The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sutthinan5708, 2021-04-27 06:27:22

หนังสือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

หนังสือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

ชดุ การเรยี น

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี
พุทธศักราช 2545 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2546)

วชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1

หนว ยท่ี 1

Introduction

สาํ นกั มาตรฐานการอาชีวศึกษาและวชิ าชพี
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร 1 1
Unit 1

คาํ นํา

ประเทศไทยในยคุ ของการแขง ขนั ดานอตุ สาหกรรมและการประกอบธุรกจิ กบั ชาวตา งชาติ ทําให

ภาษาองั กฤษมีบทบาทสาํ คัญอยางมากตอ คนไทย ดงั นน้ั ภาษาอังกฤษซ่งึ เปน เคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ นการ

ตดิ ตอ สอื่ สารกับชนชาตติ าง ๆ จงึ มีความจาํ เปนมากข้นึ การเตรยี มความพรอ มดานภาษาอังกฤษเพื่อให

สามารถใชภ าษาองั กฤษไดอ ยางถูกตองและคลองแคลว จําเปนตอ งหมน่ั ฝก ฝนอยา งตอเนอ่ื ง เพราะการ

รับรภู าษาเปนกระบวนการทางทักษะ ความสามารถในการใชภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสารจะเปน

ประโยชนตอ ผเู รียนในการประกอบอาชีพตอ ไปในอนาคต

ชดุ การเรียนวชิ าภาษาอังกฤษเพือ่ การสอ่ื สาร 1 ผลิตขน้ึ ตามนโยบายของสาํ นักงาน

คณะกรรมการการอาชีวศึกษาดา นการจัดการศกึ ษาทางไกล มีวัตถปุ ระสงคเ พื่อใหผเู รียนสามารถใช

ภาษาองั กฤษในชีวติ ประจําวัน และการประกอบอาชีพ ซึง่ ไดบูรณาการทกั ษะทางภาษา การฟง พดู

อาน และเขยี น ทผี่ ูเรียนสามารถเรียนรูไดด ว ยตนเอง ศกึ ษาคําศัพท สํานวน โครงสรา งภาษา แลวฝก

ปฏบิ ัติตามใบงาน ผูเรยี นสามารถทบทวนการใชภ าษาจากบทเรยี นหนว ยตา ง ๆ และใชเวลาในการ

ฝก ฝนจนคลอ งแคลว ตามความสามารถ โดยศึกษาเอกสารการเรยี นรแู ละปฏิบตั ติ าม “คําชแี้ จงการใช

ชุดการเรียน” ทไี่ ดแนะนําไวแ ลว ทาํ กิจกรรมตามลาํ ดับขั้นตอน ทีจ่ ดั ไวในชุดการเรียน และใชส ่ือประกอบ

หรอื ศกึ ษารวมกับการชมรายการโทรทศั นเ พือ่ การศึกษามูลนธิ ิการศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทยี ม วงั ไกล

กงั วล การใชช ุดการเรยี นนี้ ผสู อนหรอื ครูทที่ าํ หนาทใ่ี หคาํ ปรึกษาควรใหคาํ แนะนําและติดตาม

ประเมินผลการเรยี นรขู องผูเรียน นอกจากน้ีสามารถใชช ดุ การเรยี นนีเ้ ปนส่อื เสริมการสอนภาษาองั กฤษ

เพอ่ื การส่อื สารไดต ามความเหมาะสม

คณะกรรมการกลมุ ผลิตชดุ วชิ าภาษาองั กฤษเพ่อื การสอ่ื สาร 1 หวังเปน อยา งยงิ่ วา
ชุดการเรียนนซ้ี งึ่ ใหความรทู งั้ ดานภาษา และวฒั นธรรม จะเปน ประโยชนต อ ผูเรยี น สามารถใช
ภาษาองั กฤษในการสอ่ื สารกับชาวตางชาติไดต ามวัตถุประสงค

คณะกรรมการกลุมผลติ ชดุ วชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร 1

ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1 2
Unit 1

รายละเอียดชดุ การเรียน

คําอธบิ ายชุดวิชา

ศกึ ษาโครงสรา ง ศัพท สาํ นวนภาษาอังกฤษ ท่ีใชใ นการสือ่ สารในชีวิตประจําวนั และ
การประกอบอาชีพ

จุดประสงคชดุ วชิ า

1. เพอื่ ใหม คี วามรูค วามเขา ใจเก่ียวกบั โครงสราง ศพั ท สํานวนภาษาอังกฤษท่ีใชสอื่ สารใน
สถานการณต างในชีวติ ประจําวันและการประกอบอาชพี

2. เพ่ือใหส ามารถใชภาษาอังกฤษในการติดตอสือ่ สารกบั ชาวตา งชาติ

รายช่อื ชดุ การเรียน Introduction
Tell me about yourself
หนว ยท่ี 1 Family
Can I take your order?
หนวยท่ี 2 Locations
หนว ยท่ี 3 Directions
หนว ยท่ี 4 Date & Time
หนวยท่ี 5 Daily routine
หนวยที่ 6 Talking about past activities
หนวยท่ี 7 What does he/she look like?
หนวยท่ี 8 What does it look like?
หนวยท่ี 9 Offering and Requesting
หนวยที่ 10 Invitations
หนวยที่ 11 Making a phone call
หนว ยที่ 12 Occupations
หนว ยท่ี 13 Suggestions
หนวยท่ี 14 Shopping
หนวยท่ี 15
หนว ยท1่ี 6
หนวยท1่ี 7

ภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร 1 3
Unit 1

คาํ ชีแ้ จงการใชช ุดการเรยี น

1. การใชชุดการเรียน

เน่อื งจากชุดการเรียนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 1 มีจดุ ประสงคเ พอ่ื ใหผูเรียนสามารถใช
ภาษาอังกฤษในสถานการณต า ง ๆ ผเู รียนควรศกึ ษา คําศัพท สํานวน และโครงสรา งภาษา ฝก ทกั ษะ
การฟง พดู อาน เขียน ซงึ่ ผเู รียนสามารถใชช ุดการเรยี นนคี้ วบคกู บั การชมรายการโทรทัศนเ พื่อ
การศกึ ษาของมูลนิธกิ ารศึกษาทางไกลผา นดาวเทียม หรอื ศึกษาจากซดี ีประกอบเสยี ง ผูเรียนควรระลึก
ไวเสมอวา การเรียนรูภ าษาจําเปนอยางยิ่งทีจ่ ะตองศึกษาและฝก ฝนอยา งสมํ่าเสมอจงึ จะสามารถใชภ าษา
ในการส่ือสารไดดี

2. ส่อื การเรยี นรทู ีใ่ ชในการศึกษา

ชดุ การเรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สาร 1 มีเนอื้ หาการเรียนรู จํานวน 17 หนว ย
แตละ หนว ยประกอบดว ย

2.1 ใบความรู ใหศึกษา คําศัพท สาํ นวน โครงสรา งภาษาท่ใี ชในสถานการณตา ง ๆ
2.2 ใบงาน สําหรบั ฝก ปฏบิ ัติ ทกั ษะการฟง พูด อาน และเขียน
2.3 แบบประเมนิ ผลตนเองหลังเรียน

2.4 ซดี ปี ระกอบเสียงจํานวน 1 แผนซ่งึ ใชส ญั ลักษณ•ในบทเรยี น

2.5 พจนานกุ รม (ทง้ั ประเภทองั กฤษ –อังกฤษ และประเภทองั กฤษ – ไทย)

3. ขน้ั ตอนการศึกษาชดุ การเรียน

ผูเ รยี นควรปฏบิ ัติตามขัน้ ตอนตอ ไปน้ี
3.1 อา นแผนการเรยี นรูประจาํ หนวย
3.2 ศึกษาใบความรแู ลวทาํ กิจกรรมในใบงานทุกกิจกรรมตามทีก่ ําหนดไวใ นแผน

การเรียนรูประจาํ หนวย
3.3 ตรวจคาํ ตอบกับเฉลยคําตอบหลงั การทาํ กิจกรรมในใบงานทุกครง้ั
3.4 ถา ตอบผิด พยายามหาคาํ ตอบวาขอ ทีท่ ําผดิ นั้น ผดิ เพราะอะไร และยอ นกลบั

ไปศึกษาใบความรูนนั้ ๆ อกี ครงั้ หน่ึง สําหรับกจิ กรรมการพดู ฝกฝนใหคลองแลวใหผสู อนประเมิน
3.5 ทาํ แบบประเมนิ ผลตนเองหลังเรยี น และตรวจคาํ ตอบกบั เฉลยและแนวตอบ
3.6 ศกึ ษาเกณฑการประเมนิ ผลตนเอง วาความสามารถอยใู นระดับใด ในกรณที ่ี

ความสามารถอยใู น ระดบั 1 ผเู รียนควรยอ นกลบั ไปศึกษาใบความรใู นหนว ยนนั้ ๆ อีก
3.8 ควรพยายามหาโอกาสฝกฝนทักษะภาษาอังกฤษ โดยการสนทนากบั ชาวตา ง

ประเทศ ถา ทาํ ได และเมื่อมีโอกาส
3.9 ศึกษาในศนู ยการเรยี นรูภ าษาองั กฤษดวยตนเองอยางสมํ่าเสมอ และปรึกษา

ครผู สู อน เมอื่ ตองการความกระจา งในการเรียนรูภ าษาอังกฤษ

ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 1 4
Unit 1

4. การประเมนิ ผล

ผูสอนหรอื ทป่ี รกึ ษาชดุ วิชา และผเู รียน รวมกันประเมนิ ระดับความความสามารถทางภาษา
อังกฤษ โดยเกณฑก ารประเมนิ แบง เปน 4 ระดบั ( 4-3-2-1) คือ ดมี าก ดี พอใช และ ควรปรับปรุง

ผเู รียนศกึ ษาเกณฑและคณุ ภาพของเกณฑ เพอื่ ประเมินระดับความสามารถทักษะการฟง การพดู การอาน และ
การเขียนของตนวาอยใู นระดับใด ผูเ รียนสามารถประเมินระดับความสามารถทางภาษาดวยตนเองจากเฉลย
คาํ ตอบทายบทแตล ะบท และควรพยายามฝกฝนเพ่ือพฒั นาความสามารถทางภาษาของตนใหอ ยใู นระดับที่
สงู ข้นึ อน่งึ สําหรบั ทกั ษะการเขยี น และ พูด ผูสอนควรใหค าํ แนะนําใหผูเรยี นฝก ฝนใหคลองแคลว ม่นั ใจแลว
จงึ ใหค รผู สู อนเปน ผปู ระเมนิ

ภาษาอังกฤษเพ่อื การส่ือสาร 1 5
Unit 1

แผนการเรยี นรูหนว ยที่ 1

Introduction

สาระสาํ คญั

การทักทาย แนะนําตนเองและผูอื่น และการกลา วลา เปนเรือ่ งจาํ เปนสาํ หรับการ
เตรยี มความพรอมผเู รียนเพอื่ การใชภาษาอังกฤษในชีวติ ประจาํ วัน และการประกอบอาชีพ เมื่อตอ ง
พบปะกับชาวตา งชาตใิ นสงั คมทว่ั ไป และการทาํ งาน

เนอ้ื หาสาระ

• คําศพั ทเกย่ี วกับชวงเวลาตาง ๆ ของวนั คาํ นําหนา ช่ือบุคคล
(Vocabulary: Duration of time/ Titles)

• สํานวนการพูดทักทาย แนะนาํ ตนเอง แนะนาํ ผูอน่ื การกลา วลา
(Language function: Greetings / Introducing oneself and others / Leave-taking)

• โครงสรา งภาษา: การใช Verb to be
(Structure: Verb to be: is / am / are)

จุดประสงคการเรยี นรู

เม่ือศึกษาหนว ยที่ 1 จบแลว ผเู รยี นสามารถ
1. พดู ทกั ทาย และแนะนําตวั เองเม่อื พบกันเปนครงั้ แรกไดถกู ตอ งตามกาละ เทศะ และบุคคล
2. พูดแนะนําใหผูอ่นื รูจกั กัน
3. พูดทกั ทาย และกลาวลา
4. ฟง จับใจความสาํ คญั จากบทสนทนา
5. เขยี นเร่อื งราวเก่ียวกับตัวเอง และผูอน่ื อยางสั้น ๆ ได
6. ใชศัพท สํานวน และไวยากรณ ไดถ ูกตอง

กจิ กรรมการเรียนรู

• ศึกษาใบความรู : คําศัพท สาํ นวน โครงสรา งภาษา เก่ยี วกับการทักทาย แนะนาํ ตวั เอง
และ ผูอนื่ และการกลา วลา ในแบบตา ง ๆ

• ปฏบิ ัติตามใบงาน
ใบงานที่ 1
1.1 ทําแบบฝกหัด A - เตมิ บทสนทนาใหถ กู ตอง
1.2 ทาํ แบบฝกหดั B – ฝกถาม-ตอบหาขอ มูลเกย่ี วกบั เพอื่ นในชั้นเรียน
1.3 ทําแบบฝก หัด C – นําขอมลู มาเขียนประโยคเก่ียวกบั ตวั เอง และเพื่อน
ใบงานที่ 2 ทาํ แบบฝกหดั – เติมบทสนทนาใหสมบูรณ
ใบงานที่ 3 จบั คปู ระโยค / คาํ ถาม ใหไดใ จความสมบรู ณ
ใบงานท่ี 4 ฟง บทสนทนาแลว ตอบคําถามใหถ กู ตอง และฝก ออกเสยี ง

6

ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร 1 Unit 1

ส่ือการเรยี นรู

1. ใบความรู เพ่อื ใหนักศกึ ษาไดศ กึ ษาคาํ ศัพท สาํ นวน โครงสรา งภาษาหนวยที่ 1
2. ใบงาน สาํ หรับฝกปฏิบัติ ทกั ษะการฟง พดู อาน เขียน หนวยท่ี 1
3. ซีดีประกอบเสียง ประจําชุดวชิ า จํานวน 1 แผน
4. พจนานุกรม (ทัง้ ประเภทอังกฤษ – องั กฤษ และประเภทอังกฤษ – ไทย)

การประเมินผลตนเองหลังการเรยี น

ทําแบบทดสอบ

1.Speaking: Interview your classmate.
Interview some tourists.

2 Writing: Complete the chart.
Write a full conversation.

3.Structure: Choose the correct answer.

ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร 1 7
Unit 1

ใบความรหู นว ยท่ี 1

การทักทาย แนะนําตนเองและผอู ่ืน และการกลาวลา เปน เรือ่ งจําเปน สําหรับการเตรยี มความ
พรอ มผูเรียนเพ่ือการใชภ าษาอังกฤษในชีวิตประจาํ วัน และการประกอบอาชพี เม่อื ตอ งพบปะกับ
ชาวตา งชาติในสงั คมทั่วไป และการทํางาน การใชภาษาอังกฤษก็เชน เดยี วกบั ภาษาไทย คือมรี ะดบั ของ
ความเปนทางการ (Level of formality) เพอ่ื เลอื กใชใ หเ หมาะสมกบั บุคคลท่ีเรากาํ ลงั สนทนาอยดู วย

• Greeting (การทกั ทาย)

Hi. / Hello. (สวสั ด)ี เปนการทกั ทายแบบไมเปนทางการ (Informal)
ใชท กั ทายบุคคลที่อายใุ กลเคียงกนั เพอื่ น หรอื เพือ่ นรว มงาน หรอื ใชในสถานการณท่ีเปน กนั เอง โดยใช
ชว งเวลาใดก็ได

Good morning. ใชทักทายตอนเชา ถงึ เที่ยง
Good afternoon. ใชทกั ทายตอนบา ย
Good evening. ใชทักทายตอนเย็น และตอนกลางคนื

**Good night. เปน การกลา วลาในตอนกลางคืน หรือ กอนเขานอน
ใชสาํ หรับบุคคลทีม่ ีอายุมากกวา หรอื อาวโุ สกวา ในหนา ท่ีการงาน ใชต ามชวงเวลาของวนั
เปนการทักทายซึ่งใชไ ดท ง้ั แบบเปน ทางการ (formal) และไมเปนทางการ (informal)

• Introduction (การแนะนําตัว)

Introducing oneself (การแนะนาํ ตัวเอง)

เมอื่ พบกันเปนครัง้ แรกเปนมารยาททดี่ ีในการแนะนาํ ตัวเองกอ น

Hi / Hello. My name is Narumon Somboon.
Good morning / afternoon / evening. I am Narumon Somboon.

ทักทายดว ย Hi / Hello. หรือ Good morning / afternoon / evening.
ตามระดบั อาวโุ ส เวลา หรอื ความเปนกันเอง ของบคุ คลทเ่ี รากําลงั สนทนาดว ย
แนะนําตวั ดว ย My name is / I am (ช่ือ – นามสกลุ )

ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร 1 8
Unit 1

• Giving some personal information (การใหข อมลู สว นตัว)

เมอื่ แนะนําตัวเองอาจตอ งมีการใหข อ มลู สว นตวั บา ง เชน บอกสถานะตาง ๆ

Hello. My name is Narumon Somboon. I am a teacher here.
Hi. I am David White. I’m from Australia.

(ใชรูปยอ ในการสนทนา เชน I’m / My name’s)

• Giving response (การโตตอบ)

เมื่อมผี ูอ น่ื มาทักทาย และแนะนําตวั เราควรทกั ทายและแนะนําตัวเองกลบั โดยสามารถใช
โครงสรางประโยคเดียวกันได

Hi / Hello. My name is Rattana Malai. I am a new student. Nice to meet you.

ใชส ํานวน Nice to meet you. / It’s nice to meet you. เพอ่ื การโตต อบและแสดงความยินดที ไ่ี ดร จู กั

• สํานวนท่ใี ชพ ดู เพือ่ แสดงความยินดที ่รี ูจัก

It’s nice to meet you. Nice to meet you.
I’m pleased to meet you. Pleased to meet you.
I’m glad to meet you. Glad to meet you.

เมือ่ โตตอบการสนทนาใหใชส ํานวนขา งตนและเพม่ิ คาํ วา ‘too’

ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 1 9
Unit 1
Example:

A: Good morning. My name is Rattana Malai. I’m a new student.
B: Hi. I’m David White I’m a teacher here.
A: It’s nice to meet you, Mr. White.
B: Nice to meet you too, Rattana. Welcome to the class.
A: Thank you.

เม่อื ผูมีอาวโุ สมากกวา สนทนากบั ผมู ีอาวโุ สนอ ยกวาอาจเรียกชือ่ เพียงชื่อตน กไ็ ดเ พอ่ื แสดงความเปน
กนั เองเมื่อสนทนากบั ผูม อี าวุโสมากกวา ควรใชสํานวนทีเ่ ปนทางการ เชน ทักทายดวย Good morning.

ใชคาํ นาํ หนาชอ่ื (Title) ตามดว ยชอื่ สกลุ หรือทง้ั ชือ่ ตัว และช่อื สกลุ
Mr. /mister/ คํานาํ หนา ช่ือบคุ คลท่ีเปนเพศชาย
Miss /mis/ คํานําหนา ชือ่ เพศหญงิ ท่ียงั ไมแตงงาน
Mrs. /misiz/ คํานาํ หนา ช่อื เพศหญิงท่แี ตงงานแลว
Ms. /miz/ คํานาํ หนาช่ือเพศหญงิ ทีย่ งั ไมแ ตง งาน หรอื แตงงานแลว กไ็ ด เพือ่ บอกวาเปน

ผหู ญิง ซงึ่ ผหู ญงิ จาํ นวนมากชอบทีจ่ ะใหใชคาํ นาํ หนาชอื่ แบบนี้
Example:

Mr. David White. / Mr.White.
Mrs. Narumon Somboon. / Mrs. Somboon. / Ms. Narumon Somboon. / Ms. Somboon.
Miss Rattana Malai. / Miss Malai. / Ms. Rattana Malai. / Ms. Malai.

• Clarification (การถามขอมลู เมอื่ ไดย นิ ไมช ดั เจน)

เมอื่ สนทนากนั แลวเราไดย นิ ชอ่ื หรอื ขอ มลู ตาง ๆ สามารถใชสาํ นวนตาง ๆ เพอ่ื ขอขอมูลท่ี
ชดั เจน

I’m sorry. What’s your name again?. / What’s your last name again?
How do you spell your name? / How do you spell your last name?

ขอโทษนะคะ/ครับ คุณชือ่ อะไรนะคะ/ครบั ขอทราบช่ืออกี ครงั้ / นามสกุลอะไรนะคะ/ครบั
คุณสะกดชอ่ื คุณอยางไรคะ/ครับ / คุณสะกดชือ่ สกลุ /นามสกุลคณุ อยางไรคะ/ครับ

10

ภาษาองั กฤษเพื่อการส่อื สาร 1 Unit 1

Example:

•Conversation 1

A: Good morning. My name is Sumarin Poompan.
B: Hello. I am Kyoko Tasaka. I’m from Japan. Nice to meet you.
A: Nice to meet you too, Kyoko. I’m sorry. What’s your last name again?
B: It’s Tasaka. T-A-S-A-K-A.
A: Oh, Kyoko Tasaka. Thank you.

•Conversation 2

A: Good morning. My name is Siriporn Chobtham.
B: Oh, hello. I’m David Whtie, your English teacher. What’s your last name again?
A: It’s Chobtham.
B: How do you spell that?
A: C-H-O-B-T-H-A-M
B: Okay, Siriporn Chobtham. I’ve got it. Sit down Siriporn. Welcome to the class.
A: Thank you, Mr. White.

• Introducing other people (การแนะนาํ ผอู น่ื ใหร จู กั กนั )

เปนมารยาทท่ดี ีเม่อื เราสนทนาอยู และมีบคุ คลที่เรารจู กั อยูด วย เราควรแนะนําใหบุคคลเหลา นั้น
รจู กั กนั โดยใชส ํานวน

This is (ชอ่ื – ชือ่ สกลุ )
I’d like you to meet (ชือ่ – ชื่อสกุล)

• Conversation 3

Siriporn: Sumiko: Hello. I’m Sumiko Honda. I’m from Japan.
Sumiko: Hi, I’m Siriporn Chobtham. I’m a Thai student. Glad to meet you.
I’m glad to meet you too. Siriporn, this is my friend, Kyoko Tasaka.
Kyoko: Kyoko, this is Siriporn.
Siriporn: Nice to meet you, Siriporn.
It’s nice to meet you too, Kyoko.

ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร 1 11
Unit 1

เมื่อมกี ารแนะนําตวั เอง หรอื แนะนาํ ผูอืน่ ใหร ูจักกนั ควรฟง ชือ่ อยา งตั้งใจ และเรยี กชอ่ื
ใหถ กู ตอง ถา ไมแ นใ จใหถามขอ มลู ทต่ี อ งการอีกครง้ั (ดสู าํ นวน ‘Clarification’)

Greeting someone you know and leave-taking

(การทักทายและกลาวลาบคุ คลทเ่ี รารูจกั )

• Greetings

ใชสาํ นวนเปนกันเองกับเพอ่ื น เพื่อนรวมงาน ผทู อ่ี ายุ หรอื อาวุโสใกลเคยี งกนั

Hello, Jessica. / Hi, Nida

ใชสาํ นวนท่ีสุภาพ และเปน ทางการกบั ผูท ่อี ายุมากกวา หรอื อาวุโสกวา ในหนา ท่กี ารงาน
หรอื ใชทักทายลูกคา

Good morning, Mr. Brown. / Good morning, sir. Madam.
Good morning Mrs. Somboon.
Good afternoon,
Good evening, Miss.

.

ใชค ําวา ‘Sir’ กับผูชาย และคาํ วา ‘Madam’ หรอื ‘Miss’ กับผูหญิงในสาํ นวนท่สี ภุ าพ หรือแสดงความ
นบั ถอื สําหรับบุคคลท่ีเรารจู กั เมื่อทักทายแลว มกั จะตอดวยสํานวนท่ีถามความเปนไป เชน

Formal: How are you? How are things?
Informal: How are you? How are you doing? What’s up?
How it’s going? What’s new?

• Giving response (สํานวนที่ใชในการตอบ)

Formal: I’m fine, thank you. I’m very well, thank you.

Informal: Fine, thanks. I’m doing very well, thanks. I’m okay.

I’m great. Not bad.

ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร 1 12
Unit 1

• Leave-taking (การกลาวลา)

เม่อื จบการสนทนาแลว ตามมารยาทควรมีการกลา วลากัน โดยใชส ํานวน

Good bye. Bye. Bye-bye.
See you tomorrow.
See you. See you later.

See you next week. See you on Monday.

See you (Time expressions)

การกลา วลาชวงกลางคืนสามารถใชสาํ นวน “Good night.”

การใช Verb to be (is / am / are) am
are
I
You / We / They is
Plural Noun (นามพหูพจน)

He / She / It
Singular Noun (นามเอกพจน)

Nida: • Conversation 4
Jessica:
Nida: Hello, Jessica. How are you doing?
Jessica: Hi, Nida. I’m doing very well. And you?

I’m okay. I’m going out to see some customers now. See you.
Okay, see you.

ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สาร 1 13
Unit 1
• Conversation 5

Mr. Brown: Dawan: Good morning, Mr. Brown.
Dawan: Hello, Dawan. How are you?
I’m fine, thank you. And how are you?
Mr. Brown: I’m fine, thanks. I’m going out for a meeting. See you.
Dawan: See you tomorrow, Mr. Brown.

• Conversation 6

Peter: Hi, Ying. Are you going back home?
Ying: Yes, it’s quite late now.
Peter: What’s your plan this weekend.
Ying: I’m going to Phuket. See you on Monday.
Peter: Okay, have fun! Good night.
Ying: Bye.

-------------------------------------------------------------------------

ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1 14
Unit 1

ใบงานท่ี 1

A: Complete the conversation from the information given.

It’s nice to meet you too. I’m from Australia. Where are you from?

What’s your name? Good Morning. See you.

A: Hello. My name is John.
B: My name is Susan.
A:
B: I’m from London, England. And you?
A:
B: Nice to meet you.
A:

B: Complete the information about you and three students from your class,
using questions:

What’s your name? / What’s your last name?
Where are you from? / Which school are you from?
How do you spell that?

First name Last name School

You

Your
friend
Your
friend
Your
friend

C: Write sentences about yourself and your friends.

Example: My name is Narumon Somboon. I am from Samsen Wittayalai School.
Suchart is from Pathumwilai School.

______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________

15

ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร 1 Unit 1

ใบงานท่ี 2

Complete the conversation. Use the words in the box.

me them is are I am not It isn’t

you us am I am It’s They are

James: Excuse……………… Are……………Jennifer?
Anita: No, ……………………..
James: Oh, ………………..sorry.

David: Julia. This…………Robert.
Julia: Hi, Robert. Where…………..you from?
Robert: I………..from New York, Julia. Nice to meet you.
Julia: ………..nice to meet you too.

Jack: Richard. I’d like you to meet Somchai and Suree.
………………….from Thailand.
Richard: Pleased to meet…………..Somchai, Suree.
Somchai: Nice to meet you, too.
Suree: ……………..pleased to meet you too, Richard.

16

ภาษาองั กฤษเพ่อื การสอ่ื สาร 1 Unit 1

ใบงานท่ี 3

Match each sentence to the correct response.

______ 1. Hello, I’m Nathan. a. I’m from Hong Kong.
______ 2. Nice to meet you. b. Yes, I am.
______ 3. Where are you from? c. Yes, they are.
______ 4. What’s your last name? d. Yes, they do.
______ 5. How do you spell your last name? e. Yes, he is.
______ 6. Excuse me. Are you David? f. Goodbye.
______ 7. Good morning, Mr. Black. g. Hello, Jenny.
______ 8. I’ll see you tomorrow. h. Hi. I’m Jennifer.
______ 9. How are you doing? i. I’m cooking.
______ 10. Are they from Laos? j. Fine, thanks.
k. It’s nice to meet you, too.
l. It’s Smith.
m. It’s S-M-I-T-H

17

ภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สาร 1 Unit 1

ใบงานที่ 4
Listening

Listen to the tape and answer the questions.

1. What is the man’s name?

a. Mark b. Michael c. Mathew.
c. He is a student.
2. What does he do? c. Keiko
c. Hong Kong
a. He is a teacher. b. He’s an officer. c. No information

3. What is the woman’s name?

a. Kumiko b. Kyoko

4. Where is she from?

a. Tokyo b. Kyoto

5. Is the woman a new student?

a. Yes, she is. b. No, she isn’t.

Listen to the conversation again and check your answer, then practice the
conversation.

ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สาร 1 18
Unit 1

การประเมนิ ผลตนเองหลังเรียน

A. Speaking
- You are a new student in an English class. Greet you friends, introduce yourself
and tell them which school you are from, then ask them the same information.
(คณุ เปน นกั เรยี นใหม ใหท กั ทายเพ่ือน ๆ แนะนําตวั เอง บอกเพื่อนวาคณุ จบการศึกษามธั ยมตน
จากโรงเรียนอะไร และถามเพือ่ น ๆ ดวยขอ มลู เดยี วกนั แลว นาํ ขอมูลเตมิ ในตาราง แลวเลือกมา
เขียนบทสนทนาเตม็ รูปแบบ 1 บทสนทนา

• Greet your friend.

• Tell your name/ where you are from.

• Find out your friend’s name / where each person is from.

- Interview tourists from different places, for example, Weekend Market (Jatujak),
Department Store (Central, Robinson, The Mall,etc.), any tourist attractions, ask them
their names and last name, and where they are from.

• Greet the tourists and tell them your name
• Tell them you need some information for your report and ask them their

names, city and the country they are from.
• Thank them for the information.
(ใหไ ปสัมภาษณน กั ทอ งเทย่ี วจากสถานทต่ี า ง ๆ เชน ตลาดนดั จตุจักร ศนู ยก ารคา ตา ง ๆ หรือ
สถานท่ที องเท่ียว บอกจดุ ประสงคของการสัมภาษณ คอื เพือ่ ทาํ รายงาน ถามชื่อและนามสกุล
นักทองเที่ยว และถามช่อื เมอื ง และประเทศ นําขอ มลู กรอกในตาราง แลวเลอื กมาเขียนบทสนทนา
เต็มรูปแบบ 1 บทสนทนา)

ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่อื สาร 1 19
Unit 1
B. Complete the chart. Last name
Your friend’s name School

Tourist’s name City Country

Write the conversation in full.
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________

ภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร 1 20
Unit 1

C. Choose the correct answer.

1. A: Hello. I’m Lee Ming. I’m from Hong Kong.
B: Hi, I’m Suchart Thanakul. ______________________
a. How are you?
b. It’s nice to meet you.
c. It’s nice to meet you, too.

2. A: Good morning. How are you, Mrs. White?
B: _______________________
a. I’m fine thank you.
b. Pleased to meet you.
c. See you tomorrow.

3. A: Hello, Jane.
B: _______________________
a. Hi, Danny.
b. It’s nice to meet you, Mr. Wallace.
c. Hi. My name is Danny.

4. A: I’m sorry. What’s your last name again?
B: _________________________
a.It’s Williams.
b. W-I-L-L-I-A-M-S
c. My name is James.

5. A: How do you spell your name?
B: __________________________
a. It’s Williams.
b. W-I-L-L-I-A-M-S
c. My name is James.

6. At a welcome party.
A: Hello. I’m John Gracia. I’m a teacher here.
B: Hello, I’m Stephanie Harmer. I’m a new student. ________________
a. Nice to meet you John.
b. Nice to meet you, Mr. Gracia.
c. How are you?

ภาษาอังกฤษเพือ่ การสื่อสาร 1 21
Unit 1

7. At an office, at 8 o’clock in the evening.
A: Good night, Sam.
B: _________________
a. Good evening, Jake.
b. See you tomorrow, Jake.
c. Hi. How are you, Jake?

8. At a restaurant, at 7 o’clock in the evening. A waiter is greeting customers.
Waiter: __________________
Customer: Hello. I need a table for two persons, please.
a. Hello.
b. Good evening, sir.
c. Good night, sir.

9. At the office: A secretary meets her manager (Mr. Jason Smith).
A: ____________________
B: Hi, Suriya. How are you?
a. Good morning, Mr.Smith.
b. Hello, Mr. Smith. What’s up?
c. Hello, Jason. How are things?

10. A: Hello, Jimmy. How are you doing?
B: ___________________________
a. I’m doing a report.
b. I’m doing very well, thanks.
c. I’m going home, bye.

22

ภาษาอังกฤษเพอื่ การสือ่ สาร 1 Unit 1

เฉลยแบบฝก หัด
Answer Key

ใบงานที่ 1
A:
A: Hello. My name is John. What’s your name?
B: My name is Susan.
A: Where are you from?
B: I’m from London, England, and you?
A: I’m from Australia.
B: Nice to meet you.
A: It’s nice to meet you too.

B: The answer will vary. (ขอมลู ตามความเปนจรงิ ทีน่ กั เรยี นไดจากเพื่อน)
C: My name is (ชอ่ื – นามสกลุ นกั เรียน)

(ช่ือ – นามสกุลเพอ่ื น) is from (ช่อื โรงเรียนเพื่อน)

ใบงานท่ี 2 Excuse me are you Jennifer?
James: No, I’m not’.
Anita: Oh, I’m sorry.
James:
------------------------------------------------------------------
David:
Julia: Julia. This is Robert.
Robert: Hi, Robert. Where are you from?
Julia: I am from New York, Julia. Nice to meet you.

Jack: It’s nice to meet you too.

Richard: ----------------------------------------------------------------------------
Somchai:
Suree: Richard. I’d like you to meet Somchai and Suree.
They’re from Thailand.
Pleased to meet you Somchai, Suree.

Nice to meet you, too.
I’m pleased to meet you too, Richard.

ภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร 1 23
Unit 1

ใบงานท่ี 3
1. h 2. k 3. a 4. l 5. m 6. b 7. g 8. f 9. j 10. c

ใบงานที่ 4
1. b 2. a 3. c 4. b 5. a

ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอื่ สาร 1 24
Unit 1

เฉลยแบบทดสอบการประเมินผลตนเองหลงั เรียน

A: - นักเรยี นเดนิ ไปรอบๆ หอ ง ฝกทกั ทายและแนะนําตัวเองกับเพ่ือนรว มหอง หรอื ฝก
ทักทายเพอื่ นๆ ตามสถานทต่ี า ง ๆ และนําขอมูลเติมลงในตาราง เลือกขอ มูลมาเขียนบทสนทนา
เต็มรูปแบบ 1 บทสนทนา

- นักเรยี นฝก ทกั ทาย และแนะนาํ ตัวเองกบั นักทอ งเทีย่ วชาวตา งชาตเิ พ่อื ใหไ ดช ่ือ ชอื่
เมอื ง และประเทศของนกั ทองเท่ยี ว และนําขอ มูลเติมลงในตารางและเลอื กมาเขยี นบทสนทนาเต็ม
รปู แบบ 1 บทสนทนา
B: - นาํ ขอ มลู จากการสนทนา / สมั ภาษณ เตมิ ลงในตาราง

- เขยี นบทสนทนาเต็มรูปแบบ 1 บทสนทนา
ตัวอยางสาํ นวน และคาํ ถาม:

Hello, my name is…………….I’m from……………..
What’s your name?
Where are you from? / Which school are you from?
Which city and country are you from?
May I ask you some questions? I need some information for my report.
How do you spell that? / How do you spell…………..?

C:
1. b 2. a 3. a 4. a 5. b 6. b 7. b 8. b 9. a 10. b

ภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สาร 1 25
Unit 1

Tapescripts

Conversation 1

A: Good morning. My name is Sumarin Poompan.
B: Hello. I am Kyoko Tasaka. I’m from Japan. Nice to meet you.
A: Nice to meet you too, Kyoko. I’m sorry. What’s your last name again?
B: It’s Tasaka. T-A-S-A-K-A.
A: Oh, Kyoko Tasaka. Thank you.

Conversation 2

A: Good morning. My name is Siriporn Chobtham.
B: Oh, hello. I’m David White, your English teacher. What’s your last name again?
A: It’s Chobtham.
B: How do you spell that?
A: C-H-O-B-T-H-A-M
B: Okay, Siriporn Chobtham. I’ve got it. Sit down Siriporn. Welcome to the class.
A: Thank you, Mr. White.

Conversation 3

Sumiko: Hello. I’m Sumiko Honda. I’m from Japan.

Siriporn: Hi, I’m Siriporn Chobtham. I’m a Thai student. Glad to meet you.

Sumiko: I’m glad to meet you too. Siriporn, this is my friend, Kyoko Tasaka.

Kyoko, this is Siriporn.

Kyoko: Nice to meet you, Siriporn.

Siriporn: It’s nice to meet you too, Kyoko.

Conversation 4

Nida: Hello, Jessica. How are you doing?
Jessica: Hi, Nida. I’m doing very well. And you?
Nida: I’m okay. I’m going out to see the customer now. See you.
Jessica: Okay, see you.

26

ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่ือสาร 1 Unit 1

Conversation 5

Dawan: Good morning, Mr. Brown.

Mr. Brown: Hello, Dawan. How are you?

Dawan: I’m fine, thank you. And how are you?

Mr. Brown: I’m fine, thanks. I’m going out for a meeting. See you.

Dawan: See you tomorrow, Mr. Brown.

Conversation 6

Peter: Hi, Ying. Are you going back home?
Ying: Yes, it’s quite late now.
Peter: What’s your plan this weekend.
Ying: I’m going to Phuket. See you on Monday.
Peter: Okay, have fun! Good night.
Ying: Bye.

ใบงานท่ี 4 : Listening

Michael: Hi. My name is Michael Johnson. I’m a teacher here.
Keiko: Hello. I’m Keiko Tamaru. I’m a new student.
Michael: Nice to meet you. I’m sorry, what’s your name again?
Keiko: It’s Keiko. K-E-I-K-O.
Michael: Oh, Keiko. Where are you from?
Keiko: I’m from Kyoto, Japan. Are you my English teacher?
Michael: Yes, I am. Welcome to my class.
Keiko: Thank you.

**********************************************

27

ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1 Unit 1

บันทกึ การเรยี นรู หนวยที่ 1

1. What did you learn in this unit? (คุณไดเ รยี นรอู ะไรบางจากการเรยี นหนว ยนี)้
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

2. What part did you find the most useful? (ตอนใดท่ีคุณคดิ วา มีประโยชนทสี่ ดุ )
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

3. What part did you like best in this unit?
(คุณชอบตอนไหนของบทเรียนหนวยน้ีมากที่สุด)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

4. What part didn’t you like? (ตอนใคทค่ี ณุ ไมชอบ)
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

5. How confident do you feel in using what you learned?
(คุณมคี วามมนั่ ใจเพยี งใดในการนําสิ่งที่ไดเรียนไปใชใ นชีวิตจริง)
...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

6. What would you like to do more to improve your English?
(คณุ อยากทาํ อะไรเพิม่ ข้นึ เพอื่ พฒั นาภาษาอังกฤษของคณุ )
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สาร 1 28
Unit 1

รายงานการติดตามประเมนิ ผล / ระดับความสามารถทกั ษะการฟง

การประเมินความสามารถในการฟงเพื่อความเขาใจภาษา ประเมนิ ระดับความสาม

และความผดิ พลาดในการฟง แบง ระดบั ความสามารถเปน 4 ระดับ แตละระดบั แสดงถงึ ความสามารถ

ในการฟงดังน้ี

ระดบั

ความสามารถ เกณฑก ารประเมนิ ความสามารถในการฟง

1 ควรปรบั ปรุง ความถูกตอ งนอยกวา 50 % การฟง ยังไมประสบความสําเรจ็ ตามแบบฝก หดั ทีก่ าํ หนด มีความเขาใจ

ในเร่ืองที่ฟง นอย สามารถจับใจความ ในระดับคาํ /ขอ ความ หรอื

ประโยค ไดถูกตองนอยกวา 50% ของจํานวนขอ ทง้ั หมด

2 พอใช ความถกู ตอ งนอ ยกวา70 % การฟงเกอื บประสบความสําเร็จตามแบบฝกหัดที่กําหนด สามารถ

สามารถจับใจความ ในระดับคํา ขอความ หรอื ประโยค ไดถกู ตองนอย

กวา 70 % ของจาํ นวนขอทัง้ หมด

3 ดี ความถกู ตอ ง 70-80% การฟงประสบความสาํ เร็จตามแบบฝกหัดที่กาํ หนด สามารถจับใจความ

ในระดบั คํา ขอ ความ หรือ ประโยคไดถ กู ตอง 70-80 % ของจาํ นวนขอ

ทั้งหมด

4 ดมี าก ความถกู ตองมากกวา 80% ประสบความสาํ เร็จในการฟง ตามแบบฝกหดั ท่กี าํ หนดอยาง

ดีมาก สามารถจับใจความในระดับคํา/ขอ ความ หรือ ประโยคไดถูกตอ ง

มากกวา 80% ของจาํ นวนขอ ท้งั หมด

ระดับความสามารถที่ถอื วาผานเกณฑก ารประเมนิ คอื ระดับ 2

ระดบั ความสามารถในระดบั ทน่ี าพอใจ คือ ระดบั 3

ผเู รยี นควรพัฒนาระดบั ความสามารถในการฟงใหอยูในระดบั 3 โดยการยอ นกลบั ไปฝกฟงและทําแบบฝก หัด

ใหมโ ดยซ่อื สัตยตอตนเอง

บันทกึ การประเมินตนเอง หนวยท่ี 1

• ความสามารถในการฟง ของคุณ
ครั้งท่ี 1 ระดบั .................... ครั้งท่ี 2 ระดบั .................... ครัง้ ที่ 3 .ระดบั ..............

• กลวธิ กี ารเรยี นที่ชวยใหคณุ ประสบความสาํ เร็จการฟงคอื

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

• สิ่งทคี่ วรพฒั นาดานการฟง

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

• คุณพึงพอใจตอ ผลการเรียนรขู องคณุ (กาเคร่ืองหมาย /)

__☺ __ __

ความคิดเหน็ ของครูผปู ระเมนิ

…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….

ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอ่ื สาร 1 29
Unit 1

รายงานการตดิ ตามประเมนิ ผล ระดับความสามารถทักษะการอา น

การประเมนิ ความสามารถในการอานเพอื่ ความเขา ใจ ไดกําหนดทง้ั ความสําเรจ็ และ

ขอ ผิดพลาด ในการอา น ระดบั ความสามารถแบง เปน 4 ระดับ ซึง่ แสดงถึงระดบั ความสามารถความ

เขาใจในการอานดังน้ี

ระดบั

ความสามารถ เกณฑก ารประเมนิ ความสามารถในการอาน

1 ควรปรบั ปรงุ ความถูกตอ งนอยกวา50 % การอา นยงั ไมป ระสบความสําเร็จตามแบบฝกหัดท่ีกําหนด มีความ

เขา ใจในเร่ืองท่อี านนอย สามารถอา นจับใจความสําคญั / รายละอีย

ดของเรอื่ งทอี่ า น ไดถูกตอ งนอ ยกวา 50% ของจาํ นวนขอท้งั หมด

2 พอใช ความถูกตองนอยกวา 70 % การอา นเกอื บประสบความสําเร็จตามแบบฝกหดั ท่ีกําหนด สามารถอา น

จับใจความสําคัญ / รายละเอยี ดของเร่ืองทอี่ า น ไดถ กู ตอ งนอ ยกวา 70

% ของจาํ นวนขอ ทั้งหมด

3 ดี ความถกู ตอง 70-80% การอา นประสบความสาํ เร็จตามแบบฝก หัดท่ีกาํ หนด สามารถอานจับ

ใจความสําคัญ / รายละเอียดของเรอ่ื งท่ีอานไดถ ูกตอ ง 70-80 % ของ

จํานวนขอ ทัง้ หมด

4 ดมี าก ความถกู ตองมากกวา 80% ประสบความสําเร็จในการอานตามแบบฝก หดั ท่ีกาํ หนดอยาง

ดมี าก สามารถอา นจบั ใจความสําคัญ / รายละเอียดของเรอื่ งทีอ่ านได

ถกู ตองมากกวา 80% ของจํานวนขอ ทงั้ หมด

ความสามารถท่ีถอื วาผานเกณฑก ารประเมิน คือ ระดบั 2

ความสามารถในระดบั ท่นี าพอใจ คอื ระดบั 3

ผเู รยี นควรพฒั นาความสามารถในการอานใหอยูในระดับ 3 โดยการยอ นกลับไปทําแบบฝก หัดใหม

โดยซื่อสัตยต อ ตนเอง

บนั ทกึ การประเมินตนเอง หนวยท่ี 1

• ความสามารถในการอานของคุณ
คร้ังท่ี 1 ระดบั .................... ครง้ั ที่ 2 ระดบั ...................... ครงั้ ที่ 3 .ระดบั .............

• กลวธิ ใี นการเรียนทท่ี าํ ใหค ุณประสบความสําเรจ็ ในการอานเน่อื งจาก

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

• สงิ่ ทีค่ วรพัฒนาดา นการอาน

..................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

• คณุ พงึ พอใจตอ ผลการเรียนรูของคณุ (กาเครื่องหมาย /)

__☺ __ __

ความคดิ เหน็ ของครผู ปู ระเมนิ

.............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร 1 30
Unit 1

รายงานการติดตามประเมินผล ระดับความสามารถทักษะการเขียน

การประเมนิ ความสามารถทักษะการเขียนจะประเมนิ ตามลักษณะกจิ กรรมทีแ่ สดงถึงความสามารถใน

การเขียนแบบภาพรวมกอน แลวจึงจะประเมินแบบวิเคราะหส วนยอ ยของการใชภ าษา

ระดบั ความสามารถแบงเปน 4 ระดบั ดงั นี้

ระดับ 1 หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ระดบั 2 หมายถึง พอใช

ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดบั 4 หมายถงึ ดีมาก

แบบการประเมนิ เกณฑการประเมนิ ระดบั ความสามารถ นาํ้ หนักทใ่ี ห

แบบภาพรวม ความสามารถในภาพรวม 1- 2- 3 -4 30%

แบบวเิ คราะหส ว นยอย • ความถกู ตอ งดา น 70%

ไวยากรณ 1-2- 3- 4
• การใชค าํ ศัพท สาํ นวน

• กาสะกดคํา

• เครอื่ งหมายวรรคตอน

• ความตอ เน่อื งของเน้ือความ

ความสามารถที่ถอื วาผา นเกณฑก ารประเมนิ คือ ระดับ 2

ความสามารถในระดบั ทน่ี าพอใจ คอื ระดบั 3

ผเู รียนควรพัฒนาความสามารถในการเขยี นใหอ ยูในระดับ 3 โดยการยอ นกลับไปทาํ แบบฝกหัดใหม

โดยซอ่ื สัตยต อ ตนเอง

บันทึกการประเมนิ ตนอง หนวยท่ี 1

• ความสามารถในการเขยี นของคุณ
คร้งั ท่ี 1 ระดบั .................... ครงั้ ที่ 2 ระดับ...................... คร้งั ท่ี 3 .ระดับ .............

• กลวิธีในการเรียนทที่ าํ ใหคุณประสบความสาํ เรจ็ ในการเขยี นเนอื่ งจาก

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.

• ส่ิงทค่ี วรพัฒนาดานการเขยี น

..................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

• คุณพงึ พอใจตอ ผลการเรียนรูข องคุณ (กาเครอ่ื งหมาย /)

__☺ __ __

ความคดิ เห็นของครูผูป ระเมนิ

…………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………..

ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสื่อสาร 1 31
Unit 1

รายงานการตดิ ตามประเมนิ ผล ระดับความสามารถทกั ษะการพูด

การประเมนิ ความสามารถทักษะการพูดจะประเมินตามลักษณะกจิ กรรมทแ่ี สดงถึงความสามารถ

ในการพดู แบบภาพรวมกอน แลวจึงจะประเมนิ แบบวิเคราะหสวนยอ ยในการใชภาษา

ระดับความสามารถแบงเปน 4 ระดบั ดงั นี้

ระดบั 1 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ระดบั 2 หมายถึง พอใช

ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดบั 4 หมายถึง ดีมาก

แบบการประเมิน เกณฑก ารประเมนิ ระดบั ความสามารถ นาํ้ หนกั ที่ให

แบบภาพรวม ความสามารถในภาพรวม 1- 2- 3 -4 30%

แบบวเิ คราะหส วนยอย • ปริมาณของคําศัพท สํานวนที่ 70%

สอ่ื สารได 1-2- 3- 4
• การออกเสียง

• ความคลองแคลว

• ความพยามยามในการส่อื สาร

• ความถกู ตองดานไวยากรณ

ความสามารถท่ีถอื วาผานเกณฑการประเมนิ คือ ระดับ 2

ความสามารถในระดบั ท่นี า พอใจ คือ ระดบั 3

ผเู รียนควรพัฒนาความสามารถในการพูดใหอ ยใู นระดบั 3 โดยการยอ นกลับไปทําแบบฝก หัดใหม

โดยซ่ือสัตยตอตนเอง

บันทกึ การประเมินตนเอง หนวยท่ี 1

• ความสามารถในการพดู ของคุณ
ครัง้ ท่ี 1 ระดับ .................... ครงั้ ที่ 2 ระดับ...................... คร้งั ท่ี 3 .ระดบั .............

• กลวิธใี นการเรียนทีท่ ําใหค ุณประสบความสาํ เรจ็ ในการพดู เนอ่ื งจาก

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

• ส่งิ ท่คี วรพัฒนาดา นการพดู

..................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

• คณุ พงึ พอใจตอ ผลการเรียนรูของคุณ (กาเครื่องหมาย /)

__☺ __ __

ความคิดเหน็ ของครูผปู ระเมนิ

……………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………….

ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 1 32
Unit 1

หนังสืออา งอิง

Hornby, A S. (1996). Oxford Advanced Learner’s Dictionary. Oxford. Oxford University
Press.

Richards, J. (2003). New Interchange: English for International Communication. Intro.
Hong Kong, Cambridge University Press.

ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร 1 33
Unit 1

รายชือ่ คณะกรรมการผลิตชุดการเรียนภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร 1

หนว ยท่ี 1 Introduction อาจารย นฤมล สมบรู ณ ศูนยฝก อบรมวิศวกรรมเกษตร
หนว ยที่ 2 Tell me about yourself อาจารย กรณิการ พุทธทิพย วิทยาลัยเทคนคิ ราชบุรี
หนว ยที่ 3 Family อาจารย วิภวานี สคุ นั ธวณิช วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาแพร
อาจารย สุจติ รา ปทมุ ลงั การ สํานักมาตรฐานการอาชวี ศกึ ษา
หนวยที่ 4 May I take your order? อาจารย สจุ ิตรา ปทมุ ลงั การ สํานักมาตรฐานการอาชีวศกึ ษา
หนว ยที่ 5 Locations อาจารย ศศวิ มิ ล บูรณะถาวร วิทยาลัยพณิชยการเชตพุ น
หนว ยท่ี 6 Directions อาจารย ศศิวิมล บูรณะถาวร วทิ ยาลัยพณชิ ยการเชตุพน
หนวยท่ี 7 Date & Time อาจารย นฤมล สมบูรณ ศูนยฝกอบรมวิศวกรรมเกษตร
หนว ยที่ 8 Daily Routine อาจารย นิตยา อรรถโกมล วทิ ยาลัยเทคนิคชยั นาท
หนว ยท่ี 9 Talking about past activities อาจารย นติ ยา อรรถโกมล วทิ ยาลัยเทคนคิ ชัยนาท
หนว ยที่ 10 What does he/she look like? อาจารย รตั นา ผาสกุ วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี
หนว ยท่ี 11 What does it look like? อาจารย รัตนา ผาสกุ วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี
หนวยท่ี 12 Offering and Requesting อาจารย ประพนธ จุนทวิเทศ สํานกั พฒั นาครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
หนว ยท่ี 13 Invitations อาจารย ประพนธ จนุ ทวิเทศ สาํ นักพฒั นาครูและบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
หนวยที่ 14 Making a phone call อาจารย สิรมิ าศ เพช็ รไทยพงศ วิทยาลัยเทคนิคปตตานี
อาจารย ศศวิ มิ ล บูรณะถาวร วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน
หนวยท่ี 15 Occupations อาจารย กอบกาญจน สุทธิสม วทิ ยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขนั ธ
อาจารย ศศิวิมล บูรณะถาวร วทิ ยาลัยพณิชยการเชตพุ น
หนว ยที่ 16 Suggestions อาจารย สิริมาศ เพ็ชรไทยพงศ วิทยาลัยเทคนคิ ปตตานี
อาจารย ศศิวมิ ล บรู ณะถาวร วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน
หนว ยที่ 17 Shopping อาจารย วิภวานี สุคันธวณชิ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร

บรรณาธิการ

Mr. Kenneth Murray สถาบนั ภาษา จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย
สุจติ รา ปทมุ ลังการ สาํ นกั มาตรฐานการอาชีวศกึ ษา


Click to View FlipBook Version
Previous Book
About me 510
Next Book
บทบาทหน้าที่ของตนเองและสมาชิกครอบครัว สุขศึกษา