หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตรงตามคำอธิบายรายวิชา และมาตราฐานรายวิชา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชื่อ นางสาว ศศิประภา ปฏิมินต์ รหัสนักศึกษา 406403004 นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
3 คู่มือการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แนวคิด ตามความมาตรา 27 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตการประกอบอาชีพตลอดจน การศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ในส่วนที่เกี่ยวกับ สภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะที่พึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ซึ่งหมายถึง สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของ ชุมชนท้องถิ่นและผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อนำมาสู่การแก้ปัญหาและความต้องการของสังคม และนำภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาด้วย หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม เป็นรูปแบบของการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้มี เป้าหมายมุ่งพัฒนาการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัว จากสภาพภูมิทัศน์ในโรงเรียน การสืบค้นข้อมูลโดยใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์จนสามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ของตนเองได้พัฒนาความสามารถใน การปฏิบัติจริง พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อการปฏิบัติจริง จนเกิดความชำนาญ และนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ การพัฒนาทักษะชีวิต พัฒนาความสามารถของการอยู่ร่วมกัน เป็นผู้มี คุณธรรม จริยธรรมด้วยการมีความเชื่อ และตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนต้องร่วมมือกัน พึ่งพาอาศัยกันและอยู่ด้วยกัน พระอย่างมีความสุข และเป็นการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มีชีวิตที่งอกงาม ปรับปรุงบุคลิกภาพ อย่างมั่นใจ เน้นการมีเหตุผลและมีวิสัยทัศน์
4 หลักการ เพื่อจัดหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนได้มีการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม รู้จักตนเอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จึงกำหนดหลักการของหลักสูตรดังนี้ 1) เป็นหลักสูตรที่เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและมีทักษะในการพัฒนาตนเอง ไปสู่การบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน (สมรรถนะผู้เรียน) 2) เป็นไปตามหลักการทำงานในการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ และทักษะการทำงาน การจัดการ และการทำงานเป็นกลุ่ม โดยได้นำเอาความรู้เรื่อง วัดถ้ำเสือเลื่องลือนาม โดยใช้ เทคนิคหลากหลายรูปแบบนำมาผสมผสานกัน ได้แก่ การสืบค้นข้อมูล กระบวนการกลุ่ม การฝึกคิด และการเรียน แบบร่วมมือ ทั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจ อยากรู้อยากเรียนของผู้เรียนเอง โดยใช้ กระบวนสืบค้นข้อมูลโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 3) เป็นหลักสูตรที่เสริมสร้างทักษะชีวิต หรือความสามารถของบุคคลที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ รอบตัว ในสภาพสังคมปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวในอนาคต ผ่านทางหลักสูตรและการจัดการเรียนการ สอนแบบผสมผสาน ทำให้ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์, การจัดการกับอารมณ์และความเครียดและการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น 4) ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรู้เบื้องต้น โดยผู้สอนจะสนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้และปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์
5 จุดมุ่งหมาย หลักสูตรท้องถิ่นฉบับนี้มุ่งจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้และคุณลักษณะดังนี้ 1) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนในการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและแหล่งความรู้เบื้องต้นจาก ความสนใจของนักเรียน จนสามารถนำมาสรุปความรู้ด้วยตนเองได้ 2) เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญและความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและ พัฒนาสภาพแวดล้อมให้สวยงามและมีคุณค่า 3) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อนำไปสู่การ ปฏิบัติงานอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และทักษะการทำงาน การจัดการ การแสวงหาความรู้เลือกใช้ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศในการทำงานและ การทำงานเป็นกลุ่ม 4) เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต การจัดการกับปัญหา ความสามารถของการอยู่ร่วมกัน เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมด้วยการมีความเชื่อ และตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนต้องร่วมมือกัน พึ่งพาอาศัยกันและอยู่ด้วยกันอย่างมี ความสุข และเป็นการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มีชีวิตที่งอกงาม ปรับปรุงบุคลิกภาพอย่างมั่นใจ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน รักการทำงาน ตรงต่อเวลา เอื้อเฟื้อ และมีวินัยในการทำงาน สมรรถนะผู้เรียน หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญตามมาตรฐานการ เรียนรู้จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้แก่ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. อยู่อย่างพอเพียง 3. ซื่อสัตย์สุจริต 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 5. มีวินัย 6. รักความเป็นไทย 7. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ 9. มีความกตัญญู 10.อยู่อย่างสันติ คำอธิบายรายวิชา ศึกษาลักษณะทางภูมิศาสตร์ของจังกระบี่ และบอกประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ รวมทั้งลักษณะทาง กายภาพของวัดถ้ำเสือ โบราณสถาน วัตถุมงคล และแนวทางการอนุรักษณ์วัดถ้ำเสือ โดยใช้กระบวนการคิด การเล่าเรื่อง การนำเสนอ ใช้กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการทางสังคมการ เรียนรู้นอกสถานที่ เพื่อให้เกิดความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและตระหนักถึงความสำคัญของวัดถ้ำเสือ
7 ผลการเรียนรู้ 1.อธิบายประวัติความเป็นมา และความเชื่อความศรัทธาของวัดถ้ำเสือได้ 2.อธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ 3.บอกที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ ลักษณะทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของวัดถ้ำเสือ 4.บอกโบราณสถาน และวัตถุมงคลที่ค้นพบภายในวัดถ้ำเสือ 5.บอกแนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ สาระสำคัญ วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม เป็นการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ ตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพของ จังหวัดกระบี่ ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ โบราณสถาน และวัตถุมงคล รวมไปถึงแนวทางการอนุรักษ์ และ บำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้มีความรักต่อท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลความรู้จาก การศึกษาค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงเหตุการณต่าง ๆ ที่นำมาสู่การตั้งถิ่นฐานของวัดถ้ำเสือ โครงสร้างหลักสูตร 1.เนื้อหาของหลักสูตร เนื้อหาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นฉบับนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาเรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมโดยการนำข้อมูลท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ วิทยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนรู้
8 2. หน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ในหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม แบ่งออกเป็น 5 หน่วย ดังนี้ หน่วยที่ 1 วัดถ้ำเสือ 2 ชม. หน่วยที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่4 ชม. หน่วยที่ 3 ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ 5 ชม. หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล 4 ชม. หน่วยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ 5 ชม. การจัดทำสาระการเรียนรู้อิงมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาละวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ดังนี้ 1.อธิบายประวัติความเป็นมาและบอกถึงความโดดเด่นของวัดถ้ำเสือ โดยการสืบค้นข้อมูลโดยใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์ 2. ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน 3. ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับครอบครัวและผู้อื่น 3. เวลาเรียน หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม จัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 โดยใช้เวลาในการ จัดการเรียนการสอนเป็นเวลา 20 สัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง รวมจำนวน 20 ชั่วโมง
9 แนวการดำเนินการใช้หลักสูตร จัดกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น (รายวิชาเพิ่มเติม) ดังนั้นในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ บรรลุเป้าหมาย ควรดำเนินการดังนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ได้จัดเวลาเรียนไว้ 20 ชั่วโมง เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 2. ครูผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาและการจัดการเรียนรู้หรือสัมภาษณ์ผู้คนในท้องถิ่นเข้ามามี ส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งมีความสำคัญต่อการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติหลักสูตร ท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนทุกคนให้มีความรู้ และทักษะการทำงาน การจัดการและกระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูลโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์การพัฒนา สิ่งแวดล้อม จึงดำเนินการตามหลักการ ดังนี้ 1. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดมุ่งหมายและคุณลักษณะอันพึงประสงคตาม ที่กำหนดไว๎ในหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง 100 ปีกับสถานีรถไฟปัตตานี(โคกโพธิ์) โดยยึดหลักว่าผู้เรียนเป็นสำคัญแลเชื่อ ว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา ตามธรรมชาติและตามวัย 2. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ กระบวนกการสืบค้นข้อมูลโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการ
10 ปฏิบัติ กระบวนการจัดการ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตร 3. การออกแบบการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด สมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน จากหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม แล้วดำเนินการ วิเคราะห์หลักสูตร แล้วจึงพิจารณาออกแบบการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญหลายรูปแบบที่ เน้นอย่างชัดเจนคือรูปแบบกระบวนการสืบค้นข้อมูลโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์และการเรียนแบบร่วมมือกัน เรียนรู้การใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามศักยภาพและบรรลุจุดมุ่งหมายของ หลักสูตร 4. บทบาทผู้สอนและผู้เรียน ในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือ นาม ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้ 4.1 บทบาทของครู 1) สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในกิจกรรมการเรียนการสอน กระตุ้นให้ นักเรียนวางแผนการทำงานด้วยตนเอง ทำงานโดยใช้กระบวนการทำงานอย่างมีขั้นตอน มีการประเมินผลกาทำงาน และปรับปรุงแก้ไขงาน 2) ให้คำแนะนำเพิ่มเติมในสิ่งที่นักเรียนบกพร่อง ให้คำชมเชยเมื่อนักเรียนกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะสิ่ง เหล่านี้จะเป็นแรงเสริมให้นักเรียนมีกำลังใจและเกิดความเชื่อมั่นในตนเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนช้า และให้นักเรียนมีพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น 3) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่แผนการจัดการเรียนรู้กำหนด โดยเน้นทฤษฎี และปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ 4) หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือใช้ถ้อยคำที่ทำให้นักเรียนเกิดความท้อถอย 5) ตรวจสอบการฝึกปฏิบัติในการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแล้วแจ้งผลให้นักเรียนทราบเป็รายบุคคล หลังเรียนจบแต่ละแผนทุกครั้ง เพื่อเป็นการเสริมแรงให้นักเรียนเกิดกำลังใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมครั้งต่อ ๆ ไป
11 6) เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยอย่างเป็นกันเองและสรุปเนื้อหา 7) ในกรณีที่นักเรียนมีข้อสรุปไม่ชัดเจนหรือมีข้อบกพร่องตามจุดประสงค์ให้ครูเพิ่มเติมส่วนนั้นให้กับ นักเรียน 8) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาเรียน 9) สังเกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ขยัน ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น อดทน พฤติกรรมนักเรียนมี แนวโน้มที่จะพัฒนาพฤติกรรมตามที่มุ่งหวังเอาไว้ 4.2 บทบาทของผู้เรียน 1) สนใจกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนทุกครั้ง 2) ให้ความร่วมมือกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย 3) ศึกษาข้อมูลในตำราและนอกตำรา 4) ซักถามและขอคำเสนอแนะเพิ่มเติมจากครู 5) ศึกษาเพิ่มเติมในเว็บไซต์ต่าง ๆ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) เอกสารประกอบการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) ใบงาน 4) แบบบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้นอกสถานที่
12 การวัดและประเมินผล การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม เป็น การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนซึ่งอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติในการจัดการเรียนการ สอน ใช้เทคนิคการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เช่น การซักถาม การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน การตรวจ และประเมินผลงานนักเรียน เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม การใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เป็นต้น โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง การประเมินเป็นการ ตรวจสอบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตน เครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล มีดังนี้ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน แบบประเมินชิ้นงาน/ผลงาน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในการประเมินการเรียนการสอน ครูผู้สอนจะประเมินระหว่างสอนและเมื่อจบแต่ละแผนการ จัดการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินผลการเรียน หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง 100 ปีกับสถานีรถไฟปัตตานี(โคกโพธิ์) เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ดังนั้นในหลักสูตรจะเป็นการประเมินผลการเรียนโดยใช้เกณฑ์ ไม่ผ่าน ผ่าน ดี และดี เยี่ยม โดยมีระดับคะแนนจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ดังนี้ คะแนน 80 คะแนน ขึ้นไป ระดับผลการประเมินเป็น ดีเยี่ยม คะแนน 70-79 คะแนน ขึ้นไป ระดับผลการประเมินเป็น ดี คะแนน 50-69 คะแนน ระดับผลการประเมินเป็น ผ่าน คะแนน 0 – 49 คะแนน ระดับผลการประเมินเป็น ไม่ผ่าน
13 โครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาเพิ่มเติม หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 จำนวน 20 ชั่วโมง ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการ เรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน หน่วยที่ 1 วัดถ้ำเสือ 1 - แนะนำรายวิชา - ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ - ความเชื่อ ความศรัทธา 2 10 หน่วยที่ 2 ลักษณะทาง กายภาพของจังหวัดกระบี่ 2 - ที่ตั้ง และอาณาเขต - ลักษณะภูมิประเทศ - ลักษณะภูมิอากาศ 4 20 หน่วยที่ 3 ลักษณะทาง กายภาพของวัดถ้ำเสือ 3 - สถานที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ของวัดถ้ำ เสือ - สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ - สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ - ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ วัดถ้ำเสือ 5 20 หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล 4 - โบราณสถาน - วัตถุมงคล 4 20 หน่วยที่ 5 แนวทางการ อนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัด ถ้ำเสือ 5 -ลงพื้นที่เพื่อศึกษาเส้นทางธรรมชาติของ วัดถ้ำเสือ -สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัดถ้ำเสือ -สรุปเนื้อหาด้วยการทำแบบทดสอบ 5 20 รวม 20 100
14 แผนการประเมินผล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาเพิ่มเติม หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 จำนวน 20 ชั่วโมง ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการ เรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ทฤษฎี ปฏิบัติ 1 วัดถ้ำเสือ 1 -บอกประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ 10 10 2 ลักษณะทางกายภาพของ จังหวัดกระบี่ 2 -บอกที่ตั้ง และสภาพภูมิศาสตร์จังหวัด กระบี่ 10 3 ลักษณะทางกายภาพของ วัดถ้ำเสือ 3 -บอกที่ตั้ง และสภาพภูมิศาสตร์วัดถ้ำเสือ -บอกสภาพแวดล้อมภายในถ้ำ 10 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล 4 -บอกโบราณสถาน และวัตถุมงคลที่ ค้นพบในวัดถ้ำเสือ 20 10 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ 5 -เสนอแนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ 20 10 รวม 70 30
15 ภาคผนวก
16
17 คำนำ เอกสารประกอบหลักสูตร วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม เป็นเอกสารประกอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และศึกษา เกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมา ความเชื่อ ลักษณะทางกายภาพ สภาพแวดล้อม โบราณสถาน วัตถุมงคล และสถานที่ สำคัญต่างๆภายในถ้ำตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์การบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือเพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน เกิด ความรัก ความภาคภูมิใจและตระหนักถึงความสำคัญของของการสถานที่สำคัญ และตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญของสถานที่สำคัญในท้องถิ่นของตน โดยเอกสารชุดนี้ประกอบไปด้วยเนื้อหาจำนวน 5 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ หน่วยที่ 1 วัดถ้ำเสือ หน่วยที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ หน่วยที่ 3 ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล หน่วยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ เนื้อหาของเอกสารประกอบหลักสูตรท้องถิ่นชุดนี้ นักเรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง มีเนื้อหาที่เข้าใจ ง่าย มีรูปภาพสีประกอบ ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ ผู้เชี่ยวชาญ และ อาจารย์ราศรีสวอินทร์อาจารย์ผู้สอนรายวิชาการพัฒนา หลักสูตรสังคมศึกษาผู้ให้คำปรึกษาเสนอแนะเพื่อให้การจัดทำเอกสารประกอบหลักสูตรท้องถิ่นฉบับนี้สำเร็จลุล่วง ได้ดีผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเกิดประโยชน์ต่อคุณครูผู้สอนและนักเรียนในการนำไปใช้เพื่อพัฒนาการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป ศศิประภา ปฏิมินต์ ก
18 สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ........................................................................................................................................................... ก สารบัญ........................................................................................................................................................ ข สารบัญรูป................................................................................................................................................... ค คำแนะนำในการใช้เอกสารประกอบหลักสูตรท้องถิ่น................................................................................... ง แบบทดสอบก่อนเรียน............................................................................................................................... 21 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน....................................................................................................................... 23 หน่วยที่ 1 วัดถ้ำเสือ.................................................................................................................................. 24 หน่วยที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่..................................................................................... 30 หน่วยที่ 3 ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ.......................................................................................... 34 หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล.................................................................................................... 41 หน่วยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ......................................................................... 46 แบบทดสอบหลังเรียน............................................................................................................................... 52 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน………………………..…………………………….......................................................... 54 บรรณานุกรม............................................................................................................................................ 55 ข
19 สารบัญรูป รูปที่ หน้า รูปที่ 1 วัดถ้ำเสือ ..................................................................................................................................... 25 รูปที่ 2 วัดถ้ำเสือ ..................................................................................................................................... 26 รูปที่ 3 หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ .......................................................................................................... 26 รูปที่ 4 หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ .......................................................................................................... 29 รูปที่ 5 แผนที่ที่ตั้งจังหวัดกระบี่ ............................................................................................................... 32 รูปที่ 6 แผนที่ภูมิศาสตร์จังหวัดกระบี่ ...................................................................................................... 33 รูปที่7 ลักษณะภูมิอากาศจังหวัดกระบี่ ................................................................................................... 33 รูปที่8 แผนที่วัดถ้ำเสือ ........................................................................................................................... 36 รูปที่9 แผนที่วัดถ้ำเสือ ........................................................................................................................... 36 รูปที่10 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ ................................................................................................... 37 รูปที่11 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ ................................................................................................... 37 รูปที่12 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ ................................................................................................... 38 รูปที่13 สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ ........................................................................................................... 39 รูปที่14 ลักษณะพืชพรรณธรรมชาติบริเวณรอบๆวัดถ้ำเสือ ................................................................... 40 รูปที่15 พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ ............................................................................................................ 43 รูปที่16 พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว ......................................................................................................... 44 รูปที่17 พระโพธิสัตว์กวนอิม .................................................................................................................. 44 รูปที่18 พระพุทธรูปหยกขาว ................................................................................................................. 44 รูปที่19 วัตถุมงคลหลวงพ่อจำเนียร ....................................................................................................... 45 รูปที่20 วัดถ้ำเสือ .................................................................................................................................. 49 ค
20 คำแนะนำในการทำเอกสารประกอบหลักสูตรท้องถิน เอกสารเล่มนี้ใช้ประกอบหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกมา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อให้ นักเรียนใช้ศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง นักเรียนควรอ่านคำแนะนำและปฏิบัติกิจกรรมแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจน จบ นักเรียนจะได้รับความรู้อย่างครบถ้วนโดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. ศึกษาผลการเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่าเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยแล้วนักเรียนสามารถเรียนรู้อะไร ได้บ้าง 2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วตรวจคำตอบที่เฉลยไว้ท้ายแบบกิจกรรมของแต่ละเรื่อง เพื่อให้รู้ว่า นักเรียนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษามากน้อยเพียงใด 3. ศึกษาหน่วยการเรียนรู้ทั้ง 6 หน่วย เพื่อเป็นการทบทวนให้มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น 4. ทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง 5. นักเรียนแต่ละคนต้องมีความชื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดูเอกสารเฉลยก่อนเรียนหลังเรียน และแบบเฉลย แบบฝึกกิจกรรมทุกกิจกรรม 6. ถ้านักเรียนและผู้สนใจต้องการเนื้อหาเพิ่มเดิมสามารถค้นคว้าได้จากบรรณานุกรมที่อยู่ท้ายเล่ม ง
21 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ปรนัย 10 ข้อ 20 คะแนน เวลา 1 ชั่วโมง ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………………..ชั้น……….เลขที่………. คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วทำเครื่องหมาย × ลงในกระดาษคำตอบ 1. วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดใด ก. จังหวัดพังงา ข. จังหวัดนครศรีธรรมราช ค. จังหวัดกระบี่ ง. จังหวัดสตูล 6.เจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธามาช้านาน มีนามว่าอะไร ก. หลวงพ่อจำเนียร ข. หลวงพ่อแดง ค. หลวงพ่อชำนาญ ง. หลวงพ่อทูน 2. จังหวัดกระบี่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดใดบ้าง ก. ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา สุราษฎ์ธานี ข. ภูเก็ต ตรัง พังงา สตูล ค. ระนอง ยะลา ตรัง สุราษฎ์ธานี ง. ปัตตานี นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง 7.สภาพโดยทั่วไปของวัดถ้ำเสือมีลักษณะเป็น อย่างไร ก. เป็นที่ราบสูง ติดทะเล และมีแหล่งถ้ำ ข. เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผา และแหล่งถ้ำ ธรรมชาติ ค. เป็นที่ราบติดชายฝั่งทะเล ง. เป็นที่ราบติดเนินเขา
22 3.ทำไมถึงได้ตั้งชื่อว่า วัดถ้ำเสือ ก. เพราะชาวบ้านกลัวเสือ ข. เพราะชาวบ้านศรัทธาเกี่ยวกับเสือ ค. เพราะชาวบ้านมีความเชื่อว่าเคยเป็นที่ที่มีเสืออาศัย อยู่ ง. เพราะชาวบ้านชอบเลี้ยงเสือ 8. ข้อใดเป็นโบราณสถานที่พบภายในวัดถ้ำเสือ ก. พระธาตุเจดีย์ยอดนิมิต ข. พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว ค. พระบรมธาตุเจดีย์เขาใหญ่ ง. พระธาตุเจดีย์พระอารามหลวง 4. วัดถ้ำเสือมีบันไดสูงทั้งหมดกี่ขั้น ก. 1,222 ขั้น ข. 1,237 ขั้น ค. 1,233 ขั้น ง. 1,327 ขั้น 9. วัดถ้ำเสือ มีความสำคัญอย่างไรต่อคนในพื้นที่ ก. เป็นสถานที่ไว้ใช้พักผ่อนหย่อนใจ ข. เป็นสํานักปฏิบัติธรรมที่สงบ เมื่อผู้ใดเข้าปฏิบัติ ธรรมแล้ว จะมีความเย็นจิตเย็นใจ ค. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ง. เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง 5.แหล่งถ้ำธรรมชาติที่พบ มีแหล่งถ้ำใดบ้าง ก. ถ้ำหมี ถ้ำพระนาง ข. ถ้ำนาคี ถ้ำหลวง ค. ถ้ำภูผา ถ้ำนาคา ง. ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด 10. ใครที่มีการอนุรักษ์วัดถ้ำเสือได้เป็นอย่างดี ก. กระต่ายชอบทิ้งขยะไม่เป็นที่ เมื่อไปวัดถ้ำเสือ ข. สายไหมไม่ขีดข่วน และทำลายโบราณสถานบริเวณ วัดถ้ำเสือ ค. แตงโมแอบขโมยของภายในวัดถ้ำเสือ ง. แตงกวาไม่ชอบไปวัดถ้ำเสือ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการทำข้อสอบนะคะ : )
23 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง วัดถ้ำเสือ เลื่องลือนาม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 ………………………………………………………………………………………… 1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ง 6. ก 7. ข 8. ข 9. ข 10. ข
24 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 วัดถ้ำเสือ มาตรฐาน มาตราฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และ ธำรงความเป็นไทย สาระสำคัญ วัดถ้ำเสือ เป็นการศึกษาประวัติความเป็นมา และความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้านในท้องถิ่นจังหวัด กระบี่ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการตั้งถิ่นฐานของวัดถ้ำเสือ ความเป็นมา ความเชื่อ และความศรัทธา เพื่อพัฒนาศักยภาพ ผู้เรียนให้มีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลความรู้จากการศึกษาค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นการตั้งถิ่นฐานของวัดถ้ำเสือ ผลการเรียนรู้ อธิบายประวัติความเป็นมา และความเชื่อความศรัทธาของวัดถ้ำเสือ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.อธิบายประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือได้ สาระการเรียนรู้ 1.ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ 2.ความเชื่อ และศรัทธา
25 รูปที่ 1 วัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์ https://teawlay.com หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 วัดถ้ำเสือ ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไม่ไกล เป็นวัด สวยอีกแห่งหนึ่งของกระบี่ ที่มีความสงบเงียบ และตั้งอยู่ ท่ามกลางธรรมชาติ มีภูเขาและต้นไม้โอบล้อม ร่มรื่น วัดถ้ำ เสือ เริ่มมาจากพระอาจารย์จำเนียร มีความประสงค์จะสร้าง สำนักสงฆ์แห่งใหม่ เนื่องจากลูกศิษย์ลูกหามากขึ้น เมื่อต้นปี พ.ศ.2518 ท่านได้เกิดนิมิตขึ้นว่า สำนักนี้อยู่ทางทิศตะวันตก ของตัวเมืองกระบี่ มีภูเขาล้อมรอบ มีถ้ำต่างๆ และมีถ้ำหนึ่ง ชื่อว่า “ถ้ำเสือ” ดังนั้น ท่านพร้อมด้วยลูกศิษย์จึงได้เดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ และออกเสาะแสวงหาสถานที่ตามนิมิตของ ท่านนานนับเดือนจึงพบ “ถ้ำเสือ” ที่หุบเขาคีรีวงศ์ จึงเข้าไปสำรวจแล้วก็แน่ใจว่า ที่นี่แหละคือสำนักสงฆ์ที่เกิดขึ้น ในนิมิตของท่าน พระอาจารย์จึงได้มาตั้งเป็นสำนักสงฆ์และมาปฏิบัติธรรมที่นี่จนมีลูกศิษย์ลูกหาตามมามากมาย และชาวบ้านผู้เลื่อมใสศรัทธาอีกเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นวัดในเวลาต่อมา ที่ได้ชื่อว่า วัดถ้ำเสือนั้น จากการ สอบถามชาวบ้านได้ความว่า ในอดีตเคยมีเสือโคร่งจำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณของถ้ำที่ตั้งอยู่หน้าเขาแก้ว ภายใน ถ้ำยังปรากฎหินธรรมชาติเป็นรูปแบบอุ้งเท้าเสืออีกด้วย แต่เดิมแล้ว วัดถ้ำเสือ มีชื่อเดิมว่า สำนักสงฆ์หน้าชิง ซึ่งตั้ง ตามหมู่บ้าน โดยในปี พ.ศ.2518 หลวงพ่อจำเนียร ท่านได้เกิดนิมิตที่จะสร้างสำนักสงฆ์แห่งใหม่เพื่อปฏิบัติธรรม ท่านได้เดินทางไปยังหลายที่ และได้เจอที่นี่ ซึ่งมีถ้ำที่ตรงกับนิมิตของท่าน หลวงพ่อจำเนียรจึงได้มาสร้าง และ ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดถ้ำเสือแห่งนี้นั่นเอง อีกทั้ง หลวงพ่อจำเนียร เจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นที่ เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้วัดถ้ำเสือ มีชื่อเสียงขึ้นมา และเริ่มมีผู้ที่มาปฏิบัติ ธรรมมากขึ้น
26 รูปที่ 2 วัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์https://www.google.com/ รูปที่ 3 หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ จากเว็บไซต์ https:www.108prageji.com วัดถํ้าเสือเป็นภูเขาหินปูนพืดติดต่อกันหลายลูก หน้าเพิงถํ้าหันไปทางทิศ ตะวันออก เพิงถํ้าด้านหน้ายาวขนานไปกับพืดเขาสูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร เป็น แหล่งโบราณคดีสองสมัยในที่เดียวกัน คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยแรกเริ่ม ประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุที่พบ คือ เครื่องมือหิน พระพิมพ์ดินดิบ ภาชนะดินเผาทรง กลมมีการตกแต่งลวดลายเชือกทาบและเศษภาชนะดินเผา รวมทั้งภาชนะดินเผา ประเภทหม้อสามขาอาคารและเสนาสนะที่สำคัญ คือ พระธาตุเจดีย์บนยอดเขาแก้ว ซึ่ง มีความสูงอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 600 เมตร โดยต้องขึ้นบันไดไป 1,239 ขั้น บนยอด เขาแก้วยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นจุดชมทิวทัศน์ของจังหวัด กระบี่ หากมีฝนตกจะเกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอก นอกจากนั้นยังมีพระธาตุเจดีย์ ระฆังใหญ่ ขนาดความกว้างของฐาน 58 เมตร และมีความสูงถึง 90.90 เมตร และมีรูป ปั้นเจ้าแม่กวนอิมความสูง 5 เมตร ความเชื่อ และความศรัทธา วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่แหล่งรวมศรัทธามหาชนทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศ เป็นวัดที่เป็นที่เลื่องลือ ด้วยพระอาจารย์ชื่อดัง คือ พระอาจารย์พระ ครูอาจารย์จำเนียร และวัดถ้ำเสือมีตำนาน ที่มีเสืออาศัยมาก่อน วัดถ้ำเสือ เป็นสํานักปฏิบัติ ธรรมที่สงบวิเวก เพราะการปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน เป็นเรื่องของความสงบ มิใช่เรื่องยุ่งยากร้อนใจ เมื่อผู้ใดเข้าปฏิบัติ ธรรมแล้ว จะมีความเย็นจิตเย็นใจอย่างบอกกล่าวกันไม่ได้เพราะเป็นการรู้ เฉพาะตัว สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน เป็นธรรมชั้นสูงสุดของ พระพุทธศาสนา เป็นการปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์ถึงความสงบสุขอย่างแท้จริง
27 ท่านหลวงพ่อจําเนียร ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบองค์หนึ่งประจําภาคใต้ ปฏิปทาในองค์ท่านงดงาม นุ่มนวล ถือ เคร่งครัดในการปฏิบัติพระธรรม วินัยมากที่สุด สํานักสงฆ์ถ้ำเสือดินแดนเมืองใต้ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๘ โดยหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ซึ่งท่านได้ จดจําการบําเพ็ญภาวนาเริ่มแรกจากโยม บิดาของท่านมาจนสามารถดําเนินจิตสู่องค์สมาธิได้เมื่ออายุได้ ๗ -๘ปี เท่านั้น โยมบิดาของท่านเป็นนักปฏิบัติเกี่ยวออกเดินธุดงค์อยู่ในป่าเขาลําเนาไพรมาก่อน มีสมาธิแก่กล้าคนหนึ่ง นี้ คือความโชคดีของท่าน พร้อมทั้งมองเห็นคุณค่าของภาคปฏิบัติภาวนา บวชเข้ามาเพื่อเปิดอบรมสั่งสอนให้ ประชาชนเข้าถึงธรรมะแท้ของพระพุทธเจ้า -ประวัติและปฏิปทาหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ ท่านหลวงพ่อจําเนียร เกิดมาในครอบครัวชาวประมง ท่าน เกิด ณ หมู่บ้านปากน้ำ เมืองนครศรีธรรมราช ตรงกับแหลมตะลุมพุก ท่านเป็นคนที่ ๕ ใน จํานวนพี่น้องรวมกัน ๗ คน โยม บิดาชื่อ เพชร โยมมารดาชื่อ ต้า ท่านหลวงพ่อจําเนียร ผ่านชีวิตฆราวาสมาอย่างสมค่าสมศักดิ์ ศรี ท่านได้อยู่ดูแลน้อง ๆ ด้วยความอบอุ่นใจ และท่านได้ทําหน้าที่ พี่ชายอย่างดีเลิศ ต่อมาท่านได้มาอยู่กับปู่ของท่านคราวหนึ่ง เมื่อน้อง ๆ เติบโตขึ้นมาแล้วท่านมีอายุได้ ๒๐ ปี
28 ท่านได้สละเพศอย่างเด็ดขาด เข้าบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ พัทธสีมา วัดนารีประดิษฐ์ ต.ท่า ไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์ธัมมเกโส แห่งวัดบูรณาราม เป็นพระ อุปัชฌาย์ พระครูจันทสุวัณโณ (อาจารย์เบี้ยว) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ฉายาว่า “สีลเสฏโฐ” ในฐานะพระนวกะภิกขุ ท่านได้อยู่จําพรรษาที่วัดนารีประดิษฐ์ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย เรียนนักธรรมจน ได้นักธรรมตรี แต่ความตั้งใจเดิมนั้น ท่านประสงค์ ที่จะมุ่งปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเช่นเดียวกับโยมบิดา ของท่าน และตั้งใจออกเดินธุดงคกรรมฐานเพียงอย่างเดียว จิตใจตั้งมั่นจะเอาดีทางนี้ ไม่ขอลาสิกขาบท จะขอตาย ในผ้าเหลือง พร้อมกันนั้นท่านพระอาจารย์จำเนียร มีความตั้งใจว่า จะขอแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความสามารถ ทางวิปัสสนากรรมฐานให้จงได้ จะได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านเสีย ภายหลังจากท่านก็ได้กราบลาพระอาจารย์ เพื่อปฏิบัติธรรม แต่ก็ถูกขอร้องให้อยู่จําพรรษา เสียที่วัดก่อน ท่านเลยต้องอยู่ถึง ๗ ปี เมื่อครบกําหนดแล้ว ท่านหลวงพ่อจําเนียร ได้เดินธุดงค์ ไปถึง จ.ตรัง ได้ไปฝึกสมาธิธรรม หลายพรรษา การปฏิบัตินั้นมีการพิจารณา กาย เพ่งดูอสุภกรรมฐาน เดิน จงกรมรักษาสติเพิ่มพูนปัญญา จนมี สมาธิแก่กล้าดีแล้ว ท่านออกเดินธุดงคกรรมฐานต่อไปที่วัดสุคนธาวาส อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ท่านพระอาจารย์ จําเนียร สีลเสฏโฐ ได้รับคํานิมนต์ขอร้องให้ไปอยู่จําพรรษาในเขตแดนนี้เอง ท่านต้องอาศัยธรรมะ อาศัยกําลังใจ เจริญพรหมวิหาร ธรรมอย่างหนักหน่วงจึงสามารถ อยู่ได้ ท่านต้องผจญมารอย่างยิ่ง ซึ่งยากที่จะหาผู้ที่มี ความสามารถ เช่น ท่านมาอยู่ได้เพราะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อบรมพระกรรมฐาน อยู่ท่ามกลางหมู่กิเลสเข้า ต่อสู้กัน เป็นดงลูกปืนและลูกระเบิด ทั้งกิเลสและธรรมะของท่านเข้าต่อสู้กัน ถ้าแม้สติปัญญาธรรมอ่อนแอ ก็อยู่ ไม่ได้ ท่านหลวงพ่อจําเนียร ได้อยู่จําพรรษาที่ อ.นาสาร ถึง ๑๐ พรรษา ต่อมาท่านได้เดินทางไปนมัสการ ท่านพระอาจารย์ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง อ.วารินชําราบ จ. อุบลราชธานี เพราะสมัยแรกนั้นท่านได้ยิน กิตติศัพท์ของพระอาจารย์ชา ว่าเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่าง สมบูรณ์ จากภาคใต้สู่ภาคอีสาน ท่านหลวงพ่อจําเนียร เข้านมัสการพระอาจารย์ชา และ ได้สนทนาธรรมอันลึกซึ้ง ถึงแก่น จนบังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในภูมิจิตภูมิธรรมอย่างสูง โดยคิดว่า.. “จะยกวัดพาคณะพระภิกษุ สงฆ์สามเณร-ชีทุกองค์มาปฏิบัติ ธรรมกับท่านพระอาจารย์ชาให้ได้” แต่ชาวใต้เกรงจะหมดที่พึ่ง จึงคัดค้านไว้ ดังนั้นจึงต้องแสวงหาสถานที่ใหม่เพื่อสร้างเป็นสถานบําเพ็ญสมณ ธรรม ท่านหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ได้มาพบถ้ำเสือหรือ ชื่อในอดีตว่า “เขาคูหาคีรีวงศ์” ณ สถานที่แห่งนี้ท่านได้ พบกับความลึกลับอัศจรรย์มากที่สุด และก็ได้เป็นแหล่งสุดท้ายของ ท่านหลวงพ่อจําเนียร พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติ ชอบ อันเป็นที่พึ่ง ชาวใต้โดยแท้
29 หลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง มีขันติธรรมอดทน ได้ต่อสู้กับความ ยากลําบากในการปฏิบัติธรรมอันยาวนาน ท่านได้ผ่านคนดีมีศีลธรรม และคนชั่วช้าบาปหนามามากต่อมาก แต่ท่าน หลวงพ่อจําเนียร ก็ได้อาศัยธรรม ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็น บารมีเข้าขัดเกลาจิตใจของ ผู้คนเหล่านั้น ให้บังเกิดความเลื่อมใสในธรรม ได้ปฏิบัติตนเป็นคนที่มีศีลธรรมอันดีงาม ทั้งนี้เป็นด้วยน้ำใจ ของท่าน หลวงพ่อจําเนียร มุ่ง ประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์เป็นที่ตั้ง และหวังเจริญตามรอยบาท ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้า ด้วยการเรียนรู้ปฏิบัติแจ้ง ในคําสั่งสอน เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เพื่อแลกความดีงามนั้น ปัจจุบันสํานักสงฆ์ถ้ําเสือ “ดินแดนคนธรรพ์” ได้รับพระภิกษุและสามเณร ตลอดจนชีพราหมณ์ อุบาสก อุบาสิกา เป็นจํานวนร้อย จิตใจทุกดวงต่างก็ มารวมอยู่ที่ถ้ําเสือแห่งนี้ เพื่อหวังการปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็น ทางเอกทางตรงที่พระศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดํารัสไว้ ว่า… นี่คือทางมรรคผล นิพพาน ที่แท้จริงด้วยจิตใจที่ เปี่ยมล้นในคุณ ธรรมของท่านหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐนี้ แม้ชาวอิสลามหลายคน ก็ยังกราบเท้าท่านด้วยความ สนิทใจและบูชายิ่ง ปัจจุบัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ อายุวัฒนมงคล ๗ รอบ ครบ ๘๔ พรรษา (วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓) รูปที่ 4 หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ จากเว็บไซต์ https:www.108prageji.com
30
31 หน่วยที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ มาตรฐาน มาตราฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สาระสำคัญ จังหวัดกระบี่ เป็นการศึกษาลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่ที่ตั้ง และอาณาเขต ลักษณะภูมิ ประเทศ และลักษณะภูมิอากาศ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง โดย ใช้ข้อมูลความรู้จากการศึกษาค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นการตั้งถิ่นฐาน ของจังหวัดกระบี่ ผลการเรียนรู้ อธิบายลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.อธิยายลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ได้ สาระการเรียนรู้ 1.ที่ตั้ง และอาณาเขต 2.ลักษณะภูมิประเทศ 3.ลักษณะภูมิอากาศ
32 รูปที่ 5 แผนที่ที่ตั้งจังหวัดกระบี่ จากเว็บไซต์ https://krabi.mol.go.th/ หน่วยที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดกระบี่ ที่ตั้ง และอาณาเขต จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดขนาดเล็กที่มากด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และมรดกทาง วัฒนธรรม อันเก่าแก่ การผสมผสานการดำรงชีวิตของผู้คนที่ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา และ ความเชื่อที่แตกต่างอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ติดกับทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงแผ่นดิน ประมาณ ๘๑๔ กิโลเมตร มีพื้นที่ ทั้งหมด ๔,๗๐๘.๕๑๒ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒,๙๔๒,๘๒๐ ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้ ทิศเหนือ จดจังหวัดพังงา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทิศใต้จดจังหวัดตรัง และทะเลอันดามัน ทิศตะวันออก จดจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง ทิศตะวันตก จดจังหวัดพังงา และทะเลอันดามัน
33 รูปที่ 6 แผนที่ภูมิศาสตร์จังหวัดกระบี่ จากเว็บไซต์ https://grailert.wordpress.com/ รูปที่ 7 ลักษณะภูมิอากาศจังหวัดกระบี่ จากเว็บไซต์ https://tmd-dev.azurewebsites.net/ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดกระบี่ทางตอนเหนือ ประกอบด้วย เทือกเขายาวทอดตัวไป ในแนวเหนือใต้สลับกับสภาพ พื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด และลอนชัน มีที่ราบชายฝั่งทะเลทาง ด้านตะวันตก บริเวณทางตอนใต้มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขากระจัด กระจายสลับกับพื้นที่แบบ ลูกคลื่น ส่วนบริเวณทางตอนใต้สุด และ ตะวันตกเฉียงใต้ มีสภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาด จนถึง ค่อนข้างราบเรียบ และมีภูเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ สลับกันไป บริเวณด้าน ตะวันตกมีลักษณะเป็น ชายฝั่งติดกับทะเลอันดามัน ยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ จำนวน ๑๕๔ เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง ๑๓ เกาะ เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา และเกาะพีพี ซึ่งอยู่ในเขต อำเภอเมือง เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับของโลก ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดกระบี่ มีภูมิอากาศแบบมรสุมในเขตร้อนและ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวัน ออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปีและมีเพียง ๒ ฤดู - ฤดูร้อน เริ่มตั้งเดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน - ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือน ธันวาคม
34
35 หน่วยที่ 3 ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ มาตรฐาน มาตราฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สาระสำคัญ วัดถ้ำเสือ เป็นการศึกษาลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ ตั้งแต่สถานที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ของวัดถ้ำเสือ สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ วัดถ้ำเสือ เพื่อ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลความรู้จากการศึกษาค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นการตั้งถิ่นฐานของวัดถ้ำเสือ ผลการเรียนรู้ อธิบายลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.อธิยายลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือได้ สาระการเรียนรู้ 1.สถานที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ของวัดถ้ำเสือ 2.สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ 3.สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ 4.ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ วัดถ้ำเสือ
36 รูปที่ 8 แผนที่ตั้ง วัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์ https://palanla.com/th/ รูปที่ 9 แผนที่วัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์https://www.faiththaistory.com/ หน่วยที่ 3 ลักษณะทางกายภาพของวัดถ้ำเสือ สถานที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ของวัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ. กระบี่ ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร มีพื้นที่รอบวัดประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ หุบ เขาและยอดเขา สำหรับชื่อวัดนั้นมี ข้อสันนิษฐานว่า เนื่องจากในอดีต เคยมีเสืออาศัยอยู่ และภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติเป็นรูปแบบ ของอุ้งเท้าเสือ ส่วนที่มาของวัดนี้น่าจะมาจากพระธุดงค์ที่เดินทาง จาริกไป เพื่อหาสถานที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม มาอาศัยอยู่ตามถ้ำ และมีชาวบ้านที่ศรัทธาตามมากราบไหว้เป็นจำนวนมากจนกลาย เป็นวัดในเวลาต่อมาปัจจุบันมี "พระครูภาวนาธิคุณ" ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสและ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ" ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือ
37 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ สภาพทั่วไปของวัดถ้ำเสือ มีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรง ถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้าง แก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ เป็นต้น ถ้ำ บางแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัด ยัง สามารถใช้เป็นศูนย์กลางการนั่ง ฌานของพระภิกษุและเหล่าอุบาสก อุบาสิกาได้อีกด้วย ภายในบริเวณวัดทัศนียภาพร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ อายุนับร้อยนับพันปี เนื่องจากมี เขาล้อมอยู่ทุกด้าน บริเวณนี้นอกจากเป็นสถานที่วิปัสสนาแล้ว ยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญถึงสองสมัย คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ มีการขุดพบวัตถุโบราณหลายอย่าง เช่น เครื่องมือหิน เศษ ภาชนะดินเผา พระพิมพ์ดิบ บริเวณพื้นที่ราบด้านหน้าเป็นที่ตั้งของอุโบสถ พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ หอประชุม รูปปั้นพระโพธิสัตว์ กวนอิม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ พระพุทธรูปหยกขาว, ศาลาหลวงปู่ทวด, พระพุทธมงคล, พระสีวลี, พระพรหม, พระสังกัจจายน์, รอยพระพุทธบาท, พระธาตุเจดีย์, ยอดเขาแก้ว พระอรหันต์จี้กง เป็นต้น รูปที่ 10 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ จากช่องยูทูป Bird’s Eye View รูปที่ 11 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์https://blog.bangkokair.com/
38 ธรรมชาติน่าสนใจ "หุบเขาคีรีวงศ์" ภายในหุบเขาแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปี และเนื่องจากมีเขาล้อมอยู่ทุกด้าน จึงมีถ้ำเล็กถ้ำน้อย อยู่มากมาย เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ ฯลฯ สามารถเดินทางเข้าชมได้ โดยการขึ้นและลงบันไดบริเวณพระตำหนัก เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่าง ชาติคือการที่ได้มาแวะสักการะขอพร พระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะพม่าอายุนับร้อยปี เนื่องจากวัดถ้ำเสือมีลักษณะเป็นสวน ป่า แวดล้อมด้วยแมกไม้ ถ้ำและต้นไม้น้อยใหญ่อายุนับ ร้อยปี จึงเป็นที่อยู่อาศัยของลิงป่าน้อยใหญ่เป็น จำนวนมาก ถือเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของวัดถ้ำ เสือ สามารถชมและสัมผัสความเป็นอยู่ของฝูงลิงป่า อย่างใกล้ชิด รูปที่ 12 สภาพภูมิศาสตร์ของวัดถ้ำเสือ จากช่องยูทูป Bird’s Eye View
39 สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ ภายในถ้ำเป็นศาลาขนาดหย่อม มีพื้นที่ไว้กราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ มีองค์พระพุทธรูปต่าง ๆ เรียง รายอยู่ภายใน มีพระพุทธปฏิมากร และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มีพระประธาน และพระพุทธรูปมากมาย ถ้ำมีพื้นที่ กว้างขวาง พื้นปูด้วยกระเบื้องลวดลายหินอ่อนที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังมีรูปปั้นเสือนอนขนาดใหญ่อีกด้วย รูปที่ 13 สภาพแวดล้อมภายในถ้ำ ที่มา :https://teawlay.com//2017/08/Wat-Thum-Sua-Krabi.html
40 ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ วัดถ้ำเสือ เนื่องจากวัดถ้ำเสือมีลักษณะเป็นสวนป่า แวดล้อม ด้วยแมกไม้ ถ้ำและต้นไม้น้อยใหญ่อายุนับร้อยปี จึงเป็น ที่อยู่อาศัยของลิงป่าน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นมนต์เสนห์อย่างหนึ่งของวัดถ้ำเสือ สามารถชมและสัมผัส ความเป็นอยู่ของฝูงลิงป่าอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย รูปที่ 14 ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ วัดถ้ำเสือ จากช่องยูทูป Bird’s Eye View
41
42 หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล มาตรฐาน มาตราฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ สาระสำคัญ โบราณสถาน และวัตถุมงคล เป็นการศึกษาโบราณสถาน และวัตถุมงคลที่ค้นพบภานในบริเวณวัดถ้ำเสือ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นการค้นพบโบราณสถานต่าง ๆ บริเวณวัดถ้ำ เสือ ผลการเรียนรู้ บอก และรู้จักโบราณสถาน และวัตถุมงคลภายในวัดถ้ำเสือได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.บอก และรู้จักโบราณสถาน และวัตถุมงคลภายในวัดถ้ำเสือได้ สาระการเรียนรู้ 1.โบราณสถาน 2.วัตถุมงคล
43 รูปที่ 15 พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ จากเว็บไซต์http://www.phototechthailand.com/ หน่วยที่ 4 โบราณสถาน และวัตถุมงคล โบราณสถาน -พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ มีความสูง 90.90 เมตร ความกว้างของฐาน 58 เมตร เริ่มก่อสร้างลงฐานรากจนถึงยอดพระเจดีย์ในปี พ.ศ. 2535 ภายในมี 5 ชั้น กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ ก่อสร้าง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้โครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ เหลือขึ้นตอนต่อไปคือการตกแต่งจัดเป็นชั้นต่างๆ และส่วนยอดพระธาตุเจดีย์ฯ ขณะนี้ได้ติดแผ่น กระเบื้องเซนามิคทองคำบนยอดพระธาตุเจดีย์โดย ตั้งใจจะให้ เป็นระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมี 5 ชั้น ชั้นที่ 1 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ชั้นที่ 2 เป็นหอประชุมเอนกประสงค์ ชั้นที่ 3 แขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก ชั้นที่ 4 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปโบราณ ชั้นที่ 5 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์พระธาตุ
44 รูปที่ 16 พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว จากเว็บไซต์ https://www.mu-ku-ra.com/ -พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มี ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร สามารถขึ้นไปสักการะได้โดย ขึ้นบันได 1,237 ขั้น บนยอดเขาสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ ได้รอบทิศ ทั้งยังเป็นที่ ประดิษฐานของรอยพระพุทธ บาทจำลอง พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อีก ด้วย -พระโพธิสัตว์กวนอิม พระโพธิสัตว์กวนอิม สูง 5 เมตร เป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่ นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ คือการที่ได้มาแวะสักการะขอพร -พระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะพม่าอายุนับร้อยปี ประดิษฐ์สถาน ณ โบสถ์วัดถ้ำเสือ รูปที่ 17 พระโพธิสัตว์กวนอิม จากเว็บไซต์ https://www.mu-ku-ra.com/ รูปที่ 18 พระพุทธรูปหยกขาว จากเว็บไซต์ https://www.mu-ku-ra.com/
45 วัตถุมงคล หลวงพ่อจำเนียร หรือพระอาจารย์จำเนียร เป็นพระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และ ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย ฮ่องกง เป็นต้น ด้วยเหตุที่วัตรปฏิบัติอันงดงาม และ ความศักดิ์สิทธิ์ของตัวหลวงพ่อจำเนียรเอง จึงทำวัตถุมงคลของหลววงพ่อจำเนียร ล้วนแต่มีพุทธคุณครบเครื่อง ครอบจักรวาล และเกิดประสบการณ์ ทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ให้เห็นประจักษ์แก่บรรดา ศิษยานุศิษย์ และผู้เคารพศรัทธาในตัวหลวงพ่อจำเนียรเอง รูปที่ 19 วัตถุมงลคหลวงพ่อจำเนียร จากเพจเฟสบุ้ค รวมวัตถุมงคลหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ
46
47 หน่วยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ มาตรฐาน มาตราฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ สร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สาระสำคัญ แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ เป็นการศึกษา แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำ เสือ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า การสำรวจพื้นที่ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นการแนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัด ถ้ำเสือ ผลการเรียนรู้ รู้จัก แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.รู้จัก แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัด สาระการเรียนรู้ 1.แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ
48 หน่วยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ แนวทางการอนุรักษณ์ โบราณสถานและโบราณวัตถุ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทหนึ่งที่อาจบอกความเป็นมาของ กลุ่มชน หมู่บ้าน เมือง และประเทศชาติ นับตั้งแต่อดีตกาลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันได้ การอนุรักษ์แบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบ 1. การสงวนรักษา คือ การดูแลรักษาไว้ตามสภาพของเดิมเท่าที่เป็นอยู่ และป้องกันมิให้เสียหายต่อไป 2. การปฏิสังขรณ์คือ การทำให้กลับคืนสู่สภาพอย่างที่เคยเป็นมา 3. การบูรณะ คือ การซ่อมแซม และปรับปรุง ให้รูปทรงมีลักษณะกลมกลืนเหมือนของเดิมมากที่สุดเท่าที่ จะมากได้ แต่ต้องแสดงความแตกต่างของสิ่งที่มี อยู่เดิมและสิ่งที่ทำขึ้นใหม่ ในปัจจุบันโบราณสถานอยู่ในความคุ้มครองและดูแลของกรมศิลปากรและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องใน การดูแลคุ้มครองทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม บางอย่างถูกเก็บรักษาอย่างดีแต่บางอย่างขาดการดูแลเอาใจใส่ ละเลยที่จะใช้กฎหมายมาบังคับ เพื่อให้สมบัติของชาติเหล่านั้นยังคงอยู่สืบไปให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็น ศิลปวัฒนธรรมของบรรพบุรุษที่สร้างความเจริญให้กบัคนรุ่นหลัง โบราณสถานถือเป็นทุนของวัฒนธรรมไทยที่สร้าง รายได้ให้กับการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลของประเทศ จนบางแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเหล่านี้เป็น สมบัติทางวัฒนธรรมที่มนุษยได้สร้างขึ้น สมบัติบางอย่างจึงอาจมีเพียงชิ้นเดียวในโลกซ่ึงไม่สามารถทำใหม่ได้แต่ กลับถูกทอดทิ้งขาดการดูแลเอาใจใส่ ประชาชนไม่เห็นคุณค่า ขาดความรู้ความเข้าใจในการรักษา หรือทำละเมิดต่อ สมบัติของชาติเหล่านั้น ทั้งนี้อาจโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม หรืออาจเกิดการเสื่อมสลายโดยตัววัตถุเอง หรือ โดยการกระทำของสิ่งแวดล้อม
49 รูปที่ 20 วัดถ้ำเสือ จากเว็บไซต์ https://blog.bangkokair.com/ วิธีดูแลบำรุงรักษาโบราณสถาน 1. ไม่ขีดเขียนและทำลายโบราณสถาน 2. ไม่ทิ้งขยะ รักษาความสะอาดในบริเวณโบราณสถาน 3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการเข้าชม
50