ตารางกาหนดการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔
หน่วยที่ ๔ ผกั สมนุ ไพรใบหญา้ มีคณุ คา่ ท้ังน้นั เวลา ๖ ช่ัวโมง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา
๖ ชม.
ผกั สมุนไพรใบหญ้ามคี ุณคา่ ๖
ท้ังน้นั
๑. อ่านในใจและเก็บใจความสาคัญของเรือ่ งได้
๒. ถ่ายโอนสาระเรือ่ งราวทอ่ี ่านไปยังผ้อู ่นื ได้ - การอ่านในใจบทเรยี น ๑
๓. บอกความหมายคาใหมใ่ นบทเรยี นได้ - การอ่านออกเสียง ๑
๔. อ่านออกเสียงคายากได้ถูกต้อง ชดั เจน - การวิเคราะห์บทเรยี น ๑
๕. อ่านประโยคในบทเรียนได้ถกู ต้อง - มาตราตวั สะกด ๑
๖. อ่านออกเสียงในบทเรยี นได้ถูกตอ้ ง - คาทีป่ ระวิสรรชนียแ์ ละไม่ ๑
๗. นกั เรยี นบอกเนอ้ื หาสาระในบทเรยี นได้ ประวิสรรชนีย์
๘. นักเรียนวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นใน - การใช้ไม้ยมก ๑
บทเรยี นได้
๙. นักเรียนนาข้อคิดจากเรื่องมาใช้ในชีวิตประจาวัน
ได้
๑๐. นักเรียนบอกมาตราตวั สะกดในภาษาไทยได้
๑๑. เขยี นคาได้ถูกต้องตามมาตรา ตวั สะกด
๑๒. นักเรียนอ่านคาที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกด
ตา่ งๆ ได้
๑๓. อ่านคาทีป่ ระวสิ รรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ได้
๑๔. เขียนคาทป่ี ระวสิ รรชนยี ์และไม่ประวสิ รรชนีย์ได้
๑๕. แต่งประโยคคาท่ีออกเสียง อะ ทปี่ ระวิสรรชนีย์
และไม่ประวิสรรชนีย์ ได้
๑๖. นกั เรยี นเลอื กใช้คาซ้าและไมย้ มกได้
๑๗. นกั เรียนบอกหลักการใช้ไม้ยมกได้
๑๘. นักเรยี นใช้คาและขอ้ ความได้ถกู ต้องตามบรบิ ท
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๗
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
เวลา ๖ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๔ เรอ่ื ง ผักสมุนไพรใบหญา้ มีคณุ คา่ ทั้งน้นั เวลา ๑ ชวั่ โมง
ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
เร่อื ง การอ่านในใจบทเรยี น
โรงเรียนบ้านปงตา
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหา และสร้างวิสัยทัศน์ในการดาเนินชีวติ และมนี ิสัยรักการอ่าน
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจ ผู้อ่านต้องใช้สมาธิในการอ่าน และอ่านอย่างพิจารณาจะทาให้ตอบคาถาม
ลาดับเหตุการณแ์ ละสรุปเร่อื งพร้อมท้งั ขอ้ คดิ จากเรอ่ื งท่อี ่าน
๒. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๒. ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อ่านเร่ืองสน้ั ๆ ตามเวลาทกี่ าหนดและตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อ่านในใจและเก็บใจความสาคัญของเร่อื งได้
๒. ถ่ายโอนสาระเร่อื งราวที่อ่านไปยังผู้อื่นได้
๓. บอกความหมายคาใหม่ในบทเรียนได้
๔. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรยี นรู้
๑. การอ่านในใจเรื่อง “ผักสมุนไพรใบหญ้ามคี ณุ ค่าทัง้ น้ัน”
๒. การตัง้ คาถาม ตอบคาถามจากเนือ้ เรื่อง “ผกั สมนุ ไพรใบหญ้ามคี ณุ คา่ ทงั้ นน้ั ”
๓. เขียนตามคาบอกได้ถูกต้อง
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขนั้ ที่ ๑ ครเู ขียนคาใหม่ในบทเรียนบนกระดาน ให้นกั เรยี นทกุ คนอ่านออกเสยี งตามครูพร้อม
กันจากนั้นสนทนากนั เกยี่ วกบั ความหมายของแต่ละคา และเขยี นตามคาบอกอย่างน้อย ๑๐ คา
ข้นั ที่ ๒ ครแู ละนกั เรยี นต้ังจดุ ประสงค์ในการอ่านในใจร่วมกนั
- อา่ นในใจแล้วตอบคาถามได้
- อา่ นในใจแลว้ สรุปข้อคดิ จากเรอ่ื งทอ่ี ่าน
ขั้นที่ ๓ นักเรียนอ่านในใจเรื่อง “ผกั สมนุ ไพรใบหญ้ามีคุณค่าท้ังนั้น” จากหนงั สอื เรียนภาษา
พาที ครูสังเกตพฤติกรรมการอ่านในใจและสนทนาสรุปความรู้ที่ได้จากการอ่านเนื้อร่วมกันในใจ
จากนน้ั ช่วยกันสรุปเรอ่ื งโดยเขียนบทสรุปของเรอ่ื งเพือ่ เล่าเรอ่ื งท่ีหน้าชั้นเรียน
ขั้นที่ ๔ นักเรียนเล่าเรอ่ื งโดยย่อท่ีหน้าชั้นเรียน และตั้งคาถามจากเรื่องให้เพ่ือนตอบ คนละ
๑ - ๒ คาถาม
ขั้นท่ี ๕ นกั เรียนทาใบงานท่ี ๑ ถ้าทาไม่เสร็จในชัว่ โมงเรียนสามารถทาเป็นการบา้ นได้
๗. ชิน้ งาน/หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. เขยี นตามคาบอก
๒. ใบงานที่ ๑
๓. แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน
๘. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้
- หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิตภาษาพาทีช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔
๙. วดั ผลประเมินผล
รายการประเมิน วธิ กี ารวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื วดั ผลและประเมินผล
• ดา้ นความร้คู วามเขา้ ใจ - สงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
- การร่วมสนทนา - ซกั ถาม - เขียนตามคาบอก
- การตอบคาถาม - ตรวจใบงาน - ใบงานท่ี ๑
- การทาใบงาน - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กจิ กรรม
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการ - การฝกึ ต้งั คาถามและตอบ แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
คิดการร่วมสนทนา คาถาม
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล
๑) เกณฑ์ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์รายบคุ คลมคี ะแนน ๓ ระดบั คอื
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ข้ึนไปหรือไดค้ ะแนน ๖ ข้นึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมินการทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขนึ้ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมนิ การเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๗ – ๕
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผา่ นต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๗ ข้นึ ไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพูด กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพ่อื มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตัว ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุ้มค่า
หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
ใบงานท่ี ๑
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑๘
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
เวลา ๖ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เรื่อง ผักสมุนไพรใบหญ้ามคี ุณคา่ ท้งั นนั้ เวลา ๑ ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
เรื่อง การอ่านออกเสียง
โรงเรียนบา้ นปงตา
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสนิ ใจ
แก้ปญั หา และสร้างวสิ ยั ทัศน์ในการดาเนนิ ชีวิต และมนี สิ ยั รักการอ่าน
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียง การอธบิ ายความหมายของคา ประโยคและข้อความได้อยา่ งถูกต้อง ผ้อู ่าน
ตอ้ งรู้และเข้าใจ จึงจะสามารถสอ่ื สารกับผู้อ่ืนได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๒. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๒. ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อ่านเรอื่ งสัน้ ๆ ตามเวลาท่กี าหนดและตอบคาถามจากเรอื่ งท่อี ่าน
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อา่ นออกเสียงคายากไดถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน
๒. อ่านประโยคในบทเรยี นได้ถูกต้อง
๓. อา่ นออกเสยี งในบทเรียนได้ถกู ต้อง
๔. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสยี งเรือ่ ง “ผกั สมุนไพรใบหญ้าใหค้ ณุ ค่าทัง้ นนั้ ”
๒. การวเิ คราะห์เรือ่ ง “ผักสมนุ ไพรใบหญา้ ให้คณุ ค่าท้ังนน้ั ”
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ นักเรียนเขยี นตามคาบอก ๑๐ คา
ขนั้ ที่ ๒ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนอ่านออกเสียงคนละ ๑ ย่อหน้า โดยอ่านต่อกันจนจบเรื่อง “ ผัก
สมุนไพรใบหญ้าให้คุณค่าท้ังนั้น” ถ้ายังอ่านไม่ครบทุกคนเริ่มอ่านตั้งแต่ต้นเรื่องอีกคร้ัง จากนั้นจัด
ประกวดการอ่านออกเสยี ง นกั เรียนและครูร่วมกันประเมนิ และตัดสนิ
ขั้นท่ี ๓ ครูเสนอแนะเพิ่มเติม แล้วยกตัวอย่างการอ่านท่ีถูกต้องไพเราะ และให้กาลังใจ
นักเรียนทยี่ งั อ่านไมค่ ล่อง (อาจจัดกิจกรรมเพือ่ นชว่ ยเพ่ือนได้ในเวลาว่าง)
ขนั้ ท่ี ๔ นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรปุ ขอ้ คดิ ท่ไี ด้จากบทเรียนดงั น้ี
- การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการหารายได้ในระหว่างเรียนเพ่ือช่วยเหลือ
ครอบครวั ฝึกความรบั ผดิ ชอบ ขยนั หม่นั เพียร มีวนิ ยั ในตนเอง
- การปลูกพืชผักพ้ืนบ้านและสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายเป็นการ
ปลูกฝังนิสัยให้ตระหนักเก่ียวกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าชีวิต และประหยดั รายจ่าย
ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ข้ันที่ ๕ นักเรียนทาแบบฝึกหัดที่ ๓ ข้อ ๑, ๒ เสร็จแล้วครูเฉลยบนกระดาน นักเรียน
แลกเปลย่ี นกันตรวจ
ขั้นที่ ๖ นกั เรยี นทาใบงานที่ ๒ เป็นการบา้ น
๗. ชน้ิ งาน/หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. เขียนตามคาบอก
๒. แบบฝึกหัดท่ี ๓ ข้อ ๑, ๒
๓. ใบงานที่ ๒
๔. แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน
๘. สอื่ / แหล่งเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทยชุดภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
๒. แบบฝกึ หัดรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิตทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วิธกี ารวดั และประเมินผล เคร่อื งมือวัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สงั เกต - แบบบันทกึ การสังเกต
- ซกั ถาม - ใบงานท่ี ๒
• ด้านความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจใบงาน - เขียนตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบฝกึ หดั ที่ ๓ ขอ้ ๑, ๒
- การตอบคาถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การทาใบงาน - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
• ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะร่วม แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กจิ กรรม
• ด้านทักษะกระบวนการ - การสรุปความคิด
คดิ การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล
๑) เกณฑ์ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคร์ ายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นตอ้ งได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือได้คะแนน ๖ ขนึ้ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน/แบบฝกึ หัด มคี ะแนน ๓ ระดับ ดังนี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔
เกณฑ์การผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การเขียนตามคาบอกมีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๗ – ๕
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ - ๔
เกณฑ์การผ่านตอ้ งไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ข้นึ ไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกตอ้ ง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
ใบงานท่ี ๒
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๙
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง ผักสมนุ ไพรใบหญา้ มีคณุ คา่ ทงั้ น้ัน เวลา ๖ ชัว่ โมง
เรื่อง การวเิ คราะห์บทเรียน เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรียนบา้ นปงตา ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
การวิเคราะห์เร่ือง เป็นการพจิ ารณาส่วนต่างๆ ของเรื่อง เช่น ขอ้ เท็จจริงและข้อคิดเหน็ สว่ น
ดีและส่วนบกพร่องของเน้ือเร่ือง จุดประสงค์ของผู้แตง่ ความเหมาะสมในการใช้คา ประโยค ขอ้ ความ
ฯลฯ สรปุ ขอ้ คดิ ท่ีได้จากเร่อื ง สามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รบั ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั
๒.สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๒. ตวั ชี้วัด
ท ๓.๑ ป.๔/๑ จาแนกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองทฟี่ ังและดู
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรียนบอกเนอ้ื หาสาระในบทเรียนได้
๒. นกั เรยี นวเิ คราะห์และแสดงความคิดเห็นในบทเรยี นได้
๓. นกั เรียนนาขอ้ คิดจากเรื่องมาใช้ในชีวิตประจาวันได้
๔. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง
๕. สาระการเรียนรู้
๑. การวิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ ต่อบทเรียน
๒. การสรปุ เนอื้ หาในบทเรยี น
๓. การนาข้อคดิ จากบทเรยี นมาประยุกตใ์ ช้
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ นกั เรียนและครชู ่วยกนั ทบทวนบทเรยี นเร่ืองในชัว่ โมงทแ่ี ล้ว
ขั้นที่ ๒ นกั เรยี นเขยี นตามคาบอก จานวน ๑๐ คา
ขั้นท่ี ๓ นกั เรียนชว่ ยกันสารวจว่าผักชนิดใดทน่ี ักเรียนและเพ่ือนในห้องเรียนชอบรับประทาน
มากท่ีสุดนามาจดั เรียงลาดับชนดิ ของผัก
ขั้นท่ี ๔ นักเรยี นทุกคนเขียนชอื่ ผกั ท่ีชอบรับประทานท่ีนักเรยี นชอบอย่างนอ้ ย ๕ ชื่อ พร้อม
ทงั้ วาดภาพประกอบและเขยี นประโยชนข์ องผกั นน้ั ๆ โดยค้นคว้าจากห้องสมุด และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
แลว้ ออกมาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียน
ข้นั ที่ ๕ นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปเน้อื หาบทเรียน และบอกข้อคิดที่ได้รับจากเรอ่ื ง
ขัน้ ที่ ๖ นักเรยี นทาใบงานท่ี ๓ เปน็ การบ้าน
๗. ช้นิ งาน/หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. ใบงานบอกชนิดผักท่ีชอบและวาดภาพประกอบ
๒. เขียนตามคาบอก
๓. ใบงานที่ ๓
๔. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน
๘. สอื่ / แหล่งเรยี นรู้
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิตภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
๙. วัดผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวดั ผลและประเมินผล
รายการประเมิน - สงั เกต - แบบบันทึกการสังเกต
• ด้านความรูค้ วามเข้าใจ - ซักถาม - ใบงานบอกชนิดผกั ทีช่ อบและ
- การร่วมสนทนา - ตรวจใบงาน วาดภาพประกอบ
- การตอบคาถาม - เขียนตามคาบอก
- การทาใบงาน - สังเกตพฤติกรรมขณะ - ใบงานท่ี ๓
รว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กิจกรรม
- ตอบคาถามและวาด แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ด้านทักษะกระบวนการคิด ภาพประกอบ
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑ์ประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคร์ ายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดับ คือ
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ได้คะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือไดค้ ะแนน ๖ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึน้ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขน้ึ ไ
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื ค่อนขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี ม่ถูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซอ้ื ใหม่
ใบงานท่ี ๓
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒๐
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๔ เร่อื ง ผกั สมนุ ไพรใบหญ้ามีคณุ คา่ ทง้ั นน้ั เวลา ๖ ช่วั โมง
เร่อื ง มาตราตัวสะกด เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรียนบา้ นปงตา ผ้สู อน นางสาวชญาภา สุขคา
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง
ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคดิ รวบยอด
มาตราตัวสะกด เป็นพื้นฐานสาคญั ในการเรียนรภู้ าษาไทย การเขยี นสะกดคาได้ถูกต้องจะทาให้ผสู้ ่ง
สารและผู้รับสารเขา้ ใจความหมายตรงกนั ก่อให้เกดิ ประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ท้งั ด้าน
การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน
๒. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๒. ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ งๆ
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนบอกมาตราตัวสะกดในภาษาไทยได้
๒. เขียนคาไดถ้ กู ต้องตามมาตรา ตวั สะกด
๓. นักเรียนอ่านคาท่ีสะกดด้วยมาตราตวั สะกดต่างๆ ได้
๔. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรียนรู้
๑. มาตราตัวสะกด แม่กน แมก่ ก แม่กด แมก่ บ
๒. การอ่านคาและเขยี นคา
๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นที่ ๑ นกั เรียนเขยี นตามคาบอกจานวน ๑๐ คา
ข้นั ที่ ๒ ตวั แทนนักเรียนออกไปเขียนชอื่ สงิ่ ของบนกระดานดา แล้วรว่ มกนั ทบทวนความร้เู ดิม
โดยครถู ามนกั เรียนว่าชอื่ ของนักเรียนคนใดสะกดด้วยมาตราตัวสะกด แม่กน แมก่ ก แมก่ ด แมก่ บ บา้ ง
ขน้ั ที่ ๓ นกั เรยี นรบั กระดาษเปล่าจากครคู นละ ๑ แผ่น ครใู หเ้ วลา ๕ นาที ให้ทกุ คนเขียน
คาศัพท์ท่ีเกิน ๒ พยางค์ จาก เรื่อง “ผักสมุนไพรใบหญ้ามคี ุณค่าท้ังนั้น” ให้ได้มากท่ีสดุ พอหมดเวลา
ให้แตล่ ะคนนบั ดคู าศัพทท์ ี่เขียนได้วา่ มที ัง้ หมดกค่ี า
ขั้นท่ี ๓ ให้นักเรียนแต่ละคนบอกตัวสะกดในคาศัพท์ที่เขียนได้ว่าแต่ละคาสะกดด้วย
พยัญชนะตัวใดบ้าง จากน้ันครูให้นักเรียนศึกษา เร่ืองมาตราตัวสะกด จากหนังสือภาษาพาที แล้ว
สารวจดูว่าตัวสะกดในคาศัพท์ของตนเองอยู่ในมาตราแม่สะกดใดบ้าง แยกออกเป็นคาๆ แล้วครูจับ
สลากเพ่ือออกมารายงานหนา้ ชน้ั เรียน
ขน้ั ท่ี ๔ นักเรียนทาใบงานท่ี ๔ เปน็ การบ้าน
๗. ชิ้นงาน/หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. ใบงานเขียนคาศพั ท์จากเร่ือง ผกั สมนุ ไพรใบหญา้ มคี ุณคา่ ทัง้ น้ัน
๒. ใบงานที่ ๔
๓. เขียนตามคาบอก
๔. แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์และแบบประเมินผลงาน
๘. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิตภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๒. แบบฝึกหัดรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือวัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
- ซกั ถาม - ใบงานเขยี นคาศพั ท์จากเรอื่ ง
• ด้านความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจใบงาน ผักสมนุ ไพรใบหญ้ามีคณุ ค่าทัง้ นน้ั
- การรว่ มสนทนา - ใบงานที่ ๔
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม - เขยี นตามคาบอก
- การทาใบงาน กิจกรรม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ด้านคุณลักษณะอันพึง - คดิ คาศัพทจ์ ากเรื่อง ผัก
ประสงค์ สมุนไพรใบหญ้ามีคุณคา่ ทั้งนนั้ แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑ์ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์รายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดบั คุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรอื ไดค้ ะแนน ๖ ขึ้นไป
๒) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๕ ขนึ้ ไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การเขียนตามคาบอกมคี ะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขนึ้ ไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจร่วม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรียน กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกลา้ พดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสง่ิ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซื้อใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
ใบงานท่ี ๔
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๑
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
เวลา ๖ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เร่อื ง ผกั สมนุ ไพรใบหญ้ามคี ณุ ค่าทั้งนั้น เวลา ๑ ชว่ั โมง
ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
เร่อื ง คาทีป่ ระวิสรรชนีย์และไมป่ ระวิสรรชนีย์
โรงเรยี นบา้ นปงตา
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลง
ของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
การอ่านและเขียนที่ถกู ต้องเป็นการเพิม่ ประสิทธภิ าพในการสือ่ สารให้สูงขน้ึ การอ่านการเขียนแต่ง
ประโยคคาท่ีออกเสยี ง อะ ท่ีประและไม่ประวสิ รรชนีย์เป็นพ้ืนฐานท่ีสาคัญในการใช้ภาษาไทย
๒. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคิด
๒. ตัวชี้วดั
ท ๔.๑ ป. /๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่างๆ
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อ่านคาท่ีประวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนียไ์ ด้
๒. เขียนคาท่ีทปี่ ระวสิ รรชนีย์และไม่ประวสิ รรชนยี ์ได้
๓. แตง่ ประโยคคาทอี่ อกเสียง อะ ทป่ี ระและไม่ประวสิ รรชนีย์ ได้
๔. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรยี นรู้
๑. การอ่านและเขียนคาทไี่ ม่ประวิสรรชนีย์
๒. การแตง่ ประโยคดว้ ยคาทไ่ี ม่ประวสิ รรชนีย์
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี ๑ ใหอ้ าสาสมคั รนักเรยี น ๒ คน คนที่ ๑ ใส่หน้ากากเสือ คนท่ี ๒ ใสห่ น้ากากลงิ (เป็น
ฝา่ ยเดยี วกบั เพ่อื นๆ ทกุ คนในช้นั เรียน)
ขั้นที่ ๒ ฝา่ ยเสอื ติดแผนภมู ิบนกระดานดา
ธรุ ? พร ?
ม?ร ป? ท?
ต ? ปู กร ? ท ?
ข้นั ที่ ๓ ลิงและเสอื สนทนากันดงั นี้
เสือ : วนั น้ีเรามปี ญั หามาถาม เพอ่ื นลิงทกุ ๆตัว ท่านว่า เพ่ือนทราบไหมเอย่ ทกุ ๆ
คาทมี่ ีเครอื่ งหมายปรัศนวี ่าเตมิ อะไร
ลิง : สระอะ
เสือ : เติมสระอะแลว้ ออกเสยี งทีละคาซิ
ลงิ : ธรุ ะ มะระ ตะปู พระ ปะทะ กระทะ
เสอื : เกง่ จรงิ ๆ นะจะบอกให้ สระ - ะ มีช่ือว่า วสิ รรชนยี ์
ขน้ั ที่ ๔ นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคาทีป่ ระวสิ รรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ จากหนังสอื เรยี น
แล้วชว่ ยกันอภปิ รายสรุป
ข้นั ที่ ๕ แบ่งนกั เรียนเป็น ๒ กล่มุ แขง่ ขันกันเขยี นคาตามบตั รภาพ
กลุ่มท่ี ๑ กลุม่ ที่ ๒
๑. กระโปรง ๖. ขนมเคก้
๒. ตะกรา ๗. ใบหญ้า
๓. มะละกอ ๘. สมดุ
๔. สะพาน ๙. แมลง
๕. กระเป๋า ๑๐. โทรทศั น์
ขนั้ ที่ ๖ นกั เรียนช่วยกนั แต่งประโยคจากคาในบัตรภาพด้วยปากเปล่า
ขั้นที่ ๗ นกั เรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายคาทป่ี ระวสิ รรชนยี ์และไม่ประวสิ รรชนยี ์
ข้ันท่ี ๘ นักเรยี นทาใบงานที่ ๕ เปน็ การบ้าน
๗. ช้ินงาน/หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. บัตรคา
๒. ใบงานท่ี ๕
๒. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์และแบบประเมินผลงาน
๘. สอื่ / แหล่งเรียนรู้
๑. บตั รภาพ
๒. หน้ากากเสือ หน้ากากลิง
๓. หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๔. แบบฝึกหัดรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ติ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๙. วดั ผลประเมินผล วิธีการวดั และประเมินผล เครอื่ งมือวัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน
- สงั เกต - แบบบนั ทึกการสงั เกต
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ
- การรว่ มสนทนา - ซักถาม - บัตรคา
- การตอบคาถาม
- ใบงานท่ี ๕
• ด้านคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ดา้ นทักษะกระบวนการ - สังเกตพฤตกิ รรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
คิดการร่วมสนทนา
กจิ กรรม
- แตง่ ประโยคคาศัพทต์ ามบัตร แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
คา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑ์ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคร์ ายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดับ คือ
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ข้ึนไปหรือได้คะแนน ๖ ขึ้นไป
๒) เกณฑป์ ระเมินการทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ข้นึ ไปหรือได้คะแนน ๖ ขึ้นไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจร่วม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแกต่ วั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
ใบงานท่ี ๕
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๒๒
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เร่ือง ผกั สมุนไพรใบหญ้ามคี ณุ คา่ ทั้งนั้น เวลา ๖ ช่ัวโมง
เรอื่ ง การใช้ไมย้ มก เวลา ๑ ชวั่ โมง
โรงเรยี นบา้ นปงตา ผ้สู อน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง
ของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
๑. สาระสาคัญ
๑. ความคดิ รวบยอด
การรู้การใชเ้ ครือ่ งหมายไม้ยมก (ๆ) ในการอ่านและเขียนสามารถทาใหก้ ารสื่อสารได้ถูกตอ้ งตาม
ความหมาย
๒. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ตวั ช้ีวดั
ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตา่ งๆ
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรยี นเลือกใช้คาซ้าและไม้ยมกได้
๒. นกั เรยี นบอกหลักการใช้ไม้ยมกได้
๓. นกั เรียนใช้คาและขอ้ ความได้ถูกต้องตามบริบท
๔. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
๑. การใชไ้ ม้ยมก
๒. การเลือกใช้คาและขอ้ ความ
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขัน้ ที่ ๑ นกั เรยี นเขยี นตามคาบอก จานวน ๑๐ คา
ขัน้ ที่ ๒ นกั เรียนดปู ระโยค แล้วสนทนาดงั นี้
- ประโยค “แดงคิดไปต่างๆ นานา อ่านว่าอยา่ งไร”
- เครอื่ งหมาย “ๆ” ในประโยคน้เี รยี กว่าอะไร
ขนั้ ท่ี ๓ นกั เรียนอ่านความรู้ทางภาษาเรอ่ื งคาที่ใช้ไม้ยมก จากหนังสือเรยี น ภาษาพาที
ข้ันท่ี ๔ นักเรียนและครรู ่วมกันอภปิ ราย เร่อื งการใช้ไม้ยมก แลว้ ใหน้ กั เรยี นคดิ คาที่ใช้ไม้ยมก
มาอย่างน้อยคนละ ๕ คา แล้วรวบรวมเขียนลงสมุด
ขัน้ ที่ ๕ นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๓ ขอ้ ๖ แลกกนั ตรวจ
ขัน้ ที่ ๖ นกั เรยี นทาใบงานที่ ๖
๗. ชิน้ งาน/หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. แบบฝึกหัดที่ ๓ ข้อ ๖
๒. ใบงานที่ ๖
๓. เขยี นตามคาบอก
๔. แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละแบบประเมนิ ผลงาน
๘. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทยชุดภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๒. แบบฝึกหัดรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบันทึกการสงั เกต
- ซักถาม - แบบฝึกหัดที่ ๓ ข้อ ๖
• ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจใบงาน - ใบงานท่ี ๖
- การรว่ มสนทนา
- การตอบคาถาม
- การทาใบงาน - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม - เขยี นตามคาบอก
กจิ กรรม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
ประสงค์ - จาคาที่ศพั ท์
แบบประเมินผลงานรายบุคคล
• ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ขึน้ ไปหรือได้คะแนน ๖ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ข้ึนไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
๓) เกณฑก์ ารประเมนิ การเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๖ ขึน้ ไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา
เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื ค่อนขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี ม่ถูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ
เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซอ้ื ใหม่
ใบงานท่ี ๖