช่เห็ดห็ หูหหูนูดำ เห็ดห็หูหหูนูขาว เห็ดห็พายทอง กลุ่มลุ่เห็ดห็ที่เป็นแผ่นผ่แบนราบไปกับท่อนไม้ (Crust and Parchment fungi) กลุ่มลุ่เห็ดห็ ฟันฟัเลื่อย (Teeth fungi) เช่นช่ เห็ดห็หัวหัลิง กลุ่มลุ่เห็ดห็ ปะการังรัและเห็ดห็กระบอง (Coral and Club fungi) เช่นช่เห็ดห็เขากวางอ่อน เห็ดห็ ปะการังรัส้มส้แดง กลุ่มลุ่เห็ดห็รูปร่มร่หุบหุ (Gastroid Agarics) กลุ่มลุ่เห็ดห็ลูกลูฝุ่นและเห็ดห็ดาวดิน (Puffballs and Earthstars) เช่นช่เห็ดห็เผาะหนัง เห็ดห็ก้อนกรวด กลุ่มลุ่เห็ดห็ลูกลูฝุ่นก้านยาว (Stalked Puffballs) กลุ่มลุ่เห็ดห็รังรันก (Bird’s nest fungi) กลุ่มลุ่เห็ดห็เขาเหม็นม็ (Stinkhorns) เช่นช่ เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ กลุ่มลุ่เห็ดห็ทรัฟรัเฟิลฟิ ปลอม (False Truffle) กลุ่มเห็ดห็ครีบรี กลุ่มเห็ดห็หิ้งหิ้ กลุ่มเห็ดห็ลูกฝุ่น กลุ่มเห็ดห็เขาเหม็น


หน้า 3 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - เห็ดและบทบาทความสำ คัญ 2. เห็ดในไฟลัมแอสโคไมโคตา (Phylum Ascomycota) กลุ่มลุ่เห็ดห็ทรัฟรัเฟิลฟิ (Truffles) กลุ่มลุ่เห็ดห็คอร์ไร์ดเซป (Cordyceps) ไซลาเรียรี (Xylaria) และดัลดิเนีย (Daldinia) กลุ่มลุ่เห็ดห็รูปโคมไฟหรือรืมอเรล (Morels) กลุ่มลุ่เห็ดห็อานม้าม้ (Saddle fungi) กลุ่มลุ่เห็ดห็รูปแก้วแชมเปญ รูปถ้วย หรือรืรูปจาน (Cup fungi หรือรื Disclike fungi) กลุ่มลุ่เห็ดห็ลิ้นพสุธสุา (Earth Tongues) บทบาททางนิเนิวศ เห็ดห็เป็นสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิที่ไม่สม่ามารถสังสัเคราะห์อห์าหาร เองได้ จึงจึต้องอาศัยอาหารจากสิ่งสิ่ที่เห็ดห็ขึ้นขึ้อยู่เยู่พื่อพื่ การเจริญริเติบโต ดังนั้นนั้หากพิจพิารณาจากสิ่งสิ่ที่เห็ดห็ ขึ้นขึ้อยู่ก็ยู่ ก็จะสามารถบ่งบ่บอกถึงบทบาทและหน้าที่ของ เห็ดห็ชนิดนั้นนั้ต่อระบบนิเวศได้ ดังนี้ 1. เห็ดที่ขึ้นขึ้อยู่บยู่นเศษซากพืชพืและมูลสัตสัว์ เรียรีกว่าว่เห็ดผู้ย่อย่ยสลายอินทรียรีวัตวัถุ (Saprophytic mushroom) เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้ ทำ หน้าที่ย่อย่ยสลายซากโดยการปล่อยน้ำ ย่อย่ยออกไป ยังยัเศษซากพืชพืหรือรืมูลสัตสัว์ ทำ ให้ซห้ากเหล่านั้นนั้ค่อย ๆ พุพังพัลงย่อย่ยสลายอินทรียรีวัตวัถุที่ถุที่ เห็ดห็สามารถดูดดูซับซั ไปใช้ใช้นกระบวนการเจริญริเติบโตของเห็ดห็เอง และ บางส่วส่นกลายเป็นธาตุอตุาหารกลับสู่สิ่สู่ งสิ่แวดล้อม เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้สามารถพบได้ทั่วทั่ ไปในที่ที่มีซมีาก อินทรียรีวัตวัถุปถุริมริาณมากและความชื้นชื้สูงสู กลุ่มเห็ดห็ดัลดิเนีย ตัวอย่าย่งเห็ดห็ผู้ย่ผู้ อย่ยสลายอินทรียรีวัตวัถุ


หน้า 4 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - เห็ดและบทบาทความสำ คัญ 2. เห็ดที่ขึ้นขึ้จากดินโดยตรง เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้สามารถ แบ่งบ่ตามชนิดของสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิที่มีคมีวามสัมสัพันพัธ์กัธ์ กันได้ 2 กลุ่มลุ่ได้แก่ กลุ่มลุ่ที่ 1 เห็ดที่อาศัยร่วร่มกับรากพืชพืแบบพึ่งพึ่พา อาศัยกัน (Symbiosis mushroom) หรือรื เรียรีกว่าว่เห็ดเอคโตไมคอร์ไร์รซา (Ectomycorrhizal mushrooms) โดย เส้นส้ ใยบางส่วส่นของเห็ดห็จะเข้าข้ไปเจริญริอยู่บยู่ริเริวณรอบ ๆ ของรากพืชพือาศัยสารอาหารจากรากพืชพื ในการ เจริญริเติบโต แต่ในขณะเดียวกันก็ทำ หน้าที่ดูดดูแร่ธร่าตุ และน้ำ ในดินส่งส่ผ่าผ่นให้กัห้ กับพืชพืทำ ให้พืห้ชพืเจริญริเติบโตได้ ดีขึ้นขึ้เพิ่มพิ่ความแข็งข็แรงและทนทานต่อโรคให้แห้ก่ราก ทำ ให้พืห้ชพืทนทานต่อสภาพแห้งห้แล้งได้ดีขึ้นขึ้ซึ่งซึ่กลุ่มลุ่ เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซา จะมีคมีวามสัมสัพันพัธ์จำธ์จำเพาะกับ ไม้ต้ม้ ต้น เช่นช่วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) วงศ์ก่อ (Fagaceae) และวงศ์สนเขา (Pinaceae) กลุ่มลุ่ที่ 2 เห็ดโคนปลวก (Termite mushrooms) เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้มีคมีวามสัมสัพันพัธ์ร่ธ์วร่มกัน กับปลวกเพาะเลี้ยงรา (Fungus growing termite) เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้จำ เป็นต้องอาศัยสารเคมีบมีาง ชนิดในปลวกเพื่อพื่การเจริญริเติบโตและสร้าร้ง โครงสร้าร้งเป็นดอกเห็ดห็ โดยจะพบดอกเห็ดห็บนดิน และเมื่อมื่ขุดดินบริเริวณที่เห็ดห็ขึ้นขึ้ลึกลงไปจะพบราก ของเห็ดห็ (Pseudorhiza) ติดกับรังรัของปลวก (Termite nest) ซึ่งซึ่ชนิดของเห็ดห็มักมัมีคมีวาม สัมสัพันพัธ์จำธ์จำเพาะกับปลวกเพาะเลี้ยงราแต่ละชนิด 3. เห็ดที่ขึ้นขึ้บนสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิอื่น ๆ กิ่ง ก้าน ลำ ต้น ของต้นไม้ หรือรืบนหนอน แมลง เรียรีกว่าว่เห็ดห็ ปรสิตสิ (Parasitic mushroom) เห็ดห็กลุ่มลุ่นี้ เจริญริบนสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ โดยการแย่งย่น้ำ และสารอาหาร ก่อให้เห้กิดโรคในสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิที่มันมัเข้าข้อาศัย ทำ ให้เห้ซลล์ และเนื้อเยื่อยื่ค่อย ๆ ถูกถูทำ ลายขยายเป็นแผลกว้าว้ง จนสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวินั้นนั้ตายลง เห็ดห็เป็นสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิที่ไม่สม่ามารถสร้าร้งอาหารได้ ด้วยตัวเองได้ ปัจจัยจัภายในและปัจจัยจัภายนอกจึงจึ มีส่มีวส่นสำ คัญอย่าย่งยิ่งยิ่ในการเจริญริเติบโตของเห็ดห็ 1. พันพัธุกรรม (Genetic) พันพัธุกรรมของเห็ดห็ จะกำ หนดสภาพการเจริญริเติบโต ความทนทานต่อ สภาพแวดล้อม โรค และแมลงทำ ลาย 2. อุณหภูมิภูมิ(Temperature) อุณหภูมิภูเมิป็น ปัจจัยจัที่สำ คัญอย่าย่งยิ่งยิ่ในการเจริญริเติบโตของ เห็ดห็ทั้งทั้ระยะเส้นส้ ใย ระยะการสร้าร้งดอกเห็ดห็และ ระยะการปล่อยสปอร์ ซึ่งซึ่เห็ดห็แต่ละชนิดมีคมีวาม ต้องการอุณหภูมิภูที่มิ ที่ เหมาะสมในการเจริญริเติบโตที่ แตกต่างกัน โดยเห็ดห็เมือมืงร้อร้นจะเจริญริเติบโตได้ดี ที่อุณหภูมิภูมิ28–35 องศาเซลเซียซีส ปัจปัจัยจัสิ่งสิ่แวดล้อมที่ส่งส่ผลต่อ การเจริญริเติบโตของเห็ด เห็ดห็ระโงกขาว กลุ่มลุ่เห็ดห็เอคไตไมคอร์ไร์รซา


หน้า 5 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - เห็ดและบทบาทความสำ คัญ 3. ความชื้นชื้ (Moisture) ความชื้นชื้ ในดินและ ความชื้นชื้ ในอากาศ หรือรืความชื้นชื้สัมสัพัทพัธ์เธ์ป็นปัจจัยจั ที่สำ คัญอย่าย่งยิ่งยิ่ในการเจริญริเติบโตของเห็ดห็มักมั พบดอกเห็ดห็ ปรากฏในพื้นพื้ที่ที่มีคมีวามชื้นชื้สูงสูหรือรื ภายหลังจากฝนตก ซึ่งซึ่เห็ดห็แต่ละชนิดต้องการ ความชื้นชื้ ในดินแตกต่างกัน 4. ความเป็นกรด-ด่าง (pH) เห็ดห็แต่ละชนิดมี ความต้องการสภาพการเป็นกรด-ด่าง ของ อินทรียรีวัตวัถุที่ถุที่ เจริญริอยู่แยู่ตกต่างกัน ซึ่งซึ่หากมี สภาพไม่เม่หมาะสมอาจจะเจริญริ ในลักษณะเส้นส้ ใยได้ แต่ไม่สม่ามารถสร้าร้งดอกเห็ดห็ ได้ โดยทั่วทั่ ไปแล้วเห็ดห็ สามารถเจริญริ ได้ดีในสภาพเป็นกลาง (pH 7) หรือรื เป็นกรดเล็กน้อย 5. แสง (Light) แสงส่งส่ผลต่อการเจริญริ เติบโตของเส้นส้ ใย ช่วช่ยกระตุ้นตุ้การออกดอกของ เห็ดห็และการปล่อยสปอร์ การใช้ปช้ระโยชน์เน์ห็ด 1. เห็ดห็รับรั ประทานได้ (Edible mushrooms) เห็ดห็เป็นแหล่งอาหารที่มีคุมีณคุค่า ทางโภชนาการสูงสูให้พห้ลังงาน โปรตีน คาร์โร์บไฮเดรต วิตวิามินมิกรดแอมิโมิน และแร่ธร่าตุ ที่จำ เป็นต่อการเจริญริเติบโตของร่าร่งกาย รสชาติ กลิ่น รสสัมสัผัสผัที่ดี อีกทั้งทั้ยังยัมีไมีขมันมัต่ำ จึงจึเป็น อาหารที่ดีต่อสุขสุภาพ นิยมนำ มาปรุงอาหารได้อย่าย่ง แพร่หร่ลาย อย่าย่งไรก็ตามการรับรั ประทานเห็ดห็ต้อง ทราบชนิดที่ถูกถูต้อง เพราะมีเมีห็ดห็พิษพิ (Poisonous mushrooms) หลายชนิดที่มีลัมี ลักษณะภายนอก คล้ายกับเห็ดห็กินได้จนแยกด้วยตาเปล่าไม่ไม่ด้ ซึ่งซึ่ บางชนิดมีพิมีษพิออกฤทธิ์รุธิ์รุนแรงต่อระบบต่าง ๆ ใน ร่าร่งกายจนทำ ให้เห้กิดอันตรายถึงชีวิชีตวิ ได้ 2. เห็ดห็ที่มีคุมีณคุสมบัติบั ติทางการแพทย์ (Medicinal mushrooms) มีรมีายงานการ นำ เห็ดห็มาใช้เช้ป็นยารักรัษาโรคมาอย่าย่งยาวนาน และมี การสกัดสารสำ คัญจากเห็ดห็มาใช้ปช้ระโยชน์เป็นยา อาหารเสริมริและผลิตภัณฑ์เสริมริความงามมากมาย สารออกฤทธิ์ที่ธิ์ ที่ได้จากเห็ดห็ ได้แก่ สารออกฤทธิ์ ยับยัยั้งยั้การเกิดมะเร็งร็การต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับ คอเลสเตอรอลในเลือดสูงสูลดความดันโลหิตหิ 3. เห็ดห็ที่ใช้ย้ช้อย้มสี (Dyeing mushrooms) เห็ดห็บางชนิดสร้าร้งสารที่สามารถนำ มาผลิตสีย้สีอย้มได้ และให้สีห้ที่สี ที่ มีลัมี ลักษณะเฉพาะ มีคมีวามเงา มันมัวาว สวยงาม โดยเฉพาะการใช้ย้ช้อย้มกับเส้นส้ ใยจากสัตสัว์ เช่นช่เส้นส้ ไหม ผ้าผ้ขนสัตสัว์


การแยกเชื้อชื้จากดอกเห็ดห็เป็นขั้นขั้ตอนแรกสำ หรับรั การผลิตเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ (แม่เม่ชื้อชื้เห็ดห็บริสุริทสุธิ์,ธิ์Pure mother mycelium) แม่เม่ชื้อชื้คือเส้นส้ ใยที่อยู่ใยู่น อาหารวุ้นวุ้หรือรือาจเรียรีกเชื้อชื้วุ้นวุ้เชื้อชื้เห็ดห็ระยะนี้เป็นเชื้อชื้ที่ มีคมีวามบริสุริทสุธิ์สูธิ์งสูแม่เม่ชื้อชื้เห็ดห็จะนำ ไปใช้ขช้ยายต่อใน เมล็ดธัญธัพืชพืต่าง ๆ เช่นช่เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง ข้าข้วสาลี เพื่อพื่ ผลิตเป็นเชื้อชื้ขยาย (Mother spawn) ต่อไป โดย การแยกเชื้อชื้จากดอกเห็ดห็มีอุมีอุปกรณ์และขั้นขั้ตอนดังนี้ การคัดเลือกดอกเห็ด ดอกเห็ดห็มีสมีภาพสมบูรณ์ (เจริญริเต็มที่แต่ยังยั ไม่ทิ้ม่ ทิ้งสปอร์)ร์ ดอกเห็ดห็ ไม่เม่ ปียกน้ำ เนื้อดอกแน่น ไม่มีม่ศัมี ศัตรูเห็ดห็และสัตสัว์พว์าหะปนเปื้อน การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ ภรณี สว่างศรี วราพร ไชยมา และจิตรา กิตติโมรากุล การแยกเชื้อชื้จากดอกเห็ด หน้า 6 อุปกรณ์การแยกเชื้อชื้ ดอกเห็ดห็ที่ได้คัดเลือกไว้ แอลกอฮอล์ และตะเกียงแอลกอฮอล์ เข็มข็เขี่ย ขี่ เชื้อชื้หรือรืใบมีดมี อาหารเลี้ยงเชื้อชื้ Potato dextrose agar (PDA) ในจานเลี้ยงเชื้อชื้หรือรืขวดแก้ว ไฟแช็กช็หรือรืไม้ขีม้ดขี ไฟ


ขั้นขั้ตอนการเตรียรีมอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ PDA ในขวดแก้ว 1) นำ มันมั ฝรั่งรั่มาปอกเปลือก ตัดแต่งส่วส่นที่มีรมีากงอกหรือรื ส่วส่นที่เป็นสีเสีขียขีวทิ้ง ล้างน้ำ ให้สห้ะอาดแล้วหั่นหั่มันมั ฝรั่งรั่เป็นชิ้นชิ้ลูกลูเต๋า ขนาดประมาณ 1 x 1 ซม. 2) แบ่งบ่น้ำ บางส่วส่นมาต้มมันมั ฝรั่งรั่ที่หั่นหั่เป็นชิ้นชิ้ลูกลูเต๋า ต้มด้วย ไฟอ่อนถึงปานกลาง ใช้เช้วลาประมาณ 15–20 นาที ในขั้นขั้ตอนนี้ ควรคนมันมั ฝรั่งรั่อย่าย่งเบามือมืและหลีกเลี่ยงการใช้ไช้ฟแดง เพื่อพื่ ไม่ใม่ห้ น้ำ ต้มมันมั ฝรั่งรั่ขุ่นขุ่ซึ่งซึ่น้ำ ต้มมันมั ฝรั่งรั่ขุ่นขุ่แล้ว อาหารเลี้ยงเชื้อชื้จะขุน ทำ ให้เห้มื่อมื่นำ ไปใช้จช้ะสังสัเกตการเดินของเส้นส้ ใยเห็ดห็ ได้ยาก 3) กรองชิ้นชิ้มันมั ฝรั่งรั่ออกด้วยผ้าผ้ขาวบาง ให้เห้หลือเฉพาะน้ำ ต้ม มันมั ฝรั่งรั่จากนั้นนั้เติมน้ำ ตาลเดกซ์โซ์ทรสหรือรืกูลกูโคส ในอัตราส่วส่น ตามสูตสูร และคนจนน้ำ ตาลละลายหมด 4) ละลายผงวุ้นวุ้ ในน้ำ สะอาดส่วส่นที่เหลือไว้แว้ละคนให้เห้ข้าข้กัน นำ วุ้นวุ้ที่ละลายในน้ำ แล้ว เติมลงไปในส่วส่นผสมจากข้อข้ 3 แล้วนำ ส่วส่น ผสมต่าง ๆ ตั้งตั้ ไฟและคนอาหารเลี้ยงเชื้อชื้อยู่ตยู่ลอดเวลา เพื่อพื่ ป้อป้งกันไม่ใม่ห้อห้าหารวุ้นวุ้ ไหม้บม้ริเริวณก้นหม้อม้จนวุ้นวุ้ละลายและสุกสุจน เป็นวุ้นวุ้ ใส 5) ปรับรั ปริมริาตรอาหารวุ้นวุ้ ให้ไห้ด้ 1 ลิตร คนให้ส่ห้วส่นผสมเข้าข้กัน อีกครั้งรั้แล้วนำ ส่วส่นผสมที่เตรียรีมได้ไปบรรจุใส่ขส่วดแก้วใสทนร้อร้น ในขณะที่อาหารวุ้นวุ้ยังยัไม่แม่ข็งข็ตัว พยายามอย่าย่ ให้อห้าหารเลอะปาก ขวด ปิดด้วยจุกสำ ลี และหุ้มหุ้ด้วยกระดาษหรือรือะลูมิลูเมินียมฟอยล์ 6) นำ ส่วส่นผสมข้อข้ 5 ไปนึ่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ด้วยวิธีวิกธีารสเตอริไริลซ์เซ์ซชั่นชั่ ด้วยหม้อม้นึ่งความดันไอน้ำ อุณหภูมิภูมิ121 องศาเซลเซียซีส ที่ความ ดันไม่น้ม่ น้อยกว่าว่ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เวลาไม่น้ม่ น้อยกว่าว่ 20 นาที 7) นำ อาหารวุ้นวุ้ออกจากหม้อม้นึ่งก่อนวุ้นวุ้แข็งข็ตัว แล้วนำ ไปวาง ในลักษณะนอนเอียงทำ มุมกับพื้นพื้ ประมาณ 15 องศาเซลเซียซีส หรือรื ให้อห้าหารวุ้นวุ้ ในขวดมีคมีวามลาดเอียงประมาณ 3 ใน 4 ส่วส่นของขวด เพื่อพื่เพิ่มพิ่พื้นพื้ที่ผิวผิของอาหาร เมื่อมื่อาหารเย็นย็ลงและแข็งข็ตัวดีแล้ว จึงจึสามารถนำ ไปใช้แช้ยกเนื้อเยื่อยื่จากดอกเห็ดห็หรือรืถ่ายเชื้อชื้ ได้ หน้า 7 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ สูตสูรอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ PDA มันมั ฝรั่งรั่ น้ำ ตาลเดกซ์โซ์ทรส หรือรืกลูโลูคส ผงวุ้นวุ้ น้ำ สะอาด 200 กรัมรั 20 กรัมรั 20 กรัมรั 1 ลิตร


หน้า 8 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ ขั้นขั้ตอนการแยกเชื้อชื้จากดอกเห็ด เมื่อมื่คัดเลือกดอกเห็ดห็สำ หรับรัการแยก เชื้อชื้ ได้แล้ว ควรแยกเชื้อชื้จากดอกเห็ดห็ ทันทีในพื้นพื้ที่สะอาด ไม่มีม่ ฝุ่มี ฝุ่นละออง และลมพัดพัแรง ก่อนการแยกเชื้อชื้จาก ดอกเห็ดห็ควรทำ ความสะอาดบริเริวณ พื้นพื้ที่ปฏิบัติบั ติงานด้วยแอลกอฮอล์ 70% รวมถึงล้างมือมืและสวมเสื้อสื้ผ้าผ้ ที่สะอาด นำ ดอกเห็ดห็ที่สมบูรณ์ไม่ฉ่ำม่ ฉ่ำน้ำ มาแยก เป็น 2 ส่วส่น โดยใช้ใช้บมีดมีทำ ให้เห้ป็น รอย แล้วใช้มืช้อมืฉีกรอยผ่าผ่ ให้ดห้อกเห็ดห็ แยกออกจากกัน นำ เข็มข็เขี่ย ขี่ เชื้อชื้หรือรืใบมีดมีจุ่มจุ่ ใน แอลกอฮอล์แล้วลนเปลวไฟให้ร้ห้อร้น แดง พักพั ไว้ใว้ห้เห้ย็นย็แล้วนำ ไปตัด เนื้อเยื่อยื่ดอกเห็ดห็ส่วส่นด้านในที่ฉีก ออก ให้เห้ป็นชิ้นชิ้เล็ก ๆ ขนาดประมาณ 5×5 มม. ใช้เช้ข็มข็เขี่ย ขี่ ย้าย้ยชิ้นชิ้เนื้อเยื่อยื่ของดอก เห็ดห็ ไปวางลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ PDA ในจานเลี้ยงเชื้อชื้หรือรืขวดแก้ว นำ จานเลี้ยงเชื้อชื้หรือรืขวดแก้วที่มีชิ้มีนชิ้ เนื้อเยื่อยื่ ไปบ่มบ่ ในที่ไม่มีม่แมีสงสว่าว่ง กระทบเชื้อชื้เห็ดห็ โดยตรง พักพั ไว้ ประมาณ 3–7 วันวัจะเริ่มริ่เห็นห็เส้นส้ ใย เจริญริออกจากชิ้นชิ้เนื้อเยื่อยื่ที่วางบน อาหารเลี้ยงเชื้อชื้ ตัดบริเริวณปลายเส้นส้ ใยเปลี่ยนลง อาหารเลี้ยงเชื้อชื้ PDA ใหม่อีม่ อีกครั้งรั้ ก่อนนำ ไปผลิตเป็นแม่เม่ชื้อชื้เห็ดห็บริสุริสุ ทธิ์ เชื้อชื้ขยาย หรือรืเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์ ต่อไป ข้อข้สังสัเกต เส้นส้ ใยเห็ดห็ที่เจริญริจากชิ้นชิ้เนื้อเยื่อยื่ โดยทั่วทั่ ไปมักมัเป็นสีขสีาว หากพบเส้นส้ ใยเปลี่ยนเป็นสีเสีหลือง เขียขีว หรือรืเทา อาจเป็น เชื้อชื้ราชนิดอื่นปนเปื้อน หรือรืบางครั้งรั้อาจพบน้ำ ข้นข้ๆ เหนียว ๆ แสดงว่าว่มีกมีารปนเปื้อนจากเชื้อชื้แบคทีเรียรี ให้คัห้ คัดทิ้ง ไม่คม่วรนำ จานเลี้ยงเชื้อชื้หรือรืขวดดังกล่าวไปใช้สำช้สำหรับรัการผลิตเห็ดห็ เนื่องจากสามารถปนเปื้อนและสร้าร้งความเสียสีหายในการผลิต แม่เม่ชื้อชื้บริสุริทสุธิ์แธิ์ละแม่เม่ชื้อชื้ขยายต่อไปได้


ในประเทศไทยเห็ดห็ที่ทำ การศึกษาส่วส่นใหญ่เป็นเห็ดห็ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ แต่บางชนิดเป็น สายพันพัธุ์ที่ธุ์ ที่ นำ เข้าข้มาจากต่างประเทศ ซึ่งซึ่สายพันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เหล่านี้เมื่อมื่ผ่าผ่นการศึกษา ค้นคว้าว้วิจัวิยจัแล้ว จำ เป็น ต้องมีวิมีธีวิกธีารเก็บรักรัษาที่ถูกถูต้องและเหมาะสม ควบคุมคุคุณคุภาพให้เห้ชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ ไม่ใม่ห้เห้กิดการกลายพันพัธุ์ หรือรื เกิดการปนเปื้อน เนื่องจากหากเชื้อชื้เห็ดห็มีกมีารกลายพันพัธุ์จธุ์ะส่งส่ผลให้อัห้ อัตราการเจริญริหรือรืความสามารถใน การให้ผห้ลผลิตลดลง เกิดความผิดผิ ปกติของดอกเห็ดห็ตลอดจนเชื้อชื้เห็ดห็ ไม่สม่ามารถให้ผห้ลผลิตได้ ดังนั้นนั้การ เก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็จึงจึมีวัมีตวัถุปถุระสงค์หลักเพื่อพื่การเก็บรักรัษาเป็นระยะเวลานาน โดยจำ เป็นต้องคำ นึงถึง ความมีชีมีวิชีตวิการเป็นเชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ ไม่พม่บการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์รีชย์นิดอื่น ๆ มีคมีวามเสถียรของเชื้อชื้พันพัธุ์ ไม่ สูญสูเสียสีลักษณะทางพันพัธุกรรม สัณสัฐานวิทวิยาและสรีรรีวิทวิยา โดยวิธีวิกธีารเก็บรักรัษาแบบต่าง ๆ มีข้มีอข้จำ กัดที่ แตกต่างกันไป หน้า 9 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ด วิธีวิกธีารเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ด การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็สามารถเก็บได้หลายวิธีวิ ธีแต่ละวิธีวิ ธี ต่างมีปมีระสิทสิธิภธิาพและข้อข้จำ กัดแตกต่างกัน ควรพิจพิารณาถึง วัตวัถุปถุระสงค์ของการเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เพื่อพื่การนำ ไปใช้ เช่นช่เพื่อพื่เป็นต้นแบบไว้ใว้ช้อ้ช้ อ้างอิง เพื่อพื่เก็บไว้เว้ป็นเชื้อชื้สำ รอง เพื่อพื่ เป็นเชื้อชื้ ใช้งช้านสำ หรับรังานวิจัวิยจัหรือรืให้บห้ริกริาร ซึ่งซึ่ควรเป็นเชื้อชื้ที่ ใหม่แม่ละพร้อร้มใช้งช้าน รวมถึงเครื่อรื่งมือมืและความพร้อร้มทุกทุด้าน ในการทำ งาน โดยระยะเวลาที่ทำ การเก็บรักรัษาอาจแบ่งบ่เป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1. การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะสั้นสั้วิธีวิกธีารที่นิยมใช้กัช้ กันคือ การ ย้าย้ยเชื้อชื้ลงอาหารวุ้นวุ้ PDA บ่มบ่เลี้ยงเส้นส้ ใยระยะแรกในอุณหภูมิภูมิ ที่เหมาะสมของเห็ดห็แต่ละชนิด แล้วเก็บรักรัษาเชื้อชื้ที่อุณหภูมิภูมิ 20–25 องศาเซลเซียซีส และมีกมีารถ่ายเชื้อชื้เป็นระยะ โดยทั่วทั่ ไป สามารถเก็บไว้ไว้ด้นานประมาณ 6 เดือน (ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับสายพันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ แต่ละชนิด) หรือรืนำ เชื้อชื้เห็ดห็บนอาหารวุ้นวุ้ ไปเก็บที่อุณหภูมิภูต่ำมิต่ำ ระหว่าว่ง 10–15 องศาเซลเซียซีส หรือรืลดปริมริาณน้ำ ตาลในอาหาร วุ้นวุ้ลงครึ่งรึ่หนึ่ง เพื่อพื่ช่วช่ยยืดยือายุในการเก็บรักรัษา แต่ ไม่เม่หมาะกับการเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ ในกลุ่มลุ่ที่ต้องการอุณหภูมิภูสูมิงสู ในการดำ รงชีวิชีตวิการเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็วิธีวินี้ธี นี้ มีข้มีอข้ดีคือเป็นวิธีวิที่ธี ที่ ทำ ได้ง่าย วัสวัดุ อุปกรณ์ที่นำ มาใช้หช้าได้ง่าย ราคาไม่สูม่งสูมาก แต่มี ข้อข้ด้อยที่ต้องใช้เช้วลา แรงงานมากในการเตรียรีมอาหาร และต้อง ใช้พื้ช้ พื้นพื้ที่มากในการเก็บหลอดหรือรืขวดเชื้อชื้นอกจากนี้การต่อเชื้อชื้ ลงอาหารใหม่บ่ม่อบ่ยครั้งรั้สามารถเพิ่มพิ่ โอกาสในการกลายพันพัธุ์ ของเชื้อชื้เห็ดห็และเกิดการปนเปื้อนจากการย้าย้ยเลี้ยงบ่อบ่ย ๆ ได้ การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะสั้นสั้ ในอาหารวุ้นวุ้ PDA


หน้า 10 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ 2. การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะปานกลาง วิธีวิที่ธี ที่ นิยมกันคือ เก็บเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็บนวัสวัดุเดุพาะ เช่นช่ขี้เ ขี้ ลื่อย เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง และในน้ำ กลั่นลั่สามารถเก็บไว้ไว้ด้นานมากกว่าว่ 3 ปี โดยไม่มีม่ มี การเสื่อสื่มของเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ด้วยวิธีวินี้ธี นี้ สามารถนำ น้ำ มันมั (Mineral oil) มาประยุกต์ใช้ใช้นการเก็บ รักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ ได้อีกด้วย 3. การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะยาว โดยเก็บเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ในสภาพเยือยืกแข็งข็ ในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิภูมิ-196 องศาเซลเซียซีส สามารถเก็บก็ ไว้ไว้ด้นด้านมากกว่าว่ 30 ปี เป็นป็การ เก็บก็รักรัษาที่ห ที่ ยุดกระบวนการเมแทบอลิซึลิมซึของเชื้อชื้เห็ดห็แต่มีต่ มี ขั้นขั้ตอนและกระบวนการเก็บก็รักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ที่ยุ่ ที่ยุ่งยุ่ยากและ ซับซัซ้อซ้น วิธีวิกธีารนี้ต้ นี้ อต้งมีกมีารป้อป้งกันกัความเสียสีหายของเซลล์ ด้วด้ยสารป้อป้งกันกัความเย็นย็ (Cryoprotective agents) โดยทั่วทั่ไปใช้กช้ลีเลีซอรอล (Glycerol) ความเข้มข้ข้นข้ 5–10% และเมื่อมื่ต้อต้งการนำ เชื้อชื้ขึ้นขึ้จากถังถัไนโตรเจนเหลว ต้อต้งมีกมีาร หลอมละลายตัวตัอย่าย่ง (Thawing) เพื่อพื่ลดความเสียสีหาย ของเซลล์ ในระยะของการทำ ให้ลห้ะลายและช่วช่ยให้เห้ชื้อชื้มีอัมี อัตรา การฟื้นฟื้ตัวตัที่ดี ที่ ดีวิธีวิกธีารเก็บก็รักรัษาเชื้อชื้ ในไนโตรเจนเหลวได้รัด้บรั การพิสูพิจสูน์แน์ล้วล้ว่าว่เป็นป็วิธีวิที่ธีดี ที่ วิดีธีวิกธีารหนึ่งนึ่เนื่อนื่งจากสามารถลด อัตราการสูญสูเสียสีเซลล์รล์ะหว่าว่งการเก็บก็ช่วช่ยในการรักรัษา ความคงที่ท ที่ างพันพัธุกรรมของเชื้อชื้ ได้ดีด้ ดีแต่มีต่ข้มีอข้ควรระวังวัคือคื ต้อต้งรักรัษาปริมริาณไนโตรเจนเหลวให้เห้หมาะสมภายในถังถั ไนโตรเจนเหลวอยู่เยู่สมอ เพื่อพื่ควบคุมคุอุณหภูมิภูใมิห้มีห้คมีวาม สม่ำ เสมอ โดยวิธีวิกธีารนี้มี นี้ ข้มีอข้ด้อด้ยคือคืจำ เป็นป็ต้อต้งใช้วัช้สวัดุ อุปกรณ์ เครื่อรื่งมือมืราคาสูงสูและมีบุมีบุคลากรที่มี ที่ ทัมีกทัษะและ ความชำ นาญในการเก็บก็รักรัษาเชื้อชื้พันพัธุกรรมเห็ดห็ การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะกลางบน วัสวัดุเดุพาะขี้เ ขี้ ลื่อยและในน้ำ กลั่นลั่นึ่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ การเก็บรักรัษาเชื้อชื้เห็ดห็ระยะยาวที่อุณหภูมิภูมิ -196 องศาเซลเซียซีส ในถังไนโตรเจนเหลว ตารางเปรียรีบเทียบวิธีวิกธีารเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดด้วยวิธีวิต่ธี ต่าง ๆ วิธีวิกธีารเก็บรักรัษา ต้นทุนทุวัสวัดุอุดุ อุปกรณ์ ต้นทุนทุแรงงาน อายุการเก็บรักรัษา การเปลี่ยนแปลง ทางพันพัธุกรรม การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็บนอาหารวุ้นวุ้ต่ำ สูงสู 2-6 เดือดืน สูงสู การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ในวัสวัดุเดุพาะ ขี้เขี้ลื่อยและในน้ำ กลั่นลั่นึ่งนึ่ฆ่าฆ่เชื้อชื้ต่ำ ต่ำ /ปานกลาง 2-5 ปี ปานกลาง การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ในสภาพ เยือยืกแข็งข็ สูงสูต่ำ นานกว่าว่ 30 ปี ต่ำ


หน้า 11 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การแยกและเก็บรักษาเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ การควบคุมคุคุณคุภาพของเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดที่เก็บรักรัษา การควบคุมคุคุณคุภาพของเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ในแหล่ง จัดจัเก็บเป็นสิ่งสิ่ที่สำ คัญ การควบคุมคุคุณคุภาพที่ดีนำ ไป สู่กสู่ ารมีชีมีวิชีตวิของเชื้อชื้ความแข็งข็แรง ความบริสุริทสุธิ์ หรือรืปลอดจากการปนเปื้อนจากเชื้อชื้อื่นและไม่มีม่กมีาร เปลี่ยนแปลงทางพันพัธุกรรม วิธีวิกธีารในการควบคุมคุ คุณคุภาพจำ เป็นต้องคำ นึงถึงคุณคุสมบัติบั ติดังนี้ ความมีชีมีวิชีตวิ (Viability) หลังลัจากการเก็บก็รักรัษา เชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ด้วด้ยวิธีวิต่ธีาต่ง ๆ จำ เป็นป็ต้อต้งมีกมีารตรวจสอบ ความมีชีมีวิชีตวิหรือรืสภาพมีชีมีวิชีตวิของเห็ดห็ชนิดนินั้นนั้ๆ วิธีวิ ธี เบื้อบื้งต้นต้ ในการตรวจสอบเชื้อชื้เก็บก็รักรัษาทั้งทั้ 3 ระยะ คือคื เมื่อมื่ย้าย้ยเชื้อชื้เห็ดห็มาเลี้ย ลี้ งบนอาหารเลี้ย ลี้ งเชื้อชื้ใหม่ โคโลนี (Colony) ที่เ ที่ จริญริขึ้นขึ้ต้อต้งมีลัมีกลัษณะดีเดีหมือมืนเชื้อชื้พันพัธุ์ เดิมดิมีกมีารเจริญริของเชื้อชื้ที่ส ที่ ม่ำ เสมอ รวมถึงถึสีขสีอง เส้นส้ ใยและอัตอัราการเจริญริต้อต้งไม่แม่ตกต่าต่งกับกัข้อข้มูลมู การเจริญริของเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ดิมดิก่อก่นการเก็บก็รักรัษา ความบริสุริทสุธิ์ (Purity) การเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์ เห็ดห็ด้วยวิธีวิที่ธี ที่ เหมาะสมกับเห็ดห็แต่ละชนิดมีส่มีวส่นช่วช่ยใน การคงความบริสุริทสุธิ์ขธิ์องสายพันพัธุ์ เนื่องจาก การเก็บ รักรัษาด้วยวิธีวิที่ธี ที่ เหมาะสมสามารถคงสภาพความมีชีมีวิชีตวิ เชื้อชื้สามารถฟื้นฟื้ตัว เจริญริ ได้ดีเมื่อมื่นำ มาย้าย้ยเลี้ยง อย่าย่งไรก็ตาม เมื่อมื่นำ เชื้อชื้เห็ดห็ที่เก็บรักรัษามาย้าย้ยเลี้ยง เพื่อพื่ทดสอบสภาพความมีชีมีวิชีตวิสามารถตรวจสอบ ความบริสุริทสุธิ์ขธิ์องเชื้อชื้เห็ดห็บนจานอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ ได้ ในเบื้อบื้งต้น เช่นช่สีขสีองเส้นส้ ใย ลักษณะการเจริญริของ เส้นส้ ใยบนจานอาหารเลี้ยงเชื้อชื้หรือรืลักษณะต่าง ๆ ของเส้นส้ ใยภายใต้กล้องจุลทรรศน์ การปนเปื้อน ไม่เม่พียพีงแต่เชื้อชื้ราหรือรืแบคทีเรียรีชนิดอื่นที่สามารถ ปนเปื้อนในการเก็บรักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เท่านั้นนั้เชื้อชื้เห็ดห็ ชนิดอื่นที่ไม่ตม่รงกับชนิดของเห็ดห็ที่ต้องการเก็บรักรัษา ถือเป็นการปนเปื้อนได้เช่นช่เดียวกัน ความคงตัวหรือรืความเสถียถีรของสายพันพัธุ์ (Stability) และความสามารถในการเกิดกิดอก (Productivity) วิธีวิกธีารเก็บก็รักรัษาเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ที่เ ที่ หมาะสม ต้องลดโอกาสในการเกิดกิความ เปลี่ยนแปลงทางพันพัธุกรรม การตรวจสอบ ความตรงตามสายพันพัธุ์ใธุ์นระยะการเจริญริของ เส้นส้ ใยอาจตรวจสอบได้บด้นจานอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ เช่นช่ความหนาแน่นน่ของเส้นส้ ใย ลักษณะการเดินดิ ของเส้นส้ ใย รูปรูร่าร่งของโคโลนี สีขสีองเส้นส้ ใย การ ตรวจสอบความสามารถในการเกิดกิดอกจำ เป็นป็ ต้องเพาะเห็ดห็ชนิดนินั้นนั้ๆ ภายหลังการเก็บก็รักรัษา มาเป็นป็ระยะเวลาหนึ่งนึ่เพื่อพื่ยืนยืยันยัว่าว่เชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็ ชนิดนินั้นนั้ที่เ ที่ ก็บก็รักรัษา ยังยัมีคมีวามสามารถในการเกิดกิ ดอกและมีลัมี ลักษณะตรงตามสายพันพัธุ์ดั้ธุ์งดั้เดิมดิก่อก่น การเก็บก็รักรัษาทั้งทั้ด้าด้นคุณคุภาพ เช่นช่รสชาติ สี กลิ่น และด้าด้นปริมริาณ เช่นช่รูปรูร่าร่ง ขนาด และน้ำ หนักนัตลอดจนความสามารถในการใช้วัช้สวัดุเดุพาะ จนกระทั่งทั่เปิดปิดอกเก็บก็ผลผลิต ในปัจปัจุบันบัการ ตรวจสอบความตรงตามสายพันพัธุ์โธุ์ดยใช้เช้ทคนิคนิ ทางด้าด้นชีวชีโมเลกุลกุถูกถูนำ มาใช้เช้พื่อพื่ลดระยะเวลาใน การตรวจสอบและมีคมีวามแม่นม่ยำ สูงสู


การเตรียมหัวเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่าง หน้า 12 อินทิรา พันธาสุ และสาวิตรี มังคลาด อุปกรณ์ เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง น้ำ ผ้าผ้ขาวบาง/กระชอน/ตะแกรง ขวดแก้ว ภาชนะเครื่อรื่งครัวรัต่าง ๆ (หม้อม้เตา ทัพพี ฯลฯ) หนังยาง กระดาษ สำ ลี หม้อม้นึ่งความดันไอ/หม้อม้นึ่งลูกลูทุ่งทุ่ การเตรียรีมหัวหัเชื้อชื้ ในเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง


หน้า 13 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเตรียมหัวเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่าง ลักษณะเชื้อชื้เห็ดห็ที่ดี มีเมีส้นส้ ใยสีขสีาวบริสุริทสุธิ์แธิ์ละต้องไม่มีม่เมีชื้อชื้ราชนิดอื่น เช่นช่ราดำ ราเขียขีว ราส้มส้ ปนเปื้อนอยู่ใยู่นขวดหัวหัเชื้อชื้ ขั้นขั้ตอน 1) คัดเลือกเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง แล้วล้างให้สห้ะอาด แช่น้ำช่ น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หรือรื 10–12 ชั่วชั่โมง จากนั้นนั้เทน้ำ ทิ้ง เปลี่ยนน้ำ ใหม่ นำ ไปต้มไฟปานกลางให้เห้ดือด จนเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งเริ่มริ่นุ่มแต่ไม่สุม่กสุเละจนเกินไป แล้วรินริน้ำ ทิ้ง ผึ่งผึ่ให้แห้ห้งห้พอหมาด 2) กรอกเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งใส่ขส่วด ประมาณ ½ ของขวด ปิดจุกสำ ลี ปิดทับด้วยกระดาษ รัดรัหนังยางให้ เรียรีบร้อร้ย นำ ขวดข้าข้วฟ่าฟ่งไปนึ่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ด้วยหม้อม้นึ่งความดันไอน้ำ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ที่อุณหภูมิภูมิ121 องศาเซลเซียซีส นาน 20 นาที หรือรืหม้อม้นึ่งลูกลูทุ่งทุ่อุณหภูมิภูมิ100 องศาเซลเซียซีส นาน 3 ชั่วชั่โมง พักพัทิ้งไว้ใว้ห้เห้ย็นย็ 3) ตัดเส้นส้ ใยจากหัวหัเชื้อชื้ ในอาหารวุ้นวุ้ถ่ายลงขวดข้าข้วฟ่าฟ่งด้วยเข็มข็เขี่ย ขี่ (ทำ ในสภาพปลอดเชื้อชื้ ) บ่มบ่เส้นส้ ใยที่ อุณหภูมิภูห้มิอห้ง เป็นเวลา 7–10 วันวัหลังจากนั้นนั้เตรียรีมนำ ไปถ่ายลงก้อนเพาะเชื้อชื้ต่อไป แช่น้ำช่ น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ต้มข้าข้วฟ่าฟ่ง ผึ่งผึ่แห้งห้ กรอกข้าข้วฟ่าฟ่งใส่ขส่วด ขวดที่บรรจุข้าข้วฟ่าฟ่ง นึ่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ขวดที่บรรจุข้าข้วฟ่าฟ่ง เชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ เส้นส้ ใยบริสุริทสุธิ์ถูธิ์กถูถ่ายลงขวด หัวหัเชื้อชื้เห็ดห็ในเมล็ดล็ข้าข้วฟ่าฟ่งอายุ 10วันวั


การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา หน้า 14


เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาเป็นเห็ดห็ที่มีความสัมพันธ์ แบบพึ่งพาอาศัยกับรากพืช ซึ่งซึ่ทั้งทั้เห็ดห็และพืช ต่างได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งทั้คู่ เมื่อเห็ดห็เข้าไปอยู่ใน รากพืช รากจะเปรียรีบเสมือนบ้านให้เห้ห็ดห็ ได้อยู่อาศัย อีกทั้งทั้พืชยังแบ่งอาหารที่ได้มาจากการสังเคราะห์ แสงมาให้เห้ห็ดห็ ใช้ใช้นการเติบโตด้วย เนื่องจากเห็ดห็มี ขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับต้นไม้ ดังนั้นนั้อาหารที่ แบ่งมาให้จึห้ จึงไม่กระทบกับการเติบโตของพืช ในทาง กลับกันเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาช่วช่ยให้รห้ากพืชมี ประสิทธิภธิาพในการดูดน้ำ และธาตุอาหารมากขึ้น เนื่องจากเส้นใยของเห็ดห็มีขนาดเล็กมากและ สามารถแพร่กร่ระจายไปในดินได้ไกลมากกว่าระบบ รากเป็นหลายร้อร้ยเท่า ยิ่งเมื่ออยู่ในสภาวะแห้งห้แล้ง เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาจึงยิ่งมีส่วนช่วช่ยในการหาน้ำ และธาตุอาหารให้พืห้ พืช จึงทำ ให้พืห้ พืชสามารถทนแล้ง ได้ดียิ่งขึ้น การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา เชิดชัย โพธิ์ศธิ์รี และธารรัตน์ แก้วกระจ่าง หน้า 15 ชนิดเห็ดเอคโตไมคอร์ไร์รซา ประเทศไทยมีเมีห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาประมาณ 1,000 ชนิด ซึ่งซึ่เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาที่เป็นที่รู้จัรู้กจั เช่นช่สกุลกุเห็ดห็ระโงก (Amanita) สกุลกุเห็ดห็เผาะ (Astraeus) สกุลกุเห็ดห็น้ำ หมาก (Russula) สกุลกุ เห็ดห็ขิงขิข่าข่ (Lactarius) สกุลกุเห็ดห็มันมั ปู (Cantharellus) ไม้ป่ม้ ป่าที่เป็นป็พืชพือาศัยของเห็ดเอคโตไมคอร์ไร์รซา ทั่วทั่ โลกมีพืมีชพืมากกว่าว่ 6,000 ชนิด ที่มีคมีวาม สัมสัพันพัธ์แธ์บบเอคโตไมคอร์ไร์รซา ในประเทศไทยมี เฉพาะพันพัธุ์ไธุ์ม้ป่ม้าป่เท่านั้นนั้ที่เป็นพืชพือาศัยของเห็ดห็ เอคโตไมคอร์ไร์รซา ซึ่งซึ่มีปมีระมาณ 250 ชนิด ในวงศ์ ต่าง ๆ เช่นช่วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) วงศ์สน (Pinaceae) วงศ์ก่อ (Fagaceae) วงศ์ ยูคาลิปตัส (Myrtaceae) วงศ์ถั่วถั่ (Fabaceae) บางชนิด วงศ์กำ ลังเสือสื โคร่งร่ (Betulaceae)


ไม้วม้งศ์สนเขา สนสองใบ (Pinus latteri) สนสามใบ (Pinus kesiya) หน้า 16 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา ตัวอย่าย่งเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซา ตัวอย่าย่งไม้ป่ม้าป่ที่เป็นพืชพือาศัย ไม้วม้งศ์ยาง ยางนา (Dipterocarpus alatus) ยางเหียหีง (Dipterocarpus obtusifolius) ยางกราด (Dipterocarpus intricatus) พะยอม (Anthoshorea roxburghii) เต็ง (Shorea obtusa) ตะเคียนทอง (Hopea odorata) ไม้วม้งศ์ก่อ ก่อแพะ (Quercus kerrii) ก่อนก (Lithocarpus polystachyus) ไม้วม้งศ์ยูคาลิปตัส ยูคาลิปตัส (Eucalyptus spp.) เสม็ดม็ (Melaleuca spp.) ไม้วม้งศ์ถั่วถั่ มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa) หลุมลุพอทะเล (Intsia bijuga) หลุมลุพอ (Intsia palembanica) กระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis) กระถินเทพา (Acacia mangium) สกุลกุเห็ดห็ระโงก สกุลกุเห็ดห็น้ำ หมาก สกุลกุเห็ดห็มันมั ปู ไม้วม้งศ์กำ ลังเสือสื โคร่งร่ กำ ลังเสือสื โคร่งร่ (Betula alnoides) ก่อสร้อร้ย (Carpinus londoniana) สร้อร้ยสมเด็จด็ (Alnus nepalensis) สกุลกุเห็ดห็ขิงขิข่าข่สกุลกุเห็ดห็เผาะ


1-2 ม. กล้าไม้เม้ชื้อชื้ หน้า 17 คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา 2. การใช้กช้ล้าไม้เม้ชื้อชื้ นำ กล้าล้ไม้ที่ม้มี ที่ รมีาเอคโตไมคอร์ไร์รซาอาศัยศัที่ร ที่ ากอยู่แยู่ล้วล้ มาปลูกลูในแปลงห่าห่งกันกั ประมาณ 1–2 ม. หลังลัจากนั้นนั้ นำ กล้าล้ไม้ที่ม้ ไที่ ม่มีม่รมีาเอคโตไมคอร์ไร์รซามาปลูกลูใกล้ ๆ เมื่อมื่กล้าล้ไม้ที่ม้นำ ที่ นำมาปลูกลูใหม่มีม่รมีาเอคโตไมคอร์ไร์รซา เจริญริเข้าข้ไปอยู่ใยู่นรากแล้วล้จึงจึทำ การย้าย้ยไปปลูกลูในพื้นพื้ที่ ที่ต้ ที่ อต้งการต่อต่ ไป อาจเหลือลืกล้าล้ไม้ไม้ว้บว้างส่วส่นเพื่อพื่เป็นป็ หัวหัเชื้อชื้ ในแปลงปลูกลูกล้าล้ไม้ใม้นรุ่นรุ่ต่อต่ๆ ไป 3. การใช้ดช้อกเห็ดและสปอร์ นำ ดอกเห็ดห็สดมาสับสัเป็นชิ้นชิ้เล็กล็ๆ หรือรือาจนำ ดอก เห็ดห็มาปั่นปั่ ในเครื่อรื่งปั่นปั่น้ำ ผลไม้ก็ม้ ไก็ด้ จากนั้นนั้นำ ไปผสมกับกั วัสวัดุปดุลูกลูสำ หรับรัเห็ดห็ที่มี ที่ กมีารสร้าร้งสปอร์จำร์จำนวนมาก เช่นช่ เห็ดห็เผาะ เห็ดห็ก้อก้นกรวด และเห็ดห็ลูกลูฝุ่นฝุ่นิยนิมนำ สปอร์มร์า ผสมกับกัน้ำ แล้วล้นำ ไปรดบริเริวณโคนต้นต้ของกล้าล้ไม้ อาจ นำ ผงสปอร์แร์ห้งห้ไปคลุกลุกับกัเมล็ดล็ก่อก่นนำ ไปเพาะ หรือรื อาจนำ สปอร์ไร์ปอัดอัเป็นป็เม็ดม็แคปซูลซูนำ ไปใส่ลส่งในถุงถุ เพาะชำ กล้าล้ไม้ 4. การใช้เช้ชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ นำ เนื้อเยื่อด้านในส่วนครีบรีหรือรืก้านมาเลี้ยงบน อาหารเลี้ยงเชื้อชื้ ในสภาพปลอดเชื้อชื้เมื่อได้เส้นใย บริสุริสุทธิ์ขธิ์องดอกเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซามากพอแล้ว จึงนำ เส้นใยไปใส่ให้กัห้ กับกล้าไม้ต่อไป วิธีกธีารนี้ต้อง อาศัยผู้ที่มีความเชี่ย ชี่ วชาญหรือรืมีพื้นฐานในการเพาะ เลี้ยงเห็ดห็ ในสภาพปลอดเชื้อชื้ การเพาะเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาจำ เป็นป็ต้อต้งเพาะร่วร่มกับกั ไม้ป่ม้าป่ที่เ ที่ ป็นป็พืชพือาศัยศั โดยทั่วทั่ไปมีวิมีธีวิกธีารเพาะ 4 วิธีวิ ธีดังดันี้ วิธีวิกธีารนี้ทำ ได้ไม่ยุ่ม่ยุ่งยุ่ยาก โดยขุดหน้าดินลึกประมาณ 0–10 ซม. บริเริวณรอบโคนต้นพืชพือาศัยของเห็ดห็ เอคโตไมคอร์ไร์รซา เช่นช่ยางนา พะยอม ตะเคียนทอง พันพัธุ์ ไม้ที่ม้ ที่ เป็นพืชพือาศัยของเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซานั้นนั้ส่วส่นใหญ่ พบในป่าป่เต็งรังรัหลังจากนำ หน้าดินมาผสมกับวัสวัดุปดุลูกลูอื่น ๆ ในอัตราส่วส่นที่แตกต่างกันตั้งตั้แต่ 1–50 ส่วส่นของวัสวัดุ ปลูกลูแล้วจึงจึนำ วัสวัดุปดุลูกลูนี้ไปใช้ใช้นการเพาะชำ กล้าไม้ที่ม้ ที่ เป็น พืชพือาศัยของเห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซา 1. การใช้ดิช้ ดินเชื้อชื้


หน้า 18 วิธีกธีารทั้งทั้ 4 วิธีนี้ธี นี้ มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน การใช้ดิช้ ดินเชื้อชื้และกล้าไม้เชื้อชื้เป็นวิธีกธีารที่ง่าย ไม่ ซับซัซ้อซ้นและเสียค่าใช้จ่ช้ จ่ายน้อย แต่ทั้งทั้สองวิธีนี้ธี นี้ไม่สามารถกำ หนดชนิดราเอคโตไมคอร์ไร์รซาที่เข้าไปอาศัย ในรากพืชอาศัยได้ ตลอดจนอาจมีเชื้อชื้ โรคและแมลงศัตรูปะปนมากับดินแล้วส่งผลให้กห้ล้าไม้เป็นโรคหรือรื แมลงศัตรูทำ ลายได้ ในขณะที่การใช้ดช้อกเห็ดห็และสปอร์นั้ร์ นั้นั้เป็นอีกวิธีที่ธี ที่ ทำ ตามได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุช้อุปกรณ์ และขั้นขั้ตอนที่ยุ่งยาก อีกทั้งทั้ยังสามารถเลือกชนิดเห็ดห็ที่ต้องการเพาะได้ แต่วิธีกธีารนี้สามารถทำ ได้เฉพาะ ในฤดูฝนเพราะสามารถหาดอกเห็ดห็สดได้ง่าย และสปอร์ขร์องเห็ดห็บางชนิดอาจงอกช้าช้และความมีชีวิชีวิต ไม่ยืนยาว ทำ ให้ต้ห้ ต้องรอเวลานานเพื่อให้เห้ชื้อชื้เข้าไปเจริญริ ในรากกล้าไม้ ส่วนการใช้เช้ชื้อชื้บริสุริสุทธิ์นั้ธิ์ นั้นั้เป็นอีกวิธี ที่สามารถเลือกชนิดเห็ดห็ที่ต้องการนำ มาเพาะได้ อีกทั้งทั้ยังเก็บรักรัษาเส้นใยบริสุริสุทธิ์ไธิ์ว้ใช้เช้พาะนอกฤดูกาล เห็ดห็ออกได้ แต่วิธีกธีารนี้มีขั้นขั้ตอนค่อนข้างยุ่งยาก ต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ย ชี่ วชาญในการแยกเชื้อชื้ ใน สภาพปลอดเชื้อชื้มีค่าใช้จ่ช้ จ่ายสูง และที่สำ คัญคือ เห็ดห็เอคโตไมคอร์ไร์รซาส่วนใหญ่ไม่สามารถนำ มาเลี้ยงบน อาหารเลี้ยงเชื้อชื้ ได้ ดังนั้นนั้จึงต้องเลือกใช้ใช้ห้เห้หมาะสมตามข้อจำ กัดและวัตถุประสงค์ของเกษตรกร คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา รากของกล้าตะเคียนทอง ที่มีรมีาเอคโตไมคอร์ไร์รซาอาศัยที่ราก ตารางเปรียรีบเทียบวิธีวิกธีารปลูกลูเชื้อชื้เห็ดเอคโตไมคอร์ไร์รซา วิธีวิกธีารปลูกลูเชื้อชื้ ความยุ่งยุ่ยากของ เทคนิค ช่วช่งเวลาที่ปลูกลูเชื้อชื้ ความจำ เพาะของชนิด เห็ดที่้ปลูกลูเชื้อชื้ การใช้ดิช้ ดินเชื้อชื้ง่าย ทุกทุ ฤดูกดูาล เลือกชนิดไม่ไม่ด้ การใช้กช้ล้าไม้เม้ชื้อชื้ง่าย ทุกทุ ฤดูกดูาล เลือกชนิดไม่ไม่ด้ การใช้ดช้อกเห็ดห็และสปอร์ ง่าย ฤดูฝดูน เลือกชนิดได้ การใช้เช้ชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ ยาก ทุกทุ ฤดูกดูาล เลือกชนิดได้


หน้า 19 เห็ดห็เผาะ มีชื่อชื่สกุลว่า Astraeus ประเทศไทย มีเห็ดห็สกุลนี้จำ นวน 3 ชนิด ได้แก่ เห็ดห็เผาะหนัง (A. odoratus) เห็ดห็เผาะฝ้าย (A. asiaticus) และเห็ดห็เผาะสิรินริธร (A. sirindhorniae) ซึ่งซึ่ทุกชนิดสามารถ รับรั ประทานได้ อีกทั้งทั้ชาวบ้าน ยังนิยมนำ มาจำ หน่ายสร้าร้งรายได้ ด้วย ในช่วช่งต้นฤดูกาลมีราคา 400–600 บาทต่อกิโลกรัมรั เห็ดห็เผาะเป็นเห็ดห็ที่มี คุณค่าทางโภชนาการ มีปริมริาณโปรตีนต่ำ ไขมันต่ำ และไม่มี คอเรสเตอรอล เป็น เห็ดห็ที่อุดมไปด้วยแร่ธร่าตุ ต่าง ๆ เช่นช่แคลเซียซีม ฟอสฟอรัสรัเหล็ก เป็นต้น โดยทั่วทั่ ไป เห็ดห็เผาะ 100 กรัมรั ให้พห้ลังงาน 45-47 กิโลแคลอรี คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา การเพาะเห็ดเผาะ นอกจากจะอุดมประโยชน์ทางโภชนาการแล้ว เห็ดห็เผาะยังมีสารออกฤทธิ์ทธิ์างชีวชีภาพที่เป็นประโยชน์ ด้วย เช่นช่เห็ดห็เผาะฝ้ายมีสารออกฤทธิ์ Astraeusin M ที่ยับยั้งยั้การเกิดโรคมาลาเรียรีนอกจากนี้ยังมี สาร Astrasiaone และ Astradiate ที่มีฤทธิ์ยัธิ์ ยับยั้งยั้แบคทีเรียรีและเชื้อชื้ราบางชนิด อีกทั้งทั้ยังมีสาร ยับยั้งยั้การต้านอนุมูลอิสระบางชนิดด้วย เห็ดห็เผาะหนังมีสาร Lanostane triterpenoids และ Astraeucins A-L ที่สามารถต้านแบคทีเรียรีบางชนิดได้ด้วย


หน้า 20 การเพาะเห็ดห็เผาะสามารถเพาะได้โดยใช้ดช้อก เห็ดห็หรือรืสปอร์ และการใช้เช้ส้นใยบริสุริสุทธิ์ หาก ต้องการเพาะด้วยสปอร์ แนะนำ ให้เห้ลือกดอกแก่ โดยสังเกตภายในจะมีลักษณะคล้ายผงแป้ง สีน้ำ ตาลเข้มหรือรืสีเทาเข้ม นำ สปอร์มร์าผสมกับน้ำ อัตราส่วน 1 ต่อ 10 โดยปริมริาตร เมื่อผสมให้เห้ข้า กันดีแล้วจึงไปรดบริเริวณโคนต้น ปริมริาตร 10 มล.ต่อต้น ดอกเห็ดห็เผาะสามารถนำ มาอบแห้งห้ ใน เครื่อรื่งอบลมร้อร้น หรือรืตากแดดให้แห้ห้งห้สนิท แล้วนำ ดอกเห็ดห็แห้งห้ ใส่ถุงซิปซิล็อค เก็บในที่แห้งห้ที่ อุณหภูมิห้อห้ง สามารถเก็บรักรัษาไว้ใช้เช้ป็นหัวหัเชื้อชื้ ในปีถัดไปได้ วิธีกธีารนี้สามารถรักรัษาความมีชีวิชีวิต ของสปอร์เร์ห็ดห็เผาะได้อย่างน้อย 2 ปี คู่มือการเพาะเห็ดป่า - การเพาะเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา กรณีที่ต้องการเพาะด้วยเส้นใยบริสุริสุทธิ์คธิ์วร เลือกดอกเห็ดห็อ่อนมาใช้แช้ยกเชื้อชื้ซึ่งซึ่เมื่อผ่าด้านใน จะมีสีขาว เนื้อเยื่อเห็ดห็เผาะสามารถเลี้ยงและโตดี บนอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ PDA สามารถนำ เส้นใย บริสุริสุทธิ์ผธิ์สมกับน้ำ อัตราส่วน 1 ต่อ 3 โดยปริมริาตร ผสมให้เห้ข้ากันด้วยเครื่อรื่งปั่นน้ำ ผลไม้ 30 วินาที จากนั้นนั้นำ ไปรดที่โคนต้นกล้าไม้ เอกสารอ้างอิง ธารรัตรัน์ แก้วกระจ่าจ่ง. 2551. การเติบโตและการใช้น้ำช้ น้ำของกล้าไม้ยม้างนา (Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don) ที่อยู่ร่ยู่วร่มกับเห็ดเผาะหนัง (Astraeus odorotus C. Phosri, R. Watling M.P. Martin & A.J.S. Whalley) แบบเอคโตไมคอร์ไร์รซา. วิทวิยานิพนธ์ปธ์ริญริญาโท. มหาวิทวิยาลัยเกษตรศาสตร์.ร์ ฐาปนา ฉาบไธสง และธารรัตรัน์ แก้วกระจ่าจ่ง. 2564. ผลของวัสวัดุปดุลูกลูและอุณหภูมิภูใมินการเก็บรักรัษาสปอร์เร์ห็ดห็เผาะหนัง (Astraeus odoratus) ต่อการเติบโตและการเกิดรากเอคโตไมคอร์ไร์รซาของกล้าไม้ยม้างนา (Dipterocarpus alatus). วารสารวนศาสตร์ไร์ทย 40(2): 83-94. Isaka M., S. Palasarn, S. Sommai, S. Veeranondha, K. Srichomthong, P. Kongsaeree, S. Prabpai. 2017. Lanostane triterpenoids from the edible mushroom Astraeus asiaticus. Tetrahedron. 73 (12): 1561-1567. ลักษณะเห็ดห็เผาะที่แก่จัด ผงสปอร์เร์ห็ดห็เผาะ นำ สารแขวนลอยสปอร์รร์ดกล้าไม้ ลักษณะเห็ดห็เผาะอ่อนเหมาะสำ หรับรันำ มาแยกเชื้อชื้ การแยกเชื้อชื้เห็ดห็เผาะในสภาพปลอดเชื้อชื้ เส้นใยบริสุริสุทธิ์ขธิ์องเห็ดห็เผาะหนังบนอาหารเลี้ยงเชื้อชื้ เทคนิคสำ คัญที่ทำ ให้เห้ห็ดห็เผาะเข้าข้ไปอยู่อยู่าศัยในรากได้ดี คือ ควรใช้ดิช้ ดินที่มีคมีวามอุดมสมบูรณ์ของธาตุอตุาหารต่ำ เป็น วัสวัดุเดุพาะกล้า และไม่คม่วรรดน้ำ กล้าไม้ปม้ริมริาณมากจนเกินไป การดูแดูลกล้าไม้ใม้นสภาพขาดน้ำ และขาดธาตุอตุาหารเล็กน้อย จะกระตุ้นตุ้ให้มีห้กมีารสร้าร้งรากเอคโตไมคอร์ไร์รซามากขึ้นขึ้


การเพาะเห็ดกลุ่มเห็ดผู้ย่อยสลายอินทรียวัตถุ หน้า 21


เห็ดห็แครง หรือรืเห็ดห็ตีนตีตุ๊กตุ๊แก (spilt gill) มีชื่มีชื่อชื่ วิทวิยาศาสตร์ Schizophyllum commune Fr. เป็นป็เห็ดห็ที่ขึ้ ที่ นขึ้ได้ทั่ด้วทั่ไป ทุกทุภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะ ในภาคใต้ สามารถพบได้ตด้ลอดปี เนื่อนื่งจากมีฝมีนตก มากกว่าว่ ในภาคอื่นอื่ ในช่วช่งฤดูฝดูนจะพบเห็ดห็แครงขึ้นขึ้ตาม วัสวัดุหดุลายชนิดนิเช่นช่ท่อท่นไม้ กิ่งกิ่ไม้ ใบไม้ ภาคเหนือนืเรียรีก เห็ดห็แก้นก้เห็ดห็ตามอด ภาคกลางเรียรีก เห็ดห็มะม่วม่ง เนื่อนื่งจากขึ้นขึ้บนไม้มม้ะม่วม่ง ภาคใต้เต้รียรีก เห็ดห็ตีนตีตุ๊กตุ๊แก เห็ดห็ยาง เนื่อนื่งจากในภาคใต้พต้บบนไม้ยม้างพาราที่ถู ที่ กถูตัดตั โค่นค่และเมื่อมื่ฝนตกจะพบเห็ดห็แครงขึ้นขึ้เป็นป็จำ นวนมาก นอกจากนี้ยั นี้ งยัพบขึ้นขึ้บนไม้อื่ม้อื่นอื่ๆ เช่นช่ ไม้ยูม้คยูาลิปลิตัสตั ไม้สม้น ไม้ไม้ผ่ ฯลฯ เห็ดห็แครงเป็นป็เห็ดห็ที่นิ ที่ ยนิมบริโริภคกันกัมากใน ภาคใต้ และภาคอีสอีาน โดยมีรมีาคาจำ หน่าน่ยดอกสด กิโกิลกรัมรัละ 80–200 บาท เห็ดห็แห้งห้กิโกิลกรัมรัละ 300– 500 บาท และแข็งข็ด้านใต้ดอกมีคมีรีบรีขอบครีบรีแยกเป็น 2 แฉก และ ม้วม้นออกจากกัน เรียรีงเป็นรัศรัมีอมีอกไปจากฐานดอก ขอบดอก หยักยัคล้ายขอบเปลือกหอยแครง ลักษณะสปอร์ ทรงกระบอก ขนาด 4.5 x 1.5–2 ไมครอน ลักษณะดอกเห็ดห็อาจแตกต่าง กันในแต่ละท้องที่ ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับสภาพแวดล้อม การเพาะเห็ดแครง อินทิรา พันธาสุ และสาวิตรี มังคลาด เห็ดห็แครงจัดจัเป็นเห็ดห็ที่มีรมีสชาติดี มีคุมีณคุค่าทางโภชนาการ สูงสูประกอบด้วย กรดแอมิโมิน และ แร่ธร่าตุที่ตุที่ จำ เป็นต่อร่าร่งกาย หลายชนิด ได้แก่ ซีสซีทีน (cystine) กลูตลูามีนมี (glutamine) โดยพบว่าว่เห็ดห็แครง 100 กรัมรัมีธมีาตุเตุหล็ก 280 มก. ฟอสฟอรัสรั 646 มก. แคลเซียซีม 90 มก. ไขมันมั 0.5 กรัมรัและ โปรตีน 17 กรัมรันอกจากนี้ยังยัจัดจัเป็นเห็ดห็ที่มีสมีรรพคุณคุทางยา คือ มีสมีารโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharid) ชื่อชื่ว่าว่ schizophyllan ซึ่งซึ่มีฤมีทธิ์ต้ธิ์ ต้านมะเร็งร็หลายชนิด เช่นช่มะเร็งร็ ปากมดลูกลูมะเร็งร็กระเพาะอาหาร มะเร็งร็ปอด มีคุมีณคุสมบัติบั ติต้าน ไวรัสรัต้านอนุมูลอิสระที่ชะลอการแก่ก่อนวัยวักระตุ้นตุ้การทำ งาน ของเม็ดม็เลือดขาว ลดการอักเสบของผิวผิหนังจากแสงแดด โดย จะช่วช่ยกระตุ้นตุ้เม็ดม็เลือดขาวที่ผิวผิหนัง ยังยัเป็นตัวช่วช่ยในการลด ริ้วริ้รอย จึงจึมีคมีวามเหมาะสมในการใช้เช้ป็นส่วส่นผสมใน เครื่อรื่งสำ อาง ลักษณะทั่วทั่ ไปของเห็ดห็แครง เป็นเห็ดห็ขนาดเล็ก รูปร่าร่งคล้ายพัดพัที่ฐานมีก้มี ก้านสั้นสั้ติดด้านข้าข้งดอก มีขมีน สีขสีาวหรือรืขาวปนเทาปกคลุมลุหนาแน่น ดอกเห็ดห็กว้าว้ง ประมาณ 1–3 ซม. ยาว 1–4 ซม. ลักษณะดอกเหนียว หน้า 22


หน้า 23 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง ปัจจุบันบัมีกมีารผลิตเครื่อรื่งสำ อางจากเห็ดห็แครง เช่นช่ ประเทศเกาหลี มีผมีลิตภัณฑ์ ชื่อชื่ว่าว่ Sulwhasoo hydroaid มีสมีรรพคุณคุทำ ให้ผิห้วผิใส และ Alqvimia Eternal Youth Cream มีสมีรรพคุณคุช่วช่ยลด ริ้วริ้รอย ประเทศไทยมีผมีลิตภัณฑ์บำ รุงผิวผิจากเห็ดห็แครง ชื่อชื่ว่าว่ซิโซิซเดอมา บิวบิตี้ครีมรี (Schizoderma beauty cream) มีคุมีณคุสมบัติบั ติช่วช่ยเพิ่มพิ่ความชุ่มชุ่ชื้นชื้ ให้เห้ซลล์ผิวผิหนัง ต่อต้านการเกิดริ้วริ้รอยก่อนวัยวั เห็ดห็แครงยังยันิยมนำ มาบริโริภคเป็นอาหาร เช่นช่หมก แกง น้ำ พริกริ ไข่เข่จียจีว ทอดมันมัเห็ดห็แครง ลาบเห็ดห็แครง รวมทั้งทั้นำ เห็ดห็แครงไปผลิตเป็นโปรตีนจากพืชพื (Plant- based protein) ทดแทนโปรตีนจากสัตสัว์ เหมาะกับกลุ่มลุ่ผู้บผู้ ริโริภคที่ทานอาหารมังมัสวิรัวิติรั ติไม่รัม่บรั ประทานเนื้อสัตสัว์ หรือรืทานอาหารเจ จึงจึทำ ให้เห้ห็ดห็แครง เป็นเห็ดห็ที่มีศัมี ศักยภาพสำ หรับรัการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคต ปัจจุบันบั ได้มีกมีารพัฒพันาวิธีวิกธีารเพาะเลี้ยงเห็ดห็แครงให้สห้ามารถเพาะได้ในถุงถุพลาสติก สามารถควบคุมคุ สภาพแวดล้อมให้เห้หมาะสมกับการเจริญริของเห็ดห็แครง ส่งส่ผลให้มีห้ผมีลผลิตได้ตลอดทั้งทั้ปี การเพาะเห็ดห็แครง นั้นนั้มีขั้มีนขั้ตอนและการดูแดูลที่ง่าย โดยขั้นขั้ตอนในการเพาะเลี้ยงเห็ดห็แครงจะเหมือมืนกับเห็ดห็ชนิดอื่น ๆ ยกเว้นว้ สูตสูรอาหาร เทคนิคการเพาะเลี้ยง และการดูแดูล การผลิตก้อนเชื้อชื้เห็ดแครง สูตสูรอาหารผลิตก้อนเชื้อชื้ ขี้เ ขี้ ลื่อย เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งต้มแล้ว รำ ละเอียด ปูนขาว 100 กก. 50 กก. 3-5 กก. 1 กก.


หน้า 24 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง ขั้นขั้ตอน 1) คัดเลือกเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง แล้วล้างให้สห้ะอาด แช่น้ำช่ น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หรือรื 10-12 ชั่วชั่โมง จากนั้นนั้เทน้ำ ทิ้งเปลี่ยนน้ำ ใหม่ นำ ไปต้มไฟปานกลางให้เห้ดือด จนเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งเริ่มริ่นุ่มแต่ไม่สุม่กสุเละจนเกินไป แล้วรินริน้ำ ทิ้ง ผึ่งผึ่ให้พห้อหมาด 2) ผสมขี้เ ขี้ ลื่อย ปูนขาว และรำ คลุกลุเคล้าให้เห้ข้าข้กัน แล้วปรับรัความชื้นชื้ ประมาณ 60 -70% โดย เติมน้ำ หากใช้มืช้อมืกำ วัสวัดุเดุพาะ บีบบี ให้แห้น่น ถ้าน้ำ ซึมซึที่ง่ามมือมืแสดงว่าว่เปียกเกินไป ถ้าไม่มีม่น้ำมีน้ำซึมซึ ให้ แบมือมืออก วัสวัดุเดุพาะจะรวมกันเป็นก้อน แล้วแตกออกเป็น 2 -3 ส่วส่น ถือว่าว่ความชื้นชื้พอเหมาะ แต่ถ้า แบมือมืแล้ววัสวัดุเดุพาะไม่รม่วมตัวกันเป็นก้อน แสดงว่าว่แห้งห้เกินไป ให้เห้ติมน้ำ เล็กน้อย เมื่อมื่ผสมเข้าข้กัน ดีแล้วจึงจึนำ เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งที่ต้มเตรียรีมไว้มว้าผสมคลุกลุเคล้าให้เห้ข้าข้กัน 3) นำ ส่วส่นผสมบรรจุลงถุงถุพลาสติก ขนาด 6 x 10 นิ้ว ให้มีห้น้ำมีน้ำหนักประมาณ 500 กรัมรั /ถุงถุ ใส่คส่อขวดรัดรัหนังยาง และปิดสำ ลี แล้วปิดทับด้วย กระดาษ 4) นำ ไปนึ่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ด้วยหม้อม้นึ่งความดันไอน้ำ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ที่อุณหภูมิภูมิ121 องศาเซลเซียซีส นาน 20 นาที หรือรืนึ่งด้วยหม้อม้นึ่งลูกลูทุ่งทุ่ อุณหภูมิภูมิ100 องศาเซลเซียซีส นาน 3 ชั่วชั่โมง แล้ว จึงจึพักพั ไว้ใว้ห้เห้ย็นย็ลง พยายามอย่าย่ทิ้งไว้เว้กิน 24 ชั่วชั่โมง เพราะจะทำ ให้เห้กิดการปนเปื้อนสูงสู


หน้า 25 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง 5) นำ หัวหัเชื้อชื้เห็ดห็แครงมาเคาะให้เห้มล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง กระจายก่อน เพื่อพื่สะดวกในการเทหัวหัเชื้อชื้เห็ดห็ลงถุงถุเปิด ปากขวดออก ลนด้วยเปลวไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ แล้วเทเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งที่มีเมีชื้อชื้เห็ดห็แครงลงไปในถุงถุขี้ เลื่อย ประมาณ 20–30 เมล็ดต่อถุงถุและปิดจุกสำ ลี ทันที ข้อข้ควรระวังวัผู้ที่ผู้ ที่ ทำ การเพาะต้องระวังวัอย่าย่ ให้หัห้วหั เชื้อชื้ข้าข้วฟ่าฟ่งสัมสัผัสผัมือมืจุกสำ ลีที่อุดปากถุงถุห้าห้มวางกับ พื้นพื้อาจทำ ให้เห้กิดการปนเปื้อนจากเชื้อชื้จุลินทรีย์รีอื่ย์อื่นได้ และขั้นขั้ตอนนี้ควรทำ ในห้อห้งที่สะอาดและลมสงบ 6) ทำ การบ่มบ่ก้อนเชื้อชื้ ในโรงเรือรืนสำ หรับรับ่มบ่เชื้อชื้ ที่สะอาด มีกมีารระบายอากาศดี และควรเป็นที่มืดมืสนิท เพื่อพื่ทำ ให้เห้ส้นส้ ใยเจริญริเต็มถุงถุเนื่องจากแสงเป็นตัว กระตุ้นตุ้ให้เห้ส้นส้ ใยสร้าร้งดอก ก่อนที่เส้นส้ ใยจะสะสมอาหาร ได้เต็มที่ ส่งส่ผลทำ ให้เห้ส้นส้ ใยหยุดการเจริญริหลังจากบ่มบ่ เส้นส้ ใย ประมาณ 15–20 วันวัที่อุณหภูมิภูรมิะหว่าว่ง 25–35 องศาเซลเซียซีส เส้นส้ ใยเจริญริเต็มถุงถุจึงจึให้แห้สง ในโรงบ่มบ่เพื่อพื่ ไปกระตุ้นตุ้ให้เห้ห็ดห็สร้าร้งตุ่มตุ่ดอก โดยเส้นส้ ใย จะเริ่มริ่เปลี่ยนเป็นสีน้ำสีน้ำตาล จึงจึนำ ก้อนเชื้อชื้เตรียรีมไปเปิด ดอก การเพาะให้เกิดดอกเห็ด การเปิดดอก นำ ก้อนเชื้อชื้ที่เส้นส้ ใยเจริญริเต็มถุงถุดึงจุกสำ ลีและ คอขวดด้านบนออก ใช้หช้นังยางรัดรั ปากถุงถุให้แห้น่น หลังจากนั้นนั้ ใช้มีช้ดมีคม ๆ กรีดรีข้าข้งถุงถุให้เห้ป็นแนวยาว 4 แถว โดยให้กห้รีดรี ในลักษณะเฉียงดีกว่าว่การกรีดรีตรง เพราะก้อนเชื้อชื้จะเก็บความชื้นชื้ ได้ดีกว่าว่และรอยกรีดรีจะ ยาวกว่าว่การกรีดรีตรง แล้วจึงจึนำ ไปวางในโรงเรือรืนเปิด ดอกต่อไป


หน้า 26 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง โรงเรือรืนเปิดดอก โรงเรือรืนเปิดดอกจะใกล้เคียงกับโรงเรือรืน เพาะเห็ดห็นางรม เห็ดห็นางฟ้าฟ้แต่ต้องเพิ่มพิ่ความชื้นชื้ ขึ้นขึ้อีก เนื่องจากเห็ดห็แครงชอบความชื้นชื้ ใน บรรยากาศสูงสูการระบายอากาศดี การวางก้อน เชื้อชื้เห็ดห็แครงให้เห้กิดดอก สามารถวางได้ 2 วิธีวิ ธีคือ 1) การวางก้อนเชื้อชื้บนชั้นชั้ โดยให้แห้ต่ละถุงถุห่าห่ง กัน ประมาณ 5–7 ซม. 2) การวางก้อนเชื้อชื้แบบแขวน โดยตัวที่จะ แขวนก้อนเห็ดห็ ประกอบด้วยเชือชืก 4 เส้นส้และแป้นป้ พลาสติก จำ นวน 3–4 แผ่นผ่เชือชืกจะร้อร้ยเข้าข้รู แต่ละแป้นป้ติดกันเป็น 1 ชุด แต่ละชุดจะแขวนก้อน เห็ดห็ ได้ ประมาณ 10 ก้อนต่อพวง แต่ละพวงห่าห่ง กัน 5–7 ซม. การดูแดูล การรดน้ำ ใน 2–3 วันวัแรกของการเปิดดอก ควรรดน้ำ ที่พื้นพื้ โรงเรือรืน เพื่อพื่ ให้ภห้ายในโรงเรือรืนมี ความชื้นชื้ที่เหมาะสมต่อการออกดอก เพราะน้ำ อาจ เข้าข้ตรงบริเริวณรอยกรีดรีส่งส่ผลให้ก้ห้ ก้อนเชื้อชื้เห็ดห็เน่า เสียสีหายและมีจุมีจุลินทรีย์รีอื่ย์อื่นปนเปื้อนได้ รอให้เห้ส้นส้ ใย เจริญริ ประสานกันตรงบริเริวณรอยกรีดรีจึงจึทำ การ เปลี่ยนการให้น้ำห้ น้ำมาเป็นแบบพ่นพ่ ฝอย หรือรืติดตั้งตั้ ระบบสปิงเกอร์ เพื่อพื่ ให้น้ำห้ น้ำเช้าช้-เย็นย็ถ้าอากาศแห้งห้ก็ ควรรดน้ำ มากขึ้นขึ้เพื่อพื่รักรัษาความชื้นชื้ ในโรงเรือรืน ให้ไห้ด้นานที่สุดสุ


หน้า 27 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง การเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังจากกรีดรีข้าข้งถุงถุและรดน้ำ ก้อนเห็ดห็ ประมาณ 6–7 วันวัดอกเห็ดห็จะโตพอที่เก็บผลผลิต ได้ การเก็บเห็ดห็แครงจะใช้มีช้ดมีคม ๆ เฉือนตรง บริเริวณโคนดอกเห็ดห็ที่บาน การเก็บควรเก็บใน ระยะที่ดอกมีสีมีขสีาวนวล ก่อนที่เห็ดห็จะสร้าร้งสปอร์ เห็ดห็แครงแก่จะมีสีมีน้ำสีน้ำตาล ดอกเห็ดห็จะเหนียว ไม่ น่ารับรั ประทาน หลังจากเก็บเห็ดห็แครงรุ่นรุ่แรกแล้ว ซึ่งซึ่จะให้ผห้ลผลิตเฉลี่ยประมาณ 80–90 กรัมรัต่อ เห็ดห็ 1 ก้อน หลังจากนั้นนั้เห็ดห็แครง จะพักพัตัวอีก 5–7 วันวัทำ การรดน้ำ ตามปกติ จึงจึจะสามารถเก็บ ผลผลิตรุ่นรุ่ที่ 2 ได้ จะให้ผห้ลผลิตเฉลี่ยประมาณ 30–40 กรัมรั เห็ดห็แครง 1 ก้อน (500 กรัมรั ) จะให้ผห้ลผลิต ประมาณ 110–130 กรัมรัเมื่อมื่เก็บผลผลิตหมด แล้ว ให้นำห้ นำก้อนเชื้อชื้ ไปทิ้งให้เห้ป็นที่และหมักมั ให้ย่ห้อย่ย สลายดีก่อนแล้วจึงจึนำ ไปทำ ปุ๋ย เพราะเห็ดห็แครง สามารถย่อย่ยสลายเนื้อไม้ไม้ด้ดี อาจเป็นอันตรายต่อ ผลิตผลทางการเกษตรบางชนิด สำ หรับรัโรงเรือรืน เปิดดอกหลังขนย้าย้ยก้อนเชื้อชื้เก่าทิ้งไปแล้ว ควร ทำ ความสะอาดโรงเรือรืนและพักพั โรงเรือรืนให้แห้ห้งห้ เป็นเวลา 10–15 วันวัแล้วจึงจึนำ ก้อนเชื้อชื้เห็ดห็รุ่นรุ่ ใหม่ ไปเปิดดอกต่อไป ข้อข้ควรระวังวั ในระยะบ่มบ่ก้อนเชื้อชื้จำ เป็นต้องบ่มบ่เส้นส้ ใยในที่มืดมืเพื่อพื่ ไม่ใม่ห้แห้สงกระตุ้นตุ้ให้เห้ส้นส้ ใยสร้าร้งดอก ทั้งทั้ที่เส้นส้ ใยยังยั เจริญริ ไม่เม่ต็มถุงถุและสะสมอาหารยังยัไม่เม่ต็มที่ จะเป็นสาเหตุใตุห้ไห้ด้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้ม่ คุ้มคุ้ค่าในแง่เศรษฐกิจ ในระยะ เปิดดอก ต้องคำ นึงไว้เว้สมอว่าว่วัสวัดุที่ดุที่ใช้เช้พาะเห็ดห็แครงนั้นนั้มีธมีาตุอตุาหารสูงสูมาก สูงสูกว่าว่การเพาะเห็ดห็ชนิดอื่น ๆ ดังนั้นนั้การปนเปื้อนจากราเขียขีว ราส้มส้จะเกิดได้ง่ายมาก ต้องดูแดูลการให้น้ำห้ น้ำอย่าย่งสม่ำ เสมอ ควรเก็บผลผลิต ในขณะที่ดอกเป็นสีขสีาวนวล


หน้า 28 ปัญปัหาในการเพาะเห็ดแครง ปัญหาของการเพาะเห็ดห็แครงจะเหมือมืนกับ การเพาะเห็ดห็ชนิดอื่น ๆ คือ 1. เชื้อชื้เห็ดห็ที่ใส่ลส่งในก้อนเชื้อชื้ ไม่เม่จริญริเกิด จากหัวหัเชื้อชื้เห็ดห็เป็นเชื้อชื้อ่อน หรือรืเส้นส้ ใยที่นำ มาทำ หัวหัเชื้อชื้ผ่าผ่นการต่อเชื้อชื้มาหลายครั้งรั้ทำ ให้เห้ส้นส้ ใย อ่อนแอ จึงจึไม่คม่วรมีกมีารต่อเชื้อชื้มากกว่าว่ 6 ครั้งรั้ 2. เส้นส้ ใยเดินแล้วหยุด สาเหตุเตุกิดจากถุงถุ ก้อนเชื้อชื้มีคมีวามชื้นชื้เกินไป หรือรืมีคมีวามชื้นชื้น้อย เกินไป 3. การเจริญริเติบโตของดอกเห็ดห็ ไม่สม่มบูรณ์ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่นช่ความชื้นชื้ ในโรงเรือรืนไม่ เพียพีงพอ ทำ ให้ดห้อกเห็ดห็แห้งห้รดน้ำ มากเกินไป ทำ ให้น้ำห้ น้ำขังขัอยู่ใยู่นถุงถุเห็ดห็ทำ ให้ก้ห้ ก้อนเชื้อชื้เห็ดห็เสียสี หาย เชื้อชื้จุลินทรีย์รีมีย์กมีารปนเปื้อนในก้อนเชื้อชื้หลัง จากการกรีดรีถุงถุอาจเนื่องจากมีกมีารปนเปื้อน ของจุลินทรีย์รีอื่ย์อื่นในก้อนเชื้อชื้หรือรืโรงเรือรืนไม่ สะอาด มีแมีมลงศัตรู เช่นช่ ไร คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดแครง การป้อป้งกันกำ จัดจั โรคและแมลงศัตรูเห็ด หลังจากนำ ก้อนเชื้อชื้เห็ดห็เข้าข้โรงเรือรืนเปิดดอก หมั่นมั่ตรวจดูโดูรคและแมลง หากพบเชื้อชื้ราชนิดอื่น ขึ้นขึ้หรือรืแมลงพวกไร ให้นำห้ นำก้อนเห็ดห็ออกจาก โรงเรือรืนนำ ไปทำ ลายทันที และใช้กับดัก กาวเหนียว หรือรืพ่นน้ำ หมักสมุนไพรเพื่อป้องกัน กำ จัดแมลงศัตรูเห็ด เช่น ตะไคร้หร้อม น้ำ ส้มควัน ไม้ ในโรงเปิดดอกและบริเริวณโดยรอบ ข้อข้ควรปฏิบัติบั ติในการเพาะเลี้ยงเห็ด ให้ประสบผลสำ เร็จร็ 1. การรักรัษาความสะอาดและสุขสุอนามัยมัของ โรงเรือรืนและบริเริวณโรงเรือรืนตลอดจนผู้เผู้ข้าข้ ปฏิบัติบั ติงาน ผู้เผู้ข้าข้เยี่ย ยี่ มชม 2. การพักพั โรงเรือรืน และการทำ ความสะอาด โรงเรือรืน เป็นการตัดวงจรชีวิชีตวิของโรค แมลง ศัตรูเห็ดห็ที่เคยระบาดหรือรืสะสมอยู่ใยู่นโรงเรือรืน 3. การเอาใจใส่ทุส่กทุระยะของการผลิตเห็ดห็ เศรษฐกิจ เป็นคนช่าช่งสังสัเกต บันบัทึกข้อข้มูล กรมวิชวิาการเกษตร. ม.ป.ป. การเพาะเห็ดแครง. แหล่งที่มา: https://www.doa.go.th/biotech/? page_id=988 นฤมล มงคลธนวัฒวัน์. 2557. เห็ดห็แครง : เห็ดห็พื้นพื้บ้าบ้นที่มากด้วยคุณคุค่า. วารสารวิทวิยาศาสตร์ลร์าดกระบังบั 23(1), 138-147 ปราโมทย์ ป้อป้งสุธสุาธาร. 2553. วว.เจ๋งจ๋วิจัวิยจัครีมรีบำ รุงผิวจากเห็ดแครง มีฤมีทธิ์ต้ธิ์ ต้านอนุมูลอิสระชะลอผิวหนังก่อนวัยวั . แหล่งที่มา: http://oldweb.most.go.th/main/index.php /organization-news/1780-2010-06-17-02-30-19.html, 7 มีนมีาคม 2567 อุทัยวรรณ แสงวณิช, พูนพิไพิล สุวสุวรณฤทธิ์,ธิ์อัจฉรา พยัพยัพานนท์, เจนนิเฟอร์ เหลืองสะอาด, อนงค์ จันจัทร์ศร์รีกุรีลกุและ บารมี สกลรักรัษ์. 2556. บัญบัชีรชีายการทรัพรัย์สิย์นสิชีวชีภาพ เห็ด. สำ นักงานพัฒพันา เศรษฐกิจจากฐานชีวชีภาพ (องค์การมหาชน), กรุงเทพฯ. 374 หน้า Wu, Yuanzheng, Moon-Hee Choi, Jishun Li, Hetong Yang, and Hyun-Jae Shin. 2016. Mushroom cosmetics: The present and future. Cosmetics 3(3): 22. doi:10.3390/cosmetics3030022. เอกสารอ้างอิง


เห็ดห็หลินลิจือจืมีชื่มีชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ Ganoderma spp. และมีชื่มีชื่อชื่ที่นิ ที่ ยนิมเรียรีกอีกอีหลายชื่อชื่เช่นช่เห็ดห็หมื่นมื่ ปี เห็ดห็จวักวัเห็ดห็หัวหังู เห็ดห็นางกวักวัเห็ดห็ขอนไม้ เห็ดห็อมตะ เห็ดห็แลคเกอร์ ส่วส่นชื่อชื่ภาษาอื่นอื่ๆ เช่นช่ Ling Zhi, Holy mushroom, Mannentake (10,000 years mushroom), Lacquered mushroom เห็ดห็หลินจือจืจัดจัอยู่ใยู่นกลุ่มลุ่เห็ดห็หิ้งหิ้หรือรืเห็ดห็หมื่นมื่รู (Polypores, Bracket Fungi) ดอกมีรูมีรูปร่าร่ง คล้ายหิ้งหิ้พัดพัครึ่งรึ่วงกลม ไปจนถึงรูปไต มีหมีรือรืไม่มีม่ มี ก้าน เรียรีบ เป็นมันมัเหมือมืนเคลือบด้วยน้ำ มันมัชักชัเงา ลักษณะดอกจะแข็งข็เหนียวคล้ายเนื้อไม้ มักมัเจริญริอยู่ กับไม้ที่ม้ ที่ มีชีมีวิชีตวิหรือรืตายแล้ว กิ่งไม้ ตอไม้ ดอกเห็ดห็จะมี รูเล็ก ๆ อยู่ด้ยู่ ด้านใต้ของดอก ภายในรูเป็นที่เกิดของ สปอร์ ไม่มีม่คมีรีบรี ใต้ดอก ดอกเห็ดห็หลินจือจืที่ใช้ทำช้ ทำยาได้ จะมีหมีมวกดอกสีม่สีวม่งดำ สีน้ำสีน้ำตาล สีน้ำสีน้ำตาลแดง และ ใต้หมวกดอกเป็นสีเสีหลือง เห็ดห็หลินจือจืมีหมีลายชนิด แต่ที่มีข้มีอข้มูลรายงานการศึกษา วิจัวิยจัเกี่ยวกับเห็ดห็หลินจือจืจะเป็น Ganoderma lucidum เป็นส่วส่นใหญ่ มีรมีายงานการสกัดสารจากเส้นส้ ใยและดอก และ นำ ไปทดสอบสารออกฤทธิ์ พบว่าว่สารสกัดที่ได้มีศัมี ศักยภาพใน การลดอาการเครียรีด ช่วช่ยให้หห้ลับสนิท ช่วช่ยเรื่อรื่งระบบหายใจ บำ รุงสุขสุภาพ ช่วช่ยต่อต้านอาการไข้หข้วัดวัลดระดับไขมันมั ใน เลือด ความดันโลหิตหิสูงสูเม็ดม็เลือดขาวต่ำ หวัดวัเรื้อรื้รังรั หลอดลมอักเสบ และหอบหืดหืสารสกัดจากสปอร์ช่ร์วช่ยลดความ เจ็บจ็ ปวดของกล้ามเนื้อ เห็ดห็หลินจือจืมีสมีารโพลิแซคคาไรด์ ช่วช่ยปรับรัการทำ งานของ ตับ ปกป้อป้งตับจากสารพิษพิมีเมีบต้ากูลกูแคน เพิ่มพิ่ ประสิทสิธิภธิาพ ของระบบภูมิภูคุ้มิ คุ้มคุ้กันโรค นอกจากนี้ยังยัมีสมีารไตรเทอร์ปิร์ ปินอยด์ (Triterpenoids) ช่วช่ยรักรัษาโรคตับ มีกมีรดกาโนเดอริคริ (Ganoderic acid) และกรดลูซิลูเซิดนิค (Lucidenic acid) ต่อต้านสารพิษพิที่มีต่มี ต่อตับ และยับยัยั้งยั้การเจริญริของเซลล์มะเร็งร็ ตับ กระตุ้นตุ้การทำ งานของเม็ดม็เลือดขาว อีกทั้งทั้ยังยัมีสมีารกาโน เดอแรน เอ บี และซี ช่วช่ยลดน้ำ ตาลในกระแสเลือด มีกมีารจด ลิขสิทสิธิ์สธิ์ารนี้เป็นยารักรัษาผู้ป่ผู้ วป่ยโรคเบาหวาน การเพาะเห็ดหลินจือ เยาวภา อร่ามศิริรุจิเวทย์ หน้า 29


หน้า 30 การเพาะเห็ดหลินจือจื การเพาะเห็ดห็หลินลิจือจืนั้นนั้สามารถทำ ได้ และมี การเพาะกันกัอย่าย่งแพร่หร่ลายในปัจปัจุบัจุนบัเนื่อนื่งจาก เป็นป็เห็ดห็ที่มี ที่ คุมีณคุค่าค่ทางยา สามารถนำ มารักรัษาโรคได้ ในธรรมชาติเติห็ดห็หลินลิจือจืมักมัเจริญริอยู่กัยู่บกัไม้ที่ม้มี ที่ ชีมีวิชีตวิ หรือรืตายแล้วล้กิ่งกิ่ไม้ ตอไม้ ดังดันั้นนั้การเพาะเห็ดห็หลินลิ จือจืจึงจึสามารถใช้วัช้สวัดุเดุพาะที่มี ที่ ลิมีกลิ โนเซลลูโลูลสสูงสูได้ วัสวัดุเดุพาะที่นิ ที่ ยนิมในปัจปัจุบัจุนบัคือคืขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยไม้ยม้างพารา เห็ดห็หลินลิจือจืชอบขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยหยาบมากกว่าว่ ขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยละเอียอีด โดยมีสูมีตสูรอาหารสำ หรับรัทำ ก้อก้น ขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยหลายสูตสูร สูตสูรที่แ ที่ นะนำ คือคื คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดหลินจือ ขี้เ ขี้ ลื่อยไม้ยม้างพารา รำ ละเอียด ดีเกลือ ปรับรัความชื้นชื้ด้วยน้ำ ให้ไห้ด้ เอกสารอ้างอิง 100 กก. 1.5 กก. 0.2 กก. 60–65% เมื่อมื่ผสมสัดสัส่วส่นต่าต่ง ๆ ดีแดีล้วล้ ให้บห้รรจุใจุนถุงถุ พลาสติกติทนร้อร้น ถุงถุละ 900–1000 กรัมรั ใส่คส่อขวด และปิดปิด้วด้ยจุกจุพลาสติกติเพื่อพื่สะดวกในการใส่หัส่วหัเชื้อชื้ เมล็ดล็ข้าข้วฟ่าฟ่ง จากนั้นนั้นำ ไปนึ่งนึ่ฆ่าฆ่เชื้อชื้ที่อุ ที่อุณหภูมิภูมิ90 องศาเซลเซียซีส เป็นป็เวลา 3 ชั่วชั่โมง การเพาะเห็ดห็เริ่มริ่จากการหาดอกเห็ดห็ที่มีลัมี ลักษณะดี สายพันพัธุ์เธุ์ห็ดห็หลินจือจืที่พบว่าว่มีคุมีณคุภาพดีสามารถนำ มาทำ ยาได้จะมีหมีมวกดอกสีม่สีวม่งดำ สีน้ำสีน้ำตาล สีน้ำสีน้ำตาลแดง และใต้หต้มวกดอกเป็นป็สีเสีหลือลืง นำ มา เลี้ย ลี้ งให้ไห้ด้เด้ชื้อชื้บริสุริทสุธิ์ (เชื้อชื้วุ้นวุ้ ) จากนั้นนั้ทำ หัวหัเชื้อชื้เมล็ดล็ ข้าข้วฟ่าฟ่ง เหมือมืนการเพาะเห็ดห็ถุงถุทั่วทั่ไป โดยลักลัษณะหัวหั เชื้อชื้เมล็ดล็ข้าข้วฟ่าฟ่งที่ดี ที่ คดีวรมีเมีส้นส้ ใยสีขสีาว เดินดิแผ่กผ่ระจาย เป็นป็วง และควรเดินดิเต็มต็ขวดภายใน 8–10 วันวั ไม่มีม่ มี จุลิจุนลิทรีย์รีอื่ย์อื่นอื่ ปนเปื้อปื้น เมื่อมื่เชื้อชื้เห็ดห็เจริญริเต็มต็เมล็ดล็ข้าข้ว ฟ่าฟ่งแล้วล้ ให้ถ่ห้าถ่ยเชื้อชื้ลงในก้อก้นขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยที่นึ่ ที่ นึ่งนึ่ฆ่าฆ่เชื้อชื้แล้วล้จากนั้นนั้บ่มบ่ ไว้ใว้นที่ล ที่ มสงบประมาณ 30 วันวัเชื้อชื้จะเดินดิเต็มต็ก้อก้น สามารถนำ ไปเปิดปิดอกได้ การเปิดปิดอก อาจจะทำ ใน โรงเรือรืนหรือรืถ้าถ้ไม่มีม่ โมีรงเรือรืนอาจเปิดปิดอกในโอ่งอ่ที่ไที่ ม่ใม่ช้ แล้วล้หรือรืในบ่อบ่ ปูนปูซีเซีมนต์ก็ต์ ไก็ด้ ดอกเห็ดห็จะออกดีจดีะต้อต้ง คอยดูแดูลไม่ใม่ห้อห้ากาศภายในที่เ ที่ ปิดปิดอกร้อร้นเกินกิ ไปและ มีคมีวามชื้นชื้เพียพีงพอ นิวัฒวัเสนาะเมือมืง. 2553. เห็ดป่าเมือมืงไทย: ความหลากหลายและการใช้ ประโยชน์. ภาควิชวิาพืชพืศาสตร์แร์ละ ทรัพรัยากรการเกษตร คณะ เกษตรศาสตร์ และศูนย์วิย์จัวิยจัอนุกรมวิธวิานประยุกต์ มหาวิทวิยาลัย ขอนแก่น. 426 หน้า. สาธิตธิ ไทยทัตกุลกุ . 2538. การเพาะเห็ดหลินจือจื . บริษัริ ษัทฟ้าฟ้อภัย จำ กัด กรุงเทพฯ. 96 หน้า. อุทัยวรรณ แสงวณิช, พูนพิไพิล สุวสุรรณฤทธิ์,ธิ์อัจฉรา พยัพยัพานนท์, เจนนิเฟอร์ เหลืองสอาด, อนงค์ จันจัทร์ศร์รีกุรีลกุและ บารมี สกลรักรัษ์. 2556. บัญบัชีรชีายการทรัพรัย์สิย์นสิชีวชีภาพ เห็ด. สำ นักงานพัฒพันา เศรษฐกิจจากฐานชีวชีภาพ (องค์การมหาชน). กรุงเทพฯ. 374 หน้า.


เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ หรือรืเห็ดห็ร่าร่งแห เป็นเห็ดห็ที่นำ มา ประกอบอาหารกับมาอย่าย่งยาวนาน ในประเทศจีนจีมี รายงานการใช้ปช้ระโยชน์จากเห็ดห็ชนิดนี้ยาวนานกว่าว่ 3000 ปี ทั้งทั้นำ มาประกอบอาหาร และนำ มาเป็น ส่วส่นประกอบของยา หลายคนรู้จัรู้กจักันในนาม “เยื่อยื่ ไผ่”ผ่ซึ่งซึ่นิยมนำ มาทำ ซุปเยื่อยื่ ไผ่ตุ๋ผ่ ตุ๋นตุ๋ยาจีนจีแท้จริงริแล้ว เป็นสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ ในอาณาจักจัรฟังฟั ไจ (Kingdom of Fungi) ในประเทศไทยพบหลากหลายชนิดทั้งทั้เห็ดห็ ร่าร่งแหกระโปรงยาวสีขสีาว (Dictyophora indusiata (Vent ex. Pers.) Fischer (Synn. Phallus indusiatus) เห็ดห็ร่าร่งแหกระโปรงสั้นสั้สี ขาว (Phallus merulinus และ Phallus atrovolvatus) หรือรืเห็ดห็ร่าร่งแหที่มีสีมีส้สีมส้หรือรื สีเสีหลืองอย่าย่ง Phallus multicolor โดยชนิด ที่นิยมนำ มารับรั ประทานคือ เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงยาว สีขสีาว และเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงสั้นสั้สีขสีาว เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่มีผ่ มี ถิ่นกำ เนิดตามธรรมชาติในเขตร้อร้นชื้นชื้พบได้ทั้งทั้ ใน ทวีปวีเอเชียชีออสเตรเลีย อเมริกริา และแอฟริกริา ใน บริเริวณป่าป่ร้อร้นชื้นชื้ที่มีดิมี ดินอุดมสมบูรณ์ และมีกมีาร ทับถมของอินทรียรีวัตวัถุ และซากพืชพื ในประเทศไทยพบได้ทุกทุภาคของประเทศ โดยจะพบได้ทั้งทั้ ในป่าป่ ไผ่ สวนยางพารา สวนมะพร้าร้ว และสวนมะม่วม่ง เป็นต้น การเพาะเลี้ยงเห็ดเยื่อไผ่ ปิยัปิยังกูล เหลืองเจริญกิจ และพัชรียา บุญกอแก้ว หน้า 31 ซุปเยื่อยื่ ไผ่ตุ๋ผ่ ตุ๋นตุ๋ยาจีนจี


หน้า 32 เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่มีผ่คุมีณคุค่าทางโภชนาการสูงสูทั้งทั้ อุดมไปด้วยโปรตีน กรดแอมิโมิน รวมถึง วิตวิามินมิบี 2 อีกด้วย นอกจากนี้เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ยัผ่งยัมี ฤทธิ์ทธิ์างเภสัชสัวิทวิยา เช่นช่ Dictyophorine A และ B เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถ ช่วช่ยชะลอการเกิดปฏิกิริยริาออกซิเซิดชั่นชั่มีฤมีทธิ์ ยับยัยั้งยั้เนื้องอกในสัตสัว์ทว์ดลอง ทั้งทั้ยังยัช่วช่ยลด ความเสี่ย สี่ งต่อการเกิดโรคเรื้อรื้รังรัได้หลายโรค นอกจากนี้เมือมืกหุ้มหุ้ดอกเห็ดห็ที่มีลัมี ลักษณะเป็น เจลมีน้ำมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก และมี Polysaccharide ที่มีฤมีทธิ์ใธิ์นการยับยัยั้งยั้ เอนไซม์ Tyrosinase ที่เกี่ยวข้อข้งกับการ สร้าร้งเม็ดม็สีใสีนชั้นชั้ผิวผิหนัง และยังยัพบ Hyaluronic acid ที่มีฤมีทธิ์ต้ธิ์ ต้านการอักเสบ ลดการระคายเคือง เพิ่มพิ่ความชุ่มชุ่ชื้นชื้ ให้กัห้ กับ เซลล์ผิวผิทำ ให้เห้ห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่นผ่อกจากจะนิยมนำ มา รับรั ประทานแล้ว ยังยัมีศัมี ศักยภาพที่จะนำ มา ประยุกต์ใช้ใช้นผลิตภัณฑ์เวชสำ อางได้อีกด้วย คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ เนื้อนื้เยื่อยื่ของดอกเห็ดห็เยื่อยื่ไผ่ที่ผ่ โที่ ตเต็มต็ที่มี ที่ ลัมีกลัษณะคล้าล้ย ฟองน้ำ เป็นป็ โพรง และมีรูมีพรูรุนรุจึงจึทำ ให้ง่ห้าง่ยต่อต่การ ปนเปื้อนเชื้อชื้จุลินทรีย์รีอื่ย์อื่นในธรรมชาติ ดังนั้นนั้การคัด แยกเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่จึผ่งจึแนะนำ ให้แห้ยกจากเส้นส้ ใย ภายในดอกระยะไข่ โดยใช้มีช้ดมีคัตเตอร์ หรือรืมีดมีผ่าผ่ตัด ที่ทำ ให้ปห้ลอดเชื้อชื้ด้วยการจุ่มจุ่แอลกอฮอล์ และผ่าผ่น เปลวไฟ รอให้ให้บมีดมีเย็นย็จึงจึนำ ไปผ่าผ่ดอกเห็ดห็ออกเป็น 2 ส่วส่น จากนั้นนั้ฆ่าฆ่เชื้อชื้ที่ใบมีดมีอีกครั้งรั้ก่อนตัด เนื้อเยื่อยื่ที่อยู่ภยู่ายในดอกในระยะไข่มข่าวางบนอาหาร เลี้ยงเชื้อชื้บ่มบ่ที่อุณหภูมิภูห้มิอห้งเป็นเวลา 7–14 วันวัจน เส้นส้ ใยเจริญริเต็มจานเพาะเชื้อชื้จึงจึนำ ไปเพาะเลี้ยงใน ขั้นขั้ตอนถัดไป เมื่อมื่เส้นส้ ใยเจริญริดีแล้ว จึงจึนำ มาขยายกล้าเชื้อชื้ โดยเพาะเลี้ยงลงบนเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่งนึ่งสุกสุโดยการ ตัดเส้นส้ ใยจากบนอาหาร PDA ย้าย้ยมาเลี้ยงบน เมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง บ่มบ่ที่อุณหภูมิภูห้มิอห้ง รอจนเส้นส้ ใยเจริญริ จนเต็มขวดซึ่งซึ่จะใช้เช้วลาประมาณ 1 เดือน โดยในขั้นขั้ ตอนนี้อาจใช้ดช้อกเห็ดห็หลืนจือจืหั่นหั่เต๋าแทนเมล็ดข้าข้ว การเพาะเห็ดเยื่อยื่ ไผ่ ฟ่าฟ่งได้ เส้นส้ ใยภายในดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ใผ่นระยะไข่ (สัญสัลักษณ์ * แสดงตำ แหน่งเส้นส้ ใย ที่ควรใช้ใช้นการแยกเชื้อชื้ ) และการเจริญริของเส้นส้ ใยเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ใผ่นจานเพาะเชื้อชื้ บนอาหาร PDA เมื่อมื่บ่มบ่ที่อุณหภูมิภูห้มิอห้งเป็นเวลา 14 วันวั การเจริญริของเส้นส้ ใย เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่บผ่นเมล็ดข้าข้วฟ่าฟ่ง การเพาะเลี้ยงเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่จผ่ะเริ่มริ่ต้นจากการ เตรียรีมเชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ โดยเพาะเลี้ยงลงใน อาหาร PDA ที่เตรียรีมในขวด หรือรืจานเพาะเชื้อชื้ เชื้อชื้พันพัธุ์เธุ์ห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่จผ่ะแยกจากเส้นส้ ใยภายใน ดอกอ่อน หรือรืที่เรียรีกกันว่าว่ระยะไข่ เนื่องจาก


หน้า 33 เห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่สผ่ามารถเพาะลงแปลงในสวนป่าป่ที่ มีกมีารทับถมของอินทรียรีวัตวัถุ และความชื้นชื้สูงสู หรือรืเพาะลงในตะกร้าร้ก็ได้ โดยการเพาะจะ เตรียรีมวัสวัดุเดุพาะในลักษณะเป็นชั้นชั้ๆ ดังนี้ ชั้นชั้ที่ 1 ปูรองพื้นพื้ด้วยฟางข้าข้ว หรือรืใบไม้แม้ห้งห้ที่ แช่น้ำช่ น้ำ ให้ชุ่ห้ชุ่มชุ่สูงสูประมาณ 2.5 ซม. ส่วส่นชั้นชั้ที่ 2 ใช้เช้ป็นขี้เ ขี้ ลื่อย จะผสมแกลบ หรือรืขุยมะพร้าร้ว เพิ่มพิ่ก็ได้ โดยโรยชั้นชั้ที่ 2 ให้หห้นาประมาณ 5 ซม. นำ หัวหัเชื้อชื้ก้อก้นขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยมาหักหัออกเป็นป็ท่อท่น ๆ ตาม ขวาง ห้าห้มขยี้ใยี้ ห้เห้ส้นส้ ใยฉีกฉีขาดเพราะจะทำ ให้ เส้นส้ ใยของเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ไผ่ม่เม่จริญริพัฒพันาต่อต่ ในชั้นชั้นี้ สามารถวางไม้ไม้ผ่สผ่ลับลักับกัหัวหัเชื้อชื้จนทั่วทั่จากนั้นนั้ โรยทับทัด้วด้ยขี้เ ขี้ ลื่อลื่ยให้หห้นาประมาณ 5 ซม. แล้วล้ จึงจึใช้ฟช้าง หรือรืใบไม้แม้ห้งห้ ปิดปิเพื่อพื่รักรัษาความชื้นชื้ ถ้าถ้เพาะในแปลงให้รห้ดน้ำ เมื่อมื่ ใบไผ่เผ่ริ่มริ่แห้งห้ ประมาณ 20–25 วันวัเส้นส้ ใยของเห็ดห็จะเริ่มริ่เดินดิ จนทั่วทั่จึงจึโรยปิดปิทับทัด้วด้ยดินดิ ให้หห้นา คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ ประมาณ 2 ซม. เพื่อพื่กระตุ้นตุ้ให้เห้กิดดอก และ รดน้ำ เช้าช้-เย็นย็สังสัเกตตุ่มตุ่ดอกเห็ดห็จะเริ่มริ่พัฒพันา ขึ้นขึ้จากขนาดประมาณหัวหัเข็มข็หมุด และใช้เช้วลาอีก 15-20 วันวัจะพัฒพันาจนมีขมีนาดประมาณลูกลู ปิงปอง เรียรีกว่าว่ระยะไข่ จากนี้อีกประมาณ 7–14 วันวัจึงจึเจริญริพัฒพันาเป็นดอกเห็ดห็ที่สมบูรณ์ต่อไป ชั้นชั้วัสวัดุเดุพาะเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ แสกนเพื่อพื่ดูคดูลิปวีดีวี ดีโอการ พัฒพันาของดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่


หน้า 34 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ การเพาะเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ใผ่นแปลง (ซ้าซ้ย) ดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงยาวสีขสีาว (Dictyophora indusiata) ในระยะไข่ (กลาง) ดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงยาวสีขสีาวในแปลงสวนป่าป่ (ขวา) การเพาะเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงสั้นสั้สีขสีาว (Phallus atrovolvatus) ในตะกร้าร้ แสดงระยะไข่ และดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่ที่ผ่ ที่ สมบูรณ์ เปรียรีบเทียบขนาดของดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงสั้นสั้สีขสีาว (Phallus atrovolvatus) (ซ้าซ้ย) และดอกเห็ดห็เยื่อยื่ ไผ่กผ่ระโปรงยาวสีขสีาว (Dictyophora indusiata) (ขวา)


หน้า 35 คู่มือการเพาะเห็ดป่า-การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ เอกสารอ้างอิง คณาจารย์ภย์าควิชวิาจุลชีวชีวิทวิยา คณะวิทวิยาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยเกษตรศาสตร์.ร์ 2565. คู่มืคู่อมืปฏิบัติบั ติการจุลชีวชีวิทวิยา. พิมพิพ์คพ์รั้งรั้ที่ 1. ธนอรุณการพิมพิพ์ จำ กัด, กรุงเทพฯ. 170 หน้า. Habtemariam, S. 2019. The chemistry, pharmacology and therapeutic potential of the edible mushroom Dictyophora indusiata (Vent ex. Pers.) Fischer (Synn. Phallus indusiatus). Biomedicines. 7: 98. doi: 10.3390/biomedicines7040098 Saejung, T., Nitsawang S. and Punyamoonwongsa P. 2021. Preliminary characterization of mucus crude extracts from mushroom Phallus indusiatus. Chaingmai Journal of Science. 49(1): 194-204. doi:10.12982/CMJS.2022.017 Sommai, S., Khamsuntorn P., Somrithipol S., Luangsa-Ard J.J. and Pinruan U. 2021. Phallus chiangmaiensis sp. nov. and a record of P. merulinus in Thailand. Mycobiology. 49(5):439-453. doi:10.1080/12298093.2021.1965706 Theeraraksakul, K., Jaengwang K., Choowongkomon K. and Tabtimmai L. 2023. Exploring the biological functions and anti-melanogenesis of Phallus indusiatus for mushroom-based cosmetic applications. Cosmetics. 10: 121. doi:10.3390/cosmetics10050121


Click to View FlipBook Version