The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by N Health, 2026-06-15 03:39:37

GuidebookJ421_TH

GuidebookJ421_TH

Keywords: Food and Inhalation,specific IgE,100 allergens

Allergy Specific IgE 1สารบัญ หนาความหมายของโรคภูมิแพสารกอภูมิแพโรคภูมิแพตารางแปลผลโรคภูมิแพCCDsALLERGENS OVERVIEW235789


2 Allergy Specific IgEระบบภูมิคุมกันของรางกายมีหนาที่ที่จะจดจําสิ�งแปลกปลอมที่จะทํารายรางกายเรา เชน เชื้อแบคทีเร�ย เชื้อไวรัส โดยการสรางภูมิคุมกันข�้นตอสูกับเชื้อโรค โรคภูมิแพ เปนภาวะที่ภูมิของรางกายมีปฏิกิร�ยากับโปรตีนหร�อสารกอภูมิแพ (Allergen) จากสิ�งเเวดลอม ซึ่งปกติจะไมมีอันตราย สําหรับผูที่ไมแพปฏิกิร�ยานี้ เร�่มเมื่อเราไดรับสารกอภูมิแพที่จะเกิดการสรางภูมิที่เร�ยกวา IgE Antibody ตัว Antibody นี้จะกระตุนใหมีการหลั่งสาร Histamine ข�้นที่เนื้อเยื่อตางๆ เชน ผิวหนัง ปอด จมูก ลําไส ทําใหเกิดการอักเสบของอวัยวะตางๆ อาการแสดงจะเกิดตามอวัยวะตางๆ เชน ลมพ�ษที่ผิวหนัง คัดจมูก แนนหนาอก เนื่องจากหอบหืด บางรายอาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีว�ตได (Anaphylaxis shock)โรคภูมิแพ คืออะไร ?อัตราความชุกอยูระหวางรอยละโรคภูมิแพจัดเปนโรคที่พบบอยโรคหนึ่งในประเทศไทย จากการศึกษาอัตราความชุกของโรคในประเทศไทยโดยโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ มีความชุกสูงสุดในกลุมโรคภูมิแพ นั่นหมายความวา ประชากรเกือบคร�่งหนึ่งของประเทศมีปญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพอยู รองลงมาคือ โรคหืดและโรคผื่นภูมิแพผิวหนังในอัตราความชุกใกลเคียงกัน นอกจากนี้ อัตราการเกิดโรคภูมิแพมีแนวโนมสูงข�้นเร�่อยๆ ในระยะ 20 ป ที่ผานมา สําหรับในประเทศสหรัฐอเมร�กาโรคภูมิแพจัดไดวาเปนโรคเร�้อรังที่สําคัญอันดับที่ 6 เลยทีเดียวของประชากรทั้งประเทศ10-50


Allergy Specific IgE 3สารกอภูมิแพ (Allergen)สารที่กอใหเกิดโรคภูมิแพมาจาก 2 แหลง คือ อาหารและสิ�งแวดลอม โดยที่รางกายไดรับเขาทางการฉีด กิน หายใจ หร�อสัมผัส แหลงของสารกอภูมิเเพอาจมาจากสิ�งแวดลอมภายในบาน เชน ไรฝุน หร�อสะเก็ดผิวหนังจากสัตวเลี้ยง แมลงสาบ เชื้อราหร�อจากภายนอก เชน ละอองเกสรดอกไม ดอกหญา ควัน หร�อฝุนละออง และอาหารสวนใหญที่พบจะเปนพวกอาหารทะเลนม ถั่ว ไข สวนประกอบของสารเหลานี้ สามารถกระตุนใหระบบภูมิคุมกันของรางกายตอบสนองและกอใหเกิดอาการภูมิแพไดอาหาร สิ�งแวดลอมนม/ไขตระกูลถั่วปลา/หอยผัก/ผลไมเนื้อสัตวอื่นๆไรฝุนขนสัตวขนและสะเก็ดผิวหนังสัตวหญาแมลงเชื้อราตนไมโรคภูมิแพ สามารถแบงออกไดหลายชนิดโดยอาจแบงกวางๆ เปนแบบชนิด IgE และ Non-IgE mediate หร�อ แบบเฉียบพลันและแบบเร�้อรัง โดยระยะเวลาแสดงอาการจะแตกตางกัน หากเปนแบบเฉียบพลันจะมีสาเหตุมาจากแอนติบอดีชนิด IgE จะแสดงอาการแพใหเห็นเพ�ยงไมกี่นาทีหลังจากที่ไดรับสารชนิดที่แพ สวนแบบเร�้อรังกลไกจะมาจากสารตัวอื่นที่ไมใช IgE เปนสาเหตุ ระยะเวลาการแสดงอาการจะมีตั้งแตสามถึงสี่ชั่วโมง หลังการสัมผัสสารกอภูมิแพหร�อนานกวานั้นระยะเวลาแสดงอาการแพแบบเฉียบพลัน (IgE)ระยะเวลาแสดงอาการแพแบบเร�้อรัง (Non-IgE mediate)แสดงอาการไมกี่นาที3-4 ชั่วโมง


4 Allergy Specific IgEเรณู หร�อ เกสรดอกไม และหญา สะเก็ดรังแคของสัตว (แมว สุนัข มา) เหล็กไนของผึ้ง และตัวตอแมลงสาบ ยาเชื้อราตัวอยาง โรคที่เกิดจากภูมิแพโรคหอบหืดการแพชนิดรุนแรง (Anaphylaxis)โรคผื่นภูมิแพผิวหนังชนิดเอคซิมา (Eczema)โรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis)ลมพ�ษ Urticariaโรคภูมิแพข�้นตา (Allergic Conjuntivitis)แพยา แพแมลง แพยางแพอาหารโรคภูมิแพ หร�ออาการคัดจมูกการรักษาโรคภูมิแพยาแกแพไรฝุนอาหาร (ไขขาว นม แปงสาลี ถั่วเหลือง อาหารทะเล ถั่ว)ยางพาราสารที่กอใหเกิดภูมิแพที่พบบอย


Allergy Specific IgE 5โรคภูมิแพมีหลายโรค เกิดข�้นไดหลายระบบระบบทางเดินหายใจระบบผิวหนังตาระบบทางเดินอาหาร น้ำมูกไหล จาม คันจมูก คัดจมูก บางครั้งจะเรียกกันทั่วๆ ไปวาแพอากาศ หรืออาจมีอาการรุนแรง เชน โรคหืด คือมีอาการ ไอ แนนหนาอก และมีอาการหอบเปนผื่นลมพิษ ผื่นภูมิแพผิวหนัง (Eczema) หรือ ผื่นแพจากการสัมผัสคันหรือระคายเคืองบริเวณดวงตา แสบ แดง ตาบวม เปลือกตาอักเสบบวม มีน้ำตาไหล ตาไวตอแสงรูสึกหมือนมีกอนติดอยูในดวงตาปวดทอง อาเจียน ถายเปนมูกเลือดการปวยเปนโรคภูมิแพ อาจทำใหเพิ่มโอกาสของการเกิดภาวะแทรกซอนได เชนโรคภูมิแพขั้นรุนแรง (Anaphylaxis)ผูปวยจะมีอาการแพที่รุนแรงขึ้น เชน มีผื่นขึ้นเต็มตัวและมีอาการคันตลอดเวลา เปนลมพิษ หนาซีด หรือหนาแดง คอบวม แนนหนาอก หายใจติดขัด อาเจียน ทองรวง หากมีอาการเหลานี้ควรรีบไปพบแพทยทันที สวนใหญพบในผูปวยที่แพอาหาร แพแมลง และแพยาโรคหอบหืดผูปวยที่เปนภูมิแพจะมีโอกาสเปนโรคหอบหืดมากกวาคนทั่วไป โดยมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย หายใจเสียงดัง ไอ แนนหนาอก หรือเจ็บที่หนาอก มีปญหาในการนอน เนื่องจากการหายใจที่ผิดปกติ ทำใหนอนยากหรือนอนแลวรูสึกตัวขึ้นกลางดึก หอบหืด เกิดจากมีสารกอภูมิแพเขาไปในปอด ทำใหเกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอยางยิ่งคือ หลอดลมอักเสบ พบมากในผูปวยภูมิแพอากาศ ซึ่งเปนการปวยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจโดยตรงไซนัสอักเสบพบมากในผูปวยภูมิแพอากาศ โดยมีอาการคือ ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณหนาผาก รอบตา หัวคิ้ว ขางจมูก คัดจมูก มีน้ำมูก และเสมหะสีเขียวขน ไอ มีไข หายใจลำบากนอกจากนี้ ผูปวยโรคภูมิแพอาจมีอาการปวย และโรคแทรกซอนอยางอื่นอีก เชน ผิวหนังอักเสบ กลาก การติดเชื้อในหูชั้นกลาง การติดเชื้อในปอด เปนตน


6 Allergy Specific IgEรูไดอยางไรวาเปนภูมิแพ ?เมื่อมีอาการและอาการแสดงดังขางตน ควรไปพบแพทย เพ�่อซักประวัติ และตรวจรางกาย นอกจากนั้น แพทยอาจทําการตรวจอื่นๆ รวมดวย เชน การทดสอบสมรรถภาพปอด ในรายที่สงสัยวาจะเปนโรคหืด การทดสอบทางผิวหนัง เพ�่อใหทราบถึงสารที่ผูปวยแพ ซึ่งทราบผลภายใน 15 นาที หร�อการตรวจดูเซลลของเยื่อบุจมูก ในกรณีของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพลดความเสี่ยงดวยการเลี่ยงสารกอภูมิแพ เสร�มภูมิคุมกันใหรางกายเชน ไมเลี้ยงสัตวที่มีขนไวในบาน โดยเฉพาะหองนอน ไมควรตกแตงหองนอนดวยพรม หรือหมั่นทำความสะอาดภายในบานและหองนอนใหปราศจากฝุนอยูเสมอ ไมควรมีชั้นหรือหนังสือในหองนอน งดบุหรี่ กำจัดเศษอาหารในบานเพื่อปองกันแมลงสาบโดยการดูแลสุขภาพรางกายใหแข็งแรงสมบูรณ รับประทานอาหารที่มีประโยชนและถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกายอยางเหมาะสมสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจเช็คสุขภาพประจำปจดบันทึกกิจวัตรประจําวันวาทําอะไร รับประทานอาหารอะไรบางเพื่อชวยสืบยอนกลับ หากมีอาการแพเกิดขึ้น รับประทานยาตามแพทยสั่งอยางสม่ำเสมอไมหยุดใชยาโดยพลการ เพราะอาจมีผลขางเคียง มีอาการ ดื้อยา หรือมีอาการแพที่กำเริบขึ้น สำหรับผูปวยที่มีอาการแพรุนแรง ควรแจงอาการปวยของตนกับบุคคลใกลชิด สวมใสอุปกรณ เพื่อสื่อสารใหผูอื่นทราบถึงอาการแพกำเริบในกรณีฉุกเฉินที่มีอาการจนไมสามารถพูดสื่อสารได หรือในบางราย แพทยจะใหผูปวยพกยาฉีดเอพิเนฟรีน (Epinephrine) สำหรับฉีดรักษาดวยตนเอง หากอาการกำเริบ และเตรียมเบอรโทรฉุกเฉินที่จำเปนไวในกรณีเรงดวนเสมอการปฏิบัติตัว เมื่อปวยเปนโรคภูมิแพ


Allergy Specific IgE 7ตารางแปลผลโรคภูมิแพ ดวยว�ธีการตรวจ Specific IgE0 < 0.35 ไมพบแอนติบอดีชนิด IgE ที่จําเพาะตอสารกอภูมิแพ1 0.35 - 0.69 ตรวจพบแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพในปริมาณต่ำมาก มักไมคอยพบวามีอาการทางคลินิก2 0.70 - 3.49 ตรวจพบแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพไนปริมาณต่ำอาจมีอาการทางคลินิก3 3.50 - 17.49 ตรวจพบปริมาณแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพอยางมีนัยสำคัญ มักมีอาการทางคลินิก4 17.50 - 49.99 ตรวจพบปริมาณแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพคอนขางสูง สวนใหญมีอาการทางคลินิก5 50.00 - 100.00 ตรวจพบปริมาณแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพสูง 6 > 100 ตรวจพบปริมาณแอนติบอดีชนิด IgE จำเพาะตอสารกอภูมิแพขั้นรุนแรงClassConcentration of Blood IgE (IU/mL) การแปลผลโดยปกติแลวหากตรวจพบวารางกายมีการสรางแอนติบอดี IgE ไหลเว�ยนอยูในกระแสเลือดตั้งแตคลาส 1 ข�้นไปจะถือวามีผลเปนบวก (positive) สวนจะมีการแสดงอาการใหเห็นนั้นข�้นอยูกับหลายปจจัย เชน อายุ เพศ โรคประจําตัว หร�อการรับประทานยา ขอปฏิบัติทั่วไปสําหรับบุคคลที่ผลทดสอบเปนบวกขอพ�งปฏิบัติตนของคนไข หลังจากไดรับผลการตรวจ SpecificIgEหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารกอภูมิแพชนิดนั้น ไมวาจะเปนการรับประทาน สูดดม หร�ออยูในสถานที่เสี่ยงที่อาจมีสารกอภูมิแพที่เปนสาเหตุปะปนอยูใชยาเพ�่อบรรเทาอาการตามคําแนะนําของแพทยอยางเครงครัดกรณีที่ผูปวยมีอาการรุนแรงอาจตองทําการฉีดวัคซีน โดยใชสารกอภูมิแพชนิดนั้นฉีดเขาไปทีละนอย เพ�่อใหรางกายคอยๆ ปรับระดับภูมิตานทานข�้นทีละนอย จนถึงระดับที่สามารถมีภูมิตานทานตอสารกอภูมิแพชนิดนั้นไดในที่สุด โดยสารกอภูมิแพแตละชนิด ไมไดใหผลการรักษาที่เทากัน ฉะนั้นตองอยูภายใตการดูแลของแพทยอยางใกลชิด


8 Allergy Specific IgEglycan chains ของ glycoproteins พบในสารสกัดจากพืชหรือสัตว เชน ตนไม วัชพืชและเกสรหญา ผัก ผลไม เมล็ดพืชและถั่ว น้ำยาง เข็มพิษของแมลง และหนอนพยาธิ การกระตุนรางกายดวย CCDs เหลานี้ ปกติจะใหผลเปนลบ เมื่อทำ skin tests และสารเหลานี้ สามารถนำไปสูผลลัพธท่ีผิดพลาดในเชิงบวก (false-positive)ประมาณ ของผูปวยที่เปนโรคภูมิแพมีการสราง IgE และ IgG ที่จําเพาะตอ glycan แมวา CCD จะไมกอใหเกิดอาการทางคลินิก แตการมีอยูของCCD เหลานี้ จะตองมาพ�จารณาในการว�นิจฉัยโรคภูมิแพดวย เพราะอาจทําใหเกิดผลลัพธที่ผิดพลาดหร�อมีผลลัพธที่เปนบวกเกินจร�ง ซึ่งสามารถแบงออกไดเปน 2 กรณีคือเลือดคนไขมี anti-CCD specific IgE แตไมมี IgE ที่จําเพาะตอสวนที่เปนโปรตีนของสารกอภูมิแพนั้นIgE ในเลือดของคนไขมีความจําเพาะทั้งสวนที่เปนโปรตีนและ CCDโปรตีนสวนใหญในทุกสปชีสเปน Glycoproteins และมักพบผิวดานนอกของเซลล Glycoproteins ประกอบดวยโปรตีนหรือเปปไทด และ glycan-chains เรียกวาคารโบไฮเดรต กลุมเหลานี้ถูกสรางขึ้นจากนํ้าตาลที่แตกตางกัน (เชน mannose, galactose, N-acetylglucosamine, fucose และ xylose) และเชื่อมโยงกันผานทางกลุมอะมิโน (N-glycan) หร�อผานทางกลุม hydroxyl(O-glycan) กับโปรตีน โดย N-glycans จากพ�ชและแมลงมีโครงสรางที่แตกตางจากของมนุษยเล็กนอย CCD สามารถเหนี่ยวนําใหรางกายผลิตอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) ซึ่งมีปฏิกิร�ยาขามกับไกลโคโปรตีนจากพ�ชและแมลง20%กรณีที่ 1กรณีที่ 2เพราะฉะนั้นในชุดทดสอบ Specific IgE จึงมี band ที่เปนจุดชี้วัดคุณภาพของซีรั่มคนไขวามี anti-CCD specific lgE อยูดวยหรือไม เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยหาชนิดของสารกอภูมิแพ โดยหากคา CCD ที่อานไดเปนผลบวก (Positive) ก็เปนไปไดวาผลการทดสอบที่ไดอาจถูกรบกวนดวย anti-CCD specific IgE เหลานั้น ซึ่งในกรณีนี้แพทยตองทำการซักประวัติเพิ่มCCDs(Cross-reactive carbohydrate determinants)


Allergy Specific IgE 9ALLERGENSOVERVIEW


10 Allergy Specific IgEMites (ตระกูลไร)Epidermal & Animal Proteins (ขน, ผิวหนังสัตว)Cat Epithelium Dog Epithelium /DanderHorse Epitheliumขน, ผิวหนัง แมว(e1)(e82)ขน, ผิวหนัง สุนัข(e5)ขน, ผิวหนัง มา(e3)(e84)Guinea pigขน, ผิวหนัง หนูตะเภา(e6)Mouse Epitheliumขน, ผิวหนัง หนู (e71)Rabbit Epithelium Hamster Epitheliumขน, ผิวหนัง กระตาย ขน, ผิวหนัง แฮมสเตอรHouse dust mite (Dp)ไรฝุน(d1)House dust mite (Df)ไรฝุน(d2)Acarus siroไรแปง พบในพ�ช(d70)Storage mite (Tyrophagus putrescentiae)ไรดิน(d72)Dog Epithelium /DanderHorse Epitheliumขน, ผิวหนัง สุนัข(e5)ขน, ผิวหนัง มา(e3)(e84)Guinea pigขน, ผิวหนัง หนูตะเภา(e6)Mouse Epitheliumขน, ผิวหนัง หนู (e71)Hamster Epitheliumขน, ผิวหนัง แฮมสเตอรDust (ไรฝุน)House dustไรฝุนบาน(h1)


Allergy Specific IgE 11Grass Pollens (ละอองเกสร)Bermuda Grass Timothy Grass Redtop, Bent GrassRyeSweet Vernal Grass Orchard Grassหญาแพรก(g2)หญาทิโมธี(g6)หญาเบ็นทกลาส(g9)หญาไรย(g12)หญาหวานเวอนัล(g1)หญาออรชารด(g3)Bermuda Grass Orchard Grass Timothy Grass Redtop, Bent Grassหญาแพรก(g2)หญาทิโมธี(g6)หญาเบ็นทกลาส(g9)หญาออรชารด(g3)Microorganism (จ�ลินทร�ย)Penicillium notatum Cladosporium Aspergillus fumigatus Candida albicans Alternaria Alternataherbarum เชื้อราที่พบในรางกายบร�เวณที่อับชื้น เสียดสี เชน รักแร ขาหนีบ รองผิวหนัง(m5)กลุมเชื้อราสีเข�ยวตามบาน พบไดบร�เวณที่มีเศษอาหารเนาเสียและพบไดทั่วไป(m1)เปนเชื้อราที่พบตามพ�้นดิน ใบไม ตนไมแหงที่หมักหมม(m6)เปนเชื้อราสีดําพบไดตามอาหารบูด ขนมปงที่ทิ�งคางคืน(m3)เปนเชื้อราที่พบตามซากพ�ชซากสัตว พ�้นดิน อาหาร บร�เวณตูเย็น และบร�เวณที่ อับข�้นในบาน(m2)


12 Allergy Specific IgE(t11) (t12)Sycamore Goat Willow Cottonwoodตนซิกามอร ตนโกตว�ลโลว ตนฝาย(t14) (t15) (t16)Ash Tree Pineตนแอช ตนสนTree Pollens (เกสรจากตนไม)(t2) (t3)Alder Birch Hazel Oak White Olive Treeตนเอลเดอร ตนเบิรช ตนฮาเซล(t4)ตนโอค(t7)ตนมะกอก(t9)Weed Pollens (วัชพ�ช)Ragweed, CommonEnglish PlantainMugwortRussian Thistle Japanese HopOxeye DaisyGoldenrodDandelionPigweedหญาแร็กว�ด(w1)(w11) (w12) (w22)(w6) (w8)ตนอิงลิช แพลนเทนจิงจ�ฉาย/สกุลโกฐจ�ฬาลัมพาดอกธิสเซิลรัสเซีย ตนเจแปนนีสฮอบดอกอ็อกซอาย เดซี่(w7)(w14)ตนสกุลดอกสรอยทองดอกแดนดิไลออน(ฟ�นสิงโต)ตนพ�กว�ด (ผักโขม) Cypressตนสนไซเปรส(t222)(w9)


Allergy Specific IgE 13Insects (แมลง)Cockroachแมลงสาบ(i6)Latex(ลาเท็กซ)Latexยางสีขาว คลายน้ำนม จากพืช(k82)Tree Pollens (เกสรจากตนไม)(t17)Japanese Cedarตนสนซีดารญี่ปุน(t19)AcaciaตนอคาเซียBee venom (กลุมพ�ษผึ้ง)Honey Beeผึ้ง(i1)Yellow Jacket, Waspตัวตอ(i3)Cockroachแมลงสาบ(i6)Honey Beeผึ้ง(i1)Yellow Jacket, Waspตัวตอ(i3)


14 Allergy Specific IgELegumes, Seeds & Nuts (พ�ชตระกูลถั่ว เมล็ดพ�ช และถั่วเปลือกแข็ง)Cacaoโกโก(f93)Peanutถั่วลิสง(f13)Almondเมล็ดอัลมอนด(f20)Walnutถั่ววอลนัท (f256)Hazelnutถั่วฮาเซลนัท (f17)Grains (ธัญพ�ช)Soy Beanถั่วเหลือง(f14)Wheatขาวสาลี(f4)Riceขาว(f9)Buckwheatบัคว�ท (ธัญพ�ชที่ปราศจากกลูเตน)(f11)Maize, Cornขาวโพด(f8)Sesameงา(f10)Barleyบารเลย(f6)Pine Nutถั่วเม็ดสน(f253)Sunflower Seedเมล็ดทานตะวัน(k84)


Allergy Specific IgE 15Vegetables (ผัก)Cucumberแตงกวา(f244)Celeryคื่นฉายฝรั่ง(f85)Carrotแครอท(f31)Tomatoมะเข�อเทศ(f25)Garlicกระเทียม(f47)Potatoมันฝรั่ง(f35)Onionหัวหอม(f48)Fruits (ผลไม)Kiwi Bananaกลวย(f92)กีว�่(f84)Peach Apple Strawberry Orange Mangoสม(f33)ลูกพ�ช(f95)มะมวง(f91)แอปเป�ล(f49)สตรอเบอร�่(f44)


16 Allergy Specific IgEFish & Mollusks (ปลาและอาหารทะเลที่มีเปลือก)Salmon Tuna Squid Blue Mussle Oyster(f41)ปลาหมึก(f290)ปลาแซลมอน ปลาทูนา หอยแมลงภู หอยนางรม(f40) (f258) (f37)Shrimp Lobster Scallop Cod Fish Crabกุง(f24)ปู(f23)ปลาคอด(f3)หอยเชลล(f338)ล็อบสเตอรหร�อกุงมังกร(f80)Clam Mackerel Anchovy(f207)หอยกาบ ปลาแมคเคอเรล ปลาแอนโชว�่(f206) (f313)Eel Plaice(f254)ปลาไหล ปลาตาเดียว(f264)


Allergy Specific IgE 17Yeast (ยีสต)(f45)Yeast, Bakerยีสต (สําหรับทําขนมปง)Egg(ไข) Milk & Constituents (นมและสวนประกอบ)Cheddar Cheeseเชดดารชีส(f81)Milkนม(f1) (f2)Egg WhiteไขขาวMeat (เนื้อสัตว)Porkเนื้อหมู(f26)Beefเนื้อวัว(f27)Chickenเนื้อไก(f83)Lambเนื้อแกะ(f88)


18 Allergy Specific IgE


Click to View FlipBook Version