เรียงความเกี่ยวกับโลกจินตนาการและ
โลกอุดมคติ
น . ส . ป ภั ส ส ร น ว ล เ จ ริ ญ
อุดมคติ
หมายถึงจินตนาการที่ถือว่าเป็นมาตรฐานแห่งความดีความงามและความจริงในทางด้านใด
ด้านหนึ่งที่มนุษย์ถือว่าเป็นเป้าหมายแห่งชีวิตของตนจินตนาการที่เป็นอุดมคติจะต้องมี
มาตรฐานยอดเยี่ยมพิจารณาสุดในทรรศนะของแต่ละบุคคลกลุ่มบุคคลหรือสังคมมนุษย์
อุดมคติมักจะปรากฏในคำกล่าวและสุภาษิตต่างๆเช่น
คำขวัญ
คำขวัญของลูกเสือ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ คำขวัญของทหาร สละชีพเพื่อชาติ
ภาษิต
พระพุทธเจ้า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ
ทางใดทางหนึ่งที่มนุษย์ถือเป็นเป้าหมายแห่งชีวิตทุกศาสนาจะมีอุดมคติของความดีอันสูงอยู่เสมอเช่น
พุทธศาสนา คือการดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา
ศาสนาคริสต์ คือความรักที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวบนแม้แต่น้อย
ศาสนาอิสลาม คือความศรัทธาในพระอัลเลาะห์เจ้าและสวดมนต์ทุกวัน
อุดมคติมีหลากหลายทั้งที่เกี่ยวกับความดีความงามและความจริงขึ้นอยู่กับจินตนาการและทัศนคติของบุคคลดัง
ตัวอย่างหัวข้อต่อไปนี้
-ความซื่อสัตย์
- ความเสียสละ/ความไม่เห็นแก่ตัว
-ความกตัญญู
-ความรับผิดชอบ
-สิทธิเสรีภาพ
-ความสามัคคี -รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
-โรงเรียนในอุดมคติ
-ความเป็นภัยแก่ตน
-ประโยชน์สุขส่วนรวม
วิธีพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับโลกอุดมคติ
อุดมคติเป็นปัญญาและจินตนาการที่เกี่ยวกับมาตรฐานสูงสุดอันจะให้เป็นเป้าหมายของชีวิตดังนั้นการ
แสดงความคิดเกี่ยวกับโรคอุดมคติจึงจำเป็นจะต้องมีปัญญาและจินตนาการที่กว้างไกลขึ้นอยู่กับ
ประสบการณ์ที่สะสมมาจาก การสังเกต การอ่าน การฟัง และการใช้ความคิดของแต่ละบุคคลสิ่งที่เรา
ควรจะต้องระลึกถึงคือการเขียนเรียงความเกี่ยวกับโลกอุดมคติจำเป็นต้องมีสาระสำคัญที่ผู้เขียนจะ
สื่อไปถึงผู้อ่านเสมอ
เกร็ดน่ารู้
หัวข้อเรื่องในการเขียนเรียงความเกี่ยวกับเรื่องในโลกอุดมคติมีได้หลากหลายทั้งที่เกี่ยวกับความดี ความงดงาม ความจริง การตั้ง
หัวข้อเรียงความเกี่ยวกับเรื่องในโลกอุดมคติจึงขึ้นอยู่กับลักษณะของบุคคลสิ่งที่สำคัญคือการเขียนเรียงความเกี่ยวกับเรื่องในโลก
รวมปกติแต่ละเรื่องจะต้องมีข้อคิดที่ได้ประโยชน์ในการสื่อสารไปถึงผู้อ่านเสมอ
จินตนาการ
หมายถึงความคิดคำนึงโดยมีประสบการณ์เป็นพื้นฐานอาจเป็น
ความคิดคำนึงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต
หรือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ปรากฏอยู่ณที่ใดที่หนึ่งกับสิ่งที่
ไม่ได้ปรากฏอยู่ในที่นั้นแต่อาจอยู่ในที่อื่นหรือในบริบทอื่น
ประเภทของจินตนาการ
1.จินตนาการเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสภาพที่เกิดขึ้นในอดีต
2.จินตนาการเกี่ยวกับสิ่งที่จะมีในอนาคต
3.จินตนาการเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ปรากฏณที่
ใดที่หนึ่งขนาด หนึ่งกับสิ่งที่มิได้ปรากฏณที่นั้นในขนาดนั้น
สรุป
จินตนาการเป็นความสามารถทางความคิดเป็นคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งในการ
ดำรงชีวิตของมนุษย์จินตนาการเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้สามารถเรียนรู้และแก้ไข
ปัญหาและสร้างสรรค์บุคคลอาชีพต่างๆ
ส่งเสริมจินตนาการ
1.สะสมประสบการณ์ การส่งเสริมจินตนาการจะต้องเริ่มจากการสะสมประสบการณ์ทั้ง
ทางตรงและทางอ้อม ประสบการณ์ทางตรงคือการได้มีส่วนร่วมในสถานการณ์ต่างๆได้
รับรู้เรื่องต่างๆจากสถานการณ์นั้นๆเช่นการเข้าประชุมร่วมกิจกรรมร่วมเดินทาง
ประสบการณ์ทางอ้อมคือประสบการณ์ที่ได้นอกจากประสบการณ์ตรงเช่นการอ่าน
หนังสือ ฟังคำบรรยาย ร่วมสถานการณ์จำลองเช่นซ้อมป้องกันและหนีไฟ ซ้อมลงหลุม
หลบภัย
2.หมั่นใช้ความนึกคิด ฝึกพิจารณาให้กว้างและแปลจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมาทั้ง
เรื่องเกี่ยวกับอดีตปัจจุบันและอนาคต
3.หาโอกาสแสดงจินตนาการออกมาให้ปรากฏ คืออาจแสดงจินตนาการออกมา
ทางการกระทำ การพูด หรือการเขียน
4.เปิดใจให้กว้าง คือยอมรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจินตนาการของตนจากผู้
อื่นและจินตนาการต้องมีลักษณะสร้างสรรค์ สมเหตุสมผลและเป็นไปในทางวัฒนะ
ขอบเขตกว้างขวางหัวข้อเรียงความจึงไม่มีอย่างหลากหลายทั้งเกี่ยวกับอดีตปัจจุบัน
และอนาคต ตัวอย่างเช่น
อนาคต วันนี้ข้าพเจ้าลืมตาดูโลกหน้ากากๆนอกเวทีละครกรุงเทพมหานครใน
ทศวรรษก่อนถ้าผมเข้าใจในเจตนาที่แท้จริงของครูการละเล่นไทยในสมัยก่อน
ปัจจุบัน บนจอคอมพิวเตอร์หาดใหญ่ในวันสุดสัปดาห์สถานการณ์ 3 คนปัจจุบัน
ของเราสถานการณ์เป็นโรคมะเร็ง
อนาคต อนาคตเยาวชนไทยถ้าทุกคนช่วยปลูกป่าเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องจากกัน
เมืองไทยในทศวรรษหน้าระบบขนส่งมวลชนที่ชาวกรุงรอ
ขอบคุณค่ะ !