The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rungradeeyut, 2021-07-11 09:00:40

วิชาการจัดตกแต่งสถานที่

ระดับปริญาตรีปีที่ 2

1

2

หนว่ ยที่ 1 ความหมายของการจดั ตกแตง่ สถานท่ี

การตกแตง่ (DECORATION ) หมายถงึ การจดั ประดับเพอื่ ความงามของอาคาร สถานท่ีทัง้ ภายในและนอกอาคาร
รวมท้ังบรเิ วณที่อยโู่ ดยรอบของอาคารดว้ ย โดยการใชส้ ง่ิ ประดิษฐค์ ิดคน้ ขน้ึ หรือจากธรรมชาตนิ ามาดัดแปรงเพื่อการตกแตง่
เพอื่ ตอบสนองความต้องการทางดา้ นประโยชน์ใชส้ อย และให้คุณคา่ ความสวยงาม ในปจั จบุ นั การตกแตง่ ก็อาจหมายถึง ภาพ
จติ รกรรมท่เี ขยี นขึ้น หรอื รปู ประตมิ ากรรมสาหรบั ประดับภายในอาคาร สถาปตั ยท่ีเรยี กว่าศิลปตกแต่ง (DECORATIVE ARTS )
ศิลปะเพ่ือศลิ ปะบริสุทธ์ิ ( PURE ARTS ) ปัจจบุ นั น้กี ารตกแตง่ ยังหมายถงึ การกาหนดโครงสีตกแต่งภายในอาคาร ในห้อง การ
ออกแบบกาหนดสีพรม การออกแบบเคร่ืองเรือน ( FURNITURE ) รปู ภาพ รูปปน้ั และสิง่ ประดบั เพ่ือความสวยงามเหลา่ น้ี
เป็นตน้

ความหมาย และประวัติการตกแต่ง DEFINITION AND HISTORY OF DECORATION
การตกแต่ง (DECORATION ) หมายถึงการจัด ประดบั เพ่ือความงามของอาคาร สถานที่ท้ังภายในและนอกอาคาร

รวมทง้ั บริเวณที่อย่โู ดยรอบของอาคารด้วย โดยการใช้ส่งิ ประดิษฐค์ ดิ คน้ ขน้ึ หรือจากธรรมชาตินามาดดั แปรงเพ่ือการตกแตง่
เพอื่ ตอบสนองความต้องการทางดา้ นประโยชนใ์ ชส้ อย และให้คุณคา่ ความสวยงาม
ในปจั จุบนั การตกแตง่ กอ็ าจหมายถงึ ภาพจติ รกรรมท่เี ขียนขน้ึ หรอื รูปประติมากรรมสาหรับประดับภายในอาคาร สถาปตั ยท่ี
เรียกวา่ ศลิ ปตกแตง่ (DECORATIVE ARTS ) ศิลปะเพ่ือศิลปะบรสิ ทุ ธิ์ ( PURE ARTS ) ปจั จุบนั นก้ี ารตกแต่งยงั หมายถึง การ
กาหนดโครงสตี กแต่งภายในอาคาร ในหอ้ ง การออกแบบกาหนดสีพรม การออกแบบเคร่ืองเรือน ( FURNITURE ) รปู ภาพ รปู
ปนั้ และสงิ่ ประดับเพื่อความสวยงามเหลา่ น้เี ปน็ ต้น

ศิลปตกแตง่ หรอื มัณฑนศิลป์ ( DECORATIVE ARTS OR MINOR ARTS )
หมายถงึ บรรดาผลติ กรรมศิลปะชนิดที่เรียกว่าจลุ ศลิ ป์ เชน่ ช่างถม ช่างเงินชา่ งทอง ช่างแกว้ ชา่ งเคร่ืองปั้นดินเผา

และงานชา่ งอ่ืน ๆ ถ้าศลิ ปตกแตง่ เหล่านเ้ี ปน็ ไปเพ่ือประโยชน์ทางการค้า ก็อาจเรยี กไดว้ ่าเปน็ "พาณิชยศลิ ป์" ยงั มคี าวา่
ประยุกต์ศิลป์ ( APPLIED ARTS ) ซึ่งหมายความถงึ ศลิ ปตกแตง่ ดว้ ยเพราะเป็นศลิ ปะที่นาเอาไปใชส้ าหรับวัตถุซ่ึงเป็นของใชต้ าม
ธรรมดา เหตนุ ้พี าณชิ ยศิลปแ์ ละประยุกตศ์ ลิ ปจ์ งึ ตรงกับศิลปตกแต่ง

ประวัตคิ วามเปน็ มาของการตกแต่ง
การตกแตง่ หรือศิลปตกแตง่ นี้เป็นศลิ ปะทมี่ นุษยเ์ ร่ิมรู้จักตั้งแต่สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ ( PREHISTORIC PERIOD)

ในยุกหินเกา่ มนษุ ย์เริ่มร้จู ักการตกแต่งถา้ ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศยั ในสมัยนั้น ดงั จะพบได้จากการเขยี นภาพสีตกแตง่ บนผนงั ถ้า เชน่
ถ้าอัลตามริ า ( (ALTARMIRA) ซึ่งอยทู่ างภาคใต้ของสเปน ในยุคต่อมาเป็นยคุ หินใหม่ต่อมาในสมยั ประวัตศิ าสตร์ ศิลปะสร้างขนึ้
เพ่ือเหตุผลทางศาสนา เพื่อพระมหากษัตริยห์ รือประวัตศิ าสตร์เป็นสว่ นใหญ่ ประกอบด้วยงานจิตรกรรม
( PAINTING ) ประตมิ ากรรม ( SCULPTURE ) การประกอบกระเบ้ืองสี ( MOSAIC ) ภาพประดับกระจกสี ( STAINEDGLASS
) โดยทาเป็นเรอื่ งของเทพเจ้าตา่ ง ๆ เก่ียวกับทางศาสนาหรือพธิ ีการตา่ ง ๆ
ในปจั จุบัน ศิลปะการตกแต่งไดเ้ ปลีย่ นไปจากเดิมบา้ งเพราะทางสถาปตั ยกรรมได้เปลย่ี นแปลงรปู ทรงไปจากสมัยโบราณมาก
สถาปัตยกรรมสมัยใหมถ่ ือความเรียบง่ายมโี ครงสร้างเป็นเหลีย่ มเป็นแทง่ ตรงไปตรงมา จึงมีวิธกี ารตกแต่งต่างกนั ไปตามลักษณะ
การใชส้ อย ความจาเป็นและสภาพทางเศษฐกิจ

3

ประโยชนข์ องการจัดตกแต่งสถานที่

1.ทาให้สถานทเ่ี กิดความสวยงาม มีระเบียบ
2.สร้างความประทับใจต้งั แต่แรกเหน็
3. อยา่ มองขา้ มเร่ืองห้องนา้
4. บรรยากาศทง้ั ภายในและภายนอกต้องดี
5. ตกแต่งภายในกับภายนอกควรเข้ากนั
6. นาธรรมชาติเขา้ มาเป็นสว่ นหนงึ่
7. ทาใหเ้ กินความคาดหวัง
8. สร้างจุดเด่นทเี่ ป็นเอกลกั ษณ์
9. เน้นธรรมชาติ แต่ตอ้ งไมข่ าดความสบาย

วตั ถุประสงค์ของการจดั ตกแต่งสถานท่ี

1. ความเหมาะสมของสถานท่ี เช่น ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ ขนาดของพ้นื ท่ี
2. ทาเลท่ีตัง้ (บางสถานที่เป็นท่โี ลง่ แจ้ง, สถานบรรเทิง, มุมกจิ กรรม ฯลฯ)
3. การประกอบกจิ วัตรประจาวัน
4. ความปลอดภัย ที่สามารถลดความเสี่ยงทกี่ ่อใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อทรัพย์สนิ และชีวติ
5. ผ้ใู ช้บริการ การตกแตง่ สถานทต่ี อ้ งรดู้ ้วยวา่ ผใู้ ช้อยู่ในชว่ งวัยใด เพ่อื ให้เข้ากับบรรยากาศ และคว
6. สะดวกสบาย เช่น ห้องเด็นเล็กต้องตกแต่งไปด้วยอุปกรณท์ ี่มีความปลอดภยั สงู ไม่มสี ารพิษปนเป้อื น
7. ความสวยงาม เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานทไี่ หนๆ ต่างต้องการสร้างเอกลักษณ์ความงดงามท่ีสามารถตรา
ตรงึ จติ ใจได้ทง้ั ผอู้ าศัย และผู้พบเหน็
8. ราคาต้องเหมาะสมกบั วสั ดทุ ่ีใช้ผลติ ไม่ถกู จนเกินไป เพราะแนน่ อนคุณภาพ และความทนทานย่อมต่า
9. เปน็ ธรรมดา และต้องไมแ่ พงจนเกนิ จานวนเงินงบประมาณที่ต้งั ไว้
10. รูปทรงทเี่ หมาะสม ไมใ่ หญ่จนเกะกะ สรา้ งอปุ สรรค์ให้กับผใู้ ช้งาน
11. สะดวกตอ่ การหยิบจบั ใชส้ อย
12. งา่ ยตอ่ การดูแลรกั ษาความสะอาด และดูแลซ่อบารงุ

ลักษณะของอาคารท่ีใช้ตกแตง่

แยกลกั ษณะของอาาคารโดยคานงึ ถึงหน้าที่ของอาคารแต่ละประเภทออกเปน็ 4 ลกั ษณะดว้ ยกันคือ
1. อาคารของทางราชการ ( OFFICIAL BUILDING )
2. อาคารสาธารณะ ( PUBLIC BUILDING )
3. อาคารพาณิชย์ ( COMMERCIAL BUILDING )
4. อาคารสว่ นบคุ คล ( PRIVATE BUILDING )
ลกั ษณะท่ีแตกตา่ งกันอย่างชดั เจนของอาคารแตล่ ะประเภททม่ี ีหน้าท่ีเฉพาะเจาะจงไมเ่ หมือนกันจึงเป็นตวั นาความคดิ หลกั ใน
การออกแบบตกแต่ง อยา่ งสอดคล้องเหมาะสมตามหนา้ ท่ีใชส้ อยและความงาม จึงทาใหเ้ กิดมีลักษณะอาคารทมี่ ีรูปแบบและ
หนา้ ทใ่ี ชส้ อยทแ่ี ปลกตาออกไป โดยเนน้ เร่อื งประโยชนใ์ ช้สอยของพ้นื ที่มากยงิ่ ข้ึนรูปแบบของอาคารจึงเปน็ ลักษณะการ
ออกแบบผสมผสานระหว่างอาคารพาณิชยแ์ ละอาคารส่วน
บคุ คลทม่ี ชี ่ือเรยี กแตกต่างกันไป

4

ลกั ษณะงานสาหรับการตกแต่ง
การตกแต่งจะคานงึ ถึงวัตถปุ ระสงค์หลัก 2 ประการคือ ประการแรกเปน็ การออกแบบตกแตง่ เพื่อตอบสนองทาง

ร่างกาย ประการทสี่ องเป็นการออกแบบตกแต่งเพื่อตอบสนองทางดา้ นจติ ใจซึง่ สองประเภทนี้จาแนกออกไดต้ ามลักษณะหนา้ ท่ี
ใช้สอยและหน้าท่ีการตกแตง่
เปน็ 4 ประเภทคือ
1. รปู ภาพหรือภาพเขยี นตกแตง่ ( PICTURE OR DECORATIVE PAINTING )
2. ภาพป้นั -แกะสลกั เพอ่ื ตกแตง่ ( DECORATIVE SCULPTURE )
3. เครื่องเรือนหรือครุ ุภัณฑ์ ( FURNITURE )
4. ประเภทส่งิ บันเทิงและสิ่งประดับ ( ENTERTAMENT AND DECORATION )

5

หน่วยท่ี 2 องคป์ ระกอบศิลป์ท่ีใช้ในการจัดและตกแต่งสถานที่

หลักเบอื้ งต้นในการออกแบบตกแต่ง
1. เสน้ ( LINE ) เปน็ สว่ นประกอบพ้ืนฐานสาคญั ในการออกแบบ เพราะเสน้ จะเป็นองค์ประกอบที่ทาใหเ้ กดิ รูปทรง

รูปร่างท่จี ะนาไปใชใ้ นการตกแตง่
ลักษณะของเส้นจะใหค้ วามรู้สึกที่แตกตา่ งกนั ออกไปดังน้ี

1.1 เสน้ ตรง ให้ความรสู้ ึกแขง็ ตรงไปตรงมา
1.2 เส้นโคง้ ใหค้ วามรสู้ ึกอ่อนไหว
1.3 เสน้ ซิกแซก ให้ความรสู้ กึ ยอกย้อน รุนแรง
1.4 เส้นดง่ิ ใหค้ วามรสู้ กึ ในทางสูง เดน่ สง่างาม
1.5 เส้นระดับ ให้ความร้สู ึกทางกว้างยาว
1.6 เส้นโคง้ เป็นแนวคล่ืน ให้ความรูส้ กึ เคล่ือนไหว
1.7 เส้นตรงตัดกนั เปน็ กากบาท ให้ความร้สู กึ ขัดแยง้
1.8 เส้นก้นหอย ใหค้ วามรู้สึกหมนุ เวียน
1.9 เส้นแย้ง ใหค้ วามรสู้ ึก กระดา้ งหรือการแตกแยก
2. รูปทรง ( FORM ) เกิดจากการนาเสน้ มาต่อกนั เป็นรูปทรงแปลก ๆ มากมาย และทาให้รู้สกึ ตา่ งกันออกไป
นอกจากน้เี ราไดร้ ปู ทรงจากธรรมชาตทิ ่มี ีความงามในตัวเองเสมอ รูปทรงทไ่ี ด้จากการนาเสน้ มาต่อกนั เป็นรูปทรงใหมเ่ รยี กวา่
รปู ทรงเลขาคณติ
( GEOMETRICAL FOME ) ทน่ี ามาใช้ออกแบบเครื่องเรือนเครือ่ งประดบั ตกแตง่ และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ รูปทรงเลขาคณติ
ไดแ้ ก่
2.1 รูปสเี่ หลี่ยมด้านเท่า ใหค้ วามรู้สึกแขง็ แรง ไมเ่ อนเอียง
2.2 รปู สเ่ี หลย่ี มผืนผา้ ใหค้ วามร้สู ึกกวา้ งขวาง สง่างาม
2.3 รูปสี่เหลย่ี มผืนผา้ แนวตรง ให้ความรสู้ กึ สงู เดน่ และไมป่ ลอดภยั
2.4 รูปสี่เหลี่ยมคางหมู ใหค้ วามรสู้ กึ มั่นคง ปลอดภยั
2.5 รปู สามเหลยี่ ม ให้ความรู้สกึ เดน่ สง่า รุนแรง
2.6 รปู ทรงกลม ให้ความรสู้ กึ กลมกลนื นมุ่ นวล
2.7 รปู ทรงอิสระ ( FREE FOME ) ให้ความรสู้ ึกเคลื่อนไหวไมแ่ นน่ อน
3. คณุ ค่าของแสงและเงา ( CHIAROSCURO ) เม่ือได้ลักษณะของรปู ทรง ผ้อู อกแบบจะตอ้ งคานึงถงึ ผลที่จะไดร้ ับจาก
แสงสว่าง ไม่ว่าจะเปน็ แสง
สว่างจากธรรมชาติหรือจากหลอดไฟฟา้ ซึ่งจะทาให้เกดิ แสงตกทอด อันเปน็ ผลต่อแสงสวา่ งภาพในอาคาร และการ
กาหนดโครงสภี ายใน ภายนอกอาคารเพ่ือให้เกดิ ความสัมพันธก์ ัน
สเี ขยี วแกก่ ับสีเทา ( DARK GREEN-COMBINED WITH GRAYS ) ทาให้เกิดความร้สู ึกเศรา้ ความชรา ความ
สงบเงียบ
สีเทากลาง ( MIDDLE GRAYS ) ทาให้เกิดความรสู้ กึ สงบเงียบ สภุ าพ
สขี าวและสีดาอยู่ด้วยกนั ( BLACK AND WHITE TOGETHER ) ทาให้เกิดความหดหใู่ จ เศร้าสลด เงียบเหงา
สีขาว ( WHITE ) ทาใหเ้ กดิ ความบรสิ ทุ ธิ์ สดช่นื
4. เนื้อท่แี ละช่องไฟ ( AREA AND SPACE ) ผูอ้ อกแบบจะต้องออกแบบเครื่องเรือนใหส้ ัมพนั ธ์กับขนาด ( SIZE ) ของ
หอ้ ง จัดวางตาแหนง่ ท่ีแนน่ อนลงไปโดยให้เคร่ืองเรือนมีความสัมพนั ธข์ องหนา้ ทีใ่ ช้สอยเตม็ ที่และจัดทีว่ า่ งสาหรับการสัญจรไปมา
อย่างสะดวก การออกแบบที่ไมน่ ึกถึงความสัมพันธข์ องเคร่ืองเรอื นหรอื ตาแหนง่ การจัดวางแล้วอาจทาให้เสียเวลาในการเดนิ ไป
เดินมาเพื่อหยบิ สงิ่ ของ เครื่องใชเ้ หลา่ น้เี ปน็ ต้น

6

5. ผวิ สมั ผสั ( TEXTURE ) ในการออกแบบแต่ละคร้ังผวิ สัมผสั มีสว่ นสาคญั ตอ่ การตกแตง่ มาก เมื่อได้ความเหมาะสม
ของรูปทรง ความงามของลวดลายประดับตกแต่ง ส่ิงท่จี ะต้องคานึงตอ่ ไปคือลกั ษณะผวิ สมั ผสั ของวัตถุหรือเคร่ืองเรือนต้อง
เหมาะสมกันด้วย ผวิ สัมผสั จะชว่ ยให้เกิดคณุ ค่าทางความงามและประโยชน์ใช้สอย การออกแบบตกแต่งจึงควรคานึงถึง
ขอ้ คิดเห็นเหลา่ นีด้ ้วย
คุณค่าทางผวิ สัมผัสที่มีผลตอ่ การออกแบบ

5.1 ผวิ สมั ผสั จะชว่ ยลดความเรียบงา่ ยเกนิ ไปของรปู ทรง ตามความรู้สึกของสายตา
5.2 การคงสภาพผิวสมั ผสั ตามคุณสมบตั ิของวัสดเุ อง
5.3 การเพิม่ ผิวสัมผสั ชว่ ยป้องกันไม่ใหเ้ กดิ ความสกปรกเลอะเทอะจากการขดี เขียน
5.4 การเพม่ิ ผวิ สมั ผสั เพื่อประโยชนใ์ ชส้ อยอย่างอืน่ เชน่ ช่วยปอ้ งกนั แสงสะท้อนภายในห้องท่ีไมต่ ้องการแสง
มากเกนิ ไป ช่วยทาใหก้ ารสะท้อนเสียงมากขนึ้ ทาใหม้ เี สียงนุม่ นวลขน้ึ
6. ขนาดและสดั สว่ น ( SIZE AND PROPORTION ) ขนาดเปน็ สง่ิ ที่กาหนดความเหมาะสมตามหน้าที่ใช้สอย สัดส่วน
เปน็ สงิ่ ทก่ี าหนดความสมั พันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องเรือน ผู้ออกแบบทีเ่ ขา้ ใจเรื่องขนาดและสัดสว่ นจะช่วยใหเ้ กดิ ความสวยงาม
และได้ประโยชนใ์ ชส้ อยจากเครอ่ื งเรือนไดเ้ ต็มที่ ประเภทของการออกแบบตกแต่ง
ในปจั จุบนั แบ่งลกั ษณะการตกแต่งออกเปน็ 3 ประเภทด้วยกนั ดงั นีค้ ือ
1. การออกแบบตกแต่งภายใน ( INTERIOR DESIGN )
2. การออกแบบตกแต่งภายนอก ( EXTERIOR DESIGN )
3. การออกแบบตกแต่งสวนและบริเวณ ( GARDEN AND LANSCAPE DESIGN )

1. การออกแบบตกแต่งภายใน ( INTERIOR DESIGN ) หมายถงึ การออกแบบเคร่ืองเรอื น ( FURNITURE ) การ
ออกแบบและการจดั วางเครอ่ื งเรือนให้เหมาะสมกบั เนอื้ ทภ่ี ายในหอ้ งโดยกาหนดโครงสีและจดั วางสิ่งประดับตกแต่ง เพ่ือให้ได้
ประโยชนใ์ ช้สอย และคุณคา่ ทางความงามอย่างเตม็ ีท่ี รวมทัง้ การตกแตง่ ดว้ ยภาพจติ รกรรม ประตมิ ากรรม และศิลปประยกุ ต์
อ่นื ๆ เชน่ พรมปูพื้นเครื่องเครือบดินเผา เหล็กดดั โคมไฟฟ้า และการใช้พนั ธุ์ไมป้ ระดับตกแตง่ ภายในด้วย

2. การออกแบบภายนอก ( EXTERIOR DESIGN ) หมายถงึ การออกแบบกาหนดวัสดุ ( MATERIALS ) ผิวสมั ผัส
(TEXTURE) สี ( COLOUR ) ภายนอกอาคารให้สัมพันธ์กบั ส่ิงแวดลอ้ มและรปู ทรงของอาคาร ด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรม
การประดบั ด้วยกระเบื้องเคลอื บสี การใชพ้ นั ธุ์ไมป้ ระดบั การใช้เหล็กดดั รวมทัง้ การออกแบบตกแต่งหน้าร้าน และการออกแบบ
รา้ นในงานมหกรรมตา่ ง ๆ ดว้ ย

3. การออกแบบสวนและบริเวณ ( GARDEN AND LANDSCPE DESIGN ) หมายถงึ การออกแบบวางผังตา่ ง ๆ ภายใน
บริเวณทีต่ อ้ งการ เช่น การวางผังปลูกต้นไม้ ไม้ประดับต่าง ๆ การตกแตง่ สระน้า นา้ พุ ด้วยงานประติมากรรมเลือกใช้วัสดตุ า่ ง ๆ
ตามคณุ สมบตั ิ สีและรปู ทรงให้ประสานกลมกลนื กนั ( HARMONY )

7

หน่วยท่ี 3 การวางแผนออกแบบและพฒั นาการจัดดอกไม้

ตัวอยา่ งอุปกรณ์จัดตกแตง่ สถานท่ีทง้ั ภายในและภายนอกอาคารประกอบด้วยดังนี้

ตัวอยา่ ง อปุ กรณจ์ ดั ตกแต่งสถานทส่ี าหรบั งานแตง่ งานและงานเล้ยี งตา่ งๆ
เชน่ กาเซโบซมุ้ โดม,ซุ้มดอกไม้,ขาตั้งดอกไม้,ฉากในตรมี ต่างๆของงาน อปุ กรณ์ตกแต่งดอกไมป้ ระดิษฐ์ ฯลฯ

8

9

หนว่ ยท่ี 4 เทคนคิ การออกแบบตัวอกั ษร
ตวั อกั ษรมีผลต่องานกราฟฟิกโดยรวม งานออกแบบที่ดีจงึ ต้องมตี วั อกั ษรที่เหมาะสมดว้ ย การออกแบบขน้ึ กับประโยชนใ์ ช้
สอย บางครง้ั นักออกแบบต้องการตวั อักษรท่ีอ่านงา่ ย เหมาะกับงานพิมพ์ ตวั อักษรทนี่ า่ สนใจ ตวั อกั ษรท่ีเหมาะกับการแสดงผล
บนคอมพิวเตอร์ เป็นตน้

งานออกแบบ the wire magazine headline font ปี ค.ศ. 2004
เป็นงานออกแบบสาหรบั หัวหนังสือ จงึ มกี ารคานงึ ถงึ การอา่ นเป็นรอง แตเ่ น้นที่ความน่าสนใจของ
ตวั อกั ษรจดั เป็นตวั อักษรแบบ display แนวความคดิ การออกแบบนักออกแบบใช้ลักษณะเรขาคณิต สามเหล่ยี ม ส่ีเหล่ียม
วงกลม เป็นพ้ืนฐานในการสร้างตวั อักษร เพื่อแสดงแนวคิด constructivism หรอื โครงสร้างนยิ ม ตามแบบกลุ่ม modernism
ในช่วงปี ค.ศ. 1920 การออกแบบไม่จากดั ระยะ x - height ตามแบบมาตรฐาน ทาใหเ้ กิดความหลากหลายของส่วนสงู ตวั อักษร

งานออกแบบ Dazed & confused magazine headline font ออกแบบโดย Suzy Wood and Peter Stitson

10

ปี 2004 แนวคิดการอออกแบบสรา้ งลักษณะเด่นของตัวอกั ษรโดยทดลองลกั ษณะตา่ งๆกับสว่ น eye และ counter ตวั อักษรท่ี
ได้มีลักษณะเด่น แต่ใชง้ านได้หลากหลาย และสามารถใชไ้ ด้ท้ังขนาดเล็กและใหญ่ เกิดจากการแก้ไขเพียงเล็กน้อยกับ
สว่ นประกอบตวั อักษร

งานออกแบบ Wood in-store design and identity ออกแบบโดย Kai and Sunny ปี 2004 ออกแบบ
ตัวอักษรสาหรบั ร้านขายเส้ือผ้าชาย แนวคดิ เริม่ ต้นจากชื่อรา้ นทาใหไ้ ดล้ ักษณะกลมแทนความหมาย
รูปร่างของตัวอกั ษร นามาเช่ือมกันแบบ inter-locking สัญลักษณ์กง่ิ ไมใ้ ช้เพ่ือเติมความหมายของตวั อักษรให้ชดั เจนยง่ิ ข้ึน การ
ออกแบบลักษณะน้ีไม่จาเปน็ ต้องออกแบบตวั อักษรทัง้ หมด เนอื่ งจากมกี ารใช้เฉพาะคาเพ่ือเป็นสัญลักษณ์ของรา้ นคา้
เทคนดิ เล็กๆน้อยในการสร้างสรรค์งานตัวอักษร
เม่ือพดู ถึงเทคนิคตา่ งๆในการออกแบบนั้น มันก็แล้วแตผ่ ู้ออกแบบว่าเคา้ ใชเ้ ทคนิคอะไร เพราะความถนัดหรือความชอบมนั กจ็ ะ
ส่ือออกมาเปน็ ตัวงานน้นั ๆได้ครับ

งานออกแบบ font เพ่ือใชเ้ ปน็ หัวหนงั สอื ไม่จาเป็นต้องออกแบบตวั อักษรทัง้ หมด แต่เนน้ เฉพาะกลุ่มคา มลี กั ษณะคล้าย
เป็นโลโก้

งานออกแบบอาจมจี ุดเร่มิ ต้นจากแนวคดิ บางอยา่ งท่ีเป็นรปู ธรรมหรือนามธรรม นกั ออกแบบจะพัฒนาจนส่อื สารออกมาใน
ตวั อกั ษรได้ บางคร้ังผดู้ อู าจไม่เข้าใจกระบวรการทั้งหมด แต่สามารถรับสารทถี่ ูกส่งมาได้

11

งานออกแบบโดยมแี นวคิดจากงานออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ซ่ึงเป็นลกั ษณะเดน่ ขององค์กร

ตวั อักษรโปสเตอร์งานแสดงเฟอร์นเิ จอร์ ใชล้ ักษณะของเฟอนเิ จอรเ์ องสรา้ งเป็นตวั อักษรโดยเนน้ ลักษณะการใช้พื้นทีเ่ ป็นสาคัญ

ทฤษฎกี ารออกแบบ
emphasis หมายถงึ การเนน้ จดุ สนใจของภาพ ทงั้ งานออกแบบทีเ่ ป็น 2 มิติ และสามมติ ิ เพื่อให้ภาพนน้ั เกิดการสื่อสาร

เร่อื งราวเรอ่ื งใดเรือ่ งหน่งึ เป็นสาคัญ การเน้นสามารถทาได้หลายวิธีไดแ้ ก่ รปู รา่ ง(shape) ขนาด(size) สี(color)ผวิ สมั ผสั
(texture) และทศิ ทาง(direction)

unity หมายถงึ การสร้างความกลมกลืนให้แกภ่ าพ เม่ือมกี ารเน้นจุดสนใจ(emphasis) จดุ หนง่ึ แล้ว องคป์ ระกอบในสว่ นที่
เหลือก็ไมค่ วรรบกวน จงึ ต้องสรา้ งความกลมกลืนใหก้ บั ภาพ
การสร้าง emphasis โดยการจดั วางองคป์ ระกอบ(composition) ในการจดั วางองคป์ ระกอบยงั สามารถสรา้ ง เนน้ จดุ สนใจดว้ ย
หลากหลายวธิ ี ในที่น้ีจะยกตวั อย่างที่สาคญั

12

ตัวอยา่ งตวั อกั ษรเพื่อใชใ้ นการตกแตง่ สถานทแี่ บบต่างๆ

13

14

หนว่ ยท่ี 5 ความรู้ทั่วไปเกยี่ วกับการผกู ผา้ และการจบี ผ้า

ประเทศไทยเป็นประเทศทีม่ ีธรรมชาติ สวยงาม มีพรรณไม้ดอก ไม้ประดับหลากหลาย ซง่ึ คนไทยนิยมนา
ทรัพยากรธรรมชาตเิ หลา่ นน้ั มาใชป้ ระดับตกแต่งสถานที่ ในงานพธิ ี หรอื งานเทศกาลและการจัดงานต่าง ๆ แต่ปจั จุบนั
ทรัพยากรเหล่าน้นั มีจานวนลดนอ้ ยลง หายากข้ึน เน่อื งจากความเจริญทางวตั ถไุ ดร้ ุกลา้ พ้ืนท่ที ี่เป็นธรรมชาติมากข้นึ จงึ มกี ารนา
วัสดุอนื่ ๆ มาใชใ้ นการตกแตง่ ทดแทน เชน่ การใชล้ ูกโป่ง การใชผ้ ้า เป็นต้น

สาหรบั การใชผ้ า้ เปน็ วสั ดุท่ีใชใ้ นการตกแต่งสถานที่ กาลงั เป็นทนี่ ิยมในปจั จุบัน เพราะเปน็ วสั ดุทสี่ ามารถนากลบั มา
ใช้ไดใ้ นภายหลงั และสามารถเลอื กสขี องผ้า และรปู แบบของการตกแต่งได้ตามลักษณะของงาน จึงทาใหม้ ีผูศ้ ึกษาวธิ ีการตกแต่ง
สถานทีด่ ว้ ยการผูกผ้าและจบั จบี ผา้ เพม่ิ มากขน้ึ

ปจั จบุ นั ผา้ เป็นวสั ดุทเี่ ข้ามามีบทบาทสาคญั ในงานพิธหี รือราชพิธีการตา่ ง ๆ ท้ังในรปู แบบของโครงสรา้ ง
ใหม่ ๆ เชน่ ฉากและม่านหรอื ในรูปแบบของเครื่องประดบั ตกแตง่ เป็นระบายดอก เฟือ่ ง และระย้าเป็นตน้ ท้งั นอ้ี าจเป็นเพราะ
ผ้ามใิ ช่วัสดุสิ้นเปลือง เม่อื เสร็จสิ้นประโยชนใ์ ชส้ อยแตล่ ะครั้ง ก็สามารถนามาทาความสะอาดและเก็บรักษาไว้ใช้ในงานครงั้
ตอ่ ๆ ไปนานหลาย ๆ คร้ัง ต่างจากวสั ดุธรรมชาตทิ ถี่ ูกนามาดัดแปลงประดิษฐใ์ ชใ้ นการประดบั ตกแต่ง เชน่ ดอกไมส้ ด ใบ ก่ิง

ก้าน และลาต้น เหล่านล้ี ว้ นมีขีดจากดั ทางกายภาพ การนามาใชง้ านจะอยู่ไดภ้ ายในระยะเวลาจากัด สน้ิ เปลอื งค่าใชจ้ ่าย และ
ตอ้ งคอยดแู ลรักษาอย่างสมา่ เสมอให้คงสภาพอยู่ได้ นบั เป็นความยงุ่ ยากและสิ้นเปลืองกว่าเมอ่ื เทียบกับการใช้ผ้า

ความหมายของการผกู ผา้ และการจับจีบผ้า
การผกู ผา้ ( Bind Down ) หมายถึง การปฏิบตั ิงานในการสร้างสรรคร์ ปู แบบของผลงานด้วยการผกู การมัดและการ

จบั ดอก เพอ่ื สร้างงานและเพิ่มมลู ค่าของผลงานให้เกิดความสวยงาม
การจับจีบ ( Pleating ) หมายถึง การสร้างสรรคร์ ูปแบบของงานในการปฏิบัติงานดว้ ยการม้วน การพับ การซ้อน

การจบี การบดิ เกลยี ว การรูดหรอื การย่น

15

รปู แบบของการผกู ผ้าและการจบั จบี ผา้ รูปแบบของการผูกผา้ มี 3 รปู แบบ คือ

1. ดอก คอื ส่วนสาคัญขององคป์ ระกอบการทงั้ หมด ถกู กาหนดให้เปน็ จุดเดน่
2. เฟอ่ื ง คอื องคป์ ระกอบในการผกู ผา้ เพ่ือแก้ปญั หาด้านพน้ื ท่ี เวลา และโครงสรา้ ง
3. ระยา้ คอื การผกู ผา้ ท่ีมลี กั ษณะเป็นพวงพุ่ม จะอยู่ภายใต้ดอกหรือเฟ่อื ง

โอกาสทใ่ี ชใ้ นการผกู ผา้ และจบั จบี ผา้

การผูกผา้ และจบั จบี ผา้ นิยมใช้ในงานเทศกาลและงานพธิ ใี นโอกาสตา่ ง ๆ ดงั น้ี

งานพระราชพิธี ( Royal Ceremony ) หมายถึง งานท่ีอยู่ในขนบธรรมเนียมและราชประเพณีของพระมหากษัตรยิ ์
มีระเบียบ แบบแผนและขัน้ ตอนมีหมายกาหนดการอย่างเปน็ พธิ กี าร เรยี บร้อย รัดกุม และคานงึ ถึงความปลอดภัย ซ่ึงการ
ประดับตกแตง่ สถานท่ี นิยมใชผ้ ้าเป็นสว่ นประกอบ

การจัดงานพธิ ี (Ceremony ) คือ งานที่กาหนดรปู แบบ โดยมกี าหนดการทชี่ ัดเจน ทราบจดุ มุ่งหมายและ
วตั ถุประสงค์ของงาน เชน่ งานแห่เทยี นพรรษา งานวนั มาฆบูชา งานศพ พธิ มี อบใบประกาศนยี บตั ร

การจดั งานทางธรุ กจิ คอื การที่ใชส้ ถานท่ตี กแต่ง เพ่อื ใหเ้ กิดความสวยงาม โดยมี
วัตถุประสงค์ของเจ้าของงานเปน็ หลัก เช่น งานแต่งงาน การประชมุ งานแถลงข่าว งานจัดเลีย้ ง

ประโยชน์ของการผูกผ้าและการจับจีบผา้

ประโยชน์ของการผกู ผา้ คอื การนาผลงานไปใชใ้ หต้ รงกับวตั ถปุ ระสงค์ของงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย กับผลงานที่
ไดร้ บั มอบหมาย ประโยชน์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่ท่ตี ้องการเน้นให้เป็นจดุ เด่น อันมีประธานและรองประธาน โดยเรยี งลาดับ
ตามความสาคัญ ใช้ตกแต่งโครงสร้างเคลือ่ นที่และโครงสรา้ งถาวร โดยใช้การตกแต่งด้วยการผกู ผา้ ดว้ ยดอก,เฟอ่ื ง,ระยา้

ประโยชน์ของการจบั จีบ หมายถึง การนาผลงานไปใชใ้ หต้ อบสนองความต้องการของงานน้ันๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ใช้ในการจัดตกแต่งสถานที่ในงานประเภทต่างๆ เช่น งานแตง่ งาน งานสาธติ ต่างๆ การประชมุ สมั มนา การจดั เล้ยี งแบบบฟุ เฟ่ต
การจัดเล้ยี งโต๊ะจนี โต๊ะลงทะเบียน ซ่ึงถอื เป็นองค์ประกอบของการจัดงานทีส่ าคญั เพราะถือเปน็ โครงสรา้ งพ้ืนฐาน ( Structure
Standard) กอ่ นท่สี ว่ นตา่ งๆจะลงมือตกแต่งได้ ปัจจบุ ันได้มีวิวฒั นาการมาเป็นสว่ นหน่งึ ของการจัดตกแต่งสถานที่ในโรงแรม
และการบริการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนฯลฯ

16

ตัวอย่างและวิธีทาการจบั ผา้ ทาลายต่างๆ
ลายจบี กระทบ

ลายจบี ตาม

ลายจบี ตาม 2 ชัน้

17

ลายผีเสื้อ
ลายผเี สือ้ ซ้อน
ลายผเี สื้อ 2 ช้นั

18

ลายผีเสอื้ 2 ชนั้ ตา่ งระดับ
ลายโบ

19


Click to View FlipBook Version