The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนความแข็งแรงของวัสดุ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Auntika.kae, 2022-01-12 22:41:04

แผนความแข็งแรงของวัสดุ

แผนความแข็งแรงของวัสดุ



ลกั ษณะรายวิชา

รายวิชา ความแข็งแรงของวัสดุ รหสั 20103-2206 (2-0-2)
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู พุทธศกั ราช 2562 ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม
สาขาวิชาชา่ งเชื่อมโลหะ จำนวนหน่วยกิต 2 หน่วยกติ จำนวนชว่ั โมง/สัปดาห์ 2 ชั่วโมง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จุดประสงคร์ ายวชิ า เพอื่ ให้
1. เขา้ ใจสมบัตดิ า้ นความแข็งแรงของวัสดุ
2. เข้าใจหลักการนําสมบตั ขิ องวสั ดไุ ปประยุกต์ใช้ในการออกแบบในงานชา่ ง
3. มีกิจนิสยั ที่ดีในการทำงานรับผิดชอบตรงต่อเวลารกั ษาความสะอาดและปลอดภยั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับแนวคิดและองค์ประกอบของความเคน้ และความเครียด
2. แสดงความรูเ้ ก่ยี วกับความสมั พนั ธ์ระหว่างความเคน้ และความเครยี ดของวัสดุ
3. แสดงความรเู้ กีย่ วกับกฎของการยืดหยุ่นของความยดื หยุ่น
4. แสดงความรู้เกี่ยวกับความเค้นเนื่องจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงความเค้นในวัสดุที่ต่อกันโดยการ
เชอ่ื มการใช้หมุดยํ้าและการใชส้ ลักเกลยี ว
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดและองค์ประกอบของความเค้นและความเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างความ
เค้นและความเครียดของวัสดุ กฎของการยืดหยุ่นของฮูกมอดูลัส ความยืดหยุ่นความเค้นเนื่องจากอุณหภูมิ
เปลยี่ นแปลง ความเคน้ ในวัสดุทีต่ อ่ กันโดยการเชื่อม การใชห้ มดุ ยำ้ และการใชส้ ลกั เกลียว



ลกั ษณะรายวิชา(พัฒนา)

รายวิชา ความแขง็ แรงของวัสดุ รหัส 20103-2206 (2-0-2)
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้ันสูง พุทธศกั ราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าชา่ งเช่ือมโลหะ จำนวนหน่วยกติ 2 หน่วยกิต จำนวนชั่วโมง/สัปดาห์ 2 ชั่วโมง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จุดประสงค์รายวชิ า เพ่ือให้
1. เขา้ ใจสมบตั ิดา้ นความแข็งแรงของวัสดุ
2. เขา้ ใจหลกั การนาํ สมบัตขิ องวสั ดไุ ปประยุกตใ์ ช้ในการออกแบบในงานช่าง
3. มีกิจนิสยั ท่ีดีในการทำงานรบั ผิดชอบตรงต่อเวลารกั ษาความสะอาดและปลอดภยั
4. ความตะหนักในเรื่อง 3D คือ ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข
(Democracy) มีจิตสำนึกและรังเกียจการซื้อสิทธิ์ขายเสียง การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ( Decency)
ห่างไกลยาเสพติด (Drug)
5. บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง คือ หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล
หลักภูมิคุ้มกัน 2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม เชื่อมโยงสู่ 4 มิติ คือ มิติสังคม มิติเศรษฐกิจ
มิติวัฒนธรรม มิตสิ ิง่ แวดล้อม
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ยี วกับแนวคิดและองคป์ ระกอบของความเคน้ และความเครียด
2. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความเค้นและความเครยี ดของวัสดุ
3. แสดงความรู้เกยี่ วกับกฎของการยดื หยนุ่ ของความยืดหยุ่น
4. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั ความเคน้ เน่อื งจากอุณหภมู ิเปลี่ยนแปลงความเค้นในวัสดุทตี่ อ่ กันโดยการ
เชื่อมการใช้หมุดยา้ํ และการใชส้ ลกั เกลยี ว
คำอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษาเกีย่ วกับแนวคิดและองคป์ ระกอบของความเค้นและความเครียด ความสัมพันธ์ระหว่าง
ความเค้นและความเครียดของวัสดุ กฎของการยืดหยุ่นของฮูกมอดูลัส ความยืดหยุ่นความเค้นเนื่องจาก
อณุ หภูมเิ ปลยี่ นแปลง ความเค้นในวัสดุทต่ี ่อกันโดยการเชื่อม การใช้หมุดย้ำและการใช้สลักเกลียว การบิดของ
เพลา

สารบัญ ค

ลกั ษณะรายวชิ า หน้า
ลักษณะรายวิชา (พัฒนา) ก
สารบัญ ข
การวเิ คราะห์หนว่ ยการเรยี นร้แู ละสมรรถนะรายวชิ า ค
การวิเคราะห์หลกั สตู รรายวิชา ฉ
การวเิ คราะหห์ นว่ ยการเรียนรแู้ ละเวลาที่ใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ ช
โครงการจัดการเรยี นรู้ ซ
ข้อตกลงเกี่ยวกบั ผเู้ รียน ญ
ผงั มโนทัศน์ เน้ือหารายวิชา ณ
แผนการจัดการเรยี นรู้ ด
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 ระบบหน่วยและสมการพนื้ ฐาน
1
ผงั มโนทศั นห์ น่วยท่ี 1 ระบบหน่วยและสมการพน้ื ฐาน 2
สาระสำคญั 2
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2
สมรรถนะรายหน่วย 3
หวั ขอ้ การเรียนรู้ 3
กิจกรรมการเรยี นรู้บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4
กจิ กรรมเสนอแนะ/งานมอบหมาย 4
การวดั และประเมินผล 5
สอ่ื การเรยี นรู้ 6
แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 1 9
แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 ความเค้นและความเครยี ด 14
ผังมโนทศั นห์ น่วยที่ 2 ความเค้นและความเครียด 15
สาระสำคัญ 15
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 16
สมรรถนะรายหน่วย 16
หวั ขอ้ การเรียนรู้ 16
กจิ กรรมการเรยี นรบู้ รู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

สารบญั (ต่อ) ง

กิจกรรมเสนอแนะ/งานมอบหมาย หน้า
การวัดและประเมินผล 17
สอื่ การเรยี นรู้ 17
แบบฝกึ หัดหน่วยที่ 2 18
แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรียน 19
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งและความเคนและความเครยี ด 23
ผงั มโนทศั นห์ น่วยที่ 3 ความสัมพนั ธ์ระหว่างและความเคนและความเครยี ด
สาระสำคญั 27
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 28
สมรรถนะรายหนว่ ย 28
หวั ขอ้ การเรียนรู้ 28
กิจกรรมการเรยี นร้บู ูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 28
กิจกรรมเสนอแนะ/งานมอบหมาย 29
การวดั และประเมนิ ผล 30
ส่ือการเรยี นรู้ 30
แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 3 31
แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรียน 32
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ภาชนะอัดความดันและการเชอ่ื มต่อ 36
ผงั มโนทศั นห์ น่วยท่ี 4 ภาชนะอัดความดันและการเชื่อมต่อ
สาระสำคัญ 40
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 41
สมรรถนะรายหนว่ ย 41
หวั ข้อการเรยี นรู้ 42
กิจกรรมการเรียนร้บู รู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง 42
กิจกรรมเสนอแนะ/งานมอบหมาย 42
การวดั และประเมนิ ผล 43
ส่ือการเรยี นรู้ 43
แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 4 44
แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรยี น 45
50

สารบญั (ต่อ) จ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 การบิดของเพลา หน้า
ผังมโนทัศนห์ น่วยท่ี 5 การบดิ ของเพลา
สาระสำคญั 54
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 55
สมรรถนะรายหนว่ ย 55
หวั ข้อการเรียนรู้ 55
กิจกรรมการเรียนรบู้ รู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง 58
กิจกรรมเสนอแนะ/งานมอบหมาย 56
การวัดและประเมนิ ผล 57
ส่อื การเรยี นรู้ 57
แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 5 58
แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรยี น 59
65
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 69



การวิเคราะห์หนว่ ยการเรียนรแู้ ละสมรรถนะรายวชิ า

รายวชิ า ความแขง็ แรงของวสั ดุ รหสั วิชา 20103-2206

หนว่ ยที่ ชื่อเร่อื ง สมรรถนะรายวิชา
1
2 ระบบหนว่ ยและสมการพื้นฐาน 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและองค์ประกอบ
3 ความเคน้ และความเครยี ด ของความเค้นและความเครยี ด
4 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความเค้น และความเครยี ด
5 ภาชนะอัดความดันและการเชอ่ื มตอ่ 2. แสดงความรู้เก่ยี วกบั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างความ
การบดิ ของเพลา เค้นและความเครียดของวสั ดุ

3. แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎของการยืดหยุ่นของ
ความยืดหยนุ่

4. แสดงความรู้เกี่ยวกับความเค้นเนื่องจาก
อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงความเค้นในวัสดุที่ต่อกันโดยการ
เชื่อมการใช้หมุดยา้ํ และการใชส้ ลกั เกลียว

ครูอนั ธกิ า แก้วบุญธรรม

การวเิ คราะหห์ ลกั สูตรรายวชิ า ช
รายวชิ า ความแขง็ แรงของวสั ดุ รหสั วิชา 20103 – 2206
40
จุดม่งุ หมาย
ความรู้ 2
ช่ือหน่วย ความเ ้ขาใจ 10
นำไปใ ้ช 8
ิวเคราะ ์ห 15
ัสงเคราะห์ 5
ประเ ิมนค่า
รวม 40
ลำ ัดบความสำคัญ
จำนวน ้ขอสอบ 40

น้ำหนัก(คะแนนเต็ม) 10 10 10 10 10 10 40

1. ระบบหนว่ ยและสมการพนื้ ฐาน 23 5

2. ความเค้นและความเครยี ด 235 10

3. ความสัมพันธ์ระหว่างความเค้น และ 2 3 5 10
ความเครยี ด

4. ภาชนะอดั ความดนั และการเชือ่ มต่อ 226 10

5. การบดิ ของเพลา 23 5

รวม 10 14 16 40

ลำดบั ความสำคัญ 123

หมายเหตุ น้ำหนักคะแนนความสำคญั 9 – 10 คะแนน
มากทส่ี ดุ 7-8 คะแนน
มาก 4–6 คะแนน
ปานกลาง 2–3 คะแนน
นอ้ ย 0–1 คะแนน
สำคญั นอ้ ย

ครูอนั ธกิ า แกว้ บุญธรรม



การวเิ คราะห์หนว่ ยการเรียนรูแ้ ละเวลาท่ีใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้
รายวิชา ความแข็งแรงของวสั ดุ รหสั วิชา 20103 - 2206

หนว่ ยท่ี ช่ือเรอื่ ง/รายการสอน สปั ดาห์ที่ ช่ัวโมงที่
1 ระบบหน่วย 1-3 1-6
1.1 หน่วยฐาน
2 1.2 หนว่ ยเสริม 4-6 7-12
1.3 หน่วยอนพุ ัทธ์ 7-9 14-18
3 1.4 คำนำหน้าหนว่ ย 10-13 19-26
4 1.5 แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 1
ความเค้นและความเครยี ด
2.1 ความเคน้ ปกติ
2.2 ความเค้นเฉอื น
2.3 ความเครียดดงึ
2.4 ความเครยี ดอดั
2.5 ความเครยี ดเฉือน
2.6 แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 2
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความเค้น และความเครียด
3.1 ความสมั พนั ธ์ระหว่าความเคน้ และความเครยี ดของวัสดุ
3.2 ความเคน้ และความเครยี ดท่เี กดิ ขึ้นจากการเปลยี่ นแปลงอุณหภูมิ
3.3 แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 3
ภาชนะอดั ความดนั และการเช่อื มต่อ
4.1 ความเค้นในรูปทรงกระบอกกลวงผนงั บาง
4.2 ความเคน้ ในถังทรงกลมผนงั บาง
4.3 การตอ่ โดยใชห้ มุดยำ้
4.4 การตอ่ โดยการเช่อื ม
4.5 แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 4

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม

หน่วยท่ี ชอ่ื เร่อื ง/รายการสอน ฌ
สปั ดาหท์ ี่ ช่วั โมงที่
5 การบดิ ของเพลา
14-17 27-34
5.1 ความเค้นเฉือนและความเครยี ดเฉอื นเนอื่ งจากการบดิ ของเพลา
18 1
5.2 แรงบิดและการส่งกำลงั

5.3 การตอ่ เพลาด้วยหน้าแปลน

5.4 เพลาขนาดไม่เทา่ กัน

5.5 แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 5

สอบปลายภาคเรยี น 2/2564

ครอู นั ธิกา แกว้ บุญธรรม



รหสั 20103-2206
ราวิชาความแขง็ แรงของวัสดุ

ครอู ันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

โครงการสอน ฎ
รายวชิ าความแขง็ แรงของวัสดุ รหัสวิชา 20103-2206 หมายเหตุ

สัปดาหท์ ่ี ช่อื หน่วยและรายการสอน
(ชม.ที)่

1-3 หน่วยท่ี 1 ระบบหน่วยและสมการพืน้ ฐาน
(1-6) จุดประสงคท์ วั่ ไป

มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับหนว่ ยในระบบ SI

จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. สามารถใช้หน่วยเอสไอในการคำนวณ ได้อย่างถกู ตอ้ ง
2. สามารถเขียนสมการและแก้สมการได้อยา่ งถูกต้อง
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
นำเข้าส่บู ทเรยี น
บรรยายเนอ้ื หา/ถามตอบ
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 1
ส่ือการเรียนการสอน
สือ่ Power Point
เกมจาก word wall
วธิ กี ารและคะแนนการวดั ผล
สังเกตพฤติกรรมในชนั้ เรียน
ทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน

ครูอนั ธกิ า แก้วบุญธรรม

โครงการสอน ฏ
รายวิชาความแขง็ แรงของวสั ดุ รหัสวิชา 20103-2206 หมายเหตุ

สัปดาหท์ ่ี ช่อื หน่วยและรายการสอน
(ชม.ที่)

4-6 หนว่ ยที่ 2 ความเค้นและความเครียด
(7-12) จุดประสงคท์ ว่ั ไป

มคี วามรู้ความเขา้ ใจและสามารถคำนวณเก่ยี วกบั ความเคน้ และความยาว

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. สามารถคำนวณหาคา่ ความเค้นปกติ ได้อย่างถกู ตอ้ ง
2. สามารถคำนวณหาคา่ ความเคน้ เฉือนได้อย่างถูกต้อง
3. สามารถคำนวณหาค่าความเค้นใชง้ าน ได้อยา่ งถูกต้อง
4. สามารถคำนวณหาคา่ ความเครียด ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
นำเข้าสบู่ ทเรียน
บรรยายเน้ือหา/ถามตอบ
แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 2
สอื่ การเรยี นการสอน
ส่อื Power Point
เกมจาก word wall
วิธกี ารและคะแนนการวดั ผล
สงั เกตพฤตกิ รรมในชน้ั เรยี น
ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

ครอู ันธิกา แก้วบุญธรรม



โครงการสอน
รายวชิ าความแข็งแรงของวสั ดุ รหัสวชิ า 20103-2206

สปั ดาห์ท่ี ชอื่ หน่วยและรายการสอน หมายเหตุ
(ชม.ท)่ี

7-9 หนว่ ยท่ี 3 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความเค้น และความเครียด
(13-18)
จดุ ประสงคท์ ั่วไป

มีความรู้ความเข้าใจและสามารถคำนวณเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง

ความเค้น และความเครียด

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถคำนวณหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างความเค้นและความเครียด
ของวัสดุ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
2. สามารถคำนวณหาค่าความเค้นและความเครียดที่เกิดขึ้นจากการ
เปล่ียนแปลงอณุ หภูมิ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
กิจกรรมการเรยี นการสอน
นำเข้าสู่บทเรียน
บรรยายเนื้อหา/ถามตอบ
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 3
ส่อื การเรียนการสอน
สอ่ื Power Point
เกมจาก word wall
วธิ กี ารและคะแนนการวดั ผล
สงั เกตพฤติกรรมในช้นั เรยี น
ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น

ครูอนั ธกิ า แก้วบญุ ธรรม



โครงการสอน
รายวิชาความแขง็ แรงของวสั ดุ รหสั วิชา 20103-2206

สัปดาห์ที่ ช่อื หน่วยและรายการสอน หมายเหตุ
(ชม.ที่)

10-13 หนว่ ยที่ 4 ภาชนะอดั ความดันและการเช่อื มตอ่
(19-26)
จุดประสงค์ท่ัวไป

มีความรูค้ วามเข้าใจและสามารถคำนวณเก่ยี วกบั ภาชนะอัดและการเช่ือม

จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. สามารถคำนวณหาค่าความเค้นในรูปทรงกระบอกกลวงผนังบาง ได้
อย่างถกู ตอ้ ง
2. สามารถคำนวณหาคา่ ความเค้นในถังทรงกลมผนงั บาง ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. สามารถคำนวณหาค่าความแข็งแรงของการต่อโดยใช้หมุดย้ำ ได้อย่าง
ถูกต้อง
4. สามารถคำนวณหาค่าประสิทธิภาพของรอยต่อโดยใช้หมุดย้ำ ได้อย่าง
ถกู ต้อง
5. สามารถคำนวณหาค่าความแข็งแรงของการต่อโดยการเชื่อม ได้อย่าง
ถกู ต้อง
กิจกรรมการเรียนการสอน
นำเขา้ สู่บทเรยี น
บรรยายเนื้อหา/ถามตอบ
แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 4
สอ่ื การเรียนการสอน
สอ่ื Power Point
เกมจาก word wall
วธิ กี ารและคะแนนการวดั ผล
สงั เกตพฤติกรรมในช้ันเรยี น
ทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน

ครูอันธกิ า แกว้ บุญธรรม



โครงการสอน
รายวชิ าความแขง็ แรงของวัสดุ รหสั วิชา 20103-2206

สปั ดาหท์ ี่ ชอ่ื หน่วยและรายการสอน หมายเหตุ
(ชม.ที)่

14-17 หนว่ ยท่ี 5 การบดิ ของเพลา
(27-34)
จดุ ประสงคท์ ั่วไป

มคี วามรคู้ วามเข้าใจและสามารถคำนวณเก่ยี วกบั การบิดของเพลง

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถคำนวณหาค่าความเค้นเฉือนและความเครียดเฉือน ได้อย่าง
ถูกต้อง
2. สามารถคำนวณหาแรงบิดและกำลังทีส่ ่งของเพลา ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. สามารถคำนวณหาค่าโมเมนต์บิดที่ใช้กับการต่อเพลาด้วยหน้าแปลนได้
อยา่ งถกู ต้อง
4. สามารถคำนวณหาคา่ การต่อเพลาทขี่ นาดไม่เท่ากนั ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
กจิ กรรมการเรียนการสอน
นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
บรรยายเนอ้ื หา/ถามตอบ
แบบฝึกหดั หน่วยที่ 5
สอ่ื การเรียนการสอน
ส่อื Power Point
เกมจาก word wall
วธิ กี ารและคะแนนการวดั ผล
สังเกตพฤติกรรมในช้นั เรียน
ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

18 สอบปลายภาคเรยี น 2/2564

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม



ขอ้ ตกลงเกีย่ วกบั นักเรียน

รายวิชาความแข็งแรงของวัสดุ รหสั วชิ า 20103-2206

1. มหี นงั สอื /ใบงานภาคปฏบิ ัติทุกครั้งท่เี ขา้ เรยี น

2. เชค็ ช่ือทกุ คร้งั ทเ่ี ข้าเรียน

3. แตง่ กายเรยี บร้อยถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษา

4. เข้าเรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ80ของเวลาเรยี นท่ีกำหนด

5. คะแนนวัดผลประเมนิ ผล

- แบบทดสอบรายหน่วย 40 %
- จิตพิสยั 20 %
- สอบปลายภาคเรียน 40 %

ครอู นั ธกิ า แก้วบญุ ธรรม



ผงั มโนทศั น์ เนอ้ื หารายวชิ า
รายวชิ า ความแข็งแรงของวสั ดุ รหสั วชิ า 20103-2206

โดยบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

พอประมาณ
3. กฎของการยืดหยุ่นของฮูกมอดูลสั

มเี หตผุ ล ภมู คิ ุ้มกนั

2. วิเคราะห์ แนวคิดและ 4. การหาค่าความยืดหยุ่นความ
องค์ประกอบของความเค้นและ เคน้ เน่อื งจากอณุ หภมู ิเปล่ียนแปลง
ความเครยี ด

รายวชิ า
ความแข็งแรงของวสั ดุ

1. ความร้/ู ทกั ษะ คณุ ธรรม

1. คำนวณหาค่าความเค้นในวสั ดทุ ี่ตอ่ กันโดยการเชื่อม 5. ทำงานดว้ ยความประณีต รอบคอบ ซ่อื สตั ย์
การใชห้ มดุ ยำ้ และการใชส้ ลกั เกลียว 6. ตระหนักคุณภาพของงาน มีวินัย มีความ
รับผิดชอบ

สงั คม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ส่ิงแวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูวิทยา ปราจันทร์

1

แผนผังความคิด ศกึ ษาเร่ือง ระบบหนว่ ยและสมการพื้นฐาน
โดยบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมาณ ภมู คิ มุ้ กนั

4. สามารถใชค้ ำนำหน้าหน่วยได้ 4. บอกปริมาณหน่วยวัดอนพุ ัทธ์

มเี หตผุ ล

1. บอกเหตุผลในการใชห้ น่วย
วดั ได้

หนว่ ยท่ี 1 คุณธรรม

5. ตระหนกั คณุ ภาพของงาน
มวี นิ ัย มคี วามรบั ผดิ ชอบ

1. ความร/ู้ ทักษะ

- หนว่ ยฐาน
- หนว่ ยเสริม
- หน่วยอนุพทั ธ์
- คำนำหนา้ หน่วย

สังคม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม สงิ่ แวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

2

แผนการจดั การเรยี นรู้
ชอื่ วิชา ความแข็งแรงของวัสดุ รหสั วชิ า 20103-2206

หน่วยที่ 1 ระบบหน่วยและสมการพน้ื ฐาน
สอนครงั้ ท่ี 1-3 ชั่วโมงที่ 1-6 เวลา 6 ชั่วโมง

สาระสำคญั
หน่วยวัดในระบบ SI unit เป็นหน่วยวัดที่ใช้กันอย่างงแพร่หลายทั่วโลก โดยมีการประชุมใหญ่

ของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติในหน่วยมาตรฐานสากลระหว่างชาติคร้ังที่ 11 ปี พ.ศ. 2503 ที่ประเทศ
ฝรงั่ เศสได้กำหนดระบบหน่วยวดั ใหม่ เรยี กวา่ ระบบ SI – unit (System Internationalsd’unite’s )
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงคท์ ่ัวไป

มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับหน่วยในระบบ SI และสมการพ้ืนฐาน
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
ด้านพุทธิพิสยั

1. สามารถใช้หน่วยเอสไอในการคำนวณ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. สามารถเขียนสมการและแกส้ มการไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ดา้ นจติ พสิ ยั
1. มีความตรงต่อเวลา
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. มกี ริ ิยา วาจาสภุ าพ
4. มคี วามสนใจใฝร่ ู้
5. มีความซอ่ื สตั ย์ และคุณธรรม
6. มีการดแู ล บำรงุ รกั ษา วสั ดุและอปุ กรณ์
7. มรี ะเบยี บวนิ ยั ในการทำงาน
สมรรถนะรายหน่วย
แสดงความรู้เกยี่ วกบั หนว่ ยในระบบ SI และสมการพนื้ ฐาน
หวั ข้อการเรยี นรู้
1.1 หนว่ ยฐาน (Basic Units)
1.2 หนว่ ยเสรมิ (Supplementary Units)
1.3 หน่วยอนพุ ทั ธ์ (Derived Units)
1.4 คำนำหนา้ หน่วย (Prefixes)

ครูอันธิกา แก้วบญุ ธรรม

3

กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ท่ี 1-3)

กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน

ภาคทฤษฎี

เตรียมก่อนการสอน

ควรเตรยี มก่อน ใน 1 สปั ดาห์กอ่ นการเรียน

1. เตรียมไฟลข์ ้อมลู เอกสารประกอบการสอน 1. ผเู้ รยี นเตรยี มอปุ กรณ์การเรยี น

2. เตรยี มตวั อยา่ ง เตรียมส่ือออนไลน์ แหลง่ เรยี นรู้ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเลต็ หรอื สมาร์ทโฟน

ออนไลน์ พร้อมหูฟัง และสัญญาณอินเตอร์เนต็

3. เตรียมแบบทดสอบแบบเลือกตอบ โดยใช้

Google form

ข้ันเร่ิม กระบวนการสอน ขนั้ เร่ิม กระบวนการเรยี น

ใชแ้ อบพลิ เคช่นั Meet ท่รี ะบไุ ว้ใน Google ใชแ้ อบพลิ เคช่นั Meet

Classroom (ช่ัวโมงท่ี 1-6)
1. สอบถามความพร้อมของสัญญาณของนักศึกษา 1. แจง้ ความพร้อมในการรับสัญญาณ

แต่ละคน 2. รับทราบจุดประสงค์การเรียนรู้หน่วยที่ 1 และ
2. ผูส้ อนแจ้ง จุดประสงค์การเรียนรหู้ น่วยท่ี 1 วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
และวิธกี ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ (เวลา

10 นาที) 3. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3. ครใู ห้ผูเ้ รยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 4. ผู้เรยี น ตอบปญั หา
4. ครนู ำเข้าบทเรียน

ใชค้ ำถามกระตุ้นปลูกฝงั หลักคิดความพอเพียง

ไดแ้ ก่

- มเี หตผุ ลอยา่ งไร ในการใช่หนว่ ย SI (มีเหตุผล)

- หากไมม่ ีความรู้เรือ่ งระบบหน่วยจะเกิดความ

สบั สนอย่างไร (มีเหตผุ ล)

- เม่ือนักเรียนมีความรู้เรื่องระบบหน่วยมูลฐานจะ

ส่งผลดีอย่างไร ? (ภูมคิ ุ้มกัน)

5. ครูผูส้ อนอธิบายเนอื้ หาสาระ 5. ผูเ้ รียนฟงั คำบรรยาย ตามหัวขอ้ เรยี นรู้ด้วย
หน่วยท่ี 1 ระบบหนว่ ย (หัวข้อละ 10 นาที ) ความต้งั ใจ สนใจ สามารถแสดงความคิดเห็น
(ถาม-ตอบ)โดยมผี สู้ อน คอยตอบคำถาม และ
1.1 หนว่ ยฐาน (Basic Units) แนะนำจากการใช้ Google Meet
1.2 หน่วยเสริม (Supplementary Units)

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม

4

1.3 หนว่ ยอนพุ ัทธ์ (Derived Units)
1.4 คำนำหนา้ หนว่ ย (Prefixes)
สรปุ เนื้อหาในการสอนออนไลน์ มอบหมายให้ทำ
แบบฝกึ หัด และแนะนำการเรยี นหรือทำกจิ กรรม
ตอ่ ไป

กิจกรรมเสนอแนะ/ งานท่มี อบหมาย
ศึกษาคน้ คว้าเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกบั ระบบหน่วย SI และสมการพ้ืนฐาน

การวัดและประเมินผล
วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบหลังเรียน
เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล
- แบบทดสอบหลังเรียน
- แบบประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
เกณฑก์ ารวัดผล และประเมินผล
- ผ่านเกณฑ์การประเมิน รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมนิ แต่ละประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซกั ถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยดั และมคี วามอดทน
ดา้ นทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน

วิธีการแก้ปญั หาในกรณที ผ่ี เู้ รียนไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงคท์ กี่ ำหนด
1. สอนซ่อมเสริมให้กบั ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑใ์ นแตล่ ะจดุ ประสงค์ โดยใช้วิธกี ารดงั นี้
- แนะนำ/สอนเสริมในส่วนที่ยงั ไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พื่อนที่ผ่านเกณฑส์ อนเพ่ือน
- มอบหมายใหง้ านเพ่ิมเติมนอกเวลา
- ดคู ลปิ การสอนเนอื้ หาใน Google Classroom
2. ทดสอบเพ่ือประเมนิ ผล

ครูอนั ธกิ า แกว้ บุญธรรม

5

สอื่ การเรยี นการสอน
1. ไฟลเ์ นื้อหา วิชาคณติ ศาสตรช์ า่ งเช่ือม รหัสวชิ า 20103-2009
2. คลปิ การสอนโดยใชส้ ื่อ Power Point หน่วยท่ี 1
3. วัสดุ-อุปกรณอ์ นื่ ๆ

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

6

แบบฝกึ หัด (Google Classroom)
หนว่ ยที่ 1 ระบบหนว่ ย

คำสง่ั จงแสดงวิธีทำแบบฝึกหัดตอ่ ไปน้ี
1. จงเปล่ียนตัวเลขให้เป็นคำอุปสรรค

1.1 536,000 N
1.2 87,692,000,000,000 W
1.2 620,000,000 J

1.4 0.0000082 

1.5 0.000000087A
2. จงเปล่ียนคำอปุ สรรคใหเ้ ปน็ ตวั เลข

2.1 486 MJ
2.2 8.72 KW

2.3 92 A
2.4 623 GN
2.5 1.103 mg

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม

7

เฉลยแบบฝกึ หดั (Google Classroom)

หนว่ ยที่ 1 ระบบหน่วย

1. จงเปลี่ยนตวั เลขให้เปน็ คำอุปสรรค

1.1 536,000 N

1. เปลี่ยนคา่ ตวั เลขให้เปน็ เลขพหุคณู = 563103 N

2. ตัดตัวเลขฐานสิบยกกำลังออกใชค้ ำอปุ สรรค = 563 kN

1.2 87,692,000,000,000 W

1. เปลี่ยนคา่ ตัวเลขใหเ้ ป็นเลขพหุคูณ = 87,692109 W

2. ตดั ตวั เลขฐานสิบยกกำลังออกใชค้ ำอุปสรรค = 87,692 GW

1.3 620,000,000 J

1. เปลี่ยนค่าตัวเลขให้เป็นเลขพหุคณู = 62107 J

107 ไม่มใี นระบบใหใ้ ช้ 106 = 620106 J

2. ตัดตัวเลขฐานสิบยกกำลังออกใชค้ ำอุปสรรค = 620 MJ

หรืออาจใช้ 109 = 0.62109

= 0.62 GJ

1.4 0.0000082 

1. เปลย่ี นคา่ ตัวเลขใหเ้ ป็นเลขพหคุ ณู = 8210-7 

10-7 ไม่มใี นระบบใหใ้ ช้ 10-6 = 8.210-6 

2. ตัดตัวเลขฐานสิบยกกำลังออกใช้คำอปุ สรรค = 8.2 

1.5 0.000000087A

1. เปลย่ี นค่าตัวเลขใหเ้ ป็นเลขพหุคูณ = 8710-9A

2. ตัดตัวเลขฐานสิบยกกำลังออกใช้คำอปุ สรรค = 87nA

2. จงเปล่ียนคำอุปสรรคให้เป็นตัวเลข

2.1 486 MJ

1. เปล่ยี นค่าตวั เลขให้เปน็ เลขฐานสิบยกกำลัง = 486106J

2. ทำเลขพหุคณู ให้เป็นคา่ ตวั เลข = 486,000,000J

2.2 8.72 KW

1. เปลย่ี นคา่ ตวั เลขให้เปน็ เลขฐานสิบยกกำลัง = 8.72103W

2. ทำเลขพหุคูณให้เปน็ ค่าตัวเลข = 8,720W

2.3 92 A

1. เปล่ยี นคา่ ตัวเลขใหเ้ ปน็ เลขฐานสิบยกกำลงั = 9210-6A

ครูอนั ธิกา แกว้ บุญธรรม

2. ทำเลขพหุคูณให้เป็นคา่ ตัวเลข 8
2.4 623 GN
= 0.000092A
1. เปลย่ี นค่าตัวเลขให้เปน็ เลขฐานสิบยกกำลงั
2. ทำเลขพหุคณู ใหเ้ ป็นค่าตัวเลข = 623109N
2.5 1.103 mg = 623,000,000,000N

1. เปลยี่ นค่าตวั เลขใหเ้ ปน็ เลขฐานสบิ ยกกำลัง = 1.10310-3g
2. ทำเลขพหคุ ณู ใหเ้ ป็นค่าตัวเลข = 0.001103g

ครูอันธิกา แก้วบญุ ธรรม

9

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรียน
หนว่ ยที่ 1 ระบบหน่วยและสมการพน้ื ฐาน

คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นแสดงวิธีทำ
1. เสาสี่เหลี่ยมจัตุรัสต้นหนึ่งมีความกว้างทั้งสี่ด้านเท่ากกับ 0.50 เมตร จงหาพื้นที่หน้าตัดของ

เสาต้นน้ี

2. ท่อเหล็กเส้นหน่ึงมีพ้ืนที่หน้าตัดเท่ากับ 420 มิลลิเมตร หากมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
เท่ากบั 42 มลิ ลเิ มตร จงหาขนาดเสน้ ผ่านศุนย์กลางภายในของทอ่ เหลก็ เส้นนี้

3. เหล็กรูปสามเหลี่ยมมุมฉากฐานกวา้ ง 540 มิลลิเมตร สูง 0.64 เมตร จงหาพ้ืนที่ของรูป
สามเหล่ียมนี้

ครูอนั ธิกา แกว้ บญุ ธรรม

10
4. เสากลมต้นหนึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากบั 0.57 เมตร จงหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ของเสาต้นน้ี

5. จงหาพ้ืนที่หน้าตัดของเสาสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้าเสาต้นมีขนาดของด้านหนึ่งยาวท่ากับ 580
มิลลิเมตร และอีกดา้ นหน่ึงยาวเท่ากับ 0.62 เมตร

6. ท่อเหล็กเส้นหน่ึงมีพ้ืนที่หน้าตัด เท่ากับ 370 มิลลิเมตร หากมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
เท่ากบั 35 มิลลเิ มตร จงหาขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางภายในของท่อเหล็กเส้นน้ี

ครูอันธิกา แก้วบุญธรรม

11

ครูอนั ธกิ า แก้วบุญธรรม

12

แบบประเมนิ จติ พิสัยของผู้เรยี น
หนว่ ยท่ี 1 ระบบหน่วยและสมการพ้นื ฐาน

ีมความตรง ่ตอเวลา
ีมความรับ ิผดชอบ
ีมกิริยา วาจา ุสภาพ
ีมความปลอดภัยฯ
ีมความสนใจใ ่ฝรู้
ีมความ ่ืซอสัตย์ และคุณธรรม
ีมการ ูดแล บำรุงรักษาฯ
ีมระเ ีบยบวิ ันยฯ

รวมคะแนน
คิดเ ็ปน ้รอยละ
ผลการประเ ิมน
ที่ ชื่อ-สกุล

4 4 4 4 4 4 4 4 32

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ใชม้ าตรวดั 5 ระดบั 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง 0=ไมผ่ ่าน (ไมเ่ ข้าเรยี น)

เกณฑ์การประเมนิ
ดี มากกวา่ ร้อยละ 80
พอใช้ รอ้ ยละ 60 – 79
ปรับปรุง น้อยกว่าร้อยละ 60

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

13

บันทึกหลงั การสอน (ระบบ RMS)

ผลท่ีเกดิ กับผ้เู รียน
………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลทเ่ี กดิ จากการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาท่พี บ

………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่
(นางสาวอันธกิ า แกว้ บุญธรรม)
ครูผสู้ อน

ครูอนั ธิกา แก้วบญุ ธรรม

14

แผนผงั ความคดิ ศึกษาเร่ือง ความเคน้ และความเครยี ด
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมาณ

4. คำนวณความเหมาะสมในการทำแรง

มเี หตุผล ภูมคิ ุ้มกนั

1. บอกเหตุผลในการใช้วสั ดุเพอ่ื 4. คำนวณการใช้วสั ดุได้ในการรบั น้ำหนกั ท่ีมากระทำ
รองรับความเค้นและความเครยี ด

หน่วยท่ี 2 คุณธรรม

5. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มีวินัย มีความรบั ผดิ ชอบ

1. ความรู/้ ทักษะ

- ความเคน้ ปกติ
- ความเคน้ เฉือน
- ความเครียดดงึ
- ความเครยี ดอัด
- ความเครยี ดเฉอื น

สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูอนั ธกิ า แกว้ บุญธรรม

15

แผนการจดั การเรียนรู้
ช่อื วิชา ความแข็งแรงของวัสดุ รหสั วชิ า 20103-2206

หนว่ ยท่ี 2 ความเคน้ และความเครียด
สอนครั้งที่ 4-6 ช่วั โมงท่ี 7-12 เวลา 6 ชั่วโมง

สาระสำคญั
การออกแบบทางช่างอุตสาหกรรม จำเป็นต้องออกแบบชิ้นงานให้มีความแข็งแรงเพียงพอต่อ

การใช้งาน โดยช้นิ สว่ ยนน้ั ตอ้ งมีคุณสมบตั ิ 2 อยา่ ง คือ
1. ชิ้นงานมคี วามแขง็ แรงพอที่จะสามารถรับแรงท่ีมากระทำขณะใช้งานได้ตามปกติ
2. ช้ินงานนั้นต้องไมเ่ ปลีย่ นแปลงขนาดมากเกนิ ไป
วัสดุแต่ละชนิด เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง โลหะผสมต่างๆ พลาสติด ยาง เป็นต้น ต่างมี

ความแข็งแรงไม่เท่ากัน จึงต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อให้การออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักรและโครงสร้างงาน
อาคารได้ถกู ต้องโดยคำนึงถึงการเลือกวัสดุ ขนาด ราคา และความสวนงามได้เหมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ท่วั ไป

มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความเคน้ และความเครียด
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
ดา้ นพทุ ธิพิสัย

1. สามารถคำนวณหาค่าความเค้นปกติ ได้อย่างถูกต้อง
2. สามารถคำนวณหาค่าความเคน้ เฉือนได้อยา่ งถกู ต้อง
3. สามารถคำนวณหาคา่ ความเค้นใช้งาน ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
4. สามารถคำนวณหาคา่ ความเครยี ด ได้อยา่ งถกู ต้อง
ด้านจิตพิสยั
1. มคี วามตรงต่อเวลา
2. มคี วามรับผดิ ชอบ
3. มกี ริ ยิ า วาจาสุภาพ
4. มีความสนใจใฝ่รู้
5. มีความซ่อื สัตย์ และคุณธรรม
6. มีการดแู ล บำรงุ รักษา วัสดแุ ละอปุ กรณ์
7. มรี ะเบยี บวนิ ัยในการทำงาน
สมรรถนะรายหนว่ ย
แสดงความรู้เกย่ี วกับความเคน้ และความเครยี ดของวสั ดุ

ครูอันธิกา แก้วบุญธรรม

16

หวั ข้อการเรยี นรู้
2.1 ความเค้นปกติ
2.2 ความเค้นเฉอื น
2.3 ความเครียดดึง
2.4 ความเครยี ดอัด
2.5 ความเครยี ดเฉอื น

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ท่ี 4-6)

กจิ กรรมผ้สู อน กิจกรรมผเู้ รียน

ภาคทฤษฎี

เตรียมก่อนการสอน

ควรเตรยี มก่อน ใน 1 สัปดาห์ก่อนการเรยี น

1. เตรียมไฟล์ข้อมลู เอกสารประกอบการสอน 1. ผู้เรียนเตรียมอปุ กรณ์การเรียน

2. เตรยี มตัวอยา่ ง เตรียมสื่อออนไลน์ แหล่งเรียนรู้ เช่น คอมพวิ เตอร์ แทบ็ เล็ต หรอื สมารท์ โฟน

ออนไลน์ พร้อมหูฟงั และสัญญาณอนิ เตอร์เนต็

3. เตรียมแบบทดสอบแบบเลือกตอบ

ขนั้ เรมิ่ กระบวนการสอน ขัน้ เร่ิม กระบวนการเรยี น

ใช้แอบพิลเคชั่น Meet ที่ระบไุ วใ้ น Google ใชแ้ อบพลิ เคชั่น Meet

Classroom (ชั่วโมงท่ี 7-12)
1. สอบถามความพร้อมของสัญญาณของนักศึกษา 1. แจ้งความพร้อมในการรับสัญญาณ

แต่ละคน 2. รับทราบจุดประสงค์การเรียนรู้หน่วยที่ 2 และ
2. ผสู้ อนแจ้ง จุดประสงค์การเรียนรหู้ น่วยท่ี 2 วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
และวธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ (เวลา

10 นาท)ี 3. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครูใหผ้ ู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 4. ผ้เู รียน ตอบปญั หา
4. ครูนำเขา้ บทเรียน

ใช้คำถามกระต้นุ ปลกู ฝังหลักคิดความพอเพียง

ได้แก่

- มเี หตุผลอยา่ งไร ในเลือกใช้วัสดุ (มีเหตุผล)

- หากไมม่ ีความรู้เรือ่ งความเค้นและความเครียด

จะเกดิ ความสบั สนอยา่ งไร (มีเหตผุ ล)

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม

17

- เมอ่ื นักเรยี นมีความรเู้ รื่องความเค้นและ

ความเครยี ดจะส่งผลดอี ยา่ งไร ? (ภูมิคุ้มกัน)

5. ครูผู้สอนอธิบายเนือ้ หาสาระ 5. ผ้เู รยี นฟงั คำบรรยาย ตามหวั ข้อ เรยี นรดู้ ว้ ย

หนว่ ยที่ 2 ความเคน้ และความเครยี ด (หวั ข้อละ ความตัง้ ใจ สนใจ สามารถแสดงความคดิ เห็น

10 นาที ) (ถาม-ตอบ)โดยมผี ู้สอน คอยตอบคำถาม และ

2.1 ความเค้นปกติ แนะนำจากการใช้ Google Meet

2.2 ความเค้นเฉือน

2.3 ความเครียดดึง

2.4 ความเครียดอัด

2.5 ความเครียดเฉอื น

สรปุ เนือ้ หาในการสอนออนไลน์ มอบหมายให้ทำ

แบบฝกึ หัด และแนะนำการเรียนหรอื ทำกิจกรรม

ตอ่ ไป

กิจกรรมเสนอแนะ/ งานท่มี อบหมาย
ศกึ ษาค้นควา้ เพิม่ เติมเก่ยี วกบั ความเค้นและความเครยี ด

การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตการทำงาน
- ทดสอบหลังเรยี น
เครอื่ งมอื วัดและประเมนิ ผล
- แบบทดสอบหลงั เรยี น
- แบบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน
เกณฑก์ ารวัดผล และประเมินผล
- ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ร้อยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท
ด้านความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หดั แบบทดสอบ
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยดั และมีความอดทน

ครูอนั ธกิ า แกว้ บุญธรรม

18
ดา้ นทักษะกระบวนการ

- กระบวนการทำงาน
วธิ กี ารแกป้ ญั หาในกรณที ่ผี ้เู รียนไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงค์ทกี่ ำหนด

1. สอนซ่อมเสริมให้กบั ผู้เรียนท่ไี ม่ผา่ นเกณฑใ์ นแต่ละจุดประสงค์ โดยใช้วิธีการดงั นี้
- แนะนำ/สอนเสริมในสว่ นทย่ี ังไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พ่อื นทผ่ี ่านเกณฑ์สอนเพื่อน
- มอบหมายให้งานเพ่ิมเตมิ นอกเวลา
- ดคู ลปิ การสอนเนื้อหาใน Google Classroom

2. ทดสอบเพ่ือประเมนิ ผล
สอ่ื การเรียนการสอน

1. ไฟล์เนอ้ื หา วชิ าความแขง็ แรงของวสั ดุ รหัสวชิ า 20103-2206
2. คลิปการสอนโดยใชส้ อ่ื Power Point หน่วยท่ี 2
3. วสั ดุ-อุปกรณ์อืน่ ๆ

ครูอันธิกา แก้วบญุ ธรรม

19

แบบฝึกหัด
หนว่ ยที่ 2 ความเคน้ และความเครยี ดของวัสดุ

คำสั่ง จงแสดงวิธีทำแบบฝึกหัดตอ่ ไปนี้
1. ลวดเส้นหนึ่งมขี นาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 3 มลิ ลเิ มตร ถกู ดึงด้วยแรง 234 นวิ ตัน จงหาความเค้น

ดึงในเสน้ ลวดนี้
2. ต้องการเจาะแผน่ โลหะให้เป็นรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 420 มิลลิเมตร ถ้าแผ่นโลหะหนา

35 มิลลิเมตร ความเค้นเฉอื นของแผ่นโลหะเท่ากบั 360 จิกะนวิ ตนั /ตารางเมตร จงหาแรงตดั เจาะ
3. จงหาขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางของเหลก็ เสน้ เพื่อรับแรงดึง 24 กิโลนิวต้น ถ้าความเคน้ ดึงเท่ากับ

31 เมกะนิวตัน/ตารางมลิ ลเิ มตร
4. เครื่องมือชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับหาความแข็งแรงในการรับแรงเฉือนของโลหะ โดยออกแรง F

จนกระทั่งเหล็กตัวอย่างขาด ถ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กตัวอย่างเท่ากบั 25 มิลลิเมตร และใช้แรง
F เทา่ กบั 204 กิโลนิวตัน จงึ ทาให้เหล็กตัวอย่างขาดออกได้ จงหาความเค้นเฉอื นของเหล็กตวั อย่าง

5. จงหาค่าความเครียดดึงของเหล็กเส้นหนึ่งซ่ึงยาวเท่ากับ 1.30 เมตร และยืดออก 0.49
มลิ ลิเมตร

6. จงหาขนาดที่เปลี่ยนไปของท่อนเหล็ก ถ้าท่อนเหล็กน้ีมีความเครียดเฉือนเท่ากับ 0.0024
เรเดียน และมขี นาดเดิมเท่ากบั 0.15 เมตร

7. เหล็กเส้นหน่ึงมีค่าความเครียดอัด เท่ากบั 0.0037 ถ้าเหล็กเส้นนี้เปลี่ยนแปลงขนาดไป 1.49
มิลลเิ มตร จงหาขนาดเดิมของเหลก็ เสน้ น้ี

ครูอนั ธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

20

เฉลยแบบฝึกหดั
หนว่ ยที่ 2 ความเคน้ และความเครยี ดของวสั ดุ

คำสง่ั จงแสดงวิธีทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้
1. ลวดเส้นหน่ึงมขี นาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง 3 มลิ ลิเมตร ถกู ดงึ ด้วยแรง 234 นิวตัน จงหาความเค้น

ดงึ ในเสน้ ลวดน้ี

2. ต้องการเจาะแผน่ โลหะให้เป็นรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 420 มิลลิเมตร ถ้าแผ่นโลหะหนา
35 มิลลิเมตร ความเค้นเฉือนของแผ่นโลหะเท่ากบั 360 จกิ ะนวิ ตัน/ตารางเมตร จงหาแรงตดั เจาะ

ครูอนั ธิกา แกว้ บุญธรรม

21
3. จงหาขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางของเหลก็ เสน้ เพ่ือรับแรงดึง 24 กโิ ลนิวต้น ถ้าความเคน้ ดึงเท่ากับ
31 เมกะนวิ ตัน/ตารางมิลลิเมตร

4. เครื่องมือชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับหาความแข็งแรงในการรับแรงเฉือนของโลหะ โดยออกแรง F
จนกระท่ังเหล็กตัวอย่างขาด ถ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กตัวอยา่ งเท่ากบั 25 มิลลิเมตร และใช้แรง
F เทา่ กบั 204 กิโลนิวตัน จึงทาให้เหลก็ ตัวอย่างขาดออกได้ จงหาความเค้นเฉือนของเหลก็ ตวั อย่าง

ครูอนั ธิกา แกว้ บญุ ธรรม

22
5. จงหาค่าความเครียดดึงของเหล็กเส้นหนึ่งซ่ึงยาวเท่ากับ 1.30 เมตร และยืดออก 0.49
มลิ ลิเมตร

6. จงหาขนาดที่เปลี่ยนไปของท่อนเหล็ก ถ้าท่อนเหล็กนี้มีความเครียดเฉือนเท่ากับ 0.0024
เรเดียน และมขี นาดเดมิ เทา่ กับ 0.15 เมตร

7. เหล็กเส้นหนึ่งมีค่าความเครียดอัด เท่ากบั 0.0037 ถ้าเหล็กเส้นน้ีเปลี่ยนแปลงขนาดไป 1.49
มลิ ลเิ มตร จงหาขนาดเดมิ ของเหลก็ เส้นนี้

ครูอนั ธกิ า แก้วบุญธรรม

23

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรยี น

หนว่ ยที่ 2 ความเค้นและความเครยี ด

คำช้แี จง : ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องเพยี งข้อเดียว

1. ความเค้นมีกปี่ ระเภท

ก. 2 ข. 3 ค. 4 ง. 5
ง. 5
2. ความเค้นปกติมีก่ีชนดิ

ก. 2 ข. 3 ค. 4

3. tensile stress หมายถึงความเค้นชนดิ ใด

ก. ความเค้นเฉอื น ข. ความเคน้ ปกติ

ค. ความเค้นดงึ ง. ความเค้นอัด

4. จากภาพเปน็ ความเค้นชนิดใด

ก. ความเคน้ เฉือน ข. ความเค้นปกติ

ค. ความเค้นดงึ ง. ความเค้นอัด

5. จากสัญลักษณด์ ังกลา่ วใช้แทนความเคน้ ชนดิ ใด

ก. ความเคน้ เฉือน ข. ความเค้นปกติ

ค. ความเคน้ ดงึ ง. ความเค้นอัด

6. ข้อใดไม่ใชค่ วามเครียดของวสั ดุ

ก. ความเครียดดึง ข. ความเครยี ดเฉอื น

ค. ความเครยี ดอัด ง. ความเครียดสะสม

7. สว่ นที่ยืดออกของวัตถุ คอื สัญลักษณใ์ ด

ก. ข. ค. ∅ ง.

8. shear strain หมายถงึ ความเครยี ดชนดิ ใด

ก. ความเครยี ดดงึ ข. ความเครยี ดเฉือน

ค. ความเครียดอัด ง. ความเครียดสะสม

9. เหล็กเส้นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร ถูกดึงด้วยแรง 240 นิวต้น เหล็กเส้นนี้ความเค้นแรง

ดึงตรงกับข้อใด

ก. 11.12 N/mm2 ข. 12.23 N/mm2 ค. 12.35 N/mm2 ง. 13.23 N/mm2

10. เหล็กท่อนหนึ่งมีขนาดเดิมเท่ากบั 1.08 เมตร และเมื่อถูกแรงเฉือนมากระทำจึงเกิดการเปลี่ยนรูปไป

เทา่ กบั 1.54 มิลลิเมตร คา่ ความเครียดเฉอื นทอ่ นนต้ี รงกบั ขอ้ ใด

ก. 0.014 rad ข. 0.0014 rad ค. 0.00014 rad ง. 0.000014 rad

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

24

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
หนว่ ยที่ 2 ความเคน้ และความเครยี ด

ขอ้ ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ก ก ค ง ก ง ก ข ข ข

ครูอันธกิ า แก้วบญุ ธรรม

25

แบบประเมินจติ พสิ ัยของผเู้ รยี น
หนว่ ยที่ 2 ความเคน้ และความเครียด

ีมความตรง ่ตอเวลา
ีมความรับ ิผดชอบ
ีมกิริยา วาจา ุสภาพ
ีมความปลอดภัยฯ
ีมความสนใจใ ่ฝรู้
ีมความ ่ืซอสัตย์ และคุณธรรม
ีมการ ูดแล บำรุงรักษาฯ
ีมระเ ีบยบวิ ันยฯ

รวมคะแนน
คิดเ ็ปน ้รอยละ
ผลการประเ ิมน
ท่ี ชอ่ื -สกุล

4 4 4 4 4 4 4 4 32

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ใช้มาตรวัด 5 ระดับ 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรุง 0=ไมผ่ า่ น (ไมเ่ ข้าเรยี น)

เกณฑ์การประเมิน
ดี มากกว่าร้อยละ 80
พอใช้ ร้อยละ 60 – 79
ปรบั ปรุง น้อยกว่ารอ้ ยละ 60

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

26

บนั ทึกหลงั การสอน (ระบบ RMS)

ผลทีเ่ กดิ กับผ้เู รียน
………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลท่เี กดิ จากการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทีพ่ บ

………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่
(นางสาวอันธิกา แกว้ บุญธรรม)
ครผู สู้ อน

ครูอนั ธิกา แก้วบญุ ธรรม

27

แผนผังความคดิ ศกึ ษาเร่ือง ความสัมพันธ์ระหวา่ งความเค้นและความเครียด
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พอประมาณ

4. คำนวณความเหมาะสมในการทำแรง
เมื่ออณุ หภมู เิ ปล่ียนไป

มีเหตุผล ภมู คิ ุ้มกัน

1. บอกเหตุผลความสมั พนั ธ์ 4. คำนวณการใช้วสั ดไุ ด้ในการรบั นำ้ หนกั ที่มากระทำ
ระหวา่ งความเคน้ และความเครยี ด

หนว่ ยที่ 3 คุณธรรม

5. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มวี นิ ัย มีความรับผดิ ชอบ

1. ความรู/้ ทักษะ

- ความเค้นปกติ
- ความเคน้ เฉอื น
- ความเครยี ดดึง
- ความเครียดอดั
- ความเครียดเฉือน

สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สง่ิ แวดล้อม

1,6 2-3 5 4

ครูอนั ธกิ า แก้วบุญธรรม

28

แผนการจดั การเรียนรู้
ชอ่ื วิชา ความแขง็ แรงของวัสดุ รหัสวิชา 20103-2206
หน่วยท่ี 3 ความสมั พันธร์ ะหว่างความเคน้ และความเครยี ด

สอนครงั้ ท่ี 7-9 ช่วั โมงที่ 13-18 เวลา 6 ชว่ั โมง

สาระสำคัญ
ในการหาความแข็งแรงและคุณสมบตั ิตา่ งๆ ของวตั ถุ จะต้องทดสอบความสัมพันธ์ระหวา่ งความ

เค้นและความเครียด หรอื ระหว่างแรงดงึ กับสว่ นท่ียืดออกของตวั อย่างวัสดนุ ั้น จนกระทง่ั หักหรือขาด การ
ทดสอบที่สำคัญและใช้มากที่สุด คือการทดสอบแรงดึง ชิ้นวัสดุทดสอบมีหลายขนาด แต่ขนาดที่นิยมใช้
มากท่สี ดุ คอื ชิน้ ทดสอบรูปทรงกระบอก
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป

มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับความสมั พันธร์ ะหวา่ งความเคน้ และความเครียด
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
ดา้ นพุทธพิ ิสยั

1. สามารถคำนวณหาค่าความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความเค้นและความเครยี ดของวัสดุ ได้อย่าง
ถกู ต้อง

2. สามารถคำนวณหาคา่ ความเคน้ และความเครยี ดทเี่ กิดข้ึนจากการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิ ได้
อยา่ งถูกต้อง
ดา้ นจิตพสิ ัย

1. มีความตรงต่อเวลา
2. มีความรบั ผิดชอบ
3. มีกริ ยิ า วาจาสภุ าพ
4. มคี วามสนใจใฝร่ ู้
5. มคี วามซอื่ สตั ย์ และคุณธรรม
6. มกี ารดแู ล บำรงุ รกั ษา วสั ดแุ ละอปุ กรณ์
7. มีระเบยี บวินัยในการทำงาน
สมรรถนะรายหน่วย
แสดงความรู้เกยี่ วกบั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความเค้นและความเครยี ด
หัวข้อการเรียนรู้
3.1 ความสมั พันธร์ ะหว่าความเค้นและความเครยี ดของวสั ดุ
3.2 ความเคน้ และความเครียดทเ่ี กิดขน้ึ จากการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิ

ครูอันธกิ า แก้วบุญธรรม

29

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ท่ี 7-9)

กจิ กรรมผ้สู อน กจิ กรรมผเู้ รียน

ภาคทฤษฎี

เตรียมก่อนการสอน

ควรเตรยี มก่อน ใน 1 สัปดาห์กอ่ นการเรยี น

1. เตรยี มไฟลข์ ้อมลู เอกสารประกอบการสอน 1. ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์การเรียน

2. เตรยี มตัวอยา่ ง เตรยี มสื่อออนไลน์ แหล่งเรยี นรู้ เช่น คอมพิวเตอร์ แทบ็ เล็ต หรอื สมารท์ โฟน

ออนไลน์ พรอ้ มหูฟัง และสัญญาณอนิ เตอร์เนต็

3. เตรยี มแบบทดสอบแบบเลือกตอบ

ขัน้ เร่ิม กระบวนการสอน ข้นั เร่มิ กระบวนการเรยี น

ใช้แอบพลิ เคชั่น Meet ทร่ี ะบไุ ว้ใน Google ใชแ้ อบพลิ เคชั่น Meet

Classroom (ช่ัวโมงท่ี 13-18)
1. สอบถามความพร้อมของสัญญาณของนักศึกษา 1. แจง้ ความพร้อมในการรับสัญญาณ

แตล่ ะคน 2. รับทราบจุดประสงค์การเรียนรู้หน่วยที่ 3 และ
2. ผู้สอนแจ้ง จดุ ประสงค์การเรียนร้หู น่วยท่ี 3 วิธีการวัดและประเมนิ ผล
และวธิ ีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ (เวลา

10 นาท)ี 3. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3. ครใู หผ้ ู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 4. ผเู้ รยี น ตอบปญั หา
4. ครนู ำเขา้ บทเรยี น

ใช้คำถามกระตุน้ ปลกู ฝังหลักคดิ ความพอเพียง

ไดแ้ ก่

- มเี หตผุ ลอยา่ งไรในเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง (มี

เหตผุ ล)

- หากไม่มีความรูเ้ รื่องความสัมพันธร์ ะหว่างความ

เค้นและความเครยี ดจะเกิดความสบั สนอย่างไร (มี

เหตุผล)

- เมอื่ นกั เรยี นมีความรู้เรื่องความสมั พันธ์ระหวา่ ง

ความเคน้ และความเครยี ดจะสง่ ผลดีอยา่ งไร ?

(ภมู ิคุ้มกัน)

ครูอนั ธกิ า แก้วบญุ ธรรม

30

5. ครผู ู้สอนอธบิ ายเนื้อหาสาระ 5. ผูเ้ รยี นฟงั คำบรรยาย ตามหวั ข้อ เรียนรูด้ ้วย

หนว่ ยที่ 3 ความสมั พนั ธ์ระหว่างความเคน้ และ ความต้งั ใจ สนใจ สามารถแสดงความคิดเห็น

ความเครยี ด (หวั ขอ้ ละ 10 นาที ) (ถาม-ตอบ)โดยมผี สู้ อน คอยตอบคำถาม และ

3.1 ความสัมพันธ์ระหว่าความเค้นและ แนะนำจากการใช้ Google Meet

ความเครยี ดของวสั ดุ

3.2 ความเค้นและความเครียดที่เกดิ ขึ้นจากการ

เปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิ

สรปุ เนื้อหาในการสอนออนไลน์ มอบหมายให้ทำ

แบบฝกึ หัด และแนะนำการเรียนหรอื ทำกจิ กรรม

ตอ่ ไป

กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานท่มี อบหมาย
ศึกษาคน้ คว้าเพมิ่ เติมเกี่ยวกบั ความสัมพันธ์ระหวา่ งความเคน้ และความเครียด

การวดั และประเมินผล
วธิ ีการวัดและประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบหลังเรียน
เครอ่ื งมอื วดั และประเมินผล
- แบบทดสอบหลงั เรยี น
- แบบประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน
เกณฑ์การวัดผล และประเมินผล
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ร้อยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท
ด้านความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ข้อซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยดั และมคี วามอดทน
ดา้ นทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน

ครูอนั ธิกา แกว้ บญุ ธรรม

31
วิธีการแกป้ ญั หาในกรณที ี่ผู้เรยี นไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ทก่ี ำหนด

1. สอนซอ่ มเสรมิ ให้กบั ผู้เรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละจดุ ประสงค์ โดยใชว้ ิธีการดงั น้ี
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในสว่ นที่ยังไมเ่ ข้าใจ
- มอบหมายให้เพอ่ื นที่ผ่านเกณฑส์ อนเพื่อน
- มอบหมายใหง้ านเพ่มิ เตมิ นอกเวลา
- ดูคลปิ การสอนเนอ้ื หาใน Google Classroom

2. ทดสอบเพ่ือประเมินผล
ส่อื การเรยี นการสอน

1. ไฟล์เนอ้ื หา วิชาความแข็งแรงของวสั ดุ รหัสวชิ า 20103-2206
2. คลิปการสอนโดยใช้สื่อ Power Point หน่วยท่ี 3
3. วสั ดุ-อปุ กรณ์อ่ืน ๆ

ครูอนั ธกิ า แกว้ บญุ ธรรม

32

แบบฝกึ หัด
หน่วยท่ี 3 ความสมั พันธร์ ะหว่างความเค้นและความเครยี ดของวสั ดุ

คำสง่ั จงแสดงวธิ ีทำแบบฝึกหัดตอ่ ไปน้ี
1. ท่อนเหล็กยาว 420 มิลลิเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มิลลิเมตร ถูกกดด้วยแรง

21 กโิ ลนวิ ตัน หากค่า E เท่ากบั 17 กโิ ลนิวตนั /ตารางมลิ ลิเมตร จงหาสว่ นทีห่ ดลง
2. จงหาความเค้นใช้งานของเหล็กเส้น ถ้าเหล็กเส้นน้ีมีค่าความเค้นสูงสุดเท่ากับ 620 นิวตัน/

ตารางมิลลิเมตร และมีคา่ ความปลอดภัยเทา่ กับ 8.2
3. ท่อทองแดงยาว 2.4 เมตร ยึดปลายท่อทั้งสองด้านให้ติดกับผนัง ถ้าอุณหภูมิเพิ่มข้ึนเป็น 62

องศาเซลเซยี ส จงหาความเค้น โดยให้ เท่ากบั 21×106 องศาเซลเซยี ส และ E เทา่ กบั 240 จกิ ะนวิ ตัน/
ตารางเมตร

4. แท่งเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 36 มิลลิเมตร ยาว 4 เมตร ยึดปลายท้ังสองข้างไว้แน่นถ้า
อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 81 องศาเซลเซียส จงหาความเครียดและความเค้น โดยให้ เท่ากับ 43×106
องศาเซลเซยี ส และ E เท่ากับ 284 จิกะนวิ ตนั /ตารางเมตร

5. จงหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้น ทใี่ ชร้ บั แรงดึงสงู สดุ 85 กโิ ลนวิ ตัน ค่าความเค้นดึง
สงู สดุ ของวัตถเุ ท่ากบั 421 จกิ ะนวิ ตัน/ตารางเมตร และคา่ ความปลอดภัยเทา่ กบั 7.3

6. ท่อนเหล็กยาว 4.50 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มิลลิเมตร ถูกดึงด้วยแรง 37
กิโลนิวตัน หากคา่ E เท่ากบั 25 จกิ ะนิวตัน /ตารางเมตร จงหาส่วนทย่ี ืดออก

ครูอันธกิ า แกว้ บญุ ธรรม


Click to View FlipBook Version