การเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อ
จัดทำโดย
นางสาว ศิริพรรณ แสงบุญเรือง
นางสาว ศุษ์จิณีฬ์ ปันธง
เสนอ
คุณครู กายทิพย์ แจ่มจันทร์
โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน
ก
คำนำ
ปัจจุบันมีการนำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้ประโยชน์
เพื่อผลิตขยายพันธุ์พืชในเชิงการค้าและอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะในกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ เช่นกล้วยไม้ เบญจมาศ หน้า
วัวเป็นต้น แต่ก็ยังอยู่ในวงจำกัด ด้วยปัจจัยหลายประการเช่น
ต้นทุนสูงต้องใช้ความรู้และทักษะเฉพาะด้านการปฏิบัติค่อนข้าง
ยุ่งยากซับซ้อนและเป็นวิทยาศาสตร์มากเกินไปเป็นต้นเพื่อแก้
ปัญหาที่เป็นข้อจํากัดดังกล่าวพวกเราจึงจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น
มา
หนังสือเล่มนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้
ทักษะและการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยี เหมาะ
สำหรับผู้ที่สนใจในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พวกหนูหวังเป็นอย่าง
ยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะทำให้ผู้อ่านมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมากยิ่งขึ้น
ผู้จัดทำ
ข
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ความสำคัญ 1
การขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
หลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 2
3
พืชที่นิยมนำมาขยายพันธ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 4
ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 5
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช 6
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 8
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชต่างๆ 10
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วย 11
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหน่อไม้ฝรั่ง 13
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออ้อย 15
บรรณานุกรม ค
1
เทคโนโลยี
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ความสำคัญ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นวิธีขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศวิธีหนึ่งที่มี
ประสิทธิภาพสูงสามารถผลิตพืชได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็วต้น
พืชมีความสม่ำเสมอสมบูรณ์แข็งแรงตรงตามพันธุ์ และสะอาด
ปราศจากโรคแมลงศัตรูพืช ปัจจุบันมีการนำมาใช้เพื่อขยายพันธุ์พืชใน
เชิงการค้าอย่างกว้างขวางและส่งเสริมเป็นอาชีพ เริ่มจากนำมาใช้กับ
กล้วยไม้จนกลายเป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ ต่อมาจึงได้
มีการนำมาใช้ขยายพันธุ์พืชอื่น ๆ ในเชิงการค้าเช่นกล้วย หน่อไม้ ฝรั่ง
สับปะรด ไผ่ เยอบีร่า หน้าวัว เบญจมาศ บอนสี ปทุมมา กระเจียว
กุหลาบ สตรอว์เบอร์รี่ ขนุนและไม้สักเป็นต้นรวมถึงได้นำมาใช้เพื่อการ
ผลิตขยายพันธุ์ปลอดโรคซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสไฟโตพลาสม่าและเชื้อ
แบคทีเรียที่มักติดมากับหัวพันธุ์หรือท่อนพันธุ์ก่อให้เกิดความเสียหาย
ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
2
การขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
เป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศวิธีหนึ่งทำโดย การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การนำชิ้นส่วนต่างๆของพืช เช่นตาข้าง ตายอด หน่อ
อ่อน ใบเมล็ด มาเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ประกอบ
ด้วยเกลือแร่น้ำตาลวิตามินและสารควบคุมการเจริญ
เติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ปลอดจากเชื้อ
จุลินทรีย์ ให้พัฒนาเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์เป็นวิธีการ
ขยายพันธุ์พืชที่มีประสิทธิภาพสามารถผลิตพืชได้จํานว
นมากในเวลาที่กำหนดต้นพืชสมบูรณ์แข็งแรงปลอด
โรคที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่
อาจติดมากับต้นพันธุ์ตลอดจนการอนุรักษ์พันธุกรรม
พืชและการปรับปรุงพันธุ์พืช
3 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
หลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
หลักการที่สำคัญของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช คือ ต้องใช้เทคนิค
ปลอดเชื้อตัดเอาชิ้นส่วนของพืชที่สะอาด นำมาเลี้ยงในขวดแก้วที่บรรจุ
อาหารวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเซลล์
จากชิ้นส่วนต่างๆของพืชที่นำมาเลี้ยงได้รับแร่ธาตุไวตามิน สารควบคุม
การเจริญเติบโตและน้ำตาล จากอาหารวิทยาศาสตร์ที่ใช้เลี้ยงในสภาพ
ปลอดเชื้อจะมีการเจริญเติบโตเป็นต้นโดยตรงหรือเกิดเป็นกลุ่มของ
เซลล์ที่เรียกว่า“ แคลลัส” หรือเกิดที่เป็นคัพภะที่เรียกว่า“ โซมาติกเอมบริ
โอ” หรือ“ เอมบริออยด์” และเมื่อตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ แล้วเปลี่ยนอาหาร
ใหม่บ่อยๆก็สามารถเพิ่มปริมาณได้ไม่มีที่สิ้นสุดผลสุดท้ายก็จะได้ต้นที่มี
ลักษณะเหมือนกันทุกประการเป็นจำนวนมาก เหมาะที่จะนำไปใช้ขยาย
พันธุ์ไม้ ดอกไม้ประดับ ผักไม้ ผลไม้ปลูกป่า พืชไร่ รวมทั้งพืชสมุนไพร
ต่างๆ
4
พืชที่นิยมนำมาขยายพันธ์
โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
-ไม้ยืนต้น เช่น ยูคาลิปตัส ไผ่ สักเป็นต้น
-พืชผัก เช่น ขิง หน่อไม้ฝรั่ง และปูเล่เป็นต้น
-ไม้ผล เช่น กล้วย สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่และส้ม เป็นต้น
-ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น หน้าวัวเบญจมาศ กล้วยไม้ ว่านสี่ทิศ เยอบี
ร่าเฮลิโคเนีย และฟิโลเดนดรอน เป็นต้น
-พืชกินแมลง เช่น หยาดน้ำค้างกาบหอยแครงและหม้อข้าวหม้อ
แกงลิง เป็นต้น
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
5 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
1. สามารถผลิตต้นพันธุ์พืชปริมาณมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว
2. ต้นพืชที่ผลิตได้จะปลอดโรค
3. ต้นพืชที่ผลิตได้จะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่คือ มี
ลักษณะตรงตามพันธุ์ด้วยการใช้เทคนิคของการเลี้ยงจากชิ้นตาพืชให้
พัฒนาเป็นต้นโดยตรง
4. ต้นพืชที่ผลิตได้จะมีขนาดสม่ำเสมอ จึงให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ครั้ง
ละมากๆ พร้อมกันหรือในเวลาเดียวกัน
6
ประเภทของการเพาะ
. เลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเเบ่งออกเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้
1. การเพาะเลี้ยงพืชทั้งต้น (Culture of intact plants) คือ การนำเอาเมล็ดไปเพาะใน
หลอดทดลองจนกลายเป็นต้นกล้าและพืชสมบูรณ์ต่อไป เช่น การเพาะเมล็ดกล้วยไม้
กล้วยไม้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
2. การเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอ (Embryo culture) คือ การเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอไม่ว่าแก่
หรืออ่อน หลังจากที่แยกเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกไปแล้ว
3. การเพาะเลี้ยงอวัยวะและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญ (Organ
culture and meristem culture) คือ การเพาะเลี้ยงส่วนต่างๆ
ของอวัยวะพืชที่แยกออกมา เช่น ปลายยอด ปลายราก ข้อ
ปล้อง ใบ ดอก ผล เป็นต้น เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
7 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
4. การเพาะเลี้ยงแคลลัส (Callus culture) คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่เกิดใหม่จากการ
เพาะเลี้ยงส่วนต่างๆ ของพืช
5. การเพาะเลี้ยงเซลล์แขวนลอย (Cell suspension culture) คือ การเพาะเลี้ยงเซลล์
เดี่ยว
เซลล์แขนลอย
6. การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ (Protoplast culture) คือ
การเพาะเลี้ยงเซลล์ที่ปราศจาก ผนังเซลล์ (Cell wall)
8 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
1. ขั้นตอนการเตรียมต้นแม่พันธุ์ (the preparative stage) ทำการเพาะเลี้ยงต้นแม่
พันธุ์ (stock plant) ที่เราต้องการนำไปทำการขยายพันธุ์โดยการ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อภายใต้สภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างสะอาด
2. ขั้นตอนเริ่มต้น (Initiation stage) เป้าหมายของขั้นตอนนี้ คือ การผลิตพืชที่ปลอด
เชื้อ โดยนำชิ้นส่วนของพืชที่เราเตรียม ความพร้อมในขั้นตอนการเตรียมต้นแม่พันธุ์
มาทำการฟอกฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ติดอยู่กับผิวพืช แล้วทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อในสภาพ
ปลอดเชื้อภายในตู้ย้ายเนื้อเยื่อ เลี้ยงบนอาหารวิทยาศาสตร์ที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว จนได้ต้นพืช
ที่ต้องการ
9 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
3. ขั้นตอนการเพิ่มปริมาณ (Multiplication) เมื่อเนื้อเยื่อในขั้นตอนที่ 2 โตพอสมควร
แล้ว เราก็จะทำการเพิ่มปริมาณโดยการตัดแบ่ง
เนื้อเยื่อของออกเป็นชิ้น และแยกไปเลี้ยงในอาหารใหม่ เรียกว่า การตัดแบ่ง (sub
cultures) ท าอย่าง นี้ไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ปริมาณที่ต้องการ
4. ขั้นตอนการชักนำให้เกิดราก (Root induction) เมื่อได้ต้นกล้าที่มากพอแล้ว
ก็จะทำการชักนำให้ออกราก และเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์
5. ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมให้กับต้นกล้าก่อนทำการย้ายออกนอกห้องปฏิบัติ
การและ การย้ายออกสู่โรงเรือนอนุบาล (Acclimatization) ส่วนมากต้นกล้าใน
ขวดที่ทำการย้ายออกสู่สภาพภายนอกขวดมักมีเปอร์เซ็นต์รอดตาย
เพราะถูกเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ และถูกเลี้ยงในสภาพที่แสงและอุณหภูมิค่อนข้าง
ต่ำกว่าสภาพภายนอกมาก ดังนั้นก่อนการการย้ายออกนอกขวดเพาะจึงสมควรมี
การเตรียมต้นกล้าให้มีความพร้อม ต่อการย้ายออกสู่สภาพภายนอก พอต้นกล้ามี
ความพร้อมแล้วก็ทำการย้ายออกนอกขวดนำไปเลี้ยงใน โรงเรือนต่อไป
10 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยง
เนื้อเยื่อพืชต่างๆ
11
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
กล้วย
1. คัดเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะดี แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลง
ลูกโตให้หวีต่อเครือมาก
2. ตกแต่งชิ้นส่วนพืช ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
3. นำชิ้นส่วนพืชจุ่มในแอลกอฮอล์ 95 % เพื่อลดแรงตึงผิวบริเวณนอก
ชิ้นส่วนพืช
4. นำชิ้นส่วนพืชมาเขย่าในสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เตรียมไว้นาน 10 –15
นาที
12 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
5. ใช้ปากคีบ คีบชิ้นส่วนพืชล้างในน้ำกลั่นที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว 3 ครั้ง
6. ตัดชิ้นส่วนพืชตามขนาดที่ต้องการแล้ววางบนอาหารสังเคราะห์
7. หลังจากนั้นจึงเขียนรายละเอียด เช่น ชนิดพืช วันเดือนปี รหัส
แล้วนำไปพักในห้องเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อไป
13 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหน่อไม้ฝรั่ง
1. คัดเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะดี แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลง
2. ตกแต่งชิ้นส่วนพืช ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก
3. นำชิ้นส่วนพืชจุ่มในแอลกอฮอล์ 95 % เพื่อลดแรงตึงผิว
บริเวณนอกชิ้นส่วนพืช
4. นำชิ้นส่วนพืชมาเขย่าในสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เตรียมไว้
นาน 10–15 นาที
14 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
5. ใช้ปากคีบคีบชิ้นส่วนพืช ล้างในน้ำกลั่นที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว 3 ครั้ง
6. หลังจากนั้นจึงเขียนรายละเอียด เช่น ชนิดพืช วันเดือนปีรหัส
แล้วนำไปพักในห้องเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อไป
15 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออ้อย
1. คัดอ้อยจากแปลงแม่พันธุ์ที่เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรงไม่แสดงอาการโรคใบขาวนํา
มาตัดส่วนของโคนออกความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร
2. กำจัดเชื้อด้วยการแช่น้ำร้อนและ 2 ครั้ง
3. เตรียมต้นพันธุ์ด้วยการนำข้อตาอ้อย
4. ฟอกฆ่าเชื้อทีพื้นผิวด้วยแอลกอฮอล์และโซเดียมไฮเปอร์คลอไรด์
5. ตัดเอาส่วนเนื้อเยื่อเจริญปลายยอดขนาด 0.2 มิลลิเมตรมาเพาะเลี้ยง
16
6. ชักนำให้เกิดยอดในอาหารสูตร MS + GA ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3-4 เดือน
7. ตรวจสอบหาเชื้อโรคใบขาวอ้อยด้วยวิธีทางชีวโมเลกุล
8.นำมาขยายเพิ่มปริมาณในอาหารสูตร MS + BA + น้ำตาลที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
9. น้ำตาลชักนําให้เกิดรากในอาหารสูตร MS + NAA + ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสเป็น
เวลา 45 วัน
10. ย้ายปลูกในสภาพโรงเรือนอนุบาล
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ค
บรรณานุกรม
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
เข้าถึงได้จาก: https://www.kubotasolutions.com/knowledge/plants/detail/799
ศูนย์การขยายและการกระจายพันธุ์อ้อยสะอาด
เข้าถึงได้จาก :http://www.ocsb.go.th/upload/journal/fileupload/12685-6745.pdf
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ