กาพยย านี ๑๑
มนตรี รวมพร ครูผสู อน
เพือ่ น ๆ อา นคําทก่ี ําหนด แลวเลือกคําท่คี ลองจองกับคําที่
กาํ หนดใหถ กู ตอ งนะครบั
ดํานา ลมแรง ถา นไม ทาสี กาวนาํ้
แสงแดด พ่ีสาว แผดเผา ใชจ าย เขียนอาน
๑ ปญญา ทาสี พสี่ าว กาวน้ํา
๒ แกงสม ลมแรง แสงแดด แผดเผา
๓ ร่ําเรียน เขียนอา น ถานไม ใชจ าย
เพ่ือน ๆ อานบทรอยกรอง แลวลองเตมิ คําใหถกู ตอ ง
กระตายขนปุกป__ุย เดก็ แกม ยยุ อยเู คียง_ก_ัน
ว่งิ เลน อยา งสุขสนั ต ใครตอ ใครตา งเอน็ ดู
เด็กก็_โล_ด_เตน เคยี ง_ค_ู
กระตายเรมิ่ กระโดด เพ่ือนหนนู อ ยตลอดไป
เจาหูยาวขน_ฟ_ู_
โลด ฟู ปยุ คู กนั
กาพยยานี ๑๑
๑. ลักษณะคาํ ประพนั ธกาพยย านี ๑๑ ในหนึ่งบทมี ๔ วรรค วรรคท่ี ๑ และวรรคท่ี ๓ (วรรคหนา )
มี ๕ คํา สว นวรรคท่ี ๒ และวรรคท่ี ๔ (วรรคหลงั ) มี ๖ คํา โดยมสี ัมผัสบังคบั ดังนี้
วรรคท่ี ๑ วรรคที่ ๒
๑ บท วรรคท่ี ๔
วรรคท่ี ๓
ตวั อยางกาพยย านี ๑๑
ผรู ูดเี ปน ผเู จรญิ
มวลผชู ูปรชี า เสาะวทิ ยาไมห า งเหิน
ผิดชอบกอบไมเ กนิ รดู ําเนนิ ตามเหตผุ ล
ผิดชอบมพี ิจารณย ล
ชื่อวาปรชี าดี พิพฒั นพน จักพรรณนา
ผูน้นั จักพลันดล
พระยาอุปกติ ศลิ ปสาร
๒. การอา นกาพยย านี ๑๑ แตละวรรคแบง ชวงการอานเปน ๒ ชวง คอื วรรคทมี่ ี ๕ คํา อาน ๒/๓
วรรคทีม่ ี ๖ คํา ๓/๓
วชิ าเหมือนสนิ คา / คอื เวนวรรคการอา น
วิชา/เหมือนสินคา อันมีคา/อยเู มอื งไกล
ตองยาก/ลาํ บากไป จึงจะได/สนิ คา มา
จงต้ัง/เอากายเจา เปนสําเภา/อันโสภา
ความเพียร/เปนโยธา แขนซา ยขวา/เปน เสาใบ
น้วิ เปน /สายระยาง สองเทา ตา ง/สมอใหญ
ปากเปน/นายงานไป อชั ฌาสยั /เปน เสบยี ง
สต/ิ เปนหางเสอื ถอื ทา ยเรอื /ไวใ หเทีย่ ง
ถือไว/อยาใหเ อยี ง ตัดแลนเลย่ี ง/ขามคงคา
ไมปรากฏช่อื ผูแตง
วชิ าเหมือนสินคา / คอื เวน วรรคการอา น
ปญ ญา/เปนกลอ งแกว สอ งดแู ถว/แนวหินผา
เจาจง/เอาหูตา เปนลา ตา/ฟงดูลม
ขีเ้ กียจ/คอื ปลาราย จะทําลาย/ใหเ รอื จม
เอาใจ/เปน ปน คม ยงิ ระดม/ใหจ มไป
จึงจะได/ สนิ คา มา คือวชิ า/อันพสิ มยั
จงหมนั่ /มั่นหมายใจ อยาไดค ราน/การวชิ า
ไมป รากฏชื่อผแู ตง
๓. การแตงคาํ ประพนั ธ มหี ลัก ดงั น้ี ๒) กาํ หนดโครงเรื่องและต้งั ชื่อเร่อื ง
๑) กาํ หนดประเภทคําประพนั ธ
๓) เรยี บเรยี งเรอ่ื งเปน รอ ยแกว
เรียบเรยี งเน้อื หา
ดอกไมม ีหลายสี ดอกไมบางชนิดมกี ลิ่นหอม เชน มะลิ
กหุ ลาบ ในบรเิ วณทมี่ ดี อกไมจะมีผเี สอื้ สวย ๆ บินอยู
ซ่ึงดอกไมและผีเสอื้ จะทําใหผ ูพบเห็นรูส กึ สดชื่นเพลดิ เพลนิ
๔) แตง คําประพันธต ามเรอื่ งทเี่ ขยี นเรียบเรยี งไว
ดอกไมท ่ีแสนสวย กลิ่นระรวยหอมละไม
สสี ันกส็ ดใส มองคราใดใจเบิกบาน
บนิ ลองลอยดูดนํ้าหวาน
เหลา ผเี สื้อตัวจอย สุขสาํ ราญเพลดิ เพลินใจ
ช่นื ชมดอกไมบาน
๕) ตรวจทานและปรบั ปรงุ ใหสมบรู ณ
ดอกไมท แ่ี สนสวย กลนิ่ ระรวยหอมละไมช่ืนใจ
สีสนั ก็สเหดใลสา ผีเสือ้ ตัวจอ ยนอย มบอนิ งลคอรงาลมใอดายคใจดอเูดยบนิกํา้ บหาวนาน
ชืน่ ชมดอกไมบ าน สขุ สําราญเพลดิ เพลินใจ
กาพยยานี ๑๑ ทีเ่ สรจ็ สมบรู ณ
ดอกไมทีแ่ สนสวย กลิ่นระรวยหอมชื่นใจ
สสี ันก็สดใส มองคราใดใจเบิกบาน
บินมาคอยดูดนาํ้ หวาน
เหลา ผเี ส้ือตวั นอย สุขสาํ ราญเพลิดเพลนิ ใจ
ชื่นชมดอกไมบาน
นารรี ตั น บญุ สม
นกั เรยี นเลือกหัวขอท่กี ําหนด แลวนาํ ไปแตง กาพยยานี ๑๑
คนละ ๒ บท นะคะ
การตัง้ ใจเรยี น หัวขอ การแตง กาพยยานี ๑๑ อาชพี ในฝน
สตั วท่ีชอบ
สถานที่ทองเทย่ี ว งานอดิเรก การอนุรกั ษธ รรมชาติ
ลกั ษณะ กาพยยานี ๑๑ หลกั การแตง คาํ ประพนั ธ
จํานวนคําในวรรค สมั ผสั วธิ ีการอา น กําหนดประเภทคาํ ประพันธ
วรรคที่ ๑ และ ๓ กาํ หนดโครงเร่ือง
คาํ สดุ ทายของวรรคท่ี ๑ วรรคทีม่ ี ๕ คํา และตั้งชอื่ เร่ือง
มี ๕ คาํ สัมผสั กับคาํ ที่ ๓ ของวรรคท่ี ๒ อานแบบ ๒/๓
วรรคที่ ๒ และ ๔ วรรคท่มี ี ๖ คาํ เรียบเรียงเปนรอ ยแกว
คําสดุ ทา ยของวรรคที่ ๒ อานแบบ ๓/๓ แตงคําประพนั ธ
มี ๖ คํา สัมผัสกบั คาํ สดุ ทายของวรรคที่ ๓
ตรวจทานและปรบั ปรงุ
คาํ สุดทายของแตล ะบท
สมั ผัสกับคาํ สดุ ทายของวรรคที่ ๒
ของบทถัดไป