The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 7 การจดบันทึกข้อมูล VDO ตอน 9

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mini Offcy, 2020-10-29 00:53:54

การจดบันทึกข้อมูล

บทที่ 7 การจดบันทึกข้อมูล VDO ตอน 9

วิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี

รหัสวิชา ๓๐๐๐๐-๑๑๐๑
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชน้ั สูง

 ขอบคุณเครดติ ภาพ : https://www.freepik.com

หน่วยท่ี ๗

การจดบนั ทกึ ข้อมลู

 ขอบคณุ เครดติ ภาพ : https://www.frank.co.th/blog/

การบันทึกท่ีได้สาระสาคัญของข้อมูล ถูกต้อง
ครบถ้วน สมบูรณ์ แสดงถึงประสิทธิภาพการรับสาร
ของผู้บันทึก และการบันทึกยังเป็นประโยชน์ในการ
ทบทวนความทรงจาและนาไปใช้ประโยชนอ์ ื่น ๆ ได้อกี ดว้ ย

 ขอบคุณเครดติ ภาพ : https://th.jobsdb.com/th-th/articles

๗.๑ ความหมายของการบันทกึ ข้อมลู

ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายว่า
จด หมายถึง กาหนดหมายไว้ เขยี นไว้
บนั ทกึ หมายถงึ จดข้อความเพอ่ื ชว่ ยความทรงจา

หรือเพ่อื เปน็ หลกั ฐาน
ข้อมูล หมายถึง ขอ้ เท็จจริง หรือส่ิงทถี่ ือหรือยอมรบั ว่า

เป็นข้อเทจ็ จรงิ สาหรับใชเ้ ปน็ หลัก
อนุมานหาความจรงิ หรือการคานวณ

๗.๒ จุดประสงค์ของการจดบันทกึ ขอ้ มลู

๑. เพอ่ื เปน็ หลักฐานในการเข้ารว่ มกิจกรรมการฟัง
การดู หรอื การอ่าน

๒. เพือ่ สรปุ สาระสาคัญของเน้ือหาไว้ทบทวนความทรงจา
๓. เพือ่ รวบรวมข้อมูลสาคญั ไวใ้ ช้ในโอกาสตอ่ ไป

๗.๓ หลักการจดบันทกึ ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ

การจดบันทึกท่ีมีประสิทธิภาพ คือ การบันทึก
ข้อมูลที่มีสาระสาคัญครบถ้วน จดได้อย่างเป็นระเบียบ
อา่ นทาความเข้าใจไดง้ า่ ย มขี น้ั ตอนการจดบนั ทกึ ดังน้ี

ขอบคุณเครดติ ภาพ : https://www.poppaganda.net/2018/04/20/travel-journal-diary-jose-naranja//

๗.๓.๑ เตรยี มตวั ก่อนจดบันทกึ

๑. เตรียมอุปกรณ์สาหรับจดบันทึกให้พร้อม อุปกรณ์ท่ีใช้
ได้แก่ ปากกา ควรเตรียมไว้ ๒-๓ สีเพื่อเน้นข้อความ
สาคญั ใหม้ ีความน่าสนใจ อ่านแลว้ เขา้ ใจง่าย

กระดาษทจ่ี ะใช้ในการจดบันทกึ อาจใชก้ ระดาษA4
สมุด หรือกระดาษบัตรคาขนาด ๓x๕ นวิ้ หรอื ๔x๖ นว้ิ หรอื
ใช้คอมพิวเตอรโ์ น้ตบุ๊กบันทกึ

ขอบคณุ เครดติ ภาพ : https://www.dek-d.com/board/view/3708761/

๗.๓.๑ เตรียมตวั ก่อนจดบนั ทกึ

๒. เตรียมตัวให้พร้อม ทบทวนเนื้อหาทเ่ี คยจดไว้เพื่อให้รู้
ว่าได้จดถึงไหนแล้ว จะได้เร่ิมต้นการจดครั้งต่อไปได้ถูกต้อง
ควรศึกษาค้นคว้าข้อมูลล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้บันทึกเข้าใจ
สาระสาคัญหรือแนวคิดของเรื่องได้ถูกต้อง และเขียนสรุป
เนือ้ หานัน้ มากอ่ น

๗.๓.๒ การจดบันทึกขอ้ มลู

๑. ฟังและทาความเข้าใจเน้ือหา เม่ือได้ฟังข้อมูล
ผู้บันทึกต้องพยายามทาความเข้าใจเนื้อหา จับประเด็น
สาคัญของเรื่องให้ได้ แล้วจึงนาข้อมูลสาคัญที่ได้ไปจด
บันทกึ ไมค่ วรจดทุกคาพูด

๗.๓.๒ การจดบันทกึ ข้อมลู

๒. ซักถามถ้าไม่เข้าใจ การจดบันทึกจะไม่มีประโยชน์
ถา้ ผจู้ ดไม่เข้าใจสาระสาคญั ของเน้อื หา

ดังน้ัน ถ้า ไม่เข้าใจเน้ือหาตอนไหน หัวข้อใด
ให้ขออนุญาตถามผู้พูดหรือผู้บรรยาย หรือใส่เคร่ืองหมาย
คาถามไว้ก่อน แล้วถามภายหลัง เมื่อผู้พูดเปิดโอกาสให้
ซกั ถาม

๗.๓.๒ การจดบันทกึ ข้อมูล

๓. บันทึกข้อมูลด้วยลายมือของตนเอง แม้ในปัจจุบันจะ
มีเครื่องมือบันทึกข้อมูลท่ีทันสมัย เช่น โน้ตบุ๊ก iPad แต่จาก
การศึกษาของนักวิชาการพบว่า การจดบันทึกข้อมูลด้วย
ลายมอื ของตนเองจะทาให้ผู้บันทึกจดจาข้อมูลไดด้ ีกว่า เพราะ
ต้องพิจารณากล่ันกรองเนื้อหา แล้วนาเฉพาะสาระสาคัญ
มาจดบนั ทกึ

๗.๓.๒ การจดบันทึกขอ้ มลู

ควรจดด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง จะทาให้จดได้เร็ว
และอ่านง่าย ถ้าการเขียนอย่างบรรจงก็จะช้าทาให้คิดไม่ทัน
ถ้าเขียนหวัดมากไป ถึงจะจดได้เร็ว แต่อาจอ่านไม่ออกเม่ือ
นามาอ่านทบทวนภายหลัง

ขอบคุณเครดติ ภาพ : https://newsplatformbmg.blogspot.com/2019/05/how-to-write-faster.html/

๗.๓.๓ จดบันทึกใหไ้ ด้สาระสาคัญครบถว้ น

๑. เน้นจดคาสาคญั และแนวคิดของเนื้อหา
พิจารณาว่าข้อมูลไหนเกี่ยวข้องกับหัวข้อมากท่ีสุด ตัวอย่าง
ข้อมูลสาคัญ เช่น ชื่อ ทฤษฎี คานิยาม วันเดือนปี เป็นต้น
จดรายละเอียด ขยายสาระสาคัญให้ชัดเจน จะสามารถนา
เปน็ ประโยชนเ์ มื่อนามาอา่ นทบทวนภายหลัง

๗.๓.๓ จดบันทกึ ใหไ้ ดส้ าระสาคญั ครบถ้วน

๒. ใชว้ ิธีจดแบบต้งั คาถาม - คาตอบ
การจดบันทึกแบบน้ีผู้จดต้องตั้งใจมีสมาธิในการรับฟัง
เร่ืองราว พยายามทาความเข้าใจเน้ือหาที่ฟัง เมื่อเข้าใจแล้ว
ลองต้ังคาถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วเขียนคาตอบด้วยสานวน
ภาษาของผ้บู ันทึกเอง

๗.๓.๓ จดบนั ทึกให้ได้สาระสาคญั ครบถว้ น

เขียนให้กระชับและอ่านง่าย ตัวอย่างเช่น แก่นของเร่ือง
มอม ของ มรว. คึกฤทธ์ิ ปราโมช คอื เรอื่ งอะไร

คาตอบอาจเป็น แกน่ ของเรือ่ งมอม คือ เรื่องของความรกั
ความซื่อสัตยท์ ่สี นุ ัขมีตอ่ เจ้านายของมัน

๗.๓.๓ จดบนั ทกึ ให้ได้สาระสาคญั ครบถ้วน

เมื่อได้คาตอบแล้วก็ตั้งคาถามต่อไปเพื่อให้ได้สาระสาคัญ
ครบถ้วน เช่น ข้อคิดท่ีได้จากการอ่านเรื่องมอมคืออะไร
การนาเสนอนา่ สนใจไหม ภาษาทใ่ี ช้เปน็ อยา่ งไร เปน็ ต้น

๗.๓.๓ จดบนั ทกึ ใหไ้ ด้สาระสาคัญครบถว้ น

๓. ใช้อักษรย่อ โดยปกติคนเราจะพูดได้เร็วกว่าเขียน
ดังน้ัน การใช้คาย่อในการจดบันทึกจะช่วยให้จดได้เร็วขึ้น
คาย่อที่ใช้ในการบนั ทึกอาจใชค้ ายอ่ ทีเ่ ปน็ สากลทท่ี กุ คนรู้จัก

๗.๓.๓ จดบันทึกใหไ้ ดส้ าระสาคญั ครบถ้วน

การใชอ้ ักษรย่อ แทนคาว่า กรุงเทพมหานคร
เช่น กทม. แทนคาวา่ พระราชบัญญัติ
แทนคาวา่ พระราชกฤษฎีกา
พ.ร.บ. แทนคาวา่ กระทรวงศึกษาธกิ าร
พ.ร.ฎ.
ศธ.

๗.๓.๓ จดบันทกึ ใหไ้ ดส้ าระสาคัญครบถว้ น

๔. จดบันทึกให้น่าอ่าน การจดบันทึกควรจดให้เป็น
ระเบยี บ ลายมอื อา่ นง่ายทาไดด้ ังน้ี

ขอบคุณเครดติ ภาพ https://www.pinterest.com/pin/627196685584539328/

จดบนั ทกึ ใหน้ า่ อ่าน

(๑) เร่ิมหน้าใหม่ทุกครั้งเม่ือเปลี่ยนเร่ืองใหม่ หรือ
เปล่ยี นวชิ าใหม่ ใหใ้ ส่วันท่ีไว้ที่มุมขวาบน ถ้าแบ่งหน้ากระดาษ
เป็นสองสว่ น อาจเขียนวันทีไ่ ว้ทส่ี ่วนซา้ ยมอื กไ็ ด้

(๒) เขียนด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงที่อ่านง่าย
ไม่เขยี นตดิ กนั เป็นพืด

จดบันทกึ ให้น่าอา่ น

(๓) แบ่งหน้ากระดาษออกเป็นสองส่วน ด้านขวา
กว้างเป็นสองเท่าของด้านซ้ายขอบกระดาษด้านซ้ายมีไว้เพื่อ
เขยี นข้อมูลเพ่ิมเติมหลังจากอ่านทบทวนขอ้ มลู ทจี่ ดไว้

จดบันทกึ ให้น่าอา่ น

(๔) ใช้สัญลักษณ์และแผนภาพ
เช่น แผนภาพ แผนภูมิ ลูกศร กล่องข้อความ
จะช่วยให้ผู้จดบันทึกเชื่อมโยงและจดจา
สาระสาคัญของเน้ือเรอื่ งไดด้ ยี ง่ิ ขน้ึ

ขอบคณุ เครดติ ภาพ https://www.pinterest.com/pin/627196685584539328

จดบันทึกใหน้ า่ อ่าน

(๕) เพิ่มสสี นั ใหก้ ับข้อความทีบ่ ันทกึ
สีจะช่วยกระตุ้นสมองด้านความคิดสร้างสรรค์ได้
อาจใช้ปากกาเน้นข้อความมาเน้นคาสาคญั วนั เดือนปี หรือ
นิยาม เป็นต้น โดยเน้นเฉพาะสาระสาคัญเท่าน้ันไม่เน้น
พร่าเพรื่อ

จดบันทกึ ใหน้ ่าอ่าน

(๖) การจดบันทึกสาระสาคัญจากหนังสือเรียน
หลังฟังคาบรรยายจบหรือหลังเลิกเรียนนักศึกษาอาจต้อง
บันทกึ ขอ้ มลู จากหนงั สือเพิ่มเติม ข้นั ตอนการบันทึกมดี งั นี้

ขั้นตอนการบันทึกสาระสาคญั จากหนงั สือเรียน

(ก) อ่านเน้ือหาอย่างคร่าว ๆ เพ่ือให้รู้ว่า
เนื้อหาที่อ่านเป็นเร่ืองเก่ียวกับอะไรโดยอ่าน บทนา บทสรุป
หัวข้อใหญ่ หวั ขอ้ ยอ่ ย อา่ นบรรทัดแรกและบรรทดั สดุ ทา้ ยของ
ทุกย่อหน้า

(ข) อา่ นเนื้อหาอยา่ งละเอียดตั้งแต่ตน้ จนจบ

ขน้ั ตอนการบันทกึ สาระสาคญั จากหนงั สอื เรยี น

(ค) อ่านท่ีละย่อหน้าใช้ปากกาเน้นข้อความ
สาคญั ขอ้ เท็จจริง

(ง) จดบันทึกข้อมูลโดยเรียบเรียงเน้ือหาเป็น
สานวนของผู้จดบันทึกเอง

๗.๓.๔ ทบทวนเนือ้ หาทจ่ี ดบันทกึ ไว้

๑. ทบทวนเนือ้ หาทกุ วนั
การทบทวนจะชว่ ยให้ผู้บันทึกจดจาขอ้ มูลได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ข้ึนอยู่กับความยากง่ายของเน้ือหาและความ
มุ่งม่ันของผู้บันทึก ย่ิงทบทวนมากก็จะยิ่งเข้าใจและจดจา
ขอ้ มูลไดม้ ากขนึ้

๗.๓.๔ ทบทวนเนอ้ื หาทีจ่ ดบันทึกไว้

การทดสอบอาจทาได้อีกวิธีหน่ึงคือ อธิบายเน้ือหา
ให้เพ่ือนฟัง การสอนหรืออธิบายให้เพื่อนฟังเป็นการทดสอบ
ความเข้าใจเน้ือหาว่าเราเข้าใจได้ถูกต้อง แม่นยา และ
ครอบคลมุ สาระสาคญั ของหัวข้อนนั้ หรือไม่

๗.๓.๕ เทคนคิ การจดจาเน้ือหาทีจ่ ดบันทึก

ก า ร บั น ทึ ก อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ จ ะ มี ป ร ะ โ ย ช น์
ก็ต่อเมื่อผู้บันทึกจดจาแล้วนาไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ใช้สอบ
ใช้ทางานต่าง ๆ เป็นต้น มีเทคนคิ การจดจาดังน้ี

๗.๓.๕ เทคนคิ การจดจาเน้ือหาทจี่ ดบนั ทกึ

๑. จดจาเนื้อหาทีละบรรทัด คือ
อ่านบรรทัดแรก ๒-๓ ครั้ง จากนั้นพูดออกมาดัง ๆ
โดยไม่มองดูเน้อื หา
อ่านบรรทัดที่สอง ๒-๓ คร้ัง แล้วพูดย้าเน้ือหา
บรรทัดแรกและบรรทัดท่ีสองดัง ๆ โดยไม่มองเน้ือหาทาแบบนี้
ไปเรอื่ ย ๆ จนจบ

๗.๓.๕ เทคนิคการจดจาเนอ้ื หาทีจ่ ดบนั ทึก

๒. จาเน้ือหาดว้ ยการนามาแต่งเป็นเรอื่ งราว
นาข้อมูลที่ต้องจามาแต่งเป็นเรื่องราวท่ีจาได้ง่าย
เช่นจะจาอักษรกลาง ๙ ตัวก็นาตัวอักษรเหล่านั้นมาแต่งเป็น
ประโยคได้วา่ “ไก่ จิกเด็ก ตาย บน ปาก โอง่ + ฎ ฏ

๗.๓.๕ เทคนคิ การจดจาเนอื้ หาทจี่ ดบันทึก

๓. ใช้เทคนิคช่วยจาคือการจาเฉพาะพยางค์หน้า
เช่น จาหวั ใจนกั ปราชญ์ คอื “สุ จิ ปุ ล”ิ

มาจากคาเต็มว่า “สุต-การฟัง , จินต- การคิด ,
ปจุ ฉา – การถาม , ลิขติ - การเขียน”

๗.๔ รปู แบบการจดบนั ทึก

๗.๔.๑ การจดแบบ Outline
๗.๔.๒ การจดแบบ Mind Mapping
๗.๔.๓ การจดแบบ Cornell
๗.๔.๔ การจดแบบ Charting
๗.๔.๕ การจดแบบ Boxing

๗.๔.๑ การจดแบบ Outline

เป็นการจดที่มีรูปแบบชัดเจน เป็นระเบียบ จดเรียงลาดับ
จากหวั ข้อใหญ่ไปสหู่ ัวข้อยอ่ ย มวี ธิ ีจดบนั ทึกดังน้ี

๑. เขยี นหัวข้อเรื่องไวก้ ลางหนา้ กระดาษ หรอื จะชิด
ซ้ายกไ็ ด้

๒. เขียนหวั ข้อหลกั ไว้ชดิ ซา้ ยสุดของหน้ากระดาษ

๗.๔.๑ การจดแบบ Outline

๓. เขียนหัวข้อย่อยหรือหัวข้อท่ีเก่ียวข้องไว้ด้านล่าง
เยื้องออกไปทางขวาเลก็ น้อยคล้ายการย่อหนา้ เพอ่ื ให้อ่านงา่ ย

๔. การจดแบบ Outline เหมาะสาหรับการจดเรอ่ื งท่ี
มีโครงสร้างของเนื้อหาที่แบ่งเป็นข้อๆ ชัดเจน เชน่ การบรรยาย
การประชุม แต่ไมเ่ หมาะกบั การระดมสมอง

ตวั อยา่ ง รูปแบบการจดแบบ Outline

 ขอบคณุ เครดติ ภาพ : https://stepstraining.co/trendy/take-note-change-your-work-better

๗.๔.๒ การจดแบบ Mind Mapping

เป็นการจุดท่ีทาให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนใช้จดข้อมูล
ไดห้ ลายสถานการณ์ มวี ธิ ีจดบนั ทึกดงั นี้

๑. เขียนหัวข้อเรื่องไวก้ ลางหน้ากระดาษหรอื ส่วนบน
ของกระดาษ หรอื ตามความเหมาะสม

๒. เขยี นหัวข้อหลกั โยงออกมาจากหัวขอ้ เร่ือง

๗.๔.๒ การจดแบบ Mind Mapping

๓. เขียนรายละเอียดต่อจากหัวข้อหลัก
โยงออกไปเร่อื ย ๆ จนจบความ

๔. การจดแบบ Mind Mapping เหมาะสาหรบั
การจดข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงกันเช่น การประชุม
การระดมความคิดเหน็ การบรรยาย

ประโยชน์จาก Mind Map

ประหวดั เวลา
หาไอเดีย
จดจา จัดเกบ็ เปน็ ระบบ
สรุปยอ่ หนังสอื เรียน
จดบันทกึ คาบรรยาย
เขา้ ใจเนอ้ื หา

วางแผน เรยี น-สอบ

ขอบคุณเครดติ ภาพและขอ้ มลู : https://www.aksorn.com/mind-map

ใครคือผู้คดิ คน้ MIND MAP ?
โทน่ี บูซาน (TONY BUZAN) ชาวองั กฤษ
นักจิตวิทยาและผู้เช่ียวชาญด้านการฝึก
ความจา

นาเอาความรู้เร่ืองสมอง มาปรับใช้ในเรื่อง
การเรียนรู้ของเขา และใช้เป็นเคร่ืองมือใน
การเตรยี มสอบจนได้รับเกยี รตินยิ มในที่สุด

ขอบคุณเครดติ ภาพและขอ้ มลู : https://www.aksorn.com/mind-map

Mind Map เสมือนการจาลองความคิด
จากสมองลงสู่ กระดาษ คล้ายแผนที่
แผนภาพ ท่ีแตกแขนงออกเหมือนกิ่งไม้
เช่ือมโยงกันเหมือนเซลล์ประสาทในสมอง
ใช้ภาพ เส้น สี สัญลักษณ์ คาสาคัญ มาใช้
วาดจากตรงกลางแล้วกระจายความคิด
ออกไปแทนการเขียนบันทึกด้วยตัวอักษร
เรียงเป็นบรรทดั ยาว ๆ

ขอบคุณเครดติ ภาพและขอ้ มลู : https://www.aksorn.com/mind-map

๗.๔.๓ การจดแบบ Cornell

เป็นการจดท่ีใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ช่วยให้สรุป
และประมวลข้อมูลเป็นสัดส่วนและชัดเจน ส่งผลให้ข้อมูลเป็น
ระเบยี บและใชง้ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ มีวธิ ีจดบันทึกดงั นี้

๑. แบง่ หนา้ กระดาษออกเป็นสามส่วน
๒. ส่วนบนสุดของหน้ากระดาษเขียนช่ือเร่ืองและ
วันที่

๗.๔.๓ การจดแบบ Cornell

๑. แบ่งหน้ากระดาษออกเป็นสามสว่ น
๒. สว่ นบนสุดของกระดาษเขียนช่ือเรือ่ งและวันท่ี
๓. ถัดลงมาแบ่งหน้ากระดาษเป็นสองส่วนด้านขวา
ประมาณ ๗๐% จดหวั ขอ้ สาคัญท่วั ไป ด้านซา้ ยประมาณ ๓๐%
ใช้จดประเดน็ สาคญั ความคิดเห็นคาคม

๗.๔.๓ การจดแบบ Cornell

๔. สว่ นลา่ งสดุ ใชเ้ ขยี นสรุปใจความสาคญั ของเนื้อหา
๕. การจดแบบ Cornell เหมาะสาหรับการจดคา
บรรยาย การประชุม

ตวั อยา่ ง รปู แบบการจดแบบ Cornell

แบ่งหน้ากระดาษออกเป็น ๓ ส่วน
เส้นแนวนอนด้านบน เพื่อแบ่ง

สว่ นของหัวเรอื่ งกับสาระสาคัญ
เส้นด้านล่างข้ึนมาประมาณ

๒ น้ิว เพ่ือเป็นพ้ืนที่ของการสรุปเรื่อง
ทง้ั หมด

เส้นแนวดิ่ง ถัดมาจากทาง
ด้านขวาประมาณ ๒.๕ นวิ้ เพ่ือเอาไว้
ใส่ Keyword

ขอบคณุ เครดติ ภาพและขอ้ มลู https://www.stationerymine.com/

การเขยี นหวั เรื่องและวนั ที่
โดยจะเขียนท่ีบริเวณด้านบนของ
กระดาษ

ส่วนน้ีเป็นส่วนท่ีสาคัญ เพราะ
เวลากลับมาอ่าน ถ้ามีการระบุหัวข้อ
กับวันที่ไว้ จะสามารถทราบได้ว่าส่ิงท่ี
เราสรุปหรือเรียน เป็นการเรียนเร่ือง
อะไรและเรยี นวันใด

ขอบคณุ เครดติ ภาพและขอ้ มลู https://www.stationerymine.com/

จากนัน้ เป็นส่วนของการจดบันทกึ
ระบุรายละเอยี ดย่อ ๆ ที่เรียนหรืออา่ น
หนังสอื ไวท้ ่บี รเิ วณชอ่ งใหญ่(ด้านขวา)
แนะนาว่าไม่ควรจดเป็นประโยคยาวๆ
อาจใชส้ ีและสัญลกั ษณ์แทนได้

ขอบคณุ เครดติ ภาพและขอ้ มลู https://www.stationerymine.com/

ห ลั ง จ า ก ที่ จ ด ส รุ ป ใ จ ค ว า ม ส า คั ญ
เรียบร้อยแล้ว ควรจะทบทวนส่ิงที่จด
และเม่ืออ่านทบทวนจนตกผลึกแล้ว
ให้จดคาสาคัญ แนวคิดหรือคาถามที่
สงสัยไวท้ ่ีบรเิ วณพ้ืนที่ดา้ นซ้าย

ขอบคณุ เครดติ ภาพและขอ้ มลู https://www.stationerymine.com/

สรปุ แนวคดิ หลัก (main idea)
ของสิ่งท่ีเรียนหรืออ่านว่าส่ือถึงอะไร
หรือมีผลอย่างไรบ้าง โดยการสรุปน้ัน
จะสรุปลงไปบนกระดาษบริเวณพื้นที่
ดา้ นล่าง

ขอบคณุ เครดติ ภาพและขอ้ มลู https://www.stationerymine.com/


Click to View FlipBook Version