การยกระดับกิจกรรมการท่อง เที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนเส้น ทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือส่วนต่อขยาย (เชียงใหม่ - ลำ ปาง ไปยังพิษณุโลก) ฐากูร ศิริยอด และคณะ
การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์ การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์ เป็นการพัฒพันาจากการบริโริภคสินสิค้าที่ไม่มีม่กมีารทำ กิจกรรมใดๆ มาเป็นการบริโริภคสินสิค้าที่จะต้องมี การทำ กิจกรรม ประเทศต่างๆ ทั่วทั่ โลกจะต้องปรับรัตัว ตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์สมัยมั ใหม่ที่ม่ ที่ให้คห้วามสำ คัญกับ “ประสบการณ์ของการทำ กิจกรรม” เป็นการพัฒพันาการท่องเที่ยวที่ต้องอาศัย ความร่วร่มมือมืแบบบูรณาการระหว่าว่งเจ้าจ้หน้าที่ภาครัฐรั ที่เป็นผู้วผู้ างนโยบาย ผู้ปผู้ ระกอบการที่เป็นผู้ดำผู้ ดำเนิน ธุรกิจ และคนในท้องถิ่นที่มีคมีวามรู้ครู้วามสามารถและ ทักษะในการทำ กิจกรรมเชิงชิสร้าร้งสรรค์ที่จะเป็นผู้สผู้ อน ผู้แผู้ นะนำ ผู้ใผู้ห้เห้คล็ดลับในการสร้าร้งสรรค์ สำ หรับรับาง ท้องถิ่นนั้นนั้การท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์ไม่ใม่ช่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ความจำ เป็น” เพราะเป็นท้องถิ่น ที่ไม่มีม่อมีาคารที่แสดงวัฒวันธรรมทางด้าน สถาปัตยกรรมและประติมากรรม ทั้งทั้วัดวั โบสถ์ วังวั และอนุสาวรีย์รีที่ย์ ที่เป็นที่รู้จัรู้กจัของชาวโลก ในอดีตที่ผ่าผ่น มาผลผลิตทางด้านสถาปัตยกรรมและประติมากรรม เหล่านี้เคยเป็นจุดขายในการดึงดูดดูนักท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์ แต่เมื่อมื่ความต้องการของนักท่องเที่ยว เชิงชิสร้าร้งสรรค์แปรเปลี่ยนไป จึงจึจำ เป็นต้องใช้สิช้นสิค้าที่ เป็นวิถีวิ ถีชีวิชีตวิ ประจำ วันวัของท้องถิ่นมานำ เสนอเป็น สินสิค้าที่จะดึงดูดดูนักท่องเที่ยว อย่าย่งไรก็ตามหากไม่มีม่ มี อาคารและอนุสาวรีย์รีที่ย์ ที่เป็นทุนทุทางโครงสร้าร้ง ก็ต้อง อาศัยวิถีวิ ถีชีวิชีตวิขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปหัตหัถกรรมและการแสดง มาใช้ปช้ระโยชน์ในการ พัฒพันาการท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์เพื่อพื่ตอบสนอง ความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์จาก การท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์ที่ “ไปดูแดูละเรียรีนรู้”รู้มา เป็น “การเรียรีนรู้แรู้ละการมีปมีระสบการณ์ในการทำ กิจกรรมสร้าร้งสรรค์ เป็นผลทำ ให้กห้ารท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์เคลื่อนขยับยัจากการเป็น “ธุรกิจบริกริาร” มาเป็น “ธุรกิจเพื่อพื่ประสบการณ์” นั่นนั่หมายความว่าว่ เพียพีงการไปดูแดูละเรียรีนรู้นั้รู้ นั้นั้ ไม่สม่ามารถเป็นความได้ เปรียรีบในการแข่งข่ขันขัสำ หรับรัการท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์อีกต่อไป เพราะนักท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์ต้องการ “ประสบการณ์แห่งห่ความทรงจำ ” ดังนั้นนั้การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์จึงจึต้องทำ อย่าย่งเป็นระบบ ประกอบด้วย การถอดอัตลักษณ์ชุมชน การสร้าร้งการตลาดใน แหล่งท่องเที่ยว การทดสอบและประเมินมิกิจกรรม และการพัฒพันากิจกรรมและศักยภาพบุคลากรด้าน การท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งซึ่มีรมีายละเอียดดังนี้
การถอดอัตลักษณ์ชุมชน เป็นการศึกษาอัตลักษณ์ต่างๆของ ชุมชน เพื่อพื่นำ มาสร้าร้งการตลาด จากอัตลักษณ์ของแบรนด์ การท่องเที่ยว ซึ่งซึ่ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ 1) ด้านสถานที่ 2) ด้านสินสิค้าและบริกริาร และ 3) ด้านกิจกรรม เทศกาล ประเพณี (เกศกนก ชุ่มชุ่ ประดิษฐ์ และ จิรจิาพรขุนศรี,รี2560) ที่ได้มา จากการศึกษาพื้นพื้ที่และการ สอบถามจากผู้มีผู้ ส่มีวส่นได้ส่วส่นเสียสี ต่างๆ โดยการถอดอัตลักษณ์ ชุมชนแบ่งบ่เป็น 1) การถอดอัตลักษณ์ทางสถานที่ ท่องเที่ยว และอาหารและ ผลิตภัณฑ์ และ 2) การถอดอัตลักษณ์ทาง วัฒวันธรรม ได้แก่ ชาติพันพัธุ์ (การแต่งกาย อาหาร คติชน ภูมิภูปัมิ ปัญญาท้องถิ่น) ความเชื่อชื่ (ประเพณี พิธีพิกธีรรม สถาปัตยกรรม (ศาสนสถาน/ อาคาร)) และภูมิภูศมิาสตร์ (อาหาร ตามฤดูกดูาล การตั้งตั้ถิ่นฐาน ที่อยู่ อาศัย) เกิดจาก 2 คำ ประกอบด้วย การตลาด หมายถึงกระบวนการ เชิงชิสังสัคมและการจัดจัการในการ ตอบสนองความต้องการทั้งทั้ส่วส่น บุคคลและกลุ่มลุ่ผ่าผ่นการสร้าร้งและ แลกเปลี่ยนสินสิค้าและคุณคุค่า ระหว่าว่งกัน และแหล่งท่องเที่ยว หมายถึง สถานที่ที่นักท่องเที่ยวมา เพื่อพื่การท่องเที่ยวชั่วชั่คราวจาก ภูมิภูภมิาคที่นักท่องเที่ยวอาศัย ก่อให้ เกิดการไหลด้านการท่องเที่ยว (ความต้องการ) โดยการสร้าร้งการ ตลาดในแหล่งท่องเที่ยว (Destination Marketing) หมายถึงกระบวนการกำ หนด กิจกรรมและ/หรือรืผลิตภัณฑ์ที่บ่งบ่ บอกถึง แบรนด์จุดหมายปลาย ทางการท่องเที่ยว และสื่อสื่สารกับ นักท่องเที่ยวทั้งทั้ที่เคยใช้บช้ริกริารและ กลุ่มลุ่ที่มีปมีรารถนาจะมาท่องเที่ยว ให้สห้อดคล้องกับผลการศึกษา ความต้องการ แรงบันบัดาลใจ สิ่งสิ่ที่ ชื่นชื่ชอบและไม่ชื่ม่ ชื่นชื่ชอบ และลักษณะ ของแหล่งท่องเที่ยวของ นักท่องเที่ยว เพื่อพื่กำ หนดและ ปรับรั ปรุงผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวให้ ตอบสนองต่อความต้องการของ นักท่องเที่ยวอย่าย่งสูงสูสุดสุ การสร้าร้งการตลาดในแหล่งท่องเที่ยว การสร้าร้งการตลาดในแหล่งท่อง เที่ยวเริ่มริ่ต้นจากการประยุกต์องค์ ความรู้แรู้ละกลยุทธ์ด้ธ์ ด้านการตลาด เรื่อรื่งส่วส่นผสมทางการตลาด (7 P’s) ซึ่งซึ่ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ ราคา การส่งส่เสริมริการตลาด และ ช่อช่งทางการจัดจัจำ หน่าย บุคคลากร กระบวนการให้บห้ริกริาร และสิ่งสิ่ แวดล้อมทางกายภาพ โดยเน้นไป ยังยักิจกรรมและทักษะของบุคลากร เนื่องจากกิจกรรมและบุคลากรเป็น ปัจจัยจัหลักที่มีปมีฏิสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับลูกลูค้า มากที่สุดสุโดยการวิเวิคราะห์กห์ารใช้ สื่อสื่สังสัคมออนไลน์ถือเป็นช่อช่งการ ตลาดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ แพร่รร่ะบาดของโควิดวิ 19 และ พฤติกรรมการสืบสืค้นสถานที่ท่อง เที่ยวของนักท่องเที่ยว โดยจากผล การวิจัวิยจัพบว่าว่วิดีวิ ดีโอ/ภาพยนตร์ ส่งส่เสริมริการขายกิจกรรมและ สถานที่ท่องเที่ยวเป็นสื่อสื่ที่เหมาะ สม อย่าย่งไรก็ตามควรนำ สื่อสื่สาร การตลาด ณ สถานที่ที่แสดงถึง กิจกรรมและอัตลักษณ์ของชุมชน ช่วช่ยด้วย การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์
การทดสอบและประเมินมิกิจกรรม การทดสอบและประเมินมิขณะหรือรืหลังการจัดจักิจกรรมต่างๆ เป็นสิ่งสิ่ที่สำ คัญอย่าย่งยิ่งยิ่ในการพัฒพันาและยกระดับ โดยการทดสอบและประเมินมิกิจกรรมสามารถทำ ได้จากการสัมสัภาษณ์หรือรื/และสอบถามจากนักท่องเที่ยวและผู้มีผู้ มี ส่วส่นได้ส่วส่นเสียสีอื่นๆ ทั้งทั้ ในรูปแบบออนไลน์หรือรืออฟไลน์ ซึ่งซึ่สามารถใช้กช้ารวิเวิคราะห์ทั้ห์ ทั้งทั้เชิงชิปริมริาณและคุณคุภาพ อาทิ สถิติเชิงชิพรรณนา (descriptive statistic) ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อร้ยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยบี่งเบนมาตรฐาน และการวิเวิคราะห์เห์นื้อหา (Content Analysis) เพื่อพื่ ให้ไห้ด้ข้อข้มูลที่มีคุมีณคุภาพและหลากหลาย การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิ สร้าร้งสรรค์ การยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงชิสร้าร้งสรรค์ จากการวิเวิคราะห์ข้ห์อข้มูลข้าข้งต้น นำ มาการพัฒพันากิจกรรมและพัฒพันาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชน โดยผลจากการวิจัวิยจัพบว่าว่ 1) การพัฒพันากิจกรรม ควรพัฒพันากิจกรรมที่สร้าร้งความประทับใจ แสดงถึงอัตลักษณ์ และเหมาะสมกับระยะทางและเวลาของรอบการท่องเที่ยว ในขณะที่ 2) การพัฒพันาศักยภาพบุคลากรด้านการท่อง เที่ยวชุมชน ควรพัฒพันาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนในด้านการนำ เสนอการทำ กิจกรรม ด้าน ประวัติวั ติศาสตร์ และทักษะและความรู้เรู้กี่ยวกับมัคมัคุเคุทศก์ ผู้สนับสนุน