The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by zamod.1473, 2022-09-30 02:43:41

แนวสอนค. 60 มม.

แนวสอนค. 60 มม.

แผนกวิชาอาวธุ กองการศกึ ษา โรงเรียนทหารราบ
.........................................................................................................

หมวดวิชา
อาวธุ

เรอ่ื ง

เครอ่ื งยงิ ลกู ระเบิด แบบ ๘๘
ขนาด ๖๐ มม.

.........................................................................................................

ศูนยก ารทหารราบ คายธนะรัชต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบครี ีขันธ

แผนกวิชาอาวุธ
กองการศึกษา โรงเรยี นทหารราบ ศนู ยก ารทหารราบ

คายธนะรัชต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบครี ขี ันธ
...............................

เอกสารนาํ

ตอนที่ ๑

๑. บทเรยี นเรอื่ ง : อาวธุ ศกึ ษาเครือ่ งยิงลกู ระเบิด ขนาด ๖๐ มม.

๒. ความมุงหมาย : เพ่ือใหทราบถงึ ลกั ษณะของเครอ่ื งยงิ ลูกระเบิด ขนาด ๖๐ มม. ลกู ระเบิดยงิ

กลองเล็ง เอ็ม.๔ การใชต ารงยงิ คําสั่งยงิ การฝก พลประจาํ เครื่องยงิ และ

การทดสอบพลยิง

๓. วิธีสอน : สช., สด., สป.

๔. ขอบเขต : เพ่ือปฏิบตั ิ, ฝก , ศกึ ษา

๕. การเตรยี มตัวลวงหนา : อานและทาํ ความเขาใจ บทเรยี นนกี้ อนเขาหอ งเรยี บ

๖. งานมอบ : ถามีขอสงสัยและไมเขาใจในบทเรียนใหน าํ มาซกั ถามในหองเรยี น

๗. หลักฐาน : รส.๒๓ – ๘๕ ขอ ๑ - ๖, ๑๒ - ๑๓, ๓๒ - ๓๕, ๓๗ - ๓๘, ๔๐ - ๔๗, ๕๖, ๖๔,

๗๑ - ๗๘, ๑๐๕ - ๑๑๐, ๑๒๘ - ๑๓๔๕, ๑๔๔ (พ.ย.๑๙๕๐)

: คูม ือ รง. ปค. ศอว.ทบ.

: รส.๒๓ - ๘๕ (ก.พ.๑๙๖๗)

………………………..

ตอนที่ ๒

เครื่องยิงลกู ระเบิด ขนาด ๖๐ มม.

๑. กลาวท่ัวไป

ก. เคร่ืองยิงลกู ระเบิด ขนาด ๖๐ มม. จดั อยูในประเภทอาวุธประจาํ หนว ย ปจ จบุ นั น้ี ทบ.ไทยมีใชอ ยู

หลายแบบ เปนอาวธุ วถิ ีโคง ปฏิบตั ิการยงิ ดวยวธิ ีเล็งจาํ ลอง หรือปฏบิ ัตกิ ารยงิ ดว ยวิธีเลง็ ตรงไดเ มอื่ มองเห็น

เปา หมาย ความแมนยําทเ่ี กดิ จากผลการยงิ ของเครือ่ งยงิ ของเคร่ืองยงิ ลูกระเบดิ น้ี ผูใ ชอาวธุ จะตองศึกษา ใหม ี

ความเขา ใจอยา งแทจ ริง แลว ฝกจนเกดิ ความชาํ นาญตามลาํ ดบั ขัน้ การฝกในหลักเกณฑกาํ หนดไวท กุ ตาํ แหนง

ตามหนาที่ ในอตั ราการจัดของหนว ยจนสามารถผา นการทดสอบมาตรฐานการฝก ทกี่ ําหนดไวน น้ั ได จะเปน

ผูทม่ี ีความสามารถใชอาวุธไดอยางมีประสิทธิภาพ

ข. ลักษณะของเคร่ืองยิงลูกระเบิด เปน อาวธุ ทีม่ ีลํากลอ งภายในเกลีย้ ง บรรจุทางปากลํากลองทีล่ ะนัด

ทาํ การยิงดว ยมุมสงู เครอ่ื งยงิ ชนิดทเ่ี ปน แบบมาตรฐาน มชี ้ินสว นใหญ ๆ ๓ ชนิ้ สวน และสามารถถอดออก

จากกันได มนี าํ้ หนกั เบา สามารถนําไปในภมู ิประเทศไดดว ยพลประจําเครอ่ื งยิงเพียงคนเดยี ว กลองเล็งทใ่ี ช

กับเครือ่ งยงิ ใชกลองเลง็ เอ็ม. ๔ เปน เคร่อื งชว ยเลง็ ของเครือ่ งยงิ ดว ยมมุ สูง และมุมทศิ

ค. เครื่องยงิ ลูกระเบดิ ขนาด ๖๐ มม. แบง ออกไดด ังนี้
๑) ค.๘๘ ขนาด ๖๐ มม.

- เอม็ . ๒

- เอ็ม. ๑๙
- ที ๑๘ อี ๖ (เคร่ืองยงิ ถือ)

๒) ค. ขนาด ๖๐ มม. ศอว.ทบ.
- เอ. ๑
- เอ. ๒
- เอ. ๓ (คอมมานโด)

๓) เครือ่ งยงิ ดัดแปลง ศร. พ.ศ. ๒๕๑๙

๒. ขนาดและนํ้าหนัก ค.๘๘ ขนาด ๖๐ มม.

ก. ค. เคร่ืองพรอ ม เอ็ม. ๒ ๔๒.๐ ปอนด

- แผนฐาน เอม็ . ๕ ๑๒.๘ ปอนด

- ลาํ กลอง เอม็ . ๒ ๑๒.๘ ปอนด

- ขาหยง่ั เอม็ . ๒ ๑๖.๔ ปอนด

- มุมสูงปฏิบัติการยิง ๔๐ - ๘๕ นว้ิ

- หมนุ ควงสูง ๑ รอบ ๑/๒ องศา

- หมุนควงสวย ๑ รอบ ๑๕ มิลเลียม

- ยา ยยิงทคี่ วงสา ยไปทางซา ยหรือทางขวาขางละ ๑๒๕ มิลเลยี ม (ตลอดแกนควงสว ย

๒๕๐ มิลเลยี ม)

ข. ค. เครอ่ื งพรอม เอ็ม. ๑๙ ๔๕.๒ ปอนด

- แผน ฐาน เอม็ . ๕ ๑๒.๘ ปอนด

- ลาํ กลอง เอม็ . ๑๙ ๑๖.๐ ปอนด

- ขาหยง่ั เอม็ . ๒ ๑๖.๔ ปอนด

- ลํากลอ งยาว ๓๒.๒๕ ปอนด

- มีเคร่ืองล่ันไก

- ควงสงู ควงสา ย และมมุ ปฏบิ ัตกิ ารยิง เหมอื นกบั ค. เอม็ . ๒ ทุกรายการ

ค. ค. เครื่องพรอม ลาํ กลอ ง เอม็ . ๑๙ ประกอบแผนฐาน เอ็ม. ๑ ๒๐. ๕ ปอนด

- แผน ฐาน เอ็ม. ๑ ๔.๕ ปอนด

- ลํากลอง ๑๖.๐ ปอนด

- มเี ครอ่ื งลั่นไก

- ลาํ กลองยาว ๓๒.๒๕ นวิ้

- มมุ สงู ปฏบิ ัติการยงิ ๔๐ - ๘๕ องศา

ง. ระยะยงิ ทใี่ ชลกู ระเบดิ ยงิ ชนดิ ไหนทาํ การยิง ใหใ ชร ะยะยงิ ไกลสุดของลกู ระเบดิ ยิงชนดิ นน้ั

- ลย./สังหาร เอ็ม. ๔๙ เอ. ๔ ๑,๗๕๐ เมตร

- ลย./สงั หาร เอม็ . ๔๙ เอ.๒ ๑,๗๙๐ เมตร

- ลย./ควัน เอ็ม. ๓๐๒ ๑,๔๕๐ เมตร

- ลย./สองแสง เอม็ . ๘๓ เอ. ๑ ๑,๐๐๐ เมตร

- ลย./ซอมยิง เอม็ .๕๐ เอ ๒ ๑,๗๙๐ เมตร

๓. ขนาดและนาํ้ หนัก ค. ขนาด ๖๐ มม. ศอว.ทบ.

ก. ค. เคร่ืองพรอ ม เอ ๑ ๔๑.๘๘ ปอนด

- แผน ฐาน ๖๖.๑ ปอนด

- ลาํ กลอง ๑๕.๔๓ ปอนด

- ขาหยง่ั ๑๙.๘๔ ปอนด

- ความยาวลาํ กลอ ง ๖๖ เซนตเิ มตร

- มมุ สูงปฏบิ ัตกิ ารยงิ ๔๐ - ๘๕ องศา

- หมุนควงสงู ๑ รอบ ประมาณ ๑/๒ องศา

- หมุนควงสา ย ๑ รอบ ประมาณ ๑๕ มลิ เลยี ม

- ยา ยการยงิ ตลอดแกนควงสาย ๒๑๐ มลิ เลยี ม

- ยา ยการยงิ ดวยการยกขาหย่งั ๖,๔๐๐ มลิ เลยี ม

ข. ค.เครือ่ งพรอม เอ ๒ ๔๔.๐๙ ปอนด

- แผน ฐาน ๖.๖๑ ปอนด

- ลํากลอง ๑๗.๖๔ ปอนด

- ขาหยัง่ ๑๙.๘๔ ปอนด

- มีเครือ่ งลนั่ ไก (อยูทางขวาเมื่อตัง้ เครือ่ งยงิ )

- ลาํ กลอ งยาว ๖๖ เซนตเิ มตร

- มุมปฏบิ ัตกิ ารยิง เหมอื น เอ ๑ ทุกรายการ

ค. ค.เครอื่ งพรอม เอ ๓ (คอมมานโด) ๒๔.๒๕ ปอนด

- ลํากลอ งยาว ๔๖ เซนตเิ มตร

- ขาหยั่งมขี าเดียว พลวั่ ขาหยั่งเปน รปู ฟน ปลา ๖ ฟน

- มีดามถอื แบบหหู วิ้

- ใชก ลองเลง็ สรา งติดไวท ี่ลาํ กลอ ง ระยะยงิ ๕๐ - ๓๐๐ เมตร ยงิ ดว ยสว นบรรจุ ๐ เทานน้ั

- มเี คร่อื งลั่นไก

- แผนฐานรปู สีเ่ หลี่ยมจตั รุ สั ๑๑ x ๑๑ เซนติเมตร

ง. ระยะยิง ค. เอ ๑ และ ค. เอ ๒

- ไกลสุด (สว นบรรจุ ๔) ๒,๕๕๐เมตร

- ใกลส ดุ (สวนบรรจุ ๐ ) ๑๐๐ เมตร

จ. อตั ราการยงิ

- สูงสดุ ๓๐ นัด/นาที

- ตอเนอ่ื ง ๑๘ นดั /นาที

ตอนท่ี ๓

กลองเล็ง เอ็ม ๔

๑. กลาวท่ัวไป
กลอ งเล็ง เอ็ม ๔ เปน อุปกรณส าํ หรบั ต้ังเคร่ืองยงิ ใหต รงทศิ และตงั้ มมุ สูงใหแ กเ คร่อื งมอื ไดตามระยะ

ท่ีตอ งการ กลองเลง็ นส้ี วมอยทู ีแ่ ทนรบั กา นเครอื่ งเลง็ ดา นซา ยของเคร่ืองยงิ เปน เครอื่ งเลง็ มาตรฐานที่ใชก บั
เครื่องยิง ขนาด ๖๐ มม. เอ ๑, เอ ๒ และ ค. ๘๘ เอ็ม ๒ และเอม็ ๑๙ ประกอบดว ยชน้ิ สวนตาง ๆ ดังนี้

- กลอ งสอบการเล็ง
- ศูนยเ ปด , เสนเลง็ หางมา สดี าํ
- ควงมุมทศิ , ดรรชนชี ม้ี าตรา, มาตรามมุ สงู สว นใหญ, มาตรามุมสูงสว นยอย
- หลอดระดับมุมสูง
- หลอดระดบั แกเอยี ง
- กานกลอ งเล็งและกระเด่อื งกา นกลอ งเลง็
๒. กลอ งสอบการเล็งและศนู ยเปด
กลองสอบการเล็ง ตดิ อยูส ว นบนสุดของกลองเลง็ ปลายดานหนง่ึ ตดิ ไวดว ยกระจกฝา มีเสนดิ่งขดี ไว
อีกดา นหนง่ึ เปน เลนสหรอื เลนสรวมแสง ทาํ ใหมองเปน เสน ดง่ิ ไดช ัดเจน เม่อื ทาํ การเลง็ ดว ยศนู ยเ ปด
จนกระทง่ั เสน ดิ่งทับเปาหมายแลว เสน ดิ่งของศูนยเปด เสน หางมาสีดาํ และเสนดงิ่ ของกลอ งสอบการเล็งจะตอ
เปนเสนเดยี วกนั ระหวา งทที่ าํ การเล็ง ควรใหต าอยหู าง ประมาณ ๓ - ๑๐ นวิ้ ศนู ยเ ปด น้ีสามารถปรับระดับ
แนวเสนเล็งใหส งู ข้นึ หรือตา่ํ ลงได กลองสอบการเล็งขยายได ๙.๗๘ เทา
๓. ควงมุมทิศและมาตรามุมทิศ
ควงมมุ ทศิ ตดิ อยูทางซายของเรอื นเคร่อื งเล็งมีมาตรามุมทศิ แบงไว ๖๐ ขดี ขีดละ ๕ มลิ เลยี ม
เขยี นเลขกํากบั ไว ๐ ถึง ๑๕๐ มิลเลยี ม ไปทางซาย (L) และไปทางขวา ( R ) ตามอกั ษรทเี่ ขียนไว เม่อื
ดรรชนลี ูกศรชที้ ี่ ๐ และแนวเสน เลง็ กบั แนวลาํ กลอ งเครือ่ งยงิ จะขนานไปในทิศทางเดียวกนั
๔. ควงมมุ สงู และมาตรามมุ สูง
ก. ที่ควงมุมสูง มมี าตรามมุ สงู สว นยอยแบงไวรอบควงมมุ สูง หมนุ ๑ รอบ มมุ สูงสว นใหญ
จะเปลีย่ นไป ๑๐ องศาดวย มีเลขกาํ กบั ไวท ุกชอง ๑ องศา ๐ ถงึ ๙ ในชอง ๑ องศา มี ๔ ขีดหรอื ขดี ละ ๑/๔
องศา (๑๕ ลิปดา)
ข. มาตรามุมสงู สว นใหญ มีเลขแบง ไวหา งกันชองละ ๑๐ องศา ตงั้ แต ๔๐ ถงึ ๙๐ องศา เมอ่ื หมนุ ควง
มุมสงู สว นยอ ย แกนเกลียวซึง่ อยภู ายในจะทําใหจ านเฟอ งมุมสงู เคลอื่ นท่ี เรอื นกลอ งเลง็ เลื่อนขน้ึ หรือลงตาม
ไปดว ย หมนุ ไปทางขวาเรอื นเคร่ืองเลง็ จะเคลอ่ื นที่ตาํ่ ลง
ค. การต้ังมุมสูงสวยใหญและสว นยอ ย ถาตองการตง้ั มมุ สูง ๖๒ ๑/๔ องศา ใหหมุนควงมุม
สงู จนกระทัง่ เลข ๖๐ ท่มี าตรามุมสูงสวนใหญอยตู รงดรรชนชี ี้มาตร แลวหมนุ ควงมมุ สูงเพิ่มไปอกี ที่

๒ องศา กบั อีกหนึง่ ขดี ไวท ี่ดรรชนชี ้ีมาตรามมุ สงู สว นยอ ย จะไดม มุ สงู ที่ตองการ เมื่อหมุนควงสูงท่ีขาหย่ัง
เครือ่ งยงิ ปรับวอดระดบั ทางสูงใหอยูก่งึ กลาง เคร่ืองยงิ จะยกลํากลอ งไวใ นแนวมมุ สูง ๖๒ ๑/๔ องศา

๕. หลอดระดับมุมสงู และหลอดระดับแกเ อียง
หลอดระดับมุมสงู เปน หลอดระดับฟองนํ้าตดิ อยูทางซา ยของกลองเลง็ และหลอดระดับแกเ อยี ง

ติดอยูใกลชอ งเล็ง ในแนวขวาตงั้ ฉากกับหลอดระดบั มมุ สงู หลอดระดับทั้งสองน้มี ีประโยชนใ นการตั้งลํา
กลอ งเคร่อื งยิงใหไดระดับ ตรงกับมาตรามุมทิศและมมุ สงู ต้ังไวใ นกลอ งเลง็ เอม็ ๔

๖. กา นกลองเลง็
กานกลองเลง็ อยทู างขวาของกลองเลง็ มกี ระเดอื่ งกานกลอ งเลง็ ทําหนา ทย่ี ึดกา นกลอ งเล็งใหแ นน

กบั แทนรับกานกลองเลง็ ที่โครงสา ย เม่อื จะนํากลองเล็งเขา ไปติดตงั้ ทเ่ี ครอ่ื ง หรอื นําเอากลอ งเล็งออก
จะตอ งกดทกี่ ระเดือ่ งยึดกลองเล็งใหส ุด เพือ่ ใหกลอนกระเดอ่ื งหลุดออกจากใน ชองทขี่ ัดกลอนไว

๗. วธิ ใี ชกลอ งเล็ง เอม็ ๔
๑) นาํ กลอ งเลง็ ออกจากกลอ ง สวมเขา กับแทน รบั กลองเล็ง ตรวจดวู า เขาทส่ี นิทเรยี บรอ ยแลว
๒) ตง้ั มุมสูงและมุมทศิ ตามทต่ี องการ ตามคําสง่ั ยงิ หรอื จากตารางยงิ ใหถ ูกตอง
๓) หมนุ ควงสงู ปรับวอดระดบั ทางสูง หมนุ ควงสา ยปรบั แนวเสนเล็ง แลวปรับหวอดระดบั ขาง

จนกระท่งั เสน เล็งอยขู อบซา ยของหลกั เล็ง การยิง ๓ นดั แรกใหถอดกลองเล็งออกกอ นเพื่อใหพ ลว่ั ของแผน
ฐานฝง ตัวแนน กบั พืน้ การกระทบกระเทอื นมากๆ อาจทําใหช้ินสว นที่บอบบาง ชํารดุ ได

๔) การถอดกลองเลง็ ออกจากแทนรบั กา นกลอ งเลง็ มือซา ยจับกลอ งเล็ง หวั แมม อื กบั นวิ้ ชีข้ วา
ผลกั กระเด่อื งกา นกลองเลง็ ไปทางขวาจนสดุ มอื ซายดงึ กลองเลงขน้ึ ขา งบน ใหกลอ งเลง็ หลุดออกมาร
ตง้ั มุม ๔๐ องศา มมุ ทิศ ๐ มิลเลียม เก็บเขา กลอ งกลอ งเล็ง

๘. เครอื่ งใหแ สง เอ็ม ๓๗
เครอื่ งใหแ สงนใ้ี ชเ ปน เคร่อื งชว ยเลง็ ในเวลากลางคนื ของกลอ งเล็ง เอม็ ๔ ใชถานไฟฉายขนาด

๑ ๑/๒ โวลท มีปลายสายสองอนั ใชสอ งสวางในกลองสอบการเล็งหนึ่งอนั และใชสอ งดูมาตรามมุ ทศิ
มุมสูงอีกหนงึ่ อัน ถาหนว ยไมม ี จะพัฒนาดดั แปลงโดยใชไฟฉายขนาดเลก็ ปดดว ยกระดาษสีดํา เจาะรเู ลก็
ๆ ใหแสงสวา งผา นเพยี งพอท่จี ะใชส อ ง ดานหนา ทางขางชิดกลอ งสอบการเลง็ จะเหน็ เสน สขี าวในกลอง
สอบการเลง็ เปน สีแดง

๙. ไฟฉายหัวหลกั เล็ง เอม็ ๔๑
ใชประกอบเคร่ืองใชแสง เอม็ ๓๗ เม่อื ตองการเลง็ ในเวลากลางคืน วางสวมไวบนหวั หลกั เลง็

เอม็ ๑๐ หรอื หลกั เล็งเพ่ิมท่ีเตรยี มไวม ีขนาดเทากนั บางคร้ังจําเปน ตองเตรียมไวห ลาย ๐ อนั โดยการ
ดัดแปลงใหม ลี กั ษณะใกลเคยี งหรอื เหมอื นกันได วธิ เี ล็ง ใหเสนเลง็ ท่หี ลอดไฟฉายหวั หลักเล็งอยูดานบน
เสน เล็งในกลอ งตรวจ สอบการเลง็ ตอ เปน แนวทางด่ิงอยดู านลาง

๑๐. หลกั เลง็ เอ็ม ๑๐
เปน หลกั เล็งท่ีทําดว ยเหล็กยาว ๒๕ ๑/๒ นวิ้ มมี าตรามิลเลยี มที่บรรทดั วัดมุม หรือใชช้ี

ทศิ ทางยงิ ขน้ั ตน ใหเ ครอื่ งยิง ถาใชมาตราวัดมุมเปน มลิ เลียม ใหย ึดหลกั เลง็ อยหู างตา ๑๘ น้วิ หางกนั

ขีดละ ๑๐ มลิ เลียม จาก ๐ ไปทางขวาและทางซา ยขา งละ ๑๐๐ มลิ เลยี ม หลกั เลง็ นจ้ี ะใชไมทาํ แทนได
ขนาดโดยประมาณ คอื ๒ นวิ้ X ๑ นิ้ว ยาว ๒ ฟตุ

หมายเหตุ
ความสัมพนั ธข องควงสายกบั ควงแกเอยี ง คอื หมนุ ควงสา ย ๑ รอบ และหมนุ ควงแกเอียง ๑ -

๙ รอบ ไปในทิศทางเดยี วกนั จะทาํ ใหหลอดระดบั ไมเ ปลี่ยนแปลง

ตอนท่ี ๔

ลูกระเบิดยิง

๑.กลาวท่วั ไป
ลกู ระเบิดท่ใี ชก ับเครื่องยงิ ลูกระเบิด ขนาด ๖๐ มม. เปน ลูกระเบิดยิงครบนัด กลา วถึงลักษณะ

ของลกู ระเบดิ ยิงทง้ั นัด เครอื่ งหมายและหลักฐานทางขีปนะวธิ ี
๒. ลกู ระเบิดยงิ ทใ่ี ชกับ ค.๓๘ ขนาด ๖๐ มม. แบง ประเภทตามลักษณะการใช มีอยู ๕ ประเภท

ก.ลกู ระเบิดยงิ ชนดิ สังหาร
ข.ลูกระเบิดยงิ ชนิดควนั
ค.ลกู ระเบดิ ยิงชนิดสอ งแสง
ง.ลกู ระเบิดยงิ ชนิดฝกยงิ
จ. ลูกระเบิดยิงชนดิ ซอมยงิ
๓.ลกู ระเบดิ ยิงสังหาร เอ็ม ๔๙ เอ ๒
ใชส ังหารบุคคลและไดผลมากทาํ ใหบ าดเจ็บ ชิ้นระเบิดสามารถกระจายไปไดรอบตวั รศั มีฉกรรจ
ทางกวาง ๑๘ เมตร ทางลกึ ๙ เมตร ลูกระเบดิ ยิงหนกั ประมาณ ๓.๐ ปอนด มสี ว นบรรจุ ๔ สว นบรรจุ
ภายในบรรจุ ที เอ็น ที หนกั ๐.๓๔ ปอนด ยิงไดไ กลสดุ ๑.๗๙๐ เมตร ทีต่ วั ลูกระเบิดยิง ทาสีกากีแกม
เขยี วอกั ษรเหลอื ง
๔. ลกู ระเ บิดยิงควนั เอ็ม ๓๐๒
ใชท าํ ฉากควนั ทําอาณตั สิ ัญญาณ ทาํ ใหบ าดเจบ็ และทาํ ใหเ กดิ การเผาไหม บรรจภุ ายในดว ย
ฟอสฟอรัสขาว เมอื่ ถูกความรอ น ๑๐๐ องศาฟาเรนไฮด หรอื มากกวา ขนึ้ ไป จะกลายเปนวตั ถุเหลว
การเกบ็ ลกู ระเบดิ ยงิ จะตอ งตงั้ เอาหัวชนวนขึ้นขางบน รศั มีอนั ตราย ๑๕ เมตร ระยะ ยงิ ไกลสดุ ๑,๔๕๐
เมตร ทต่ี วั ลกู ระเบดิ ยิง ทาสเี ทา เครอ่ื งหมายสเี หลือง
๕.ลกู ระเบดิ ยิงสองแสง เอม็ ๘๓ เอ ๑ , เอม็ ๘๓ เอ ๓
ลกู ระเบดิ ยงิ สอ งแสงใชย งิ ในเวลากลางคนื เพื่อสอ งสวางชวยในการตรวจการณ ภายในบรรจวุ ตั ถุ
สอ งแสงและรม ใชช นวนแตกอากาศ เอ็ม ๖๕ ชนวนเริ่มทาํ งานเมือ่ ยงิ ออกไปแลว ๑๔.๕ วินาที เริ่มจาก
ชนวนเชอื้ จุดวตั ถุสองแสง จุดดินดํา ดินดําขับรมใหเปลือกลูกระเบดิ ยิงแตกออกจากกนั รมจะกางออก มวี ัตถุ
สอ งแสงสวางแขวนหอ ยอยดู ว ย นานประมาณ ๒๕ วินาที ถายงิ ดว ยลูกระเบดิ ยงิ เอม็ ๘๓ เอ ๑ จะให
แสงสวาง ๑๔๕,๐๐๐ แรงเทียน ลกู ระเบดิ ยิง เอเดม็ ๘๓ เอ ๓ ใหแ สงสวาง ๓๓๐,๐๐๐ แรงเทยี น อตั รา
การตกของรม ๓ เมตรตอวนิ าที ลูกระเบดิ ยิงทั้งนดั หนกั ๕.๑๔ ปอนด ระยะยิงไกลสุด ๑,๐๐๐ เมตร

๖. ลกู ระเบดิ ซอมยงิ เอม็ ๕๐ เอ ๒
ลูกระเบดิ ซอ มยงิ ลักษณะเหมอื นลกู ระเบดิ ยงิ สังหาร ผิดกนั ทสี่ ที า ใชใ นการฝก และมคี วามมุง หมาย

เชนเดยี วกับลกู ระเบดิ สงั หาร เพราะมีลกั ษณะทางขีปนะวธิ เี หมอื นกบั ตัวลกู ระเบดิ ยิงทาสฟี า บรรจุดินดาํ
เลก็ นอ ยและวตั ถปุ รับนาํ้ หนกั แทน ดนิ ที เอ็น ที

๗. ลกู ระเบดิ ฝกยิง เอ็ม ๖๙
ลูกระเบดิ ฝกยิงเปน เหล็กเหนียวแขง็ และสวนครีบหางเปน แบบทม่ี าตรฐาน หนกั ๔.๔ ปอนด

ยงิ ไดไ กล ๒๒๕ เมตร การเลือกสนามฝก ยงิ ควรจะหาพ้ืนที่ที่เปน ดินออน จะทําใหล กู ระเบดิ ยิงมีอายุ
ใชงานไดน าน
หมายเหตุ มีลูกระเบิดยิงชนดิ สงั หาร ไดรับการพฒั นามใี ชอยหู ลายแบบไมมเี อกสารอา งองิ ไวด งั นั้นผูใช
จะตอ งพจิ ารณาโดยรอบคอบ นําตารางยงิ ไปใชใ หตรงกับลกู ระเบิดยงิ นน้ั ดวย

๘. สัญลกั ษณข องลกู ระเบิดยงิ
ก.เครอ่ื งหมายบนกลองลกู ระเบดิ ยงิ มแี สดงไวท ก่ี ลอ งไฟเบอรบ รรจลุ ูกระเบิดยงิ และมหี ลกั ฐาน

เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั ลกู ระเบิดยงิ บรรจมุ าพรอมกนั ดว ย แถบผา ที่พันอยรู อบกลอ งลกู ระเบิดยงิ มสี ีแสดงเปน
เครอ่ื งหมายบอกชนดิ ของลกู ระบดิ ยงิ

ข. สีของตวั ลกู ระเบดิ ลกู ระเบดิ ทุกลูกทาสเี พ่อื ปอ งกนั สนิม และยงั ใชเ ปน เครอื่ งหมายบอกชนิดของ
ลูกระเบิดยงิ ดว ย

๙. แบบของลูกระเบดิ ยิงนาโต
ก. ลกู ระเบิดยิงเคมี
๑) แกส คงทน ทาดว ยสเี ทาคาดแถบสีเขยี วสองแถบ เครอ่ื งหมาย
๒) แกสไมค งทน ทาดว ยสเี ทาคาดแถบสเี ขยี วหนงึ่ แถบ เคร่อื งหมายสีเขยี ว
๓) ควัน (เอฟ เอส) ทาดว ยสีเขยี วออน เครอ่ื งหมายสีดํา
๔) ควนั ขาว ทาดวยสีเขยี วออ น เครอ่ื งหมายสแี ดงออน
ข. ลกู ระเบดิ ยิงสอ งแสง ทาดวยสีขาว เครือ่ งหมายสดี าํ
ค. ลกู ระเบิดยงิ ซอมยงิ ทาดว ยสีนํ้าเงินเคร่อื งหมายสขี าว

๑๐. เครื่องหมายทีต่ วั ลกู ระเบิดยงิ
เม่ือนําลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากกลองบรรจุ จะเห็นเครอื่ งหมายพมิ พตดิ ไวท่ีตวั ลกู ระเบดิ ดังน้ี
ก. ขนาดกวางปากลาํ กลอ งของเครอื่ งยิงท่ใี ช
ข. ขนาดของส่งิ ที่บรรจภุ ายใน
ค. แบบของลูกระเบิดยงิ
ง. งวดงานของลกู ระเบดิ ยงิ

ตอนที่ ๕

ตารางยงิ

ตารางยิง คือ หลกั ฐานการตงั้ มมุ สูงและสวนบรรจุ ตามระยะยงิ ท่กี าํ หนดไวเปน เมตรหรอื เปน
หลา ซง่ึ อาจจะแจงรายการอนื่ ๆ ที่เกี่ยวกบั การใชล กู ระเบดิ ยิงแตละชนิด เชน เวลาแลน, สูงยอดกระสุนวิถี
ยานคลาดเคลอ่ื นคาดคะเนทางระยะและทางทศิ บางชนิดแจงใหทราบการทํางานของชนวนไวด ว ย ตารางยงิ
ของลกู ระเบดิ ยิงตางชนิดกนั ท่ีไมกาํ หนดไว จึงใชร ว มกนั ไมไ ดม ขี อพจิ ารณาในการใชตารางยงิ ไวด ังนี้

๑. การยงิ ควบ ใหเ ลือกใชมมุ ยิงทมี่ สี วนบรรจเุ พ่มิ ลดระยะยงิ หรอื เพมิ่ ระยะยงิ ไดหลายระยะ
๒.ระหวา งการยงิ ควบ ไมค วรเปลีย่ นสว นบรรจุเพม่ิ ทต่ี า งกนั จะทําใหค วามแมน ยาํ ลดนอยลง
๓. การยงิ ทางลกึ หรือการยงิ ตอเปาหมายท่ีตองเปลย่ี นไปในทางลึก ใหเ ลือกเปลย่ี นมมุ ยงิ ทใี่ ช
สวนบรรจุเดมิ
๔. การยงิ ตอ ระยะหนา หรือฝา ยเดียวกนั อยูห างเปา หมาย ๓๐๐ เมตรลงมา ใหเลอื ก ใชมุมยงิ
ท่ีมสี ว นบรรจตุ าํ่ ท่สี ดุ
๕. ตารางยิงทม่ี รี ะยะยิงเปน หลา เม่ือตอ งการยิงระยะมากกวา ๑,๕๐๐ หลา จะตอ งเพิ่ม มมุ สูง
ลงไป ใหต รงกบั ระยะยงิ ทเ่ี พิม่ ครั้งละ ๒๕ หลาดวย (เพราะระยะยงิ หา งกนั ชว งละ ๑๐๐ หลา )

ตอนท่ี ๖

การฝก พลประจาํ เครื่องยงิ

๑.ความมุง หมาย
การฝกพลประจาํ เครอ่ื งยิง เปน การฝกใหกําลังพลที่ประจาํ อยใู นหมูเ คร่อื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด

๖๐ มม. สามารถปฏบิ ัติการยิงได ถกู ตอง รวดเรว็ เปน ไปตามขน้ั ตอนและหลกั เกณฑท กี่ ําหนดไว ผูท จี่ ะ
เขา รับการฝกในข้ันนี้ จะตอ งไดรบั การศึกษา เทคนคิ ตา งๆ ของเคร่ืองควบคุมการยิง ไดแ ก กลอ งเล็ง
เอ็ม ๔ เข็มทศิ เลน็ เซติค หลกั เล็ง เอม็ ๑๐ ตารางยิง หวั ขอคาํ สงั่ ยงิ และเครื่องใชแสง เม่อื ฝกเวลากลางคนื
แตละขน้ั การฝก จะเกย่ี วขอ งตอเน่ืองกนั ไป

๒.ขนั้ การฝก พลประจาํ เครอื่ งยิง แบงออกไ ดเ ปน ๖ ขนั้
๑) การต้งั เคร่อื งยิงและการเกบ็ เครอื่ งยงิ
๒) การปฏบิ ัตติ ามคาํ ส่ังยิงเริม่ แรก
๓) การปฏบิ ตั ิตามคาํ ส่งั ยงิ ตอ มา
๔) การหมายมมุ ทิศหลกั และการปกหลักเลง็ เพมิ่
๕) การเล็งตอ หลกั เล็งเพมิ่
๖) การยงิ สายทางขางและการยงิ ทางลึก
ก. การตั้งเคร่ืองยงิ และการเกบ็ เครื่อง
เครือ่ งยงิ ทกุ กระบอก ผูฝ ก จะตอ งเตรยี มสนามฝกวางเครือ่ งมือเครือ่ งใชปก หลัก ๒ หลัก

หางกัน ๒๕ เมตร หลักทีอ่ ยูใกลเ ครอื่ งยิง เรียกหลกั กําหนดทต่ี งั้ ยิง หลักอันไกลเรียก หลักกําหนดทิศทาง
ยิงเบอื้ งตน เคร่อื งยิงพบั ก็เรยี บรอย วางใหข อบซายดานหนา ของแผน ฐานชิดดา นหลังของหลกั กําหนดท่ีตั้ง
ยงิ ลํากลองเครอื่ งยงิ จะช้ีตรงไปท่หี ลักกาํ หนดทศิ ทางยงิ เบือ้ งตน กลองเลง็ เก็บไวใ นกลอ ง วางทางดา นซา ย
หา งขอบแผน ฐานประมาณ ๑ เมตร เมอื่ พลยิงเขาไป

ประจําที่ใหน ่งั อยทู างซายของเครื่องยงิ ในทานงั่ คกุ เขาขวาเสมอขอบหนาของแผนฐาน
การใชคําส่ัง ส่งั วา “หลักเล็งตรงหนาตง้ั เครอื่ งยงิ ” ผปู ฏบิ ัตทิ วนคาํ สง่ั ................

แลวเอามอื ขวาถอนหลักกาํ หนดทีต่ ้งั ยงิ ไปวางไวขา งหลงั ใหป ลายแหลมช้ไี ปทางซา ย แกเ ขม็ ขดั รดั ขาหยด
ดงึ ออก มอื ขวายกกลางลาํ กลอ งตัง้ ขน้ึ มือซายจับขาหย่งั กางออกไปขางหนา วางหา งขอบหนาแผน ฐาน
ประมาณ ๑๘ นว้ิ กางขาหยั่งทั้งสองขา งออกใหตงึ มอื ขวาดงึ ลาํ กลอง มือซายจัดกระบอกควงสูงตัง้ ให
ตรงทางดิ่ง ละมอื ซา ยมาจับขนั้ ควงยดึ คานแกเ อยี งใหแ นน น่งั ราบ

เหยยี ดขาซา ยตรึง วางเทาขวาไวใ ตเ ขา ซาย มอื ขวาหมนุ ควงสูงขึ้นประมาณ ๑๕ รอบ กางดา นควง
สา ยออกเปด ฝาครอบลํากลอ ง มอื ซา ยเปด ฝากลอ งกลอ งเล็ง นาํ กลอ งเล็งไปติดท่ีชองรบั กลอ งเลง็ ตงั้ มุมสงู
๖๒ องศา มมุ ทศิ ๐ มิลเลียม

การปรบั เสนเลง็ มอื จับขาหย่งั ซาย และขาหย่งั ขวาเหนือพลวั่ ตาเลง็ ทเี่ สนเลง็ ขวา – ดํา ใหต อเปน
แนวเดยี วกัน ยกขาหยัง่ ทัง้ สองเล่ือนเสนเลง็ ไปใหตรงกง่ึ กลางหลักโดยประมาณ วางขาหยั่งลงบนพ้ืน

มือขวาหมนุ ควงสูงปรับหวอดระดับทางสงู ใหอ ยกู ึง่ กลาง มือซา ยหมุนควงแกเอยี งใหห วอดระดบั ทางขาง

อยูก่งึ กลาง ตรวจดเู สนเล็งหางขอบซายของหลกั เลง็ เทา ไร มือขวาหมุนควงสายเลอ่ื นเสน เล็งมาอยกู ง่ึ กลาง

ของระยะทห่ี างอยนู น้ั ของระยะทห่ี า งอยนู น้ั แลวปรบั หวอดระดับทางขางปฏบิ ัตซิ ้ํา เลอ่ื นเสน เล็งทลี ะครึง่

แลวปรบั หวอดระดับทางขา ง จนกระท่ังเสนเลง็ ชดิ ขอบซา ยของหลกั เลง็ รายงาน “หมู..........พรอ ม”

การเก็บเครื่องยิง ใชคําส่ังวา “เกบ็ เครือ่ งยิง” ผปู ฏบิ ตั ิ ทวนคาํ ส่ัง..............นง่ั คุกเขาขวา ถอด

กลองเลง็ ออกตั้งมมุ สงู ๔๐ องศา มมุ ทศิ ๐ มิลเลยี ม เกบ็ เขา กลองปดฝากลองกลอ งเลง็ แลวปด ฝา

ครอบลํากลอ ง จดั สะพานโครงสายใหอยกู ่งึ กลาง พบั ดา มควงสาย ลดควงสงู ลงตํา่ สุด (แลว หมนุ คนื ไว ๑

รอบ) คลายควงยดึ คานแกเ อียง มือขวาจับลาํ กลอ งผลักลาํ กลอ งไปทางขวา ใหก ระบอกควงสงู มาชิดอยูก ับ

ขาหย่ังซาย ยกขาหยัง่ ซายไปรวมกบั ขาหยงั่ ขวาเล่ือนมอื ซา ยไปรองรับทีห่ ัวขาหยง่ั มือขวายกขอบหนา

ดานขวาของแผนฐานมือซา ยดึงขาหยง่ั เขาไวใ ตแ ผน ฐาน วางเคร่ืองยิงลงบนพนื้ รัดเข็มขดั ใหเ รยี บรอย หยิบ

หลกั กาํ หนดทต่ี ัง้ ยงิ มาปก ไวท ี่ขอบหนา ดา นซา ยของแผน ฐาน แลว รายงาน “หมู. ........พรอม”

ข. การปฏิบตั ิตามคาํ สง่ั ยิงเรมิ่ แรกและคําสง่ั ยิงตอมา คําสงั่ ยิงเปน คําสงั่ ทส่ี ง มาจาก ผปู ฏิบัติหนาที่

เปนผูตรวจการณ คําสง่ั เหลา นีบ้ รรจุตําบลทางเทคนคิ ทจ่ี าํ เปนสาํ หรบั พลยิง เพี่อนําหลักฐานนนั้ ไปต้งั เคร่อื ง

ยิงและปฏบิ ัตกิ ารยงิ ในการใหค าํ สงั่ ยงิ มักนยิ มสั่งไปตามลําดบั หวั ขอ ของคําสั่งยิง คาํ สั่งยิงจะใหดว ยวจา

ทางโทรศัพท ทางวิทยุ สัญญาณแขนและมอื พลยงิ จะตองทวนคําสัง่ และบนั ทกึ คาํ ส่งั ยงิ ไวท กุ คร้ังดว ย

คําส่ังยิงแบง ออกเปน ๒ ชนิด คอื คําส่ังยิงเรมิ่ แรกและคาํ สัง่ ยิงตอมา คาํ ส่งั ยิงเริม่ แรกมีความ

มงุ หมายเพือ่ ใหเคร่อื งยงิ ลูกระเบดิ ตั้งหลกั ฐานเตรยี มยิงลกู ระเบดิ ยิงนดั แรกของภารกิจยงิ น้ัน เมอื่ ยิงลูก

ระเบดิ ยิงนัดแรกไปแลว ตําบลระเบิดยงั ไมถูกเปาหมายทีต่ องการจงึ ตองแกไ ขหลักฐานการยิง ซึ่งเรยี กวา

คําสัง่ ยิงตอ มา คาํ ส่ังยิงตอ มาจะมหี วั ขอ เฉพาะทีต่ อ งการเปล่ยี นแปลงจากคําสงั่ ยิงเร่มิ แรก เวน แตก ารควบคุม

การยงิ จะตอ งบอกเสมอ

ตวั อยา งคาํ ส่ังยงิ เรมิ่ แรก

๑) นามหนวยของเคร่ืองยงิ ท่ีจะตอ งปฏิบตั ิ - หมวด

๒) ชนดิ ของลกู ระเบิดยิง - ระเบิดสงั หาร

๓) เครอื่ งยงิ ท่จี ะใชย ิงปรบั - หมู ๒

๔) วธิ ยี ิง (จาํ นวนนัด) - ๑ นัด

๕) มุมทศิ - มุมทิศศนู ยหลกั เลง็ หลกั

๖) ระยะยงิ (มุมสูงและสวนบรรจุ) - เกา รอย

๗) การควบคมุ การยงิ - ยงิ

ตัวอยา งคําส่ังยิงตอ มา

๑) ทิศทางทแ่ี กไข - ขวา

๒) ระยะยงิ - เกา หา ศนู ย

๓) การควบคมุ การยงิ - ยิง

คําสัง่ ยิงดดั แปลง เปน การเปลย่ี นมมุ ทศิ และระยะยงิ เปนจํานวนรอบของควงสา ย และควงสูง

ผลดีของคําสง่ั ยิงน้ีคอื พลประจําเคร่อื งยงิ ปฏิบัติไดรวดเรว็ และงาย จาํ นวนรอบของควงสงู และควงสาย

ใหใ ชไ ดถ งึ ครง่ึ รอบ

ตวั อยางคําส่ังยงิ ดัดแปลง

๑) คําสั่งเตือน - เตรยี มสายขวา

๒) จาํ นวนนดั - ๔ นดั

๓) ทิศทางและจํานวนรอบ - สายขวา ๒ รอบ

๔) ระยะยิง - แปด สอง หา

๕) การควบคมุ - ยงิ

การปฏบิ ัติของพลยงิ เมื่อไดรับคาํ สง่ั ยงิ ทวนคาํ สั่งยิงทกุ ข้ันตอน (ตอ งบันทึกไว ถายงิ ดว ยกระสนุ

จริง) รบี ตง้ั มุมทิศเปดตารางยิง ดูท่รี ะยะยิง ใชม ุมสงู และสว นบรรจุเทา ไรขานออกมาดงั ๆ เพอ่ื ให

พลกระสนุ เตรยี มกระสุนและจดั สว นบรรจุตามตอ งการน้ันมาให แลว ยกขาหยั่งหรือหมนุ ควงสายเลอื่ น

เสนเล็งใหตรงก่ึงกลางหลกั ปรบั หวอดระดับทางสงู ปรบั หวอดระดบั ทางขา ง เลอื่ นเสนเล็งทลี ะครึง่

ปรบั หวอดระดบั ทางขาง ใหเ สน เล็งชดิ ขอบซายของหลักเลง็ รายงาน “ยิง”

ค. การหมายมุมทศิ หลกั และการปก หลักเลง็ เพม่ิ การฝก ขนั้ น้ีเปนการปฏบิ ตั ิทต่ี อ เน่ืองมาจากการ

ปฏิบตั ติ ามคาํ สั่งยิง หลงั จากทีย่ งิ ถกู เปา หมายหรือตาํ บลทต่ี อ งการแลว ผตู รวจการณจะสง่ั วา หยดุ ยิงจบ

การยิง “ หมายมมุ ทศิ หลกั ” ปกหลกั เลง็ เพมิ่ สองหลกั หรอื สีห่ ลกั ตามทต่ี องการ การปฏิบัตขิ องพลยิง

เม่อื ยงิ ระเบดิ นดั สุดทา ยไปแลว จะตอ งปรับหลักฐานของเครือ่ งยงิ ใหเ หมือนกอ นทําการยงิ อีกครงั้ แลว

ปฏิบตั ติ อไปตามข้นั ตอนดังน้ี หมนุ ควงมุมทศิ ทก่ี ลอ งเล็งมาอยูท่ีมมุ ทศิ ๐ พลยงิ ผูชว ยไปถอนหลกั เล็งปก

ใหม ที่แนวมมุ ทศิ ๐ น้ี ถา ตอ งการปรับสะพานควงสายใหอ ยกู ง่ึ กลาง ใหห มนุ ควงสา ยใหอ ยกู งึ่ กลาง

แลวปรับเสนเล็งใหชิดขอบซา ยมองหลกั เลง็ เหมอื นเดิม การหมายมมุ ทิศหลกั นี้ เปนการปรับแนวเสน เล็งให

มาอยใู นแนวของลํากลอ งเคร่อื งยงิ

การปกหลกั เลง็ เพิ่ม เพอ่ื ใหเ คร่ืองยิงยา ยการยิงทางทิศไดม ากขนึ้ น้ี จะปก หลักเล็งเพม่ิ ระหวา งหลัก

หางกัน ๑๕๐ มิลเลยี ม ในการเขาตีจะปก หลักเลง็ เพ่ิมอยางนอ ย ๒ หลกั ในกาแรตงั้ รับ ปก หลกั เล็งเพม่ิ

อยางนอย ๔ หลัก การปก หลักเลง็ เพ่มิ มขี อพจิ ารณาในการปกหลักไวด ังนี้

- หมายมุมทศิ หลกั เพยี งหลกั เดยี วยงิ ไดก วา ง ๓๐๐ มลิ เลยี ม

- ปกหลักเล็งเพิ่ม สองหลกั ยงิ ไดก วาง ๖๐๐ มิลเลยี ม

- ปก หลักเลง็ เพ่มิ เติม สอ่หี ลกั ยงิ ไดก วา ง ๙๐๐ มลิ เลียม

การปกหลักเล็งเพ่มิ เม่อื พลยงิ หมายมุมทศิ หลักแลว ใหห มนุ ควงมมุ ทิศไปทางซา ย ๑๕๐ มิลเลียม

แลว ปกหลกั เลง็ เพิ่มขวาหลกั ทีห่ นึ่ง หมนุ ควงมุมทิศไปทางขวา ๑๕๐ มลิ เลยี ม ปกหลักเลง็ เพม่ิ ทางซาย

หลกั ท่ีหนง่ึ ถา จะปกหลกั เลง็ เพ่มิ ตอ ไปอีก ใหห มุนควงมุมทิศมาไวท ี่ ๐ ยกเครื่องยงิ เล็งตอ หลกั เลง็ เพมิ่ ที่

ปก แลว นน้ั หมุนควงมมุ ทศิ ไปที่ ๑๕๐ ปกหลักเล็งเพมิ่ ใหมตอ ไปเชนนจ้ี นกวา จะไดห ลักเล็งเพ่มิ ครบ

จํานวนที่ตองการ

ง. การเล็งตอหลักเลง็ เพิม่ เมอ่ื มหี ลกั เล็งเพมิ่ หลายหลกั แตล ะหลกั จะตองทําเครือ่ งหมายไว

ปองกันการเลง็ ผิดหลัก แตละหลักจะปก หา งกัน ๑๕๐ มิลเลียม จดุ กึง่ กลางคอื ๗๕ มิลเลียม ถามมุ ทศิ

ในคําสง่ั ยงิ อยทู ่ี ๗๕ มิลเลยี ม จะใชหลักเลง็ ใดเปน หลักเล็งกไ็ ด แตถามุมทิศมากเหนือนอยกวา ๗๕

มิลเลยี ม ใหใ ชทิศทางของหลกั เลง็ ที่อยูใกลน ัน้ เปน หลักจดุ อางของทิศทา ยิง ตัวอยา งเชน ผตู รวจการณ

วัดทิศทางของทต่ี ้งั เปาหมาย อยทู างขวาของจุดยงิ หลักไดขวา ๒๔๐ มลิ เลยี ม จะตอ งส่งั ยิงวา มมุ ทิศ ซา ย

๖๐ หลกั เลง็ เพิ่มขวาหลกั ท่ี ๒

จ. การยงิ สา ยทางขา งและยงิ สายทางลึก บางโอกาสอาจใชเ ครือ่ งยงิ ขนาด ๖๐ มลิ ลเิ มตร

ยิงตอเปาหมายทข่ี ยายออกทางขา งหรอื ทางลกึ บางสถานการณตองยิงทั้งสองทาง ดว ยการยิงสายทางขา ง

และทางลกึ พรอ มกันเปนพน้ื ที่ ขีดจาํ กดั ของเครอื่ งยงิ สามารถสา ยไดประมาณ ๒๕๐ มิลเลยี ม (๑๖

รอบ) จึงไมม อบเปาหมายท่ีมีความกวา งหรอื ความลกึ เกินกวา ๗๕ เมตร ตอ เครื่องยิงหนึง่ กระบอก

โดยใชลูกระเบิดสี่นัดยงิ สายโดยสม่ําเสมอจะคลมุ พืน้ ทไี่ ด ๗๕ X ๗๕ เมตร เปา หมายทก่ี วางเกนิ กวา

๗๕ เมตร จะยงิ ไมไ ดผ ลในระยะยงิ ที่ต่าํ กวา ๕๐๐ เมตร เพราะควงสายยิงสายไดจ าํ กัด ภายหลังทยี่ งิ ไป

แลวแตละนัด พลยิงตองสายเคร่ืองยงิ ไปตามจาํ นวนรอบของควงสา ยท่กี ําหนดไวใ นคําสั่งยิง ปรับหวอด

ระดับทางขา งใหอยกู ึ่งกลางแลว หมนุ ควงสา ยยิงนัดตอไป

ผูต รวจการณ จะตอ งปรับการยงิ ทางปก ของเปา หมายเสยี กอ น ตามปกตจิ ะปรบั ตอปกของเปา หมายอยู

ทางใตข องทศิ ทางลม การคาํ นวณหาจาํ นวนรอบของควงสาย หาได ดงั น้ี

๑) วดั ความกวา งของเปาหมายมลิ เลยี มได ๗๕ มลิ เลียม

๒) หารความกวางของเปา หมายดว ย ๑๕ (หนึง่ รอบควงสาย) เพอ่ื หาจาํ นวนรอบควงสา ย เทา กับ

๗๕ หารดว ย ๑๕ ได ๕ รอบ

๓) จํานวนรอบทง้ั ส้นิ หารดว ยชวงระหวางนดั (จาํ นวนนัดลบดวยหน่งึ ) เศษของรอบคิดใกลเ คยี ง

หนงึ่ รอบ ถา ยงิ สน่ี ัด เทากับ ๔ - ๑ ไดช ว งการยิงสาย ๓ ชว ง เอาไปหาร ๕ รอบ จะไดสา ยคร้ังละหน่ึง

รอบครึง่

คาํ สงั่ ยงิ สา ยทางขา งของผูตรวจการณ จะสัง่ ใหย งิ ดงั นี้

- ส่ีนดั (หรอื ) - สีน่ ดั

- สายซา ยหนึ่งรอบคร่ึง - สา ยซายหนึ่งรอบครง่ึ

- เกา รอย - สว นบรรจุ ๓

- ยิง - ยงิ

ฉ. การยิงทางลึก ใชวธิ ยี ิงสา ยขน้ึ หรอื สา ยลง ดว ยจาํ นวนรอบควงสงู ของแตล ะนัดครง้ั แรกตง้ั

ระยะยิงไกลหรือใกลข องเปาหมาย แลว แตจ ะทาํ การยงิ ระยะใกลห รอื ไกลกอน จํานวนรอบของควงสูงหา

ไดดงั น้ี

๑) ตรวจดมู ุมสูงตรงกบั ระยะยงิ ไกลและระยะยิงใกลข องเปา หมาย นําคา มมุ สูงท่ีมคี านอ ยไปลบ

ออกจากมุมสงู มุมสงู ท่ีมคี ามากโดยตดั เศษทงิ้

๒) ผลลัพธท่ไี ดเ ปนองศาคณู ดว ยสอง (หน่งึ องศาหมุนควงสูงสองรอบ) เพื่อหาจํานวนรอบของควง

สูงท้ังสน้ิ

๓) จาํ นวนรอบทัง้ ส้นิ หารดว ยจาํ นวนชวงระหวางนดั (จํานวนนัดลบดว ยหนง่ึ ) ผลลัพธจ ะเปน

จาํ นวนรอบของแตละนัดทสี่ ายขึ้นหรอื สา ยลง

ตัวอยาง ยิงทางลึกระยะยงิ ใกล ๑,๐๐๐ เมตร ระยะยงิ ไกล ๑,๐๗๕ เมตร ไดมมุ สงู ๖๗

สวนบรรจุ ๓ กบั มุมสูง ๖๓ ๓/๔ สวนบรรจุ ๓ หาผลตา งมุมสูง ๖๗ - ๖๓ ได ๔ องศา คณู ดว ย ๒

ไดจ าํ นวนรอบควงสูง ๘ รอบ หารดวย ๓ (จาํ นวนนดั ๔ - ๑) ไดจ าํ นวนรอบระหวา งชว งการยิง แตละ

นัด ๒ รอบครงึ่

คําสั่งยงิ สา ยทางลกึ ของผูตรวจการณ จะส่งั ใหยิงดงั นี้

- สน่ี ัด (หรอื ) - ส่ีนดั

- สายทางลกึ - สา ยลงสองรอบคร่ึง

- ๑,๐๐๐ - ๑,๐๗๕ - สวนบรรจุ ๓

- ยิง - มุมสูง ๖๗

- ยิง

การปฏบิ ัตกิ ารยิงสายของพลยิง เม่ือไดรับคําสงั่ ยิงแลว พลยงิ ทวนคาํ สัง่ ใหพลกระสนุ เตรียมลูก

ระเบิดยิงไว ๔ นดั จดั สวนบรรจุไว ๓ สว นบรรจุ แลว พลยิงต้งั มุมทศิ มมุ สงู ที่กลอ งเล็งปรับหวอด

ระดับ ปรับเสน เลง็ ใหถูกตอ ง รายงาน “หม.ู ......พรอ ม” ผูควบคุมการยิงส่งั “ยิงหน่งึ ” พลยงิ ส่ัง “ยิง”

พลยิงผูชว ยนาํ กระสนุ บรรจเุ อาสวนหางของลูกระเบดิ ยิงลงทางปากลาํ กลองดว ยมือซา ยซ่งึ จับอยู ทบี่ รเิ วณ

ครีบกน้ั แกส จนกระทั่งฝามือซา ยวางบนปากลํากลอ ง ปลอยลูกระเบิดยงิ ลงไป ลดมอื ซายลงทางทา ยลาํ

กลองอยา งเรว็ กม ศรี ษะลงทางขวาของเครอ่ื งยงิ รายงานวา “ยิงไปแลว” ผูควบคุมการยิงจะส่งั ตอ วา “ ยิง

สอง” พลยงิ สง่ั “ยงิ ” พลยิงผูชว ยบรรจลุ ูกระเบิดยงิ รายงานเหมอื นเดิม จนกระทัง่ ถงึ นดั ทส่ี ี่พลยิงผูชว ย

รายงานวา “ยงิ ไปแลว ยิงจบ”

เมอ่ื พลยงิ ผูชว ยบรรจุลูกระเบิดลงไปแลว ลูกระเบดิ ยิงไมออกจากลาํ กลอง จะดว ยเหตผุ ลอะไรก็

ตาม พลยงิ ผูชว ยรายงานลกู ระเบดิ ยงิ ดา น พลยิงและพลยงิ ผชู ว ยปฏิบตั ติ ามข้ันตอนดังน้ี

๑) พลยงิ ใชสน เทา กระแทกลาํ กลอง เพ่อื ใหล กู ระเบดิ คางอยาในลาํ กลองเล่ือนลงไป ถา ลน่ั ออกให

บรรจแุ ละยิงตอ ไป แตถ ายงั ไมล ่ันออกเครือ่ งยงิ ทีม่ ีเครื่องลั่นไก ใหต ั้งกระเดอ่ื งบงั คบั การยิงท่ี “ ยงิ ” ลั่น

ไก ๓ ครงั้ ถา ยงั ไมล ่นั ใหร ออยางนอ ย ๑ นาที ในระหวางทรี่ ออยนู ้ี พลยิงตรวจความรอนของลาํ กลอง

ควรใชน ้าํ ราดหรือใชผ ารองมอื จับได

๒) พลยิงนงั่ คุกเขา ปลดลาํ กลองเครอ่ื งยิงออกจากแผนฐาน บังคับขาหยง่ั ใหต ้งั อยกู ับท่ี มอื ซาย

ออ มไปขา งหนา และจบั ขาหยั่งขวาไวที่ปลอกขาหยง่ั ขวา มือขวากาํ รอบทฝี่ าปดทายลาํ กลอ ง

๓) พลยงิ ผชู วยนั่งคกุ เขา หนั หนา เขาหาเครือ่ งยิง มือขวาหงายรองรับใตปากลาํ กลองมือซายควาํ่ วาง

ดา นบนของปากลาํ กลอ ง ใหหวั แมม อื ทงั้ สองทาบไปตามน้ิวช้ี ทงั้ ตอ งระวงั มิใหสวนใดของมอื ยน่ื เขาไป

หนาลาํ กลอ ง

๔) พลยิงยกทายลาํ กลอ ง จนไดร ะดบั ขนานกบั พ้นื ไมไดล ดทายลาํ กลอ งลงต่ํากวาแนวระดบั อกี
เขยาเบา ๆ จนกวา ลกู ระเบดิ ยิงจะเลือ่ นออกหมา ในทันทีทลี่ ํากลองยกขน้ึ ไดร ะดบั พลยิงผูช ว ย ขยับหวั
แมม ือทัง้ สองเลอ่ื นไปบนปากลาํ กลอ งเพอ่ื กันลูกระเบดิ เม่อื หวั ชนวนถึงปากลาํ กลอ งจงึ นําลกู ระเบิดยงิ ออก
จากปากลาํ กลอ ง

๕) ตรวจดลู กู ระเบดิ ยงิ ดูกลอนนริ ภยั ถา ยังไมหลุดออก ใหส อดสลักนริ ภยั เขาไวเหมอื นเดิม
แยกระเบิดออกไปไวใ หห างทตี่ ั้งยิง เพ่ือตรวจหาสาเหตภุ ายหลงั

๖) พลยงิ ลดทา ยลาํ กลอ งลง ประกอบทายลาํ กลอ งเขา กบั แผนฐาน ต้งั หลกั ฐานใหเครือ่ งยิง และ
ยงิ ลูกระเบดิ ยิงนดั ตอ ไป ถายงั เกิดการดา นภายในลํากลอ งอกี ใหต รวจที่เข็มแทงชนวนเพอ่ื หาสาเหตุ
แกไขตอไป

การฝกต้งั เครอ่ื งยงิ ค.๖๐ (ศอว.ทบ.)

การวางเคร่อื ง มอื เครอ่ื งใช
- ปกหลักเลง็ ไว ๒ หลัก หางกนั ๒๕ เมตร หลกั แรกเปน หลักกําหนดทตี่ ้งั ยิง และอกี

หลักหน่ึงเปนหลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ เบอ้ื งตน
- เคร่อื งยงิ เกบ็ พบั วางราบลงบนพ้นื ลํากลอ งชต้ี รงไปทีห่ ลักกาํ หนดทิศทางยิงเบอ้ื งตน ขอบ

หนาดา นซายของแผน ฐานวางชิดดา นหลงั ของหลักกําหนดที่ตง้ั ยิง
- ทางซา ยของเคร่ืองยงิ แนวเดยี วกบั ขอบหนา ของแผน ฐานหางประมาณ ๑ เมตรวางกลอง

กลองเล็ง เอ็ม ๔ ใหด า นมีกลอนเปด เปด ฝากลองกลองเล็งหนั มาทางเครือ่ งยิง
- วางเครอื่ งยงิ เปน แนวเดยี วกนั ระยะเคยี งตามความเหมาะสมกบั เรื่องท่ีทาํ การฝก

การเขา ประจําแถวและการเขาประจําท่ี
- ใหผ ูร ับการฝกเขาแถว เปน รปู แถวตอนขางหลังเครอื่ งยงิ หา งจากเครอ่ื งยงิ ประมาณ ๕ เมตร

ใชค าํ สงั่ วา ประจาํ แถว
- การเขา ประจาํ ที่ใชคาํ ส่งั วา พลประจาํ เครอ่ื งยงิ ประจาํ ท่ี ผูปฏบิ ัตทิ วนคําสง่ั แลววิ่งมาหยุด

หางเครอื่ งยิงประมาณ ๑ กาวแลว กา วเทา ซา ย นัง่ คุกเขาขวาตรงกลางระหวางกลอ งเล็งกับเคร่อื งยงิ เขา ขวา
เสมอแนวขอบหนาของแผน ฐาน
การตรวจเครือ่ งมอื เครอื่ งใช

- กอนเริ่มการฝก สง่ั ใหพ ลประจําเครอื่ งยงิ ตรวจเครอื่ งมือเคร่ืองใช เพอื่ ตรวจสภาพของ
อาวธุ ยุทโธปกรณ มอี ะไรชํารุดหรือไมและจดั ชิ้นสว นบางอยา งใหสะดวกในการตงั้ เครื่องยิงไดแก การจดั
ควง แกเอียง หมุนคายออกประมาณ ๑๐ รอบ จัดเรอื นควงสา ยใหอยูประมาณกึ่งกลางแนวลํากลอง
ตรวจกลอ งเล็ง เอ็ม ๔ แลวต้งั มมุ สูง ๔๐ องศา มุมทิศที่ ๐ มลิ เลียม เมอื่ ตรวจและจดั เสรจ็ เรียบรอยแลว
ใหรายงาน หม.ู ..........พรอ ม

การตัง้ เครื่องยงิ
- หลงั จากทที่ กุ หมูร ายงานพรอ มแลว ผฝู ก ออกคาํ สั่งวา “หลักเล็งตรงหนาตัง้ เครือ่ งยิง”

ผูปฏบิ ตั ิทวนคาํ สัง่ แลว ปฏบิ ตั ติ ามลําดับข้นั ตอนดังตอ ไปนี้. - (ถอนหลักกําหนดทต่ี งั้ ยิง)
- มือขวาจบั ประมาณกึ่งกลางลํากลอ งเครือ่ งยงิ ต้ังขนึ้ มอื ซา ยจบั ขาหย่งั ทัง้ สองขา งไปวางไว

ขา งหนาหา งจากแผน ฐานประมาณ ๑๘ น้วิ มือขวาออ มไปจบั เหนอื พล่งั ขาหยั่งขวา มือซายจบั เหนือพลว่ั
ขาหย่งั ซา ย กางขาหยง่ั ทง้ั สองขางออกใหตงึ มือซายจบั ดา มควงสูง มือขวาจบั ลํากลอ งปรบั แนวกระบอก
ควงสงู ใหตัง้ ตรงแลวใชม อื ซา ยปลดคานแกเ อียง เก่ยี วกบั หวั ขอ ตอ เขา ทชี่ วงรบั หวั ขอ ตอ ของกระบอก
เกลยี วควงสงู นง่ั ราบลงบนพนื้ ขาซายเหยยี ดตรง ขาขวาทอนลา ง งอพบั ไวใ ตเ ขาซาย หมนุ ควงสงู ข้ึน
ประมาณ ๙ รอบ เปดฝาครอบลาํ กลอ ง มือซา ยเปด กลองกลอ งเลง็ นาํ กลองเล็งมาติดท่ีเคร่ืองยงิ ต้งั มุมสูง
๖๒ องศา มุมทศิ ๐ มลิ เลียม จัดชองเล็งใหข นานกบั พนื้ สว นบนของเสน เลง็ หางมาสีดํา อยูประมาณ
แนวกง่ี กลางของหลักกําหนดทศิ ทางยงิ เบอ้ื งตน

- มองผานชองเล็ง จดั แนวเสน เล็งใหเสน เล็งสีดําและสีขาวเปน แนวเดยี วกนั ในทางดิง่ ใหอ ยู
หา งกลองเลง็ ๓ ถึง ๑๐ นว้ิ ลืมตาท้ังสองขา ง หรอื หลับตาขางใดขางหน่ึงก็ไดต ามถนัดใชม อื ทงั้ สองขาง
ไปจับทข่ี าหยง่ั เหนือพลวั่ ยกขาหย่งั เล่อื นเสน เลง็ ใหตรงหลกั เลง็ โดยประมาณปรับหวอดระดับทางสูง
มือขวาจับดามควงสงู หมนุ ปรับหลอดระดบั ทางสูงใหอ ยกู งึ่ กลาง มือซายจบั ดามควงแกเ อยี ง หมนุ ปรับ
หวอดระดับทางขางใหอยกู งึ่ กลาง มือขวาจบั ดามควงสา ย ปรบั แนวเสน เลง็ ตรวจดูระยะที่หา งของแนว
เสน เล็งกับขอบซา ยของหลกั เลง็ หมนุ ควงสา ยใหเ สนเล็งเลอื่ นมาทีละครง่ึ แลวปรบั หวอดระดบั ทางขาง
ทําซํา้ ตอไปจนเสน เล็งชดิ ขอบซายของหลักเล็ง หมนุ ควงสายใหเ สน เล็ง เลอื่ นมาทลี ะครึง่ แลวปรับหวอด
ระดบั ทางขาง ทาํ ซํา้ ตอ ไปจนเสน เล็งชิดขอบซา ยของหลักเล็ง ตรวจดมู าตรามมุ สงู ,มุมทศิ หวอดระดับท้งั
สองขาง และเสน เลง็ อยใู นตาํ แหนง ท่ีถปู กตอ งแลวรายงาน “หม.ู .......พรอม”

หมายเหตุ การแถอดหลักกาํ หนดท่ตี ้งั ยงิ มือขวาจบั หลกั ถอดขึ้นนาํ ไปวางไวข า งหลงั ปลาย
แหลมชไ้ี ปทางซา ย

การเก็บเครอื่ งยงิ
- ผูฝก ใชคาํ ส่ังวา “เก็บเครอื่ งยงิ ” ผูปฏิบัติทวนคาํ สั่งแลวลกุ ขึ้นนัง่ คุกเขาขวา มือซา ยจับ

กลองเล็ง มือขวากดกลอนกระเดอ่ื งยึดกลองเลง็ ดนั ไปทางขวา แลว เล่อื นข้นึ ขา งบน เมอ่ื ถอดออกแลว
ตงั้ มาตรมมุ สงู ท่ี ๔๐ องศา มุมทศิ ที่ ๐ มิลเลยี ม เก็บเขา กลอ งปด ฝากลอ งกลองเล็งใหเ รียบรอย

- มอื ขวาหยบิ ฝาครอบลาํ กลองมาปด ทป่ี ากลํากลอง แลว ไปจับดา มควงสายหมนุ ใหเรอื น
ควงสา ยอยกู งึ่ กลางมอื ซา ยจบั ดามควงสงู ลดควงสูงลงตํา่ สดุ แลวหมนุ ขึ้นไปประมาณ ๑ รอบ ปลด
คานแกเ อยี งออกจากชองรับหัวขอ ตอ ทีก่ ระบอกเกลยี วควงสูง เกบ็ เขา ชอ งขันกลอนทขี่ าหยัง่ ซาย (ขนานเปน
แนวเดยี วกบั ขาหยงั่ ) มอื ขวาจบั ลํากลอง มือซายจับขาหยง่ั ซา ยเหนือพลัว่ ผลกั ลํากลองไปทางขวาให
กระบอกควงสงู ชดิ กบั ขาหย่ังซาย ยกขาหย่ังซายไปรวมกบั ขาหยง่ั ขวายกขาหยั่งทง้ั สองขา งมาวางไวชิดขอบ
หนาของแผนฐาน เลอื่ นมือซายมาจบั ทห่ี วั ขาหย่ัง มือขวา ยกขอบหนาดา นขวาของแผนฐานขนึ้ ทบั บนพลวั่
ขาหยงั่

วางเครื่องยงิ ราบลงบนพืน้ (ถามีเขม็ ขดั รดั ขาหยั่ง ใหร ัดเขม็ ขดั ใหตงึ ดว ย) มอื ขวาหยบิ หลกั กาํ หนดที่ตงั้ ยงิ
มาปกที่ขอบหนา ดา นซา ยของแผน ฐาน แลว รายงาน “หม.ู .....พรอ ม”

หมายเหตุ กอนทจ่ี ะตั้งกลอ งเลง็ ใหผ ปู ฏิบัติขานออกมาวา หกสอง มุมทิศศูนย เวลาเก็บกลอง
เล็งใหข านวา สี่ศูนย มมุ ทศิ ศูนย (การฝก ข้นั ที่ ๒,๓,๔,๕, และ ๖ ปฏิบตั เิ ชน เดยี วกบั ค.๘๘)

คําแนะนําในการใชแ ละการซอมบาํ รุง ค.๖๐ มม. (ศอว.ทบ.)

๑. เม่ือทาํ การถอดเขม็ แทงชนวนออกจากโครงปด ทา ยเพอื่ ทาํ ความสะอาด และประกอบชนวน
เขาทีจ่ ะตอ งขนั ใหแ นน ถา ขันไมแนน จะทําใหปลายเทแทงชนวนยื่นออกมาจากรอ งแปน เกลยี วเข็มแทง
ชนวนนอ ย เมื่อทาํ การยงิ อาจทําใหลูกระเบดิ ยิงดา นในได

๒. การอัดไขขน ท่จี ดุ อดั ไขขนของชดุ ผอนอาการสะเทือน ใหผใู ชปนอดั ไข ควรอดั เพรยี งขาง
ละ ๑ – ๒ ครั้ง ถาอดั ไขขนไปจนเต็มจะทําใหไ ขขนเขา ไปอดั กบั แหนบผอนอาการสะเทือน ซง่ึ จะทาํ ให
ชุดผอ นอาการสะเทือนไมท าํ งาน

- การแกไข คลายจุดไขขน ทง้ั สองขา งออก และทําการโยกชุดผอ นอาการสะเทอื นขนึ้ ลงเพ่ือให
ไขขน ออก จนกวา ชดุ ผอนอาการสะเทอื นจะทาํ งานเปน ปกติ แลว จึงประกอบจดุ อดั ไขเขา ทีต่ ามเดมิ

ตอนที่ ๔

การตรวจสอบพลยิง

๑. การเตรียมการสอน เพอ่ื ฝก ทหารเปน รายบุคคล ใหป ฏบิ ัตหิ นา ทีข่ องพลยงิ ในการยิงเครื่องยิง

ลกู ระเบดิ การฝก ประกอบดว ยแบบฝกตา งๆ ท่ตี องการใหทหารปฏบิ ตั ิหน ทพี่ ลยงิ ตามวิธกี ารกําหนดให

๒. การดําเนนิ การสอน อธิบายและแสดงใหเ ห็นสภาพการตรวจสอบและความประสงคข อง

หลกั สูตรแตละข้ันตอน ทกุ คนจะไดร ับการฝกแตละขน้ั โดยมคี รูแตล ะพวกเปนผูตรวจตราเพงเล็งใน

ความถูกตองตง้ั แตเ รมิ่ แรก สว นความรวดเร็วในการปฏิบตั นิ ้นั ใหเ พ่มิ ขึ้น ในขนั้ การฝก ทบทวนตอ ๆ มา

นายทหารควบคุมการสอนเปน ผูก าํ หนดหนา ท่ีเฉพาะ ใหก ับครูผชู วย โดยธรรมดากาํ หนดใหผ บู งั คบั หมู

ทาํ หนาท่ีเปนครูประจําพวก เมื่อไดอธิบายและแสดงการฝก เพอ่ื สอนใหรแู ตล ะขนั้ การปฏบิ ัติ เสร็จแลว

แตล ะพวกกลบั ไปประจําเครอ่ื งมือเครอื่ งใชของตน ซ่งึ ครูผูช ว ยจะดําเนนิ การฝก ปฏบิ ตั ติ อ ไป

๓. กอ นการฝก จะไมใหทหารเขารับการฝก เพ่ือตรวจสอบหนาท่พี ลยิงจนกวาจะชํานาญในเรือ่ ง

อาวธุ ศกึ ษา การฝกพลประจาํ เครอื่ งยงิ และการฝก ปฏิบตั ิตามคําสงั่ ยิงมาแลว พอสมควร

๔. การฝก เบ้อื งตน เพ่อื ตรวจสอบหนา ทีพ่ ลยิง ประกอบดว ยเรอ่ื งตาง ๆ ของหลักสูตรแสดงคณุ วุฒิ

ตามรายการตรวจสอบพลยงิ จะทาํ การตรวจสอบเมื่อจบการฝก เบอ้ื งตนมาแลว ถา มเี วลาฝก มากก็อาจให

ผทู ี่ตรวจสอบตก ตรวจสอบตอไปจนกวา จะผา นการตรวจสอบขัน้ นนั้ ไปได

๕. การตรวจสอบและการจดั ชั้นคณุ วุฒิ ความสามารถของทหารแตละบคุ คล สําหรับเคร่ืองยงิ

ลกู ระเบดิ นน้ั แบงเปนพลยงิ ช้ันผูเชี่ยวชาญ พลยิงชั้นหนึง่ พลยงิ ช้ันหน่งึ พลยงิ ชัน้ สอง หรือไมไ ดผล

การตรวจสอบจึงเปนเคร่อื งยดึ ถือ เพื่อพจิ ารณาความสามารถ และคณุ วฒุ ิของทหารท่ผี านการฝก มาแลว

การตรวจสอบพลยงิ ค.๘๘ ขนาด ๖๐ มม. มอี ยดู วยกนั ๖ ข้นั

๑. การต้งั เครอ่ื งยงิ ๔๐ คะแนน

๒. การปฏบิ ัติตามคาํ ส่งั ยิงเรม่ิ แรก ๓๐ ”

๓. การปฏบิ ตั ิตามคําสง่ั ยงิ ตอมา ๓๐ ”

๔. การหมายมุมทศิ หลักปก หลกั เลง็ เพม่ิ ๓๐ ”

๕. การเลง็ ตอหลกั เล็งเพิม่ ๓๐ ”

๖. การยงิ สายทางขา งและทางลกึ ๔๐ ”


Click to View FlipBook Version