The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือบริหารความเสี่ยงองค์กร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ., 2021-10-15 04:25:30

คู่มือบริหารความเสี่ยงองค์กร

คู่มือบริหารความเสี่ยงองค์กร

คูม่ ือ
การบรหิ ารจดั การความเส่ียง

(Risk Management)

คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ตุลาคม 2564

คานา

คู่มือบริหารความเสีย่ ง ของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธริ าช จัดทาขน้ึ
เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานในการดาเนินการบริหารความเสี่ยงของคณะฯ ให้มีประสิทธิภาพ และ
ประสทิ ธิผลทว่ั ท้ังองคก์ ร ผบู้ รหิ ารและบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล มีความเขา้ ใจเรื่องการบริหาร
ความเสีย่ ง และสามารถนาไปปฏิบตั ิได้อยา่ งมีประสทิ ธิผล และต่อเนอ่ื ง

คณะกรรมการบรหิ ารความเสยี่ งของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลยั นวมินทราธริ าช
หวงั เปน็ อย่างยงิ่ ว่าคูม่ อื บรหิ ารความเสยี่ งของคณะฯ ฉบบั น้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผูบ้ รหิ าร และบคุ ลากรของคณะฯ
ในการปฏิบัตงิ านต่อไป

คณะผูจ้ ัดทา
ตุลาคม 2564

สารบญั หนา้

ก. บทนา 1
- ประกาศมหาวทิ ยาลยั เร่อื งนโยบายการบรหิ ารความเสีย่ งของมหาวิทยาลัย 2
นวมินทราธิราช
- ประกาศคณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล เรอ่ื งนโยบายการบริหารความเส่ียง 3
คณะแพทยศาสาตร์วชริ พยาบาล
4
ข.ระบบและกลไกการบริหารความเส่ยี งของคณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล 4
1. บรบิ ทขององค์กร 4
2. กรอบการดาเนินงานการบรหิ ารความเส่ียง 7
3. ระบบการบรหิ ารความเสยี่ ง 9
4. การจัดการสารสนเทศและจดั การความรเู้ กยี่ วกบั ความเสี่ยง 10
5. การสง่ เสรมิ วัฒนธรรมความปลอดภัย 10
6. Vajira Safety Goals :มาตรฐานสาคญั จาเป็นตอ่ ความปลอดภยั 11
7. การสง่ เสรมิ การบรหิ ารความเสยี่ งในระดบั ทีมและหนว่ ยงาน 11
8. เครื่องมอื อน่ื ๆในการจดั การความเสี่ยงท่ีนามาใชใ้ นวชริ พยาบาล 14
14
ค. ภาคผนวก 14
1. นิยามเก่ียวกบั ความเสี่ยง 15
2. สาเหตุของความเส่ยี ง 16
3. การบริหารความเส่ียง (Risk Management) 21
4. แนวคดิ การบรหิ ารจัดการความเส่ียงระดบั องค์กร 26
5. เครื่องมอื สาคญั ทใ่ี ชใ้ นการบรหิ ารความเสีย่ ง 26
6. บทบาทของผ้นู าในการบรหิ ารความเสีย่ ง 28
7. Patient Safety Goals
8. เอกสารอ้างองิ

ก. บทนำ

ก ำรบ ริห ำรค วำม เสี่ ย ง เป็ น เค ร่ือ งมื อ ส ำคั ญ ขอ งก ำรบ ริห ำร จั ด ก ำรอ งค์ ก รแ น วให ม่
และกำรบริหำรเชิงยุทธศำสตร์ในกำรผลักดันให้องค์กรมีผลกำรดำเนินงำนท่ีเป็นเลิศ และมีสมรรถนะสูง
(High Performance Organization : HPO) โดยเป็นกระบวนกำรสำคัญที่จะชี้ให้เหน็ ควำมเสี่ยงท่ีอำจจะส่งผล
กระทบตอ่ กิจกรรมท่อี งคก์ รตอ้ งดำเนินกำร เพ่อื ใหบ้ รรลตุ ำมวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจ วัตถุประสงค์เชิงกลยทุ ธ์

กำรบริหำรควำมเสยี่ งที่ดี คือกำรที่บุคลำกรทเ่ี กย่ี วข้องทุกฝำ่ ยภำยในองค์กร มีสว่ นรว่ มในกำรวเิ ครำะห์
ตรวจสอบ ประเมินควำมเส่ียง และผลกระทบท่อี ำจจะเกิดขน้ึ กับองค์กรอยู่เสมอ รวมท้ังรว่ มกนั วำงแผนปอ้ งกัน
และควบคมุ ให้เหมำะสมกับภำรกิจ เพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงควำมเสี่ยงที่อำจเกิดขึน้ หรอื ท่อี ำจสร้ำงควำมเสียหำย
หรอื ควำมสูญเสยี ให้กับองคก์ รได้ มกี ำรวเิ ครำะหค์ วำมเสยี่ งระดบั องคก์ รและผลกระทบทงั้ ทำงตรงและทำงออ้ ม
ท่ีอำจส่งผลต่อแผนยุทธศำสตร์และแผนปฏิบัติกำรตำมพันธกิจด้ำนต่ำงๆ ที่วำงไว้ และอำจส่งผล
ต่อระบบเศรษฐกิจสังคม สำธำรณสขุ และสิง่ แวดลอ้ มของประเทศ

กำรบรหิ ำรควำมเสยี่ งระดบั องค์กร สำมำรถสะทอ้ นให้เห็นถึงนโยบำยกำรบรหิ ำรจดั กำร และกำรกำกับ
ดแู ลกิจกำรของแต่ละองค์กร โดยหำกองค์กรมีกำรบริหำรควำมเสี่ยงอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ จะส่งผลให้สำมำรถ
บรรลวุ ตั ถุประสงค์ขององค์กร ทั้งในเชงิ ประสิทธภิ ำพและประสทิ ธผิ ลของงำนดว้ ย

มหำวิทยำลัยนวมินทรำธิรำช ได้ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรบริหำรควำมเสี่ยง โดยอธิกำรบดี
ได้กำหนดนโยบำยกำรบริหำรควำมเสี่ยงของมหำวิทยำลยั เม่ือเดือนมีนำคม 2560 และได้มอบหมำยให้จัดทำ
แนวทำงกำรบริหำรควำมเส่ียงของมหำวิทยำลัยนวมินทรำธิรำช เพื่อให้ส่วนงำนต่ำงๆนำไปดำเนินกำร
ให้สอดคล้องในแนวทำงเดียวกนั รวมทัง้ ได้กำหนดเกี่ยวกับกำรบรหิ ำรควำมเส่ียงไว้ในแผนพฒั นำมหำวิทยำลัย
นวมินทรำธิรำช ในยุทธศำสตร์กำรบูรณำกำรด้ำนกำรบริหำรจัดกำรโดยยึดหลักธรรมำภิบำล เพื่อควำมม่ันคง
และยงั่ ยืน

คณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล มีกำรดำเนนิ กำรด้ำนกำรบริหำรควำมเสีย่ งมำต่อเนื่อง พร้อมๆกบั กำร
พัฒนำองค์กรตำมมำตรฐำนกำรรบั รองสถำนพยำบำล (Hospital Accreditation) ซง่ึ ให้ควำมสำคัญกับคุณภำพ
ควำมปลอดภัย และกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ โดยได้เข้ำสู่กำรประเมนิ เพื่อกำรรับรองคุณภำพ เป็นคร้ังแรกเม่ือปี
พ.ศ. 2547 และมีกำรขอรับกำรประเมินและรับรองคุณภำพมำอย่ำงต่อเนื่อง จนผ่ำนกำรรับรองคุณภำพ
สถำนพยำบำลในระดับขั้นก้ำวหน้ำ (Advanced HA) ในปีพ.ศ. 2562 แต่กำรดำเนินกำร ในกำรบริหำรควำม
เสี่ยง ส่วนใหญ่จะเนน้ ท่ีกำรบรหิ ำรควำมเส่ียงระดบั ปฏิบัติกำร (Operation Risk Management) โดยเฉพำะใน
สว่ นของโรงพยำบำลเป็นหลกั ตอ่ มำเม่ือมีกำรนำเกณฑ์รำงวัลคณุ ภำพแห่งชำติ (TQA) และกำรรับรองคุณภำพ
เพอ่ื ควำมเป็นเลศิ ทำงกำรศึกษำ (EdPEx.) มำใช้เปน็ กรอบในกำรพัฒนำองค์กร จึงมีกำรทบทวนแนวคดิ และปรับ
ระบบกำรบริหำรควำมเส่ียงให้ครอบคลุมควำมเส่ียงในระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) ซึ่งต้อง
พจิ ำรณำในเชงิ ยุทธศำสตร์ ควำมมนั่ คงขององค์กรและกำรปฏบิ ัตติ ำมแผนปฏิบัติกำร เพ่ือกำรบรรลุควำมสำเร็จ
ตำมพันธกจิ วิสัยทศั น์ และวัตถุประสงค์เชงิ กลยทุ ธ์ รวมท้ังกำรบรหิ ำรจัดกำรในภำพรวม อกี ท้ังต้องดำเนินกำรให้
สอดคล้องกบั นโยบำย และแนวทำงที่มหำวทิ ยำลยั นวมินทรำธิรำชไดก้ ำหนดไว้

2

3

ข. ระบบและกลไกกำรบรหิ ำรควำมเสยี่ งของคณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล

1. บรบิ ทขององคก์ ร

1.1 ข้อมูลท่ัวไป คณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล มีรำกฐำนมำจำกโรงพยำบำลวชิรพยำบำล ซ่ึงได้รับ

พระรำชทำนกำเนิดโดยพระบำทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยหู่ ัว เมอ่ื พ.ศ. 2455 เน่ืองในวำระฉลองกำรขึ้นครอง

สิริรำชสมบัติ โดยม่งุ เพ่ือประโยชน์สำธำรณะและสุขภำพประชำชน ต่อมำได้โอนมำสังกัดต่ำงๆ จนกระทั่งมำอยู่ใน

สงั กดั สำนกั กำรแพทย์ กรงุ เทพมหำนคร ในปี พ.ศ. 2553 ไดม้ ีกำรจัดต้งั มหำวิทยำลัยนวมินทรำธิรำช โดยอยใู่ นกำกบั

ของกรุงเทพมหำนคร จึงได้โอนมำเป็นคณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล และเป็นส่วนงำนหน่ึงของมหำวิทยำลัย

นวมนิ ทรำธริ ำช

1.2 พนั ธกจิ สำคญั มี 3 ด้ำน คือ

1.2.1 กำรจดั กำรศกึ ษำ ดำ้ นกำรแพทย์และสุขภำพ เพือ่ ตอบสนองควำมต้องกำรของสังคมไทย

1.2.2 กำรให้บริกำรสุขภำพ โดยเน้นระดับตติยภูมิและตติยภูมิขั้นสูง เพื่อตอบสนองควำมต้องกำร

ของประชำชนโดยเฉพำะในพ้นื ท่ีกรงุ เทพมหำนครและปริมณฑล และเปน็ สถำนพยำบำลรับส่งตอ่ ของสถำนพยำบำล

ตำ่ งๆในสังกดั กรุงเทพมหำนคร รวมท้งั สถำนพยำบำลอ่ืนๆในระบบหลักประกันสขุ ภำพและระบบประกนั สังคม

1.2.3 กำรวิจัย นวัตกรรมและบริกำรวิชำกำร ด้ำนกำรแพทย์และเวชศำสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนอง

กำรพัฒนำคุณภำพกำรรักษำพยำบำล และกำรพัฒนำกำรบริกำรและแก้ไขปัญหำด้ำนสุขภำพของประชำชน

ในเขตเมือง

นอกจำกนย้ี งั ตอ้ งมีกำรพฒั นำองค์กรและระบบงำนต่ำงๆ ให้เขม้ แข็งเพอ่ื กำรแข่งขนั และควำมยง่ั ยนื ขององค์กร

1.3 วสิ ยั ทศั นข์ ององค์กร คอื “สถำบันแพทยศำสตรท์ ี่ทรงคณุ ค่ำ ผนู้ ำด้ำนเวชศำสตรเ์ ขตเมือง”

1.4 ปณิธำนองค์กร คือ “สืบทอดพระรำชปณิธำน วชิรพยำบำลเพ่ือประโยชน์สำธำรณะและสุขภำพ

ประชำชน”

1.5 คำ่ นยิ มองคก์ ร คือ “We are VAJIRA” โดยมคี วำมหมำยคือ

V: Visionary มองกำรไกล

A: Altruism มจี ิตสำธำรณะ ทำเพื่อผ้อู ่นื

J: Justice ยึดควำมถกู ตอ้ งเปน็ ธรรม

I: Integration มีกำรบรู ณำกำร ประสำนงำนดี

R: Responsibility มคี วำมรับผิดชอบ

A: Agility มีควำมยดื หยุ่น พร้อมรับกำรเปล่ียนแปลง

2. กรอบกำรดำเนนิ งำนกำรบรหิ ำรควำมเสย่ี ง คณะฯ แบง่ กำรบริหำรควำมเสยี่ งเป็น 3 ระดับ คือ
2.1 กำรบริหำรควำมเส่ยี งระดับองค์กร (Enterprise Risk) ซ่งึ ครอบคลมุ กำรบริหำรควำมเสยี่ งสำคัญ คือ
2.1.1 ควำมเส่ียงเชิงยุทธศำสตร์ เช่นควำมเส่ียงที่อำจมีผลกระทบต่อกำรบรรลุวิสัยทัศน์ ควำมสำเร็จ

ตำมแผนยทุ ธศำสตร์ ควำมสำเร็จของกำรเปิดหลักสตู ร/ผลติ ภณั ฑ์หรอื บริกำรใหมๆ่ เปน็ ตน้
2.1.2 ควำมเสยี่ งของกำรปฏิบัติกำรในภำพรวม ซ่ึงอำจเกย่ี วขอ้ งหรอื ได้รบั ผลกระทบจำกควำมผิดพลำด

ในกำรวำงแผนกำรจัดกำรปญั หำเชิงกำยภำพ กำรธำรงรกั ษำบุคลำกรสำยวิชำกำร (เช่น อำจำรย์ลำออกจำนวนมำก

พร้อมๆ กัน) ควำมมั่นคงของระบบสำรสนเทศ หรือ ภัยพิบัติสิ่งคุกคำมภำยนอกต่ำงๆ ที่อำจทำให้กำรปฏิบัติกำร
เกิดกำรหยดุ ชะงักจนเกิดควำมเสยี หำยรนุ แรง

2.1.3 ควำมเสี่ยงด้ำนกำรเงินและงบประมำณ ซึ่งอำจเกิดจำกกำรนำทุนสำรองไปลงทุนเพื่อหำ

ผลประโยชน์ตอบแทน กำรลงทุนด้ำนโครงสรำ้ งพื้นฐำนที่ผิดพลำด หรอื กำรถูกตดั งบสนับสนนุ จำกองค์กรต้นสงั กดั /
ภำครฐั กะทันหัน (เช่น กรณี รฐั บำลประกำศงดจำ่ ยเงนิ อดุ หนุนหลกั สตู รแพทย์)

4

2.1.4 ควำมเสี่ยงด้ำนกฎหมำย/ จริยธรรม ที่กระทบกำรดำเนินกำรในภำพรวม เช่นกรณีหลักสูตร
ถูกระงบั หรือไม่ผำ่ นกำรรบั รอง ถูกส่ังปิดกำรดำเนินกำรเนื่องจำกอำคำรบริกำรไม่ได้มำตรฐำน กำรละเมิดจริยธรรม
กำรวจิ ยั ทรี่ ้ำยแรงโดยไมไ่ ดร้ บั กำรควบคมุ ทดี่ ีพอ

2.1.5 ควำมเส่ียงด้ำนช่ือเสียงและภำพลักษณ์ขององค์กร ท่ีทำให้สังคมขำดควำมเช่ือมั่น หรือไว้วำงใจ
เช่นผ้บู รหิ ำรระดับสูงมกี ำรทจุ ริตทรี่ ำ้ ยแรง

2.2 กำรบริหำรควำมเสี่ยงระดับปฏิบัติกำร (Operation Risk) ซ่ึงครอบคลุมกำรปฏิบัติกำร ในทุกพันธกิจ
และกำรบรหิ ำรจัดกำรในระบบสนบั สนนุ ตำ่ งๆ ขององคก์ ร โดยมีระบบยอ่ ยในแตล่ ะพันธกิจ ดังน้ี

2.2.1 พันธกิจกำรศกึ ษำ กำรบริหำรควำมเสี่ยงระดบั ปฏบิ ตั กิ ำรด้ำนกำรศกึ ษำ ควรครอบคลมุ
a) กำรเตรียมควำมพรอ้ มดำ้ นกำยภำพ สถำนท่ี เครอ่ื งมอื อุปกรณ์
b) กำรเตรยี มควำมพรอ้ มและบรหิ ำรจัดกำรดำ้ นผูส้ อน
c) กำรรับสมคั ร คัดเลือก ลงทะเบยี น และเตรยี มควำมพร้อมด้ำนผ้เู รียน
d) กำรบรหิ ำรจดั กำรกำรศึกษำรำยวชิ ำตำ่ งๆตำมหลักสูตร
e) กำรประเมนิ ผลกำรศกึ ษำ ท้ังในภำพรวมและรำยวชิ ำ
f) กำรดูแลผู้เรียนด้ำนสวัสดิกำร สวัสดิภำพ กำรจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ กำรเรียนรู้นอกหลกั สตู ร
g) กำรจัดกำรด้ำนธรุ กำรต่ำงๆ ในสำนกั งำน
h) กำรประสำนงำนหนว่ ยงำนภำยในและภำยนอกทเี่ กยี่ วข้องกบั กำรศึกษำ
i) อ่ืนๆ เช่นกำรประกันคุณภำพ

2.2.2 พนั ธกจิ บริกำร กำรบริหำรควำมเสี่ยงระดบั ปฏบิ ัตกิ ำรในดำ้ นกำรบริกำรสุขภำพ ควรครอบคลมุ
1) กำรจดั กำรเพื่อควำมปลอดภัยของผปู้ ่วย จำกกำรดแู ลและรกั ษำ (Clinical Risk management)

ซงึ่ ครอบคลุม
a) กำรเข้ำถงึ เขำ้ รับบริกำร
b) กำรวินิจฉัย กำรวำงแผน
c) กำรใหก้ ำรรกั ษำ กำรดแู ลทว่ั ไป กำรดแู ลกลุ่มเฉพำะ/ กลมุ่ เส่ียงสูง
d) กำรควบคุมกำรติดเชือ้
e) กำรจัดกำรเพ่อื ควำมปลอดภัยจำกยำ
f) กำรผำ่ ตัด/ ทำหัตถกำร
g) กำรระบุตวั กำรส่อื สำรให้ขอ้ มูล
h) กำรใชห้ รอื ใสเ่ ครอื่ งมือและอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์
i) ควำมตอ่ เนื่องของกำรดูแล
2) กำรเตรยี มควำมพรอ้ มด้ำนกำยภำพและส่ิงอำนวยควำมสะดวกสำหรับกำรบรกิ ำร (General Risk
Management) ไดแ้ ก่สถำนที่ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์ พสั ดุ วสั ดุ เวชภัณฑ์ เส้อื ผำ้ อำหำร
3) ระบบกำรลงทะเบียนและบันทึกขอ้ มูลผู้รบั บรกิ ำร
4) ระบบกำรตรวจชนั สตู รโรค ทำงหอ้ งปฏิบัตกิ ำร และทำงรงั สี
5) ระบบกำรติดตอ่ สอื่ สำร ประสำนงำน
6) ระบบกำรจดั เก็บรำยได้ เปน็ ต้น
7) อน่ื ๆ

5

2.2.3 พนั ธกจิ วิจัย นวัตกรรม และบรกิ ำรวิชำกำร กำรบรหิ ำรควำมเส่ยี งระดบั ปฏิบัติกำร
ด้ำนกำรวิจัย นวตั กรรม ควรครอบคลมุ

1) ระบบสนบั สนุนกำรวจิ ยั
2) กำรเตรียมควำมพร้อมของผวู้ จิ ัย
3) กำรพิจำรณำกรอบกำรวจิ ยั (Proposal) และจรยิ ธรรมกำรวจิ ยั
4) กำรกำกบั ติดตำมกำรทำวิจัย
5) กำรจัดกำรดำ้ นเงินทนุ สำหรบั วจิ ัย
6) กำรจัดกำรเพอ่ื กำรตพี มิ พใ์ นวำรสำรวชิ ำกำร
7) อน่ื ๆ
ดำ้ นวิชำกำร ควรครอบคลุม
1) กำรพิจำรณำและจดั สรรทนุ ฝึกอบรม
2) กำรเตรยี มตัวผู้ไปฝกึ อบรม
3) กำรทำสญั ญำจัด
4) กำรเอกสำรด้ำนกำรเงนิ และกำรเบกิ จำ่ ยเงนิ
5) กำรประสำนงำนและช่วยเหลอื ผฝู้ กึ อบรม
6) อ่นื ๆ
2.2.4 กำรบริหำรจัดกำรองค์กรในภำพรวม กำรบริหำรควำมเส่ียงระดับปฏิบัติกำร ของกำรบริหำร
องคก์ ร จัดอย่ใู นกลมุ่ กำรบรหิ ำรควำมเส่ยี งทว่ั ไป (General Risk Management) ซ่งึ ควรครอบคลุม
1) กำรจดั กำรงบประมำณ กำรเงนิ และกำรเบิกจำ่ ย
2) กำรจัดซอื้ จดั จ้ำง และควบคุมพัสดุ
3) กำรจัดกำรด้ำนระเบียบ กฎข้อบังคับ ประกำศต่ำงๆ
4) กำรรำยงำนผลกำรดำเนินงำนของกจิ กำรและงบกำรเงิน
5) กำรบริหำรบคุ ลำกร ด้ำนกำรบรรจุ แต่งตั้ง อตั รำกำลัง พฒั นำบุคลำกร สุขภำพ สวัสดภิ ำพ

สวสั ดิกำร ค่ำตอบแทน และวินยั
6) กำรสือ่ สำรและประสำนงำนภำยใน
7) กำรสอื่ สำรและประสำนงำนกบั ภำยนอกองค์กร
8) กำรจัดกำรระบบสำรสนเทศขององค์กร
9) กำรบรหิ ำรจดั กำรอำคำร และระบบสำธำรณูปโภค ในภำพรวม
10) กำรจัดกำรขยะและของเสีย
11) อืน่ ๆ
2.3 กำรบริหำรควำมเส่ียงในระดับภำควิชำ/ ฝ่ำยและหน่วยงำน เพื่อให้กำรบริหำรควำมเสี่ยงครอบคลุม
ถึงระดับกำรปฏิบัติกำรของภำควิชำ/ ฝ่ำยและหน่วยงำนท่ีหน้ำงำน โดยให้นำกระบวนกำรบริหำรควำมเสี่ยงมำ
วิเครำะห์ตำมบริบทของภำควิชำ/ ฝ่ำย และหน่วยงำน จัดทำ Risk Profile กำหนดตัวช้ีวัด และจัดทำแผนหรือ
มำตรกำร เพือ่ ลดอุบตั ิกำรณข์ องควำมเสยี่ งสำคญั ๆท่รี ะบใุ น Risk Profile

6

3. ระบบกำรบริหำรควำมเสี่ยง ประกอบด้วย กลไกท่ีรับผิดชอบ กระบวนกำรบริหำรจัดกำรควำมเสี่ยง
และแผนบริหำรควำมเสี่ยง

3.1 ระบบกำรบรหิ ำรควำมเส่ยี งระดับองคก์ ร
3.1.1 กลไกท่ีรับผิดชอบ เพื่อให้กำรบริหำรจัดกำรควำมเส่ียงองค์กร มีประสิทธิภำพและประสิทธิผล

ใหม้ กี ำรดำเนนิ กำรดงั นี้
1) คณะกรรมกำรประจำคณะฯ เป็นผู้รับผิดชอบกำรบริหำรควำมเสี่ยงระดับองค์กรในภำพรวม

โดยเปน็ ผู้อนมุ ัตแิ ผนกำรบริหำรควำมเส่ียงท่ีเสนอโดยคณะกรรมกำรอำนวยกำรคณะฯ ติดตำมกำกับดูแล และรับรอง
ผลกำรดำเนินงำนประจำปดี ำ้ นกำรบริหำรควำมเสี่ยงระดบั องคก์ ร ก่อนกำรรำยงำน ตอ่ คณะกรรมกำรทกี่ ำกบั ดแู ลใน
ระดับมหำวทิ ยำลยั

2) คณะกรรมกำรอำนวยกำรคณะฯ ซึ่งประกอบด้วยคณบดี รองคณบดีและท่ีปรึกษำ
เป็นผู้จัดทำแผนบริหำรควำมเส่ียงระดับองค์กรประจำปีงบประมำณ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมกำรประจำคณะฯ
ให้พิจำรณำและรับรอง รวมทั้งกำรกำกับติดตำมกำรปฏิบัติ กำรปรับแผน และจัดทำรำยงำนผลกำรดำเนินกำรตำม
แผน

3.1.2 กระบวนกำรบรหิ ำรควำมเส่ยี ง ประกอบด้วย 5 ขน้ั ตอนทสี่ ำคัญ ได้แก่
1) กำรระบุควำมเส่ียง โดยพิจำรณำตำมบริบทของแตล่ ะพันธกิจ
2) กำรวิเครำะห์และจัดลำดับควำมสำคัญ โดยพิจำรณำสำเหตุ/ ปัจจัยเสี่ยง โอกำสเกิด ระดับ

ผลกระทบ และนำมำคำนวณระดับควำมเสยี่ งตำมแนวทำง Risk Matrix เพอื่ จดั ลำดับควำมสำคัญ
3) กำรวำงแผนและกำหนดมำตรกำรในกำรจัดกำร พิจำรณำกำรจัดกำรว่ำจะใช้วิธีใด

ตำมแนวทำง 4T (Take Treat Transfer Terminate)
4) กำรดำเนินกำรให้มีกำรปฏิบัติตำมแผนหรือมำตรกำรท่ีกำหนด โดยมอบหมำยผู้รับผิดชอบ

ผู้กำกับดแู ล จัดสรรทรัพยำกร
5) กำรติดตำมและประเมินผล ผ่ำนกำรติดตำมอุบัติกำรณ์ ตัวชี้วัด เชิงประสิทธิภำพ และ

ประสิทธิผล และกำรประเมนิ ควำมสำเร็จ สรุปบทเรยี นในภำพรวม
3.1.3 แผนบรหิ ำรควำมเส่ียงระดบั องคก์ ร ประกอบด้วย
1) ผลกำรประเมินควำมเสี่ยงระดับองค์กร ท้ัง 5 ด้ำน คือ 1) ด้ำนยุทธศำสตร์ 2) ด้ำนกำร

ปฏิบัติกำรในภำพรวม 3) ด้ำนกำรเงินและงบประมำณ 4) ด้ำนกฎหมำยและจริยธรรม 5) ด้ำนชื่อเสียง
และภำพลกั ษณ์ เพ่ือใหไ้ ด้ประเดน็ ควำมเส่ียงสำคัญทัง้ ในแตล่ ะดำ้ นและในภำพรวมขององค์กร

2) มำตรกำรเชิงป้องกัน กำรกำกับดูแล และรองรับในกรณีเกิดอุบัติกำรณ์ ในประเด็น
ควำมเสย่ี งสำคญั ที่ระบใุ นกำรประเมิน

3) ตวั ช้ีวัดสำคญั เชงิ ประสทิ ธภิ ำพ และประสทิ ธผิ ลทีใ่ ชใ้ นกำรตดิ ตำมและประเมนิ ผล
4) งบประมำณและทรัพยำกร ทตี่ อ้ งใช้ในกำรดำเนนิ กำร
5) ผรู้ ับผิดชอบ ในกำรตดิ ตำมและรำยงำนผลกำรดำเนนิ กำรเม่อื สิ้นปีงบประมำณ
3.2 ระบบกำรบริหำรควำมเสย่ี งระดับปฏบิ ตั กิ ำร ประกอบด้วย
3.2.1 กลไกที่รับผดิ ชอบ คือคณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ยี งชุดตำ่ งๆ ไดแ้ ก่
1) คณะกรรมกำรบริหำรควำมเสี่ยงท่ัวไป มีคณบดีหรือรองคณบดีท่ีได้รับมอบหมำย
ด้ำนกำรบริหำร ทำหน้ำที่ประธำน กรรมกำรประกอบด้วย หัวหน้ำภำควิชำและหัวหน้ำฝ่ำยต่ำงๆ หรือผู้แทน
โดยมีหัวหน้ำฝ่ำยยทุ ธศำสตร์ฯหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมำยทำหนำ้ ที่เปน็ เลขำนุกำร

7

2) คณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ียงกำรศึกษำ มีรองคณบดีท่ีดูแลด้ำนกำรศึกษำ ทำหน้ำท่ี
ประธำน กรรมกำรประกอบด้วยหัวหน้ำภำควิชำและฝ่ำยท่ีเก่ียวข้องกับกำรศึกษำหรือผู้แทน โดยมีหัวหน้ำฝ่ำย
กำรศึกษำทำหนำ้ ท่เี ป็นเลขำนกุ ำร

3) คณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ียงคลินิก ซึ่งมีรองคณบดีที่ดูแลด้ำนกำรบริกำร (ผู้อำนวยกำร
โรงพยำบำล) ทำหน้ำที่ประธำน กรรมกำรประกอบด้วยประธำน PCT หัวหน้ำภำควิชำและหัวหน้ำฝ่ำยท่ีเกี่ยวข้อง
กบั กำรบริกำรหรือผู้แทน โดยมหี วั หน้ำฝำ่ ยยุทธศำสตรฯ์ หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมำยทำหน้ำทเ่ี ลขำนุกำร

4) คณะกรรมกำรบริหำรควำมเสย่ี งดำ้ นกำรวิจยั นวัตกรรมและบริกำรวิชำกำร ซึ่งมีรองคณบดี
ทีด่ แู ลด้ำนกำรวิจัย นวัตกรรมและบริกำรวิชำกำร ทำหน้ำทีป่ ระธำน กรรมกำรประกอบด้วยตัวแทนภำควิชำและฝำ่ ย
ที่เก่ียวข้องกับกำรวิจัย วิชำกำร กำรบริกำรวิชำกำร หรือผู้แทน โดยมีหัวหน้ำฝ่ำยส่งเสริม กำรวิจัยหรือผู้ที่ได้รับ
มอบหมำยทำหน้ำท่ีเลขำนุกำร

โดยใหค้ ณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ียงแตล่ ะคณะมีอำนำจ หนำ้ ที่ ดงั น้ี
1) วิเครำะหแ์ ละจัดลำดับควำมสำคญั ของประเดน็ ควำมเส่ียงด้ำนนนั้
2) วำงแผนบรหิ ำรควำมเสีย่ ง โดยมีแนวทำง ในกำรป้องกัน กำรกำกับดูแล และกำรตดิ ตำม
3) ดำเนนิ กำรเพ่ือรวบรวมอุบัติกำรณ์ วเิ ครำะห์และคำดกำรณ์แนวโน้ม
4) กำรทบทวนและสรปุ บทเรียนจำกอุบตั กิ ำรณส์ ำคญั และประเมินผลกำรดำเนินกำรในภำพรวม
5) นำผลกำรทบทวน/ ประเมินผล ไปปรบั ปรุงระบบกำรดำเนินงำนปกติและระบบกำรป้องกันเฝ้ำ

ระวังให้มปี ระสิทธภิ ำพและประสิทธผิ ลมำกขึน้
6) กำรให้มีกำรฝึกอบรมบคุ ลำกร เก่ียวกบั กำรบริหำรควำมเสย่ี งดำ้ นน้ันๆ
7) จัดทำรำยงำน เพื่อให้ผู้บริหำรระดับสูงและคณะกรรมกำรประจำคณะฯ ทรำบเมื่อสิ้น

ปีงบประมำณ
8) จดั ทำแผนบริหำรควำมเส่ยี งในปงี บประมำณถดั ไป

3.2.2 กระบวนกำรบริหำรควำมเส่ียง เพ่ือให้คณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ียงโดยเฉพำะในระดับ
ปฏบิ ัตกิ ำร มีกำรดำเนินกำรอยำ่ งเปน็ ระบบ ตำมข้ันตอนสำคญั ของกระบวนกำรบรหิ ำรควำมเสีย่ ง ให้มีกำรดำเนินกำร
ดงั นี้

1) กำรค้นหำควำมเส่ียง โดยทีมอำจนำประสบกำรณ์ในอดีต รำยงำนจำกท่ีอื่นๆ วำรสำรวิชำกำร หรือ
กำรทบทวนหำช่องโหว่ จดุ อ่อนของกระบวนกำร ระบบงำน เพ่อื พจิ ำรณำว่ำมีควำมเส่ียงอะไร ทีอ่ ำจเกดิ เป็นอบุ ัตกิ ำรณ์
ซ่ึงจะนำไปสู่ควำมเสยี หำย หรือสูญเสียของหน่วยงำน หรือตอ่ กำรดำเนินงำนไดบ้ ำ้ ง

2) กำรวิเครำะห์ควำมเส่ียง นำควำมเสี่ยงจำกกำรค้นหำควำมเส่ียง (ตำมข้อ 2.1) มำวิเครำะห์
เหตปุ ัจจยั สนบั สนุนให้เกดิ เป็นอุบัตกิ ำรณ์ รวมทั้งโอกำสที่จะเกิดเปน็ อบุ ัตกิ ำรณ์ และระดบั ควำมรนุ แรงของผลกระทบ
หำกเกิดข้นึ เพอ่ื คำนวณระดับควำมสำคัญของควำมเส่ยี งแต่ละประเด็น ตำมวธิ ีกำร Risk Matrix

3) กำรจัดทำบญั ชีควำมเส่ยี ง (Risk Profile) นำรำยกำรควำมเสีย่ งมำเรยี งลำดับจำกคะแนนมำกที่สุด
ไปหำน้อยท่ีสดุ ลงไปตำมลำดับ คดั เลือกควำมเสยี่ งทม่ี คี ะแนนมำก 5-10 ลำดับแรก หรือทอ่ี ยใู่ นโซนสแี ดงหรือสีเหลอื ง
มำอยู่ในบญั ชีควำมเส่ียง (Risk Profile) ที่ทีมจะนำไปดำเนนิ กำรตอ่

4) กำรจดั กำรควำมเสย่ี ง ใชแ้ นวคิดกำรจดั กำรควำมเสย่ี งคอื Take, Treat, Transfer, Terminate
มำตัดสินใจในกำรดำเนินกำรในข้นั ตอนกำรวำงแผน (Plan)

5) กำรดำเนินกำรและกำกับดูแล อยู่ในข้ันตอน Do หรือกำรนำมำตรกำรต่ำงๆ ลงสู่กำรปฏิบัติ
โดยกำรส่ือสำรสร้ำงควำมเข้ำใจและตระหนัก กำรมอบหมำยผู้รับผิดชอบ กำรฝึกอบรมบุคลำกร และกำรขอกำร
สนับสนุนจำกผู้บริหำรในกำรจดั หำเคร่ืองมือ อุปกรณ์ที่จำเป็น รวมท้ังกำรขอควำมร่วมมือจำกหน่วยงำนอ่ืน หรือผู้ที่

8

เก่ียวข้อง กำรกำกับดูแลและบันทึกข้อมูลต่ำงๆ ในขณะปฏิบัติงำน ในกรณีควำมเสี่ยงสำคัญ ควรใช้แนวคิด Risk
Register มำดำเนินกำร เพอื่ ให้มีประสทิ ธิภำพและประสทิ ธิผลมำกขึน้

6) กำรติดตำมเฝ้ำระวัง และรำยงำน มีกำรติดตำมและเฝ้ำระวังโดยผู้รับผิดชอบด้ำนควำมเสี่ยง
(Risk Owner) และผู้ปฏิบัติ โดยมีกำรรำยงำนอุบัติกำรณ์ให้หัวหน้ำงำนและทีมเพื่อกำรตอบสนองในขณะเกิดเหตุ
และกำรรำยงำนต่อหัวหน้ำระดบั สูงข้ึนเพื่อขอรับคำแนะนำและกำรสนับสนุนในกำรแกไ้ ข ตลอดจนกำรรำยงำนเข้ำสู่
ระบบกำรบริหำรควำมเสี่ยงขององคก์ ร

7) กำรวิเครำะห์และทบทวน ทีมท่ีรับผิดชอบข้อมูลและสำรสนเทศด้ำนควำมเส่ียงจะนำข้อมูลมำ
วเิ ครำะห์ เพื่อให้ได้สำรสนเทศที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยอำจแยกตำมระดับควำมรุนแรง ตำมพ้ืนที่ หรือตำมลักษณะ
อ่ืนๆ เพ่ือส่งคืนให้ผู้รับผิดชอบระบบงำนหรือหัวหน้ำหน่วยงำนสำหรับนำไปวำงแผนปรับปรุง ในกรณีท่ีสำคัญ
จะมกี ำรมอบหมำยให้หน่วยงำนท่ีเก่ียวขอ้ งนำไปวเิ ครำะหส์ ำเหตรุ ำกในเชิงระบบเพือ่ นำมำแก้ไข ป้องกนั กำรเกิดซำ้

8) กำรวิเครำะห์ควำมสำเร็จและสรุปบทเรียน ทีมท่ีรับผิดชอบระบบกำรบริหำรควำมเสี่ยง
จะมีกำรวเิ ครำะห์ภำพรวมของควำมสำเร็จในกำรบริหำรควำมเส่ยี งเมื่อส้ินปีงบประมำณ รวมทั้งบทเรียนตำ่ งๆ ท่ีได้จำก
กำรดำเนนิ กำรเพื่อนำไปวำงแผนกำรบริหำรควำมเส่ียงในรอบปถี ัดไป
4. กำรจัดกำรสำรสนเทศแล ะจัดกำรควำม รู้เกี่ยวกับควำม เส่ียง เพ่ื อให้ มีกำรจัดกำรสำรสน เท ศ

และจดั กำรควำมรู้เกยี่ วกับกำรบรหิ ำรควำมเสี่ยงเป็นไปอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ มกี ำรดำเนนิ กำรดงั นี้
4.1 กำรรำยงำนอุบัตกิ ำรณ์

4.1.1 ให้ผู้มีหน้ำท่ีรับผิดชอบในกำรเฝ้ำระวัง หรือพบอุบัติกำรณ์ เป็นผู้รำยงำนเข้ำสู่ระบบ
กำรรวบรวมอบุ ตั กิ ำรณ์

4.1.2 กำรรำยงำนอบุ ัตกิ ำรณ์โดยสำมำรถใชช้ ่อง ดงั นี้
1) กำรรำยงำนแบบกระดำษผ่ำนแบบรำยงำนอุบัติกำรณ์ (FM-TQM-007 แก้ไขคร้ังท่ี 01

บังคับใช้ กรกฎำคม 2550) โดยแยกต้นฉบับ (แผ่นหน้ำสีขำวของแบบรำยงำน) ส่งหัวหน้ำหน่วยงำนตำมลำดับ
และนำสำเนำสเี หลอื ง (แผน่ หลังของแบบรำยงำน) ผำ่ นกลอ่ งรบั ใบรำยงำนอบุ ตั ิกำรณ์ควำมเส่ยี ง

2) ก ำ ร ร ำ ย ง ำ น ผ่ ำ น ร ะ บ บ Intranet (Vajira Risk Management : VRM) แ ล ะ Internet
(Electronic Incident report : EIR)

3) กรณีท่เี ป็นอบุ ัติกำรณ์ควำมเส่ียงที่เป็นเหตุกำรณ์สำคัญ รนุ แรง (Sentinel Event) ให้ผู้ทีป่ ระสบ
เหตหุ รือหวั หน้ำหนว่ ยงำนท่เี กยี่ วข้องที่รับทรำบเหตุ เปน็ ผรู้ ำยงำนโดยตรงต่อผูบ้ ริหำรระดับสูงทนั ที หรอื โดยเร็วอยำ่ ง
ชำ้ ภำยใน 24 ชั่วโมง และใหร้ ำยงำนในรำยละเอยี ดผ่ำนระบบกำรรำยงำนอุบตั ิกำรณ์ตำมปกติ

4.2 กำรรวบรวมและใช้ประโยชน์จำกข้อมลู รำยงำนอุบตั ิกำรณ์
4.2.1 ฝ่ำยยุทธศำสตร์และพัฒนำคุณภำพเป็นผู้รวบรวมและจัดทำกรำฟ เพ่ือนำเสนอต่อที่ประชุม

คณะกรรมกำรบริหำรควำมเสีย่ งแต่ละชุด ซึ่งสำมำรถพิจำรณำได้ทั้งในลักษณะสดั ส่วน และแนวโน้มของควำมเสี่ยง
สำคญั

4.2.2 กำรส่งต่อข้อมูลรำยงำนอุบัติกำรณ์ จำกรำยงำนทั้ง 3 ช่องทำง ฝ่ำยยุทธศำสตร์จะดำเนินจัดกำร
ข้อมูลเบ้ืองต้น แล้วส่งต่อให้หัวหน้ำหน่วยงำนท่ีรับผิดชอบ กรณีที่เป็นกำรรำยงำนผ่ำนระบบ Intranet จะอนุญำต
ให้ผ้บู ริหำรท่ีเกี่ยวข้องสำมำรถเขำ้ ถงึ ข้อมูลในส่วนท่ีเกีย่ วขอ้ งกับหน่วยงำนทีร่ บั ผดิ ชอบได้

4.2.3 กำรส่งข้อมลู ควำมเสย่ี งท่ีสำคัญหรือมีระดบั ควำมรุนแรงสูง เพื่อให้ทมี ท่ีรับผิดชอบนำไปทบทวนใน
เชิงระบบ เพ่ือหำสำเหตุรำก โดยให้นำเสนอผลกำรทบทวนและมำตรกำรจัดกำร เพ่ือป้องกันกำรเกิดซ้ำ ต่อท่ีประชุม
คณะกรรมกำรบริหำรควำมเส่ียงชุดท่เี ก่ยี วข้อง

9

4.3 กำรสอ่ื สำรสรำ้ งควำมเขำ้ ใจและจดั กำรควำมรเู้ กี่ยวกับควำมเสีย่ ง
4.3.1 ฝ่ำยยุทธศำสตร์และพัฒนำคุณภำพ ร่วมกับคณะกรรมกำรบริหำรควำมเสี่ยงแต่ละชุด ร่วมกัน

วำงแผนในกำรดำเนินกำร เพ่ือกำรส่ือสำรเพ่ือสร้ำงควำมเข้ำใจ ควำมตระหนัก และทักษะในกำรจัดกำร
ควำมเสี่ยงผ่ำนกจิ กรรม Quality Meeting กำรฝกึ อบรม รวมทัง้ กำรจัดกำรคมู่ ือต่ำงๆ

4.3.2 กำรจัดกำรควำมรู้ด้ำนควำมปลอดภัยผ่ำนกิจกรรมกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงหน่วย งำน
มหกรรมคณุ ภำพและควำมปลอดภัย
5. กำรส่งเสริมวัฒนธรรมควำมปลอดภัย

เป็นบทบำทของผู้บริหำรทกุ ระดับท่ีจะต้องดำเนินกำรเพอื่ ส่งเสริมให้เกดิ วัฒนธรรมควำมปลอดภัยภำยใน
องค์กร โดยกำรปรบั โครงสร้ำง กำหนดนโยบำย และสรำ้ งกำรมสี ่วนร่วมของบคุ ลำกรทุกระดับ ดงั นี้

5.1 ผบู้ ริหำรตอ้ งแสดงควำมมุง่ มนั่ และมีบทบำทชน้ี ำดำ้ นควำมปลอดภัยผ่ำน
5.1.1 กำรกำหนดนโยบำย และมำตรกำรดำ้ นควำมปลอดภัย เพือ่ กำรจดั กำรควำมเสี่ยง
5.1.2 กำรปรับโครงสร้ำงและวำงแผนดำ้ นควำมปลอดภยั
5.1.3 ให้มีกำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์ควำมไม่ปลอดภัย อย่ำงเป็นระบบครอบคลุมทุกพันธกิจ

เพื่อนำไปสู่กำรบริหำรควำมเสีย่ ง
5.1.4 สร้ำงกำรมีส่วนร่วมของบุคลำกรในกำรจัดกำรเพื่อควำมปลอดภัย ด้วยแนวคิด No Blame No

Harm
5.1.5 จดั ใหม้ ีกำรฝกึ อบรมบคุ ลำกรด้ำนควำมปลอดภยั

5.2 บุคลำกรมสี ว่ นร่วมโดยมีพฤตกิ รรมท่ดี ี ซง่ึ สนับสนนุ ให้เกดิ วฒั นธรรมควำมปลอดภัยโดยกำร
5.2.1 ทำควำมเขำ้ ใจ นโยบำยและแนวทำงกำรปฏิบัติ ในกำรบริหำรจดั กำรควำมเส่ยี งขององคก์ ร
5.2.2 ตระหนักถึงหน้ำที่และควำมรับผิดชอบในกำรปฏิบัติตำมแนวทำงท่ีกำหนด และมีส่วนร่วม

ในกำรปอ้ งกนั เฝ้ำระวัง และแก้ไขสถำนกำรณเ์ มื่อเกดิ อุบัตกิ ำรณ์
5.2.3 ให้ควำมสำคญั กับกำรแจ้งข้อมลู ของเหตกุ ำรณท์ ผ่ี ดิ ปกติ ให้เพอื่ นร่วมทมี หรือผ้บู รหิ ำรทรำบ รวมทัง้

กำรรำยงำนอุบัตกิ ำรณ์
5.2.4 มพี ฤติกรรมกำรแบง่ ปันขอ้ มลู องค์ควำมรทู้ ี่เกย่ี วขอ้ งกบั ควำมปลอดภัย

5.3 กำรสำรวจวัฒนธรรมควำมปลอดภัย มีกำรสำรวจระดับของควำมเช่ือมั่นต่อควำมปลอดภัย ในองค์กร
ในมิติต่ำงๆ โดยใช้เคร่ืองมือท่ีเป็นท่ียอมรับ เช่น (Agency for Healthcare Reseach and Quality :AHRQ ) ปีละ
ครัง้ และนำผลมำใชป้ รับปรงุ กำรดำเนนิ กำรทอี่ ำจเป็นจดุ ออ่ น

6. Vajira Safety Goals :มำตรฐำนสำคญั จำเปน็ ต่อควำมปลอดภัย
เพื่อให้มีกำรมุ่งเน้นกำรจัดกำรเพ่ือควำมปลอดภัยในกำรดูแลรักษำผู้ป่ วยในประเด็นสำคัญ

คณะแพทยศำสตรว์ ชิรพยำบำลได้มีกำรกำหนดเป้ำหมำยเพอ่ื ควำมปลอดภัยของผู้ป่วย ภำยหลังจำกสถำบันรับรอง
คุณภำพสถำนพยำบำล ได้ประกำศใช้ Thai Patient Safety Goals 2008 : SIMPL โดยใช้ชื่อว่ำ “Vajira Patient
Safety Goals” ซ่ึงมี 6 ประเด็น ต่อมำเม่ือสถำบันรับรองคุณภำพสถำนพยำบำล มีกำรรณรงค์แนวคิดในกำรจัดกำร
เพื่อควำมปลอดภัย ตำมแนวทำง 2 P Safety และประกำศใช้ Thai Patient & Personal Safety Goals 2018:
SIMPLE จึงได้นำมำปรับปรุงกำรดำเนินกำรให้สอดคล้องกัน และในปี พ.ศ. 2563 เม่ือสถำบันรับรองคุณภำพ
สถำนพยำบำล ประกำศคณะกรรมกำรสถำบันรบั รองคุณภำพสถำนพยำบำล เร่ือง มำตรฐำนสำคัญจำเป็นเพ่ือควำม
ปลอดภัย 9 ประเด็น ทมี บรหิ ำรควำมเส่ียงของคณะฯ จึงได้มีกำรบูรณำกำรเขำ้ กบั “Vajira Patient Safety Goals”
เดมิ โดยได้กำหนดเปน็ นโยบำย และ มำตรฐำนสำคญั จำเป็นตอ่ ควำมปลอดภัยของวชริ พยำบำล: ” Vajira 2P Safety
Goals” 11 ประเด็นสำคัญ (16 เร่ืองย่อย) ที่ครอบคลุม 9 มำตรฐำนสำคัญจำเป็นต่อควำมปลอดภัย ที่สถำบัน

10

รับรองคณุ ภำพสถำนพยำบำล กำหนด และเพมิ่ อีก 2 มำตรฐำนตำมบริบทของโรงพยำบำล โดยได้จดั ทำคู่มือ “Vajira
2P Safety Goals: มำตรฐำนสำคัญจำเป็นต่อควำมปลอดภัย คณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล มหำวิทยำลัยนวมิน
ทรำธิรำช (ฉบับปรับปรุง 1 มกรำคม 2564) เพื่อให้บุคลำกรและหน่วยงำนท่เี กย่ี วข้องไดน้ ำไปดำเนนิ กำร และมีกำร
ตดิ ตำมผลกำรดำเนินกำรผ่ำนตวั ชี้วดั สำคญั ในกำรประชมุ คณะกรรมกำรบริหำรควำมเสี่ยง

Vajira 2P Safety Goals ประกอบดว้ ย
1) กำรป้องกนั กำรผ่ำตดั ผดิ คน ผิดขำ้ ง ผดิ ตำแหนง่ ผดิ หตั ถกำร (SSC & Mark site)
2) กำรปอ้ งกันกำรตดิ เช้อื ที่สำคัญ ตำมบรบิ ทขององคก์ รในกลุม่ SSI, VAP, CAUTI, CABSI
3) กำรป้องกันบคุ ลำกรไมใ่ ห้ติดเชอื้ จำกกำรปฏบิ ัติงำน (Personal safety form infection)
4) กำรป้องกันกำรเกิด Medication Errors และ Adverse Drug Event
5) ปอ้ งกันกำรให้เลอื ดผิดพลำด (Blood Safety) ผดิ คน ผดิ หมู่ ผดิ ชนิด
6) กำรปอ้ งกนั กำรบ่งชี้ตวั ผปู้ ว่ ยผิดพลำด (Patient Identification)
7) กำรปอ้ งกันกำรวินิจฉยั ผู้ป่วยผิดพลำด ลำ่ ช้ำ (Diagnosis Error)
8) กำรปอ้ งกันกำรรำยงำนผลกำรตรวจทำงหอ้ งปฏิบัติกำร/ พยำธวิ ทิ ยำ คลำดเคลื่อน (Lab Error)
9) กำรปอ้ งกนั กำรคดั แยกผปู้ ่วยฉกุ เฉินผดิ พลำด (Effective Emergency Triage)
10) กำรดูแลผู้ปว่ ยกอ่ นเขำ้ ส่ภู ำวะวกิ ฤติได้อย่ำงเหมำะสม (Proper care for Critical patient)
11) กำรสอื่ สำรอย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพในภำวะวิกฤติ (Effective Communication)

7. กำรส่งเสริมกำรบริหำรควำมเสีย่ งในระดบั ทีมและหน่วยงำน
คณะแพทยศำสตร์ฯ สนับสนุนให้ทีมทุกระดับนำแนวคิด และเคร่ืองมือในกำรบริหำรควำมเสี่ยง

ไปดำเนินกำรให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงำน และเพื่อให้ตอบสนองต่อเกณฑ์กำรประเมินคุณภำพระดับ
หน่วยงำน ในกำรเยีย่ มสำรวจภำยใน

8. เครื่องมืออนื่ ๆในกำรจดั กำรควำมเส่ียงทน่ี ำมำใช้ในวชริ พยำบำล
8.1 กำรรำยงำนเหตกุ ำรณ์ควำมเสีย่ งสำคัญ (Vajira‘S Sentinel Event) หรือเหตุกำรณ์ทีอ่ ำจมีผลกระทบ

สูงต่อองค์กร ซ่ึงผู้บรหิ ำรระดับสูงต้องทรำบโดยเร็ว และรว่ มแก้ไขทันที ได้แก่อุบัติกำรณ์สำคัญท่ีเกิดข้นึ และมีหรือ
อำจมีผลกระทบท่รี ุนแรงตอ่ องค์กร เพอ่ื สั่งกำรให้มกี ำรประสำนหนว่ ยงำนตำ่ งๆ ในกำรแกไ้ ข ยับย้ังควำมสญู เสยี อย่ำง
มปี ระสิทธิภำพ รวมถงึ กำรแจ้งตอ่ หนว่ ยงำนท่กี ำกบั ดแู ล หรอื ต้องแถลง ชแ้ี จงต่อสื่อตำ่ งๆ ไดแ้ ก่

1) อัคคีภัย
2) อุบัตภิ ยั หมู่
3) ผู้ป่วยกระโดตึก หรือพยำยำมฆ่ำตัวตำย
4) ผปู้ ว่ ยถงึ แก่กรรม โดยไม่ไดค้ ำดหมำย
5) เหตกุ ำรณ์ทอี่ ำจนำไปสู่กำรเสอ่ื มเสยี ช่ือเสียง หรอื ถูกฟอ้ งร้อง คณะ/ รพ./ จนท.
8.2 Risk Register กำรขึน้ ทะเบยี นและจัดกำรควำมควำมเสี่ยงอยำ่ งเป็นระบบ
หมำยถึง กำรนำควำมเส่ียงท่ีสำคัญเช่น มำตรฐำนสำคัญจำเป็นต่อควำมปลอดภัย มำดำเนินกำรบริหำร
จดั กำรอย่ำงเป็นระบบโดยกำรทำ Risk Register เพือ่ ใหก้ ำรบริหำรจัดกำรควำมเสี่ยงมพี ลวตั ร มองเห็นกำรปรบั ปรุง
เปลีย่ นแปลงทีเ่ ป็นระบบและมปี ระสทิ ธภิ ำพ โดยมีหลักกำร ดงั นี้
1) กำหนดผรู้ บั ผิดชอบในกำรบริหำรจดั กำรควำมเส่ยี งในประเด็นที่กำหนด
2) กำรประเมนิ ระดบั ควำมสำคญั ของควำมเสีย่ งก่อนเร่ิมดำเนินกำร
3) มีกำรวิเครำะหส์ ำเหตุ/ ปจั จัยสนบั สนุน

11

4) กำหนดแนวทำงปอ้ งกนั เฝ้ำระวงั ดกั จบั
5) กำหนดมำตรกำร กำรรับมือกรณีเกดิ อุบัตกิ ำรณ์
6) กำรติดตำมอุบัตกิ ำรณ์เป็นรำยเดอื นหรือรำยไตรมำศ
7) ประเมนิ ผลสำเรจ็ ของกำรดำเนินกำร และระดับควำมสำคัญ เพือ่ วำงแผนในรอบปถี ดั ไป
8.3 กำรทบทวนสำเหตรุ ำก (Root cause analysis)
เป็นกำรทบทวนสำเหตุในเชิงระบบที่ทำให้เกิดอุบัติกำรณ์ โดยเฉพำะที่มีควำมรุนแรงของผลกระทบสูง
โดยมีหลักกำรและขั้นตอนสำคญั ดงั น้ี
8.3.1กำรแต่งต้ังทีมผู้ทบทวน โดยผู้บังคับบัญชำ ส่วนใหญ่จะแต่งต้ังทีมท่ีไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
กับกำรปฏิบัติในขณะเกิดอุบัติกำรณ์ เพื่อป้องกันอคติ และผลกระทบซ้ำซ้อนต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยควรมีผู้ท่ีมีควำม
เชี่ยวชำญด้ำนกำรทบทวนสำเหตุรำก ร่วมอยู่ในทีม
8.3.2บทบำทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกำรปฏิบัติโดยตรงในขณะเกิดอุบัติกำรณ์ จะเป็นผู้ให้ข้อมูล
และให้ข้อคดิ เห็นเพ่ิมเติมตอ่ ผลกำรทบทวน
8.3.3 กำรทบทวน มักจะดำเนินกำรหลังจำกเหตุกำรณ์จบสิ้นแล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนหรือกระทบต่อ
กำรจัดกำร กำรตอบสนองต่ออบุ ัติกำรณ์
8.3.4 กำรรวบรวมข้อมูล ซ่ึงเป็นข้อเท็จจริงท้ังจำกเอกสำรที่มีกำรบันทึกไว้ และกำรสัมภำษณ์
ผ้ทู ่ีอยู่ในเหตกุ ำรณ์ และผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องหรอื มคี วำมเช่ียวชำญระบบงำนนน้ั ๆ ตำมควำมจำเป็น รวมท้ังอำจมีกำรสมั ภำษณ์
ผ้ไู ด้รบั ผลกระทบจำกอุบตั กิ ำรณ์นั้นด้วย
8.3.5 กำรเรียบเรียงลำดับกำรเกิดเหตุกำรณ์ ตั้งแต่ก่อนเกิด ระหว่ำงเกิด และหลังกำรเกิด โดยมีข้อมูล
ทั้งมิติ 1) ข้อเท็จจริงของสถำนกำรณ์ 2) กำรพิจำรณำ/ วินิจฉัย และตัดสินใจดำเนินกำรของผู้ที่อยู่ในเหตุกำรณ์
ในแตล่ ะชว่ งตำมลำดับ 3) ผลลัพธ์ หรอื กำรเปลีย่ นแปลงหลังกำรตัดสินใจและดำเนนิ กำร
8.3.6 ระบุสำเหตุโดยตรงของอุบัติกำรณ์ ซึ่งกำรยืนยันสำเหตุโดยตรงน้ี อำจให้ผู้ที่เก่ียวข้อง
ในเหตกุ ำรณ์และผูเ้ ชี่ยวชำญ มสี ว่ นร่วมได้
8.3.7กำรวิเครำะห์เพ่ื อหำสำเหตุจำกปัจจัยในเชิงระบบ ที่นำไปสู่ก ำรเกิดสำเหตุโดยตรง
ในกรณีทม่ี หี ลำยสำเหตุ หรอื ยงั ไมแ่ น่ใจเกี่ยวกับสำเหตุเชงิ ระบบ อำจมกี ำรหำข้อมลู เพม่ิ
8.3.8 กำรวิเครำะหป์ จั จยั สนับสนนุ อ่ืนๆ ท่ที ำใหเ้ กิดสำเหตโุ ดยตรง หรอื ทำให้ผลกระทบรนุ แรงขึน้
8.3.9 นำเสนอผลกำรทบทวนให้ผู้บังคับบัญชำทรำบ เพื่อพิจำรณำสั่งกำร เช่นกำรแก้ไขสำเหตุรำก
ในเชงิ ระบบ หรือกำรนำเข้ำสทู่ ป่ี ระชุมคณะกรรมกำรบรหิ ำรควำมเสยี่ ง
8.3.10กำรกำหนดมำตรกำรเพ่ือแก้ไขสำเหตุรำก ผู้บริหำรจะมอบหมำยให้ผู้รับผิดชอบระบบงำน
ไปดำเนนิ กำรและนำเสนอตอ่ คณะกรรมกำรบริหำรควำมเสย่ี ง
8.4 กำรแบ่งระดับควำมรุนแรงของอุบัติกำรณ์ เพื่อให้ทีมมีหลักเกณฑ์เดียวกันในกำรพิจำรณำระดับ
ควำมรุนแรงของผลกระทบจำกอบุ ตั กิ ำรณ์ มกี ำรแบ่งระดบั ควำมรนุ แรง ดงั น้ี
8.4.1อุบัติกำรณ์จำกควำมเสยี่ งทั่วไป นิยมแบง่ เปน็ 5 ระดบั คอื

1) 1 - เหตกุ ำรณ์ไม่พึงประสงค์ เกอื บพลำด (near miss) ไมม่ ีผลกระทบหรอื ผลเสีย เฝ้ำระวงั แกไ้ ข
ได้ทนั กอ่ นเกิดเหตุ (กรณเี ทยี บจำนวนเงิน เช่น สูญเสียไมเ่ กิน 100 บำท)

2) 2 - เกิดเหตุกำรณ์ไม่พึงประสงค์ แต่ยังไม่มีผลกระทบ (กรณีเทียบจำนวนเงิน เช่น สูญเสีย
มำกกว่ำ 100 บำท แตไ่ มเ่ กิน 1,000 บำท)

3) 3 - เกดิ เหตุกำรณไ์ ม่พงึ ประสงค์ แตม่ ีผลกระทบเล็กน้อย (กรณีเทียบจำนวนเงิน เช่น สูญเสีย
มำกกว่ำ 1,000 บำทแต่ไมเ่ กนิ 10,000 บำท)

12

4) 4 - เกิดเหตุกำรณ์ไม่พึงประสงค์ แต่มีผลกระทบปำนกลำง (กรณีเทียบจำนวนเงิน เช่น สูญเสีย
มำกกวำ่ 10,000 บำทแต่ไมเ่ กนิ 100,000 บำท)

5) 5 - เกิดเหตุกำรณ์ไม่พึงประสงค์ แต่มีผลกระทบรุนแรง (กรณีเทียบจำนวนเงิน เช่น สูญเสีย
มำกกว่ำ 100,000 บำท)

8.4.2 อุบัติกำรณ์จำกควำมเสีย่ งคลินกิ นิยมแบ่งเปน็ 9 ระดบั คอื
1) A - ไม่มีควำมคลำดเคลอ่ื นเกิดข้ึน แต่มีเหตุกำรณ์ที่อำจทำให้เกิดควำมคลำดเคลื่อน( เช่น ส่งั ยำ

ผดิ แต่แพทยอ์ ำ่ นทวนและแกไ้ ขเอง)
2) B - มีควำมคลำดเคลื่อนเกิดขน้ึ แต่ไม่เป็นอันตรำยต่อผู้ปว่ ย เนื่องจำกควำมคลำดเคล่ือนไปไมถ่ ึง

ผปู้ ่วย (เช่น แพทย์สัง่ ยำผิดพลำด เภสัชกรหรอื พยำบำลอำ่ นคำส่งั พบขอ้ ผิดพลำดแลว้ แจ้งแพทย์ให้แก้ไข)
3) C - มคี วำมคลำดเคลื่อนเกิดขึ้น แตไ่ ม่เปน็ อันตรำยต่อผปู้ ่วย ถงึ แม้ว่ำควำมคลำดเคลื่อนน้ันจะไป

ถึงผูป้ ่วยแล้ว (เชน่ แพทยส์ ัง่ ยำผิดชนิดแต่เปน็ วิตำมินซ่งึ ไมม่ อี นั ตรำยใดๆ)
4) D - มีควำมคลำดเคล่ือนเกิดขนึ้ แต่ไม่เป็นอันตรำยต่อผู้ป่วย แต่ยังจำเปน็ ต้องมีกำรตดิ ตำมผูป้ ่วย

เพิ่มเตมิ (เช่น แพทยส์ ่ังยำผดิ ชนิดหรอื ผิดขนำด แต่ยงั ไม่นำ่ จะเกิดอันตรำย หรือมีควำมผิดปกติเลก็ น้อย ซ่ึงหำยเอง
โดยไมต่ อ้ งรกั ษำเพ่มิ เตมิ )

5) E- มีควำมคลำดเคล่ือนเกิดขึ้นและเป็นอันตรำยต่อผู้ป่วยเพียงชั่วครำว รวมถึงจำเป็นต้องได้รับ
กำรรกั ษำหรือแกไ้ ขเพ่ิมเติม (เชน่ ส่ังยำผิดจนมีอำกำรข้ำงเคยี งต้องใชย้ ำแก้ไข)

6) F - ควำมคลำดเคลื่อนเกิดขึ้นและเป็นอันตรำยต่อผู้ป่วยเพียงชั่วครำว รวมถึงจำเป็นต้องได้รับ
กำรรักษำใน รพ. หรอื ยืดระยะเวลำในกำรรกั ษำตวั ในโรงพยำบำลออกไป

7) G - มีควำมคลำดเคล่ือนเกิดข้ึนและเป็นอันตรำยต่อผู้ป่วยถำวร (ทำให้กำรทำงำนของอวัยวะ
สำคญั ลดลงมำกกว่ำ 50% นำนอย่ำงน้อย 6 เดอื น หรือพิกำรถำวร)

8) H – มีควำมคลำดเคลื่อนเกิดขึ้นและเป็นอันตรำยตอ่ ผู้ป่วยจนเกือบถึงแก่ชีวิต (ทำให้มีอนั ตรำย
รุนแรงทีท่ ำให้ชอ็ คหรือต้องมีกำรชว่ ยฟื้นคืนชพี )

9) I - มคี วำมคลำดเคลือ่ นเกิดขน้ึ และเป็นอันตรำยต่อผปู้ ว่ ยจนถงึ แกช่ ีวิต

13

ภำคผนวก

1. นิยำมเกย่ี วกับควำมเสยี่ ง
1.1 ควำมเส่ียง (Risk) เป็นควำมไม่แน่นอน (Uncertainly) ของเหตุกำรณ์ ที่ไม่สำมำรถคำดกำรณ์ล่วงหน้ำ

ได้ จงึ ทำให้ควำมเสยี่ งเป็นโอกำส (Opportunity) ของเหตุกำรณ์ท่ีอำจเกิดขึ้นไดเ้ สมอในอนำคต ทีเ่ รยี กวำ่ อุบัตกิ ำรณ์
(Occurrence/Incidence) หรือเหตุไม่พึงประสงค์ (Adverse Event) ท่ีเกิดควำมผิดพลำดข้ึน จนทำให้เกิด
ควำมสูญเสีย ล้มเหลว หรือภยันตรำยในหมู่สมำชิก หรือองค์ประกอบของหน่วยงำน ส่งผลกระทบทำให้
กำรดำเนินงำนไม่ประสบควำมสำเร็จตำมวัตถุประสงค์ (objective) และเป้ำหมำย (goal) ขององค์กร ท้ังใน
ด้ำนยุทธศำสตร์ กำรปฏบิ ัติงำน กำรเงินและกำรบริหำร

ควำมแตกต่ำงระหว่ำง“ควำมเสี่ยง (Risk)”กับ “ปญั หำ (Problem)” และ “อบุ ตั ิกำรณ์”
ความเสี่ยง (Risk) เปน็ การมองไปข้างหน้า เปน็ การคาดการณ์ในอนาคต โดยการนาหลักฐานเชิงประจกั ษ์
หรือขอ้ มูลหรือปัญหาทเี่ กดิ ขน้ึ ในอดีตมาศึกษา วิเคราะห์ สาเหตแุ ละผลกระทบของอบุ ัติการณ์ทีอ่ าจจะเกดิ ขน้ึ พร้อม
กาหนดแนวทางการลด/ควบคมุ ความเสีย่ ง เมื่อได้มกี ารจัดการแก้ไขอย่างเปน็ ระบบแลว้ จะสง่ ผลใหล้ ดโอกาสที่อาจจะ
เกดิ อบุ ัติการณ์และลดผลกระทบที่อาจเกดิ ขึ้นได้
ปั ญ ห า (Problem) เป็ น ก ารม อ งเห ตุ ก ารณ์ ท่ี เกิ ด ขึ้น แล้ วใน อ ดี ต แล ะ ยังคงเป็ น อุ ป ส รรค
ตอ่ การดาเนนิ งานในปัจจุบัน จงึ จาเป็นตอ้ งมกี ารแกไ้ ขปัญหา ซ่ึงหากปญั หาไมไ่ ดร้ ับการแก้ไข หรอื แก้ไขไมถ่ กู วิธี อาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายตามมา และอาจทาใหป้ ัญหาดังกลา่ วน้นั กลายเป็นความเส่ียงขึ้นได้
อุบัติการณ์ (Occurrent) หรือ เหตุไม่พึงประสงค์ (Adverse Event) เป็นเหตุการณ์ท่ีความเส่ียง
ทมี่ ีอยู่ได้เกิดข้ึนจริง ทาให้เกิดความเสยี หายหรือสูญเสีย ซึ่งอาจมากหรอื น้อยขึ้นกับประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ของมาตรการป้องกันและมาตรการเพ่อื การรบั มอื กบั เหตกุ ารณ์ตามท่ไี ด้วางไวแ้ ลว้

2. สำเหตุของควำมเสยี่ ง อำจแบง่ เป็น
2.1 สำเหตโุ ดยตรง มักมำจำกควำมผดิ พลำดคลำดเคลือ่ น หรอื Error หรือผลกระทบจำก
2.1.1บุ คคล (Human Error) ซึ่งเป็ น ผู้ ป ฏิ บั ติ ซึ่ งอ ำจ ขำดควำม รู้ ทั ก ษ ะ ควำม ต ระ ห นั ก

ควำมระมดั ระวงั ละเลย ประมำทเลินเล่อ อ่อนเพลยี ข้อจำกดั ไม่พรอ้ มที่จะปฏิบัติงำน ขำดสติ หรือจงใจละเมิด
2.1.2เคร่ืองมือ อุปกรณ์ (Equipment/ Machine Error) เช่น เสื่อมสภำพ เสียหำย คลำดเคล่ือน

ไม่เทยี่ ง ไม่เพียงพอ ไมพ่ รอ้ มใชง้ ำน ไมเ่ หมำะกบั สภำพงำน
2.1.3สภำพแวดล้อม (Environment) ในเชิงกำยภำพ แสงสว่ำง เสียง บรรยำกำศ เช่นมีสิ่งรบกวน

มีกำรเปลยี่ นสภำพแวดล้อมกะทนั หัน เกดิ อุปสรรคตอ่ กำรทำตำมขอ้ กำหนด
2.2 สำเหตุในเชงิ ระบบ หรือสำเหตุรำก เป็นปัจจัยท่ีนำไปสู่ Error ของคน เคร่ืองมืออปุ กรณ์ หรือกำรขำดกำร

คำดกำรณ์และจัดกำรดำ้ นสภำพแวดล้อม ไดแ้ ก่
2.2.1 นโยบำย (Policy) ของรัฐ หรือองค์กร รวมทั้งกฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง กำรตัดสินใจของผู้บริหำร

ในกรณีสำคญั ๆ
2.2.2 โครงสร้ำงองค์กร (Structure) ในกำรบริหำรจัดกำร กำรกำกับดูแล ขั้นตอนในกำรดำเนินงำน

แกไ้ ขปญั หำ ทั้งในแนวรำบ และแนวด่ิง
2.2.3 กำรจัดสรรทรัพยำกร (Resource) กำรขำดแคลนทรัพยำกร หรือกำรจัดสรรท่ีไม่เหมำะสม

เพยี งพอ
2.2.4 วิธปี ฏิบตั ิงำน (Manual or Standard of Procedure) ซงึ่ ซบั ซ้อนเกนิ ไป ไมร่ ัดกมุ หรือทนั สมยั

เพยี งพอที่จะรบั มอื ควำมเสี่ยงใหมๆ่

14

2.2.5 ระบบกำรจัดกำรบคุ ลำกร (Staff management) เช่นกำรสรรหำ คัดเลือก ปฐมนิเทศ ฝึกอบรม
กำรจัดอัตรำกำลัง กำกับดูแล สร้ำงแรงจูงใจ รวมทั้งกำรดูแลสุขภำพและควำมปลอดภัย ท่ีขำดประสิทธิภำพหรือ
ประสทิ ธิผล

2.2.6 กำรจัดสภำพแวดล้อมของกำรปฏิบตั ิงำน (Workplace environment) กำรสรำ้ งบรรยำกำศ
ควำมรว่ มมอื สือ่ สำร ประสำนงำนที่มีประสิทธิภำพ

2.2.7 ปัจจัยภำยนอก ทไ่ี ม่สำมำรถควบคมุ ได้ (External Factors ) เช่น ภัยพบิ ตั ิ กำรเปลีย่ นแปลงของ
พันธมติ ร คแู่ ขง่ ลกู คำ้ สำคญั โรคระบำด ภำวะทำงเศรษฐกจิ

3. กำรบรหิ ำรควำมเสี่ยง (Risk Management)
คือ กระบวนกำรที่ใช้ในกำรบริหำรจัดกำรปัจจัยเส่ียงต่ำงๆ เพ่ือลดควำมเส่ียง ซึ่งจะทำให้โอกำสที่จะเกิด

เหตุกำรณ์ลดลง หรือผลกระทบของควำมเสียหำยจำกเหตุกำรณ์ควำมเส่ียงอยู่ในระดับท่ีองค์กรยอมรับได้
(Risk Appetite)

กำรจัดกำรควำมเสี่ยงต้องมองปัญหำควำมเส่ียงแบบองค์รวม และจะต้องอำศัยกำรมีส่วนร่วมจำกผู้บริหำร
และผูป้ ฏิบตั ิงำนจำกทุกระดับ รว่ มกันพจิ ำรณำท้ังควำมเส่ียงทยี่ อมรับได้ และระดับควำมเส่ียงที่ยอมรบั ไม่ได้ เพื่อให้
เกิดควำมเข้ำใจและเห็นพอ้ งร่วมกนั ทว่ั ท้งั องคก์ ร จึงจะสำมำรถควบคมุ ควำมเส่ียงให้อยูใ่ นระดบั ท่ีองค์กรยอมรบั ได้

การบริหารความเสีย่ ง(Risk Management) เป็นกระบวนการบริหารจดั การองค์กรโดยมีการวางแผนป้องกัน
และรองรบั ผลกระทบทอี่ าจเกิดขน้ึ ในอนาคต เพ่อื ลดความ เสียหายที่อาจเกิดขน้ึ

3.1 กำรบริหำรควำมเส่ียงองค์กร (Enterprise Risk Management) คือ กระบวนกำรที่เป็นระบบ
ในกำรบริหำรปัจจัยและควบคุมกิจกรรม รวมท้ังกระบวนกำรดำเนินงำนต่ำงๆ เพื่อลดมูลเหตุของโอกำส
ทีจ่ ะทำให้เกิดควำมเสยี หำยจำกกำรดำเนินกำรท่ีไม่เป็นไปตำมแผน เพื่อให้ระดบั ของควำมเสีย่ งและผลกระทบท่จี ะ
เกดิ ขึ้นในอนำคตอยใู่ นระดบั ทอ่ี งค์กรสำมำรถยอมรบั ได้ ควบคมุ ได้ และตรวจสอบได้ อย่ำงเป็นระบบ โดยกำรคำนงึ ถึง
กำรบรรลุเป้ำหมำย ทั้งในด้ำนกลยุทธ์ กำรปฏิบัติตำมกฎระเบียบ กำรเงิน และชื่อเสียงขององค์กรเป็นสำ คัญ
โดยได้รบั กำรสนับสนนุ และกำรมีส่วนรว่ มในกำรบรหิ ำรควำมเสย่ี งจำกหน่วยงำนทุกระดบั ทั่วท้งั องคก์ ร

กระบวนการบริหารความเส่ียงองค์กร เป็นกระบวนการที่คณะกรรมการ ผู้บริหารและบุคลากร
ขององค์กรได้กาหนดข้ึน เพื่อนาไปประยุกต์ในการกาหนดกลยุทธ์และการวางแผนขององค์กรในทุกระดับ
โดยได้รับการออกแบบให้สามารถระบุเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่ อองค์กร และจัดการ
ความเส่ยี งให้อยูใ่ นระดบั ที่ ยอมรับได้ เพ่อื ให้เกิดความม่ันใจอย่างสมเหตผุ ลว่าจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ของ
องค์กรโดยรวมได้”

3.2 กำรควบคมุ (Control) หมำยถงึ นโยบำย แนวทำง หรือขั้นตอนปฏิบัตติ ่ำงๆ ซ่ึงองค์กรได้ดำเนินกำรเพื่อ
ลดควำมเส่ียง เพือ่ ให้กำรดำเนนิ งำนปกตหิ รือตำมแผนงำน บรรลุวตั ถุประสงค์ แบ่งเป็น 4 ประเภท คอื การควบคุม
เพื่อการป้องกัน (Preventive Control) การควบคมุ เพ่ือให้ตรวจพบ (Detective Control) การควบคุมโดยการชแ้ี นะ
(Directive Control) และการควบคมุ เพ่ือการแก้ไข (Corrective Control)

3.3 กรอบกำรบริหำรควำมเสย่ี ง เปน็ พ้นื ฐำนสำคัญในกำรบรหิ ำรจดั กำรควำมเสย่ี ง ท่ีหนว่ ยงำนสำมำรถนำไป
ปรับใช้ในกำรวำงระบบบรหิ ำรควำมเส่ยี งตำมบรบิ ทและศกั ยภำพ เพอื่ ใหไ้ ดป้ ระโยชน์สูงสุด จำกกำรบรหิ ำรควำมเสยี่ ง
อยำ่ งแท้จริง ประกอบดว้ ย หลัก 8 ประกำร

1) กำรบริหำรจัดกำรควำมเสยี่ ง ตอ้ งดำเนนิ กำรแบบบรู ณำกำรทัว่ ทั้งองคก์ ร
2) ควำมม่งุ มัน่ ของผกู้ ำกับดแู ล ผู้บริกำรระดับสงู และหวั หนำ้ หน่วยงำน
3) กำรสรำ้ งและรกั ษำบคุ ลำกร และวัฒนธรรมที่ดีขององคก์ ร
4) กำรมอบหมำยหน้ำที่และควำมรบั ผดิ ชอบด้ำนกำรบริหำรควำมเสย่ี ง
5) กำรตระหนักถงึ ของผ้มู ีสว่ นได้ส่วนเสยี

15

6) กำรกำหนดยทุ ธศำสตร์/ กลยุทธ์ วัตถปุ ระสงค์ และกำรตดั สินใจ
7) กำรใช้ขอ้ มลู สำรสนเทศ
8) กำรพัฒนำอย่ำงตอ่ เน่ือง
3.4 กระบวนกำรบริหำรควำมเสยี่ ง เปน็ กระบวนกำรทเี่ ปน็ วงจรต่อเนือ่ ง ในระดับองค์กรจะมี 7 ข้นั ตอนแตใ่ น
ระดับปฏบิ ตั ิกำรอำจใชเ้ พยี ง 5 ข้ันตอน (คือขั้นตอนท่ี 3-7)
1) กำรวิเครำะหอ์ งค์กร
2) กำรกำหนดนโยบำยกำรบริหำรจดั กำรควำมเสี่ยง
3) กำรระบคุ วำมเสย่ี ง
4) กำรประเมนิ ควำมเส่ยี ง
5) กำรตอบสนองควำมเสยี่ ง
6) กำรติดตำมและทบทวน
7) กำรสือ่ สำรและกำรรำยงำน
3.5 แผนบรหิ ำรจัดกำรควำมเส่ียง ควรประกอบดว้ ย
1) วิธีกำรจัดกำรควำมเสย่ี ง
2) ผรู้ ับผดิ ชอบในกำรบรหิ ำรจัดกำรควำมเส่ยี ง
3) ตัวช้วี ัดควำมเส่ยี งท่ีสำคญั
4) ทรพั ยำกรท่จี ำเป็น
5) วธิ ีติดตำมและรำยงำนควำมเสี่ยง
4. แนวคดิ กำรบรหิ ำรจดั กำรควำมเสยี่ งระดับองค์กร
4.1 กำรบรหิ ำรควำมเส่ยี งตำมแนวทำงของ COSO ( COSO Enterprise Risk Management )
4.1.1กรอบกำรบรหิ ำรควำมเสี่ยงตำมแนวทำง COSO มี 4 ดำ้ น

1) ควำมเสี่ยงด้ำนกลยทุ ธ์ (Strategic Risk): เก่ยี วขอ้ งกบั กำรบรรลเุ ปำ้ หมำย และพันธกิจ
ในภำพรวม โดยควำมเสี่ยงท่ีอำจจะเกดิ ขน้ึ เป็นควำมเสีย่ งเนอื่ งจำกกำรเปลย่ี นแปลงของ

a) สถำนกำรณ์และเหตกุ ำรณ์ภำยนอกท่ีส่งผลตอ่ กลยทุ ธ์ท่กี ำหนดไว้ ไมส่ อดคลอ้ งกบั ประเด็น
ยทุ ธศำสตร์ / วิสยั ทศั น์

b) เกิดจำกกำรกำหนดกลยุทธ์ท่ีขำดกำรมสี ่วนร่วมจำกประชำคม/ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญ
หรือกำรร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ทำให้โครงกำรขำดกำรยอมรับ และโครงกำรไม่ไดน้ ำไปสู่กำรแก้ไขปัญหำ หรือ
ตอบสนองตอ่ ควำมต้องกำรของผู้รบั บริกำรหรอื ผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียสำคัญ

c) เป็นควำมเสี่ยงท่ีเกดิ ขนึ้ จำกกำรตัดสินใจผิดพลำด หรอื นำกำรตดั สนิ ใจน้ันมำใชไ้ ม่ถูกตอ้ ง
2) ควำมเสี่ยงด้ำนกำรดำเนินงำน (Operation Risk) : เก่ียวข้องกับประสิทธิภำพ ประสิทธิผล
หรือผลกำรปฏิบัติงำน โดยควำมเสี่ยงที่อำจเกิดขึ้น เป็นควำมเส่ียงเน่ืองจำกระบบงำนภำยในขององค์กร/
กระบวนกำร/ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ใช้/ บุคลำกร/ ควำมเพียงพอของข้อมูลส่งผลต่อประสิทธิภำพ และ
ประสทิ ธผิ ล ในกำรดำเนินงำน
3) ควำมเสยี่ งดำ้ นกำรรำยงำน (Reporting Risk) หรอื ควำมเสี่ยงดำ้ นกำรเงนิ (Financial Risk)
เปน็ ควำมเสยี่ งเกยี่ วกับระบบรำยงำนทส่ี ำคัญของหนว่ ยงำน เช่น สถำนะกำรเงนิ ผลกำรดำเนนิ งำน ฐำนข้อมลู สำคัญ
ระบบสำรสนเทศขององค์กร ซง่ึ เก่ียวข้องกับควำมน่ำเช่ือถือ ควำมถูกต้อง ควำมทันเหตุกำรณ์ ควำมปลอดภัย และ
กำรเขำ้ ถงึ ขอ้ มลู กำรสญู เปล่ำ และควำมเสยี่ งทีเ่ กย่ี วกับกำรบรหิ ำรงบประมำณ และกำรเงิน
4) ควำมเส่ียงด้ำนกำรปฏิบัติตำมกฎหมำยและกฎระเบียบ (Compliance Risk): เก่ียวข้องกับ
กำรปฏบิ ัตติ ำมกฎระเบียบตำ่ งๆ โดยควำมเสี่ยงทอ่ี ำจเกิดขึน้ เป็นควำมเสยี่ งเน่ืองจำกควำมไม่ชัดเจน ควำมไม่ทนั สมัย

16

หรือควำมไม่ครอบคลุมของ กฎหมำย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่ำงๆ รวมถึงกำรทำนิติกรรมสัญญำ กำรร่ำงสัญญำท่ี
ไมค่ รอบคลุมกำรดำเนนิ งำน

4.1.2กระบวนกำรบริหำรควำมเส่ียงตำมแนว COSO ERM องค์ประกอบของกำรบริหำรควำมเสี่ยง
มี 8 ประกำรได้แก่

1) กำรวิเครำะห์ สภำพแวดล้อมภำยใน (Internal Environment) คือ สภำพบรรยำกำศภำยใน
องค์กร ซ่งึ เปน็ พ้ืนฐำนในกำรกำหนดนโยบำยกำรบริหำรควำมเสี่ยง โดยมหี ลกั กำรสำคญั เช่น ปรัชญำดำ้ นกำรบริหำร
ควำมเส่ียง บทบำทของคณะกรรมกำรบรหิ ำรองค์กร กำรมอบหมำยอำนำจหน้ำท่ี และควำมรับผิดชอบ ครอบคลุมถึง
แนวนโยบำยโดยท่ัวไปขององค์กร และรูปแบบกำรบริหำร วัฒนธรรมองค์กร ข้อจำกัด ระเบียบปฏิบัติ ควำมรู้
ควำมสำมำรถของบุคลำกร และสภำพแวดล้อมในกำรปฏิบัตงิ ำนของบุคลำกร

2) กำรกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective Settings) ในกำรดำเนินธุรกิจ หรือกิจกรรมใดๆ
ก็ตำม องค์กรจะกำหนดวัตถุประสงค์ หรือส่ิงที่ต้องกำรข้ึนมำก่อน เพื่อให้ผู้บริหำรสำมำรถระบุเหตุกำรณ์
ท่ีอำจเป็น ไปได้ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับควำมเสี่ยงท่ียอมรับได้ กำรบริหำรควำมเสี่ยงช่วยให้
ผู้บริหำรม่ันใจว่ำได้มีกำรกำหนดวัตถุประสงค์ตำมขั้นตอนที่เหมำะสม ผู้บริหำรจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์
ในกำรดำเนินงำน และบุคลำกรทุกคนต้องรู้วัตถุประสงค์ของหน่วยงำน รู้และเข้ำใจกระบวนงำนภำยใน
ของหนว่ ยงำนตนเอง ซง่ึ กำรกำหนดวตั ถุประสงค์ สำมำรถพจิ ำรณำได้ในดำ้ นต่ำง ๆ เช่น

a) วัตถุประสงค์ด้ำนกลยุทธ์ เป็นเป้ำหมำยระดับสูงขององค์กร ซ่ึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์
และพันธกจิ ขององค์กร สะท้อนถงึ วธิ กี ำรของผู้บริหำรในกำรสรำ้ งมลู ค่ำให้กบั องค์กร ผบู้ รหิ ำรจะกำหนดวัตถุประสงค์
ด้ำนกลยทุ ธ์ โดยกำรระบุควำมเสี่ยงที่เกี่ยวขอ้ งกับวตั ถุประสงค์ท่ีเป็นทำงเลือกทั้งหมด และพิจำรณำผลกระทบจำก
ควำมเสี่ยงเหลำ่ นัน้

b) วัต ถุประสงค์อ่ืนท่ี เก่ียวข้อง ผู้บ ริห ำรพั ฒ น ำวัตถุป ร ะสงค์ในระดับ ปฏิ บั ติกำร
ทเ่ี ก่ียวข้องให้สนับสนุน สอดคล้องกับกลยทุ ธ์ และมีควำมสัมพันธก์ ับกิจกรรมในองค์กรท่ีจำเป็นตอ่ ควำมสำเร็จ เช่น
วัตถุประสงค์ด้ำนกำรดำเนินงำน วัตถุประสงค์ด้ำนกำรรำยงำน วัตถุประสงค์ด้ำนกำรปฏิบัติตำมกฎระเบียบ ด้ำน
ปฏบิ ัตงิ ำน เก่ียวขอ้ งกับประสิทธภิ ำพ ผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน

3) กำรระบุเหตุกำรณ์ (Event Identification) เป็นกำรระบุเหตุกำรณ์ ควำมไม่แน่นอน
ท่ีอำจเกิดขึ้น โดยพิจำรณำจำกปัจจัยท้ังภำยในและภำยนอก ได้แก่ สภำวะเศรษฐกิจ สภำพแวดล้อมทำงธรรมชำติ
กำรเมือง สงั คม คณุ ภำพของบุคลำกร กระบวนกำรทำงำน วิธีกำรปฏบิ ตั ิงำน เทคโนโลยใี หมๆ่ และเหตกุ ำรณ์ทม่ี คี วำม
เปน็ ไปได้ว่ำจะเกิดผลกระทบต่อกำรบรรลุเปำ้ ประสงคข์ องหนว่ ยงำน ซ่งึ ตอ้ งประเมนิ และตอบสนองกบั เหตุกำรณน์ ้ัน
ให้ครอบคลุมทกุ ประเภทของควำมเสี่ยง เพ่ือให้ผ้บู ริหำรไดร้ ับข้อมูลทเ่ี พยี งพอในกำรบรหิ ำรงำนและตดั สนิ ใจ

4) กำรประเมินควำมเสี่ยง (Risk Assessment) ประเมินโดยพิจำรณำว่ำ แต่ละปัจจัยเส่ียงนั้นมี
โอกำสที่จะเกิดเป็นอุบัติกำรณ์ (Likelihood) มำกน้อยเพียงใด หำกเกิดอุบัติกำรณ์จะส่งผลกระทบ (Impact)
ต่อหน่วยงำนรุนแรงเพียงใด ทั้งเชิงปริมำณและเชิงคุณภำพ เพื่อเป็นฐำนในกำรตัดสินใจว่ำจะบริหำร
ควำมเสี่ยงนั้นอยำ่ งไร รวมถึงกำรประเมินควำมเส่ียงทั่วไปก่อนที่จะมีมำตรกำรควบคุมควำม เส่ียงที่มีอยู่ (Inherent
Risk) หรือควำมเสี่ยงท่เี หลอื อยู่ (Residual Risk)

5) กำรตอบสนองควำมเสี่ยง (Risk Response) เป็ นกำรระบุ ทำงเลือกในกำรจัดกำร
ควำมเส่ียง และคัดเลือกวิธีกำรจัดกำรท่ีเหมำะสม โดยพิ จำรณำจำกโอกำสท่ีจะเกิดและผลกระท บ
รวมถึงค่ำใช้จ่ำยหรือ ต้นทุนในกำรดำเนินกำร เปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ ว่ำมีควำมคุ้มค่ำหรือไม่
โดยมี 4 แนวทำงในกำรตอบสนองควำมเสี่ยง ได้แก่ กำรหลีกเลี่ยง (Avoid) กำรหำผู้ร่วมรับควำมเสี่ยง (Share
/Transfer) กำรลด (Reduce) กำรยอมรับ (Accept/Take)

17

6) กิจกรรมควบคุม (Control Activities) หมำยถึง นโยบำยและวิธีปฏิบัติงำนท่ีกำหนดข้ึน
เพ่ือตอบสนองควำมเสี่ยง ประกอบด้วยนโยบำย และวิธีปฏิบัติงำน ที่ช่วยลดโอกำสท่ีน่ำจะเกิดเป็นอุบัติกำรณ์
ห รือ ช่วยลด ผล ก ระท บ ควำม เสี ยห ำยเมื่ อ เกิ ดอุ บั ติ กำรณ์ น้ั น ขึ้น โดย มีก ำรกำห น ดตั วผู้ รับ ผิด ชอ บ
ในแต่ละกิจกรรม ระยะเวลำในกำรปฏิบัติ กำรวิเครำะห์ต้นทุน และผลประโยชน์ของกิจกรรม ค่ำใช้จ่ำยสำหรับ
กิจกรรม และระดับควำมเส่ียงท่ีคงเหลือจำกกำรปฏิบตั กิ ิจกรรมน้นั กิจกรรมกำรควบคุมอำจมีควำมแตกต่ำงกัน ข้นึ อยู่
กับสภำพแวดล้อมภำยในองค์กร ลักษณะธรุ กจิ โครงสร้ำงและวัฒนธรรมองค์กร ซึง่ อำจแบง่ ได้เป็น 4 ประเภท คอื

a) กำรควบ คุมแบ บป้ องกัน (Preventive Control) เป็น วิธีกำรควบ คุม ที่กำห น ดขึ้น
เพอ่ื ปอ้ งกันไม่ใหเ้ กิดควำมเสี่ยง และข้อผดิ พลำดตั้งแต่แรก เชน่ กำรทำ check list

b) กำรควบคุมเพื่อให้ตรวจพบ (Detective Control) เป็นวิธีกำรควบคุมท่ีกำหนดขึ้น
เพ่อื ใหค้ น้ พบขอ้ ผดิ พลำดที่ไดเ้ กิดขนึ้ แล้ว เชน่ กำรตรวจทำนรำยงำน ตรวจสอบบญั ชี

c) กำรควบคุมแบบส่งเสริมหรือชี้แนะ (Directive Control) เป็นวิธีควบคุมที่กำหนดขึ้น
เพอ่ื ส่งเสรมิ หรอื กระตนุ้ ให้เกิดควำมสำเร็จตำมวตั ถุประสงค์ท่ีต้องกำร เชน่ กำรมที ปี่ รกึ ษำ

d) ก ำร ค วบ คุ ม เพ่ื อ ก ำร แ ก้ ไข (Corrective Control) เป็ น วิธี ค วบ คุ ม ท่ี ก ำห น ด ขึ้ น
เพอ่ื ตอบสนองหรือแก้ไขขอ้ ผดิ พลำดที่เกดิ ขนึ้ และปอ้ งกันไม่ให้เกดิ ซำ้ อกี ในอนำคต

7) สำรสนเทศและกำรสื่อสำร (Information and Communication) กำรบริหำรจัดกำร
ต้องมีก ำรระบุ ถึงสำรสน เท ศที่ จำเป็น ทั้ งจำกแห ล่งข้อมู ลภำยในและภำยนอกองค์กร กำรจัดเก็ บ
และมีระบบส่อื สำรไปยงั บคุ ลำกรทกุ ระดับ กำรสอ่ื สำรทีม่ ปี ระสิทธภิ ำพจะครอบคลุมถงึ กำรสอื่ สำรจำกระดบั บนลงลำ่ ง
จำกระดับล่ำงไปสู่บน และกำรสอ่ื สำรระหว่ำงหน่วยงำน รวมถึงกำรแลกเปล่ียนขอ้ มูลกับบุคคลภำยนอกองค์กร เช่น
ลูกคำ้ ผ้จู ัดหำสนิ คำ้ ผใู้ ห้บรกิ ำร เปน็ ตน้

ตำมแนวทำง COSO นั้น สำรสนเทศมีควำมสำคัญและจำเป็นต่อบุคลำกรทุกระดับขององค์กร
เนื่องจำกเรำต้องใช้สำรสนเทศในกำรระบุ ประเมิน และกำหน ดวิธีจัดกำรควำมเสี่ยงและด้ำนอื่นๆ
เพอ่ื ดำเนินงำนให้ไปสู่เปำ้ หมำยท่ีกำหนดไว้ได้

8) กำรติดตำมประเมินผล (Monitoring) กำรบริหำรควำมเส่ียงขององค์กรต้องได้รับ
กำรติดตำมประเมินผลและได้รับกำรปรับเปลี่ยนตำมควำมจำเป็น กำรตดิ ตำมกำรบรหิ ำรควำมเส่ียง สำมำรถทำได้
2 วธิ ี หรอื ใช้รว่ มกนั คือ

1) กำรติดตำมอย่ำงต่อเน่ือง เป็นกำรดำเนินกำรอย่ำงสม่ำเสมอ เพื่อให้สำมำรถตอบสนอง
ต่อกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงทนั ทว่ งที และถือเป็นส่วนหน่ึงของกำรปฏบิ ัติงำน

2) กำรติดตำมรำยครั้ง เป็นกำรดำเนินกำรภำยหลังจำกเกิดเหตุกำรณ์ ดังนั้นปัญหำ
ทเี่ กดิ ขึ้นจะได้รับกำรแกไ้ ขอย่ำงรวดเร็ว

4.2 กำรบริหำรจัดกำรควำมเส่ยี ง (Process) ตำมมำตรฐำน ISO 31000:2009
4.2.1หลกั กำรปลำยประกำรทีค่ วรจะพจิ ำรณำ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประสิทธภิ ำพในกำรบริหำรควำมเสีย่ ง ได้แก่
1) กระบวนกำรในกำรสนบั สนนุ และสรำ้ งมูลค่ำเพ่ิม
2) กำรบรู ณำกำรกระบวนกำรบริหำรควำมเส่ยี งกับกระบวนกำรดำเนินงำนปกติ
3) กำรนำข้อมูลควำมเสยี่ งมำเปน็ ส่วนหนงึ่ ของกระบวนกำรตัดสนิ ใจ
4) กำรดำเนินงำนที่ต้องมีระบบ มีกำรวำงโครงสรำ้ งอยำ่ งชัดเจน
5) กำรปรบั ปรุงกระบวนกำรและน้ำหนกั ควำมสำคัญใหเ้ หมำะสมกบั บรบิ ท
6) กำรปรับเปลี่ยนกระบวนกำรบริหำรควำมเส่ียง ให้สำมำรถตอบสนอง และรับมือกับ

ควำมเส่ียงทเ่ี ปลีย่ นแปลงได้ตลอดเวลำ และต่อเนอื่ ง

18

4.2.2กระบวนกำรท่ีเกี่ยวข้อง (Process) กับกำรบริหำรควำมเสี่ยงตำมแนว มำตรฐำน ISO 31000
ประกอบด้วย

1) กำรกำหนดบริบทควำมเสี่ยง
2) กำรระบุควำมเส่ยี ง
3) กำรวเิ ครำะหค์ วำมเส่ียง
4) กำรประเมนิ ควำมเส่ยี ง
5) กำรจัดกำรกับควำมเส่ยี ง

4.3 กำรบริหำรควำมเส่ียงตำมหลักธรรมำภิบำล (Good Governance) กำรบริหำรควำมเส่ียงเป็นกลไก
ท่ีสำคัญ กลไกหนงึ่ ของกำรกำกบั ดูแลกิจกำรทดี่ ี ซ่งึ เปน็ ท่ียอมรบั ว่ำสำมำรถสร้ำงคุณคำ่ ให้แก่ผู้มสี ่วนได้เสีย

ในกำรวิเครำะหเ์ พ่ือระบุควำมเสย่ี งต้องนำแนวคิดเรื่องธรรมำภิบำลในแต่ละดำ้ นมำพิจำรณำปจั จยั เสี่ยงตำ่ งๆ
ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับควำมเส่ยี งของโครงกำรทคี่ ัดเลอื กมำ เชน่ ดำ้ นกลยุทธ์ อำจมีควำมเส่ียงต่อเรอ่ื งประสทิ ธผิ ล และกำรมี
สว่ นร่วม ด้ำนกำรดำเนินงำน อำจมีควำมเส่ียงต่อเร่อื งประสิทธิภำพ และควำมโปร่งใส ด้ำนกำรเงิน อำจมีควำมเสีย่ ง
ต่อเร่อื งนติ ิธรรมและภำระรับผดิ ชอบ ด้ำนกฎหมำย/กฎระเบียบ อำจมีควำมเส่ยี งต่อเร่อื งนติ ธิ รรมและควำมเสมอภำค
เปน็ ตน้

19

หลกั ธรรมำภบิ ำล และรูปธรรมกำรปฏบิ ตั ิทพี่ งึ มี

1.หลกั ประสิทธิผล  มีวสิ ยั ทศั นเ์ ชิงยทุ ธศำสตร์เพอ่ื ตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชน/ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย
(Effectiveness)  สร้ำงกระบวนกำรกำรปฏบิ ัตงิ ำนอย่ำงเปน็ ระบบ และมีมำตรฐำน มุ่งเน้นผลกำรปฏิบตั งิ ำน

ทเี่ ป็นเลิศ

 ตดิ ตำมประเมินผล และพัฒนำปรับปรุงกำรปฏิบัติงำนใหด้ ีขน้ึ อย่ำงต่อเนือ่ ง

2.หลักประสทิ ธิภำพ  ใชท้ รัพยำกรอย่ำงประหยัด เกดิ ผลติ ภำพ คมุ้ ค่ำกำรลงทุน และประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
(Efficiency
 ลดขั้นตอนและระยะเวลำในกำรปฏบิ ัตงิ ำน และลดภำระค่ำใชจ้ ่ำย

3.หลกั กำร  ให้บริกำรไดอ้ ยำ่ งมีคณุ ภำพ ภำยในระยะเวลำท่ีกำหนด สรำ้ งควำมเชื่อมน่ั ไว้วำงใจ

ตอบสนอง  ตอบสนองตำมควำมคำดหวัง/ ควำมตอ้ งกำรของประชำชนผ้รู บั บริกำร และผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี

(Responsiveness) ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม

4.หลักภำระ  สำมำรถตอบคำถำม และชีแ้ จงได้เมื่อมขี ้อสงสยั
รับผดิ ชอบ  จัดระบบกำรรำยงำนผลสัมฤทธ์ติ ่อสำธำรณะ เพื่อประโยชน์ในกำรตรวจสอบ/ใหค้ ุณใหโ้ ทษ
(Accountability)  มีกำรจัดเตรียมระบบกำรแกไ้ ขหรอื บรรเทำปัญหำ และผลกระทบใด ๆ ท่ีอำจจะเกิดขึ้น

5.หลกั ควำมโปร่งใส  กำรเปดิ เผยข้อมูลข่ำวสำรทจี่ ำเป็น และเชอ่ื ถอื ได้ใหป้ ระชำชนไดร้ ับทรำบอย่ำงสมำ่ เสมอ
(Transparency)  วำงระบบให้กำรเข้ำถงึ ข้อมูลข่ำวสำรดงั กล่ำว เป็นไปโดยงำ่ ย

6.หลกั กำรมีส่วน  กำรรับฟงั ควำมคิดเหน็ ของประชำชน
ร่วม
(Participation)  ประชำชนมีส่วนร่วมในกำรรบั รู้ เรยี นรู้ ทำควำมเข้ำใจ แสดงทัศนะ เสนอปัญหำ/ ประเด็น
สำคัญทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ร่วมคดิ แกไ้ ขปัญหำ ร่วมในกระบวนกำรตดั สนิ ใจ กำรดำเนินงำน และร่วม

ตรวจสอบผลกำรปฏบิ ัติงำน

7.หลักกำรกระจำย  กำรมอบอำนำจ กระจำยควำมรบั ผดิ ชอบในกำรตดั สนิ ใจ และกำรดำเนนิ กำร ใหแ้ ก่
อำนำจ ผปู้ ฏิบตั ิงำนในระดบั ตำ่ งๆ ได้อยำ่ งเหมำะสม รวมทัง้ ภำคส่วนอนื่ ๆ ในสังคม
(Decentralization)

8.หลกั นติ ิธรรม  กำรใช้อำนำจของกฎหมำย กฎระเบียบ ขอ้ บังคบั ในกำรปฏิบตั ิงำนอย่ำงเคร่งครัด ดว้ ยควำม
(Rule of Law) เป็นธรรมไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ คำนงึ ถงึ เสรภี ำพของประชำชน และผู้มีสว่ นได้ส่วนเสยี ตำ่ ง ๆ

9.หลกั ควำมเสมอ  กำรให้บรกิ ำรอย่ำงเท่ำเทียมกัน และตอ้ งคำนึงถึงโอกำสควำมทดั เทยี มกนั ของกำรเขำ้ ถึง
ภำค (Equity)
บรกิ ำรสำธำรณะของกลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกำสในสงั คม

10.หลกั กำรมงุ่ เน้น  กระบวนกำรในกำรแสวงหำฉันทำมติหรอื ข้อตกลงรว่ มกัน ระหวำ่ งกลุ่มผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสยี
ฉันทำมติ
ท่เี กย่ี วข้อง โดยเฉพำะกลมุ่ ท่ไี ด้รบั ผลกระทบโดยตรง
(Consensus
 จะตอ้ งไม่มขี ้อคัดคำ้ นที่หำข้อยุตไิ ม่ไดใ้ นประเด็นท่สี ำคัญ
Oriented)

20

5. เครือ่ งมือสำคัญท่ีใชใ้ นกำรบริหำรควำมเสี่ยง
5.1 กำรระบุควำมเสีย่ ง
กำรระบุควำมเส่ยี ง เป็นกระบวนกำรท่ีผู้บรหิ ำรและผู้ปฏิบัติงำนร่วมกันระบุควำมเสี่ยง และปัจจัยเสีย่ งที่

เกี่ยวข้องกับโครงกำร/กิจกรรม โดยต้องคำนึงถึงควำมเส่ียงท่ีมีสำเหตุมำจำกปัจจัยภำยใน และปัจจัยภำยนอก
เพื่อให้ทรำบถึงเหตุกำรณ์ท่ีเป็นควำมเสี่ยง และปัจจัยเส่ียงท่ีมีผลกระทบต่อกำรบรรลุผลสำเร็จ ตำมวัตถุประสงค์
และเป้ำหมำยขององคก์ ร

วิธีกำรในกำรระบุควำมเสี่ยง มีหลำยวิธี อำจเลือกใช้ได้ตำมควำมเหมำะสม เช่น กำรระดมสมอง
กำรใช้ Checklist กำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์จำกกำรตั้งคำถำม “What – If” กำรวิเครำะห์ข้ันตอนกำรปฏิบัตงิ ำนใน
แตล่ ะข้ันตอนที่สำคญั กำรสมั ภำษณ์ผู้ท่เี กยี่ วข้อง กำรตรวจสอบ กำรทบทวนเอกสำร เปน็ ตน้

ขน้ั ตอนกำรระบุควำมเสี่ยง อำจพิจำรณำดงั น้ี
1) กำหนดประเดน็ ควำมเส่ียง
2) กำหนดกลมุ่ ปจั จยั ที่จะทำให้เกิดควำมเส่ยี ง
3) หำสำเหตุท่ีเป็นไปไดใ้ นแตล่ ะปจั จัย
4) หำสำเหตหุ ลักของควำมเสย่ี ง
5) จัดลำดับควำมสำคญั ของสำเหตุท่ีทำใหเ้ กดิ ควำมเส่ยี ง
กำรระบุควำมเสี่ยง องค์กรพิจำรณำกำหนดประเด็นควำมเสี่ยงสำคัญแต่ละด้ำนตำมแนวทำง COSO
ที่อำจสง่ ผลกระทบสำคญั ต่อองคก์ ร ได้แก่
1) ควำมเสย่ี งด้ำนกลยุทธ/์ ยุทธศำสตร์ (Strategic Risk)
2) ควำมเสย่ี งดำ้ นกำรเงนิ และสินทรัพย์ (Financial & Asset Risk)
3) ควำมเสี่ยงดำ้ นกำรปฏิบตั กิ ำร (Operation Risk)
4) ควำมเส่ยี งด้ำนกฎระเบียบ (Compliance Risk)

นอกจำกน้อี งคก์ รอำจเพม่ิ เตมิ ประเด็นควำมเสี่ยงตำมควำมจำเป็นและบริบทองคก์ รไดอ้ ีก เช่น
1) ควำมเสยี่ งดำ้ นธรรมำภบิ ำลและจรรยำบรรณ (Good Governance & Ethical Risk)
2) ควำมเสย่ี งจำกภัยพบิ ตั ิ (Disaster Risk)
3) ควำมเสยี่ งตอ่ ชอื่ เสียง/ภำพลักษณ์ (Image Brand & Reputation Risk)
4) ควำมเสี่ยงต่อกำรคงอยู่ สุขภำพ ควำมปลอดภัยของบุคลำกร (Personal Engagement, Health &
Safety Risk)
5.2 กำรประเมินควำมเสี่ยง เป็นกระบวนกำรท่ีประกอบด้วย กำรวิเครำะห์ กำรประเมิน และกำรจัดระดับ
ควำมเสี่ยง ที่มีผลกระทบต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของกระบวนกำรทำงำนของหน่วยงำนหรือขององค์กรซึ่ง
ประกอบด้วย 4 ข้นั ตอน ดังนี้
5.2.1กำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในกำรประเมินควำมเส่ียง ได้แก่ 1)โอกำสท่ีจะเกิดเป็นอุบัติกำรณ์
(Likelihood) 2) ควำมรุนแรงของผลกระทบ (Impact) หำกเกิดเป็นอุบัติกำรณ์ และ 3) ระดับของควำมเส่ียง
(Degree of Risk)

21

1) โอกำสทีค่ วำมเสี่ยงจะเกดิ เป็นอบุ ตั กิ ำรณ์ (Likelihood)

ควำมเสีย่ งองค์กร นิยมแบ่งโอกำสท่ีจะเกิดเปน็ อบุ ตั กิ ำรณ์เปน็ 2 ระดบั

Likelihood ของควำมเสยี่ งองคก์ ร

ระดับ โอกำสเกิด คำอธบิ ำย

L นอ้ ย โอกำสเกิดน้อยมำกอยใู่ นระดับทีย่ อมรบั ได้ มรี ะบบควบคุมป้องกันทด่ี ี

H มำก โอกำสเกดิ บอ่ ยเกินระดับยอมรบั ได้ ระบบควบคมุ ป้องกนั ยังไมด่ หี รอื ไมม่ ี

ควำมเสยี่ งปฏบิ ตั กิ ำร นยิ มแบง่ ระดบั โอกำสทจี่ ะเกดิ เป็นอุบัตกิ ำรณ์ (Likelihood) เป็น 3-5 ระดบั

Likelihood ของควำมเส่ียงปฏิบัติกำร

ระดับ โอกำสเกดิ เชิงปรมิ ำณ เชิงคุณภำพ

1 นอ้ ยมำก 0-1 ครั้งต่อปี ไม่เคยเกดิ หรอื โอกำสเกดิ นอ้ ยมำก

2 นอ้ ย 2-3 ครง้ั ต่อปี มีโอกำสเกดิ แต่นำนๆคร้งั

3 ปำนกลำง 4-5 ครงั้ ต่อปี มโี อกำสเกดิ บำงครัง้ แตไ่ มบ่ ่อย

4 สงู 6 ครั้งต่อปี มโี อกำสเกิดบ่อยทุกสองเดือน

5 สูงมำก มำกกวำ่ 6 ครัง้ ตอ่ ปี มีโอกำสเกดิ เกอื บหรอื ทุกเดอื น

2) ควำมรุนแรงของผลกระทบ (Impact) กรณีเกิดอบุ ัติกำรณ์

ควำมเส่ยี งองค์กร นยิ มแบง่ ระดบั ควำมรุนแรงของผลกระทบออกเป็น 2 ระดบั

Impact ของควำมเสีย่ งองค์กร

ระดบั ผลกระทบ คำอธิบำย

L นอ้ ย สูญเสยี น้อย อยูใ่ นระดบั ยอมรับได้ มีระบบสำรองเพื่อลดผลกระทบ

H รุนแรง สญู เสยี มำก เกินระดับทยี่ อมรบั ได้ มีระบบสำรอง เพอ่ื ลดผลกระทบ

ไมม่ ีหรือไม่ดี

ควำมเสี่ยงระดับปฏบิ ัติกำร อำจพิจำรณำเปน็ ร้อยละของควำมสำเร็จ หรอื ควำมสญู เสยี เปน็ เงนิ

Impact ของควำมเส่ยี งปฏบิ ตั กิ ำร

ระดบั ผลกระทบ ด้ำนปฏบิ ตั กิ ำร ด้ำนกำรเงิน

1 นอ้ ยมำก ตัวชว้ี ดั / โครงกำรบรรลุ >90 % สญู เสยี < 50,000 บำท

2 น้อย ตวั ชว้ี ดั / โครงกำรบรรลุ 81-90 % สญู เสยี > 50,000 -100,000 บำท

3 ปำนกลำง ตัวชวี้ ดั / โครงกำรบรรลุ 71-79 % สญู เสยี > 100,000-500,000 บำท

4 สงู ตวั ช้ีวดั / โครงกำรบรรลุ 61-69 % สญู เสยี > 500,000-1,000,000

บำท

5 สูงมำก ตัวชวี้ ดั / โครงกำรบรรลุ < 60 % สญู เสีย > 1,000,000 บำท

ระดบั ผลกระทบ ดำ้ นกำรคงอยขู่ องบุคลำกร ด้ำนสขุ ภำพ/ควำมปลอดภัย

1 นอ้ ยมำก สญู เสยี <1 % กระทบงำนเลก็ นอ้ ย เจ็บปว่ ยเลก็ น้อย ทำงำนไดป้ กติ

2 นอ้ ย สูญเสยี 2-4 % กระทบหนว่ ยงำน เจบ็ ปว่ ย ตอ้ งลดงำนแต่ไมต่ ้องหยดุ งำน

3 ปำนกลำง สูญเสยี 5-9 % กระทบภำค/ฝำ่ ย เจบ็ ป่วยจนต้องหยดุ งำนไม่เกิน 7 วนั

4 สงู สญู เสยี 10-14 % กระทบพันธกิจ เจ็บปว่ ยมำกตอ้ งหยุดงำน 8-20 วนั

5 สูงมำก สูญเสยี >15% กระทบองค์กรโดยรวม เจบ็ ป่วยสำหัส พิกำร เสยี ชวี ติ

22

ระดบั ผลกระทบ ด้ำนกฎระเบยี บ ด้ำนธรรมำภิบำล/จรรยำบรรณ

1 นอ้ ยมำก ผดิ กฎ/ ระเบยี บกระทบระดบั บคุ คล มขี อ้ สังเกตไม่เปน็ ทำงกำร/
ตอ้ งใหข้ ้อมลู
2 นอ้ ย ผิดกฎ/ ระเบยี บกระทบต่องำนทท่ี ำ
มกี ำรตงั้ คำถำมในกำรประชมุ /
3 ปำนกลำง ผดิ กฎ/ ระเบียบกระทบระบบงำน ตอ้ งชแ้ี จง
มกี ำรร้องเรียนตอ่ ผบู้ งั คับบญั ชำ/
4 สงู ผิดกฎ/ ระเบยี บ ถูกร้องเรยี นหนว่ ย สอบสวน
5 สงู มำก กำกบั
มกี ำรรอ้ งเรยี นออกส่ือสำธำรณะ/
ผิดกฎ/ ระเบียบถูกฟ้อง เรยี ก แถลง
ค่ำเสยี หำย
มีกำรกลำ่ วโทษ ฟอ้ ง/
ร้องต่อองค์กรกำกับ

5.2.2 กำรประเมินระดับควำมเส่ยี ง โดยกำรนำควำมเสย่ี งแตล่ ะรำยกำรมำประเมินโอกำสทจ่ี ะเกิดเปน็
อุบตั ิกำรณ์ และควำมรุนแรงหรอื มลู ค่ำควำมเสยี หำยหำกเกดิ แลว้ นำมำคูณกนั ตำมวธิ ี Risk Matrix

Risk Matrix ควำมเสี่ยงองค์กร นิยมแบง่ แบบ 2 ระดับ

ผลกระทบ H LH HH
จำกอบุ ตั ิกำรณ์
รนุ แรง ควำมเส่ียงปำนกลำง ควำมเสี่ยงสูง

L LL LH

น้อย ควำมเสีย่ งต่ำ ควำมเสย่ี งปำนกลำง

LH

นอ้ ย มำก

โอกำสเกิดเป็นอุบตั ิกำรณ์

Risk Matrix ควำมเสี่ยงปฏิบัติกำร กรณีแบง่ เปน็ 3 ระดบั

ควำมรุนแรง High HL HM HH
3 36 9

Medium ML MM MH
2 24 6
LL LM
Low 12 LH
1 3
Low Medium
12 High
3
โอกำสเกิดอบุ ตั ิกำรณ์

23

Risk Matrix ควำมเสี่ยงปฏิบตั กิ ำร กรณแี บ่งเป็น 5 ระดบั

5 5 10 15 20 25
ผล M HE E E
กระ 4 4 8 12 16 20
ทบ M HH E E

3 3 69 12 15
L MH H E
2
2 46 8 10
1 L MM H H
1 23 4 5
L LL M M

1 23 4 5

โอกำสเกิด

คำอธบิ ำย Risk Matrix Level

ค่ำคะแนน พน้ื ท่ีสี ระดบั ควำมเสี่ยง ควำมหมำย

1-3 ขำว ต่ำ Low Risk ยอมรับควำมเส่ยี งได้

4-6 เขียว ปำนกลำง Medium ยอมรบั ควำมเส่ียงได้ แตต่ ้องเฝำ้ ระวัง

Risk

8-12 เหลอื ง สงู High Risk ตอ้ งมแี ผนบรหิ ำรควำมเสยี่ ง

15-25 แดง สูงมำก Extreme Risk ต้องมีแผนบรหิ ำรควำมเสยี่ งอย่ำงเรง่ ดว่ น

5.2.3 จัดทำ Risk Profile นำระดับควำมเสี่ยง มำเรียงลำดับตำมค่ำคะแนนท่ีได้จำกกำรคำนวณ Risk

Matrix โดยเรียงจำกค่ำคะแนนมำกไปหำนอ้ ย หรือจำกพืน้ ทสี่ แี ดง->เหลือง-> เขียว-> ขำว ตำมลำดับโดยองคก์ รอำจ

ระบุควำมเส่ียง 5-10 ลำดับแรก หรือ เฉพำะที่เป็นสีแดง และสเี หลือง

5.3 กำรบริหำรจัดกำรควำมเสี่ยง

5.3.1 แนวคดิ หรอื วิธีกำรจดั กำรควำมเส่ียง เนื่องจำกกำรกำจดั ควำมเสีย่ งใหห้ มดไปเป็นสงิ่ ที่ทำไม่ได้และ

ตอ้ งใช้ต้นทุนมหำศำล จึงมักนิยมใช้ มำตรกำรในกำรจัดกำรควำมเส่ียง 4 แบบ หรือเทคนิค 4 T โดยคำนึงถึง

ระดบั ควำมเส่ยี ง ค่ำใชจ้ ่ำยหรอื ต้นทนุ ในกำรดำเนนิ กำร ดังนี้

1) กำรยอมรับควำมเส่ียง (Take/Accept Risk) เป็นกรณีท่ีควำมเสี่ยงมีค่ำคะแนนต่ำ (<8 ใน

กรณี 5 ระดับ) หรือระดับสีเขียวหรือสีขำว ซึ่งหำกจะจัดกำรให้หมดไปต้องใช้ต้นทุนท่ีสูงมำกไม่คุ้มกับผลที่ได้รับ

หรอื เกิดจำกปจั จยั ภำยนอกท่ีโอกำสเกิดน้อยและไม่อำจคำดเดำหรอื ควบคุมได้ หรือในกรณีท่ีไม่มีทำงเลอื กอ่นื

2) กำรลดหรือควบคุมควำมเสีย่ ง (Treat Risk) เป็นกำรดำเนนิ กำรเพอ่ื ลดระดับควำมเส่ียง โดยที่

หำกเกดิ จำกปัจจยั ภำยในมักจะใช้ระบบกำรควบคมุ ภำยในหรือมำตรกำรป้องกันให้อยใู่ นระดับที่ยอมรับได้ ในกรณีที่

เกิดจำกปจั จยั ภำยนอก จะใช้กลยทุ ธ์กำรทำสัญญำตกลงซอื้ ขำยล่วงหน้ำโดยกำหนดรำคำทีแ่ นน่ อน กำรประชำสมั พันธ์

ให้ทรำบแนวทำง/ข้อจำกดั ลว่ งหน้ำเพื่อลดกำรรอ้ งเรียน

3) กำรโอนหรือกระจำยควำมเส่ียง (Transfer Risk) มักใช้ในกรณีควำมเสี่ยงท่ีรับไม่ได้ ซ่ึงคำด

เดำได้ยำกและมักรุนแรงมำก เช่น ภัยพิบัติต่ำงๆ อัคคีภัย อุบัติเหตุรุนแรง โรคระบำดที่รุนแรง โดยมักใช้วิธีกำร

ประกันภยั เพ่ือโอนควำมเส่ียงไปใหบ้ รษิ ัทประกัน หรือกรณที ี่ตอ้ งดำเนินกำรในเรื่องทไ่ี ม่ชำนำญหรอื ต้องกำรผลงำน

จำนวนมำกในเวลำจำกัด อำจใช้กำรจ้ำงบริษทั หรอื หน่วยงำนภำยนอก (Outsource)มำทำสญั ญำรบั ช่วงดำเนินกำร

24

4) กำรหยุดหรือหลีกเลี่ยงควำมเสี่ยง (Terminate/Avoid Risk) ใช้ในกรณีท่ีควำมเสี่ยงน้ัน
ยอมรับไม่ได้และหำกเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกระทบท่ีรุนแรงมำกต่อองค์กร เช่น มวลชนในพื้นท่ีต่อต้ำนโครงกำร หรือมี
โอกำสถูกฟ้องร้องเรียกค่ำเสียหำยสูงมำก และไม่สำมำรถจัดกำรได้ ด้วยวิธีลดหรือโอนควำมเส่ียง ให้ดำเนินกำร
หลกี เลยี่ งโดยหยดุ หรือเลิกโครงกำร/กิจกรรมนนั้ หรอื เปล่ยี นวตั ถุประสงค์

5.3.2 แนวคิดในกำรจดั กำรควำมเส่ียงระดับองคก์ ร กรณีท่ีเป็นระดบั LL คอื ควำมรนุ แรงต่ำ โอกำสเกิด
น้อย ถือเป็นควำมเส่ียงระดับต่ำ จะใชก้ ลยุทธ์ Take คือยอมรับควำมเส่ียง กรณที ่ีเป็นระดับ LH คือ ควำมรุนแรงต่ำ
แต่โอกำสเกิดมำก ถือเปน็ ควำมเส่ยี งระดับปำนกลำง ที่นยิ มใช้กลยุทธ์ Treat กรณีทเี่ ป็นระดับ HL คือ ควำมรุนแรง
สูง แต่โอกำสเกดิ นอ้ ย ถือเป็นควำมเสีย่ งระดบั ปำนกลำง นิยมใชก้ ลยุทธ์ Transfer สว่ นกรณที ีเ่ ป็นระดบั HH คอื ควำม
รนุ แรงสงู และโอกำสเกดิ สงู ถือเป็นควำมเสยี่ งท่มี รี ะดบั สูง นยิ มใช้กลยุทธ์ Terminate คือยตุ ิกำรดำเนินกำร เนอ่ื งจำก
ไดไ้ มค่ ุม้ เสยี

5.3.3กำรจดั ทำแผนรับมอื ควำมเสี่ยง กรณีท่ตี อ้ งมีกำร Treat Risk
1) กำหนดมำตรกำรเชิงป้องกัน โดยลดปัจจัยสนับสนุนให้เกิดควำมเสี่ยง เช่น ปัจจัย

ด้ำนกำรวำงแผน กำรจัดอัตรำกำลัง กำรจัดกำรทรัพยำกรให้เพียงพอ/ สมำ่ เสมอ กำรพัฒนำศกั ยภำพบุคลำกร กำร
จดั ทำมำตรฐำนกำรดำเนินกำร กำรซกั ซ้อมกำรปฏบิ ัติ กำรกำหนดผ้รู ับผิดชอบท่ีชดั เจน

2) กำรดำเนินกำร กำรปฏิบัติตำมขั้นตอนอย่ำงเคร่งครัด โดยมีกำรส่ือสำร อย่ำงมีประสิทธิภำพ
และกำรกำกับดูแล/ ปรบั / แก้ไขสถำนกำรณอ์ ยำ่ งใกลช้ ดิ จำกผู้บริหำรท่รี ับผิดชอบ

3) กำรเฝ้ำระวังและรำยงำน โดยกำรกำหนดวิธีตรวจสอบให้พบ เมื่อมีกำรละเมิดข้ันตอนปฏิบัติ
หรือมีสัญญำณบ่งชี้ และรำยงำนต่อผู้รับผดิ ชอบระบบ/ โครงกำรทนั ที

4) กำรเตรยี มกำรและตอบสนองอย่ำงทันกำรณ์ โดยกำรกำหนดมำตรกำรรับมอื ไว้ลว่ งหน้ำ และ
กำรนำมำตรกำรมำใช้ทันทีโดยผู้ปฏบิ ัติ และโดยผบู้ รหิ ำรที่รบั ผดิ ชอบ เพือ่ ลดทอนควำมเสยี หำยและกอบกสู้ ถำนกำรณ์

5) กำรรำยงำนอุบัติกำรณ์และผลกำรตอบสนองเข้ำส่รู ะบบ เพ่ือให้มีกำรนำมำวิเครำะห์แนวโน้ม
และวำงแผนจดั กำรเพอื่ ลดโอกำสเกิดซ้ำ

5.3.4 ผลของกำรจัดกำรควำมเสี่ยง เป็นผลจำกกำรจัดกำรควำมเสี่ยงในกลุ่มที่มีกำร Treat
ด้วยมำตรกำรควบคมุ ภำยใน และกำรจัดกำรด้วย แผนกำรบริหำรควำมเส่ียงจนถงึ ระดบั ท่ียอมรบั ได้

25

5.4 กำรรำยงำนผลกำรบริหำรจัดกำรควำมเสย่ี ง
ที ม ท่ี ด ำ เนิ น ก ำ ร จ ะ ต้ อ ง ร ำ ย ง ำ น ผ ล ข อ ง ก ำ ร ด ำ เนิ น ก ำ ร ทั้ ง ด้ ำ น ก ำ ร ค้ น ห ำ แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ค วำ ม เส่ี ย ง

กำรจัดลำดับควำมสำคัญ กำรควบคุมภำยในและแผนกำรบริหำรควำมเส่ียง และระดับของควำมเสี่ยง
ท่ียังเหลืออยู่ เพื่อให้ผู้บรหิ ำรทรำบและอนุมัติกำรดำเนินกำร รวมทั้งจัดสรรทรัพยำกรและงบประมำณสนับสนุน
รวมท้ังกำรรำยงำนกรณีเกิดอุบตั ิกำรณ์ทีส่ ำคัญ และกำรรำยงำนผลลัพธก์ ำรดำเนนิ กำรตำมรอบที่กำหนด เช่นทุก 3
หรอื 6 เดอื น และเม่ือส้นิ ปงี บประมำณ ท้ังที่เก่ียวกับอุบัตกิ ำรณ์ กำรจัดกำร และควำมสูญเสียทเี่ กิดข้ึน

5.5 กำรตดิ ตำมและทบทวน
ทีมท่ีรับผิดชอบมี กำรติดตำมควำมก้ำวห น้ำของกำรป ฏิบัติตำมแผน และผล กำรดำเนินงำน

ตำมระยะเวลำ เช่นทุก 3 เดือน และทุกส้ินปีงบประมำณ ส่วนกำรทบทวนเป็นกำรประเมินประสิทธิภำพ
และประสิทธิผลของแผนกำรดำเนินกำรบริหำรควำมเสย่ี งโดยรวม และสรปุ บทเรียนตำ่ งๆ จำกกำรทบทวนสำเหตุรำก
ในกรณเี กดิ อุบตั กิ ำรณส์ ำคัญ เพอ่ื นำไปสกู่ ำรวำงแผนดำเนินกำรในปถี ดั ไป

6. บทบำทของผู้นำในกำรบรหิ ำรควำมเสีย่ ง
6.1 กำหนดนโยบำย ด้ำนกำรบริหำรควำมเส่ียง ให้มคี วำมชดั เจน เหมำะสมและครอบคลมุ
6.2 จัดกำรให้มีระบบบริหำรควำมเสี่ยง โดยมีโครงสร้ำงคณะกรรมกำรผู้รับผิดชอบ ดูแลควำมเสี่ยงทั้งใน

ภำพรวมและระดับหนว่ ยงำน
6.3 ส่งเสริม กำกับดูแล ให้มีกำรนำกระบวนกำรบริหำรควำมเสี่ยงมำปฏิบัติ โดยคณะกรรมกำร ที่ตั้งขึ้น

มีกำรดำเนินกำรวิเครำะห์และจัดทำบัญชีควำมเสี่ยง นำควำมเส่ียงสำคัญมำบริหำรจัดกำรโดยกำรออกแบบ
กำรปฏบิ ตั งิ ำนใหม้ คี วำมปลอดภยั เชน่ ปรับปรุงขนั้ ตอน จดั ทำคูม่ อื แนวทำงปฏิบัติงำนทเ่ี หมำะสมชัดเจน

6.4 สนับสนุนให้มีกำรจัดทำแผนบริหำรควำมเสี่ยง และกำรจัดสรรทรัพยำกรที่จำเป็น ท้ังในกำรปฏิบัติงำน
ประจำ และเพ่อื กำรลดควำมเส่ียง

6.5 จัดให้มีทำระบบรำยงำนอุบัติกำรณ์ และฐำนข้อมูลควำมเสี่ยงและอุบัติกำรณ์ โดยใช้เทคโนโลยี
ท่เี หมำะสม มีประสทิ ธภิ ำพในกำรสงั เครำะห์ เพอื่ กำรวเิ ครำะหใ์ ห้เปน็ สำรสนเทศทน่ี ำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้

6.6 ส่งเสริมให้มีกำรฝึกอบรม กำรทบทวน กำรศึกษำเรียนรู้เชิงลึก ทั้งจำกองค์ควำมรู้และประเด็นต่ำงๆ
ทไี่ ดจ้ ำกขอ้ มูลอุบัติกำรณ์ ควำมสูญเสีย กำรชดใชค้ ่ำเสยี หำย

6.7 กำรบูรณำกำรประสำนโปรแกรม/กจิ กรรม ที่เกยี่ วข้องกับควำมเส่ียงเข้ำดว้ ยกัน ด้วยกำรจัดให้มีตัวแทน
คร่อมสำยงำนในคณะกรรมกำรบรหิ ำรควำมเสีย่ ง กำรบูรณำกำรระหวำ่ งพนั ธกิจ และระหว่ำงหน่วยงำน

6.8 สง่ เสริมบรรยำกำศและสภำพแวดลอ้ ม และวัฒนธรรมควำมปลอดภัยข้ึนในองค์กร โดยมีกำรประเมินผล
อยำ่ งน้อยปลี ะครั้ง

7. Patient Safety Goals เป้ำหมำยเพื่อควำมปลอดภยั ของผูป้ ่วย เปน็ แนวคิดในกำรรณรงคเ์ พ่ือควำมปลอดภัย
ของผ้ปู ว่ ยท่ีมกี ำรปรับเปล่ียนไปเปน็ ระยะๆ เพื่อสง่ เสรมิ ใหอ้ งคก์ รท่เี ก่ียวขอ้ งให้ควำมสำคัญและนำไปดำเนนิ กำร

7.1 National Patient Safety Goals : NPSG หมำยถงึ เป้ำหมำยเพ่ือควำมปลอดภยั ของผปู้ ่วยระดับสำกล
ที่เสนอโดย The Joint Commission ซ่ึงเป็นองค์กรรับรองมำตรฐำนโรงพยำบำลในระดับสำกล โดยในแต่ละปีจะมี
กำรกำหนดประเด็นสำคญั ด้ำนควำมปลอดภัยสำหรับผู้ปว่ ย ทโี่ รงพยำบำลต่ำงๆควรให้ควำมสำคัญ และนำไปทบทวน
ปรับปรุงระบบระบบ เพ่ือให้เกิดควำมปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยประเด็นเหล่ำนี้มำจำกกำรรวบรวมและวิเครำะห์ข้อมูล
จำกระบบกำรเฝ้ำระวงั ควำมปลอดภยั ในระดับชำติ โดยเฉพำะในสหรัฐอเมริกำ และข้อแนะนำจำก WHO

7.2 Thai Patient Safety Goals : TPSG หมำยถึง เป้ำหมำยเพ่ือควำมปลอดภัยของผู้ป่วยของประเทศไทย
ซ่ึงเสนอโดยสถำบันรับรองคุณภำพสถำนพยำบำล (สรพ.) โดยมีกำรจัดทำคร้ังแรกเม่ือปี ค.ศ. 2008

26

ชือ่ Thai Patient Safety Goals : SIMPLE กำหนดเป้ำหมำยในกำรดำเนินกำรเพื่อควำมปลอดภัยใน 6 ด้ำน ได้แก่
1) Safe Surgery: ปลอดภัยจำกกำรผำ่ ตดั 2) Infection Prevention & Control: ปลอดภัยจำกกำรตดิ เชอื้
3) Medication & Blood Safety: ปลอดภยั จำกกำรใชย้ ำและเลอื ด 4) Patient Care Process : ปลอดภัยจำกกำร
ดูแล 5) Line & Tube : ปลอดภยั จำกกำรใส่สำยและเคร่ืองมือ 6) Emergency Response กำรตอบสนองตอ่ ภำวะ
ฉกุ เฉิน ตอ่ มำได้มีกำรจดั ทำเป้ำหมำยเพื่อควำมปลอดภัยของผปู้ ่วย ของประเทศไทย พ.ศ. 2561 (Patient Safety
Goals: SIMPLE Thailand 2018) และได้จัดทำ เปำ้ หมำยเพอ่ื ควำมปลอดภยั ของบุคลำกรสำธำรณสุข ของประเทศ
ไทย พ.ศ. 2561 (Personal Safety Goals : SIMPLE Thailand 2018) ภำยใต้แนวคิดกำรขับเคล่ือนควำม
ปลอดภยั สำหรับผปู้ ่วยและบุคลำกร 2P-Safety ซ่ึงได้รบั กำรสนับสนุนจำกกระทรวงสำธำรณสขุ

7.3 มำตรฐำนสำคัญจำเปน็ ต่อควำมปลอดภยั ในปี พ.ศ. 2563 สถำบนั รับรองคุณภำพสถำนพยำบำล (สรพ.)
ได้ประกำศ 9 มำตรฐำนสำคัญจำเป็นเพื่อควำมปลอดภัยของผู้ป่วย เพื่อส่งเสริมให้โรงพยำบำลต่ำงๆ ที่จะเข้ำสู่
กระบวนกำรรับรองคุณภำพหรือรับรองซ้ำ ได้ดำเนินกำรอย่ำงจริงจังเป็นรูปธรรม โดยกำร 1) มีแนวทำงปฏิบัติ
ในประเด็นสำคัญท่ีกำหนด เพ่ือกำรป้องกันควำมไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วย 2) แสดงจำนวนอุบัติกำรณ์ที่เกดิ ข้ึนแต่ละปี
3) กรณีเกิดเหตุกำรณ์ไม่พึงประสงค์ท่ีมีผลกระทบถึงตัวผู้ป่วย (ระดับ E ข้ึนไป) ให้สถำนพยำบำลทบทวนวเิ ครำะห์
หำสำเหตุรำก 4) จัดทำแผนควบคุมป้องกันควำมเส่ียงและมีผลกำรดำเนินงำนตำมแผนแสดงแก่ผู้เย่ียมสำรวจ
ในประเดน็ สำคัญ ต่อไปนี้

1) กำรปอ้ งกันกำรผ่ำตัดผิดคน ผดิ ขำ้ ง ผิดตำแหนง่ ผดิ หตั ถกำร (SSC & Mark site)
2) กำรปอ้ งกนั กำรติดเช้อื ทส่ี ำคญั ตำมบริบทขององคก์ รในกลมุ่ SSI, VAP, CAUTI, CABSI
3) กำรปอ้ งกนั บคุ ลำกรไมใ่ หต้ ิดเชื้อจำกกำรปฏบิ ตั งิ ำน (Personal safety form infection)
4) กำรปอ้ งกันกำรเกิด Medication Errors และ Adverse Drug Event
5) ป้องกนั กำรใหเ้ ลอื ดผิดพลำด (Blood Safety) ผดิ คน ผิดหมู่ ผิดชนดิ
6) กำรป้องกนั กำรบง่ ชี้ตวั ผปู้ ว่ ยผิดพลำด (Patient Identification)
7) กำรป้องกันกำรวินจิ ฉยั ผปู้ ่วยผิดพลำด ล่ำชำ้ (Diagnosis Error)
8) กำรป้องกันกำรรำยงำนผลกำรตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ัตกิ ำร/ พยำธวิ ทิ ยำ คลำดเคลอื่ น (Lab Error)
9) กำรปอ้ งกนั กำรคดั แยกผปู้ ่วยฉกุ เฉนิ ผิดพลำด (Effective Emergency Triage)
10) กำรดแู ลผู้ป่วยก่อนเขำ้ สูภ่ ำวะวกิ ฤติได้อยำ่ งเหมำะสม (Proper care for Critical patient)
11) กำรสอื่ สำรอยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพในภำวะวกิ ฤติ (Effective Communication)

27

เอกสำรอำ้ งอิง
สถำบันรบั รองคณุ ภำพสถำนพยำบำล (องคก์ ำรมหำชน). (25๖๑). มำตรฐำนโรงพยำบำลและบรกิ ำรสุขภำพ

ฉบบั ท่ี 4 กรงุ เทพมหำนคร: บริษัท หนงั สือดวี ัน จำกัด.
สถำบันรบั รองคุณภำพสถำนพยำบำล (องค์กำรมหำชน). (25๖๑). เปำ้ หมำยควำมปลอดภยั ของผ้ปู ว่ ยของประเทศไทย

พ.ศ. 2561 Patient Safety Goals: SIMPLE Thailand 2018 นนทบรุ :ี เฟมสั แอนด์ ซัคเซสฟลู .
สถำบันรบั รองคณุ ภำพสถำนพยำบำล (องคก์ ำรมหำชน). (25๖๑). เป้ำหมำยควำมปลอดภัยของของบุคลำกร

สำธำรณสขุ ของประเทศไทย พ.ศ. 2561 Personnel Safety Goals: SIMPLE Thailand 2018
นนทบุร:ี เฟมสั แอนด์ ซคั เซสฟลู .
สภำวชิ ำชีพบัญชใี นพระบรมรำชูปถมั ภ.์ (2562). กำรบรหิ ำรควำมเสย่ี งขององค์กรกำรบูรณำกำรร่วมกับกลยทุ ธ์
และผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน กรงุ เทพมหำนคร: บริษทั แอคทีฟพริ้น จำกดั .

28


Click to View FlipBook Version