The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kutnarat, 2020-04-21 04:00:11

โครงงานดอกบัว

โครงงานดอกบัว

Keywords: โครงงาน

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 1

โครงงานตามรปู แบบวฏั จกั รสืบเสาะ

เรอื่ ง “ดอกบวั ”

ช่อื โครงงาน ดอกบวั

ผ้จู ดั ทำโครงงาน นกั เรยี นช้นั อนบุ าลปีที่ 3/1 โรงเรยี นวดั ไทรใหญ่(นนททวิ ากรราษฎรบ์ ำรุง)

ครทู ป่ี รกึ ษา นางสาวนชุ นาถ คำวนั

ระยะเวลาในการจัดทำ 1 กุมภาพนั ธ์ 2563 – 15 กมุ ภาพันธ์ 2563

.......................................................................................................................................................................................

ทมี่ าของโครงงาน

โครงงาน “ดอกบวั ”เร่มิ จากการทเ่ี ด็กๆในระดับชัน้ อนุบาลปีที่ 3/1 เด็กไดไ้ ปทำบุญในวันพระท่ีวัดไทรใหญ่

เมื่อเด็กๆทำบุญตักบาตรเสร็จแล้วคุณครูพานักเรียนนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้หลวงพ่อทองคำในโบสถ์ คุณครูให้

นกั เรียนหยบิ ดอกไมธ้ ปู เทยี นท่ีจดุ บูชา เด็กๆส่วนใหญ่เลือกหยบิ ดอกกล้วยไม้และเหลือแตด่ อกบวั จึงมีเด็กคนหนึ่งพูด

มาว่า

แมททิว : คณุ ครคู รับดอกไมห้ มดแลว้ ครับ

ครู : ดอกไม้ยังไมห่ มดลูกยังมเี หลอื อยู่

เบล : หนูอยากได้ดอกไมเ้ หมือน้ำแดงคะ

บัว : หนกู ็อยากไดด้ อกไม้สวยๆ เหมอื นนำ้ แดงคะ

นิว : นไี้ งดอกบัวสวยๆ กย็ งั มีอยนู่ ะ

ครู : ดอกบวั ก็ไหวพ้ ระได้เหมือนกนั นะคะเดก็ ๆ

เปเปอร์ : แต่ดอกบวั มนั เหยี่ ว ดอกบัวคงอยูห่ ลายวันแลว้

คุณครูจึงอธิบายให้เด็กเด็กฟังเรื่องของการนำดอกไม้ไปไหว้พระ การเลือกดอกไม้ที่ดีเราก็จะรับแต่สิ่งดีๆ

และสวยงามความหมายของการไหว้พระดว้ ยดอกบวั จะให้เด็กๆพบแตค่ วามสำเรจ็ ดอกบัวเป็นไม้มงคลเป็นสัญลักษณ์

แห่งความบรสิ ุทธิ์พลังสรา้ งสรรคแ์ ละเปน็ ดอกไมท้ ่ีคนไทยนยิ มนำไปไหว้พระ

เมื่อทำบุญเสร็จเรียบรอ้ ยแล้วเด็กๆได้กลับมาที่ห้องเรียนเด็กๆและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการที่เด็กๆไป

ไหว้พระทำบุญในวันนว้ี ่าเดก็ ๆรูส้ ึกอยา่ งไรและชอบกจิ กรรมไหนบ้างในการทำบุญวนั นี้

ปลายฟ้า: วนั นี้หนูไปไหวพ้ ระหนูเคยไปกับแม่ดว้ ยค่ะเอาดอกไม้ไปไหว้พระ ทโ่ี บสถ์วดั ไทรใหญ่

แมทธวิ : วันนี้ผมได้ดอกกล้วยไม้ไปไหว้พระสสี วยมากเลยครบั แตว่ นั นผ้ี มไดด้ อกบวั เหย่ี วนิดนงึ ครับ

เบล : วนั น้ี หนกู ็ได้ดอกบัว เหีย่ วนดิ นงึ เหมือนกันคะ่

ภู : คราวหน้าถ้าผมไปทำบุญผมจะเอาดอกบัวสวยๆไปไหว้พระครบั

จากบทสนทนาครูทบทวนถึงความหมายของดอกบัว ในการนำไปไหว้พระจึงทำให้เด็กๆสนใจและอยากจะ

ไปทำบญุ ด้วยดอกบัวอีกคร้ัง

ฟา้ ใส : แตด่ อกบวั มนั เหีย่ วเร็วแปบ๊ เดยี วกเ็ ห่ียวแลว้ เรานา่ จะ ทำใหด้ อกบวั สวยๆอย่ไู ดน้ านๆนะ

เบล : น่ันน่ะสิ ถา้ ดอกบัวอยูไ่ ดน้ านๆ เราต้องได้บญุ นานๆแนเ่ ลยนะ

แมทธิว : ใช่ๆ เราเคยเห็น พ่อของเรา คอยเตมิ น้ำใหด้ อกบัวกับดอกไมเ้ พอื่ จะไม่ให้มนั เหยี่ วนะ

นพเก้า : เรากเ็ คยเห็นแม่เอาน้ำกระทิงแดงผสมนำ้ เปล่าฉดี ใสด่ อกไม้เพ่อื ใหด้ อกไมส้ ดช่นื นะ

นำ้ แดง : ดจี งั ถา้ เราทำใหด้ อกบัวสวยได้นานๆก็ดนี ะจะไดเ้ อาไปไหวพ้ ระกนั

โรงเรยี นวัดไทรใหญ่(นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 2

ขวัญข้าว: เราก็เอาดอกบวั ไปแชน่ ำ้ ใสก่ ระทิงแดงซิจะได้มดี อกบวั สวยๆนานไง
เมอื่ ครูเร่ิมเหน็ เดก็ ๆมคี วามสนใจที่อยากจะให้ดอกบัวที่นำไปไหว้พระไม่เหย่ี วและมีความสวย สด เมื่อเอาไป
ไหวพ้ ระจงึ กระตุ้นใหเ้ ดก็ ๆรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วดอกบัว เพอ่ื ใหช้ ว่ ยให้ดอกบัวน้ันอยไู่ ด้นานๆ
ครู : เด็กๆอยากนำดอกบวั สวยไปไหว้พระอีกครง้ั ใชม่ ั้ยค่ะ
เดก็ ๆตอบพร้อมกัน : ใชค่ ่ะ/ครับ
ครู : เดก็ ๆคิดวา่ เราจะมีวธิ ีการแบบไหนท่ีเราจะทำให้ดอกบวั อยู่ได้นานๆ เมื่อไปไหว้พระจะได้มี
ดอกไม้สวยๆอยูไ่ ด้นานๆ

คำถามท่ี 1 : ทำอยา่ งไรให้ดอกบัวอยู่ไดน้ าน

ข้นั ท่ี 1 ตัง้ คำถามเกยี่ วกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูกระตุ้นจากเรื่องที่เด็กสนใจและถามเดก็ ๆว่า จากที่เราลงความเห็นว่าเราจะมีวธิ กี ารแบบไหนที่เราจะทำ
ให้ดอกบัวอยู่ได้นานๆ เมื่อไปไหว้พระจะได้มีดอกไม้สวยๆอยู่ได้นานๆ จากบทสนทนาที่เด็กๆได้แสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับมีวิธีการแบบไหนท่ีเราจะทำใหด้ อกบัวอยูไ่ ด้นานๆนัน้ ครจู งึ ชักชวนเดก็ ๆ ได้กลับไปสืบค้นข้อมูลทั้งท่ีบ้าน ท่ี
โรงเรียน จากผ้ปู กครองและครู วา่ มีวธิ ีการแบบไหนทเ่ี ราจะทำใหด้ อกบัวอยู่ได้นานๆ
โดยให้เด็กๆช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าเราจะหาคำตอบจากเรื่องเกี่ยวกับมีวิธีการแบบไหนที่เราจะทำให้
ดอกบวั อยูไ่ ดน้ านๆ

จดุ ประสงค์
เพ่ือให้เด็กหาประสิทธิภาพของสารละลายทจ่ี ะช่วยใหด้ อกบวั มคี วามสดอยู่ได้นาน

ขน้ั ท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นิษฐาน
เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการถนอมอาหารท่ีเก็บไวก้ ินไดน้ าน โดยใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กๆให้เด็ก
เลา่ ประสบการณเ์ ดมิ เก่ยี วกบั การถนอมอาหาร หรือ วธิ ีการทจี่ ะทำใหข้ องสดเกบ็ ไว้ไดน้ าน
ครู : เดก็ ๆร้จู ักวธิ ใี ดบางทจ่ี ะทำใหข้ องสดเก็บไว้ไดน้ าน
เปตอง : เก็บไวใ้ นตูเ้ ย็น
แกม้ ใส : การทำไขเ่ คม็
เฟรม : ตอนเรยี นเร่อื งปลา ดู วีดีโอ การเก็บปลาใหอ้ ยไู่ ดน้ านโดยการใช้เกลอื
บัว : แม่หนเู คยดองมะยมไว้ในขวดโหล
ครูจึงชักชวนให้เด็กสังเกตดอกบัวที่เริ่มเหี่ยว ว่ามีลักษณะอย่างไร สนทนาเกี่ยวกับความเหี่ยวของดอกบัว
ว่ามลี ักษณะใดเปลย่ี นแปลงจากเดิมเมื่อตอนดอกบัวยังสดๆอยู่ และ ครูทบทวนคำถามท่เี ดก็ ๆอยากร้วู า่ ทำอย่างไงท่ี
เราจะรักษาดอกบัวให้มีความสด และ สวยได้นานเพื่อนำไปถวายพระได้ โดยครูใช้คำถามให้ชักชวนกันคิดว่าจะใช้
อะไรท่ีจะชว่ ยให้ดอกบวั ของเราสวยและสดได้นานๆ
เด็กๆส่วนใหญ่ : ใหเ้ อาดอกบัวแชน่ ้ำไว้จะไดอ้ ยูน่ านๆ

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏรบ์ ำรุง) 3

ครู : ดอกบัวจะดูดน้ำขึ้นไปเลี้ยงตัวสายบัว และดอก โดยก้านหรือสายบัวได้เปรียบ
เหมือนปากของคนที่คอยทานอาหารเข้าไปเพื่อใหเ้ จริญเติบโต แต่เหมือนกันกับเด็กๆว่ากินข้าวอย่างเดียวก็ทำให้ตวั
โตได้เช่นกัน แต่จะต้องทานหลายอย่างมาผสมด้วยที่จะทำให้เราเติบโตร่างกายแข็งแรงได้ (ครูเชื่อมโยงให้เด็กๆได้
จินตนาการเพื่อเปรียบเทียบวิธีที่จะช่วยให้ความสดของดอกบัว) ครูจึงกระตุ้นคำถามเพื่อให้เด็กได้เชื่อมโยง
ประสบการณอ์ กี ครงั้

ครู : เด็กๆคดิ วา่ อะไรเมอื่ นำมาผสมกับน้ำแล้วจะทำให้ดอกบัวนน้ั คงความสดได้
นาน

แกม้ ใส : ใช้น้ำตาลใส่ลงไปในน้ำมยั้ คะ ดอกบัวจะไดห้ วานๆอร่อยดอกบวั จะได้ดูดน้ำ
เยอะๆ

นนท์ : ใส่เกลือผสมลงไปดีกว่า เหมอื นปลาไงจะได้ไมเ้ น่า
วี : ใสก่ ระทงิ แดงไงครบั หนูเคยเห็นพ่อใชผ้ สมนำ้ แลว้ ฉดี กบั ดอกไมต้ อนวันงาน

แตง่ ของพ่สี าวของหนู
ผกั บงุ้ : ใสม่ ะนาวด้วยคะ ท่บี ้านหนูมีเยอะแยะเลย
เกา้ : ใสน่ ้ำส้มสายชูด้วย เปร้ียวเหมอื นมะนาว
ธนบูรณ์ : ใสเ่ กลือคะ เพราะว่าเกลือเกบ็ ของไวไ้ ดน้ าน

ครจู ึงชักชวนเด็กๆสรุปเกี่ยวกบั ส่ิงท่จี ะนำมาผสมกบั น้ำเพื่อรักษาความสดของดอกบวั ได้ ครูชักชวนให้เด็กๆ
เรยี กส่งิ ทม่ี าผสมกบั น้ำนัน้ “สารละลาย” เด็กๆจึงสรปุ สารละลายทจ่ี ะนำมาทดลอง การรกั ษาความสดดังนี้

สารละลายที่ 1 : นำ้ ตาล
สารละลายที่ ๒ : นำ้ มะนาว
สารละลายท่ี 3 : น้ำสม้ สายชู
สารละลายท่ี 4 : นำ้ ตาลเกลือ
สารละลายที่ 5 : กระทงิ แดง
สารละลายที่ ๖ : ยาพารา
ครใู ช้คำถามกระตุ้นเด็กๆ ในการคาดคะเนคำตอบว่าสารละลายใดท่ีเด็กๆคิดว่าจะรกั ษาความสดของดอกบัว
ได้โดยให้นักเรียนคาดคะเนและลงในแบบบันทกึ

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททิวากรราษฏรบ์ ำรุง) 4

ข้นั ท่ี 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ

ครูใช้คำถามกระตุ้นเด็กๆถึงขั้นตอนในการเตรียมการสำรวจตรวจสอบ ว่าเราควรใช้อุปกรณ์ใด และ มี

ข้ันตอนในการทดลองอยา่ งไร ในการรกั ษาความสดของดอกบวั

ครู : เด็กๆเราจะทดลองแบบไหนทีจ่ ะได้รู้ว่า สารละลายตัวใดทท่ี ำให้ความสดของดอกบัว

จะทนอยู่ได้นาน

แมทธิว: น้ำเป็นตัวทำละลายเดียวเราเอา มะนาว เกลอื นำ้ ตาล กระทิงแดง ยาพารา นำ้ ส้มสายชู

ใส่ลงไป

ผักบุ้ง : ทบ่ี ้านหนูมเี กลือ เดยี วเอามาผสมกับน้ำ

แก้มใส: ทบี่ า้ นหนูมเี กลือ นำ้ ตาล เอามาไดค้ ะ

ครู : เราจะแบ่งกนั เอามาอยา่ งไง ในการรักษาความสดของดอกบวั ถา้ แตล่ ะคนเอามา

หมดทุกอย่างคณุ แมจ่ ะเหน่ือยเตรยี มอุปกรณ์แนๆ่ เลย

ภู : ครคู รบั เราก็ชว่ ยกนั เอามาจะได้ไมเ่ หนือ่ ยครับ

ครู : เป็นความคิดทด่ี มี าก แตเ่ ราจะแบ่งกนั อยา่ งไรดี

สกาย : เดียวกลุม่ หนเู วรวนั จันทรจ์ ะเอามะนาวมาใหด้ มี ย้ั คะ แบ่งกันเป็นกลุม่

ครูจึงชักชวนให้เด็กๆแบ่งเป็นกลุ่มตามวันเวรที่รับผิดชอบประจำวันและให้ปรึกษากันกับเพื่อนภายใน

กลุ่มว่ากลุ่มใดที่จะนำสารละลายใดมาทดลองและชักชวนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งชื่อเป็นชื่อบัวเพื่อให้เด็กๆได้จดจำ

พันธุบ์ วั ได้ง่ายขน้ึ โดยสรปุ มติจากการนำสารละลายมาเปน็ กลุม่ ดงั นี้

กลุ่มที่ 1 : รบั ผิดชอบเอาเกลือ ขวดพลาสติก ดอกบวั

กลุ่มที่ 2 : รบั ผดิ ชอบเอานำ้ ตาล ขวดพลาสติก ดอกบวั

กลุ่มท่ี 3 : รับผิดชอบเอามะนาว ขวดพลาสติก ดอกบัว

กลมุ่ ท่ี 4 : รับผิดชอบเอาน้ำสม้ สายชู ขวดพลาสติก ดอกบัว

กลมุ่ ท่ี 5 : รับผดิ ชอบเอากระทงิ แดง ขวดพลาสตกิ ดอกบวั

กลุ่มที่ 6 : รบั ผิดชอบเอายาพารา ขวดพลาสติก ดอกบัว

กลุ่มที่ ๗ : รบั ผดิ ชอบเอาขวดพลาสตกิ ดอกบวั

ครูให้เด็ก ๆ ช่วยกันออกแบบถึงขั้นตอนวิธีการดำเนินการทดลองว่าทำมีขั้นตอนอย่างไรในทดลองหา

สารละลายทจี่ ะรกั ษาความสดของดอกบวั ได้

ธนบรู ณ์ : เอาน้ำใส่ขวดแลว้ ก็ผสมกัน

นวิ : หัน่ มะนาวแลว้ ก็บีบลงไปในขวด

ไอ : ยาพาราต้องทำให้แตกกอ่ น ทุบๆ จะไดล้ ะลายงา่ ย

เด็กๆและครูสรุปถึงขั้นตอนการดำเนินการทดลองที่ เด็กๆร่วมกันวางว่าเราจะใส่สัดส่วนใดของเท่าไหร่
ออกแบบ และครูสรปุ ถงึ ข้ันตอนการดำเนนิ การลงในแผน่ ชารท์ การทดลอง

โรงเรียนวัดไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏร์บำรงุ ) 5

เด็กๆเตรียมอุปกรณ์เพื่อหาคำตอบในการรักษาความสดของดอกบัว เด็กๆและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ
ลักษณะของดอกบัวที่เด็กๆนำมาพร้อมว่ามีลักษณะแบบใด และส่งตัวแทนบันทึกผลลงในแผ่นชาร์ท ก่อนที่จะเริ่ม
การทดลองในการหาคำตอบการรกั ษาความสดของดอกบัวทีเ่ ด็กๆได้ออกแบบไว้

เด็กๆรว่ มกนั ออกแบบวธิ ีการบันทึกผลและนำเสนองาน โดยครูถามเด็กๆว่า เด็กๆจะทราบได้อย่างไรถึงการ
เปลี่ยนแปลงของดอกบวั ในแต่วนั

นพเก้า : คอยสังเกตดวู ่า ดอกบัวจะเหย่ี วรึยงั
ธี : พอเขา้ แถวเคารพธงชาตเิ สรจ็ แลว้ คอยดูวา่ ดอกบวั เริ่มเหีย่ วรยึ ัง
เปตอง : ให้คณุ ครชู ว่ ยบอกคำให้เดก็ ๆบันทึกผลการทดลองเอง
เด็กๆร่วมกันสรุปขั้นตอนในการสังเกตดอกบัวและบันทึกผลตามทีเ่ ด็กๆได้ออกแบบไว้ บันทึกลงแผ่นชาร์ท
ในแตล่ ะวนั

โรงเรยี นวัดไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรุง) 6

เดก็ ๆทำการทดลองการการเติมนำ้ และ ผสม สารละลาย

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรุง) 7

ขน้ั ท่ี 4 สงั เกตและการบรรยาย
เด็กๆแต่ละกลุ่มได้สังเกตดอกบัวว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่และบรรยายถึงลักษณะของดอกบัวที่
เปลีย่ นแปลงไป และ ครูช่วยให้คำแนะนำในการบนั ทกึ ผลลงในแผ่นชาร์ทในแตล่ ะวัน

ขนั้ ท่ี 5 บนั ทกึ ผล
เด็กๆบันทึกผลการทดลองดว้ ยตนเอง โดยครเู ขียนให้เดก็ ๆดูเป็นตวั อยา่ งและเด็กๆลงบนั ทึกการทดลองด้วย
ตนเองทกุ วนั หลงั เคารพธงชาติถงึ การเปล่ียนแปลงของดอกบวั ในแตล่ ะวัน ทุกสารละลายและบนั ทึกผล

โรงเรียนวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 8

ข้นั ที่ 6 อภิปรายผล

เดก็ ๆและครรู ่วมกนั สรปุ ถึงคำถามท่เี ด็กๆอยากรวู้ ่า “ทำอยา่ งไรใหด้ อกบวั อยูไ่ ด้นาน” ครูให้เดก็ ๆแต่ละกลุ่ม

ทบทวนถึงการหาคำตอบ ขน้ั ตอนในการรักษาความสดของดอกบัว วา่ มีวธิ กี ารอยา่ งไร มกี ารสังเกตอยา่ งไร และ แต่

ละวันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เด็กๆรวมกันสรุปผลการทดลองเป็นกลุ่มโดยวาดภาพการเปลี่ยนแปลงของดอกบัว

ในแต่ละวัน และนำเสนอ และครูร่วมกนั สรุปต่อไปโดยใชค้ ำถามวา่

ครู : จากการที่เด็กได้ทดลองการรักษาความสดของดอกบัว สารละลายอะไรที่คิดว่าจะรักษา

ความสดของดอกบวั ได้เด็กๆร่วมกนั สรุป ถึงสารละลายท่จี ะทำใหร้ กั ษาความสดของดอกบัวได้ โดยมผี ลการสรุป ดังน้ี

สารละลาย ความสดของดอกบวั

วันที่ 1 วนั ที่ 2 วนั ท่ี 3 วันที่ 4 วันท่ี 5

น้ำเปล่า กลีบสเี ขยี ว กลบี เหย่ี ว กลีบเริ่มดำ กลีบดำเหม็น ดอกสดี ำเหม็น

เกลอื กลบี สเี ขยี ว กลบี เหี่ยว กลีบเร่ิมดำ กลบี ดำเหมน็ ดอกสดี ำเหมน็

ยาพารา กลีบสีเขยี ว กลีบสเี ขยี ว กลบี เหี่ยว กลีบเริ่มดำ กลบี เร่ิมดำ

นำ้ ตาลทราย กลบี สีเขยี ว กลีบเหยี่ ว กลีบเริม่ ดำ กลีบดำเหม็น ดอกสีดำเหม็น

กระทิงแดง กลบี สีเขยี ว กลบี สีเขยี ว กลีบเห่ียว กลบี ดำเหม็น ดอกสีดำเหม็น

นำ้ สม้ สายชู กลีบสีเขียว กลบี เห่ียว กลีบเร่มิ ดำ กลบี ดำเหม็น ดอกสดี ำเหม็น

นำ้ มะนาว กลบี สีเขียว กลบี เหีย่ ว กลบี เริม่ ดำ กลบี ดำเหม็น ดอกสดี ำเหม็น

เด็กๆรวมกันสรปุ ผลการทดลองเปน็ กล่มุ โดยวาดภาพการเปล่ียนแปลงของดอกบัวในแต่ละวนั และนำเสนอ

โรงเรยี นวัดไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรุง) 9

ครูสนทนาต่อเนื่อง ให้เด็กดูแผ่นชาร์ทที่เด็กๆได้คาดคะเนไว้ว่า ตรงกับที่เราได้คาดคะเนหรือไม่ ซึ่งมีเด็กๆ
หลายคนทต่ี รงและ มีเดก็ ๆหลายคนทไี่ ม่ตรงเช่นกัน

ครจู งึ ถามเด็กๆต่อว่า แล้ว เดก็ ๆมคี ำถามอะไรเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั บัวอีกไหม เด็กๆมคี ำถามหรือข้อสงสัยในการ
ทำกิจกรรมการทดลองน้ีหรือไม่

นำ้ ฟา้ : ยาพารา 3 เม็ด ยังอยู่ได้หลายวันถ้าเราใส่ยาพารา เยอะมันคงจะอยู่ได้นานเลย
นะคะ

ธนบูรณ์ : ผมจะใส่ยาพารา 10 เม็ดดอกบัวของผมจะไดอ้ ยูน่ านนาน
นพเก้า : แตข่ องเราจะใส่ 12 เมด็ จะไดน้ านกวา่
ครู : เป็นข้อสงสัยที่ดีมากเพราะเราอาจช่วยรักษาความสดขงดอกบัวได้อีกครูจึง
ชักชวนให้เด็กๆสนทนาเก่ียวกบั สดั ส่วนของยาพาราที่ตอ้ งการทดลองต่อไป

ผลการพฒั นาความสามารถของเดก็ ปฐมวัย
1. ผลการพฒั นาความสามารถพ้นื ฐาน 4 ด้าน
1. 1 ด้านการเรียนรู้
- เด็กๆ ได้รจู้ ักในการตง้ั คำถามเพือ่ หาคำตอบท่ตี นเองอยากรไู้ ด้
- เด็กๆได้พูด เลา่ ประสบการณ์เดมิ เร่อื งที่สงสัย และ กลา้ แสดงความคิดเห็นกบั เพ่อื นได้
- เด็กๆรจู้ กั สงั เกต เลา่ บรรยายส่ิงที่เกดิ ขึ้น สิง่ ท่เี ปล่ยี นแปลงจากการสำรวจตรวจสอบ
- เดก็ ๆ รู้จกั สารละลายทีจ่ ะรกั ษาความสดของดอกบวั เพื่อนำไปถวายพระได้
1.2. ดา้ นภาษา
- เด็กมีพัฒนาการดา้ นภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคดิ เห็น
- เดก็ ๆมีทกั ษะทางภาษา ร้จู กั คำงา่ ยๆ เชน่ บวั ดอกบัว นำ้ เกลอื น้ำตาล มะนาว นำ้ สม้ สายชู
- เดก็ ๆได้พดู เล่าประสบการณเ์ ดิมเรือ่ งที่สงสัย และ กล้าแสดงความคิดเหน็ กบั เพื่อนได้
1.3. ด้านสังคม
- เดก็ ๆสามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อื่นได้
- เด็กๆรูจ้ ักแบ่งปัน และแสดงความคิดเห็นกบั ผอู้ ืน่ และยอมรบั ความคิดเหน็ ของผูอ้ น่ื
1.4. ด้านการเคล่ือนไหว
- เด็กๆเคลื่อนไหวหยบิ จบั อุปกรณ์ ได้อย่างคลอ่ งแคลว่
- เด็กๆสามารถหยิบ จับ ถว้ ยตวง ชวดน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว

โรงเรียนวดั ไทรใหญ(่ นนททิวากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 10

2. ผลการพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

2.1 ทกั ษะการสังเกต
บรรยายลักษณะและคุณสมบัตขิ องดอกบัว และสังเกตบรรยายความเปลี่ยนแปลงของดอกบัว จาก

การใช้ประสาทสัมผัส ตาดู หฟู ัง จมกู ดมกลน่ิ ดอกบัว มือจบั สมั ผัส
2.2 ทักษะการวดั

การวัดปริมาณของน้ำให้เท่ากันโดยการใช้ถ้วยตวงในการทำการศึกษาหาคำตอบ วัดโดยการตวง

สารละลายตามที่เด็กๆไดอ้ อกแบบขัน้ ตอนการศึกษาข้อมลู
2.3 ทักษะการจำแนกประเภท
เปรียบเทยี บส่งิ ที่คาดคะเนกบั ผลทศ่ี ึกษาวา่ เหมือนหรือต่างๆกันอยา่ งไร แบ่งประเภทสารละลายท่ี
มรี ะยะความเหยี่ วของดอกบวั ใกล้เคียงกนั
2.4 ทกั ษะการคำนวณ

การนบั จำนวนการตกั สารละลายลงในขวด
2.5 ทกั ษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ

เดก็ ๆสามารถคาดคะเนคำตอบทค่ี ิดว่าสารละลายใดทีจ่ ะรักษาความสดของดอกบวั ได้
2.6 ทักษะการหาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสเปสกับสเปส และสเปสกบั เวลา

เดก็ ๆบอกไดว้ ่าเมอื่ ระยะเวลาผ่านไป การเปลย่ี นแปลงของดอกบัวเปลี่ยนไปอย่างไร

2.7 ทกั ษะการจัดกระทำและสือ่ ความหมายขอ้ มูล
เด็กๆสามารถสรุปผลที่ศึกษาหาข้อมูลในการรักษาความสดของดอกบัวได้ โดยการบันทึกผลการ

ทดลองตามแบบบันมึกลงแผน่ ชารท์ ด้วยตนเอง

2.8 ทักษะการลงความคดิ เห็นจากขอ้ มลู
เด็กๆสามารถแสดงความคิดเห็นในการนำสารละลายมารักษาความสดของดอกบัว และ ออกแบบ

ขั้นตอนการศึกษาหาข้อมูลได้ และ สรุปการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวในการใช้สารละลายในการรักษา
ความสดได้

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 11

คำถามที่ 2 : “ปรมิ าณของยาพารามผี ลตอ่ การรักษาความสดของดอกบวั ใหน้ านข้นึ ไดห้ รือไม”่

จุดประสงค์
เพื่อศกึ ษาและเปรยี บเทียบปรมิ าณของยาพารามผี ลต่อการรักษาความสดของดอกบวั ใหน้ านขึน้

ขั้นท่ี 1 ต้ังคำถามเกยี่ วกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูจึงกระตุ้นชักชวนให้เด็กคิดต่อถึงปริมาณของยาพาราจะมีผลต่อ การรักษาความสดของดอกบัวหรือไม่
โดยที่เด็กๆและครูร่วมกันสนทนาถึงปริมาณของยาพาราที่จะทำให้ดอกบัวอยู่ได้นาน จึงแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
เปน็ กลมุ่
กลุ่มที่ 1 ยาพารา 3 เม็ด
กลุ่มท่ี 2 ยาพารา 7 เมด็
กลุม่ ท่ี 3 ยาพารา 10 เมด็
กลุ่มที่ 4 ยาพารา 15 เม็ด
กลมุ่ ท่ี 5 ยาพารา 20 เมด็

ข้นั ท่ี 2 รวบรวมความคดิ และข้อสันนิษฐาน
เดก็ ๆและครูร่วมกันสนทนาเกีย่ วกับการออกแบบถึงขัน้ ตอนวธิ ีการ การสงั เกตดอกบวั ในแต่ละวนั เพื่อสังเกต
การเปลี่ยนแปลงของดอกบัวท่มี ียาพาราไม่เท่ากนั
ครู : เด็กๆ จะมวี ิธีการในการหาคำตอบอย่างไรบา้ งคะ
ปลายฟา้ : เราสงั เกตเปน็ กลมุ่ ได้ไหมคะเราจะได้ไม่ต้องใช้ดอกบัวเยอะ
เบล : เราสงั เกตดอกบัว และวาดรปู ดีไหมคะ
น้ำแดง : ดี ๆ เราทำเปน็ กลมุ่ จะได้ชว่ ยกนั คะ
ครู : เด็กจะมกี ารบันทึกผลอย่างไร
เปเปอร์ : เราก็วาดรปู เปน็ วัน เหมือนกบั ทีเ่ ราเคยทำไงครบั
เดก็ และครูจงึ ร่วมกันสรุปถึงขั้นตอนในการสังเกตการเปลยี่ นแปลงของดอกบวั ที่มียาพาราไม่เท่ากันโดยการ
ทำกจิ กรรมเป็นกลุ่มและรว่ มกนั สงั เกตภายในกลมุ่ ของตวั เองหลงั จากน้นั จึงมานำเสนอหรือใหเ้ พื่อน ๆ ฟงั ในแต่ละวัน
และหลังจากนั้น ครูชักชวนให้เด็กๆคาดคะเน ถึงการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวที่มยี าพาราทีม่ ีปริมาณต่างกนั ว่าเด็กๆ
คิดวา่ ยาพาราก่เี ม็ดที่เหมาะในการยืดเวลาออกไปได้นานข้นึ

โรงเรียนวัดไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 12

เดก็ ลงความคดิ เห็นในการคาดคะเนถงึ ปริมาณยาพาราที่ก่ีเม็ดทเี่ หมาะในการยดื เวลาออกไปไดน้ านขน้ึ

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏรบ์ ำรงุ ) 13

ข้ันที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ
เด็กๆเตรียมอุปกรณ์เพื่อหาคำตอบในการรักษาความสดของดอกบัว เด็กๆและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ
อุปกรณท์ ่ใี ช้ ขน้ั ตอนวิธีการเหมือนกับวิธีการท่ีผ่านมา ก่อนทจี่ ะเริ่มการทดลองในการหาคำตอบ เ ด ็ ก ๆ ร ่ ว ม กั น
ออกแบบวิธีการบันทึกผลและนำเสนองาน โดยครูถามเด็กๆว่า เด็กๆจะทราบได้อย่างไรถึงการเปลี่ยนแปลงของ
ดอกบวั ในแตว่ ัน

แมทธิว : เราสงั เกตเป็นกลุ่มๆ
วี : ทำเหมอื นทีเ่ ราเคยทำเลยครับแลว้ ชว่ ยการวาดรปู ดอกบัว
เบล : สังเกตการเปลยี่ นแปลงแล้ววาดรปู เปน็ กล่มุ
เด็กๆร่วมกันสรุปขั้นตอนในการสังเกตดอกบัวและบันทึกผลตามที่เด็กๆได้ออกแบบไว้ บันทึกลง
แผน่ ชาร์ทในแตล่ ะวันโดยนำ้ ทใ่ี ช้แช่ดอกบัวมีปรมิ าณที่เทา่ กันทกุ แก้ว คอื จำนวน 3 ถ้วย

ถว้ ย
เด็กๆทำการทดลองการการเติมนำ้ และ ผสม ยาพารา

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏรบ์ ำรุง) 14

ขั้นท่ี 4 สังเกตและการบรรยาย
เด็กๆสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวที่มียาพาราไม่เท่ากันโดยการทำกิจกรรมเป็นกลุ่มและร่วมกัน
สงั เกตภายในกลุ่มของตัวเองหลังจากนน้ั จงึ มานำเสนอหรอื ใหเ้ พ่ือน ๆ ฟังในแตล่ ะวนั

โรงเรียนวัดไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรุง) 15

ข้นั ที่ 5 บนั ทึกผล
เด็กๆบันทึกผลการทดลองด้วยตนเอง โดยการวาดภาพการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันลงในแบบบันทึกแบบ
กลุ่ม และ แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียนถึงการเปลี่ยนแปลง ทุกวันหลังเคารพธงชาติถึงการเปลี่ยนแปลงของ
ดอกบัวในแตล่ ะวนั

เด็กๆบนั ทึกผลการทดลองเป็นกลุม่ และนำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน

โรงเรยี นวัดไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรุง) 16

ขั้นท่ี 6: อภิปรายผล

เด็กและครูรวมกันอภิปรายผลร่วมกัน โดยทบทวนขั้นตอนในการสืบเสาะหาความรู้และขั้นตอนในการ
สังเกตการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวที่มีปริมาณยาพาราต่างกัน โดยมีการเปรียบเทียบ และสังเกตการเปลี่ยนแปลง
ระหว่างยาพารา 3 เม็ดยาพารา 7 เม็ด ยาพารา 10 เม็ด ยาพารา 15 เม็ดและยาพารา 20 เม็ดซึ่งผลการทดลอง
ทำให้เห็นว่ายาพารา 7 เม็ด ทำให้ความสดของดอกบัวอยู่ได้นานกว่ายาพาราจำนวนอื่น และมีความสวยและสดได้
นานกวา่ ยาพารา ปรมิ าณอน่ื ๆ โดยสังเกตจากการเปลย่ี นแปลงจากสีเขยี วของดอกบวั ทม่ี ีระยะเวลานานกว่า ยาพารา
ปริมาณอ่นื ทเ่ี ริ่มมกี ารเปลยี่ นแปลงไดช้ ้ากว่า

แบบบนั ทกึ การเปลีย่ นแปลงในแต่ละวันของดอกบัว

โรงเรียนวัดไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏร์บำรงุ ) 17

ครูสรุปการเปลี่ยนแปลงของแต่ละกลุ่มลงแผ่นชาร์ทเพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวในแต่ละวัน
หลังจากน้ันรวมการสทนาเก่ียวกับการรักาความสดของดอกบวั ในปรมิ าณ ที่มียาพารา 7 เม็ดที่ทำให้ดอกบัวอยู่ได้
สวย สด และนานกว่าปริมาณอ่นื

เก้า : ยาพารา 7 เม็ดอย่ไู ด้นานเรานา่ จะเอาไปไหว้พระนะครับ
น้ำแดง : เราเอายาพาราไปให้คณุ ยายมัย้ คะ่ จะได้มดี อกบัวสวยๆนานๆค่ะ
ภู : เราไปทำบุญท่วี ัดอกี มย้ั ครบั คณุ ครู
ผกั บุง้ : หนจู ะเอาดอกบัวไปไหวพ้ ระค่ะคุณครู
เฟรม : ถ้าเช่นนั้นในวันพระ เราจะเอาดอกบัวไปไหว้พระที่วัดไทรใหญ่และเราจะแช่
ดอกบวั ไว้กบั ยาพารา 7 เม็ด ไปไหว้หลวงพอ่ ทองคำทีว่ ดั ไทรใหญ่ รวมท้ังเอาดอกบัวไปให้คนอื่นที่มาไหวพ้ ระด้วยนะ
คะ
เด็กๆและครูรวมกันสนทนาถงึ กิจกรรมที่จะไปวัดและนำดอกบัวไปวัดรวมกันใหเ้ ด็กๆเตรียมดอกบัว
มาและนำดอกบัวแช่น้ำในยาพารา 7 เม็ด ในกระบอกน้ำที่มีปริมาณเท่าเดิม คือ 3 ถ้วย กระบอกละ 3 ดอก นำไป
ไหว้พระและรวมทำบุญโดยการนำดอกบัวไปจัดรวมกันในจุดบูชาเพื่อใหผ้ ู้อ่ืนที่มาทำบุญได้ใช้ดอกบัวในการไหว้พระ
ดว้ ย

โรงเรยี นวัดไทรใหญ(่ นนททิวากรราษฏร์บำรงุ ) 18

ผลการพฒั นาความสามารถของเดก็ ปฐมวยั
1. ผลการพฒั นาความสามารถพ้นื ฐาน 4 ดา้ น
1. 1 ดา้ นการเรยี นรู้
- เด็กๆ ไดร้ ้จู กั ในการต้ังคำถามเพื่อหาคำตอบท่ีตนเองอยากรูไ้ ด้
- เด็กๆไดพ้ ดู เลา่ ประสบการณเ์ ดิมเร่ืองที่สงสยั และ กลา้ แสดงความคดิ เห็นกับเพ่อื นได้
- เดก็ ๆร้จู กั สงั เกต เลา่ บรรยายสิ่งที่เกดิ ขึ้น สง่ิ ทเี่ ปลี่ยนแปลงจากการสำรวจตรวจสอบ
- เดก็ ๆ ร้จู ักสังเกตเปรียบเทียบการเปลีย่ นแปลงของดอกบัว
1.2. ด้านภาษา
- เด็กมีพัฒนาการดา้ นภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเหน็
- เด็กๆมีทกั ษะทางภาษา รจู้ ักคำง่ายๆ เช่น ดอกบัว นำ้ ยาพารา ดำ เหี่ยว
- เด็กๆสอื่ สารเลา่ เรอ่ื งไดอ้ ย่างต่อเน่ือง
1.3. ด้านสงั คม
- เดก็ ๆสามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื ได้
- เด็กๆรจู้ ักแบ่งปนั และแสดงความคิดเหน็ กับผอู้ ่นื และยอมรบั ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื
1.4. ดา้ นการเคล่ือนไหว
- เดก็ ๆเคลอื่ นไหวหยบิ จับ อุปกรณ์ ได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
- เดก็ ๆสามารถหยิบ จับ อุปกรณ์ การตวง ที่ใชใ้ นการทำกิจกรรม

2. ผลการพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2.1 ทกั ษะการสงั เกต
สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของดอกบวั ในแตล่ ะวันว่ามีลักาณะที่เปล่ียนแปลงไปจากเดิมอย่างไรบาง

เปลย่ี นแปลงในลกั ษะใด
2.2 ทกั ษะการวดั
การตวงปรมิ าณน้ำที่ใช้ในการทดลอง
2.3 ทักษะการจำแนกประเภท
เปรยี บเทียบสง่ิ ทคี่ าดคะเนกับผลทศี่ ึกษาถึงการเปลียนแปลงของดอกบวั
2.4 ทักษะการพยากรณ์หรอื การคาดคะเนคำตอบ
เดก็ ๆสามารถคาดคะเนจำนวนปริมาณยาพาราทีจ่ ะวามารถยดื เวลาความสวยและสดได้มากขนึ้
2.5 ทักษะการหาความสมั พันธ์ระหว่างสเปสกบั สเปส และสเปสกับเวลา
เด็กๆบอกได้ว่าเม่ือระยะเวลาผ่านไป มีการเปล่ยี นแปลงของดอกบัว
2.6 ทกั ษะการจดั กระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มูล
เด็กๆสามารถสรุปผลที่ศึกษาหาข้อมูลในการทำบันทึกการเปลี่ยนแปลง โดยการบันทึกผลการ

ทดลองตามแบบบนั ทึกลงในแบบบนั ทึกของตวั เอง
2.7 ทักษะการลงความคิดเหน็ จากข้อมลู
เด็กๆสามารถแสดงความคิดเห็น ออกแบบขั้นตอนการศึกษาหาข้อมูลได้ และ สรุปการ

เปลี่ยนแปลงของของดอกบัวได้

โรงเรียนวดั ไทรใหญ่(นนททิวากรราษฏร์บำรุง) 19

ประมวลภาพการจดั กจิ กรรม

โรงเรียนวัดไทรใหญ(่ นนททิวากรราษฏร์บำรงุ ) 20

คำนำ

โรงเรียนวัดคลองขุนศรีได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบโครงงานตามรูปแบบ
วัฏจักรสืบเสาะ เรื่อง “ดอกบัว” โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบๆ
ตัว เพื่อเรียนรู้และแก้ปัญหาตามความสนใจเหมาะสมตามวัย ซึ่งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวและประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็น
พื้นฐานในการนำมาใช้แก้ปัญหาในชวี ิตประจำวันและต่อยอดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ท่ีสอดแทรก
กิจกรรมที่พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัยได้อย่ างเป็นธรรมชาติผ่านการ
กจิ กรรมการสำรวจ การทดลอง และการเลน่

ซึ่งเด็กๆได้เรียนรู้เกิดจากการทำงานร่วมกัน รู้จักค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่านเรื่องราวของ
กระถางจากใบไม้แห้ง ที่เกิดจากความสนใจของผู้เรียนเอง สู่การเรียนรู้ 6 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ตั้งคำถาม
เกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน ขั้นที่ 3 ทดสอบและ
ปฏิบตั กิ ารสบื เสาะ ขน้ั ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย ข้ันที่ 5 บนั ทกึ ผล ขน้ั ที่ 6 อภิปรายผล ซงึ่ เปน็ การ
เรยี นร้ทู จี่ ะนำไปสู่การพัฒนาศกั ยภาพของการเรยี นอย่างเป็นระบบตอ่ ไป

นางสาวนุชนาถ คำวนั
ครูประจำชั้น อนบุ าลปีท่ี 3/1

โรงเรียนวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏรบ์ ำรุง) 21

สารบญั 1
1
ชือ่ โครงงาน 1
ผู้จัดทำโครงงาน 1
ครทู ่ีปรึกษา 1
ระยะเวลาในการจดั ทำ 2
ท่มี าของโครงงาน 2
4
ขั้นที่ 1 ต้งั คำถามที่อยากรู้ 7
ข้นั ท่ี 2 รวบรวมความคดิ และคาดคะเนคำตอบ 7
ขั้นที่ 3 ดำเนนิ การสำรวจตรวจสอบ 8
ขน้ั ท่ี 4 สังเกตและการบรรยาย 9
ข้ันที่ 5 บนั ทกึ ผล 9
ขน้ั ท่ี 6 สรปุ และอภปิ รายผล 10
ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 11
ผลการพัฒนาความสามารถพ้ืนฐาน 4 ดา้ น 11
ผลการพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 11
คำถามที่ 2 13
ขนั้ ที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 14
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคดิ และคาดคะเนคำตอบ 15
ข้ันท่ี 3 ดำเนนิ การสำรวจตรวจสอบ 16
ข้นั ที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 16
ขั้นท่ี 5 บันทกึ ผล 18
ขนั้ ที่ 6 สรปุ และอภิปรายผล 18
ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 19
ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ดา้ น
ผลการพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ประมวลภาพการจดั กิจกรรม

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 22

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 23

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 24

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 25

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 26

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 27

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 28

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 29

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 30

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 31

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 32

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 33

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 34

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 35

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 36

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 37

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 38

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 39

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 40

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 41

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 42

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 43

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 44

โรงเรยี นวดั ไทรใหญ(่ นนททวิ ากรราษฏร์บำรงุ ) 45


Click to View FlipBook Version