ปที ่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 (64) กรกฎาคม – กนั ยายน 2563 ขา่ วสารเพ่อื การพฒั นาคุณภาพบริการ การศึกษา วจิ ยั และวิชาการ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล
เปิดเลม่ เขา้ สไู่ ตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 แลว้ สถานการณ์ Covid-19 กย็ งั คงอยู่ แมร้ ูปแบบการใช้
ชีวิตทต่ี ้องเปล่ยี นแปลงเข้าสู่ New Normal แตข่ ้อมลู ขา่ วสาร สาระความรู้ และกจิ กรรม กย็ งั มีอยเู่ หมอื นเดิมครับ
ถอดบทเรยี นจากการประเมนิ การรับรองเฉพาะโรค
การดแู ลภาวะเบาหวานขน้ึ จอตาขน้ั รุนแรง
The fast-track diabetic retinopathy screening
and treatment program
คณะกรรมการทมี นาทางคลินิกจักษวุ ทิ ยา (PCT-EYE)
โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สาคัญ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี ร า ย ง า น ค ว า ม ชุ ก ข อ ง ภ า ว ะ
และมแี นวโนม้ ของอบุ ัติการณ์ความชุกสูงในประชากรที่ เบาหวานข้ึนจอตาในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดท่ีสอง
อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งมีรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น ประมาณ 24-31% ภาวะเบาหวานขึ้นจอตาแบ่งตาม
พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การทางาน การออก ระดับความรุนแรงได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ Non
กาลังกายที่มีความแตกต่างจากประชากรในชนบทหน่ึง proliferative diabetic retinopathy (NPDR) และ
ในภาวะแทรกซ้อนสาคัญของโรคเบาหวาน คือ ภาวะ Proliferative diabetic retinopathy (PDR) หรือภาวะ
เบาหวานข้ึนจอตา (diabetic retinopathy) ซึ่งจาก เบาหวานข้ึนจอตาขั้นรุนแรง โดยทั้ง 2 ระดับทาให้เกิด
การสารวจโดยองค์การอนามัยโลกพบว่า ภาวะน้ีเป็น ภ า ว ะ แ ท ร ก ซ้ อ น ที่ ส่ ง ผ ล ต่ อ ก า ร ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ ห ล า ย
หนึ่งในสาเหตุอันดับต้นของการสูญเสียการมองเห็นถึง ประการเชน่ จดุ ภาพชัดบวม, จุดภาพชัดขาดเลือดโดยที่
ข้นั สายตาเลือนรางจนถึงตาบอดในประชากรวัยทางาน ในกลุ่ม Proliferative diabetic retinopathy อาจทา
ภาควิชาจักษุวิทยา จัดตั้งทีมนาทางคลินิก Patient ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนท่ีส่งผลต่อการมองเห็นในระดับ
Care Team: PCT จักษุ ในการดูแลกลุ่มโรคสาคัญทาง ทีร่ ุนแรงขน้ึ
จักษุวิทยา ท้ังจักษุวิทยาท่ัวไป และจักษุวิทยาอนุสาขา
ต่างๆ โดยกลุ่มผู้ป่วยโรคจอตาและน้าวุ้นตานับเป็น
ผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ จากสถิติจานวนผู้ป่วยปี 2562 มี
จานวนท้ังสิ้น 40,481 ราย เป็นผู้ป่วยโรคจอตาและน้า
วุ้นตา 4,537 ราย ในจานวนน้ีผู้ป่วยภาวะเบาหวานขึ้น
จอตามีความชกุ ประมาณ 7% ของผู้ปว่ ยจกั ษทุ ั้งหมด
ขา่ วสารคุณภาพ QUALITY NEWS 1
เลอื ดออกในน้าวนุ้ ตา (vitreous hemorrhage), จอตาลอก (retinal detachment),
ตอ้ หนิ แทรกซอ้ นจากภาวะจอตาขาดเลอื ด (neovascular glaucoma) เป็นตน้ ภาวะ
เบาหวานขึน้ จอตาขั้นรุนแรงจงึ นับเป็นโรคทางจกั ษเุ วชศาสตรเ์ ขตเมอื งทส่ี าคัญ ซึ่งภาควชิ า
จักษุวิทยาและ PCT จักษุได้มีความพยายาม
พัฒนาแนวทางและกระบวนการดูแลรักษาท่ีมีหลายวิธี
เช่น การรกั ษาด้วยยาการรกั ษาด้วยเลเซอร์และการผ่าตัด
โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะฯ และโรงพยาบาลใน
เร่ืองงบประมาณสาหรับอุปกรณ์ครุภัณฑ์ และสถานท่ี
รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากสหวิชาชีพของหน่วยงาน
ต่างๆ จนในท่ีสุดสามารถผ่านการประเมินการรับรอง
เฉพาะโรคการดูแลภาวะเบาหวานขึ้นจอตาขั้นรุนแรง
(DSC Proliferative Diabetic Retinopathy care) เม่อื
วันที่ 6 สงิ หาคม 2563 ซ่งึ เป็นการผ่านการรบั รองโรคทางจักษวุ ทิ ยาเป็นแหง่ แรกของประเทศ
การดาเนนิ การตัง้ แต่เริ่มตน้ จนผ่านการรับรองมเี รอื่ งสาคญั ทส่ี ามารถถอดบทเรยี นเพอื่ การเรียนรู้ไดด้ ังต่อไปน้ี
การเลือกโรคที่มีความสาคัญ ทั้งในแง่ความชุกและความรุนแรงของผลกระทบความเป็นโรคทางเวชศาสตร์
เขตเมือง สอดคล้องกับเอกลักษณ์และวิสัยทัศน์ขององค์กร เป็นโรคระยะท้ายที่มีภาวะแทรกซ้อนได้หลาย
ประการ ซ่ึงต้องการการดูแลรักษาที่มีความหลากหลายต้องอาศัยความร่วมมือของสหวิชาชีพ และเครือข่าย
สุขภาพสามารถแสดงใหเ้ หน็ กระบวนการดูแลผปู้ ว่ ยทมี่ ีมาตรฐานและการพัฒนา ต้ังแต่การเขา้ ถงึ บริการไปจนถึง
การดูแลต่อเน่ืองและมีผลลัพธ์ที่ดีหรือมีแนวโน้มท่ีดีในระดับท่ีสามารถเทียบเคียงกับโรงพยาบาลในระดับ
เดียวกนั หรือสงู กวา่ ทัง้ ในและต่างประเทศ
การเลือกทีมบุคลากรสหวิชาชีพที่มีความ
เช่ยี วชาญของ PCT จักษุ ได้แก่ จักษุแพทย์จอตาที่มี
ศักยภาพด้านงานบริการและงานวิจัย/ วิชาการ
พยาบาลเฉพาะทางจอตา/ พยาบาลจักษุพยาบาล
ห้องผ่าตัดจักษุท่ีมีความชานาญ เร่ืองการดูแลผู้ป่วย
การผ่าตัดจอตาและน้าวุ้นตา มีผลงาน CQI และ
นวัตกรรมเภสชั กรท่ีทาหน้าท่ีประสานการทางานกับ
ฝ่ายเภสัชกรรมในเรื่องการเตรียมจัดและจ่ายยาให้
ตรงตามความต้องการของแพทย์ นักวิทยาศาสตร์
การแพทย์ที่ทาหน้าที่ใช้เครอ่ื งมือพเิ ศษสาหรบั ตรวจ
วนิ จิ ฉยั และบุคลากรของหน่วยงานอืน่ ได้แก่ อายรุ แพทย์ตอ่ มไร้ทอ่ พยาบาลอายรุ กรรม นกั เทคนิคการแพทย์
ห้องปฏบิ ตั กิ าร นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์และพยาบาลเยี่ยมบา้ น เปน็ ต้น
การผา่ นการรบั รองในคร้ังน้ีจะเปน็ แบบอยา่ งสาหรบั การขอรบั การรบั รองโรคจกั ษอุ ่นื ๆในอนาคตและจะเปน็
ก้าวสาคัญสาหรับการมุ่งสศู่ ูนยค์ วามเป็นเลศิ ด้านจอตาและน้าวุน้ ตาของภาควิชาจักษวุ ทิ ยาต่อไป
ข่าวสารคณุ ภาพ QUALITY NEWS 2
Modified-release Dosage forms Pharmacy News
รูปแบบยาทีม่ กี ารปรบั เปลยี่ นการปลดปล่อยตัวยา ฝา่ ยเภสชั กรรม โรงพยาบาลวชริ พยาบาล
ฝ่ายเภสชั กรรมขอแนะนาใหร้ ูจ้ กั กับ
รูปแบบผลติ ภัณฑย์ าทม่ี ีการพัฒนาเพ่อื
ตอบสนองความต้องการดา้ นการรักษาและ
ความสะดวกสบายในการใช้ โดยหนงึ่ ในนัน้ คอื
การพฒั นายารับประทานทสี่ ามารถควบคมุ การ
ปลดปลอ่ ยตวั ยา (modified-release dosage
forms) ให้เปน็ ไปตามตอ้ งการ โดยยาทีม่ ีลกั ษณะ
พิเศษเหลา่ นี้ มักจะมอี ักษรยอ่ ต่อทา้ ยช่ือยาเพ่ิมเติม
เช่น SR (sustained release), ER หรือ XR (extended
release), CR (controlled release), TR (timed
release) LA (long acting), SA (sustained action) เปน็ ต้น
ประโยชนข์ องยา Modified-release dosage forms
การพฒั นาการปลดปล่อยยาทาให้เกดิ ผลดีต่าง ๆ ดังน้ี
หมายเหตุ
………..เสน้ แสดงระดบั ยาของยาท่ปี ลดปลอ่ ยแบบปกติ
.เส้นแสดงระดับยาของยาท่มี กี ารดดั แปลงการปลดปล่อย
ภาพที่ 1 แสดงระดับยาเปรยี บเทยี บระหว่างยาปลดปลอ่ ยแบบปกติ
และแบบมีการควบคุมการปลดปล่อย
1. การควบคุมการปลดปล่อยตวั ยาได้ ทาใหส้ ามารถเพิม่ ปรมิ าณยาในแต่ละเมด็ ยา แล้วควบคมุ ให้ปลดปล่อยออกมาช้า ๆ
ทาให้มีระดับยาในร่างกายท่ีนานข้ึน ส่งผลให้ลดความถ่ีในการรับประทานยาเหลือเพียงวันละ 1-2 คร้ัง ผู้ป่วยก็จะ
รบั ประทานยาได้งา่ ย และลดโอกาสในการลืมรบั ประทานยาลง
2. ระดับยาในร่างกายของผู้ที่ใช้ยาประเภทควบคุมการปลดปล่อย จะมีลักษณะคงที่กว่าการใช้ยาท่ีปลดปล่อยแบบปกติ
โดยการท่ีระดับยาในเลือดคงที่ จะส่งผลดี 2 ด้าน คือ ลดโอกาสท่ีระดับยาสูงถึงระดับท่ีอาจก่อให้เกิดพิษ หรืออาการ
ขา้ งเคยี งจากยา และเพิ่มประสิทธภิ าพในการรักษาของยา จากการท่สี ามารถควบคมุ ใหร้ ะดับยาไม่อยู่ในช่วงที่ต่าเกินระดับ
การรกั ษา
3. ซ่ึงเหน็ ได้จาก ภาพท่ี 1 ที่การใช้ยาแบบปลดปล่อยปกตจิ ะมรี ะดับยาแกวง่ ทาใหม้ ีช่วงที่ระดบั ยาตา่ กว่าระดบั รกั ษา
ข่าวสารคณุ ภาพ QUALITY NEWS 3
Modified-release dosage forms
ภาพที่ 2 รูปการควบคมุ การปลดปลอ่ ยยาแบบออสโมตกิ ปมั๊
ชนดิ พน้ื ฐาน (elementary osmotic pump)
ข้อควรระวังในการใช้ยาประเภท Modified-release dosage forms
1. ระดับยาในร่างกายหลังจากรบั ประทานยาประเภท Modified-release dosage forms จะมรี ะดบั คงท่ีในระยะยาว
ไม่เหมาะกับยาทต่ี อ้ งมีการปรบั ระดบั ยาอย่างใกล้ชิด เชน่ Warfarin, Phenytoin
ภาพท่ี 3 แสดงระดบั ยาในร่างกายของการใชย้ าขนาดสงู 2. ยาประเภท Modified-release dosage forms
มักมีการดัดแปลงผิวเคลือบเมด็ ยา หรือเนื้อเมด็ ยา
คร้ังเดียว การใช้ยาขนาดต่าบ่อยคร้ัง และการใช้ยาแบบ ดงั ภาพท่ี 2 เพอื่ ให้มีการปลดปลอ่ ยยาอยา่ งชา้
มีการควบคมุ การปลดปลอ่ ย ตามลาดบั หากมีปจั จัยภายนอกมาทาลายระบบดังกล่าว เช่น
การบด/ แบง่ / เคยี้ วเม็ดยา หรอื การเกบ็ ยา
ไม่เหมาะสม เป็นตน้ ก็จะทาใหผ้ ้ทู ร่ี บั ประทานยา
ประเภทน้ไี ดร้ ับยาขนาดสูงในทนั ที ดังภาพท่ี 3
เกิดภาวะระดับยาสงู เกินกวา่ ระดบั รักษา
(Overdose)
*** หากจาเป็นตอ้ งใชย้ าประเภท Modified release dosage forms ในผปู้ ว่ ยทตี่ ้อง NG Feeding
หรือตอ้ งบด/แบ่งเมด็ ยา แนะนาใหเ้ ปลีย่ นไปใชย้ ารปู แบบปกติ แบบแบ่งใหห้ ลายครั้งแทน
Reference
Ashlee N. Ford, Daniel W. Pack, and Richard D. Braatz. (2010). Design of Polymer Microparticle Drug Delivery Systems Using a Mechanistic
Reaction-Diffusion Model. Retrieved 17 April 2020. from https://www.krellinst.org/doecsgf/conf/2010/pres/ford.pdf
อรลกั ษณา แพรตั กลุ , (2560). บูรณาการเทคโนโลยีเภสชั กรรมในการบริบาลทางเภสชั กรรม: บทเรียน และโอกาส. สบื คน้ 15 เมษายน 2563. จาก
https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=299
จนั ทนา ห่วงสายทอง, จฑุ าณี เขมาวาศน์ และ ประภทั ธ์ เปรมกิจวนิชกลุ . (2559). เถสัชภัณฑ์ทใี่ ห้ทางปากรปู แบบออกฤทธน์ิ าน. สารคลังขอ้ มูลยา: คณะเภสัชศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.18(1). https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/cpe/img_for_cpepdf/67-1.pdf
ข่าวสารคุณภาพ QUALITY NEWS 4
การทาวิจยั โดยใชอ้ ินเตอร์เน็ต
(Internet Based Research: IBR)
ผศ.ดร.บษุ บา ศภุ วฒั น์ธนบดี
ภาควชิ าวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์พน้ื ฐาน
ผชู้ ว่ ยคณบดี ด้านการวิจัย
การใชอ้ ินเตอร์เนต็ เปน็ หลักในการทาวจิ ยั เกิดขึ้นมานานแลว้ แตร่ ปู แบบการทาวิจยั น้ีเรม่ิ มี
บทบาทมากขน้ึ และเสมอื นจะกลายเปน็ วิถกี ารทาวจิ ยั แบบใหม่ (research new normal conduct)
เม่อื มีสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (COVID) เป็นปจั จยั หลกั ท่สี าคัญเป็นตัวกระตุน้
สาหรบั การทาวจิ ัยโดยใช้อนิ เตอร์เน็ตน้นั หมายถงึ การทาวิจยั ทมี่ ลี กั ษณะดงั ต่อไปนี้
1. การใช้อินเตอรเ์ นต็ ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู (data) และสารสนเทศ (information) เชน่ การสมั ภาษณ์
การสารวจ รวมถึงการดึงและเก็บขอ้ มลู แบบอตั โนมตั ิ (automated data scraping)
2. การศึกษาการใช้และการเข้าถึงอนิ เตอรเ์ น็ต เชน่ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการสังเกตการใช้และการเขา้ ถงึ
สื่อสังคมออนไลน์ (social media) เว็บไซต์ บลอ็ ก (blogs) เกมส์ สญั ลักษณ์ ข้อความ และบรกิ ารอื่นๆ ใน
อินเตอรเ์ น็ต
3. การใช้หรือการมีส่วนร่วมในการประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเก็บข้อมูลไว้ในฐาน
ขอ้ มลู หรือในคลังข้อมูลที่สามารถเขา้ ถึงไดท้ างอนิ เตอรเ์ น็ต
4. การศกึ ษาการใช้ software, code หรืออนิ เตอรเ์ นต็ เทคโนโลยี
5. การศึกษา รปู แบบ โครงสร้างของระบบ การเช่ือมตอ่ (interface) หน้า (pages) และองค์ประกอบ
(elements)
6. การวเิ คราะห์ภาพ สญั ลกั ษณ์ การวิเคราะห์ความหมาย (สญั ญศาสตร์) การวิเคราะห์เนือ้ หา (content
analysis) หรอื การวิเคราะห์การใช้ web หรือบริการอน่ื ๆ เปน็ ตน้
7. การศึกษาการใช้อินเตอร์เน็ต ระเบยี บข้อบงั คบั ต่างๆ ท่เี กีย่ วข้องกบั การใช้อนิ เตอร์เน็ต ซึง่ เป็นการทา
วิจยั ขนาดใหญ่ (large scale) ทีด่ าเนินการโดยรฐั บาล ภาคอตุ สาหกรรม หรือในหน่วยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับความ
ม่ันคง ของประเทศ
ส า ห รั บ ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ท า ง ด้ า น ส า ธ า ร ณ สุ ข ที่ ใ ช้
อินเตอร์เน็ตเป็นหลักในการทาวิจัยนี้ ส่วนใหญ่เป็นการใช้
อินเตอร์เน็ตในการเก็บรวบรวมข้อมูล (data) โดยมีรูปแบบใน
การได้มาซึ่งข้อมูลที่สาคัญ เช่น การสังเกต การสารวจ การ
สัมภาษณ์ และการโต้ตอบ ข้อดีของการทาวิจัยทางอินเตอร์เน็ต
คือ ได้ผู้เข้าร่วมการวิจัยตามเป้าหมายเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการ
ทาวิจัย ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถทาวิจัยได้ทุกพ้ืนท่ีที่มี
อินเตอร์เน็ต เป็นต้น แม้ว่าการทาวิจัยบนพื้นฐานของหลัก
จรยิ ธรรมการทาวิจัยในคนทส่ี าคัญ คอื การเคารพในความเป็นเป็นบุคคล โดยพึงต้องระมัดระวังประเด็นเร่ืองของ
การชักชวนเข้าสู่การวิจัย การขอคายินยอม การรักษาความลับและการเข้าถึงข้อมูล นอกจากน้ีควรศึกษา
ขอ้ กฎหมายตา่ งๆ ที่เก่ยี วข้องการคมุ้ ครองขอ้ มลู ส่วนบคุ คลให้เข้าใจ เพ่อื ให้การทาวจิ ัยนั้นเป็นไปตามมาตรฐานทาง
วชิ าการ และมาตรฐานตามหลักจรยิ ธรรมการวจิ ยั ในคน
ขา่ วสารคณุ ภาพ QUALITY NEWS 5
การพฒั นาเกณฑก์ ารประกันคุณภาพ
การศกึ ษาแพทย์ประจาบา้ น ระดับภาควชิ า
งานการศึกษาหลงั ปรญิ ญา
ฝา่ ยการศกึ ษาและกจิ การนักศกึ ษา
ระบบการประกันคณุ ภาพการฝึกอบรมภายใน
เกณฑก์ ารประกนั คุณภาพภายใน : คัดเลอื กในบางขอ้ ของเกณฑม์ าตรฐาน WFME
ผรู้ ับผิดชอบ :
1) ผู้รบั ผดิ ชอบในการจดั ทารายงานการประเมนิ ตนเอง : ผู้รับผิดชอบแผนงานฝกึ อบรม
2) ผู้รับผิดชอบในการประเมินคุณภาพภายใน : คณะกรรมการฯ ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
แต่งต้ัง ประกอบด้วย ประธานกรรมการฯ และกรรมการ จานวน 2 ท่าน โดยประธานกรรมการฯ อาจเป็น
ผเู้ ช่ียวชาญในสาขา/ อนสุ าขาเดียวกันหรอื ตา่ งกนั และมีนักจัดการของภาควิชา หรือนักวิชาการของฝ่ายการศึกษา
และกิจการนักศึกษา ทาหน้าท่เี ป็นเลขานุการ
รอบเวลา : 2 ปนี ับจากการรบั รองแผนงานฝึกอบรม
ช่วงเวลาของการประกันคณุ ภาพ : เดือนตลุ าคม – พฤศจิกายน ของทุกปี
กระบวนการ การประกนั คุณภาพการฝกึ อบรมภายใน ประกอบดว้ ยขั้นตอน ดงั นี้
1) คณะกรรมการฯ จดั ทาเกณฑ์การประกันคณุ ภาพ และเผยแพร่ให้ผู้รับผิดชอบแผนงานฝกึ อบรม
2) ภาควิชาแต่งต้งั ผ้รู ับผดิ ชอบในการทารายงานการประเมนิ ตนเอง
3) คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล แตง่ ตง้ั กรรมการผู้ประเมนิ คณุ ภาพ
4) คณะกรรมการฯ อบรมกรรมการผ้ปู ระเมินคุณภาพ
5) คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล แตง่ ตั้งกรรมการผูป้ ระเมนิ คุณภาพระดับแผนงานฝึกอบรม
ประจาปกี ารฝึกอบรม
6) คณะกรรมการฯ จัดทาข้ันตอนการประเมินคุณภาพ
7) คณะกรรมการฯ ทบทวนผลการประเมินคุณภาพของแผนงานฝกึ อบรมทกุ แผน และจดั ทา
แผนพฒั นาในระดับสถาบนั
8) คณะกรรมการฯ ทบทวนระบบและกลไกการประกนั คุณภาพประจาปกี ารฝกึ อบรม
เกณฑก์ ารให้คะแนน มดี ังนี้
ระดับ คาอธิบาย
Unmet ไม่มีการดาเนินการ
Partially met มีการดาเนนิ การบางสว่ น
Met มีการดาเนินการครบตามเกณฑ์
ข่าวสารคุณภาพ QUALITY NEWS 6
โครงการพัฒนาคณุ ภาพบรกิ ารปฐมภูมิ
โดยรูปแบบ Primary Care Trust
พยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลข้นั สูง
ฝ่ายการพยาบาล
คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล
การพัฒนาคุณภาพบรกิ ารปฐมภูมโิ ดยรูปแบบ Primary Care Trust เปน็ ความพยายาม ในการกระจาย
ความแออัดของประชากร โรคไม่ติดต่อเร้ือรังที่ไม่ซับซ้อนไปรับบริการท่ีหน่วยปฐมภูมิใกล้บ้าน โดยมี
โรงพยาบาลแม่ข่ายหรือโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ เป็นผู้ดูแลมาตรฐานการดูแลรักษา รวมถึงการส่งเสริม
สขุ ภาพ และการป้องกนั โรค ควบคมุ กากับตดิ ตามมาตรฐานการดแู ลผ้ปู ่วย และพัฒนาระบบสง่ ต่อ-รับกลับให้
เกดิ ความตอ่ เนอื่ ง โดยคณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาลได้มีการจัดกจิ กรรมเพอ่ื พัฒนา 3 ดา้ น ดงั นี้
1. พัฒนาวิชาการหน่วยบริการปฐมภูมิเครือข่าย
โ ด ย ก า ร พั ฒ น า ม า ต ร ฐ า น ก า ร ดู แ ล ผู้ ป่ ว ย ก ลุ่ ม
โรคเบาหวาน ความดันโลหติ สูง โรคไตเรื้อรงั และการ
ดูแลหญิงต้ังครรภ์ให้มีคุณภ าพได้มาตรฐาน
โดยเฉพาะ ทางด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค
การรักษาตามมาตรฐาน และมีเกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วย
มาโรงพยาบาลแม่ข่ายเม่ือเกินศักยภาพ กิจกรรม
ประกอบด้วย การจัดอบรมบุคลากรทางการแพทย์
พ ย า บ า ล แ ล ะ บุ ค ล า ก ร ท า ง ด้ า น ส า ธ า ร ณ สุ ข ที่
เก่ียวข้อง เพื่อเพ่ิมพูนความรู้ทางด้านวิชาการโรคไม่
ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงการกาหนดแนวปฏิบัติและ
เกณฑ์การส่งต่อ-รับกลับ เพ่ือให้ประชาชนได้เข้าถึง
บริการท่จี าเปน็
2. พัฒนาระบบส่งต่อ-รับกลับ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร
จัดการ การรับและส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือข่ายการดูแลระหว่าง
โรงพยาบาลตตยิ ภูมิ ทุตยิ ภูมิ และปฐมภูมิ ลดปัญหาความล่าช้าและความ
ไม่ตอ่ เนือ่ งในการดูแล กจิ กรรมประกอบด้วย การพัฒนาระบบ E-referral
การประชมุ วิเคราะห์ปัญหาระบบ E-refer เพ่อื วางแนวทางการแก้ไขอย่าง
เปน็ ระบบ
3. การนิเทศ กากับติดตาม เป็นกิจกรรมการตรวจเย่ียมหน่วยบริการปฐมภูมิ ในเครือข่ายปีละ อย่างน้อย
1 คร้ัง โดยใช้แบบประเมนิ NCD clinic plus ประเมินและควบคมุ กากบั กระบวนการให้บริการของหน่วย
ปฐมภมู ิ ให้ได้ตามมาตรฐาน เพือ่ ให้ผปู้ ่วยเกดิ ความเชือ่ ม่นั ในการรักษาพยาบาลทไ่ี ดร้ บั
ขา่ วสารคุณภาพ QUALITY NEWS 7
กจิ กรรมวนั ที่ 28 – 29 กันยายน พ.ศ.2563 เปน็ การจดั ประชุมวิชาการ
ในโครงการพฒั นาคุณภาพ บริการปฐมภูมิ โดยรูปแบบ Primary Care Trust ประจาปี
2563 จดั ขนึ้ ณ โรงแรม เอสดีอเวนิว เพ่อื เพิ่มพนู ความร้ทู างวชิ าการ โรคเบาหวาน
ความดนั โลหติ สงู โรคไตเรือ้ รัง และการดแู ลหญิงตัง้ ครรภ์ โดยไดร้ บั เกียรตจิ ากวทิ ยากรภายใน
และภายนอก
วทิ ยากรภายใน ประกอบด้วย ทีมสหสาขาวิชาชพี ในการดูแล
ผ้เู ข้ารว่ มประชมุ ประกอบดว้ ย บคุ ลากรคณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล ศนู ย์บรกิ าร
สาธารณสุข กองสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ และกลมุ่ หลักประกันสุขภาพ สานกั พฒั นาระบบสาธารณสุข
สานกั อนามัย
โดยมพี ยาบาลผ้ปู ฏิบัตกิ าร พยาบาลขนั้ สูง เป็นทมี นาทางการพยาบาลในการ
ขบั เคลอื่ นกระบวนการดาเนินการของการพัฒนาดังกลา่ ว
ทป่ี รกึ ษา คณบดี และรองคณบดี กองบรรณาธิการ ดร.อาพนั วิมลวฒั นา และคณะ
ผูจ้ ัดการ กนกลดา อัมยงค์ และเจ้าหน้าทฝี่ ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพ
เจา้ ของ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล มหาวิทยาลยั นวมนิ ทราธิราช
สานกั งาน ฝา่ ยยทุ ธศาสตรแ์ ละพฒั นาคุณภาพ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมนิ ทราธิราช
681 ถนนสามเสน แขวงวชริ พยาบาล เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ 10300
โทรศพั ท์ 0-2244-3523 โทรสาร 0-2244-3524 e-mail : [email protected]
ขา่ วสารคณุ ภาพ QUALITY NEWS 8