แ ม ล ง นั ก ล่ า ผู้ ฆ่ า ศั ต รู พื ช
เนือหา
มวนเพชฌฆาต
มวนพฆิ าต
แมลงชา้ งปกใส
แมลงหางหนบี
ตกั แตน
ตกั แตนตาํ ข้าว
ดว้ งเต่า
มวนเขียวดดู ไข่
มวนเพชฌฆาต
มวนเพชฌฆาต (Assassin bug) ลักษณะทัวไป พฤติกรรมการกินอาหาร
มชี อื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Sycanus collaris เปน มวนเพชรฌฆาต มลี ักษณะเดน่ คือ มหี วั มวนชนดิ นี เปนแมลงตัวหาํ มนี สิ ยั ดรุ า้ ย
แมลงในวงศ์ Reduviidae อันดบั Hemiptera แคบและยาว สว่ นท้ายของหวั แคบคล้าย โดยพวกมนั ดดู กินของเหลวภายในตัว
แมลงในอันดบั นี มกั เรยี กวา่ “มวน” หรอื “Bugs” คอ จงอยปาก มี 3 ปล้อง และ โค้งงอ เหยอื เปนอาหาร พวกมนั สามารถกิน
เปนกล่มุ แมลงทีมมี ากเปนอันดบั ที 6 ของแมลง สอดเขา้ ไปในรอ่ งใต้แผน่ แขง็ ของอก อาหารไดห้ ลายชนดิ เชน่ หนอนผเี สอื
ทังหมด (ชนั ; Class Insecta) มจี าํ นวนถึง 44 ปล้องแรก มหี นวดยาวแบบเสน้ ดา้ ย มี กลางวนั หนอนผเี สอื กลางคืน และ
วงศ์ (Family) มที ังเปนแมลงทีอาศัยอยูบ่ นบก 4 ปล้อง สว่ นมากมตี าเดยี ว โคนขาค่หู นา้ ตักแตนในชว่ งทีลอกคราบใหมๆ่ เมอื ตัว
และหลายชนดิ อาศัยในนาํ จดั เปนแมลงขนาดกลาง (Femur) มกั จะขยายใหญ่ สว่ นขอบของ อ่อนเรมิ ฟกออกมา ชว่ ง 2-3 วนั แรก ตัว
ถึงขนาดใหญ่ มสี ดี าํ หรอื นาํ ตาล และอาจแต้มดว้ ย บรเิ วณกลางสว่ นท้องกวา้ งออก ทําให้ อ่อนยงั ไมก่ ินอาหาร มวนทีมอี ายุนอ้ ยมกั
สอี ืนๆ เชน่ แดง เหลือง สม้ และสว่ นใหญจ่ ะมลี ํา สว่ นปกคลมุ ไมม่ ดิ สามารถมองเหน็ สว่ นนี อยูแ่ ละกินอาหารรวมกันเปนกล่มุ การ
ตัวรปู ไข่ แมว้ า่ บางชนดิ มลี ําตัวยาวมากแมลงใน ไดง้ ่าย ตัวอ่อนมี 1-5 ระยะ ลําตัวมสี แี ดง เลียงตัวอ่อนระยะที 1-2 นจี ะเลียงดว้ ย
วงศ์นสี ว่ นใหญเ่ ปนตัวหาํ ดดู กินของเหลวในตัว หลังลายดาํ ตัวเต็มวยั จะเปลียนเปนสดี าํ หนอนทีถกู ทําใหต้ ายก่อน สว่ นการเลียง
แมลงอืนเปนอาหาร และบางชนดิ ดดู กินเลือดสตั ว์ มสี เี หลืองหรอื สแี ดงแต้ม ตัวยาว มวนระยะที 3-5 จะใหอ้ าหารเปนตัวหนอน
หลายชนดิ เรานาํ มาเปนตัวหาํ ทําลายแมลงศัตรพู ชื ประมาณ 3 ซ.ม. ลําตัว และ ท้องของเพศ ทีมชี วี ติ เมอื มวนเพชฌฆาต เรมิ แขง็ แรง
แต่ก็มหี ลายชนดิ ทีใหโ้ ทษ ชอบดดู เลือดสตั วใ์ หญท่ ี เมยี จะใหญ่ สว่ นในเพศผู้ ลําตัวและท้อง ขนึ มนั จะสามารถกินแมลงทกุ ชนดิ ทีปาก
เปนสตั วเ์ ลือดอุ่น รวมทังคนเราดว้ ย เมอื เราถกู มนั จะเล็ก ตัวอ่อนระยะที 3 ถึงตัวเต็มวยั จะ ของมนั แทงเขา้ ไปได้ ลักษณะการกิน
ต่อย จะทําใหเ้ กิดเปนแผลผนื แดง และเจบ็ ปวด มพี ษิ ทําใหเ้ ราเจบ็ ปวดไดห้ ากถกู มนั ต่อย อาหาร มวนจะยนื จงอยปากออกแทง
มวนเพชฌฆาต สามารถพบไดท้ ัวไปตาม เหยอื และปล่อยพษิ ใส่ เหยอื จะตายและ
ปาธรรมชาติ มกั พบเกาะอยูต่ ามพนื หญา้ หลังจากนนั จะดดู เหยอื กินจนของเหลวใน
พุม่ ไมเ้ ตีย และมกั พบพวกมนั เกาะตาม ตัวแหง้ และเปลียนเปนสคี ลํา ในกล่อง
ต้นติวและต้นแต้วในปา พบชุกชุมในชว่ ง เลียงพบวา่ ตัวเต็มวยั 1 ตัวสามารถฆา่
เดอื นกันยายน- พฤศจกิ ายน และ หนอนได้ มากกวา่ วนั ละ 5 ตัว
เมษายน- มถิ นุ ายน
ม ว น พิ ฆ า ต
มวนพฆิ าต เปนแมลงศัตรธู รรมชาติ มี
ประสทิ ธภิ าพในการควบคมุ หนอนชนดิ ต่างๆ โดย
เฉพาะ หนอนผเี สอื เชน่ หนอนใยผกั หนอนกระทู้
ผกั หนอนกระท้หู อม หนอนเจาะสมอฝาย หนอน
คืบกะหลํา หนอนคืบละหงุ่ หนอนแก้วสม้ หนอน
รา่ น ฯลฯ มวนพฆิ าต มพี ฤติกรรมเปนตัวหาํ ตังแต่
ตัวอ่อนวยั 2 จนกระทังเปนตัวเต็มวยั มวนพฆิ าต
ทําลายหนอนทกุ ขนาด ตลอดชวี ติ มวนพฆิ าต 1 ตัว
ทําลายหนอน ศัตรพู ชื ได้ 214 -258 ตัวเฉลีย 6
ตัวต่อวนั ตัวอ่อนวยั 2-5 ทําลายหนอน ได้ 80 ตัว
ลักษณะการทําลายแมลงศัตรูพชื
มวนพฆิ าตมปี ากแบบแทงดดู ลักษณะคล้ายเขม็
ปกติจะพบั เก็บไวใ้ ต้อกเมอื พบหนอน จะใชป้ าก
แทงเขา้ ไปในลําตัวหนอนศัตรพู ชื แล้วปล่อยสาร
พษิ ทําใหห้ นอนเปนอัมพาต ไมส่ ามารถเคลือนไหว
ได้ จากนนั จงึ ดดู กินของเหลวจากตัวหนอนจน
หนอนแหง้ ตาย แล้วมวนพฆิ าตจะไปหาหนอนตัว
ใหม่
การนาํ ไปใช้
เมอื สาํ รวจพบหนอนศัตรพู ชื ปล่อยมวนพฆิ าต ตัวอ่อน
หรอื ตัวเต็มวยั อัตรา 100 ตัวต่อไร่ ในพชื ไร่ พชื ผกั ไม้
ดอก และในไมผ้ ล ปล่อย 100 ตัวต่อต้น เพอื ควบคมุ
ปรมิ าณหนอนใหอ้ ยูใ่ นระดบั ตํา หากพบหนอนปรมิ าณมาก
ปล่อยมวนพฆิ าต 2,000 ตัวต่อไร่ โดยปล่อยเปนจุดๆ ให้
กระจายทัวแปลง และปล่อยซาํ จนกวา่ มวนพฆิ าตจะตัง
รกรากได้ ควรงดพน่ สารปองกันและกําจดั แมลง จากการ
ปล่อยมวนพฆิ าตตัวอ่อนวยั 3-4 ในแปลงหนอ่ ไมฝ้ รงั และ
ถัวฝกยาว 3,200 ตัวต่อไร่ ต่อครงั ต่อการระบาด 1 ครงั
และปล่อยในไรอ่ งุ่น 2,400 ตัวต่อไร่ สามารถควบคมุ และ
ลดการระบาดของ หนอนได้ 80-90%
แ ม ล ง ช้ า ง ป ก ใ ส
แมลงชา้ งปกใส ชนดิ Chrysoperla
carnea Stephens เปนแมลงตัวหาํ ทีสาํ คัญที
นยิ มนาํ มาเพาะเลียงมากทีสดุ ในแถบทวปี ยุโรปและ
สหรฐั อเมรกิ า เนอื งจากเปนศัตรตู ามธรรมชาติที
สาํ คัญของแมลงศัตรพู ชื หลายชนดิ เชน่ เพลีย
อ่อน เพลียจกั จนั เพลียไฟ แมลงหวขี าว เพลีย
แปง และไรแดง นอกจากนตี ัวอ่อนของแมลงชา้ ง
ปกใสยงั สามารถกินไขแ่ ละตัวอ่อนของดว้ ง หรอื
หนอนผเี สอื ทีทําลายผลผลิตทางการเกษตรไดอ้ ีก
ดว้ ย ดงั นนั แมลงชา้ งปกใสจงึ มบี ทบาทสาํ คัญใน
การควบคมุ ศัตรพู ชื โดยชวี วธิ ไี ดอ้ ยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ แมลงชา้ งปกใส C. carnea จะดาํ รง
ชพี แบบผลู้ ่าหรอื เปนตัวหาํ เฉพาะในระยะตัวอ่อน
สว่ นในตัวเต็มวยั จะกินนาํ หวานและละอองเรณู จงึ
มบี ทบาทในการผสมเกสรและชว่ ยขยายพนั ธุพ์ ชื
ดว้ ยเชน่ กัน
เปนแมลงทีในระยะตัวอ่อนสามารถชว่ ยทําลาย
แมลงศัตรพู ชื ขนาดเล็กไดห้ ลายชนดิ มากกวา่ 60
ตัว/ชวั โมง เชน่ ไขผ่ เี สอื กลางคืน เพลียอ่อน เพลีย
แปง เพลียไฟ เพลียหอย และหนอนผเี สอื ขนาด
เล็กต่างๆ เชน่ หนอนคืบกระหลําปลี
แ ม ล ง ห า ง ห นี บ ( ด้ ว ง ก้ น ก ร ะ ด ก )
ด้วงก้นกระดก หรอื ด้วงปกสนั หรอื ด้วงก้นงอน (Paederus fuscipes Curtis)
เปนดว้ งขนาดเล็กประมาณ 7 มลิ ลิเมตร สว่ นหวั มสี ดี าํ ปกนาํ เงินเขม้ และสว่ นท้องมสี สี ม้ มี
ความสามารถในการเคลือนไหวไดร้ วดเรว็ และมกั จะงอสว่ นท้องสา่ ยขนึ ลงเมอื เกาะอยูก่ ับพนื
จงึ มกั เรยี กวา่ "ดว้ งก้นกระดก" จดั อยูใ่ นอันดบั Coleoptera วงศ์ Staphyinidae พบ
กระจายทัวโลก กวา่ 20 ชนดิ สาํ หรบั ชนดิ ทีพบไดใ้ นประเทศไทย ดว้ งชนดิ นอี าศัยบรเิ วณพง
หญา้ ทีมคี วามชนื ชอบออกมาเล่นไฟ จะมมี ากโดยเฉพาะในฤดฝู น เปนแมลงทีมคี วามวอ่ งไว
ในการล่าเหยอื ชอบกินเพลียกระโดดเปนอาหาร
ตั ก แ ต น
เปนแมลงขนาดใหญ่ ชอบกินเพลียกระโดด เพลียจกั กระจนั ไข้
ผเี สอื หนอนกอขา้ ว นอกจากนนั บางชนดิ ชอบกินใบอ่อนของ
หญา้ ทีเปนวชั พชื ไดอ้ ีกดว้ ย
ตั ก แ ต น ตํา ข้ า ว
ตักแตนตําขา้ ว จบั แมลงกิน เปน
อาหาร เชน่ แมลงวนั ผเี สอื กลางคืน
อยา่ งไรก็ตามไดม้ กี ารนาํ แมลงตัวหาํ
มาจดั การแมลงศัตรพู ชื ทางการ
เกษตร และไดผ้ ลตอบรบั ทีดมี าแล้ว
หลายตัวอยา่ ง อาทิ ใชด้ ว้ งเต่าลาย
ทําลายเพลียแปงในสวนสม้ หรอื ใช้
แมลงชา้ งปกใส นสวนเพอื ชว่ ย
กําจดั เพลียอ่อนและมด เปนต้น
อนาคตอาจมกี ารเพาะเลียงแมลง
เหล่านเี พอื ใชป้ ระโยชนใ์ นทางการค้า
ก็เปนได้
ด้ ว ง เ ต่ า
ด้วงเต่า เปนดว้ งทีมขี นาดเล็ก ลําตัวอ้วนกลม
สว่ นใหญท่ ีพบในประเทศไทย ปกสแี ดง สม้
เหลือง และมกั จะแต้มดว้ ยสดี าํ เปนจุด หนวด
แบบลกู ต้มุ capilate เปนหนวดทีปล้องตอน
ปลาย 1-3 ปล้องขยายใหญข่ นึ กวา่ ปล้องอืนๆ เท้า
มี 5 ปล้อง แต่จะเหน็ ชดั ไดเ้ พยี ง 4 ปล้อง
ประโยชน์ ดว้ งเต่าเปนแมลงหาํ ทังในระยะตัวอ่อน
และตัวเต็มวยั สามารถควบคมุ ศัตรพู ชื ไดห้ ลาย
ชนดิ เชน่ เพลียอ่อน เพลียแปง เพลียไก่ฟา เพลีย
หอย ไรกินพชื รวมทังไขข่ องแมลงศัตรพู ชื อีก
หลายชนดิ
ลักษณะการเจรญิ เติบโต :
ดว้ งเต่าตัวหาํ (ขอ้ มูล ดว้ งเต่าลายหยกั
Menochilus sexmaculatus Fabricius ) มี
การเจรญิ เติบโต 4 ระยะ ไดแ้ ก่
ระยะไข่ - วางเปนกล่มุ เรยี งกันเปนระเบยี บ สี
เหลืองอ่อน ไขแ่ ต่ละฟองมรี ปู ทรงรี คล้ายลกู รกั บี
เมอื ใกล้ฟกจะมสี เี ทาปนดาํ อายุไข่ ประมาณ 2 วนั
ระยะตัวอ่อน - ตัวอ่อนมรี ปู ทรงคล้ายลกู จระเข้ ลํา
ตัวแบนหวั ท้ายเรยี ว มขี า 3 คู่ บรเิ วณดา้ นหลังและ
ดา้ นขา้ งลําตัว มปี ุมหนามอ่อนๆ ยนื ออกมา มจี ุด
หรอื แถบสดี าํ อยูต่ ามบรเิ วณผนงั ดา้ นหลังลําตัว
ตัวอ่อนมี 4 วยั อายุรวมประมาณ 7 - 9 วนั
ด้วงเต่ามมี ากกวา่ 10 สายพนั ธุ์ ทังประเภทลายหยกั ลาย
จุดหรอื สพี นื เชน่ สสี ม้ สแี ดง สดี าํ มกั เปนแมลงทีมอี ายุ
นานถึง 3 เดอื น ชอบจบั กินตัวอ่อน และตัวเต็มวยั ของ
แมลงศัตรพู ชื เชน่ เพลียอ่อน เพลียแปง เพลียหอย
เพลียไก่แจ้ ไรกินพชื และไขแ่ มลงศัตรพู ชื ชนดิ ต่างๆ โดย
สามารถกินเพลียอ่อนไดถ้ ึง 40 ตัว/ชวั โมง เลยทีเดยี ว
นอกจากนนั หากเพลียมนี อ้ ยหรอื หากินยาก ดว้ งเต่า
สามารถหาอาหารอืนๆแทนได้ เชน่ นาํ หวานจากตัวแมลง
นาํ หวานจากดอกไม้
ม ว น เ ขี ย ว ดู ด ไ ข่
มวนเขยี วดดู ไข่ C. lividipennis Reuter ตัว
อ่อนและตัวเต็มวยั ของมวนเขยี วดดู ไขม่ สี เี ขยี ว ตัว
เต็มวยั ขนาดยาวประมาณ 2.5 มลิ ลิเมตร หนวด
หวั และอกสดี าํ เพศผโู้ คนปกหนา้ สเี ขยี ว ปลายปก
สเี ทาหรอื ดาํ อ่อน เปนตัวหาํ ดดู กินไขเ่ พลียกระโดด
สนี าํ ตาลและเพลียจกั จนั ทําใหไ้ ขแ่ ฟบ มวนตัวหาํ นี
เปนศัตรธู รรมชาติของเพลียกระโดดสนี าํ ตาลที
สาํ คัญมาก สว่ นใหญแ่ พรก่ ระจายในภาคกลาง ใน
ต้นฤดปู ลกู ขา้ วจะอพยพเขา้ มาในนาขา้ วพรอ้ มกับ
เพลียกระโดดสนี าํ ตาล ถ้ามมี วนตัวหาํ มากกวา่
เพลียกระโดดสนี าํ ตาล 2-3 เท่า ก็จะสามารถ
ควบคมุ ไมใ่ หเ้ พลียกระโดดสนี าํ ตาลเพมิ ปรมิ าณ
จนถึงระดบั ทําความ เสยี หายแก่ขา้ วได้