The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamphone131, 2023-03-05 09:35:27

ใใ

ใใใใใ

รสชาติ เเต่ละ เมื่อคุณแม่ รับประทานมากเกินไป จะส่งผลอย่างไร รสชาติ


คุณแม่ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ในอาหารก็ ควรมีสมุนไพร เช่น ขิง ฟักทอง กะเพรา ข่า ตะไคร้ ใบ มะกรูด หอมแดง กระเทียม พริก สมุนไพรพวกนี้ช่วยเพิ่ม น้ำ นมให้คุณแม่ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดมาก ส่วนมากแล้วทารกจะไม่ค่อยมีปัญหากับกลุ่มอาหารที่เผ็ด ร้อนเหล่านี้นัก แต่...เด็กทุกคนไม่เหมือนกัน คุณแม่ควร สังเกตอาการของทารกที่กินนมแม่หลังจากที่คุณแม่กิน อาหารเผ็ดร้อน ดูว่าทารกมีอาการท้องเสีย จุกเสียดบ้าง หรือเปล่า ถ้าหากมีปฏิกิริยาเหล่านี้ คุณแม่อาจจะต้องลด การกิดของเผ็ด รสเผ็ด


รสหวาน คุณแม่ไม่ควรกินของหวานมากจนเกินไปนัก เพราะนอกจาก จะเสี่ยงต่อน้ำ หนักขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อเบาหวานอีกด้วย เพราะ เมื่อร่างกายใช้พลังงานจากความหวานของน้ำ ตาลไม่หมด ร่างกายก็จะเก็บสะสมในรูปแบบไขมัน โทษของอาหารรสหวาน จัดนั้นมีมากมาย ตั้งแต่โรคที่กวนใจอย่าง ปวดท้อง ฟันผุบ่อย ท้องอืด ไปจนถึงโรคขั้นร้ายแรง อย่างความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคไต ฯลฯ เพราะเมื่อร่างกายเหลือพลังงานจากน้ำ ตาล มันจะ กลายเป็นไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคอีกมากมาย ตามมามากไปกว่านั้น ปริมาณแคลอรี่จากของหวานที่ถูกส่งผ่าน น้ำ นมแม่ อาจสะสมจนทารกเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนในเด็ก หรือเบา หวานอีกด้วย รสเปรี้ยวบางชนิด ประกอบไปด้วยกรดที่อาจทำ ให้ลูก น้อยเกิดอาการคัน แพ้ หรือระคายเคือง รสเปรี้ยว


รสเค็ม คุณเเม่ไม่ควรรับประทานรสเค็มจัด หรือปริมาณมากๆ คุณเเม่ กินอาหารเค็มมากอย่างต่อเนื่อง หรือกินผงชูรสที่มีปริมาณเกลือ โซเดียมอยู่ด้วยมากกว่าปกติ ก็ควรระมัดระวังว่าอาจทำ ให้เกิด ภาวะเกลือโซเดียมในทารกสูงได้ โดยเฉพาะในทารกที่กินนมแม่ อย่างเดียวในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะมีความเสี่ยงในการเกิด ภาวะตัวเหลืองเพิ่มขึ้นด้วย ควรเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ เนย ชีส น้ำ มันปาล์ม น้ำ มันมะพร้าว รสมัน


โภชนาการคุณเเม่ให้นมบุตร ควรจะรับประทานอะไรบ้าง ? ใน 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์ เรามาดูกันเลยค่ะ


9 ประเภทอารหารมีอะไรบ้าง ที่คุณแม่ควรงด รับประทาน


อาหารทะเล อาหารทะเลจำ พวกปลา กุ้ง หอย ปู หมึกส่วนใหญ่มักปนเปื้อน ไปด้วยสารเคมีเพื่อรักษาความสดใหม่ ในช่วงให้นมลูก คุณแม่จึง จำ เป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารทะเลให้มากที่สุดเนื่องจากสารเคมีเหล่า นั้นอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อย โดยจะทำ ให้เกิดความเสี่ยงที่ลูกจะมีพัฒนาการช้าหรือมีความผิด ปกติอื่น ๆ ส่วนอาหารทะเลที่พอทานได้ ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลา ทูน่า ปลาแซลมอน ซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และสารอาหารอื่น ๆ ที่ จำ เป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อย


อาหารดิบ กึ่งสุกกึ่งดิบ และอาหารค้างคืน เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ในช่วงให้นมลูก คุณแม่ลูก อ่อนควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่ง ดิบ เช่น แหนม ปลาร้า ก้อย ลาบเลือด กุ้งแช่น้ำ ปลา ฯลฯ รวมถึง อาหารที่ทิ้งไว้ข้ามคืนเนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิ และเชื้อจุลินทรีย์ที่จะนำ ไปสู่ภาวะติดเชื้อในทางเดินอาหาร ทำ ให้ อาหารเป็นพิษหรือท้องเสียได้ ดังนั้น คุณแม่ควรเลือกรับ ประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่ สะอาด และผ่านความร้อนจนสุก ดีเท่านั้น


ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวบางชนิด เช่น ส้ม มะนาว กีวี สตรอว์เบอร์รี สับปะรดฯลฯ ประกอบไปด้วยกรดที่อาจทำ ให้ลูกน้อยเกิดอาการ คัน แพ้ หรือระคายเคือง รวมถึงรู้สึกไม่สบายตัว จุกเสียด แน่น ท้อง ไปจนถึงอาเจียนได้ ดังนั้น คุณแม่ลูกอ่อนทุกท่านจึงควร หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้ในช่วงให้นมลูก ธัญพืชบางชนิด ธัญพืชจำ พวกถั่วลิสง ถั่วเหลือง ข้าวโพดมีสารโปรตีนที่อาจ กระตุ้นการเกิดภูมิแพ้ในทารก เช่น ผื่นขึ้น ลมพิษ ส่วนกลูเตนที่ พบในข้าวสาลีจะทำ ให้ลูกท้องอืด มีแก๊ส หรือท้องเสียได้ เพราะ ฉะนั้นในช่วงให้นมลูก คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน ธัญพืชจำ พวกนี้ไปก่อน


คาเฟอีน คาเฟอีนส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองของลูก น้อย การได้รับคาเฟอีนผ่านทางน้ำ นมแม่จะทำ ให้ลูกน้อย รู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด หลับยากได้ ดังนั้น คุณแม่ ลูกอ่อนจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำ อัดลม เครื่องดื่มชูกำ ลัง ฯลฯ ในช่วงให้ นมลูก นมวัว นมวัวหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของนมวัวอย่างเช่น ชีส โย เกิร์ต อาจกระตุ้นหรือทำ ให้ทารกแพ้โปรตีนนม โดยเมื่อทารกได้ รับโปรตีนในนมวัวชนิดนี้ก็จะมีอาการถ่ายอุจจาระผิดปกติ เกิด ผื่นแพ้ มีอาการกรดไหลย้อน รวมไปถึงยังส่งผลให้มีปัญหาเรื่อง น้ำ หนักตัวได้


ผักและผลไม้ที่ทำ ให้เกิด แก๊สในกระเพาะอาหาร ผักในตระกูลกะหล่ำ บร็อคโคลี หน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงผลไม้ บางชนิดอย่างกล้วยหอม เชอร์รี และลูกพรุนมักเป็นสาเหตุที่ ทำ ให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร คุณแม่ลูกอ่อนจึงควรหลีกเลี่ยง การรับประทานผักและผลไม้เหล่านี้ เพราะอาจส่งผลให้ทารกมี แก๊สในกระเพาะอาหารมาก ทำ ให้รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด หรือไม่ สบายตัวได้ อาหารหมักดอง อาหารหมักดอง เช่น ปูดอง หอยดอง โดยเฉพาะผลไม้ดอง ทั้งหลายมักเต็มไปด้วยโซเดียมและเกลือในปริมาณที่สูง ซึ่งส่ง ผลโดยตรงต่อพัฒนาการของลูกน้อย อีกทั้งยังอาจปนเปื้อน สารต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่ได้เช่นกัน


อาหารรสจัด หรือ อาหารที่มีกลิ่นแรง แม้อาหารรสจัดอย่างพริก กระเทียม เครื่องแกง เครื่อง เทศจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของลูกน้อย แต่ก็ อาจทำ ให้น้ำ นมมีกลิ่นฉุนหรือมีรสชาติที่ผิดแปลกไป ส่งผล ให้ลูกน้อยหงุดหงิด ไม่ยอมเข้าเต้าหรือกินนมได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณแม่ลูกอ่อนควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้มาก ที่สุด เพราะแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสมองของลูก น้อยได้ แต่หากจำ เป็นจริง ๆ ก็สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ต้องจำ กัดอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมคือไม่เกินครั้งละ 1-2 แก้ว และ ดื่มได้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อวันหรือสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น และควรรอ ให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกจากกระแสเลือดผ่านทางปัสสาวะเสีย ก่อนจึงจะสามารถให้นมลูกน้อยได้


เกี่ยวกับสายตาและการเจริญเติบโต - ผลไม้สีเข้ม เช่น แครอต ฟักทอง - ผักสีเข้ม เช่น ผักโขม คะน้า พริกหยวก - ไข่แดง - นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส โยเกิร์ต เนย ครีม - เนื้อสัตว์ เช่น ตับ เนื้อวัว ปลา ระยะให้นมบุตรแม่ขาดวิตามินบี 1 ผลทำ ให้น้ำ นมแม่มีวิตามินบี 1 น้อยด้วย ซึ่งทำ ให้ทารก ขาดวิตามินบี1 และเป็นโรคเหน็บชา - ข้าวซ้อมมือ - หมู -เนื้อแดง เนื้อวัว ตับ -ธัญพืชทั้งหมด และถั่วเมล็ดแห้ง เป็นส่วนประกอบที่สำ คัญของน้ำ นมแม่หญิงที่ให้นมบุตร -นมและเนย -เครื่องในสัตว์ -ไข่ -ผักใบเขียว - ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆและยีสต์ ขาดวิตามินบี 12เป็นสาเหตุให้เกิดโรคโลหิตจางได้ -ตับ ไต -เนื้อ สัตว์ไม่มีไขมัน - นมสด -ไข่ -ปลา


ระดับวิตามินซีในนมแม่จะลดลงเมื่อให้นมบุตรไปนาน กว่า 7เดือน แม่ควรให้รับพลังงานเพิ่มขึ้นอีกจากขณะตั้งครรภ์ซึ่งทั้งนี้ขึ้นกับน้ำ หนักที่เพิ่มขึ้นของแม่ในระยะมีครรภ์และแรงงานที่แม่ใช้ในระยะให้นม บุตร อาหารที่ให้พลังงานเพิ่มขึ้นในระยะนี้ควรมาจากโปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้แก่ เนื้อสัตว์ฯ ไข่ น้ำ นม ข้าว หรือแป้งชนิดอื่น สำ หรับ ไขมันอาจเพิ่มได้บ้างแต่ไม่ควรมากเกินไป พลังงาน โปรตีน ในระยะให้นมบุตรแม่จำ เป็นต้องได้รับโปรตีนให้เพียงพอเพื่อใช้ในการ สร้างน้ำ นมสำ หรับบุตรและเพื่อซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของแม่ที่สูญเสีย ไปใน การคลอด เช่น เลือด ถ้าขาดโปรตีนมากจะทำ ให้เกิดการบวม โลหิตจาง ภูมิต้านทานโรคต่ำ แนะนำ ให้มีการเสริมเหล็กร่วมกับ อาหารที่ให้เหล็กมากได้แก่ เครื่องในสัตว์ต่างๆ ไข่ ผัก ใบเขียว พืช ประเภทถั่ว และผลไม้แห้งรวมทั้งผลไม้สดด้วยเพื่อได้รับวิตามินซีซึ่ง จะช่วยให้เหล็กดูดซึมได้ดีขึ้น แคลเซียม เป็นสารอาหารที่สำ คัญในการเสริมสร้างน้ำ นมแม่ให้มีคุณภาพ สำ หรับลูกนำ ไปสร้างกระดูกและฟัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการ สลายตัวของแคลเซียมออกจากกระดูกซึ่งจะทำ ให้แม่เป็นโรค กระดูกพรุน(Osteoporosis) อาหารที่มีแคลเซียมได้แก่นมและ ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย หรือปลาที่รับประทานทั้ง กระดูก ปลาร้า กุ้งฝอย ยอดแค และผักใบเขียวต่างๆ แม่ระยะนี้ควรได้รับน้ำ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน และถ้าอยู่ ในบริเวณที่มีอาการร้อนก็อาจเพิ่มได้ อีก ซึ่งจะช่วย ในการหลั่ง น้ำ นมดีขึ้น นำ้ - ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว (เช่น ส้ม มะนาว มะขามป้อม) -ผักสด (เช่น กะหล่ำ ปลี มะเขือเทศ ผักใบเขียว)


Click to View FlipBook Version