แผนกวิชาอาวุธ กองการศกึ ษา โรงเรียนทหารราบ
.........................................................................................................
หมวดวชิ าอาวุธ
เรื่อง
ปนกล ๓๘ ขนาด ๗.๖๒ มม.
(แมก ๕๘ เอฟเอ็น)
(ใชเพือ่ พราง)
พ.ศ.๒๕๔๑
.........................................................................................................
ศนู ยก ารทหารราบ คา ยธนะรัชต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบคีรีขันธ
-๑-
แผนกวิชาอาวธุ
กองการศกึ ษา โรงเรยี นทหารราบ ศูนยก ารทหารราบ
คา ยธนะรัชต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบคีรขี ันธ
...............................
อาวุธศกึ ษา ปก.๓๘
๑. กลาวนํา ปก.๓๘ เปน ปน กลเอนกประสงค สามารถตัง้ ยิงบนพนื้ ดนิ บนยานพาหนะยานรบ ฮ.ท่ีมี
แทน ยดึ ปนได กองทัพบกมคี วามประสงคทจ่ี ะใชทดแทน ปก.เอม็ .๖๐ ท่ีชาํ รดุ การใชเ ชนเดียวกบั ปก.เอ็ม.๖๐
หลักการใหญ ๆ ในการทาํ งาน เปน อาวุธอัตโนมัติ ทํางานดวยแกส ปอ นกระสุนดว ยสายกระสนุ ใน
กลอ งกระสนุ ชนดิ แบบยดึ ครึ่งนดั ระบายความรอนดว ยอากาศ ทาํ การยงิ ดว ยทา ลกู เลือ่ นเปด เปน อาวธุ ทจี่ ดั
ระยะหนา ลูกเลอ่ื นแบบตายตัว เปลีย่ นลาํ กลอ งไดรวดเร็ว กลอ งกระสนุ ชนดิ ๕๐ นัด และสายกระสุนชนิด
๑๐๐ นัด ทง้ั สายกระสุน แบบ เอ็ม.๑๓ และสายกระสนุ ปก.เอม็ .๖๐ สามารถปรบั อัตราการยงิ ได ๓ ตาํ แหนง
จากอัตราการยงิ ๖๕๐ – ๑,๐๐๐ นัด/นาที
กระสนุ ขนาด ๗.๖๒ x ๕๑ มม. นาโต ๖ ชนดิ
๑. กระสนุ ธรรมดา
๒. กระสุนสอ งวิถี
๓. กระสุนเจาะเกราะ
๔. กระสนุ เจาะเกราะเพลงิ
๕. กระสนุ ซอ มรบ
๖. กระสนุ ฝก หดั บรรจุ
รายการหลกั ฐาน
- กวางปากลํากลอง ๗.๖๒ มม.
- ใชกระสนุ ขนาด ๗.๖๒ x ๕๑ มม. (นาโต)
- การทาํ งาน ทาํ งานดวยแกส
- การยิง อตั โนมตั ิ
- ความยาว
: ปน ๑,๒๕๕ มม. (๑.๒๖ ม.,๔๙.๔ นวิ้ ) โดยประมาณ
: ลาํ กลอ ง ๕๔๕ มม.(๔๕.๕ ซม.,๒๑.๕ นิ้ว) โดนประมาณ
: ลาํ กลอ งรวมปลอกรดแสง ๖๓๐ มม. (๖๓ ซม.,๒๕.๗ น้ิว) โดยประมาณ
- รงั เพลงิ และลาํ กลองชบุ โครเม่ยี ม
-๒-
- ความสูง : ไมก างขาทราย ๒๒๕ มม.
: กางขาทราย ๓๑๘ มม.
- น้าํ หนกั
: ปนท้งั กระบอก ๑๑ กก. (ประมาณ ๒๔.๒ ปอนด)
: ชุดลํากลอ ง ๓ กก. (ประมาณ ๖.๖ ปอนด)
- อัตราการยงิ ๖๕๐ – ๑,๐๐๐ นดั /นาที
- ระยะยิงไกลสดุ ๓.๕๐๐ เมตร
- ระยะยงิ หวังผล ๑,๘๐๐ เมตร
- การยงิ กวาดในภูมิประเทศพ้นื ระดบั ราดเสมอ ๖๐๐ เมตร
เคร่ืองเล็ง
- ศนู ยห นา แบบคมมีด ปรับทางทิศและทางระยะได
- ศูนยห ลงั แบบศูนยร ู และศนู ยบ าก ปรบั ทางระยะได
ศนู ยรู ยิงระยะ ๒๐๐ – ๘๐๐ เมตร (พับศนู ยล ง)
ศนู ยบาก ยงิ ระยะ ๘๐๐ – ๑,๘๐๐ เมตร (ตั้งศนู ยข ้ึน)
ทกุ ระยะ ๑๐๐ เมตร เร่มิ จาก ๒๐๐ เมตร จะมดี ชั นกี าํ กบั ไว เลขคู อยทู างขวา เลขคี่ อยูท างซา ยของ
กรอบศูนยห ลัง
- การตัง้ ศูนยปน เพอ่ื ฝก พลประจาํ ปน ตง้ั ระยะ ๕๐๐ เมตร
กระสุนชดุ พลประจําปน คนละ ๓๐๐ นัด
กระสนุ อัตรามลู ฐาน กระบอกละ ๓,๑๐๐ นัด
๒. การตรวจอาวธุ
๒.๑ เปด ฝาปด หองลูกเล่อื นข้นึ
๒.๒ ถอดสายกระสุนออก (ถา มี)
๒.๓ ดึงคนั ร้งั ลกู เล่ือนมาขา งหลงั สดุ
๒.๔ ดนั คนั ร้ังลูกเลอื่ นไปขางหนาสุด
๒.๕ หามไก
๒.๖ ใชแ สแยงจากปากลาํ กลอ งวา รงั เพลงิ ปลอดภัย
๒.๗ ดงึ คันร้ังลกู เลื่อนมาขางหลังสดุ จบั ไว
๒.๘ เปดหา มไก
๒.๙ ลัน่ ไก โดยคอ ย ๆ ผอ นคันร้ังลูกเล่ือน ไมใหลกู เลอ่ื นกระทบเสียงดัง
๒.๑๐ ปด ฝาปดหอ งลกู เลอ่ื น
๒.๑๑ ปดฝากนั ฝนุ ชองคดั ปลอกกระสนุ ปก.๓๘ เมอ่ื ไมข นึ้ นกจะหา มไกไมไ ด
-๓-
๓. การถอดประกอบปกติ มี ๒ ข้นั หนา ท่ีผใู ช
การถอดปกติข้นั ท่ี ๑ มี ๕ หมชู น้ิ สว น
๑. ชุดลาํ กลอ ง
๒. ชดุ พานทา ย
๓. ชดุ เคลอื่ นที่
๔. ชุดโครงเครือ่ งลน่ั ไกและดา มปน
๕. ชุดโครงปนพรอมขาทรายและฝาปด หอ งลูกเลือ่ น
การถอดประกอบปกติขนั้ ที่ ๒ ถอดประกอบ ๒ ชดุ
๑. ชดุ เคลอื่ นที่ มี ๓ ชิ้น
๑.๑ ลูกเลื่อนและขอ ตอ คนั ขึน้ นกและกลอนลกู เล่ือน
๑.๒ กา นสูบและโครงตอทา ยกา นสบู และเขม็ แทงชนวน
๑.๓ แหนบและแกนแหนบสง กา นสบู
๒. ชดุ ลํากลอ ง มี ๓ ชิ้น
๒.๑ ปลอกเกลียวกรวยจดั แกส
๒.๒ ล้ิมยดึ กรวยจัดแกส มี ๒ อนั
๒.๓ กรวยจัดแกส
การถอดประกอบโดยละเอยี ด เปนหนา ทข่ี องชางอาวุธ
การถอดประกอบขน้ั ที่ ๑
๑. ชุดลํากลอง ใชมอื ซายกดกลอนยดึ ลํากลองดานซายมอื ลง ใชมือขวาจบั ดา มหว้ิ ลาํ กลอ ง
ผลักมาทางซายใหต ั้งตรง แลวดันออกไปทางดานหนา (ถาดามหว้ิ ยังไมยดึ กบั บากทท่ี า ยลาํ กลอง ใหใชน ิว้ ช้ี
มือขวาดงึ คนั ยดึ บากลํากลองข้ึนแลว ผลักดา มห้ิวไปมา ใหย ดึ ตดิ กบั บากท่ีทา ยลาํ กลอ งใหแ นน แลวปลอ ย
คันยดึ
๒. ชุดพานทา ย กดกลอนยดึ พานทายดานใตลางหลังดามปน แลว ยกพานทา ยขึน้ ตรง ๆ พาน
ทา ยกจ็ ะหลดุ ออก
๓. ชดุ เคล่อื นท่ี กดแกนแหนบกา นสบู เขาไปขางใน และยกขน้ึ แลว ดึงออก ดึงคนั ร้งั ลูกเลือ่ น
ใหชุดเคล่อื นทโี่ ผลอ อกมา แลวจับทีโ่ ครงตอ ทายกานสบู ดงึ ออกมา
๔. ชุดโครงเครือ่ งลนั่ ไก และดา มปน ใชป ลายลกู กระสุนดนั สลักยึดชุดโครงเครอ่ื งลนั่ ไก
และดา มปนออกทางซา ย ใชม ือจบั ดา มปนกดลงตรงๆ แลวดึงออกทางดา นหลัง
๕. ทีเ่ หลือคือชุดโครงปน พรอ มขาทรายและฝาปด หองลกู เล่ือน
การถอดประกอบปกติ ขน้ั ท่ี ๒ ชุดเคล่อื นท่ี
๑. ชุดเคล่อื นท่ี ใชป ลายลูกกระสุนกดสลกั ยดึ ขอ ตอคนั ขนึ้ นก และกลอนลูกเลอ่ื นออก
ลกู เลื่อนและขอ ตอคนั ขึ้นนกและกลอนลูกเลือ่ นจะหลุดออก
-๔-
๒. โครงตอ ทา ยกานสบู และกานสูบมเี ขม็ แทงชนวนตดิ อยหู ามถอดออก
การถอดประกอบปกติ ขน้ั ที่ ๒ ชุดลาํ กลอง
๑. กดท่ีหางคนั ดชั นแี ลว คลายเกลียวออกจนหลดุ ดึงปลอกเกลยี วกรวยจัดแกสออก
๒. จับลิม่ ยึดกรวยจดั แกส ออกจากกรวยจัดแกส ๒ อนั
๓. กดกรวยจดั แกส ลงขา งลา ง ดงึ ออกถาไมอ อกใหใ ชค อนยางเคาะเบาๆ
การประกอบจากการถอดปกติ ขนั้ ที่ ๒
๑. ชดุ ลํากลอง
๑.๑ ประกอบกรวยจดั แกส เขา กับแทนยดึ กรวยจัดแกส โดยใหบากตรงกนั เขา กับแทน ยดึ
กรวยจดั แกส สนิท
๑.๒ นาํ ลมิ่ ๒ อนั มาประกบเขาทเ่ี ดมิ
๑.๓ นําปลอกเกลยี วกรวยจัดแกส ใสล งตรงและหมุนขันเขา ใหสดุ แลวคลายออกให
ดรรชนีช้เี ลข ๑ ตําแหนง (NORMAL) การจัดกรวยจดั แกส ข้ันตอ นหามหมุนใหด รรชนชี ไี้ ปทเ่ี ลขอน่ื
๒. ชุดเคลอ่ื นที่ ใหน าํ ลูกเล่อื นและขอตอ คันขึน้ นกและกลอนลกู เลอื่ นประกอบตรงชอ ง
สลักแลว ใสสลกั ยึดขอ ตอ คนั ขึ้นนกจากทางซา ยหรอื ทางขวากไ็ ด
การประกอบจากการถอดปกติ ขั้นที่ ๑
๑. ชุดโครงเครื่องล่ันไกและดา มปน จับดามปน ยกดา นหนาใหเ ขาไปขดั กบั บากทใ่ี ตโ ครงปน
แลวยกทา ยโครงเคร่ืองล่นั ไกขึ้น ใหรรู อยสลกั ตรงรูท่ใี ตโครงปนดนั สลกั ยดึ โครงเครอ่ื งล่นั ไกและดา มปน ให
เขา ที่
๒. ชุดเคล่ือนท่ี จับทโ่ี ครงตอ ทายกานสบู ดันลูกเลือ่ นใหข นึ้ นกใสเ ขาไปในโครงปน โดยตอ ง
ใชน ิ้วเหนยี่ วไกปนไวดันโครงตอ ทา ยกา นสูบเขา ใหสดุ ใสแหนบและแกนแหนบโดยดันเขาไปตรง ๆ แลว กด
ลงใหท า ยแกนแหนบยึดกับชอ งบากดานบนในทายโครงปน
๓. ชุดพานทา ย จับพานทา ยใสจ ากดา นบนทายโครงปน กดลงไปใหกลอนยึดพานทาย
ยดึ แนน
๔. ชุดลํากลอ ง จบั ทดี่ า มหิ้วลาํ กลองใสเ ขา กบั หนาโครงปน โดยใหก รวยจดั แกส เขา ไปใน
บากกระบอกสบู มือซายกดกลอนยึดลาํ กลอ งลงผลักดามห้วิ ลงดา นขวา ใหค ลีบทา ยลํากลองเขาขดั กับชอง
คลบี ทช่ี อ งหนา โครงปน
ตรวจสอบการถอดประกอบโดยดึงคนั รั้งลกู เลื่อนมาขางหลงั แลวใชมอื ซา ยลน่ั ไกมอื ขวา
คอยๆ ผอ นคันรงั้ ลูกเล่ือนเบาๆ จนไปหนา สดุ ถาปน ลั่นไกได ถอื ไดว า การถอดประกอบถกู ตอง
๔ วงรอบการทํางานของเคร่ืองกลไก มี ๘ ขั้น
๔.๑ การปอ นกระสนุ
๔.๒ การเขาสรู ังเพลิง
-๕-
๔.๓ การขัดกลอน
๔.๔ การยิง
๔.๕ การปลดกลอน
๔.๖ การร้ังปลอกกระสนุ
๔.๗ การคัดปลอกกระสนุ
๔.๘ การขึ้นนก
กลา วทว่ั ไป ปน กล ๓๘ เม่อื บรรจุกระสนุ , เลกิ บรรจ,ุ และตรวจปน นั้นจะตองปฏบิ ตั ทิ ่ีลูกเล่ือนอยู
ในตาํ แหนง เปด ลูกเลื่อน เพราะปนทาํ การยิงดวยทา ลกู เลือ่ นเปด ปน กล ๓๘ ถา ไมข้ึนนกจะหา มไกไมได
และจะปลอดภัยเมื่อลูกเลอื นอยขู างหนาสุด
การบรรจุ
๑. ดึงลกู เล่อื นมาขางหลังสดุ แลวดนั คนั รงั้ ลูกเล่อื นไปขางหนาสดุ
๒. หามไก
๓. ยกฝาปดหองลกู เลือ่ นขน้ึ
๔. วางกระสนุ นดั แรกลงบนรองแผนเหลก็ รองกระสุน
๕ ปด ฝาปดหองลกู เลื่อน
การเลกิ บรรจุ
๑.หา มไก
๒. ยกฝาปด หองลกู เลือ่ นขนึ้
๓. ถอดสายกระสุนออก
๔. ใชแสแ ยงจากปากลํากลอง ดูท่ีรงั เพลงิ วาปลอดภยั
๕. ปด ฝาปด หองลกู เลือ่ น
๖. เปด หา มไก
๗. ใสม อื ซายลัน่ ไกมือขวาดึงคนั รั้งลกู เลือ่ นมาขางหลังสุดแลวคอ ยๆ ผอนใหลกู เล่อื นเคล่ือนไป
ขา งหนา สุดเบาๆ โดยไมม ีเสยี งดงั
๘. ปดฝากนั ฝนุ ชอ งคดั ปลอกกระสนุ
วงรอบการทํางานของเครอ่ื งกลไก พลประจําปนทกุ คนตองมคี วามรแู ละมีความสามารถในการ
ใชปน กล ๓๘ ไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ โดยจดจําการทาํ งานของปน กฎ ทางระยะ ทางมมุ ทศิ ของปน และ
สามารถแกไ ขเหตตุ ดิ ขัด ซ่งึ เกดิ ข้ึนระหวา งการยงิ ได ปน กล ๓๘ ยิงอัตโนมัติ ปน จะลน่ั ออกไปไดนานเทานาน
ตราบเทาท่กี ระสุนจะมีบรรจอุ ยู หรอื จนกวาจะปลอ ยไก ช่นิ สวนของเคร่อื งกลไกของปนจะทาํ งานตามลําดบั
อยางแนน อน บางชน้ิ สว นหรือหลายๆ ชน้ิ จะทํางานพรอ มๆ กันในเวลาเดยี วกนั ดงั น้ันการ
-๖-
แยกแยะการทาํ งานออก กเ็ พอ่ื ความมงุ หมายในการสอนเทา นั้น ลาํ ดับขั้นในการปฏบิ ัติของปน เรียกวา
“วงรอบการทํางานของปน” จะอธบิ ายแตล ะขั้นตอนดังตอ ไปนี้
๑. การเขาสรู งั เพลงิ จะเรมิ่ ตนเมื่อวางกระสุนนดั แรกเขาไปในเครือ่ งปอ นกระสนุ และเหนย่ี วไกมา
ขางหลงั ทําใหแ งท ายกระเด่อื งไกลดต่าํ ลงหลดุ จากบากทก่ี า นสูบแหนบกา นสบู ขยายตวั ดันชดุ เคลื่อนทไี่ ป
ขา งหนา เดอื ยท่ีหนาลูกเลื่อนจะดนั กระสนุ นัดแรกพงุ เขา สรู ังเพลิง ปลายลกู กระสนุ จะสมั ผัสกบั สว นลาดของ
โครงตอทายลํากลอ งทําใหล กู กระสุนถูกกดใหต า่ํ ลงเขา ไปในรังเพลงิ และเมอ่ื กระสนุ เขา ไปอยใู นรงั เพลิงแลว
จานทายของกระสุนวางตวั ตดิ กับหนาลูกเลอ่ื นกดเหล็กคดั ปลอกกระสนุ อัดแหนบใหจ บเขา ไปในหนา ลกู เลื่อน
ขณะเดียวกนั นนั้ ขอรง้ั ปลอกกระสุนจะเงยข้นึ จบั ขอบจานทา ยปลอกกระสุนไว
๒. การขดั กลอน เม่อื หนาลกู เลือ่ นบรรจุกระสนุ จนกับทา ยรังเพลงิ แลววจะหยุดแตโ ครงทา ยกาน
สูบจะเคลอ่ื นทต่ี อไปอกี ดนั ตอ ขอตอคันขน้ึ นกและกลอนลกู เลอ่ื นทาํ ใหขอตอ คันขนึ้ นกและกลอนลูกเลอ่ื น
หมนุ ตัวลงทางดง่ิ ดันใหก ลอนลกู เลื่อนเขา ไปขัดกับแทง ขดั กลอนซง่ึ อยูตดิ กบั โครงปน เปน การขดั กลอนของ
ลูกเลื่อน
๓. การยิง เมื่อกลอนลกู เลอื่ นขดั กลอนสนทิ กบั แทน ขัดกลอนโครงตอ ทายกา นสบู ยังคงเคลือ่ นท่ี
ตอ ไปอีกเลก็ นอ ยโดยจะดนั เขม็ แทงชนวนใหว งิ่ ไปขา งหนา โผลทีห่ นาลูกเลื่อนตีตอ จอกกระทบแตก ทจ่ี าน
ทา ยปลอกกระสนุ เกิดระเบิดเปน แกสเผาไหมข บั ดนั ลกู กระสนุ ใหว ิ่งหมนุ ตามเกลยี วภายในลํากลองออกไป
ทางปากลํากลอง
๔. การปลดกลอน เมอื่ ลูกกระสนุ วงิ่ ไปถงึ ชองระบายแกสใตล ํากลอ งตรงกบั รูที่ชุดกรวยจัดแกส
แกส สว นหน่งึ จะไหลผา นเขาไปในรูกรวยจัดแกสออกทางรูระบายแกส ทป่ี ลอกเกลียวกรวยจดั แกส และดนั ไป
ตอ หนา ลกู สูบในกระบอกแกส ลกู สูบจะดนั ตอกา นสูบกา นสบู จะดนั ตอ โครงทายกานสูบ โครงตอทายกานสบู
จะดงึ ใหข อ ตอ คันข้ึนนกและกลอนลูกเล่อื นถอยมาขางหลังแตยังถอยทนั ทีไมไดเ พราะกลอนลูกเลอื่ นยังขัด
กลอนกนั อยูค นั ขึน้ นกจะถูกดงึ ใหย กตวั ขนึ้ ดึงกลอนลูกเลอ่ื นใหห ลุดจากการขัดกลอนชวงท่ีขอ ตอ ทงิ้
ระยะเวลาชวั่ ขณะหนึ่งนเี้ พื่อใหลูกกระสุนว่ิงผา นปากลาํ กลองออกไปกอ นปอ งกนั มใิ หลกู เล่ือนเปด จากรงั
เพลิงกอนทล่ี กู กระสุนจะวง่ิ ออกจากปากลํากลอ งปองกนั อนั ตรายจากแกส จะเกิดกับพลยิงเปนการปลดกลอน
๕. การรัง้ ปลอกกระสุน เมอ่ื ลูกเลื่อนถกู ดงึ ใหถอยมาขา งหลงั ดว ยคนั ขึ้นนก ขอรัง้ ปลอกกระสนุ ซง่ึ
จับขอบจานทา ยปลอกกระสนุ ไวจ ะดึงปลอกกระสนุ ออกมาจากรงั เพลงิ ตรง ๆ ดว ยเปน การรงั้ ปลอกกระสุนซงึ่
ขอรงั้ ปลอกกระสุนจะอยูด านลางของหนาลูกเลื่อน
๖. การคดั ปลอกกระสุน ขณะท่ลี กู เลื่อนดงึ ปลอกกระสุนใหอกมาจากรังเพลิงน้ันเหลก็ คดั ปลก
กระสนุ ซึง่ อยดู า นบนลูกเล่อื นแหนบเหลก็ คดั ปลอกกระสุนจะขยายตวั ดนั ปลอกกระสนุ ใหล งไปในชอ งคดั
ปลอกขางลางทีม่ ีฝาปด กนั ฝนุ เปดออกแลวเปน การคัดปลอกกระสุน
๗. การขนึ้ นก ขณะเม่อื กา นสูบอัดแหนบกานสูบและถอยมาขางหลังโครงตอทา ยกา นสูบดึงขอ ตอ
คนั ข้ึนนกและกลอนลกู เลอ่ื นใหพ ลกิ ตัวหมุนขนึ้ ตามลาดของแทง ขดั กลอนใหก ลอนลกู เล่ือนข้นึ ไป
-๗-
บนแทงขัดกลอนหลุดจากการขัดกลอนแลว กลอนลกู เล่ือนซึง่ เปนอนั ตอ กนั กับคันขน้ึ นกจะดึงคันขน้ึ นกข้นึ
ขางบนเปนแนวเสน ตรงขณะเดียวกันน้นั โครงตอทา ยกา นสูบจะดึงเข็มแทงชนวนใหถ อยออกผลบุ เขาไปใน
หนาลกู เลอื่ นและถอยออกมาพรอมกับลูกเล่ือนเมือ่ ลกู เล่ือน, คันขนึ้ นกและกลอนลูกเล่อื นขนึ้ จากลาดแทงขดั
กลอนเปน แนวเดยี วกันแลว โครงตอทา ยกา นสบู จะดงึ ทั้งหมดถอยมาขา งหลังจนทา ยโครงตอทายกา นสูบชน
กนั เคร่ืองรับแรงสะทอ นถอยหลังซง่ึ อยูดา นหนาพานทา ยปนเปนการสนิ้ สดุ การเคล่ือนทมี่ าขา งหลังขณะนนั้
บากกานสบู ทอ่ี ยูใตก านสบู จะถอดพน แงทา ยกระเดอื่ งไกถา พลยงิ ปลอยไกปน ทา ยกระเดอื่ งไกจะสูงขึน้ ไปขัด
กับบากกานสบู ไวเปน การขนึ้ นก
๘. การปอนกระสนุ เม่อื ลูกเลอ่ื นเคลื่อนท่ไี ปขา งหนา ลูกเบย้ี วจะเคล่อื นท่ใี นรองคนั เลื่อนสาย
กระสนุ ทม่ี สี วนโคง บังคับใหค ันเล่อื นสายกระสุนขยับไปทางขวาสงผลใหกา นตอคนั เล่อื นสายกระสนุ บงั คบั
ใหลนิ้ ปอนกระสุนตวั หนา และตัวหลงั ดานนอกเคลือ่ นทมี่ าทางขวาดนั ขอตอและกระสนุ นัดตอ ไปมาทางขวา
ลิ้นปอ นกระสนุ ดา นในมีตัวเดยี วจะเคล่อื นที่มาทางซาย เขายึดกระสุนและขอ ตอนดั ทลี่ ิน้ ปอ นกระสนุ ดา นนอก
ตวั หนา และตวั หลงั ดนั สง ใหมายดึ ไวเ มื่อลูกเลอ่ื นเคลื่อนท่มี าขา งหลงั ลกู เบยี้ วจะเคล่อื นทใ่ี นรองคนั เลอ่ื นสาย
กระสนุ บงั คบั ใหล้ินปอนกระสนุ ดา นนอกเคลอ่ื นทีม่ าทางซายจบั ยดึ กระสนุ และสายกระสุนนดั ตอไป
ขณะเดียวกนั น้นั กา นตอคันรัง้ ลกู เลื่อนจะบงั คับใหล น้ิ ปอ นกระสุนดา นในดนั กระสนุ นัดทีจ่ ับไวใ หเคลื่อนที่มา
ทางขวามาอยตู รงชองปอนกระสนุ และถกู เหล็กกดกระสนุ ที่อยูดา นบนกดไว เปน การส้ินสุดการปอ นกระสุน
เมอื่ พลยิงเหนย่ี วไก เดอื ยลูกเลอื่ นจะว่งิ มาชนจานทา ยกระสุนใหมดุ เขาไปในรังเพลงิ เร่มิ วงรอบการยิงตอ ไป
การที่ปน ไมทํางานเหตตุ ดิ ขดั และวิธแี กไ ข
ปก.๓๘ หากไดท ําความสะอาด และมกี ารหลอ ลื่น ปน จะไมต ิดขัด หากเกดิ การติดขัดสวนมากเกิด
จากการขาดการ ปบ. ทถี่ กู วธิ ี หรอื มชี ิน้ สวนชาํ รดุ แตกหกั เนอื่ งมาจากการใชง านมานาน
การแกไ ขเหตตุ ดิ ขดั
การทพ่ี ลยิงกระทาํ ตอปน ไมถูกตอ ง, กระสนุ ผดิ รปู , ปนสกปรกไมถือวาปน ติดขดั
ก. การแกไ ขทันทีทนั ใด ในกรณเี มื่อเหน่ยี วไปแลวปน ไมลน่ั ใหปฏบิ ัติดังนี้
๑. ดึงคันร้งั ลกู เลอ่ื นมาขางหลงั สุด – สังเกตวามกี ระสนุ , ปลอกกระสนุ , ขอ ตอ สายกระสนุ หลดุ
ออกมาหรือไม (กระสนุ อาจดาน หรอื ไมบ รรจเุ ขารงั เพลิงและขอตอสายกระสุนอาจจะไปขัดกับหนา ลกู เล่ือน
๒. ดนั คนั ร้ังลกู เลือ่ นไปขางหนา สดุ
๓. เล็ง – ยิงตอ ไป
ข. การแกไขทันทีทนั ใด แลว ไมส ามารถทาํ การยิงตอ ไปไดใ หป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
๑. ถอื ปนในทา พรอ มยิง
๒. ดึงคนั รั้งลูกเลอ่ื นมาขา งหลัง, หา มไก, ดันคันรั้งไปขา งหนา
๓. เปด ฝาปดหอ งลูกเลอ่ื น นําสายกระสนุ ออก ใหแ สแยงลาํ กลอ งเพื่อความปลอดภยั
๔. เปดหามไก แลวเหน่ยี วไกใหส ังเกตดูวา ลกู เลอ่ื นวิ่งไปขา งหนา สดุ หรอื ไม (ถา ไมสดุ ใหคน หา
สาเหตตุ ามตารางการแกไ ขเหตตุ ิดขัด)
-๘-
ค. การแกไขเมือ่ เหนยี่ วไกไปแลว ปนยิงออกไปไดทลี ะ ๑ – ๒ นดั หรอื ปน ทาํ งานฝด ชาใหป รบั ทก่ี รวย
จัดแกสใหตวั เลขมากข้ึนตามลาํ ดับ (๑ – ๒ – ๓ )
- เมอ่ื ปรับแลว ไมไ ดผล ใหเ ปลี่ยนลํากลองอะไหล (ชุดกรวยจดั แกส อาจจะอดุ ตัน)
ง. เมื่อลนั ไกไปแลว เสียงปนดงั เบาและมคี วนั มาก หามใชว ิธีแกไขทนั ทีทนั ใด ใหสันนฐิ านวากระสนุ
อาจจะคาในลํากลองใหป ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๑. ดึงคนั ร้งั ลูกเลือ่ นมาขางหลงั , หา มไก, ดันคนั รั้งไปขา งหนา
๒. เปดฝาปด หอ งลกู เล่อื นแลวนําสายกระสุนออก
๓. ใชแ สแ ยงลาํ กลอง ถา มีกระสนุ คาอยใู นลํากลองพยายามเอาออกใหไดถ าไมไดใหน ําสงนายสบิ ชาง
อาวุธแลวเปลย่ี นลาํ กลองอะไหล
๔. ถา ไมม กี ระสุนคาอยใู นลํากลองใหท าํ การบรรจแุ ละยงิ ตอไป
จ. ในขณะท่ที าํ การยิงปน เม่อื ปลอ ยไกแลว ปน ยงั ยงิ ตดิ ตอ กนั เรื่อยไปใหปฏบิ ตั ิดังนี้
๑. ดึงคนั รง้ั ลกู เลือ่ นมาขา งหลงั สุดแลว จบั ไวใหแ นน
๒. จบั สายกระสุนบดิ ขวาง
๓. เปด ฝาปดหองลกู เลือ่ น
ฉ. ถายงิ กระสนุ ดว ยอัตราการยงิ ๖๕๐ – ๑,๐๐๐ นดั /นาที ติดตอ กันเปนเวลานานจนทําใหล ํากลอ งปน
มคี วามรอ นมากเมื่อเหนย่ี วไกแลว ปน ไมล นั่ ใหค อย ๕ นาที จึงตรวจอาวุธเพอื่ ปองกนั การลน่ั ชา (การฝก คอย
๑๕ นาที
ขอ ควรระมดั ระวัง
๑. อยา เปลยี่ นลาํ กลองจนกวา จะตรวจสอบแลว วาลูกเลือ่ นเปดอยู แผนเหลก็ รองกระสุนและรงั เพลิง
ไมมีกระสนุ
๒. ตรวจรงั เพลิง, ลํากลอ ง, กรวยจดั แกสลํากลอ งเดมิ สภาพปกตหิ รือไม
-๙-
หัวขอการที่ปน ไมท ํางานเกดิ การติดขดั ปละวธิ แี กไข
ปนไมทาํ งานหรอื เหตตุ ดิ ขดั เน่อื งมาจากสาเหตุ วธิ แี กไข
ไมปอนกระสนุ
- แรงดันของแกส ไมเพยี งพอ - ทําความสะอาดชุดกรวยจดั แกส
ไมนาํ กระสนุ เขา รังเพลิง
ปนไมล ่นั - ช้นิ สวนของเคร่ืองปองกนั กระสนุ หกั หรอื - สง ซอ ม
ไมรัง้ ปลอกกระสุน
ชํารดุ - ปรบั จดั สายกระสนุ ใหม
- กระสนุ ในสายกระสุนไมต รงตําแหนง - นาํ ขอตอ น้ันออก
- ขอ ตอ สายกระสนุ ชาํ รดุ - สงซอ ม
- กระสนุ ผิดรปู - สง ซอม
- แผน เหลก็ รองกระสุนผิดรปู - สงซอม
- กลอนฝาปด หองลกู เลื่อนชาํ รดุ - สงซอม
- แหนบคนั เลอื่ นสายกระสนุ ชาํ รดุ - สงซอ ม
- ลูกเบยี้ วชาํ รดุ - ใหก ารหลอ ล่ืน
- การหลอ ลนื่ ไมเ พยี งพอ - กลบั สายกระสุนใหม
- บรรจุกระสนุ ผดิ ทาง - เปลีย่ นแหนบใหม
- แหนบกานสบู ชํารดุ หรอื ลา - นําสิ่งทก่ี ีดขวางออก
- มีสงิ่ กีดขวางในโครงลกู เล่อื น - ถอดสายกระสุนนัดนนั้ ออก
- ปลอกกระสนุ บวมผดิ รปู - ทําความสาอาด
- กระบอกสบู มีเขมา มาก - ทําความสะอาด
- โครงลูกเล่อื นมีเขมามาก - เปล่ยี นกระสนุ นดั ใหม
- กระสุนชํารุด - เปลี่ยนใหม
- เข็มแทงชนวนชาํ รดุ หรอื หกั - เปลีย่ นใหม
- กระสุนผิดรปู - ทาํ ความสกปรก
- รังเพลงิ สกปรก - เปลีย่ นแหนบใหม
- แหนบกา นสบู ชาํ รดุ หรอื ลา ปนไมข ัดกลอน - เปลี่ยนใหม
- ขอรง้ั หรือแหนบหกั - ปรับกรวยจดั แกส
- ถอยมาขา งหลังนอย - ทาํ ความสะอาด
- รงั เพลิงสกปรก
ปน ไมทํางานหรอื เหตุตดิ ขดั - ๑๐ - วธิ ีแกไ ข
ไมข้ึนนก เน่ืองมาจากสาเหตุ - เปลยี่ นใหม
- กระเดื่องไกสกึ - เปลย่ี นใหม
ไมคัดปลอกกระสุน - บากกา นสบู สึก - สง ซอ ม
ปลอกกระสนุ ขาดคาในรังเพลงิ - แกนและแหนบแกนกระเดอื่ งไกหกั - ทําความสะอาด
ปน ยิงติดตอ กนั เร่อื ยไปแม หรือชํารดุ - จัดปรบั กรวยจัดแกส
ปลอยไกแลว - มีสิง่ กดี ขวางในโครงลูกเลื่อนถอยมา - เปล่ียนใหม
ปนทาํ งานฝด ชา ขา งหลงั นอ ย - ใชจําปาถอนปลอกแลว ทําความ
- ถอยมาขางหลงั นอ ย สะอาดรงั เพลิง
- เหล็กคัดปลอกหรือแหนบหกั หรือ - เปลีย่ นใหม
ชํารดุ - ทาํ ความสะอาด
- ปน ถอยหลงั นอ ย - ปรบั ชุดกรวยจดั แกส
- รังเพลิงสกปรกหรอื มรี อยขรขุ ระ
- บากกานสบู สกึ ,แงทายกระเดือ่ งไกสกึ
- ชุดเคลือ่ นทีเ่ กิดการเสียดสมี าก
- แกส ระบายออกมากเกนิ ไป
ขณะทําการยิง หากลํากลอ งมีความรอนสงู ใหร อ ๒ นาที กอนจะทําการแกไ ข แลวใหย กฝาปดหอ ง
ลกู เลอื่ นนาํ สายกระสุนออก ดงึ ลูกเลื่อนมาขางหลงั ถากระสุนไมถูกคัดออกมาใหรบี ปลอยคันรั้งลกู เล่ือนไป
ขางหนาสดุ แลวรอตอไปอีก ๕ นาที จากนัน้ ใหเปดลูกเลอ่ื นคางไวแ ลว ใชแ สแยงลาํ กลอ งใหกระสนุ ออก
มาแลวตรวจดปู น และกระสุนคน หาสาเหตขุ องการตดิ ขดั
เครือ่ งเล็ง
๑. ศูนยห นาสามารถปรบั ทางทิศและทางระยะได โดยใชเ ครือ่ งมือปรบั
๒ ศูนยห ลังปรบั ทางระยะได ปรบั ทางทิศไมไ ด เปน ศนู ยแบบสะพานตั้งขึ้น และพับลงได มกี รอบ
ศนู ยห ลังเล่ือนไปมาไดโ ดยการบีบ ศูนยหลงั มชี อ งเลง็ ๒ ชอง ชอ งเลง็ เมอ่ื พับศนู ยห ลังเปน รูปวงกลม เมอื่ ยก
ศนู ยหนา ข้ึนมชี อ งเล็งบาก ชอ งเล็งรูวงกลมเมอื่ พบั ศนู ยห ลังลงจัดระยะยงิ ต้งั แต ๒๐๐ – ๘๐๐ เมตร เม่ือยก
ศูนยหลังข้นึ จดั ระยะยิงตั้งแต ๘๐๐ – ๑,๘๐๐ เมตร ท่สี ะพานศนู ยห ลังมีตวั เลขบอกระยะทกุ ๑๐๐ เมตร
มีดรรชนีชป้ี รบั มาตราระยะไดท ั้งพบั ศนู ยห ลงั ลง และตง้ั ศูนยห ลังขน้ึ ดา นขา งกรอบชอ งเล็งบาก จะมีแหนบ
บังคบั ไวท ง้ั สองดาน ใหบบี เลอื่ นไปมาได
๓. การปรับศนู ยป น ทกุ กระบอก ลาํ กลอ งที่ตดิ มากับตวั ปน (หมายเลขเดยี วกันกบั ตวั ปน) จะถกู ปรับ
ศนู ยป กตมิ าแลว จาก สพ.ทบ. แตถา ไมเ ขา กับสายตาพลยิง ก็สามารถจะปรบั ศูนยใ หมได
การปรบั ศูนยต อ งใชชา งอาวธุ ท่มี เี ครอ่ื งมือปรับให โดยปรบั ท่ีศนู ยห นา ใหเขา กับศนู ยหลัง ทง้ั ลํากลอง
ท่ตี ิดมากับปน และลาํ กลอ งอะไหล
- ๑๑ -
ศูนยหนา ใชเครื่องมอื ปลดกบ๊ิ ลอ กศนู ยห นาออกกอ นปรับ
ปรบั ทางระยะ
หมุน ๑/๒ รอบ ระยะ ๕๐ เมตร เปล่ียนตําบลกระสนุ ๒.๗ ซม.
หมนุ ๑/๒ รอบ ระยะ ๑๐๐ เมตร เปลี่ยนตาํ บลกระสุน ๕.๔ ซม.
หมุน ๑/๒ รอบ ระยะ ๒๐๐ เมตร เปลีย่ นตําบลกระสนุ ๑๐.๘ ซม.
ปรบั ทางทิศ
โดยคลายสกรู ๖ เหลี่ยม ดา นทต่ี อ งการใหศนู ยห นาเคลอ่ื นทไ่ี ปแลวหมนุ สกรู ๖ เหล่ยี ม
ดา นตรงขามไปตามจํานวนที่ตองการปรับใหเ ทา กนั
คลายสกรทู างซายออก ขันทางขวาเขา เปนคล๊ิก
คลายสกรูทางขวาออก ขันทางซายเขา เปน คลกิ๊
ระยะ ๕๐ เมตร ๑๐๐ เมตร ๑๕๐ เมตร ๒๐๐ เมตร
๑ คล๊กิ ๐.๕ ซม. ๑ ซม. ๑.๕ ซม. ๒ ซม.
๒ คลิ๊ก ๑ ซม. ๒ ซม. ๓ ซม. ๔ ซม.
ยอดกระสนุ วถิ ี ระยะ ๗๐๐ เมตร สงู จากพื้นดนิ ๑.๗๖ เมตร
การปรนนิบตั บิ ํารงุ และรกั ษาทําความสะอาด
ปก.๓๘ จะตองไดรบั การทําความสะอาดทกุ ชิ้นสวนตามหลักการ คอื
๑. การทาํ ความสะอาดกอนทําการยิง
๒. การทาํ ความสะอาดหลงั การยิง
๓. การทําความสะอาดเมอื่ เก็บในคลัง
การทําความสะอาดกอนทาํ การยงิ
๑. ลํากลองปน ใชเ ครอ่ื งมอื ทําความสะอาดลาํ กลอ งใหแหง ทง้ั ๒ ลํากลอ ง
๒. ชดุ กรวยจดั แกส เชด็ แหง
๓. สวนเคล่อื นท่ีตา ง ๆ ใหท านํ้ามนั หลอ ล่นื เล็กนอ ย แหนบและแกนแหนบกา นสูบ, ขอตอ คนั ขน้ึ นก
และกลอนลูกเลือ่ น, โครงนาํ ลูกเล่อื น, ตวั ลกู เลื่อน เวน หนา ลกู เลื่อน, เข็มแทงชนวนและแหนบ, รอ งตา ง ๆ
ของโครงลูกเลื่อน, แทง ขัดกลอน, ชน้ิ สว นเคลอ่ื นทข่ี องโครงเคร่อื งลน่ั ไกและดามปน , รอ งคนั ร้งั ลูกเลอื่ น,
ช้ินสวนเคล่ือนที่ของฝาปดหอ งลกู เลอ่ื น, ลกู เบีย้ ว อยา ชโลมนํ้ามันใหม ากนัก ฝุน และทรายจะมาจบั ติดได
การทาํ ความสะอาดภายหลงั การยงิ
หลงั จากทําการยงิ ดวยกระสุนแลว ตองทาํ ความสะอาดตดิ ตอกันอยา งนอย ๓ วนั
๑. ใชแ สท าํ ความสะอาดลํากลอ ง OREA ๘๗, OREA ๘๓ ใหสะอาดแลวชโลมน้าํ มนั ไว
- ๑๒ -
๒. ชดุ กรวยจดั แกสใชเครอ่ื งมือ OREA ๙๗, OREA ๗๑, OREA ๓๗, OREA ๗๘, OREA ๗๗
ทําความสะอาดเขมาอกใหสะอาด
๓. กระบอกสบู ใชเคร่ืองมือ OREA ๗๘ ทําความสะอาด
๔. ลกู สูบและลกู เลอื่ น ใชเ คร่ืองมอื OREA ๗๘ ทาํ ความสะอาดสว นทไี่ ดรบั การเสยี ดสี หลงั จากทํา
ความสะอาดแลวตอ งชโลมหลอ ลน่ื ไว
๕. ฝาปด หองลูกเล่อื น
๖. ชดุ โครงเคร่อื งลัน่ ไกและดา มปน ใหม ีการหลอ ล่ืน
ช้นิ สว นท่ีตองหลอ ล่ืน ชน้ิ สวนที่ตอ งเชด็ แหง
- ชดุ เคลื่อนท่ี แหนบและแกนแหนบกา นสบู - ภายในลํากลอ ง
- ชดุ โครงลกู เลือ่ น - หนาลกู เลอื่ น
- ชดุ กา นสูบ - ลกู สูบ
- ผวิ ภายในทเ่ี สียดสี - ชดุ กรวยจดั แกส
- ชดุ เคร่ืองปอ นกระสุน - กระบอกสบู แกส
- ชดุ เครือ่ งล่นั ไก - ศนู ยห นา , ศูนยห ลัง
- ชดุ รับแรงถอยท่พี านทา ย - ผิวภายนอกตวั ปน
การทาํ ความสะอาดอาวุธใสคลงั อาวุธ
ภายหลังจากทาํ ความสะอาดหลังจากการยงิ ปน มาแลว หลังจากนน้ั ควรทาํ ความสะอาดทุกๆ สัปดาห
โดยเช็ดแหง แลวชโลมนํ้ามนั ใหม
หมายเหตุ ภายหลังจากปน ทําการยิงดว ยกระสนุ ซอ มรบมาแลว ตอ งทาํ ความสะอาดอาวธุ เปนพเิ ศษ
ทุกชนิ้ สว นทส่ี ัมผัสกับการเผาไหมของดนิ ปน โดยใชน า้ํ มันทาํ ความสะอาดชโลมท้งิ ไว แลวทาํ ความสะอาด
ภายในเวลา ๑๒ ชม.
ชุดเครือ่ งปรนนิบัติบํารงุ
ลาํ ดับ รหสั /ช่อื เรยี ก
๑. ๕๑๑ ชดุ อปุ กรณแ ละเครอ่ื งมอื ทําความสะอาดประจาํ ปน (ถงุ สมี ะกอก)
๒. ๕๑๑/๑ ชุดอุปกรณแ ละเครือ่ งมือทําความสะอาดประจาํ ปน (ถุงสที ราย)
๓. ACCE ๘๙๕ ชุดถงุ ผาใบสีเขียวมะกอก
๔. ACCE ๘๙๕/๑ ชุดถงุ ผาใบสที ราย
๕. ๖๐๑ ปลอกทวคี วามถอย
๖. OREA ๑๙ เคร่ืองมือถอดขอรั้งปลอกกระสุน
๗. OREA ๓๔ เครือ่ งมือปรบั ศูนยห นา
- ๑๓ -
ลําดับ รหัส/ชือ่ เรยี ก
๘. OREA ๓๗ กญุ แจยึดปลอกเกลยี วกรวยจัดแกส
๙. OREA ๔๖ กุญแจถอดประกอบปลอกปอ งกันแสง/ปลอกทวีความถอย
๑๐. OREA ๗๑ เครือ่ งมือขดู ทาํ ความสะอาดปลอกเกลียวกรวยจดั แกส
๑๑ OREA ๗๗ เคร่ืองมอื ขูดทําความสะอาดกรวยจัดแกส
๑๒. OREA ๗๘ เครอื่ งมือควบและขูดเขมา กระบอกสบู และหวั ลูกสูบ
๑๓. OREA ๘๑ ดามแส
๑๔. OREA ๘๒ แสท าํ ความสะอาด
๑๕. OREA ๘๓ หวั แสท ําความสะอาด
๑๖. OREA ๘๗ ดอกแสทองเหลอื ง
๑๗. OREA ๙๓ ดอกแสแปรงทาํ ความสะอาดกระบอกสูบ
๑๘. OREA ๙๔ กระปอ งน้ํามนั หลอ ลน่ื
๑๙. OREA ๙๖ จําปาถอนปลอก
๒๐. OREA ๙๗ ชดุ ทําความสะอาดรแู กส กรวยจดั แกส ท่เี รือนกรวยจดั แกส
๒๑. OREA ๙๘ ปลอกเคร่อื งมือขูดเขมา
๒๒. OREA ๒๗๑ ชดุ เครือ่ งมอื ทําความสะอาด OREA ๘๑ และ ๘๒
- ๑๔ -
การฝกพลประจาํ ปน ปก.๓๘
๑. ความมงุ หมาย
ปก.๓๘ หนวยตางๆ รวมทง้ั รร.ร.ศร. ไดร ับจา ยมาทดแทน ปก.M 60 แลว แตย ังไมไ ดร บั จายขาหยง่ั
ปก.๓๘ อยรู ะหวางการจดั ซอ้ื รร.ร.ศร.ไดต ระหนกั ถงึ ความจาํ เปน ในการต้งั ยงิ เพอ่ื ใหเกดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ
ในการยิงสนับสนุนหนว ยตามภารกจิ ปกติ ปก.ของเหลา ร. มกั จะใชต ้ังยิง ๓ ลกั ษณะ คือ
๑.๑ ตัง้ ยิงดว ยขาทราย
๑.๒ ตั้งยงิ ดวยขาหยัง่
๑.๓ ต้ังยงิ บนยานพาหนะหรอื ยานรบ
การตั้งยงิ บนยานพาหนะ ซ่งึ มขี าหย่งั ตดิ อยหู รือแทนปนซึ่งมชี อ งสําหรบั สวมใสเ ดือยปนประกอบ
ลงไป กน็ บั วาตงั้ ยิงไดเรยี บรอ ยวธิ ีการยิง ปก.บนยานพาหนะน้ันมีขดี จาํ กดั ขนึ้ อยกู บั ขาหยง่ั หรอื แทน ปน ตดิ ต้งั
ปก.วาจะสามารถทําการยิงไดมุมกวางเทาไร ท้ังสูง – ต่าํ ซาย – ขวา หรอื ทําการยงิ ไดท กุ ทศิ ทาง ก็คงใชเทคนิค
หลกั ยิง ปก.เชนเดมิ พลประจาํ ปนแลวแตต าํ แหนงของยานพาหนะหรอื หนวยนน้ั ไดก ําหนดไว
สาํ หรับทีจ่ ะกลาวตอไปน้ี รร.ร.ศร. ไดจดั ทําโครงการวจิ ัยและพัฒนาช้ินสว นประกอบ(อะแดบเตอร)
เพ่มิ เติมให ปก.๓๘ สามารถต้งั ยงิ ดวยขาหย่ัง ปก.M ๖๐ แบบ M ๑๒๒ ไดโดยไมตอ งดดั แปลงตัวปน ปก.๓๘
ขาหยัง่ M ๑๒๒ เดือยปน และเรอื นควงมมุ สงู ควงมุมสายแตอยางใด เปน แตเพยี งสรา งช้นิ สว นประกอบ
เพม่ิ เตมิ ชดุ หนา ๑ ชดุ ประกอบติดกับตวั ปน ปก.๓๘ ใหสามารถติดต้ังกบั เดอื ยปน ปก.M ๖๐ ไดแขง็ แรง
แนน หนา และช้นิ สว นหลกั ๑ ชดุ ตดิ ตงั้ ไวกับกา นตอ เรอื นควงมมุ สูงควงมุมสา ยเกบ็ ไวใ นถุงลํากลอ งอะไหล
ใหพลยิงผูชว ยเปน คนนําพาไปเชนเดยี วกับเครอื่ งมือเครื่องใชท ่ีพลยงิ ผชู ว ย ปก. M ๖๐ ตอ งนาํ พาไป
อนง่ึ ปก.๓๘ ใชกระสนุ ขนาดเดียวกนั กบั ปก.M ๖๐ คอื ขนาด ๗.๖๒ x ๕๑ มม.(นาโต) และ ปก.๓๘
นาํ มาทดแทน ปก.M ๖๐ จงึ อนโุ ลมใหใชอ ัตรากระสนุ มลู ฐานของพลประจําปน เชน เดียวกนั กบั พลประจําปน
ของหมู ปก.มว.ปล.รอ ยอาวธุ เบา พนั .ร.เพอื่ พลายไปกอ นคือ จาํ นวน ๓๐๐ นดั /คน เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชตา ง ๆ
ยังไมไดรบั จาย คงมีแตแ สส าํ หรับทําความสะอาดอยางเดียวไปกอน แตก ็สามารถทาํ การยงิ ไดเ พราะศูนยข อง
ปน ทล่ี ํากลอ งตดิ กับปนมา บริษัทไดตัง้ ศนู ยมาเรยี บรอ ยแลว ใชม าตราระยะยิงของศนู ยปนไดทนั ที การยงิ บน
ขาหยงั่ M ๑๒๒ คงใชเทคนคิ หลักยิงของ ปก. M ๖๐ มมุ สงู ตาํ่ และมุมทิศ คงอนุโมอา นตามมาตราเปน มลิ เลียม
ของเรอื นควงมมุ สงู มมุ สา ยและราวปน ไดเ ลย การออกคําสงั่ ตงั้ ยิง, การยิง, คงอนโุ ลมใหใ ชค ําสัง่ เชน เดยี วกัน
กบั คําสั่งตางๆ ของ ปก.M ๖๐ การทําแผนจดระยะและการเตรยี มการยิงในเวลากลางคืน คงอนุโลมใหก ระทาํ
แบบเดยี วกนั กบั ปก.M ๖๐ พลประจําปนของหมู ปก.๓๘ อนโุ ลมใหม จี ํานวนเทากนั ตาม อจย.ปก.M ๖๐ ท่ีใช
อยปู จจบุ นั
๒. การฝกพลประจําปน
ท่จี ะกลา วตอไปนค้ี ือ หมู ปก.๓๘ มว.ปล.รอ ย.อวบ.พนั .ร.มาตรฐาน มกี าํ ลังพล ๙ นาย แบงออกเปน
๒ พวก คือ ปน ๑ และปน ๒ แตล ะปน มพี ลประจาํ ปน ๔ นาย ผบ.หมปู ก.เปน ผูบ งั คบั บัญชาและผูฝ ก
เครือ่ งมอื เคร่ืองใช มีดังน้ี
- ๑๕ -
๒.๑ ผบ.หมู ปลย., แผนท,่ี เข็มทิศ, กลองสองสองตา, กระสุนอัตรามูลฐาน ปลย.๑ อตั รา พรอมเครอ่ื ง
สนาม
๒.๒ พลยงิ ปก.๓๘ ๑ กระบอก (ชิน้ สว นประกอบติดกบั ปน ๑ ชุด) กระเปากระสนุ ๓ สาย อาวธุ
ประจํากาย ปพ.พรอมเคร่อื งสนามกระสุน ปพ.๑ อัตรามูลฐาน
๒.๓ พลยิงผชู ว ย ถุงลํากลอ งอะไหล, กระเปากระสุน ๓ สาย, อาวุธประจาํ กาย ปลย.พรอมเครื่อง
สนามและอัตรากระสนุ มลู ฐาน ปลย. ๑ อตั รา
๒.๔ พลกระสุน ๑ ขาหยัง่ M.๑๒๒ (ตดิ เดือยปน ), กระเปากระสนุ ๓ สาย, อาวธุ ประจาํ กาย ปลย.,
พรอมเครื่องสนามและกระสนุ มูลฐาน ปลย. ๑ อัตรา
๒.๕ พลกระสนุ ๒ กระเปากระสุน ๓ สาย อาวธุ ประจาํ กาย ปลย. พรอ มเคร่อื งสนามและกระสุน
มูลฐาน ปลย. ๑ อตั รา
๓. การฝก พลประจาํ ปน ปก.๓๘ มี ๒ ลักษณะ
๓.๑ การฝกพลประจาํ ปนของหมู ปก.มว.ปล.ฯ
๓.๒ การฝกพลประจาํ ปน ของ นนส., ทหารใหม หรอื การสาธติ การตั้งยิง ปก. ใหน กั เรยี นหรือ
ผตู องการทราบการฝก ไดช ม
๓.๓ การฝกลกั ษณะท่ี ๑ ผล.หมปู ก. เปนผฝู ก พลยิงเปนคนทวนคําส่งั ทุกข้ันตอน ผูรบั การฝกกาํ ลงั
พลของปน ๑ ปละปน ๒
๓.๔ การฝก ลกั ษณะท่ี ๒ ผฝู กหรอื อาจารย, ครู เปน ผูฝก พลยงิ พลยงิ เปนคนทวนคาํ ส่ัง ทุกข้ันตอน
ผูรับการฝกมีพลประจําปนกพ่ี วกกไ็ ดขนึ้ อยูก ับเคร่ืองมอื เครอ่ื งใชและเวลาทท่ี ําการฝก
๓.๕ ขอแตกตา งเล็กนอยของการฝกท้งั สองลักษณะ
๓.๕.๑ การฝก พลประจาํ ปนของหมู ปก. ผบ.หมู ใชคาํ บอกคําสงั่ “หมู ปก.” เปนคาํ สงั่ เตอื น
พลยิงแตล ะปน ทวนคําส่งั “ปน ๑” และ “ปน ๒” ตามลําดับ
- ๑๖ -
การวางเคร่ืองมือเครื่องใช ปก.๓๘
- ๑๗ -
การวางเครอ่ื งมอื เครอื่ งใช
ตัง้ ยงิ ดว ยขาทราย
การวางเครื่องมอื เคร่ืองใช
ตัง้ ยงิ ดว ยขาหยง่ั
- ๑๘-
๓.๕.๒ การฝก พลประจําปน ผูฝก ใชค าํ บอกคําสงั่ “ปนกล” เปนคาํ สัง่ เตอื น พลยิงแตล ะปน
ทวนคาํ สัง่ วา “ปน ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ฯลฯ” ตามจาํ นวนปน ทีร่ ับการฝก
๔. การฝกพลประจาํ ปน แบง ยอ ยการฝกออกเปน ๒ ลักษณะ คอื
๔.๑ การฝก ตั้งยิงดว ยขาทราย
๔.๒ การฝกต้ังยิงดว ยขาหยั่ง
๕. ขนั้ การฝก ตั้งยงิ ท้งั สองลกั ษณะ แบง ออกเปน ๖ ขนั้
๕.๑ การเขาประจําแถว
๕.๒ การเขาประจาํ ท่ี
๕.๓ การตรวจเครอื่ งมอื เคร่ืองใช
๕.๔ การรายงานและเตรียมการต้งั ยิง
๕.๕ การตง้ั ยงิ (สอดแทรกการฝก เปลยี่ นลํากลอ งดว ยกไ็ ด)
๕.๖ การเลิกยงิ
๖. การฝกพลประจาํ ปนของหมู ปก.
มว.ปล.รตู าํ แหนงหนาท่ีอยูแ ลว สําหรบั การฝกพลประจําปน นัน้ ใหผ ฝู กแบงกําลงั พลผูรับ
การฝกออกเปน ชุดพลประจาํ ปน ชุดละ ๔ นาย แลวแจง ใหทราบตําแหนง ของแตละชดุ นบั ๑ เปนพลยงิ นับ ๒
เปน พลยิงผชู ว ย นบั ๓ เปนพลกระสนุ ๑ นบั ๔ เปนพลกระสนุ ๒ แบง ชดุ พลประจําปน ตามจาํ นวน
เครื่องชว ยฝก เครอ่ื งมอื เคร่ืองใชท ีม่ ี ชดุ พลประจําปน ชุดที่ ๑, ๒, ๓, ๔ ฯลฯ ตามลาํ ดับ
๖.๑ ขนั้ ที่ ๑ การเขา ประจาํ แถว
ก. ผบ.หมู สั่งวา “หมู ปก.” พลยิงทวนคาํ สัง่ “ปน ๑, ปน ๒”
สัง่ ตอ วา “ประจําแถว” พลยงิ ทวนคาํ สั่ง “ประจาํ แถว”
ข. ผูฝ กส่งั วา “ปก.” พลยงิ ทวนคําสั่ง “ ปน ๑, ๒, ๓, ๔, ฯลฯ”
สง่ั ตอวา “ประจําแถว” พลยงิ ทวนคําสั่ง “ประจําแถว”
ค. การปฏิบตั ิหลังจากพลยงิ ทวนคาํ สั่งแลว (หรอื ใหท กุ คนทวนคาํ ส่ัง เพื่อใหจดจาํ คาํ บอก
คําส่ังและขน้ั ตอนการปฏบิ ัตกิ ็ได) ผูรบั การฝก ทาํ ขวาหนั ตบเทา ซา ยวงิ่ ออกจากแถวแลวว่งิ ออมไปขา งหลัง
เครื่องมอื เคร่อื งใชมาหยดุ เขา แถว คนแรกคือพลยิง หา งจากเครอ่ื งมือเครอ่ื งใชสุดทา ย ๕ กาว ระยะตอระหวาง
บคุ คลของพลประจําปน ๕ กาว อยใู นทางตรงเริม่ ขานตําแหนง ตามลาํ ดับทันที พลยิง, พลยงิ ผูชว ย,
พลกระสุน ๑, พลกระสนุ ๒, ขณะขานตําแหนง ใหยกแขนขวาทอ นลา งขนาดกบั พน้ื แบน้วิ ทงั้ ๕ เรียงชดิ
ติดกัน น้ิวกอ งอยลู า ง ขานตาํ แหนง แลว เอามอื ลงอยใู นทา ตรง
๖.๒ ขนั้ ท่ี ๒ การเขาประจาํ ท่ี
ก. ผบ.หมู ส่งั วา “หมู ปก.” พลยงิ ทวนคาํ ส่งั “ปน ๑, ปน ๒”
ส่ังตอ วา “ประจําท”ี่ พลยงิ ทวนคาํ สั่ง “ประจําท”่ี
- ๑๙ -
ข. ผฝู กสั่งวา “ปก.” พลยิงทวนคําสงั่ “ปน ๑, ๒, ๓, ๔, ฯลฯ”
สง่ั ตอวา “ประจําท”่ี พลยิงทวนคาํ สงั่ “ประจําท”ี่
ค. เมือ่ พลยงิ ทวนคาํ สัง่ แลว ใหท กุ คนตบเทา ซา ยวิง่ ขนึ้ ทางซา ยเครอื่ งมือเคร่อื งใช ไปหมอบ
ลงระหวางเครอื่ งมือเคร่อื งใชข องแตละตาํ แหนง แลว ขานตาํ แหนง ใหมท นั ที่จากพลยิงลงมาหาพลกระสนุ ๒
การปฏิบตั ิขณะขานตาํ แหนง ใหยกขอ ศอกขวาขึน้ ต้งั ฉากกับพื้น นวิ้ ทั้งหาเรยี งชดิ ตดิ กนั สนั มอื อยขู างหนา ขาน
ตําแหนงจบแลวเอามอื ลงไวใ นทาหมอบ
๖.๓ ขนั้ ท่ี ๓ การตรวจเครอื่ งมือเครอ่ื งใช
๖.๓.๑ ตอ งการฝก ตั้งยงิ ดว ยขาทราย
ก. ผบ. หมูส่งั วา “หมู ปก.” กอนต้ังยิงดว ยขาทราย, ตรวจเครือ่ งมอื เครอ่ื งใช”
ข. ผฝู กสงั่ วา “ปก., กอนตั้งยงิ ดว ยขาทราย, ตรวจเคร่อื งมอื เคร่ืองใช”
ค. พลยิงทวนคาํ สัง่ “ปน ๑, ๒, ๓, ๔ ฯลฯ กอนตง้ั ยิงดว ยขาทราย, ตรวจเคร่ืองมอื
เคร่ืองใช”
๖.๓.๒ ตอ งการฝก ต้ังยงิ ดว ยขาหยงั่
ก. ผบ. หมูสงั่ วา “หมู ปก.” กอ นตัง้ ยิงดวยขาหย่งั , ตรวจเครือ่ งมอื เคร่อื งใช”
ข. ผูฝก สัง่ วา “ปก., กอ นตง้ั ยงิ ดว ยขาหยงั่ , ตรวจเคร่ืองมอื เครื่องใช”
ค. พลยงิ ทวนคาํ สั่งแลว ทกุ คนตรวจเครอ่ื งมือเคร่อื งใชพรอมกัน โดยทกุ คนตรวจ
กระสนุ กอ น ความสะอาดกระสนุ , สายกระสนุ , ขอ ตอสายกระสุนอยขู างบนดน เวาอยูขางลา ง, ปลายลูก
กระสนุ เสมอกนั , เรียงกนั เปน ระเบียบในกระเปากระสุน (ขัน้ แรกตรวจเคร่อื งมอื เคร่ืองใชทลี ะคน ชํานาญแลว
ตรวจพรอมกนั กไ็ ด)
๗. พลยงิ ตรวจ (ตรวจแลว ราบงานวา “เรียบรอย” ตอทา ยทกุ ช้นิ สว น)
๗.๑ นอนตะแคงขวาตรวจกระสุนกอ น “กระสุนเรยี บรอ ย”
๗.๒ พลิกนอนตะแคงซายใชม อื ขวายับปน ตรงหัวขาทราย ยกปนใหม อื ซา ยชอนจบั ลาํ กลอง
และชุดกรวยจดั แกส ยกไวพานทายตดิ กับพนื้ ดนิ ละมือขวามาจับทใ่ี กลพ ลัว่ ขาทราย ใชน ้วิ ชกี้ ดแผน กลอนยดึ
ขาทรายใหจ มลงไปดงึ ขาทรายออกมา ปลอ ยใหก างแลว ทั้งสองมือยกปนวางปนไวบ นขาทราย เล่อื นตวั ถอย
หลังมาใหใ บหนา เสมอกบั ฝาปดหอ งลกู เลอื่ น
๗.๓ มือซา ยจบั ปนท่ีคอปน อยางมัน่ คง มือขวาดงึ คันรง้ั ลกู เลอ่ื นมาขางหลังสดุ แลวดนั คนั รง้ั
ลูกเลอ่ื นไปขางหนาจนสดุ ใหล อ กเสยี งดังคลก๊ิ
๗.๔ ดันปมุ หา มไกใหห า มไก
๗.๕ เปดฝาปดหอ งลูกเลือ่ นข้นึ ตรวจดูไมม กี ระสนุ หรอื ขอ ตอ สายกระสนุ คางอยบู นแผน
เหลก็ รองกระสุน
๗.๖ รองขอแสทาํ ความสะอาดจากพลยงิ ผชู วย
- ๒๐ -
๗.๗ ใชแสแ ยงลาํ กลองดว ยมอื ซายใหสดุ แลวปลอ ยคาไว มอื ขวายกแผน เหลก็ รองกระสุน
ขึ้นตรวจดใู นรงั เพลงิ เห็นปลายแสโ ผลอ อกมารายงานวา “รังเพลงิ ปลอดภัย” เลอื่ นตวั ขึน้ ไปใชม ือซา ยดงึ แส
ออก รองบอกพลยิงผูชว ย “สง คืนแส”
๗.๘ เลอ่ื นตวั ขนึ้ ไปจนศรี ษะเสมอกบั ปากลํากลองตรวจเล่ือนตัวถอยหลังลงมาเรือ่ ง ๆ
๗.๙ ปลอกปอ งกนั แสง
๗.๑๐ ศนู ยห นา
๗.๑๑ ชดุ กรวยจักแกส
๗.๑๒ หวั ขาทราย, ขาทราย ซาย – ขวา
๗.๑๓ หวั กระบอกสูบ
๗.๑๔ ปด ฝาปด หอ งลกู เลื่อน
๗.๑๕ ดา มหวิ้ , คนั กลอนยดึ ดา มหว้ิ
๗.๑๖ กลอนกระเดอื่ งยึดลาํ กลอง
๗.๑๗ เปดฝาปดหอ งลกู เลือ่ นตรวจสว นเคล่ือนท่ีในฝาปดหองลกู เล่อื น คันเลื่อนสายกระสนุ
มีการหลอ ลืน่
๗.๑๘ ล้นิ ปอนกระสนุ ตวั นอก กดมแี รงดนั ของแหนบ
๗.๑๙ ลิน้ ปอ นกระสนุ ตวั ใน กดมแี รงดนั ของแหนบ
๗.๒๐ แผนเหล็กกดกระสนุ
๗.๒๑ แผน เหลก็ รองกระสุน
๗.๒๒ กลอนฝาปด หองลูกเลอ่ื น
๗.๒๓ ลกู เลอ่ื น
๗.๒๔ ลูกเบยี้ ว กดลงมแี รงดนั ของแหนบ
๗.๒๕ ปด ฝาปด หองลูกเลื่อน
๗.๒๖ เหนย่ี วไกถาปน ไมล น่ั รายงานวา “หามไกเรยี บรอ ย”
๗.๒๗ เปดหา มไก มือขวาดงึ คันรงั้ ลกู เลอ่ื นมาขางหลังสุด ใชมอื ซา ยเหน่ยี วไก
๗.๒๘ มือขวาคอ ย ๆ ผอนใหล ูกเลอ่ื นเคล่ือนท่ไี ปขางหนาจนสุดไมใ หเ กิดเสยี งดงั
๗.๒๙ ปด ฝากนั ฝนุ ใตป น
๗.๓๐ ตรวจดา มปน และเครอ่ื งลน่ั ไก
๗.๓๑ ตรวจพานทายปน
๗.๓๒ ตั้งศนู ยหลงั ระยะ ๕๐๐ เมตร
ถา ตงั้ ยิงดวยขาหยัง่ หลังจากตรวจเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชแ ลวพับขาทรายเกบ็ ถา ตั้งยงิ ดว ยขาทราย
ตรวจเครือ่ งมอื เครื่องใช แลว วางปน ไวบ นขาทราย
- ๒๑ -
๘. พลยงิ ผชู วยตรวจ
๘.๑ นอนตะแคงขวา ตรวจกระสุนกอน = กระสนุ เรียบรอ ย
๘.๒ นอนตะแคงซา ย เอาแสอ อกจากถุงอะไหลมาตอเขา ดว ยกนั
๘.๓ เอาเรอื นควงมมุ สูงควงมมุ สา ยออกมา หมุนแปน ควงมุมสูงใหส นั เกลยี วโผลต าํ่ กวา ตัว
ควงมมุ สูง ประมาณ ๑ ๑/๒ น้ิว
๘.๔ หมุนปลอกแกนควงมมุ สูง ใหสนั เกลียวโผลต ่าํ จากตัวแปนควงมุมสงู ประมาณ
๑ ๑/๒ นวิ้
๘.๕ หมุนแปน ควงมุมสายใหเกลียวเทา กนั ทงั้ สองขา ง
๘.๖ ตรวจชนิ้ สว นประกอบยดึ ติดแนนกบั กานตอ
๘.๗ เก็บเรอื นควงมมุ สงู และควงมุมสา ยแลวนาํ ลํากลอ งอะไหลออกมา
๘.๘ ตรวจลาํ กลองปลอกปองกันแสง, ศนู ยห นา, ชดุ กรวยจดั แกส , ดามห้วิ , คนั กลอนยดึ ดา ม
หิ้ว, ทายลาํ กลอ ง
๘.๙ ตรวจเครอ่ื งมอื เครื่องใช
๘.๙.๑ จาํ ปาถอนปลอก
๘.๙.๒ ดอกแสแ ยงลาํ กลอ ง
๘.๙.๓ แปรงทําความสะอาด
๘.๙.๔ เครอื่ งมอื ทาํ ความสะอาด
๘.๙.๕ น้าํ มันทําความสะอาด
๘.๑๐ เคร่ืองมือเครอื่ งใชเ ขา ในถุงลาํ กลองอะไหล
๙. พลกระสนุ ๑ ตรวจ
๙.๑ นอนตะแคงขวา ตรวจกระสนุ กอ น
๙.๒ นอนตะแคงซา ย ตรวจขาหยงั่ พับเขา หากันไดเกอื บสนิท
๙.๓ พลว่ั ขาหยงั่ หนา
๙.๔ ขาหยัง่ หนา
๙.๕ กลอนยดึ แทน รับปน
๙.๖ เดอื ยปน
๙.๗ กลอนยดึ เดอื ยปน
๙.๘ พลั่วและขาหยง่ั ขวา
๙.๙ กลอนกระเดอ่ื งยึดปลอกราวสา ยปนปลอกราวสายปน
๙.๑๐ ปลอกราวสา ยปน ซาย – ขวา
๙.๑๑ พลัว่ และขาหยั่งซาย
๙.๑๒ ราวสา ยปน (มตี วั เลขมาตราชัด)
- ๒๒ -
๙.๑๓ พับขาหยั่งเกบ็ เขาทีเ่ ดมิ
๑๐. พลกระสนุ ๒ ตรวจ
นอนตะแคงขวา ตรวจกระสนุ
๑๑. ขน้ั ที่ ๔ การรายงานและเตรยี มการตงั้ ยงิ
๑๑.๑ การรายงาน
๑๑.๑.๑ ผูฝกสง่ั “ปนกล” พลยิงทวนคาํ สัง่ “ปน ๑, ปน ๒ ฯลฯ”
๑๑.๑.๒ สง่ั ตอ “รายงาน” พลยงิ ทวนคาํ ส่ังแลว ใหเ ร่ิมรายงานจากพลกระสุน ๒
ขน้ึ มาหาพลยิง
การปฏิบัตริ ายงานใหย กศอกขวาตง้ั ฉากเหมือนกับการขานตําแหนง ดังนี้
๑๑.๑.๓ “พลกระสุน ๒ เรียบรอ ย”
๑๑.๑.๔ พลกระสนุ ๑ เรียบรอ ย”
๑๑.๑.๕ “พลกระสุนและพลยิงผูชว ยเรยี บรอย”
๑๑.๑.๖ ปน ๑, ๒ เรยี บรอ ย” (หรือท้ังหมดเรยี บรอ ย)
การรายงานเมื่อฝกจนเกดิ ความชาํ ราญแลว ผฝู กหรอื ผบ.หมู ไมต องสัง่ ใหรายงานกไ็ ด
พลกระสนุ ๒ สงั เกตวา ทกุ คนตรวจเสร็จเรยี บรอ ยแลว กร็ ายงานข้ึนมาเลยก็ได
๑๑.๒ การเตรยี มการตง้ั ยิง กอ นจะตัง้ ยงิ เพอ่ื ใหพ ลประจําปน เตรียมตวั เรียบรอยกอ น ผูฝ ก
ส่ังวา “ปน กล” พลยิงทวนคาํ สงั่ “ปน ๑, ปน ๒,” ผูฝก สั่งตอ “จดั เครอื่ งมอื เครอ่ื งใช” พลยิงทวนคาํ สง่ั แลว
ใหพ ลประจาํ ปนทกุ คนปฏบิ ตั ดิ ังน้ี ลุกขนึ้ คกุ เขา ขวาชนั เขา ซา ยจดั เครื่องมือเครอื่ งใช
๑๑.๒.๑ พลยิง
๑๑.๒.๑.๑ นําเอากระเปากระสุนทั้งสามใบสะพายขวาง
๑๑.๒.๑.๒ มือซายจัดดามหว้ิ หงายมือน้ิวหวั แมม ืออยขู า งบน มอื ขวาจบั ที่
พานทา ยควา่ํ มอื นิ้วหวั แมมอื อยูดา นใน น้วิ ทัง้ สี่เรียงจบั พานทา ย ใหนวิ้ กอ ยเสมอกบั ยางรองพานทา ยตามอง
ตรงไปขางหนา เตรยี มการปฏบิ ตั ติ ามคําสัง่
๑๑.๒.๒ พลยงิ ผูชว ย
๑๑.๒.๒.๑ นาํ เอากระเปา กระสุน ๓ ใบ มาสะพายขวาง
๑๑.๒.๒.๒ นําเอาอาวุธประจาํ กายมาสะพายขวาง
๑๑.๒.๒.๓ มอื ขวาหว้ิ หหู วิ้ ลํากลองอะไหลม าไวขางสะโพกขวา ใหป ลาย
แหลมอยูขา งหนา
๑๑.๒.๒.๔ ตามองตรงไปขางหนา เตรยี มปฏบิ ตั ติ ามคําส่ัง
๑๑.๒.๓ พลกระสนุ ๑
๑๑.๒.๓.๑ นาํ เอากระเปากระสนุ ๓ ใบ มาสะพายขวาง
๑๑.๒.๓.๒ นาํ เอาอาวธุ ประจํากายมาสะพายขวาง
- ๒๓ -
๑๑.๒.๓.๓ มือขวาจบั ขาหยงั่ ขวา ใหห วั ขาหยงั่ อยขู างหนา หมุนขาหยง่ั หนา
เขา หาลําตวั
๑๑.๒.๓.๔ ขาหย่ังซา ยอยบู น พล่ัวขาหยัง่ ชไี้ ปขา งหนา ใหข าหยั่งแนบกบั
สะโพกขวาก่ึงกลางน้ําหนกั ของขาหย่งั ตามองตรงไปขา งหนาเตรยี มปฏบิ ตั ติ ามคําสงั่
๑๑.๒.๔ พลกระสุน ๒
๑๑.๒.๔.๑ นําเอากระเปากระสนุ ๓ ใบ มาสะพายขวาง
๑๑.๒.๔.๒ นาํ อาวุธประจาํ กายมาถือทาเฉยี งอาวธุ พานทา ยยันพื้น
๑๑.๒.๔.๓ ตามองตรงไปขา งหนา เตรียมปฏบิ ัตติ ามคาํ สั่ง
๑๒. ขั้นท่ี ๕ การตง้ั ยงิ
ผบ.หมู ปก. หรอื ผฝู ก จะออกคาํ สง่ั เตอื นกอนตรวจเครือ่ งมอื เคร่ืองใชใหพลประจําปน ทราบ
กอ นแลววา จะตง้ั ยิงดว ยขาทรายหรอื ขาหยง่ั และจะสั่งในการตัง้ ยงิ วา “ปน กล” พลยิงทวนคาํ สงั่ แลว สง่ั ตอ วา
“ขา งหนา ............กา ว ตั้งยงิ ดว ยขาทราย ตั้งยิง”
พลยงิ ทวนคาํ ส่งั แลวปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
๑๒.๑ พลยงิ ยกปน แขนตงึ ลกุ ขึ้นวิ่งใหป ากลํากลองชไ้ี ปหาขาศกึ ไดระยะกา ววางปนลง
นาํ สายกระเปา กระสนุ ออกจากสะพายขวาง นํากระเปา กระสุน ๑ สาย เปดฝากลอ งกระดาษเตรียมบรรจุ
หมอบลง บรรจุ (ดึงคนั ร้งั ลูกเลอ่ื นมาขางหลังสดุ , ดนั คนั รัง้ ลกู เลื่อนไปหนาสดุ , หามไก เปด ฝาปดหองลกู
เลอ่ื น, นําสายกระสนุ พาดที่รองบรรจสุ ายกระสุน, ปด ฝาปด หอ งลกู เลอื่ น) ใหส ัญญาณมอื เรยี กพลยงิ ผูชว ย
ขนึ้ มาประทบั ปน มือซายจับใตพานทา ยหา งจากไหลป ระมาณ ๑ ฝา มือ หงายมือรองรบั พานทา ยใหเ ขา รอ งไหล
มอื ขวาจับทีด่ า มปน เปดหามไก เลง็ ปน ไปยงั เปาหมาย
๑๒.๒ พลยงิ ผชู วย ไดสัญญาณเรยี กแลว ลกุ ขึ้นถอื เคร่อื งมือเคร่อื งใชวิ่งมาทางซายของ
พลยงิ คุกเขาขวาชนั เขาซา ย เอาอาวธุ ประจํากายออกจากสายสะพายขวางวางไวใ หลาํ กลอ งชีไ้ ปยงั ขา ศกึ
ดา มปน หนั มาทางขวา ปนอยูทางซา ยของพลยิงผชู วยหางถงุ ลํากลอ งอะไหลป ระมาณ ๑ กา ว นาํ สายกระสุน
ออกมาเรยี งทางซายในทางลกึ หางจาก ปลย. ๑ กา ว รูดซบิ เอากลอ งอะไหลอ อกมา กางขาทรายแลว วางคลอ ม
ทับปลายแหลมของถุงลาํ กลองอะไหลอ อกมา กางขาทรายแลว วางคลอมทับปลายแหลมของถุงลํากลอง
อะไหลใ หทายลาํ กลองอยบู นถุงอะไหล ปลอกปอ งกันแสงเสมอกบั ปลอกปองกันแสงของปน พลยงิ ถงุ ลาํ
กลอ งอะไหลห า งจากปน พลยงิ ประมาณ ๑/๒ กาว ลงนอนตะแคงซาย โบกมือใหส ญั ญาณเรียกพลกระสนุ ๑
แลว ใชมอื ซา ยจับใตส ายกระสนุ ชวยในการยิงและชว ยบรรจสุ ายกระสนุ ใหม
๑๒.๓ พลกระสนุ ๑ ลกุ ขน้ึ หยิบเคร่ืองมอื เครือ่ งใชวง่ิ ขน้ึ ทางซา ยพลยงิ ผูช วย ถึงแลว คุกเขา
ขวาชนั เขา ซา ย นาํ อาวธุ ประจํากายอกจากสะพายขวาง นาํ สายกระสุนออกจากสะพายขวาง วางตอ ทางลกึ รวม
๘ กระเปา ๒ แถว
๑๒.๓.๑ วางขาหยง่ั ไวข างหนากระเปา กระสนุ ใหห วั ขาหยั่งไปทางซา ย ขาหยง่ั หนา
อยูท างหนา กระเปา กระสนุ ท้งั สองแถวอยกู ่ึงกลางขาหยง่ั พอดี พลัว่ ขาหยั่งชี้ไปทางขวา
- ๒๔ -
๑๒.๓.๒ ลกุ ขึน้ ถอื อาวธุ เฉยี งอาวุธ วิ่งไปหมอบลงประทับปนระวังปอ งกันทางซาย
หา งจากปน กลประมาณ ๑๐ กาว แลว โบกมอื ขวาใหสัญญาณพลกระสนุ ๒ ขนึ้ มา
๑๒.๔ พลกระสุน ๒ ลกุ ข้ึนเฉยี งอาวธุ วิง่ ข้ึนทางซายของพลยงิ ผชู ว ย ไปคุกเขาขวาชนั
เขาซาย วางอาวุธประจํากาย ถอดสายกระเปา กระสุน ๓ สาย วางเรยี งตอ ทางลกึ เสรจ็ แลว หยบิ ปนเฉยี งอาวุธวิ่ง
ออมหลงั พลยงิ ไปประทบั ปน ระวังปองกนั ทางขวา หางจากปน กลประมาณ ๑๐ กา ว
๑๒.๔.๑ พลยงิ สังเกตวาทุกคนเขาท่ีเรยี บรอ ยแลวรายงานวา “ปน ๑, ๒ พรอม”
พลยงิ ผชู วยยกแขนขวาชไ้ี ปกาผูฝ ก นวิ่ ทง้ั หา เรียงชดิ ตดิ กัน ตั้งนวิ้ มือหันฝา มอื ใหสัญญาณแขนยกประมาณ
๔๕ องศา ให ผบ.หมู หรือผฝู ก ทราบแลวเอามือลง
๑๒.๔.๒ พลยิงประจาํ ปน พรอ มรบั คาํ สงั่ ยิง ถา ผบ.หมูห รือผูฝก ตอ งการฝก แทรก
เปลย่ี นลํากลอง ใหผูฝ กสงั่ หลังจากพลยงิ รายงานปน พรอ มแลว ผูฝ ก ส่ังวา “ปก” พลยงิ ทวนคาํ สง่ั “ปน ๑, ๒”
ผฝู กสัง่ ตอไปวา “เปลยี่ นลํากลอ ง” พลยงิ ทวนคาํ สัง่ แลวปฏิบัตดิ ังนี้
๑๒.๔.๒.๑ พลยิง หา มไก ลดปนลงจากบาวางพานทา ยลงกบั พื้น
- ใชม อื กดกลอนกระเดอ่ื งยดึ ลํากลองลง ใชม อื ขวาจบั ดา มหว้ิ
ถอดลาํ กลอ งออกจากตวั ปนเล็กนอ ย ละมอื ขวาจากดามหวิ้ รบั ลาํ กลองอะไหลจากพลยิงผชู ว ย
๑๒.๔.๒.๒ พลยงิ ผูช วย หยบิ ดามหว้ิ สง ใหพ ลยงิ แลวใชมอื ขวาจับดา มหว้ิ
ลาํ กลอ งท่ตี ัวปน ยกออกมาวางแทนลํากลองอะไหล
๑๒.๔.๒.๓ พลยงิ นาํ ลํากลองอะไหลป ระกอบเขากบั ตวั ปน โดยใชมอื
ซายกดกลอนลงไปประกอบไดแ ลวใหผลกั ดา มหวิ้ ไปทางขวาสุด ไมใหบังเสนเลง็ ถอยหลงั ลงมาประทบั ปน
เลง็ แลว เปด หามไก เสร็จแลว รายงาน “ปน ๑, ๒ พรอ ม” พลยงิ ผูช ว ยยกแขนใหสญั ญาณใหผฝู ก ทราบ แลวนาํ
มอื ลงอยใู นทานอนตะแคงเหมือนเดิม
๑๓. ขนั้ ท่ี ๖ การเลิกยงิ
ผูฝก สั่ง “ปก.” พลยงิ ทวนคําสั่ง “ปน ๑, ๒, ๓ ฯลฯ ผูฝกสัง่ ตอ “เลกิ ยงิ ” พลยงิ ทวนคาํ สั่งแลว
ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
๑๓.๑ พลยงิ
๑๓.๑.๑ เลิกบรรจุ (หา มไก, เปดฝาปด หอ งลกู เลือ่ น, นาํ สายกระสนุ ออก, ตรวจดูรงั
เพลงิ วาปลอดภยั โดยยกแผน เหล็กรองกระสุนขึน้ ปดฝาปดหองลกู เลอ่ื น, ดงึ คันรง้ั ลูกเล่ือนมาขางหลงั สดุ ,
เปด หามไก, ล่ันดวยมือซา ย โดยใชมือขวาจับคันรง้ั ลูกเลื่อน ปลอ ยใหล กู เลื่อนเคล่ือนทไี่ ปขา งหนาคอย ๆ จน
เคลือ่ นที่ไปขางหนา เกอื บสุดแลวจงึ ปลอยคนั รงั้ ลูกเลือ่ นใหล ูกเลอ่ื นวิง่ เขา ทตี่ าํ แหนงหนา สดุ วางพานทายลง
ใชมอื ซา ยปด ฝาปด ชองคดั ปลอกกระสนุ )
๑๓.๑.๒ กลับคนแรก พลกระสุน ๒ ลุกขึน้ เฉยี งอาวธุ วิง่ ออมหลังพลยิงถงึ
กระเปากระสุน คกุ เขา ขวาชนั เขา ซา ย วางปนหยบิ สายกระสุนมาสะพายขวาง หยบิ ปน เฉยี งอาวธุ วงิ่ กลับมาท่ี
เดิม ทา ตรงกลบั หลังหนั คุกเขา ขวาชันเขาซาย วางเครอ่ื งมือเครือ่ งใชไวทเี่ ดมิ แลวหมอบ
-๒๕-
๑๓.๑.๓ กลับคนท่ี ๒ พลกระสุน ๑ ลุกขน้ึ สะพานขวาง ปลย.วง่ิ มาหยุดหลัง
กระเปากระสนุ คกุ เขา ขวาชันเขาซาย หยบิ สายกระเปา กระสนุ สะพายขวาง หยบิ ขาหยัง่ ลุกขน้ึ วิ่งกลับมาท่เี ดมิ
อยูในทาตรง กลับหลังหัน คกุ เขา ขวาชนั เขาซาย วางเครอื่ งมอื เคร่อื งใชไวที่เดมิ แลวหมอบ
๑๓.๑.๔ กลบั คนที่ ๓ พลยงิ ผูช วย ลกุ ขนึ้ คุกเขาขวาชนั เขา ซาย สะพายขวาง ปลย.
หยบิ หหู วิ้ ถุงลาํ กลองอะไหล ลกุ ข้ึนว่ิงกลบั มาทีเ่ ดมิ หยดุ ในทาตรงกลับหลังหันคกุ เขา ขวาชันเขา ซาย วาง
เคร่ืองมอื เครือ่ งใชไวท เ่ี ดมิ แลว หมอบลง
๑๓.๑.๕ กลับคนสุดทาย พลยงิ ลกุ ข้ึนคกุ เขา ขวาชันเขาซาย สะพายกระเปา
กระสุน ๓ สาย มือซายจบั ดามหิว้ โดยกลบั ทางกับเม่อื มาต้งั ยิง มือขวากเ็ ชน เดยี วกนั ลุกขน้ึ ถือปน ใหแ ขนตงึ
ใหปากลาํ กลอ งหนั ไปขางหลังเขาหาขา ศกึ วิง่ กลับมาถึงที่เดมิ คุกเขาขวาขันเขาซายวางปนไวท่ีเดิม ลกุ ขน้ึ กลบั
หลังหนั หมอบลงจับปน พบั ขาทรายเกบ็ แลว หมอบ รายงานใหผ ูฝก ทราบ “ปน ๑, ๒, ๓ พรอ ม” พลยิงผชู ว ย
ไมตอ งยกแขนใหสญั ญาณ
๑๔. การเปลี่ยนตาํ แหนง
การเปลี่ยนตําแหนง เมื่อจบการฝก ข้ันท่ี ๕ แลว ตองการใหพลประจําปน มคี วามเขา ใจข้ันตอนของแต
ละตาํ แหนง ใหผ ฝู กสั่ง “ เปลี่ยนตาํ แหนง” หลังจากออกคําส่ังเตอื นแลว พลยิงทวนคาํ สัง่ แลวปฏบิ ัติพรอ มกัน
ดงั นี้
๑๔.๑ ใหพลยงิ ลุกขนึ้ ว่ิงกลบั หลังทางขวาลงไปหมอบแทนตาํ แหนงพลกระสนุ ๒
๑๔.๒ แตละตาํ แหนง วงิ่ ข้ึนทางซา ยเครอ่ื งมอื เครื่องใช แลว ไปหมอบแทนตําแหนงทอ่ี ยขู า งหนา
๑๔.๓ เสร็จเรยี บรอ ยแลว พลกระสุน ๒ (คนใหม) เริ่มขานตาํ แหนงคนแรกข้นึ มาหาพลยงิ โดย
ปฏิบตั ิเหมือนการขานตําแหนงเมอื่ เขาประจาํ ที่ครัง้ แรก
๑๕. การฝกตง้ั ยงิ ดว ยขาหยง่ั
๑๕.๑ ข้ันการฝกเหมือนกนั แตกตางกนั การออกคาํ ส่งั และการปฏิบัตเิ ปนบางตอน
๑๕.๒ ขัน้ การฝก ขัน้ ที่ ๑ ขนั้ ที่ ๒ เหมอื นกับการฝกตั้งยิงดว ยขาทราย
๑๕.๓ ขัน้ ท่ี ๓ หลังจากพลยงิ ทวนคําส่งั เตือนแลว ผูฝก สง่ั ตอ “กอ นการยงิ ดวยขาหย่ัง ตรวจ
เคร่อื งมือเครอ่ื งใช” การปฏบิ ตั เิ หมือนการตัง้ ยิงดวยขาทราย แตพ ลยิงตรวจเคร่ืองมอื เคร่ืองใชแ ลว ใหพ บั ขา
ทรายเก็บ แลว วางปน ไวท ี่เดมิ
๑๕.๔ ขนั้ ท่ี ๔ เชน เดียวกบั การต้งั ยงิ ดว ยขาทราย
๑๕.๕ ขนั้ ท่ี ๕ การต้ังยงิ ผูฝก ออกคําสง่ั เตอื น “ปน กล” พลยงิ ทวนคาํ สง่ั ปน ๑, ๒, ๓ ฯลฯ ผูฝก
สงั่ ตอ “ขา งหนา ...............กา ว ต้ังยงิ ดวยขาหยงั่ ต้งั ยิง” พลยงิ ทวนคาํ ส่งั แลว ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
๑๕.๕.๑ พลกระสุน ๑ ลกุ ขึ้นว่งิ ทางซา ยเครอ่ื งมอื เคร่อื งใช ถงึ ระยะตามคาํ ส่ังน่ังคกุ เขา ชัน
เขา ซา ย ยกขาหย่งั มาต้ังขา งหนา ใหขาหยง่ั ซา ย – ขวา ต้งั บนพน้ื ดิน หวั ขาหยงั่ ตง้ั ขึ้น ใชม อื ขวาจับหวั ขาหยง่ั
มือซายยกพลวั่ ขาหย่ัง มือซายยกพลว่ั ขาหยง่ั หนา ข้ึนกางออก ละมอื ขวามาจบั พล่ัวขาหยั่งขวา ละมอื ซายมาจับ
พลว่ั ขาหยง่ั ซาย ยกขาหย่งั ตัง้ ขน้ึ กางออก ละมอื ขวามาจับพล่ัวขาหยั่งขวา ละมือซายมาจับพลวั่ ขาหย่งั ซาย
- ๒๖ -
ยกขาหยง่ั ตัง้ ขนึ้ ระดบั อก กระตกุ แยกขาหย่งั ทัง้ สองออกโดยเรว็ ใหก ลอนกระเด่ืองยดึ ปลอกราวสา ยปน
ยึดปลอกราวสา ยปนไว วางขาหยัง่ ลงกบั พน้ื ใหขาหยง่ั หนาชี้ไปยังขา ศกึ ลกุ ขึน้ ใหเ ทา เหยยี บพลัว่ ขาหยงั่ ทง้ั ๓
ใหแนน กับพน้ื นํากระเปากระสุนวางหา งจากขาหยงั่ มาทางซาย แนวขาหยง่ั หนาหาง ๑ กา ว โบกมือให
สญั ญาณพลยิงผูชวยข้ึนมา แลว วิ่งไประวงั ปองกนั ทางปก ซา ย ประมาณ ๑๐ กา ว ประทับปนเฉยี งซา ย
๑๕.๕.๒ พลยงิ ผชู ว ย ลกุ ขน้ึ ว่งิ ห้ิวถงุ ลํากลอ งอะไหลข ้นึ มาทางซา ยของขาหยงั่ ทีต่ ั้งไว
วางถงุ ลํากลองอะไหลใหป ลายแหลมชี้ไปขา งหนา ซบ๊ิ อยูทางขวารดู ซ๊ิบถุงออก นาํ ลํากลอ งอะไหลอ อกมาวาง
ใหศ ูนยห นาอยูบ นนาํ เรอื นควงสูงควงสา ย นํา ปลย.ออกจากสะพานขวางวางทางซา ยลําตวั ดา มปนอยทู างขวา
ลํากลองชี้ไปทางขาศกึ ปากลํากลองเสมอลํากลอง ปก. นาํ กระเปา กระสุนออกมาวางเรยี งทางลกึ ทางซาย ปลย.
ทีว่ างไวเสมอแนวปากลํากลอ ง ปก.แลวโบกมือใหส ัญญาณพลยงิ
๑๕.๕.๓ พลยงิ ลกุ ข้นึ มือทัง้ สองจบั ปน เหมอื นกบั ตง้ั ยงิ ดว ยขาทราย วิ่งไปวางปนให
ชนิ้ สวนประกอบเพมิ่ เติมลงบนแทน รับปน พลยงิ ผชู ว ยกดกลอนยึดปน ทเ่ี ดือนปนนัง่ ลงนําสายกระสนุ ออก
จากสะพายขวางสง ใหพลยิงผูช ว ย นอนลงหลังขาหย่ังผลักพานทา ยไปทางซาย ใหพ ลยงิ ผชู วยใสเ รอื นควงมมุ
สาย โดยใหช นิ้ สวนประกอบ (อะแดบเตอร) ยึดติดกับตัวปนโดยใสส ลกั รอ ยเขา รูรอ ยสลกั ใตปน และใสเ ลื่อน
ราวสา ยปนที่ราวสายปน บรรจุกระสุน (พลยิงดึงคนั รั้งลูกเลอ่ื นมาขา งหลังสุดแลวดันไปขา งหนา สดุ กดปุม
หา มไก เปด ฝาปดหองลูกเลอ่ื น พลยิงนํากระสุนกระเปา แรกมาเปดฝานําสายกระสนุ บรรจุท่ีรองบรรจุกระสนุ
พลยงิ ปด ฝาปด หอ งลกู เลือ่ น) มอื ซายจบั ควงมมุ สา ยมือขวาโบกใหสัญญาณพลกระสนุ ๒ แลวมาจับดามปน
เปดหา มไกประทบั ปน เลง็ ทห่ี มาย
๑๕.๕.๔ พลกระสุน ๒ เห็นสัญญาณจากพลยิงลุกขน้ึ เฉียงอาวธุ ว่งิ มาทางซา ยพลยงิ ผูชว ย
คกุ เขา ขวาชันเขาซา ย นาํ กระเปา กระสุนออกจากสะพายขวางวางเฉยี งตอทางลกึ แลว ว่ิงไประวงั ปอ งกันทางปก
ขวาหางประมาณ ๑๐ กา ว ประทบั ปนเฉยี งขวา
ก. พลยงิ สังเกตวา เรียบรอยแลว รายงาน “ปน ๑, ๒, ๓ ฯลฯ พรอม”
ข. พลยิงผูชวยยกแขนขวาเหยยี ดไปขา งหลัง ๔๕ องศาใหผ ูฝกทราบ แลว เอามือลง
๑๖. การเปลยี่ นลํากลอ งขณะตัง้ ยงิ ดว ยขาหยัง่
ผูฝกสงั่ ตอจากคาํ สั่งเตอื น “เปลย่ี นลาํ กลอ ง” พลยงิ ทวนคาํ ส่ังแลว ปฏบิ ตั ิดังนี้
๑๖.๑ พลยิง หา มไก มือซายกดกลอนกระเดอื่ งยึดลํากลอ งลง มือขวาจับดามหวิ้ ถอดลาํ กลอ งออก
เลก็ นอย ละมอื ขวารบั ลํากลอ งอะไหลจ ากพลยงิ ผูช ว ย ประกอบเขากบั ปน เสรจ็ แลวผลักดามหว้ิ ไปทางขวา
๑๖.๒ พลยิงผชู วย จบั ดา มหว้ิ ลํากลอ งอะไหลสง ใหพลยงิ แลว ใชม อื ขวาจับดา มห้ิวลํากลอ งทีร่ อ นมา
วางแทนลํากลองอะไหล
๑๖.๓ พลยิง ประทับปน เปดหามไก เล็งปน รายงาน “ปน ๑, ๒, ๓ ฯลฯ พรอ ม” พลยงิ ผูชว ยให
สัญญาณยกแขนใหผูฝก ทราบ
๑๗. ขนั้ ท่ี ๖ การเลกิ ยิง
- ๒๗ -
ผฝู กสงั่ ตอหลงั จากออกคําสงั่ เตือนและพลยงิ ทวนคําสั่งแลวผูฝกส่ังตอ “เลกิ ยงิ ” พลยิงทวนคาํ สั่งแลว
พบประจําปนปฏิบัตดิ งั นี้
๑๗.๑ พลยิง เลกิ บรรจุ (หา มไก) เปด ฝาปด หอ งลกู เล่อื น, พลยิงผชู วยนําสายกระสนุ ออก พลยิง
ยกแผนเหลก็ รองกระสนุ ขึน้ ตรวจดุรังเพลงิ วา ปลอดภยั ปด ฝาปด หอ งลกู เลอื่ น ดึงคนั รั้งลกู เลือ่ นมาขางหลงั สดุ
ใชม ือซา ยเปด หา มไก, ลั่นไก, คอ ย ๆ ปลอ ยใหล ูกเลอื่ นเคลื่อนทไี่ ปขา งหนา ชา ๆ จนลูกเลื่อนเปด สนทิ ,
ผลักดนั เล่ือนยดึ เลอ่ื นราวสา ยปนออก, ยกเลอ่ื นราวสา ยปน ขึ้นผลักพานทา ยไปทางซาย ใหพลยงิ ผูชวยนาํ เรือน
ควงมุมสูงควงมมุ สา ยออกจากตวั ปน
๑๗.๒ พลยงิ ผชู ว ย ถอดเร่ืองควงมมุ สูงควงมมุ สา ยออกเก็บ, นําลาํ กลองอะไหลเกบ็ รดู ซบ๊ิ ถุง
ลํากลอ งอะไหล
๑๗.๓ กลับคนแรก พลกระสุน ๒ ขณะที่พลยงิ เลิกบรรจุ ลุกขน้ึ เฉียงอาวธุ วงิ่ มาคกุ เขาขวาชันเขา
ซายหลังแถวกระเปากระสนุ หยบิ สายกระสุน ๓ สายสะพายขวาง ลุกข้ึนวิ่งเฉยี งอาวะถงึ ท่เี ดิมอยใู นทาตรง
กลับหลังหันคกุ เขา ขวาชนั เขาซา ยวาง เครอื่ งมอื เครื่องใชไ วท เี่ ดิมแลว หมอบ
๑๗.๔ กลับคนท่ี ๒ พลยงิ ผชู ว ย เกบ็ เครอ่ื งมอื เคร่อื งใชใ สถ ุงลาํ กลอ งอะไหล นาํ กระสนุ มาสะพาย
ขวาง นํา ปลย.มาสะพายขวาง มอื ขวาหวิ้ ถงุ ลํากลอ งอะไหล ลกุ ขนึ้ ว่งิ กลับมาท่เี ดิมหยดุ ในทาตรง กลบั หลงั หัน
คุกเขา ขวาชันเขา ซายวางเครอื่ งมือเคร่อื งใชไ วทเ่ี ดิมแลวหมอบ
๑๗.๕ กลับคนที่ ๓ พลยงิ ลกุ ข้ึนคกุ เขา ขวาชนั เขา ซายเก็บกระเปา กระสุนสะพายขวางทัง้ ๓ ใบ
มือจบั ปนเหมอื นขนั้ การเลกิ การยงิ ดว ยขาทราย ลกุ ขึ้นวงิ่ กลับมาถงึ ท่เี ดมิ วางปน ลง อยใู นทา ตรงกบั หลงั หัน
คกุ เขาขวาชันเขา ซา ย เอาเคร่อื งมอื เคร่ืองใชว างไวท ่ีเดมิ หมอบลง
๑๗.๖ กลบั คนสุดทา ย พลกระสนุ ๑ ลกุ ขนึ้ เฉียงอาวธุ มาหยุดหลงั กระเปากระสนุ คุกเขา ขวาชนั เขา
ซา ย หยิบกระเปากระสนุ มาสะพายขวาง สะพายขวาง ปลย.ลกุ ข้นึ มาหยุดขางขวาของขาหย่ังขวา ใหม อื ซายจับ
ขาหยั่งขวาตรงก่งึ กลางน้าํ หนกั ยกขึ้นวิง่ มาทเี่ ดิม โดยออ มมาทางซา ยของเคร่อื งมือเคร่อื งใชถึงทเี่ ดิมชดิ เทา อยู
ในทา ตรง กลบั หลงั หันคุกเขา ขวาชนั เขาซา ยจบั ขาหยั่งมาตง้ั ขางหนา ใหพลว่ั ขาหยง่ั ซาย – ขวา ตง้ั บนพ้ืนดนิ
หวั ขาหยัง่ ต้ังขนึ้ มือขวาจับหัวขาหยัง่ มือซา ยพับขาหยง่ั หนาลง มือขวาปลดกลอนกระเดอ่ื งยดึ ปลอกราวสา ย
ปน แลว ละมอื ขวามาจบั หวั ขาหยง่ั มือซายจบั พลวั่ ขาหยง่ั ซา ย พับเขาหาขาหยั่งขวา มอื ขวาจับหวั ขาหย่งั วางไป
ทางซาย โดยใหขาหยงั่ หันหนา ออกอยูขางหนา พลว่ั ขาหย่งั ช้ไี ปทางขวา แลวนาํ เครอื่ งมอื เคร่ืองใชอ อกวางไว
ที่เดิม หมอบลง รายงาน “ปน ๑, ๒, ๓ ฯลฯ พรอม” พลยงิ ผชู วยไมต อ งใหส ัญญาณ (คนกลับหลังสดุ รายงาน)
************************