กฎหมายธุรกิจ
รายวิชา 401442
เรื่อง กฎหมายซื้อขาย
เสนอ อาจารย*รุ,งอรุณ หน,อคํา จัดทําโดย
ส.ต.ต.หญิงพุทธรักษา จงศิริ
รหัส 624101140 รหัส 624101141
รหัส 624101142 รหัส 624101172
รหัส 624101241
ส.ต.ท.หญิงรุ9งฤดี พ.ต.ท.เทวราช ส.ต.ต.วรงกรณH ส.ต.ท.จตุรวิทยH ส.ต.ท.วรุตมH
เลายี่ปา แกEวมา ฝายกJา บุญมาก จําปาจี
รหัส 624101222 ภาคการศึกษาที่ 1 ป/การศึกษา 2563
คํานํา
รายงานฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อใช9ประกอบการเรียน วิชากฎหมายธุรกิจ ซึ่งได9รวบรวมเนื้อหา
เกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจ ในเรื่องของ สัญญาซื้อขาย โดยมีวัตถุประสงคLเพื่อให9ความรู9พื้นฐานและทราบ
ถึงกฎหมายที่เกี่ยวข9องกับการดําเนินธุรกิจและสามารถนําความรู9ไปใช9กับธุรกิจตQอไปได9ในอนาคต
ผู9จัดทําหวังวQา รายงานฉบับนี้จะเปSนประโยชนLตQอผู9ที่ศึกษาค9นคว9าเพิ่มเติมที่จะได9นําเนื้อหา
ไปใช9ในการศึกษาตQอไป หากมีข9อแนะนําหรือข9อผิดพลาดประการใด คณะผู9จัดทําขออภัยมา ณ โอกาสนี้
คณะผ9ูจัดทํา
สารบัญ
เรื่อง หน*า
คํานํา 1 สารบัญ 2 ความหมายของสัญญาซื้อขาย 3 ลักษณะสําคัญของสัญญาซื้อขาย 4 แบบของสัญญาซื้อขาย 5 ประเภทของสัญญาซื้อขาย 6-8 การโอนกรรมสิทธิ์ 9 ความแตกตQางระหวQางสัญญาจองและสัญญาจะซื้อจะขาย 10-11 หน9าที่ และความรับผิดของผู9ขาย 13-15 สิทธิและหน9าที่ของผู9ซื้อ 16-17 ความคิดเห็น
ความหมายของสัญญาซื้อขาย
จากบทบัญญัติดังกลQาวจะเห็นวQา สัญญาซื้อขาย หมายถึง สัญญาที่มีวัตถุประสงคLที่ผู9ขายมุQงจะ โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินให9แกQผู9ซื้อ(หมายความวQา ณ เวลานั้น ในเวลาทําสัญญาซื้อขาย ผู9ขายไมQ จําเปSนต9องมีกรรมสิทธิ์ก็ได9ขอเพียงแคQมุQงจะโอนกรรมสิทธิ์ก็เพียงพอแล9ว) และผู9ซื้อจะต9องชําระราคา ให9แกQผู9ขาย
บุคคลผู2เกี่ยวข2องกับสัญญาซื้อขาย ได2แกE
1.ฝfายหนึ่งเรียกวQา “ผู9ซื้อ”
2.ฝfายหนึ่งเรียกวQา “ผู9ขาย” *เนื่องจากกฎหมายใช9คําวQาฝfายจึงไมQได9กําหนดวQาบุคคลนั้นจะต9องมีแคQคนๆเดียว ดังนั้นในกฎหมายตาม มาตรานี้จึงหมายถึงบุคคลตั้งแตQ 1 คนขึ้นไป
ป.พ.พ.มาตรา 453 ได9บัญญัติถึงความหมายของสัญญาซื้อขายไว9วQา อันวQาซื้อขายนั้นคือสัญญา
ซึ่งบุคคลฝfายหนึ่งเรียกวQาผู9ขายโอนกรรมสิทธิ์แหQงทรัพยLสินให9แกQบุคคลอีกฝfายหนึ่งเรียกวQาผู9ซื้อและผู9ซื้อ
ตกลงวQาจะใช9ราคาทรัพยLสินนั้นให9แกQผู9ขาย
ลักษณะสําคัญของสัญญาซื้อขาย
1. ซื้อขายเปSนสัญญาชนิดหนึ่ง
ซึ่งจัดเปSนสัญญาตQางตอบแทน หมายถึงสัญญาที่คูQสัญญาตQางมุQงประโยชนLตอบแทนด9วยกันทั้ง
สองฝfาย ตQางมีหนี้ที่จะต9องชําระแกQกัน
ผู9ซื้อ มีหนี้คือหนี้ที่จะต9องชําระราคาให9แกผQ ู9ขาย
ผู9ขาย มีหนี้คือสQงมอบทรัพยLสิน, โอนกรรมสิทธิ์ทรัพยLสินไปยังผู9ซื้อ
2. ซื้อขายเปSนสัญญาอยQางหนึ่งที่สมบูรณLด9วยความยินยอม ต9องเกิดจากคําเสนอคําสนองถูกต9องตรงกัน เมื่อการเสนอได9มีคําสนองตอบกลับมา สัญญาซื้อ
ขายยQอมเกิดขึ้น
3. ซื้อขายเปSนสัญญาที่กQอให9เกิดผลทางทรัพยL 4. ซื้อขายเปSนสัญญาที่ผู9ขายมุQงจะโอนกรรมสิทธิ์
กลQาวคือโอนความเปSนเจ9าของทรัพยLให9แกQผู9ซื้อ ดังนั้นในขณะทําสัญญาซื้อขาย แม9จะยังไมQมีการ โอนกรรมสิทธิ์ ก็เปSนสัญญาซื้อขายได9 ถ9าในขณะทําสัญญา ผู9ขายมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธใิ์ ห9ผู9ซื้อแล9ว 5. ซื้อขายเปSนสัญญาทผี่ ู9ซื้อมุQงจะใช9ราคา
ราคาที่จะต9องชําระตอบแทนกันนั้นจะกําหนดจํานวนหรือยังไมQได9กําหนดในขณะทําสัญญาก็ได9 และจะชดใช9ราคากันในเวลาใดก็ได9 ไมQวQากQอนหรือหลังเกิดสัญญาซื้อขาย ทั้งนี้เพราะกฎหมายไมQได9ระบุวQา จะต9องใช9ราคากันทันที เพียงแตQมีข9อตกลงวQาจะใช9ราคาก็เพียงพอแล9ว ที่จะเปSนสัญญาซื้อขาย
แบบของสัญญาซื้อขาย
ประเภทของสัญญาซื้อขาย 1.สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
ป.พ.พ.มาตรา 455 “เมื่อกลQาวตQอไปเบื้องหน9าถึงเวลาซื้อขายทQานหมายความวQาเวลาซึ่งทําสัญญาซื้อขาย สําเร็จบริบูรณ”L
สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หรือ สัญญาซื้อขายสําเร็จบริบูรณL คือสัญญาซื้อขายที่คูQกรณีคือผู9ซื้อ และผู9ขายได9ตกลงทําสัญญาซื้อขายกันเสร็จสิ้นเรียบร9อยแล9ว โดยผู9ขายตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินนั้น ให9แกQผู9ซื้อและผู9ซื้อก็ได9ตกลงที่จะชําระราคาทรัพยLสินนั้นให9แกQผู9ขาย โดยไมQต9องคํานึงถึงวQาในขณะที่ได9ตก ลงทําสัญญาซื้อขายนั้น ได9มีการสQงมอบทรัพยLสินหรือมีการชําระราคากันแล9วหรือไมQ
ยกตัวอยQาง มีมี่และโมโมQ ตกลงซื้อขายที่ดินกัน ชําระเงินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธกิ์ ันวันนี้ ดังนั้นกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู9ซื้อแล9ว เปSนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
2.สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข/3.เงื่อนเวลา
ป.พ.พ.มาตรา 459 ถ9าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว9 ทQานวQากรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินยังไมQ โอนไปจนกวQาการจะได9เปSนไปตามเงื่อนไขหรือถึงกําหนดเงื่อนเวลานั้น
หมายถึงสัญญาซื้อขายที่ผู9ซื้อและผู9ขายตกลงนําเอาเหตุการณLในอนาคตที่ไมQแนQนอนมาใช9เปSน เครื่องมือเหนี่ยวรั้งการโอนกรรมสิทธทิ์ รัพยLสินตามสัญญาซื้อขาย
สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขเกิดขึ้นได9กับทรัพยLที่เปSนสังหาริมทรัพยLธรรมดาเทQานั้น เปSนการประวิง การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยทL ี่เปSนสังหาริมทรัพยLธรรมดา
ยกตัวอยQาง ระหวQางมีมี่กับโมโมQตกลงกันวQา ตกลงกันวQากรรมสิทธิ์ในนาoิกาเรือนนี้จะยังไมQโอน จนกวQาโมโมQ(ผู9ซื้อ)จะชําระราคาให9เสร็จสิ้น
3.สัญญาซื้อขายมีเงื่อนเวลา
หมายถึง สัญญาซื้อขายที่ผู9ซื้อและผู9ขายตกลงนําเอาระยะเวลาที่แนQนอนมาใช9เปSนเครื่องมือ เหนี่ยวรั้งการโอนกรรมสิทธทิ์ รัพยLสินตามสัญญาซื้อขาย
ยกตัวอยQาง มีมี่และโมโมQ ตกลงกันวQากรรมสิทธิ์จะโอนไปยังโมโมQ(ผู9ซื้อ)ภายในวันที่ 19 สิงหาคม 2563
4.สัญญาจะซื้อจะขาย
ป.พ.พ.มาตรา456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพยLถ9ามิได9ทําเปSนหนงัสือและจดทะเบียนตQอพนักงาน เจ9าหน9าที่เปSนโมฆะ วิธีนี้ให9ใช9ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแตQห9าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตวLพาหนะด9วย
สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคํามั่นในการซื้อขายทรพั ยLสินตามที่ระบุไว9ในวรรคหนึ่ง ถ9ามิได9มี หลักฐานเปSนหนังสืออยQางหนึ่งอยQางใดลงลายมือชื่อฝfายผู9ต9องรับผิดเปSนสําคัญ หรือได9วางประจําไว9 หรือได9 ชําระหนี้บางสQวนแล9ว จะฟrองร9องให9บังคับคดีหาได9ไมQ
บทบัญญัติที่กลQาวมาในวรรคกQอนนี้ ให9ใช9บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพยLซึ่งตกลงกันเปSน ราคาสองหมื่นบาท หรือกวQานั้นขึ้นไปด9วย
หมายถึง สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพยLหรือสังหาริมทรัพยLชนิดพิเศษ ที่คูQกรณียังมิได9มีเจตนาที่จะ โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินให9แกQกันในขณะที่ทําสัญญาซื้อขาย แตQมีข9อตกลงกันวQาจะโอนกรรมสิทธิ์ใน ทรัพยLสินให9แกQกันก็ตQอเมื่อได9ไปกระทําการให9ถูกต9องตามแบบ(แบบ คือ สิ่งที่กฎหมายกําหนดไว9เปSนพิเศษ หากไมQทําตามตกเปSนโมฆะ)ที่กฎหมายได9กําหนดไว9ภายหน9า (สิ่งที่จะต9องทําก็คือทําเปSนหนังสือและจด ทะเบียนตQอพนักงานเจ9าหน9าที่)
สัญญาจะซื้อจะขายเปSนสัญญาซึ่งมีผลผูกพันให9คูQสัญญาต9องทําการซื้อขายให9สําเร็จตลอดไป กลQาวคือ เปSนสัญญาที่ผู9ขายผูกพันตนที่จะต9องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธLในทรัพยLสินให9กับผู9ซื้อในภาย หน9านั่นเอง
ยกตัวอยQาง มีมีได9ตกลงซื้อบ9านพร9อมที่ดินจากโมโมQในราคา 1 ล9านบาท โดยทั้งสองได9ตกลงกันวQา จะไปทําสัญญาซื้อขายเปSนหนังสือ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กัน ณ สํานักงานที่ดินภายใน 7 วันนับแตQ วันที่มีการตกลงซื้อขายกัน
5.คํามั่นในการซื้อขาย
ป.พ.พ.มาตรา 454 การที่คูQกรณีฝfายหนึ่งให9คํามั่นไว9กQอนวQาจะซื้อหรือขายนั้น จะมีผลเปSนการซื้อขาย ตQอเมื่ออีกฝfายหนึ่งได9บอกกลQาวความจํานงวQาจะทําการซื้อขายนั้นให9สําเร็จตลอดไป และคําบอกกลQาว เชQนนั้นได9ไปถึงบุคคลผู9ให9คํามั่นแล9ว
ถ9าในคํามั่นมิได9กําหนดเวลาไว9เพื่อการบอกกลQาวเชนQ นั้นไซร9 ทQานวQาบุคคลผู9ให9คํามั่นจะ กําหนดเวลาพอสมควร และบอกกลQาวไปยังคูQกรณีอีกฝfายหนึ่งให9ตอบมาเปSนแนQนอนภายในเวลากําหนด นั้นก็ได9 วQาจะทําการซื้อขายให9สําเร็จตลอดไปหรือไมQ ถ9าและไมQตอบเปSนแนQนอนภายในกําหนดเวลานั้นไซร9 คํามั่นซึ่งได9ให9ไว9กQอนนั้นก็เปSนอันไร9ผล
หมายถึง การที่ผู9จะซื้อหรือผู9จะขายได9แสดงเจตนาโดยการให9คํามั่นตQออีกฝfายหนึ่งวQาจะทําการซื้อ หรือขายทรัพยLสินที่ประสงคLจะทําการซื้อขาย
คํามั่น คือ คําเสนอฝfายเดียว โดยคํามั่นนั้น จะผูกพันผู9ให9คํามั่นแตQเพียงฝfายเดียว จะไมQเกิดเปSนสัญญา ตราบใดก็ตามที่ยังไมQมีคําสนองจากฝstงหนึ่ง ถ9าผู9รับคํามั่นได9สนองคํามั่นภายในเวลาที่กําหนดก็จะเกิด เปSนสัญญาซื้อขาย
ผู9ให9คํามั่นไมQอาจถอนคํามั่นของตนภายในระยะเวลาที่กําหนด แตQถ9าผู9ให9คํามั่น มิได9กําหนดเวลาถอน คํามั่นไว9 ผู9ให9คํามั่นจะกําหนดเวลาในภายหลังและถอนคํามั่นภายในเวลาที่กําหนดก็ได9
ยกตัวอยQาง มีมี่ได9ให9คํามั่นไว9แกQโมโมQวQา มีมี่จะขายรถยนตLให9แกQโมโมQในราคา 3 แสนบาท ถ9าโมโมQ ต9องการจะซื้อ
การโอนกรรมสิทธิ์
ป.พ.พ.มาตรา 458 กรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินที่ขายนั้น ยQอมโอนไปยังผู9ซื้อตั้งแตQขณะเมื่อได9ทําสัญญาซื้อขาย
กัน
เมื่อสัญญาซื้อขายได9เกิดขึ้นแล9ว(และเปSนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด) กรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินที่ได9
ตกลงซื้อขายกัน ยQอมโอนไปยังผู9ซื้อทันที โดยไมQต9องคํานึงวQาผู9ขายจะได9สQงมอบทรัพยLสินให9แกQผู9ซื้อ และผู9 ซื้อจะได9ชําระราคาทรัพยLสินให9แกQผู9ขายแล9วหรือไมQก็ตาม
ข9อยกเว9น แม9วQาผู9ขายและผู9ซื้อจะตกลงซื้อขายกันเสร็จแล9ว แตQกรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินอาจจะยังไมQ โอนไปยังผู9ซื้อก็ได9 ถ9าเข9าหลักเกณฑLอยQางใดอยQางหนึ่งดังตQอไปนี้คือ
1.ถ9าสัญญาซื้อขายนั้นมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาบังคับไว9 2.ถ9าเปSนการซื้อขายทรัพยLสินที่ยังมิได9กําหนดไว9เปSนที่แนQนอน 3.ถ9าเปSนการซื้อขายทรัพยLเฉพาะสิ่งแตQยังมิได9ตกลงราคาให9เปSนที่แนQนอน 4.ถ9าเปSนการซื้อขายทรัพยLสินที่มิได9กระทําให9ถูกต9องตามแบบที่กฎหมายกําหนด
ข2อสังเกต 1.สัญญาซื้อขายทรัพยLสินบางประเภทจะสมบูรณLได9ก็ตQอเมื่อกฎหมายได9กําหนดไว9แล9ววQา ทรัพยLสินที่ได9ทําการซื้อขายกันนั้นต9องทําตามแบบบัญญัติที่กฎหมายกําหนดไว9หรือไมQ 2.ตามมาตรา 456 วรรคสอง จะฟrองร9องบังคับคดีกันได9ต9องมีอยQางใดอยQางหนึ่งใน 3 ข9อนี้
- หลักฐานเปSนหนังสืออยQางหนึ่งอยQางใดลงลายมือชื่อผู9ร9องรับผิดเปSนสําคัญ - มัดจํา
- การชําระหนี้บางสQวน
ความแตกตCางระหวCางสัญญาจองซื้อและสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาจองซื้อ เปSนสัญญาลักษณะใหมQ ที่ปsจจุบันผู9ขายอสังหาริมทรัพยLพัฒนาขึ้นเพื่อนํามาใช9แทน “สัญญาจะซื้อจะขาย” ขั้นตอนการปฏิบัติโดยปกติ เมื่อผู9ซื้อตกลงใจที่จะซื้ออสังหาริมทรัพยL ก็จะต9อง วางเงินจองเอาไว9กQอน ทางผู9ขายก็จะออกใบรับเงินจองให9 แล9วนัดวันทําสัญญาจะซื้อจะขายตQอไป
ยกตัวอยQาง สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เปSนสัญญาซื้อขาย แตQกําหนดวQาจะไปโอนที่ดินกันในภาย หลังจากวันที่ทําสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายนั้นกฎหมายไมQได9บังคับวQาต9องทําสัญญาเปSนหนังสืออยQางเดียว เพราะหากวQามีการวางมัดจํา หรือการชําระหนี้บางสQวนก็สามารถฟrองรอ9 งกันได9ตามกฎหมาย เชQนหากวQา ไมQได9ทําสัญญาจะซื้อจะขายเปSนหนังสือ แตQผู9ซื้อได9วางมัดจําไว9บางสQวนสQงมอบให9แกQผู9ขายแล9ว ถึงเวลานัด โอนที่ดิน ผู9ขายไมQยอมไปโอนที่ดิน กรณีนี้แม9วQาจะไมQมีการทําหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายก็ตาม แตQเมื่อมี การวางมัดจํา ก็สามารถฟrองร9องให9ผู9ขายโอนที่ดินได9
ข9อดีของสัญญาจองตQอผู9ประกอบการ
ผู9ขายนิยมให9ผู9ซื้อมาทําสัญญาจองซื้อแทน เนื่องจากในการทําธุรกิจบ9านจัดสรร ตามขั้นตอนปกติ ผู9ประกอบการจะต9องไปซื้อที่ดินมากQอน เสร็จแล9วก็จะทําแผนผังไปขออนุญาตจากหนQวยงานราชการตQางๆ เมื่อได9รับอนุญาตแล9ว จึงจะสามารถทําการโฆษณาประชาสัมพันธLเปxดการขาย ระหวQางนั้นก็จะต9องทําเรื่อง แบQงแยกหรือรวมที่ดินให9เสร็จสิ้นเสียกQอน แตQมีผู9ประกอบการบางรายเลี่ยงข9อจํากัดทางกฎหมายข9อนี้ เพราะต9องการขายในระหวQางที่ยังไมQสามารถซื้อที่ดินได9 หรือมีที่ดินแล9วแตQยังไมQได9รับอนุญาตจาก หนQวยงานราชการ โดยเลี่ยงมาใช9สัญญาจองซื้อ แทนที่จะเปSน สัญญาจะซื้อจะขายแทน หากผู9ขายไมQ สามารถขึ้นโครงการได9 ผู9ซื้อก็ทําได9เพียงอยQางเดียวคือเรียกเงินคืนพร9อมดอกเบี้ย แตQจะบังคับให9ผู9ขายโอน กรรมสิทธิ์ไมQได9 เพราะไมQมีการกําหนดสิ่งที่ผู9ขายจะต9องปฏิบัติตอบแทนไว9ในสัญญาจอง ข9อดีของสัญญา จะซื้อจะขายตQอผู9ซื้อ คุ9มครองผู9ซื้อไมQให9ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู9ขาย ทางการได9กําหนดให9เปSนสัญญา มาตรฐาน ควบคุมให9ต9องเปSนไปตามเงื่อนไขที่ทางการกําหนดด9วย เชQนเงื่อนไขการเรียกร9องความเสียหาย กรณีผู9ซื้อผู9ขายผิดสัญญา ซึ่งต9องเปSนไปในลักษณะเทQาเทียมกัน หรือกรณีเปSนสัญญาจะซื้อจะขายห9องชุด ต9องเปxดโอกาสให9สามารถโอนเปลี่ยนมือกันได9เสรีโดยเจ9าของโครงการไมQสามารถเลือกเก็บคQาธรรมเนียม การเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ได9 เปSนต9น ผู9ซื้อมีหน9าที่จQายเงินตามสัญญา เมื่อครบกําหนดผู9ขายก็มีหน9าที่โอน กรรมสิทธิ์ห9องชุดหรือบ9าน หากฝfายผู9ซื้อผิดสัญญาผู9ขายก็สามารถยกเลิกสัญญา แล9วริบเงินมัดจําหรือเงิน ดาวนLที่ผQอนมาแล9วได9ตามกฎหมาย ในทางกลับกันหากผู9ขายผิดสัญญา ผู9ซื้อก็สามารถฟrองให9โอน กรรมสิทธิ์ห9องชุดหรือบ9านก็ได9 หรือยกเลิกสัญญาแล9วให9คืนเงินพร9อมดอกเบี้ยรอ9 ยละ 7.5 ตQอปy นับแตQรับ เงินแตQละงวดจนกวQาจะชําระเสร็จสิ้น ก็ได9แล9วแตQจะเลือก
ความสมบูรณQของสัญญาซื้อขาย คูQสัญญา วัตถุประสงคL แบบ เจตนา
หนEาที่ และความรับผิดของผูEขาย
ในสQวนของผู9ขายนั้นนอกจากจะมีหน9าที่ที่จะต9องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยLสินให9แกQผู9ซื้อแล9ว กฎหมายยังบัญญัติให9ผู9ขายมีสิทธิ หน9าที่ และความรับผิดชอบอีก 4 ประการ ดังนี้คือ 1.หน9าที่ในการสQงมอบทรัพยLสินที่ขายให9แกQผู9ซื้อ
มาตรา 461 ผู9ขายจําต9องสQงมอบทรัพยLสินซึ่งขายนั้นให9แกQผู9ซื้อ เมื่อสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นและมีผลสมบูรณLตามกฎหมายแล9ว ยQอมเกิดหน9าที่แกQผู9ขายที่จะต9อง
ปฏิบัติตามที่กฎหมายได9กําหนดไว9 ซึ่งหน9าที่อันนั้นคือหน9าที่จะต9องสQงมอบทรัพยLสินให9แกQผู9ซื้อนั่นเอง และ ทรัพยLสินที่ผู9ขายจะต9องสQงมอบให9แกผQ ู9ซื้อนั้น ก็ต9องเปSนทรัพยLสินที่ได9ตกลงกันไว9ในสัญญาด9วย มิฉะนั้น แล9วผู9ซื้ออาจจะบอกปsดไมQรับเอาทรัพยLสินนั้นก็ได9
“การสQงมอบ” ทรัพยLสินนั้นจะทําอยQางไรก็ได9แล9วแตQคูQกรณีจะตกลงกัน เพียงแตQขอให9ทรัพยLสิน นั้นได9ตกไปอยูQในเงื้อมือของผู9ซื้อเทQานั้น เชQน อาจจะตกลงให9ผู9ขายเปSนผู9นําทรัพยLสินไปสQงมอบจนถึงมือผู9 ซื้อ หรืออาจจะตกลงกันให9ผู9ซื้อเปSนผู9รับมอบทรัพยLสินจากผู9ขายแล9วขนสQงไปเองก็ได9 หรืออาจจะตกลงให9 บุคคลอื่น (ผู9ขนสQง) เปSนผู9นําทรัพยLสินไปสQงมอบให9ผู9ซื้อก็ได9 ซึ่งถ9ามีการตกลงกันอยQางหลังนี้ โดยปกติ “คQา ขนสQง” ผู9ซื้อต9องเปSนผู9ออกใช9 เว9นแตQในสัญญาจําได9ตกลงกันไว9เปSนอยQางอื่น (ป.พ.พ. มาตรา 462, 463 และมาตรา 464)
2.สิทธิในการยึดหนQวงทรัพยLสิน
การที่ผู9ขายจะใช9สิทธิ์ยึดหนQวงทรัพยสL ินไว9โดยไมQยอมสQงมอบให9แกQผู9ซื้อนั้น อยQางเชQนถ9าในสัญญา
ซื้อขายนั้นไมQได9กําหนดเวลาไว9วQาผู9ซื้อจะชําระราคาให9แกQผู9ขายเมื่อใด ดังนั้นผู9ขายมีสิทธิ์ที่จะยึดหนQวง ทรัพยLสินไว9ได9จนกวQาผู9ซื้อจะใช9ราคา
3.ความรับผิดเพื่อการชํารุดบกพรQอง
มาตรา 472 ในกรณีที่ทรัพยLสินซึ่งขายนั้นชํารุดบกพรQองอยQางหนึ่งอยQางใดอันเปSนเหตุให9เสื่อม ราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแกQประโยชนLอันมุQงจะใช9เปSนปกติก็ดี ประโยชนLที่มุQงหมายโดยสัญญาก็ดี ทQานวQาผู9ขายต9องรับผิด
ความที่กลQาวมาในมาตรา นี้ยQอมใช9ได9 ทั้งที่ผู9ขายรู9อยูQแล9วหรือไมQรู9วQาความชํารุดบกพรQองมีอยูQ
ชํารุดบกพรQอง หมายถึง การที่ทรัพยLสินที่ตกลงซื้อขายกันนั้น ได9เกิดความเสื่อมเสียหรือความ บกพรQอง หรือความชํารุด ในเนื้อหาของตัวทรัพยLสิน หรือเกี่ยวกับคุณภาพของตัวทรัพยLสินนั่นเอง
ตามบทบัญญัติดังกลQาวหมายความวQา ถ9าทรัพยLสินเกิดความชํารุดบกพรQอง ผู9ขายจะต9อง รับผิดชอบตQอผู9ซื้อ ไมQวQาผู9ขายจะได9รู9หรือไมQรู9ถึงความชํารุดบกพรQองนั้น แตQการชํารุดบกพรQองนั้นจะต9อง ถึงขนาด เปSนเหตุให9ทรัพยLสินที่ซื้อขายกันนั้น
1.เสื่อมราคา คือทําให9ราคาของทรัพยLสินนั้นลดน9อยลงไป
2.เสื่อมความเหมาะสมแกQประโยชนLอนั มุQงจะใช9เปSนปกติ คือ ทําให9ไมQสามารถใช9ประโยชนLตาม ความมุQงหมายโดยปกติของตัวทรัพยLสินนั้นได9
3.เสื่อมความเหมาะสมแกQประโยชนLอันมุQงหมายโดยสัญญา คือ ทําให9ไมQสามารถใช9ประโยชนLจาก ทรัพยLสินนั้นได9ตามที่ตกลงกันไว9ในสัญญา
4.ความรับผิดเพื่อการรอนสิทธิ์
มาตรา 475 หากวQามีบุคคลผู9ใดมากQอการรบกวนขัดสิทธิของผู9ซื้อในอันจะครองทรัพยLสินโดย ปกติสุข เพราะบุคคลผู9นั้นมีสิทธิเหนือทรัพยLสินที่ได9ซื้อขายกันนั้นอยูQในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของ ผู9ขายก็ดี ทQานวQาผู9ขายจะต9องรับผิดในผลอันนั้น
การรอนสิทธิ์ หมายถึง การที่บุคคลอื่นซึ่งไมQใชQผู9ขายแตQมีสิทธิ์เหนือทรัพยLสินที่ซื้อขายกันนั้นได9เข9า มารบกวนขัดสิทธิ์ของผู9ซื้อในการที่ผู9ซื้อจะครอบครองทรัพยLสินนั้นโดยปกติสุข หรืออาจจะเปSนเพราะ ความผิดของผู9ขาย ทําให9ผู9ซื้อไมQสามารถครอบครองทรัพยLสินนั้นได9 ดังนี้ผู9ขายจะต9องรับผิดตQอผู9ซื้อ
จากบทบัญญัติดังกลQาวจะเห็นได9วQา การรอนสิทธิ์นั้นเกิดขึ้นได9 2 กรณี คือ
1.มีบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิ์เหนือทรัพยLสินที่ซื้อขายกันอยูQในเวลาซื้อขาย ได9เข9ามากQอการรบกวนสิทธิ์ของผู9ซื้อ ในอันที่จะครอบครองทรัพยLสินนั้นโดยปกติสุข
2.เปSนเพราะความผิดของผู9ขายทําให9ผู9ซื้อไมQสามารถครอบครองทรัพยLสินนั้นได9
ข9อสังเกต
1.ความรับผิดในการรอนสิทธขL องผู9ขายนั้น มีได9ทั้งกรณีที่ทรัพยLสินที่ซื้อขายกันนั้นมีการรอนสิทธิ์ ไมQวQาทั้งหมดหรือแตQเพียงบางสQวน
2.ผู9ขายจะต9องรับผิดตQอผู9ซื้อในกรณีที่มีการรอนสิทธิ์เกิดขึ้น ไมQวQาผู9ขายจะได9รู9หรือไมQรู9ถึงเหตุแหQง การรอนสิทธิ์ที่เกิดขึ้นนั้น
ข9อยกเว9นที่ผู9ขายไมตQ 9องรับผิดในการรอนสิทธิ์
ในกรณีที่ผู9ซื้อถูกรอนสิทธิ์ ผู9ขายอาจจะไมQต9องรับผิดก็ได9ถ9าเข9ากรณีใดกรณีหนึ่งดังตQอไปนี้ คือ 1.ถ9าสิทธิ์ของผู9กQอการรบกวนสิทธินั้น ผู9ซื้อได9รู9อยูQแล9วในเวลาซื้อขาย(ป.พ.พ.มาตรา 476)
2.ถ9าอสังหาริมทรัพยLใดถูกศาลแสดงวQา ตกอยูQในบังคับแหQงภาระจํายอมโดยกฎหมาย ผู9ขายไมQ ต9องรับผิด เว9นแตQผู9ขายจะได9รับรองในสัญญาวQาทรัพยLสินนั้นปลอดจากภาระจํายอมอยQางใดๆทั้งสิ้น หรือ ปลอดจากภาระจํายอมอันนั้น (ป.พ.พ.มาตรา 480)
3.ถ9าการรอนสิทธิ์นั้น เปSนเพราะความผิดของผู9ซื้อเอง ซึ่งได9แกQกรณีใดกรณีหนึ่งดังตQอไปนี้ คือ -ถ9าไมQมีการฟrองคดีและผู9ขายพิสูจนLได9วQาสิทธิของผู9ซื้อได9สูญไปโดยความผิดของผู9ซื้อเอง หรือ
-ถ9ามีการฟrองคดี แตQผู9ซื้อไมQได9เรียกผู9ขายเข9ามาในคดี และผู9ขายพิสูจนLได9วQาถ9าได9เรียกตนเข9ามาในคดีฝfาย ผู9ซื้อจะชนะ หรือ
-ถ9ามีการฟrองคดี และผู9ขายได9เข9ามาในคดี (ไมQวQาจะได9เข9ามาเองหรือถูกผู9ซื้อเรียกเข9ามา) แตQศาลได9ยกคํา เรียกร9องของผู9ซื้อเสีย เพราความผิดของผู9ซื้อเอง (ป.พ.พ.มาตรา 482)
4.ถ9าการรอนสิทธิ์นนั้ ได9เกิดขึ้นภายหลังการซื้อขาย ผู9ขายไมQต9องรับผิด เว9นแตQจะเปSนความผิดของผู9ขาย
5.ถ9าคูQสัญญาได9ตกลงกันไว9ในสัญญาซื้อขายวQา ผู9ขายไมQต9องรับผิดในการรอนสิทธิ์นั้น (แตQข9อตกลงนี้ไมQ คุ9มครองผู9ขาย ถ9าผู9ขายได9ทราบความจริงแตQปกปxดไมQบอกให9ผู9ซื้อทราบ หรือถ9าการรอนสิทธิ์นั้นเปSน เพราะความผิดของผู9ขาย
สิทธิและหนEาที่ของผูEซื้อ
สิทธิและหน9าที่ของผู9ซื้อตามกฎหมายนั้น ที่สําคัญจะมีอยูQ 3 ประการ ได9แกQ 1.หน9าที่ต9องรับมอบทรัพยLสิน
ถ9าผู9ซื้อไมQยอมรับมอบทรัพยLสินที่ผู9ขายสQงมอบให9โดยไมQมีมูลอันจะอ9างกฎหมายได9 ยQอมถือวQาผู9ซื้อ ผิดสัญญา ผู9ขายมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและเรียกคQาสินไหมทดแทนจากผู9ซื้อได9
แตQอยQางไรก็ดี กฎหมายได9กําหนดข9อยกเว9นไว9วQาผู9ซื้ออาจจะมีสิทธิ์ “บอกปsด” ไมQรับเอาทรัพยLสิน นั้นก็ได9 ถ9าผู9ขายได9สQงมอบทรัพยLสินให9ผู9ซื้อผิดไปจากที่ได9ตกลงในสัญญา
2.หน9าทตี่ 9องชําระราคาทรัพยLสิน
ตามสัญญาซื้อขาย ผู9ซื้อมีหน9าที่ที่จะต9องชําระราคาทรัพยLสินนั้นให9แกQผู9ขาย ซึ่งราคาทรัพยLสินที่ผู9 ซื้อจะต9องชําระให9แกQผู9ขายนั้น อาจจะได9กําหนดไว9แล9วในสัญญาซื้อขายก็ได9 หรืออาจจะกําหนดกันด9วยวิธี อื่นใดตามที่ได9ตกลงกันไว9ในสัญญาก็ได9 หรืออาจจะถือเอาราคาตามทางการที่คูQสัญญาเคยประพฤติปฏิบัติ ตQอกันก็ได9 แตQถ9าราคานั้นมิได9กําหนดเด็ดขาดแตQอยQางใด กฎหมายได9กําหนดให9ผู9ซื้อจะต9องใช9ราคาตาม สมควร(ป.พ.พ.มาตรา 487)
ในการชําระราคานั้นผู9ซื้อจะชําระคาราให9แกQผู9ขายเมื่อใดก็ได9แล9วแตQจะตกลงกัน แตQถ9าไมQมีการตก ลงกันไว9เปSนอยQางอื่น กฎหมายให9ถือวQาเวลาที่จะต9องชําระราคาคือเวลาที่ผู9ขายได9สQงมอบทรัพยLสินแกQผู9ซื้อ นั่นเอง(ป.พ.พ.มาตรา 490)
3.สิทธิในการยึดหนQวงราคา
แม9วQาผู9ซื้อจะมีหน9าที่ต9องชําระราคาให9แกQผู9ขายก็ตาม แตQในบางกรณีผู9ซื้ออาจจะไมQยอมชําระ ราคาแกQผู9ขายโดยใช9 “สิทธิ์ยึดหนQวงราคา” ไว9ก็ได9 ซึ่งผู9ซื้อมีสิทธิยึดหนQวงราคาไว9ได9 3 กรณี คือ
1.ถ9าผู9ขายไมQยอมสQงมอบทรัพยLสินให9แกQผู9ซื้อ ผู9ซื้อมีสิทธิ์ยึดหนQวงราคาไว9ได9จนกวQาผู9ขายจะได9สQง มอบทรัพยLสินนั้นให9แกQผู9ซื้อ
2.ถ9าผู9ซื้อได9พบเห็นความชํารุดบกพรQองในทรัพยLสินที่ตนได9ซื้อมา ผู9ซื้อชอบที่จะยึดหนQวงราคาที่ ยังมิได9ชําระไว9ทั้งหมดหรือแตQบางสQวนก็ได9 เว9นแตQผู9ขายจะได9หาประกันที่สมควรให9ได9 หรือจนกวQาผู9ขายจะ ได9ทําให9การชํารุดบกพรQองนั้นหมดไป(ป.พ.พ.มาตรา 488)
3.ถ9าผู9ซื้อถูกผู9รับจํานอง หรือบุคคลผู9เรียกร9องเอาทรัพยLสินนั้นขูQวQาจะฟrองเปSนคดี หรือมีเหตุเชื่อ วQาตนจะถูกขูQเชQนนั้น (หมายความวQาผู9ซื้อจะถูกรอนสิทธิ์นั่นเอง) ดังนี้ผู9ซื้อยQอมมีสิทธิ์ที่จะยึดหนQวงราคาไว9 ทั้งหมดหรอื บางสQวนได9เชQนกัน จนกวQาผู9ขายจะได9บําบัดให9ภัยอันนั้นสิ้นไป (ทําให9การรอนสิทธิ์หมดไป) หรือจนกวQาผู9ขายจะได9หาประกันที่สมควรให9ได9(ป.พ.พ.มาตรา 489)
ข9อแสดงความคิดเห็น 1.ข9อดีของกฎหมายซื้อขาย
ในชีวิตประจําวันของเรา เรามักจะเข9าไปผูกพันกับสัญญาซื้อขายโดยที่เราไมQรู9ตัวเสมอ ไมQวQาจะ เปSนการซื้ออาหาร ซื้อเครื่องดื่ม ซื้อยารักษาโรค ซื้อบ9าน ซื้อรถ หรือซื้ออะไรตQอมิอะไรมากมายไปหมด แตQ บางครั้งสิ่งที่เราซื้อ มักเรียกชื่อกันจนติดปากวQา ซื้อหรือขาย นั้นมันอาจจะไมQใชQสัญญาซื้อขายก็เปSนไปได9 หรือบางครั้งที่เราเรียกเปSนชื่ออื่นๆ แท9จริงแล9วมันเปSนสัญญาซื้อขายก็ได9
ในการดําเนินธุรกิจและทํานิติกรรมตQางๆ ก็มีกฎหมายเกี่ยวข9องจํานวนมาก โดยหลักแล9วกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพQงและพาณิชยLก็จะเกี่ยวข9องกับการดําเนินธุรกิจและนิติกรรมตQางๆ ไมQวQาจะเปSน การทําสัญญา การซื้อขาย การเชQา การเชQาซื้อ การให9กู9ยืมเงิน การค้ําประกัน การจ9างแรงงาน การจ9างทํา ของ เปSนต9น
ดังนั้นกฎหมายซื้อขายจะชQวยให9ความมั่นใจ ความสะดวก และเปSนเกาะปrองกันอยQางหนึ่งที่ชQวยให9 การซื้อขายทรัพยLสินรัดกุมและปลอดภัยทั้งฝfายผู9ซื้อ และ ฝfายผู9ขาย หากมีคดีเกิดขึ้นการฟrองร9องจะ ดําเนินการไปตามแนวทางที่ถูกต9องเมื่อการซื้อขายเปSนไปตามกฎหมายซื้อขาย
2.ข9อเสีย ชQองโหวQ ของกฎหมายซื้อขาย 3.กฎหมายซื้อขายกับสถานการณLจริงที่เกิดขึ้น สามารถนํามาใช9ด9วยกันได9หรือไมQ
ในยุคแหQงโลกาภิวัฒนL การซื้อขายสินค9าทางอินเตอรLเน็ต หรือที่นิยมเรียกวQา e-commerce นั้น นับวQาเปSนธุรกรรมที่นิยมแพรQหลายเปSนอยQางมาก เนื่องจากอินเตอรLเน็ตได9กลายเปSนสQวนหนึ่งใน ชีวิตประจําวันของคนจํานวนมากใน โลกใบนี้ไปแล9ว ปsจจุบันอินเตอรLเน็ตได9ขยายวงกว9างมากขึ้นทุกวัน
ประกอบกับการซื้อขายสินค9าผQานอินเตอรLเน็ตนั้นเปSนวิธีการทําตลาดที่สามารถเข9าถงึ กลุQมเปrาหมายได9เปSนจํานวนมาก ในเวลาอันรวดเร็ว และใช9ต9นทุนในการลงทุนต่ําอีกด9วย นับได9วQา ทุก วันนี้คนสQวนมากใช9อินเตอรLเน็ตในการสั่งซื้อของเปSนจํานวนมาก และเปSนที่นิยมในทุกกลุQมวัย เพราะงQาย และสะดวก โดยไมQต9องเสียเวลา หรือคQาใช9จQายในการเดินทางไปห9างสรรพสินค9าตQางๆ และที่สําคัญทําการ สั่งซื้อได9ทุกขณะเวลา
ปsญหาทพี่ บบQอยในการซื้อของออนไลนL ก็คือ
1.สั่งซื้อสินค9าโดยโอนเงินผQานบัญชีธนาคารหรือผQานบัตรเครดิตแล9วแตQไมQได9รับสินค9า โดยหวังวQา ร9านค9าจะสQงมาให9 เสียเงินฟรี ผู9ซื้อกลายเปSนเหยื่อ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมยังเสียสุขภาพจิต
2.ร9านค9าชิ่งหนี เมื่อเจ9าของร9านค9าสบโอกาส ทําใหผ9 ู9ซื้อติดตQอผู9ขายไมQได9 3.ได9รับสินค9าชํารุดบกพรQอง สินค9าไมQได9มาตรฐาน สินค9าไมQเปSนไปตามที่โฆษณา
โดยเฉพาะอยQางยิ่งผู9ประกอบธุรกิจที่ไมQสุจริต หวังแตQเพียงกําไรโดยไมQคํานึงถึงความปลอดภัยของ ผู9บริโภค ยิ่งเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู9บริโภคที่สั่งซื้อสินค9าผQานอินเตอรLเน็ตต9องระมัดระวังและ ตระหนักใน ปsญหาเหลQานี้ใหม9 ากขึ้น
ในปsจจุบันปsญหาที่เกิดขึ้นตQางๆมากมาย อยQางเชQน การทลี่ ูกค9าจQายเงินให9กับร9านค9าโดยตรง จึงไมQ มีหลักประกันใดๆ วQาจะได9รับของ จึงได9กQอให9เกิดธุรกจิ ใหมๆQ ได9แกQ การมีตัวกลางรับรับชําระแทนร9านค9า โดยร9านค9าจะต9องสQงสินค9าให9กQอน ถึงจะได9รับคQาสินค9า ในทางตรงกันข9ามหากร9านค9าไมQยอมสQงของ ผู9ซื้อก็ จะได9รับเงินคืน
เชQนนกี้ จ็ ะเห็นได9วQา ลําพัง กฎหมายซื้อขาย ตามประมวลกฎหมายแพQงและพาณิชยL ยังไมQพอ เพราะการซื้อขายออนไลนLยังมีกฎหมายตัวอื่นอีก เชQน พรบ. คุ9มครองผู9บริโภค หรือ พรบ. คุณภาพสินค9า อยQางเชQน ในสQวนผู9ประกอบธุรกิจที่ทําการค9าขายสินค9าผQานทางสื่ออิเล็กทรอนิกสL รวมทั้งสื่ออินเตอรLเน็ต นั้น นอกจากมีหน9าที่ต9องจะทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตQอ สคบ.ตาม พระราชบัญญัติขาย ตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.๒๕๔๕ แล9ว ยังมีหน9าที่ต9องจดทะเบียนพาณิชยLอิเล็กทรอนิกสL ตาม พระราชบัญญัติวQาด9วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสL พ.ศ.๒๕๔๔ ตQอกรมพัฒนาธุรกิจการค9าด9วย เพื่อให9 ผู9บริโภคสามารถตรวจสอบการมีตัวตนของผู9ประกอบการได9 ในสQวนของผู9บริโภคหรือผู9ซื้อ ก็ต9องมี พรบ. คุ9มครองผู9บริโภค ในการซื้อสิ้นค9าตQางๆ
4.การซื้อขายสิ่งของที่ผิดกฎหมายมีผลเปSนอยQางไรทางกฎหมายแพQง
โดยปกติข9อกําหนดของการซื้อขายนั้นจะต9องเปSนทรัพยLสินที่ไมQใชQสิ่งผิดกฎหมายหรือ วัตถุประสงคLที่จะทําการซอื้ ขายกันนั้นต9องไมขQ ัดตQอกฎหมาย
ในการซื้อขายสิ่งของที่ผิดกฎหมายเชQน การซอื้ ขายยาบ9า การซอื้ ปนÑ ที่มีทะเบียนตามกฎหมายเพอื่ ฆาQ ผู9อื่น เปนS ต9น หรือการซอื้ ขายกันนั้นขัดตQอกฎหมาย จะทําให9ผลของสัญญาซื้อขายเหลาQ นี้ ไมQมีผลในทาง กฎหมายที่จะบังคับกันตามสัญญาได9 และตามประมวลกฎหมายแพQงและพาณิชยL มาตรา453 ประกอบกับ มาตรา 150 ทําให9สัญญาซื้อขายทที่ ํากันขึ้นนั้นมีผลเปSนโมฆะ
(มาตรา 150 การใดมีวัตถุประสงคLต9องห9ามชัดแจ9งโดยกฎหมายเปSนการพ9นวิสัย หรือเปSนการขัดตQอความ สงบเรียบร9อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเปSนโมฆะ)