46 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ซ่ึงขายได้กว่า 5 ล้านบาท และในเวลาต่อมาได้มีการขาย NFT ดังกล่าวต่อในราคาที่เพ่ิมขึนอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ภายหลังได้มีการตรวจพบว่า ภาพวาด Weird Whale อาจมีที่มาจากการลอกเลียนงานศิลปะอ่ืนที่
ได้สร้างมาก่อน34 ซ่ึงเป็นที่ของการตังข้อสังเกตว่า พฤติกรรมดังกล่าว ถือเป็น “IP Theft” หรือ “การขโมย
ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา” หรอื ไม่ กฎหมายสหรฐั อเมริกาได้วางหลักที่เขม้ งวดต่อผู้ท่ีขายงานประเภท IP Theft ให้
มีความผิดตามกฎหมายแม้ทาไปโดยไม่ทราบว่าการกระทาดังกล่าวได้กระทบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ท่ีแท้ จริง35
สาหรับกรณีการขโมยทรัพย์สินทางปัญญานี พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กาหนดให้เป็นการละเมิด
ลิขสิทธิเ์ ชน่ กัน36
นอกจากกรณีดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีกรณีที่เกิดจากการท่ีผู้สร้างสรรค์เจ้าของลิขสิทธ์ินางานอ้างอิง
ไปออก NFT ซา ๆ บนหลายแพลตฟอร์ม และในหลายประเทศ ซึ่งในกรณีนีแม้บล็อกเชนจะสามารถบันทึก
ประวัติการทาธรุ กรรมได้ แตก่ ็ไม่อาจป้องกันการออก NFT ซาโดยอ้างอิงงานเดมิ ท่อี ้างอิงไปแล้วได้
3.2 ประเด็นการให้ความคุ้มครองตามพระราชกาหนดการประกอบธรุ กิจสินทรพั ย์ดจิ ิทัล พ.ศ. 2561
พระราชกาหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพยด์ ิจทิ ลั พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรพั ยด์ จิ ิทัล ฯ ) ถูกบญั ญัติ
ขึนเพื่อกาหนดให้สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วย
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สานักงาน ก.ล.ต.) มีอานาจหน้าที่ในการกากับและการควบคุมการดาเนิน
กิจกรรมและการประกอบธุรกิจเก่ียวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทาให้การดาเนิน
กิจกรรมและการประกอบธุรกิจดังกล่าวมีความโปร่งใส อันจะเป็นประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงในทาง
เศรษฐกิจของประเทศและการคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชนท่ีเก่ียวข้อง สาหรับกรณีของ NFT นัน กลต.
มีความเห็นว่าจะต้องพิจารณาว่าลักษณะของ NFT แต่ละโทเคนเป็นไปตามนิยาม “สินทรัพย์ดิจิทัล”37
ประเภทใดประเภทหน่ึงตาม พ.ร.ก. สินทรพั ย์ดิจิทัล ฯ หรือไม่ โดยพจิ ารณาจาก
“(1) หากเป็น NFT ท่ีมีการกาหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอ่ืนใดท่ีเฉพาะเจาะจง
เช่น มีการออก NFT ที่ให้สิทธิในการได้มาซ่ึงทรัพย์สิน ซ่ึงอาจจะเป็นสิ่งของท่ีมีลักษณะทางกายภาพที่จับต้อง
34 Harrison Jordan , ‘No, NFTs aren’t Copyrights’<https://techcrunch.com/2021/06/16/no-nfts-arent-
copyrights/> accessed 15 May 2022
35 ดร.สมุ าพร (ศรสี ุนทร) มานะสันต,์ ‘โทเคนดิจิทลั NFT : ลิขสิทธเิ์ ปน็ ของใคร ?’
<https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/128084> สืบค้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2565
36 พ.ร.บ. ลขิ สิทธ์ิ พ.ศ. 2537, มาตรา 27-31.
37 พระราชกาหนดการประกอบธุรกจิ สินทรพั ย์ดจิ ิทัล พ.ศ. 2561 ไม่ได้มกี ารกาหนดเกี่ยวกบั NFT ไวโ้ ดยเฉพาะ แตก่ าหนด
ขอบเขตของสนิ ทรพั ย์ดิจิทลั ภายใตก้ ารกากับดแู ลไว้ 3 ประเภท ไดแ้ ก่
“(1) ครปิ โทเคอร์เรนซี เป็นเหรียญดิจทิ ลั ทใ่ี ช้เป็นสือ่ กลางในการซอื ขายแลกเปล่ียนเพ่ือให้ไดม้ าซ่งึ สนิ คา้ บรกิ าร
หรือสิทธอิ นื่ ใด หรอื แลกเปลยี่ นระหว่างสินทรัพย์ดจิ ิทลั ด้วยกนั
(2) โทเคนดจิ ทิ ัลเพอื่ การลงทุน (investment token) เปน็ เหรยี ญดจิ ทิ ลั ท่ีใหส้ ทิ ธิในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการ
หรอื กิจการใด ๆ
(3) โทเคนดิจทิ ลั เพื่อการใช้ประโยชน์ (utility token) เป็นเหรียญดจิ ทิ ลั ทใี่ หส้ ทิ ธแิ ก่ผู้ถือในการไดม้ าซงึ่ สินคา้
บรกิ าร หรอื สทิ ธอิ ืน่ ใดทีเ่ ฉพาะเจาะจง โดยแบง่ เป็น
- utility token พรอ้ มใช้ ผูถ้ อื เหรยี ญสามารถใชส้ ทิ ธแิ ลกสินคา้ หรือใชบ้ ริการไดท้ นั ทตี ังแตว่ ันท่ีเสนอขายครังแรก
- utility token ไมพ่ ร้อมใช้ ผู้ถือเหรียญจะยงั ไมส่ ามารถใช้สทิ ธิแลกหรอื ใชป้ ระโยชนส์ ินค้าหรือบรกิ ารนนั ไดใ้ นวนั
เสนอขาย แตต่ ้องรอใชส้ ิทธิในอนาคต”
ดงั นัน หากมกี ารเสนอขาย investment token หรือ utility token ไม่พร้อมใช้ ผู้ออกตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจาก
ก.ล.ต. โดยเปดิ เผยข้อมูลตามทีก่ าหนด และต้องเสนอขายผ่านผ้ใู หบ้ ริการระบบเสนอขายโทเคนดิจทิ ลั (ICO Portal) ท่ไี ด้รบั
ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
วารสารกฎหมายนติ พิ ัฒน์ นดิ ้า ปีที่ 11 ฉบับที่ 1/2565 47
ได้ (physical) หรือไฟล์ดิจิทัล หรือมีการสะสม NFT แล้วให้สิทธิแก่ผู้ถือไปแลกของหรือสิทธิอย่างอื่น จะเข้า
นยิ าม utility token38 ตาม พ.ร.ก. สินทรพั ยด์ จิ ิทลั ฯ ดังนนั การประกอบธุรกจิ ทเี่ ก่ียวข้องกับ NFT ลักษณะนี
จึงตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ภายใต้ พ.ร.ก. สนิ ทรพั ย์ดิจทิ ัล ฯ
(2) หาก NFT นัน เป็นตัวทรัพยส์ ินนันเอง เวลาซือขายหรือโอนก็ติดไปด้วยกัน ไม่อาจแยกกันได้ และ
ไม่ไดม้ ีการกาหนดสิทธใิ ด ๆ เพิม่ เตมิ และไมม่ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ นการใช้เปน็ สื่อกลางในการซือขายแลกเปลย่ี น เช่น
NFT ที่สร้างขึนโดยการเก็บ digital file บน Interplanetary File System (IPFS) และสร้างโทเคนดิจิทัล
ขนึ มาเพ่ือความสะดวกในการซือขายแลกเปล่ียน (ไมว่ า่ จะสรา้ ง NFT โทเคนเดยี วหรอื หลายโทเคนจาก digital
file ที่เก็บบน IPFS) โดย digital file และโทเคนนันจะโอนติดไปด้วยกัน ไม่สามารถแก้ไขเปล่ียนแปลง
และไม่สามารถแยกกันได้ เป็นต้น NFT ดังกล่าวจะไม่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล การดาเนินการเกี่ยวกับ NFT นัน
จึงไม่ถกู กากบั ดูแลโดย พ.ร.ก. สนิ ทรพั ยด์ ิจิทัลฯ”39
“สาหรับการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นคริปโทเคอร์เรนซี หรือ โทเคนดิจิทัล
ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กาหนด โดยปัจจุบันมีการกากับดูแลธุรกิจ 5 ประเภท ได้แก่ ศูนย์ซือขายสินทรัพย์
ดิจิทัล (exchange) นายหน้าซือขายสินทรัพย์ดิจิทัล (broker) ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (dealer) ที่ปรึกษา
สนิ ทรัพยด์ ิจทิ ลั (investment advisor) และผจู้ ดั การเงินทนุ สนิ ทรัพย์ดจิ ทิ ัล (private fund)”40
“ขณะท่ีการประกอบธุรกิจท่ีเกี่ยวกับ NFT ที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ฯ
ในลักษณะการเป็นศูนย์กลางหรือเครือข่ายใด ๆ ท่ีจัดให้มีขึนเพ่ือการซือขายหรือแลกเปล่ียน NFT โดยการ
จับคู่หรือหาคู่สัญญาให้ หรือการจัดระบบหรืออานวยความสะดวกให้ผู้ซ่ึงประสงค์จะซือขายหรือแลกเปล่ียน
NFT สามารถทาความตกลงหรือจับคู่กันได้ โดยกระทาเป็นการค้าปกติ (NFT marketplace) ต้องได้รับ
ใ บ อ นุ ญ า ต ป ร ะ ก อ บ ธุ ร กิ จ สิ น ท รั พ ย์ ดิ จิ ทั ล ป ร ะ เ ภ ท ศู น ย์ ซื อ ข า ย สิ น ท รั พ ย์ ดิ จิ ทั ล จ า ก รั ฐ ม น ต รี ว่ า
การกระทรวงการคลัง อย่างไรกต็ ามปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มี NFT marketplace ที่ได้รบั ใบอนุญาตศูนยซ์ อื ขาย
สินทรพั ยด์ ิจทิ ลั จากรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการคลัง นอกจากนี ศูนย์ซอื ขายสินทรัพย์ดจิ ิทลั ทีไ่ ดร้ ับใบอนุญาต
ไม่สามารถนา NFT ท่ีเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดจิ ิทัลตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ มาให้บริการซือขายในศูนย์ซือ
ขายสินทรพั ย์ดจิ ิทลั ได้ ตามข้อ 39/1 แหง่ ประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ.
18/2564 เร่ือง หลักเกณฑ์ เง่ือนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 11) ลงวันท่ี 10
มิถุนายน 2564 ทังนี ก.ล.ต. อยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์ในการกากับดูแล NFT marketplace เพื่อให้
สอดคล้องกับแนวทางการกากับดูแลของสากล”41
สาหรับกรณศี ึกษาท่ีน่าสนใจในสว่ นของการประกอบธุรกิจสนิ ทรัพย์ดิจิทลั ประเภท NFT คอื กรณีการจาก
สหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลวงในการซือขาย NFT เป็นคดีที่อัยการประจาเขตทางใต้ของนิวยอร์ก และผู้ช่วย
ผูอ้ านวยการดูแลสานักงานภาคสนามนิวยอร์กของสานักงานสบื สวนกลางแห่งสหรฐั อเมริกา (the New York Field
38 โทเคนดจิ ิทัลเพอ่ื การใชป้ ระโยชน์ (utility token) เพิง่ อ้าง
39 สานกั งานคณะกรรมการกากับหลกั ทรัพย์และตลาดหลักทรพั ย์ (ก.ล.ต.), ‘Non-Fungible Token (NFT) และการกากบั
ดูแลของ ก.ล.ต’ <https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2565/060165.pdf,> สืบคน้ วันท่ี 15 พฤษภาคม
2565
40 สานักงานคณะกรรมการกากับหลกั ทรพั ย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ‘Non-Fungible Token (NFT) และการกากบั ดแู ล
ของ ก.ล.ต.’, 6 มกราคม 2565 <https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2565/060165.pdf> อา้ งถงึ ใน
‘ก.ล.ต. ระบหุ าก NFT มสี ทิ ธิอยา่ งอนื่ จะเขา้ ขา่ ย Utility Token ถกู กากบั ตามพ.ร.ก.’
<https://www.blognone.com/node/126584> สืบคน้ เมอ่ื วนั ที่ 15 พฤษภาคม 2565
41 สานักงานคณะกรรมการกากบั หลักทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรพั ย์ (ก.ล.ต.) (n 39)
48 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
Office of the Federal Bureau of Investigation : FBI)ได้กล่าวหาและจับกุมนาย Nathaniel Chastain อดีต
ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของตลาดซือขายออนไลน์ของ NFT ชื่อ OpenSea ข้อหาซือขาย NFT โดยใช้ข้อมูลภายใน
เน่ืองจากนาย Chastain มีหน้าที่ในการคัดเลือก NFT ที่จะขึนแสดงในเว็บไซต์ของ OpenSea โดยข้อมูลดังกล่าว
ไวเ้ ปน็ ความลับไว้จนกว่า NFT นนั จะขนึ แสดงบนเว็บไซต์เพราะเม่ือขึนแสดงเมื่อใดมูลคา่ ของ NFT นันจะเพิ่มสูงขึน
นาย Chastain จึงซือ NFT นันก่อนที่ OpenSea จะแสดง NFT นันบนเว็บไซต์เพื่อทาการซือขาย เม่ือ NFT เข้าทา
การซือขายบน OperSea แล้วนาย Chastain ก็จะขาย NFT ดังกล่าวโดยได้กาไรครังละ 2 ถึง 5 เท่าของราคาที่ซือ
มา ในการซือขายของนาย Chastain นันได้ทาการซือขายโดยเงินดิจิทัลซ่ึงไม่ต้องเปิดเผยช่ือผู้เป็นเจ้าของ และใน
การเปิดบญั ชีซอื ขายบน OpenSea ก็ใชบ้ ัญชีซอื ขายนริ นามตามระบบของครปิ โต ซ่ึงทุกอย่างจะไม่มกี ารเปิดเผยชอ่ื 42
สาหรับประเทศไทยความผิดฐานซือขายโดยใช้ข้อมูลภายใน หรือท่ีรู้จักกันโดยทั่วไปว่า Insider Trading
ในสว่ นทีเ่ ก่ียวกบั NFT นัน เนอ่ื งจากกฎหมายไม่ได้มีการกาหนดเกย่ี วกับ NFT ไวเ้ ปน็ การเฉพาะ จึงตอ้ งพิจารณาว่า
ลกั ษณะของ NFT แตล่ ะโทเคนวา่ เป็นไปตามนิยาม “สนิ ทรัพย์ดิจทิ ัล” ในสว่ นของโทเคนดจิ ิทลั เพื่อการใชป้ ระโยชน์
(utility token) ตามพระราชกาหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 หรือไม่ ซึ่งถ้า NFT โทเคนนัน
เป็นไปตามนิยามก็ต้องปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมาย ในพระราชกาหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ
มาตรา 4243 ซ่ึงบัญญัติ “ห้ามมิให้บุคคลใดซ่ึงรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในท่ีเก่ียวกับผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือ
ลักษณะหรือสาระสาคัญของโทเคนดิจิทัลกระทาการซือหรือขายโทเคนดิจิทัล หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซือขาย
ล่วงหน้าท่ีเก่ียวข้องกับโทเคนดิจิทัล ไม่ว่าเพ่ือตนเองหรือบุคคลอ่ืน เว้นแต่...” แต่หาก NFT โทเคนใดไม่เป็นไปตาม
นิยามของ “สินทรัพย์ดิจิทลั ” ดงั กลา่ วก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายนี
3.3 ประเด็นการให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญตั ิป้องกนั และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
การท่ีธุรกิจ NFT เติบโตขึนอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากหน่วยงานกากับดูแลและตรวจสอบทาให้งาน
ศิลปะที่มีมูลค่าสูงมีความเส่ียงท่ีจะกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน ประเด็นดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานป้องกัน
และรักษาความปลอดภัยของอังกฤษ (RUSI) ในรายงาน "NFTs: A New Frontier for Money Laundering ?"
ระบุว่า NFT สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางการเงิน เนื่องจากการซือขาย
NFT ไม่อย่ภู ายใต้การตรวจสอบของหนว่ ยงานกากับดูแล การซอื ขายไมต่ ้องเปิดเผยตัวตน และสามารถกาหนด
ราคาตามท่ีต้องการ อีกทังแพลตฟอร์มซือขายผลงานไม่สามารถติดตามธุรกรรมหรือตรวจสอบตัวตนของผู้ซื อ
ได้ ทาให้งานศิลปะที่มีมูลค่าสูงมีความเส่ียงท่ีจะกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งสอดคล้องกับ รายงานของ
กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ซ่ึงรายงานวา่ NFT สามารถเปน็ เคร่ืองมือในการฟอกเงิน เพราะไมม่ ีหนว่ ยงาน
กากบั ดแู ล และสามารถแปลงเงนิ ทีไ่ ด้มาอย่างผดิ กฎหมายให้ถกู กฎหมายได้44
42 Department of Justice U.S. Attorney’s Office Southern District of New York, ‘Former Employee of NFT
Marketplace Charged in First Ever Digital Asset Insider Trading Scheme’ (2022)
<https://www.justice.gov/usao-sdny/pr/former-employee-nft-marketplace-charged-first-ever-digital-asset-
insider-trading-scheme> accessed 15 June 2022
43 พ.ร.ก. การประกอบธรุ กิจสนิ ทรพั ยด์ จิ ิทลั พ.ศ. 2561, มาตรา 42
44 Allison Owen & Isabella Chase, ‘Commentary, NFTs: A New Frontier for Money Laundering?’ (2022)
<https://rusi.org/explore-our-research/publications/commentary/nfts-new-frontier-money-laundering/>
accessed 15 May 2022; US Department of the Treasury, ‘Study of the Facilitation of Money Laundering
and Terror Finance Through the Trade in Works of Art’ (2022) 1-3
<https://home.treasury.gov/system/files/136/Treasury_Study_WoA.pdf> accessed 15 May 2022 อ้างถึงใน
‘กระทรวงการคลงั สหรัฐเตือน NFT อาจกลายเปน็ แหล่งฟอกเงิน’ โพสตท์ ูเดย์ (20 มกราคม 2565)
<https://www.posttoday.com/world/675328#> สืบคน้ วันท่ี 15 พฤษภาคม 2565
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นิดา้ ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 49
บทความจาก EisnerAmper หนึ่งในสานักงานบัญชีท่ีใหญ่ที่สดุ ในสหรัฐอเมริการะบุวา่ NFT สามารถ
สร้างขึนมาได้อย่างง่ายๆ และซือขายได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน อีกทังกาหนดราคา
เทา่ ไรก็ได้โดยไม่ต้องอิงตามราคาตลาด ทาใหส้ ามารถใชฟ้ อกเงินได้ ดงั นันเพยี งแคส่ ร้าง NFT ขนึ มาและลงขาย
จากนันก็ซือ NFT ของตนเองโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน และกาหนดราคาตามท่ีต้องการ ก็สามารถเปล่ียนเงิน
สกปรกให้สะอาดได้ เน่ืองจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่มีการควบคุม แต่รับรู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องตาม
กฎหมายจากการขายงานศิลปะเท่านัน45
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม NFT ส่วนใหญ่มีขันตอนการทาความรู้จักลูกค้า (Know-your-customer: KYC)
น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เช่น แพลทฟอร์ม OpenSea ตรวจสอบลูกค้าผ่านเง่ือนไขการมีกระเป๋าเงิน
Ethereum (Ethereum wallet) เท่านัน โดยไม่จาเป็นต้องกรอกข้อมูลอ่ืนเพิ่มเติมเลยหากต้องการขาย NFT
และรับค่าตอบแทนเป็นเงินคริปโต นอกจากนี การซือขายดังกล่าวทาบนเทคโนโลยีบล็อกเชนทาให้ทังคนซือ
และคนขายไม่สามารถระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้และไม่มีการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินตลอดจนการประเมิน
มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ท่ีซือขายว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ รวมถึงข้อกฎหมายและกฎระเบียบปัจจบุ ันยังเข้า
ไม่ถึงตลาด NFT หน่วยงานภาครัฐในหลายประเทศจึงกังวลว่าจะอาจมีการใช้ตลาดซือขาย NFT เป็นแหล่ง
ฟอกเงิน ทังนีในอนาคต มีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องกาหนดให้ผู้ซือและผู้ขาย NFT ต้องทา KYC เบืองต้น
อย่างการระบชุ อื่ นามสกลุ จริงของผู้ซือและผู้ขาย การพิสจู นแ์ หล่งท่ีมาของเงนิ และเอกสารตา่ งๆ ก่อนทกี่ ารซือ
ขายแลกเปลีย่ นจะเกิดขนึ ซ่ึงขนั ตอนเหล่านีอาจขดั กับหลักการกระจายศูนยข์ องตลาด NFT ได4้ 6
คณะทางานเฉพาะกิจเพ่ือดาเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF)
แนะนาว่าการประเมนิ ลกั ษณะของ NFT ควรดาเนนิ การเป็นกรณไี ป กล่าวคอื NFT ใดทีม่ ลี กั ษณะตามคานิยาม
ของสินทรัพย์ดิจิทัลท่ี FATF กาหนด มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการท่ี FATF กาหนด โดยการตรวจสอบนี
ตอ้ งอ้างองิ ตามความเสยี่ งเพื่อป้องกนั ธุรกรรมของลูกค้าที่ไม่ต้องการ และทาให้แน่ใจว่าธุรกรรมท่ีน่าสงสัยนีจะ
ถูกตรวจสอบอย่างรวดเร็ว โดย FATF คาดหวังให้หน่วยงานกากับดูแลท่ีเก่ียวข้องกับ NFT เป็นเชิงรุกเม่ือ
ควบคมุ ความเสี่ยงในการซือขาย NFT47
สาหรับมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทย พ.ร.ก. ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ มาตรา 7 กาหนดให้
ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามพระราชกาหนดนีเป็น
สถาบันการเงนิ ตามกฎหมายว่าดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงิน48 ดังนนั หาก NFT ใดเปน็ สินทรพั ย์
ดิจิทัลก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ. การ
ฟอกเงินฯ) ซ่ึงจากการพิจารณาความผิดมูลฐานแล้ว หากเกิดการทาธุรกรรมหรือธุรกรรมอันควรสงสัยว่ามี
ความผิดเก่ียวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือกระทาโดยทุจริตตามกฎหมายว่าด้วย
ธุรกิจสถาบันการเงิน หรือกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งกระทาโดยกรรมการ หรือ
ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบหรือมีประโยชน์เก่ียวข้องในการดาเนินงานของสถาบันการเงินนัน49 การ
45 A.J. Woloszynski, ‘NFTs and Money Laundering’ (eisneramper.com, August 26 2021)
<https://www.eisneramper.com/non-fungible-tokens-money-laundering-flvs-blog-0821/> accessed 15 May
2022 อา้ งถงึ ใน ‘NFT ฟอกเงินอย่างไร’ โพสตท์ เู ดย์ (20 มกราคม 2565)
<https://www.posttoday.com/world/673507> สบื คน้ วันที่ 15 พฤษภาคม 2565
46 อาภากร นพรตั ยาภรณ์ (n 1)
47 Syedur Rahman, ‘FATF guidance on NFT's’<https://www.rahmanravelli.co.uk/articles/fatf-guidance-on-nft-s/>
accessed 15 May 2022
48 พ.ร.ก. การประกอบธุรกจิ สนิ ทรพั ย์ดจิ ทิ ัล พ.ศ. 2561, มาตรา 7
49 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงนิ พ.ศ. 2542, มาตรา 3 (4)
50 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
กระทานันจะเป็นความผิดฐานฟอกเงินเม่ือมีการโอน รับโอน หรือเปล่ียนสภาพทรัพย์สนิ ท่ีเกี่ยวกับการกระทา
ความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งท่ีมาของทรัพย์สินนัน หรือเพ่ือกระทาด้วยประการใด ๆ เพ่ือปกปิดหรือ
อาพรางลักษณะทแ่ี ท้จรงิ การได้มาแหล่งที่ตัง การจาหน่าย การโอน การไดส้ ิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินทเ่ี ก่ียวกับการ
กระทาความผิด รวมถึงการได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้
ทรัพย์สนิ นันวา่ เป็นทรัพยส์ นิ ทีเ่ ก่ียวกับการกระทาความผดิ 50
หน้าท่ขี องประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทลั และผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลตาม พ.ร.บ. การ
ฟอกเงนิ ฯ ได้แก่
(1) ต้องรายงานการทาธุรกรรมนันต่อสานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเมื่อมีการใช้เงิน
สดหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กาหนดในกฎกระทรวงฯ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าธุรกรรม
นันเขา้ ขา่ ยการฟอกเงิน51
(2) ตอ้ งให้ลูกค้าจัดใหล้ ูกคา้ แสดงตนทกุ ครงั ก่อนการทาธรุ กรรมตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง52
(3) ต้องกาหนดนโยบายการรับลูกค้า การบริหารความเสีย่ งท่ีอาจเก่ียวกับการฟอกเงินของลูกค้าและ
ต้องดาเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเม่ือเริ่มทาธุรกรรมครังแรกโดยต้อง
ตรวจสอบเป็นระยะจนสินสุดดาเนินการเม่ือมีการปิดบญั ชีหรอื ยุติความสัมพนั ธ์กบั ลกู ค้า53
(4) เม่อื มกี ารทาธุรกรรมตาม (1) ใหส้ ถาบนั การเงินบันทกึ ข้อเทจ็ จริงต่าง ๆ เก่ยี วกบั ธุรกรรมดังกล่าว
ตามแบบ รายการ หลักเกณฑ์และวธิ กี าร ทก่ี าหนดในกฎกระทรวง54
(5) ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่รายงานตาม (1) บุคคลใดเปิดเผยข้อมูลหรือกระทาด้วยประการใด ๆ อันอาจ
ทาให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกทราบเกี่ยวกับการตรวจสอบเพ่ือทราบข้อเท็จจริงเก่ียวกับลูกค้า
การรายงานธุรกรรมหรือการส่งข้อมูลอ่ืนใดไปยังสานักงาน เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
หรอื ตามคาส่งั ศาลหรือเป็นการเปิดเผยข้อมลู ระหวา่ งสานักงานใหญ่กับสาขาของผู้มีหน้าท่ีรายงาน
ทตี่ งั อย่ใู นหรือต่างประเทศเพื่อดาเนินการอันเกี่ยวเน่ืองกับการปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญัตนิ ี55
(6) ในกรณที ่ีผูม้ ีหนา้ ท่ีรายงานตาม (1) ไม่สามารถดาเนนิ การตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ เก่ยี วกับลูกค้าได้ให้
สถาบันการเงินรายงานให้สานักงานทราบโดยทันที ในกรณีท่ีสานักงานได้ตรวจสอบรายงานแล้ว
เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่ามีการกระทาความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน ให้มี
อานาจสงั่ ให้สถาบนั การเงนิ ระงบั การทาธุรกรรมไวก้ ่อนได้ไม่เกนิ สบิ วันทาการ56
(7) ให้ผู้มีหน้าท่ีรายงานตาม (1) เก็บรักษารายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบเพ่ือทราบข้อเท็จจริง
เก่ียวกับลูกค้าตามเป็นเวลาสิบปีนับแต่วันท่ีมีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่ก่อน
พ้นกาหนดเวลาสิบปีดังกล่าว หากมีเหตุจาเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ในการดาเนินการตาม
พระราชบัญญัตินีสาหรับลูกค้ารายใด ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีหน้าที่รายงานดังกล่าว
เกบ็ รักษารายละเอียดของลกู คา้ รายนันต่อไปอกี ไมเ่ กนิ หา้ ปีนบั แต่พน้ เวลาสบิ ปกี ็ได้57
50 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงนิ พ.ศ. 2542, มาตรา 5
51 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 13
52 พ.ร.บ. ปอ้ งกนั และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 20
53 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 20/1
54 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 21
55 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงนิ พ.ศ. 2542, มาตรา 21/1
56 พ.ร.บ. ปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 21/2
57 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, มาตรา 22/1
วารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นิด้า ปีท่ี 11 ฉบับที่ 1/2565 51
บทสรปุ
จากท่ีกล่าวมาข้างต้น NFT ใดที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล จะอยู่ในกากับดูแลของสานักงานคณะกรรมการ
กากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซ่ึงมี
การตรวจสอบการซือขายอย่างเข้มงวดเพ่ือคุม้ ครองเจา้ ของ NFT และนักลงทุนในตลาดดังกล่าว อยา่ งไรก็ตาม
NFT จานวนมากท่ีขาดคุณสมบัติการเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ประเภทใดประเภทหนึ่งตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์
ดิจิทัล ฯ กาหนด ซึ่ง NFT ในส่วนนีจะไม่มีหน่วยงานและมาตรการทางกฎหมายใดกากับ การซือขาย NFT
ประเภทนีจะอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ. ลิขสิทธ์ิ พ.ศ. 2537 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ถ้ามีการละเมิด และ
กฎหมายอาญาถ้ามีการฉ้อโกงเกิดขึนเท่านัน ซึ่งผู้วิจัยมีความเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่เพียงพอท่ีจะคุ้มครอง
ความเสี่ยงจากประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเกี่ยวกับ NFT ดงั นันจงึ ควรศึกษาแนวทางปฏิบัติของต่างประเทศ
อาทิสหรัฐอเมริกาซึ่งเร่ิมมีคดีเกี่ยวกับ NFT ขึนสู่ศาล และอยู่ในระหว่างแก้ไข Uniform Commercial Code
เพื่อให้กรอบสาหรับการทาธุรกรรมที่เก่ียวข้องกับ NFT ซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทใหม่ เพ่ือมอบสถานะทาง
กฎหมายทีช่ ดั เจนให้แก่ NFT ซ่งึ จะส่งผลให้การกากับดแู ลธรุ กรรมเกี่ยวกับการซือขาย NFT มคี วามชัดเจนและ
ครอบคลุมยิ่งขนึ 58
58 Jessica Rizzo, ‘The Future of NFTs Lies With the Courts’ (WIRED, 3 April 2022) <https://www.wired.com/story/nfts-
cryptocurrency-law-copyright/> accessed 15 May 2022
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นดิ ้า ปีที่ 11 ฉบับที่ 1/2565 52
การเสรมิ สรา้ งบทบาทหนา้ ที่ของผู้สอบบญั ชแี ละคณะกรรมการตรวจสอบตาม
พระราชบญั ญตั หิ ลกั ทรัพย์และตลาดหลักทรพั ย์ พ.ศ. 2535
Strengthening the Roles and Duties of the Audit Committee and the
Auditors as stated in the Securities and Exchange Act B.E. 2535
นเรศร์ เกษะประกร*
Nares Kesaprakorn
วนั ทีร่ บั บทความ 23 พฤษภาคม 2565; วนั แก้ไขบทความ 12 มถิ นุ ายน 2565; วันตอบรับบทความ 14 มถิ นุ ายน 2565
บทคดั ย่อ
บทความวิจัยนีม่งุ หมายทจี่ ะสารวจบทบาทหน้าที่ แนวทางปฏิบตั ทิ ด่ี ี การสื่อสารและการประสานงาน
ระหว่างผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบ รวมถึงปัจจัยส่งเสริมที่มีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป
อย่างถูกต้องและเป็นการเพิ่มกลไกสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์และตล าดหลักทรัพย์ให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากยิ่งขนึ
การเสริมสร้างบทบาทหน้าท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีตามพระราชบัญญัติ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 89/25 และประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี
เกี่ยวข้องซึ่งเป็นไปตามแนวทางของกฎหมาย Sarbanes - Oxley Act 2022 ของสหรัฐอเมริกา และหลักการ
กากับดูแลกิจการ (Corporate Governance, CG) มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของบริษัท
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งระดมทุนด้วยการออกหลักทรัพย์ขายต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ เพื่อใช้
เป็นแหล่งเงินในการดาเนินธุรกิจ และเป็นกลไกสาคัญในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เน่ืองจาก
คณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีเป็นบุคคลภายนอกกิจการที่ได้รับความคาดหวังว่ามีความเป็นอิสระ
ไม่มีส่วนได้เสีย สามารถใช้ความรู้ความสามารถและวิชาชีพที่มีอยู่ช่วยคณะกรรมการของบริษัทในการ
ตรวจสอบการบริหารงานของกิจการ ในกรณีท่ีผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันน่าสงสัยว่า กรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลซ่ึงรับผิดชอบในการดาเนินการของนิตบิ ุคคลอาจกระทาความผดิ เกี่ยวกับการบริหารงานในลกั ษณะ
ฉ้อฉล ผู้สอบบัญชีมีหน้าท่ีต้องแจ้งข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัททราบเพ่ือดาเนิน การ
ตรวจสอบต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบในเบืองต้นให้แก่
สานักงาน ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี และในกรณีที่
คณะกรรมการตรวจสอบไม่ดาเนินการให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้สานักงาน ก.ล.ต. ทราบถึงพฤติการณ์ที่ต้องแจ้ง
ดังกล่าว หากผู้สอบบัญชีหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษ
ปรบั ไมเ่ กินหนึ่งแสนบาท
*รองศาสตราจารย์ประจา คณะนติ ศิ าสตร์ สถาบันบณั ฑติ พฒั นบริหารศาสตร์
ที่อยู่ : คณะนิติศาสตร์ สถาบันบณั ฑติ พฒั นบริหารศาสตร์
เลขที่ 148 ถ.เสรไี ทย แขวงคลองจัน่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
E-mail: [email protected]
วารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นดิ า้ ปที ่ี 11 ฉบบั ที่ 1/2565 53
ผลการศึกษาพบว่า บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเก่ียวกับพฤติการณ์อันควรสงสัยซึ่งผู้สอบบัญชีมี
หนา้ ท่ตี ้องแจง้ และวิธีดาเนินการเพ่ือให้ได้มาซ่ึงข้อเท็จจริงเกยี่ วกับพฤติการณ์ดงั กล่าวมีความไม่ชัดเจน สมควร
ตอ้ งขยายความเพอื่ ใหเ้ กิดความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากกว่าเขียนเปน็ หลักการไว้ นอกจากนนั การปฏิบตั หิ น้าท่ี
ของผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพนันควรให้ความสาคัญในเรื่องการเ สริมสร้าง
“ความเป็นอิสระ” ของกรรมการอิสระ คณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีให้มากขึนกว่าเดิม รวมทัง
การให้ความสาคัญในเรอ่ื งกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยถือว่าเป็นพันธะสัญญาในการปฏิบตั ิหน้าที่
ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากกรรมการตรวจสอบไม่ปฏิบัติตามกฎบัตร ถือว่าเปน็ การละเลยตอ่ หน้าที่ของ
การเป็นกรรมการตรวจสอบ
คาสาคัญ: บทบาทและหนา้ ท,ี่ คณะกรรมการตรวจสอบ, ผสู้ อบบัญชี, กฎหมายหลกั ทรัพย์ไทย
54 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
Abstract
This article aims to explore the roles and duties, good practices, communication, and
coordination between auditors and Audit Committee and to examine factors promoting the
accuracy and efficiency in their roles and duties in orders to increase the mechanism for the
law enforcements of Securities Regulation more efficiently.
Strengthening the roles and duties of the Audit Committee and the auditors as stated
in the Securities and Exchange Act B.E. 2535, Section 89/25 and the relevant notifications of
the Capital Market Supervisory Board, which is in accordance with the guidelines of the law
Sarbanes-Oxley Act of the United States and Corporate Governance (CG) principles, is a very
crucial issue for the management of listed companies on the Stock Exchange that raised funds
by issuing securities for sale to the public or any person to be used as a source of money for
business operations. Promoting the duties and roles of the Audit Committee and the auditors
is a significant mechanism in increasing the law enforcement efficiency because auditor and
Audit Committee are expected to perform their roles and duties with independence, free from
interest, and have the competence to apply their knowledge and professionalism to assist the
auditors and Auditor Committee in assessing the management of company. In case the auditor
finds practices of a director, a manager, or person responsible for the operation of the juristic
person that appear to be suspicious of committing management malpractice in a fraudulent
manner, the auditor is obliged to inform the company’ s auditor committee of the facts for
further inspection without delay. And, the Auditor Committee shall report the results of the
preliminary audit to the the Securities and Exchange Commission (SEC) Office and the auditor
for acknowledgement within thirty days from the date of being notified by the auditor. If the
Auditor Committee does not take action, the auditor shall notify the SEC Office of the practice
that shall be reported. If an auditor or the Audit Committee of a company violates or fails to
comply, he or she shall be liable to a fine not exceeding one hundred thousand baht.
The study has found that the provision of the law stating the auditor obligations to
report and proceed for obtaining facts about suspected malpractice is still unclear, and it
should be addressed with clarity and concrete format, rather than written in principle.
Additionally, to promote the performance efficiency of the auditor and the Audit Committee,
priorities should be given to increasing “Independence” of auditor and the Audit Committee
along with the importance of Audit Committee Charter, which shall be deemed the Audit
Committee’s obligations and failure to perform it shall be considered a neglect of duties.
Keywords: roles and duties, audit committee, auditors, thai securities law.
วารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นิดา้ ปีที่ 11 ฉบบั ที่ 1/2565 55
1. บทนา
ในวันที่ 2 ธันวาคม 2544 บริษัท Enron Corporation ประกอบธุรกิจการค้าพลังงาน และเป็น
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นลาดับท่ี 7 ของสหรัฐอเมริกา มีรายรับมากว่าหน่ึงร้อย
พันล้านเหรียญสหรัฐและมีพนักงานมากกว่า 20,000 คนทั่วโลกได้ประกาศล้มละลาย ส่งผลให้เกิดการ
ส่ันสะเทือนทั่วทังประเทศและแวดวงตลาดการเงิน ทัง Wall Street และ Main Street1 ซึ่งครอบครัวคน
อเมริกันมากกว่าคร่ึงหนึ่ง ได้ลงทุนในบริษัทนีไม่วา่ โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมในตลาดหลักทรัพย์ ผลกระทบ
ตอ่ พนักงานของบริษทั จานวนหลายพันคนต้องตกงานและสญู เสียเงินสะสมเพ่ือการเกษียณอายุไปทังหมด ผู้ถอื
หุ้นได้แต่มองดูมูลค่าการลงทุนของตนดิ่งเหวลงไปเรื่อย ๆ เจ้าหนีการค้าของบริษัท จานวนเป็นร้อยเป็นพันทว่ั
โลกต้องเข้าสู่กระบวนการการขอรับชาระหนี ซ่ึงมีทีท่าว่าจะได้รับเพียงเศษเงินเท่านันเมื่อเทียบกับจานวนเงิน
ก้อนโตท่ีบรษิ ัทเป็นหนีเจา้ หนีทงั หลาย
เกือบหน่ึงปีต่อมาในวันที่ 21 กรกฎาคม 2545 บริษัท WorldCom ซึ่งเป็นบริษัทที่ดาเนินธุรกิจด้าน
การส่ือสารคมนาคมและบริการข้อมลู ทางไกลที่มขี นาดใหญ่เป็นอนั ดับที่ 2 ของสหรัฐอเมรกิ า และยงั เปน็ ผผู้ ลิต
ชิปความจาคอมพวิ เตอร์ไมครอนเทคโนโลยีอันดับท่ี 2 ของโลก ราคาหุ้นของบรษิ ัทเคยพุ่งสงู ขนึ 64.50 เหรียญ
สหรัฐจาก 1.32 เหรียญสหรัฐในช่วงก่อตัง (ณ วันท่ี 1 มกราคม 2534) แต่ในช่วงเวลาไม่กี่ปีได้ย่ืนขอความ
คุ้มครองเพื่อฟ้ืนฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย Chapter 11 และบริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน
รวมถึงผู้บริหารถูกตังข้อหาฉ้อโกง และมีหนีสินจานวนมากถึง 30 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้ถือหุ้นต้องสูญเงินไป
ถึง 180 พันล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ และมีการปลดพนักงานราว 20,000 ชีวิตจากจานวนพนักงานท่ัว
โลกท่ีมีอยู่ประมาณ 80,000 คน ทังนี หุ้นของ WorldCom ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้น Nasdaq เม่ือวันที่
30 กรกฎาคม 2545 โดยราคาหุ้นของ WorldCom ปิดตลาดท่ีระดับราคา 83 เซ็นต์วิกฤติการณ์ของบริษัท
WorldCom ถือเปน็ การล้มทม่ี ีขนาดใหญเ่ กือบสองเท่าของบริษัท Enron อันเนื่องมาจากการตกแต่งบญั ชีและ
การจัดทารายงานทางการเงินท่ีผิดพลาดโดยบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายเป็นจานวนเงินที่สูงถึง 3.8 พันล้านเหรียญ
สหรัฐ
นอกจากนัน กรณี WorldCom ยังได้สร้างมลทินและความมัวหมองต่อช่ือเสียงและความน่าเชื่อถือ
ของ สานักงานตรวจสอบบัญชี ธนาคารเพ่ือการลงทนุ และสถาบันจดั ลาดบั ความน่าเช่ือถอื ของบรษิ ัทอยา่ งที่ไม่
เ ค ย ขึ น ม า ก่ อ น เ น่ื อ ง จ า ก บ ริ ษั ท Enron แ ล ะ บ ริ ษั ท WorldCom ต่ า ง ใ ช้ ส า นั ก ง าน สอ บบัญชี
Arthur Andersen ซ่ึงทาให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อความน่าเชื่อถือในการจัดทาและรายงาน
ทางการเงินของสหรัฐอเมริกา ท่ีได้ชื่อว่ามีมาตรฐานการบัญชีและระบบการรายงานทางการเงินที่ดีที่สุด
ประเทศหนึ่งในโลก
จากการกระทาทุจริตในบริษัททังสองในเวลาไล่เลี่ยกัน และความล้มเหลวของการทาบัญชีและการ
ตรวจสอบบัญชีดังกล่าว นาไปสู่การออกกฎหมาย มีชื่อว่า “The Sarbanes-Oxley Act of 2002 (SOX)”
ซึ่งประกาศใชเ้ ม่อื วันที่ 30 กรกฎาคม 2002
1 “Main Street vs Wall Street” is used to describe the contrast of general consumers, investors, or small
local businesses with large investment corporations. Main Street represents the small and local ones,
including small businesses, general individual investors, and small independent investment firms. Wall
Street, as a symbol of high finance, refers to large investment firms, high net-worth investors, and global
businesses. There are many conflicts between the two sides, but at the same time, they are also highly
interdependent. <https://corporatefinanceinstitute.com/resources/knowledge/finance/main-street-vs-wall-
street/> accessed 13 May 2022.
56 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
สิ่งที่สังเกตเห็นได้ก็คือในขณะรัฐบาลของชาติตะวันตกมักหลีกเลี่ยงในการออกกฎหมายท่ีจากัดสิทธิ
ของประชาชน แต่รัฐมักจะไม่ลังเลในการออกกฎระเบียบในการควบคุมบริษัทจากัดและบริษัทมหาชนจากัด
ตัวอย่างเช่น กรณีการฉ้อโกงของบริษัท Enron และอีกหลายบริษัทในสหรัฐอเมริกาสภาคองเกรสของ
สหรัฐอเมริกาใช้เวลาเพียงปีเศษในการออกกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act เพื่อควบคุม เม่ือเปรียบเทียบกับ
กรณีของประเทศไทยที่ต้องใช้เวลานับ 11 ปี นับแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ จึงสามารถแก้ไขเพ่ิมเติม
พระราชบญั ญตั ิหลักทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ พ.ศ. 2535 ในปี 2551 ได้2
กลา่ วโดยเฉพาะการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชี กฎหมาย Sarbanes -
Oxley Act ได้เพิ่มมาตรการสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการตรวจสอบ ( Audit Committee)
ในการกากับดูแลการจัดทาและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของกิจการให้มีความถูกต้องครบถ้วน
และกาหนดใหผ้ สู้ อบบญั ชีตอ้ งรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบซง่ึ เป็นบุคคลทมี่ ีความเป็นอิสระ
สาหรับผู้สอบบัญชีกฎหมาย Sarbanes - Oxley Act กาหนดให้มีการปฏิรูปการกากับดูแลการบัญชี
และการสอบบัญชีของบริษัทมหาชนจากัด ให้เป็นไปตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ขอ ง
สหรัฐอเมริการวมทังกาหนดหลักเกณฑ์ด้านการสอบบัญชี การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี จรรยาบรรณ
และความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี มาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงการตรวจสอบและการดาเนินการทางวินัยของ
ผสู้ อบบญั ชี
ในการศึกษากฎหมายเปรียบเทียบระหว่างกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act กับกฎหมายของประเทศ
ไทยเห็นได้ว่าแนวทางและเนือหาซ่ึงเป็นสาระสาคัญของกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act ถือเป็นกฎหมาย
แม่บทที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างและหลักการของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
(ฉบับที่ 4) หมวด 3/1 การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์3 เริ่มตังแต่ มาตรา 89/14 จนถึง
2 สรุ ศักดิ์ ไชยธนกิจ, บริษทั จดทะเบยี นและธรรมาภบิ าลบรษิ ัทไทยภายใต้แนวทฤษฎคี วามสมดลุ ของอานาจ (สานักพิมพ์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั 2558) 57.
3 หมวด 3/1 เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิหลักทรพั ยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2551
4 มาตรา 89/1 ในหมวดนี
“บริษัท” หมายความวา่
(1) บรษิ ทั มหาชนจากดั ทไ่ี ดร้ ับอนญุ าตให้เสนอขายหนุ้ ต่อประชาชน เว้นแต่บริษัทมหาชนจากดั ทม่ี ีลกั ษณะตามท่ี
คณะกรรมการกากบั ตลาดทุนประกาศกาหนด
(2) บริษัทมหาชนจากัดทีม่ หี ้นุ เป็นหลกั ทรัพย์จดทะเบยี นในตลาดหลกั ทรัพย์ หรือหลักทรัพยซ์ อื ขายในศูนยซ์ ือขาย
หลกั ทรพั ย์
“บรษิ ัทย่อย” หมายความวา่
(1) บริษัทจากดั หรือบรษิ ทั มหาชนจากัดทบ่ี ริษัทมอี านาจควบคุมกจิ การ
(2) บริษทั จากัดหรือบรษิ ทั มหาชนจากัดที่บริษทั ย่อยตาม (1) มีอานาจควบคมุ กิจการ
(3) บริษัทจากดั หรือบรษิ ัทมหาชนจากดั ที่อยภู่ ายใตอ้ านาจควบคุมกจิ การต่อเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการอยู่ภายใต้
อานาจควบคมุ กจิ การของบริษทั ย่อยตาม (2)
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการของบรษิ ทั
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการของบรษิ ทั
“ผบู้ รหิ าร” หมายความวา่ ผจู้ ัดการหรอื บุคคลซึ่งรบั ผิดชอบในการบริหารงานของบรษิ ทั ไม่วา่ โดยพฤติการณ์ หรือ
โดยไดร้ ับมอบหมายจากคณะกรรมการ ทังนี ตามทคี่ ณะกรรมการกากับตลาดทนุ ประกาศกาหนด
“บคุ คลที่มีความเกีย่ วข้อง” หมายความวา่ บคุ คลทมี่ ีความสมั พนั ธใ์ นลักษณะใดลักษณะหน่ึงดังต่อไปนี
(1) บุคคลที่มอี านาจควบคุมกจิ การบรษิ ทั และในกรณีท่บี คุ คลนันเปน็ นิตบิ ุคคล ใหห้ มายความรวมถึงกรรมการของ
นิตบิ คุ คลนันดว้ ย
วารสารกฎหมายนติ พิ ัฒน์ นิดา้ ปีที่ 11 ฉบบั ที่ 1/2565 57
มาตรา 89/32 ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารกิจการของบริษัทท่ีออกหลักทรัพย์และมีความสอดคล้องกับหลัก
ปฏิบัติสาหรบั คณะกรรมการ 8 ข้อหลักตามหลักการกากับดแู ลกิจการที่ดีสาหรับบริษัทจดทะเบียนในประเทศ
ไทย5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบและ
ผสู้ อบบญั ชี
อย่างไรก็ดียังมีปัญหาข้อกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนเก่ียวกับบทบาทของผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการ
ตรวจสอบในกรณีที่ผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันน่าสงสัยว่ากรรมการผู้จัดการหรือบุคคลซ่ึงรับผิดชอบในการ
ดาเนินการของนิติบุคคลอาจกระทาความผิดเกี่ยวกับการบริหารงานในลักษณะฉ้อฉลตามมาตราที่ระบุไว้ใน
มาตรา 89/5 แห่งพระราชบัญญตั หิ ลักทรพั ย์และตลาดหลักทรพั ย์ พ.ศ. 2535 ดงั ทีจ่ ะกล่าวตอ่ ไปในบทความนี
1. กฎหมาย The Sarbanes-Oxley Act 0f 2002 (SOX) ของสหรัฐอเมรกิ ากับบทบาทหน้าทขี่ องผู้สอบ
บัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบ
กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อว่า “The Sarbanes-Oxley Act of 2002 (SOX)6” ซ่ึงประกาศใช้
เม่ือวันท่ี 30 กรกฎาคม 20027 เพ่ือบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักของสหรัฐอเมริกา
(2) คสู่ มรส บุตรหรือบตุ รบญุ ธรรมทยี่ งั ไม่บรรลนุ ติ ภิ าวะของกรรมการ ผบู้ รหิ าร หรือบุคคลตาม (1)
(3) นติ บิ คุ คลทบี่ คุ คลตาม (1) หรอื (2) มีอานาจควบคมุ กิจการ
(4) บุคคลอืน่ ท่ีมลี กั ษณะตามทค่ี ณะกรรมการกากับตลาดทนุ ประกาศกาหนด
เมอ่ื บุคคลใดกระทาการด้วยความเข้าใจหรอื ความตกลงว่า หากบริษทั ทาธรุ กรรมท่ใี หป้ ระโยชนท์ างการเงนิ แก่บคุ คล
ดังกลา่ ว กรรมการ ผบู้ ริหาร หรอื บคุ คลตาม (1) หรือ (2) จะได้รับประโยชนท์ างการเงนิ ด้วย ให้ถือว่าบคุ คลดงั กลา่ วเปน็ บุคคล
ทีม่ คี วามเกี่ยวขอ้ งสาหรับการทาธรุ กรรมนัน
“อานาจควบคุมกจิ การ” หมายความวา่
(1) การถอื หนุ้ ที่มีสทิ ธิออกเสยี งในนติ ิบคุ คลหน่งึ เกนิ กวา่ รอ้ ยละหา้ สบิ ของจานวนสทิ ธอิ อกเสียงทังหมดของนติ ิบุคคล
นัน
(2) การมีอานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหน่ึง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
หรอื ไมว่ า่ เพราะเหตอุ ื่นใด
(3) การมีอานาจควบคุมการแตง่ ตังหรือถอดถอนกรรมการตังแตก่ ึ่งหนึ่งของกรรมการทังหมด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดย
อ้อม
5 สานกั งานคณะกรรมการกากบั หลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์, หลกั การกากับดูแลกจิ การที่ดสี าหรบั บริษทั จดทะเบยี น ปี
2560, กรงุ เทพมหานคร, 2560, หน้า 5-6, หลกั ปฏิบตั สิ าหรับคณะกรรมการ 8 ข้อหลกั 1. ตระหนกั ถงึ บทบาทและความ
รบั ผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผนู้ าทสี่ รา้ งคณุ ค่าใหแ้ ก่กิจการอยา่ งย่งั ยนื 2. กาหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลกั ของ
กิจการทเ่ี ป็นไปเพอ่ื ความย่ังยนื 3. เสริมสรา้ งคณะกรรมการทมี่ ปี ระสทิ ธิผล 4. สรรหาและพฒั นาผบู้ รหิ ารระดบั สูง 5. สง่ เสรมิ
นวตั กรรม และการประกอบธุรกิจอยา่ งมีความรบั ผิดชอบ 6. ดูแลใหม้ รี ะบบการบรหิ ารความเสย่ี งและการควบคมุ ภายในท่ี
เหมาะสม 7. รักษาความนา่ เชือ่ ถอื ทางการเงนิ และการเปิดเผยข้อมลู 8. สนบั สนนุ การมสี ว่ นร่วมและการสือ่ สารกบั ผถู้ อื หุ้น
6 ชอื่ กฎหมายนามาจาก วุฒสิ มาชกิ Paul S. Sarbanes (เดโมแครต-มลรัฐแมรีแ่ ลนด์) และ สมาชิก สภาผแู้ ทน Michael G.
Oxley (รพี ับลิกนั -มลรัฐโอไฮโอ) เจา้ ของรา่ งและผผู้ ลกั ดันกฎหมายฉบบั นี
7U.S. Securities and Exchange Commission, ‘Sarbanes-Oxley Act of 2002’ (Investor.Gov)
<https://www.investor.gov/introduction-investing/investing-basics/role-sec/laws-govern-securities-industry>
accessed 10 May 2022. “On July 30, 2002, President George W. Bush signed into law the Sarbanes-Oxley
Act of 2002, which he charactered as “the most far reaching reforms of American business practice since
the time of Franklin Delano Roosevelt.” The Act mandated a number of reforms to enhance corporate
responsibility, enhance financial disclosures and combat corporate and accounting fraud, and created the
“Public Company Accounting Oversight Board,” also known as the PCAOB, to oversee the activities of the
auditing profession.”
58 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ได้แก่ Nasdaq, NYSE และบริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ รวมทังผู้สอบบัญชี
ของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าว8 ทังนีคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา
(SEC) ได้ปรับปรุงกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ (The Exchange Act of 1934) และกฎเกณฑ์ท่ีเกี่ยวข้อง (Rule
10A-3) ใหส้ อดคลอ้ งกับกฎหมาย SOX9
กฎหมาย Sarbanes-Oxley Act มวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือการคุ้มครองผ้ลู งทุนโดยเฉพาะจากการฉ้อฉลทาง
บัญชีที่เกิดจากบริษัท เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของงบการเงิน รวมทัง
การเปิดเผยขอ้ มูลของบริษทั เปน็ กฎหมายที่ถูกบัญญตั ิขึนภายหลังการล้มละลายของบริษัท Enron และบริษัท
WorldCom (รวมทงั บรษิ ัท Tyco International) ซง่ึ ส่ันสะเทือนความเชื่อม่ันของนักลงทนุ ต่อความน่าเช่ือถือ
ของรายงานทางการเงินของบริษัทและนาไปสู่การยกเคร่ืองกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ท่ีล้าสมัยที่ได้ใช้
บังคับมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษโดยเฉพาะที่เกี่ยวขอ้ งกับนักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้บริหาร กฎหมายนมี ี
บทบัญญัติที่คลอบคลมุ ในหลาย ๆ ประเด็น เชน่ ความเปน็ อสิ ระของผู้สอบบญั ชี ประเด็นการกากับดูแลกิจการ
ประเดน็ การประเมินระบบควบคุมภายใน และขยายขอบเขตการเปิดเผยข้อมูล กาหนดความผิดและโทษอาญา
ใหม่ ๆ เมอื่ มีการฝ่าฝนื กฎหมายหลักทรัพย์ รวมถึงมีบทบัญญตั ใิ นการคุม้ ครองผ้ใู หเ้ บาะแสแก่ทางการ
บทบัญญัติแห่งกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act มีทังหมด 11 หมวด (Titles) โดยมีคณะกรรมการ
กากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) เป็นองค์กรท่ีมีอานาจหน้าที่ในการบังคับใช้
กฎหมาย
บทบัญญัติท่ีสาคัญของกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act ในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและ
คณะกรรมการตรวจสอบบญั ญตั ิอยู่ในมาตรา 101-109, 201-209, 301-308, 401-409 และมาตรา 801-807
ซง่ึ อาจสรุปสาระสาคัญได้ ดงั นี
1. ผู้สอบบัญชี
กฎหมายกาหนดใหม้ ีการจัดตงั คณะกรรมการกากบั ดูแลการบญั ชีและการสอบบัญชขี องบรษิ ัทมหาชน
จากัดมีช่ือว่า “The Public Company Accounting Oversight Board (PCAOB)” ซึ่งได้รับการแต่งตังโดย
คณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ทาหน้าที่ในการรับจดทะเบียน
สานกั งานสอบบัญชี การกาหนดหลักเกณฑ์ด้านการสอบบญั ชี การควบคมุ คุณภาพงานสอบบญั ชี จรรยาบรรณ
ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี และกาหนดมาตรฐานอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการออกรายงานการสอบบัญชีของ
ผู้ออกหลักทรัพย์การกากับดู และผู้สอบบัญชีที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทมหาชนจากัด การตรวจสอบ
และการดาเนินการทางวินัยต่อผู้สอบบัญชี การปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามความจาเป็นหรือความเหมาะสม รวมทัง
การบังคบั ใชก้ ฎหมายหรือข้อกาหนด มาตรฐานวชิ าชพี และการกระทาความผดิ ตามกฎหมายหลักทรัพย์ในส่วน
ท่ีเก่ียวข้องกับการตระเตรียมและการออกรายงานการสอบบัญชีรวมถึงหน้าที่และความรับผิดของผู้ทาบัญชีท่ี
เกย่ี วข้อง10
8 SoxLaw, <https://www.soxlaw.com> accessed 17 May 2022
9 ‘ SEC Issues Final Rule to Implement Audit Committee Requirements of Section 301 of Sarbanes- Oxley’
(perkinscoie.com, 5 May 2003) <https://www.perkinscoie.com/en/news-insights/sec-issues-final-rule-to-
implement-audit-committee-requirements.html> accessed 10 May 2022. Section 301 of the Sarbanes-Oxley
Act of 2002 (SOX); Rule 10A-3(b)(1)-(5) under Section 10A of the Exchange Act of 1934; Rule 5605(c)3 of
Nasdaq; Section 303A.06 of the NYSE Listed Company Manual.
10 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 101: Establishment; Duties of the Board.
วารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นดิ ้า ปที ่ี 11 ฉบบั ที่ 1/2565 59
ประเด็นสาคัญเร่ืองหน่ึงที่อยูในกฎหมายคือ เรื่องความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี11 โดยห้ามไม่ให้
สานักงานสอบบัญชีรับให้บริการอย่างอ่ืนเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานสอบบัญชี เช่น การรับทาบัญชี หรือ
งานใหบ้ รกิ ารอ่นื ที่เกย่ี วข้องกบั การบันทกึ รายการ หรือการจดั ทางบการเงินของลูกค้าทรี่ ับงานสอบบัญชีให้
ดังตัวอย่างของบริษัท Enron เน่ืองจากเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อาจทาให้ผู้สอบบัญชีไม่สามารถ
ตรวจสอบบญั ชไี ด้อยา่ งอสิ ระและขาดความเปน็ กลาง12
นอกจากนัน กฎหมายยังบังคับให้สานักงานสอบบัญชี จะต้องเปลี่ยนตัวผู้สอบบัญชีคนหลักท่ี
รับผิดชอบการตรวจสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีคนอ่ืนที่ร่วมงานสอบบัญชีของบริษัทลูกค้าทุก ๆ รอบ 5 ปี13
เพอื่ ไมใ่ หเ้ กิดความค้นุ เคยกับบริษัทลูกค้ามากเกนิ ไปจนมองไม่เห็นขอ้ ผิดพลาดทเี่ กิดขนึ
กฎหมายยังห้ามสานักงานสอบบัญชีรับงานตรวจสอบของบริษัท หากปรากฏว่าในรอบปีท่ีผ่านมา
สานักงานสอบบัญชีได้ว่าจ้างผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ CEO, Controller, CFO, CAO หรือผู้อานวยการฝ่าย
บญั ชีและการเงินหรือตาแหนง่ ท่ีเทยี บเทา่ ของบรษิ ัทมาดารงตาแหนง่ ในสานกั งานสอบบญั ชี14
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกาหนดของคณะกรรมการกากับดูแลการบัญชีและการสอบบัญชีของ
บริษัทมหาชนจากัดดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดและได้รับโทษตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ (The Exchange
Act of 1934)15
2. คณะกรรมการตรวจสอบ
กฎหมาย Sarbanes-Oxley Act กาหนดให้กรรมการตรวจสอบทุกคนต้องเป็นกรรมการอยู่ใน
คณะกรรมการบริษัทด้วย โดยมีหลกั การสาคญั วา่ คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีความเป็นอิสระ16
คาวา่ “ความเปน็ อิสระ” หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบไม่สามารถรบั เงินหรือผลประโยชน์
ตอบแทนอ่ืนใด (เช่น เงินเดือน รถประจาตาแหน่ง) นอกเหนือจากค่าตอบแทนโดยตาแหน่งคณะกรรมการ
ตรวจสอบ ทังนีเพ่อื ให้คณะกรรมการตรวจสอบทาหนา้ ท่ีได้อย่างอสิ ระและเปน็ กลางในฐานะกรรมการ ไม่ใช่ใน
ฐานะลกู จ้างหรอื ผบู้ รหิ าร
คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบในการแต่งตังผู้สอบบัญชีและการกาหนดค่าสอบบัญชี
รวมทงั อนมุ ัติงานให้บรกิ ารทุกอย่างทีส่ านกั งานสอบบญั ชเี สนอใหบ้ ริษทั ลูกคา้
ในกรณีท่ีมีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชี ระบบควบคุมภายในและการสอบบัญชี คณะกรรมการ
ตรวจสอบจะตอ้ งกาหนดวิธีการเพอื่ จดั การกบั ประเดน็ ปัญหาดงั กล่าว
กรรมการตรวจสอบทุกคนมีอานาจท่ีจะจัดการใหม้ ีที่ปรึกษาอิสระหรือบุคคลอ่ืนใดท่ีพจิ ารณาแล้วเห็น
ว่ามีความจาเป็นอย่างย่ิงในการปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบ ทังนี บริษัทมีหน้าที่ต้อง
รับผดิ ชอบในคา่ ใช้จ่ายตามจานวนท่เี หมาะสมให้แกค่ ณะกรรมการตรวจสอบด้วย17
ผู้สอบบัญชีจึงควรแน่ใจด้วยว่าคณะกรรมการตรวจสอบได้ทราบถึงขอบเขตและผลการตรวจ สอบซ่ึง
จะช่วยคณะกรรมการตรวจสอบในการกากับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินการจัดทา
11 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 201: Service Outside the Scope of Practice of Auditors;
Prohibited Activities.
12 ศิลปพร ศรจี น่ั เพชร, ‘กฎหมายกบั จริยธรรมธุรกจิ ’ (2549) 29 วารสารบริหารธรุ กจิ , 1-3.
13 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 203: Audit Partners Rotation.
14 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 206: Conflicts of Interest.
15 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 3: Commission Rules and Enforcement.
16 The Sarbanes-Oxley Act of 2002, Section 301: Public Company Audit Committees.
17 ศิลปพร ศรจี ั่นเพชร (n 12) 1-3.
60 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
คณะกรรมการตรวจสอบจึงมีบทบาทสาคัญในการติดต่อประสานงานกับผู้สอบบัญชีและผู้บริหารท่ีมีหน้าที่
รบั ผดิ ชอบในการจดั ทารายงานทางการเงิน18
2. พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กับบทบาทของผู้สอบบัญชีและ
คณะกรรมการตรวจสอบ
การตราพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และการจัดตังสานักงาน
คณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีเหตุผลและที่มาปรากฏอยู่ในหมายเหตุท้าย
พระราชบัญญัติฉบับนีว่า “โดยท่ีการพัฒนาตลาดทุนของประเทศท่ีผ่านมาได้มุ่งเน้นแต่ตลาดรองซ่ึงเป็น
การซือขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังขาดการพัฒนาตลาดแรกอันเป็นตลาดสาหรับหลักทรัพย์ออกใหม่ควบคู่
ไปด้วย ทาให้บทบาทท่ีสาคัญของตลาดรองในการเป็นตลาดท่ีสนับสนุนตลาดแรกไม่เกิดประสิทธิภาพอย่าง
เต็มที่ ดว้ ยเหตุนีจึงต้องเปดิ โอกาสให้มีการพฒั นาตลาดแรกไดก้ ว้างขวางขึนและใหม้ ีตราสารประเภทตา่ ง ๆ ได้
มากขึน เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการระดมทุน นอกจากนี โดยที่การควบคุมดูแลในเรื่องท่ีเก่ียวกับตลาดทุนมี
กฎหมายท่ีเก่ียวข้องหลายฉบับและอยู่ภายใต้ความรับผดิ ชอบของหลายหน่วยงาน ทาให้การกากับและพัฒนา
ตลาดทุนขาดความเป็นเอกภาพ ทังยังขาดมาตรการท่ีจะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สมควรมีกฎหมายและหน่วยงานท่ีเป็นศูนย์รวมในการกากับดูแลและพัฒนาตลาดทุนเพื่อให้
สามารถดาเนินงานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขึน จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัตินี19”
ในปี 2551 พระราชบญั ญัตหิ ลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ไดเ้ พิม่ หมวด 3/1 การบรหิ าร
กิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์20 โดยเร่ิมตังแต่ มาตรา 89/1 จนถึงมาตรา 89/32 ในส่วนท่ีเก่ียวกับ
การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์โดยกาหนดหน้าท่ีและความรับผิดชอบของกรรมการและ
ผู้บริหาร รวมทังบุคคลที่มีความเก่ียวข้องของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว มีเจตนารมณ์และความมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกากับดูแลกิจการท่ีดีของ
กรรมการและผบู้ ริหาร และให้นาบทบัญญัติในสว่ นที่เกี่ยวข้องกับหน้าทแ่ี ละความรับผิดชอบของกรรมการและ
ผู้บรหิ ารตามมาตรา 89/7 ถงึ มาตรา 89/21 รวมทงั บทกาหนดโทษท่ีเก่ยี วข้องมาใช้บังคบั กับบุคคลท่เี กี่ยวข้อง
โดยอนุโลม ได้แก่ ผู้บรหิ ารช่วั คราว ผู้ทาแผน ผ้บู รหิ ารแผน ผู้บรหิ ารแผนชว่ั คราวตามกฎหมายล้มละลาย และ
ในกรณีที่ผู้บริหารช่ัวคราว ผู้ทาแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราวเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึง
กรรมการและผู้บรหิ ารที่เก่ยี วขอ้ งกบั นติ ิบคุ คลนันดว้ ย และผชู้ าระบัญชี21
คานิยามของคาว่า “ผู้บริหาร” ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
หมายความว่า ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการบริหารงานของบริษัท ไม่ว่าโดยพฤติการณ์ หรือโดย
ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ทังนี ตามท่ีคณะกรรมการกากับตลาดทุนประกาศกาหนด ในปัจจุบันคือ
ประกาศของคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี ทจ. 72/2564 เรอื่ ง กาหนดตาแหน่งผู้บรหิ ารเพื่อการปฏิบัติตาม
18 เพ่ิงอ้าง
19 ชาลี จันทนย่ิงยง ทิพยสดุ า ถาวรามร และวรชั ญา ศรมี าจนั ทร์, 1 ทศวรรษ ก.ล.ต. : ทศวรรษแรกของ ก.ล.ต. กบั ตลาดทุน
ไทย (พ.ศ. 2535-2545) (สานกั งานคณะกรรมการกากับหลักทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ 2545) 3.
20 พระราชบัญญัติหลักทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2551 (n 3)
21 มาตรา 89/22 ใหน้ าบทบัญญัตใิ นส่วนทเี่ ก่ียวกับหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบของกรรมการและผูบ้ รหิ ารตามมาตรา 89/7 ถงึ
มาตรา 89/21 รวมทงั บทกาหนดโทษทเ่ี กี่ยวขอ้ งมาใช้บังคบั กบั บุคคลดงั ต่อไปนี โดยอนุโลม
(1) ผบู้ ริหารชวั่ คราว ผูท้ าแผน ผู้บรหิ ารแผน และผู้บรหิ ารแผนชวั่ คราวตามกฎหมายวา่ ด้วยลม้ ละลาย และในกรณี
ท่ีผู้บริหารช่ัวคราว ผู้ทาแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนช่ัวคราวเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงกรรมการและ
ผบู้ รหิ ารท่เี กีย่ วข้องของนติ ิบคุ คลนันด้วย
(2) ผ้ชู าระบญั ชี
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นิด้า ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 61
หมวด 3/1 แห่งพระราชบัญญตั ิหลักทรพั ย์และตลาดหลกั ทรัพย์ พ.ศ. 253522 ซึ่งกาหนดให้บุคคลท่ีมีตาแหน่ง
ตามตารางแนบท้ายประกาศนี เป็นผู้บริหารของบริษัทหรือบริษัทย่อยตามหมวด 3/1 แห่งพระราชบัญญัติ
หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์ พ.ศ. 2535 ได้แก่
(1) ผู้จดั การ
(2) ผดู้ ารงตาแหนง่ บริหาร 4 รายแรกนับตอ่ จากผู้จัดการลงมา
(3) ผซู้ ง่ึ ดารงตาแหน่งเทยี บเทา่ กบั ผูด้ ารงตาแหน่งบริหารรายที่ 4 ทุกราย
(4) ผู้ดารงตาแหน่งบริหารในสายงานบัญชีหรือการเงนิ ท่เี ป็นระดับผจู้ ัดการฝา่ ยขึนไปหรอื เทยี บเทา่
ประเด็นสาคัญ คือ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เพ่ิมเติมฉบับนี ได้เพ่ิมบทบาท
ของผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบ ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันน่าสงสัยว่า กรรมการ
ผู้จัดการ หรือบุคคลซ่ึงรับผิดชอบในการดาเนินการของนิติบุคคล อาจกระทาความผิดเก่ียวกับการบริหารงาน
ในลักษณะฉ้อฉล ตามมาตราท่ีระบุไว้ในมาตรา 89/25 ได้แก่ มาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 305 มาตรา
306 มาตรา 308 มาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 หรือ มาตรา 313 เชน่ การเบยี ดเบยี นเอา
ทรัพย์ของนิติบุคคลไปโดยทุจริต หรือการแสวงหาผลประโยชน์ท่ีมิควรได้โดยชอบตามกฎหมาย อันเป็นการ
เสียหายแก่นติ ิบคุ คล หรือเปลีย่ นแปลง ตัดทอน หรอื ปลอมบญั ชเี อกสาร เป็นตน้ ให้ผสู้ อบบญั ชีแจ้งข้อเท็จจริง
เก่ียวกับพฤติการณ์นันให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ เพื่อดาเนินการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า และให้
คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบเก่ียวกับพฤติการณ์อันน่าสงสัยไปยังสานักงาน ก.ล.ต. และ
ผู้สอบบัญชีทราบภายใน 30 วันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี ทังนี คณะกรรมการตรวจสอบ
ไม่ดาเนนิ การใหผ้ ู้สอบบัญชีแจง้ ให้สานกั งาน ก.ล.ต. ทราบ (มาตรา 89/25)23
หากผู้สอบบัญชีหรือคณะกรรมการตรวจสอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
100,000 บาท (มาตรา 281/8)24
ปัญหาที่จะต้องพิจารณาก็คือ คาว่า “พฤติการณ์อันน่าสงสัย” ตามมาตรา 89/25 นันเป็นอย่างไร
แม้ว่าสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การ
22 ประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี ทจ. 72/2564 เร่ือง กาหนดตาแหน่งผู้บริหารเพื่อการปฏิบัติตามหมวด 3/1 แห่ง
พระราชบญั ญตั ิหลักทรัพย์และตลาดหลกั ทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีผลใชบ้ ังคับตังแตว่ นั ที่ 16 มกราคม 2565
23 มาตรา 89/25 ในการสอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทตามมาตรฐานการสอบบัญชี ไม่ว่าจะกระทาในฐานะเป็น
ผูส้ อบบญั ชีของนิตบิ คุ คลดงั กลา่ วหรอื ในฐานะอนื่ ซง่ึ นติ ิบคุ คลดังกล่าวยินยอมให้สอบบัญชีก็ตาม ถ้าผู้สอบบญั ชีพบพฤตกิ ารณ์
อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดาเนินงานของนิติบุคคลดังกล่าวได้กระทาความผิดตาม
มาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 305 มาตรา 306 มาตรา 308 มาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 หรอื มาตรา
313 ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งข้อเทจ็ จริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลกั ทรพั ย์หรือบริษัทนัน
ทราบเพ่ือดาเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบในเบืองต้นใหแ้ ก่
สานกั งานและผู้สอบบัญชที ราบภายในสามสิบวนั นบั แต่วันทไี่ ด้รับแจ้งจากผสู้ อบบัญชี
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่ดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้สานักงานทราบพฤติการณ์อัน
ควรสงสัยท่ีต้องแจ้งตามวรรคหนึ่ง และวิธีการเพ่ือให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามท่ี
คณะกรรมการกากับตลาดทุนประกาศกาหนด
24 มาตรา 281/8 ผู้สอบบัญชีผู้ใดหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
มาตรา 89/25 ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินหนง่ึ แสนบาท
62 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
กาหนดพฤติการณ์อนั ควรสงสัยวา่ ทผี่ ู้สอบบัญชตี ้องแจ้งต่อคณะตรวจสอบ เพอื่ สรา้ งความชัดเจนในทางปฏิบัติ
ตามมาตราดงั กล่าว และส่งเสริมการดแู ลรกั ษาผลประโยชนข์ องผ้ลู งทุนให้มปี ระสิทธภิ าพมากขึน25
โปรดสังเกตว่าประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี ทจ. 48/2564 ดังกล่าวเพียงแต่กาหนด
หลักการแต่มิได้กาหนดรายละเอียดของคาว่า “พฤติการณ์อันน่าสงสัย” และวิธีการเพื่อให้ได้มาซ่ึง
ขอ้ เทจ็ จริงเกี่ยวกบั พฤติการณ์ดังกลา่ วซงึ่ ผวู้ จิ ยั จะไดก้ ลา่ วต่อไปในบทความนี
3. มาตรฐานวิชาชพี บญั ชี จรรยาบรรณวชิ าชพี บัญชี และข้อกาหนดของกฎหมายวิชาชพี บัญชีตาม
พระราชบญั ญัตวิ ิชาชพี บญั ชี พ.ศ. 2547
ตามประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนที่ ทจ. 48/2564 เรื่องพฤติการณ์อันควรสงสัยซึ่งผู้สอบ
บัญชีมีหน้าที่ต้องแจ้งตามมาตรา 89/5 และวิธีการเพ่ือให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ได้
กาหนดไว้ในข้อ 1 ว่าพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลท่ีรับผิดชอบในการดาเนินงาน
ของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทได้กระทาความผิดตามที่กาหนดไว้ในมาตรา 89/5 ซ่ึงผู้สอบบัญชีต้องแจ้ง
ข้อเท็จจริงเก่ียวกับพฤติกรรมดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนัน รวมทัง
วิธีการเพื่อให้ได้มาซ่ึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชี
จรรยาบรรณวิชาชพี บัญชแี ละขอ้ กาหนดของกฎหมายวชิ าชพี บญั ชี
ผู้วิจัยเข้าใจว่า มาตรฐานวิชาชีพบัญชี หมายถึง มาตรฐานการสอบบัญชี ซ่ึงตามคานิยามของ “วิชาชีพ
บัญชี” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 หมายความรวมถึงวิชาชีพด้านการสอบ
บญั ชดี ้วย26
มาตรฐานการสอบบัญชี ฉบับรหัส 20027 ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการสอบบัญชีมีข้อความว่า
“การตรวจสอบงบการเงิน มีวตั ถุประสงค์เพ่ือให้ผูส้ อบบัญชีสามารถแสดงความเห็นต่องบการเงนิ ว่า งบการเงนิ
นนั ไดจ้ ดั ทาในสว่ นสาระสาคัญเปน็ ไปตามแมบ่ ทการบัญชใี นการรายงานทางการเงนิ หรือไม่”
ดังนัน วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบงบการเงิน คือ การแสดงความเห็นว่างบการเงินนันได้แสดง
ฐานะการเงิน ผลการดาเนินงานและกระแสเงินสดของกิจการโดยถูกต้องตามควรในสาระสาคัญตามหลักการ
บัญชที ่รี บั รองท่ัวไปหรอื ไม่ ทาใหผ้ ูใ้ ชง้ บการเงินเพ่ิมความเชอื่ ม่นั ที่มตี ่องบการเงิน การปฏบิ ัตงิ านตามมาตรฐาน
การตรวจสอบการบัญชีและข้อกาหนดด้านจรรยาบรรณท่ีเก่ียวข้อง ทาให้ผู้สอบบัญชีสามารถแสดงความ
คิดเห็นดังกล่าวได2้ 8
จรรยาบรรณวิชาชีพสอบบัญชี หมายถึง ข้อกาหนดความประพฤติหรือวิธีปฏิบัติงานท่ีผู้ประกอบ
วิชาชีพสอบบัญชี หรือผู้สอบบัญชีอนุญาต ต้องยึดถือเพื่อดารงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพ และเสริมสร้างเกียรติ
ศกั ดิแ์ หง่ วชิ าชพี สอบบญั ชีให้เปน็ ที่ประจักษ์ต่อผู้ใช้งบและสาธารณะชนที่จะเชื่อถอื และไว้วางใจในผลงานของผู้
25 ประกาศคณะกรรมการกากบั ตลาดทุนที่ ทจ. 48/2564 เรอื่ ง พฤตกิ ารณอ์ ันน่าสงสัยซ่ึงผู้สอบบญั ชีมีหน้าที่ตอ้ งแจง้ ตาม
มาตรา 89/5 และวิธกี ารเพอื่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงขอ้ เทจ็ จริงเกย่ี วกับพฤตกิ ารณด์ ังกลา่ ว มผี ลใช้บงั คบั ตงั แตว่ ันท่ี 1 กรกฎาคม 2564
26 พระราชบัญญตั วิ ิชาชีพบญั ชี พ.ศ. 2547 ซงึ่ กาหนดว่าการทาบญั ชี การสอบบัญชี การบญั ชบี ริหาร การวางระบบบญั ชี การ
บัญชภี าษอี ากร การศกึ ษาและเทคโนโลยที างบัญชี หรอื บริการดา้ นอนื่ ถอื เปน็ การประกอบวชิ าชีพบัญชี สมควรสง่ เสรมิ ให้
ผปู้ ระกอบวชิ าชพี อยู่ภายใตก้ ารดแู ลของสภาวิชาชีพบญั ชีเดียวกัน เพ่ือใหผ้ ปู้ ระกอบวิชาชพี มคี ณุ ภาพและมาตรฐานและมี
ความกา้ วหนา้ ในวชิ าชีพ ตลอดจนเพ่อื ให้มกี ารควบคมุ จรรยาบรรณการประกอบวชิ าชีพ
27 ดมู าตรฐานการสอบบญั ชี รหสั 200 เร่ืองวตั ถุประสงคโ์ ดยรวมของผู้สอบบญั ชอี นญุ าตและการปฏิบัตงิ านตรวจสอบตาม
มาตรฐานการสอบบญั ชี วันท่ถี ือปฏิบตั ิ 1 มกราคม 2555 จดั ทาโดยคณะกรรมการวิชาชีพบญั ชดี า้ นการสอบบัญชี สภาวิชาชพี
บญั ชี
28 คณะบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง, เอกสารประกอบการบรรยาย ACC 3220 การสอบบัญชี บทที่ 2
<http://www.ba.ru.ac.th/document/ACC3220-chap2.pdf > สบื คน้ วันท่ี 15 พฤษภาคม 2565
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นิดา้ ปีท่ี 11 ฉบบั ที่ 1/2565 63
ประกอบวิชาชีพสอบบัญชี ทังนีหลักการพืนฐานของจรรยาบรรณวิชาชีพสอบบัญชี ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต
ความเท่ียงธรรมและความเป็นอิสระ ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใส่และการรักษามาตรฐานในการ
ปฏบิ ัตงิ าน การรักษาความลับ พฤตกิ รรมวิชาชพี และความโปรง่ ใส29
อย่างไรก็ดี หลักการพืนฐานของการตรวจสอบบัญชีท่ีสาคัญอีกประการหนึ่ง คือ การใช้วิจารณญาณ
ในการสังเกตและสงสัยเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ ดังท่ีปรากฎในการตรวจสอบพิเศษ (Special Audit) บมจ.
ปิคนิค ในปี 2548 ได้แก่ หลักฐานการสอบบัญชีที่ขัดแย้งกับหลักฐานอ่ืนท่ีได้รับ ข้อมูลที่ทาให้เกิดข้อสงสัย
เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเอกสารและคาตอบที่ได้รับจากการสอบถามซ่ึงจะใช้เป็นหลักฐานการสอบบัญชี
สถานการณ์ท่ีอาจแสดงให้เห็นถึงการทุจริตที่อาจเกิดขึน และสถานการณ์ที่ชีให้เห็นถึงความจาเป็นที่ต้องใช้
วิธีการตรวจสอบเพ่ิมเติมจากท่ีกาหนดโดยมาตรฐานการสอบบญั ชี30
กรณีศึกษาเกี่ยวกับความรับผดิ ทางอาญาของบริษัทและผู้บริหารของบรษิ ัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจากัด
(มหาชน) ซ่ึงเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากการทาทุจริตด้วยการถ่ายโอนกาไรของบริษัท
ไปสู่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีความเก่ียวโยงกับผูถ้ ือหุ้นรายใหญ่ โดยอาศัยบริษัทในเครือและการตกแตง่
บัญชเี ป็นเครื่องมือในการรับรู้รายได้และมูลค่าทรัพยส์ ินของบริษทั อันเป็นเท็จ ไมต่ รงต่อความเป็นจริง เพือ่ ลวง
ให้บุคคลทั่วไปเชื่อว่าบริษัทมีรายได้สูงขึน สามารถนาไปจ่ายเงินปันผลให้แก่นักลงทุนท่ีสนใจเข้ามาลงทุนกับ
บริษัท เม่ือบริษัททาสัญญาเช่าถังแก๊สกับคู่สัญญาแต่ไม่มีเจตนาให้มีผลผูกพันและปฏิบัติตามสัญญาอย่าง
แทจ้ ริง แต่ได้กระทาไปเพ่อื ตกแตง่ บัญชีของบริษัท ให้มกี าไรมากเพอ่ื ลวงคนท่ัวไป โดยนาส่งงบการเงนิ ประจาปี
2547 แก่ ก.ล.ต.ว่า ในปี 2547 มรี ายไดส้ งู ถึง 7,350,500,000 บาท มกี าไร 178,440,072 บาท จงึ ถือว่าบรษิ ัท
ส่งงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจาปี 2547 ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เง่ือนไข และวิธีการท่ี
คณะกรรมการกากับตลาดทุนกาหนด อันเป็นความผิดทางอาญา มีผลให้ผู้บริหารได้รับโทษจาคุกฐานเป็น
กรรมการของบริษัทมหาชนจากัด ร่วมกันทาหรือยินยอมให้ทาบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลไม่ถูกต้อง
ตรงต่อความเป็นจริงหรือเป็นเท็จ เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ถือเป็นกรณีศึกษาสาคัญของการตกแต่งบัญชีบริษัท
จดทะเบยี นในตลาดหลักทรพั ย์ของไทย31
ผู้วิจัยมีข้อสังเกตว่า เทคนิคในการตกแต่งบัญชีโดยให้ปิคนิคทาสัญญาเช่าถังแก๊สกับโรงบรรจุแก๊ส
คู่สัญญา แทนการได้รับมัดจาตามปกติทางการค้าของปิคนิค มีผลทาให้ปิคนิคสามารถแสดงฐานะทางการเงิน
และผลการดาเนินการดีกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสาคัญ เน่ืองจากการทาสัญญาเช่าแทนการวางเงินมัดจา
ทาให้สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างประกอบการรับรู้รายได้ค่าถังบรรจุแก๊สเร็วขึน โดยปี 2547 ปิคนิคมีรายได้
สูงขึนเกือบถึง 178.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.43 ของรายได้รวม และจะรับรู้รายได้ในปี 2548-2549 อีก
ปีละประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะทาให้กาไรสุทธิเพิ่มขึนร้อยละ 24.26 ของรายได้รวมทังที่ไม่มีผล
การดาเนินการในเชงิ เศรษฐกิจเกิดขนึ จรงิ
29 ดขู ้อบงั คับสภาวชิ าชีพบญั ชวี า่ ด้วยจรรยาบรรณของผปู้ ระกอบวิชาชพี บญั ชี พ.ศ. 2561 และประกาศสภาวชิ าชีพบัญชีที่
7/2562 เร่อื ง คมู่ อื ประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบญั ชี ณ วนั ท่ี 1 กมุ ภาพันธ์ 2562
30 คณะบรหิ ารธรุ กิจ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง, เอกสารประกอบการบรรยาย ACC 3220 การสอบบัญชี บทที่ 2 (n 28) 11
31 นเรศร์ เกษะประกร, ‘ความรบั ผดิ ทางอาญาของกรรมการบริษทั มหาชนจากัดเนอ่ื งจากการตกแต่งบญั ชีบรษิ ทั : กรณีศกึ ษา
บมจ. ปคิ นิค’ (รายงานสืบเนอื่ งจากการประกวดบทความวิจยั และกรณีศกึ ษาภาคโปสเตอร์ประจาปี 2559 สถาบนั บณั ฑิต
พฒั นบริหารศาสตร์ 2559) 482-503.
64 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ในวันท่ี 28 มิถุนายน 2548 สานักงาน ก.ล.ต. ได้ออกคาสั่งให้มีการ
ตรวจสอบบัญชีของปิคนิคเปน็ กรณีพิเศษ (Special Audit)32 และมีคาสั่งให้ปิคนิค ดาเนินการแก้ไขงบการเงิน
ประจาปี 2547 ที่สินสุด ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2547 ใหม่ ตามรายงานการตรวจสอบบัญชี นางสาว ศ. ผู้สอบ
บัญชีบริษัทสานักงาน อีแอนด์วาย จากัด33 ได้ให้ข้อสังเกตเก่ียวกับธรุ กรรมที่ผิดปกติของปิคนิคในสองประเด็น
สาคญั คอื
ประเดน็ ทีห่ นึ่ง การขายแกส๊ ให้กับโรงบรรจุแก๊ส จากเอกสารหลกั ฐานท่ไี ด้รับจากการตรวจสอบเห็นว่า
การขายแก๊สให้กับกลุ่มบริษัทโรงบรรจุแก๊สดังกล่าวเป็นการขายในราคาท่ีสูงกว่าปกติเนื่องจากพบว่า รายการ
ขายแกส๊ ของบรษิ ัทโรงบรรจแุ กส๊ ให้กบั ร้านคา้ ยอ่ ยจานวนไม่น้อยมรี าคาขายตา่ กว่าราคาท่ีซือมาจากปิคนิค
ประเด็นท่ีสอง ข้อสงสัยเกี่ยวกับการซือขายถังแก๊สว่าไม่มีจริง เนื่องจากในการซือถังแก๊สของปิคนิค
แทนที่บริษัทแสงทองไทย ฯ ผู้ผลิตถังแก๊ส จะส่งมอบถังให้แก่ปิคนิค กลับส่งมอบถังทังหมด ไปให้แก่บริษัทโรง
บรรจแุ ก๊สโดยตรงไม่ผ่านปิคนิค โดยมีตวั แทนของโรงบรรจแุ กส๊ เปน็ ผู้ลงนามรบั มอบถัง เพอื่ เปน็ หลกั ฐานให้แก่
ปิคนิค และผู้ตรวจสอบบัญชีพบว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าบริษัทโรงบรรจุแก๊ส ได้จัดทาเอกสารหลักฐาน และ
ทะเบียนคมุ ปริมาณถังแกส๊ ทสี่ ่งให้กบั รา้ นค้าย่อย จึงไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ และไมอ่ ยใู่ นวสิ ยั ที่จะทราบได้
อย่างแน่ชัดว่า ถังบรรจุแก๊สของปิคนิคอยู่ท่ีร้านค้าย่อยใดบ้าง และมีจานวนเท่าใด จากข้อมูลของบริษัทแสง
ทองไทย ฯ พบว่าได้รับในอนุญาตให้ผลิตถังแก๊สท่ีได้มาตรฐาน มอก.จากสานักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 ซ่ึงหมายความว่า สามารถเริ่มผลิตถังแก๊สอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้
เม่ือปลายปี 2547 แตข่ อ้ เท็จจรงิ พบว่าปิคนิควา่ ซอื ถังแก๊สจากบรษิ ัทแสงทองไทย ฯ ในปี 2547 เปน็ เงนิ 1,321
ล้านบาท หรือ คิดเป็นจานวนถังไม่ต่ากว่า 2.6 ล้านใบ ซ่ึงคาถามที่เกิดขึนคือ บริษัทแสงทองไทยฯ สามารถ
ผลิตถังส่งมอบจานวนมากดังกล่าวได้ทนั หรือไม่ และในต้นปี 2548 ปิคนิคได้ซือถังจากบริษัทแสงทองไทยฯอีก
456 ล้านบาทหรอื ประมาณ 1 ล้านใบ แตก่ ลมุ่ โรงบรรจแุ ก๊สไมย่ อมใหผ้ ู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบวา่ ถังแก๊สมีจริง
หรือไม่ อยู่ที่ไหนและปคิ นคิ ได้จ่ายเงนิ 1,777 ล้านบาทไปแลว้ หรอื ไม่
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบบัญชีพบว่าโรงบรรจุแก๊สทังหมด มีแผนกจัดซือ
แผนกบคุ คล แผนกบัญชแี ละแผนกการเงิน มีผดู้ แู ลจัดการเป็นผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่มบริษทั โรงบรรจุแกส๊ โดยมี
ทีมพนักงานประมาณ 10 คนที่ควบคุมดูแลงานด้านการบัญชี ซ่ึงทีมแผนกบัญชีของกลุ่มบริษัทโรงบรรจุแก๊ส
หรือเรียกว่า “สานักงานกลาง” มีท่ีตังอยู่ที่บ้านของผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่มบริษัทโรงบรรจุแก๊ส มีหน้าท่ีจัดทา
บัญชี เม่ือโรงบรรจุแก๊สทัง 10 แห่ง เมื่อมีรายได้มาจากทางใด เช่น จากการขายแก๊ส หรือรายได้อ่ืน ๆ ก็ต้อง
นาส่งให้แก่ "สานกั งานกลาง" ก่อนจะนาเงนิ ไปจา่ ยใหแ้ ก่ปิคนิค
จากประเดน็ ข้อสงสัยสรปุ ได้วา่ เม่ือบริษทั แสงทองไทย ฯ เป็นบรษิ ทั ท่ีมีความสัมพนั ธ์ใกล้ชดิ กับบริษัท
โรงบรรจุแก๊ส เป็นไปได้ว่าเงินค่าซือถังแก๊สที่ปิคนิคจ่ายให้แก่บริษัท แสงทองไทย ฯ จานวน 1,777 ล้านบาท
ต้องถูกนาส่งให้แก่สานักงานกลางของบริษัทโรงบรรจุแก๊สทัง 10 แห่งด้วย และเงินท่ีปิคนิคซือถังแก๊สจาก
บริษัทแสงทองไทย ฯ อาจถูกนามาจ่ายค่าแก๊สที่โรงบรรจุแก๊สซือจากปิคนิคเช่นกัน ในลักษณะอัฐยายซือขนม
ยาย ทาใหก้ จิ การของบริษทั ดดู กี วา่ ความเป็นจรงิ
32 คาส่ังคณะกรรมการกากบั หลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรพั ย์ ที่ กลต.ช. 933/2548 ลงวนั ท่ี 11 พฤษภาคม 2548 เรอื่ งการ
แกไ้ ขงบการเงนิ ประจาปี 2547.
33 สานกั งานคณะกรรมการกากบั หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์, หนังสอื นาส่งบรษิ ทั สานักงาน อแี อนด์วาย จากัด และ
บทสรปุ การตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ, กรงุ เทพฯ, ลงวนั ที่ 22 มถิ ุนายน 2548.
วารสารกฎหมายนติ พิ ัฒน์ นิดา้ ปีท่ี 11 ฉบบั ที่ 1/2565 65
กล่าวโดยสรุป กรณีศึกษา บมจ.ปิคนิค เป็นตัวอย่างและแนวทางการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชี ซ่ึง
เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพการสอบบัญชี จรรยาบรรณของผู้สอบบัญชีและการใช้วิจารณญาณในการ
สังเกตและสงสยั เยย่ี งผ้ปู ระกอบวิชาชีพตามทกี่ ฎหมายไดบ้ ัญญตั ิไว้
4. บทบาทและการทาหนา้ ทีข่ องคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบ คือ คณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการบริษัทท่ีเข้ามาช่วย
คณะกรรมการให้ปฏิบัตงิ านในประเด็นท่ีถกู มองข้ามและเพ่อื ให้กจิ การมีระบบการกากับดูแลกจิ การที่ดี34
บทบาทสาคัญของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างย่ิงในการเข้าไปดูแลสอดส่องความถูกต้องและความ
เหมาะสมในการดาเนินธุรกิจของกิจการ โดยเฉพาะเม่ือพบข้อบกพร่องหรือข้อสงสัยในเร่ืองใด ควรต้องเสนอ
รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพ่ือนาไปสู่การแก้ไขอย่างทันการณ์ ดังเช่น คณะกรรมการตรวจสอบของ
บริษัท WorldCom ได้แจ้งให้คณะกรรมการบริษัทเมื่อตรวจสอบพบการลงบัญชีที่ไม่เหมาะสมจนนาไปสู่การ
สอบสวนในท่สี ุด
กรณีศึกษาบริษัท WorldCom เร่ิมต้นเม่ือคณะกรรมการตรวจสอบ ได้รับรายงานจาก Cynthia
Cooper ซ่ึงดารงตาแหน่ง Vice President Internal ว่าตนได้ตรวจสอบการบันทึกรายการทางบัญชีของ
บริษัท และพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องในการบันทึกรายการทางบัญชี จึงมีการนาเสนอเร่ืองต่อ
คณะกรรมการตรวจสอบเพ่ือดาเนินการตรวจสอบต่อไป คณะกรรมการตรวจสอบพบว่ามีการลงบัญชีไม่
เหมาะสมโดยฝา่ ยบรหิ าร จึงได้รายงานไปยงั คณะกรรมการบริษทั WorldCom
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2545 หลังจากท่ีคณะกรรมการบริษัท ได้รับทราบรายงานของคณะกรรมการ
ตรวจสอบแลว้ พบวา่ บริษัทมีการบนั ทึกคา่ ใชจ้ ่ายประมาณ 3.8 พันลา้ นเหรียญสหรัฐ อยา่ งไมเ่ หมาะสม โดยได้
นาค่าใชจ้ า่ ย (Expense) จานวนดงั กล่าวไปบันทึกเป็นค่าใช้จา่ ยการลงทุน (Capital Account) ทงั นี คา่ ใช้จ่าย
ดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่ WorldCom ต้องจ่ายให้กับบริษัทอื่น เพ่ือให้ลูกค้าของตนสามารถเช่ือมต่อระบบสู่
เครือข่ายอื่นได้ (Line Costs) โดยในปี 2544 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในส่วนนีเท่ากับ 17.794 พันล้านเหรียญสหรฐั
แต่มีการนาส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายดังกล่าวจานวน 14.739 พันล้านเหรียญสหรัฐ ไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายการ
ลงทุน (Capital Account) ทาให้รายงานทางการเงินของบริษัทแสดงว่า บริษัทมีค่าใช้จ่ายในส่วนนีเพียง
3.055 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีกาไรก่อนหักภาษีเท่ากับ 2.293 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทังท่ีความจริงแล้ว
ต้องมียอดขาดทนุ 662 ล้านเหรยี ญสหรฐั
นอกจากนัน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2545 บริษัทมีค่าใช้จ่าย Line Costs เท่ากับ 4.276 พันล้าน
เหรียญสหรัฐ แต่มีการนาส่วนหน่ึงของค่าใช้จ่ายดังกล่าว จานวน 3.479 พันล้านเหรียญสหรัฐ ไปบันทึกเป็น
ค่าใช้จ่ายการลงทุน (Capital Account) ทาให้รายงานทางการเงินของบรษิ ัทแสดงว่าบริษัทมีคา่ ใช้จ่ายในส่วน
นเี พยี ง 797 ลา้ นเหรียญสหรฐั และมีกาไรก่อนหักภาษีเท่ากับ 240 ล้านเหรยี ญสหรัฐ ทงั ทีค่ วามจริงแลว้ ต้องมี
ยอดขาดทุน 557 ล้านเหรียญสหรัฐ ทงั นีการกระทาดงั กลา่ วไดจ้ ดั การและอนุมัติโดยฝา่ ยบริหาร35
ทังนี ได้การแต่งตังผู้สอบบัญชีใหม่ คือ KPMG แทน Arthur Andersen ซ่ึงมีปัญหาเรื่องความถูกต้อง
ในการสอบบัญชีของทังบรษิ ัท Enron และบริษทั WorldCom
ในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 และต้องเข้าสู่กระบวนการขอรับความ
ช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขท่ีสาคัญหลายประการ เช่น
การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนการออกกฎหมาย 11 ฉบับ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุนข้ามชาติเข้ามาใน
34 ตลาดหลกั ทรัพย์แหง่ ประเทศไทย, แนวทางปฏบิ ัติทดี่ ีของคณะกรรมการตรวจสอบ (กรุงเทพฯ, บญุ ศริ ิการพิมพ,์ 2542) หน้า 3
35 สมาคมส่งเสรมิ สถาบันกรรมการบริษัทไทย, ‘WorldCom : อีกหนง่ึ กรณีตวั อยา่ งของการบิดเบือนตัวเลขทางบัญชี 2006’
(เอกสารประกอบการบรรยายหลกั สูตร Director Certification Program (DCP), 2549)
66 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ประเทศไทย แต่ท่ีสาคัญก็คือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะต้องแต่งตังคณะกรรมการตรวจสอบขึน
เพื่อสอดส่องดูแลกิจการ และจัดให้มีระบบการควบคุมภายในเพ่ือความโปร่งใส เป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี
ตลอดจนผู้มสี ว่ นไดเ้ สยี เพ่อื ประโยชน์ตอ่ เศรษฐกจิ ของประเทศในขณะนนั
กฎหมายสาคัญที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการตรวจสอบ ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุน
ที่ ทจ. 39/2559 เร่ือง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่36 ซ่ึงอาศัยอานาจตามความ
ในมาตรา 16/6 และมาตรา 89/27 ประกอบมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2535 กาหนดให้บริษัทมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 3 คน ทังนีคณะกรรมการตรวจสอบต้องมี
องค์ประกอบและคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนชองการเป็นกรรมการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ ใน
ประกาศฉบับนี กลา่ วคือ ไม่เปน็ กรรมการทไ่ี ด้รับมอบหมายให้ตดั สินใจในการดาเนนิ งานของบริษทั บรษิ ัทใหญ่
บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลาดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท ไม่เป็น
กรรมการของบริษทั ใหญ่ บรษิ ัทยอ่ ย หรือบรษิ ทั ย่อยลาดับเดียวกนั เฉพาะท่ีเปน็ บริษัทจดทะเบยี น และเป็นผู้มี
ความรู้และประสบการณ์เพียงพอท่ีจะทาหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบทังนีต้องมีกรรมการตรวจสอบ
อยา่ งน้อย 1 คนท่ีมีความร้แู ละประสบการณ์เพยี งพอทีจ่ ะสามารถทาหน้าทใี่ นการสอบทานความน่าเชอ่ื ถือของ
งบการเงนิ 37
นอกจากนัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กาหนดให้บริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทต้องจัดให้
มีคณะกรรมการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันท่ี 31 ธันวาคม 2552 ทังนี คุณสมบัติและขอบเขตการ
ดาเนินงานของกรรมการตรวจสอบ ต้องเป็นไปตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เร่ืองคุณสมบัติ
และขอบเขตการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบลงวนั ท่ี 16 พฤษภาคม 2558 โดยมสี าระสาคัญดงั นี38
4.1 องค์ประกอบและคณุ สมบัติของกรรมการตรวจสอบ
นอกจากข้อ (1)- (9) ซ่ึงเป็นคุณสมบัติท่ัวไปของกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบต้องได้รับการ
แต่งตังจากคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทให้เป้นกรรมการตรวจสอบ โดยต้องมีองค์ประกอบ
และคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนชองการเป็นกรรมการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ในประกาศ
คณะกรรมการกากบั ตลาดทนุ ท่ี ทจ. 39/2559 ดงั ที่ได้กล่าวมา
4.2 หน้าที่และความรบั ผดิ ชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบมีดงั ต่อไปนี39
36 ประกาศคณะกรรมการกากบั ตลาดทนุ ท่ี ทจ. 39/2559 เร่ืองการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ข้อ
17 (3) “มีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 3 คน ซ่ึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี (ก) ได้รับแต่งตังจากคณะกรรมการหรือท่ี
ประชุมผู้ถือหุ้นของผู้ขออนุญาตให้เป็น กรรมการตรวจสอบ (ข) เป็นกรรมการอิสระท่ีเป็นไปตาม (2) และต้อง 1. ไม่เป็น
กรรมการท่ีได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ให้ตัดสินใจ ในการดาเนินกิจการของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย
บริษัทร่วม บริษัทย่อยลาดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของผู้ขออนุญาต และ 2. ไม่เป็นกรรมการของ
บรษิ ทั ใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลาดบั เดยี วกัน เฉพาะทเี่ ปน็ บริษัทจดทะเบยี น (ค) มหี น้าทีใ่ นลักษณะเดยี วกับที่กาหนด
ไว้ในประกาศตลาดหลักทรพั ย์แห่งประเทศไทยวา่ ด้วยคณุ สมบัติและขอบเขตการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ”
37 ประกาศคณะกรรมการกากบั ตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เร่ือง การขออนุญาตและการอนญุ าตให้เสนอขายหุ้นท่ีออกใหม่ข้อ
17 (1), (2), (3)
38 ประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เร่ือง คุณสมบัติและขอบเขตการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ.
2558 ข้อ 4 คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ของบริษัทต้องมีองค์ประกอบ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑท์ ่ี
กาหนดในประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทนุ
39 ประกาศตลาดหลักทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย เรือ่ ง คุณสมบตั ิและขอบเขตการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ.
2558 ข้อ 7.
วารสารกฎหมายนติ พิ ัฒน์ นิด้า ปีท่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 67
(1) สอบทานใหบ้ ริษัทมกี ารรายงานทางการเงนิ อย่างถูกต้องและเปดิ เผยอย่างเพียงพอ
(2) สอบทานให้บริษัทมีระบบควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายในท่ีเหมาะสมและมี
ประสิทธิภาพ และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบการ
พิจารณาแต่งตัง โยกย้ายเลิกจ้างหวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเก่ียวกับ
การตรวจสอบภายใน
(3) สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกาหนดของ
ตลาดหลกั ทรพั ย์ และกฎหมายท่ีเก่ยี วข้องกบั ธุรกิจของบริษัท
(4) พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตังบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพ่ือทาหน้าท่ีเปน็ ผสู้ อบบญั ชีและเสนอ
ค่าตอบแทน รวมทังเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อย
ปลี ะ 1 ครัง
(5) พิจารณารายการท่ีเก่ียวโยงกัน หรือรายการท่ีอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตาม
กฎหมายและข้อกาหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทังนี เพ่ือให้ม่ันใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็น
ประโยชน์สูงสุดตอ่ บริษัท
(6) จัดทารายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจาปีของบริษัท ซ่ึง
รายงานดงั กลา่ วลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบรายการดงั กลา่ วควรประกอบดว้ ยข้อมูลดงั ตอ่ ไปนี
- ความเห็นเกีย่ วกับความถูกต้อง ครบถว้ น เป็นท่เี ชอื่ ถอื ไดข้ องรายงานทางการเงินของบริษทั
- ความเหน็ เก่ยี วกับความเพยี งพอของระบบการควบคุมภายในของบริษทั
- ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ข้อกาหนด
ของตลาดหลักทรัพย์ หรอื กฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ งกับธุรกจิ ของบริษทั
- ความเห็นเกย่ี วกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
- ความเหน็ เกี่ยวกบั รายการทอี่ าจมีความขัดแยง้ ทางผลประโยชน์
- จานวนการประชมุ คณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบ
แตล่ ะท่าน
- ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมท่ีคณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าท่ีตาม
กฎบตั ร
- รายการอื่นใดท่ีเห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนท่ัวไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความ
รับผดิ ชอบท่ีได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบรษิ ทั
(7) ปฏิบัติการอื่นใดตามท่ีคณะกรรมการของบรษิ ัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ตรวจสอบ เชน่ ดูแลเรอื่ งการบริหารความเส่ยี งในกรณบี ริษัทยงั ไมไ่ ดแ้ ต่งตงั คณะกรรมการบริหารความเสย่ี งไว้
ในการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบนัน คณะกรรมการตรวจสอบต้องปฏิบัติหน้าท่ีให้
เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการตรวจสอบและโครงสร้างการควบคุมภายใน รวมทงั หน้าที่และความ
รับผิดชอบของกรรมการตรวจสอบ ตามที่คณะกรรมการของบริษัทกาหนดไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการ
ตรวจสอบของบรษิ ทั (Audit Committee Charter)40
40 The audit committee charter documents the purpose, structure internal controls and roles and
responsibilities of audit committee members <https://www.2.deloitte.com /za/en/pages/governance-risk-
and-compliance/articles/sample-audit-committee-char ter.html> accessed 12 May 2022.
68 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
4.3 การประชมุ คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบต้องจัดใหม้ กี ารประชุม เพื่อพิจารณาในเร่อื งดังตอ่ ไปนี41
(1) การพิจารณางบการเงินและรายงานทางการเงินท่ีเกี่ยวข้องหลักการบัญชี และวิธีปฏิบัติทางบัญชี
รวมถงึ การเปลี่ยนแปลงนโยบายบญั ชที ส่ี าคญั ก่อนนาเสนอตอ่ คณะกรรมการของบรษิ ทั เพ่ือเผยแพรแ่ กผ่ ถู้ ือหุ้น
และผลู้ งทนุ ทัว่ ไป
(2) การพิจารณาระบบการควบคุมภายใน การพิจารณาทบทวนแผนงานตรวจสอบภายในประจาปี
(Audit Plan) และการประเมนิ ผลการตรวจสอบ
(3) การพิจารณาร่วมกับผ้สู อบบญั ชถี งึ ปัญหาหรือข้อจากดั ที่เกิดขนึ จากการตรวจสอบงบการเงนิ และ
ทบทวนการปฏิบัติของผู้ตรวจสอบภายใน รวมทังการประเมินผลการตรวจสอบภายในร่วมกับผู้ตรวจสอบ
ภายในและผสู้ อบบญั ชี
(4) การปฏบิ ตั ติ ามพระราชบัญญตั หิ ลกั ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ขอ้ กาหนดของตลาดหลักทรพั ย์ ฯ
และกฎหมายท่เี กีย่ วข้องกบั ธุรกิจของบริษัท
(5) การพิจารณาทบทวนรายการท่ีอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น รายการท่ีเกี่ยว
โยงกนั บรษิ ัทจดทะเบียน ตามประกาศตลาดหลกั ทรพั ย์ ฯ
(6) การปฏบิ ตั ิการอื่นใดตามทีค่ ณะกรรมการของบรษิ ัทมอบหมาย เชน่ กากบั ดูแลระบบบริหารความ
เส่ยี งของบรษิ ทั ถ้าไม่มคี ณะกรรมการบริหารความเสย่ี ง
(7) การพิจารณาประเมินผลตนเองเก่ียวกับการปฏิบัติหน้าท่ีและความรับผิดชอบตามท่ีได้รับ
มอบหมาย
กรรมการตรวจสอบผู้ใดมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเร่ืองท่ีพิจารณาห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเร่ืองนัน
ในทางปฏิบัติการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบได้ให้ความสาคัญและใช้เวลาพิจารณา
สอบทาน ประเมินผลและให้ความเห็นรวมทังเป็นตัวกลางประสานกับผู้สอบบัญชี และฝ่ายบริหารของบริษัท
ทังนี อาจมกี ารประชมุ ร่วมกนั ระหวา่ งกรรมการตรวจสอบกับผสู้ อบบญั ชโี ดยไมม่ ฝี ่ายบรหิ ารของบริษัทเข้าร่วม
ประชมุ ด้วยเพอ่ื ใหท้ ุกฝา่ ยไดป้ รกึ ษาหารอื กนั อยา่ งอสิ ระ เชน่
- หนังสือแจ้งจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในท่ีมีสาระสาคัญ (Management Letter) เป็น
คาอธบิ าย ผลกระทบ และขอ้ เสนอแนะในการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนยั สาคัญ เชน่ นโยบายดา้ นการรกั ษาความ
ม่ันคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ การพัฒนา จัดหา และบารุงรักษาระบบสารสนเทศ การควบคุมการ
เขา้ ถึงระบบและข้อมูล การสารองขอ้ มูล การกขู้ ้อมูล การจัดลาดบั งานและการจัดการกับปัญหา
- รา่ งรายงานของผ้สู อบบัญชี เพื่อเสนอผถู้ อื หุน้ และคณะกรรมการของบริษัท
- เรอื่ งสาคัญในการตรวจสอบ (Key Audit Matters (KAM)) เชน่ รายการระหว่างกิจการและบุคคลที่
เกย่ี วข้อง การตงั สารองสินคา้ รับคนื การตงั สารองมลู คา่ ท่คี าดวา่ จะได้รับของสนิ ค้าคงเหลือ ความเสีย่ งการรับรู้
รายไดข้ องบรษิ ัท ณ สนิ ปี เป็นตน้
ตัวอยา่ ง
ผู้สอบบัญชี ได้รายงานคณะกรรมการตรวจสอบเป็นหนังสือ (Management Letter) เน่ืองจากได้
ตรวจสอบระบบควบคุมภายในของบริษัท เพ่ือให้ฝ่ายบริหารรับทราบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของผู้สอบ
บัญชี คณะกรรมการตรวจสอบจึงจัดการให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบกับผู้สอบ
บญั ชี เพ่ือสรปุ เป็นข้อเสนอแนะเพ่มิ เติมต่อฝ่ายบรหิ ารของบริษทั ดังต่อไปนี
41 ศิลปพร ศรจี ั่นเพชร (n 12) 1-3.
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นิดา้ ปที ่ี 11 ฉบับท่ี 1/2565 69
(1) บริษัทควรมีการลงลายมือชื่อผู้รับสินค้า (เจ้าหน้าที่คลังสินค้า) ในใบรับของและวันท่ีรับของ โดย
ให้ผูร้ บั สนิ คา้ ลงนามเพื่อยนิ ยันการรบั สินคา้ ที่ซือพร้อมวันที่ได้รับของ เพอื่ ประโยชน์ในการตรวจสอบว่า บรษิ ัท
ได้รับสินค้าถูกต้องตามงวดบัญชี และเพ่ือตรวจสอบว่าบริษัทได้รับสินค้าแล้ว ในกรณีที่ผู้ขายอ้างเหตุว่าได้ส่ง
สนิ ค้าแลว้ เพื่อเรยี กรอ้ งให้ชาระหนคี ่าสินค้า
(2) บรษิ ัทไม่มกี ารทบทวนวงเงนิ สนิ เช่อื สาหรับลูกคา้ แต่ละราย ซ่ึงการทบทวนลา่ สุดในปี 2016 ดังนัน
บริษัทควรมีการทบทวนวงเงินสินเช่ือสาหรับลูกค้าแต่ละราย โดยพิจารณาจากความสามารถในการจ่ายชาระ
เงิน ประวัติการจ่ายชาระเงิน และความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของลูกค้า การกาหนดวงเงินสินเชื่อด้งกล่าว
จะช่วยใหบ้ ริษัท สามารถประเมินความเสีย่ งในการเรยี กเก็บเงนิ จากลูกหนีการคา้ ได้เปน็ อย่างดี
(3) ผู้สอบบัญชีได้ส่งหนังสือยืนยันยอดเงินฝากธนาคาร (ต๋ัวสัญญาใช้เงิน เลขท่ี 1000926 ครบ
กาหนดไถถ่ อนวนั ท่ี 1/1/2019 จานวน 20 ลา้ นบาท) ใหก้ บั ธนาคารจีน (ประเทศไทย) จากัด (มหาชน) จานวน
2 ครัง แต่ไม่ได้รับคาตอบทัง 2 ครัง เน่ืองจากการส่งหนังสือยืนยันยอดการฝาก เป็นวิธีการตรวจสอบตาม
มาตรฐานการสอบบัญชี เพ่ือให้ไดห้ ลักฐานการสอบบญั ชที ่ีนา่ เช่ือถอื จากบุคคลภายนอก พร้อมแสดงรายการว่า
บริษัท มีภาระผูกพันจากการคาประกันหรือรายการใดหรือไม่ ดังนัน ผู้สอบบัญชีต้องการให้ฝ่ายบัญชีของ
บริษทั ช่วยตดิ ตามหนังสอื ยืนยันยอดที่สง่ ให้ได้รบั ตอบกลับ ถกู ตอ้ ง ครบถ้วนทกุ รายทส่ี ง่
(4) บริษัท ไม่มีการจัดทาทะเบียนคุมสัญญาทังหมดของบริษัท และสัญญาที่เกิดขึนในปี 2018 บาง
สญั ญายังลงนามไม่ครบถ้วนทังสองฝ่าย เชน่ สัญญาคา่ บารงุ รักษาระบบบริหารงานขาย สญั ญาค่าลิขสิทธ์ิ เปน็
ต้น ดังนันบริษัทควรมีการจดั ทาทะเบยี นคุมสญั ญาทังหมดของบริษัท เพ่ือใช้ในการอ้างอิงและค้นหาข้อมูลให้
เป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนีทะเบียนคุมสัญญายังเป็นศูนย์รวมข้อมูลที่สาคัญในการบริหารสัญญา รวมทัง
การจ่ายเงนิ ใหถ้ ูกต้องและสอดคล้องกบั สัญญา และใชใ้ นการจดั ทาข้อมูลเกี่ยวกบั ภาระผูกพันของสัญญาต่าง ๆ
ท่ีตอ้ งเปดิ เผยในงบการเงินของบรษิ ัท
(5) ขอ้ บกพรอ่ งจากการตรวจนบั สนิ ค้าคงเหลือปลายปี จากการตรวจสอบพบวา่
- คลังสินค้าเกรด B มีการจัดวางสินค้าอย่างไม่เป็นระเบียบ เช่น สินค้ารายการเดียวกันจัดเก็บ
กระจายกันหลายท่ี ไม่ได้ระบุสถานท่ีจัดเก็บไห้ชัดเจน สินค้าหลายรายการจัดเก็บรวมกันอยู่ในกล่องเดียวกัน
รวมทงั สินค้าบางรายการวางรวมกนั อยูก่ ับพนื ทาใหย้ ากตอ่ การตรวจนบั สินค้า
- สินค้าเกรด B จัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เรียบร้อย ทาให้สินค้าเส่ียงต่อการเสื่อมสภาพ และ
ชารดุ เสียหาย
- สนิ คา้ เกรด B บางรายการไม่มกี ารตดิ รหัสสินคา้ (บาร์โค้ด)
- สินค้าเกรด B มีการเปล่ียนแต่ไม่มีการขีดฆ่ารหัสสินค้า (บาร์โค้ด) ไม่มีการดึงรหัสสินค้า
(บาร์โค้ด) เดิมออกหรือไม่ติดรหัสสนิ ค้า (บาร์โค้ด) ใหม่ทับรหัสสินค้า (บาร์โค้ด) เดิมเพื่อให้รหัสสินค้าตรงตาม
รหัสสนิ คา้ ท่ถี กู ต้อง ทาให้ไมแ่ น่ใจว่าสนิ คา้ ท่ีทาการตรวจนับเปน็ รหสั สนิ คา้ (บาร์โค้ด) ใด
- คลังสินค้า Online ไม่มีระบบควบคุมการเข้าออกคลังสินค้า และติดตังวงจรปิดไม่คลอบคลุม
คลงั สนิ คา้ เพื่อใหก้ ารตรวจนบั สินค้าคงเหลอื ณ วันสนิ ปี เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
- บริษัทควรจะจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ เช่น สินค้ารายการเดียวกันควรจัดเก็บรวมอยู่ใน
สถานทเ่ี ดยี วกัน หรอื ระบสุ ถานทจ่ี ัดเก็บไห้ชัดเจน สินค้าแต่ละรายการไมค่ วรจัดเกบ็ รวมกนั อยู่ในกล่องเดียวกัน
- จัดเกบ็ ในบรรจภุ ณั ฑท์ ่เี รียบรอ้ ย เพือ่ ป้องกันสนิ ค้าเสือ่ มสภาพและชารดุ เสียหาย
- ติดรหัสสินค้า (บาร์โค้ด) ทุกรายการ เพื่อความถูกต้องของสินค้าและเพื่อความสะดวกรวดเรว็
สาหรับการตรวจนบั สนิ ค้า
70 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
- เปลี่ยนรหัสสินค้า (บาร์โค้ด) โดยการขีดฆ่า หรือดึงรหัสสินค้าเดิมออกหรือติดรหัสสินค้าใหม่
ทับรหสั สนิ ค้าเดิม เพ่อื ให้รหสั สินค้าตรงตามรหัสสินค้าท่ีถูกต้อง และเพ่อื ความสะดวกรวดเร็วสาหรบั การตรวจ
นบั สนิ คา้
- มีระบบควบคุมการเข้าออกคลังสินค้า เช่น การลงลายมือช่ือพนักงานเข้า-ออกคลังสินค้าทุก
ครัง รวมทังผู้เข้า-ออกคลังสินค้าต้องเป็นผู้ที่เก่ียวข้อง และได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคลังสินค้า และการติดตัง
วงจรปดิ เพิ่มเตมิ ใหค้ ลอบคลมุ พนื ท่ี เป็นตน้ เพื่อปอ้ งกนั ผูท้ ่ไี มเ่ กย่ี วข้องเขา้ -ออกคลังสนิ ค้า รวมถึงปอ้ งกันสินค้า
สญู หาย
(6) บริษัทใช้รหัสบันทึกบัญชีอสังหาริมทรัพย์เพ่ือการลงทุน รวมกับบัญชีท่ีดินและอาคารของบริษัท
ซึ่งไม่ถูกต้อง บริษัทควรแยกรหสั บันทึกบัญชอี สงั หาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ออกจากบัญชีที่ดินและอาคารของ
บรษิ ัท เพ่อื ความถูกต้องในการบันทกึ บญั ชี และเพือ่ ความสะดวกรวดเรว็ ในการจดั ทางบการเงนิ
(7) รายการปรับปรุงบัญชีมีปริมาณมากผิดปกติเนื่องจากฝ่ายบัญชีมีการสอบทานข้อมูลและ
รายละเอียดประกอบงบการเงินก่อนส่งให้ผู้สอบบัญชี แต่ยังมีรายการท่ีไม่ถูกต้อง จึงมีรายการปรับปรุงเป็น
จานวนมากหลังจากส่งข้อมูลต่าง ๆ มาให้ผู้สอบบัญชีแล้ว โดยรายการปรับปรุงสาหรับปีสินสุดวันที่ 31
ธันวาคม 2561 ภายหลังจากส่งงบทดลองชุดแรกให้กับผู้สอบบัญชีมีจานวน 63 รายการ ดังนัน ทาให้ผู้สอบ
บัญชีต้องใช้เวลาในการตรวจสอบมากขึนจากเดิมตามแผนที่วางไว้และส่งผลให้การจัดทางบการเงินรว มล่าช้า
ไปด้วย ดังนันฝ่ายบัญชีควรเพ่ิมความละเอียดรอบคอบในการจัดทาและสอบทาน ข้อมูลและรายละเอียด
ประกอบงบการเงินต่าง ๆ ก่อนท่ีจะส่งให้กับทีมตรวจสอบเพื่อความถูกต้องและให้งานตรวจสอบเป็นไปอย่าง
รวดเร็วตรงตามระยะเวลาทไี่ ดว้ างแผนไวส้ าหรบั การตรวจสอบงบการเงิน
(8) ไม่มีหลักฐานการอนุมัติส่วนลด เนื่องจากบริษัทไม่มีการจัดทาเอกสารใบอนุมัติส่วนลดโปรโมชั่น
การขาย ดงั นนั บริษัทควรมกี ารจัดทาเอกสารใบอนมุ ตั ิสว่ นลดให้ชดั เจนเพ่ือใหส้ ามารถตรวจสอบไดโ้ ดยง่ายและ
ช่วยลดความเส่ียงในการบันทึกบัญชีผิดและความเส่ียงจากความผิดพลาดท่ีเกิดขึนทังตังใจและไม่ตังใจ และ
เพือ่ เป็นการเพิม่ ประสทิ ธิภาพในการควบคมุ ภายในของบรษิ ทั
4.4 การรายงานตอ่ คณะกรรมการบรษิ ทั หรอื หน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
กรณีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง42 ในการปฏิบัติหน้าที่ของ
คณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสยั ว่ามรี ายการหรือการกระทาดงั ตอ่ ไปนี ซ่งึ อาจมผี ลกระทบอย่าง
มีนัยสาคัญต่อฐานะการเงินและผลการดาเนินการของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อ
คณะกรรมการของบรษิ ทั เพ่ือดาเนินการปรบั ปรงุ แกไ้ ขภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
(1) รายงานทเี่ กดิ ความขัดแยง้ ทางผลประโยชน์
(2) การทุจรติ หรอื มสี ่ิงผดิ ปกติหรอื มีความบกพร่องทส่ี าคัญในระบบควบคุมภายใน
(3) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกาหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือ
กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งกบั ธุรกจิ ของบริษัท
หากคณะกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดาเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง
กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทาตามวรรคหน่ึงต่อสานักงานกากับ
หลักทรพั ย์และตลาดหลกั ทรัพย์หรือตลาดหลกั ทรัพย์
กล่าวโดยสรุป การแต่งตังคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการ
บริษัท ถือเป็นกลไกสาคัญในการกากับดูแลกิจการท่ีดี เนื่องจากเป็นบุคคลท่ีช่วยคณะกรรมการบริษัทในการ
42 ประกาศตลาดหลักทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย เรื่อง คณุ สมบัติและขอบเขตการดาเนนิ งานของคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ.
2558 ข้อ 8.
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นดิ ้า ปที ี่ 11 ฉบับท่ี 1/2565 71
สอบทานรายงานทางการเงินการสอบทานระบบควบคุมภายใน และการสอบทานข้อมูลอ่ืนนอกเหนือจาก
รายงานทางการเงิน รวมทังบทบาทด้านการกากับดูแลระบบบริหารความเสี่ยง ในกรณีบริษัทยังไม่ได้จัดตัง
คณะกรรมการบริหารความเส่ียงขนึ
5. แนวทางปฏิบัตขิ องการทางานรว่ มกันของผู้สอบบญั ชีและคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา 89/25
แหง่ พระราชบัญญัตหิ ลักทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรพั ย์ พ.ศ. 2535
เพ่ือให้การปฏิบัติหน้าที่ผู้สอบบัญชี เป็นไปตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ท่ีว่าในการสอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทตามมาตรฐานการสอบ
บัญชี ไม่ว่าจะกระทาในฐานะเป็นผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวหรือในฐานะอ่ืน ซ่ึงนิติบุคคลดังกล่าว
ยินยอมให้สอบบัญชีก็ตาม ถ้าผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่ง
รบั ผดิ ชอบในการดาเนินงานของนติ บิ ุคคลดังกล่าวไดก้ ระทาความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 305
มาตรา 306 มาตรา 308 มาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 หรือมาตรา 313 ให้ผู้สอบบัญชี
แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนัน
ทราบเพ่ือดาเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไมช่ ักช้า และใหค้ ณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบใน
เบอื งต้นให้แก่สานกั งานและผสู้ อบบญั ชีทราบภายในสามสิบวันนับแตว่ ันทไ่ี ด้รบั แจ้งจากผู้สอบบัญชี
ในกรณีท่ีคณะกรรมการตรวจสอบไม่ดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้สานักงานทราบ
พฤติการณ์อันควรสงสัยท่ีต้องแจ้งตามวรรคหนึ่ง และวิธีการเพ่ือให้ได้มาซ่ึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์
ดังกลา่ ว ใหเ้ ป็นไปตามท่ีคณะกรรมการกากบั ตลาดทนุ ประกาศกาหนด
ต่อมา ได้มีการออกประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี ทจ. 48/2564 เร่ือง พฤติการณ์อันควร
สงสยั ซึ่งผู้สอบบญั ชีมีหน้าท่ีต้องแจง้ ตามมาตรา 89/5 และวิธกี ารเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกีย่ วกับพฤติการณ์
ดังกล่าว ซึ่งเป็นการขยายความจากที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ฯ บัญญัติไว้ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า
การออกประกาศคณะกรรมการกากบั ตลาดทนุ ฯ ดังกล่าวกย็ ังขาดความชัดเจน เน่ืองจากถ้อยคาในประกาศนี
กาหนดแต่เพียงว่า พฤติการณ์อันควรสงสัยว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลท่ีรับผิดชอบในการดาเนินงาน
ของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทได้กระทาความผิดตามที่กาหนดไว้ในมาตรา 89/5 ซ่ึงผู้สอบบัญชีต้องแจ้ง
ข้อเท็จจริงเก่ียวกับพฤติกรรมดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนัน รวมทัง
วิธีการเพ่ือให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชี
จรรยาบรรณวิชาชพี บัญชี และขอ้ กาหนดของกฎหมายวิชาชีพบัญชี
ผู้วิจัยมีความเห็นว่า “พฤติการณ์อันน่าสงสัย” ตามมาตรา 89/25 เริ่มต้นจากการทางานของผู้สอบ
บัญชีทาหน้าที่ตรวจสอบบัญชีไปตามมาตรฐานวชิ าชพี ด้านการสอบบัญชี จรรยาบรรณของผู้สอบบัญชี โดยใช้
วิจารณญาณในการสังเกตและสงสัยเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ ดังที่ปรากฎในการตรวจสอบพิเศษ (Special
Audit) บมจ.ปิคนิค ในปี 2548 หากพบหลักฐานท่ีส่อไปในทางทุจริตหรือมีความไม่ตรงกันของเอกสารให้ตัง
ข้อสังเกตหรือตังข้อสงสยั ไว้เพื่อสอบถามผู้ท่ีเก่ียวข้อง รวมถึงการตรวจสอบเพิ่มเติมตามสถานการณ์และความ
จาเปน็ นอกเหนือจากการตรวจสอบตามมาตรฐานของการสอบบญั ชี หากผูส้ อบบญั ชีพบความไม่ชอบมาพากล
หรือข้อไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมใด ๆ ในการบันทึกบัญชีให้รายงานคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อดาเนินการ
แก้ไขให้ทันท่วงที ดังตัวอย่างเช่น ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท Enron ได้ดาเนินการแจ้งคณะกรรมการ
ตรวจสอบ เนื่องจาก สานักงานสอบบัญชี Arthur Andersen ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพของผู้สอบบัญชี
เพราะ Arthur Andersen เป็นผู้ให้บริการอย่างอ่ืนนอกเหนือจากการรับสอบบัญชีให้แก่บริษัท Enron ซ่ึงถือ
ว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกัน เช่น การรับงานบริการตรวจสอบภายใน หรือการเป็นที่ปรึกษาในการ
บันทึกรายการ หรอื การจดั ทางบการเงินของบริษัทซ่งึ ตนต้องมีหนา้ ทต่ี รวจสอบ
72 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ดังท่ีกล่าวมา แนวทางปฏิบัติงานร่วมกันของผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบคือ การประชุม
วาระพเิ ศษระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบกับผ้สู อบบัญชีโดยไมม่ ีฝ่ายบรหิ ารรว่ มประชุมด้วย โดยผสู้ อบบัญชี
จะนาประเดน็ ท่ไี ด้มาจากการตรวจสอบบัญชมี านาเสนอตอ่ คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทราบและหาทางแก้ไข
ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าเป็นไปตามหลักการและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ตวั อยา่ ง
คณะกรรมการตรวจสอบประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี มีข้อสรุปว่า ระบบควบคุมภายในของบริษัทยังมี
ข้อบกพร่องอยู่หลายประการ ขาดการควบคุมภายในท่ีรัดกุมมีความเส่ียงในด้านทุจริต ดังนัน คณะกรรมการ
ตรวจสอบจงึ ให้บรษิ ทั แก้ไข ดงั นี
1) ไมม่ ีทะเบียนคุมเชค็
2) กรรมการบางคน มอี านาจอนุมัติ ส่ังจ่ายเชค็ ได้สูงถึง 100 ล้านบาท
3) พนักงานดา้ นบัญชยี ังไมม่ คี ณุ ภาพเพียงพอกับธรุ กรรมที่ซับซ้อนมากขนึ ซึง่ จะเกิดขนึ ในอนาคต
4) ผูเ้ ก็บรักษาเงนิ สดในมอื เป็นคนเดียวกับผู้บนั ทกึ บญั ชี มคี วามเสย่ี งในดา้ นทจุ ริต
อย่างไรก็ดี หากผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ
ในการดาเนินงานของนิติบุคคลดังกล่าวได้กระทาความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง มาตรา 305 มาตรา
306 มาตรา 308 มาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 หรือมาตรา 31343 ให้ผู้สอบบัญชี
43 มาตรา 281/2 วรรคสอง ในกรณีท่ีผกู้ ระทาความผิดตามวรรคหน่ึง ได้แก่ กรรมการหรอื ผู้บริหารบริษัทผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ดว้ ยความรับผดิ ชอบ ความระมดั ระวงั และความซ่ือสัตย์สจุ ริต ตามมาตรา 89/7 จนเปน็ เหตุให้บริษัทไดร้ บั ความเสียหายหรือ
ทาใหต้ นเองหรือผู้อนื่ ได้รบั ประโยชนจ์ ากการฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั หิ น้าที่ดังกล่าวไดก้ ระทาโดยทจุ รติ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกิน
หา้ ปีหรือปรับไม่เกนิ สองเท่าของค่าเสยี หายทเ่ี กิดขึนหรือประโยชนท์ ีไ่ ด้รับ แต่ทงั นี คา่ ปรับดงั กลา่ วตอ้ งไม่ต่ากว่าหน่ึงล้านบาท
หรือทังจาทงั ปรับ
มาตรา 305 ผู้ใดทาให้เสียหาย ทาลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทาให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ
อันพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา 264 ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าท่จี ะ
รักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนนั ไว้เอง หรอื สง่ั ใหผ้ นู้ ันหรือผอู้ ่ืนสง่ หรือรักษาไว้ก็ตาม ตอ้ งระวางโทษจาคุกตังแต่หกเดือนถึงสามปี
และปรับตังแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
มาตรา 306 กรรมการ ผจู้ ดั การ หรือบุคคลใดซึง่ รับผดิ ชอบในการดาเนินงานของนติ ิบุคคลใดตามพระราชบญั ญัตนิ ี โดยทจุ ริต
หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซ่ึงควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และ
โดยการหลอกลวงดงั ว่านนั ได้ไปซึง่ ทรัพยส์ นิ จากประชาชนผู้ถกู หลอกลวง หรอื บคุ คลท่ีสาม หรอื ทาให้ประชาชนผถู้ ูกหลอกลวง
หรอื บุคคลท่ีสามทา ถอน หรอื ทาลายเอกสารสทิ ธิ ตอ้ งระวางโทษจาคุกตงั แตห่ า้ ปถี ึงสิบปี และปรบั ตังแต่ห้าแสนบาทถงึ หนึ่ง
ลา้ นบาท
มาตรา 308 กรรมการ ผจู้ ัดการ หรือบุคคลใดซ่ึงรบั ผดิ ชอบในการดาเนนิ งานของนติ บิ ุคคลใดตามพระราชบัญญตั นิ ี ครอบครอง
ทรัพย์ซึ่งเป็นของนิติบุคคลดังกล่าว หรือซ่ึงนิติบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นันเป็นของตนหรือ
บุคคลทีส่ ามโดยทจุ ริต ตอ้ งระวางโทษจาคุกตงั แต่หา้ ปถี ึงสบิ ปี และปรบั ตังแต่ห้าแสนบาทถึงหนงึ่ ลา้ นบาท
มาตรา 309 กรรมการ ผจู้ ดั การ หรอื บคุ คลใดซึง่ รับผดิ ชอบในการดาเนนิ งานของนิตบิ ุคคลใดตามพระราชบัญญตั ินี เอาไปเสีย
ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาให้เสื่อมค่าหรือทาให้ไร้ประโยชน์ซ่ึงทรัพย์สินอันนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลหรือท่ีอยู่ในความ
ครอบครองของนิตบิ คุ คลนนั ถา้ ได้กระทาเพ่อื ให้เกดิ ความเสยี หายแกผ่ ู้อื่นหรอื ประชาชน ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี และ
ปรบั ไมเ่ กินหา้ แสนบาท
มาตรา 310 กรรมการ ผจู้ ดั การ หรอื บุคคลใดซงึ่ รบั ผิดชอบในการดาเนินงานของนติ บิ ุคคลใดตามพระราชบัญญัตนิ ี รวู้ า่ เจ้าหนี
ของนิติบุคคลดงั กลา่ ว หรอื เจา้ หนีของบุคคลอื่นซ่ึงจะใช้สิทธิของเจ้าหนีนติ ิบุคคลนันบังคับการชาระหนีจากนิตบิ ุคคล ใช้หรอื น่าจะ
ใช้สทิ ธิเรียกร้องทางศาลให้ชาระหนี
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นดิ ้า ปีท่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 73
แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนัน
ทราบเพื่อดาเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไมช่ ักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบใน
เบอื งต้นให้แก่สานักงานและผู้สอบบญั ชที ราบภายในสามสบิ วนั นับแต่วันท่ีไดร้ ับแจ้งจากผู้สอบบัญชี หากผสู้ อบ
บัญชีหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 89/25 ต้องระวางโทษปรบั ไม่
เกนิ หน่งึ แสนบาท44
สรุป
ผลของการเพ่ิมเติมหมวด 3/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
สว่ นใหญม่ ีผลกระทบกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ กรรมการและผู้บริหารในภาพรวม อย่างไรกด็ ี คณะกรรมการ
ตรวจสอบและผู้สอบบัญชีของบริษัทก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 89/25
กล่าวคอื การทางานร่วมกนั เมือ่ ตรวจพบว่ากรรมการและผู้บริหารบรษิ ัทมีพฤติการณ์อันควรสงสัยวา่ ได้กระทา
ความผิดตามท่กี ฎหมายได้บญั ญัตไิ ว้
ผู้วิจัยมีข้อสังเกตว่าพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการและผู้บริหารบริษัทได้กระทาความผิดตามที่
บัญญัติไว้ในมาตรา 89/25 สะท้อนถึงความผิดพลาดท่ีมีสาเหตุจากการกระทาโดยเจตนาหรือจงใจของ
กรรมการหริอผู้บรหิ ารมากกว่าความผิดพลาดที่เกดิ จากความประมาทเลินเล่อ เนอ่ื งจากกิจการในระดับบริษัท
จดทะเบียนนันไม่ว่าจะในประเทศใด มักสามารถว่าจ้างบุคคลที่มีความสามารถสูง และมีระบบสารสนเทศท่ีมี
ประสิทธิภาพรองรับอยู่แล้ว นอกจากนันรายการบัญชีทุกรายการต้องผ่านการทบทวนของพนักงานบัญชีและ
ผูบ้ รหิ ารฝ่ายบัญชีหลายระดับก่อนการบันทึกรายการจริง และในทา้ ยทส่ี ดุ งบการเงินยังต้องผ่านการตรวจสอบ
โดยผูส้ อบบัญชอี นุญาตอกี ชนั หนึง่ ก่อนนาเสนอ45
บทเรียนจากบริษัท Enron และบริษัท WorldCom ชีให้เห็นความผิดพลาดและความล้มเหลวของ
การจัดทารายงานทางการเงินโดยฉ้อฉลของฝ่ายบริหาร และการตรวจสอบบัญชีโดยสานักงานผู้สอบบัญชี
ภายนอกซ่ึงขาดความเป็นอิสระ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพอันเนื่องมาจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สอบบัญชีกับงานให้บริการเกี่ยวกับการจัดทางบการเงิน ทาให้ผู้สอบบัญชีไม่
สามารถตรวจสอบบญั ชี ไดอ้ ย่างอิสระและขาดความเปน็ กลาง
(1) ย้ายไปเสยี ซอ่ นเรน้ หรือโอนไปใหแ้ ก่ผูอ้ น่ื ซ่ึงทรัพย์สินของนิติบุคคลนนั หรือ
(2) แกล้งใหน้ ติ ิบคุ คลนันเป็นหนซี ง่ึ ไม่เป็นความจริง
ถ้าได้กระทาเพ่ือมิให้เจ้าหนีได้รับชาระหนีทังหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจาคุกตังแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตังแต่ห้าแสน
บาทถงึ หน่งึ ล้านบาท
มาตรา 311 กรรมการ ผ้จู ัดการ หรอื บุคคลใดซงึ่ รบั ผิดชอบในการดาเนนิ งานของนติ บิ ุคคลใดตามพระราชบญั ญตั ินี กระทาการ
หรือไม่กระทาการเพ่ือแสวงหาประโยชน์ท่ีมคิ วรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพ่ือตนเองหรือผู้อ่ืนอันเป็นการเสยี หายแก่นิติบคุ คล
นัน ต้องระวางโทษจาคุกตงั แตห่ ้าปีถึงสบิ ปี และปรับตงั แตห่ ้าแสนบาทถึงหนงึ่ ล้านบาท
มาตรา 312 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดาเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี กระทา
หรอื ยินยอมให้กระทาการดังตอ่ ไปนี
(1) ทาให้เสียหาย ทาลาย เปล่ียนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่
เกี่ยวกบั นติ ิบคุ คลดังกล่าว
(2) ลงขอ้ ความเท็จหรอื ไมล่ งข้อความสาคัญในบญั ชหี รือเอกสารของนิติบคุ คลหรอื ที่เก่ยี วกบั นิติบุคคลนนั หรือ
(3) ทาบญั ชไี ม่ครบถว้ น ไม่ถูกตอ้ ง ไมเ่ ป็นปัจจบุ นั หรอื ไม่ตรงตอ่ ความเปน็ จริง
44 มาตรา 281/8 ผู้สอบบัญชีผู้ใดหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
มาตรา 89/25 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนงึ่ แสนบาท
45 สรุ ศกั ดิ์ ไชยธนกจิ (n 2) 447.
74 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ผู้วิจัยเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพนันต้อง
ให้ความสาคัญในหา้ ประเด็นสาคญั ดังตอ่ ไปนี
ประเด็นท่ีหน่ึง คือ การเสริมสร้างความเป็นอิสระของคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีซ่ึง
สอดคล้องกับรายงานของคณะกรรมาธิการกิจการรัฐบาลของวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาซึ่งจัดทาโดย
คณะอนุกรรมาธิการสอบสวนเร่ืองบทบาทของคณะกรรมการบริษัทกรณีการล้มสลายของบริษัท Enron เมื่อ
วนั ที่ 8 กรกฎาคม ปี 200246 ได้ใหค้ าแนะนาไวใ้ นรายงาน ดังนี
คณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และองค์กรที่กากับดูแลตนเองซ่ึงรวมถึงตลาด
หลักทรัพย์แห่งชาติควรต้องเสริมสร้าง “ความเป็นอิสระ” ของกรรมการอิสระ คณะกรรมการตรวจสอบ
และผสู้ อบบัญชใี หม้ ากขึนกว่าเดิม ได้แก่
1. กรรมการอิสระส่วนใหญ่ของบริษัทมหาชนจากัด ต้องปลอดจากความสัมพันธ์ทางการเงิน ท่ีมี
นัยสาคัญกับบรษิ ัท นอกเหนอื จากค่าตอบแทนกรรมการตามปกติ
2. คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมหาชนจากัด ต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเช่ียวชาญด้าน
บัญชีและการเงิน และต้องจัดให้มีกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรเพ่ือกาหนดให้
คณะกรรมการตรวจสอบต้องผูกพันกับหน้าที่ของตนตามกฎบัตรในการกากับดูแลรายงานทางการเงิน และ
แนวปฏิบตั ิทางบัญชี รวมถงึ การมีอานาจในการจา้ งและเลิกจ้างผู้สอบบัญชภี ายนอก
3. เสริมสร้างความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี รวมถึงการห้ามมิให้ผู้สอบบัญชีภายนอกรับทางาน
ให้บริการงานด้านตรวจสอบภายใน หรือการให้คาปรึกษาแก่บริษัท ภายในช่วงเวลาเดียวกันกับงานตรวจสอบ
บัญชี รวมทงั การหา้ มมิให้ผู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบงานของตวั เองที่ไดท้ าให้บริษทั
ประเด็นท่ีสอง คือ การใช้วิจารณญาณในการสังเกตและสงสัยเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพดังเช่น
กรณีศึกษา บมจ. ปิคนิค นอกเหนือจากตรวจสอบบัญชีไปตามมาตรฐานวิชาชีพด้านการสอบบัญชี
จรรยาบรรณของผู้สอบบัญชี และข้อกาหนดของกฎหมายวิชาชีพบัญชี โดยเฉพาะอย่างย่ิงผู้สอบบัญชีของ
บรษิ ทั จดทะเบยี น ซ่งึ เป็นบุคคลภายนอกท่ีเข้ามาตรวจสอบให้งบการเงินเปน็ ไปตามมาตรฐานการบญั ชีโดยการ
แสดงความเห็นต่อความถูกต้องของงบการเงินเพ่ือให้นักลงทุนทังในประเทศและต่างประเทศได้รับข้อมูลที่
ถูกตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานการบัญชี
ประเดน็ ทสี่ าม คอื การทาหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบทตี่ ้องมีความเป็นอิสระเปน็ พืนฐานและ
ประกอบด้วยบุคคลที่มีความเอาใจใส่และใชค้ วามระมัดระวังในการตรวจสอบสง่ิ ตา่ ง ๆ ในการเขา้ ไปตรวจสอบ
ความถูกต้องและความเหมาะสมในการดาเนินธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อพบข้อบกพร่องหรือข้อสงสัย
ประการใด ควรต้องเสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดาเนินการแก้ไข ดังเช่น คณะกรรมการ
ตรวจสอบของบรษิ ทั WorldCom
ประเด็นท่ีสี่ คือ ความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติของมาตรา 89/25 แหง่ พระราชบญั ญัตหิ ลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุนท่ี ทจ. 48/2564
เรื่อง พฤติการณ์อันควรสงสัยซ่ึงผู้สอบบัญชีมีหน้าท่ีต้องแจ้งตามมาตรา 89/5 และวิธีการเพื่อให้ได้มาซ่ึง
ข้อเท็จจริงเก่ียวกับพฤติการณ์ดังกล่าว สมควรต้องขยายความเพ่ือให้เกิดความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากกว่า
เขยี นเป็นหลักการไว้
46 The Permanent Subcommittee on Investigations of the Committee on Governmental Affairs, United
States Senate, The Role of the Board of Directors in Enron’s Collapse, 8 July 2002.
<https://www.govinfo.gov/content/pkg /CPRT-107SPRT80393/pdf/CPRT-107SPRT80393.pdf> accessed 17
May 2022.
วารสารกฎหมายนติ พิ ัฒน์ นิด้า ปที ี่ 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 75
ประเด็นที่ห้า คือ การให้ความสาคัญของกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบโดยถือว่าเป็นพันธะ
สัญญาในการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบ หากกรรมการตรวจสอบไม่ปฏิบัติตามกฎบัตรถือว่า
เป็นการละเลยต่อหน้าที่ของการเป็นกรรมการตรวจสอบซ่ึงมีความสอดคล้องกับคาแนะนาในรายงานของ
คณะกรรมาธิการกิจการรฐั บาลของวฒุ สิ ภาของสหรฐั อเมริกา ข้างต้น
กล่าวโดยสรุป ผู้วิจัยมองเห็นว่าการส่งเสริมและเสริมสร้างให้คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้สอบ
บัญชี (รวมทงั คณะกรรมการบริษัท) ให้ทาหนา้ ทข่ี องตนเองอย่างดีทีส่ ดุ ตามแนวทางของกฎหมาย Sarbanes-
Oxley Act และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ดังท่ีกล่าวมาย่อมทาให้เกิด
ความม่ันใจได้ว่าประเทศไทยมีระบบของการตรวจสอบการบริหารกิจการท่ีมีความเหมาะสมเพียงพอ ทาให้
นักลงทุนเกิดความเช่ือม่ันท่ีจะลงทุนในกิจการและตลาดทุนไทย กิจการมีผลการประกอบการที่ดีในระยะยาว
เป็นที่น่าเชื่อถือสาหรับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเพ่ือประโยชน์ในการสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างย่ังยืนตาม
หลกั การกากบั ดแู ลทีด่ ี
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นิดา้ ปีที่ 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 76
ปัญหาการปล่อยตัวช่ัวคราวในคดอี าญา : ศกึ ษากรณีการปลอ่ ยตวั ชวั่ คราว
โดยไมม่ ีหลกั ประกัน*
The Problems Regarding the Provisional Release in Criminal Trial in Thailand:
The Case Study of the Provisional Release without Bail
ทตุ ยิ พงษ์ กิตติวฒั นานนท์**
Tutiyapong Kittiwattananon
วนั ที่รบั บทความ 12 พฤษภาคม 2565; วนั แกไ้ ขบทความ 13 มถิ นุ ายน 2565; วนั ตอบรับบทความ 14 มิถุนายน 2565
บทคัดยอ่
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าเป็นภาคีสมาชิกของ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
(Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR ) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR ) ซึ่งทังสอง
ฉบับนันมีหน่ึงในหลกั สาคัญท่ีถูกบัญญัติรบั รองไวค้ ือ หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรสิ ุทธิ์ หรือ Presumption of
Innocence เป็นเหตุให้ประเทศไทยนนั ได้นาหลกั ดังกลา่ วมาบัญญัติไว้ในกฎหมายภายในของประเทศไม่วา่ จะ
เปน็ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมไปถงึ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อย่างไรกต็ าม ในทางปฏิบัติ
โดยเฉพาะในเรื่องของการปล่อยช่ัวคราวนันกลับพบว่าแม้จะมีการปล่อยชั่วคราวในระดับที่น่าพอใจ หากแต่
สถิติการปล่อยชั่วคราวของผู้ท่ีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโดยไม่มีหลักประกันท่ีมีจานวนน้อยมาก
บทความนจี งึ มีวตั ถุประสงค์เพ่ือวิเคราะหถ์ ึงปัญหาของการปล่อยช่ัวคราวทป่ี ระเทศไทยได้เผชญิ อยู่ ณ ปัจจุบัน
พร้อมทังเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีทางกฎหมายรวมไปถึงระบบใน
การปล่อยช่ัวคราวของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจกั ร (สกอตแลนด์) เพื่อนามาปรับใช้กับกฎหมายรวมไป
ถึงระบบปล่อยช่ัวคราวของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่ อนว่าบริสุทธิ์
มากย่ิงขึน ผลจากการศึกษาพบว่าสหรัฐอเมริกานันมีการใช้ระบบปล่อยช่ัวคราวโดยใช้วิธีการประเมินความ
เส่ียง และสหราชอาณาจักร (สกอตแลนด์) มีการใช้ระบบปล่อยช่ัวคราวภายใต้การควบคุม ผู้เขียนจึงมีความ
คิดเหน็ วา่ แม้วา่ ประเทศไทยจะได้มีการเริ่มนาระบบปล่อยชั่วคราวโดยวิธีการประเมินความเส่ยี งมาใช้แล้ว แต่ก็
ยงั มีบางส่วนท่ีสามารถปรับปรุงแก้ไขเพ่ือให้มปี ระสิทธภิ าพเพิ่มขึนได้ เช่น ปจั จยั ทีใ่ ช้ในการประเมนิ ความเส่ียง
และหากนาระบบปล่อยช่ัวคราวภายใต้การควบคุมมาปรับใช้ร่วมกับระบบปล่อยชั่วคราวท่ีประไทยใช้อยู่ใน
ปัจจุบัน ประกอบกับปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องของการเรียกประกันและการกาหนด
หลกั ประกันให้เป็นไปในทิศทางเดียวกนั กับของสหรัฐอเมริกาซึ่งจะส่งผลให้ศาลไม่สามารถฝากขังผู้ต้องหาหรือ
จาเลยด้วยเหตุที่ไม่มีเงินหรือทรัพย์สินมาวางตามจานวนวงประกันได้ ผู้เขียนเชื่อว่าย่อมจะทาให้กฎหมายรวม
* บทความนผี เู้ ขียนเรียบเรยี งมาจากส่วนหน่ึงของสารนิพนธ์หลกั สตู รนิติศาสตรมหาบณั ฑติ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์
ปีการศกึ ษา 2564 เรือ่ งปญั หาการปลอ่ ยตัวชว่ั คราวในคดอี าญา : ศกึ ษากรณีการปล่อยตวั ชัว่ คราวโดยไม่มหี ลกั ประกนั
** นกั ศึกษาหลักสตู รนติ ิศาสตรมหาบัณฑติ คณะนติ ศิ าสตร์ สถาบนั บัณฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์
ที่อยู่ : คณะนติ ิศาสตร์ สถาบันบณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์ 148 ถนนเสรไี ทย แขวงคลองจน่ั เขตบางกะปิ กรงุ เทพฯ 10240
E-mail: [email protected]
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นิดา้ ปที ี่ 11 ฉบับท่ี 1/2565 77
ไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราวของประเทศไทยมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิ
มากยิ่งขนึ
คาสาคัญ: ปลอ่ ยช่วั คราว, หลักประกัน, หลกั สันนษิ ฐานไวก้ ่อนวา่ บริสุทธิ์
78 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
Abstract
Thailand is a member of the Universal Declaration of Human Rights ( UDHR) and
International Covenant on Civil and Political Rights ( ICCPR) , these two instruments have an
important principle that were enacted, which is the presumption of innocence. As a result,
Thailand has brought such principles into the domestic law such as the Constitution of the
Kingdom of Thailand and criminal procedural law. However, in practice, especially in the
matter of provisional release, although it has a satisfactory level of provisional release, but
the statistics of provisional release without bail is very few. This article, therefore, aims to
analyze the problems relating to provisional release in Thailand along with suggesting solutions
by studying legal concepts and theories, including the provisional release system of the United
States and United Kingdom ( Scotland) to be applied to the law, including the provisional
release system of Thailand to be more efficient and consistent with the presumption of
innocence. The study found that the United States has a provisional release system using a
risk assessment method and United Kingdom (Scotland) has a provisional release system using
a supervised bail. The author, therefore, has the opinion that although Thailand has started
to use the provisional release system by means of risk assessment but there are still some
parts that can be modified to make it more effective, such as factors used in risk assessment.
And if the supervised bail is adapted to the provisional release system that Thailand currently
uses together with the amendment of the provisions of the law on the determination of bail
to be in the same direction as the United States, which will result in the court unable to
detain the accused or the defendant because there is no money or property to be placed
according to the amount of bail. The author believes that it will make the law, including the
provisional release system of Thailand, to be more efficient and consistent with the
presumption of innocence doctrine.
Keywords: provisional release, bail, presumption of innocence
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นดิ ้า ปที ่ี 11 ฉบบั ที่ 1/2565 79
1.บทนา
ประเทศไทยนันประสบกับปัญหาในเร่ืองของการปล่อยช่ัวคราวมาเป็นระยะเวลายาวนาน แม้ว่า
ประเทศไทยเองจะเป็นหน่ึงในภาคีสมาชิก ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration
of Human Rights หรือ UDHR ) รวมไปถึง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
(International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR )1 โดยทังสองฉบับได้บรรจุหลัก
สาคญั เอาไว้ เชน่ หลักสันนิษฐานไวก้ อ่ นวา่ บรสิ ทุ ธ์ิ หรอื Presumption of Innocence เช่นใน ปฏิญญาสากล
ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือ UDHR ได้มีบัญญัติไว้ใน ข้อ 11 (1) ความว่า “ทุกคนท่ีถูกกล่าวหาว่ากระทาผิด
ทางอาญา มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายใน
การพิจารณาคดีที่เปิดเผย ซึ่งตนได้รับหลักประกันที่จาเป็นท้ังปวงสาหรับการต่อสู้คดี” และในกติการะหว่าง
ประเทศวา่ ดว้ ยสิทธพิ ลเมืองและสทิ ธทิ างการเมืองหรือ ICCPR มบี ญั ญตั ิไว้ใน ขอ้ 14.2 ความว่า “บุคคลทุกคน
ซึง่ ตอ้ งหาว่ากระทาผิดอาญา ต้องมสี ิทธิได้รบั การสนั นิษฐานว่าเป็นผ้บู รสิ ทุ ธ์จิ นกว่าจะพิสจู น์ตามกฎหมายได้ว่า
มีความผิด” ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้นาหลักดังกล่าวมาบัญญัติไว้ในกฎหมายภายในของประเทศ เช่น
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ. 2560 มบี ญั ญัติไว้อยู่ในมาตรา 29 วรรคสอง2 ความวา่ “ในคดอี าญา
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนวา่ ผูต้ ้องหาหรือจาเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคาพิพากษา อันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้
กระทาความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทาความผิดมิได้” รวมถึงกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา เป็นตน้ แต่ในทางปฏบิ ตั นิ นั กลับพบว่าการปล่อยชัว่ คราวของประเทศไทยนนั ยงั คงไมส่ อดคล้องกับหลัก
สนั นษิ ฐานไวก้ ่อนว่าบรสิ ุทธด์ิ งั กล่าวเทา่ ทคี่ วร โดยเฉพาะเมือ่ พจิ ารณาจากสถิติการปล่อยชั่วคราวดังตารางท่ีจะ
กลา่ วต่อไปนี อนั จะทาใหเ้ ห็นไดว้ า่ การปล่อยชัว่ คราวโดยเฉพาะในสว่ นของผู้ท่ีอยรู่ ะหวา่ งการพิจารณาของศาล
โดยไมม่ ีหลกั ประกันนันมีจานวนนอ้ ยมาก
สถิติการปล่อยชวั่ คราว ปี พ.ศ. 2560 - 25633
ปี พ.ศ. คารอ้ งขอปล่อยชว่ั คราว คาส่งั อนุญาตปลอ่ ยชัว่ คราว คดิ เป็นรอ้ ยละ (%)
ปี 2560 227,687 212,653 93.40
ปี 2561 235,404 214,444 91.10
ปี 2562 217,903 200,713 92.11
ปี 2563 237,875 217,094 91.26
1 มณเฑียร บุญตัน, ‘ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสนธิสัญญาที่ไทยเป็นภาคี’ (เอกสารประกอบการเสวนาทาง
วิชาการเรื่องสิทธิมนุษยชนศกึ ษา: สิทธิขันพืนฐานของประชาชนจัดโดยคณะกรรมาธิการสทิ ธิมนษุ ยชน สิทธิเสรีภาพและการ
คมุ้ ครองผ้บู ริโภค วฒุ สิ ภา, 14 มกราคม 2552) 2,13.
2 รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560 มาตรา 29.
3 ‘โฆษกศาลเปิดสถิตปิ ลอ่ ยชั่วคราวนักโทษคดอี าญายอ้ นหลัง 4 ปี ส่วนปี 64 จานวน 18,076 คดี’ (กรุงเทพธุรกิจ, 22 มนี าคม 2564)
<https://www.bangkokbiznews.com/news/928622> สืบค้นวันท่ี 8 ตุลาคม 2564
80 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
สถติ กิ ารปล่อยชว่ั คราวประจาปี พ.ศ. 2562 (ศาลจังหวัดอุทัยธาน)ี 4
คาร้องขอ สถิตกิ ารขอใชอ้ ปุ กรณ์ EM
ปล่อย
เดอื น ชวั่ คราว อนญุ าต ไม่อนญุ าต ไมม่ ปี ระกัน มปี ระกนั แต่ไม่ คาขอใช้ อนญุ าต ไมอ่ นญุ าต
ทงั หมด มีหลกั ประกนั อุปกรณ์ EM
มกราคม 160 10 4
170 4 ทังหมด
13 13 -
กุมภาพนั ธ์ 142 129 13 3 - 9 7 2
มนี าคม 163 149 14 5 - 15 14 1
เมษายน 141 130 11 - 2 8 8 -
พฤษภาคม 128 118 10 1 2 7 5 2
มถิ ุนายน 150 137 13 2 5 7 4 3
กรกฎาคม 164 144 20 2 - 20 14 6
สงิ หาคม 163 146 17 3 1 25 21 4
กนั ยายน 103 94 9 1 - 16 13 3
ตลุ าคม 94 84 13 3 - 8 6 2
พฤศจิกายน 92 86 6 1 - 12 10 2
ธนั วาคม 118 100 18 - - 8 7 1
รวม 1,628 1,474 154 25 14 148 122 26
ศาลมีคาสง่ั อนญุ าตคิดเป็นร้อยละ 90.5
ศาลมคี าส่งั ไม่อนุญาตคิดเป็นร้อยละ 9.5
2. ปัญหาการปลอ่ ยช่ัวคราวโดยไม่มหี ลักประกันในประเทศไทย
สาหรบั ประเทศไทยท่ีไดเ้ ผชญิ กบั ปญั หาในการปลอ่ ยชว่ั คราวดังท่ไี ด้กล่าวข้างต้นนี เมื่อนามาวิเคราะห์
ผ่านมุมมองของทฤษฎีทางกฎหมาย แล้วทาใหเ้ หน็ ได้วา่ ปญั หาในการปล่อยชว่ั คราวของประเทศไทยท่ียังคงไม่
สอดคลอ้ งกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนวา่ บรสิ ุทธ์นิ นั เกดิ จากหลายสาเหตุ อาทิ การปลอ่ ยชว่ั คราวในประเทศไทย
โดยเฉพาะการปล่อยช่ัวคราวโดยไม่มีหลักประกันนันมีจานวนน้อยมาก ส่วนใหญ่ท่ีได้รับการปล่อยช่ัวคราวนนั
มักเป็นการปลอ่ ยโดยมปี ระกนั หรือหลกั ประกนั เสยี มากกวา่ ซ่ึงสว่ นหนึง่ นนั มีสาเหตุมาจาก การพจิ ารณาตดั สิน
คดีของศาลโดยการอ้างอิง “ย่ีต๊อก” โดยความหมายของ “ย่ีต๊อก” นันหมายถึง บัญชีกากับการใชด้ ุลพินิจของ
4 ‘โฆษกศาลเปดิ สถติ ปิ ลอ่ ยชั่วคราวนักโทษคดีอาญาย้อนหลัง 4 ปี ส่วนปี 64 จานวน 18,076 คดี’ (กรงุ เทพธรุ กจิ , 22 มีนาคม
2564) <https://www.bangkokbiznews.com/news/928622> สบื คน้ วันที่ 8 ตลุ าคม 2564
วารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นิด้า ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 81
ศาลในการพิจารณาหรือพิพากษา ต่าง ๆ เช่นบัญชีกาหนดทุนทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกันในการขอปล่อย
ช่ัวคราว รวมไปถึงบัญชีมาตรฐานกาหนดโทษผู้กระทาความผิดในทางอาญา5 ซ่ึงการใช้ยี่ต๊อกนันมีข้อดี คือ
เป็นแนวทางในการกาหนดโทษผู้กระทาความผิด เนอ่ื งจากด้วยดุลพินิจท่เี ป็นอิสระของผู้พิพากษาแต่ละคนนัน
ย่อมทาให้เกิดการกาหนดโทษในคดีประเภทเดียวกันหรือลักษณะเดียวกันแตกต่างกันออกไปได้ โดยเฉพาะ
ความผดิ บางประเภททก่ี ฎหมายกาหนดช่องวา่ งของการใช้ดุลพนิ ิจไวค้ ่อนข้างทีจ่ ะกว้าง จนการใชด้ ลุ พนิ จิ อย่าง
อิสระของผู้พิพากษานัน อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ดังนันย่ีต๊อกจึงเป็นสิ่งท่ีช่วยสร้างบรรทัดฐาน
ให้แกผ่ ู้พพิ ากษา เพื่อใหอ้ ยู่ในกรอบของความเป็นเอกภาพและไมใ่ ห้ใช้ดลุ พินจิ ตามอาเภอใจ
อย่างไรก็ตามการพิจารณาหรือพิพากษาโดยการอ้างอิงย่ีต๊อกนันก็มีส่วนที่เป็นข้อเสียเช่นกัน
โดยเฉพาะการอ้างอิงย่ีต๊อกแบบตายตัว เช่น ในคดีลักทรัพย์ ให้ลงโทษจาคุก 6 เดือนเท่ากันหมด ทังที่
พฤติการณ์ในแต่ละคดีนันอาจมีแตกต่างกัน ก็อาจทาให้เกิดผลเสียขึนได้เนื่องจากจะเป็นการทาให้การใช้
ดลุ พินจิ อย่างอิสระของผูพ้ ิพากษานนั ถกู ทาลาย สง่ ผลใหผ้ ู้พพิ ากษาไมส่ ามารถปรบั โทษท่เี หมาะสมให้กับจาเลย
แต่ละคนได้6 ซ่ึงในปัจจุบันนีพบว่ายังคงมีประเภทของคดีท่ีศาลมักไม่อนุญาตให้ปล่อยช่ัวคราว รวมไปถึงคดีที่
อนุญาตให้ปล่อยช่ัวคราวโดยเรียกประกันหรือต้องมีหลักประกัน เมื่อใช้การพิจารณาจากบัญชีมาตรฐาน
กาหนดโทษดังกล่าวจนทาให้เกิดสิ่งท่ีเรียกว่าคดีนโยบาย อาทิ คดีความผิดเก่ียวกับยาเสพติด ตัวอย่างเช่น
คดที ต่ี ารวจจับกมุ นางสาว ส. ในความผดิ ฐานผลติ และมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภทท่ี 5 (กญั ชา)
โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากพบกัญชาเพียง 1 ต้นซ่ึงมีความสูงเพียง 50 เซนติเมตร เป็นผลทาให้นางสาว ส.
ต้องหากู้ยืมเงิน รวมถึงชาวบ้านบางส่วนท่ีรวบรวมเงินมาช่วยเพ่ือใช้ในการขอประกันตัวถึง 100,000 บาท7
หรืออีกหน่ึงคดีในลักษณะทานองเดียวกันคือ คดีของนาย พ. ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาลักลอบปลูกกัญชา
ผิดกฎหมาย พร้อมของกลางคือต้นกัญชาจานวน 2 ต้น ทาให้ญาติต้องนาเงินมาประกันตัวนาย พ. ออกมา8
นอกจากนันยังคงมีคดีในความผิดฐานหม่ินประมาท เช่น ในคดีหมายเลขคดีดาท่ี อ.3011/2561 ท่ีเป็นเรื่อง
ของอดีตคนงานฟาร์มไก่ถูกนายจ้างฟาร์มไก่ฟ้องฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและศาลสั่งอนุญาตให้
ประกนั ตวั โดยต้องวางหลักทรัพย์เปน็ เงนิ ถงึ 100,000 บาท9 เปน็ ตน้
นอกจากปัญหาใน การปล่ อยช่ัว คร าวดั งที่เ กิดจ ากการ ใช้บั ญ ชีกากับ การใช้ ดุล พินิจ ของศาล ห รื อ
“ยี่ต๊อก” ดังท่ีได้กล่าวข้างต้นนียังพบว่า มีอีกหน่ึงประเด็นปัญหาซึ่งหากพิจารณาแล้วทาให้เห็นได้ว่ายังคงไม่
สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ หรือ Presumption of Innocence เท่าท่ีควรนันก็ คือ
การปล่อยชัว่ คราวโดยใชอ้ ุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์ตดิ ตาม
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตาม Electronic Monitoring หรือที่รู้จักกันในชื่อ E.M. นันเป็นอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการควบคุมตัวบุคคล จากัดการเดินทาง หรือเพื่อใช้ในการสังเกตเฝ้า
5 สุรพันธุ์ บุญช่วย, ‘ปัญหาการใช้บัญชีมาตรฐานกาหนดโทษทางอาญา’ (เอกสารวิชาการส่วนบุคคลในการอบรมหลักสูตร
“ผู้พพิ ากษาศาลชนั ต้น” รุน่ ที่ 2 เสนอทส่ี ถาบนั ขา้ ราชการฝ่ายตลุ าการศาลยุตธิ รรม, 2547) 7.
6 ปกป้อง ศรีสนิท, ‘การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในระบบศาล : การจัดทาและการเปดิ เผยยี่ตอ๊ กในคดอี าญา’
(The101.world, 20 พฤศจิกายน 2562) <https://www.the101.world/sentencing-guideline-in-criminal-case/>
สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2564
7 ‘สาวเปิดใจหลงั โดนจับกญั ชา 1 ต้น ชาวบ้านลงขนั ประกนั ตัว 1 แสน’ (ขา่ วสด, 5 กมุ ภาพันธ์ 2563)
<https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3531241> สืบคน้ วันท่ี 29 สงิ หาคม 2564
8 ‘ยนื ยนั ต้องฟ้องศาล จับลูกเขยปลกู กญั ชา อ้างต้มใหพ้ ่อตากินรกั ษาโรค’ (ไทยรฐั , 25 สงิ หาคม 2563)
<https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1918044> สืบคน้ วนั ที่ 29 สิงหาคม2564
9 คาฟ้องของบริษทั ธรรมเกษตร ศาลอาญา หมายเลขคดดี าที่ อ3011/2561
82 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ระวัง เพ่ือให้เจ้าหน้าท่ีสามารถติดตามตัวรวมไปถึงความเคล่ือนไหวได้ตลอด 24 ช่ัวโมง10 และได้เริ่มมีการ
นามาใช้ในประเทศไทยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทาให้มีผู้ท่ีได้รับการปล่อยชั่วคราวมากยิ่งขึน โดยกฎหมายตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญาท่ีมีความเก่ียวขอ้ งกบั E.M. นัน เชน่ มาตรา 108 วรรคสาม ความว่า
“ในการอนุญาตให้ปล่อยช่ัวคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอานาจส่ังให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลจะกาหนด
เงื่อนไขเก่ียวกับท่ีอยู่หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยช่ัวคราวปฏิบัติ หรือในกรณีที่ผู้นั้นยินยอมจะส่ังให้ใช้
อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสห์ รืออปุ กรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจากัดการเดนิ ทางของผู้ถกู ปลอ่ ยช่วั คราวก็
ได้ ท้ังนี้ เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือภัยอันตราย หรือความเสียหายท่ีอาจเกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมี
อายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ แม้ผู้นั้นยินยอม จะส่ังให้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ต่อเมื่อผู้น้ันมีพฤติการณ์ที่อาจเป็น
ภยั ต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง หรือมเี หตสุ มควรประการอ่ืน”11
อยา่ งไรกต็ ามสาหรบั ประเทศไทยนนั ได้มกี ารนาอุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกสไ์ ปใช้กับทงั ผ้ทู ่ีศาลได้ตดั สินแล้ว
ว่าได้กระทาความผิดจริงตามฟ้องและผู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ท่ียังถือได้ว่าเป็นผู้บริสุทธ์ิตามหลกั
สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิหรือ Presumption of Innocence จากกรณีดังกล่าวนีจึงส่งให้เกิดปัญหา เช่น
ทาใหผ้ ู้ท่ีอยูร่ ะหวา่ งการพิจารณาของศาล ซ่งึ ในท้ายทส่ี ุดนนั เม่ือศาลมีคาพิพากษาอาจเปน็ ผบู้ ริสุทธ์จิ ริง ๆ ตอ้ ง
ถกู สงั คมตีตราวา่ ได้กระทาความผิดไปแล้ว ตามทฤษฎตี ตี ราของ แฟรงค์ แทนเนนบาม หนง่ึ ในนกั อาชญาวิทยา
ท่ีมีชื่อเสียงของโลก12 โดยจากทฤษฎีดังกล่าวนีแสดงให้เห็นได้ว่าอาจทาให้ผู้ที่ถูกสังคมตีตรานันเข้า
สกู่ ระบวนการในการกาหนดตนเองเปน็ อาชญากร และยงั สรา้ งความอับอายหรือความเส่ือมเสียให้แก่บุคคลนัน
จนท้ายท่ีสุดแล้วอาจทาให้ไม่สามารถกลับตัวกลับใจได้จนทาให้มีพฤติกรรมอาชญากรอย่างถาวร13 และจาก
ปัญหาดังกล่าวนีเองที่ทาให้เหน็ ได้ว่าวิธีการปลอ่ ยช่วั คราวดงั กล่าวนันอาจยงั ไม่สอดคล้องกับหลกั สันนิษฐานไว้
ก่อนบรสิ ทุ ธิเ์ ท่าทค่ี วร
นอกจากสภาพของปัญหาดังท่ีได้กล่าวมาข้างต้นนี หากได้ทาการพิจารณาถึงการแก้ไขกฎหมายใน
เร่ืองของการปล่อยชั่วคราว เช่นการแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนของมาตรา 11014 ท่ีมีการ
ขยายในส่วนของอัตราโทษจาคุกอย่างสูงห้าปีขึนไปต้องมีประกันเป็นอัตราโทษจาคุกอย่างสูงสิบปีขึนไปต้องมี
ประกนั โดยมาตรา 110 บญั ญตั วิ ่า
“ในคดีมอี ัตราโทษจาคุกอย่างสูงเกนิ สิบขึ้นไป ผทู้ ถ่ี ูกปลอ่ ยชั่วคราวต้องมีประกันและจะมีหลักประกัน
ดว้ ยหรือไมก่ ็ได้
ในคดอี ยา่ งอ่นื จะปล่อยช่ัวคราวโดยไม่มีประกนั เลย หรอื มีประกนั หรอื มปี ระกนั และหลกั ประกันด้วยก็ได้
การเรียกประกันหรือหลกั ประกันตามวรรคหน่ึงหรอื วรรคสองจะเรียกจนเกินควรแก่กรณีมไิ ด้ และตอ้ ง
คานึงถึงเงื่อนไขและมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่ได้ใช้กับผู้ถูกปล่อยช่ัวคราวประกอบด้วย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขท่กี าหนดในกฎกระทรวง หรอื ข้อบงั คบั ของประธานศาลฎีกา แล้วแตก่ รณี”
จากการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวข้างต้นนี หากพิจารณาประกอบกับเจตจานงในการแก้ไขกฎหมาย
ตามเหตุผลในการประกาศพระราชบญั ญัติแก้ไขกฎหมายฉบับดังกลา่ ว คอื
10 สุมนทิพย์ จิตสว่าง และฐิติยา เพชรมุณี, ‘แนวทางการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Monitoring) มาใช้ในการ
ควบคุมตวั ผู้กระทาความผดิ ในประเทศ’ (2559) 2 วารสารสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ 26, 33.
11 ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา 108.
12 Matthew G. Yeager, ‘Frank Tannenbaum: The Making of a Convict Criminologist’ (2011) The Prison
Journal 177, 177.
13 พรชยั ขันตี, (2549) 15, อ้างถงึ ใน นมิ ิต ทพั วนานต์, ‘การพฒั นาแนวทางการปอ้ งกนั การกระทาผดิ ซาของผู้ต้องขังไรญ้ าติ’
(วิทยาลยั ป้องกนั ราชอาณาจักร หลักสตู รการปอ้ งกันราชอาณาจกั ร รุน่ ท่ี 60ประจาปกี ารศึกษา พทุ ธศกั ราช 2560 – 2561) 12.
14 ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 110.
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นิด้า ปีท่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 83
“บทบัญญัติเก่ียวกับการปล่อยช่ัวคราวผู้ต้องหาหรือจาเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญากาหนดให้การปล่อยชั่วคราวในคดีที่มีอัตราโทษจาคุกอย่างสูงเกินห้าปีข้ึนไปต้องมีประกัน อาจจะเป็น
ภาระแก่ผู้ต้องหาหรือจาเลย ท้ังท่ีผู้ต้องหาหรือจาเลยไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับ
พยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น สมควรขยายอัตราโทษจาคุกอย่างสูงเป็นสิบปีข้ึนไปเพ่ือให้
โอกาสผู้ต้องหาหรือจาเลยได้รับการปล่อยช่ัวคราวมากข้ึนอันจะเป็ นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภา พข อง
ประชาชน”
และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเก่ียวกับการเรียกประกัน
หรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผตู้ ้องหาหรือจาเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 256215 ข้อ 4 ความว่า
“คดีที่มีอัตราโทษจาคุกอย่างสูงเกิน 10 ปีขึ้นไป การอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ต้องมีประกันและจะมี
หลักประกันหรือไม่ก็ได้ แต่วงเงินประกันต้องไม่สูงเกินควรแก่กรณี” ทาให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่าประเทศไทย
นันมีแนวโน้มในการพัฒนากฎหมายอันเก่ียวกับการปล่อยชั่วคราวไปในทิศทางท่ีต้องการให้สอดคล้องกับ
หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิ หรือ Presumption of Innocence มากย่ิงขึน ดังท่ีได้มีบัญญัติไว้ใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. 2560 ใน มาตรา 29 วรรคสอง รวมไปถึงเร่ืองของสิทธิใน
การประกันตัว และยังเป็นการลิดรอนสิทธเิ สรภี าพของผู้ถูกกล่าวหาใหน้ ้อยลง
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากตารางสถิติการปล่อยช่ัวคราวดังท่ีได้กล่าวไปก่อนหน้านีทาให้พบว่า
แม้ประเทศไทยจะมีสถติ ิในการอนญุ าตให้ปล่อยช่ัวคราวเป็นจานวนมากถึงประมาณรอ้ ยละ 90 แตก่ ลบั พบว่าผู้
ท่ีได้รับการปล่อยช่ัวคราวโดยไม่มีหลักประกันนันมีจานวนน้อยมาก โดย ณ จุดนีเองที่ทาให้เห็นได้ว่ายังคงไม่
สอดคล้องกับหลักสันนษิ ฐานไวก้ ่อนวา่ บรสิ ุทธเิ์ ท่าที่ควร ดังนันจากกรณีดังกลา่ วนีทาใหส้ ามารถวิเคราะหไ์ ด้ว่า
การที่ประเทศไทยมีเจตจานงและแนวโน้มในการแก้ไขกฎหมายไปในทิศทางเพื่อให้สอดคล้องกับหลัก
สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์มากยิ่งขึน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าการปล่อยชั่วคราวผู้ที่อยู่ระหว่าง
การพจิ ารณาของศาลโดยไม่มหี ลกั ประกันนันมจี านวนน้อยมาก ดังนนั ปัญหาจงึ อาจเกิดจากประเทศไทยยังขาด
การปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระบบปล่อยช่ัวคราว รวมไปถึงการปรับปรุงแก้ไขในส่วนของบทบัญญัติของ
กฎหมายเพื่อให้การปล่อยช่ัวคราวนันมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์
มากยงิ่ ขนึ
3. แนวคดิ และทฤษฎที างกฎหมายรวมไปถงึ ระบบปล่อยชัว่ คราวในตา่ งประเทศ
จากกรณีปัญหาข้างต้นนีทาให้ผู้เขียนได้ทาการศึกษาถึงแนวคิดและทฤษฎีทางกฎหมายรวมไปถึง
ระบบปล่อยช่ัวคราวในต่างประเทศ โดยประเทศที่ผู้เขียนได้นามาศึกษานันก็คือ สหรัฐอเมริกา และสหราช
อาณาจักร (สกอตแลนด์) เหตุผลที่ผู้เขียนได้เลือกศึกษาแนวความคิดและทฤษฎีทางกฎหมายรวมไปถึงระบบ
ปล่อยชั่วคราวในประเทศดังกล่าวนันเพราะประเทศดังที่ได้กล่าวมานันต่างก็เคยประสบกับปัญหาในเรื่องของ
การปล่อยช่ัวคราวเช่นเดียวกันกับประเทศไทย อีกทังทังสองประเทศยังมีการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตดิ ตาม
หรือ E.M. มาใช้ก่อนประเทศไทย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาท่ีนับได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว
นอกจากนี ทังสองประเทศยังมีกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราวท่ีมีประสิทธิภาพและควรค่าแก่
การศกึ ษา
15 ขอ้ บงั คับของประธานศาลฎีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขเก่ยี วกบั การเรยี กประกนั หรือหลกั ประกันในการปล่อย
ชั่วคราวผ้ตู อ้ งหาหรือจาเลยในคดอี าญา (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
84 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
3.1 สหรฐั อเมริกา
จากการที่ผู้เขียนได้ทาการศึกษากฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราวในสหรัฐอเมริกานันพบว่า
สหรัฐอเมริกานันในอดีตเคยมีการปฏิรูปการปล่อยช่ัวคราวครังสาคัญ ผลก็คือทาให้เกิดการแก้ไขกฎหมาย
ในเรื่องของการปล่อยชว่ั คราว โดยข้อกฎหมายท่ีสาคัญและมีผลต่อระบบปล่อยชั่วคราวในรูปแบบใหม่นันกค็ ือ
D.C. Code §23-1321 (c)(3)16 ซึ่งมีใจความสาคัญว่า ผู้พิพากษาอาจปล่อยช่ัวคราวโดยเรียกประกันเป็นเงิน
หรือทรัพย์สินได้ตราบเท่าที่จะไม่ส่งผลให้บุคคลต้องถูกขังระหว่างการพิจารณา โดยผลของบทบัญญัติดังกล่าวนี
ทาให้ศาลไม่สามารถฝากขังผู้ต้องหาหรือจาเลยท่ีไม่สามารถหาเงินหรือทรัพย์สินมาวางตามจานวนวงเงิน
ประกันท่ีศาลกาหนดได้อีกต่อไป ศาลทาได้เพียงแต่ปรับลดวงเงินประกันลงมาให้อยู่ในจานวนที่ผู้ต้องหาหรือ
จาเลยจะมีกาลังนามาวางต่อศาลได้ ทาให้ผู้พิพากษาเริ่มเล็งเห็นว่าการใช้วิธีเรียกหลักประกันนันไม่เกิด
ประโยชน์จึงหันมาเริ่มสนับสนุนข้อมูลด้านการประเมินความเสี่ยงและกากับดูแลจากสานั กงานปล่อยชั่วคราว
ของเขตโคลัมเบยี ซงึ่ นบั เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ของการเร่มิ ใช้ระบบปล่อยช่ัวคราวโดยวิธีการประเมินความเสย่ี ง17
ระบบปล่อยชั่วคราวโดยวิธีการประเมินความเส่ียงของสหรัฐอเมริกานันมีขันตอนเร่ิมต้นตังแต่
การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลโดยสานักงานปล่อยชั่วคราวเพื่อนาไปพิจารณาความเสี่ยง ในขันตอนนี
สานักงานปล่อยชั่วคราวจะทาการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลประวัติของผู้ถูกกล่าวหาเพื่อใช้ในการเสนอตอ่
ศาล โดยศาลจะนาไปพิจารณาอีกครังว่าควรปล่อยชั่วคราวบุคคลดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร จากนันจะเข้าสู่
ขันตอนการประเมินความเสี่ยงและข้อเสนอแนะวิธีการกากบั ดูแลหลังปล่อยช่ัวคราว ขนั ตอนนเี จ้าหนา้ ท่ีจะนา
ข้อมูลท่ีได้รวบรวมนามาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ท่ีบรรจุปัจจัยที่ใช้ในการประเมินความเส่ียงต่าง ๆ เอาไว้
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทาการประมวลผล ผลการประเมินความเส่ียงที่ได้จากการประมวลผลนันจะสรุปออกมา
โดยจาแนกผตู้ ้องหาหรือจาเลยวา่ อยู่ในระดบั ความเส่ียงใด ตังแตร่ ะดับ 1-5 หรอื กค็ ือตงั แตค่ วามเส่ียงตา่ กลาง
สูง สูงมาก สูงอย่างยิ่งตามลาดับ หลังจากนันเจ้าหน้าที่จะทาการพิจารณาเพื่อนาข้อมูลดังกล่าวเสนอต่อศาล
เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าสมควรจะปล่อยช่ัวคราวบุคคลดังกล่าวหรือไม่ หรือปล่อยด้วยวิธีการอย่างไร หลังจาก
นันก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเป็นลาดับต่อไป18 ตัวอย่างตารางปัจจัยท่ีใช้ในการประเมินความ
เสย่ี ง การใหค้ ะแนน รวมถงึ การจัดประเภทความเสี่ยง มดี งั ตอ่ ไปนี
16 D.C. Code §23-1321 (Release prior to trial) (c)(3) – A judicial officer may not impose a financial condition
under paragraph ( 1) ( B) ( xii) or ( xiii) of this subsection to assure the safety of any other person or the
community, but may impose such a financial condition to reasonably assure the defendant’ s presence at
all court proceedings that does not result in the preventive detention of the person, except as provided in
23-1322 (b).
17 มุขเมธนิ กล่นั นรุ กั ษ์, ประพิน ประดิษฐากร และธัญญานุช ตันตกิ ลุ , ‘เงินไมใ่ ช้คาตอบ(อกี ต่อไป) : การปล่อยตัวชัว่ คราวทีไ่ ม่
ยึดโยงกับฐานะหรือทรัพย์สิน กรณีศึกษาของศาลในระดับท้องถ่ินและระดับสหพันธรัฐ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศ
สหรัฐอเมริกา’ (การสัมมนาทางวิชาการเร่ืองสู่ยุคใหม่ของการฝากขังและปล่อยชั่วคราว : เปลี่ยนแนวคิด พลิกร ะบบ ด้วย
วิสัยทัศน์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี The Academic Seminar : Pretrial Justice 2.0 : Redefined and Redesigned
through Vision, Innovation and Technology, อาคารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, 16 กุมภาพันธ์
2560) 2-3.
18 เพงิ่ อา้ ง 4-8.
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นิดา้ ปที ี่ 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 85
การให้คะแนนและจดั ประเภทความเส่ียงในชนั ปลอ่ ยชว่ั คราวของศาลสหพนั ธรัฐ19
ปจั จยั ที่เป็นความเสย่ี ง คะแนนความเสย่ี ง
1. จานวนการกระทาความผิดครงั ก่อนท่ีไม่ใช่
ลหุโทษ 0 ครงั = คะแนนความเสยี่ งไมม่ ี
2. จานวนครงั ท่ีเคยไม่มาศาลหรือเคยหลบหนี 1 ครัง = คะแนนความเสีย่ ง 1 – 4
2 ครัง = คะแนนความเสี่ยง 5 หรอื มากกวา่
3. มีคดีอืน่ ท่ีอยใู่ นระหว่างพิจารณาหรอื ไม่
4. ประเภทของข้อหาในคดีปัจจบุ ัน 0 ครัง = คะแนนความเสี่ยงไม่มี
1 ครงั = คะแนนความเสย่ี ง 1 – 4
5. ความรุนแรงของข้อหา 2 ครงั = คะแนนความเสย่ี ง 5 หรอื มากกว่า
6. อายขุ ณะถูกจบั
0 คดี = คะแนนความเสี่ยงไม่มี
7. การศกึ ษาขนั สูงสดุ 1 คดี = มีคะแนนความเส่ียง
8. การมงี านทา ลักทรัพยห์ รือฉ้อโกง,คดเี กีย่ วกับการใชก้ าลงั รนุ แรงและอืน่ ๆ
9. ที่อยู่อาศัย = คะแนนความเส่ยี งไม่มี
ยาเสพตดิ , อาวธุ และลักลอบนาคนเขา้ เมือง = คะแนนความ
10. ปญั หาเกยี่ วกับยาเสพติดในปัจจุบัน เสย่ี ง 1
ลหโุ ทษ = คะแนนความเส่ยี งไม่มี
หนกั กวา่ ลหุโทษ = คะแนนความเสีย่ ง 1
อายุ 47 ปขี ึนไป = คะแนนความเสี่ยงไม่มี
อายุ 27-46 ปี = คะแนนความเส่ียง 1
อายุ 26 ปีหรือน้อยกวา่ = คะแนนความเส่ยี ง 2
ปริญญาตรหี รือสงู กวา่ = คะแนนความเสยี่ งไมม่ ี
มัธยมปลาย หรอื ประกาศนียบัตรวิชาชพี = คะแนนความเส่ียง
1
ตา่ กว่ามัธยมปลาย = คะแนนความเส่ยี ง 2
มีงานทา = คะแนนความเสีย่ งไม่มี
วา่ งงาน = คะแนนความเส่ียง 1
เปน็ เจ้าของเองหรืออยู่ในระหว่างผ่อนชาระ = คะแนนความ
เสยี่ งไมม่ ี
เช่าหรอื อ่ืน ๆ รวมถึงไม่มที อี่ ยู่อาศยั = คะแนนความเสยี่ ง 1
ไมม่ ี = คะแนนความเสย่ี งไม่มี
มี = คะแนนความเสี่ยง 1
19 Christopher T. Lowenkamp and Jay Whetzel, ‘ The Development of an Actuarial Risk Assessment
Instrument for U. S. Pretrial Services’ ( Washington, DC: Office of Probation and Pretrial Services, The
Administrative Office of the U.S. Courts, 2009) อ้างถึงใน มุขเมธิน กล่ันนุรักษ์, ประพิน ประดิษฐากร และธัญญานุช
ตันติกลุ (n 17) 13.
86 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ประเภทความเสย่ี ง รวมคะแนนความเส่ียง
ประเภทท่ี 1 0–4
ประเภทที่ 2 5–6
ประเภทท่ี 3 7–8
ประเภทท่ี 4 9 – 10
ประเภทที่ 5 11 ขึนไป
อยา่ งไรก็ตามคะแนนความเส่ียงท่ีได้จากการวิเคราะห์ผ่านปัจจยั ตา่ ง ๆ ตามตารางนันเปน็ เพยี งหน่ึงใน
ปัจจัยที่เพ่ิมขึนเพื่อนาไปใช้ในการประกอบการพิจารณาของศาลในการปล่อยชั่วคราวเท่านัน ซึ่งยังคงเป็น
ดุลพินิจของศาลที่จะทาการพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของจาเลยรวมถึงปัจจัยอ่ื นในแต่ละกรณีไปว่าสมควรจะ
ปล่อยชวั่ คราวไปหรือไม่ อยา่ งไร
นอกจากระบบปล่อยช่ัวคราวโดยวิธีการประเมินความเสี่ยงแล้วนัน ยังได้มีการนาอุปกรณ์
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ติดตามหรอื (E.M.) มาใช้ด้วยเช่นกัน อยา่ งไรก็ตามเนื่องจากสหรัฐอเมริกาเห็นว่าการใช้อปุ กรณ์
E.M. นันต้องใช้บุคลากรเป็นจานวนมาก และยังไม่ช่วยป้องกันการหลบหนีแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าท่ีเฝ้าระวังตลอด
24 ชั่วโมงก็ตาม ถึงกระนันอปุ กรณ์ดงั กลา่ วยังมีความเหมาะสมทจี่ ะใชง้ านเพื่อตรวจสอบหรือจากัดการเดินทาง
ในบางประการเพ่ือป้องกันการก่ออันตรายแก่สังคม ดังนันศาลจึงมักมีคาส่ังให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคู่
ไปกับการจากัดการเดินทางบางประการ เช่น ห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาที่กาหนดการกักขังไว้ภายใน
บ้าน กับผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดีความผิดทางเพศโดยผู้เสียหายเป็นเด็ก หรือผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดี
ความผิดท่ีเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว ทังนีเพ่ือป้องกันการก่ออันตรายแก่สังคม20 ดังนันจึงทาให้เห็นได้
ว่าสหรัฐอเมริกานันเน้นการใช้ระบบปล่อยชั่วคราวโดยวิธีการประเมินความเส่ียงเป็นหลักมากกว่าการใช้
อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสต์ ดิ ตามหรอื (E.M.) และนอกจากในส่วนของสหรฐั อเมริกาแลว้ ผูเ้ ขยี นยังไดท้ าการศึกษา
ในสว่ นของกฎหมายและระบบปลอ่ ยช่ัวคราวของสหราชอาณาจกั ร(สกอตแลนด)์ อีกหน่งึ ประเทศดว้ ย
20 มขุ เมธิน กล่นั นุรักษ,์ ประพนิ ประดษิ ฐากร และธญั ญานชุ ตนั ตกิ ลุ (n 17) 15.
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นดิ า้ ปีที่ 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 87
ตารางการเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การใช้อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ (E.M.) ของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา
ประเทศไทย สหรฐั อเมรกิ า
หลักกฎหมายที่เก่ียวข้องคือ รัฐธรรมนูญแห่ง - ศาลสหพันธรัฐส่วนใหญ่จะใช้งานอุปกรณ์
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประมวล อิเล็กทรอนิกส์หรือ E.M. เพ่ือตรวจสอบหรือ
กฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคสาม จากัดการเดินทางในบางประการเพื่อป้องกันการ
มาตรา110 วรรคสาม และมาตรา 117 วรรคสอง ก่ออันตรายแก่สังคม เช่นผู้ต้องหาหรือจาเลยใน
- โดยหลักศาลจะต้องพิจารณาถึงความเสีย่ ง 3 ประการ คดีความผิดทางเพศโดยผู้เสียหายเป็นเด็ก หรือ
คือความเสี่ยงท่ีจะหลบหนี ความเส่ียงที่จะไปยุ่งเหยิง ผู้ต้องหา หรือจาเลยในคดีความผิดที่เก่ียวกับ
กับพยานหลักฐาน และความเสี่ยงที่จะไปก่ออันตราย ความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น ศาลจึงมักมี
ประการอื่น โดยจะอาศัยเครื่องมือภายใต้โครงการนา คาสั่งให้ใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ควบคู่ไปกับ
รอ่ งระบบประเมินความเสย่ี ง สาหรบั ศาลในโครงการนา การจากัดการเดินทางบางประการเช่น ห้ามออก
ร่องระบบประเมนิ ความเสย่ี ง นอกเคหสถานในช่วยเวลา ท่ีกาหนด (Curfew)
การกักขังไวภ้ ายในบ้าน เป็นต้น
- ในกรณีของศาลท่ีไม่อยู่ในโครงการนาร่องระบบ - ศาลชันต้นแห่งเขตโคลัมเบีย ในทางปฏิบัติจะมี
ประเมินความเส่ียง ศาลก็จะอาศัยข้อมูลจากคาร้องขอ การนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
ปล่อยช่ัวคราวและเอกสารในสานวนในการประเมิน Monitoring) มาใช้เพ่ือตรวจสอบหรือจากัดการ
ความเส่ียง ตลอดจนความเห็นของพนักงานสอบสวน เคลื่อนไหวของผู้ต้องหาหรือจาเลยแค่ เพียง 2
พนักงานอัยการ ผู้เสียหาย หรือพยาน (ถ้ามี) และอาจ กรณเี ท่านันคือ
ให้เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก ผู้เก่ียวข้องได้ 1) กรณีที่ศาลมีคาพิพากษาแล้ว และจาเลยต้อง
ตามความจาเป็น ถูกควบคุมความประพฤติหรือเป็น กรณีท่ีได้รับ
การปล่อยชั่วคราวจากเรือนจาโดยมีทัณฑ์บน ซ่ึง
ศาลอาจให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็น
หนึ่งในวิธีลงโทษในลักษณะที่ก่อให้เกิดตราบาป
หรือมลทิน เปน็ ต้น
- ข้อมูลท่ีได้จากการประเมินความเส่ียงนันจะถูกนาไป 2) กรณีท่ีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจะ
ประกอบการพิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ นาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้แค่ใน 2 กรณี
E.M. หรือไม่ หรือใช้ในลกั ษณะใด21 เทา่ นันคือ
2.1 ในคดีความผิดร้ายแรง และได้รับการ
ประเมินแล้วว่าอยู่ในเกณฑ์ความเส่ียง สูง โดย
อาจไม่สูงถึงขันที่จะต้องใช้วิธีการคุมขัง โดยศาล
อาจปล่อยช่ัวคราวโดยกาหนดเงื่อนไข เช่น ห้าม
ออกนอกบ้านในเวลาที่กาหนด ประกอบกับให้
21 คู่มือการปฏิบัติงาน ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2558 การใช้
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สาหรับตรวจสอบหรือจากัด การเดินทางของบุคคลในการปล่อยช่ัวคราว (Electronic Monitoring)
หนา้ 7-8.
88 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา
ติ ด อุ ป ก ร ณ์ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ เ พื่ อ ใ ห้ ส า ม า ร ถ
ตรวจสอบ ไดว้ ่าบุคคลดังกลา่ วปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไข
2.2 ในคดีความรุนแรงในครอบครัวหรือคดี
ประเภทอ่ืน ๆ ท่ีมีความเส่ียงสูงว่า ผู้ต้องหาหรือ
จาเลยจะไปทาร้ายพยานหรือผู้เสียหาย ศาลอาจ
กาหนดเงอ่ื นไข โดยมคี าสง่ั หา้ มเข้าใกล้
(Stay-Away-Order) พร้อมกับให้ติดอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์เพ่ือให้สามารถติดตามพฤติกรรม
การเดินทางได้22
เหตุที่ไม่ได้ทาการเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (E.M.) ในส่วนของสหราช
อาณาจักร(สกอตแลนด์) นันเน่ืองมาจากโครงการในการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (E.M.) มาใช้ในสหราช
อาณาจักร(สกอตแลนด์) นันไม่ประสบความสาเร็จเท่าที่ควร จึงทาให้โครงการดังกล่าวนันถูกยกเลิกไป ซึ่ง
ผเู้ ขยี นจะไดท้ าการกลา่ วถึงในหัวขอ้ ถดั ไป
3.2 สหราชอาณาจกั ร(สกอตแลนด์)
จากการที่ได้ทาการศึกษานันพบว่า สหราชอาณาจักร(สกอตแลนด์)นันมีการใช้ระบบปล่อยชั่วคราว
ท่ีเรียกกันว่าระบบปล่อยช่ัวคราวภายใต้การควบคุม (Supervised bail) โดยสาระสาคัญของระบบปล่อย
ช่ัวคราวดังกล่าวนีคือ การให้เอกชนหรือองค์กรท่ีทาหน้าท่ีสังคมสงเคราะห์รับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ปล่อย
ชั่วคราวโดยมีหนา้ ที่รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับผู้ต้องหาหรือจาเลยและประเมินวา่ ผ้ใู ดควรได้รับการปล่อยชัว่ คราว
กอ่ นจะทารายงานเสนอศาลต่อไป ซึ่งการทางานของเจ้าหนา้ ทนี่ นั จะเนน้ ไปท่ผี ้ตู ้องหาหรือจาเลยกลุ่มท่ีมักไม่ได้
รับการปล่อยชั่วคราวและกลุ่มที่ควรได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ผู้มีความบกพร่องทางจิต ผู้ติด
ยาเสพติด สตรีและเยาวชน ตลอดจนพ่อหรือแม่ที่เลียงบุตรเพียงลาพัง เงื่อนไขในการควบคุมความประพฤติที่
ผู้ต้องหาหรือจาเลยต้องทาคือ การมาพบเจ้าหน้าที่ตามสถานท่ี เวลา และความถ่ีที่กาหนด อย่างไรก็ตามเมื่อ
อา้ งอิงจากงานวิจยั ของรฐั บาลสกอตแลนด์ทาให้พบว่าระบบการปล่อยตวั ชั่วคราวภายใต้การควบคุมนแี ม้ยังไม่
มีการนาไปใช้ท่ัวทังประเทศ แต่สาหรับผู้ปฏิบัติที่ใช้ระบบดังกล่าวอย่างจริงจังตลอดจนกระท่ังผู้ต้องหาหรือ
จาเลยเองส่วนใหญ่เห็นด้วยและสนับสนุนระบบดังกล่าว นอกจากนียังพบว่ารัฐประหยัดค่าใช้จ่ายใน
การดาเนนิ งานได้มากกว่าการขงั ผูต้ อ้ งหาหรือจาเลยไวร้ ะหว่างพิจารณา23
โดยสรุประบบปล่อยชั่วคราวภายใต้การควบคุมนันก็คือ การปล่อยตัวช่ัวคราวแบบมีเงื่อนไข เช่น ให้
รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่หรือนายประกัน โดยเฉล่ีย 2 – 3 ครังต่อสัปดาห์ซ่ึงผู้ที่ได้รับการปล่อยช่ัวคราวส่วน
ใหญ่นันทาตาม โดยจากงานวิจัยนันพบว่าการใช้ระบบปล่อยช่ัวคราวดังกล่าวนันมีข้อดีคือ ทาให้กลุ่มบุคคล
ผู้กระทาความผิดท่ีรอการพิจารณาจากศาลดังกล่าวนันสามารถใช้ชีวิตปรับตัวและมีความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน
ได้ เพราะชุมชนนันเองจะเป็นส่ิงท่ีคอยพิพากษา หรือก็คือกากับดูแลบุคคลดังกล่าว นอกจากนันยังส่งผลดีแก่
ผู้กระทาความผิดคือ ทาให้ผู้กระทาความผดิ นันห่างไกลจากการกระทาความผดิ มากย่ิงขึนและจากการทดลอง
ใช้ระบบดังกลา่ วนันพบวา่ การปล่อยตวั ชวั่ คราวภายใตก้ ารควบคมุ สามารถป้องกนั การละเมิดคาสง่ั หรือหนีได้ใน
22 มุขเมธนิ กลน่ั นุรกั ษ,์ ประพิน ประดษิ ฐากร และธญั ญานชุ ตันตกิ ลุ (n 17) 8.
23 ธัญญานชุ ตนั ติกลุ , ‘อิสรภาพราคาแพงสาหรับคนจน: การปล่อยชั่วคราว สภาพปญั หาและหนทางแกไ้ ข’ (2557) 61
ดุลพาห 151 และ (2558) 62 ดลุ พาห 168, 30-31.
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นิด้า ปที ี่ 11 ฉบับท่ี 1/2565 89
ระดบั หนึง่ เนอื่ งจากการได้มีความสัมพันธ์อันดีกบั นายประกนั และชมุ ชน24 และเมอ่ื ไดท้ าการวเิ คราะหป์ ระกอบ
ตารางสถิติอาชญากรรมและการกระทาความผิด ทาให้พบว่าการใช้ระบบปล่อยช่ัวคราวดังกล่าวนี มีผลทาให้
สถิติอาชญากรรมและการกระทาความผดิ นันลดลงอยา่ งมีนัยสาคัญ
ตารางสถติ อิ าชญากรรมและการกระทาความผิด ในช่วงปี ค.ศ. 2013 – 202025
ชว่ งระยะเวลา (ปี ค.ศ.) Total offences Total Crimes
2013-2014 501,281 270,397
2014-2015 379,498 256,350
2015-2016 339,193 246,243
2016-2017 288,691 238,921
2017-2018 264,027 244,504
2018-2019 247,791 246,480
2019-2020 250,662 246,516
นอกจากนันสหราชอาณาจักร(สกอตแลนด์) ยังมีบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อย
ช่ัวคราว เช่น Criminal Procedure (Scotland) Act 1995 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ซึ่งได้มีการบัญญัติหลัก
กฎหมายสาคัญที่เก่ียวกับการปล่อยช่ัวคราวเอาไว้ เช่น มาตรา 23 บี ซึ่งได้วางหลักเอาไว้ว่า สาหรับความผิด
อาญาทั่ว ๆ ไปนนั จะถือหลักว่าต้องอนญุ าตใหป้ ล่อยชวั่ คราวเป็นหลัก เวน้ แตจ่ ะมีเหตุอันสมควรเพ่ือประโยชน์
สาธารณะ ซ่ึงคาว่าประโยชน์สาธารณะนันได้มีการให้คานิยามออกไปอีกว่า หมายความรวมถึง ความปลอดภยั
ของสาธารณะด้วย อย่างไรก็ตามความผิดบางประเภทนันอาจไม่ได้อยู่ตามหลักพืนฐานดังกล่าว อาทิเช่น
มาตรา 23 ดี ซ่ึงได้วางหลักเอาไว้ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิท่ีจะได้รับอนุญาตให้ปล่อยช่ัวคราวเว้นแต่มี
พฤติการณ์พิเศษอย่างยงิ่ ยวด ซึง่ ตามมาตราดังกลา่ วนัน กรณีแรกคือ กรณีที่ถกู กล่าวหาว่าได้กระทาความผิดท่ี
ใช้ความรุนแรงหรอื กระทาความผิดเก่ียวกับเพศ และเคยมีประวตั ิถูกพิพากษาลงโทษหรือถูกฟ้องในความผิดท่ี
ใช้ความรุนแรงหรือความผดิ เกี่ยวกับเพศมาก่อน กรณีท่ีสองคือ กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการคา้
ยาเสพติดและเคยมปี ระวตั ถิ ูกพพิ ากษาลงโทษหรือถูกฟ้องในฐานความผิดดังกล่าวมาก่อน เป็นต้น26
อีกทังในส่วนการปล่อยช่ัวคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อจากัดหรือตรวจสอบการเดินทางนัน
แต่เดิมก็เคยมีบัญญัติไว้ในมาตรา 24 เอ ถึง 24 อี โดยในปี ค.ศ. 2005 ท่ีรัฐบาลได้มีการริเริ่มโครงการในการ
นา E.M. มาใช้ในการปล่อยชั่วคราว โดยมีการแก้ไข Criminal Procedure (Scotland) Act 1995 โดย The
Criminal Procedure (Amendment) (Scotland) Act 2004 แต่ในเวลาต่อมานันก็ได้มีบทบัญญัติยกเลิก
กฎหมายท่ีให้อานาจศาลในการกาหนดให้ E.M. เป็นเงื่อนไขในการปล่อยช่ัวคราวตาม The Criminal Justice
and Licensing (Scotland) Act 2010 อันเน่ืองมาจากการประเมินผลนันไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะมาตรการ
ดังกล่าวนันไม่ได้ลดจานวนของผู้ถูกคุมขังก่อนและระหว่างการพิจารณาคดี อีกทังยังไม่เป็นการสร้างความ
ปลอดภัยตอ่ สาธารณะมากขนึ กวา่ การกาหนดเงอ่ื นไขการปล่อยชัว่ คราวอืน่ ๆ 27
24 Carole Wilson and Joe Perman, ‘Supervised Bail in Scotland: Research on Use and Impact’ (Edinburgh:
Scottish Government Social Research 2012) 2.
25 Scottish Government, Record Crime in Scotland 2019-2020, 2020
<https://www.gov.scot/publications/recorded-crime-scotland-2019-2020/> accessed 1 August 2021
26 ศุภกิจ แยม้ ประชา, ‘เปรยี บเทยี บหลักเกณฑ์การปล่อยช่วั คราวโดยศาลตามกฎหมายสกอตแลนด์และกฎหมายไทย’ (2561)
65 ดุลพาห 131, 132.
27 เพ่งิ อ้าง 137.
90 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
3.3 วิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายอันเกี่ยวการปล่อยช่ัวคราวและระบบปล่อยช่ัวคราวของ
ประเทศไทย สหรัฐอเมรกิ าและสหราชอาณาจักร (สกอตแลนด์)
แม้ว่าในปัจจบุ ันนีบทบัญญตั ิของกฎหมายในเร่ืองของการปลอ่ ยช่ัวคราวในประเทศไทยนันจะได้มีการ
นาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามมาปรับใช้กับกรณีของผู้ที่ถูกฝากขังอยู่ในเรือนจารวมไปถึงผู้ที่ขอปล่อย
ชัว่ คราวตอ่ ศาลแตไ่ ม่มที ุนทรัพยเ์ พียงพอ ซง่ึ การใช้อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ดังกล่าวนี นอกจากจะแสดงให้เห็นถึง
การเคารพต่อหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิ Presumption of Innocence การเคารพในเร่ืองของสิทธิเสรี
ภาพรวมไปถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นันยังทาให้สามารถควบคุมตัวผู้ถูก
กลา่ วหาซ่งึ นบั ว่าเป็นหลกั ประกันของรัฐ ในกรณีทจ่ี ะต้องมีพิจารณาคดีบนชนั ศาลโดยยังคงทาให้การดาเนินคดี
อาญานันสามารถดาเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องตามหลักกฎหมายในเร่ืองของ
การควบคุมตัวระหว่างคดีของประเทศไทย นอกจากนันยังเป็นการสอดคล้องต่อหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่า
บริสุทธิ์ หรือ Presumption of Innocence ในท่ีนีก็คือการไม่ปฏิบัติกับผู้ถูกกล่าวหาราวกับว่าเป็นผู้กระทา
ความผิดโดยใชว้ ธิ ฝี ากขังในเรือนจา
ถึงกระนันเม่ือพิจารณาเปรียบเทียบกับกรณีของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ สหราช
อาณาจักร (สกอตแลนด์) แล้วนัน พบว่า ทังสองประเทศนีต่างก็มีกฎหมายในส่วนของการควบคุมตัวระหว่าง
คดีเช่นเดียวกันกับประเทศไทย เช่น ตาม U.S. Code § 3142-Release or Detention of a Defendant
Pending Trial28 ของสหรัฐอเมริกา และนอกจากนันทังสองประเทศยังมีมาตรการในการใช้อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย แต่ในทางปฏิบัตินันกลับพบว่าทังสองประเทศดังกล่าวไม่ได้ใช้วิธีการดังท่ีได้กล่าว
มาเทา่ ที่ควร แต่กลับเลือกท่ีจะใช้มาตรการทางเลือกในการปล่อยชวั่ คราวซ่ึงยังคงทาให้สามารถควบคุมตัวของ
ผู้ถูกกล่าวหาได้ แต่ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาให้น้อยท่ีสุดและสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้
ก่อนวา่ บรสิ ทุ ธเ์ิ ทา่ ท่จี ะทาได้ไปพร้อมกนั
ดงั นนั จงึ พอท่จี ะสรุปได้วา่ สภาพปัญหาท่ีเกิดขนึ อนั เก่ียวกบั กฎหมายในการปล่อยชั่วคราวของประเทศ
ไทยนันมีหลายประการ อาทิ ระบบปลอ่ ยชัว่ คราวทย่ี ังไม่สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนวา่ บรสิ ุทธิ์มากนัก
เช่น การปล่อยช่ัวคราวโดยการกาหนดหลักประกัน อันก่อให้เกิดปัญหาในเร่ืองของอาชีพนายประกันตามมา
หรอื การพิจารณาปล่อยชว่ั คราวโดยการอา้ งอิงจากบญั ชกี ากับการใชด้ ุลยพินิจของศาลหรือยีต่ ๊อก ซงึ่ สง่ ผลให้ผู้
บริสุทธ์ิหลายรายนันต้องถูกฝากขังอยู่ในเรือนจาหรืออาจต้องใช้ทรัพย์สินจานวนมากเพ่ือใช้ในการประกัน
ตนเองออกมา รวมถึงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตาม หรือ (E.M.) โดยเฉพาะกรณีท่ีนามาใช้กับผู้ที่อยู่
ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ซ่ึงอาจก่อเกิดการตีตราจากสังคมว่าบุคคลดังกล่าวนันเป็นผู้กระทาความผิด
ไปแล้วจนอาจทาใหส้ ูญเสยี หนา้ ทก่ี ารงานเชน่ เดียวกันกับการถกู ฝากขังในเรือนจา
โดยจากกรณีที่กล่าวมานันอาจมีสาเหตุมาจากการขาดการปรับปรุงแก้ไขระบบปล่อยช่ัวคราวให้มี
ประสิทธิภาพ กล่าวคือระบบปล่อยชั่วคราวที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้บริสุทธ์ิให้น้อยท่ีสุด เพื่อให้สอดคล้อง
กับหลกั สนั นิษฐานไว้ก่อนวา่ บรสิ ทุ ธิ์ใหม้ ากที่สุด โดยทีย่ งั คงทาใหส้ ังคมนนั มีความปลอดภัย
ดังนนั เม่ือพจิ ารณาจากระบบปล่อยช่วั คราวประกอบกบั กฎหมายของทังสองประเทศแลว้ ทาให้พบว่า
มีข้อดีมากกว่าข้อเสียหากสามารถในมาปรับใช้กับบริบทของสังคมไทยได้ โดยทังระบบปล่อยชั่วคราวโดย
วิธีการประเมินความเสี่ยงของสหรัฐอเมริกาและระบบปล่อยช่ัวคราวภายใต้การควบคุมของสหราชอาณาจักร
(สกอตแลนด์) มีข้อดีในลักษณะท่ีคล้ายคลึงกันคือ เป็นวิธีการที่สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์
หรือ Presumption of Innocence เป็นอย่างมากเน่ืองจากระบบปล่อยชั่วคราวทังสองนันจะเน้นวิธีการท่ีไม่
กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพรวมไปถึงอิสรภาพของผู้ถูกกล่าวหามากจนเกินไป กล่าวคือ ใช้วิธีการท่ีทาให้ผู้
28 U.S. Code 3142 (Release or detention of a defendant pending trial)
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นดิ ้า ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 1/2565 91
ถูกกล่าวหานันจะไม่ถูกฝากขังอยู่ในเรือนจาอันเป็นการกระทาเสมือนว่าเป็นผู้กระทาความผิด ซ่ึงเป็นส่ิงที่ไม่
สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสทุ ธเ์ิ ท่าที่ควรและยังทาให้ผทู้ ่ีถูกกล่าวหานนั ไม่ถูกสงั คมตีตราวา่ เปน็
ผู้กระทาความผิดไม่สูญเสียอาชีพการงานรวมถึงสภาพการใช้ชีวิตในสังคมและการใช้ระบบการปล่อยชั่ วคราว
ของทงั สองประเทศนันยงั เป็นการลดความเหล่ือมลาทางฐานะไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพเนื่องจากไมม่ ีเรือ่ งของทุน
ทรัพย์ทีจ่ ะใชใ้ นการขอปล่อยชัว่ คราวเข้ามาเกย่ี วข้อง
ซึ่งหากพิจารณาถึงการใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงตามปัจจัยท่ีถูกกาหนดไว้ของสหรัฐอเมริกา ยังทา
ใหเ้ ห็นข้อดอี ีกวา่ ทาให้สามารถขยายขอบเขตในเร่ืองของฐานความผิดสาหรับการพิจารณาเพ่ือปลอ่ ยชว่ั คราวได้
เช่น แม้จะเป็นฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่หากจากการประเมินแล้วพบว่าผู้ถูกกล่าวหานันอยู่ในเกณฑ์
ความเสย่ี งทีต่ ่า ก็ทาใหส้ ามารถปล่อยชวั่ คราวผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าวได้ ซ่ึงอาจทาให้ปัญหาในส่วนของการใช้
ยีต่ ๊อกในการพิจารณาปล่อยชั่วคราวในประเทศไทยนันลดน้อยถอยลง อกี ทังยงั เปน็ สว่ นทาใหแ้ ก้ปัญหาในเร่ือง
ของนักโทษล้นเรือนจาซ่ึงเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่สาหรับประเทศไทยอีกด้วยและวิธีการของทังสองประเทศนนั
ยังมีขอ้ ดีในเรือ่ งของการชว่ ยลดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมากในระยะยาวเมื่อเปรยี บเทยี บกบั วธิ ีการฝากขังในเรือนจา
หรือการใชอ้ ปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนกิ สต์ ิดตาม (E.M.) ตามทป่ี ระเทศไทยนนั ไดใ้ ชอ้ ยู่ในปจั จุบัน
อย่างไรก็ตามการนาวิธีการของทังสองประเทศดังกล่าวมาปรับใช้กับบริบทของสังคมไทยนันยังคงมี
ข้อเสียอยู่บางประการเน่ืองด้วยประเทศไทยนันไม่เคยมีการนาวิธีดังที่ได้กล่าวข้างต้นนันมาบังคับใช้อย่าง
จริงจัง ดังนันการนามาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยในระยะเริ่มต้นนันอาจทาให้เกิดความยุ่งยาก
และอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดตังองค์กรขึนมาเพ่ือทาหน้าท่ี
ช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระหน้าท่ีของศาลในการประเมินความเส่ียงรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์หา
ปัจจัยที่จะนามาใช้ในการประเมินความเสี่ยงให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย อีกทังวิธีการปล่อยช่ัวคราว
ดังกล่าวนันไม่อาจนามาใชก้ ับผู้ท่ีถูกกลา่ วหาวา่ ได้กระทาความผิดในฐานความผิดที่ร้ายแรงหรอื อุกฉกรรจ์ เช่น
ความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืน โดยเจตนาได้ เน่ืองด้วยเมื่อพิจารณาจากหลักความได้สัดส่วน
แล้วนันทาให้เห็นว่าหากปล่อยผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าวกลับคืนเข้าสู่สังคมนันอาจทาให้เกิดอัน ตรายต่อสังคม
รวมถึงผลเสียอื่น ๆ มากกว่าการได้ประโยชน์เม่ือเปรียบเทียบกับการที่ผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าวนันต้องถูก
ลิดรอนสิทธิ เสรีภาพไปบางสว่ น เป็นต้น
ดังนันจากท่ีผูเ้ ขียนได้ทาการศึกษาแนวความคดิ และทฤษฎีทางกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราว
ของทังสองประเทศทาให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ยังคงมีกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราวที่หากนามา
ปรับใช้ โดยการปรับปรุงแก้ไขเพ่ิมเติมกฎหมายและระบบปล่อยชั่วคราวของประเทศไทยนัน ย่อมจะสามารถ
ทาใหก้ ฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยชวั่ คราวของประเทศไทยนันมปี ระสทิ ธภิ าพและยังสอดคลอ้ งกบั สนั นิษฐาน
ไว้กอ่ นวา่ บรสิ ุทธม์ิ ากยิ่งขนึ
4. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
4.1 บทสรปุ
จากประเด็นปัญหาในเร่ืองของการปล่อยชั่วคราวในคดีอาญาของประเทศไทยนัน โดยเฉพาะในส่วน
ของการปล่อยช่ัวคราวโดยไม่มีหลักประกัน เม่ือดูจากสถิติการปล่อยช่ัวคราวโดยไม่มีหลักประกันแล้วทาให้
พบว่ายังคงมีจานวนน้อยมาก ซ่ึงสวนทางกับเจตจานงในการแก้ไขกฎหมายอันเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวท่ี
ต้องการให้สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิ รวมไปถึงเพื่อทาให้การลิดรอนสิทธิเสรีภาพนัน
ลดน้อยลง โดยจากการวิเคราะห์แล้วทาให้พบว่าปัญหาอาจเกิดจากประเทศไทยนันยังขาดการปรับปรุงแก้ไข
กฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยชั่วคราวของประเทศไทยให้มปี ระสิทธภิ าพ หากมีการปรบั ปรุงแกไ้ ขทังสองส่วน
นีแล้ว อาจทาให้ปัญหาในเร่ืองของการใช้บัญชีกากับการใช้ดุลพินิจของศาลหรือย่ีต๊อก รวมถึงการนาอุปกรณ์
อเิ ล็กทรอนิกส์ติดตามหรือ E.M. มาใช้กบั ผู้ท่ีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลนนั ลดลง ซ่ึงจะส่งผลให้กฎหมาย
92 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
และระบบปล่อยช่ัวคราวของประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึน โดยมีข้อสังเกตว่าทังสองประเทศที่ผู้เขียน
ได้นามาทาการศึกษานันต่างก็ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามหรือ E.M. มาก่อนประเทศไทย แต่ทังสอง
ประเทศดังกล่าวข้างต้นต่างก็มีความพยายามในการลดการใช้วธิ ีการดงั กล่าวและหันมาสนับสนุนวิธกี ารปลอ่ ย
ช่ัวคราวในรปู แบบอืน่ ท่สี อดคล้องกบั หลกั สันนิษฐานไวก้ อ่ นว่าบรสิ ทุ ธแิ์ ละมีประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขึน
4.2 ขอ้ เสนอแนะ
จากท่ีผู้เขียนได้ทาการศึกษาถึงแนวความคิดและทฤษฎีทางกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยช่ัวคราว
ของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร(สกอตแลนด์) พบว่ายังคงมีหลักกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อย
ช่วั คราวทีย่ ังสามารถทามาปรับใชก้ บั ประเทศไทย เพือ่ ให้กฎหมายและระบบปลอ่ ยช่วั คราวของประเทศไทยนัน
มีประสิทธิภาพมากขึนได้ เช่น ในส่วนของระบบปล่อยช่ัวคราวโดยการประเมินความเส่ียงของสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าประเทศไทยนันจะได้มีการนาระบบปล่อยช่ัวคราวในการประเมินความเสี่ยงมาเริ่มใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังคง
ไม่เป็นที่แพร่หลายนัก อีกทังผู้เขียนเห็นว่ายังคงมีส่วนที่สามารถปรับปรุงแก้ไขเพ่ิมเติมเพ่ือให้ระบบปล่อย
ช่ัวคราวดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึนได้ เช่น ในเรื่องของปัจจัยที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยง กล่าวคือ
กรณแี บบประเมินความเสี่ยงสาหรับผู้ต้องหาหรือจาเลยท่ีเปน็ เด็กหรือเยาวชนท่ไี ดเ้ ร่ิมมีการนามาใชใ้ นประเทศ
ไทยนัน ยังสามารถปรับปรุงโดยการเพ่ิมปัจจัยในการประเมินความเส่ียง เช่น ในเร่ืองของประวัติการใช้
แอลกอฮอล์ ข้อหาในปัจจุบันที่กระทาความผิด ความรุนแรงของข้อหา การมีโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ถูกจับกุม
ระหว่างคุมประพฤติ สุขภาพจิต อายุขณะที่ถูกจับกุม สถานะความเป็นพลเมืองหรือความเกี่ยวพันกับต่างชาติ
ประวัติการถูกลงโทษในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรง มีหมายจับท่ียังมีผลใช้บังคับหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนันยัง
ควรมีการจัดตังหน่วยงานเพ่ือทาหน้าที่ในการแสวงหาข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหา รวมไปถึงจัดทาแบบประเมินท่ี
ประกอบไปด้วยปัจจัยความเส่ยี งในกรณีตา่ ง ๆ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นนี ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดภาระหนา้ ที่
ของศาลแล้วยังทาให้ศาลนันได้รับข้อมลู ที่จาเปน็ อันจะสามารถนามาวิเคราะห์เพื่อพจิ ารณาปล่อยช่ัวคราวผู้ถูก
กล่าวหาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพอีกด้วย
ในส่วนของสหราชอาณาจักร (สกอตแลนด์) นัน ผู้เขียนเห็นว่าหากนาระบบปล่อยชั่วคราวภายใต้
การควบคุมของสหราชอาณาจักร (สกอตแลนด์) มาปรับใช้เข้าด้วยกันนันอาจเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการปล่อยชั่วคราวได้มากยิ่งขึน กล่าวคือ นอกจากการที่ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับการประเมินความเส่ียงแล้ว
ในบางฐานความผิดหรือในบางกรณีนัน ศาลอาจกาหนดเง่ือนไขบางประการให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องปฏิบัติตาม
เงื่อนไขนัน เช่น อาจให้ผู้ถูกกล่าวหานันมารายงานตัวต่อศาล สถานีตารวจ หรือตามสถานที่ ภายในเวลา และ
ความถ่ีท่ีกาหนดในเขตพืนที่ท่ีผู้ถูกกล่าวหานันอาศัยอยู่เพื่อป้องกันการหลบหนีและยังเป็นการยืนยันความ
บรสิ ุทธ์ิใจของตัวผู้ถูกกล่าวหาเอง โดยที่อาจให้หน่วยงานเอกชนท่ที าหน้าทสี่ ังคมสงเคราะห์ หรือหนว่ ยงานของ
รัฐท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เช่น สานักงานกองทุนยุติธรรมซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัดเข้ามามีส่วน
ร่วมในการชว่ ยเหลือ โดยทาหนา้ ทเี่ ปน็ เจ้าหน้าทป่ี ล่อยช่ัวคราว เช่น เป็นผรู้ วบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั ผูต้ ้องหาหรือ
จาเลยและประเมินว่าผใู้ ดควรไดร้ ับการปล่อยชั่วคราว กอ่ นจะทารายงานเสนอศาลต่อไป ซ่ึงจะช่วยใหล้ ดภาระ
คา่ ใช้จ่ายให้แกภ่ าครฐั เปน็ อยา่ งมากนอกจากนนั วิธกี ารดังกลา่ วนยี งั ทาให้สังคมเกดิ ความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามในส่วนของระบบปล่อยชั่วคราวภายใต้การควบคุมนันผู้เขียนมีความเห็นว่า ควรต้อง
นามาปรับใช้ร่วมกับระบบปล่อยชั่วคราวในรูปแบบอื่นด้วย เนื่องจากบริบทของสังคมไทยนันแตกต่างกับ
สหราชอาณาจักร (สกอตแลนด์) ค่อนข้างมาก เช่น ในเรื่องของจานวนประชากร ซ่ึงประเทศไทยมีจานวน
ประชากรมากกว่าสหราชอาณาจกั ร (สกอตแลนด)์ เป็นจานวนมาก และเมอ่ื จานวนประชากรมีมากกย็ ่อมส่งผล
ในเรื่องของปริมาณคดีรวมถึงการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ ดังนันการนาระบบปล่อยชั่วคราวภายใต้การควบคุม
มาใชเ้ พียงลาพังอาจทาใหไ้ ม่มีประสทิ ธิภาพเทา่ กบั ประเทศตน้ แบบอย่างท่คี วรจะเปน็
วารสารกฎหมายนติ ิพัฒน์ นดิ ้า ปที ่ี 11 ฉบับท่ี 1/2565 93
นอกจากนันผู้เขียนยังมีความคิดเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเรื่องของการปล่อยช่ัวคราว
ในส่วนของการเรียกประกันหรือการกาหนดหลักประกัน ให้เป็นไปในทานองเดียวกันกับของสหรัฐอเมริกา
โดยอาจเพิ่มบทบัญญัติของกฎหมายว่า การเรียกประกันหรือหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวเปน็ เงินหรอื
ทรัพย์สินนันสามารถทาได้เพียงเท่าที่จะไม่ทาให้ผู้ต้องหาหรือจาเลยต้องถูกขังระหว่างการพิจารณา โดยศาล
จะต้องพิจารณาถึงฐานะ หน้าที่การงาน รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวจากข้อเสนอแนะในเร่ืองของ
การประเมินความเสี่ยงดังท่ีกล่าวก่อนหน้านีประกอบด้วย ทังนีเพ่ือป้องกันการโกหกจากตัวผู้กระทาความผิด
ซึ่งผลจากข้อกฎหมายดังกล่าวนันจะทาให้ศาลไม่สามารถฝากขังผู้ต้องหาหรือจาเลยจากเหตเุ พราะไม่สามารถ
หาเงนิ หรอื ทรพั ย์สนิ มาวางตามจานวนวงประกันทีก่ าหนดได้
จากข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นนีผู้เขียนเชื่อว่าหากได้มีการนามาป รับใช้กับประเทศไทยแล้วนัน
จะสามารถทาให้บทบัญญัติของกฎหมายรวมไปถึงระบบปล่อยชั่วคราวของประเทศไทยนันเปลี่ยนแปลงไปใน
ทิศทางท่ีดีมากยิ่งขึน กล่าวคือจะสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์ิ หรือ Presumption of
Innocence และมีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงขึน
94 NITIPAT NIDA Law Journal Vol. 11 No. 1/2022
คาแนะนาในการสง่ บทความเพ่ือพจิ ารณาตพี มิ พใ์ นวารสารกฎหมายนติ พิ ฒั น์ นิดา้
คณะนติ ิศาสตร์ สถาบันบณั ฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
1. วตั ถุประสงค์
เพ่ือสนับสนุนนักศึกษา อาจารย์ ข้าราชการ และนักวิชาการท่ัวไปในการนาเสนอและเผยแพร่ผลงาน
วิชาการทางด้านนิติศาสตร์ รวมถึงศาสตร์อื่นที่เก่ียวข้อง เช่น กฎหมายกับการพัฒนา สังคมวิทยากฎหมาย
นติ ิเศรษฐศาสตร์ และนิตปิ รัชญา เป็นตน้
2. กาหนดการตีพิมพ์
วารสารกฎหมายนิติพัฒน์ นิด้า เป็นวารสารวิชาการซ่ึงตีพิมพ์ผลงานวิชาการ ที่เขียนขึนโดยบุคลากร
ทงั ภายในและภายนอกมหาวิทยาลยั โดยจัดพมิ พ์ปลี ะ 2 ฉบับ ราย 6 เดือน ดังนี
ฉบับที่ 1/.... เดอื นมกราคม - มิถุนายน
ฉบบั ที่ 2/.... เดอื นกรกฎาคม – ธนั วาคม
3. คาแนะนาสาหรับผเู้ ขยี น
1.1 ใช้รูปแบบการเขียนและภาษาที่เหมาะสมกับลักษณะของบทความทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับ
โดยทว่ั ไป ไม่มกี ารคดั ลอกผลงานของผอู้ ่นื และมีการตรวจทานต้นฉบบั ทังในส่วนของรูปแบบการเขยี น รูปแบบ
การอ้างอิง การสะกดคา และไวยากรณแ์ ล้วเป็นอยา่ งดี
1.2 จัดพิมพ์บทความด้วยโปรแกรม Microsoft Word โดยใช้ขนาดกระดาษ A4 แบบหน้าเดียว
ความยาวไม่เกิน 25 หน้า เว้นระยะห่างจากขอบบน 1 นิว ขอบซ้าย 1 นิว ขอบขวา 1 นิว และขอบล่าง 1 นวิ
ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK เว้นวรรคบรรทัดเดียว (Single-line spacing) โดยผู้เขียนสามารถ
ใชแ้ บบฟอรม์ ของวารสารกฎหมายนิตพิ ฒั น์ นิดา้ ซ่งึ สามารถดาวน์โหลดไดท้ ี่ law.nida.ac.th/journal
1.3 องคป์ ระกอบของบทความต้องมีรายละเอียด ดงั ต่อไปนี
1.3.1 ชือ่ เรอื่ ง (Title)
ทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอกั ษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตวั หนา
1.3.2 ช่อื นามสกลุ ผ้เู ขียน (Author) และสงั กดั /หน่วยงาน
ทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอักษร 16 พอยต์ ตัวเอียง
ในส่วนของชื่อสถานท่ีทางาน หน่วยงาน หรือท่ีอยู่ท่ีสามารถติดต่อได้ให้พิมพ์ไว้ในเชิงอรรถหน้าแรก
ของบทความ ใช้ตวั อักษร TH SarabunPSK ขนาดตวั อกั ษร 14 พอยต์
1.3.3 บทคัดย่อ (Abstract)
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยอธิบายเป็นเรียงความย่อหน้าเดียวที่มีใจความครบถ้วน
อนั ประกอบด้วย วตั ถปุ ระสงค์ ความสาคญั ของบทความ และบทสรปุ
ช่อื หัวข้อของบทคัดยอ่ ใช้ตวั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอักษร 16 พอยต์ ตวั หนา
โดยภาษาไทยใชค้ าว่า “บทคัดยอ่ ” และภาษาอังกฤษใชค้ าว่า “Abstract”
1.3.4 คาสาคญั (Keyword)
จานวน 3-5 คา ทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ช่อื หัวข้อของคาสาคัญ ใช้ตวั อักษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอกั ษร 16 พอยต์ ตวั หนา
โดยภาษาไทยใช้คาว่า “คาสาคัญ” และภาษาอังกฤษใชค้ าวา่ “Keywords”
วารสารกฎหมายนติ ิพฒั น์ นดิ ้า ปที ี่ 11 ฉบับที่ 1/2565 95
1.3.5 บทนา (Introduction)
ชือ่ หวั ขอ้ ของบทนา ใชต้ ัวอกั ษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอกั ษร 16 พอยต์ ตวั หนา
โดยภาษาไทยใช้คาวา่ “บทนา” และภาษาอังกฤษใชค้ าว่า “Introduction”
1.3.6 เน้อื หา ใชต้ วั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาดตวั อักษร 16 พอยต์
1.3.7 บทสรุป ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาดตวั อักษร 16 พอยต์
4. รปู แบบการอ้างอิง (เชิงอรรถ)
วิธีการอ้างอิงประยุกต์จากแบบ The Oxford Standard for Citation of Legal Authorities
(OSCOLA) (ท่ีมา: https://www.law.ox.ac.uk/sites/files/oxlaw/oscola_4th_edn_hart_2012.pdf)
ใช้ตวั อักษร TH SarabunPSK ขนาดตัวอกั ษร 14 พอยต์ ยกตวั อยา่ งดงั ตอ่ ไปนี
หนังสอื
ภาษาไทย
ชือ่ ผแู้ ตง่ ,/ช่ือหนงั สอื /(พมิ พค์ รงั ท่ี,/สานักพิมพ/์ ปที ี่พมิ พ)์ /หนา้ ทอ่ี า้ งอิง.
บรรเจิด สงิ คะเนติ, หลักกฎหมายเกยี่ วกบั การควบคุมฝ่ายปกครอง (พมิ พ์ครังที่ 5, สานกั พิมพ์วญิ ญูชน
2560) 123.
ภาษาอังกฤษ
author,/title/(additional information,/edition, publisher/year)หน้าทอ่ี ้างอิง.
Andrew Burrows, Remedies for Torts and Breach of Contract (3rd edn, OUP 2004) 317.